ณ แดนสรวง [Boy's Love] = จบแล้ว =

ตอนที่ 16 : บทที่ 14 น้ำมันที่ราดลงกองไฟ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 852
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    31 ส.ค. 56

คุยกันก่อน....

 

อัพล่วงหน้าเพื่อลาพัก ส่วนของวันจันทร์ 9 กันยายน 2556

 

Keisei

 

บทที่ 14 น้ำมันที่ราดลงกองไฟ

 

“...ลา...ตื่นสิ นาซิลลา ตื่น!

 

ร่างบางสะดุ้งตื่นเมื่อถูกใครบางคนตบหน้าเบา ๆ ก่อนจะได้ยินเสียงเอะอะดังมาจากรอบข้าง ดวงตาสีฟ้าสดใสปรือมองขึ้นไปพบกับใบหน้าคมเข้มของชายหนุ่มผมสั้นสีแดงเพลิงกับเทพชายหญิงอีกหลายตนยืนล้อมอยู่ ทุกตนต่างมองเธอด้วยความกระวนกระวายระคนห่วงใยอย่างยิ่ง

 

เกิดอันใดขึ้นหรือ...

 

ข้าต่างหากที่ต้องถามเจ้า ทำไมมานอนตากน้ำค้างกลางสวนแบบนี้อัลล์ถามเสียงเข้มพลางประคองร่างบางให้นั่งด้วยตัวเอง ระหว่างนั้นก็สำรวจท่าทีของเธอไปด้วย เมื่อเช้าเพื่อนนางกำนัลของเจ้าไปปลุกที่ห้องแต่หาตัวไม่เจอ พวกข้าต้องออกตามหากันยกใหญ่

 

นาซิลลาสดับแล้วก็นั่งนิ่ง คิดว่าจะเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อคืนนี้ให้อัลล์ฟังดีหรือไม่ แต่ก็ไม่เห็นประโยชน์ที่จะเรียกร้องความสนใจจากใคร เพราะรังแต่จะทำให้ฮาธอสเสียหายซะเปล่า ๆ เธอรักเขามาก...จนไม่อยากทำลาย

 

เมื่อคืนข้าออกมารับแสงจันทร์ที่นี่ แต่นั่งเพลินไปหน่อยจนเผลอหลับไปตอนไหนก็ไม่รู้ ขอโทษที่ทำให้เป็นห่วงนะนาซิลลาเงยหน้ายิ้มลุแก่โทษให้ทุกตน

 

ไม่ใช่ว่าคิดถึงฮาธอสแล้วมาชมจันทร์ต่างหน้าเขาหรอกหรือนางกำนัลหญิงคนนี้ชี้เสื้อคลุมของฮาธอส นั่นน่ะ เสื้อของฮาธอสไม่ใช่เหรอจ๊ะหยอกเย้าแล้วนางกับพวกก็หัวเราะเอ็นดูเมื่อนาซิลลาหน้าแดงเห่อ

 

มะ...ไม่ใช่อย่างที่พวกท่านคิดสักหน่อยเด็กสาวทำแก้มป่องอย่างขัดใจ แม้ว่าจะดูไม่เหมือนเดิมก็ตาม

 

ไม่ใช่ตรงไหนจ๊ะ หลายวันมานี้เจ้าเอาแต่บ่นคิดถึงเขาทุกวันเลยนี่นานางกำนัลยังหยอกล้อต่อ

 

ท่านพี่ก็...ข้าบอกว่าไม่ใช่ก็ไม่ใช่สิ!นาซิลลาเชิดจมูกด้วยท่าทางเอาแต่ใจ ผิดกับข้างในที่เจ็บเหลือจะทน พี่สาวพวกนี้ช่างล้อเล่นได้ผิดเวลาจริง ๆ

 

เอาล่ะ เลิกหยอกล้อกันได้แล้วอัลล์เอ่ยตัดบทได้อย่างเหมาะเจาะจนเด็กสาวนึกขอบคุณในใจ นาซิลลา เจ้ามั่นใจนะ ว่าตัวเองไม่เป็นไรจริง ๆ น่ะ

 

ดวงตาสีม่วงคมจ้องมองอัปสรน้อยนิ่ง ทำให้เธอนึกกลัวว่าเขาจะเห็นสิ่งที่พยายามปิดซ่อนไว้ อันที่จริงในสายตาของอัลล์ มันคาดเดาได้ไม่ยากนัก แค่เห็นรอยคราบน้ำตาบนแก้มใส ความหมองเศร้าที่เจืออยู่ในแววตา กับเสื้อคลุมของฮาธอสก็เข้าใจแล้ว เมื่อคืนเธอคงบังเอิญเจอกับฮาธอสตอนออกมารับพลังจันทรา เธออาจสารภาพความในใจกับเขาและถูกปฏิเสธจึงร้องไห้จนหมดแรงฟุบหลับไปที่นี่

 

กระนั้นบางสิ่งที่แฝงเร้นอยู่ในบรรยากาศทำให้นายทหารหนุ่มเหลือบตามองรอบข้างอย่างระแวดระวัง แม้ตำหนักนี้จะได้รับการคุ้มกันอย่างแน่นหนา ทว่าทุกอย่างก็สามารถเกิดขึ้นได้ทั้งนั้น โดยเฉพาะกับเด็กสาวตนนี้

 

จริงสิ ข้ายืนยันได้ จะให้ข้าร้องเพลงหรือเต้นรำให้ดูก็ได้นะ!

 

หยุดเลย ข้าเชื่อแล้วก็ได้อัลล์คว้าตัวนาซิลลาไว้ก่อนจะทันได้ลุกเต้นแร้งเต้นกา มองดูร่างบาองที่จ้องเขาตาแป๋วด้วยสีหน้าแฝงความนัยประหลาด แต่มันก็หายไปเมื่อเขาขยี้ผมเธอ เมื่อไปไม่เป็นไรก็ดีแล้ว แต่ต่อไปอย่าหายไปโดยไม่บอกใครอีกนะ ทุกตนเป็นห่วง!

 

เจ้าค่ะ ข้าจะไม่ทำอีกแล้วนาซิลลาทำหน้าสลดเมื่อถูกดุก่อนจะฉุกคิดขึ้นได้ ร่างบางยืดตัวขึ้นกระซิบข้างหูชายหนุ่ม อย่าบอกเรื่องข้านอนในสวนกับฮาธอสนะ ข้าไม่อยากให้เขาต้องห่วง

 

ตอนแรกอัลล์ก็ขมวดคิ้วด้วยความแปลกใจนิด ๆ แต่พอได้ยินเหตุผลที่ตบท้ายมา ชายหนุ่มก็พยักหน้ายอมรับ นาซิลลายิ้มกว้างแล้วหอมแก้มเขาฟอดหนึ่งอย่างดีใจ มีเสียงนางกำนัลรุ่นพี่น้องว้ายเบา ๆ

 

ขอบคุณนะ อัลล์เธอยิ้มกว้าง ตอนนี้ข้ากลับห้องก่อนดีกว่า ขอโทษที่ทำให้เป็นห่วงจริง ๆ นะกล่าวอย่างลุแก่โทษอีกครั้งแล้วร่างบางก็ผละจากไปพร้อมกับเหล่าเทพรับใช้รุ่นพี่ที่หยอกล้อกับเธออย่างสนุกสนาน โดยไม่มีใครสังเกตเห็นความผิดปกติของเธอแม้แต่น้อย

 

อัลล์มองตามนาซิลลาไปด้วยสายตานิ่งสนิท แต่แวบหนึ่งประกายในดวงตาไหวระริกด้วยความเศร้าใจอย่างบอกไม่ถูก เขาไม่แน่ใจนักหรอกว่าสิ่งที่ทำให้เธอมานอนตรงนี้เป็นดั่งที่คิดหรือไม่ ทว่าความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับเธอนำพาความกังวลมาให้เขาด้วย

 

...จริงอยู่ เขาอาจไม่บอกเรื่องนี้กับฮาธอส แต่คำว่า หน้าที่จะทำให้เขาต้องเล่าเรื่องนี้ให้ผู้อื่นฟัง

 

---------------

 

อย่างนั้นหรือ

 

นั่นคือทั้งหมดที่ไคซัสตอบมาหลังจากอัลล์เล่าเรื่องทั้งหมดให้ฟังแล้ว เทพอสูรหนุ่มกับเหล่าทหารระดับองครักษ์ต่างรู้เรื่องนาซิลลาหายตัวไปกันหมด เนื่องจากนางกำนัลที่จับคู่กับเด็กสาวมาแจ้งให้ทราบ เหตุที่ทุกคนรู้เรื่องและออกตามหากันช้าก็เพราะเมื่อคืนนี้มหาเทพสงครามสั่งให้ทหารที่ตามนาซิลลาไปพักผ่อนเร็วกว่าที่เคย

