ณ แดนสรวง [Boy's Love] = จบแล้ว =

ตอนที่ 20 : บทที่ 17 การตัดสินใจของเทพอสูร

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 735
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    23 ก.ย. 56


คุยกันก่อน...

 

มาถึงบทนี้ก็ใกล้ตอนจบเข้าไปทุกทีแล้วคร้าบบบบบบบบ

 

อย่าลืมนะครับ เรื่องนี้กำลังเปิดพรีออร์เดอร์อยู่ >w<

 

Keisei

 

----------------

 

บทที่ 17 การตัดสินใจของเทพอสูร

 

ฟาเบียนกับผู้ติดตามในชุดขาวทั้งสิบตนยืนรอไคซัสอยู่หน้าปราสาทประมุข ดวงตาสีเขียวมรกตสำรวจความเสียหายพลางระบายลมหายใจอย่างหนักอึ้ง แม้จะยังไม่ทราบรายละเอียดของเรื่องทั้งหมด แต่คนส่งข่าวก็แจ้งให้ทราบแล้วว่าเป็นฝีมือของใคร ซึ่งทำให้เขารู้สึกหนักใจอย่างบอกไม่ถูก

 

ว้าว! เล่นเสียเละเทะเลยแฮะ

 

เสียงเล็กที่อุทานขัดจังหวะการถอนใจครั้งที่สองมาจากเด็กหนุ่มชุดแดงที่มา ยืนข้างกายราชาเทพตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่ทราบ ขุนพลเทพอันดับห้าจ้องมองช่องโหว่บนตัวปราสาทอย่างตื่นตาตื่นใจ

 

ไม่นึกเลยน้า ว่าเด็กผู้หญิงตัวเล็ก ๆ จะทำให้ปราสาทเสียหายได้ขนาดนี้

 

เซย์เรียโน่งานเสร็จแล้วรึถึงโผล่มาที่นี่ได้!ฟาเบียนฮึดฮัดไม่พอใจ หวังจะข่มเจ้าเด็กปากไม่สิ้นกลิ่นน้ำนมผู้นี้ก่อนจะพูดหรือทำอะไรแปลก ๆ อีก

 

เสร็จแล้ว อย่างน้อยก็ตามแผนที่วางไว้เซย์เรียโน่อมยิ้มอย่างสนุก ข้าจึงว่างมาดูทางนี้ อ๋อ ข้าเป็นขุนพลเทพตนเดียวที่อยู่บนสวรรค์ นอกนั้นถูกเจ้าส่งไปทำงานที่อื่นหมด ถ้าคิดจะบ่นก็ต้องโทษตัวเองแล้วล่ะ

 

เจ้า!

 

ขอโทษที่ให้รอ

 

ฟาเบียนแทบกระชากตัวเด็กหนุ่มมาลงโทษฐานตีฝีปากกับราชาเทพ แต่ก่อนจะมีการลงไม้ลงมือและการตอบสนองจากว่าที่ผู้ถูกกระทำ ไคซัสกับเซบาสเตียนก็ออกมาถึงพอดี มหาเทพสงครามเหล่มองเซย์เรียโน่แวบหนึ่งแล้วเบือนหน้าไปหามหาเทพจ้าวสวรรค์ เมื่ออีกฝ่ายพูดขึ้น

 

ยังหาตัวต้นเหตุไม่เจอสินะ ข้าเห็นอัลวินวิ่งออกไปเมื่อกี้

 

ที่นี่ไม่เหมาะคุย ตามข้ามา

 

เหล่าผู้ติดตามของฟาเบียนแสดงอาการไม่พอใจทันที หลังไคซัสสวนคำพูดใส่เจ้านายอย่างไร้ความเคารพจนราชาเทพต้องยกมือห้ามปราม ขณะเซย์เรียโน่ผิวปากให้มหาเทพสงครามด้วยความชื่นชมก่อนจะเดินตามต้อย ๆ ออกไปยังตำหนักชั้นนอกที่มีทหารเดินวุ่นวายไปหมด เทพอสูรหนุ่มสั่งให้ผู้ติดตามของฟาเบียนรออยู่ข้างนอก ก่อนจะพาแขกที่เหลือเข้าไปในห้องประชุมเล็กของตึกที่พักทหารฝั่งขวา ซึ่งตอนนี้ถูกปรับให้เป็นห้องทำงานและศูนย์บัญชาการชั่วคราวเรียบร้อยแล้ว

 

เมื่อแขกหาที่นั่งให้ตัวเองเรียบร้อยและเซบาสเตียนถอยไปเฝ้าข้างนอกแล้ว ไคซัสก็เล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นให้ทุกตนฟังอย่างละเอียด โดยยังไม่เปิดเผยว่าใครอยู่ในร่างของนาซิลลาและของที่จะถูกขโมยนั้นเป็นสิ่ง ใด แม้จะรู้ดีว่ามหาเทพจ้าวสวรรค์จะระแคะระคายเรื่องนี้แล้วก็ตาม ฟาเบียนอาจไม่ใช่คนเก่งกาจ แต่ทั้งสวรรค์ก็อยู่ภายใต้อำนาจของเทพตนนี้ อีกอย่างเขาเองก็มีเรื่องที่ต้องสะสางกับอีกฝ่ายด้วย

 

เรื่องทั้งหมดเป็นแบบนี้เองรึราชาเทพลูบคาง สีหน้าครุ่นคิด ไคซัสรู้ทันทีว่าเจ้าตัวกำลังจะพูดอะไรต่อไป แต่มันก็แปลกนะ แค่ถูกจับได้ว่าจะขโมยของก็สู้จนกลายเป็นแบบนี้ ลำพังพลังของเทพจันทราวัยเยาว์ไม่น่าจะทำได้ เจ้าเอาอะไรขึ้นมากันแน่

 

มันเป็นของส่วนตัวของเทพรัตติกาลตนหนึ่ง ซึ่งสำคัญขนาดที่เจ้าตัวยอมเสี่ยงมาเอาคืนไปด้วยตัวเองไคซัสตัดสินใจเปิดไพ่ใบหนึ่งเพื่อดูปฏิกิริยาของอีกฝ่าย ฟาเบียนดูสนใจมากขึ้น แต่ยังสงวนท่าทีอยู่

 

ใครกัน เทพรัตติกาลตนนั้นน่ะ

 

เจ้านึกไม่ออกจริง ๆ หรือ ฟาเบียน์มหาเทพสงครามเอียงศีรษะอย่างสงสัย คิ้วคมจรดเข้าหากันทำให้ใบหน้าที่ดุดันอยู่แล้วดูน่ากลัวยิ่งขึ้นไปอีก

 

ไคซัส หลังจากข้าได้เป็นมหาเทพจ้าวสวรรค์ก็ขับไล่เทพรัตติกาลออกจากสวรรค์ตั้งมาก มาย ข้าไม่รู้หรอกว่าเป็นฝีมือของใครน่ะ อีกอย่างนี่ไม่ใช่เวลามาเล่นเกมด้วย ตำหนักของเจ้าถูกเล่นงานขนาดนี้ ถ้าปล่อยเวลายืดยาวไปออกไป เทพอื่น ๆ อาจจะเดือดร้อนอีกก็ได้นะราชาเทพเริ่มร้อนรน ขณะเซย์เรียโน่ยิ้มบางสื่อความหมายบางอย่างที่รู้เพียงผู้เดียว

