ณ แดนสรวง [Boy's Love] = จบแล้ว =

ตอนที่ 24 : บทที่ 21 อุ่นไอรัก

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1114
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    7 ต.ค. 56


คุยกันก่อน...

 

เหลือบทส่งท้ายแล้ว ยังจะมีใครรออ่านอยู่ไหมคร้าบบบบบบบ....

 

Keisei

 

-------------

 

บทที่ 21 อุ่นไอรัก

 

“...ไม่ได้ ข้าไม่อนุญาต!

 

เสียงทุ้มหวานแผดขึ้นในห้วงแห่งความมืดมิด ความโกรธเกรี้ยวที่เจืออยู่ในน้ำเสียงนั้น ปลุกสติคนที่กำลังหลับใหลให้ตื่นขึ้นมาอย่างเสียมิได้ แสงสีขาวแยงเข้าตาทันทีที่เปิดปรือเปิดขึ้นทำให้ต้องหลับสักครู่จึงจะลืมขึ้นมากพอมองเห็นเงาร่างเลือนรางสองคนยืนเผชิญหน้ากันอยู่ข้างเตียง โดยมีตู้ที่มีหนังสือแน่นเอี๊ยดเป็นฉากหลัง

 

ผู้หนึ่งเป็นชายรูปร่างสะโอดสะอง เรือนผมหยักศกสีทองสว่างทิ้งตัวรอกับบ่าหุ้มด้วยเสื้อเนื้อสักราดอย่างดี ดวงตาจ้องตรงไปที่คู่สนทนาอย่างเฉียบขาด สูงส่งด้วยรัศมีอำนาจที่คล้ายจะฉายออกมาจนมองเห็นได้

 

อีกผู้หนึ่งนั้นเป็นอสูรที่มีร่างกายกำยำสูงใหญ่ ผิวสีแดง ในเรือนผมสีเทาจางมีเขามังกรสีเข้มสองข้างอยู่ด้วย นัยน์ตาสีส้มสว่างของเขาฉายแววหนักแน่น มิได้อนาทรร้อนใจต่ออำนาจของบุรุษตรงหน้าสักนิด เพราะแรงกดดันที่เจ้าตัวแผ่ออกมานั้นก็หนักหน่วงไม่แพ้กัน

 

ทำไมคำถามสั้น ๆ จากน้ำเสียงเรียบเฉย แต่กลับเป็นเสมือนดาบที่จ่อคอหอยข่มขู่คู่สนทนา

 

อย่ามาทำไขสือนะ เจ้ารู้เหตุผลของข้าดีอยู่แล้ว ไฉนถึงดึงดันทำเยี่ยงนี้อีกชายผมสีทองแหวกลับ

 

คนที่นอนอยู่กะพริบตาหนึ่งครั้ง ภาพตรงหน้าก็ชัดเจนขึ้นอีกหน่อย กะพริบครั้งที่สองก็เห็นหน้าคู่สนทนาของชายคนนั้นชัดขึ้นนิด กะพริบครั้งที่สามฉากทั้งฉากชัดเจนจนระบุตัวชายทั้งคู่ได้ในที่สุด

 

ฟาเบียน เด็กคนนี้ทุ่มเททั้งชีวิตเพื่อจัดการกับเฮสเลน แต่เจ้ากลับจะให้เขาไปอยู่ในยมโลกอย่างนั้นเรอะ เห็นแก่ตัวเกินไปแล้วเทพอสูรกายสีแดงพูดแบบแทบคำราม ดวงตาสีส้มวาววับด้วยความกราดเกรี้ยว

 

แต่เขาเป็นลูกครึ่งเทพรัตติกาลนะ สำคัญที่สุดยังเป็นน้องชายของเฮสเลนอีกด้วยฟาเบียนแย้งกลับไป

 

ในที่สุดคนฟังก็เข้าใจว่าทั้งสองคนกำลังทะเลาะกันอยู่ และยังเป็นเรื่องของเขาเองเสียด้วย ฮาธอสได้แต่นอนนิ่ง ไม่กล้าส่งเสียง อันที่จริงเขายังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองจะมีเสียงพอทำเช่นนั้นหรือเปล่า เหนือสิ่งอื่นใดเขากำลังสงสัยว่าทั้งสองคนมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร ในเมื่อ...

 

อย่าคิดว่าข้าไม่รู้แผนของเจ้านะ ฟาเบียน

 

มหาเทพสงครามก้าวไปประชิดตัวราชาแห่งฟ้า ดวงตาหลุบต่ำมองอีกฝ่ายด้วยท่าทางเหนือกว่าหลายขุมนัก แรงกดดันในบรรยากาศยิ่งเพิ่มขึ้นนับเท่าพันทวีจนชั้นมหาเทพจ้าวสวรรค์ยังอดเหงื่อตกไม่ได้ สมกับที่เคยเป็นจอมราชันแห่งอสูรมาก่อน ถึงจะไม่ได้ใช้อำนาจที่แท้จริงก็ข่มฟาเบียนได้อยู่หมัด ประสบการณ์ทำให้ทั้งสองแตกต่างกันเกินไป

 

เจ้าพูดอะไร ข้าไม่เข้าใจฟาเบียนกลืนน้ำลายฝืดคอ

 

เซย์เรียโน่บอกกับข้าหมดแล้วสุ้มเสียงทุ้มต่ำสั่นเครือราวกับเสียงคำรามของสัตว์ร้ายยามโกรธเคืองถึงขีดสุด เหตุผลที่เจ้าอนุมัติให้ฮาธอสเข้ามาอยู่ในมหานครไม่ได้มีแค่ฟื้นฟูดินของหุบเขาแดงจนปลูกต้นไม้ได้สำเร็จ แต่เป็นเพราะเขารู้ที่ซ่อนของเฮสเลนต่างหาก

 

ทันใดสีหน้าของมหาเทพจ้าวสวรรค์ก็ซีดเผือด ส่วนฮาธอสนอนนิ่ง ในอกเย็นวาบเหมือนใครเสกภูเขาน้ำแข็งลูกโตมากดทับหัวใจ ต้องใช้เวลาสักครู่กว่าจะเลื่อนสายตาไปมององค์เหนือหัวของตนได้

 