 

แต่สิ่งที่เทพทุกตนไม่ทราบก็คือ ไคซัสรู้แล้วว่านาซิลลาอยู่ที่ไหน กับใคร และเมื่อคืนนี้เกิดอะไรขึ้นบ้าง ปฏิกิริยาของเขาจึงออกมาเฉยชาและเฉยเมยอย่างที่เห็น ทั้งนี้ก็เพื่อปกปิดมิให้อัลล์ล่วงรู้ถึงความรู้สึกที่แท้จริงของตนเองซึ่งอาจจะทำให้เสียแผนการที่วางไว้ซะก่อน

 

ตอนเจ้าอยู่กับนาซิลลาในสวน เจ้าสัมผัสความผิดปกติอย่างอื่นได้อีกไหมในที่สุดไคซัสก็เอ่ยถาม แม้ว่าเขาจะเห็นเหตุการณ์ทั้งหมดจากพลังของตัวเองแล้ว แต่ก็เห็นแค่ภายนอก ไม่รวมถึงภายในและบรรยากาศในสถานที่นั้นด้วย

 

เอ่อ...น้ำเสียงของอัลล์เจือความลังเลอย่างชัดเจน ผู้เป็นนายจึงหันมองด้วยความแปลกใจ เพราะเขาไม่เคยเห็นอีกฝ่ายแสดงท่าทางเช่นนี้มาก่อน กระนั้นก็ไม่มีท่าทีว่าจะหลบเลี่ยงไปไหน เพียงแต่ไม่อยากตอบเท่านั้น เขาจึงนั่งรออยู่เงียบ ๆ จนกว่านายทหารหนุ่มจะพูด “...ตอนข้าน้อยพยายามปลุกนาซิลลาได้กลิ่นอายความมืดที่ไม่เหมือนพลังของเทพจันทราจากตัวนางด้วย แต่มันบางเบามากและหายไปทันทีที่นางตื่น ข้าน้อยจึงไม่มั่นใจนักขอรับ

 

ลองนิยามคำว่า ไม่เหมือนพลังเทพจันทราให้ข้าฟังหน่อยสิ

 

คำสั่งทำให้ความกระอักกระอ่วนใจปรากฏบนสีหน้าของอัลล์ เป็นครั้งแรกที่เขาไม่อาจปกปิดอารมณ์ของตนต่อหน้าไคซัสได้ เพราะเรื่องที่มหาเทพสงครามอยากทราบนั้นเกี่ยวข้องกับสหายของเขาโดยตรง ซึ่งเขารู้สึกว่ามีเบื้องหลังอันไม่ชอบมาพากลซ่อนอยู่ด้วย ดูได้จากท่าทางอันผิดแปลกไปจากปกติของไคซัสตลอดหลายวันที่ผ่านมา แต่อัลล์ก็เหมือนกับดาริคที่รู้ว่าตัวเองเป็นลูกไก่ในกำมือเทพอสูร ไม่สามารถหลบลี้หนีคำถามได้

 

หากจะให้อธิบาย พลังของเทพจันทราจะให้ความรู้สึกเย็นฉ่ำและสดชื่นเหมือนธารน้ำหนาวในฤดูใบไม้ผลิ แต่กลิ่นอายความมืดที่ข้าสัมผัสได้เย็นยะเยือกเหมือนน้ำแข็ง

 

...เหมือนเทพรัตติกาลไร้หัวใจตนนั้น!

 

อัลล์ถึงกับตกใจสุดขีดเมื่อตระหนักเรื่องนี้ได้อย่างไม่ทันตั้งตัว พอตั้งสติได้ก็รีบมองไปยังไคซัสด้วยความกลัวว่าอีกฝ่ายจะสังเกตเห็นท่าทางของเขาเสียก่อน ทว่าไม่เพียงมหาเทพสงครามจะไม่ได้สนใจเขา ยังทำหน้าครุ่นคิดอยู่คนเดียว นายทหารหนุ่มจึงเบือนหน้าไปลอบถอนใจน้อย ๆ โดยไม่ทันสังเกตเห็นแววตาพิจารณาที่ไคซัสลอบส่งมาในชั่วพริบตาเดียวกัน

 

เอาเป็นว่านาซิลลาปลอดภัยดีก็พอแล้ว จากนี้ไปก็ให้คนของเจ้าตามดูแลเหมือนเดิม แต่ตอนกลางคืนให้เหลือทหารตามแค่คนเดียวก็พอ ข้าอยากได้ทหารไปเสริมกำลังพวกที่เฝ้าข้างนอกน่ะไคซัสสั่งเมื่ออัลล์หันกลับมาพร้อมกับจัดเก็บเอกสารที่กางแผ่เต็มโต๊ะเข้าที่อย่างรวดเร็ว ก่อนลุกขึ้นเตรียมตัวจะไปไหนสักแห่ง

 

เดี๋ยวก่อนขอรับ!ร่างสูงใหญ่สีแดงชะงักหลังได้ยินเสียงนายทหารคู่ใจร้องเรียกไว้ เขาค่อนข้างแปลกใจกับวิธีการเรียกที่ดูจะรีบร้อนหน่อย ๆ และอัลล์ก็เหมือนจะรู้ตัวถึงได้พยายามปั้นหน้านิ่งเข้าไว้ ข้าน้อยมีเรื่องอยากจะถามขอรับไหน ๆ ก็เรียกไว้แล้ว ลองเสี่ยงตายดูสักครั้งจะเป็นไรไป

 

ว่ามาสิปากพูดอย่างใจกว้าง แต่ยามมหาเทพสงครามยืนนิ่งดูราวกับป้อมปราการที่แข็งแกร่ง

 

ข้าน้อยอยากรู้ว่าท่านกำลังทำอะไรอยู่ขอรับนายทหารหนุ่มพูดออกไปจนได้ แม้แต่ตัวเองยังนึกแปลกใจ คงเพราะเขาอยู่กับเทพอสูรที่ต้องการความตรงไปตรงมาตลอดจึงพลอยติดนิสัยนั้นมาด้วยก็เป็นได้ หลายวันมานี้ท่านดูแปลก ๆ ไป สหายทั้งสองตนของข้าน้อย...ทำอะไรให้ท่านสงสัยหรือขอรับ

 

ทำไมถึงถามแบบนั้นไคซัสเอียงคอเล็กน้อยด้วยความสงสัยจริง ๆ หลายวันมานี้เขาอาจจะทำท่าทีดูน่าสงสัยในสายตาของอัลล์ก็จริง แต่ท่าทางเหล่านั้นไม่น่าจะทำให้อีกฝ่ายสงสัยแบบนั้นได้

 

นายทหารผมสีม่วงกลอกตาไปมา เรียบเรียงความคิดที่กระจัดกระจายเข้าด้วยกัน ตั้งแต่ท่านหญิงไคมีร่ากับหัวหน้าราชเลขาดาริคกลับไปแล้ว ท่านก็ไม่ได้กลับไปหาฮาธอสอีกเลย แม้แต่ข่าวของเขา ท่านก็ไม่ได้สอบถามมาสองวันแล้ว และเหมือนจะจงใจดูแลนาซิลลาน้อยลงด้วยนั่นคือเหตุผลเท่าที่อัลล์หยิบมาได้ ดวงตีสีม่วงสบประสานอีกฝ่ายนิ่ง ข้าน้อยคิดว่ามันผิดนิสัยของท่านขอรับ เพราะเรายังไม่ทราบเลยว่าใครปองร้ายนาง และฮาธอส....ถ้าท่านไม่คิดจะใส่เจ้าเขาอีกล่ะก็...เสียงแหบห้าวขาดหายไปอย่างมีความหมาย

 

ไคซัสค่อนข้างประหลาดใจกับสิ่งที่ได้ยินในช่วงท้าย เห็นได้ชัดว่านายทหารหนุ่มเฝ้ามองเขาอยู่เงียบ ๆ จนรู้เรื่องสำคัญเข้าหลายเรื่อง ถ้าว่ากันตามหน้าที่ เจ้าตัวควรจะปิดเงียบไม่ปริปากออกมาแม้แต่คำเดียว ทว่าอัลล์กลับยอมเสี่ยงพูดเพื่อสหายทั้งสองตน ทั้งที่รู้ว่าแค่การระแคะระคายถึงแผนการของเจ้านายก็ทำให้ถูกฆ่าได้แล้ว...ซึ่งเทพอสูรอย่างเขาก็เลือดเย็นพอเสียด้วย

 

