ณ แดนสรวง [Boy's Love] = จบแล้ว =

ตอนที่ 10 : บทที่ 8 หมาป่าเข้าฝูง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 905
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    26 ก.ค. 56

คุยกันก่อน...

 

สวัสดีวันศุกร์ครับ ท่านนักอ่านที่น่ารักทุกท่าน

 

เคย์เซย์คิดว่าทุกท่านคงจะแปลกใจที่เห็นผมอัพนิยายในวันนี้ ไม่ใช่ว่าเป็นวันพิเศษอะไรหรอกครับ แต่พอดีว่าวันอาทิตย์ที่จะถึงนี้ เคย์เซย์ต้องเดินทางไปสอบที่กรุงเทพ กว่าจะได้กลับมาก็วันจันทร์ อย่างช้าที่สุดคือ วันอังคาร ซึ่งจากประสบการณ์เดินทางที่ผ่านมา เคย์เซย์จะสลบเหมือดเมื่อกลับถึงบ้านเสมอ เพราะฉะนั้น วันนี้จึงมาอัพนิยายล่วงหน้าครับ ^ ^

 

อัพสองเรื่องพร้อมกันเลย เพราะ บ่วงรักราชองครักษ์ ไม่ได้อัพนานแล้ว นักอ่านท่านใดที่ตามอ่านเรื่องนี้อยู่อย่าเพิ่งฆาตกรรมผมนะครับ T_T

 

เอาล่ะ อัพนิยายแล้ว ลางานแล้ว เคย์เซย์ขอตัวไปอ่านหนังสือสอบต่อล่ะครับ ^ ^ พบกันจันทร์สัปดาห์แรกของเดือนสิงหาคมนะครับ ^ ^

 

Keisei

 

------------------

 

บทที่ 8 หมาป่าเข้าฝูง

 

สองมือเรียวเล็กกอบกุมมือใหญ่ของเทพอสูรกายสีแดงที่นอนสลบไสลบนฟูกสีอ่อนไว้มั่น รัศมีสีทองจางล้อมรอบมือทั้งสองคู่นั้น ขณะเด็กสาวเจ้าของมือเล็กถ่ายพลังเยียวยาเข้าไปในร่างมหาเทพสงคราม ฮาธอสนั่งมองเธอทำงานจากอีกฝากหนึ่งของฟูก ดวงตาสีน้ำเงินมองมือคู่นั้นก่อนไล่ขึ้นไปยังใบหน้าที่หลับตานิ่งของไคมีร่า

 

หลังจากไคซัสหมดสติในอ้อมแขนของเทพคนสวน ชายหนุ่มก็ใช้เวทมนต์เรียกเครื่องนอนมาปูหน้าเตาผิง จากนั้นก็เอาตัวมหาเทพสงครามมานอนตรงนี้ ก่อนจะออกไปตามไคมีร่ามาดูอาการของพี่ชายและบอกคำสั่งของเจ้านายกับอัลล์ตามที่รับปากไว้ เสร็จแล้วก็มานั่งรอเผื่อว่าท่านหญิงชาวอสูรจะต้องการอะไรเพิ่มเติม ซึ่งตอนนี้เวลาก็ผ่านมานานหลายชั่วโมงแล้ว

 

หยดเหงื่อไหลรินลงมาตามซีกหน้าของไคมีร่า ฮาธอสจึงถือวิสาสะหยิบผ้าแล้วอ้อมไปซับให้เธออย่างนุ่มนวล เมื่อได้ลองสัมผัสตัวเธออย่างใกล้ชิด เทพคนสวนก็ยิ่งรู้สึกว่าพลังของเด็กสาวช่างบริสุทธิ์และอ่อนโยนเหมือนเจ้าแม่สวรรค์ไม่ผิดเพี้ยน มีเรื่องแบบนี้ด้วยหรือ อสูรที่มีพลังของชาวเทพอย่างสมบูรณ์แบบ

 

แต่นั่นยังไม่สำคัญเท่ากับเรื่องของไคซัส เทพคนสวนนึกไม่ออกเลยจริง ๆ ว่าเขามองอีกฝ่ายพลาดไปตอนไหน ก่อนออกไปมหาเทพสงครามยังแข็งแรงดีทุกอย่าง รวมถึงตอนที่กลับมาจัดการกับพัมกิ้นซ์ด้วย เขามีโอกาสได้เห็นไคซัสใกล้ ๆ หลายครั้ง แต่กลับจับสังเกตอาการบาดเจ็บไม่ได้เลย ไม่รู้สึกแม้กระทั่งความปั่นป่วนของพลัง ถ้าตอนถูกจูบไม่มีเลือดไหลย้อนออกมา เขาคงไม่มีทางรู้เลยว่าอีกฝ่ายได้รับบาดเจ็บ

 

เฮ้อ...เสียงถอนใจเรียกความสนใจของเขากลับไปหาไคมีร่า เด็กสาวสลายพลังของตัวเองแล้วและกำลังวางมือของพี่ลงกับฟูก เสร็จสักที

 

อาการของมหาเทพเป็นอย่างไรบ้างขอรับฮาธอสถาม สีหน้าร้อนใจ

 

อาการของเขาไม่ร้ายแรงเท่าไหร่ แต่ที่ข้าเป็นห่วงคือ ผลข้างเคียงที่จะตามมาต่างหากไคมีร่าบอกก่อนกล่าวขอบคุณเมื่อเทพคนสวนรินน้ำชาให้ดื่มดับกระหาย แต่ไหนแต่ไรมาพลังป้องกันเกือบทุกรูปแบบของพี่ชายข้าจะผูกพันกับพลังชีวิตของเขา ในอดีตจึงไม่เคยมีใครทำลายเวทมนต์ของเขาได้เลย แต่ที่นี่...พลังศักดิ์สิทธิ์ทำให้เขาใช้พลังได้ไม่เต็มที่ เขตอาคมจึงอ่อนแอพอให้พัมกิ้นซ์ทำลายได้ พลังบางส่วนจึงสะท้อนกลับมาทำร้ายเขา

 

แบบนี้ก็แย่น่ะสิขอรับฮาธอสทำหน้ากังวล ตามองอสูรที่หลับไม่รู้เรื่องราว

 

อืม! ชาวอสูรโดยกำหนดอย่างเรา จะแข็งแกร่งหรืออ่อนแอไม่ได้ขึ้นอยู่กับตบะญาณ แต่อยู่ที่ระดับพลังอำนาจ ยิ่งพลังมากเท่าไหร่ก็แข็งแกร่งเท่านั้น อัตราการฟื้นตัวเร็วจึงมากตามไปด้วยเด็กสาวกล่าวพลางเบือนหน้ามาหาคู่สนทนา แต่คราวนี้ข้าเกรงว่าพลังศักดิ์สิทธิ์ของที่นี่จะทำให้เขาพื้นตัวช้ากว่าปกติ

 

ชายหนุ่มผมทองกลืนน้ำลายอย่างลำบาก เมื่อเห็นแววตาเย็นยะเยือกของท่านหญิงแห่งอสูร สายตาคู่นั้นราวกับจะบอกว่าเป็นความผิดของชาวเทพที่ทำให้พี่ชายเธอต้องเป็นแบบนี้ ฮาธอสรู้ว่าตัวเองไม่ได้ทำอะไรผิด แต่ก็อดเสียใจมิได้ เพราะไคซัสต้องบาดเจ็บเพื่อปกป้องพวกเขาโดยแท้

 

แต่จะว่าเจ้าก็ไม่ได้สินะ ก็เจ้าไม่รู้เรื่องอะไรเลยนี่นา

 

เทพคนสวนขมวดคิ้วอย่างไม่เข้าใจคำพูดของเด็กสาวอีกครั้ง แต่ดูเหมือนกับขึ้นสวรรค์ของมหาเทพไคซัสจะมีเบื้องลึกเบื้องหลังจริง ๆ ด้วย ไคมีร่าดื่มชาที่เหลือจนหมดก่อนส่งถ้วยคืนชายหนุ่ม แต่ในตอนที่เขายื่นมือไปรับมันมาเก็บนั้น จู่ ๆ เธอก็เอนตัวเข้าหาเขา ฮาธอสตกใจผงะถอยตามสัญชาตญาณ แต่มือเรียวคว้าคอเสื้อดึงตัวกลับไปอยู่ที่เดิม เทพหนุ่มถึงกับเหงื่อตกหลังเห็นปลายจมูกโด่งสวยของฝ่ายหญิงอยู่ห่างแค่คืบ ดวงตาสีคริมสันโรสกวาดดูทั่วใบหน้าของเขาแล้วเลื่อนไปที่อกข้างซ้าย

 

หินโมราแดงจริง ๆ ด้วยในที่สุดเธอก็พูดออกมา น้ำเสียงคล้ายไม่อยากเชื่อบางสิ่ง แต่เพียงครู่แววตาก็เปลี่ยนเป็นการยอมรับ มือเรียววางเหนือหัวใจของเขา “...มันติดอยู่ที่ตรงนี้ของเจ้า

 

