ณ แดนสรวง [Boy's Love] = จบแล้ว =

ตอนที่ 14 : บทที่ 12 ความ (อ) ยุติธรรมในการไต่สวน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 917
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    26 ส.ค. 56


คุยกันก่อน

 

อ่า.....ไม่เมาส์ยาว อ่านกันเลยครับ = =

 

Keisei

 

------------------------------------

 

 

บทที่ 12 ความ (อ) ยุติธรรมในการไต่ส่วน

 

หัวไม่ได้วาง...หางไม่ได้เว้น...

 

ฟาเบียนคิดแบบนั้น เพราะนี่เป็นครั้งที่สองแล้วที่เขาต้องมาเยือนพาเทร่าเพื่อสะสางปัญหาให้กับไคซัส เขาก้าวลงจากรถม้าประจำตำแหน่ง ซึ่งจอดอยู่หน้าประตูทางเข้าปราสาทชั้น หัวหน้าจอมปราชญ์ในชุดสีขาวสื่อถึงความบริสุทธิ์ตามมาสมทบทางด้านหลัง อัลล์กับองครักษ์หกนายที่ทำหน้าที่ต้อนรับแสดงความเคารพผู้สูงศักดิ์พร้อมเพียงกัน

 

ไคซัสล่ะนั่นคือคำถามแรกของมหาเทพจ้าวสวรรค์หลังไม่เห็นไคซัส แม้จะรู้ดีว่าอีกฝ่ายไม่เคยให้ความเคารพเขาในฐานะราชาแห่งฟ้าเลย แต่พอเจ้าตัวไม่ออกมาต้อนรับก็อดเสียความรู้สึกมิได้

 

ท่านรออยู่ข้างในพ่ะย่ะค่ะ สั่งให้กระหม่อมนำคนออกมาต้อนรับและนำทางท่านจ้าวกับหัวหน้าจอมปราชญ์ไปพบอัลล์ตอบด้วยท่าทางอ่อนน้อมเหมือนเช่นเคย แต่น้ำเสียงมีร่องรอยของความห่างเหินจนสัมผัสได้ มหาเทพไคซัสแจ้งด้วยว่าท่านจ้าวนำผู้ติดตามไปได้คนเดียวเท่านั้น ส่วนท่านหัวหน้าจอมปราชญ์ให้เข้าไปคนเดียว ส่วนที่เหลือให้รออยู่ข้างนอกนี้ ทหารของตำหนักเราจะคอยรับรองเองพ่ะย่ะค่ะ

 

โอหังจริง ๆ มันมีสิทธิ์อะไรมาสั่งให้ท่านจ้าวทิ้งผู้ติดตามไว้ที่นี่!เรมันต์แสดงอาการไม่พอใจทันที แต่ต้องนิ่งไปเมื่อฟาเบียนยกมือเป็นเชิงห้าม

 

ไม่เป็นไร ทำตามที่เขาบอกก็แล้วกันมหาเทพจ้าวสวรรค์ตัดสินใจแบบนี้ เพราะรู้ดีว่าไคซัสไม่ชอบให้ใครเข้าไปวุ่นวายในนิวาสสถานของเขา แม้ว่าฟาเบียนจะเคยมาที่นี่บ่อยแล้วก็ตาม แน่นอนว่าเรมันต์ต้องทำตามอย่างไม่เต็มใจนัก

 

หลังจากมหาเทพจ้าวสวรรค์เรียกผู้ติดตามที่ไว้ใจที่สุดมาแล้ว อัลล์ก็นำทางคนทั้งหมดเข้าไปในปราสาท โดยองครักษ์ทั้งหกคอยขนาบหัวหน้าจอมปราชญ์ไว้ เพื่อป้องกันมิให้หลบหนีและยังป้องกันมิให้ใครเข้ามายุ่งย่ามกับชายชราด้วย เพราะในห้องโถงใหญ่อันเป็นทางผ่านนั้น มีสหายของฮาธอสกับนาซิลลาจำนวนหนึ่งมารอดูหน้าชายชราอยู่แล้ว ฟาเบียนเห็นสายตาของแต่ละคนแล้วก็บอกได้เลยว่า พวกเขาไม่พอใจมาก

 

เทพรับใช้นั่นมีคนที่รักเยอะดีนะ อัลวินฟาเบียนเอ่ยในขณะถูกพาเข้าไปในห้องโถงเล็กปลายปีกตะวันออก

 

ฮาธอสเป็นที่รักของทุกคนและเขาก็เป็นเพื่อนของกระหม่อมด้วยพ่ะย่ะค่ะอัลล์ตอบ

 

เป็นอีกครั้งที่ราชาแห่งฟ้าขมวดคิ้ว เพราะน้ำเสียงอันแสนเย็นชาของอัลล์ เขาจำไม่เห็นได้เลยว่าอีกฝ่ายเคยเฉยชากับตนขนาดนี้ ทั้งที่สมัยก่อนออกจะกระตือรือร้นและทำหน้าดีใจเหมือนลูกหมาทุกครั้งที่เจอหน้ากัน ความจงรักภักดีที่เคยมีให้กันนั้นหายไปลงตั้งแต่เมื่อไหร่กันหนอ ฟาเบียนคิดพลางเม้มปากอย่างไม่ชอบใจนัก          นายทหารหนุ่มเดินไปบิดเชิงเทียนสามแฉกข้างเตาผิง เพียงครู่ผนังว่างเปล่าข้าง ๆ ก็ยุบลงก่อนเลื่อนไปด้านข้างเผยทางลับที่มีบันไดทอดลงไปด้านล่าง ปกติประตูนี้มิได้เปิดง่าย ๆ เยี่ยงนี้ เพราะถูกอำพรางด้วยเวทมนต์อันแข็งแกร่งที่มีแต่จ้าวตำหนักเท่านั้นที่เปิดได้

 

เชิญขอรับกล่าวแล้วนายทหารหนุ่มก็นำหน้าเข้าไปก่อน เมื่อทั้งกลุ่มเข้ามาแล้ว ประตูลับก็ปิดด้วยตัวของมันเอง ไฟเย็นสีฟ้าพลันลุกพรึบในกระถางเพลิงบนผนังให้แสงสว่างอย่างเพียงพอ กระนั้น เทพทุกตนยังต้องระมัดระวังในการเดิน เนื่องจากบันไดค่อนข้างสูงชันเอาการ บรรยากาศก็ดูลึกลับและกดดันจนไม่เหมือนเป็นส่วนหนึ่งของปราสาทบนสวรรค์เลย

 

ไม่นานทั้งกลุ่มก็ลงมาถึงชั้นล่าง ซึ่งถูกเนรมิตเป็นคุกแบบกรงขังขนาดหกห้อง ด้านในสุดเป็นโถงสำหรับการไต่สวน ทุกตนสามารถเห็นซามีที่ตัวอ่อนปวกเปียกถูกพันธนาการด้วยโซ่ตรวนติดผนัง ปิดตาด้วยแถบผ้าสีดำสนิทและอุดปากด้วยสายคาดติดลูกบอลเนื้อนิ่มขนาดเล็กราวกับสัตว์เดรัจฉาน ทำให้ผู้สูงศักดิ์ตกใจไม่น้อย

 

นี่มันอะไรกัน ทำไมต้องทำกันขนาดนี้ด้วยเรมันต์โพล่งออกมาและทำท่าจะวิ่งไปช่วยคนของตนเอง แต่ถูกองครักษ์ของไคซัสแขนจากข้างหลังจนขยับไม่ได้

 

ถ้าไม่ทำแบบนี้ พยานปากเอกคนเดียวของข้าก็ฆ่าตัวตายก่อนน่ะสิสุ้มเสียงทุ้มต่ำเย็นชาดังมาจากด้านข้าง ผู้มาเยือนจึงสังเกตเห็นมหาเทพสงครามที่นั่งอยู่ตรงมุมห้อง ดวงตาสีส้มสว่างจับจ้องเรมันต์ด้วยแววตาวาววับราวกับราชสีห์เล็งเหยื่อ ดีจริงที่ท่านผู้ทรงภูมิยอมมา ข้านึกว่าต้องให้คนไปรับถึงวิมานซะแล้ว

 

ตัวเขาก็ไม่อยากมาหรอก แต่ข้าให้คนไปพามาเองฟาเบียนชี้แจง เนื่องจากไคซัสใช้ป้ายทองอาญาสิทธิ์ช่วยฮาธอสออกมา เขาจึงรู้เรื่องตั้งแต่วันแรกและสั่งให้ทหารหลวงล้อมวิมานหัวหน้าจอมปราชญ์ไว้ ห้ามใครเข้าออกอย่างเด็ดขาดจนกระทั่งวันนี้ แล้วชายหนุ่มก็นึกได้ก่อนมองซ้ายขวาอย่างสงสัย ว่าแต่เจ้าทุกข์ที่เหลือล่ะ