เรื่องนาซิลลายังไม่ใช่หน้าที่ของเจ้าที่ต้องรู้ แต่ทำงานไปเรื่อย ๆ เจ้าคงจะรู้เองเมื่ออีกฝ่ายยอมเผชิญหน้ากับเขาตรง ๆ ไคซัสก็ตัดสินใจตรงไปตรงมาด้วย เพื่อรักษานายทหารฝีมือดีที่สุด...และอาจเป็นเทพที่ภักดีกับเขาที่สุดในอนาคตไว้ สำหรับฮาธอส ข้าไม่ได้ตั้งใจจะละเลยเขา แต่อย่างที่เจ้าเห็นว่าข้างานรัดตัวแค่ไหน ยิ่งหลังไคมีร่ากลับไปแล้วก็ยุ่งวุ่นวายใหญ่ และถ้าเจ้าไม่เรียกข้าไว้ ข้าคงจะไปถึงห้องเดี๋ยวนี้แล้ว

 

เอ๋!คู่สนทนาส่งเสียงร้องสั้น ๆ ก่อนจะเข้าใจในวินาทีต่อมา ขออภัยด้วยขอรับ ข้าไม่ทราบ...นายทหารร่างใหญ่รีบโค้งลงทันใด ซึ่งเมื่อพ้นสายตาเจ้านาย ดวงตาของเขาก็เบิกโพล่งอย่างตกใจ เพราะคำพูดของไคซัสเหมือนยอมรับว่ามีใจให้ฮาธอสกลาย ๆ

 

เจ้าทำเพื่อเพื่อนนี่นา ข้าไม่ถือสาหรอก ถ้าไม่มีอะไรแล้ว ข้าขอตัวก่อนล่ะว่าแล้ว มหาเทพจ้าตำหนักก็มุ่งหน้าออกจากห้อง แต่ก่อนที่มือของเขาจะได้สัมผัสกับบานจับก็ได้ยินเสียงอัลล์อีกครั้ง

 

มหาเทพไคซัส ได้โปรดปกป้องทั้งสองคนนั้นด้วยขอรับ

 

อัลล์ใจเต้นตุ้ม ๆ ต่อม ๆ เพราะเป็นอีกครั้งที่เขาปล่อยให้ตัวเองพูดตามใจชอบ ชายหนุ่มก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมวันนี้ตัวเองถึงได้ก้าวก่ายเรื่องงานและเรื่องส่วนตัวของเจ้านายขนาดนี้ เขาแค่คิดว่ามันสำคัญมากจึงพูดออกไปโดยไม่รู้ตัว ชั่วเวลาของการรอคอยแม้สั้นแค่อึดใจ แต่ก็ยาวนานราวกับผ่านไปหลายปี แต่ในที่สุดไคซัสก็หันกลับมา

 

ข้าสัญญาเรื่องนี้กับเจ้าไม่ได้ อัลวินดวงตาสีส้มฉายแววจริงจังจนน่ากลัว แต่ลึกลงไป...อัลล์เห็นความเศร้าแฝงเร้นอยู่ด้วย แต่ข้าจะพยายามทำให้ดีที่สุด เมื่อถึงตอนนั้นข้าก็หวังว่าเจ้าจะทำดีที่สุดเช่นกัน

 

เพราะคำพูดสุดท้ายนั้นโดยแท้ที่สะกดอัลล์ไว้ มิให้เผลอตัวเหนี่ยวรั้งมหาเทพสงครามไว้อีก ชายหนุ่มมองเจ้านายจากไปด้วยความหนักอึ้งอย่างบอกไม่ถูก สองบ่าคล้ายแบกรับภาระที่ถาโถมลงมาอย่างไม่ทันตั้งตัว พูดตามตรงเขาไม่ชินกับวิธีกดดันของไคซัสสักเท่าไหร่

 

แต่...ถ้ามันไม่ใช่การกดดัน...คำพูดของเขาก็คือสัญญาณเตือนว่าสิ่งที่กำลังจะตามมาหลังจากนี้อาจหนักหน่วงเกินกว่าจะรับประกันได้

 

 

 

 

ไคซัสเปิดประตูห้องส่วนตัวเข้ามาแล้วก็ต้องประหลาดใจ เมื่อพบว่าภายในห้องสว่างสดใสด้วยแสงอาทิตย์ที่สาดส่องเข้ามาทางหน้าต่าง ผ้าม่านที่เขาใช้แบ่งห้องเป็นสัดส่วนถูกรวบไว้ในที่ของมันอย่างเรียบร้อย หนังสือที่เขาเคยทำรกไว้ถูกจัดเก็บเข้าตู้ บางส่วนที่ไม่สำคัญถูกเรียงไว้ข้างผนังห้องอย่างเป็นระเบียบ ส่วนภายในห้องถูกปัดกวาดเช็ดถูดูสะอาดตากว่าที่จำได้มากทีเดียว ส่วนตัวเทพที่คาดว่าน่าจะเป็นคนทำนั้นกำลังพับเสื้อผ้าของตนใส่ถุงผ้า แต่พอได้ยินเสียงเปิดประตูก็เงยหน้าขึ้นมามอง หัวใจพลันพองโตเมื่อเห็นเขา

 

มหาเทพไคซัสกลับมาแล้ว...

 

นั่นเจ้าเก็บของจะไปไหนยังไม่ทันพูดจบ คำถามที่แฝงความไม่พอใจก็สวนกลับมา เจ้าของห้องเดินดุ่ม ๆ มาดึงเสื้อที่พับค้างไว้ออกจากมือเทพคนสวน

 

แต่ข้าน้อยอาการดีขึ้นแล้วนะขอรับ ไม่ปวดท้องบ่อย ๆ เหมือนหลายวันก่อนแล้วด้วยฮาธอสบอกหลังมองตามเสื้อที่ถูกโยนลงบนเตียงอย่างไม่ใยดี เมื่อคืนข้าออกไปซับพลังจันทราทำให้พอจะมีแรงมาขึ้น ข้าอยากกลับห้องไปทำงานของตัวเองแล้วขอรับ

 

ระหว่างที่พูดไคซัสทรุดตัวนั่งข้างกายเขาแล้วยื่นมือมาลูบแก้ม หน้าเจ้ายังซีดเซียวอยู่เลยนะ แล้วเมื่อคืนออกไปทำไมไม่บอกข้าเขาแสร้งทำเป็นไม่รู้เรื่องเมื่อคืนและไม่พูดถึงเรื่องเธออยู่ในสวนทั้งคืนตามความตั้งใจของเด็กสาว

 

ฝ่ายฮาธอสที่ไม่รู้เรื่องด้วยก้มหน้าต่ำด้วยความเศร้าใจ ถ้าเมื่อคืนนี้เขาไปหาไคซัสและชวนไปเดินเล่นรับแสงจันทร์ด้วยกันก็คงไม่เกิดเหตุการณ์นั้นขึ้น เขากับนาซิลลาก็คงจะเป็นเพื่อนที่มีสถานะคลุมเครือกันต่อไป ทว่าอีกใจก็บอกว่าดีแล้วที่มันเกิดขึ้น เพราะเขาได้ปลดแอกตัวเองจากความรู้สึกบีบคั้นที่รัดคอมานานนั้นแล้ว เพียงแต่อาจต้องแลกด้วยการเสียนาซิลลา...น้องสาวที่น่ารักของเขาไป

 

ฮาธอส มานี่มาไคซัสทนเห็นสีหน้าปวดร้าวของฮาธอสไม่ไหวจึงดึงตัวมาอยู่ในอ้อมกอดและลูบผมปลอบโยนนุ่มนวล ข้าขอโทษที่ทิ้งเจ้าไว้คนเดียวหลายวัน คงจะเหงามากสินะแม้แต่เวลาที่เจ้าต้องการ ข้าก็ไม่ได้อยู่ด้วย เขาคิดต่อเงียบ ๆ

 

นิดหน่อยขอรับฮาธอสยอมรับ เพราะอยากให้ความอบอุ่นจากอ้อมกอดนี้คงอยู่ต่อไปอีกสักพัก หลังจากเมื่อคืนต้องเหน็บหนาวกับความเดียวดายและความเจ็บปวดที่ทำให้นาซิลลาเสียใจ ซึ่งทำให้เขานอนไม่หลับแล้วทำความสะอาดห้องของไคซัส เพื่อลืมความรู้สึกนั้น แต่มันก็หายไปแค่ชั่วคราวและกลับมาใหม่เมื่อวาง เขาคิดว่ากลับห้องเก่าก็คงจะดีขึ้น ชายหนุ่มจึงเตรียมข้าวของจะย้ายกลับ ทว่าทันทีที่ถูกไคซัสโอบกอด หัวใจของเขาก็กลับมาสงบดั่งเดิมอีกครั้ง มีเพียงมหาเทพสงครามตนนี้จริง ๆ หรือที่ทำให้หัวใจของเขาสงบลงได้ ว่าแต่ท่านมาหาข้าแบบนี้ งานเสร็จแล้วหรือขอรับเงยหน้ามองคนก่อนอย่างเพิ่งนึกได้

 

ฮึ ฮึ ฮึ ข้ากำลังให้เจ้าอ้อนอยู่นะ อย่าพูดถึงเรื่องงานสิไคซัสพูดกลั้วหัวเราะ คนถูกล้อแก้มแดงระเรื่อ

 

“...ข...ข้าน้อยไม่อยากเป็นตัวร้ายแย่งท่านมาจากงานนี่ขอรับฮาธอสแปลกใจกับโทนเสียงกระเง้ากระงอดของตัวเองนิดหน่อย นี่เขากำลังงอนเป็นผู้หญิง เพียงเพราะชายที่รักติดงานอย่างนั้นหรือ ที่สำคัญยังมาพูดต่อหน้าเจ้าตัวอีกต่างหาก!

