คุณกำลัง login ด้วย [ เปลี่ยนชื่อ | ออกระบบ ]
 กระทู้ Top5 วันนี้ | นิยาย | ค้นหานิยาย | บอร์ดนักเขียน | บอร์ด AF | บอร์ด TheStar | ของที่ระลึก Dek-D | App อ่านนิยายบนมือถือ New! |
  นิยายรักหวานแหวว | นิยายรักเศร้าๆ | นิยายซึ้งกินใจ | นิยายแฟนตาซี | นิยายผจญภัย | เรื่องสบายๆคลายเครียด | แฟนฟิค | วรรณกรรมเยาวชน |
เข้าสู่ My.iD Control สมัครเป็นนักเขียนใหม่ | วิธีลงบทความ กฏเกณฑ์การใช้งาน | การควบคุมเรตติ้ง

Aria of Gareth รวมเซ็ตภาคพิเศษ

ตอนที่ 112 : [ภาคพิเศษ] Rarel Story 5 [คู่ราเรล-แอซรี่]


     อัพเดท 15 พ.ย. 52
กลับไปหน้าหลักของบทความ
แจ้งเนื้อหาในตอนไม่เหมาะสม
นิยาย-เรื่องยาว: ฟรีสไตล์/แฟนตาซี
Tags: Aria of Gareth, รวมเรื่องสั้น, ภาคพิเศษเอเรีย, เอเรีย, ไมเคิล, มาร์ค, แอนจี้, เอมี่, เอมีเลีย, แอนเจลิน่า, มาริค
ผู้แต่ง : Keisei/MaKoto-sang ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Keisei/MaKoto-sang
My.iD: https://my.dek-d.com/keisei
< Review/Vote > Rating : 98% [ 3,742 mem(s) ]
This month views : 4 Overall : 70,640
1,642 Comment(s), [ แฟนพันธุ์แท้ 210 คน ]

[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
Aria of Gareth รวมเซ็ตภาคพิเศษ ตอนที่ 112 : [ภาคพิเศษ] Rarel Story 5 [คู่ราเรล-แอซรี่] , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 500 , โพส : 0 , Rating : 0% / 0 vote(s)

ขนาดตัวอักษร : เพิ่มขนาด | ลดขนาด





หลังจากเหตุการณ์วิวาทที่เกิดขึ้นเมื่อตอนกลางวัน   ทำให้เด็กหนุ่มที่มีสวมร่วมในครั้งนั้นต้องถูกลงโทษด้วยการติดตามทหารยามออกตรวจตราเมืองถึงสิบคืน   มันเป็นบทลงโทษอันหนักหน่วงที่เจ้าชายทรงพระทานให้แก่เด็กเกือบทุกคนในเหตุวิวาท   ยกเว้นเพียงราเรลที่ขณะนี้กำลังนั่งเฝ้าอาการของของแอซรี่ไม่ห่าง

หลังจากพลั้งมือผลักแอซรี่ตกลงไปในแม่น้ำอย่างไม่ได้ตั้งใจในเหตุวิวาท   ราเรลก็พาแอซรี่กลับมายังปราสาทตะวันออกอันเป็นที่พำนักของเลดี้ในการอุปถัมภ์ขององค์กษัตริย์   ซึ่งสาวใช้ช่วยกันเปลี่ยนชุดให้ก่อนขุนนางแพทย์อันดับหนึ่งนาม ‘ดยุคโจเซฟ’ จะขึ้นมาดูอาการให้แก่เด็กหญิงอย่างใกล้ชิด   ซึ่งอาการของเธอดูจะทรุดลงเพราะอาการช็อคในตอนตกลงไปในสระ   อีกทั้งน้ำเย็นยังทำให้เธอต้องล้มป่วยด้วยพิษไข้อีกด้วย

เด็กหนุ่มจากที่ดินคอนวอนนั่งกุมมือของแอซรี่ด้วยความห่วงใยไม่ห่าง   หัวใจก็ตั้งจิตอธิษฐานให้เด็กหญิงกลับมาได้สติและพูดคุยกับเขาอีกครั้ง   เขาจะขอโทษที่ทำร้ายเธอไปโดยไม่ได้ตั้งใจในวันนี้   จะก้มกราบแล้วเอาโขกหน้าผากกับพื้นเป็นพันๆ ครั้ง   เพื่อชดเชยกับสิ่งที่เธอได้รับซึ่งดูโหดร้ายอย่างยิ่งในสายตาของเขา   ถ้าหากเพียงในตอนนั้นสงบใจลงกว่านี้อีกสักนิด   แอซรี่คงไม่ต้องมานอนซมแบบนี้