 

นาซิลลายังเด็กไป ฮาธอสก็ยังไม่หายดี ข้าไม่อยากให้สองคนนั้นลำบากใจจึงไม่ให้ลงมา แต่พวกเขาก็ให้ปากคำในส่วนของตัวเองเรียบร้อยแล้วไคซัสลุกขึ้นใช้เวทมนต์ย้ายเก้าอี้ไปให้ฟาเบียนนั่ง

 

เฮอะ! คำพูดของเทพชั้นต่ำเชื่อได้ที่ไหนกัน โดยเฉพาะเทพผมทองนั่น!เรมันต์กล่าวอย่างเหยียดหยาม สีหน้าท่าทางบ่งชัดว่าตั้งใจจะโยนความผิดให้กับฮาธอส...อาจรวมถึงซามีที่ไคซัสจับไว้ด้วย

 

จะเชื่อหรือไม่นั่นดูเอาเองก็แล้วกัน

 

มหาเทพสงครามบอกแค่นั้นแล้วสะบัดมือสร้างฉากมนตรารูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าสีน้ำเงินขนาดใหญ่กลางอากาศ ฟาเบียนเอียงคอด้วยความสงสัยว่าอีกฝ่ายกำลังทำอะไร แล้วก็ได้คำตอบเมื่อมหาเทพสงครามดีดนิ้ว ภาพเหตุการณ์ในวันนั้นที่ฮาธอสกับนาซิลลาถูกลอบทำร้ายก็ปรากฏขึ้นฉากนั้นเหมือนจอภาพยนตร์ มันไม่ได้มีแค่ภาพ แต่ยังรวมถึงเสียงที่เทพรับใช้ทั้งสองได้ยินในตอนนั้นด้วย โดยถ่ายทอดจากสายตาของนาซิลลาที่เห็นทุกอย่างเป็นหลัก ไคซัสถึงอาความทรงจำส่วนนี้มาจากเทพรับใช้ทั้งสองเพื่อการนี้โดยเฉพาะ

 

เรมันต์ถึงกับอึ้ง นึกไม่ถึงว่ามหาเทพสงครามจะเตรียมการมาถึงขนาดนี้ ขณะฟาเบียนดูรายละเอียดของเหตุการณ์และความไร้เหตุผลทุกอย่างด้วยความตกตะลึง ซึ่งความรู้สึกนั้นยิ่งทวีความรุนแรงขึ้นเมื่อภาพเหตุการณ์ถูกทำร้ายดับวูบไป แล้วถูกแทนที่ด้วยช่วงเวลาที่ฮาธอสอยู่ในวิมานของเรมันต์ แม้จะเป็นช่วงเวลาอันสั้น แต่เสียงแผดร้องกับภาพที่บิดเบี้ยวตามความทรงจำบ่งบอกถึงความทุกข์ทรมานที่เทพคนสวนต้องเผชิญ หัวหน้าจอมปราชญ์แทบทรุดเมื่อภาพจบลงพร้อม ๆ กับมหาเทพจ้าวฟ้าที่ระเบิดความโกรธออกมา

 

นี่มันอะไรกัน!หลังเสียงตวาดอันกราดเกรี้ยว ฟาเบียนก็ลุกขึ้นแล้วหมุนตัวไปพาชายชราที่ยืนเยื้องไปด้านหลัง ดวงตาสีเขียวลุกโชนด้วยความพิโรธทำให้คนถูกจ้องทรุดกองกับพื้นไปจริง ๆ

 

กระหม่อมอธิบายได้นะพ่ะย่ะค่ะเรมันต์พยายามยื้อฟางเส้นสุดท้ายอย่างเต็มที่

 

อธิบายอะไร?” ไคซัสแทรกก่อนอีกฝ่ายจะทันได้พูดอะไรต่อ เขาเดินไปทอดผ้าผูกตาของซามีออก เทพหนุ่มเบิกตาขึ้นเหมือนคนเพิ่งตื่นนอนและต้องตกตะลึงเมื่อเห็นเรมันต์ ท่านผู้ทรงภูมิอยากจะอธิบายว่าให้ผู้ชายตนนี้มาลักพาตัวนาซิลลาและยังทำร้ายฮาธอส ซึ่งทั้งสองคนเป็นเทพรับใช้ของซิมโฟเนียอาเรียโดยตรงสินะ

 

ซามีทั้งดิ้นรนทั้งใช้พลังหมายสะบัดให้หลุดจากพันธนาการ แต่ไคซัสก็ผนึกอำนาจของเขาไว้มิดชิดจนไม่สามารถใช้ได้อย่างใช้ได้อย่างใจ ฟาเบียนมองหน้ามันแล้วเบือนไปจ้องหัวหน้าจอมปราชญ์โกรธจนตัวสั่นเทิ้ม

 

ถ้าไม่ตอบข้าจะถือว่าท่านกระทำการเกินกว่าเหตุ

 

ชายชราเงยหน้าขึ้นมองราชาแห่งฟ้าอย่างตกตะลึง ท่านจ้าวโปรดเห็นแก่ความดีความชอบของกระหม่อมด้วย กระหม่อมทำไปเพราะอยากปกป้องสวรรค์เท่านั้น ท่านจ้าวโปรดตรึกตรองให้ดี ตั้งแต่เทพอสูรตนนี้ขึ้นรับตำแหน่งก็มีแต่ความวุ่นวายเต็มไปหมด มันเป็นตัวกาลกิณีของสวรรค์...

 

หุบปาก!ฟาเบียนตวาดลั่น เรมันต์สะดุ้งโหยง แม้แต่ซามียังอึ้ง เพราะเขาถูกสะกดไว้ตลอดจึงไม่รู้เลยว่าราชาแห่งสวรรค์เห็นสิ่งใดบ้าง ถ้าเจ้าสังเกตให้ดี ๆ ความวุ่นวายเกิดขึ้นหลังจากไคซัสพยายามหาทางป้องกัน มีใครบางคนพยายามจะทำให้สวรรค์อ่อนแอก่อนแผนของเขาจะสำเร็จ แต่เจ้ากลับถูกทิฐิอันโง่เขลาบดบังสายตากระทำการหยาบช้ากับเทพชั้นต่ำ ไม่ละลายแก่ใจบ้างหรือไร!

 

ท่านจ้าวเรมันต์คลานเข่าไปใกล้องค์ราชา พระองค์ทรงเป็นอะไรไปแล้วจึงเข้าข้างอสูรเช่นนี้ กระหม่อมทำไปก็เพื่อปกป้องสวรรค์นะพ่ะย่ะค่ะ

 

อย่าเอาสวรรค์มาอ้าง หากทำเพื่อสวรรค์จริง ทำไมถึงไม่เชื่อฟังข้าง!ไคซัสเลิกคิ้วเมื่อได้ยินราชาแห่งฟ้าพูดแบบนั้น ช่างเป็นประโยคเอาแต่ใจเสียจริง แต่เขาไม่อยากขัดให้เสียประโยชน์จึงปล่อยไป ข้าอุตส่าห์ดึงคนมีความสามารถมารับตำแหน่งมหาเทพสงคราม อุตส่าห์คิดทบทวนแผนการของไคซัสตามที่พวกท่านขอ แต่แทนที่จะช่วยกันแก้ปัญหา ท่านกลับทำเรื่องงี่เง่าพรรค์นี้ ท่านยังมีหน้าเรียกตัวเองว่า จอมปราชญ์อีกหรือ เสียทีที่มีภูมิปัญญามากมาย แต่ต้องเสียไปเพราะอคติส่วนตน

 

ท่านจ้าว เทพอสูรตนนี้ไว้ใจไม่ได้นะพ่ะย่ะค่ะ เขาเลี้ยงลูกครึ่งเทพรัตติกาลที่เป็นพี่น้องกับเฮสเลนไว้ด้วย

 

ในที่สุดเรมันต์ก็โพล่งประโยคที่ไคซัสกลัวที่สุดออกมาจนได้ แต่เทพอสูรหนุ่มยังคงสีหน้านิ่งก่อนเหลียวมองซามีที่พยายามพยักหน้ายืนยันเพื่อช่วยเหลือเจ้านายของตนจนนิ่งไป ขณะอัลล์สะดุ้งตกใจนิดหนึ่งก่อนรีบเก็บอาการ แล้วทั้งสองตนก็หันมองมหาเทพจ้าวสวรรค์ขมวดคิ้วมองเทพอสูรหนุ่มด้วยสายตากังขา

 

เจ้าพิสูจน์ได้แล้วหรือว่าฮาธอสเป็นลูกครึ่งเทพรัตติกาลจริง ๆ น่ะไคซับถามเนิบช้า ดูไม่ร้อนรนตกใจเลยสักนิดขนาดที่อัลล์ยังเหลือบมองด้วยความนับถือ

 

