ณ แดนสรวง [Boy's Love] = จบแล้ว =

ตอนที่ 12 : บทที่ 10 ทวงคืนคนสวน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 870
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    10 ส.ค. 56


คุยกันก่อน...

 

เพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ นักอ่านท่านในที่ได้เห็นข้อความในกล่องแฟนเพจของเฟสที่แปะไว้ในข้อความเบื้องต้นก็คงทราบแล้วว่าผมลาป่วยด้วยปัญหาใจสองสัปดาห์ พบกันอีกครั้งวันที่ 26 สิงหาคม 56 เลยนะครับ

 

Keisei

 

บทที่ 10 ทวงคืนคนสวน

 

ของเหลวให้สัมผัสเหนี่ยวข้นเล็กน้อยถูกหยดลงในปาก รสขมร้ายกาจพลันแผ่ซ่านไปทั่วโพรงปากปลุกสติคนที่หลับอยู่ให้ตื่นขึ้น เขาสำลักของในปากออกมา แต่กลับมีมือข้างหนึ่งอุดปากไว้จนคายออกมาไม่ได้ พอดิ้นหนีจากมือนั้น ร่างกายพลันกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดซึ่งกรีดลึกไปถึงกระดูก โดยเฉพาะฝ่ามือข้างขวากับท้ายทอยที่ปวดแสบปวดร้อนเหมือนถูกเหล็กเผาไฟนาบ เจ็บไปถึงสมองแล้วกลั่นออกมาเป็นเสียงร้องอู้อี้ในลำคอ

 

ถ้าเจ้ายังไม่อยากตายก็กลืนยาลงไปเดี๋ยวนี้เสียงแหบพร่าสั่งอย่างเฉียบขาดหลังเขาดิ้นได้สักครู่ ซึ่งอันที่จริงไม่ต้องบอกคนเจ็บก็ตั้งใจจะทำอยู่แล้ว เพราะทนกับความขมไม่ไหว เมื่อยาไหลลงคอเจ้าของมือก็ผละออกไป ในขณะผู้บาดเจ็บหายใจถี่กระชั้นอย่างทรมาน แค่การหายใจก็ทำให้เจ็บเสียดไปทั้งทรวงอก

 

เกิดอะไรขึ้น? ฮาธอสถามตัวเองแล้วตั้งสมาธิจดจ่อกับการหายใจ สมองที่รับรู้แต่ความเจ็บปวดต้องใช้เวลาสักพักกว่าจะทำงานได้ แล้วเขาก็นึกออก...ว่าตนกับนาซิลลาถูกผู้ชายแปลกหน้าโจมตีระหว่างทางกลับพาเทร่า เขากถูกแมลงไสยเวทต่อยเข้าขณะปกป้องเด็กสาว หลังจากนั้นก็นึกอะไรไม่ออกอีกเลย

 

ชายหนุ่มนอนหอบสักพัก อาการเจ็บก็ทุเลาลงมากพอลืมตาขึ้นมองรอบข้างได้ เขาต้องตกใจเมื่อเห็นภาพเลือนรางของกลุ่มคนแต่งชุดรุ่มร่ามล้อมอยู่ทางขวา โดยหนึ่งในนั้นนั่งอยู่ข้างกายของเขานั่นเอง แต่พอรวบรวมสติเพ่งสายตาดูอีกทีก็พบว่าทั้งหมดนั้นคือ จอมปราชญ์ทั้งแปดแห่งสวรรค์นั่นเอง!

 

พวกท่าน...

 

ข้าถามว่าเจ้าเป็นอย่างไรบ้างเรมันต์...หัวหน้าจอมปราชญ์เคราขาวกดเสียงต่ำถามย้ำคำเดิม

 

ดีขึ้นนิดหน่อยขอรับฮาธอสตอบเสียงเบาหวิว แววตามุ่งมาดของฝ่ายตรงข้ามก่อความไม่ดีในใจเขา พร้อมกับคำถามว่าตอนนี้ตนอยู่ที่ไหน มาได้อย่างไร นาซิลลากับคนที่โจมตีพวกเขาไปไหนแล้ว

 

ดีแล้ว ที่นี้ฟังข้า!เรมันต์สั่งเสียงหวน แววตาไร้ความเป็นมิตร เจ้าถูกแมลงไสยเวทต่อยเข้าที่จุดสำคัญและกำลังลุกลามไปทั่วทั้งตัวของเจ้า มีแต่ยาที่ข้าหยอดให้เมื่อกี้เท่านั้นที่จะถอนได้ แต่ข้ายังให้เจ้าไม่ครบสามหยด ดังนั้นถ้าไม่อยากเกิดใหม่ในเร็ว ๆ นี้ก็จงทำตามที่ข้าบอกสั่งโดยละเลยส่วนสำคัญของเรื่องไป

 

ฮาธอสย่นคิ้ว สมองทำงานหนักกว่าจะเข้าใจคำพูดอีกฝ่าย ดูเหมือนเขาจะตกเป็น เชลยของจอมปราชญ์ทั้งแปดเสียแล้ว ท่านต้องการอะไรเสียงทุ้มเอ่ยอย่างแหบแห้ง

 

ความลับทุกอย่างของมหาเทพสงครามเทพคนสวนสาบานกับตัวเองว่าน้ำเสียงของเรมันต์เต็มไปด้วยความมุ่งมาดและเอาจริงเอาจัง ประหนึ่งเสือที่ตะครุบเหยื่อของมันไว้แล้วรีดเลือดเนื้อมาดื่มกิน แต่น่าเสียดายที่เขาไม่ใช่เหยื่อที่จะยอมแพ้ง่าย ๆ

 

ข้า...ไม่รู้ความลับใด ๆ ทั้งนั้นขอรับฮาธอสเค้นคำพูดออกไปอย่างลำบาก เพราะยาแค่บรรเทาความเจ็บปวดให้เท่านั้น ขณะพิษยังลุกลามต่อไป เขารู้สึกปวดหนึบที่ท้ายทอยลามเลียไปตามแนวสันหลัง

 

อย่าพูดเป็นเล่น เจ้าทำงานอยู่ที่ตำหนักพาเทร่ามานานแล้วไม่ใช่หรือ!หนึ่งในจอมปราชญ์ซึ่งอยู่ใกล้หัวเตียงร้องมา เมื่อหลายวันก่อนเจ้ายังไปประชุมกับมันอยู่เลย!

 

ข้าแค่ติดตามเท่านั้น เรื่องอื่นข้าไม่ทราบเทพคนสวนยืนยันคำเดิม มันเป็นเกียรติยศของเขาที่จะไม่เปิดเผยความลับของเจ้านาย ทั้งเรเทเชียและไคซัส อย่างเด็ดขาด

 

เป็นแค่เทพชั้นต่ำคิดต่อกรกับจอมปราชญ์เชียวหรือ!จอมปราชญ์คนเดิมตวาดใส่ เรมันต์ยกมือปรามก่อนเกิดเหตุร้าย แววตาที่ทอดมองคนเจ็บเจือแววนับถือเล็กน้อย เจ้าหนุ่มคนนี้สู้เพื่อปกป้องเด็กผู้หญิงมาแล้ว ตอนนี้ก็ยังสู้เพื่อปกป้องเจ้านายอย่างไม่เสียดายชีวิต

 

ข้านับถือในความเด็ดเดี่ยวของเจ้านะ แต่เราจำเป็นต้องได้รับความร่วมมือจากเจ้า เพื่อความปลอดภัยของสวรรค์มือเหี่ยวย่นวางกลางอกฮาธอสและส่งพลังเข้าไปบรรเทาอาการเจ็บของเขาอีกแรง เจ้าได้เห็นแล้วว่าสวรรค์วุ่นวายขนาดไหนหลังเขากับน้องสาวขึ้นมา เราจำเป็นต้องกำจัดพวกเขาพี่น้องออกไป

