ณ แดนสรวง [Boy's Love] = จบแล้ว =

ตอนที่ 13 : บทที่ 11 ช่วยชีวิต

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 934
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    10 ส.ค. 56


คุยกันก่อน....

 

จากที่แจ้งให้ทราบแล้วในตอนก่อน อัพล่วงหน้าครับ พบกันวันที่ 26 สิงหาคม 56 เลย

 

อนึ่ง...ตอนวัดใจมาแล้ววววววววววววววว จะโดนแบนไหมว้า

 

Keisei

 

บทที่ 11 ช่วยชีวิต

 

การช่วยชีวิตฮาธอสเริ่มต้นขึ้นทันทีที่อัลล์พาตัวเขามาถึงห้องนอนของไคซัส ซึ่งในช่วงที่รอไคซัสกลับมา ไคมีร่าจัดแจงเปลี่ยนผ้าปูเตียงใหม่เป็นผ้าสะอาดสีขาว ของใช้ราคาแพงถูกย้ายออกไปและแทนที่ด้วยหมอนกับผ้าห่มสีขาวสะอาดตา ข้างเตียงมีโต๊ะเล็กที่จัดอุปกรณ์ทางการแพทย์ไว้หลายอย่าง รวมถึงยาสมุนไพสารพัดชนิดที่เจ้าหล่อนสามารถจัดหามาได้ในเวลาอันสั้นนี้

 

ในเบื้องต้นเด็กสาวตรวจดูบาดแผลภายนอกพบว่ามีแค่รอยแมลงต่อยที่ท้ายทอยกับฝ่ามือขวาเท่านั้น มันกำลังบวมจากการอักเสบ ปากแผลเป็นสีดำคล้ำอันเป็นผลจากพิษร้าย แค่เห็นลักษณะบาดแผล ไคมีร่าก็รู้แล้วว่าชายหนุ่มถูกทำร้ายด้วยสิ่งใด มันกำลังคุกคามร่างกายของฮาธอสอย่างหนักและมีมากเสียจนเด็กสาวยังไม่แน่ใจว่าจะถอนพิษออกมาหมดหรือไม่ ที่สำคัญเธอยังสัมผัสสิ่งแปลกปลอมได้จากในตัวของฮาธอสด้วย

 

ท่านหญิงไคมีร่า ฮาธอสจะเป็นอะไรไหมขอรับอัลล์ตัดสินใจถาม หลังนั่งดูเด็กสาวตรวจดูอาการอยู่สักครู่ ถ้ามีอะไรที่ข้าช่วยได้โปรดบอกมาเลย ข้ายินดีทำทั้งสิ้น

 

ถ้าอย่างนั้นก็ถ่ายพลังชีวิตให้ที อาการของเขาแย่มากจนข้าไม่แน่ใจว่าจะรอดจนกว่าจะรักษาเสร็จไหม ไอ้พวกบ้านั่นคิดยังไงถึงใช้แมลงไสยเวทกับเทพบอบบางแบบนี้นะ!

 

ขาดคำสั่งที่พ่วงมาด้วยคำบ่นอย่างหัวเสีย ไคมีร่าก็หันไปหยิบถ้วยกระเบื้องมาเตรียมไว้เพื่อปรุงยา หยิบจับส่วนผสมต่าง ๆ ด้วยความชำนาญผิดกับรูปลักษณ์ที่ดูอายุน้อยและไร้เดียงสาดั่งเด็กสาวแรกรุ่น ทว่าอัลล์ไม่ได้สนใจเธอมากนัก กลับทุ่มความห่วงใยให้กับสหายของตนมากกว่า นายทหารหนุ่มจับมือซ้ายของเพื่อนแล้วถ่ายพลังชีวิต แต่ก็ทำได้ค่อนข้างลำบาก เนื่องจากพิษของแมลงไสยเวทขวางกั้นมิให้เขาผสานอำนาจกับพลังของเทพคนสวนได้ ต้องใช้เวลาสักครู่กว่าจะทำได้สำเร็จ แต่พอทำไปได้สักพักก็รู้สึกถึงแรงต่อต้านจากฮาธอส

 

ท่านหญิงขอรับ พลังชีวิตของฮาธอสกำลังต่อต้านข้าแค่ได้ยินสุ้มเสียงแหบต่ำที่สั่นพร่านั่นแหละ ไคมีร่าก็รู้ทันทีว่าอีกฝ่ายตกใจแค่ไหน ร่างเล็กบางจึงหมุนตัวกลับมาวางมือบนหน้าผากชื้นเหงื่อของคนเจ็บและส่งพลังเข้าไปตรวจดูอาการของเทพคนสวนจากภายในโดยตรง สิ่งที่พบนั้นทำให้เธอตกใจอย่างมาก ไม่เพียงพลังชีวิตของเขาจะต่อต้านอัลล์อย่างเดียว แต่ดูเหมือนจะเข้ากับพลังเทพไม่ได้ด้วยซ้ำ หมายความว่ายังไงกัน?

 

หยุดมือแค่นี้ก่อนหลังเสียงสั่ง นายทหารหนุ่มก็ชักมือออกไปทันที ขณะไคมีร่ากลอกตาคิดหาคำตอบอย่างเร่งด่วน บางทีอาจจะเป็นเพราะผลข้างเคียงของพิษแมลงไสยเวทก็ได้ ข้าเคยได้ยินว่าถ้าได้รับพิษในปริมาณมากพอ พิษก็จะสกัดกั้นมิให้ผู้อื่นถ่ายพลังชีวิตให้ได้จนกระทั่งตายเธอพูดในเชิงปลอบทั้งตัวเองและอัลล์ ถ้ายังไงตอนนี้ถอนพิษให้เขาก่อนดีกว่า เรื่องอื่นค่อยว่ากันทีหลัง

 

เทพนักรบผมแดงพยักหน้าอย่างเห็นด้วย ท่านหญิงเทพอสูรจึงหันไปปรุงยาต่อด้วยผงสมุนไพรหนึ่งพันแปดอย่าง น้ำทิพย์ที่ไคซัสได้รับฟาเบียนประทานมาในวันแรกที่ไคซัสรับตำแหน่ง และกระสายยาคือ ผงแมลงไสยเวทบดละเอียดที่เธอเอาติดตัวมาพร้อมยาอื่นตอนหนีจากวังเผ่าอสูร หลังจากปรุงยาเสร็จเธอก็ใส่ปากเทพหนุ่มอย่างระมัดระวัง รสชาติขมที่แม้จะร้ายกาจน้อยกว่ายาของเรมันต์มาก แต่ก็ทำให้ชายหนุ่มผมทองรีบกลืนมันลงคออย่างรวดเร็วเกือบครึ่งถ้วยเลยทีเดียว

 

เพียงครู่เดียวหลังรับยาของไคมีร่าเข้าไป ภายในร่างกายของเทพคนสวนก็เกิดอาการเจ็บจี๊ดตามจุดต่าง ๆ คล้ายถูกเข็มทิ่มแทงไปทั่วร่าง ชายหนุ่มบิดตัวเร่าอย่างทรมาน เส้นเลือดตามแขนขาปูดโปนเมื่อยาถอนพิษแล่นไปต้านพิษร้ายทั่วร่างของเขา คราบสีดำอันเป็นผลข้างเคียงของพิษร้ายจางลงเป็นสีเทา แล้วความรู้สึกนั้นก็ไหลเวียนไปรวมกันที่ท้องจนเกิดอาการปวดมวนอย่างรุนแรง ในที่สุดเขาก็อาเจียนเลือดสีดำออกมา

 

ไคมีร่าหันไปคว้าชามปากกว้างมารองเลือดเสียไว้ทันที ขณะอัลล์พลิกตัวสหายตะแคงข้างเพื่อให้ระบายของเสียออกมาอย่างสะดวก แต่บางส่วนก็ไหลลงไปถึงพื้นอาบย้อมผ้าปูเตียงให้กลายเป็นสีเดียวกัน ฮาธอสสำลักและปรือตาด้วยสีหน้าทรมานหลายครั้ง แต่กลับไม่สามารถรับรู้สิ่งใดได้เลย นอกจากความเจ็บปวดกับความร้อนแรงเหมือนถูกหลอมละลายในเตาหลอมเหล็กให้ตายทั้งเป็น

 

และในจังหวะเดียวกันนั้นเอง ไคซัสที่เพิ่งเสร็จธุระจากข้างหลังก็สะบัดผ้าม่านที่กางปิดไว้เข้ามาพบกับภาพน่าตกใจนี้

 

เกิดอะไรขึ้นน่ะ ไคมีร่าหลังเสียงร้องถามอย่างร้อนใจ ไคซัสก็วิ่งไปอยู่ข้างตัวน้องสาว ช่วยเธอลูบหลังคนเจ็บที่กำลังสำรอกของเสีย

 

ข้าเพิ่งให้ยาถอนพิษเขาน่ะ ยาเพิ่งออกฤทธิ์ไคมีร่ากับพี่ชายมีสีหน้าโล่งใจนิดหนึ่ง หลังรอยดำตามตัวของฮาธอสเริ่มจางและหดหายกลับไปยังต้นต่อทั้งสองจุดอย่างช้า ๆ เด็กสาวฉวยโอกาสนี้วางมือตรงกลางอกเขาและลองถ่ายพลังเยียวกับพลังชีวิตเข้าไปพร้อมกัน เพราะเธอได้รับอำนาจมาจากมารดาจึงมีความใกล้เคียงกับเทพมากกว่า ไม่แน่ว่าอาจจะเข้ากับพลังของคนสวนก็ได้ แต่อีกฝ่ายก็ต่อต้านเธออีกครั้ง บ้าจริง! แบบนี้ข้าก็รักษาเจ้าไม่ได้น่ะสิ ฮาธอส

 