แน่นอนสิ จอมปราชญ์อมาลานจำหน้ามันได้ หน้าตาของมันคล้ายเฮสเลนขนาดนั้น!เรมันต์ยืนยันเสียงแข็ง และพลังของมันแข็งแกร่งไม่สมกับเป็นเทพชั้นต่ำด้วย

 

แต่เทพชั้นต่ำหลายองค์ก็มีพลังแข็งแกร่งนะเทพอสูรหนุ่มพยักพเยิดปาทางหัวหน้าทหารของเขาอย่างไม่ยี่หระ เดิมทีอัลวินก็เป็นเทพระดับล่างที่มีพลังแข็งแกร่งเหมือนกัน เพียงแต่เขาเลือกที่จะไต่เต้าขึ้นมาจนมีฐานะอย่างปัจจุบัน ส่วนฮาธอสเลือกปกปิดพลังไว้เพราะอยากเป็นแค่เทพคนสวนแค่นั้นเอง

 

โกหก เจ้าตั้งใจจะปกป้องมันใช่ไหม!เรมันต์ตะเกียกตะกายลุกขึ้นชี้หน้าคู่กรณี เจ้ามาช่วยมันไป ทั้งยังพูดกับข้าด้วยว่าควรทำอะไรให้สง่างามกว่านี้

 

หรือว่าข้าพูดผิด ท่านทรงภูมิไคซัสสืบเท้าเข้าใกล้อย่างไม่เกรงกลัวสักนิด ผิดกับจอมปราชญ์ที่ผงะถอยอย่างลืมตัว หากท่านต้องการตัวฮาธอสหรือนาซิลลาไปสอบสวนก็ควรจะมีหนังสือแจ้งขอตัวพร้อมเหตุผลหรือข้อหามาถึงข้า เพื่อข้าจะได้ทำเรื่องส่งต่อไป ว่าไงล่ะ? ท่านไม่มีเหตุผลใช่ไหม ถึงได้ทำอะไรแบบนี้

 

เจ้า...!เรมันต์กัดฟันกรอด นึกอยากบริภาษอีกฝ่ายให้แรงกว่านี้ แต่เพราะเป็นชาวฟ้าชาวสวรรค์มิเคยสำรากคำหยาบคายมาก่อนจึงสรรพาคำพูดไม่ได้ เขาจึงได้แต่ชี้นิ้วสั่น ๆ ไปที่หน้าอีกฝ่ายอย่างโกรธแค้น

 

พอที! ไม่ต้องเถียงกันแล้วฟาเบียนตะโกนเสียงอย่างโมโห ทุกคนจึงหันไปสนใจเขาอีกครั้ง หัวหน้าจอมปราชญ์อาจไม่รู้ว่าข้าได้เลื่อนขั้นลูกครึ่งเทพรัตติกาลหลายตนเข้ามาอยู่ในมหานคร ถ้าเจ้าไม่มีหลักฐานที่แน่ชัดพอว่าเทพรับใช้ตนนั้นเป็นน้องของเฮสเลนจริงก็ไม่ต้องคุยกันอีก และต่อให้เขาเป็นจริง ๆ ท่านก็ไม่มีสิทธิ์กระทำการหยาบช้าราวกับไม่ใช่เทพแบบนั้นกับเขา!

 

ท่านจ้าว!

 

ถ้ายังไม่ยอมแพ้ ข้าจะเอาสิ่งที่อยู่ในหัวเจ้านี้ออกมาให้ดูก็ได้นะ

 

มหาเทพสงครามวางมือใหญ่โตกลางกระหม่อมของซามี ทำให้เทพหนุ่มเบิ่งตาโพลงด้วยความตื่นกลัวสุดขีด ดวงตาสีส้มบ่งชัดว่าเอาจริง เพราะเขาทำมาแล้ว...หลังจากปรับความเข้าใจกับฮาธอสเรียบร้อย ซึ่งทำให้เขารู้ว่าชายคนนี้เป็น เทพนักรบคู่ใจของเรมันต์ ทำงานสกปรกให้หัวหน้าจอมปราชญ์มาแล้วหลายอย่าง ล่าสุดก็คือความพยายามลักพาตัวนาซิลลา ซึ่งหัวหน้าจอมปราชญ์วางแผนให้เหมือนการโจมตีครั้งก่อน ๆ แล้วกล่าวโทษว่าไคซัสบกพร่องในหน้าที่ เนื่องจากไม่สามารถคุ้มครองสาวกของเทพจันทราได้ มันเป็นแผนการที่วางขึ้นเอง เซย์เรียโน่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องด้วย

 

ถ้าว่ากันตามความจริง แผนการของเรมันต์ก็เกือบจะสำเร็จแล้ว เพราะไคซัสให้คนของอัลล์คอยตามดูแลนาซิลลาอยู่ห่าง ๆ และตอนนั้นก็เกือบจะไปไม่ทันการอีกด้วย เพียงแต่นาซิลลาไปเที่ยวกับฮาธอส ซึ่งเทพหนุ่มสู้สุดใจขาดดิ้นทำให้ผิดแผนไปหมด ตัวซามีเองก็เกรงจะถูกจับได้ตัดสินใจแก้ปัญหาเฉพาะหน้าด้วยการทิ้งเทพจันทราน้อยและเอาตัวเทพคนสวนไปแทน พลอยทำให้แผนการของเรมันต์หลังจากนั้นรวนไปหมดจนกระทั่งนำไปสู่ การขุดหลุมฝั่งตัวเองของเรมันต์ ซึ่งคิดจะใช้ฮาธอสมาฆ่าไคซัส

 

หัวหน้าจอมปราชญ์ยืนจ้องหน้ามหาเทพสงครามนิ่ง เนื้อตัวสั่นเทิ้มด้วยความโกรธอย่างหาที่สุดมิได้ พลางถามตัวเองอย่างสงสัยว่าทำไมถึงพ่ายแพ้ให้แก่มหาเทพอสูรตนนี้ ทั้งที่ตนทำทุกอย่างเพื่อสวรรค์ แต่กลับไม่มีใครเห็นความดีของเขาเลยสักตนเดียว

 

ไม่ต้องถามแล้วล่ะน้ำเสียงทุ้มนุ่มของราชาแห่งฟ้าแว่วเข้ามาในโสตประสาท พอหันมองฟาเบียนก็กำลังมองซามีอย่างใคร่รู้ ดึงออกมา ข้าก็อยากจะรู้เหมือนกันว่ามีอะไรซ่อนอยู่บ้าง จะได้จัดการทีเดียวเลย

 

ท่านจ้าวโปรดเมตตา กระหม่อมยอมแล้วพ่ะย่ะค่ะเรมันต์ทรุดคุกเข้าและก้มคำนับกับพื้น ในที่สุดเขาก็รู้ตัวเสียทีว่าถึงเวลาต้องยกธงขาวแล้ว ก่อนโทษทัณฑ์ที่จะได้รับจะมากมายไปกว่านี้ กระหม่อมจะสารภาพทุกอย่างพ่ะย่ะค่ะ

 

แล้วทุกถ้อยคำก็พร่างพรูออกมาจากปากของชายชรา ทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบ คำสารภาพนั้นตรงกับที่ไคซัสเห็นจากความทรงจำของซามีทุกอย่าง หนำซ้ำยังออกหน้าแทนจอมปราชญ์ที่เหลือด้วยว่าเป็นคนวางแผนทุกอย่างด้วยตนเอง ซึ่งคราวนี้เป็นฟาเบียนบ้างที่ตัวสั่นเทิ้ม ผิวหน้าแดงจัดด้วยความโกรธที่พลุ่งพล่านไปทั่วจนผู้ติดตามต้องมายืนใกล้ ๆ เผื่อจะเกิดอะไรขึ้น แม้แต่อัลล์ยังย้ายไปอยู่ข้างกายไคซัส

 

ทว่าสุดท้ายก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น มหาเทพจ้าวสวรรค์สามารถสะกดกลั้นอารมณ์ได้จนถึงตอนจบ แม้เขาจะกำหมัดทำให้เล็บจิกเนื้อจนเลือกออกซิบ ๆ ให้ผู้ติดตามมาปฐมพยาบาลไปด้วยก็ตาม ร่างโปร่งบางค่อยหมุนตัวมาหาไคซัสช้า ๆ สีหน้าอดกลั้นขนาดคนมองอย่างแปลกใจ

 

ข้าจะลงโทษเขาเอง ซึ่งตอนนี้เขาถูกปลดจากตำแหน่งแล้ว...หยุด!ฟาเบียนสะบัดตัวไปชี้หน้าสั่งเรมันต์ที่เงยหน้าขึ้นเพื่ออุทธรณ์ ข้าไม่สั่งประหารเจ้าที่นี่ก็บุญเท่าไหร่แล้ว

 

เอาสิ เพราะข้าสำเนาหลักฐานไว้ให้หมดแล้วไคซัสส่งผ้าผูกตาให้อัลล์ด้วยท่าทางสบาย ๆ นายทหารหนุ่มก็จัดการเอาไปผูกซามีไว้ทำให้นายทหารหนุ่มถูกสะกดอีกครั้ง ระวังหน่อยแล้วกัน ผู้ชายคนนี้พร้อมฆ่าตัวตายเพื่อปกป้องเจ้านาย ข้าเลยต้องสะกดให้หลับตลอดเวลา

 

ไม่ต้องห่วง ทหารของตำหนักข้าดูแลได้อยู่แล้ว พวกเจ้ามาเอาตัวพวกมันไป!