 

หัวหน้าจอมปราชญ์ ทุกอย่างเป็นความบังเอิญทั้งนั้นฮาธอสว่า มหาเทพไม่ได้รู้เรื่องเลย เขาไม่ใช่คนนำพาสิ่งเหล่านั้นมาด้วย สิ่งที่เขาทำมีแค่พยายามปกป้องสวรรค์

 

หากปกป้องจริง ทำไมเหตุร้ายยังเกิดขึ้นได้อีกเรมันต์แย้งอย่างสุขุม ที่แล้วมามหาเทพสงครามมีหน้าที่แค่รบเพื่อสวรรค์ แต่สิ่งที่เขาทำมันเกินเลยออกไป ตรวจสอบเขตแดนโดยไม่ขออนุญาต เปลี่ยนวิธีการฝึกทหาร เพิ่มกำลังสัตว์อสูร ทุกอย่างที่เขาทำคือการชักพาอันตรายมาสู่สวรรค์

 

ฮาธอสหลับตาเพื่อทบทวนคำพูดของอีกฝ่าย ซึ่งคราวนี้ดูจะใช้เวลานานสักหน่อย เพราะพิษที่กำลังแผ่กระจายทำให้ร่างกายของเขาเจ็บปวดอีกครั้ง กระนั้นก็ใช่ว่าจะเกินกำลังสมองอันเฉียบคมของเขา เพียงแต่ในขณะที่กำลังคิดนั้น หนึ่งในจอมปราชญ์มองเขาและนึกบางอย่างขึ้นมาได้ เขาก้มลงกระซิบบอกเรมันต์ใกล้ ๆ แล้วถอยหลังไปก่อนเทพคนสวนจะลืมตาขึ้นแค่นิดเดียว

 

ข้ายอมรับขอรับ ว่า...ชายหนุ่มสูดลมหายใจลึกและกระแอมเบา ๆ หลังเสียงขาดห่วง ว่าสิ่งที่มหาเทพสงครามทำอาจนำพาอันตรายมาสู่สวรรค์ แต่แผนการของท่านเป็นแบบระยะยาว ค่อยเป็นค่อยไป ในขณะที่ทุกเรื่องร้ายเกิดขึ้นก่อนที่แผนการของเขาจะเป็นชิ้นเป็นอันเสียอีก...!

 

เฮสเลนสุ้มเสียงเยือกเย็นของเรมันต์เอ่ยออกมาแช่ร่างกายของฮาธอสให้แข็งทื่อ ความเจ็บปวดคล้ายหายไปในชั่วขณะที่ตัวชาวาบและดวงาตาเบิกโพล่งด้วยความตกใจสุดขีด ถึงรีบตั้งสติเก็บอาการแค่ไหน ฝ่ายตรงข้ามก็เห็นเข้าแล้ว ใช่จริง ๆ เจ้าเกี่ยวข้องกับเทพกาลกิณีตนนั้น...

 

ข้าไม่เข้าใจว่าท่านพูดอะไรหลังคำพูดที่แสร้งทำเป็นเรียบเฉย ฮาธอสก็เสตามองผนังสีขาวทางซ้ายอย่างไม่สนใจเงาร่างเงาที่ทอดบนนั้น

 

เจ้าเข้าใจสิ่งที่เราพูดอย่างแน่นอน ฮาธอสเรมันต์จับหน้าเขาไปมองตา ข้านึกอยู่แล้วเชียวว่าเคยเห็นดวงตาคู่นี้ที่ไหน ที่แท้เจ้าก็เป็นครอบครัวเดียวกับเขานี่เอง

 

ท่านเข้าใจผิดแล้วฮาธอสออกแรงยื้อใบหน้าของตนออกมา ทว่ามือผอมแห้งนั้นกลับบีบคางเขาแน่นด้วยแรงที่มากมายอย่างเหลือเชื่อ

 

เจ้ายังอยากอยู่สวรรค์ต่อไปไหมหัวหน้าจอมปราชญ์ถามอย่างเมตตา แต่แววตากลับเย็นเยียบเหมือนน้ำแข็งขั้วโลก ถ้าเจ้าไม่อยากให้ใครรู้ว่าตัวเองมีสายเลือดเดียวกับเฮสเลนคนนั้นก็จงเล่าความลับของมหาเทพสงครามออกมาให้หมดและเล่าโทษว่าเขาคือสาเหตุของเรื่องทั้งหมดต่อหน้ามหาเทพจ้าวสวรรค์ ทำให้อสูรตนนั้นถูกขับออกไปซะ...

 

ไม่!!ฮาธอสโพล่งเสียงดัง ครั้นรู้ตัวก็ชะงักงันไปเหมือนกันคนอื่น ๆ คงเพราะเขาทำงานใกล้ชิดกับไคซัสมาพักใหญ่ ได้เห็นความทุ่มเทในการทำงานของเจ้าตัว จึงอยากปกป้องด้วยความภักดีในฐานะบ่าว...ขอให้มันเป็นแบบนั้น เพราะถ้ามันเกิดขึ้นด้วยความรู้สึกอื่น...ต่อหน้าคนเหล่านี้ สิ่งที่อันตรายยิ่งกว่าอาจเกิดขึ้นก็ได้!

 

ดีหางเสียงของเรมันต์สั่นด้วยความโกรธ มือที่วางกลางอกเอื้อมตรงไปที่ใบหน้าฮาธอส ชายหนุ่มเบี่ยงตัวออกตามสัญชาตญาณ แต่ร่างกายที่บาดเจ็บหนักกลับไม่ยอมทำตามคำสั่ง เขาจึงเปลี่ยนใช้พลังล้อมสมองของตนไว้ในจังหวะเดียวกับมือของชายชราตะปบหน้าผากเขาและบีบแน่น

 

กระแสเวทร้อนฉ่าไหลเวียนเข้ามาในศีรษะของฮาธอส ชายหนุ่มรับรู้เลยว่ามันกำลังมุ่งไปที่สมอง พลังของเขาต่อต้านฝ่ายตรงข้ามเต็มที่จนเกิดเสียงเปรี๊ยะ ๆ ลั่นในหูตามมาด้วยอาการปวดศีรษะอย่างรุนแรง ร่างสูงโปร่งดิ้นพราดบนเตียงและแผดเสียงร้องอย่างทรมานจนจอมปราชญ์ที่เหลือต้องช่วยกันจับไว้ เขารู้ว่าอีกฝ่ายต้องการอะไร ดังนั้นเขาจึงปกป้องตัวเองอย่างสุดกำลังโดยไม่สนใจว่าอาจทำให้อวัยวะสำคัญของตนมอดไหม้!

 

ฮึ่ม! แข็งแกร่งจริง ๆ!