 

ไม่ต้องห่วงหรอก ก่อนเจ้าจะมาข้าสั่งให้คนไปแจ้งเหล่าขุนศึกทั้งหลายให้เตรียมพร้อมไว้แล้ว แต่พวกเขาจะยังไม่มารวมตัวจนกว่าจะเห็นสัญญาณอันตรายที่ชัดเจนกว่านี้ไคซัสทำท่าเหมือนทองไม่รู้ร้อน

 

เจ้าเป็นมหาเทพสงครามนะ ไคซัส ข้าเชิญท่านมารับตำแหน่งนี้เพื่อปกป้องสวรรค์นะ!ราชาแห่งฟ้าเริ่มมีอารมณ์ แต่คนถูกตวาดจะสะดุ้งสะเทือนก็หาไม่

 

ข้าก็กำลังทำหน้าที่ของตัวเองอยู่นี่ไง แต่ถ้าไม่มีอันตรายในวงกว้าง ข้าก็ไม่อยากทำอะไรให้เอิกเกริก

 

สุ้มเสียงเนิบช้าราวกับไม่สนใจว่าสวรรค์จะเป็นเช่นไรนั้น สร้างปฏิกิริยาที่แตกต่างกันให้กับแขกของเขา เซย์เรียโน่เบิกตากว้างอย่างตกตะลึงก่อนระเบิดเสียงหัวเราะชอบใจออกมา ส่วนฟาเบียนนั่งตัวชา อ้าปากค้างอย่างตกตะลึง พอตั้งสติได้ก็ลุกไปตบโต๊ะตรงหน้าไคซัสด้วยความโกรธ!

 

เจ้า!เสียงทุ้มเล็ดลอดไรฟันที่ขบกันแน่น “...กล้าพูดมาได้อย่างไรว่าไม่มีอันตรายในวงกว้าง ขนาดร่างทรงของมันทำให้ปราสาทเสียหายขนาดนี้ จะรอให้มันทำลายสวรรค์ส่วนไหนก่อนเรอะถึงจะทำหน้าที่ได้!

 

แล้วมันที่เจ้าพูดถึงคือใครกันล่ะ!ไคซัสลุกขึ้นประจันหน้ากับอีกฝ่ายและคำรามด้วยท่าทางเดียวกัน

 

เฮสเลนไงเล่า!

 

ทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบเกือบจะทันทีที่ขาดเสียงของราชาเทพ นามที่เขาโพล่งออกมานั้นทำให้เซย์เรียโน่หุบปากได้อย่างชะงัด ดวงตาสีแดงฉานที่ไม่เคยฉายสิ่งใดเลยนอกจากความสนุกกับความเย็นชา บัดนี้เบิกกว้างด้วยความตกใจที่ไคซัสซึ่งเหลือบตามาเห็นยังสงสัยว่าเป็นของ จริงหรือการแสดง แต่ท่าทางตกใจเหมือนคนเพิ่งรู้สึกตัวของฟาเบียนเป็นของจริงแน่นอน

 

เจ้ารู้อยู่แล้วจริง ๆ ด้วยไคซัสหันมาไล่เบี้ยราชาเทพก่อน พวกผู้หญิงที่นาซิลลาไปเกิดและได้อยู่ในตำหนักอาจไม่รู้ที่มาที่ไปของ เรื่องนี้ แต่เจ้ามีข้อสันนิษฐานอยู่ในใจแล้วและมันถูกยืนยันด้วยเหตุการณ์ครั้งนี้ ด้วยใช่ไหม...ข้าถามว่าใช่ไหม!

 

ชาวเทพสวรรค์ทั้งสองตนต่างสะดุ้งสุดตัว เมื่อเทพอสูรหนุ่มเขย่าทั้งโต๊ะด้วยท่าทางโกรธจัด ราวกับอยากจะจับมันเขวี้ยงใส่เทพตรงหน้าเต็มแก่ ฟาเบียนหน้าซีดเผือดและหันไปหาความช่วยเหลือจากเซย์เรียโน่ แต่เด็กหนุ่มกลับยกมือพร้อมส่ายหัวเป็นเชิงบอกว่า เรื่องนี้ไม่เกี่ยวข้องกับเขา และไม่มีใครได้ยินเสียงพวกเขาเสียด้วย เพราะทั้งห้องถูกอาบด้วยมนต์กั้นเสียงตั้งแต่ก่อนพวกเขาจะเข้ามาแล้ว

 

ใช่ฟาเบียนยอมรับออกไปในที่สุด แต่ข้าไม่ได้คาดเดาล่วงหน้าหรอกนะ เพิ่งมาคิดได้ตอนที่สิงโตอสูรบุกโจมตีตำหนักของเจ้า เพราะเป้าหมายของมันคือเทพจันทราตนนั้น

 

เจ้าไม่บอกข้าสักคำ เจ้าให้ข้าขวนขวายหาทางปกป้องสวรรค์ตัวเอง!ไคซัสพูดเสียงเหี้ยม ขบฟันด้วยความโกรธจนกรามแทบแตก ผิวกายสีแดงเข้มขึ้นจากแรงอารมณ์นั้น

 

มันเป็นหน้าที่ของเจ้าอยู่แล้วไม่ใช่หรือเพราะเป็นมหาเทพจ้าวสวรรค์หรือไรไม่ทราบ ฟาเบียนจึงพูดแบบนี้ เรมันต์ที่ก่อเหตุซ้ำหลังจากนั้นไม่นานก็ทำให้ข้าไขว่เขวด้วย ข้าเพิ่งจะมั่นใจว่านางเป็นร่างทรงของเฮสเลนในวันนี้เอง เพราะข้ารู้สึกถึงพลังของเขา

 

แต่เจ้ารู้ไหมว่าการที่เจ้าไม่เตือนข้าล่วงหน้า ทำให้ข้าเอาของขึ้นมาสังเวยมันถึงที่ แบบนี้มิอันตรายกว่าหรือ!มหาเทพสงครามสวนกลับอย่างเผ็ดร้อน เพราะเขาเคยให้ฟาเบียนดูหน้านาซิลลา เพื่อดูปฏิกิริยาและกระตุ้นเตือนให้รู้ว่าเขาระแคะระคายสงสัยเรื่องของเด็ก สาวผู้นั้น แต่เจ้าเด็กหลงอำนาจหัวทองนี้กลับปิดเงียบไม่บอกกันสักคำเดียว เพราะอย่างนี้แหละเขาถึงได้ไม่ชอบราชาแห่งฟ้าตนนี้นัก เจ้ารู้ตัวไว้เถอะ ทุกอย่างวุ่นวายก็เพราะความอมพะนำของเจ้านั่นแหละ!