ข้าไม่เข้าใจที่ท่านหญิงพูดขอรับฮาธอสบอกก่อนจะนิ่งเมื่อนัยน์ตาคมคู่สวยตวัดมาจ้องหน้าเขาอีก วงพักตร์งามยื่นมาใกล้จนชายหนุ่มเผลอกลั้นใจโดยไม่รู้ตัว

 

ไม่ต้องเข้าใจก็ได้ แค่รักษามันไว้ก็พอแล้ว

 

พูดจบ ไคมีร่าก็ถอยหลับไปนั่งที่เดิม ฮาธอสมองเธอหยิบผ้าไปชุบน้ำในอ่างแล้ววางบนหน้าผากของพี่ชายอย่างฉงนฉงาย มือวางทาบบนหน้าอกก็พบว่า หัวใจยังเต้นปกติดีอยู่ แล้วจะมีหินโมราแดงไปติดอยู่ในนั้นได้อย่างไรกัน...หรือว่านางจะเปรียบเปรยถึงสิ่งอื่นกันแน่

 

เจ้ากลับไปพักผ่อนได้แล้วล่ะ ข้าจะดูแลท่านพี่ต่อเองไคมีร่าหันมาบอกทำให้ความคิดเทพหนุ่มสะดุด

 

ไม่ดีกระมังขอรับ ท่านหญิงต้องไล่ตามสัตว์อสูรมาแล้วยังต้องรักษามหาเทพไคซัสอีก ท่านควรจะพักผ่อนมากกว่า ข้าจะดูแลมหาเทพเองขอรับชายหนุ่มเสนอตัวด้วยเห็นว่าเหมาะสมที่สุด

 

พอเลย ข้าไม่ใช่ท่านพี่นะ ไม่ชอบการต่อล้อต่อเถียงที่สุดเด็กสาวขมวดคิ้วดุ ๆ ถึงจะไม่ได้ดูน่ากลัว แต่รัศมีอำนาจที่แผ่ออกมาก็น่ายำเกรงอยู่ ข้าไม่ได้เจอกับท่านพี่มานานแล้วนะ ขออยู่ตามลำพังกับเขาบ้างเถอะ เจ้าเองก็มีงานต้องทำเหมือนกันไม่ใช่หรือ

 

เมื่ออีกฝ่ายยกเหตุผลมาเช่นนี้ ฮาธอสก็หมดสิทธิ์เถียง เทพหนุ่มอ้อยอิ่งมองมหาเทพสงครามที่นอนไม่ได้สติด้วยความห่วงใยอีกสักครู่ ก่อนจะก้มศีรษะเป็นเชิงลาไคมีร่าแล้วลุกออกจากห้องไป

 

ท่านหญิงชาวอสูรมองตามจนกระทั่งเทพคนสวนปิดประตูสนิทแล้ว ใบหน้าหวานหยดค่อยผินกลับมาหาพี่ชายของตนอีกครั้ง แต่คราวนี้มหาเทพสงครามกลับลืมตามองตรงมาที่เธอแล้ว ผู้เป็นน้องสาวกระตุกมุมปากยิ้มอย่างไม่ประหลาดใจสักนิด

 

ท่านรู้สึกตัวตั้งแต่ตอนข้ารักษาเสร็จแล้วนี่นา ทำไมไม่ลืมตาให้ เขาเห็นหน่อยล่ะเธอเท้าคางถาม แววตาล้อเลียน

 

แต่เจ้าก็กล้ามากเลยนะที่ทำนายเลยต่อหน้าข้า...ต่อหน้าเขาไคซัสส่งสายตาตำหนิ แต่คนก่อเรื่องจะสนใจหรือก็หาไม่ ไม่เสียใจหรือที่ข้าเป็นแบบนี้

 

ไคมีร่าเสตามองทางอื่นอย่างครุ่นคิดสักครู่ แล้วเอนตัวลงนอนข้าง ๆ พี่ชาย เสียใจ...เธอหลุบตาตอบ ก่อนช้อนมองอย่างตรงไปตรงมา แต่เมื่อท่านตัดสินใจแล้ว ข้าก็จะยอมรับ นั่นคือสิ่งที่ข้าควรทำที่สุด" แล้วดวงตาสีคริมสันโรสก็ปรากฏแววกังวล ไคซัสไม่เป็นไรแล้วใช่ไหม การรักษาของข้าช่วยท่านได้หรือเปล่า

 

ถึงแม้ว่าเธอจะเกิดมาพร้อมพลังมากมายเหมือนกัน แต่น้องสาวของเขาก็เป็นเพียงอสูรอ่อนวัยตนหนึ่งเท่านั้น เมื่อต้องมารักษาพี่ชายด้วยตัวเองทั้งหมด เธอย่อมเป็นกังวลว่าตนทำได้ดีพอแล้วหรือยัง มหาเทพสงครามยิ้มละไมอย่างเข้าใจแล้วเอื้อมมือไปขยี้ผมเธอด้วยความเอ็นดู

 

ช่วยได้มากกว่าที่เจ้าคิดเลยล่ะ ขอบใจมากนะ

 

คำตอบทำให้ไคมีร่ายิ้มกว้างอย่างมีความสุข สำหรับไคซัสถือเป็นภาพที่สวยงามที่สุด ความเหนื่อยล้าที่มีหายไปคล้ายไม่เคยมีอยู่ น่าเสียดายที่เขามีเวลาเชยชมไม่มากนัก ร่างสูงยื่นมือไปแตะบ่าน้องสาวแล้วถามเธอ

 

ไคมีร่าช่วยข้าอีกหน่อยได้ไหม ข้ามีเรื่องสำคัญที่ต้องทำ

 

----------------

 

หลังออกจากห้องของไคซัสมาแล้ว ฮาธอสก็ลงมาที่ชั้นล่างตั้งใจว่าจะไปเยี่ยมดูอาการของพวกทหารที่ได้รับบาดเจ็บการต่อสู้ในวันนี้ แต่เมื่อมาถึงสระน้ำตื้นกลางแจ้งซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของปราสาท มีซุ้มทางเดินยาวสองเส้นตัดขนานสระนั้นไปถึงปีกตึกด้านหลัง รอบพื้นที่ยังไม่มีการตกแต่งใด ๆ ฮาธอสพบอัลล์ยืนกอดอกพิงผนังทางเข้าเหม่อมองไปที่ด้านนอก เทพหนุ่มรู้โดยสัญชาตญาณเลยว่าสหายดักรออยู่ เขาจึงเดินไปหาด้วยตนเอง

 

เฮ้!

 

ใบหน้าเข้มเบือนมาหา ดวงตาสีม่วงกวาดมองเขาครั้งหนึ่ง เฮ้ เป็นยังไงบ้างถามเสียงห้วนสั้น

 

มหาเทพไคซัสปลอดภัยแล้ว แต่อาจจะใช้เวลาพักฟื้นอีกสักระยะ ท่านหญิงไคมีร่าคอยดูแลอยู่...

 

ข้าหมายถึงเจ้าอัลล์พูดสวนมาทันที ฮาธอสชักสีหน้าประหลาดใจ ชายตัวใหญ่กว่าจึงเหยียดตัวเต็มความสูงแล้วหันมาเผชิญหน้ากับเขาตรง ๆ เจ้ามีความลับกับข้า

 

ฮาธอสหน้าเสียทันทีที่ได้ยินแบบนั้น ยกมือกุมหน้าผากด้วยความอดสู เขากับอัลล์รู้จักกันมาตั้งแต่ตอนอยู่ในแดนร้างแห่งสวรรค์ ได้รับการเลื่อนขั้นมาอยู่ในมหานครพร้อมกันอีกด้วย ตลอดระยะเวลายาวนานเกือบหนึ่งพันปีที่ผ่านมา เขากับสหายไม่เคยมีความลับต่อกันเลย ยกเว้นเรื่องนี้

 

ข้าขอโทษนั่นเป็นคำเดียวที่ฮาธอสนึกออกตอนนี้

 

ทำไมต้องขอโทษด้วย เจ้าไม่ได้ทำอะไรผิดสักหน่อยอัลล์มองหน้าเขาอย่างไม่เข้าใจ คนตัวใหญ่ก้าวเข้ามาใกล้ แววตาคาดคั้นเหมือนจะบีบให้มั่นคั้นให้ตาย แต่ที่ข้าสงสัยก็คือ ทำไมเจ้าถึงปกปิดเรื่องนี้ไว้ ถ้าเจ้าใช้ความสามารถนั่นกับสติปัญญาที่เจ้ามี ป่านนี้เจ้าคงเลื่อนขึ้นมาอยู่ขั้นเดียวกับข้าไปแล้ว

 

แต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่ข้าต้องการ อัลล์!ฮาธอสจ้องหน้าอีกฝ่ายอย่างจริงจัง

 

นายทหารหนุ่มคิดว่าตัวเองคงกดดันเพื่อนมากเกินไปจึงถอยออกมาหนึ่งก้าว ดวงตาสีม่วงพินิจเพื่อนอย่างสงสัย แต่ไม่นานเขาก็ฉุกคิดขึ้นมาได้

 

ฮาธอสอย่าบอกข้านะ ว่าที่เจ้าจงใจปกปิดเรื่องนี้ไว้ก็พอคนคนนั้น...พี่ชายของเจ้าคำถามตรงไปตรงมาเปรียบได้กับหอกแหลมแทงทะลุใจคนฟัง เรื่องมันนานมาแล้วนะ เจ้ากับเขาก็ไม่ได้เกี่ยวข้องกันแล้วด้วย...