 

นั่นไม่ใช่คำสบถธรรมดาอย่างแน่นอน เนื่องจากจนถึงตอนนี้เรมันต์ที่มั่นใจในพลังของตนเองยังไม่สามารถเจาะผ่านเกราะของฮาธอสได้เลย ชายหนุ่มตนนี้เป็นเทพชั้นต่ำจริง ๆ น่ะหรือ ไฉนอำนาจของเขาจึงแข็งแกร่งเช่นนี้ เพราะกำลังใจที่จะปกป้องอสูรชั่วตัวนั้น หรือเพราะสายเลือดต้องสาปที่ไหลเวียนในตัวกันแน่ แต่ไม่ว่าจะเป็นอะไรเขาก็ต้องล้วงเอาทุกสิ่งทุกอย่างที่อยู่ในหัวเจ้าหนุ่มนี่ออกมาให้ได้

 

แต่ในตอนกำลังจะเพิ่มพลังทำลายมนต์ป้องกันของฮาธอสนั้น จู่ ๆ ประตูหน้าก็ถูกเปิดโครมเข้ามาทำให้เหล่าจอมปราชญ์ตกใจไปตาม ๆ กัน เทพนักรบผมดำหน้าตาดุดันคนหนึ่งเดินนำบ่าวชายที่หน้าตาตื่นเข้ามาข้างใน เขาค้อมกายรายงานด้วยความตกใจกลัว

 

เรียนท่านจอมปราชญ์ทั้งแปด มหาเทพสงครามมาขอรับ

 

ว่าไงนะ!เรมันต์ร้องและหันมองฮาธอสซึ่งนอนตัวสั่นระริกใกล้หมดสติอยู่รอมร่อ ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าเจ้านั่นมาเพราะชายคนนี้ แต่จะปฏิเสธก็ไม่ได้ เนื่องจากอีกฝ่ายมียศสูงกว่าและมาเยือนด้วยตนเอง ชายชราจึงผละจากเทพคนสวนมาจัดชุดของตนให้เรียบร้อย ซามี เจ้าเฝ้าข้างนอกไว้ ส่วนที่เหลือตามข้ามาออกคำสั่งกับบ่าวชายและนำจอมปราชญ์ที่เหลือออกไปพบกับไคซัส

 

เพียงผู้ทรงภูมิทั้งแปดคล้อยหลังไป ฮาธอสก็ปรือตามองเทพที่ชื่อ ซามีแม้ภาพจะบิดเบี้ยวและพร่าเลือนไปบ้าง แต่เขาค่อนข้างมั่นใจว่าอีกฝ่ายเป็นคนทำร้ายเขากับนาซิลลา เจ้าตัวได้ยินการสนทนาทั้งหมด มันช่วยกระตุ้นความทรงจำที่ขาดหายไปของเขากลับมาเล็กน้อย บางทีนาซอลลาที่รอดไปได้อาจจะบอกเรื่องนี้กับไคซัส

 

นี่ก็เป็นโอกาสของเขาแล้ว เทพคนสวนยกมือสั่นเทาของตัวเองขึ้นเล็งไปทางช่องสี่เหลี่ยมสีดำที่ทุกคนมุ่งหน้าไป จากนั้นก็ยิงเศษเสี้ยวพลังที่อ่อนจนเทพรับใช้กับเทพนักรบสองคนนั้นยังจับสัมผัสไม่ได้ออกไปก่อนประตูปิดเพียงอึดใจเดียวเท่านั้น

 

หลังจากนี้ก็คงได้แต่หวัง...

 

หวังแค่ใครสักคนที่มีพลังพอ...

 

ขอแค่ ไคซัสเห็น มันเขาก็จะปลอดภัย...

 

---------------

 

ไคซัสยืนอยู่ตระหง่านกลางห้องโถงกว้างสีขาวเปลือยเปล่า ปราศจากเครื่องเรือนและของตกแต่ง อัลล์ในชุดเต็มยศยืนอยู่ข้างหลังเยื้องไปทางซ้าย ด้านหลังเป็นทหารทั้งสิบสองนายในสังกัดของเขาซึ่งตอนนี้ถูกเรียกว่า องครักษ์เข้าแถวหน้ากระดานสองแถว โดยสองคนที่ช่วยนาซิลลาไว้ยืนอยู่ตรงกลาง ทุกคนรอคอยเจ้าบ้านอย่างเงียบเชียบ...แต่เตรียมพร้อมสำหรับทุกอย่าง

 

ในที่สุดความเงียบอันน่าอึดอัดก็ถูกทำลาย เมื่อเรมันต์นำจอมปราชญ์อีกเจ็ดตนเข้ามาทางประตูใหญ่ด้านหน้า ไคซัสพิจารณาฝ่ายตรงข้ามด้วยสายตาก็เห็นว่าปกติดีทุกคน แม้แต่ความจงเกลียดจงชังที่ถูกส่งออกมาทางสีหน้าและแววตาอย่างไม่ขาดตกบกพร่องนั้นด้วย ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าพวกนี้ไม่อยากเสวนากับเขา แต่เมื่อเขามาเยือนถึงที่ก็ต้องออกมา คงเป็นครั้งแรกที่เขานึกขอบคุณสังคมแบบแบ่งวรรณะของสวรรค์

 

ต้องขออภัยด้วยที่ออกมาช้า แต่พอดีข้ากับปราชญ์ท่านอื่น ๆ กำลังถกปริศนาธรรมกันอยู่ ไม่ทราบว่าท่านมาเยือนด้วยเรื่องอันใดเรมันต์ก็เหมือนเทพตนอื่น ๆ ที่เอาเรื่องมารยาทมาก่อนเสมอ แต่ไคซัสกลับไม่อยากคล้อยตามหัวเหมือนที่แล้วมา เทพอสูรหนุ่มไม่อยากเสียเวลาแม้แต่วินาทีเดียว

 

วันนี้คนของข้า...อันที่จริงต้องบอกว่าเป็นเทพรับใช้ของซิมโฟเนียอาเรียที่ข้าขอยืมตัวมาช่วยงานที่พาเทร่าถูกลอบโจมตีระหว่างทางกลับตำหนัก...

 

โอ้! นั่นเป็นเรื่องแย่มากและขี้ขลาดที่สุดเลยนะ ไม่ทราบว่าเทพรับใช้สองคนนั้นเป็นอย่างไรบ้างหลังไคซัสเกริ่น หัวหน้าจอมปราชญ์ก็แสดงความห่วงใยแบบไม่จริงใจสักนิด

 

คนหนึ่งเป็นผู้หญิงถูกเวทสายฟ้าได้รับบาดเจ็บ อีกคนเป็นชายหายตัวไปพร้อมกับคนร้ายจบประโยคอัลล์ก็มองไคซัสอย่างนึกทึ่งที่ยังวางท่าสุขุมได้ ทั้งที่ภายในน่าจะโกรธจนแทบอยากอาละวาด

 

ยิ่งแย่ไปกันใหญ่ ถ้าเทพรับใช้คนนั้นเป็นคนร้ายขึ้นมา ตำหนักของท่านได้เดือดร้อนแน่เรมันต์แสดงความวิตกซึ่งดูเหมือนจริงมาก จอมปราชญ์ที่เหลือก็แสดงกิริยาเดียวกัน

 

แต่อาจจะสมใจท่านก็ได้นะ ท่านผู้ทรงภูมิ เพราะคนของข้าย้อนพลังที่เหลือติดบนตัวเด็กผู้หญิงแล้วพบว่าคนร้ายเป็นคนของวิมานนี้!มหาเทพสงครามบอก น้ำเสียงเข้มชัด แววตาวาววับจับจ้องหัวหน้าจอมปราชญ์ที่แสดงอาการประหลาดใจนิ่ง

 

หึ! ถึงข้าจะเกลียดท่านก็ไม่ได้หมายความว่าข้าจะอยู่เบื้องหลังนี่หัวหน้าจอมปราชญ์หนวดกระตุก ดวงตาวาววับราวกับไม่พอใจไคซัสที่กล่าวหาเขาต่อหน้าทุกคน ตัวข้าเองก็รับเทพระดับล่างมาชุบเลี้ยงไว้หลายตน อาจมีใครไปมีเรื่องพิพาทกับคนของท่านแล้วก่อเหตุก็ได้ ท่านบอกว่าก่อเหตุทำร้ายพร้อมผู้หญิงใช่ไหม บางทีนี่อาจจะเป็นเรื่องชู้สาวก็ได้นะ

 

ความเงียบปกคลุมห้องชั่วขณะที่ไคซัสมองหน้าเรมันต์เรื่อยไปถึงปราชญ์คนอื่น ๆ อย่างหมิ่นแคลน เทพพวกนี้ไม่ควรได้เป็นปราชญ์แห่งสวรรค์สักนิด นอกจากจะดำรงตนบนความอคติแล้ว ยังหน้าไหว้หลังหลอก วางแผนร้ายสารพัด เป็นคนจำพวกที่ไม่ควรมีอยู่บนสวรรค์ แต่เพราะเป็นอย่างนี้แหละถึงได้เข้าทางเขา