แล้วอย่างไร การกระทำของข้าได้รับการพิสูจน์แล้วว่าถูกต้อง ฮาธอสรู้ที่ซ่อนของเฮสเลนและยังสามารถจัดการกับเจ้านั่นได้ก่อนจะทำลายสวรรค์อีกด้วย

 

เห็นได้ชัดว่าการที่ฟาเบียนยังดึงดันเถียงต่อไปก็เพราะเห็นว่าตนเป็นฝ่ายถูก สีหน้าของเจ้าตัวจึงมีแต่ความไม่เข้าใจ หลังเห็นไคซัสโกรธหัวฟัดหัวเหวี่ยงแบบนี้ ทว่าในความรู้สึกของฮาธอส สิ่งที่ทำให้มหาเทพสงครามโมโหดูจะมีมากกว่านั้น

 

เรื่องทั้งหมดต้องขอบใจเจ้าแท้ ๆ ที่อุตส่าห์ดึงเทพคนสวนผู้นี้มาอยู่ด้วยจนแผนการดำเนินไปได้ แต่เมื่อเขาหมดประโยชน์แล้วก็ไม่มีเหตุผลต้องเลี้ยงไว้ในเมืองอีก ให้เขาลงไปอยู่ที่โลกมนุษย์จะปลอดภัยกว่านะ

 

ความเงียบเกิดขึ้นในชั่วขณะที่สิ้นเสียงองค์ราชัน คำพูดที่ทำให้ฮาธอตกตะลึงจนลืมหายใจ ความเคารพและความศรัทธาที่เคยมีมาตั้งแต่วันที่ทราบว่ามหาเทพจ้าวสวรรค์เมตตาลูกครึ่งเทพรัตติกาลผู้ไร้หัวนอนปลายเท้าอย่างเขาเข้ามาอยู่ในมหานครที่แสนงดงามแห่งนี้ สุดท้ายเขาก็เป็นเพียงหมากตัวหนึ่งที่ถูกอีกฝ่ายใช้งานและทอดทิ้งไปอย่างไร้ค่า

 

ทว่า...เพราะอะไรกัน...เขาที่ควรจะจุติไปแล้วจึงได้เห็นภาพที่น่าผิดหวังนี้...

 

รึนี่จะเป็นความฝันก่อนเขาจะลงนรก...

 

ถ้าเขาไป ข้าก็จะไปด้วย

 

แม้จะเป็นความฝัน แต่ฮาธอสก็รู้สึกดีที่ไคซัสยื่นเงื่อนไขเช่นนั้น ทำให้เขารู้สึกเหมือนเป็นคนสำคัญที่เจ้าตัวไม่อาจขาดได้ จึงยอมละทิ้งตำแหน่งมหาเทพสงครามที่สูงส่งและแสนสำคัญลงไปอยู่กับเขาในแดนมนุษย์ ได้ยินแบบนี้ความรู้สึกแย่ ๆ เมื่อครู่ก็จางหายไป แทนที่ด้วยความอบอุ่นในหัวอกเสมือนถูกรดด้วยน้ำอมฤต ก่อนจะสะดุ้งโหยงเมื่อมหาเทพจ้าวสวรรค์แผดเสียงอีกรอบ

 

ว่ากระไรนะ! เจ้าจะตามเทพชั้นต่ำตนนี้ไปเรอะ เจ้า...เจ้าเสียสติไปแล้วหรืออย่างไร ข้าไม่ยอมเด็ดขาด เจ้าเป็นมหาเทพสงคราม มีหน้าที่ต้องปกป้องสวรรค์ ไม่มีเหตุผลที่จะต้องละทิ้งหน้าที่...!

 

เงียบเสียที!

 

ยิ่งฟาเบียนโวยวายเท่าไหร่ เสียงของเขาก็ยิ่งดังขึ้น...ดังขึ้นจนคับห้อง ข้าวของต่าง ๆ สั่นสะเทือนเสมือนตอบสนองต่อความโกรธของเจ้าตัว ไม่เว้นแม้แต่เตียงนอนของฮาธอส ขณะที่กำลังคิดว่าฝันนี้ช่างสมจริงอยู่นั้นเอง ทุกคนในห้องก็ต้องสะดุ้งเมื่อเสียงหวานตวาดแหลมดังขึ้นมาพร้อมเสียงตบของแข็งตบลงกับโต๊ะแทรกเสียก่อน บุรุษผู้สูงศักดิ์ทั้งสองตน รวมถึงฮาธอสหันมองไปยังอีกฝากของเตียง เด็กสาวในชุดสีจีนโบราณสีแดงเพลิงนั่งสงบอยู่ตรงนั้น มือข้างหนึ่งวางทาบกับหนังสือเล่มโตที่อยู่บนโต๊ะข้างเตียง วงหน้าที่เหมือนเซย์เรียโน่ทุกอย่างประหนึ่งเป็นต้นแบบของแม่พิมพ์เย็นชาจนฮาธอสหนาวหัวใจ

 

พวกท่านล้วนแต่โตเป็นผู้ใหญ่กันแล้ว อย่ามาทะเลาะกันข้างเตียงคนเจ็บสิเจ้าคะฮาธอสย่นคิ้วเมื่อได้ยินคำว่า คนเจ็บถ้าคำพูดของเธอเป็นของเธอเป็นความจริง เขาก็... ดูสิ พวกท่านทำให้เขาตื่นซะแล้ว

 

เธอขยิบตาให้เขาหนึ่งที ก่อนเทพคนสวนจะสะดุ้งโหยงอีกหน เมื่อจู่ ๆ ก็มีใครบางคนถลันมาอยู่ข้างกาย มือใหญ่สีแดงเอื้อมเข้ามาในทัศนวิสัยแล้วดึงกลับไปหาเจ้าของ ใบหน้าคร้ามเข้มเด่นด้วยดวงตาสีส้มนั้นเต็มไปด้วยความห่วงใยอย่างยิ่งยวด เขากวาดตามองฮาธอสอย่างถี่ถ้วนแล้วเปลี่ยนเป็นแววยินดี จากนั้นก็ดึงร่างสูงโปร่งไปกอดด้วยความห่วงแหน โดยไม่สนใจความตกตะลึงของมหาเทพจ้าวสวรรค์เลย

 

ตื่นเสียที...ฮาธอส...ในที่สุดเจ้าก็ตื่นเสียที...