 

เรื่องนี้เป็นความตั้งใจของข้าเองต่างหาก!เทพคนสวนโพล่งออกมา สีหน้าสุดจะทน

 

อัลล์ชะงักไปอีกหนด้วยความตกใจกว่าเก่า ฮาธอสจึงรู้ตัวว่าทำอะไรออกไปแล้วยกมือขึ้นขอเวลานอนสักครู่ ชายหนุ่มสูดลมหายใจลึกสองสามครั้งจนแน่ใจว่าอารมณ์ของตนนิ่งพอค่อยเอ่ยคำพูดต่อ

 

อัลล์ ทั้งข้าทั้งเจ้าต่างก็มีความปรารถนาสูงสุดของตัวเองน้ำเสียงทุ้มนุ่มกล่าวเนิบช้า พลังบางอย่างที่แฝงในนั้นค่อย ๆ โน้มน้าวเพื่อนให้คิดตามไปด้วย เจ้าอยากเป็นขุนพลเทพแห่งสวรรค์ แต่ข้าอยากเป็นแค่เทพเล็ก ๆ ตนหนึ่งที่ไม่ต้องใช้พลังนี้ทำร้ายใครทั้งนั้น เข้าใจข้าหน่อยเถอะนะ อัลล์

 

สิ้นเสียงที่เปลี่ยนเป็นตัดพ้อในตอนสุดท้าย อัลล์ก็เงียบไปด้วยความรู้สึกผิดลึก ๆ ที่ผ่านมาสหายผู้นี้สนับสนุนให้เขาทำตามความฝันมาตลอด กระทั่งมายืนในจุดที่ใกล้เคียงความฝันของตนเองที่สุด ฮาธอสให้เขามากมายในฐานะเพื่อน ทว่าเขากลับไม่เคยให้อะไรกับอีกฝ่ายเลย สมควรแก่เวลาแล้วหรือยังที่เขาจะให้เพื่อนบ้าง

 

ฝ่ายฮาธอสนั้น ถึงจะได้พูดในสิ่งที่คิดออกไปแล้วก็ยังรู้สึกหนักอึ้ง ความจริงเขาอึดอัดกับการปกปิดความลับนี้มาตลอด แต่ก็ไม่กล้าเปิดเผยความลับนี้ให้ใครรู้ ดังนั้นเมื่อมันปรากฏในเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันและถูกคาดคั้นจากไคซัสด้วยวิธีการที่ออกจะ...หวามใจแบบนั้น เทพหนุ่มจึงค่อนข้างสับสนใจไม่น้อย

 

ข้าเข้าใจสุ้มเสียงแหบห้าวที่เอ่ยห้วน ๆ นั้นทำให้ฮาธอสเงยหน้าคนพูดด้วยความประหลาดใจ อัลล์ยักไหล่ด้วยสีหน้าประมาณว่ามันควรเป็นแบบนี้อยู่แล้ว ข้ากับเจ้าเป็นเพื่อนกัน รู้จักกันมานาน ทำไมข้าจะไม่เข้าใจเจ้าล่ะพูดแล้วก็กอดอก แต่ว่าเบื้องบนรู้เรื่องแล้ว เจ้าคงจะถูกจับตามองแน่นอน ระวังตัวหน่อยก็แล้วกัน

 

สำหรับฮาธอส คำเตือนนี้ออกจะมาช้าสักหน่อย เพราะไคซัสทำยิ่งกว่าการจับตามองไปแล้ว ยังดีที่ยังไม่มีใครรู้เรื่องของเขากับมหาเทพสงคราม ไม่อย่างนั้นเขาคงอายชนิดแทรกแผ่นดินหนีเป็นแน่

 

ขอบใจนะ อัลล์ เจ้าคือเพื่อนแท้ของข้าเทพคนสวนยื่นมือให้อีกฝ่าย

 

อัลล์รับไว้แล้วกระชับแน่น เจ้าก็เหมือนกันเขาว่า ถ้าอย่างนั้นข้าไปทำงานต่อล่ะ วันนี้ยุ่งมากจริง ๆ

 

แล้วชายหนุ่มทั้งสองก็แยกย้ายกันไปตามทางของตนเอง ฮาธอสไปข้างหลัง ส่วนอัลล์มุ่งไปยังลานฝึกซ้อมด้านหน้า ทว่ายังไม่ทันพ้นทางเดินนั้นเลยด้วยซ้ำ ไคมีร่าก็ปรากฏตัวจากมุมทางเดิน ทำให้นายทหารหนุ่มตัวแข็งทื่อไปโดยทันที เธอมาตั้งแต่ตอนไหน? ได้ยินเรื่องที่เขากับเพื่อนคุยกันหรือเปล่า!?

 

อัลวินสินะเด็กสาวเอียงคอถาม สีหน้าใคร่รู้จนอ่านเนื้อในไม่ออก แล้วเธอก็ยื่นซองจดหมายสีเงินยวงมาให้เขา ท่านพี่สั่งให้เจ้าถือจดหมายฉบับนี้ไปมหาเทพีแห่งจันทราและรอจนกว่าจะได้คำตอบ นี่เป็นเรื่องสำคัญ จงไปอย่างลับ ๆ และห้ามทำพลาดเด็ดขาด

 

งานทางนี้ล่ะขอรับ

 

ท่านพี่ฟื้นแล้ว เขาจะจัดการเองทุกอย่าง ที่นี่เองก็มีผู้ช่วยอยู่หลายคน เจ้าคงไม่ต้องห่วงสินะน้ำเสียงในตอนสุดท้ายบ่งชัดว่านี่ไม่ใช่คำถาม แต่เป็นคำสั่ง พี่น้องคู่นี้ช่างเหมือนกันจริง ๆ

 

อัลล์คำนับให้ไคมีร่าครั้งหนึ่งเป็นเชิงรับคำสั่ง (แบบจำใจ) จากนั้นก็รับจดหมายไปซ่อนไว้ในช่องลับของเสื้อตัวใน ก่อนขอตัวไปทำงานตามที่ได้รับมอบหมาย

 

---------------

 

สองวันหลังจากการบุกสวรรค์อย่างอุกอาจของไคมีร่ากับพัมกิ้นซ์ ตำหนักพาเทร่าที่ได้รับความเสียหายจากการต่อสู้ก็ซ่อมแซมเสร็จสิ้นด้วยฝีมือช่างกรมวัง เหลือแต่เพียงสวนหย่อมที่ฮาธอสเป็นคนรับผิดชอบ ซึ่งเทพคนสวนแต่เช้าตรู่ ทว่าทันทีที่เปิดประตูออกจากห้องก็เจอเซบาสเตียนเข้าพอดี ทหารหนุ่มร้องอย่างประหลาดใจ

 

อ้าว! ข้ากำลังจะเคาะประตูเรียกพอดีเลย

 

บังเอิญจริง ๆ ข้ากำลังจะออกไปทำงาน ไม่ทราบว่ามีอะไรให้ช่วยหรือฮาธอสถาม แววตาเอื้ออาทรเหมือนที่ผ่านมา

 

มหาเทพไคซัสใช้ให้มาตามน่ะ ท่านสั่งให้เจ้าแต่งตัวดูดีหน่อยแล้วขึ้นไปพบท่านที่ห้องทำงาน เห็นว่ามีงานสำคัญจะให้ช่วย

 

ฮาธอสเบิ่งตากว้างอย่างแปลกใจเล็กน้อยก่อนจะยิ้มด้วยความดีใจ ชายหนุ่มไม่ได้เจอไคซัสอีกเลยตั้งแต่ถูกไคมีร่าไล่ออกจากห้อง แถมยังถูกเด็กสาวที่อ้างตัวเป็นผู้ช่วยแทนอัลล์ที่ออกไปทำงานข้างนอกหลายวันแล้วใช้งานจนไม่มีเวลาไปเยี่ยมด้วย ดังนั้นเมื่อโอกาสได้พบหน้ามหาเทพสงครามมาถึง มีหรือที่เขาจะปล่อยให้หลุดลอย

 

ขอบใจมาก ข้าจะรีบเปลี่ยนชุดเดี๋ยวนี้ล่ะบอกกับผู้มาแจ้งข่าวอย่างยินดีแล้วรีบถอยกลับไปเปลี่ยนชุดในห้องแล้วขึ้นไปพบกับไคซัสโดยเร็วที่สุด

 

แต่กว่าเจ้าตัวจะเอะใจว่าไคซัสอยากให้ช่วยงานอะไรถึงต้องแต่งตัวดูดีด้วยก็สายไปเสียแล้ว