ก้อกก้อก...เสียงไม้บานประตูถูกลั่นขึ้นทำให้ราเรลต้องละสายตาจากแอซรี่สักครู่   เขาเงยหน้ามองเด็กหนุ่มผมสีน้ำตาลอมดำชุดลำลองสีขาว   ซึ่งกำลังเดินเข้ามาในห้องพร้อมกับชายวัยกลางคนผมแดง   นั่นทำให้ราเรลต้องลุกขึ้นจากที่นั่งแล้วค้อมกายทำความเคารพคนทั้งคู่ในทันที

“ถวายพระพรเจ้าชาย...คารวะท่านหมอโจเชฟ” ราเรลกล่าว

“ตามสบายเถอะ   สหายข้า” ไมเคิลบอกพลางขยี้ผมอีกฝ่าย “ข้าบอกให้เจ้าเรียกข้าว่า ‘ไมเคิล’ ยังไงล่ะ   ถ้ายังไม่เรียกอีกข้าจะริบแอซรี่คืนมานะ”

“อ๊ะ!!  หา!!  ไม่นะพ่ะย่ะค่ะ” ราเรลร้องอย่างตื่นกลัว “อย่า...อย่าริบแอซรี่คืนนะพ่ะย่ะค่ะ!!”

“งั้นต้องพูดกับข้ายังไง” ไมเคิลบีบทำให้ราเรลต้องสลด

“ขอ...ขอโทษ...ข้าไม่ได้ตั้งใจ...และ...”

ราเรลพูดอย่างขัดเขินเรียกเสียงหัวเราะจากหมอชื่อ ‘โจเชฟ’ ได้ดีนัก   และไมเคิลเองก็ตบกลางกระหม่อมของเพื่อนคนใหม่เบาๆ อย่างนึกเอ็นดูเหมือนกัน   จากนั้นก็หันไปมองการตรวจรักษาของดยุคโจเซฟ

“เป็นยังไงบ้าง   ใต้เท้า” ไมเคิลถาม

“ไข้ขึ้นสูงกว่าเมื่อตอนกลางวันมากทีเดียว” ดยุคโจเซฟตอบเสียงเครียด

“เป็นไปได้ยังไงกัน   ข้านั่งเฝ้าเธอมาตั้งแต่ตอนบ่ายไม่เห็นมีอาการอะไรเลยนี่นา” ราเรลร้องด้วยความตกใจ

“เจ้านั่งกุมมือแอซรี่มาตลอดเลยหรือเปล่า   ราเรล” ไมเคิลถามขณะวางมือลงบนหน้าผากของแอซรี่

“ใช่   แล้วยังไง” ราเรลถามขณะไมเคิลถอนใจ

“ร่างกายคนเราเวลาสัมผัสอะไรนานๆ ก็จะเริ่มชิน   ดังนั้นถึงเจ้าจะมาจับตัวแอซรี่ตอนนี้ก็ไม่รับรู้ถึงความร้อนที่เปลี่ยนแปลงไปแล้วหรอก...”

ในตอนที่พูดขาดประโยคไปนั่นเอง   ดวงตาสีเขียวคมกริบสังเกตเห็นบางอย่างบนลำคอของแอซรี่   เจ้าชายหนุ่มเอื้อมมือลงไปพลิกใบหน้าของเด็กหญิงไปอีกด้าน   ก่อนกวักมือให้ดยุคโจเซฟเข้าไปดูใกล้ๆ ดุจเดียวกัน

“ใต้เท้า   รอยแดงๆ ตรงนี้”

“ไม่แน่เหมือนกัน   ร่องรอยยังเล็กเกินกว่าจะระบุได้จริงๆ” ดยุคโจเซฟบอกพลางจนปัญญา “อย่างน้อยต้องดูอาการต่อไปอีกสองถึงสามวัน   ถ้านางเป็นจริงๆ ก็คงไร้หวัง”

“ภาวนาให้อย่าเป็นแบบนั้นก็แล้วกัน” ไมเคิลบอกพลางลูบผมแอซรี่ด้วยความสงสาร

“ทำไมเหรอ...รอยแดงตรงคอของเธอนั้นทำไมเหรอ”