เหตุการณ์ทั้งหมดตกอยู่ในสายตาของไคซัสทั้งสิ้น สีหน้าหนักใจและเป็นกังวลของอัลล์ก็ยืนยันสิ่งที่เขาคิดไว้ในใจเสียด้วย

 

พวกเจ้าถ่ายทอดพลังชีวิตให้ฮาธอสไม่ได้หรือดวงตาสีส้มมีเกล็ดประกายจับจ้องทั้งสองนิ่ง ไคมีร่าอยากจะโกหกเหลือใจ แต่เกรงต่ออำนาจที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังแววจับผิดในดวงตาของเขา

 

อืม...เธอพยักหน้าช้า ๆ สีหน้าลำบากใจยิ่ง ตอนนี้ข้าค่อนข้างแน่ใจว่าไม่ใช่เพราะพิษแมลงไสยเวทแน่ เทพที่ต่อต้านพลังของเทพด้วยกันเอง ในโลกนี้มีเรื่องแบบนี้ด้วยเหรอ

 

ไคซัสฟังแล้วก็เหลียวมองใบหน้าซีดเซียวของฮาธอสอีกครั้ง เทพหนุ่มกำลังตัวสั่นเทาและเพ้อเบา ๆ ด้วยพิษไข้กับความเจ็บปวด พลังชีวิตอ่อนแอลงเรื่อย ๆ ประหนึ่งเทียนเล่มน้อยที่ให้แสงสว่างกลางสายลมที่เริ่มพัดกระโชกจะดับตอนไหนก็ขึ้นอยู่กับเวลาเท่านั้น เขารู้โดยสัญชาตญาณเลยว่าถ้าไม่ถ่ายพลังชีวิตให้ต้องเทพคนสวนผู้แสนอ่อนโยนตนนี้ต้องจุติแบบไม่มีโอกาสเกิดใหม่แน่นอน

 

คิดมาถึงตรงนี้ คำพูดก่อนจากของเรมันต์ก็ลอยเข้ามาในหัวของเขาอีกครั้ง ถ้าสิ่งที่เจ้าแก่นั่นพูดเป็นความจริง บางทีคนที่ช่วยฮาธอสได้ก็คือ...

 

ข้าจะลองดู พวกเจ้าออกไปก่อน

 

เอ๋! ท่านจะทำเองหรือ อย่าล้อเล่นนะไคมีร่าร้องเสียงหลง มือที่กำลังจะป้อนยาให้ฮาธอสพลันชะงัก อัลล์ก็อ้าปากค้างอย่างตกตะลึง ถึงร่างกายของพี่จะทนพิษแค่ไหน แต่ท่านก็ยัง...

 

ข้าบอกให้ออกไปสุ้มเสียงทุ้มต่ำเอ่ยย้ำอย่างสงบ แต่กลับเย็นชาและอำมหิตราวกับมีดน้ำแข็งแทงจ่อคอหอยคนฟัง มันเตือนให้รู้ว่าหากยังไม่รีบไปเดี๋ยวนี้ต้องเจอดีอย่างแน่นอน เทพทั้งสองเหลียวมองหน้ากันนิดหน่อยแล้วรีบถอยออกไปอย่างรวดเร็ว

 

ไคซัสเงี้ยหูฟังจนได้ยินเสียงประตูปิด ซึ่งเขาจัดการลงดาลด้วยเวทมนต์จากภายในห้อง เพื่อป้องกันมิให้ใครเข้ามาได้ หลังจากดูจนแน่ใจแล้วว่าฮาธอสสำรอกเลือดเสียรอบล่าสุดออกมาหมดแล้ว เทพอสูรหนุ่มก็จัดการย้ายชามรองโลหิตนั้นไปไว้ไกล ๆ เอาผ้าใหม่ที่หนากว่ามาปูทับส่วนที่เปื้อนคราบเลือดไว้แล้วถอดเสื้อออกจนเหลือแต่แผ่นอกเปลือยเปล่า ผมถูกรวบไว้ที่ท้ายทอยมิให้เกะกะตอนทำงาน

 

หลังจากเตรียมการเสร็จเรียบร้อย ไคซัสก็กลับมาที่เตียงแล้วบรรจงพลิกตัวฮาธอสมาอยู่ในท่านอนคว่ำอย่างเบามือที่สุด เขาถึงกับนิ่งงันเมื่อเห็นแผ่นหลังขาวเนียนดุจเนื้อหยกชั้นดีของอีกฝ่าย เส้นผมหยักศกแผ่สยายคลุมหลังของเขาเหมือนสาหร่ายช่างเข้ากับผิวอย่างเหลือเชื่อ แก้มที่แดงระเรื่อจากพิษไข้...ร่างกายที่กระเพื่อมขึ้นลงตามแรงหอบสะท้าน...เป็นภาพที่น่าดูชมนัก ไคซัสมองภาพนี้สักครู่ก่อนสลัดความคิดบ้า ๆ ออกไปและเตือนตัวเองว่าชายที่เขาพึงใจกำลังอยู่ในชั้นวิกฤต หาใช่เวลามาคิดเรื่องพรรค์นั้น

 

ปลายนิ้วหยาบกร้านปัดแพผมที่ท้ายทอยฮาธอสออก เผยแผลถูกแมลงไสยเวทต่อยที่กำลังบวมเป่ง ไคซัสพิจารณามันแปบหนึ่งก่อนโน้มลงฝังเขี้ยวลงในปากแผลแล้วกัดขยายใหญ่ขึ้นเล็กน้อย ฮาธอสสะดุ้งเบาเมื่อความเจ็บที่แตกต่างแล่นเข้ามา แม้จะไม่เหลือสติแล้ว แต่ร่างกายก็ยังตอบสนองอย่างซื่อสัตย์ ไคซัสอยู่ในท่านั้นจนแน่ใจว่าอีกฝ่ายสงบแล้วค่อยดูดเลือดออกมาคำใหญ่ ก่อนถมทิ้งในชามรองใบใหม่ที่เตรียมไว้ แน่นอนว่ามันไม่ใช่วิธีการรักษาที่ดีนัก กระนั้นเขาก็มีเหตุผล หลังคายเลือดจนหมดปากแล้ว เขาก็ก้มลงงับที่เดิมอีกครั้งและคราวนี้ได้ถ่ายพลังชีวิตของตนเข้าไปด้วย

 

กระแสพลังเย็นเฉียบแต่แข็งแกร่งเหมือนเจ้าของแทรกตัวเข้ามาทีละน้อยตัดกับความร้อนในตัวฮาธอส ชายหนุ่มสะท้านเฮือกด้วยความเสี่ยวซ่านประหลาดที่ก่อตัวข้างใน กำลังทำให้ร่างกายของเขาตอบสนองในทางที่ไม่ควรเกิดขึ้นเลย ใบหน้าคมคายเชิดสูงเมื่อมืออุ่นจับเขาเบา ๆ เสียงครางแผ่วชวนหวิววามแว่วผ่านลำคอในวินาทีที่พลังของอีกฝ่ายหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกับขุมพลังชีวิตของเขาอย่างน่าอัศจรรย์

 

สิ่งที่เกิดขึ้นนั้นทำให้ไคซัสมีสีหน้าไม่อยากเชื่อเล็กน้อย เพราะถ้าว่ากันตามเผ่าพันธุ์ พลังอสูรของเขาไม่ควรเข้ากับพลังเทพของฮาธอสได้อย่างเด็ดขาด เนื่องจากมีความมืดซึ่งถือเป็นของแสลงของชาวเทพเจือปนอยู่มาก การอำนาจของพวกเขาเข้ากันได้ก็มีเพียงเหตุผลเดียวเท่านั้น...

 

“...เจ้าเป็นลูกครึ่งเทพรัตติกาลหรือ ฮาธอส แถมยัง...

 

มหาเทพสงครามยืดตัวขึ้นและยกมือปิดปากด้วยความไม่อยากเชื่อ ดวงตากลอกไปมาอย่างไม่เข้าใจ สวรรค์มีเทพตั้งมากมายให้ฮาธอสผูกพันทางสายเลือด แต่ไฉนฟ้า...เทพแห่งโชคชะตาจึงกำหนดให้เขาเป็นมีสายเลือดเดียวของ เทพร้ายตนนั้น เพราะเรื่องนี้ใช่ไหมที่ทำให้ฮาธอสปกปิดเรื่องพลังของตนเอง

 

อือเสียงครางของฮาธอสปลุกสติมหาสงครามให้ตื่นจากภวังค์ พอก้มลงมองก็เห็นว่าอีกฝ่ายกำลังลืมตาขึ้น ครั้งนี้แววตาที่เคยเลื่อนลอยดูมีเป้าหมายสื่อชัดว่า เทพคนสวนได้สติแล้ว

 

ฮาธอสเป็นอย่างไรบ้างไคซัสนอบตัวลงถาม โดยลืมไปเสียสนิทว่าตอนนี้ตนอยู่ในท่าคล่อมทับอีกฝ่าย

 

ฮาธอสปิดตาสนิท แม้ว่าพลังชีวิตของไคซัสจะช่วยประคับประคองชีวิตเขากลับมาได้ แต่สมองของเขาก็ยังทำงานช้ากว่าปกติ ต้องใช้เวลาสักครู่กว่าเขาจะทำความเข้าใจคำพูดอีกฝ่ายได้ ระหว่างนั้นเจ้าตัวก็ถามซ้ำ ๆ ไม่หยุดจนกระทั่งเขาพูด

 

เจ็บ...ไป...ทั้ง...ตัว...นั่นคือคำพูดทั้งหมดที่ฮาธอสสามารถเปล่งออกมาได้ด้วยเสียงอู้อี้ของตัวเอง ไคซัสต้องเอียงหูลงมาฟังใกล้ ๆ ถึงจะเข้าใจ

 

ตกลง แต่ข้าอยากให้เจ้าอดทนอีกหน่อย ข้าจะถอนพิษให้หมด

 