 

 

-------------------

 

ณ โดมทองรำไพในมหาตำหนักเทพสวรรค์ เหล่าเทพขุนนางมารวมตัวกันอย่างคับคั่งแต่เช้าเหมือนวันแรกที่ไคซัสเข้าประชุมไม่ผิดเพี้ยน เพราะวันนี้จะมีการประชุมด่วนตามโองการของราชาแห่งฟ้าที่มีลงมาเมื่อคืนนี้

 

ไคซัสก็ยังคงทำให้ทุกคนประหลาดใจเหมือนกับครั้งแรกที่เหยียบมาที่นี่ เขาในร่างมนุษย์สมบูรณ์ปรากฏตัวลงจากรถม้าในชุดยาวกรุ่ยกรายสีขาวสวมทับด้วยเสื้อคลุมดำปักดิ้นทองที่ปกแบบอาหรับ ไม่สวมผ้าคลุมศีรษะ เรือนผมยาวสีเทาจางปล่อยสยายปรกบ่า ใบหน้าคร้ามเข้มยังดูซีดเซียวจากอาการบาดเจ็บที่ยังไม่หายดี แม้แต่ดวงตาสีส้มสว่างยังดูอิดโรยตามไปด้วย ให้ความรู้สึกอ่อนแอผิดกับเทพอสูรที่ดุร้ายเมื่อครั้งก่อนมาก ที่สำคัญผู้ติดตามไม่ใช่อัลล์ แต่เป็นเทพหนุ่มผมทองรูปงามที่ถือม้วนเอกสารตามมาติด ๆ ปิดท้ายด้วยทหารในสังกัดของอัลล์อีกสี่นาย

 

ฮาธอสอยู่ในชุดสุภาพสีเขียวอ่อนปักลายเถาไอวี่ด้วยด้ายสีเขียวเข้มตามขอบชาย เรือนผมยักศกสีทองคำยาวสลวยรวบไว้ด้วยริบบิ้นสีเขียวเข้าชุด ด้านหน้าปล่อยปอยยาวสองข้างระแก้มขาวเนียน แต่ชายหนุ่มอยู่ในอาการเกร็งอย่างเห็นได้ชัด ดวงตาสีน้ำเงินกรอกไปมาอย่างหวาดระแวง นี่เป็นครั้งแรกที่เขาเข้ามาในสถานที่สำคัญที่มีแต่เทพชั้นสูงเข้ามาได้เท่านั้น พวกขุนนางคงจะรู้แล้วว่าเขาเป็นเทพชั้นต่ำถึงได้ดูเขาแล้วหันไปซุบซิบคุยกันเอง เขาไม่ควรจะมาอยู่ที่นี่จริง ๆ ถ้าไม่ใช่เพราะคำสั่งของไคซัสล่ะก็...ต่อให้ตายเขาก็ไม่มาที่นี่เด็ดขาด!

 

เป็นอะไรไปหรือไคซัสเอ่ยถามหลังเลี้ยวเข้ามาในห้องประชุมแล้ว ขุนนางยังเข้ามาประปลายจึงมีช่องว่างพอให้คุยเป็นการส่วนตัวชั่วครู่

 

“...ข้ารู้สึกไม่ค่อยดีขอรับฮาธอสตอบ สีหน้าไม่ค่อยดีอย่างว่าจริง ๆ ท่านแน่ใจแล้วหรือที่ให้ข้ามาด้วยกัน เทพชั้นต่ำเยี่ยงข้าไม่ควรเข้ามาในสถานที่ศักดิ์สิทธิ์เช่นนี้เลย

 

หลังจากเปลี่ยนมาสวมชุดนี้แล้วไปพบไคซัสตามคำสั่ง มหาเทพสงครามก็จัดการมัดมือชกให้เขาเป็นผู้ช่วยแล้วพามาที่นี่ แน่นอนว่าฮาธอสคัดค้านเพื่อตัวเองอย่างเต็มที่แล้ว แต่เทพอสูรหนุ่มก็ลากตัวมาจนได้

 

นิยามคำว่า ศักดิ์สิทธิ์ของเจ้าหน่อยสิเทพอสูรสั่ง น้ำเสียงไร้แววยียวน แต่เทพคนสวนก็อดคิดไม่ได้ว่าตัวเองกำลังถูกป่วนประสาท

 

สิ่งของหรือสถานที่ซึ่งเปี่ยมด้วยความบริสุทธิ์ผุดผ่องและทรงอำนาจเหนือกว่าข้าน้อยขอรับฮาธอสตอบไป ที่ตามมาข้างหลังหันมองหน้ากันเองเล็กน้อย

 

ถ้าแบบนั้นข้าที่มีพลังมืดในตัวก็ไม่ควรมาที่นี่เหมือนกันน่ะสิไคซัสหลิวตาให้ยิ้ม ๆ ขณะเดินไปยังที่นั่งของตน สถานที่ก็คือสถานที่ ไม่เกี่ยวข้องกับพลังใด ๆ ทั้งสิ้น สิ่งที่เจ้ากังวลก็คือ สายตาของคนรอบข้าง เพราะเจ้าอยู่ในสังคมที่แบ่งวรรณะมานาน อย่ากังวลไปเลย ฮาธอส ข้าให้เจ้ามาแทนอัลล์ที่ไปทำงานให้ข้าอยู่ ถ้ามีอะไรเกิดขึ้นข้าจะรับผิดชอบเอง

 

แต่พูดยังไม่ทันขาดคำ ร่างสูงใหญ่ก็เซไหวใกล้จะล้ม ฮาธอสถลาไปพยุงตัวเขาไว้ตามสัญชาตญาณ ก่อนจะนิ่งไปเมื่อไคซัสช้อนหน้าขึ้นส่งสายตาแพรวพราวมาให้ เสียงทุ้มต่ำที่สั่นพร่ากระซิบมาอย่างมีความสุข

 

อีกอย่างข้าอยากจะเห็นหน้าเจ้าด้วย ไคมีร่าตัวดีส่งเจ้าไปทำงานข้างนอกเรื่อยเลย

 

เทพคนสวนหน้าร้อนฉ่า นึกถึงตอนที่ถูกจูบอย่างเสียไม่ได้ อย่าล้อเล่นสิขอรับพูดเสียงลอดไรฟัน

 

มีเสียงหัวเราะในลำคอตอบกลับมาเบา ๆ แล้วฮาธอสกับทหารอีกคนก็ประคองตัวไคซัสไปนั่งที่เก้าอี้ ถึงตอนนี้ทุกคนก็สังเกตเห็นว่าสีหน้าของมหาเทพสงครามซีดลงอักโข พอเทพรับใช้หนุ่มลองจับมือเขาดูก็พบว่าเย็นมากทีเดียว แต่ยังไม่ทันที่เขาจะทำอะไรต่อไป เด็กหนุ่มในชุดจีนประยุกต์สีแดงสดก็แทรกตัวเข้ามาเอาถ้วยน้ำชาที่มีฝาปิดแบบจีนวางบนโต๊ะ กลุ่มไคซัสจึงเงยหน้ามองผู้มาใหม่พร้อมกัน

 

นี่เป็นน้ำชาจากสมุนไพรบำรุงร่างกายที่พี่สาวข้าชอบดื่ม ข้าเห็นว่ามันเหมาะกับมหาเทพไคซัสตอนนี้ดีก็เลยชงมาให้ ฟาเบียนไม่ว่าหรอกเซย์เรียโน่ส่งอย่างเป็นมิตร

 

พี่สาว?” ไคซัสทวนแล้วก็นึกได้ นึกออกแล้ว พี่สาวฝาแฝดสินะ พักหลังข้าไม่ได้ยินข่าวของนางเลย

 

ดวงตาสีส้มจับจ้องอีกฝ่าย พยายามอ่านสิ่งที่ซ่อนอยู่ใต้หน้ากากยิ้มแย้มนั่น แต่อีกฝ่ายก็สมเป็นขุนพลเทพอันดับห้า ไม่เปิดช่องให้เห็นแม้แต่น้อย

 

ช่วงนี้นางอาการไม่ค่อยดีก็เลยหลับอยู่เด็กหนุ่มวางมือลงกลางอกของตน ริมฝีปากจิ้มลิ้มอมอยิ้มหวานอย่างอ่อนโยน...แม้จะเพียงเสี้ยวนาทีก็มากพอทำให้คนที่มองอัศจรรย์ใจได้ เจ้าหนูนี่ยังพอมีหัวใจอยู่สินะ

 

มหาเทพสงครามเอื้อมมือไปหยิบน้ำชาถ้วยนั้นมาดื่ม ซึ่งทำให้ฮาธอสแปลกใจนิดหน่อย สำหรับคนที่เกลียดน้ำหน้ากับแทบตาย

 

เจ้าต้องการอะไรคำถามเอ่ยมาหลังดื่มอึกแรก นึกในใจว่ารสชาติใช้ได้ทีเดียว

 