 

ใครบอกเจ้ากัน งานต่างหากที่เป็นตัวร้ายแย่งข้าไปจากเจ้า ดังนั้นอย่างอนเลยนะเทพอสูรหนุ่มไม่พูดเปล่า แต่ก้มลงจุมพิตฮาธอสอย่างอ่อนหวานด้วย เขารู้สึกว่าเทพคนสวนผงะเล็กน้อย ก่อนครู่ต่อมาจะตอบสนองอย่างไร้เดียงสา กลีบปากฉ่ำหวานทำให้ไคซัสเผลอละเลียดลิ้มอยู่นานกว่าจะผละออกมาได้ หวานนัก

 

อย่าล้อเล่นสิขอรับคนถูกจูบประท้วงหน้าแดงก่ำ เขินจนไม่กล้าสบตาอีกฝ่ายแล้ว คราวนี้ไม่ว่าท่านจะทำอย่างไร ข้าก็ไม่เปลี่ยนใจเด็ดขาดขอรับ ข้าเบื่อที่ต้องนั่ง ๆ นอน ๆ อยู่ในห้องอุดอู้แบบนี้แล้วขอรับ อนุญาตให้ข้ากลับไปทำงานเถิด

 

เพราะต้องขอร้องเรื่องสำคัญ ฮาธอสจึงเงยหน้าขึ้นมองตาไคซัสอย่างเว้าวอน สิ่งที่ตอบกลับมาคือ สายตากังวลใจ บรรยากาศหวานละมุนหายไปและกลายเป็นความเงียบที่น่าอึดอัดแทน

 

ในสายตาของมหาเทพสงคราม ฮาธอสดูไม่ได้แข็งแรงไปกว่าเดิมเท่าไหร่นัก หน้าตาซีดเซียว ดวงตาลึกโหล แววตาแฝงรอยอิดโรย อีกทั้งเมื่อคืนนี้ยังอดนอนจนขอบตาดำคล้ำอีกต่างหาก ยังไม่รวมถึงพลังชีวิตที่อ่อนแอซึ่งดูเหมือนจะส่งผลกระทบถึงสภาพจิตใจของเขาด้วย และก่อนไคมีร่าจะกลับไปก็กำชับไว้หนักหนาว่า ให้รอจนว่าฮาธอสจะใช้พลังเวทได้ดีแล้วค่อยให้กลับไปทำงานเก่า แต่นั่นก็เป็นเหตุผลชั้นรองที่เขาตั้งใจจะหยิบมาใช้ ส่วนเหตุผลแท้จริงน่ะหรือ มีแค่หัวใจของเขาที่ไม่อยากห่างจากคนรักเท่านั้น

 

พูดกันตรง ๆ เลยนะ ฮาธอส ไคมีร่าสั่งให้รอจนกว่าเจ้าจะใช้พลังเวทได้ดีก่อนถึงจะให้กลับไปทำงานเดิมได้ เจ้าก็เห็นและรู้กิตติศัพท์ของนางแล้ว ถ้ารู้ว่าข้าอนุญาตก่อนเวลาอันควร นางต้องบุกมาอาละวาดอีกแน่เทพอสูรหนุ่มพูดไปตามที่คิดไว้ เทพคนสวนหน้าม่อยอย่างผิดหวัง แต่ถ้าเป็นพวกงานเอกสารล่ะก็ ไม่น่าจะมีปัญหากระมัง ข้ามีบัญชีที่ต้องสะสางเยอะเสียด้วย...แต่มีเงื่อนไขนะ

 

ฮาธอสค่อย ๆ ช้อนหน้าขึ้นด้วยความหวังเต็มเปี่ยม ทว่าพอได้ยินประโยคสุดท้ายก็ออกอาการเซ็งทันที ไม่เข้าใจ...แค่ขอ เจ้านายกลับไปทำงานอีกครั้ง จำเป็นต้องตั้งเงื่อนไขด้วยอย่างนั้นหรือ จอมเทพีเรเทเชียไม่เคยทำแบบนี้เลยสักครั้ง ยิ่งเขาเต็มใจกลับมาทำงานด้วยตัวเองแบบนี้ นางมีแต่จะอนุญาตด้วยความเต็มใจ แต่สิ่งที่ไคซัสทำนั้นมันเหมือน...รูปแบบหนึ่งที่คนรักทำให้กันเลย!

 

เงื่อนไขอะไรหรือขอรับ มหาเทพถามเสียงอ้อมแอ้มพลางเอียงหน้าหลบ เพราะสมองจอมเตลิดเริ่มคิดลึกหลังตระหนักเรื่องน่าเขินขึ้นมาได้

 

เจ้าต้องอยู่ห้องข้าต่อไปคำตอบสั้นกระชับและได้ใจความขนาดที่คนถามยังเงยหน้ามองอึ้ง ๆ เทพอสูรหนุ่มเอียงคอส่งยิ้มที่ดูน่ารัก...เสียเมื่อไหร่มาให้ ข้าสัญญาว่าจะกลับมานอนที่ห้องทุกวัน จะไม่ปล่อยให้เจ้าเหงาอยู่คนเดียวอีกแล้ว และพอเจ้าหายดีจริง ๆ ข้าจะยอมให้เจ้ากลับห้อง

 

แต่ว่า...

 

ฮาธอส...ถือว่าข้าขอร้องดวงตาสีส้มสว่างฉายแววอ้อนวอนเหมือนลูกสุนัขตัวน้อยที่อ้อนขอความรักจากเจ้านาย ซึ่งฮาธอสไม่เคยชินเอาเสียเลย เขาไม่รู้ว่าควรจะทำอย่างไรต่อไป หลังคิดกลับไปกลับมาอยู่หลายหนจนสับสน เทพคนสวนก็ปล่อยให้ผลลัพธ์ออกมาแบบเดียวกัน ด้วยเหตุผลเดียวคือ ไม่อยากให้ไคซัสเสียใจ

 

ตกลงขอรับตอบด้วยเสียงแผ่วยิ่งนัก

 

เด็กดี ข้าดีใจที่สุดเลยไคซัสก้มลงจูบริมฝีปากฮาธอสเร็ว ๆ ด้วยความรักใคร่ ส่วนวันนี้เจ้าคงเบื่อแล้ว เราออกไปเดินเล่นกันไหม

 

เอ๋! ท่านกับข้า...ร้องถามแล้วก็เบือนหน้ามองนอกหน้าต่างที่ยังสว่างโร่ เวลานี้หรือ!?”

 

อืม ตกใจอะไรเหรอไคซัสถามหน้าเป็นพลางกุมมือฮาธอสขึ้นมาจูบหลังมือ แต่ดวงตาสีส้มสว่างกลับส่องประกายอย่างมาดหมาย แล้วเขาก็เอ่ยประโยคหนึ่งออกมาด้วยน้ำเสียงท้าทาย

 

หรือว่าเจ้ารังเกียจ

 

-----------------

 

นั่นสินะ...

 

ทำไมเขาต้องรังเกียจด้วยล่ะ

 

ฮาธอสถามตัวเองด้วยความรู้สึกโง่เง่า ขณะเดินตามไคซัสที่ออกมาดูการฝึกซ้อมอาวุธของทหารในสังกัดที่ลานฝึกชั้นนอก เขาลืมไปได้อย่างไรกัน มีวิธีการอีกตั้งมากมายที่เขากับมหาเทพสงครามจะเดินเล่นด้วยกันได้ โดยไม่ต้องใส่ใจสายตาของเหล่าทหารกับเทพรับใช้มากนักอย่างเช่นตอนนี้

 

เพียงแต่...นี่นับเป็นการเดินเล่นด้วยกันได้ด้วยรึ? หรือเป็นการทำงานของไคซัสกันแน่?