 

หลังจากให้คำรับรองกับไคซัสแล้ว มหาเทพจ้าวสวรรค์ก็ออกคำสั่งกับเหล่าองครักษ์ ทั้งหมดจึงช่วยกันคุมตัวผู้ต้องหาออกจากคุก มหาเทพสงครามบอกให้อัลล์ตามไปคุมอีกคน กำชับด้วยว่าหากเกิดอะไรขึ้นให้จัดการขั้นเด็ดขาด ซึ่งนั่นพอจะข่มขวัญเรมันต์ได้อยู่เหมือนกัน ฟาเบียนก็ให้คนของตัวเองตามไปดูแลด้วย และเมื่อทั้งหมดออกไปแล้ว ทั้งห้องก็เหลือแต่เทพผู้สูงศักดิ์ทั้งสองตน

 

ทำไมต้องทำแบบนั้นด้วยเป็นไคซัสที่เริ่มการสนทนาก่อน

 

อันใดหรือ?”

 

ช่วยข้าปกป้องฮาธอส ถ้าเป็นปกติเจ้าจะสั่งให้มีเรียกตัวเขามาสืบพลังไม่ใช่รึมหาเทพสงครามเหลือบตามองอีกฝ่ายอย่างกังขา อันที่จริงเขาก็ชอบที่ฟาเบียนยอมเข้าข้าง แต่ก็อดสงสัยพฤติกรรมอันผิดวิสัยมหาเทพจ้าวสวรรค์ผู้เที่ยงธรรมมิได้

 

ไม่มีอะไรนี่ ข้าแค่ทำตามที่บอกไว้เท่านั้นเองเจ้าของร่างเล็กกอดอกเป็นสัญลักษณ์ของการป้องกันตัวเอง ถ้าไคซัสอยากให้ข้าทำแบบนั้นก็คงให้เจ้าทุกข์ทั้งสองคนลงมาเจอข้าแล้ว แต่นี่ไม่ให้ลงมาแสดงว่าต้องการปกป้องพวกเขาไว้ อีกอย่างข้าเองก็ไม่ได้โกหกด้วย เพราะข้าได้อนุมัติให้ลูกครึ่งเทพรัตติกาลหลายตนมาอยู่ในมหานครจริง ๆ ถึงพ่อหรือแม่ของพวกเขาจะไม่เป็นที่ยอมรับของสวรรค์ แต่พวกเขาเป็นผู้บริสุทธิ์ที่กำเนิดขึ้นในแดนสวรรค์ จะมีเหตุผลอะไรที่ข้าต้องกดขี่พวกเขาด้วย และก็ไม่มีหลักฐานยืนยันด้วยว่าเทพฮาธอสนั่นเป็นน้องชายของเฮสเลนจริง ๆ

 

...ก็มีเหตุผล

 

นาทีนั้นไคซัสตัดสินใจกับตัวเองไปสองอย่าง หนึ่งคือยอมรับเหตุผลของฟาเบียนโดยไม่ซักไซ้อะไรอีก และสองคือจะไม่บอกเรื่องฮาธอสยอมรับกับเขาแล้วว่าเป็นน้องชายของเฮสเลนจริง ๆ

 

ยังไงก็ตาม ถึงเรื่องนี้จะจบแล้ว แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าปัญหาที่คาราคาซังมาจะจบลงนะฟาเบียนเอ่ยประเด็นสำคัญในจังหวะที่ไคซัสอยากเปลี่ยนเรื่องพอดี เจ้าของร่างเล็กหันมามองเขาด้วยแววตาจริงจัง เรายังหาตัวต้นเหตุของความวุ่นวายก่อนหน้านี้ไม่พบ สิ่งที่เรมันต์ทำเองก็มุ่งไปหาเจ้าคนเดียว มิหนำซ้ำยังมีพลังไม่มากพอควบคุมแมลงไสยเวทตัวใหญ่ ๆ มาทำตามใจชอบได้ด้วย

 

ข้ารู้ดี แต่ยังไม่มีเบาะแสอะไรให้สืบมากกว่านี้มหาเทพสงครามถอนใจ สภาพที่เป็นอยู่ในตอนนี้กับปัญหามากมายที่เกิดขึ้น ทำให้เทพอสูรหนุ่มรู้สึกเหนื่อยหน่ายเป็นบางครั้ง คิดไปแล้วข้าก็เหมือนตัวปัญหาจริง ๆ นะ เพราะพอขึ้นมาแล้วปัญหาก็ระเบิดออกมาเหมือนลาวาในภูเขาไฟ ลาออกดีไหมนะ

 

เนื่องจากไคซัสพูดโดยใช้น้ำเสียงเหนื่อยหน่ายจริง ๆ ฟาเบียนจึงแสดงอาการตกอกตกใจออกมาทันที

 

ไม่ได้นะ เจ้ายังไม่เจอ...เขานิ่งไปเมื่อรู้สึกตัวว่ากำลังจะพูดอะไรออกมา สมองอันฉับไวรีบคิดหาคำใหม่อย่างรวดเร็ว “...ต้นตอของเรื่องทั้งหมดเลยไม่ใช่หรือ เจ้าสัญญาว่าจะปกป้องสวรรค์ให้ข้านะ

 

รู้แล้วน่าไคซัสบอกปัด ๆ แม้จะรับรู้ถึงอาการสะดุดของอีกฝ่าย แต่คร้านจะสนใจ...สนใจทีไรราชาเทพก็หาทางมุดดินหนีได้ทุกคราวไป ข้าแค่รู้สึกเหนื่อย ๆ เท่านั้นแหละ

 

งั้นเอาอย่างนี้เมื่อได้ยินคำบ่นของมหาเทพสงครามตนสำคัญ ฟาเบียนจึงตัดสินใจทำอะไรสักอย่างเพื่อให้เขาสบายใจและยอมทำงานให้เขาต่อไป ข้าจะเลื่อนการประลองออกไปก่อน และก่อนมาที่นี่ข้าเพิ่งอนุมัติให้มีการเพิ่มเติมสัตว์อสูรในกองทัพด้วย ส่วนการฝึกเจ้าเลือกทหารที่เหมาะสมมาฝึกนำร่องได้เลย ข้าจะได้ใช้ประกอบการพิจารณาเปลี่ยนแปลง

 

ข้อเสนอถูกหยิบยื่นมาอย่างง่ายดายชนิดที่ไคซัสยังประหลาดใจ เพราะฟาเบียนเป็นคนจำพวกเอาประโยชน์เข้าตัวเองกับดินแดนที่ปกครองก่อนเสมอ จึงน่าแปลกใจที่อีกฝ่ายยอมอ่อนข้อให้ขนาดนี้ แต่ในเมื่อยื่นข้อเสนอมาให้แล้วจะไม่รับก็น่าเสียดาย

 

ตกลง เอาตามนั้นก็แล้วกัน

 

แต่ว่า...ราชาแห่งฟ้าก้าวมาใกล้พร้อมกับแรงกดดัน “...ต้องมีความคืบหน้านะ ถ้าหากว่าถึงเวลาเหมาะสมแล้วยังไม่มีความคืบหน้า ข้าจะให้ท่านจัดการประลองเหมือนเดิม

 

ไคซัสพยักหน้าตอบรับ เพราะรู้ดีว่าไม่มีทางหลบเลี่ยงเงื่อนไขนี้อย่างแน่นอน แต่ความคืบหน้าที่ฟาเบียนต้องการนั้นช่างทำได้ยากนัก เพราะทุกอย่างถูกดูดหายไปในหลุมมืด สิ่งที่เขาทำได้มีแค่ รอเท่านั้น

 

เมื่อตกลงกันเสร็จเรียบร้อยแล้ว ไคซัสก็ออกไปส่งมหาเทพจ้าวสวรรค์กับคณะด้วยตนเอง ซึ่งเขามีโอกาสได้เห็นราชาเทพเนรมิตอดีตรถม้าประจำตำแหน่งของเรมันต์ให้กลายเป็นรถกรงขังของเขากับตา เรื่องนี้จะต้องโด่งดังชั่วข้ามคืนอย่างแน่นอน ทุกปัญหาที่เกี่ยวข้องกับเขาไม่เคยเงียบเลย...