 

ฮาธอสแทบไม่อยากเชื่อว่าสุ้มเสียงทุ้มต่ำที่ดังอยู่ข้างหูอย่างโล่งใจนั้นเป็นของจริง ทว่าลมหายใจอุ่นร้อนที่เป่าอยู่ข้างหู อุณหภูมิจากร่างใหญ่โตของคนตรงหน้า และความแน่นที่เกิดขึ้นจากการบีบรัดของมหาเทพสงครามกลับยืนยันว่าสิ่งที่กำลังประสบนี้มิใช่ความฝัน ทุกเสียงที่ได้ยิน ทุกสิ่งที่มองเห็น...ทุกอย่างที่สัมผัสได้...

 

เขาไม่ได้ฝันไป...แต่ทุกอย่างเป็นของจริง!

 

มหาเทพ...คำนั้นลื่นไหลออกจากปากอย่างง่ายดาย แม้น้ำเสียงจะแผ่วเบานัก แต่ในความรู้สึกคนฟังกลับชัดเจนอย่างยิ่งยวด ดวงตาที่พร่ามัวจากหยาดน้ำใสกระจ่างที่เอ่อท้นฉายภาพเทพอสูรหยัดตัวขึ้นมาให้เขาเห็นดุจจะยืนยันตัวตนของตนเอง

 

ใช่...ข้าเองมหาเทพตัวโตกุมมือเล็กขึ้นจูบ ความร้อนที่แล่นมาจากริมฝีปากสั่นเทานั้นแล่นมาถึงหัวใจของฮาธอส ไคซัสสูดลมหายใจลึกคล้ายสะกดอารมณ์มิให้ส่งเสียงสะอื้นออกมา ดวงตาสีส้มสว่างคู่นั้นเปี่ยมด้วยความโล่งใจอย่างยิ่ง ในที่สุด...หลังจากที่เฝ้ารอมานานท่ามกลางความกระวนกระวายที่แสนเจ็บปวดกับเวลาที่ผ่านไปอย่างเชื่องช้า ในที่สุด หัวใจก็กลับคืนสู่อกที่โหวงเหวงว่างเปล่าของเขาแล้ว

 

นี่มันอะไรกัน ไคซัส!

 

ฟาเบียนแผดเสียงขึ้นหลังเห็นทุกสิ่งตำตา ทำลาย โลกส่วนตัวของชายทั้งสองเสียสิ้น แววปีติยินดีหายไปจากสีหน้าของไคซัสและกลายเป็นความเย็นชาเมื่อหันไปเผชิญหน้ากับอีกฝ่าย วงหน้าสวยของมหาเทพจ้าวฟ้าเต็มไปด้วยความตกใจ ไม่เข้าใจ และความโกรธ ฮาธอสทำได้เพียงมอง

 

อย่าบอกนะ การที่เจ้าไม่ยอมให้เทพชั้นต่ำผู้นี้ลงไปอยู่โลกมนุษย์ก็เพราะอย่างนี้!

 

เหตุผลที่ข้าไม่เห็นด้วยก็เพราะความดีความชอบของเขา ฮาธอสยอมกัดฟันเข้าฝ่ายสวรรค์สะกดพี่ชายของตัวเองไว้ทำให้สวรรค์สงบสุขมาเกือบหนึ่งพันปี และยังช่วยในการจัดการกับดวงจิตของเฮสเลนอีก ความดีงามนี้ควรค่าแก่การตอบแทนไคซัสให้เหตุผลด้วยน้ำเสียงสงบนิ่งเหมือนเก่า ไม่มีร่องรอยของอารมณ์เจืออยู่เลย ประสบการณ์จากการเป็นราชาทำให้เขารู้ว่าควรจะวางตัวอย่างไรในสถานการณ์นี้

 

ข้าต้องตบรางวัลในความดีงามของเขาอยู่แล้วฟาเบียนแย้งกลับมาอย่างมีอารมณ์ ข้าจะให้เขาเป็นเทพผู้พิทักษ์ในอาณาจักรที่ดีที่สุด บันดาลให้พวกมนุษย์เคารพบูชาดุจเทพเจ้าตัวจริง จะเลื่อนเขาเป็นเทพผู้พิทักษ์ด้วย ในโลกมนุษย์นั้นเขาจะได้อยู่อย่างสุขสบาย

 

ฟาเบียนหยุดเสียที!เด็กสาวในชุดแดงพูดขึ้นหลังจากนั่งเงียบอยู่นาน ดวงตาสีแดงฉานจดจ้องราชาแห่งฟ้าด้วยแววเยือกเย็นยิ่งกว่าเซย์เรียโน่เสียอีก ข้าเห็นด้วยกับมหาเทพไคซัส

 

เซย์เรียนนี่เป็นเรื่องผู้ใหญ่ เจ้าไม่ต้องยุ่ง!ฟาเบียนหันมาแหว แต่ก็ต้องชะงักเมื่อเธอหรี่ตาด้วยท่าทางเอาเรื่อง

 

ฟาเบียนจะทำอะไรก็หัดคิดหน่อยสิ เจ้าน่าจะรู้แล้วนะ ว่าตอนนี้ใครถือไพ่เหนือกว่าเซย์เรียนยืดคอในท่วงท่าสง่างาม แม้ว่าเธอจะยังเด็กอยู่มาก ทว่าความสูงส่งที่แสดงออกมากลับทัดเทียมมหาเทพจ้าวสวรรค์ได้อย่างไม่น่าเชื่อ เพราะแบบนี้หรือเปล่ามิทราบ น้ำเสียงของเธอจึงเปลี่ยนเป็นเย็นชา อีกอย่างหนึ่งเจ้าอาจจะมองเห็นฮาธอสเป็นแค่หมากใช้แล้วทิ้ง แต่ข้าเห็นเขาเป็นทรัพยากรชั้นเลิศที่ไม่ควรเสียไปเด็ดขาด

 

เหลวไหลใหญ่แล้ว เทพชั้นต่ำแบบนี้จะเป็นทรัพยากรชั้นเยี่ยมได้อย่างไร

 