 

ฮาธอสถอนใจอย่างละเหี่ยเสียยืดยาว เมื่อรับรู้ว่าตัวเองกำลังคาดหวังความโรแมนติกจากความสัมพันธ์อันคลุมเครือระหว่างพวกเขา แม้จะมีใจปฏิพัทธ์ต่อกัน แต่ก็ไม่ใช่คนรัก เพศที่เหมือนกันกับฐานะที่แตกต่างล้วนแต่เป็นอุปสรรคของความรักทั้งสิ้น เขารู้อยู่แล้ว...ไฉนจึงคาดหวังเรื่องแบบนั้นอีก

 

เป็นอะไรไป เงียบเชียวไคซัสหันมาถามขณะเดินผ่านหน่วยหอกที่ซ้อมต่อสู้กันด้วยไม้พลองหุ้มน่วม ท่าทางของพวกเขาดุดันกว่าในอดีตมาก เพราะได้รับการฝึกแบบอสูรที่เน้นรุกรุนแรงและรับหนักแน่นมาแล้ว หรือว่าเจ้าไม่ชอบดูการฝึกทหาร ข้าจะพาไปดูที่อื่นก็ได้นะ

 

มหาเทพเจ้าใจผิดแล้ว ข้าชอบดูการฝึกทหารขอรับ แต่ไม่ได้ออกมาข้างนอกนานแล้วจึงรู้สึกตกใจกับการพัฒนาของทุกคนนิดหน่อยฮาธอสกล่าวไปตามความจริง แม้ว่าจะครึ่งเดียวก็ตาม เพราะไม่กล้าบอกเหตุผลที่แท้จริงออกไป แต่ดูเหมือนมหาเทพสงครามจะเข้าใจความคิดเขา ร่างสูงใหญ่จึงขยับมาใกล้

 

ขอโทษที่ไม่ใช่การเดินเล่นแค่สองคนนะ ฮาธอสเทพอสูรหนุ่มกระซิบ ถ้าอยากอยู่กันสองคนต้องรอตอนกลางคืนก่อนนะ

 

อย่าล้อ...อ๊ะ!อาการสำลักคำพูดของฮาธอสต้องชะงักทันที เมื่ออาการปวดท้องกำเริบอย่างไม่ทันตั้งตัว ไคซัสสังเกตเห็นจึงเข้าประคองแขนเขาไว้ก่อนจะทรุดกองกับพื้น

 

ปวดท้องอีกแล้วหรือ เอายามาหรือเปล่าเทพคนสวนขี้ไปที่ขวดดินเผาใบเล็กที่แขวนไว้กับเข็มขัด เหงื่อเริ่มผุดพรายเต็มหน้าผากทั้งที่เพิ่งเริ่มปวดได้แค่แปบเดียวเท่านั้น อดทนอีกนิดนะ ข้าจะพาเจ้าไปพักข้างหลัง

 

แล้วเทพอสูรร่างใหญ่ก็พาฮาธอสเดินตัดแถวทหารออกจากลานอย่างรวดเร็ว เขาสัมผัสได้ว่ามีองครักษ์สองนายสิ่งตามมาด้วย แต่ทั้งหมดหยุดตรงปากทางเข้าซอกตึกที่พักทหารทางขวา ซึ่งไคซัสพาเทพหนุ่มอ้อมไปยังสวนด้านหลัง ที่นั่นมหาเทพสงครามช่วยป้อนยาลูกกลอนที่ไคมีร่าปรุงทิ้งไว้ให้ฮาธอสสองเม็ด ก่อนปล่อยให้นั่งพักที่ม้ายาวหลังแนวต้นสนแดงแล้วผละไปที่บ่อน้ำพุ

 

ฮาธอสเอนตัวกับพนักพิงหลังในท่าสบายที่สุด มือกุมเสื้อเหนือท้องที่เจ็บเสียดเหมือนมีใครเอาเข็มมาแทงแล้วลากไปมาอย่างไร้ความปราณี แต่ยาของไคมีร่าก็ได้ผลดีเกินคาด ไม่นานอาการปวดท้องนั้นก็ลดลงมาอยู่ในระดับที่ทนไหว เลือดเริ่มวิ่งขึ้นมาบนใบหน้าซีดเผือดของเขาอีกครั้ง

 

ยาออกฤทธิ์แล้วสินะไคซัสกลับมาพร้อมกับผ้าเช็ดหน้าเปียกน้ำหมาด ๆ ซึ่งเขาใช้มันซับเหงือกให้ฮาธอสอย่างเบามือ ข้าไม่น่าพาเจ้าออกมาเลย...

 

อย่าพูดอย่างนั้นขอรับ เพราะข้าเรียกร้องจะออกจากห้องด้วย ท่านถึงตัดสินใจชวนข้าออกมาไม่ใช่หรือความเห็นใจและเข้าอกเข้าใจคนอื่นนี้เป็นข้อดีที่สุดของฮาธอส...จนบางครั้งก็น่าอ่อนใจ

 

เจ้าเป็นแบบนี้มาตลอดหรือมหาเทพสงครามถามพลางดึงตัวฮาธอสมาพิงบ่าตัวเอง ก่อนเสริมเมื่อชายหนุ่มผมทองเงยหน้ามองอย่างงุนงง ข้าหมายถึงการถนอมน้ำใจและคิดถึงคนอื่นก่อนตัวเองเสมอของเจ้า

 

แปลกหรือขอรับ ข้าคิดว่าเราทุกคนควรจะทำแบบนั้นเสียอีกดวงตาสีฟ้าฉายแววไร้เดียงสาราวกับว่ามันเป็นเรื่องธรรมดาจนชั้นไคซัสยังอึ้งน้อย ๆ

 

ไม่หรอก ไม่ใช่ทุกคนที่เป็นแบบนั้น ข้าคิดว่าเจ้าเข้าใจที่ข้าพูดนะ

 

ใช่! ฮาธอสเข้าใจสิ่งที่มหาเทพสงครามพูดอย่างแน่นอน สวรรค์ก็เหมือนกับโลกอื่น ๆ ที่ประกอบด้วยเทพที่หลากหลาย อุปนิสัยใจคอก็แตกต่างกันไปด้วย เพียงแต่มีฐานของสายเลือดกับการกำเนิดมาจากสวรรค์เท่านั้น ตัวอย่างที่เห็นชัดที่สุดก็คือ เขากับพี่ชาย นั่นเอง

 

เพราะพี่ชายของเจ้าหรือคำถามนี้ก็ลอยขึ้นมาอย่างไม่ทันตั้งตัว ฮาธอสทำหน้าตกใจ

 

ทำไมถึงถามเช่นนั้น!

 

ตามประวัติของเฮสเลนที่ข้ารู้มา เขาเป็นคนโหดเหี้ยมและอำมหิต ถ้าถูกใจอะไรก็จะเอามาเป็นของตัวเองให้ได้โดยไม่เกี่ยงวิธีการ มีเทพมากมายที่ต้องจุติเพราะเขา แต่ตัวเจ้ามีจิตใจที่อ่อนโยน เห็นอกเห็นใจคนอื่น ชอบช่วยเหลือผู้คน บางครั้งถึงขั้นหัวอ่อน ข้าจึงสงสัยว่าเจ้าเป็นแบบนี้เพราะอยากชดเชยแทนพี่ชายหรือเปล่า

 

คำพูดของไคซัสทำให้ฮาธอสฉุกคิดถึงเรื่องราวในอดีตอีกครั้ง สมัยเด็ก ๆ เขากับพี่ชายต้องทำทุกวิถีทางเพื่อความอยู่รอด แต่หลายครั้งที่เขาแอบปล่อยสัตว์ที่เฮสเลนจับมาได้ไป เพราะอดสงสารมันไม่ได้ทำให้ทะเลาะกับพี่ชายบ่อย ๆ จนสุดท้ายอีกฝ่ายต้องฆ่าสัตว์ก่อนเอากลับบ้านเสมอ

 

นิสัยนั้นส่งผลมาถึงช่วงที่เฮสเลนเริ่มอาละวาดด้วย ซึ่งเหตุการณ์ที่ทำให้เขากับเฮสเลนแตกหักกันจริง ๆ กลับเป็นการช่วยเหลือเทพเด็กที่เฮสเลนลักพาตัวมาเพื่อเรียกค่าไถ...หรือไม่ก็เพื่อสนองความต้องการส่วนตัว เพราะทนเห็นเด็ก ๆ ถูกทรมานราวกับตายทั้งเป็นไม่ได้และเห็นใจเทพบิดามารดาที่ต้องใจแหลกสลาย เรื่องราวในตอนนั้นทำให้เขาถูกพี่ชายตัวเองตัดพี่ตัดน้องอย่างเด็ดขาด

 

คิดดูแล้ว...เขาก็เป็นคนแบบนี้มาตั้งแต่เด็ก ๆ

 

ข้า...เกรงว่าจะไม่ใช่...เพราะข้าชอบช่วยเหลือคนอื่นมาตั้งแต่เด็ก ๆ แล้วฮาธอสยิ้มบางเบายามคิดถึงอดีตที่มีแต่ความดีงามของตน แม้จะมีความทุกข์เจือปนมาบ้าง แต่ด้านที่ดีก็ทำให้เขาสบายใจได้เสมอ