 

เจ้าไม่มีสิทธิ์มาว่าโทษข้าแต่เพียงผู้เดียวนะ เจ้าสาบานกับข้าแล้วว่าจะปกป้องสวรรค์ให้ได้ เจ้ามีคนที่เชื่อมโยงไปถึงอันตรายใหญ่หลวงตั้งมากมาย แต่กลับไม่ใช่ประโยชน์เสียนี่ เทพที่เจ้าหวงหนักหนานั่นยอมพูดหรือยังล่ะ ว่าเป็นใครน่ะ!

 

วาจาที่พรั่งพรูออกมาเปรียบได้กับสายฟ้าฟาดกลางหัวใจไคซัส เทพอสูรตัวชาวาบและยืนแข็งทื่อจ้องหน้ามหาเทพสวรรค์นิ่ง แม้แต่เซย์เรียโน่ยังอึ้งกับสิ่งที่ได้ยิน ก่อนกุมขมุบพลางนึกด่าทอฟาเบียนอยู่ในใจ ตอนนี้อะไรจะเกิดก็ให้มันเกิด!

 

โฮ่! ดูเหมือนเจ้าจะเตรียมการพร้อมเหมือนกันนี่นา ฟาเบียนสุ้มเสียงทุ้มต่ำเย็นเยียบสะกิดให้ฟาเบียนรู้ตัวว่าพูดอะไรออกไปอีกหน ราชาแห่งฟ้ามองหน้ามหาเทพสงครามแล้วต้องสะดุ้งเมื่อเห็นเกล็ดประกายสีขาววิ บวับในแก้วตาสีส้มซึ่งจะปรากฏในเวลาที่เจ้าตัวโกรธสุดขีด

 

เจ้ารู้อยู่แล้ว...ไคซัสแค่นยิ้ม ไม่รู้จะขำ...สมเพชตัวเอง หรือทั้งสองอย่างดี นั่นสินะ เจ้าควรจะรู้อยู่แล้ว เพราะเจ้าเป็นคนอนุมัติเลื่อนขั้นให้ฮาธอส ถึงเจ้าจะปกปิดตัวตนได้ แต่ไม่มีทางปิดซ่อนอดีตจากเจ้าได้ เจ้ารู้เรื่องพลังมืดแปลก ๆ ที่ซ่อนอยู่ในสวรรค์ด้วยแล้วใช่ไหม

 

ข้าเพิ่งรู้เรื่องนี้ในวันที่ท่านตรวจสอบเขตแดน แต่...

 

มหาเทพสงครามยกมือห้ามแล้วพยักหน้าน้อย ๆ แต่เรื่องอื่นเจ้ารู้มานานแล้ว...เจ้าหลอกใช้ข้า...

 

ไม่ใช่! เพราะข้าเห็นว่าเจ้าเป็นคนเดียวทีรับมือกับเรื่องนี้ได้ต่างหาก เฮสเลนจัดการกับขุนศึกในกองทัพสวรรค์ไปหลายตน พวกเรากำลังอยู่ในภาวะเสี่ยงเกิดสงครามได้เสมอ ข้าไม่อาจเสี่ยงเสียใครไปได้อีกผู้ปกครองสวรรค์ตั้งใจจะอธิบาย แต่ยิ่งพูดเท่าไหร่ ความหมายของคำพูดยิ่งสื่อถึงการหลอกใช้มากขึ้นเท่านั้น ขุนพลเทพส่ายศีรษะอย่างเวทนาสุด ๆ ไคซัส...

 

ไม่ต้องห่วง ข้าจะทำตามที่สาบานกับเจ้าไว้ ปกป้องสวรรค์...เทพอสูรหนุ่มตวัดตามองอีกฝ่ายอย่างเฉียบขาดก่อนประกาศิต แต่ด้วยวิธีการของข้า ไม่ว่าข้าจะทำอะไรก็จะไม่มีใครขัดขวาง หรือซ้อนแผนอะไรอีก เจ้าเข้าใจความหมายที่ข้าพูดใช่ไหม ฟาเบียน

 

เจ้าพูดแบบนี้ก็เพราะต้องการปกป้องเทพที่ชื่อฮาธอสนั่นใช่ไหม!ฟาเบียนทำหน้าไม่เข้าใจเอาเสียเลย เจ้าเป็นอะไรไปแล้ว เทพตนนั้นเป็นน้องชายของเฮสเลนนะ ที่ผ่านมาไม่เคยแสดงตัวตนชัดเจน ไม่รู้ว่าคิดอะไรอยู่ในใจบ้าง เจ้าแค่หาข้อมูลจากเขาแล้วเขี่ยทิ้งไป...!

 

วาจาของมหาเทพจ้าวสวรรค์มีอันต้องขาดหายไปในเสี้ยววินาทีที่ไคซัสปลดปล่อย จิตสังหารออกมา! บรรยากาศของห้องเย็นยะเยือกและเต็มไปด้วยแรงกดดันมหาศาล ความกระหายการฆ่าฟันที่แฝงอยู่ในจิตนั้นรุนแรงขนาดเซย์เรียโน่ซึ่งไม่เคย กลัวใครยังถอยหนีอย่างลืมเลยทีเดียว

 

เขี่ยทิ้ง?” ปลายเสียงของไคซัสตวัดขึ้นสูงส่อแววอันตราย ตราบใดที่ความคิดของเจ้ายังเป็นแบบนี้ ถึงข้าจะอธิบายความตั้งใจของเด็กคนนั้นไปก็เปล่าประโยชน์ ฉะนั้นข้าจะพูดแบบนี้แทน ถ้าขัดขวางข้าก็เท่ากับเป็นศัตรูกับเผ่าอสูร ตอนนี้ข้าอาจเป็นมหาเทพสงครามที่มีหน้าที่ปกป้องสวรรค์ แต่เจ้าคงไม่ลืมว่าข้าเป็นราชาอสูรมาก่อนและยังเป็นอยู่จนกว่าไคมีร่าจะนั่ง บัลลังก์อย่างเป็นทางการด้วย ถ้าคิดว่าคราวนี้ข้าจะยอมให้อีกก็ลองดู

 

มหาเทพจ้าวสวรรค์ยืนกำหมัดแน่น เนื้อตัวสั่นเทิ้มด้วยความโกรธ อย่างไรเสียฟาเบียนก็เป็นมหาเทพจ้าวสวรรค์ที่รักในศักดิ์ศรีและความสูงส่ง ของชาวเทพอย่างยิ่ง เมื่อถูกเทพอสูรที่มีฐานะต่ำกว่าข่มขู่ด้วยท่าทางของราชาที่งามสง่ากว่าเขา จึงรู้สึกเสียศักดิ์ศรี แต่เรื่องของการเมืองก็ซับซ้อนและประมาทไม่ได้ ยิ่งกว่านั้นเขายังต้องการกำลังของไคซัสอยู่จึงไม่มีทางเลือกอื่น ทว่าพอจะออกปากขานรับ เสียงกลับไม่ยอมหลุดจากคอ

 