ราชาแห่งสวรรค์คงไม่รู้สึกนิดว่าคำพูดของตนนั้นแหลมคมเพียงใด มันแทงหัวใจของฮาธอสจนเป็นแปลเหวอะหวะทีเดียว ชายหนุ่มรู้ตัวดีว่าตนเป็นเพียงเทพชั้นต่ำและยังเป็นน้องชายของศัตรูแห่งสวรรค์ แต่การถูกคนที่เคารพมาตลอดเกือบพันปีพูดแย่ ๆ ใส่ต่อหน้าแบบนี้ก็อดรู้สึกแย่มิได้

 

เป็นได้สิ เจ้าก็เห็นแล้วว่าเทพชั้นต่ำที่เจ้าพูดถึงมีความสามารถแค่ไหน ข้าสอนครั้งเดียว เขาก็ใช้มนต์ต้องห้ามได้ราวกับเทพชั้นสูง เคยผนึกเฮสเลนได้เกือบหนึ่งพันปี พลังป้องกันระดับเขาในหนึ่งหมื่นปีจะมีให้เห็นสักคนมิใช่หรือเซย์เรียนชี้ให้เห็นความสำคัญที่แม้แต่ตัวฮาธอสเองก็ยังคาดไม่ถึง สำคัญที่สุดยังพ่วงด้วยมหาเทพสงครามที่พร้อมจะเสียสละทุกอย่างตามเขาไปทุกหนแห่งอีกต่างหาก เจ้าคิดจะให้เทพอย่างนี้หลุดมือไปกระนั้นหรือ ฟาเบียน

 

จะ...เจ้า...!ฟาเบียนแค่นเสียงออกมาได้แค่นั้น เนื้อตัวสั่นเทิ้มด้วยความโกรธกริ้วที่มิอาจระเบิดออกมาได้ สองมือกำหมัดแน่น ก่อนจะเหลือบมองเทพคนสวนว่าง ดวงตาเป็นประกายด้วยเพลิงพิโรธราวกับต้องการอาละวาดใส่เขา

 

เสมือนนกรู้ ไคซัสจึงก้าวมายืนขวางสายตาราชาสวรรค์ไว้ ก่อนเข้าไปยืนใกล้ ๆ แล้วโน้มใบหน้าลงกระซิบข้างหูอีกฝ่าย น้ำเสียงเยือกเย็นยิ่งยวด

 

อย่าคิดว่าข้าไม่รู้แผนการของเจ้านะ ฟาเบียน การที่ทุกอย่างวุ่นวายขนาดนี้ก็เพราะความปรารถนาจะกำจัดเสี้ยนหนามของเจ้าไม่ใช่หรือ

 

มหาเทพจ้าวสวรรค์ตัวแข็งทื่อ ดวงตาเบิ่งกว้างด้วยความตกใจสุดขีด แต่สิ่งที่ไคซัสพูดมาก็เป็นควาจริง

 

ฟาเบียนรู้ตั้งแต่วันที่มหาเทพสงครามตรวจสอบเขตแดนแล้ว ว่ามีพลังมืดแอบแฝงอยู่ในเขตคุ้มกันแห่งสวรรค์ และยังรู้ด้วยว่าเฮสเลนเป็นเจ้าของพลังนั้น แต่เพราะไม่ทราบว่าเจ้าตัวไปซ่อนอยู่ที่ไหน อีกทั้งยังเป็นตัวอันตราย เขาจึงสั่งให้ ขุนพลเทพอันดับห้าซึ่งน่าจะมีพลังที่แข็งแกร่งไม่แพ้กันไปสืบหาตัวแล้วลากตัวมาลงโทษให้สาสมกับความผิดที่ก่อไว้ทั้งในอดีตและปัจจุบัน

 

เดิมที ขุนพลเทพอันดับห้าจะต้องตีสนิทกับฮาธอส เพื่อล่วงความลับเกี่ยวกับที่ซ่อนของเฮสเลย แต่แล้วทุกอย่างกลับตาลปัตร เมื่อไคซัสดึงตัวเทพคนสวนมาทำงานด้วย ส่งผลให้ เซย์เรียโน่ต้องล่าถอยมาวางแผนใหม่ ทว่ายังไม่ทันทำอะไรเฮสเลนก็เริ่มแผนของตนเองด้วยการโจมตีนาซิลลา ยังมีเรมันต์ที่คอยวางแผนร้ายมาเล่นงานมหาเทพสงครามคนสำคัญเป็นระยะอีก ฟาเบียนที่ไม่ค่อยลงรอยกับปราชญ์ผู้นี้มาตั้งแต่ยังเป็นว่าที่ผู้สืบทอดบัลลังก์สวรรค์เห็นเป็นโอกาสจึงปลดชายชราออกจากตำแหน่งทันที เพื่อเชือดไก่ให้ลิงดูและแสดงให้เห็นว่าตนไม่เกรงกลัวต่ออำนาจของขุนนางยุคเก่า แต่เพราะรู้ดีว่าเรมันต์ต้องหาทางทำให้ตัวเองกลับคืนสู่ตำแหน่งเดิมให้ได้ เขาจึงสั่งให้เซย์เรียโน่หาทางกำจัดชายชราพร้อมกับเฮสเลนไปด้วยเลย

 

เรียกได้ว่าสิ่งที่ ขุนพลเทพอันดับห้าทำลงไปตลอดช่วงที่ผ่านมาล้วนเป็นคำสั่งของราชาแห่งฟ้าทั้งสิ้น!

 

ถ้าจะมองหา ผู้ชายตัวจริงก็คงไม่พ้นบุรุษอันดับหนึ่งแห่งสวรรค์ตนนี้

 

ข้าไม่สนใจหรอกนะ ว่าเจ้าจะทำไปเพื่อสวรรค์หรือเพื่อตัวเอง คนที่รู้เรื่องนี้มีข้า มีเจ้า เซย์เรียนและเซย์เรียโน่ แต่เจ้าคงไม่อยากให้เรื่องนี้รู้ไปถึงหูของประชาชนด้วยหรอกนะสุ้มเสียงทุ้มต่ำยังข่มขู่อยู่ข้างหู คิดทบทวนให้ดี ๆ ว่าจะยอมรามือเท่านี้ ทำตามที่เซย์เรียนเสนอ หรือจะให้ข้าไปจากสวรรค์กับฮาธอสโดยเปิดเผยเรื่องนี้ทิ้งไว้ก่อนจะไปด้วย