ราเรลถามหลังเห็นท่าทางอันแปลกไปจากเดิมของชายผู้สูงยศกว่าทั้งสอง   ความหวั่นวิตกเกิดขึ้นอย่างเสียมิได้   ด้วยเขารู้ดีกว่าแอซรี่สัมผัสต้องคนป่วยโรคฝีดาษมาก่อน   ซึ่งมันมีความเสี่ยงที่เธอจะติดเชื้อตามไปด้วยสูงมาก   เด็กหนุ่มแห่งคอนวอนจึงเข้าไปดูรอยแดงบนลำคอของเด็กหญิงด้วยความหวั่นใจ 

“แอซรี่เคยแตะต้องผู้ป่วยโรคฝีดาษมาก่อน   เธอจะติดเชื้อด้วยมั้ย” ราเรลถามไมเคิล “เธอจะเป็นไปด้วยมั้ย...”

“อย่างที่ท่านดยุคโจเซฟหรอก   ราเรล” ไมเคิลกล่าวพลางทิ้งตัวลงนั่งบนเตียงของแอซรี่ “ต้องใช้เวลาสองถึงสามวันในการดูอาการ”

“แล้วไม่มีทางอื่นเลยหรือที่จะรักษาน่ะ” ราเรลถามอย่างหวาดหวั่น

“มีแน่นอน   ราเรล” ไมเคิลบอกพลางเหลือบตามองสหายใหม่ “ท่านดยุคโจเซฟจะจัดยาลดไข้และยาอื่นๆ อันเป็นพื้นฐานการรักษาอาการไข้หวัดให้   แต่ถ้าหากว่าอาการแสดงชัดเจนว่าเป็นฝีดาษ...ถ้าผู้รู้ไม่ยอมออกปากพูดก็หมดทางเยียวยาแล้ว”

ความเงียบเกิดหลังจากเจ้าชายพูดจบประโยค   มันเป็นความเงียบอันน่าอึดอัดเมื่อไมเคิลมองราเรลด้วยสายตาคมกริบ   ประหนึ่งต้องการมองผ่านกำแพงใจของราเรลให้ทะลุปรุโปร่งไปข้างหนึ่ง   ซึ่งดยุคโจเซฟมองดวงตาของพระราชโอรสแห่งองค์กษัตริย์แล้วก็ได้แต่ถอนใจ   เพราะลองให้ไมเคิลได้สบตามองใครแบบนี้   ต่อให้มีอะไรซ่อนไว้ในใจลึกมากแค่ไหนก็ไม่อาจปกปิดได้อย่างเด็ดขาด

ไม่นานไมเคิลก็ยื่นมือไปวางปลายนิ้วลงบนแผ่นอกของราเรลอย่างมีเลศนัย   ดวงตาสีเขียวของเขาสบลึกดังล้วงถึงก้นบึ้งสามัญสำนึกของราเรลได้แล้ว   ทว่าก่อนพระองค์จะได้ตรัสสิ่งใดอันกดดันต่อเด็กหนุ่มจากคอนวอน   เสียงหวานอันอ่อนเปลี้ยของแอซรี่ก็ดังขึ้นเสียก่อน

“อย่ารังแกราเรลเสียเองสิเพคะ   เจ้าชาย...เขาเป็นเพื่อนของหม่อมฉันนะเพคะ”

“แอซรี่!!” ราเรลยิ้มร่าด้วยความดีใจพร้อมถลาไปกุมแอซรี่เอาไว้อีกครั้ง “ในที่สุดเจ้าก็ตื่น   เป็นยังไงบ้าง   เจ็บตรงไหนมั้ย   รู้สึกไม่ดีตรงไหนหรือเปล่า”

“ไม่เป็นอะไรแล้วล่ะ   นอกจากเวียนหัวกับครั่นเนื้อครั่นตัวอย่างอื่นก็ไม่เป็นอะไรแล้ว”

แอซรี่บอกทำให้คนอื่นต้องถอนใจอย่างโล่งอก   แต่ไมเคิลกับดยุคโจเซฟกลับหันมองกันและกันด้วยความกังวลเป็นเท่าตัว  