ขอโทษทีนะเสียงเล็กดึงความสนใจของผู้ใหญ่ทั้งสองตนไปยังเด็กหนุ่มอีกตน เซย์เรียโน่ยกมือเสมอบ่าเป็นเชิงขออนุญาต ข้าไม่ได้ตั้งใจจะขัดหรอกนะ แต่บังเอิญนึกขึ้นมาได้ มหาเทพไคซัสทราบได้อย่างไรว่านาซิลลาเป็นร่างทรงเทพรัตติกาล

 

จากบันทึกปกดำ

 

แล้วตอนนี้มันอยู่ที่ไหน ห้องทำงานของท่านถูกระเบิดจนเสียหาย มันคงไม่ได้เสียหายไปด้วยหรอกนะน้ำเสียงของเซย์เรียโน่มีรอยกังวลเล็กน้อย เพราะบันทึกนั้นเป็นของตกทอดมาจากขุนพลเทพอันดับห้ารุ่นก่อน ถ้าเสียหายก็จะข้อมูลสำคัญบางอย่างที่ไม่มีบันทึกในเล่มอื่นจะหายไปทันที

 

ไม่ มันอยู่ในกล่องที่ได้รับการผนึกเวทป้องกันอย่างดี แต่ข้าเอา...

 

ไม่ว่าไคซัสตั้งใจจะพูดอะไรต่อไป เสียงของเขาก็ขาดหายไปในห้วงแห่งความตกใจ ร่างสูงหมุนกายไปทางปราสาทประมุขแล้วหายตัวไปพร้อมจิตสังหาร ทิ้งให้ฟาเบียนยืนงงอยู่ที่เดิมก่อนจะร้องโอ๊ยดังลั่นเมื่อขุนพลเทพอันดับ ห้าวิ่งมาเตะหน้าแข้งอย่างแรง!

 

เจ้าบ้าเอ๊ย! เจ้าเป็นมหาเทพจ้าวสวรรค์ที่งี่เง่าที่สุดเลย! พูดไม่รู้จักคิด ดีเท่าไหร่ที่เขาไม่ละทิ้งหน้าที่น่ะ!เด็กหนุ่มโวยวายดังกึกก้องแล้วเสริมก่อนคำโต้เถียงจะหลุดจากปากฟาเบียน อย่านะ! อย่าโทษไคซัสฝ่ายเดียว เขาแค่ทำหน้าที่ของเขา ไอ้คนที่เอาแต่อมพะนำเพื่อหลอกใช้ความสามารถของเขาก็คือ เจ้าถ้าเจ้าอยากได้กำลังของไคซัสมาปกป้องสวรรค์ก็หัดทิ้งศักดิ์ศรีบ้าคอคอแตกซะ แล้วก้มหัวขอร้องเขาเสียบ้าง!

 

เซย์เรียโน่!ฟาเบียนเอ่ยอย่างไม่พอใจทันที ขุนพลเทพอันดับห้ารู้อยู่แล้วว่าต้องเป็นแบบนี้ เพราะราชาเทพถูกเลี้ยงดูมาเพื่อเป็นกษัตริย์ผู้ทำทุกอย่างเพื่อผลประโยชน์ ของสวรรค์ เพื่อสัญลักษณ์ความสูงส่งของชาวเทพ ถึงที่ผ่านมาจะคอยช่วยเหลือไคซัสเพียงใด สุดท้ายก็ไม่มีวันก้มหัวให้กับเทพอสูรต่ำชั้นกว่าเด็ดขาด อย่างนี้แหละ เขาถึงได้เกลียดนัก

 

พอกันที เจ้ากลับไปนั่งบัลลังก์เป็นตุ๊กตาอย่างเดิมเถอะ ไม่ต้องทำอะไรอีกแล้ว ต่อจากนี้พวกข้าจะจัดการกันเองเซย์เรียโน่โบกมือไล่อย่างสุดจะทนขณะเดินไปที่ประตู

 

แต่เจ้ายังมี งานอื่นที่ต้องทำไม่ใช่หรือราชาเทพหันตามมาแย้ง

 

เวลานี้เจ้ายังจะห่วงเรื่องนั้นอีกเรอะ!ขุนพลเทพอันดับห้าเบือนหน้ามาตวาดใส่ แต่พอเห็นสีหน้าว่าไม่เข้าใจว่าตนทำอะไรผิดไปของอีกฝ่าย เขาก็พ่นลมเฮือกสั้น ๆ ช่างมัน! เจ้ามันเกินเยียวยาแล้วนี่นะ ไม่ต้องห่วง ไอ้คนที่เจ้าอยากกำจัด มันต้องหายไปจากโลกนี้แน่ แต่จำไว้เถอะ ว่าเจ้าคือคนที่ทำให้ทุกอย่างวุ่นวายและเรื่องนี้จะใหญ่กว่าที่เจ้าคิด!

 

พูดจบเทพหนุ่มก็ออกจากห้องไปทิ้งท้ายไว้เพียงเสียงปิดประตูอย่างแรง

 

-------------------

 

ทางด้านฮาธอสนั้น หลังจากพวกไคซัสออกไปแล้ว เทพหนุ่มก็กลับมานั่งที่เดิมและจ้องมองบันทึกปกดำกับกล่องใส่ชิ้นส่วนของเฮ สเลนนิ่ง คำถามากมายประดังประเดเข้ามาอย่างไม่ขาดสาย พี่ชายของเขาทำลายผนึกจากภายในตั้งแต่ตอนไหน มือข้างนี้หลุดจากร่างกายเจ้าตัวได้อย่างไร ใช้วิธีไหนจึงเล็ดลอดจากสวรรค์ไปลอบสังหารมหาเทพสงครามถึงวังอสูรได้ สำคัญที่สุดคือ เฮสเลนสามารถเข้าทรงนาซิลลาโดยสมบูรณ์ได้อย่างไร

 

ดวงตาสีน้ำเงินเหลือบมองสมุดสีดำที่วางอยู่ข้างกล่องมือของพี่ชาย ถ้าหากว่าสิ่งที่ไคซัสคิดสามารถยืนยันได้ด้วยข้อมูลที่อยู่ในบันทึกเล่มนั้น ไม่แน่ว่ามันอาจจะมีคำตอบให้เขาก็ได้ อย่างน้อยก็เรื่องของนาซิลลา แน่นอนเขารู้ว่าการแอบดูบันทึกปกดำเป็นเรื่องต้องห้ามและมีโทษถึงขั้นประหาร แต่มาถึงจุดนี้แล้วเขาก็อยากเข้าใจทุกอย่างให้กระจ่างชัด เผื่อว่าจะสามารถหาทางช่วยเหลือเด็กสาวผู้นั้นกลับมาได้

 

หลังรวบรวมความกล้าเรียบร้อยแล้ว ฮาธอสก็หยิบบันทึกปกดำเล่มนั้นมาไว้บนตัก จากนั้นจึงวางมือลงบนหน้าปกโดยไม่เกิดปฏิกิริยาตอบสนองใด ๆ บางทีไคซัสอาจจะลืมปิดผนึกมันไว้...หรือไม่ก็จงใจทิ้งไว้แบบนี้ แต่ไม่ว่ามันจะเป็นแบบนี้ด้วยเหตุผลใด ชายหนุ่มก็วางมือลงบนหน้าปกและอธิษฐานด้วยอำนาจของตน

 

ครู่ต่อมาบันทึกต้องห้ามแห่งสวรรค์ก็เปิดออกและนำพาเทพคนสวนสู่เรื่องราวที่เขาอยากจะรู้ที่สุด!