 

ฮาธอสมองอยู่ห่าง ๆ จึงไม่รู้ว่าไคซัสกำลังพูดอะไรกับมหาเทพจ้าวสวรรค์ ถึงอย่างนั้นก็พอจะเดาได้จากใบหน้าซีดขาวของฟาเบียนกับสถานการณ์ที่เป็นอยู่ได้ว่ากำลังต่อรองบางอย่างกันอยู่ และมันต้องเป็นเรื่องสำคัญมากแน่ เพราะสุดท้ายราชาเทพก็ชักสีหน้าอับจนแล้วกระชากตัวเองออกห่าง

 

ในเมื่อพวกเจ้าไม่เห็นเจตนาดีของข้าและรวมหัวกันแบบนี้ อยากจะทำอะไรก็ทำไปแล้วกัน!ใบหน้าคมสะบัดมาหาฮาธอสอีกครั้ง แววตาดั่งจะกินเลือดกินเนื้อกันทีเดียว แต่เทพคนนี้ต้องใส่ ปลอกคอตลอดเวลาและห้ามแพร่งพรายเรื่องที่เขาเป็นน้องชายของเฮสเลนออกไปด้วย เข้าใจที่ข้าพูดไหม!

 

แน่นอน ข้าจะเป็นยิ่งกว่าปลอกคอของเขาเสียอีก

 

ไม่ว่าฟาเบียนจะตีความคำพูดของมหาเทพสงครามว่าอย่างไร เขาก็ตวัดตามามองฮาธอสอย่างไม่ไว้ใจเป็นครั้งสุดท้ายแล้วสะบัดตัวเดินย้ำเท้าตึงตังออกจากห้องไป ก่อนฮาธอสจะได้ยินเสียงไคซัสกับเซย์เรียนพรูลมหายใจอย่างเอือมระอาพร้อมกัน จากนั้นเทพอสูรก็เบือนหน้าไปหาเด็กสาวในชุดแดง ยักยิ้มเล็กน้อย

 

ขอบใจที่ช่วยนะ

 

มิได้ค่ะ ถือว่าไถ่โทษที่ข้ากับน้องชายทำเรื่องไม่ดีไว้กับพวกท่านตั้งมากมายเซย์เรียนเอียงคอเล็กน้อย รอยยิ้มกว้างนั้นดูสดใสและไร้เดียงสาจริง ๆ ผิดกับน้องชายอย่างมาก อีกอย่างข้าอยากจะตอบแทนที่ฮาธอสยอมให้ความร่วมมือในการสะกดอำนาจในดวงจิตของเฮสเลนด้วย แค่นี้ยังถือว่าน้อยไปเสียด้วยซ้ำ เซย์เรียโน่เองก็อยากออกมาขอขมาจะแย่

 

พูดถึงเขา ข้าก็อยากให้ออกมาเหมือนกันไคซัสพูดด้วยสีหน้าตึง ๆ เห็นได้ชัดว่าไม่ค่อยพอใจนัก

 

เซย์เรียนหัวเราะคิกคักพลางยืนขึ้น ขอโทษด้วยนะคะที่ทำไม่ได้ เขากำลังหลับอยู่นะคะมือเรียววางตรงกลางอก สีหน้าอบอุ่นยามนึกถึงน้องชาย ไคซัสกับฮาธอสเคยเห็นสีหน้าแบบนี้จากเซย์เรียโน่มาก่อน ตอนพบกันในโดมทองรำไพ จากนั้นเธอก็ลุกขึ้นและยิ้มให้กับเจ้าบ้าน ไหน ๆ ฮาธอสก็ตื่นแล้ว มหาเทพไคซัสคงอยากคุยกับเขาเป็นการตรวจตัว ดังนั้นข้าขอตัวกลับก่อนดีกว่า

 

ท่านหญิงรักษาสุขภาพด้วยนะขอรับฮาธอสเอ่ยอย่างห่วงใย ด้วยรู้ว่าสุขภาพของเธอไม่ค่อยดีนัก

 

เจ้าก็ด้วย วันนั้นเจ้าใช้พลังไปเกือบหมดและยังได้รับบาดเจ็บสาหัส คงต้องใช้เวลาอีกนานทีเดียวกว่าเจ้าจะหายเป็นปกติดังเดิม ช่วงนี้ขอให้อยู่อย่างไรพลังไปก่อนแล้วก็ดื่มยาตามเวลาด้วยนะเซย์เรียนกำชับด้วยรอยยิ้มหวานที่เจือด้วยอำนาจน้อย ๆ แล้วตามหลังฟาเบียนกลับไปอีกคน

 

มหาเทพจ้าวตำหนักตามไปส่งเธอถึงหน้าประตู หลังปิดประตูห้องเรียบร้อยแล้วก็ปลดผ้าม่านกั้นพื้นที่ให้เป็นสัดส่วน จากนั้นก็กลับมาพยุงตัวฮาธอสขึ้นนั่งอย่างช้า ๆ แม้ว่าจะทำด้วยความนุ่มนวลอย่างเต็มที่แล้ว แต่เทพคนสวนก็ยังรู้สึกเจ็บไปทั้งตัวอยู่ดี โดยเฉพาะกลางลำตัวที่เคยถูกทะลวงปวดเหมือนจะตายเสียให้ได้ กล้ามเนื้อทุกส่วนในร่างกายเมื่อยตึงไปหมดจนอดครวญครางไม่ได้

 

อูย...