“ข้าขอโทษนะ   แอซรี่   เพราะวันนี้ข้าไม่สนใจเสียงห้ามของเจ้าแท้ๆ เลย” ราเรลบอกด้วยความสำนึก “ถ้าข้ายอมฟังเสียงเตือนของเจ้าสักนิด   เจ้าคงไม่ตกลงไปในสระน้ำแบบนั้น”

“ไม่เป็นไรหรอก   ราเรล” แอซรี่บอกพร้อมยกมือขึ้นลูบแก้มราเรล “เจ้าต่างหากไม่บาดเจ็บนั่นแหละดีแล้ว   คราวหน้าต้องใจเย็นให้มากกว่านี้นะ   การวิวาทกับคนอื่นไม่ใช่เรื่องดีหรอก...เชื่อข้าสิ”

แล้วเด็กหญิงก็ยิ้มให้แก่ราเรลอย่างอ่อนโยน   แต่รอยยิ้มนั้นกลับบาดลุกลงกลางหัวใจของราเรลอย่างแสนเจ็บปวด   เขายกมือของแอซรี่ขึ้นกุมแก้มของตนเอาไว้   ในขณะหยาดน้ำตาจากหลากหลายความรู้สึกรินร่วงลงมาอย่างช้าๆ  เขารู้สึกทั้งยินดี  โล่งใจ   เสียใจ   และหวั่นวิตกกันไปในคราวเดียว   หากว่าแอซรี่ผู้นี้มีอันต้องจากไปเพราะโรคร้าย   เขาจะเป็นอย่างไรต่อไปได้อีก   เนื่องจากทุกวันนี้สามารถอยู่ได้ก็เพราะเด็กหญิงผมสีน้ำตาลคนนี้โดยแท้

“เจ้าชาย...”

เสียงของบุคคลที่ถามดังขึ้นหลังบานประตูถูกเปิดออกอย่างช้าๆ  ร่างของจอร์จก้าวมายืนตรงบานประตูพร้อมจดหมายปิดผนึกสองซองในมือ   ซึ่งไมเคิลลุกขึ้นไปรับมันมาจากจอร์จแล้วเงยหน้าฟังรายงานอย่างคร่าวๆ

“จากการตรวจสอบทางตะวันออกไม่พบต้นกล้าของสมุนไพรที่ว่าเลยพ่ะย่ะค่ะ”

“อืม   ข้าเข้าใจแล้ว” ไมเคิลแสดงความรับรู้ “แล้ว...คนที่ข้าให้ตามหาล่ะ”

“ไม่พบเช่นกัน   รายงานบอกว่าพบเด็กลักษณะคล้ายๆ กันแต่ออกเดินทางออกจากเมืองไปก่อนหน้านั้นแล้ว” จอร์จส่ายหัวอย่างอับจน

“งั้นรึ   คลาดกันอีกแล้วหรือ” ไมเคิลทำหน้าสีเศร้า “เอาเถอะ   ข้าจะไปอ่านรายงานที่เหลือเอง   เจ้ากลับไปพักผ่อนได้แล้ว  อย่าลืมล้างเนื้อล้างตัวให้สะอาดด้วยล่ะ”

จากนั้นเจ้าชายก็หันไปหาราเรลและแอซรี่อีกครั้ง

“ราเรล   วันนี้เจ้ามีเรื่องกันในวิกฤตบ้านเมือง   ข้าจะต้องลงโทษเจ้าล่ะนะ” ไมเคิลบอกทำให้แอซรี่ต้องหยัดตัวขึ้นโต้แทนในทันที

“ทำไมล่ะเพคะ   พวกเมดีสกับคีเมสมาหาเรื่องราเรลก่อนนะเพคะ!”

“แต่กฎต้องเป็นไปตามกฎ   แอซรี่” ไมเคิลพูดเสียงเข้ม  “พวกที่วิวาทกันวันนี้โดนกันทุกคน  แม้แต่จอร์จเองก็โดนหางเลขไปด้วยเลย   ดังนั้นราเรลจะต้องรับโทษด้วยการ...ดูแลเจ้าตราบจนกว่าจะหายดี”