 

ข้าจะกลับไปพักผ่อนที่ห้องนอน ถ้ามีอะไรก็ไปตามที่นั่นนะ อัลวินหลังจากพวกฟาเบียนกลับไปแล้ว ไคซัสก็สั่งกับอัลล์เช่นนั้น ก่อนเจ้าของร่างใหญ่จะรุดกลับเข้าปราสาทด้วยความรวดเร็ว

 

เหล่าองครักษ์คนอื่น ๆ ได้แต่มองตามด้วยความสงสัยว่า ทำไมเจ้านายถึงรีบร้อนนัก เพราะวันนี้ไม่มีงานเร่งด่วนอะไร คงมีแต่อัลล์คนเดียวที่ดูจะเข้าใจ มหาเทพสงครามคงจะรีบกลับไปบอกผลการสอบสวนคดีให้ฮาธอสรู้ เนื่องจากเพื่อนของเขายังพักอยู่ในห้องนอนของมหาเทพจ้าวตำหนัก เพื่อความสะดวกในการดูแลอาการบาดเจ็บ

 

ใจหนึ่ง อัลล์ก็ดีใจที่สหายของเขาเป็นที่เอ็นดูของมหาเทพสงคราม แล้วก็อยากให้เพื่อนรู้ผลการสอบสวนโดยเร็ว เพราะฮาธอสต้องกังวลเกี่ยวกับชาติกำเนิดของตนเองอย่างแน่นอน แต่เนื่องจากเรื่องนี้อีกเช่นกันที่ทำให้เขาเกิดคำถามขึ้นมาว่าควรปล่อยให้ไคซัสดูแลฮาธอสต่อไปดีไหม...

 

...ดีแล้วหรือที่ปล่อยให้ทั้งสองตนใกล้ชิดกันแบบนี้...

 

--------------

 

เจ็บ...

 

ฮาธอสถอนใจเฮือกหนึ่ง ยกแขนขึ้นก่ายหน้าผาก แล้วหลับตาลงจดจ่อสมาธิกับลมหายใจอันถี่กระชั้นจากความทรมานของตนเอง อีกมือหนึ่งขย้ำเสื้อเหนือท้องที่ภายในปวดแสบปวดร้อนเหมือนอวัยวะภายในถูกลวกด้วยน้ำร้อนที่เดือดพล่าน ทั้งที่อาการบาดเจ็บภายนอกหายสนิทแล้วแท้ ๆ แต่อาการปวดท้องอันเป็นผลข้างเคียงจากพิษแมลงไสยเวทกลับไม่มีทีท่าว่าจะดีขึ้นเลย พลังชีวิตของเขาก็ฟื้นฟูได้ช้าจนน่าตกใจ บางทีอาการบาดเจ็บครั้งนี้อาจต้องใช้เวลาหลายเดือนกว่าจะหายดี

 

ฮาธอส รู้สึกยังไงบ้างน้ำเสียงไพเราะเรียกขานพร้อมคำถามตบท้าย ทำให้ฮาธอสลืมตามองไคมีร่าที่นั่งอยู่ข้างกาย เธอกำลังคนยาที่เพิ่งต้มเสร็จใหม่ ๆ แล้วป้อนให้เขา กินยาก่อนจะได้รู้สึกดีขึ้น

 

เทพคนสวนยอมทำตามที่เจ้าหล่อนบอกอย่างว่าง่าย เพราะทุกครั้งที่ดื่มยาของเธอ อาการเจ็บปวดทั้งหลายจะทุเลาลงอย่างน่าอัศจรรย์...ไม่ได้หายไปเลย แต่อย่างน้อยก็ปวดน้อยลง...

 

รู้สึกดีขึ้นแล้วขอรับฮาธอสตอบหลังจากอาการปวดท้องลดลงมาอยู่ในระดับที่ทนไหว

 

อีกสักช้อนแล้วกัน ยารอบนี้แรง กินสามช้อนก็พอไคมีร่ากล่อมเขาอย่างกับเด็ก กระนั้นชายหนุ่มก็ยอมทำตามด้วยความรู้สึกดีอย่างบอกไม่ถูก อาจเพราะเขาเติบโตด้วยตัวเองมาตลอดจึงไม่เข้าใจว่าความอบอุ่นของแม่จริง ๆ เป็นแบบไหน พอไคมีร่ามาเอาใจใส่จึงรู้สึกอบอุ่นเหมือนได้รับการดูแลจากมารดา

 

ขอบพระคุณขอรับ ข้าทำให้ท่านหญิงต้องลำบากจริง ๆ

 

ไม่เป็นไร ข้าเองก็อยู่ว่าง ๆ ออกไปข้างนอกก็ไม่ได้เพราะติดโทษกักบริเวณอยู่ จะอ่านหนังสือก็เบื่อ ดูแลเจ้าแบบนี้ก็สนุกดีท่านหญิงพูดราวกับว่ามันเป็นเรื่องง่าย ๆ ทั้งที่การดูแลคนป่วยนั้นหนักหนาเอาเรื่องทีเดียว วันหนึ่ง ๆ เธอต้องช่วยเช็ดตัวและเปลี่ยนเสื้อให้ ไหนจะประคองไปเข้าห้องน้ำวันละหลายรอบ มันไม่ใช่งานที่ผู้สูงศักดิ์อย่างเธอต้องทำเลย แต่เธอเด็กสาวบอกว่าสนุกดี ฮาธอสก็พูดไม่ออกอยู่เหมือนกัน แต่ถ้าจะให้พูดจริง ๆ ข้าอยากตามพี่ไปดูการสอบสวนคดีของเจ้ามากกว่า อยากรู้ว่าผลจะออกมาเป็นอย่างไร ถึงพี่จะดึงความทรงจำของเจ้าไปใช้แทนปากคำแล้ว แต่ฝ่ายนั้นไม่มีทางยอมโดยไม่สู้แน่ ๆ

 

พอพูดถึงเรื่องนี้ จิตใจที่กำลังพองฟูจากความรู้สึกเมื่อครู่ก็ห่อเหี่ยวลงราวกับลูกโป่งถูกปล่อยลม เขาก็กำลังกังวลใจเรื่องนี้อยู่เหมือนกัน เพราะจากความทรงจำที่ติดค้างอยู่ ชายหนุ่มคาดเดาว่าหัวหน้าจอมปราชญ์น่าจะทราบว่าเขาเป็นลูกครึ่งเทพรัตติกาลแล้ว เพียงแต่เขาไม่รู้ว่าอีกฝ่ายรู้หรือยังว่าเขาเป็นน้องชายของใคร ถ้ารู้ฝ่ายนั้นคงไม่เสียเวลาเอาเรื่องนี้มาเล่นงานเขา...เล่นงานอาธอสอย่างแน่นอน

 

...ลำพังตัวเขาเองน่ะ จะถูกเนรเทศกลับไปอยู่แดนร้างอีกครั้งก็ไม่เป็นไร แต่อย่าให้ไคซัสกับคนอื่น ๆ ต้องเดือดร้อนไปด้วยเลย...

 

หืม...ดูเหมือนจะกลับกันไปแล้ว เพิ่งจะบ่ายเอง เร็วเหมือนกันนะเนี่ยไคมีร่าพูดหลังรู้สึกพลังมนตราที่แข็งแกร่งกำลังเคลื่อนตัวจากไป เมื่อเทียบดูจากระดับพลังแล้ว เธอเดาว่าเจ้าของน่าจะเป็นฟาเบียนนั่นเอง

 

ฮาธอสกำลังอ่อนแอจึงไม่รู้สึกถึงพลังนั้น ทว่าเขาก็เชื่อสิ่งที่เธอพูดจึงผินหน้ามองนอกหน้าต่าง แม้จะรู้ดีว่าขบวนรถม้าของฟาเบียนจะไม่ผ่านตรงนั้นก็ตามที ตอนนี้เขาอยากให้มีใครสักคนมาบอกผลการสอบสวนให้รู้ จะเป็นอัลล์ หรือเซบาสเตียน ทหารสักคนก็ได้ ช่วยบอกกับเขาทีว่าทุกอย่างจบลงด้วยดี ไคซัสไม่ได้เดือดร้อนตามไปด้วย จะไม่มีผู้บริสุทธิ์ถูกลงโทษ ยกเว้นคนผิด!