 

--------------

 

ในที่สุดไคซัสก็กลับมาอีกครั้ง ร่างสุงใหญ่ปรากฏตัวราวกับก้าวออกมาจากความว่างเปล่าตรงหน้าประตู เขาถึงกับชะงักงันเมื่อเห็นฮาธอสกำลังนั่งดูภาพสามมิติที่ถูกฉายจากบันทึกปก ดำบนตักเจ้าตัว และมันยังเป็นเรื่องที่เทพอสูรหนุ่มไม่อยากให้อีกฝ่ายเห็นมากที่สุดอีกด้วย

 

ปิดซะ!

 

คำประกาศิตที่โพล่งออกไปอย่างแข็งกร้าว ทำให้ชายหนุ่มผมสีทองสะดุ้งโหยงพร้อมบันทึกปกดำที่ปิดตัวเองดังฉับ ฮาธอสหันมามองด้วยสีหน้าตกใจสุดขีด ดวงตาที่เบิ่งกว้างด้วยความตื่นตระหนกนั้นบ่งชัดว่าเขารับรู้เรื่องที่ไม่ ควรรู้เข้าแล้ว

 

บ้าชะมัด!ไคซัสเดินเข้าไปหยิบหนังสือสีดำเล่มนั้นกลับและทำให้มันปิดผนึกอย่างแน่นหนา อีกครั้ง ทำไมถึงทำอะไรบ้า ๆ อย่างนี้ ฮาธอส เจ้ารู้ไม่ใช่หรือว่าการดูบันทึกปกดำเท่ากับมีโทษตายน่ะ!

 

แต่...ข้าอยากรู้เรื่องให้มากกว่านี้น้ำเสียงของฮาธอสสั่นพร่า สีหน้ากับท่าทางไม่ดีเอาเสียเลย เทพอสูรหนุ่มทรุดตัวลงมาดูใกล้ ๆ ก็รู้ชัดทันทีว่าสิ่งที่บันทึกไว้ช็อกอารมณ์เจ้าตัวมากทีเดียว เทียบกับเหตุการณ์เมื่อพันปีก่อนแล้ว ข้าแทบไม่รู้อะไรเลยนะขอรับ ในฐานะที่ข้าเป็นผู้เกี่ยวข้องมาแต่ต้น ข้ามีสิทธิ์ที่รู้...

 

ถ้าอย่างนั้นเจ้าควรจะรอข้ากลับมาก่อน การอ่านบันทึกปกดำเอาเองแบบนี้เท่ากับฆ่าตัวตายชัด ๆ!ไคซัสตำหนิแล้วนิ่งไปหลังเห็นท่าทางปวดร้าวของอีกฝ่าย เขาจึงจับมือเทพคนสวนไว้ เพราะเข้าใจดีกว่าสิ่งที่เพิ่งรับรู้นั้นโหดร้ายเพียงใดสำหรับเขา ถ้าเจ้าถามข้า ข้าก็จะเล่า

 

แต่เทพคนสวนส่ายศีรษะแรงสองสามครั้ง มหาเทพไคซัสคอยกันข้าออกจากเรื่องนี้ ท่านไม่ยอมเล่าให้ข้าฟังทั้งหมดแน่สีหน้าของเขาเต็มไปด้วยความเจ็บปวดที่เอ่อล้นขึ้นมาจนควบคุมตัวเองไว้ไม่ได้ ข้ามันโง่เอง ทั้งที่นาซิลลาอยู่กับข้ามานาน รู้มาตลอดว่านางถูกคุกคามจากความมืด แต่กลับไม่เคยเฉลียวใจเลยว่า ร่างทรงเทพรัตติกาลคิดแต่ว่านางสื่อสารกับความมืดในฐานะเทพจันทราและมีคนพยายามจะครอบงำนาง...

 

นางถูกครอบงำจริง ๆ นะ ฮาธอส เรื่องนี้เป็นฝีมือของเฮสเลนทั้งหมด นาซิลลาเป็นแค่เหยื่อเท่านั้นมหาเทพสงครามดึงดันจับมือฮาธอสไว้อีกที ที่เป็นสิ่งเดียวที่เขาสามารถทำได้ในเวลานี้

 

มหาเทพไคซัส ในบันทึกปกดำเขียนไว้ว่าในวันเดียวกับที่นาซิลลาอุบัตินั้น ทหารประจำประตูเหนือยืนยันว่าจับสัมผัสอำนาจมืดเข้มข้นที่ทำให้หนาวสันหลัง ได้จากแดนร้าง แต่มันปรากฏขึ้นเพียงแวบเดียว ก่อนจะมีคนเห็นลูกไฟสีเงินพุ่งไปทางทิศตะวันตก

 

เทพคนสวนยอมสบสายตากับมหาเทพสงครามจนได้ ใบหน้าของเขามีแต่ความสิ้นหวังและเสียใจขนาดไคซัสอย่างตระหนก ฮาธอสเอามือกุมอกเสื้อเหนือหัวใจของตนด้วยความปวดร้าว

 

นั่นคือพลังหรือไม่ก็จิตวิญญาณของท่านพี่อย่างแน่นอน ข้ารู้เพราะหัวใจของข้าเต้นแรงเหมือนตอนเห็นกล่องใส่มือของท่านพี่ ดูเหมือนข้ากับเขาจะยังมีเยื่อใยกันอยู่จึงบอกให้รู้ด้วยวิธีนี้ เพราะอย่างนั้นข้ามั่นใจ ท่านพี่ต้องเลือกนาซิลลาไว้แต่แรกแล้ว หากโชคร้ายนางอาจจะเป็น ร่างแยกของเขาด้วยเทพหนุ่มซบหน้ากับสองมือ ท่านพี่พยายามครอบงำนาซิลลามานานแล้ว แต่ยังทำไม่ได้เพราะมีนาซิลลาใช้ข้าเป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจ แต่แล้วข้ากลับทำให้นางเป็นทุกข์จนตกหลุมพลางของท่านพี่ไปจนได้ เป็นเพราะข้าเอง...เพราะข้าเอง...

 

สิ่งที่ฮาธอสพูดออกมานั้นตรงกับความคิดของไคซัสจนน่ากลัว แต่เขาตัดสินใจเก็บไว้จนกว่าจะได้ตัวนาซิลลามาพิสูจน์ความจริง และตั้งใจรอจนกว่าจะถึงเวลานั้นจึงค่อยบอกกับฮาธอส แต่เพราะความรีบร้อนประอบกับความสะเพร่าของตนเองที่ลืมบันทึกปกดำไว้จนกลาย เป็นแบบนี้ ทว่าสิ่งที่ทำให้เขาโกรธที่สุดนั้นกลับเป็นวาจาในช่วงท้าย ๆ นั่นมากกว่า มันเหมือนกับว่าเขาเป็นคนบีบให้ฮาธอสต้องปฏิเสธนาซิลลาเช่นนั้น

 

ระยำเอ๊ย!