ขาดประโยคอันน่าตะลึงในช่วงท้ายพระวาจาของเจ้าชายแล้ว   ไมเคิลก็ยิ้มให้แก่ราเรลและแอซรี่อย่างอ่อนโยน   ก่อนกลับออกไปจากห้องก่อนใครเพื่อน   ทำให้ราเรลได้มีโอกาสโถมกายขึ้นกอดแอซรี่เอาไว้แน่นด้วยความดีใจ   ซึ่งสิ่งที่ตามมาคือ เสียงหัวเราะด้วยความสุขของเด็กทั้งสองคน   ความสุขที่แม้แต่ดยุคโจเซฟยังต้องนึกเสียดายที่มันอาจจะอยู่ได้ไม่นาน

“เอาล่ะ   ข้าคงต้องไปบ้างแล้ว   ต้มยานี่ให้แอซรี่กันวันละสามครั้งหลังอาหารนะ   ถ้ามีอะไรผิดปกติก็เรียกข้าได้ทันที”

พูดจบดยุคโจเซฟก็กลับออกไปจากห้องนั้นอีกคน   เหลือเพียงห่อยาที่วางทิ้งเอาไว้บนโต๊ะ   ในขณะราเรลยังไม่ปล่อยแอซรี่ออกจากอ้อมกอดแต่อย่างใด  

ทว่าทั้งๆ ที่ควรรู้สึกอึดอัดไปกับอ้อมแขนที่รัดแน่นนี้   แต่แอซรี่กลับรู้สึกอบอุ่นอย่างบอกไม่ถูก   ประหนึ่งว่าเธอต้องการให้ราเรลโอบกอดด้วยสองแขนแบบนี้มานานแล้วก็มิปาน   ในยามซบแก้มกับบ่ากว้างอันแข็งแกร่งนี้ก็เหมือนได้รับรู้ถึงความมั่นคงจากราเรลได้   ซึ่งมันช่วยเสริมสร้างกำลังใจให้แก่เธอที่กำลังเผชิญหน้ากับอาการป่วยไข้ได้เป็นอย่างดี  

และที่สำคัญแอซรี่ยังสามารถสัมผัสความรักที่เธอไม่เคยได้รับมาก่อนในชีวิต   ถึงจะเป็นเด็กในการอุปถัมภ์ขององค์กษัตริย์อาคาร์ส   ได้รับการเลี้ยงดูจากจูดิธมารดาของจอร์จ   แต่ความรักที่ได้รับกลับไม่เพียงพอกับที่ต้องการเลยสักนิด   เรียกได้ว่าจะได้รับการโอบกอดด้วยความรักจากใครมากแค่ไหน   ก็ไม่อาจหาความรักใดมาเติมเต็มได้เท่าที่สัมผัสจากราเรลเลย

   “ราเรล...ตัวอุ่นจัง”  แอซรี่เอ่ยขึ้นพร้อมพริ้มดวงตาลง 

“เพราะเจ้าตัวเย็นลงหรือเปล่า   แอซรี่” ราเรลถามยิ้มๆ ขณะลูบไล้ดวงหน้าอาบเหงื่อของเด็กหญิง “เป็นอะไรไปแอซรี่   รู้สึกไม่ดีอย่างนั้นเหรอ”

“ข้า...ข้ามี...มีเรื่องต้องบอกเจ้า...” แอซรี่พูดอย่างลำบากด้วยลมหายใจหอบกระชั้นมากขึ้น “ความจริง...ความจริงข้าไม่สบายสักพักแล้ว...เมื่อตอนกลางวัน...ที่ไปเจอพวกเจ้านั่นเพราะ...จะไปพบใต้เท้าโจเซฟ...”

“อะไรนะ   เป็นมาตั้งแต่เมื่อไหร่   แอซรี่...แอซรี่!!”

ทว่าแอซรี่กลับไม่ตอบรับเสียงเรียกของเด็กหนุ่มอีกต่อไปแล้ว   สติของเธอดับวูบลงจนไม่รับรู้สิ่งใดอีกต่อไป   ราเรลได้แต่เขย่าร่างของเด็กหญิงไปสักครู่   ก่อนตัดสินใจวางลงบนเตียงแล้ววิ่งออกจากห้องไปอย่างเร่งร้อน  

เขาวิ่งไปมุ่งหน้าไปตามทางเดินเพื่อตามดยุคโจเซฟที่เพิ่งออกจากห้องไปเมื่อครู่ให้ทัน   ซึ่งเขาได้พบหมอหลวงวัยกลางหยุดดูอาการเจ็บตาของเด็กหญิงคนหนึ่งตรงที่พักทางเดินขึ้นลงบันได   นั่นทำให้เขาทำเรื่องที่บ้าบิ่นที่สุดด้วยการกระโดดลงจากหน้ามุขทางเดินที่ตัวเองยืนอยู่   ลงไปที่พักทางเดินซึ่งอยู่ต่ำลงไปถึงสองชั้น

“ท่านหมอ!!”