 

ท่านพูดแบบนี้แสดงว่าตัวเองไม่รู้เห็นกับเรื่องที่เกิดขึ้นอย่างนั้นสินะ

 

แน่นอน พวกเราไม่...เรมันต์เป็นตัวแทนตอบอีกครั้ง แต่ยังไม่ทันจบประโยคก็ต้องชะงัก เมื่อไคซัสเผยรอยยิ้มเย็นชาอย่างคนสมความปรารถนาในบางสิ่ง

 

อย่างนั้นท่านคงไม่ว่าอะไร ถ้าหากข้าจะขอตรวจสอบวิมานแห่งนี้ เพื่อหาตัวคนร้ายกับคนของข้าไคซัสย่างสามขุมไปยืนต่อหน้าเรมันต์ แต่ละก้าวเพิ่มแรงกดดันและความเครียดให้บรรยากาศอึดอัดยิ่งขึ้น

 

บังอาจ! เป็นแค่อสูรแท้ ๆ ริหาเรื่องหัวหน้าจอมปราชญ์แห่งสวรรค์เชียวหรือ!หนึ่งในจอมปราชญ์ชี้หน้าและโวยวายใส่เทพอสูรหนุ่ม

 

แต่ข้าก็มีตำแหน่งสูงกว่าพวกเจ้า เพราะอย่างนั้นพวกเจ้าถึงได้ยอมออกมาพบไม่ใช่หรือไคซัสย้อนคำเหมือนหมัดฮุดอัดเต็มท้องคนฟัง ข้าขอถามเป็นครั้งสุดท้าย จะยอมให้ข้าตรวจค้นวิมานแห่งนี้หรือไม่!

 

เรมันต์จับจ้องเทพอสูรตรงหน้าของตนนิ่ง นัยน์ตาสีเข้มเปล่งประกายด้วยความโกรธเกรี้ยว เขาเป็นถึงหัวหน้าจอมปราชญ์แห่งสวรรค์ที่มีคนนับหน้าถือตา ราชาแห่งฟ้ายังนับถือ ทุกอย่างที่เขาทำก็เพื่อสวรรค์ แต่เจ้าอสูรที่น่ารังเกียจนี้กลับมาอวดเบ่งที่นี่และบีบให้เขาทำตามที่สั่ง มันน่าโมโหจริง ๆ!

 

ก็ได้ชายชรายอมอนุญาตด้วยเสียงสั่นจากความโกรธ แล้วยกมือปรามจอมปราชญ์ที่ร้องแย้งขึ้นมา แต่ถ้าท่านไม่พบอะไรก็อย่าลืมกล่าวขอโทษกันด้วยล่ะ!

 

รู้แล้ว!สิ้นเสียงของไคซัส การตรวจค้นก็เริ่มต้นขึ้นโดยทันที

 

วิมานหรือบ้านของชาวเทพนั้น มักอุบัติขึ้นพร้อมกับผู้เป็นเจ้าของ หรือถูกเนรมิตขึ้นเมื่อเทพตนนั้นได้รับการเลื่อนขึ้นให้เป็นเทพชั้นกลางแล้ว มีขนาดและพื้นที่เล็กใหญ่แตกต่างกันตามระดับพลังของเจ้าของ และจะเปลี่ยนแปลงไปตามการเนรมิตตกแต่งของเจ้าบ้านอีกด้วย

 

นิวาสสถานของหัวหน้าจอมปราชญ์แห่งสวรรค์จัดว่าใหญ่มากทีเดียว ประกอบด้วยอาคารใหญ่ขนาดสองชั้นสามหลัง ตึกหลังเล็ก ๆ อันเป็นที่พักของเทพรับใช้ หอสูงเก็บตำรา โกดังสมุนไพร และอื่น ๆ อีกหกหลัง ทหารของอัลล์แบ่งกำลังเป็นกลุ่มละสองตนแยกย้ายกันตรวจค้นอย่างละเอียด ไคซัสกับอัลล์ก็ไม่ได้รออยู่เฉย ๆ แต่ช่วยคนหาด้วยเช่นกัน ทั้งสองใช้ญาณหยั่งรู้ในการจับสัมผัสพลังจิตหรืออำนาจของฮาธอสกับคนร้ายไปด้วย ไม่ว่าอย่างไรก็ต้องหาให้เจอ...อย่างน้อยก็ขอแค่ฮาธอสสักคนก็ยังดี!

 

ถึงอย่างนั้นการค้นหาก็ยังเป็นเรื่องยาก ส่วนหนึ่งเพราะหลายห้องรวมถึงหอเก็บตำราถูกปิดผนึกด้วยเวทมนต์อย่างแน่นหนา ซึ่งเรมันต์เล่นแง่ไม่ยอมให้ตรวจสอบด้วยเหตุผลว่าเก็บตำราและข้อมูลการวิจัยลับไว้หลายอย่าง ตลอดจนถึงการที่พวกเทพรับใช้ไม่ยอมให้ความร่วมมือยิ่งทำให้งานยากยิ่งขึ้นไปอีก การต่อต้านเหล่านี้ทำให้ไคซัสหงุดหงิด...และยิ่งรู้สึกมากขึ้นหลังหาเท่าไหร่ก็ไม่พบร่องรอยของฮาธอสหรือคนร้ายเลย

 

เพราะอะไรกันนะ? ไคซัสถามตัวเองอย่างร้อนรน ขณะลูกน้องกระจายกำลังค้นหารอบลานกว้างหน้าหอเก็บตำรา ในอาคารใหญ่ถูกค้นอย่างละเอียดหมดแล้ว ใช้พลังจับก็ไม่เจออะไรอีกต่างหาก เหมือนว่าสิ่งที่เขาตามหาถูกดูดหายไปในความว่างเปล่า ทำไมกัน...ก่อนออกมาจากพาเทร่าเขาก็ย้อนพลังบนตัวของนาซิลลาจนแน่ใจว่าคนร้ายอยู่ที่นี่ ระหว่างทางพวกมันรู้ตัวและย้ายสองคนนั้นไปอย่างนั้นหรือ? ดวงตาสีส้มสว่างตวัดไปยังกลุ่มจอมปราชญ์ที่รวมตัวกันอยู่หน้าประตูอาคารหลัก

 

ไม่! ชายหนุ่มส่ายศีรษะกับตัวเอง จากที่คุยกับก็แสดงให้เห็นว่าทั้งหมดไม่ใส่ใจเรื่องของเทพรับใช้เลย พวกมันน่าจะคิดว่าเขาเป็นแบบเดียวกัน ถึงได้ตกใจที่เขามาเยือนกะทันหัน ถ้าอย่างนั้นฮาธอสอยู่ที่ไหน พวกมันยอมให้เขาหาเพราะมั่นใจว่าไม่มีชายคนนั้นอยู่...หรือเพราะรู้ว่าเขาหาไม่เจอกันแน่

 

มหาเทพไคซัสเสียงเรียกดึงความสนใจเขาไปหาอัลล์ที่ยืนอยู่ใกล้ ๆ เมื่อเขาส่งสายตาในเชิงถาม นายทหารหนุ่มก็ส่ายศีรษะเป็นสัญญาณบอกว่าไม่พบ

 

บ้าจริง! ข้าและคนของเจ้าต่างมั่นใจว่าอยู่ที่นี่นะ!หลังเสียงสบถ เทพอสูรหนุ่มก็กุมขมับเมื่อเกิดอาการเวียนศีรษะอีกครั้ง อัลล์สังเกตเห็นความผิดปกติจึงขยับเข้ามาเพื่อจะช่วย แต่ไคซัสยกมือเป็นเชิงบอกว่าไม่เป็นไรและยืนหยัดด้วยกำลังของตนเองอย่างทระนง นายทหารหนุ่มเห็นแบบนั้นก็ทำสีหน้าไม่ดีนัก