 

ถ้าอย่างนั้นช่วงเฮสเลนอาละวาด เจ้าคงพยายามช่วยเหลือผู้บริสุทธิ์ด้วยสินะเทพคนสวนแสดงท่าทางกระอักกระอ่วนหลังไคซัสถามตรงไปตรงมาเหมือนลูกธนูปักกลางเป้า

 

มีบ้างขอรับ แต่เฮสเลนก็รู้จักข้าดี เพราะอย่างนั้นหลายครั้ง...จึงผิดพลาดปลายเสียงของเทพหนุ่มแผ่วเบาจนแทบมีแต่ลม ใบหน้าคมกำลังก้มลงต่ำเมื่อถูกมือใหญ่เชยคางขึ้นสบตาคนที่ยิงคำถามเลือดเย็นนั้นออกมา แววเศร้าสร้อยในดวงตาคู่นั้นละลายหัวใจที่กำลังจะแข็งขืนของเขาได้ในพริบตา

 

ข้าขอโทษที่ถามแบบนี้ แต่ในฐานะมหาเทพสงคราม...ในฐานะคนรักของเจ้า ข้ามีสิทธิ์ที่จะรู้เรื่องนี้นะไคซัสให้เหตุผลอย่างตรงไปตรงมา...และตรงต่อหัวใจของเขามากที่สุด

 

แต่สำหรับฮาธอส การเล่าเรื่องนี้ไม่ต่างกับการย้อนกลับไปหาฝันร้ายที่เต็มไปด้วยความทุกข์ ความเศร้า และความสิ้นหวังที่เขาต้องเผชิญตลอดช่วงที่เฮสเลนก่อการร้าย แม้ว่ามันจะผ่านมาหลายร้อยปีแล้วก็ตาม

 

ข้ายังไม่พร้อมขอรับฮาธอสหลุบตาต่ำหวังให้แพขนตาของตนปกปิดซ่อนความเจ็บปวดที่เจืออยู่ในแววตา แต่ไคซัสก็รับรู้ได้จากท่าทางของเขา

 

เข้าใจล่ะ เอาไว้เจ้าพร้อมเมื่อไหร่ก็มาเล่าให้ข้าฟังนะปากอาจจะถูกอย่างใจกว้าง แต่ใบหน้าของไคซัสกลับเต็มไปด้วยความสงสัย แต่ข้ายังมีอีกคำถามที่ไม่ว่ายังไงก็อยากรู้ดวงตาสีน้ำเงินเหลือบขึ้นสบตาเขานิ่ง เจ้ารู้ไหมว่าเฮสเลนหายตัวไปไหน

 

นั่นเป็นคำถามที่เทพทั้งสวรรค์ต่างสงสัย แต่แสร้งทำเป็นลืมไปด้วยเหตุว่าต้นตอของภัยร้ายได้หายไปแล้ว ความสงบสุขหวนคืนสู่สวรรค์จึงไม่จำเป็นต้องหาคำอธิบายใด ๆ อีก เรื่องราวของเฮสเลนจึงถูกกาลเวลากลบฝังไว้ในหลุมมืดลึกลงในไปจิตใจของชาวเทพ แน่นอนว่ารวมถึงฮาธอสด้วย แต่การฝังของเขานั้นดูจะหนาแน่นยิ่งกว่าคนอื่น ๆ เพราะที่ผ่านมาเขาไม่เคยสงสัยว่าพี่ชายของตนหายไปไหน สำคัญที่สุดคือ...ไม่มีความจำเป็นที่ชาวเทพทั้งหลายจะต้องรู้ด้วย...

 

ข้าน้อยไม่ทราบขอรับ

 

ดวงตาสีน้ำเงินพริ้มหลับพร้อมกับคำถามที่หลุดจากคออย่างลำบาก ไคซัสสามารถจับกระแสอึดอันและทุกข์เศร้าจากน้ำเสียงของฮาธอสได้อย่างชัดเจน เขาอยากรู้เหลือเกินว่าในอดีตฮาธอสต้องเจอกับสิ่งใดมาบ้างถึงได้เก็บงำความทุกข์ไว้ขนาดนี้ แต่ในเมื่อเจ้าตัวไม่ยอมให้ความร่วมมือคงต้องรอไปก่อน

 

เข้าใจแล้ว แค่เจ้ายอมให้ข้าถามเรื่องนี้ก็ถือว่าพยายามเต็มที่แล้ว ขอบใจมากเมื่อฮาธอสเหลือบตามองไคซัสอีกครั้งก็เห็นรอยยิ้มอ่อนโยนที่ทำให้ใบหน้าของเขาน่ามองขึ้นเล็กน้อย และกลายเป็นรอยยิ้มกว้างตอนเขาพูดประโยคต่อมา มา! ข้าจะให้รางวัล

 

ฮาธอสไม่มีเวลาแม้แต่จะคิดสงสัยว่ารางวัลอะไร ใบหน้าคมเข้มสีแดงก็โน้มลงมาจูบริมฝีปากของเขาอีกครั้ง...เป็นครั้งที่สองของวัน คราวนี้สัมผัสจูบเร่าร้อนและดื่มด่ำทำให้สมองของเทพคนสวนพร่าเลือนไปอีกรอบ เขารู้สึกว่ามือใหญ่วางบนหน้าท้องแล้วถ่ายพลังเยียวยาอาการปวดท้องให้ ไอพลังแผ่ไปทั่วทำให้ร่างกายอ่อนระทดระทวยตามมือที่กดเขาลงกับม้านั่ง ร่างใหญ่ตามขึ้นมาอยู่เหนือตัวเขาเป็นเงาตามตัว จูบย้ำลึกซึ้งคล้ายจะซึมลงไปให้ถึงจิตวิญญาณ ในที่สุดฮาธอสก็เข้าใจ...ไคซัสจงใจใช้พลังเยียวยาตอนนี้เพื่อกระตุ้นเขานั่นเอง

 

อุ๊ย!ท่ามกลางสติที่ไม่อยู่กับเนื้อกับตัว เสียงหวานที่อุทานขึ้นนั้นประหนึ่งเทปที่ถูกเปิดซ้ำใหม่ ฮาธอสผลักตัวไคซัสออกและมองไปยังต้นเสียง นาซิลลายืนอยู่ใต้ชายคาและใช้มือที่ถือจดหมายฉบับหนึ่งไว้ปิดปากเหมือนเมื่อคืนนี้ไม่มีผิด ต่างกันเพียงความตื่นตระหนกและไม่อยากเชื่อในดวงตาของเธอเท่านั้น

 

ทำไมเธอถึงมาอยู่ที่นี่ได้!

 

เจ้ามาทำอะไรที่นี่ นาซิลลาไคซัสถามหลังเห็นฮาธอสอ้าปากพะงาบ ๆ อย่างคนพูดอะไรไม่ออก

 

ขะ...ข้าน้อยนำสารจากจอมเทพีเรเทเชียกับขุนพลเทพอันดับห้ามาให้ฮาธอสเจ้าค่ะน้ำเสียงของนาซิลลาสั่นเทาจนเกือบไม่เป็นคำ เห็นได้ชัดว่าเธอช็อกกับภาพที่เห็นเมื่อครู่นี้มาก ดวงตาสีฟ้าเต็มไปด้วยคำถามจับจ้องที่ฮาธอส พะ...พูดส่งบอกว่าเป็นสารขอโทษจากทั้งสองเจ้าค่ะ

 

ส่งมาถึงเจ้าด้วยใช่ไหมหลังไคซัสถาม นาซิลลาก็พยักหน้า เอาเข้ามา

 

แต่ร่างบางกลับยืนนิ่งอยู่ที่เดิม แม้จะสิ้นเสียงสั่งไปนานแล้ว ฮาธอสกับไคซัสมองหน้ากันนิดหน่อย ก่อนเทพคนสวนจะตัดสินใจลุกไปหาเด็กสาวด้วยตนเอง ซึ่งทุกย่างก้าวช่างหนักอึ้งดุจถูกถ่วงด้วยก้อนหิน ชายหนุ่มเคยคิดว่าสักวันหนึ่งจะบอกเธอเรื่องไคซัส แต่ไม่คาดฝันเลยว่าเธอจะมาเห็นด้วยตัวเองก่อนแบบนี้ มิหนำซ้ำยังเกิดขึ้นหลังจากที่เขาปฏิเสธเธอเสียด้วย มันก็เหมือนมีดที่กรีดย้ำลงบนรอยแผลของเธอ...อย่างไร้ความปราณี

 

นาซิลลา...ฮาธอสเรียกพร้อมยื่นมือออกไปขอจดหมาย แต่สายตาที่มองดูเธอนั้นมีแต่ความเสียใจ

 

อ๋อ! เอาไปสิ ขอตัวก่อนนะ!เด็กสาวยัดซองในมือเขาแล้วสะบัดหน้าวิ่งจากไป พริบตาก่อนที่เธอจะหันหน้าหนีไปนั้น ฮาธอสมองเห็นน้ำตาของเธอ อีกแล้วหรือ...นี่เขาทำให้น้องสาวของเขาต้องเจ็บปวดอีกแล้วหรือ!