“ว้าย!!” ... “เหวอ!!”

ทั้งดยุคโจเซฟและเด็กหญิงต่างพากันร้องลั่น   เมื่ออยู่ๆ ร่างของราเรลก็ตกลงตรงหน้าอย่างกะทันหัน   และไม่ได้รับบาดเจ็บๆ เลยทั้งสิ้น   ซึ่งนั่นยังความตื่นตะลึงให้แก่ดยุคโจเซฟที่เงยหน้ามองความสูงที่เด็กหนุ่มหน้าจะทิ้งตัวลงมา   มันเป็นความสูงที่สามารถหักขาคนธรรมดาคนหนึ่งได้เลยทีเดียว   สมแล้วที่เป็นหนึ่งในสมาชิกห้องเรียนมังกร   ความสูงเท่านี้ไม่สามารถทำอะไรเขาได้เลย

“แย่แล้วท่านดยุคโจเซฟ!!” ราเรลร้องพร้อมลากขุนนางแพทย์กลับขึ้นชั้นบนอีกครั้ง

“อะไร   แย่อะไรเหรอ” ดยุคโจเซฟถามงงๆ “แอซรี่เป็นอะไรไปอย่างนั้นหรือ”

“นางอาการแย่ลง   ข้าสงสัยว่านางจะติดโรคฝีดาษมาจริงๆ” ราเรลอธิบายอย่างรวดเร็ว “เพราะในวันที่ข้าได้พบกับผู้ป่วยโรคฝีดาษคนแรกของเมือง   เธอได้สัมผัสกับผู้ป่วยคนนั้นด้วย   ซึ่งหลังจากนั้นก็ล้มป่วยความจริงวันนี้นางจะไปพบท่าน   แต่กลับถูกข้าผลักตกน้ำซะก่อน!”

“หา!!  แล้วทำไมไม่บอกกันแต่แรก   ห๊ะ!!” ดยุคโจเซฟต่อว่า

“ก็นางเพิ่งสารภาพกับข้าเมื่อสักครู่นี้เองนี่ขอรับ!!!”

ราเรลเปิดประตูห้องนอนแอซรี่ดังโครมใหญ่   ซึ่งมันน่าจะทำให้ร่างเล็กในห้องสะดุ้งด้วยความตกใจ   แต่ร่างบนเตียงกลับยังนอนนิ่งไม่ติงไหว   นั่นทำให้เด็กหนุ่มต้องถลาเข้าไปกอดประคองร่างของเธอขึ้นมาอีกครั้ง  

“แอซรี่ตื่นสิ   แอซรี่!!” เขาเขย่าตัวเรียกเด็กหญิงซึ่งบัดนี้หายใจแผ่วจนน่าใจหาย

“วางเธอลง   ราเรล   ขอข้าดูอาการโดยรวมทั้งหมดอีกครั้ง”

เด็กหนุ่มจำต้องวางร่างของแอซรี่ลงกับเตียงตามคำสั่ง   จากนั้นก็ถอยออกมาให้ขุนนางแพทย์ได้ตรวจอาการได้สะดวก   ซึ่งดยุคโจเซฟจัดการเบิกดวงตาของเด็กหญิงขึ้น   เพื่อตรวจม่านดวงตาอันมีการขยายตัวมากกว่าปกติ   หลังจากนั้นจึงเลื่อนมือมาปลดเสื้อที่พันธนาการร่างแอซรี่ออก  ทำให้ราเรลต้องร้องลั่นด้วยความตกใจ   จนถูกดยุคโจเซฟดุด้วยด้วยตาอย่างโกรธขึง   ขณะเด็กหนุ่มเริ่มหน้าแดงหลังได้เห็นเนิ่นอกเล็กๆ ที่เพิ่งเริ่มก่อตัวตามวัยแรกสาว

ทว่ารอยขึ้นสีบนใบหน้าก็ราเรลก็จางหายไปโดยพลัน   เมื่อได้เห็นตุ่มสีแดงมากมายบนผิวเนียนของแอซรี่   ซึ่งทันทีที่ได้เห็นตุ่มเหล่านี้ดยุคโจเซฟก็ขมวดคิ้วมุนด้วยความไม่สบอารมณ์ในทันที

“เธอติดเชื้อจริงๆ  ราเรล” เขาบอกเสียงเครียด “ทำไมถึงเพิ่งมาบอกเอาตอนนี้   ใครอยู่ข้างนอกบ้างเข้ามาหน่อยสิ!!”