ไคซัสไม่ได้รู้เลยว่าฮาธอสไม่เข้าใจสิ่งที่เขาพูดเลยสักนิด ตัวของเขากระตุกวูบเมื่อเทพอสูรดูดพิษจากบาดแผลที่ท้ายทอยอีกครั้ง และครางแผ่วยามอีกฝ่ายถ่ายพลังชีวิตเข้ามาตัดกับความร้อนในร่างกาย เนื้อตัวสั่นอย่างหวิวหวามหลังมือใหญ่และลากลูบไล้ปลอบโยนไปทั่วตัวเขา หยุดจับตรงไหนก็เหมือนมีกระแสไฟฟ้าแล่นเข้ามาให้หัวใจกระตุกทุกครั้ง เลือดในกายพลุ่งพล่านไปทั่วด้วยแรงอารมณ์ที่ไม่ควรเกิดขึ้น

 

ใจเย็น ๆ ฮาธอสไคซัสกระซิบข้างหูฮาธอส หลังร่างสูงโปร่งบิดตัวเสียดสีกับเขาหลายครั้ง โดยเฉพาะเขาที่กระหวัดก่ายกับเขาจนแทบแยกไม่ออก อันที่จริงเขาควรจะเตือนตัวเองมากกว่า เพราะเป็นฝ่ายกระตุ้นฮาธอสก่อน แม้ว่าจะเป็นส่วนหนึ่งของการรักษาในแบบเขาก็ตาม แต่ยอมรับเถิด เสี้ยวหน้าที่มีรอยเลือดฝาดบนแก้มขาว สีหน้ากระสันซ่านระคนเจ็บปวด ร่างกายที่ตอบสนองทุกครั้งเมื่อสัมผัสนั้นช่างน่าดู เสียงครางไม่เป็นภาษานั้นก็น่าฟัง...จนเทพอสูรที่เต็มไปด้วยกิเลศอย่างเขายังแทบทนไม่ไหว

 

อดทนไว้หลังปลอบตัวเองกับคนในอ้อมแขนไปพร้อมกัน มหาเทพสงครามก็พลิกตัวเทพคนหงายขึ้นแล้วโน้มใบหน้าลงจูบล้ำลึก แต่มิได้เป็นไปด้วยความสิเน่หา เพราะเทพอสูรหนุ่มถ่ายทอดพลังเยียวยาเข้าไปในตัวฮาธอสโดยตรง เพื่อกระตุ้นยาถอนพิษของไคมีร่าให้ออกฤทธิ์เร็วและแร่งขึ้นอีก รวมถึงบรรเทาความเจ็บปวดในหัวเทพคนสวนอีกด้วย

 

ทว่าถึงแม้อาการเจ็บทั้งหลายจะจางหายไป เทพรับใช้ก็ยังบิดกายตะครั่นตะครอจากพลังที่ตัดกันไปมาในตัวเขา ความรู้สึกที่มิใช่ผลจากอาการบาดเจ็บทำให้หัวใจเขาวาบหวิวทุกคราวเมื่อไคซัสจูบ ร่างสูงโปร่งแอ่นรับสัมผัสจากมือใหญ่ที่ประทับมอบพลังชีวิตให้ ดวงตาหลับพริ้มรับรู้ถึงริมฝีปากหนาที่เริ่มเลาะเล็มไปทั่วใบหน้า สองแขนเลื่อนขึ้นโอบรอบบ่าคนตัวใหญ่ราวกับจะเหนี่ยวรั้งตัวเองไว้ ร่างกายส่วนล่างเสียดสีกับท่อนขาแกร่งคล้ายกำลังปรนเปรอความสุขให้ตนเอง แต่ไคซัสรู้...ฮาธอสทำไปโดยไม่รู้สึกตัว...และเป็นเขาที่ต้องกดฟันทนจนกว่าจะจบ...

 

ในที่สุดยาถอนพิษของไคมีร่าก็ออกฤทธิ์ถึงขีดสุด มันทำให้ฮาธอสปวดมวนในท้องอีกครั้ง ก่อนลมปราณจะตีขึ้นอย่างกะทันหัน เทพหนุ่มสะบัดหน้าจากคนตัวใหญ่หันไปข้าง ๆ แล้วเลือดสีดำก็กระอักออกทางปากของเขา ไคซัสเอาชามมารองรับไว้และลูบหลังเพื่อกระตุ้นให้อีกฝ่ายสำรอกเลือดเสียให้หมด

 

อย่างนั้นแหละ ทำต่อไป ฮาธอสสุ้มเสียงทุ้มต่ำเอ่ยปลอบอย่างอ่อนโยนจนไม่น่าเชื่อว่าเทพอสูรอย่างเขาจะทำได้ ร่างสูงใหญ่ก้มลงจูบหน้าผากเมื่อเทพคนสวนอาเจียนเสร็จแล้ว เรียบร้อย เจ้าจะไม่เป็นไร ข้ารับรอง เดี๋ยวจะไปตามไคมีร่ากับอัลวินมาช่วยทำความสะอาดให้นะ

 

แน่นอนว่าประโยคยาว ๆ พวกนั้นต้องไม่เข้าหัวฮาธอสแม้แต่น้อย สิ่งที่เขารับรู้ได้มีเพียงร่างสูงใหญ่ที่ผละจากตัวเองและกำลังจะไปที่ไหนสักแห่ง จิตใจอันอ่อนไหวทำให้เขากลัวการอยู่เพียงลำพัง มือเรียวจึงยื่นออกไปฉวยปลายนิ้วอีกฝ่ายไว้ด้วยแรงเฮือกสุดท้าย

 

ไคซัสหมุนตัวกลับมาด้วยคิดว่าฮาธอสอาจต้องการอะไรเพิ่มเติม แต่ต้องชะงักเมื่อพบกับดวงตาสีน้ำเงินที่เศร้าสร้อยระคนสิ้นหวังราวกับเด็กที่กำลังจะถูกทิ้ง แววตาแบบเดียวกับที่เขาเคยเห็นจากไคมีร่าตอนจะขึ้นสวรรค์ ตอนนั้นเขาตัดใจทิ้งเธอมาเพื่องานสำคัญ แต่ตอนนี้สถานการณ์ต่างกันคนที่รักถูกลูกหลงจากแผนร้าย ได้รับบาดเจ็บ และกำลังต้องการเขา มีหรือที่มหาเทพสงครามจะสามารถละเลยไปได้

 

อสูรกายสีแดงเอนลงข้างกายเทพคนสวน มือตวัดผ้าห่มที่หยิบจากปลายเตียงคลุมตัวพวกเขาพร้อมกัน ก่อนไคซัสจะดึงตัวฮาธอสมาแอบอิงอกอุ่น...

 

ข้าอยู่แล้ว ฮาธอส จะไม่ไปไหนทั้งนั้นด้วย ข้าสัญญา

 

มหาเทพสงครามตอกย้ำคำสัญญาของตนด้วยริมฝีปากหนาที่ประทับกลางกระหม่อมของคนผมทอง ความอบอุ่นที่ส่งผ่านการจูบนั้นคลายความกังวลใจให้ฮาธอสได้อย่างไม่น่าเชื่อ เทพหนุ่มยิ้มบางและซุกตัวกับแผ่นอกแกร่งของคนตรงหน้า ฝากชีวิตไว้ในการดูแลของเทพอสูรหนุ่ม ก่อนความง่วงจะโน้มนำเขาสู่ห้วงนิทรา

 

---------------

 

สุริยันฉายแสงผ่านรอยแยกของผ้าม่านหน้าต่างเข้ามาในห้องนอนของจ้าวตำหนักพาเทร่า เตือนให้รู้ถึงยามเช้าที่หมุนเวียนมาบรรจบอีกครั้ง ไคซัสนอนตะแคงข้างกกกอดฮาธอสเหมือนกับแม่ไก่กกลูกน้อย สายตาทอดมองแสงตะวันอย่างไม่ชอบใจนัก เพราะมันหมายความว่าเขาจะต้องผละจากเทพที่น่าสงสารตนนี้ในอีกไม่ช้า...และดูเหมือนจะมาถึงเร็วกว่าที่คาดด้วย

 

เรียนมหาเทพสงคราม ขุนพลเทพอันดับห้า เซย์เรียโน่ ขอพบเจ้าค่ะเสียงเทพรับใช้หญิงนางหนึ่งดังตามเสียงเคาะประตูสามครั้งเข้ามาในห้อง

 

ไคซัสรับรู้คำบอกเล่านั้นด้วยสีหน้าไม่ยินดียินร้าย พลังหยั่งรู้ที่ผูกไว้กับตำหนักเตือนให้เขารู้ว่าเด็กคนนั้นมาถึงตั้งแต่ตอนรุ่งสางแล้ว และรออยู่ในลานฝึกซ้อมของตำหนักชั้นนอกมาโดยตลอด แต่การที่เพิ่งให้คนมาแจ้งให้ทราบตอนนี้แสดงให้เห็นว่าอีกฝ่ายยังมีมารยาทพอไม่รบกวนเวลาพักผ่อนของเจ้าบ้าน อย่างน้อย ๆ ก็มีคนสอนเรื่องนี้ให้เขาบ้างล่ะนะ

 

ให้เขาไปรอที่ห้องทำงานของข้ามหาเทพสงครามบอกไปด้วยเสียงที่ขยายด้วยเวทมนต์ แล้วหันกลับมามองเทพที่หลับเหมือนคิวปิดตัวน้อย ๆ ในอ้อมแขน ฮาธอสไข้ลดแล้ว สีหน้าก็ดูสงบ และไม่แสดงอาการเจ็บปวดให้เห็นอีกเลย ท่าทางการถอนพิษเมื่อคืนนี้กับเวทหลับใหลที่เขาร่ายตอนจูบกระหม่อมเจ้าตัวจะได้ผลดี สิ่งเดียวที่ต้องลุ้นกันหลังจากนี้คือ ฮาธอสจะจดจำเรื่องเมื่อคืนนี้ได้หรือไม่