 

มหาเทพสงครามดูเหตุการณ์อยู่ที่เดิมอย่างเงียบเชียบ นึกรู้เลยว่าเรื่องนี้อาจกลายเป็นจุดแตกหักระหว่างฮาธอสกับนาซิลลา ทว่าเขาก็ไม่เสียใจที่มันเกิดขึ้น...แม้จะไม่ได้เจตนาเสียทีเดียวก็ตาม เพราะนั่นเท่ากับว่าจะไม่มีสตรีนางไหนมาช่วงชิงเทพคนสวนไปจากเขาได้อีกแล้ว

 

ไม่เป็นไรนะ ฮาธอสในที่สุดไคซัสก็ลุกไปกอดคนที่รักจากข้างหลัง ปลอบประโลมเขาด้วยความรักและไออุ่นของตนเอง ให้เวลานาซิลลาทำใจอีกสักหน่อย ค่อยอธิบายเรื่องทั้งหมดให้นางฟัง ข้าเชื่อว่านางจะเข้าใจ

 

ฮาธอสไม่ได้ตอบ เพียงพยักหน้ารับอย่างขมขืนและภาวนาให้ทุกอย่างเป็นดั่งที่มหาเทพสงครามพูดมา...

 

--------------

 

อีกด้านหนึ่ง เรมันต์ซึ่งถูกฟาเบียนพิพากษาปลดจากตำแหน่งหัวหน้าจอมปราชญ์และถูกขับไล่ออกจากเขตส่วนกลางต้องมาใช้ชีวิตอยู่ในเขตทุรกันดานบริเวณชายมหานครทิศเหนือ วิมานที่เคยใช้โตและงดงามในอดีต บัดนี้กลายเป็นกระท่อมหลังน้อย หลังคามุงหญ้าคาตากแห้ง บริเวณบ้านก็น้อยกว่าในอดีตเกือบสิบเท่า ไม่มีข้ารับใช้คอยดูแลอย่างในอดีตอีกต่อไปแล้ว

 

ชายชราเดินกลับไปกลับมาภายในนิวาสสถานที่มีอยู่เพียงห้องเดียวของตน สมองอันเฉียบคมพยายามคิดแผนต่าง ๆ นานา เพื่อหาทางกลับไปอยู่ในตำแหน่งเดิมให้ได้ ทว่าทุกแผนล้วนทำได้ยาก เพราะนอกจากต้องใช้คนเยอะแล้วยังต้องพึ่งเส้นสายทางการเมืองด้วย ซึ่งเขาเสียทั้งหมดนั้นไปหมดแล้ว!

 

ถ้าไม่มีสองตนนั้น ข้าก็คงไม่ตกอับแบบนี้หรอก!

 

ตัวเองเดินหมากพลาดเองนะ อย่าเอาแต่โทษคนอื่นซี่เรมันต์ถึงกับสะดุ้งเมื่อเสียงเล็กคุ้นหูของเด็กหนุ่มคนหนึ่งดังขึ้นทันทีที่ขาดเสียงสบถของเขา

 

เซย์เรียโน่ยืนกอดอกพิงบ่ากับกรอบประตูดูสีหน้าตกใจของชายชราอย่างหยามหยัน คนที่เคยอยู่อย่างมีเกียรติและหยิ่งทระนงในศักดิ์ศรี ต้องมาอยู่กระต๊อบหลังเล็ก ๆ แบบนี้คงเสียความรู้สึกน่าดู นับว่าฟาเบียนดัดนิสัยได้ถูกทางล่ะนะ

 

ท่านมาทำอะไรที่นี่ ขุนพลเทพอันดับห้า!น้ำเสียงแหบติดจะกระชากนิด ๆ ด้วยความหงุดหงิด

 

ข้าไม่ได้มาเหยาะเย้ยท่านหรอกน่า ถึงจะอยากทำก็เถอะเซย์เรียโน่หัวเราะชอบใจหลังเห็นเรมันต์คิ้วกระตุกยิก ๆ การยั่วโมโหใครสักคน...โดยเฉพาะคนที่เกลียดสุด ๆ เนี่ย มันสนุกจริง ๆ นะ น่าเสียดายที่เล่นมากไม่ได้ เดี๋ยวจะเสียงานซะก่อน เรมันต์อยากกลับไปอยู่ที่เดิมไหม

 

ขุนพลเทพอันดับห้า ถึงข้าจะออกจากตำแหน่งแล้ว แต่ก็สูงวัยกว่าท่านมาก ให้เกียรติกันหน่อยได้ไหม

 

ข้าจะให้เกียรติเฉพาะคนที่ข้าอยากให้เกียรติ ท่านก็รู้เรื่องนี้ไม่ใช่รึเจ้าของเสียงเล็กสวนกลับมาอย่างเย็นชาทำให้คนต่อว่าหน้าแดงวาบด้วยความโกรธเสียเอง แต่เมื่อเห็นหน้าไม่พอใจอันเยือกเย็นของเด็กหนุ่ม ชายชราก็ไม่กล้าต่อว่าอะไร ทำไมน่ะหรือ? เพราะเจ้าเด็กนี่มีพลังมากที่สุดในบรรดาขุนพลเทพน่ะสิ และถึงมหาเทพจ้าวสวรรค์จะดูไม่ชอบขี้หน้าเขานัก แต่ก็วางใจให้ทำงานใหญ่มาหลายครั้งแล้ว เอาล่ะ ข้าจะถามอีกครั้ง เจ้าอยากกลับไปตำแหน่งเดิมไหม

 

แน่นอน ถ้าได้รับโอกาส ข้าจะพยายามอย่างเต็มที่!เรมันต์กล่าว แววตาหมายมั่น!

 

เซย์เรียโน่ยิ้มหวานอย่างเจ้าเล่ห์ อย่างนั้นก็ดี ข้ามีงานให้ท่าน เป็นงานที่เจ้าต้องทำให้ได้เสียด้วยว่าพลางเดินเข้าไปข้างในอย่างงามสง่าแล้วประตูบ้านก็เคลื่อนปิดด้วยตัวของมันเอง

 

เนิ่นนานหลังจากนั้น ขุนพลเทพอันดับห้าแห่งสวรรค์ก็เปิดประตูเดินออกมาด้วยสีหน้าแช่มชื่น ผิดกับคนที่ถูกทิ้งไว้ข้างในซึ่งนั่งนิ่งที่โต๊ะรับประทานอาหารกลางบ้านด้วยสีหน้าคิดไม่ตก และสะดุ้งโหยงเมื่อเด็กหนุ่มเจ้าของร่างเล็กหันกลับมาพูดย้ำ

 

เรมันต์ นี่เป็นงานใหญ่ที่สุดเท่าที่ข้าจะหามาได้เพื่อเจ้านะ ดังนั้นอย่าทำให้ข้า...ไม่สิ ต้องพูดว่าอย่าทำให้ฟาเบียนผิดหวังล่ะเด็กหนุ่มโบกมือน้อย ๆ แล้วหมุนตัวเพื่อกลับไป

 

ช้าก่อน!เรมันต์โพล่งรั้งไว้ เจ้าของชื่อจึงหันกลับไปหาชายชราที่ลุกพรวดขึ้น ช้าก่อน...ถ้าข้าทำสำเร็จจริง ๆ มหาเทพจ้าวสวรรค์จะให้ข้ากลับไปอยู่ในตำแหน่งเดิมจริงหรือ

 

แน่นอนอยู่แล้ว ทำไมข้าต้องโกหกด้วยล่ะเซย์เรียโน่เอียงคอ ทำหน้าฉงนฉงายอย่างเด็กไร้เดียงสาสมวัย ไม่ใช่แค่จะได้คืนตำแหน่งเดิมนะ แต่เขาจะต้องชื่นชมเจ้าไปอีกนับพันปี บางทีอาจบันทึกในประวัติศาสตร์สวรรค์ด้วยก็ได้

 

ความหอมหวานของความหวังนั้นช่างเย้ายวนใจอย่างยิ่งยวด ขนาดที่ทำลายความไม่มั่นใจซึ่งก่อตัวขึ้นหลังจากได้ยินหัวข้องานจากเด็กหนุ่มคนนี้ไปเสียสิ้น อันที่จริง มันก็ไม่เชิงว่าเป็นงานที่น่าอภิรมย์นัก ทว่าผลตอบแทนที่สวยงามย่อมต้องแลกด้วยงานที่ยากลำบากอยู่แล้ว มันเป็นสัจธรรมที่ใช้ได้ในทุกโลก

 

เมื่อเห็นว่าชายชราเงียบไปแล้ว เซย์เรียโน่จึงคิดว่าเจ้าตัวน่าจะยอมรับข้อเสนอของเขา เด็กหนุ่มจึงเหาะจากมาด้วยความสำราญใจอย่างที่สุด และแล้ววันนี้เขาก็ทำงานเสร็จไปอีกส่วน จะไปเที่ยวเล่นที่ไหนดีนะ

 

นั่นเจ้ากำลังคิดจะไปก๊งที่ไหนหรือ เซย์เรียโน่ขณะกำลังคิดอย่างเพลิดเพลิน จู่ ๆ ก็มีน้ำหนักตัวคนโถมลงมาจากข้างบนอย่างไม่ทันตั้งตัว เด็กหนุ่มร้องเสียงหลงพร้อมยั้งตัวไว้ก่อนจะร่วงกลางอากาศ พอรู้ตัวอีกครั้งก็ถูกเจ้าของน้ำหนักบนหลังรัดไว้จนดิ้นไม่หลุด!