 

นั่นแน่! กำลังคิดถึงพี่ของข้าอยู่หรือเทพคนสวนสะดุ้งโหยงเมื่อไคมีร่าร้องล้อเลียน ก่อนจะเบ้หน้าครั้งเสียงอ่อยเพราะเผลอเกร็งกล้ามเนื้อท้องด้วยความตกใจเมื่อครู่ ตายจริง ข้าทำให้เจ้าเจ็บเหรอเนี่ย ขอโทษนะ

 

อย่าล้อกันเล่นสิขอรับฮาธอสครางเสียงอ่อน ข้ากับมหาเทพสงครามไม่มีอะไรกันขอรับ

 

จริงเหรอท่านหญิงเอียงคออย่างฉงนราวกับเด็กสาวไร้เดียงสา แต่แววตาขี้เล่นนั่นบ่งบอกว่าตรงกันข้ามกันเลย พวกเจ้าสองคนนอนอยู่ห้องเดียวกัน ใกล้ชิดกันทุกคืน ไม่มีอะไรเกิดขึ้นจริง ๆ หรือ

 

ท่านหญิง...ฮาธอสอุทธรณ์ รู้สึกว่าหน้าร้อนฉ่าไปถึงหูเลยทีเดียว

 

ไคมีร่าหัวเราะชอบใจในลำคอและวางมือเหนือหัวใจที่กำลังเต้นตุ้บ ๆ ของเขา ข้ารู้ว่าพี่ชายของข้าชอบเจ้า เพราะหินโมราแดงติดอยู่ตรงนี้เป็นอีกครั้งที่คำพูดของเธอทำให้คนฟังย่นคิ้วอย่างสงสัย ก่อนเธอจะละมือไปสนใจยาที่โต๊ะใกล้ ๆ ไม่ต้องพยายามทำความเข้าใจคำพูดของข้าหรอก เพราะสักวันหนึ่งเจ้าก็จะเข้าใจเอง ส่วนเรื่องที่อยากจะรู้ อีกสักเดี๋ยวไคซัสก็คงจะมา...ยังไม่ทันขาดเสียงดีก็มีใครบางคนเปิดประตู นั่นไง

 

เทพคนสวนเอียงคอมองผ้าม่านตรงปลายเตียงตามสัญชาตญาณ ความกระวนกระวายก่อตัวขึ้นชั่วครู่หนึ่งของการรอคอย ก่อนะหายไปเมื่อไคซัสเบิกผ้าม่านเข้ามา ใบหน้าดุดันนั้นเรียบเฉยเสียจนฮาธอสเดาไม่ออกเลยว่าผลการสอบสวนเป็นเช่นไร

 

การสอบสวนเป็นอย่างไรบ้างเจ้าคะไคมีร่าเป็นตัวแทนถามราวกับอ่านใจเทพป่วยออก อีกทั้งยังทำเสียงออดอ้อนอย่างน่ารักเสียด้วย

 

จบลงด้วยดี หลักฐานของฝ่ายเราหนักแน่นทำให้ฟาเบียนเชื่อถือได้

 

คำตอบทำให้คนฟังโล่งใจไปตาม ๆ กัน ไคมีร่าเอามือทาบอกแล้วถอนใจน้อย ๆ ก่อนจะสังเกตเห็นสีหน้าไม่สบายใจเหมือนปมสุดท้ายยังไม่คลีคลายของฮาธอส ถ้าเป็นปกติเธอคงจะถามให้ แต่เห็นแววตาถวิลหาของพี่ชายแล้ว เด็กสาวก็คิดว่าควรเอาตัวเองออกจากห้องก่อนจะถูกไล่ดีกว่า

 

ได้ยินแบบนี้ข้าก็โล่งอกเธอต่อการสนทนาที่ค้างไว้อย่างแนบเนียน ข้าจะกลับห้องก่อน ยาของฮาธอสปรุงไว้ในแก้วนั้น แต่ยามันร้อง ถ้าเขาปวดท้องอีกก็ป้อนสักสามช้อนก็พอ

 

เข้าใจแล้ว

 

ไคซัสแสดงความรับรู้อย่างง่ายดาย ผิดกับฮาธอสที่มองเธออย่างอึ้ง ๆ อยากจะรั้งเธอไว้แต่ก็พูดไม่ออก เจ้าของดวงตาสีคริมสันโรสโบกมือลาด้วยรอยยิ้มหวานแล้วเดินจากไป เมื่อไคมีร่าคล้อยหลังไปแล้ว มหาเทพสงครามก็มานั่งข้างกายเทพคนสวน หยิบผ้าชุบน้ำแล้วบิดหมาดมาซับเหงื่อบนหน้าผากคนป่วยอย่างห่วง

 

หน้าซีดเชียว ปวดท้องแล้วอีกแล้วหรือ

 

ฮาธอสพยักหน้าครั้งหนึ่งก่อนจะดึงการสนทนากลับไปที่เดิม ไม่ทราบว่า...

 

อา...อย่างที่เจ้าคิดไคซัสรู้ว่าฮาธอสกำลังจะถามอะไรจึงชิงตอบก่อน ซึ่งปฏิกิริยาก็อย่างที่คาดไว้ เทพคนสวนเบิ่งตาโพล่งราวกับกวางน้อยที่ตกใจสุดขีด เขาจึงจับมือให้กำลังใจอีกฝ่ายแน่น อย่าเพิ่งตกใจ ฟังข้าพูดให้จบก่อน เรมันต์รู้แล้วว่าเจ้าเป็นน้องชายของเฮสเลน เพราะมีคนจำเจ้าได้ แต่เขาไม่มีหลักฐานยืนยันแน่ชัด ฟาเบียนก็เลยไม่เชื่อและถือว่าเจ้าเป็นหนึ่งในลูกครึ่งเทพรัตติกาลตนอื่น ๆ ที่เขาเลื่อนขั้นมาอยู่ในมหานคร ดังนั้นเจ้าไม่ต้องกังวลเรื่องนี้อีกแล้ว

 

จริงหรือขอรับดวงตาของฮาธอสยังคงเบิกกว้าง แต่เป็นไปด้วยความรู้สึกประหลาดใจ ซึ่งเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มกว้างเมื่อไคซัสพยักหน้า ดีจัง ข้าดีใจมาก ๆ เลยขอรับ ที่ไม่มีใครต้องเดือดร้อนเพราะเรื่องนี้

 

ถ้าก็ดีใจที่เห็นเจ้าสบายใจเสียที ที่นี้ก็พักผ่อนเยอะ ๆ จะได้ดีขึ้นและกลับมาแข็งแรงเหมือนเดิมไงล่ะ

 

มหาเทพสงครามก้มลงจูบหน้าผากชื้นเหงื่อของอีกฝ่ายด้วยความรักใคร่ เทพคนสวนก็อมยิ้มบางอย่างมีความสุขเช่นกัน ฮาธอสไม่เคยนึกฝันเลยว่าการเป็นที่รักของใครสักคนหนึ่งจะทำให้รู้สึกดีขนาดนี้ ไคซัสทั้งอ่อนโยนและแสนดีจนเขายังนึกเสียดายที่จะแย่งชิงหัวใจอีกฝ่ายมาจากสาว ๆ กระนั้นชายหนุ่มก็ยังไม่รู้สึกเสียใจที่มีความรู้สึกดี ๆ กับอีกฝ่าย อย่างน้อยก็ตราบจนกว่าจะพบสาเหตุที่ต้องรู้สึกเช่นนั้น

 

จริงสิ ข้าขอย้ายกลับไปห้องเดิมได้ไหมขอรับฮาธอสถามหลังฉุกคิดขึ้นได้

 

ทำไมล่ะไคซัสแสดงอาการกังขาทันที ทั้งสีหน้าและน้ำเสียง

 

เอ่อ...ข้าเบียดเบียนที่นอนของมหาเทพตั้งหลายวันแล้ว และตอนนี้คดีของข้าก็จบลงแล้วด้วย ข้าจึงคิดว่าควรจะกลับไปพักฟื้นที่ห้องของตัวเองจะดีกว่า...

 

ไคซัสทบทวนความคิดของตนกลับไปถึงคืนแรก ๆ ที่ช่วยฮาธอสกลับมาได้ เทพคนสวนที่เพิ่งได้สติก็ขอกลับไปพักผ่อนที่ห้องของตัวเองเช่นวันนี้ แต่ตอนนั้นเขารั้งอีกฝ่ายไว้พร้อมให้เหตุผลว่าไคมีร่าติดโทษกักบริเวณอยู่ ไม่สามารถออกจากปราสาทใหญ่ได้จนกว่าเขาจะอนุญาต อีกทั้งยังไม่รู้ด้วยว่าเรมันต์จะส่งคนมาเล่นงานอีกเมื่อไหร่ เขาจึงให้พักอยู่ที่นี่ก่อน ทว่าตอนนี้อาการของเขาก็ดีขึ้นมากพอไม่ต้องมีไคมีร่าดูแลตลอดเวลาแล้ว อีกทั้งคดีความก็จบลงแล้วด้วย เทพคนสวนคงคิดว่าไม่มีเหตุผลที่จะรบกวนต่อแล้ว...