 

...และไม่ว่าจะจำได้...หรือไม่ได้ เขาควรจะทำอย่างไรต่อไป

 

มหาเทพสงครามจับจ้องใบหน้าฮาธอสอย่างเนิ่นนาน ด้วยความรู้สึกไม่อยากจากไปไหน แต่การประวิงเวลาต่อไปก็ไม่ใช่เรื่องดี เพราะฝ่ายเรมันต์คงจะเริ่มเคลื่อนไหวในอีกไม่ช้า คิดแบบนั้นเขาก็ก้มลงหอมแก้มลาคนที่กำลังหลับแล้วขยับตัวออกมาอย่างระมัดระวังที่สุด หลังจากห่มผ้าให้เทพหนุ่มเรียบร้อยแล้ว ไคซัสก็ไปจัดการตัวเองในห้องน้ำก่อนกลับออกมาชุดทะมัดทะแมงพร้อมสำหรับการพูดคุย

 

แต่เมื่อมหาเทพสงครามเปิดประตูหน้าห้องออกไปก็พบไคมีร่า อัลล์ กับเทพรับใช้ฝ่ายซิมโฟเนียอาเรียสองสามตนรออยู่ หนึ่งในพวกนางคงเป็นผู้แจ้งเรื่องเซย์เรียโน่ ทั้งหมดมาล้อมพวกเขาทันทีที่ก้าวออกมา สีหน้าแต่ละคนเป็นห่วงอย่างยิ่ง พวกเธอคงจะมารอผลการรักษาฮาธอส

 

มหาเทพไคซัส...เป็นอัลล์ที่เอ่ยเรียกเขา

 

เพื่อนของเจ้าปลอดภัยแล้ว ตอนนี้กำลังหลับอยู่ แต่ยังต้องรักษาตัวต่อ เพราะพิษของแมลงไสยเวทมีผลข้างเคียงเสมอ ไคมีร่า...

 

ข้าจะสานต่อเองเด็กสาวตอบเมื่อพี่ชายหันมาหาตน ดวงตาสีคริมสันโรสจับจ้องพี่ชายนิ่ง ท่านไม่เป็นไรนะ พักผ่อนแล้วหรือยัง

 

แค่เหนื่อยนิดหน่อยแล้วพักผ่อนมาพอสมควรแล้ว ถ้ายังไงข้าจะลงไปพบแขกก่อน หากเจ้าพบความผิดปกติอะไรจากฮาธอสให้มาบอกข้าทันที ขอตัวล่ะนะไคซัสตัดบทโดยไม่ลืมกำชับเรื่องสำคัญกับน้องสาวไว้ด้วย แม้จะไม่ได้เจาะจงถึงความผิดปกติที่อยากให้จับตา แต่เขาก็เชื่อว่าไคมีร่าเข้าใจในสิ่งที่เขาพูด เพราะเธอเป็นผู้ตรวจฮาธอสคนแรก

 

มหาเทพสงครามรุดลงบันไดอย่างรวดเร็ว ร่างกายสูงใหญ่ของเขาเคลื่อนไหวด้วยความคล่องแคล้วจนน่าตกใจ ไม่นานเขาก็มาถึงห้องทำงานส่วนตัวบนชั้นสอง ที่นั่นเซย์เรียโน่ในชุดจีนแบบผสมผสานตะวันตกสีขาวทั้งตัวนั่งรออยู่แล้ว เด็กหนุ่มผุดลุกขึ้นทันทีที่เจ้าบ้านก้าวเข้าไป นัยน์ตาสีแดงคู่นั้นไม่มีแววล้อเล่นสักนิด

 

ขอบคุณที่ให้เข้าพบ ข้าทราบเรื่องทั้งหมดจากจอมเทพีเรเทเชียแล้วสุ้มเสียงเล็กแจ้งเหตุแห่งการมาเยือนของตนให้ทราบ ขณะไคซัสไปประจำที่นั่งหลังโต๊ะทำงาน ตรงข้ามกับแขกวัยเยาว์ของเขา ร่างเล็กได้รับอนุญาตให้นั่งลงเมื่อมหาเทพสงครามผายมือเชิญ

 

แล้วอย่างไรมหาเทพสงครามไขว้ขาข้างหนึ่งและประสานมือกันบนตักอย่างสงวนท่าที มีเพียงดวงตาที่มองคู่สนทนาอย่างใคร่รู้

 

ข้ายอมรับว่าข้าเป็นคนแนะนำให้จอมเทพีเรเทเชียมาขอตัวฮาธอสคืนจากท่าน เพราะข้าเห็นพลังที่แท้จริงของเขาแล้ว และคิดว่าเขาจะปกป้องตำหนักซิมโฟเนียอาเรียยามเกิดเหตุฉุกเฉินได้เซย์เรียโน่ตอบ สีหน้าและแววตาจริงจัง เพราะหากเขาพิสูจน์ไม่ได้ว่าตัวเองบริสุทธิ์ใจก็จะถูกไคซัสหมายหัวตลอดชาติแน่

 

แล้วอย่างไรอีกน้ำเสียงทุ้มต่ำติดจะเย็นชาที่สวนกลับมาเกือบจะทันทีทำให้เซย์เรียโน่เม้มปากอย่างไม่ชอบใจนัก เพราะมันบ่งชัดว่าเจ้าของต้องการให้เขาแบไต๋ทั้งหมด

 

เมื่อวานหลังจอมเทพีมาบอกว่าฮาธอสกับนาซิลลากลับมาเยี่ยมตำหนักและยอมรับข้อเสนอของข้า ข้าวางแผนให้จอมเทพีล่อเด็กสองคนนั้นไปที่ตลาดแก้ว เพื่อถ่วงเวลาให้จอมเทพีมาคุยกับมหาเทพที่นี่ ส่วนเรื่องอื่นข้าไม่รู้เห็นด้วยขุนพลเทพอันดับห้าจ้องตาไคซัสนั่ง ยืนยันความจริงด้วยแววตาของตน

 

ข้าจะเชื่อเจ้าได้อย่างไร ในเมื่อเจ้าเป็นหนึ่งในคนที่เคยป่วนข้าจนเกือบเสียชื่อไคซัสถามอย่างมีอารมณ์และหมายความตามนั้นด้วย เจ้าเด็กนี่เคยแกล้งลองดีกับเขามาหนหนึ่งแล้ว มีหรือที่จะไม่ทำอีกหากมีโอกาส

 

ข้าไม่ปฏิเสธเรื่องนั้น ยอมรับด้วยว่าตัวเองนิสัยไม่ดีมหาเทพสงครามคิ้วกระตุกเมื่อได้ยินแบบนั้น ยอมรับแบบหน้าด้าน ๆ เลยหรือ? “แต่ข้าก็ขุนพลเทพที่มีกรอบกฎระเบียบล้อมอยู่นะ การสร้างความร้าวฉานระหว่างสองตำหนักโดยไม่มีเหตุอันควรถือเป็นความผิดร้ายแรงของขุนพลเทพ เพราะงานหลักของพวกเราอยู่นอกแดนสวรรค์ แม้ว่าบางครั้งพวกเราจะแสดงน้ำใจด้วยการแนะนำวิธีการรักษาความปลอดภัยภายในก็เถอะ

 

เจ้ากำลังบอกข้าว่าไม่รู้เห็นเรื่องนี้หรือร่างสูงใหญ่เปลี่ยนท่าไปเท้าแขนกับโต๊ะ เขาไม่เชื่อหรอกว่ากฎระเบียบของสวรรค์จะมัดเทพมังกรไฟจอมพยศตนนี้อยู่หมัด ขนาดฟาเบียนยังเกรง กฎสวรรค์จะเหลือหรือ?

 

แน่นอน!เซย์เรียโน่โพล่งแล้วกลอกตาอย่างรู้ว่าคู่สนทนาคิดอะไรอยู่ ฟังนะ หลังจากฮาธอสกับนาซิลลาออกจากซิมโฟเนียอาเรียแล้ว ข้าก็ให้กำลังใจจอมเทพีเรเทเชียอีกนิดหน่อยแล้วไปเที่ยวเล่นที่ตำหนักมหาเทพแสงสว่างต่อ เขากับข้าอยู่ด้วยกันตอนคนของจอมเทพีไปบอกเรื่องพวกฮาธอส และเขาก็สั่งให้ข้ามาที่นี่ จะให้เขามาเป็นพยานก็ได้นะ

 

ข้าจะสอบถามแน่นอน เซย์เรียโน่ไคซัสตอบอย่างสงบเช่นเดิม คำถามต่อไป ทำไมถึงต้องกันพวกฮาธอสออกไปด้วย

 

เพราะข้าเห็นว่าพวกท่านสองคนควรจะคุยกันเป็นการส่วนตัวก่อนน่ะสิ ข้าไม่รู้เรื่องระหว่างสองตำหนักหรอกนะ แต่การที่จอมเทพีให้ยอมเทพรับใช้มาที่ตำหนักนี้ได้ แสดงว่าเป็นมิตรกันพอสมควร ตามมารยาทก็ควรจะคุยกันตรง ๆ ก่อนถูกไหมล่ะเซย์เรียโน่ถามกลับราวกับว่ามันเป็นเรื่องปกติที่ควรจะเกิดขึ้น แต่ไคซัสกลับหลุบตาลงอย่างไม่เห็นด้วยนัก เพราะพาเทร่ากับซิมโฟเนียอาเรียมิใช่มิตรอย่างแท้จริง ข้าถึงได้ตกใจที่สองคนนั้นถูกโจมตีจากแผนการของข้า ทั้งที่ข้าไม่ได้ต้องการให้ใครเจ็บตัวเลย แต่ข้าไม่ตกใจหรอกนะ ที่รู้ว่าคนทำเป็นหัวหน้าจอมปราชญ์ อย่าถามว่ารู้ได้ยังไง ข้ามีเส้นสายส่วนตัว