 

ทุกสรรพสิ่งที่อยู่ในห้องนั้น ไม่เว้นแม้แต่ฮาธอสล้วนสะท้านไหนเพราะเสียงสบถอันดังกึกก้องนั้น เทพคนสวนหลับตาแน่นเมื่อไคซัสลุกขึ้นด้วยท่าทางมาดร้าย เสียงทำลายข้าวของดังโครมครามสอดแทรกด้วยคำสบถหยาบคายนับไม่ถ้วน พวกองครักษ์เข้ามาดูด้วยความตกใจ ทว่าไม่ทีใครกล้าเข้าไปห้าม

 

แต่ท่ามกลางกระแสความกราดเกรี้ยวที่ปะทุออกมาเหมือนภูเขาไฟระเบิด ฮาธอสกลับสัมผัสความเศร้าที่ฝังแน่นอย่างไม่อาจลบเลือน ท่าทางของเจ้าตัวก็เหมือนเสือที่อาละวาดด้วยความปวดร้าวสุดจะทน มหาเทพสงครามผู้ทระนงเป็นแบบนี้เพราะคำพูดของเขารึ?

 

มหาเทพไคซัสฮาธอสร้องเรียกด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล หวังหยุดอีกฝ่ายไว้ก่อนและก็ได้ผลเสียด้วย

 

มหาเทพสงครามยืนนิ่งอยู่ชั่วอึดใจ ก่อนยกมือขึ้นโบกไล่พวกองครักษ์ออกไปให้หมด เมื่อประตูหับกับวงกบแล้วจึงค่อยหันกลับมาเผชิญหน้ากับฮาธอส ชายหนุ่มถึงกับอึ้งหลังเห็นแววเจ็บล้ำลึกในดวงตาสีส้มคู่นั้น

 

เจ้าเสียใจที่เลือกข้าหรือน้ำเสียงทุ้มต่ำสั่นพร่าอย่างควบคุมไม่ได้

 

มะ...ไม่ใช่นะขอรับ อย่าเพิ่งเข้าใจผิดฮาธอสรีบลุกไปหาไคซัสโดยไม่สนใจเลยว่าจะเหยียบโดนอะไรบ้าง ข้าไม่เคยเสียใจที่มีความรู้สึกดี ๆ กับท่าน ท่านเองก็ดีต่อข้าอย่างมากมาย แต่ข้าเสียใจที่ช่วยเหลือนาซิลลาไม่ได้ต่างหาก ดังนั้นข้าขอร้องท่านล่ะขอรับ อย่าเสียใจเพราะข้าอีกเลย

 

เทพคนสวนจับมือมหาเทพสงครามมาวางบนอก น้ำตาหยดหนึ่งร่วงหล่นลงบนแขนข้างหนึ่ง มีเทพที่ต้องเจ็บปวดจากการกระทำของเขามามากเกินไปแล้ว ชายหนุ่มจึงไม่ปรารถนาให้ไคซัสต้องเป็นเช่นนั้นอีกคน

 

ถ้าอย่างนั้น...หากข้าสั่งให้เจ้าลืมเรื่องนี้เสีย เพื่อตัวของเจ้าเอง เจ้าจะทำไหม

 

ร่างสูงโปร่งนิ่งไปเล็กน้อย ไม่ขอรับฮาธอสปฏิเสธอย่างชัดถ้อยชัดคำ ในเมื่อเขามีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้มาตั้งแต่แรกก็สมควรจะรับผิดชอบต่อ ไปจนจบ ให้ข้าช่วยเถิดขอรับ ข้าจะเป็นกำลังให้ท่านในการกำจัด....เฮสเลน!คำสุดท้ายนั้นเค้นออกมาด้วยกำลังใจทั้งหมด

 

ความเงียบลอยอ้อยอิ่งระหว่างเทพหนุ่มทั้งสองตน ดวงตาต่างสีสันจ้องมองกันและกันประหนึ่งต้องการยืนยันความคิดของตนที่ค้าน กับอีกฝ่ายอย่างไม่ต้องสงสัย แต่ในที่สุดไคซัสก็เป็นฝ่ายละสายตาไปก่อน เขาถอนใจเฮือกใหญ่อย่างไม่รู้จะทำอย่างไรกับเทพผู้นี้ดี

 

เจ้านี่นะ เมื่อเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับส่วนรวม เจ้าจะทุ่มเทโดยไม่คิดหน้าคิดหลังเลยเทพอสูรหนุ่มเลื่อนสองมือขึ้นมาประคองแก้มนิ่มไว้ในอุ้งมือ ฮาธอส เรื่องนี้อันตรายมากเลยนะ ตัวเจ้าเองก็ยังไม่หายดีด้วย ถือว่าทำเพื่อข้าได้ไหม

 

เอ๊ะฮาธอสร้องอย่างประหลาดใจ

 

ข้าอยากให้เจ้าคิดถึงความรู้สึกของข้า หัวใจของข้าแทบแตกสลายทุกครั้งที่เห็นเจ้าได้รับบาดเจ็บ ยิ่งเห็นเจ้าเป็นทุกข์ก็ยิ่งทรมานใจใบหน้าคร้ามเข้มโน้มลงมาจรดหน้าผากชายที่รักอย่างเว้าวอน สองแขนตระกองกอดร่างบางกว่าอย่างเบามือ ถือว่าทำเพื่อข้าเถอะนะ ให้ข้าได้ปกป้อง หัวใจของข้าเถอะ ข้าคงทนไม่ได้หากว่าเจ้าเป็นอะไรไป

 

คำขอร้องที่เต็มไปด้วยความปรารถนาแรงกล้านั้นสร้างความหวั่นไหวให้กับฮาธอส ไม่น้อย แต่พร้อมกันนั้นมันก็ทำให้เขาฉุกขึ้นขึ้นมาได้ ตั้งแต่เกิดเรื่องมาเขาก็เอาแต่คิดถึงเรื่องของเฮสเลนกับนาซิลลาและสวรรค์ เพียงอย่างเดียวจนลืมนึกความรู้สึกของมหาเทพสงครามไปเสียสนิท

 

ทว่าเขาจะทำเรื่องเห็นแก่ตัวแบบนั้นได้อย่างไร ให้ที่เขารักคอยปกป้องในขณะที่ตัวเองนั่งรอเฉย ๆ เป็นสิ่งที่เขาไม่ชอบที่สุด อีกอย่างถ้าเป็นการทำเพื่ออีกฝ่ายจริง ๆ ล่ะก็...เขาควรช่วยถึงจะถูกต้อง

 