 

ข้าเข้าใจว่าท่านอยากช่วยฮาธอสให้ได้ แต่อย่าฝืนตัวเองเกินไปนะขอรับ ฮาธอสต้องไม่เป็นไรแน่ เขาเป็นคนฉลาด ยังไงก็น่าจะหาทางรอดให้ตัวเองไว้บ้าง

 

แต่เขาถูกแมลงไสยเวทต่อยนะ พิษของมันร้ายแรงมาก ต่อให้เก่งขนาดไหนก็ไม่มีทางต้านทานได้หรอกไคซัสแย้งไป คนฟังชะงักแล้วทำหน้าสลด เพราะสิ่งที่เจ้าตัวพูดมานั้นเป็นความจริงที่ปฏิเสธมิได้ เทพอสูรหนุ่มลูบหน้าผากและหลับตาลงถามกับตัวเองว่า ถ้าหาฮาธอสไม่เจอขึ้นมาจริง ๆ เขาจะทำอย่างไรต่อไป

 

...จะจัดการกับความร้อนรุ่มและความหวั่นไหวในใจนี้ยังไงดี!

 

มหาเทพ...

 

ไคซัสลดมือลงแล้วมองซ้ายมองขวาหาต้นเสียงที่แว่วในหู อัลล์หันมองดูเขาด้วยความประหลาดใจ ขณะพวกลูกน้องกำลังทยอยกลับมาทีละกลุ่ม หลังค้นหาจนทั่วแล้วก็ยังไม่พบคนที่หายไป

 

เจ้าได้ยินไหมเทพอสูรถามโดยยังหาไม่หยุด ข้าได้ยินเสียงฮาธอส เจ้าได้ยินหรือเปล่า!ใบหน้าดุดันหมุนกลับไปหานายทหารคู่ใจ แต่อีกฝ่ายมีสีหน้าไม่เข้าใจจนเห็นชัด ไม่รึ? หรือว่าข้าหูฝาด...

 

มหาเทพไคซัส

 

วินาทีที่กำลังจะคิดว่าตัวเองอาจประสาทหลอนเพราะความรู้สึกส่วนตัว เสียงของฮาธอสก็ดังขึ้นในหัวของเขาราวกับจะยืนยันว่าอีกฝ่ายกำลังเรียกเขาจริง ๆ และคราวนี้ไคซัสก็เชื่ออย่างสนิทใจเสียด้วย

 

ฮาธอส! เจ้าอยู่ไหน!!มหาเทพสงครามโพล่งออกมาอย่างลืมตัว ร่างสูงหมุนดูโดยรอบหวังหาที่มาของเสียง คนรอบข้างมองเขาอย่างตกใจ จอมปราชญ์ทั้งแปดถึงกับตกตะลึง ทุกคนคงคิดว่าเขาเป็นห่วงฮาธอสจนหลอนไปจริง ๆ แล้ว ถ้าได้ยินเสียงก็ตอบข้าหน่อย ฮาธอส!!

 

ม...มหา...เทพ...

 

เทพอสูรตัวเย็นวาบหลังเสียงของฮาธอสขาดหายไป เสียงที่แผ่วเบาและขาดห้วงประหนึ่งเจ้าของเสียงเพิ่งพบกับวาระสุดท้ายของชีวิต ความกลัวที่ถูกสะกดไว้ในซอกลึกสุดของหัวใจพลันปะทุขึ้นดุจภูเขาไฟระเบิด ภาพที่อยากลืมเลือนที่สุดในอดีตก็หวนกลับมาอีกครั้ง

 

จะเสียไปอีกแล้วหรือ...คนที่...สำคัญต่อเขา...

 

ไม่! ไม่ยอมเด็ดขาด!!

 

มหาเทพสงครามหลับตาลงตั้งสมาธิ ทุกความคิดและความรู้สึกหายวับไปเหลือแต่สมองสีขาวโพลน เปิดพื้นที่ซึมซับข้อมูลทุกอย่างที่ถาโถมเข้ามาเมื่อเขาแผ่จิตที่เข้มข้นแต่ทรงพลังออกไป ภาพขอสรรพชีวิตและสรรพสิ่งที่อยู่ในวิมานแห่งนี้เผยชัดในสมองเขา...เห็นแม้กระทั่งขุมพลังในร่างของเทพทุกตนในวิมานแห่งนี้ เพียงไม่กี่อึดใจภาพกแพงสีมุขช่วงหนึ่งของวิมานก็ปรากฏให้เห็นแล้วดวงตาสีส้มสว่างก็เบิกโพล่ง

 

พวกเจ้าตามข้ามา!!ไคซัสออกคำสั่งพร้อมนำเหล่าทหารไปทางหอเก็บตำราซึ่งเป็นหอคอยทรงสี่เหลี่ยมสูงห้าชั้น แต่แทนที่พวกเขาจะทำการสำรวจในอาคารซึ่งไม่พบอะไรก่อนหน้านี้ มหาเทพสงครามกลับนำทหารทั้งหมดไปยังกำแพงวิมานที่อยู่ข้างหลัง เขากวาดตามองต้นไม้สองตนที่แผ่กิ่งเหมือนซุ้มประตูข้างหน้า ก่อนจะเข้าไปเอามือวางทาบกำแพงและหลับตาลง อัลล์กับนายทหารคนอื่น ๆ ตามไปดูห่าง ๆ อย่างไม่เข้าใจ ในสายตาของพวกเขาสิ่งปลูกสร้างนี้ก็ดูเหมือนกำแพงธรรมดาเท่านั้น

 

ข้างหลังนี่มีอะไรซ่อนอยู่ในที่สุดมหาเทพสงครามก็พูดออกมา พวกอัลล์พากันสงสัยว่าอีกฝ่ายพูดกับใคร แล้วคำตอบก็ปรากฏเมื่อเจ้าของคำถามหมุนตัวกลับมามองข้างหลัง...ยังกลุ่มของเรมันต์ที่ตามมาดูเหตุการณ์ หน้าตาแต่ละคนดูเคร่งเครียดทีเดียว

 

ไม่มี...มันเป็นแค่กำแพงเปล่า ๆ ...

 

ยังไม่ทันขาดเสียงของเรมันต์ มหาเทพสงครามก็สะบัดมือซัดพลังใส่กำแพงจนเกิดเสียงระเบิดดังตูมใหญ่ ทุกคนในที่นั้นหมอบตัวลงโดยสัญชาตญาณ และเมื่อทุกอย่างสงบลง พวกอัลล์ก็เงยหน้าขึ้นดูแลพบว่ากำแพงยังคงอยู่ดีทุกประการ ตรงกันข้ามประจุสายฟ้าที่ลั่นเปรี๊ยะ ๆ รอบกำแพงนั้นบ่งบอกว่ามีอาคมคุ้มกันอยู่ และไม่ใช่อาคมธรรมดา แต่เป็นเวทมนต์ที่แข็งแกร่งขนาดพลังของไคซัสยังทำลายไม่ได้

 

เทพอสูรหนุ่มจับจ้องใบหน้าตื่นตระหนกของเรมันต์กับพรรคพวกนิ่ง พวกเขาเหมือนจะพ่ายแพ้ แต่แววตาพยศและไม่ยอมรับกลับสื่อความหมายไปคนละทาง

 

ดูท่าจะไม่ยอมให้เข้าไปง่าย ๆ สินะ ข้าคงต้องใช้ไม้แข็งซะแล้วไคซัสยกมือขวาขึ้นระดับไหล่และแสงสีทองอันบริสุทธิ์ผุดผ่องก็ปรากฏขึ้นกลางอุ้งมือนั้น อัญเชิญป้ายทอง!!