ไม่นี่ แค่เป็นห่วงตามประสาเพื่อนร่วมงานเท่านั้นเองเซย์เรียโน่หยักไหล่แล้วเขยิบมานั่งบนโต๊ะ ขณะขุนนางท่านอื่นทยอยเข้ามาประจำที่ ได้ยินว่าหมดสติหลังจากพวกเราออกมาแล้ว เล่นเอาตกอกตกใจหมด แต่เห็นมาร่วมประชุมได้แล้วค่อยโล่งใจหน่อย

 

ความจริงคนที่รักษาข้าก็ยังไม่อยากให้ข้าออกไปไหน แต่เพราะนี่เป็นการประชุมใหญ่ยังไงก็ต้องมาไคซัสตอบ สีหน้าเรียบเฉย

 

ทุ่มเทเหลือเกินนะ

 

มีเสียงค่อนแคะลอยมาพร้อมกับเสียงหัวเราะอย่างสมเพช มหาเทพสงคราม ขุนพลเทพอันดับห้า และเทพคนสวนมองไปยังทิศที่มาพร้อมกันก็เห็นว่าจอมปราชญ์ทั้งแปดรวมตัวอยู่ในที่ของตน บางคนเหล่มองพวกเขาด้วยหางตาอย่างหยามเหยียด ก่อนจะเมินไปเหลือแต่หัวหน้ากลุ่มที่จ้องมองไคซัสอย่างเป็นศัตรู เซย์เรียโน่ยิ้มบางอย่างสนุก

 

เอาล่ะสิ พวกจอมปราชญ์ดูจะเตรียมตัวมาเพื่อขยี้ท่านโดยเฉพาะเลยนะ จะไหวไหมหนอเสียงเล็กเปรยเบาอย่างสงสัย

 

เมื่อมาอยู่ตรงนี้ ต่อให้ไม่ไหวก็ต้องไหว ขอบใจสำหรับน้ำชาว่าแล้วไคซัสก็วางถ้วยชาลงเป็นสัญญาณว่าหมดเรื่องคุยด้วยแล้ว เซย์เรียโน่ก็เข้าใจความหมายจึงยอมถัดตัวลงจากโต๊ะโดยดี

 

แต่ก่อนที่จะผละไปนั้น ร่างเล็กก็ชะโงกคอมาใกล้มหาเทพสงคราม แล้วพูดต่อหน้าเขากับทุกคนว่า

 

เรื่องนี้ยังไม่จบ ท่านควรระวังตัวไว้ด้วย

 

----------------

 

การประชุมเริ่มต้นขึ้นเมื่อมหาเทพจ้าวสวรรค์กับผู้ติดตามทั้งสิบมาถึง เนื่องจากเป็นการประชุมด่วนจึงไม่มีพิธีรีตองมากนัก เพียงฟาเบียนประทับบัลลังก์ไม้แล้วแจ้งเรื่องที่ยากจะพูดด้วยตนเอง

 

ช่วงที่ผ่านมาทุกท่านคงรู้กันแล้วว่าสวรรค์ต้องเผชิญกับเรื่องแย่ ๆ หลายอย่าง ร้ายแรงที่สุดเกิดขึ้นเมื่อสองวันก่อน อสูรจากดินแดนเบื้องล่างถูกใครบางคนส่งแมลงไสยเวทไปควบคุมแล้วบุกเข้ามาในสวรรค์ ทำให้เสาเขตแดนต้นหนึ่งถล่มลงมา มหาเทพสงครามกับขุนพลเทพอันดับสองและอันดับห้าร่วมกันแก้ไขปัญหาในเวลาอันสั้น เหตุการณ์ครั้งนี้ทำให้ข้าได้เห็นสภาพที่แท้จริงของเขตคุ้มครองสวรรค์ ฉะนั้นข้าจะ...

 

ช้าก่อนพ่ะย่ะค่ะหัวหน้าจอมปราชญ์ลุกขึ้นคำนับเป็นเชิงขออนุญาต ทุกคนในที่ประชุมมองเขาด้วยความสนใจ กระหม่อมมีเรื่องสำคัญอยากจะให้พระองค์กับมหาเทพไคซัสช่วยแถลงไขให้เข้าใจ ขอท่านจ้าวโปรดประทานอนุญาตด้วย

 

ฟาเบียนเบือนหน้ามาหาไคซัสที่นั่งหน้านิ่งคล้ายปรึกษา มหาเทพสงครามผงกศีรษะเป็นเชิงตกลงโดยไม่พูด ฮาธอสกับทหารทั้งสี่เตรียมพร้อมรับความเครียดที่จะตามมา

 

เชิญร่างโปร่งบนบัลลังก์ผายมืออย่างมีมารยาท

 

กระหม่อมได้ทำการตรวจสอบเรื่องนี้อย่างละเอียดแล้ว ทราบว่าสัตว์อสูรที่บุกเข้ามานั้นได้มุ่งไปโจมตีตำหนักพาเทร่า แต่ระหว่างทางนั้นมหาเทพไคซัสได้จับเด็กสาวคนหนึ่งซึ่งเหาะตามสัตว์อสูรเข้ามาได้อีกคนหนึ่ง หลังจากนั้นทั้งสองก็ถูกกักตัวไว้ในตำหนัก โดยไม่มีการสอบสวนใด ๆ เลย...

 

อันที่จริงมีการสอบสวนเป็นการลับไปแล้ว ข้าเป็นคนจัดการด้วยตัวเอง สักขีพยานก็คือ เรซิสกับเซย์เรียโน่ฟาเบียนบอกทันควัน เจ้าของชื่อทั้งสองลุกขึ้นผงกศีรษะยืนยันด้วย ราชาแห่งฟ้าตั้งอกตั้งใจทำตามที่ตนออกปากไว้อย่างดี เด็กสาวผู้นั้นเป็นบุคคลสำคัญจากโลกเบื้องล่างซึ่งถือเป็นพันธมิตรที่สำคัญที่สุด ข้าไม่อยากให้เรื่องนี้เกิดความบาดหมางระหว่างสองดินแดนจึงจัดการโดยเร็วที่สุด

 

หัวหน้าจอมปราชญ์นิ่งไปเล็กน้อย ฮาธอสเห็นแววตาที่คล้ายสมใจบางอย่างของเขาก็รู้สึกไม่ชอบมาพากลจึงก้มลงเพื่อเตือนให้ไคซัสรู้ แต่เทพอสูรหนุ่มยกมือเป็นเชิงห้ามไว้ก่อน นัยน์ตาส้มจับจ้องชายเคราขาวเหมือนกับเขา

 

ถ้าอย่างนั้นก็แปลว่าเด็กสาวตนนั้นเป็น ญาติของมหาเทพสงครามสินะพ่ะย่ะค่ะหัวหน้าจอมปราชญ์ทำทีเป็นถามเสียงดัง เหล่าขุนนางต่างฮือฮา ท่านจ้าวไม่คิดว่ามันแปลกไปหน่อยหรือ อสูรสองตนที่บุกเข้ามาในสวรรค์ล้วนเป็นคนรู้จักของมหาเทพสงคราม มิหนำซ้ำตำหนักพาเทร่ายังตกเป็นเป้าหมายที่แรกด้วย

 

ท่านกำลังจะบอกว่าไคซัสจงใจสร้างเรื่องเพื่อเรียกร้องความสนใจหรือ!ราชาแห่งฟ้าเริ่มขึ้นเสียง

 

มิได้พ่ะย่ะค่ะ ท่านจ้าวลองตรึกตรองให้ดี ๆ แมลงไสยเวทจะตอบสนองต่อพลังมืดเท่านั้น และในสวรรค์คนที่มีพลังนี้...

 

เดี๋ยวก่อนเรซิสเอ่ยแทรกก่อนชายเคราขาวจะพูดจบ ทุกคนจึงมองไปที่นาง มหาเทพสงครามอาจจะมีพลังด้านมืดเข้มข้นที่สุดในสวรรค์ แต่ข้าขอยืนยันว่าแมลงไสยเวทนั้นมาจากคนอื่น เพราะข้ากับเซย์เรียโน่ได้เห็นมันกับตาก่อนจะยิงทิ้งด้วยตัวเอง

 

ก่อนหน้านั้นมหาเทพไคซัสก็พยายามย้อนพลังไปหาคนที่ส่งมาด้วย แต่...ร่างเล็กยักไหล่ให้ไคซัสอย่างช่วยไม่ได้ “...ไม่สำเร็จ ฝ่ายโน้นคงใช้พลังเวทสกัดกั้นไว้ แล้วเจ้าตัวยังต้องบาดเจ็บจากการปกป้องคนของตัวเองบอก ถ้าบอกว่าเป็นการสร้างเรื่องเพื่อสร้างความดีความชอบก็ออกจะมากไปสักหน่อยนะ

 

ฮาธอสสาบานเลยว่าเห็นจอมปราชญ์ทั้งแปดหนวดกระดิกไปตาม ๆ กัน แต่ไคซัสยังจ้องมองทั้งแปดอย่างไม่วางตา เขาเข้าใจดีว่าผู้ทรงภูมิเหล่านี้ไม่มีทางรามือง่าย ๆ แน่