 

เจ็บมากหรือ ขอโทษนะไคซัสกุลีกุจอมานั่งซ่อนหลังให้ฮาธอสนั่งพิงตัวเอง เอื้อมมือไปหยิบถ้วยยาที่สั่งให้คนเตรียมไว้ทุกวันและเปลี่ยนใหม่เกือบจะทุกชั่วโมงมาอุ่นให้ร้อนแล้วป้อนให้คนที่รัก เอ้า! ดื่มก่อน เซย์เรียนบอกให้เจ้าดื่มทันทีที่ตื่นขึ้นมา

 

ฮาธอสพยักหน้าเล็กน้อยแล้วจิบยาเข้าปาก ราชาติขมปร่าที่ร้ายกาจซ่านไปทั่วทำเอาอยากสะบัดหน้านี้ แต่เพราะคิดว่ามันจะช่วยลดความเจ็บปวดในตัวได้ เขาจึงฝืนดื่มเข้าไปจนเกือบหมดถ้วยก่อนจะทนไม่ไหวผละออกมาร้องขอน้ำเปล่ามาดับความขม

 

ข้าหลับไปนานแค่ไหนขอรับนั่นเป็นคำถามแรกที่หลุดจากปากหลังดื่มน้ำเสร็จ

 

หนึ่งเดือนกับอีกสิบห้าวันไคซัสบอกพลางจูบกลางกระหม่อมด้วยความรักสุดหัวใจ เจ้าหลับลึกมาก ข้าเรียกเท่าไหร่ ๆ ก็ไม่ยอมตื่นจนนึกว่าจะต้องรอนานกว่านี้ซะแล้ว

 

ท่านช่วยข้าไว้หรือขอรับฮาธอสถามตามความทรงจำสุดท้ายที่ได้เห็นไคซัสก่อนทุกอย่างจะดับมืด

 

เซย์เรียนต่างหาก หลังจากเจ้าหมดสติไป นางก็ปรากฏตัวใช้พลังดึงเจ้ากลับมาจากปากทางไปยมโลกและเป็นคนรักษาบาดแผลของเจ้าจนหายสนิททั้งหมด ยาทุกอย่างก็เป็นของที่นางจัดหามาทั้งนั้น

 

มหาเทพสงครามกระชับอ้อมแขนรอบตัวเทพคนสวน เริ่มรู้สึกว่าร่างกายของเจ้าตัวเริ่มอบอุ่นมากขึ้นเรื่อย ๆ ใบหน้าซีดขาวก็เริ่มมีรอยเลือดฝาดให้เห็น ปมความกังวลที่รัดตึงในใจเขาเริ่มคลายตัวออก เปิดทางให้ความโล่งอกไหลทะลักออกมาจากถุงที่ถูกปิดผนึกไว้เป็นเวลานาน ไม่มีช่วงเวลาใดอีกแล้วที่เขาจะรู้สึกตื้นตันได้เท่านี้

 

ฮาธอสฟังแล้วก็เงียบไป ซุกหน้าผากกับซอกคอแกร่ง แนบแก้มกับบ่ากว้างใหญ่ ซึมซับไออุ่นที่มาจากตัวอีกฝ่ายไว้ราวกับจะใช้มันเพิ่มอุณหภูมิให้กับตนเอง เขายอมรับกับตัวเองเงียบ ๆ ว่ามีความสุขที่ถูกอีกฝ่ายกอดอีกครั้ง โดยเฉพาะหลังจากผ่านความรู้สึก กลัวว่าจะต้องพรากจากกันในตอนที่กำลังจะตาย...

 

เซย์เรียนเล่าให้ข้าฟังหมดแล้ว เจ้าออกไปข้างนอกได้ก็เพราะนางสอนวิธีทำลายเขตอาคมจากภายในสินะสุ้มเสียงทุ้มต่ำเอ่ยข้างหู แม้ไม่มีแววตำหนิแจ่มชัด ทว่าฮาธอสก็ยังเงยหน้าขึ้นเว้าวอน

 

มหาเทพไคซัสอย่าตำหนิท่านหญิงเลยนะขอรับ ข้าเป็นคนขอร้องนางเอง พวกเราในแนวหลังต่างก็ไม่อยากใช้แผนสำรองนี้ทั้งนั้นน้ำเสียงทุ้มนิ่มเต็มไปด้วยความกังวล กลัวว่าไคซัสจะพาลคนอื่นที่ไม่เกี่ยวข้องด้วย

 

ข้ารู้ ทำใจให้สบายเถอะ ข้าไม่โกรธเรื่องพวกนี้แล้วล่ะ เซย์เรียนได้ชดใช้คืนทั้งหมดแล้วนี่นาเทพอสูรบอกด้วยความใจกว้างอย่างเหลือเชื่อ กระนั้นเขาก็หมายความเช่นนั้นจริง ๆ แค่เขาได้ฮาธอสกลับคืนมา อย่างอื่นเขาก็ไม่ต้องการอีกแล้ว

 

เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายไม่โกรธ เทพคนสวนก็คลายความกังวลและเบียดตัวซุกกับร่างใหญ่อีกครั้ง อยากจะใช้สองแขนกอดเขาให้แน่น ๆ สมกับความคิดถึง แต่ความง่วงที่ก่อเกิดจากฤทธิ์ยากับความอ่อนเพลียจากอาการบาดเจ็บกลับขโมยเรี่ยงแรงไปหมด กระนั้นชายหนุ่มก็ยังฝืนลืมตาต่อเพื่อไขความกระจ่างของเรื่องที่ค้างคาใจ

 

ท่านพี่ของข้าล่ะขอรับใบหน้าคมคายหมองลงถนัดตา “...ข้ามอบชิ้นส่วนมือของท่านพี่ให้ท่านหญิงเซย์เรียนไปใช้ในการสะกดเขา ตอนนี้...

 

ตอนนี้มันถูกนำไปเก็บไว้ในสถานที่ที่น่ากลัวที่สุดของสวรรค์ ที่ซึ่งน่ากลัวยิ่งกว่าแดนร้างไคซัสต่อให้ มือหนาเกลี่ยปอยผมทองที่ตกลงมาออกจากแก้มเนียนขาวแล้วมองลึกลงในดวงตาสีน้ำเงินเข้มคู่สวย ต่อนี้เจ้าไม่ต้องกังวลเรื่องของเฮสเลนอีกแล้ว ตราบใดที่ยังอยู่ในอุ้งมือของมหาเทพแห่งความมืดตนนั้น เขาจะไม่มีวันกลับมาก่อความวุ่นวายได้อีก

 

อย่างนั้นหรือขอรับ บทเรียนคราวนี้คงทำให้ท่านพี่เข็ดจนวันสิ้นอายุขัยแม้จะเสียใจที่ดวงจิตของพี่ชายไปอยู่ในอุ้งมือของมหาเทพบรรพกาลที่น่ากลัวที่สุดในสวรรค์ แต่ฮาธอสก็คาดหวังดั่งที่พูดไว้ เฮสเลนก่อกรรมทำเข็นมากเกินไป สมควรแก่เวลาที่เจ้าตัวจะสำนึกต่อบาปของตนเสียที

 

แล้วก็นาซิลลาไคซัสพูดถึงเทพจันทราต่อด้วยรู้ดีว่าอีกฝ่ายต้องถามถึงแน่ อัลวินช่วยนางกลับมาได้ แต่การควบคุมของเฮสเลนทำให้ร่างกายและดวงจิตได้รับบาดเจ็บจนต้องจำศีล มหาเทพีจันทรารับนางกลับไปพักฟื้นที่ตำหนัก เห็นว่าไม่เป็นอันตรายมาก อีกไม่นานก็คงจะตื่น ส่วนเจ้า...