 

เพียงขาดเสียง แสงสีทองเจิดจรัสก็สาดส่องจากอุ้งมือนั้นไปทั่วทุกทิศ แม้แต่ผู้อัญเชิญยังต้องปิดตาก่อนมืดบอด มีเสียงเรมันต์ร้องห้ามตามมาด้วยเสียงฝีเท้าจำนวนมากกรูมาทางนี้ ทว่าสายเกินไปแล้ว

 

แสงสว่างจากหายไปเหลือแต่ป้ายทองทรงสี่เหลี่ยมในมือของไคซัส ลายนูนต่ำของป้ายนั้นเป็นรูปนกยูงสองตัวทอดร่างล้อมอักษรพระนามของราชาแห่งฟ้า เหล่าเทพต่างมองมันด้วยความไม่อยากเชื่อ เพราะนั่นคือ ป้ายทองอาญาสิทธิ์ใครก็ตามที่แสดงป้ายนี้ คำสั่งของคนผู้นั้นจะถือเป็นโองการจากองค์ราชัน ไม่เพียงแค่นั้นมันยังมีพลังลบล้างเวทมนต์และคำสาปของเทพสวรรค์ทุกรูปแบบอีกด้วย!

 

ทำลาย!ร่างสูงใหญ่กลับหลังหันเอาป้ายทองอาญาสิทธิ์ทาบกับกำแพง เรมันต์ร้องสั่งให้ทหารทุกตนที่มารวมตัวกันจากเสียงระเบิดเมื่อครู่นี้เล่นงานเทพอสูรหนุ่ม ทว่าองครักษ์ทั้งสิบสองนายก็ทำหน้าที่ของตนอย่างเต็มที่ แปดคนสกัดมิให้ทหารประจำวิมานผ่านเข้ามาได้เลยสักตน ส่วนอัลล์กับคนที่เหลือคุ้มกันไคซัส

 

มนตราจากป้ายทองอาญาสิทธิ์กระเพื่อมแผ่ไปทั่วกำแพงเหมือนผิวน้ำที่ถูกกระทบ ไม่กี่อึดใจสิ่งปลูกสร้างตรงหน้าก็บิดเบี้ยวและหลอมละลายลงกองแทบเท้ามหาเทพสงคราม แต่พริบตาที่เห็นภาพอาคารชั้นเดียวหลังเล็กข้างใน รยางค์สีน้ำตาลแก่ที่แหลมคมพุ่งเข้าใส่ไคซัสด้วยความเร็วสูง อัลล์เป็นคนแรกที่ถลามาขวางทางและใช้ดาบฟันทั้งหมดจนขาดสะบั้น จังหวะเดียวกันนั้นทหารของเขาก็ทะยานเข้าใส่คนร้าย ซามีชักดาบเตรียมจะสู้ ทว่าคนของอัลล์เร็วกว่า พวกเขาใช้พลังรัดตรึงร่างอีกฝ่ายจนดิ้นไม่หลุด

 

ตลอดเวลานั้น ไคซัสไม่ได้สนใจสิ่งที่เกิดขึ้นรอบข้างเลยสักนิด ร่างสูงใหญ่ตรงไปยังอาคารหลังเล็กที่ซ่อนตัวอยู่ในช่องกำแพงสี่เหลี่ยมขนาดใหญ่ สายตาจับจ้องประตูบานคู่ที่ปิดสนิท แต่เขารับรู้ได้...ถึงเศษเสี้ยวพลังบางเบาที่ติดบนพื้นและขอบประตูทั้งสองนั้น พลังเฮือกสุดท้ายของฮาธอสที่ส่งออกมาเพื่อบอกที่ซ่อนของตน

 

เมื่อตัวของซามีอันเป็นอุปสรรคสุดท้ายถูกกระชากให้พ้นทาง มหาเทพสงครามจัดการพังประตูคู่นั้นเข้าไปด้วยการถีบเพียงครั้งเดียว และภาพที่ปรากฏตรงหน้านั้น...แทบทำให้หัวใจของเขาแหลกลาน...

 

ฮาธอสนอนแน่นิ่งบนเตียงปูผ้าสีขาวที่ยับยู่จากการดิ้นรนก่อนหน้านี้ มันเปรอะเปื้อนด้วยคราบสีดำกับสีแดงกระดำกระด่าง กลิ่นคาวที่โชยมาบอกว่ามันเป็นเลือด พลังชีวิตร่างกายอ่อนแออย่างมาก ใบหน้าซีดเผือดราวกับศพที่รอเวลาสูญหลาย เสียงสุดท้ายที่ไคซัสได้ยินคงเกิดขึ้นก่อนเจ้าตัวจะหมดสติไป

 

ฮาธอส เข้มแข็งไว้นะ!!เจ้าของร่างสีแดงวิ่งมานั่งข้างกายผู้บาดเจ็บ มือใหญ่จับชีพจรที่คอซึ่งเขาถึงกับนิ่งเมื่อได้เห็นรอยสีดำกำลังลุกลามมาจากหลังคอ พอลองตรวจดูก็พบรอยถูกต่อยที่มือท้ายทายกับมือขวา ลักษณะการบวมและปากแผลที่เป็นสีดำบ่งชัดว่าถูกแมลงไสยเวทต่อย เทพอสูรก้มลงฟังเสียงลมหายใจ ขณะอัลล์กับพวกวิ่งมาคุมเชิงหน้าประตู พร้อมกันนั้นก็เงี้ยหูฟังความเคลื่อนไหวข้างในไปด้วย ยังมีลมหายใจ!คำนั้นไม่เพียงทำให้คนพูดใจชื้น แต่ยังรวมไปถึงฝ่ายเดียวกันที่อยู่ข้างนอกด้วย ฮาธอสได้ยินเสียงข้าไหม ข้ามาช่วยเจ้าแล้วนะ ลืมตามาดูข้าหน่อย!

 

น้ำเสียงทุ้มต่ำเต็มไปด้วยความร้อนรนสะท้อนไปทั่วห้อง สำหรับที่แทบไม่เหลือสติแล้ว เสียงนั้นฟังราวกับห่างไกลเกินเอื้อมคว้า แต่เพราะมันมาจากคนที่อยากได้ยินมากที่สุด เขาจึงพยายามตอบสนอง แต่เนื่องจากเจ็บจนไม่เหลือเรียวแรงแล้ว เขาจึงทำได้แค่ขยับเปลือกตาไปมาอย่างคนลืมตาไม่ขึ้นเท่านั้น ปฏิกิริยาที่เห็นยิ่งทำให้ไคซัสร้อนใจ อาการของฮาธอสหนักหนาเกินไป เทพอสูรถอดเสื้อนอกของตนมาห่อตัวเทพคนสวนแล้วอุ้มพาออกมาจากห้องนั้น

 

ช้าก่อน! ท่านจะพาเทพตนนั้นไปไม่ได้เรมันต์โผล่มาขวางพร้อมกับทหารซึ่งถืออาวุธจังก้าพร้อมสำหรับการต่อสู้ จอมปราชญ์ท่านอื่นมองดูห่าง ๆ อย่างห่วง ๆ สถานการณ์กำลังบานปลายหนักขึ้นทุกที เจ้านั่นมีสายเลือดเดียวกับเทพกบฏที่ชื่อ เฮสเลนข้าให้คนจับตัวเขามาเพื่อสอบสวนว่าเกี่ยวข้องกับเหตุร้ายที่ผ่านมาหรือเปล่า!