 

แต่การที่มหาเทพไคซัสไม่จัดการอะไรกับ ญาติของตนเองเลยเท่ากับละเลยหน้าที่ กระหม่อมเห็นควรว่าให้นำตัว ผู้บุกรุกทั้งสองตนมาลงโทษตามกฎสวรรค์พ่ะย่ะค่ะหัวหน้าจอมปราชญ์งัดลูกไม้สำคัญออกมาจนได้ บรรดาเทพขุนนางต่างส่งเสียงสนับสนุน

 

หากทำแบบนั้นก็เท่ากับเป็น ศัตรูกับเผ่าอสูรนะในที่สุดไคซัสก็เอ่ยปากพูดจนได้ เสียงคุยหึ่ง ๆ เหมือนผึ้งของเทพคนอื่นเงียบหายทันใด การที่ไคมีร่าไปอยู่แถวนั้นก็เพราะเส้นทางขึ้นสวรรค์โดยตรงอยู่บริเวณนั้น นางกำลังสำรวจดูว่าจะมีโอกาสได้เจอข้าที่ชายแดนหรือเปล่า แต่เมื่อไม่พบก็ตั้งใจจะมาที่ทวารดินแล้ว นางไม่ได้มีเจตนาจะบุกแดนสวรรค์อย่างผิดธรรมเนียมใด ๆ ทั้งสิ้นพูดจบก็ส่งสายตาให้ฟาเบียน

 

ที่สำคัญกว่าก็คือเด็กสาวคนนั้นเป็น ว่าที่จ้าวเผ่าอสูรที่จะขึ้นครองราชย์แทนไคซัสในเร็ว ๆ นี้มหาเทพจ้าวสวรรค์อธิบาย น้ำเสียงและสีหน้าจริงจังเนื่องจากเกี่ยวพันกับความมั่นคงของสวรรค์ พวกเจ้าทุกคนต่างรู้อยู่ว่าแดนอสูรเป็นกันชนชั้นดีของโลกมนุษย์ การที่กองทัพปีศาจยังไม่สามารถเคลื่อนพลได้เต็มที่ก็เพราะมีเผ่านี้ขวางกั้นอยู่ ข้าจะไม่ยอมให้เสีย พันธมิตรนี้ไปในช่วงที่สวรรค์กำลังระส่ำระสายเด็ดขาด

 

ท่านจ้าว!หัวหน้าจอมปราชญ์ครางอย่างไม่อยากเชื่อ ขณะฮาธอสพอจะเดาได้ว่าช่วงสามสิบนาทีก่อนที่เขากับนาซิลลาจะไปที่ห้องทำงานไคซัส ประดาผู้สูงศักดิ์คงตกลงเรื่องการเมืองกันเรียบร้อยแล้ว

 

จอมปราชญ์ทั้งแปดและขุนนางเทพทุกท่าน เรายังไม่รู้เป้าหมายที่แท้จริงของผู้ใช้แมลงไสยเวท เพราะฉะนั้นไม่ควรด่วนตัดสินใจอะไรในตอนนี้ฟาเบียนกวาดสายตาเฉียบขาดกราดไปหาทุกคน ไคซัสยังจำเป็นต่อพวกเราในฐานะมหาเทพสงครามและพันธมิตรที่สำคัญ และข้าจะทำตามที่เขาเสนอไว้คือ เปลี่ยนเสาเขตแดนที่อ่อนแอใหม่ทั้งหมด ส่วนต้นที่พังทลายไป ข้าจะใช้คทาวิเศษของข้าไปตั้งแทนชั่วคราวจนกว่าเสาใหม่จะเสร็จ และเรื่องในกองทัพให้เห็นไคซัสมีอำนาจเต็มทุกอย่าง ยกเว้นทหารในสังกัดของข้าโดยตรงเท่านั้น!

 

เมื่อมีบัญชาเสร็จสิ้น มหาเทพจ้าวสวรรค์ก็เสด็จออกจากโดมทองรำไพ โดยไม่สนใจเสียงคัดค้านของจอมปราชญ์กับบรรดาขุนนางเทพฝ่ายบุ๋นเลย กลุ่มขุนพลเทพออกจากห้องเป็นลำดับต่อไป เหล่าผู้ติดตามทั้งสิบของฟาเบียนใช้ตัวเองเป็นรั้วกันมิให้บุคคลเหล่านั้นตามไปกวนฟาเบียนได้ ฮาธอสค่อนข้างอึ้งกับสิ่งที่เกิดขึ้นเล็กน้อย ตอนแรกเหมือนว่าไคซัสจะต้องถูกไล่บี้แน่นอน หากตอนนี้กลับลอยตัวในฐานะพันธมิตรสำคัญแห่งสวรรค์ เรื่องราวช่างซับซ้อนเสียจริง

 

ไปกันเถอะ

 

ไคซัสสั่งแล้วยืนขึ้นด้วยตนเองอย่างทระนง ฮาธอสมองตามร่างสูงใหญ่ที่เดินนำพวกตนออกจากห้องโดยแยแสเสียงรอบข้างด้วยความนับถือ ทั้งที่เรื่องนี้มีโอกาสหลุดรอดจากความผิดยากแท้ ๆ ไคซัสกลับใช้สิ่งที่ตนมีสร้างทางรอดไปได้ ทว่าในสายตาของเขาคงจะเป็นการแลกเปลี่ยนที่ไม่คุ้มค่านัก

 

มหาเทพสงคราม

 

เสียงเรียกดังมาจากข้างหลัง ทั้งกลุ่มจึงหันกลับไปพร้อมกัน ทหารผู้ติดตามแหวกทางให้เจ้านายได้พบกับกลุ่มเทพฝ่ายบู๊ที่ทยอยออกมารวมตัวกันข้างนอก ไคซัสกับฮาธอสเหลียวมองหน้ากันและกันด้วยความสงสัย ก่อนขุนพลผิวคล้ำตัวใหญ่จะเป็นตัวแทนกล่าวกับเทพอสูรว่า

 

พวกขุนนางฝ่ายบุ๋นอาจไม่ค่อยชอบท่านนัก แต่พวกเราขุนนางฝ่ายบู๊ยังพร้อมทำตามหน้าที่เสมอ หากท่านต้องการสิ่งใดสามารถเรียกใช้ได้เลยนะขอรับ

 

ทุกคนนิ่งไป โดยเฉพาะไคซัสที่ดูประหลาดใจกว่าเพื่อน ฮาธอสเหลือบมองเขาด้วยความสงสัยเหลือเกินว่าจะตอบเช่นไร เพราะที่แล้วมาเทพอสูรหนุ่มพยายามตัดตัวเองออกจากชาวเทพมาตลอด แต่เวลานี้ทุกคนพยายามจะนำเขาเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งให้ได้

 

ขอบคุณ ข้าจะขอรับรับน้ำใจของทุกท่านไว้

 

ไม่น่าเชื่อว่าหมาป่าผู้โดดเดี่ยวอย่างไคซัสจะตัดสินใจเข้าร่วมฝูงอย่างง่ายดายเช่นนี้ ซึ่งคนที่ตกใจที่สุดเห็นจะเป็นเทพคนสวนนั่นเอง ฮาธอสกะพริบตาปริบ ๆ มองอีกฝ่ายผงกศีรษะลาขุนนางกลุ่มนั้นอย่างอึ้ง ๆ ก่อนจะรีบสาวเท้ายาว ๆ ไปอยู่ข้างกายมหาเทพสงคราม

 

ท่านขอรับ เมื่อกี้...

 

เทพอสูรหนุ่มมองหน้าคนถามที่อ้าปากพะงาบ ๆ เหมือนปลาด้วยความตกตะลึงระคนตื่นเต้น ท่าทางนั้นขันนั้นทำให้ริมฝีปากหนาที่โค้งลงมาแต่เช้ายกมุมสูงขึ้นพร้อม ดวงตาสีส้มสว่างค่อยฉายแววอ่อนโยน เทพตนนี้ทำให้เขารู้สึกดีขึ้นได้เสมอ

 

พวกเจ้าสี่คนออกไปเตรียมรถม้าก่อนไคซัสสั่งกับทหารผู้ติดตามและรอให้ทั้งสี่วิ่งหายไปก่อนค่อยดึงตัวฮาธอสมาใกล้ จุดที่พวกเขาอยู่ตอนนี้เป็นทางเดินขนาดกับโดมทองรำไพ สองข้างทางปลูกต้นกุหลาบสีเหลืองสูงท่วมหัวจึงพอกำบังสายตาได้ชั่วระยะหนึ่ง เทพอสูรรวบมือแทบหนุ่มไว้ในชายเสื้อของตน เจ้าได้ยินไม่ผิดหรอก ฮาธอส ข้ายอมรับน้ำใจจากพวกเขา

 