มหาเทพไคซัสคงทราบแล้วว่าข้าทำไม่ได้...ฮาธอสหลุบตาต่ำ ตัดสินใจเจรจาอีกครั้ง เพราะเขายังเหลือไพ่ตายใบสำคัญอยู่ ข้าเป็นคนเดียวที่รู้ที่ซ่อนร่างของท่านพี่ ข้าจะเป็นคนนำทางท่านไปเอง และจะคอยเป็นโล่ให้ท่านด้วย นี่ต่างหากที่เป็นการทำเพื่อท่านจริง ๆ

 

ไคซัสฟังที่อีกฝ่ายพูดมาแล้วก็รู้สึกสิ้นหวังอย่างบอกไม่ถูก แต่ก็เข้าใจความคิดของเจ้าตัวจนถึงแก่น บุรุษผู้นี้มีจิตใจที่อ่อนโยนและงดงามจนเกินไป เคยชินกับการทำเพื่อคนอื่นจนลืมวิธีเห็นแก่ตัวไปเสียแล้ว ความสูงส่งของจิตใจนั้นทำให้เขารู้สึกว่าปกปกป้องอีกฝ่ายไว้ด้วยความรู้สึก ส่วนตัวเป็นสิ่งผิด ทว่า...มหาเทพสงครามก็ตัดสินใจแล้ว

 

ขอบใจสำหรับความหวังดีนะ เจ้าเป็นเทพที่ดีที่สุดเท่าที่ข้าเคยพบมาหลังกล่าวด้วยสีหน้าอับจน ไคซัสก็จูบริมฝีปากของฮาธอสอย่างดูดดื่ม

 

ทว่านี่ไม่ใช่จูบธรรมดา ชั่วขณะที่ฮาธอสหลงเคลิ้มกับสัมผัสหวานแต่เร่าร้อนนั้น ชายหนุ่มก็รู้สึกถึงความเย็นที่ไหลลื่นลงคอมาอย่างไม่ทันตั้งตัว เขารีบบิดหน้าออกในทันทีนั้น แต่มือที่ใหญ่และแกร่งเหมือนกรงเล็บของอีกฝ่ายกลับจับศีรษะเขาไว้แน่น แล้วประคองหลังคอขึ้นรับพลังนั้นให้ถนัด ร่างกายที่หนักอึ้งอยู่แล้วหมายวับไปในพริบตา สติถูกฉุดคร่าสู่ห้วงนิทราโดยไม่มีโอกาสแม้แต่จะขัดขืน

 

แต่ก่อนสติจะดับวูบไปนั้น ฮาธอสเห็นความทรงจำวิ่งผ่านไปเหมือนวีดีโอที่ถูกถอยหลังด้วยความรวดเร็ว ชายหนุ่มรู้แล้วว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ทำไมล่ะ...ทั้งที่เขาอยากจะช่วยแท้ ๆ

 

...ทำไมถึงกับกับข้าเยี่ยงนี้...

 

ไคซัสผละออกมาหลังจากนั้นไม่นานนัก ซึ่งฮาธอสหลับใหลด้วยพลังของเขาเรียบร้อยแล้ว มือใหญ่ไล้แก้มบางของชายที่รักอย่างเบามือ อีกฝ่ายคงไม่รู้เลยว่าในยามหลับดูน่าถนอมขนาดไหน ราวกับตุ๊กตากระเบื้องที่พร้อมแตกหักหากจับต้องอย่างไม่ระวัง มหาเทพสงครามจึงทำแบบนี้เพื่อปกป้องเจ้าตัวไว้ก่อนจะทำให้ตัวเองแหลกสลาย เพื่อผู้อื่นที่ไม่เห็นค่าของเขาเลย

 

ขอโทษนะเทพอสูรหนุ่มวางศีรษะกับบ่าของคนที่กำลังหลับ เมื่อเจ้าตื่นมาคงจะโกรธที่ข้าทำแบบนี้ แต่ข้าทำไปก็เพื่อปกป้องเจ้า ต่อจากนี้ไปข้าจะทำหน้าที่แทนเจ้าทุกอย่าง เพราะนั่นเป็นสิ่งที่ถูกวางแผนไว้แต่แรก ส่วนเจ้าจงรออยู่ที่นี่...รอจนกว่าข้าจะกลับมานะ...

 

มหาเทพสงครามไม่รู้หรอกว่าเสียงของตนจะส่งถึงฮาธอสหรือไม่ เขาจูบแก้มบางเป็นครั้งสุดท้าย...แทนคำอำลาโดยไม่ต้องเอื้อนเอ่ย ร่างของเทพคนสวนเรืองแสงสีแดงวูบหนึ่ง เพื่อยืนยันว่าพลังเทพอสูรที่อยู่ในตัวเทพคนสวนยังสำแดงฤทธิ์เต็มที่ และหลังจากกางเขตอาคมด้วยมนต์ป้องกันที่แข็งแกร่งที่สุดของเขาแล้ว ไคซัสก็หยิบหนังสือปกดำแล้วออกไปพบกับเซย์เรียโน่ที่ยืนรออยู่กับพวก องครักษ์ เด็กหนุ่มมองเขาด้วยสายตาอ่านไม่ออก ไม่รู้เหมือนกันว่าได้ยินอะไรบาง ทว่ารอบนี้ขุนพลเทพอันดับห้าก็มีมารยาทพอที่จะไม่กล่าวถึง

 

ของเจ้าไคซัสยัดหนังสือสำคัญคืนเจ้าของ ฟาเบียนล่ะ

 

กลับไปเมื่อครู่นี้เอง ต่อจากนี้พวกเราต้องจัดการกันเองทั้งหมด เขาจะไม่ยุ่งด้วยเซย์เรียโน่ทำหน้าเป็นการเป็นงานให้เห็นครั้งแรกนับตั้งแต่รู้จักกันมา เมื่อเป็นเรื่องของหน้าที่เจ้าเด็กนี่ก็ทำดี ๆ ได้เหมือนกันนี่นา

 

ดี! ข้าจะได้ไม่ต้องพะวงอะไรอีกไคซัสวางมือบนชุดที่สวมแล้วเปลี่ยนเป็นชุดเกราะด้วยเวทมนต์ สร้อยร้อยหอกอัลเจอร์ที่ย่อขนาดไหวปรากฏสวมคอเขาในพริบตา มันส่องประกายวาววับราวกับจะบอกว่าพร้อมสำหรับการต่อสู้แล้ว พวกงอครักษ์รีบตั้งแถวเตรียมพร้อมถูกใช้งาน

 

เซบาสเตียนไปบอกให้ทหารข้างนอกคุ้มกันตำหนักให้แน่นหนาขึ้นและให้คนไปบอก ให้อัลวินกับทหารที่ออกไปตามหานาซิลลาไปรอข้าที่ประตูฝั่งเหนือไคซัสออกคำสั่งอย่างเฉียบขาด เซบาสเตียนรับคำและวิ่งไปทันที ขณะมหาเทพจ้าวตำหนักหันไปหาแขกของตน ส่วนเซย์เรียโน่ช่วยไปที่กองบัญชาการกองทัพสวรรค์ บอกให้เสนาธิการอิวส์ที่เตรียมอยู่ที่นั่นคุมทหารหนึ่งกองพันไปคุ้มกันเสา เขตแดนที่ถูกทำลายโดยด่วน ให้เสนาธิการรอสคุมกองทัพสวรรค์อีกหนึ่งกองพันไปรักษาทวารดิน หากเกิดอะไรขึ้นให้รีบมารายงานและจัดการตามสมควรไปก่อน แต่ถ้าร้ายแรงให้ขุนพลเทพเป็นผู้บัญชาการ ส่วนที่เหลือให้เตรียมพร้อมรับเหตุฉุกเฉิน แจ้งให้จ้าวตำหนักกับวิมานสำคัญได้ทราบเรื่องนี้ด้วย