 

นามที่ปรากฏในประโยคทำให้ไคซัสชะงักไปนิดหน่อย ดวงตาสีส้มสว่างเบิกกว้างเล็กน้อยด้วยความประหลาดใจ ไม่นึกเลยว่าจะได้ยินนามของเทพร้ายตนนั้นบนสวรรค์แห่งนี้ และยังน่าตกใจที่ได้รู้ว่าฮาธอสมีความเกี่ยวพันกับมันอีกด้วย กระนั้นก็หาใช่เหตุผลที่เรมันต์จะมาทำแบบนี้...กับคนของเขา!

 

ถ้าอย่างนั้นท่านก็ควรจะทำอะไรอย่างมีมารยาทและสง่างามกว่านี้สิสุ้มเสียงทุ้มต่ำเอ่ยไปอย่างเย็นชา หัวหน้าจอมปราชญ์ถึงกับหน้าซีดเผือดเมื่อไคซัสยกป้ายทองอาญาสิทธิ์ขึ้นมาอีกครั้ง ด้วยอำนาจของป้ายทองอาญาสิทธิ์ที่รับมอบมาจากมหาเทพจ้าวสวรรค์ ข้าขอสั่งให้หัวหน้าจอมปราชญ์เรมันต์กับทหารในสังกัดหลีกให้พ้นทาง!

 

เหล่าทหารประจำวิมานหันมองชายชราผู้เป็นเจ้านายของตนอย่างไม่มั่นใจนัก ปกติคำสั่งของมหาเทพถือเป็นสิทธิ์ขาดเหนือวาจาของเทพในระดับรองลงมา ยิ่งประกาศพร้อมป้ายทองอาญาสิทธิ์แบบนี้ก็ไม่ต่างอะไรจากบัญชาจากราชาแห่งฟ้า ไม่ว่าใครก็ไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธ เรมันต์ตระหนักถึงเรื่องนี้ดีถึงได้ตัวสั่นเทิ้มด้วยความโกรธอย่างหาที่สุดมิได้ ทำไมกัน...เพราะอะไร...ทั้งที่ทุ่มเททำเพื่อสวรรค์แท้ ๆ ทำไมถึงกลายเป็นแบบนี้ไปได้...

 

เมื่อหัวหน้าจอมปราชญ์กับทหารยอมเปิดทางให้แล้ว ไคซัสซึ่งมีอัลล์นำอยู่ข้างหน้ากับทหารคนอื่น ๆ ล้อมรอบก็มุ่งหน้าออกจากส่วนนั้นอย่างรวดเร็ว แต่ในตอนที่เดินผ่านตัวเรมันต์ น้ำเสียงที่มีแต่ความโกรธพลันแว่วในโสตประสาท

 

เรื่องนี้ไม่จบง่าย ๆ หรอกนะ

 

มหาเทพสงครามเบี่ยงสายตาดุเสี้ยวหน้าของชายชราที่ปรายตามองเขาอย่างชิงชัง แล้วมุมปากของเทพอสูรก็ยกยิ้มเห็นด้วยอย่างเหนือกว่าโดยสถานะ

 

แน่นอน มันไม่จบง่าย ๆ แน่ เพราะข้ากับเจ้าจะสะสางเรื่องนี้ต่อหน้าฟาเบียนยังไงล่ะ!พูดจบ ไคซัสก็พาฮาธอสกับลูกน้องกลับตำหนักพาเทร่าโดยไม่เหลียวกลับมาอีกเลย

 

-----------------

 

จอมเทพีเรเทเชียเดินกลับไปกลับมาอยู่ในห้องโถงใหญ่ของปราสาทประมุขแห่งพาเทร่า โดยมีเอเดลที่รออยู่เป็นเพื่อนมองดูอย่างห่วงใยยิ่ง หญิงวัยกลางคนรู้ดีว่านายหญิงของตนกำลังกระวนกระวาย ร้อนใจ และเป็นห่วงฮาธอสอย่างมาก อย่างไรเสียเทพหนุ่มตนนั้นก็ถือเป็นศิษย์คนสำคัญ หากว่าเขาได้รับอันตรายจากการที่นางยอมทำตามแผนการของเซย์เรียโน่ นายหญิงของหล่อนคงใจสลายเป็นแน่แท้

 

จอมเทพีเจ้าคะ มาพักก่อนเถอะเจ้าค่ะหลังทนดูเรเทเชียเดินวนไปรอบแล้วรอบเล่านานนับชั่วโมงโดยไม่มีท่าทีว่าจะหยุด เอเดลก็ตัดสินใจมาห้ามจนได้

 

ข้าไม่เป็นไร เจ้าอยากพักก็พักก่อนเถอะหญิงสาวโบกมือปัด ๆ ไม่เห็นอีกฝ่ายอยู่ในสายตาสักนิด ความกระวนกระวายและความร้อนใจกำลังกัดกินจิตใจหล่อนอย่างไร้ความปราณี ยังไม่นับรวมความห่วงใยฮาธอสที่ทะลักทลายออกมาไม่หยุด เป็นความผิดของนางเอกที่ยอมทำตามคำขอของเซย์เรียโน่ นี่มันกี่โมงยามกันแล้ว ทำไมยังไม่มีข่าวจากมหาเทพสงครามเลยล่ะ!

 

มหาเทพสงครามกลับมาถึงแล้วเสียงประกาศดังขึ้นอย่างเหมาะเจาะ เรเทเชียหันไปตามเสียงก็เห็นอัลล์กับเซบาสเตียนช่วยกันเปิดประตูให้ไคซัส...และฮาธอสที่ไร้สติในอ้อมแขนเข้ามาข้างใน

 

ตายจริง ฮาธอส!หลังเสียงร้องแหลมอย่างตกใจของเรเทเชีย หญิงสาวกับเอเดลก็วิ่งไปดูอาการของลูกศิษย์ใกล้ ๆ หญิงสาวทั้งสองถึงกับหน้าซีดเมื่อเห็นรอยสีดำกำลังลุกลามไปตามผิวคอของชายหนุ่ม พลังชีวิตในร่างของเจ้าตัวก็กำลังลดน้อยถอยลงเรื่อย ๆ เธอจึงเงยหน้าขึ้นถามไคซัส เกิดอะไรขึ้นกับฮาธอสน่ะ มหาเทพสงคราม

 

ฮาธอสถูกแมลงไสยเวทต่อยน่ะสิ อัลวินไปตามไคมีร่ามา!มหาเทพสงครามสั่ง

 

ข้าอยู่นี่แล้วเสียงหวานดังมาจากทางเดินชั้นสอง เด็กสาวยืนอยู่ตรงหัวบันไดพอดี ข้าเตรียมห้องของเจ้ากับของจำเป็นไว้แล้ว เด็กสาวที่ชื่อนาซิลลาก็ปลอดภัยแล้วด้วย รีบพาเขาขึ้นมาสิว่าจบเธอก็สะบัดตัวเดินหายไปก่อน

 

ไคซัสทำท่าจะเดินตามไปอย่างไม่สนใจใครทั้งสิ้น เรเทเชียวิ่งมากางแขนขวางทางไว้ก่อน

 

ถ้าถูกแมลงไสยเวทต่อยก็พากลับไปที่ตำหนักของข้าเถอะ ข้าจะขอให้ท่านจ้าวช่วย

 

ฮาธอสไม่มีเวลาขนาดนั้น หลีกทางไปไคซัสสั่งเสียงดังเหมือนภูเขาไฟระเบิด คนที่อยู่ในอ้อมแขนนี้กำลังจะตาย เขาจึงไม่อยากเสียเวลากับใครทั้งนั้น

 

ไม่ได้! ฮาธอสบาดเจ็บเพราะข้า ข้าต้องรับผิดชอบเรเทเชียแย้งกลับมา น้ำตาคลอเบ้าด้วยความเสียใจ

 

บ้าจริง อัลวิน!เทพอสูรหนุ่มระเบิดเสียงแห่งความขุ่นเคืองกึกก้องจนใคร ๆ ก็ใจสั่นความกลัว ก่อนจะส่งร่างของฮาธอสให้อัลล์ นายทหารหนุ่มรับไว้ด้วยกริยางุนงง รีบพาเขาขึ้นไปหาไคมีร่าเดี๋ยวนี้และอยู่ช่วยนางด้วย บอกนางด้วยว่ารักษาฮาธอสให้ได้!