ขาดเสียงตะโกนเรียกราเรลก็ทรุดลงบนเตียงพร้อมกุมมือของแอซรี่เอาไว้แน่น   แลมองความทรมานที่ฉายบนดวงหน้าของเด็กหญิงด้วยความเจ็บปวด   พลางคิดไปว่าถ้าในวันนั้นเขาอยู่กับแอซรี่ตลอดเวลา   เธอก็คงไม่สัมผัสต้องร่างผู้ป่วยติดเชื้อฝีดาษเป็นแน่แท้   ในใจเริ่มสวดมนต์ขอต่อเทพเจ้าทั้งหลายให้ส่งมอบความทุกข์ทรมานที่แอซรี่กำลังประสบมาให้ตัวเอง   เขาจะขอแบกรับมันเอาไว้ในฐานะไม่ดูแลเธอให้ดี

“แอซรี่...ข้าขอโทษนะ...แอซรี่...” เขาคร่ำครวญในขณะดยุคโจเซฟหันไปสั่งกับสาวใช้ที่เดินเข้ามาอย่างเร่งด่วน

“เจ้าไปที่ห้องเยียวยา   ให้ผู้ช่วยจัดยาตามที่ข้าเขียนในกระดาษนี่โดยด่วน   แล้วขึ้นไปกราบทูลองค์กษัตริย์ให้ทรงทราบด้วยว่า แอซรี่ติดโรคฝีดาษมา!!”

“ทราบแล้วค่ะ   ใต้เท้า”

แล้วสาวใช้ก็วิ่งออกไปจากห้องในทันทีนั้น   ดยุคโจเซฟจึงหันมาตรวจดูอาการของแอซรี่อีกครั้ง   จากนั้นก็หันไปตระเตรียมการต้มยาเพื่อรักษาอาการของเด็กหญิงอย่างเร่งด่วน   ซึ่งในขณะเดียวกันนั้นราเรลก็นั่งเฝ้าอาการพร้อมโทษตัวเองในการติดเชื้อโรคร้ายของแอซรี่อย่างบ้าคลั่ง   แต่พลันนั้นเองที่หัวใจนึกถึงกับพูดของเจ้าชายหนุ่มขึ้นมาได้

เจ้ามีเรื่องอะไรจะเล่าให้ข้าฟังก็เล่าได้นะ   ข้าพร้อมรับฟังเรื่องของเจ้าอย่างยินดี... 

“ท่านหมอขอรับ   ตามปกติแล้วเจ้าชายมักใช้ห้องไหนประจำหรือขอรับ” ราเรลถามพลางหยัดกายขึ้นตรง

“ตามปกติหรือ   ตอนกลางคืนมักทรงงานอยู่ในห้องทรงอักษรส่วนพระองค์บนชั้นสามของปราสาทกลาง” ดยุคโจเซฟหันไปตอบแล้วถามด้วยความฉงน “เจ้าถามทำไมเหรอ”

“ข้าจะขึ้นไปพบพระองค์   ฝากดูแลแอซรี่ด้วยนะขอรับ”

พูดจบราเรลก็ก้มลงจูบบนหน้าผากของแอซรี่ด้วยความรู้สึกมากมายที่มอบให้  หลังจากนั้นก็หยัดตัวตรงหันหลังออกไปจากห้องอย่างรวดเร็ว   สองเท้าสาวมุ่งสู่ปราสาทกลางที่ห่างออกไปในระยะหนึ่งส่วนสี่ไมล์ด้วยความเร็วสูง   ซึ่งมันแปรเปลี่ยนจากการเดินเร็วกลายเป็นการวิ่งเมื่อมาถึงทางเชื่อมปราสาท   คนทุกคนที่อยู่ในเส้นทางต้องรีบหลบให้อย่างเร็ว   ด้วยเด็กหนุ่มพุ่งมาราวกับลูกธนูที่ถูกยิงออกจากคันศรก็ไม่ปาน