แต่ท่านพยายามแยกตัวเองจากพวกเรามาตลอดฮาธอสถามอย่างไม่ค่อยเข้าใจนัก จังหวะการก้าวของเขาช้าลงกว่าเดิมมาก เพราะอยากยืดเวลานี้ให้ยาวออกไปอีก...สักเล็กน้อยก็ยังดี มือเล็กที่หยาบกร้านของเขากระชับมือใหญ่แน่น

 

ไคซัสยิ้มกว้างอีกนิด การตอบรับของอีกฝ่ายทำให้เขามีความสุข แม้แต่สิ่งที่จะพูดต่อไปก็ยังไม่อาจทำลายได้

 

ใช่ ข้าทำแบบนั้นมาตลอด แต่สองวันที่ผ่านมาข้าได้นอนคิดอย่างจริงจัง ร่างกายที่อ่อนแอกับสายตาที่จับจ้องมาจากภายนอกเตือนให้ข้ารู้ว่าไม่สามารถทำอะไรด้วยตัวเองได้อีกแล้ว ข้าจึงคิดว่าให้เทพตนอื่นช่วยเหลือบ้างก็ไม่เสียหาย แต่นี่ถือเป็นการเดิมพันครั้งใหญ่ของข้า เพราะข้าเป็นอสูรและเป็นคนนอก ไม่มีทางรู้เลยว่าใครจะจริงใจบ้าง

 

เรื่องนี้ไม่ต้องกังวลเลยขอรับ นอกจากขุนพลเทพแล้ว ขุนศึกกับเทพนักรบส่วนมากจะทำตามคำสั่งอย่างเคร่งครัด ท่านคงเห็นแล้วว่าทหารสวรรค์ให้ความสำคัญกับคำสั่งของเจ้านายขนาดไหน ดูอย่างอัลล์นั่นประไร นอกจากเรื่องในสงครามครั้งก่อนแล้ว เขาแทบไม่เคยหลุดนอกกรอบเลย

 

ฮาธอสบอกเล่าอย่างภาคภูมิ เพราะนายทหารผู้นั้นไม่ได้เป็นเพียงอดีตแม่ทัพเปี่ยมความสามารถ แต่ยังเป็น ตัวอย่างชั้นดีสำหรับปั้นบุคลากรในกองทัพด้วย ไคซัสพยักหน้าอย่างเห็นจริง หลายวันที่ทำงานมาด้วยกัน อัลล์คนนั้นแบ่งเบาภาระของเขาได้อักโข ปรับตัวเข้ากับวิธีการทำงานของเขาได้อย่างดีเยี่ยม คงจะเป็นครั้งแรกจริง ๆ ที่เทพอสูรหนุ่มนึกขอบคุณฟาเบียนที่ส่งทหารหนุ่มตาสีม่วงคนนั้นมา จากนี้อยู่ที่ว่าจะเอาเข้ามาอยู่ฝ่ายเดียวกันด้วยใจภักดีอย่างไรสินะ

 

ร่างสูงใหญ่หยุดเดินทำให้คนข้างกายพลอยหยุดตามไปด้วย ฮาธอสช้อนหน้ามองอีกฝ่ายโดยอัตโนมัติแล้วก็นิ่งไปเมื่อเห็นแววลึกล้ำของมหาเทพ ใจของเขาเต้นตึกตัก รู้ตัวเลยว่าแพ้ สายตาแบบนี้ของไคซัสเข้าเสียแล้ว ถูกจ้องทีไร ตัวเหมือนจะละลายไปกองกับพื้น แต่จำต้องสร้างกำลังใจสบตากลับ เพราะอยากรู้ว่าอีกฝ่ายต้องการอะไร

 

ฮาธอสสุ้มเสียงต่ำทรงพลังเอ่ยชัด ใจคนฟังยิ่งเต้นแรงขึ้นอีก ข้าอยากให้เจ้าคิดเรื่องย้ายมาอยู่ตำหนักของข้าเป็นการถาวร

 

เอ๊ะ!หางเสียงของเทพหนุ่มมีรอยไม่คาดฝัน

 

ข้ารู้ว่าเจ้าจงรักภักดีต่อเรเทเชียอย่างมาก แต่ข้าก็อยากให้เจ้ามาอยู่ข้างกายของข้าด้วย เจ้าเองก็รู้สึกแบบเดียวกันกับข้าใช่ไหม

 

มหาเทพจ้องตาอีกฝ่ายนิ่ง จับมือเล็กวางเหนืออกข้างซ้ายของตน ข้างใต้นั้นจังหวะการเต้นของก้อนเนื้อที่ซ่อนอยู่ข้างในแทบจะเป็นจังหวะเดียวกับฮาธอส สิ่งที่สัมผัสได้นั้นทำให้เทพคนสวนประหลาดใจไม่น้อย หมายความว่าอย่างไร? เขากับมหาเทพสงครามมีใจตรงกันอย่างนั้นหรือ เพียงแค่ จูบเดียวในวันนั้นสามารถสร้างสายสัมพันธ์ได้ขนาดนี้เลยหรือ ไม่สิ...เส้นใยสายสัมพันธ์กำลังถูกถักทอเข้าด้วยกันต่างหาก

 

ข้า...ยังไม่มั่นใจขอรับแพขนตาสีทองหลุบต่ำอย่างรู้สึกผิด ทว่าเขาก็คิดเช่นนั้นจริง ๆ ความรักและคนรักเป็นสิ่งที่เขาละเลยมาตลอดหนึ่งศตวรรษ ถึงจะเคยปากกล้าสอนสั่งนาซิลลาไปเมื่อไม่นานมานี้ แต่เอาเข้าจริงเขาก็แค่ไก่อ่อนตัวหนึ่ง ไก่อ่อนที่ถูกผู้ชาญยุทธ์กว่าล่อลวงด้วยหนึ่งจูบสะท้านหัวใจ ฉะนั้นเขาจึงอยากได้เวลาทบทวนตนเองให้แน่ใจเสียก่อน แต่มิใช่เพื่อตนเอง...เพื่อเทพอสูรหนุ่มที่อยู่ตรงหน้าเขาต่างหาก

 

ข้าเข้าใจความรู้สึกของเจ้าดี เพราะเมื่อก่อนข้าก็เป็นเหมือนกันไคซัสหัวเราะเก้อ ๆ ประสบการณ์สมัยแตกเนื้อหนุ่มซึ่งหลงรักชายงามผู้หนึ่งเข้าสอนให้เขาเตรียมใจรับทุกคำตอบ กระนั้นก็อดรู้สึกผิดหวังกับคำตอบปฏิเสธมิได้ แต่เมื่อเขามั่นใจว่าตนเอง รักอีกฝ่ายแล้วก็ต้องเปิดใจกว้าง ใช้เวลาได้ตามที่เจ้าต้องการ ข้ามีเวลามากมายเพื่อรอเจ้า

 

แม้จะเป็นคำพูดง่าย ๆ แค่ไม่กี่ประโยค แต่ความเข้าอกเข้าใจและความอารีที่แฝงมาในน้ำเสียงทุ้มต่ำนั้นทำให้ฮาธอสตื้นตันใจอย่างบอกไม่ถูก รู้สึกว่าการหวั่นไหวกับเทพอสูรตนนี้อาจเป็นเรื่องดีกว่าที่คิด เขาพยักหน้ายอมรับเรื่องเวลากับอีกฝ่ายแล้วก็นึกได้ วงหน้าคมสะดุดตาช้อนขึ้นมองเทพอสูรอีกครั้ง

 

สำหรับท่าน ความรักหรืออะไรหรือขอรับ

 

ถามแล้วรอคำตอบด้วยใจระทึก เป็นครั้งแรกที่เทพหนุ่มรู้สึกถึงเสียงหัวใจที่เต้นเป็นรัวกลองในอกนั้น ไคซัสยืนเงียบอยู่ชั่วอึดใจที่ใช้ความคิด...ชั่วอึดใจที่ฮาธอสรู้สึกว่ายาวนานนับสิบปี แล้วมือที่หนากว่า...หยาบกร้านกว่าก็ประคองมือเล็กของเขาขึ้นจุมพิตปลายนิ้ว แม้ร่างกายจะเย็น หากริมฝีปากกลับยังอุ่นพอสัมผัสได้ ไออุ่นนั้นแล่นริ้วไปกระแทกหัวใจเทพคนสวนอีกหน และอีกหลายครั้งตามจำนวนลมหายใจอุ่นที่เอ่ยคำพูดออกมา

 

สำหรับข้า ความรักคือ การให้เป็นการให้โดยไม่หวังค่าตอบแทนใด ๆ ทั้งนั้น ให้ด้วยความจริงใจ ให้ด้วยความปรารถนาให้อีกฝ่ายมีความสุข ให้ด้วยความบริสุทธิ์ใจนัยน์ตาสีส้มคมกริบปรากฏเกล็ดประกายพราวระยับเปี่ยมด้วยความจริงจังและจริงใจ ข้าสามารถให้เจ้าอีกมากมายนัก ขอเพียงเจ้าให้โอกาสข้าสักครั้งก็พอ

 