 

“...ก็พอจะเดาออกไคซัสพูดกลาง ๆ สมองประติดประต่อเรื่องราวเข้าด้วยกันอย่างรวดเร็ว ถ้าเรื่องที่เจ้าพูดมาเป็นความจริง คนของเรมันต์อาจล่วงรู้หรือแผนการของเจ้า หรือสะกดรอยตามพวกฮาธอสอยู่แล้วและชิงลงมือตอนที่กำลังกลับพาเทร่า และเป้าหมายตอนลงมือก็น่าจะเป็นนาซิลลา แต่ทุกอย่างเปลี่ยนเมื่อฝ่ายนั้นได้ตัวฮาธอสไปแทน เจ้าแก่นั่นกัดเขาไม่ปล่อยแน่

 

อืม

 

มหาเทพสงครามนิ่งงันคล้ายเพิ่งรู้ตัวว่าทำอะไรอยู่ เมื่อได้ยินเสียงครางอย่างเห็นด้วยจากเทพที่นั่งตรงหน้า ดวงตาสีส้มตวัดมองเด็กหนุ่มที่มีอาการเหมือนตกในห้วงภวังค์ อากัปกิริยานั้นเหมือนกับเขาก่อนหน้านี้ไม่มีผิดเพี้ยน แสดงให้เห็นว่าเจ้าตัวรู้อะไรบางอย่างเหมือนกับเขา

 

เซย์เรียโน่ เจ้ารู้อะไรเกี่ยวกับฮาธอสบ้างไหมไคซัสตัดสินใจทำตัวอย่างคนไม่รู้อะไรเลยและถามออกไป

 

หืม?” เซย์เรียโน่สะดุ้งอย่างคนเพิ่งรู้ตัว ดวงตาแป๋วแหววที่มองมาอย่างงง ๆ นั่นคงจะดูน่ารักกว่านี้ถ้าไม่ได้ประดับบนหน้าของเด็กเจ้าเล่ห์นี่ หลังใช้เวลาทบทวนถึงคำถามเล็กน้อย เขาก็ตอบ ข้ารู้ไม่มากหรอก

 

เซย์เรียโน่ หัวหน้าจอมปราชญ์พูดอย่างกับข้า อย่างบางที่น่าตกใจมากด้วย ข้าต้องสะสางเรื่องนี้ต่อหน้าฟาเบียน ในฐานะของมหาเทพสงครามและเจ้านายของเทพรับใช้ในตำหนักนี้ ข้าจำเป็นต้องรู้ทุกอย่าง เพื่อปกป้องผู้บริสุทธิ์

 

ไคซัสกล่าวด้วยความจริงจังที่แสดงออกทั้งสีหน้าและท่าทาง ซึ่งดูเหมือนจะทรงพลังพอโน้มนำความคิดของเทพมังกรจอมพยศให้คล้อยตามได้ เจ้าตัวกลอกตาครุ่นคิดแวบหนึ่ง ก่อนขยับเก้าอี้มานั่งชิดโต๊ะทำงานของไคซัสมากขึ้นแล้วพูดออกมาว่า

 

หยิบบันทึกปกดำที่ข้าให้มาสิ ข้าจะเล่าสิ่งที่รู้ให้ฟัง

 

-----------------

 

เซย์เรียโน่กลับออกจากห้องทำงานของไคซัสในอีกสองสามชั่วโมงหลังจากนั้น ตอนแรกท่าทางของเขาก็ดูสงบและจริงจังเหมือนกันตอนเข้ามา แต่พอพ้นจากทางเดินชั้นสองเท่านั้นแหละ ดวงตาสีแดงฉานก็ฉายแววร้อนแรงอันเกิดจากความดื้อรั้นและกราดเกรี้ยวอีกครั้ง เด็กหนุ่มเดินย้ำเท้าตึงตังกลับออกไปโดยไม่สนใจเลยว่าใครจะมองอยู่บ้าง

 

เกือบไปแล้วเด็กหนุ่มครุ่นคิดในใจระหว่างที่รุดออกจากห้องโถงชั้นล่างสุด สองมือกำหมัดแน่นจนรู้สึกเจ็บ ไอ้เจ้าแก่นั่นช่างน่าโมโหจริง ๆ จุ้นไม่เข้าเรื่อง! จะอยู่เฉย ๆ ทำงานของตัวเองไปไม่เป็นหรือไง!

 

แล้วคำสบถอย่างหยาบคายอีกมากมายก็แล่นเข้ามาในหัวเขา ซึ่งทั้งหมดเด็กหนุ่มมอบให้กับจอมปราชญ์ทั้งแปดซึ่งล้วนแต่มีอายุมากกว่าเขาหลายพันปี คิดดูแล้วกันว่าเขาตั้งใจจะช่วยเหลือจอมเทพีที่รู้จักกันมานาน แต่กลับผิดแผน เพราะการกระทำของพวกเรมันต์จนตัวเองเกือบถูกลูกหลงไปด้วย ไม่เพียงแค่นั้นยังต้องผิดใจกับจอมเทพีเรเทเชียและยังต้องมาแก้ต่างต่อหน้าเทพอสูรที่ดุยิ่งกว่าราชสีห์ ใครเจอแบบนี้ก็ต้องโมโหอย่างเขา

 

ขุนพลเทพอันดับห้าเดินหัวฟัดหัวเหวี่ยงออกมาถึงข้างนอกตำหนัก ซึ่งมีรถม้าสีดำคันใหญ่เทียมอาญาศึกสีนิลกาฬสี่ตัวจอดรออยู่แล้ว เทพรับใช้ในชุดจีนกี่เผ้าเปิดประตูให้เขาเข้าไปข้างใน แต่เมื่อนั่งลงที่เบาะซึ่งหันหน้าไปทางคนขับรถม้าและเทพรับใช้ปิดประตูเรียบร้อยแล้ว เซย์เรียโน่ก็มองชายชุดขาวที่เขาเคยพบในมหาตำหนักเทพสวรรค์นั่งรออยู่ในเงา

 

เสร็จแล้วหรือขอรับ

 

อืม เรียบร้อยดี แต่เหนื่อยเป็นบ้า มหาเทพสงครามเวลาโกรธนี่น่ากลัวชะมัดเซย์เรียโน่บ่นอย่างหัวเสีย

 

นั่นเพราะท่านเคยทำให้เขาไม่พอใจมาก่อนมิใช่หรือขอรับชายชุดขาวถามแล้วก็กลืนน้ำลายเมื่อดวงตาสีแดงกราดเกรี้ยวตวัดมาหาตน ขออภัยขอรับ ข้าไม่ได้ตั้งใจจะตำหนิท่าน

 

ช่างมันเถอะ ยังดีหน่อยที่แผนของข้ายังไม่ล่มจมเสียหมด แต่ก็เลี่ยงไม่ให้เกิดปัญหาใหญ่ไม่ได้แล้วด้วยเซย์เรียโน่บ่นพลางเบี่ยงหน้ามองตำหนักพาเทร่าที่กำลังเคลื่อนผ่านไปเมื่อรถม้าออกวิ่ง

 

ในสายตาของคนฟัง คำพูดของอีกฝ่ายออกจะเกินจริงไปเสียหน่อย เพราะหากเซย์เรียโน่อยากเลี่ยง ปัญหาใหญ่ก็สามารถกระทำได้ เพียงแต่เจ้าตัวเลือกที่จะไม่ทำด้วยเหตุผลบางอย่าง

 

ท่านผู้นั้นต้องไม่พอใจมากแน่ เขาไว้ใจท่านมากนะขอรับชายชุดขาวว่า

 

เสียงหัวเราะใจลำคออย่างเย็นชาดังขึ้น ขับเน้นบรรยากาศภายในรถม้าให้เย็นยะเยือกยิ่งขึ้นอีก ชายชุดขาวถึงกับหนาวสันหลังและกลืนน้ำลายอย่างลำบาก เมื่อเห็นรอยยิ้มน่ารักแต่เปี่ยมความอำมหิตบนใบหน้าพริ้มเพราของเซย์เรียโน่ แววตาเย็นชาไหวระริกอย่างขำขัน

 

เชื่อใจหรือ ถ้าเชื่อใจจริงจะส่งเจ้ามาจับตาการทำงานข้ารึสุ้มเสียงเล็กเอ่ยแดกดันทำให้คนฟังชะงักไปอีกครา ส่วนคนพูดนั้นเอนกายอย่างสบายหลังได้ที่ระบายอารมณ์โกรธเสียที เอาเถอะ จะจับตาหรือไม่ ข้าไม่สนใจ เมื่อเจ้ากลับไปแล้วก็บอกเจ้านั่นด้วยแล้วกันว่า มหาเทพสงครามกับเทพที่ชื่อ ฮาธอสจะเป็นนำสิ่งที่พวกเราตามหามาให้เอง

 

----------------

 

กว่าฮาธอสจะได้สติก็อีกหลายชั่วโมงหลังจากนั้น เทพคนสวนลืมตาขึ้นมองรอบข้างอย่างมึนงง แล้วก็ต้องตกใจเมื่อพบว่าห้องกว้างใหญ่ ตกแต่งด้วยของหรูหรา และเต็มไปด้วยหนังสือนี้ไม่ใช่ห้องพักของเขา แต่เป็นห้องของจ้าวตำหนักพาเทร่า ที่สำคัญข้างกายของเขา...ห่างไปไม่กี่คืบยังมีน้องสาวของเขานั่งอ่านหนังสือเฝ้าอยู่อีกต่างหาก

 

ท่านหญิง...หลังลุกพรวดพราดพร้อมร้องเรียกอีกฝ่ายด้วยความตกใจ ร่างสูงโปร่งก็แข็งค้างด้วยอาการเจ็บระบมที่สำแดงฤทธิ์พร้อมกัน โดยเฉพาะอาการปวดศีรษะที่ทำให้เขาต้องเอนลงไปนอนที่เดิม โอย...