 

อัลล์ฟังคำสั่งอย่างอึ้ง ๆ และหันมองเรเทเชียที่ส่งสายตาขอร้องให้เข้าข้างตัวเองอย่างไม่ได้ตั้งใจ หากว่ากันตามธรรมเนียม เขาควรจะส่งคืนฮาธอสคืนให้จอมเทพีตามที่นางออกปากขอ แต่ความรู้สึกจากส่วนลึกบอกกับเขาว่าถ้าปล่อยฮาธอสกลับไปคงไม่ได้เห็นหน้าเพื่อนอีกแน่ และเขาจะไม่ยอมให้เป็นแบบนั้นด้วย

 

นายทหารหนุ่มตัดใจหลบสายตาเรเทเชียและอุ้มร่างฮาธอสวิ่งขึ้นบันไดตามไคมีร่าไปอย่างรวดเร็ว

 

ไคซัสดูอยู่จนกระทั่งอัลล์กับฮาธอสลับสายตาแล้วค่อยเบือนหน้ามาหาเรเทเชียอีกครั้ง หญิงสาวก็หันมาหาเขาพอดีด้วย ดวงตาสีส้มสว่างสะท้อนใบหน้าสวยที่เปี่ยมด้วยความสับสนและไม่เข้าใจอย่างเด่นชัด นางคงกำลังรู้สึกเหมือนตัวเองถูกหักหลังโดยเทพที่เคยเห็นมาแต่เล็กแต่น้อยเป็นแน่แท้

 

เรเทเชียสุ้มเสียงเย็นชาที่เอ่ยไปทำให้เจ้าของชื่อกับผู้ติดตามสะดุ้งพร้อมกัน พวกนางมองหน้าเขากลืนน้ำลายอย่างลำบากขณะจ้องหน้าดุดันของเขา เจ้ามาหาข้าเพื่อขอตัวฮาธอสคืนไปสินะจอมเทพีพยักหน้า ข้ายังไม่คืนให้

 

ทำไมล่ะ!เรเทเชียโพล่ง ถ้ากลับไปที่ซิมโฟเนียอาเรีย เขาจะได้รับการรักษาอย่างดีเลยนะ

 

แต่ที่นี่รักษาได้ดีกว่า ไคมีร่าเป็นเทพอสูรที่มีพลังเยียวยาระดับสูง นางสามารถกำจัดพิษแมลงไสยเวทได้อย่างหมดจดไคซัสแย้งกลับไปอย่างสงบ ความโกรธและเย็นชาผสมผสานกันในแววตาของเขาอย่างลงตัว

 

ถ้าเช่นนั้นก็ให้เด็กคนนั้นตามไปรักษาที่ซิมโฟเนียอาเรียสิจอมเทพียังดื้อแพ่งเถียงต่อไป คงเพราะความห่วงใยและสำนึกผิดที่มีต่อฮาธอสที่ทำให้นางดึงดันแบบนี้ เทพอสูรหรี่ตาอย่างน่าอันตราย อันที่จริงเขาเข้าใจความรู้สึกของหญิงสาวดี เพียงแต่ตอนนี้เขาไม่อาจให้อภัยนางได้อีกแล้ว

 

เจ้าคงไม่ลืมสินะ ว่าใครทำให้ฮาธอสกับนาซิลลาเป็นแบบนี้เรเทเชียตัวเย็นเยียบ ดวงตาเบิ่งโพล่งจ้องค้างอยู่ที่ใบหน้าโกรธจัดจนเกือบอำมหิต หากประกายแห่งความกราดเกรี้ยวที่เต้นเร่าในดวงตาของเป็นไฟจริง ๆ มันคงแผดเผาตัวเธอเป็นจุณไปแล้ว เรื่องกลับตำหนักจะให้ฮาธอสเป็นคนตัดสินใจ ระหว่างนี้ข้ากับทุกคนจะดูแลเขากับนาซิลลาเอง ส่วนคนที่เหลือจะเอากลับไปก็ได้

 

มหาเทพสงครามทิ้งทวนการเผชิญหน้าด้วยทำลายสะพานมิตรภาพที่เคยเชื่อมโยงสองตำหนักไว้ ก่อนมุ่งหน้าขึ้นบันไดตามไคมีร่ากับอัลล์ไปอีกคน เหล่าองครักษ์ได้แต่ยืนดูเหตุการณ์เงียบและแยกย้ายกันไปประจำตำแหน่งต่าง ๆ ในปราสาทหลังเจ้านายลับหายไปแล้ว

 

จอมเทพีแห่งคีตนาฏกรรมทรุดลงกองกับพื้น น้ำตาหยดลงบนแก้ม เอเดลมานั่งข้างตัวและประคองบ่านายหญิงอย่างเบามือ

 

จะทำอย่างไรดีเจ้าคะ จอมเทพีหญิงร่างอวบถาม สีหน้าอับจนหนทาง

 

กลับกันเถอะ...เสียงหวานตอบกลับมาแผ่ว ๆ ขณะคนพูดยังอยู่ในอาการช็อก แต่ไม่นานความรู้สึกถึงที่รุนแรงก็ก่อตัวขึ้นในใจของเรเทเชีย ซึ่งมันเปลี่ยนความคิดของหญิงสาวอย่างสิ้นเชิง ถ้าไม่ใช่เพราะคนคนนั้น ฮาธอส...นาซิลลา...รวมถึงตัวนางเองคงไม่เป็นแบบนี้ กลับไปแล้วก็ให้คนไปบอกเรื่องนี้กับขุนพลเทพอันดับห้าด้วย เขาต้องรับผิดชอบกับสิ่งที่ยัดเหยียดให้ข้าทำ!

 

และแล้วเทพธิดาผู้บริสุทธิ์ผุดผ่องก็ได้เรียนรู้ว่าในใจของตนก็มีความดำมืดซ่อนอยู่เหมือนเทพอสูร

 

----------------

:) Shalunla
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

125 ความคิดเห็น

  1. #38 -เกม- (@-gem-) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 23 สิงหาคม 2556 / 18:44
    มาแล้วเจ้าค่าาา XD
    ปลื้มไคซัสจัง เป็นห๊วงเป็นห่วงฮาธอสสุดใจไปเลย ><


    ตามสัญญาเจ้าคะ :]
    เขาถูกแมลงไสยเวทต่อยเข้าขณะปกป้องเด็กสาว
    เรมันต์สั่งเสียงหวน
    ดวงตาเบิกโพลงด้วยความตกใจสุดขีด
    บางทีนาซอลลาที่รอดไปได้อาจจะบอกเรื่องนี้
    น่าจะหาทางรอดให้ตัวเองไว้บ้าง - ได้?
    ภาพขอสรรพชีวิตและสรรพสิ่ง
    ภาพกแพงสีมุขช่วงหนึ่งของวิมาน
    พบรอยถูกต่อยที่มือท้ายทายกับมือขวา
    สำหรับที่แทบไม่เหลือสติแล้ว - สำหรับคนที่? สำหรับเขาที่?
    เจ็บจนไม่เหลือเรียวแรงแล้ว
    เบี่ยงสายตาดุเสี้ยวหน้าของชายชรา
    ดวงตาเบิ่งโพล่งจ้องค้างอยู่ที่ใบหน้าโกรธจัด
    เขาต้องรับผิดชอบกับสิ่งที่ยัดเหยียดให้ข้าทำ

    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 23 สิงหาคม 2556 / 18:45
    #38
    0