 

เฮ้ย ๆ ไม่มากไปหน่อยเรอะเซย์เรียโน่วิ่งตามเทพอสูรที่ออกเดินไป

 

ไม่หรอก อีกฝ่ายเป็นศัตรูเก่าที่เคยมีเป้าหมายจะทำลายสวรรค์ เราไม่รู้ว่าช่วงที่มันหายตัวไปทำอะไรไว้บ้าง รอบคอบไว้ก่อนจะดีที่สุดมหาเทพสงครามแจงไปตามความจริง และถ้าเจ้าดึงขุนพลเทพว่าง ๆ มาช่วยเรื่องนี้ได้จะดีมาก เพราะถ้าเขตแดนถูกทำลายอีกก็มีแต่พวกเจ้าที่อุดได้

 

แล้วท่านจะไปไหน รู้แล้วหรือว่า เป้าหมายอยู่ที่ไหนน่ะเซย์เรียโน่ตะโกนถามก่อนมหาเทพสงครามจะก้าวลงบันไดพอดี ร่างสูงใหญ่ยืนนิ่งเหมือนปราการที่ไม่มีวันสะทกสะท้าน ชักไม่มั่นใจแล้วว่าเจ้าตัวจะตอบไหม

 

รู้แล้วและข้ากำลังจะไปที่นั่น ถ้าเจ้าอยู่ถึงตอนฮาธอสตื่นขึ้นมาช่วยบอกเขาด้วยว่า ข้าจะพานาซิลากลับมาให้ได้และ...ฝากดูแลที่นี่ด้วย

 

สิ้นเสียงมหาเทพสงครามก็เดินจากไป โดยไม่เหลียวกลับมามองเบื้องหลังอีกเลย เหล่าองครักษ์ประจำตำหนักติดตามไปไม่ห่าง เซย์เรียโน่ก็ได้แต่ยืนยืนมองพวกเขาอยู่ที่เดิมจนกระทั่งรู้สึกว่าพลังของ เทพอสูรหนุ่มเคลื่อนตัวออกจากตำหนักไปแล้วค่อยขยับ

 

แต่ในตอนที่กำลังเดินตรงไปที่บันไดนั้น จู่ ๆ ก็เกิดอาการเจ็บที่หน้าอกข้างซ้ายอย่างรุนแรง ร่างเล็กทรุดฮวบและร้อนฉ่าเหมือนถูกไฟเผาจากข้างใน หัวใจเต้นตึกตักจนได้ยินเสียงอย่างชัดเจน อำนาจในกายปั่นป่วนจนเหมือนมีไฟลุกออกมาจากตัวเขา เซย์เรียโน่กัดฟันแน่นไม่ให้เผลอกรีดร้องออกมา เขารู้จักอาการนี้ดีและไม่อยากให้ใครมาเห็นสภาพของตัวเองในตอนนี้ด้วย!

 

ซะ...เซย์เรียน...โผล่มาได้จังหวะทุกทีเลยนะเขาบ่นพลางหลับตาลง จิตถูกดึงดูดให้ไปพบกับเด็กสาวที่มีใบหน้าเหมือนเข้าทุกกระเบียดนิ้ว เธอแย้มยิ้มบางจนแทบมองไม่เห็น แต่ยังพอรับรู้อารมณ์ได้จากแววตา เด็กหนุ่มยืนนิ่ง แววตาไม่ค่อยสบอารมณ์นัก เมื่อร่างบางเดินมาจับแก้มเขา

 

ข้ารู้ว่าเจ้าไม่ชอบใจ แต่ถึงเวลาแล้ว ต่อจากนี้ไปให้เป็นหน้าที่ของข้าเถอะ"

 

 

------------------

 

 

:) Shalunla
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

125 ความคิดเห็น

  1. #57 -เกม- (@-gem-) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 2 ตุลาคม 2556 / 15:47
    อ่านบทนี้แล้วรักเจ้าโน่ เตะฟาเบียนแรงๆเลยค่ะ! //สะใจ
    งือ... ก็รู้หรอกนะว่าไคซัสทำเพราะห่วง แต่ฮาธอสคงน้อยใจแย่ เผลอๆจะโดนโกรธเอาน่ะสิ เฮ้อ
    ว่าแต่นั่น? พี่สาวของโน่หรอกรึ? โผล่มาทำไมตอนนี้หว่า



    นึกไม่ออกจริงๆหรือ ฟาเบียน์
    เจ้าให้ข้าขวนขวายหาทางปกป้องสวรรค์ตัวเอง - ด้วยตัวเอง? เอาเอง?
    หลังจากนั้นไม่นานก็ทำให้ข้าไขว่เขว - ไขว้เขว
    ถึงเจ้าจะปกปิกตัวตนได้ แต่ไม่มีทางปิดซ่อนอดีตจากเจ้าได้ - เขา?
    ร่างสุงใหญ่ปรากฏตัวราวกับก้าวออกมา - สูง
    สิ้นหวังและเสียใจขนาดไคซัสอย่างตระหนก - ยัง
    เพราะความรีบร้อนประอบกับความสะเพร่า - ประกอบ
    ไม่เว้นแม้แต่ฮาธอสล้วนสะท้านไหน - ไหว?
    มันก็ทำให้เขาฉุกขึ้นขึ้นมาได้ - ฉุกนึก?
    ให้ที่เขารักคอยปกป้องในขณะที่ตัวเองนั่งรอเฉยๆ - ให้คนที่เขารัก?
    เขารู้สึกว่าปกปกป้องอีกฝ่ายไว้ด้วยความรู้สึกส่วนตัว - การปกป้อง?
    ร่างกายที่หนักอึ้งอยู่แล้วหมายวับไปในพริบตา - หายวับ??
    สร้อยร้อยหอกอัลเจอร์ที่ย่อขนาดไหว - ไว้?
    พวกงอครักษ์ตั้งแถวเตรียมพร้อม - องครักษ์
    เซย์เรียโน่ได้แต่ยืนยืนมองพวกเขาอยู่ที่เดิม


    เราเริ่มมึนๆงงๆกับคำว่าเวทมนตร์/เวทมนต์แล้วสิ (_ _);;; แต่เรายึดตามพจนานุกรมน่ะค่ะ แต่ไปดูตามบทความที่เขาถกกันเรื่องคำนี้บางคนก็บอกว่าเวทมนต์ บ้างก็ว่าใช้ได้สองแบบ มึนตึ้บไปหมดแล้ว /orz
    #57
    0