 

ฮาธอสกังวลเรื่องวรรณะรึ เจ้าก็รู้ว่าข้าไม่ถือ

 

มิได้ขอรับฮาธอสรีบปฏิเสธ หลังได้ยินน้ำเสียงไม่ค่อยพอใจของอีกฝ่าย

 

หรือว่าเป็นห่วงนาซิลลา?” ไคซัสย้อนถามพลางถอนใจ ไม่ต้องกังวลหรอก เด็กคนนั้นหายดีและเริ่มทำงานเบา ๆ กับพวกนางกำนัลได้บ้างแล้ว เมื่อเช้าก่อนฟาเบียนจะมาข้ายังไปคุยกับนางอยู่ด้วย

 

ฮาธอสถอนใจโล่งอกอีกหน่อยเมื่อรู้ว่านาซิลลาสบายดี ก่อนจะนิ่งแล้วรีบสะบัดหัวขับไล่ความไขว้เขว่นั้นออกไป และกล่าวปฏิเสธ

 

ข้าไม่ได้หมายความเช่นนั้น...

 

ถ้าอย่างนั้นหมายความว่าไงไคซัสตั้งคำถามพร้อมเท้ามือคล่อมเหนือตัวฮาธอส ใบหน้าโน้มลงไปอย่างคุกคามจนอีกฝ่ายกลั้นใจ ตัวแข้งทื่อ ดวงตาสีส้มวาววับคู่นั้นให้ความรู้สึกเหมือนนักล่าหมายตาเหยื่อจริง ๆ

 

ข...ข้าเกรงว่าทุกคนจะครหาเรื่องของเราสองคนขอรับเขาสารภาพออกไปจนได้ และไม่สบายใจเลยที่ต้องบอกเหตุผล ท่านคงทราบแล้วว่าธรรมเนียมสวรรค์...ไม่มีใครให้เทพตนอื่นมาอยู่ร่วมห้อง ยกเว้นมีใจปฏิพัทธ์ต่อกัน...พูดเองกลับกลายเป็นว่าหน้าแดงไปเสียเอง ใบหน้าคมเอียงหลบไปข้าง ๆ อย่างไม่กล้าสบตา

 

ท่าทางเขินอายของอีกฝ่ายทำให้ไคซัสเข้าใจอะไรบ้างอย่าง เทพอสูรลอบยิ้มเจ้าเล่ห์ในจังหวะที่อีกฝ่ายไม่เห็นแล้วก้มลงพูดข้างหูด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำทรงเสน่ห์ว่า

 

ถ้าเป็นแบบที่เจ้าพูดมาจริง เจ้าก็ไม่เห็นต้องกังวล เพราะข้ากับเจ้ามีใจต่อกันจริง ๆ นี่นา

 

ฮาธอสหันหน้าขวับกลับมาด้วยอารามตกใจ ก่อนจะผงะก่อนรู้สึกตัวว่าใบหน้าอีกฝ่ายอยู่ห่างคืบเดียวเท่านั้น            ยะ...อย่าล้อเล่นสิขอรับฮาธอสหน้าแดงเป็นลูกมะเขือเทศ ถึงข้ากับท่านจะมีใจตรงกัน แต่...

 

เจ้ารังเกียจที่อยู่กับข้ารึไคซัสซักไซ้ราวกับจะไล่ต้อนให้จนมุม จมูกโด่งเป็นสันแนบชิดแก้มชื่นเหงื่อแล้วไล้ไปถึงใบหูแดง ๆ ของคนใต้ร่าง ข้าแค่อยากให้เจ้าพักอยู่จนกว่าจะแข็งแรงกว่านี้ นั่งเองได้ ยืนเองได้ เดินเองได้ ไม่ได้อยากจะทำอะไรเจ้าเสียหน่อย ถึงใจจริงจะยากก็เถอะ

 

มหาเทพ!เทพคนสวนตะโกนอย่างอดรนทนไม่ไหว แต่สมองเจ้ากรรมกลับจินตนาการถึงสิ่งที่เขาแทบไม่เคยนึกถึงเลยตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมา ความสัมพันธ์ทางกาย...ระหว่างผู้ชายด้วยกัน...แค่คิดก็หน้าแดงเถือกไปถึงหู ลืมปวดท้องกันเลยเชียว

 

หืม...นั่นเจ้ากำลังคิดอะไรอยู่ร่างสูงโปร่งสะดุ้งโหยงเมื่อใบหน้ากรุ้มกริ่มของคนข้างบนโน้นมาใกล้ ดวงตาสีส้มที่ปรากฏประกายเกล็ดพราวพรายฉายแววร้อนแรงราวกับจะหลอมละลายคนถูกมอง

 

ปละ...เปล่าขอรับ ข้าน้อยยังไม่ได้คิดอะไรเลยเทพคนสวนพลิกตัวหลบ อายจนยากแทรกแผ่นดินหนีเสียเดี๋ยวนี้

 

ถ้าเช่นนั้นข้าขอเดา เจ้ากำลังคิดถึงช่วงเวลาที่เราสองคนเป็นหนึ่งเดียวกันสินะไคซัสไม่พูดเปล่าแต่กอดรัดตัวคนป่วยไว้แล้วประทับจูบที่หลังคอ

 

ฮาธอสถึงกับสะท้านยามลมหายใจร้อนผ่าวสัมผัสผิวบางตรงส่วนนั้น แล้วสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อรู้สึกถึงปลายเล็บแหลมลากผ่านกลางลำตัว ทุกจุดที่เขาสัมผัสร้อนผ่าวไปเหมือน ในอกเหมือนมีบางอย่างอัดแน่นรอเวลาระเบิดออกมา หัวใจเต้นแรงจนได้ยินเสียงตึกตัก เขาคิดว่าไคซัสต้องได้ยินแน่ เพราะอีกฝ่ายเลื่อนมือกลับมาวางเหนือหัวใจของเขา

 

หัวใจของข้ากับเจ้าเต้นเป็นจังหวะเดียวกันเลยนะ

 

ขะ...ข้าไม่เชื่อหรอกขอรับท่าทางชำนาญการขนาดนี้ มีหรือจะตื่นเต้นไปกับเทพไร้เดียงสาที่ไม่เคยผ่านแม้แต่ผู้หญิงอย่างเขา คงจะหลอกเล่นให้ตายใจล่ะสิ

 

ไม่นะ ข้าพูดจริง ๆ หันกลับมาฟังสิสุ้มเสียงทุ้มต่ำนั้นหวานหูนัก ถ้าเป็นขนมหวานจริง ๆ คงแสบคอจนเลี่ยน กระนั้นก็ทรงพลังพอโน้มน้าวให้ฮาธอสหันกลับมาหาจนได้ ไคซัสจึงดึงศีรษะเขามาแนบอกฟังเสียงหัวใจของตัวเอง ไง ได้ยินแล้วใช่ไหม เทียบกับของตัวเองดูสิ

 

เทพหนุ่มฟังเสียงจากในอกของอีกฝ่ายอย่างตั้งใจ เพียงครู่ก็ได้ยินเสียงหัวใจเต้นโครมครามเหมือนมีใครตีกลองอยู่ข้างในนั้น พอเอามือทาบบนมือใหญ่ที่อยู่เหนือตำแหน่งหัวใจเขาแล้วหลับตาเปรียบเทียบดูก็พบว่ามันเต้นเป็นจังหวะเดียวกันจริง ๆ ทั้งที่แตกต่าง...แต่หัวใจกลับเป็นหนึ่งเดียวกัน

 

มหาเทพ...ข้าไม่นึกเลย...ฮาธอสเงยหน้ามองคนตรงหน้า แววตาใสซื่อนั้นบ่งบอกทุกอย่าง

 

แปลกใจสินะ ข้าเองก็แปลกใจเหมือนกันไคซัสเอามือทัดผมให้ฮาธอส ทั้งที่เคยผ่านผู้หญิงมามากมาย แต่พอเป็นเจ้ากลับตื่นเต้นอย่างกับเด็กวัยรุ่น ร้อนใจอยากจะครอบครองจนแทบอดในไม่ไหว ถ้าเจ้าไม่เจ็บอยู่ล่ะก็...ข้าต้องกลืนกินเจ้าตั้งแต่หัวจรดเท้าเป็นแน่

 

โธ่...อย่าล้อเล่นสิขอรับเพราะคำพูดชวนหวิวใจนั้นทำให้เทพคนสวนรู้สึกเหมือนถูกแกล้ง

 

ข้าไม่ได้ล้อเล่นนะ อยากให้พิสูจน์ไหมมหาเทพสงครามขยับตัวมาอยู่เหนือฮาธอสอีกครั้งแล้วมอบจุมพิตลึกล้ำที่ปัดเป่าทุกถ้อยคำอุทธรณ์ให้หายไปจากหัวสมองชายหนุ่ม มือใหญ่ลูบไล้ไปทั่วตัวสลับถ่ายพลังเยียวยาบรรเทาอาการปวดท้องที่ยังคงอยู่ไปด้วย เขาตั้งใจจะพิสูจน์คำพูดของตัวเองจริง ๆ

 

ฮาธอสดิ้นขลุกขลักในอ้อมแขนใหญ่ ตื่นตกใจกับการกระทำของไคซัสเหมือนลูกกวางน้อยที่ถูกราชสีห์ตะครุบไว้ แต่จูบอันอ่อนหวานก็โน้มนำให้เขาคล้อยตามไปจนได้ ร่างสูงโปร่งยังคงสะท้านทุกคราที่ไคซัสถ่ายพลังเข้ามา ในอ้อมแขนของผู้ชำนาญสัมผัสรัก เขาไม่ต่างอะไรกับกวางน้อยไร้เดียงสาที่เต้นไปตามความต้องการของอีกฝ่าย ตัณหาและราคะส่องสุมในใจดั่งไฟร้อนที่ค่อย ๆ ลุกโหมเผ่าผลาญสติสัมปชัญญะให้มอดไหม้อย่างช้า ๆ จนชายหนุ่มนึกกลัวเหลือใจ...กลัวว่าตัวเองจะเป็นฝ่ายทนไม่ไหวและอ้อนวอนให้อีกฝ่ายกอดเสียเอง...