 

อย่าลุกพรวดพราดแบบนั้นสิ เดี๋ยวก็เจ็บหนักอีกหรอกไคมีร่าหันมาดุอย่างไม่จริงจังนัก ดูจะปลง ๆ เสียมากกว่า คงเพราะอยู่กับพวกผู้ชายที่ชอบทำอะไรเกินตัวมานาน เด็กสาวจึงชินชาเสียแล้ว รู้สึกยังไงบ้างล่ะ

 

ฮาธอสฟังคำถามแล้วก็นิ่งไปเล็กน้อย ก่อนลองขยับตัวเบา ๆ ตอนนี้เขาได้รับการเช็ดตัวจนสะอาดแล้วและอยู่ในชุดนอนเนื้อนุ่มสบายตัวสีขาวสะอ้าน บาดแผลถูกแมลงไสยเวทต่อยได้รับการรักษาและพันแผลอย่างเรียบร้อย แม้แต่เตียงนอนของเขา...ของไคซัสยังได้รับการทำความสะอาดอย่างดี กระนั้น...

 

“...รู้สึก...ระบมขอรับฮาธอสตอบจากใจจริง หลับตาลงจับจุดที่เจ็บท่ามกลางอาการเจ็บทั้งตัว โดยเฉพาะท้ายทอย ตรงมือขวา แล้วก็ท้อง

 

อืม เจ้าถูกแมลงไสยเวทต่อยที่ท้ายทอยกับมือขวาน่ะ ส่วนท้องก็เพราะอวัยวะถูกพิษทำให้เสียหาย ช่วงนี้เจ้าคงจะมีปัญหาเรื่องปวดท้องบ่อย ๆ สักหน่อย แต่อีกไม่นานก็จะหายดี แต่แผลถูกต่อยอีกสองสามวันก็หายแล้ว ตอนนี้กินข้าวกินยาสักหน่อยดีกว่าจะได้หายเจ็บไคมีร่าว่าพลางหันไปหยิบถ้วยต้มที่เตรียมไว้มาอุ่นด้วยพลังของตนก่อนจะป้อนชายหนุ่มทีละช้อนอย่างเอาใจใส่

 

ฮาธอสเหลือบตามองเด็กสาวที่กำลังดูแลตนด้วยความรู้สึกประหลาดใจนิดหน่อย เธอก็เหมือนกับพี่ชายของตนที่แตกต่างจากอสูรร้ายที่ผู้คนเล่าลือ แรกพบเธออาจจะเอาแต่ใจและแง่งอนตามประสาเด็กไปบ้าง แต่เมื่อเป็นเรื่องงานหรือเรื่องสำคัญ ไคมีร่าก็สลัดคราบนั้นทิ้งไปแล้วทำงานของตนด้วยความตั้งใจ อย่างตอนนี้...ทั้งที่เคยต่อว่าเทพตั้งมากมาย แต่กลับดูแลเอาใจใส่เขาราวกับมีฐานะเสมอกันก็ไม่ปาน

 

หลังจากป้อนข้าวต้มเท่าที่อีกฝ่ายรับประทานได้และป้อนยาให้แล้ว ไม่นานยาก็ออกฤทธิ์ทำให้ความเจ็บปวดในตัวฮาธอสหายไปเกือบครึ่ง เทพคนสวนถอนใจเบา ๆ อย่างสบายตัว

 

ดีขึ้นแล้วสินะไคมีร่าเอียงคอมองด้วยรอยยิ้มบาง แววตาอ่อนโยนมากทีเดียว

 

ขอรับ ขอบพระคุณมากฮาธอสตอบด้วยรอยยิ้มเดียวกัน

 

ถ้าจะขอบคุณก็ขอบคุณไคซัสเถอะ ท่านพี่เป็นคนพาพวกอัลล์ไปช่วยเจ้ามาจากวิมานของหัวหน้าจอมปราชญ์ แล้วก็เป็นคนถอนพิษให้เจ้าด้วย ถึงข้าจะเป็นคนปรุงยาให้ก็เถอะ

 

ฮาธอสฟังที่ไคมีร่าพูดแล้วก็หลับตาลงรำลึกถึงเหตุการณ์เมื่อคืนนี้ แต่สิ่งที่เขานึกออกกลับมีเพียงใบหน้าของเรมันต์กับพรรคพวกและความเจ็บปวดที่อีกฝ่ายมอบให้ตอนพยายามเจาะเอาความลับของไคซัสจากสมองของเขา สิ่งที่เหล่าจอมปราชญ์กระทำกับเขานั้น ช่างโหดร้ายราวกับไม่ใช่ผู้ทรงภูมิ...ราวกับไม่ใช่เทพแห่งสวรรค์

 

นึกไม่ออกหรือไคมีร่าเอ่ยถามหลังเห็นฮาธอสก่ายหน้าผากคิดอยู่นาน

 

ร่างสูงโปร่งสะดุ้งน้อย ๆ หันมองอีกฝ่ายอย่างตกใจแล้วก็ส่ายหัว ไม่เลยขอรับ ข้าจำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าไปที่วิมานหัวหน้าจอมปราชญ์ได้ยังไง นึกออกแค่ตอนอยู่ที่นั่นสั้น ๆ เท่านั้น...ยิ่งพูด เสียงก็ยิ่งแผ่วอย่างสิ้นหวัง

 

มีเสียงถอนใจตอบมาจากเด็กสาวข้างกาย เธอยื่นมือมาลูบหน้าผากเขาเบา ๆ สัมผัสนั้นนุ่มนวลและอ่อนโยนดุจมารดา...สัมผัสที่เขาไม่เคยได้รับรู้มาก่อน

 

ข้าไม่รู้หรอกว่าเกิดอะไรขึ้นกับเจ้าบ้าง แต่จากสภาพที่ข้าตรวจดู สิ่งที่พวกนั้นทำกับเจ้าจะต้องเลวร้ายมากทีเดียว ถ้าลืมมันได้ข้าก็อยากให้ลืมนะไคมีร่าบอกทั้งที่รู้ดีว่าความทรงจำนั้นอาจหลอกหลอนเทพผู้บริสุทธิ์ตนนี้ไปอีกนานทีเดียว

 

ฮาธอสปล่อยตัวปล่อยใจครั้งแรกด้วยการยอมรับสัมผัสจากมือของไคมีร่าโดยไม่บ่น เขาอยากจดจำความรู้สึกนี้ไว้ในใจว่าครั้งหนึ่งน้องสาวของมเทพสงครามก็ปฏิบัติต่อเขาอย่างอ่อนโยน แต่เมื่อคิดถึงผู้เป็นพี่ของนาง เทพคนสวนจึงเพิ่งสังเกตว่าเขาไม่ได้อยู่ด้วย ความผิดหวังระคนเสียใจประหลาดพลันก่อตัวในใจเขา

 

“...ขอบพระคุณขอรับชายหนุ่มตอบตามมารยาทก่อนจะถามสิ่งที่อยากรู้ที่สุด มหาเทพไคซัสล่ะขอรับ

 

อ๋อ มีแขกสำคัญมาขอพบน่ะ ตอนนี้อยู่ที่ห้องทำงานไคมีร่าตอบตามตรง เธอต้องดูแลฮาธอสตั้งแต่ตอนที่ไคซัสออกไปจึงไม่ทราบว่าเซย์เรียโน่กลับไปได้สักพักแล้ว

 

เทพคนสวนได้ยินคำตอบก็มีสีหน้าผิดหวัง ความจริงเหตุผลที่อีกฝ่ายไม่อยู่นั้นสามารถยอมรับได้ แต่ไม่รู้ทำไมเขาถึงได้รู้สึกหดหู่และห่อเหี่ยวใจขนาดนี้ ความรู้สึกเหมือนถูกมหาเทพผู้สูงส่งผิดสัญญาที่สำคัญมากอย่างไรอย่างนั้น เพียงแต่เขานึกไม่ออกเลยว่าสัญญานั้นคืออะไร...และให้ไว้ตอนไหน

 

เสียงเปิดประตูดังขึ้นท่ามกลางความเงียบและสัมผัสอันอ่อนโยนจากไคมีร่า เด็กสาวหยุดมือแล้วหันไปมองผ้าม่านขนแกะสีน้ำตาลอ่อนปักลายภูเขาสีน้ำตาลแก่ที่กางปิดไว้ ฮาธอสก็เอียงหน้าดูเหมือนกัน แต่เพราะตัวท่านหญิงเทพอสูรบังอยู่จึงมองไม่เห็น กระนั้น...เมื่อผ้าม่านถูกแหวกโดยเทพที่มีโครงร่างกายใหญ่โตสีแดงนั่น เขาก็จดจำได้ทันทีว่าคนมาใหม่เป็นใคร

 

คุยธุระเสร็จแล้วหรือ ไคซัสนามที่ไคมีร่าเอ่ยมาราวกับหมุดที่ย้ำลงมาในความเข้าใจของฮาธอส คนที่เขาอยากพบหน้าที่สุดมาแล้ว

 

อืม เมื่อกี้อัลวินมาบอกว่านาซิลลากินอาหารได้ปกติ บ่นเรื่องยาขมนิดหน่อย

 

งั้นรึ บ่นได้แบบนั้นอีกสองสามวันก็คงจะหายแล้วล่ะ ยังไงก็บาดเจ็บน้อยกว่าฮาธอสตั้งเยอะนี่ไคมีร่าหัวเราะชอบใจ อ๋อ เทพรับใช้คนโปรดของท่านตื่นแล้วนะ...อา คงไม่ต้องบอกแล้วล่ะมั้ง