 

เทพอสูรสูดลมหายใจลึกเพื่อลบความโหวงเหวงในอกออกไป จากนั้นก็กระชับอ้อมแขนรัดรอบตัวฮาธอสแน่นอีกนิดอย่างทะนุถนอมและหวงแหนอย่างยิ่งยวด

 

“...พี่ชายของเจ้าไม่อยู่แล้ว เจ้าก็ไม่ต้องกลัวว่าอดีตจะกลับมาทำร้ายตัวเองอีก และข้ารู้ว่าเจ้าเป็นเทพน้ำใจงาม แต่ข้าขอร้องได้ไหม สัญญากับข้าว่าจะไม่ทำแบบนี้อีก จะไม่เสียสละอย่างโง่ ๆ แบบนี้ จะไม่ทำให้ข้ากลัวแบบนี้อีกเป็นครั้งที่สาม...

 

เทพคนสวนถึงกับน้ำตาคลอเมื่อรับรู้ถึงไหล่ที่สั่นเทาของมหาเทพสงคราม สุ้มเสียงทุ้มต่ำสั่นเครือนั้นก็คล้ายจะนำพาอารมณ์ของเจ้าตัวมากระแทกหัวใจของเขาซ้ำ ๆ จนรู้สึกผิดที่ทำให้อดีตราชาอสูรตนนี้ต้องหวั่นไหว ทำให้เขาอยากถนอมชีวิตของตัวเองมากขึ้น...เพื่อไคซัส

 

อา...แม้แต่เวลาแบบนี้เขายังคิดทำเพื่อคนอื่นอยู่ดี โรคเสียสละนี้ท่าจะรักษายากนัก

 

ขอรับ ข้าสัญญาฮาธอสสัญญาด้วยความหนักแน่น ถึงแม้น้ำเสียงจะแผ่วเบาเพราะความง่วงก็ตาม เขาสูดลมหายใจลึกแล้วระบายออกมาน้อย ฝืนยกแขนขึ้นกอดคนที่รัก มหาเทพยังจำคำขอแรกที่ท่านถามข้าได้ไหมขอรับ

 

จำได้สิ ที่ข้าขอให้เจ้ามาอยู่ด้วยกันไคซัสมองหน้าที่ง่วงซึมเหมือนเด็กของคนในอ้อมแขนแล้วยิ้มบาง

 

ข้าตัดสินใจได้แล้วขอรับเทพคนสวนช้อนหน้ามอง ดวงตาสุกใสเป็นประกาย รอยยิ้มที่หวานหยาดเยิ้มดั่งน้ำผึ้งเดือนห้าแย้มพรายบนวงหน้าสวย ข้าจะมาอยู่กับท่าน ข้ารักท่านขอรับ

 

ยังไม่ทันขาดเสียงดีนัก วงแขนที่โอบรอบร่างเขาก็รัดแน่นขึ้นจนรู้สึกเจ็บ เล่นเอาหายง่วงเป็นปลิดทิ้งไปชั่วขณะหนึ่งเลยทีเดียว

 

แต่ฮาธอสคงไม่เข้าใจความรู้สึกของไคซัสนัก เพราะตอนที่เจ้าตัวเอ่ยคำสุดท้ายนั้นครั้งแรกอยู่ในสภาพเป็นตายเท่ากัน มหาเทพสงครามจึงไม่รู้ว่ามันเป็นคำพูดจริง ๆ หรือเพียงคำเพ้อ หรือตนหูฝาดไปด้วยอารามตกใจจนเสียจริต ดังนั้นเมื่อเขาได้ยินอีกครั้ง...หลังชายที่รักสุดหัวใจได้สติ เขาจึงรู้สึกปีติยินดีอย่างหาที่สุดมิได้ ในอกข้างซ้ายที่เพิ่งได้รับการเติมเต็มคล้ายถูกย้ำแน่นด้วยแผ่นเหล็กที่เรียกว่า รัก

 

การได้คนที่รักกลับคืนมาพร้อมกับความรู้สึกอย่างเต็มเปี่ยมนั้นย่อมมีความสุขมากกว่าอยู่แล้ว...

 

ข้ารักเจ้า ขอบใจที่กลับมาอยู่เคียงข้างกันนะ

 

เพียงเท่านี้ก็ไม่จำเป็นต้องมีคำพูดใด ๆ อีกต่อไปแล้ว ใช้แค่อ้อมกอดและหัวใจโอบรัดกันและกันไว้ ห้องนอนที่กว้างใหญ่ก็อบอุ่นไปด้วยอุ่นไอแห่งรัก

 

---------------------

:) Shalunla
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

125 ความคิดเห็น

  1. #103 เงารัติกาล (@spooknick) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 13 มีนาคม 2557 / 20:53
    สำหรับเราคุณพี่ออกจะน่าสงสาร



    "อือ...อึก อึก ฮือๆๆ" ทำไม ทำไมถึงมีแต่ข้าที่ต้องเจ็บปวด ทำไมมีแต่ที่ไม่ถูกยอมรับ ไม่ว่าน่าไหนๆ ก็เหมือนกันไปหมด "อือๆๆ อึก อือ"



    "เงียบเสียที! ข้ารำคาญเจ้าเต็มที่แล้วนะเฮสเลน" มหาเทพแห่งความมืด มหาบุรุษเทพผู้ได้ขึ้นชื่อเรื่องความแข็งแกร่งและทรงอำนาจมาตั้งแต่อดีตกาล ที่นั่งเท้าคางอยู่บนบัลลังก์อันใหญ่โตสมซึ่งฐานะกล่าวออกมาอย่างเหลืออด กับเสียงร้องไห้ของร่างบางที่นั่งอยู่มุมห้อง เสียงเปล่งออกมาตั้งแต่ตัวเขานั้นคืนร่างเดิมให้เจ้าตัวสำเร็จ