 

มหา...ฮาธอสเผยอปากด้วยความตั้งใจบางอย่าง แต่มีอันต้องขาดห่วงเมื่อเสียงประตูห้องรัวและแรงดังขึ้นอย่างกะทันหัน ประหนึ่งระฆังชั่วชีวิตจากความปรารถนาส่วนตัว

 

อะไร!ไคซัสโงหัวขึ้นตะโกนถามไป ท่าทางไม่พอใจที่ถูกขัดจังหวะอย่างมาก ผิดกับคนในอ้อมแขนที่นอนหน้าแดงเถือกกับความคิดบ้า ๆ เมื่อครู่ของตนเอง

 

เรียนมหาเทพไคซัส มีแขกสำคัญมาขอพบขอรับเสียงอัลล์ตะโกนเข้ามา น้ำเสียงฟังดูร้อนรนมากทีเดียว

 

ให้ไปรอที่ห้องทำงานก่อน!กล่าวอย่างไม่สนใจและหันกลับมาตั้งท่าจะกอดฟัดฮาธอสอีกรอบ

 

แต่ว่า...อ๊ะ!

 

เสียงร้องของนายทหารหนุ่มขาดหายไปพร้อมกับเสียงประตูถูกเปิดเข้ามา ไคซัสลุกพรวดขึ้นเตรียมจะเล่นงานใครก็ตามที่บังอาจบุกห้องนอนของเขาด้วยความโกรธ ทว่าทันทีที่ผ้าม่านถูกสะบัดเปิดโดยชายหนุ่มผมสั้นสีน้ำตาล ใบหน้าคมคายเด่นด้วยดวงตาสีน้ำตาลทองคมสวยแบบหนุ่มอาหรับ เทพอสูรหนุ่มก็ชะงักไปด้วยความตกใจ อัลล์ที่วิ่งตามเข้ามาหยุดมองเหตุการณ์ด้วยความรู้สึกไม่ต่างกัน

 

ดาริค!

 

สวัสดี...โอ๊ะโอ่ ดูเหมือนข้าจะมารบกวนเวลาส่วนตัวของเจ้าสินะหลังทักทายด้วยน้ำเสียงทุ้มโทนเทอร์เนอร์ที่น่าหลงใหลแล้ว ผู้มาเยือนก็เอียงคอมองฮาธอสที่นอนเหงื่อตกบนเตียง คงเพราะเห็นว่าอีกตกใจมาก เขาจึงส่งยิ้มเป็นมิตรมาให้ซึ่งเทพคนสวนยิ้มตอบแบบไม่แน่ใจนัก

 

เจ้ามาทำอะไรที่นี่น่ะไคซัสถามเสียงเขียว ไม่รู้ว่าโกรธหรือตกใจมากไปกว่ากัน

 

มารับไคมีร่าไง ท่านลืมแล้วหรือ ไคซัสดาริคตอบสบาย ๆ แต่กลับทำให้มหาเทพสงครามกุมขมับ เพิ่งนึกได้ว่าไคมีร่าเคยบอกแล้วว่าดาริคจะมารับในอีกสองสามวัน ทว่าตอนนี้มันเกินสองสามวันมาแล้วนี่นา! แต่เพราะเกิดเรื่องใหญ่ขึ้นพอดี ข้าเพิ่งได้รับอนุญาตให้ขึ้นสวรรค์วันนี้เอง แล้วก็...

 

ชายหนุ่มเว้นช่วงแล้วถอดกระเป๋าเป้ให้ไคซัสดู เพียงแค่เห็นมันหัวใจของฮาธอสถึงกับกระตุกแรงจนรู้สึกเจ็บ บางสิ่งบางอย่างที่อยู่ในนั้นกำลังเร้าสายเลือดดำมืดในตัวเขาให้สูบฉีดไปทั่วร่าง

 

ข้าเอาของมาที่ท่านอยากได้ด้วย หนึ่งในเหตุผลสำคัญที่ทำให้ท่านต้องขึ้นสวรรค์ไงล่ะ

 

------------------



:) Shalunla
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

125 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 27 พฤษภาคม 2557 / 15:26
    ท่านไคซัสนี่...เห็นตอนแรกๆ นึกว่าจะนิ่งๆ ขรึมๆ ที่ไหนได้ แอบหื่นนะเจ้าคะ อย่าเอาเปรียบเทพคนสวย เอ้ย คนสวนสิเจ้าคะ แหมมมมม~
    #108
    0
  2. #46 -เกม- (@-gem-) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 28 สิงหาคม 2556 / 22:18
    หลักฐานเพียบแบบนี้ ตาแก่ก็ไม่รอดตามระเบียบ เข้าซังเตไปเลยไป๊ตาแก่หนวดขาวว XP   //ว่าแต่สวรรค์มีซังเตรึเปล่าหว่า...

    ฮื่อ คน(?)เขากำลังสวีทกันอยู่ โผล่มาขัดทำไมมมม T-T
    ของที่ดาริคเอามานี่มันอะไรกัน แอบค้างนิดๆนะเนี่ย รอตอนหน้าค่า♥



    คำผิด/พิมพ์ตกเจ้าค่ะ

    ที่เคยมีให้กันนั้นหายไปลงตั้งแต่เมื่อไหร่กันหนอ - หายลงไป?
    องครักษ์ของไคซัสแขนจากข้างหลัง - คว้าแขน? จับแขน?
    ไคซัสถึงอาความทรงจำส่วนนี้มาจากเทพรับใช้
    ก็ลุกขึ้นแล้วหมุนตัวไปพาชายชรา - หา
    เขาเดินไปทอดผ้าผูกตาของซามีออก - ถอด
    ไม่สามารถใช้ได้อย่างใช้ได้อย่างใจ
    ทำไมถึงไม่เชื่อฟังข้าง - ข้า? ข้าบ้าง?
    ไคซับถามเนิบช้า
    เทพอสูรหนุ่มพยักพเยิดปาทางหัวหน้าทหาร
    จึงสรรพาคำพูดไม่ได้ - สรรหา
    การขุดหลุมฝั่งตัวเอง - ฝัง
    ปกติเจ้าจะสั่งให้มีเรียกตัวเขามาสืบพลังไม่ใช่รึ
    เล่นงานอาธอสอย่างแน่นอน
    เบ้หน้าครั้งเสียงอ่อย
    ก่อนะหายไปเมื่อไคซัสเบิกผ้าม่านเข้ามา
    เหมือนปมสุดท้ายยังไม่คลีคลายของฮาธอส - คลี่
    แต่ยามันร้อง - ร้อน
    พร้อมเท้ามือคล่อมเหนือตัวฮาธอส - คร่อม
    ตัวแข้งทื่อ
    ทำให้ไคซัสเข้าใจอะไรบ้างอย่าง
    ก่อนจะผงะก่อนรู้สึกตัวว่า
    ถึงใจจริงจะยากก็เถอะ - อยาก
    ทุกจุดที่เขาสัมผัสร้อนผ่าวไปเหมือน - หมด?
    ประหนึ่งระฆังชั่วชีวิต - ช่วย
    ข้าเอาของมาที่ท่านอยากได้ด้วย - เอาของที่ท่านอยากได้มาด้วย?
    #46
    0
  3. #45 DolF (@cher7343) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 28 สิงหาคม 2556 / 02:27
    แอร๊ยยยยยยยย 

    ยิ่งอ่านยิ่งสนุก ยิ่งอ่านยิ่งชอบ

    อ่านไปอ่านมารักเลยเรื่องนี้ 

    ชอบน่ารักมากๆเลยค่ะ 

    แอร๊ยยยยยยยยย อะไรอยู่ในกระเป๋าน้อ
    #45
    0