 

น้ำเสียงระรื่นของเด็กสาวแทบไม่กระทบโสตประสาทของมหาเทพสงครามเลยสักนิด ไคซัสกับฮาธอสจ้องตากันและกันประหนึ่งโลกทั้งใบมีพวกเขาแค่สองคน ดวงตาต่างสีสันทั้งสองคู่เปี่ยมด้วยมนต์ขลังดึงดูดกันและกันไว้ โดยเฉพาะฮาธอสที่แทบจะส่งสายตาวิงวอนให้อีกฝ่ายเข้ามาหา โดยไม่สนใจอีกแล้วว่าจะมีคนอื่นอยู่ในห้องส่วนหรือไม่ ความสับสนกับความหวั่นไหวในตัวเขาต้องการใครสักคนมาจัดการ และหัวใจของเขาก็บอกว่ามีแค่มหาเทพสงครามผู้นี้เท่านั้นที่ทำได้ ไคมีร่ามองพี่ชายทีคนสวนทีและคิดว่าตัวเกะกะควรจะหายไปได้แล้ว

 

ข้าจะกลับไปพักที่ห้องนะ อย่าทำให้คนป่วยเครียดล่ะ เดี๋ยวอาการจะทรุดอีกเด็กสาวพอจะเดาได้จากท่าทางของพี่ชายว่าอาจจะมีอะไรในใจ เธอจึงทิ้งท้ายไว้แบบนั้นก่อนกลับออกไป

 

เมื่อมีเสียงปิดประตูแว่วมาเบา ๆ ไคซัสก็ก้าวมานั่งข้างกายฮาธอสและวางมือกลางอกของเขา ในใจรู้สึกโล่งอกที่เห็นเทพคนสวนได้สติแล้ว สีหน้าก็ดูดีกว่าตอนเขาออกไปเมื่อเช้านี้มาก ถึงจะต้องพักรักษาตัวไปอีกนาน ทว่าเขาจะต้องหายดีอย่างแน่นอน และเพราะอาการทรงตัวค่อนไปในทางที่ดีนี้เองที่ทำให้เขาต้องทำสิ่งที่คิดไว้

 

เจ้าจำได้ไหมว่าเมื่อคืนนี้เกิดอะไรขึ้นบ้างฮาธอสต้องตกใจหลังได้ยินน้ำเสียงเย็นชาชองไคซัส ดวงตาที่แลดูอ่อนโยนจนถึงเมื่อครู่กลับกลายเป็นความเยือกเย็น

 

ข้า...เทพคนสวนอึกอัก “...ข้าจำไม่ได้เลยขอรับ

 

พริบตาหลังได้ยินคำตอบ ไคซัสได้แสดงสีหน้าเสียดายเล็กน้อยก่อนเปลี่ยนกลับไปเป็นความเย็นชาและเมินเฉยอีกครั้ง ฮาธอสมัวแต่ตกใจกับท่าทีที่แปลกไปของอีกฝ่ายจึงไม่ทันสังเกตเห็น

 

ข้าจะบอกให้ฟังไหมว่าเกิดอะไรขึ้นบ้างมหาเทพสงครามทอดสายตามองมา แววตาบ่งชัดว่าไม่ได้ต้องการคำตอบ เจ้าถูกแมลงไสยเวทต่อยและยังถูกหัวหน้าจอมปราชญ์ทำร้ายจนบาดเจ็บสาหัสและสูญเสียพลังชีวิตอย่างรวดเร็ว ตอนถอนพิษให้พวกเราต้องช่วยกันถ่ายพลังชีวิตให้กับเจ้า เพื่อพยุงอาการจนกว่าจะถอนพิษเสร็จ แต่รู้ไหม พลังของเจ้าเข้ากับไคมีร่าที่มีพลังของเทพกับอัลวินที่เป็นเพื่อนของเจ้าไม่ได้เลย มันกลับเข้ากับพลังของข้า...

 

เทพคนสวนเบิ่งตากว้างด้วยความมึนงงและตกใจอย่างสุดขีด เรื่องนี้จะโทษฮาธอสก็คงมิได้ เพราะชายหนุ่มเพิ่งได้รับบาดเจ็บสาหัสขนาดนี้เป็นครั้งแรก และที่ผ่านมาก็ไม่เคยถ่ายพลังชีวิตให้กับใครมาก่อน เขาจึงเพิ่งทราบตอนนี้เองว่าอำนาจแห่งชีวาของตนไม่สามารถเข้ากับเทพปกติได้ นัยหนึ่งก็หมายความว่าความลับที่เขาปกปิดไว้ถูกเปิดเผยแล้ว

 

ข้า...ข้าน้อย...ฮาธอสพยายายามจะพูด แต่ลมหายใจขาดห้วงทำให้เขาเอ่ยไม่เป็นคำ สีหน้าตื่นตระหนกราวกับคนที่กำลังจะถูกฆ่า ซึ่งคนที่กำลังทรมานเขาให้ตายทั้งเป็นก็คือ ไคซัส นี่เอง

 

ถึงแม้ว่ามหาเทพสงครามเห็นสีหน้านี้แล้วยังปั้นหน้านิ่งอยู่ได้ แต่ลึกลงไปหัวใจของเขากำลังร้าวรานราวกับถูกทุบด้วยค้อนที่มองไม่เห็น เขาไม่ได้อยากทำแบบนี้ โดยเฉพาะกับคนที่มีความรู้สึกดี ๆ ให้อย่างฮาธอส

 

มันอาจดูเป็นเรื่องตลกที่เทพอสูรอย่างเขาจะหลงรักเทพสักตน แต่ความรู้สึกของเขาก็เป็นของจริงและมันก็งอกเงยทุกครั้งที่ได้อยู่ใกล้ชิดกับเทพคนสวน ความอ่อนโยนและความใจดี...ตัวตนที่อีกฝ่ายเป็นเปรียบได้กับที่พักพิงทางใจของเขา ดังนั้นตอนเขาได้เห็นฮาธอสตอนเจ็บในห้องเล็ก ๆ ที่วิมานของเรมันต์ เทพอสูรจึงเจ็บปวดเหมือนถูกมีดคมกริบปักกลางหัวใจ และเจ็บปวดยิ่งกว่าเมื่อต้องแสร้งทำเย็นชาเพื่อให้ได้ความจริง

 

ทว่าความทุกข์ทรมานของอีกฝ่ายกลับมากมายกว่าที่เขาคาดคิดไว้ จิตใจที่กำลังอ่อนไหวทำให้อีกฝ่ายน้ำตาเอ่อคลอ ซึ่งทันทีที่ไคซัสเห็นเส้นความอดทนก็ขาดผึงอีกครั้ง

 

บ้าชะมัด! เจ้าจะทดสอบความอดทนของข้าไปถึงไหนน้ำเสียงของมหาเทพสงครามมีแต่ความปวดร้าว ร่างใหญ่โน้มลงจูบกลางหน้าผากขาวเนียนก่อน...ประทับพรมไปทั่วใบหน้าคนป่วย แล้วรวบมือคนตัวเล็กกว่ามาแนบอก ข้าไม่ได้อยากทำร้ายเจ้านะ ดังนั้น...ขอร้องล่ะ...บอกความจริงกับข้ามาเถอะ เจ้ารู้ไหม การรู้เรื่องนี้ด้วยตัวเอง...กับปากคนอื่น มันเจ็บปวดขนาดไหน

 

ฮาธอสสดับคำพูดอีกฝ่ายแล้วก็น้ำตาหยด เทพอสูรตนนี้ช่างแสนดีและอ่อนโยนกับเขามาเหลือเกิน...จนชายหนุ่มอดรู้สึกเสียใจไม่ได้ที่ทำให้อีกฝ่ายต้องพบกับความผิดหวังและปวดร้าวครั้งแล้วครั้งเล่า ทั้งที่ไคซัส ให้ได้ทุกอย่าง ทว่าเขากลับเอาแต่กลัวที่จะเปิดเผยความจริง...ที่อาจทำให้เขาอยู่ในมหานครแห่งฟ้านี้ได้อีก แต่...ในเมื่อมันถูกเปิดเผยไปแล้ว ไม่เช้าก็เร็ว...เขาต้องยอมรับ

 

บิดาของข้าน้อยเป็นเทพแห่งความมืดขอรับเสียงทุ้มนุ่มที่พร่าสั่นเอ่ยอย่างเนิบช้า ฮาธอสนอนนิ่งในขณะที่ไคซัสค่อย ๆ ถอยมามองใบหน้าที่มีดวงตาฉ่ำน้ำ ข้าไม่ทราบว่าเขาเป็นใคร มาจากไหน รู้แค่ว่าเขาถูกขับไล่ออกจากสวรรค์และจุติไปนานแล้ว ส่วนมารดาเป็นเทพความรู้ของหอสมุดหลวง นางถูกขับออกไปอยู่แดนร้างที่อยู่ทางเหนือ นอกมหานคร นางให้กำเนิดข้า...กับพี่ชายฝาแฝดอีกคนหนึ่งที่มีรูปลักษณ์แตกต่างจากข้ามาก ข้าคือ แสงสว่างส่วนพี่ของข้าคือ ความมืดแต่ความจริงแล้วทั้งข้าทั้งเขาก็เป็นลูกครึ่งเทพความมืดทั้งคู่

 

หลังให้กำเนิดข้ากับพี่ชายแล้ว ท่านแม่ก็จุติ เพราะสูญเสียพลังมากเกินไป ข้ากับพี่จึงพยายามดิ้นรน เพื่อความอยู่รอดด้วยกันจนกระทั่งถึงช่วงวัยรุ่น พี่ของข้าที่ได้พลังและความสามารถของพ่อมาอย่างเต็มเปี่ยมเริ่มลุแก่อำนาจ เขาบอกว่าการแก้แค้นให้พวกเราคือหนทางที่ถูกต้อง แต่ข้าไม่ชอบการต่อสู้จึงคัดค้าน เราทะเลาะกันแล้วเขาก็ทิ้งข้าไป รวบรวมเทพที่ถูกเนรเทศแล้วตั้งกองโจรขึ้นมาอาละวาดในเขตเหนือ มหาเทพจ้าวสวรรค์ส่งคนมาปราบปรามหลายต่อหลายครั้งก็ไม่สำเร็จ จนกระทั่งพี่ของข้าหายตัวไป...