 

โผล่มาแล้ว เจ้าเทพแสงลามก ปล่อยข้านะลูซิส!โวยวายพร้อมเอี้ยวตัวมองเทพหนุ่มรูปงามเจ้าของเรือนผมสีแพรตตินั่ม ดวงตาสีรุ้งกรุ้มกริ่ม ผิวขาวเนียน เวลาเขายิ้มเหมือนมีแสงเจิดจรัสดั่งดวงตะวันสาดส่องมาด้วย สมเป็นมหาเทพแห่งแสงสว่าง หนึ่งในมหาเทพบรรพกาลแห่งสวรรค์จริง ๆ

 

ไม่ปล่อย เจ้าไม่ได้ไปเยี่ยมข้าหลายวันแล้ว อุตส่าห์เจอกันทั้งทีไม่ปล่อยเด็ดขาดลูซิสไม่พูดเปล่า ยังเบียดแก้มคลอเคลียเหมือนแมว แล้วหอมไซ้แก้มเนียนขาว เล่นเอาคนถูกลวนลามขนลุกซู่

 

ว้อย! ที่ไม่ได้เจอกัน เพราะเจ้าไปขลุกกับฟาเบียนไม่ใช่หรือไง เบื่อแล้วเรอะ ถึงมาก่อกวนกันแบบนี้!เซย์เรียโน่พยายามดิ้นเต็มที่ แต่มือเหนี่ยว ๆ นั่นกลับรัดเขาแน่นขึ้นเหมือนกาวดักหนู พับผ่าเถอะ! ในฐานะเพื่อน เขาเกลียดการกระทำแบบนี้ที่สุด นี่มันการแกล้งกันชัด ๆ!

 

ยังไม่เบื่อหรอก เล่นกับฟาเบียนก็สนุกดี แต่พอดีคิดถึงเจ้าก็เลยแวะมาหาคนตอบยิ้มกว้าง แสงสว่างของสวรรค์เป็นส่วนหนึ่งของอำนาจในมหาเทพบรรพกาลตนนี้ เจ้าตัวจึงสามารถไปไหนมาไหนได้อย่างรวดเร็วและรับรู้ทุกสรรพสิ่งที่เขาอยากจะรู้ แต่ข้าได้ยินแล้วนะ เรื่องที่เจ้าคุยกับเรมันต์น่ะ

 

ทำไม? เจ้าจะขวางข้าหรือเมื่อดิ้นไม่หลุด เซย์เรียโน่ก็ลอยตัวนิ่งอยู่ในอ้อมแขนอีกฝ่าย กอดอกหน้าบึ้งไม่พอใจสุด ๆ ซึ่งดู...น่ารักมากในสายตาคนมอง

 

มหาเทพบรรพกาลอย่างพวกข้าไม่ยุ่งเรื่องของสวรรค์มานานแล้วและจะไม่ยุ่งต่อไปด้วย ดังนั้นข้าไม่ขวางหรอกลูซิสยิ้มเอียงคอมองอีกฝ่ายอย่างใคร่รู้ แต่ข้ากำลังสงสัยว่าสิ่งที่เจ้าทำลงไป มันดีแล้วหรือ

 

อะไรล่ะ

 

ราดน้ำมันลงกองไฟ

 

ดวงตาสีแดงฉานเหลือบมองมหาเทพหน้าเป็นซึ่งส่งยิ้มน่ารักน่าเอ็นดูมาให้ ในใจนึกอยากตั้นหน้าด้วยความหมันไส้สักหมัด ทว่าต้องข่มใจไว้แล้วนึกถึงเหตุการณ์ในนิวาสสถานของเรมันต์ รอยยิ้มสมใจที่เย็นชาราวกับน้ำแข็งขั้วโลกก็ปรากฏบนใบหน้าจิ้มลิ้มนั้น

 

ในบรรดางานที่ข้าทำ การราดน้ำมันใส่กองไฟเป็นสิ่งที่ข้าชอบที่สุดแววตาซุกซนจางหายกลับกลายเป็นแววสนุกสนานที่ดูร้ายเดียงสายิ่งนัก ลองนึกดูสิว่าถ้าใส่เชื้อไฟที่น่ากลัวที่สุดในกองเพลิงที่กำลังจะลุกโหม อะไรจะเกิดขึ้นต่อไป เจ้าไม่คิดว่ามันน่าสนุกหรอกหรือ ลูซิส

 

ไม่ว่ามหาเทพแสงสว่างจะคิดอย่างไรกับความคิดของเด็กหนุ่มตนนี้ เขาก็สามารถปกปิดมันได้อย่างมิดชิด มีเพียงมือที่ตะปบลงบนผมหน้าของเขาแล้วขยี้แรง ๆ จนยุ่งเป็นรังนก

 

อย่าสนุกจนเกินเหตุแล้วกัน เซย์เรียโน่ เจ้ายังเด็กและมีภาระมากเกินกว่าจะก้าวเข้าไปในโลกสีดำนั่น

 

คำเตือนก้องกังวานในโสตประสาทพร้อมกับอ้อมแขนที่คลายออกจากตัวเซย์เรียโน่ แต่เมื่อเขาหันกลับไปก็พบเพียงท้องฟ้าที่ว่างเปล่า ลูซิสหายตัวไปเสียแล้ว ขุนพลเทพอันดับห้าเอามือเสยผมอย่างเซ็ง ๆ

 

ไม่ต้องเตือนข้าก็รู้แล้วน่า เจ้าเทพลามก...

 

----------------



:) Shalunla
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

125 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 27 พฤษภาคม 2557 / 16:10
    ปมในเรื่องที่น่าสนใจที่สุดนี่ดูเหมือนจะเป็นเรื่องเกี่ยวกับเซย์เรียโน่แฮะ ความลับเยอะจริง เดาทางไม่ออกว่าอยู่ฝ่ายไหนกันแน่ -0-;;
    #109
    0
  2. #51 -เกม- (@-gem-) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 23 กันยายน 2556 / 17:51
    นาซิลลาที่กำลังจะอัพเกรดมาเจอชอตเด็ดพอดี! อื้อหือ จังหวะเหมาะได้อีก =A=;;
    เซย์เรียโน่... ตาโน่... คิดจะทำอะไรอีกแล้วละนั่น ไม่น่าไว้ใจเล้ย เฮ้ออ - -;
    ท่านเทพแห่งแสงงง ข้าน้อยขอสมัครเป็นเอฟซีท่านได้ไหมเจ้าคะะะะ ส่วนผสมที่ลงตัว(?)ของความกะล่อนบวกกับความเป็นผู้ใหญ่เนี่ยช่างถูกใจจริงๆ >A<

    คำผิดค่ะ
    มองดูร่างบาองที่จ้องเขาตาแป๋ว
    หายไปแค่ชั่วคราวและกลับมาใหม่เมื่อวาง - ว่าง
    เงยหน้ามองคนก่อนอย่างเพิ่งนึกได้ - กอด
    เทพคนสวนขี้ไปที่ขวดดินเผา - ชี้
    มีองครักษ์สองนายสิ่งตามมาด้วย - ซึ่ง??
    ซึ่งเขาใช้มันซับเหงือกให้ฮาธอส - เหงื่อ
    ปากอาจจะถูกอย่างใจกว้าง - พูด?
    พูดส่งบอกว่าเป็นสารขอโทษ - ผู้ส่ง?
    พยักหน้ารับอย่างขมขืน - ขมขื่น
    แต่มือเหนี่ยวๆ นั่นกลับรัดเขาแน่น - เหนียว
    ด้วยความหมันไส้สักหมัด - หมั่น
    ตะปบลงบนผมหน้าของเขา - ผมหน้า? พิมพ์ตกอะไรรึเปล่าคะ ;w;

    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 23 กันยายน 2556 / 17:52
    #51
    0