คงไม่มีครั้งไหนอีกแล้วที่ฮาธอสจะคิดว่าคำพูดสามารหวานได้จับใจขนาดนี้ หวานจนเขายังนึกกลัวว่าวันหนึ่งจะถอนตัวจากความรู้สึกนี้ไม่ขึ้น

 

----------------

 

หลังเสร็จจากการประชุมที่โดมทองรำไพ ขุนพลเทพทั้งสิบสองนายก็ไปประชุมย่อยกันต่อที่กรมราชองครักษ์ หน้าที่หลักของพวกเขาคือ การดูแลการศึกในมิติต่าง ๆ ซึ่งเป็นไปตามกำหนดของสวรรค์ หรือไม่ก็ดูแลการศึกที่มหาเทพจ้าวสวรรค์ตัดสินใจส่งกองทัพสวรรค์ไปช่วย แต่การประชุมครั้งนี้เป็นเพียงการสรุปผลการทำงานคร่าว ๆ ของทุกคนเท่านั้น

 

สรุปผลเสร็จแล้วขอให้ทุกคนส่งรายงานกันด้วยนะ เซย์เรียโน่ห้ามลืมเด็ดขาด!ซีลี ขุนพลเทพอันดับหนึ่งตะโกนตามหลังเด็กหนุ่มที่เผ่นแผล้วออกประตูไปทันทีที่ประชุมเสร็จ

 

รู้แล้วน่า!!เสียงเล็กแว่วกลับมาพอให้ได้ยิน ขณะที่เจ้าตัวไปถึงไหนต่อไป

 

เด็กหนุ่มในชุดจีนประยุกต์สีแดงพลิ้วตัวลงบันไดสองชั้นมาด้วยความรวดเร็ว คิดจะใช้ช่วงเวลาว่างจากนี้ไปเยี่ยมเยือนตำหนักเทพบรรพกาลตนหนึ่งที่เจ้าตัวกำลังติดอกติดใจสุราชั้นเลิศของที่นั่นอยู่

 

แต่ความสุขก็มีอันต้องสะดุดทั้งที่ยังไม่ทันเริ่ม เมื่อขุนพลเทพอันดับห้าวิ่งมาถึงทางออกมหาตำหนักเทพสวรรค์ ซึ่งมีลักษณะเป็นทางแคบ กำแพงหินอ่อนสูงว่าตัวเขาถึงห้าเท่า มีประตูกั้นทั้งหน้าและหลัง ปลายทางออกนั้นมีชายหนุ่มผมสั้นสีขาว สวมหน้ากากสีขาวปิดใบหน้าครึ่งบน คลุมทับด้วยเสื้อคลุมไม่มีแขนยาวจรดพื้น แค่เห็นชายคนนั้น เซย์เรียโน่ก็หมดอารมณ์จะทำเรื่องที่คิดในฉับพลัน ร่างเล็กเอานิ้วยอนหูเดินไปหาอีกฝ่ายแบบจำใจสุด ๆ

 

ว่าไงถามพลางเป่าเศษขี้หูทิ้ง ท่าทางกวนประสาทอีกฝ่ายยิ่งนัก

 

ท่านผู้นั้นให้มาเรียนถามว่าจัดการ เรื่องนั้นไปถึงไหนแล้ว

 

ก็ไปเรื่อย ๆเซย์เรียโน่ตอบปัด ๆ ตาหลุกหลิกมองไปเรื่อย หากไม่ติดว่าที่นี่ห้ามบิน ห้ามหายตัว เขาคงจะอันตรธานหายไปเดี๋ยวนี้เลย

 

ท่านผู้นั้นต้องการคำตอบที่ชัดเจนขอรับเจ้าหนุ่มชุดขาวกัดฟันทำเสียงข่ม

 

ทว่าค่าตอบแทนก็สวนกลับมาเกือบจะทันที แมลงไสยเวทตัวเท่าฝ่ามือกระโดดออกจากแขนเสื้อเซย์เรียโน่ไปเกาะที่ชายคนหนึ่ง ปลายคางของมันจ่อคอหอยในระยะประชิดจนรู้สึกถึงเข็มพิษแหลมเคลียผิวเนื้อ ผู้ข่มขู่ตัวแข็งเป็นหินทันใด

 

จริงอย่างที่ไคซัสพูด แมลงไสยเวทไม่เพียงตอบสนองต่อผู้ใช้พลังด้านมืดเท่านั้น ขอเพียงมีอำนาจสูงสุดเพียงพออย่างมหาเทพ จอมเทพ หรือแม้แต่ขุนพลเทพก็สามารถใช้งานมันได้เท่านั้น เจ้าสัตว์เล็ก ๆ นี้ต้องการแค่พลังเวทที่เพียงพอต่อการขับเคลื่อนตัวเองไปตามคำสั่งเท่านั้น

 

รู้แล้วน่าสุ้มเสียงเล็กเอาแต่ใจตอบกลับมา นัยน์ตาสีแดงวาวโรจน์อย่างไม่สบอารมณ์ ข้าไม่ทำให้เสียเรื่องอยู่แล้ว ช่วยนั่งเป็นผู้ชมเงียบ ๆ หน่อยไม่ได้หรือไง ยังไงซะเรื่องนี้ก็จบอย่างที่เจ้านั่นต้องการอยู่แล้ว!

 

ขณะเจ้านายพูด แมลงไสยเวทก็ไล้เข็มพิษผ่านผิวของชายชุดขาวไปด้วย เขาไม่กล้าแม้แต่จะหายใจ เหงื่อกาฬแตกพลั่ก ๆ อาบชุ่มตัวจนเปียกไปหมด เซย์เรียโน่เห็นแล้วเวทนาหรือไรไม่ทราบจึงดีดนิ้วเรียกแมลงรับใช้กลับคืนมาก่อนเดินไปใกล้

 

เอาคำพูดข้าไปบอกกับเขาตามนั่นแหละว่าแล้วเจ้าของร่างเล็กก็เฉียดผ่านไปอย่างไม่สนใจ ไม่แยแสแม้กระทั่งตอนที่ชายคนนั้นทรุดคลานกับพื้น

 

 

-----------------



:) Shalunla
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

125 ความคิดเห็น

  1. #111 แทนชื่อ (@funnydevilguy) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2557 / 00:08
    หนึ่งจูบสะท้านหัวใจ ชื่อฟังสยิวดี หยึ๋มกึ๋ยๆ 5555 ชอบๆ
    #111
    0
  2. #28 -เกม- (@-gem-) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 2 สิงหาคม 2556 / 18:57
    หินโมราแดง? หืมม?
    (ว่าแต่หินโมราคืออะไร... *ขอประทานอภัย*)

    ฮาธอสเทพรูปงาม(ไม่ให้เรียกคนสวย เรียกรูปงามแทนก็ได้~)นี่ลึกลับจังน้า~ แล้วยังคนคนนั้นอีก ? ใครอีกล่ะนี่

    ไคซัสเข้าฝูง แค่ก เข้ากลุ่มแล้วสินะ หวังว่าจะเป็นพรรคพวกที่ไว้ใจกันได้ล่ะ //อย่าเผลอตีกับเซย์เรียโน่อีกล่ะ...
    แต่แหม... นอกจากใจไว มือไว แล้วยังใจร้อนจะให้เขาย้ายมาอยู่ด้วยเลยเหรอไคซัส ฮึ่ยยย =w=''

    ทิ้งปมลงท้ายด้วยชายชุดขาวและ...ท่านผู้นั้น? ฮึ่ม ลุ้นเจ้าเซย์เรียโน่จริงว่าอยู่ฝ่ายไหนกันแน่ =A=
    ---------------------
    ปล. แบบว่า จริงๆอ่านตั้งแต่วันที่อัพแล้วค่ะ แต่ลืมเม้น orz เลยขอชดเชยด้วยคำผิดแล้วกันนะคะ♥ แหะๆ >w<;

    แต่ดูเหมือนกับขึ้นสวรรค์ของมหาเทพไคซัส - แต่ดูเหมือนการขึ้นสวรรค์ของมหาเทพไคซัส
    ว่าที่เจ้าจงใจปกปิดเรื่องนี้ไว้ก็พอคนคนนั้น - ว่าที่เจ้าจงใจปกปิดเรื่องนี้ไว้ก็เพราะคนคนนั้น
    แล้วยกมือขึ้นขอเวลานอนสักครู่ - แล้วยกมือขึ้นขอเวลานอกสักครู่
    ในชุดยาวกรุ่ยกรายสีขาว - ในชุดยาวกรุยกรายสีขาว
    ขุนนางยังเข้ามาประปลาย - ขุนนางยังเข้ามาประปราย
    ฮาธอตอบไป ที่ตามมาข้างหลังหันมองหน้ากันเองเล็กน้อย - เหมือนจะตกไปคำนึงนะคะ ประโยคมันแปลกๆ
    เซย์เรียโน่ส่งอย่างเป็นมิตร - เหมือนจะพิมพ์ตกรึเปล่าคะ...?
    จะคิดว่าคำพูดสามารหวานได้จับใจขนาดนี้ - จะคิดว่าคำพูดสามารถหวานได้จับใจขนาดนี้
    #28
    0