 

เทพคนสวนเว้นช่วงสูดลมหายใจ แล้วยิ้มเย้ยหยันกับตัวเองเมื่อคิดถึงประโยคที่จะพูดต่อไป

 

ใช่แล้วขอรับ...ข้าน้อยเป็นลูกครึ่งเทพแห่งความมืด เฮสเลนคือนามของพี่ชายข้า ข้าได้เลื่อนขั้นเข้ามาอยู่ในมหานครโดยไม่มีใครรู้ความจริงข้อนี้ และข้าก็ปกปิดไว้ก็เพราะอยากอยู่ในมหานครแห่งนี้ต่อไปขอรับ

 

มีใครรู้เรื่องของเจ้าอีกไหม

 

อัลล์ขอรับ เขากับข้าเลื่อนขึ้นมาอยู่ในมหานครพร้อมกัน แต่เขาเพิ่งรู้เรื่องพลังของข้าเมื่อตอนท่านไคมีร่าบุกสวรรค์ขอรับพูดแล้ว ฮาธอสก็หลับตา น้ำตาไหลรินเงียบเชียบอย่างคนพร้อมรับชะตากรรม

 

มหาเทพสงครามฟังเรื่องราวของฮาธอสด้วยความสงสารจับใจ คงไม่มีใครอยากเชื่อว่าเบื้องหลังเทพคนสวนผู้อ่อนโยนและแสนดีจะมีอดีตที่ดำมืดเยี่ยงนี้ แต่เรื่องราวของเขาก็ได้รับการยืนยันแล้ว...จากคำพูด...พลังของเจ้าตัว...และบันทึกปกดำซึ่งเหตุการณ์ในช่วงเวลานั้นถูกบันทึกโดยอดีตขุนพลเทพอันดับห้าตนก่อนหน้าเซย์เรียโน่ คำพูดของเด็กหนุ่มคนนั้นลอยขึ้นมาในหัวของเขาอีกครั้ง คำพูดที่เป็นเสมือนคำบอกใบ้สำหรับสิ่งสำคัญอย่างยิ่งยวด แต่ยังไม่เท่ากับสภาพจิตใจของฮาธอสในตอนนี้

 

ขอบใจนะคำกล่าวนั้นทำให้เทพคนสวนเบิกตามองมหาเทพสงครามอย่างตกใจ และยิ่งอึ้งเมื่ออีกฝ่ายส่งยิ้มอ่อนโยนมาให้แล้วโน้มมาจูบซับน้ำตาที่ขมับ ขอบใจที่ยอมเล่าเรื่องของเจ้าให้ข้าฟัง จากนี้ไปขอให้เจ้าพักรักษาตัวที่นี่จนกว่าจะหายดี ไม่ต้องกังวลอะไรทั้งนั้น ข้าจะจัดการเอง

 

หมายความว่า...ฮาธอสกะพริบตาปริบ ๆ สีหน้าคล้ายไม่เชื่อในสิ่งที่ได้ยิน ท่านไม่โกรธข้าที่ปกปิดเรื่องนี้...ไม่รังเกียจข้าที่เป็นลูกครึ่งเทพความมืด...ไม่รังเกียจ...

 

คำพูดต่อไปของเขาถูกหยุดด้วยปลายนิ้วสีแดงที่แตะลงมาอย่างนุ่มนวล ไคซัสส่ายศีรษะอย่างช้า ๆ ปฏิเสธทุกอย่างที่อีกฝ่ายอย่างพูดถึง ริมฝีปากหนาแย้มยิ้มบางด้วยความคิดบางอย่างในหัว

 

เจ้ากลัวข้าไหมฮาธอสส่ายศีรษะ สีหน้าไม่เข้าใจว่าอีกฝ่ายถามไปเพื่ออะไร

 

เจ้าเกลียดความเป็นอสูรของข้าไหมเทพคนสวนก็ส่ายศีรษะอีกครั้ง

 

งั้นเจ้ารังเกียจ ตัวตนของข้าหรือเปล่า

 

ไม่เลยขอรับ!ฮาธอสโพล่งออกมา ข้าจะรังเกียจท่านได้อย่างไร ในเมื่อท่านเป็นคนดี มีน้ำใจ และยุติธรรมต่อพวกเรามาก ข้าเห็นตัวตนที่แท้จริงของท่านมาตลอด ข้าไม่มีวันรังเกียจได้หรอกขอรับ

 

ถ้าอย่างนั้นข้าเองก็เหมือนกันไคซัสตอบกลับเกือบจะทันทีที่ฮาธอสพูดจบ ร่างสูงโปร่งเบื้องล่างนั้นนิ่งงัน หัวใจพลันอุ่นวาบยามสบสายตารักใคร่ของอีกฝ่าย ข้าเห็นตัวตนที่แท้จริงของเจ้ามาตลอด แล้วทำไมข้าจะต้องรังเกียจเจ้าด้วยเหตุผลงี่เง่าพรรค์นั้นด้วยล่ะ

 

ฮาธอสกะพริบตาปริบ ๆ ราวกับสมองหยุดทำงานไปชั่วขณะ แต่เมื่อเซลล์สมองเริ่มประมวลผลคำพูดของมหาเทพสงคราม ความยินดีก็ล้นปรี่ขึ้นมาจากส่วนลึกปั่นเปาทุกความกังวลให้หายไปจากหัวใจของเขา รอยยิ้มปีติที่สวยงามที่สุดค่อย ๆ ปรากฏบนใบหน้าคมคาย อาการเขินอายที่เกิดตามมาทำให้แก้มขาวเปลี่ยนเป็นสีชมพูระเรื่อย ไคซัสอาจไม่ใช่คนแรกที่รู้เรื่องของเขา แต่เทพหนุ่มก็ดีใจที่สุดที่อีกฝ่ายยอมรับในตัวตนของเขา

 

ขอบพระคุณขอรับ มหาเทพไคซัส

 

ขอเปลี่ยนคำขอบคุณเป็นรางวัลเล็ก ๆ น้อย ๆ แล้วกันนะว่าแล้วไคซัสก็นอบใบหน้าลงจุมพิตฮาธอสด้วยความรักสุดหัวใจ...

 

จูบที่ได้รับการตอบสนองด้วยความรู้สึกเดียวกัน...

 

------------------



:) Shalunla
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

125 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 14 ตุลาคม 2556 / 13:47
    หวานมากกก อิจฉามากนะ
    #73
    0
  2. #41 fongping (@fongping) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 24 สิงหาคม 2556 / 01:03
    ตอนนี้หวานมากกกกกกกก
    #41
    0
  3. #39 -เกม- (@-gem-) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 23 สิงหาคม 2556 / 23:32
    บทนี้... คิดไปเองไหมหนอว่ายาวสะใจมาก +-+
    แหมมม คู่นี้นี่ หวานจริง หวานจัง โอ้ยย รักกันจริงนะพ่อคุณ พ่อเทพอสูรทั้งรักทั้งหลงฮาธอสขนาดนี้ จะใจร้ายลงได้ยังไงล่ะเทพสุดสวยย (//อ่านตอนนี้แล้วต้องเรียกสุดสวยแล้วล่ะ อดไม่ได้จริงจริงงง =//=)


    รวมถึงยาสมุนไพสารพัดชนิด
    และลองถ่ายพลังเยียวกับพลังชีวิตเข้าไป
    ถ้าไม่ถ่ายพลังชีวิตให้ต้องเทพคนสวนผู้แสนอ่อนโยนตนนี้ - กับ?
    ด้วยความเสี่ยวซ่านประหลาดที่ก่อตัวข้างใน
    การอำนาจของพวกเขาเข้ากันได้ - การที่อำนาจ?
    อยู่ในท่าคล่อมทับอีกฝ่าย - คร่อม
    โดยเฉพาะเขาที่กระหวัดก่ายกับเขา
    เทพอสูรที่เต็มไปด้วยกิเลศอย่างเขา - กิเลส
    ให้ออกฤทธิ์เร็วและแร่งขึ้นอีก
    เป็นเขาที่ต้องกดฟันทนจนกว่าจะจบ
    เคลื่อนไหวด้วยความคล่องแคล้ว
    เสียงหัวเราะใจลำคออย่างเย็นชา
    ครั้งหนึ่งน้องสาวของมเทพสงคราม
    ได้ยินน้ำเสียงเย็นชาชองไคซัส
    ฮาธอสพยายายามจะพูด
    อยู่ในมหานครแห่งฟ้านี้ได้อีก - ไม่ได้อีก?
    ปั่นเปาทุกความกังวลให้หายไป
    รอยยิ้มปีติที่สวยงามที่สุด
    #39
    0
  4. #37 Fah_shanikant (@vanila-kiss) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 21 สิงหาคม 2556 / 19:08
    >< น่ารักจังค่ะ มาต่อเร็วๆนะคะ
    #37
    0
  5. #33 ยีราฟลงพุง (@leonus) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 11 สิงหาคม 2556 / 10:53
    กรี๊ดกร๊าดมากค่ะ
    นี่แหละ คนรักกัน ถ้าพูดกันตรงๆก็ไม่มีอะติดค้างเป็นตะกอนในใจ

    จะรอตอนต่อไปค่ะ ปลายเดือนสิงหาเนอะ

    เม้นครั้งแรกนะคะ แหะๆ
    #33
    0