    "ท่านจะมาเข้าใจอะไรในตัวข้า ท่านที่ไม่เคยที่จะไม่ถูกยอมรับ ไม่เคยถูกปฏิเสธจากทุกๆคน แม้กระทั่งน้องชายของข้า น้องชายที่ข้าปกป้องก็ยังทรยศหักหลัง! แล้วท่านจะมาเข้าใจอะไร ท่านจะ..ขะ..เข้าจอะไร อึก อือๆๆ" ร่างบางๆของเทพร้ายยิ่งดูหดเล็กลงไปอีกเมื่อเจ้าตัวเอาแต่ตัดพ้อทุกสิ่งทุกอย่าง นั้นทำให้เฮสเลนเทพร้ายที่เคยเป็นที่เกรงกลัวของสวรรค์กลับกลายเป็นเหมือนแค่เด็กขี้เหงาที่ขาดความรักกระนั้นเอง



    "เฮ้อ!" พอดีได้ยินเสียงถอนหายใจของมหาเทพแห่งความมืด เฮสเลนก็เงยหน้าขึ้นมองหน้ามหาเทพแห่งความมืดอย่างเต็มตา แต่พอสบนัยนาที่มองเขาเหมือนเด็กๆนั้นแล้ว ก็ทำให้เจ้าตัวยิ่งโกรธแล้วสบัดหน้าหนีเอาเสียดื้อๆอย่างงั้น



    เมื่อมหาเทพแห่งความมืดเห็นเฮสเลนทำอย่างนั้นก็ได้แต่ส่งเสียงขบขันออกมา แต่ก็นั้นแหละมันไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้นเลย กับทำให้เจ้าเทพร้ายตัวน้อยเชิดหน้าหนีอีกครั้งทั้งที่สะอึกสอืนอยู่นั้นแหละ



    "ข้าละหมดปัญญาจะรับมือกับเจ้าจริงๆ นี่นะหรือเทพร้ายที่สวรรค์ต่างเกรงกลัว หึ" มหาเทพแห่งความมืดกล่าวออกมาเพียงแค่นั้นก่อนจะก้าวเดินลงจากบัลลังค์ของตนแล้วมุ่งไปยังมุมห้องที่เฮสเลนนั่งสะอึกสะอืนอยู่



    "ท่านไม่มีเข้าใจข้าหรอก!" เฮสเลนสวนขึ้นทันควันหลังจากที่มหาเทพแห่งความมืดพูดจบโดยไม่หันไปมอง



    "เจ้านี้มันเด็กจริงๆ เลย" มหาเทพแห่งความมืดยังพูดตอบโต้กับเทพร้ายร่างบางนั้นพร้อมกับเท้าที่ยังก้าวเดินเข้าไปใกล้เรื่อยๆ



    "ท่านว่าอย่างไรนะ! ละ...แล้วนั้น...ท่านจะเดินเข้ามาทำไม!" เมื่อเห็นมหาเทพแห่งความมืดก้าวเข้ามาใกล้ตนเฮสเลนก็เตรียมจะลุกหนี แต่นั้นมันก็เป็นการกระทำที่สายไปแล้ว เพราะฝ่ามือของมหาเทพแห่งความมืดได้คว้าเอาของมือของร่างเล็กแล้วกระชากแรงพอที่จะทำให้ร่างบางเล็กเหมือนเทียบกับตนแล้วมากระทบอก



    "ถ้าเจ้าอยากถูกรักนัก ข้าก็จะรักเจ้าให้ก็ได้" "หะ!" ไม่ทันที่เฮสเลนจะได้โต้ตอบอะไรมหาเทพแห่งความมืดก็บดจูบลงบนริมฝีปากของเทพร้ายอย่างไม่ทันตั้งตัว 



    ก็นะ จินตนาการล้วน จิ้นกันระเบิดเทดเทิงเลยที่เดียวฮะๆๆ



    #103
    0
  2. #85 -เกม- (@-gem-) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2556 / 18:17
    อ๋าาา ขอโทษค่ะ มัวแต่หัวหมุนกับเรียนพิเศษ ไปๆมาๆยันวันนี้เปิดเทอมแล้วเพิ่งจะรู้สึกตัวว่าดองเก็บตกคำผิดอยู่นี่หว่า แงงง T-T  //โค้งงามๆเก้าสิบองศา


    ผมหยักศกสีทองสว่างทิ้งตัวรอกับบ่า - ระ ?
    มันแทงหัวใจฮาธอสจนเป็นแปลเหวอะหวะ - แผล
    ก่อนจะเหลือบมองเทพคนสวนว่าง - กว้าง??
    สิ่งที่ไคซัสพูดมาก็เป็นควาจริง - ความ
    เพื่อล่วงความลับเกี่ยวกับที่ซ่อนของเฮสเลย - ล้วง / เฮสเลน
    ถ้าจะมองหา 'ผู้ชายตัวจริง' - ผู้ร้ายตัวจริง?
    คุยกับเขาเป็นการตรวจตัว - ส่วนตัว?
    ขอให้อยู่อย่างไรพลังไปก่อน - ไร้
    นั่งซ่อนหลังให้ฮาธอสนั่งพิง - ซ้อน
    ราชาติขมปร่าที่ร้ายกาจซ่านไปทั่วทำเอาอยากสะบัดหน้านี้ - รสชาติ / หนี
    กลับขโมยเรี่ยงแรงไปหมด - เรี่ยวแรง
    เฮสเลนก่อกรรมทำเข็นมากเกินไป - เข็ญ


    เมื่อวันงานหนังสือแอบไปด้อมๆมองๆที่บูธสะพานด้วยละ ...แต่ไม่ได้ซื้อค่ะ ตังค์ไม่พอเพราะซื้อหนังสือนอกแผนไปสามเล่ม orz เหลือติดตัวแค่สองร้อย อดเลย.... //เอานิ้วเขี่ยพื้น

    ได้ข่าวว่าหนังสือลอตแรกหมดแล้ว ดีใจด้วยค่าาา เย้! >w<~
    #85
    0