แม้จะต้องวิ่งขึ้นไปตามบันไดหินอ่อนอันสูงชันของปราสาทกลาง   อันเป็นปราสาทที่ใหญ่ที่สุดในพระราชวังอันกว้างใหญ่แห่งนี้   แต่ความเร็วของเด็กหนุ่มจากคอนวอนกลับมิได้ตกลงเลยแม้แต่เล็กน้อย   เขายังวิ่งต่อไปด้วยความเร่งร้อนที่สุดเท่าที่เคยมีมาในชีวิต  

ในตอนนี้เขาไม่สนใจอีกต่อไปแล้วว่า ใครจะยอมเชื่อในสิ่งที่เขากำลังจะพูดหรือไม่   แต่เขาเชื่อว่า หากเป็นเจ้าชายผู้เอ่ยปากรอคอยทุกเรื่องราวจากปากเขาคนนั้น   คงยอมเชื่อคำพูดของเขาไม่มากก็น้อย   โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องอันเกี่ยวข้องกับความเป็นความตายของแอซรี่...เด็กหญิงผู้ถูกเลือกให้ช่วยฉุดเขาจากความเศร้า

“เจ้าชาย...ข้าราเรลมีเรื่องสำคัญต้องการกราบทูล!!”

ราเรลประกาศก้องพร้อมกับออกแรงทุบประตูห้องติดป้ายห้องทำงานส่วนพระองค์ของเจ้าชาย   สองมือถูกหวดรัวบนประตูบานนี้ติดต่อกันเป็นจังหวะเร่งร้อนอย่างแจ่มชัด   ซึ่งเขาต้องหยุดเมื่อมีเสียงบานจับขยับดังออกมาจากภายใน   แล้วร่างเด็กหนุ่มนัยน์ตาสีเขียวทรงอำนาจก็ปรากฏขึ้น   แลเมื่อมองเข้าไปยังโต๊ะทำงานตัวใหญ่ด้านในสุดก็ได้เห็นองค์กษัตริย์อาคาร์สกำลังทรงพระอักษรอยู่   และพระองค์กำลังทอดพระเนตรราเรลด้วยความประหลาดพระทัย

“ขอประทานอภัยพ่ะย่ะค่ะ   ข้าพระองค์ไม่ทราบว่า...”

ลอร์ดใหม่แห่งคอนวอนกำลังจะขออภัยโทษในตอนไมเคิลฉุดตัวเข้ามาในห้องแล้วปิดประตู

“ไม่เป็นไร   บังเอิญห้องทำงานของข้ามันรกๆ ด้วยเอกสารก็เลยเลี่ยงมาใช้ห้องร่วมกับไมเคิลน่ะ” กษัตริย์อาคาร์สตรัสอย่างให้อภัย “แล้วมาเคาะประตูเรียกอย่างเร่งร้อนแบบนี้  มีเรื่องอะไรอย่างนั้นหรือ”

เด็กหนุ่มผู้กำลังตกอยู่ในความร้อนรนเงียบไปสักครู่   ก่อนทำใจกล้าเงยหน้าสบพระเนตรขององค์กษัตริย์อย่างแน่วแน่

“ฝ่าบาท   เกล้ากระหม่อมพอทราบว่าสมุนไพรที่เคยใช้ระงับโรคฝีดาษเมื่อร้อยกว่าปีก่อนอยู่ที่ไหนพ่ะย่ะค่ะ” เด็กหนุ่มโพลงออกไปทันใด

“จริงหรือ   เจ้าพูดจริงๆ หรือ” กษัตริย์อาคาร์สทรงหยัดพระองค์ขึ้นทันใด

“เล่ามาให้หมดสิ   ราเรล” ไมเคิลเข้าไปถามอย่างใกล้ชิด “ที่เจ้าพูดมาเป็นความจริงใช่มั้ย”

“พ่ะย่ะค่ะ   ข้าพระองค์ขอเอาชีวิตของตัวเองเป็นเดิมพัน” ราเรลให้คำมั่น “สมุนไพรชนิดนั้นยังเหลืออยู่ในที่ดินของคอนวอนเองพ่ะย่ะค่ะ   เหลืออยู่ในห้องเก็บทองที่ถูกปล้นออกไป   ซึ่งผนังอิฐสีแดงเป็นผนังที่ก่อขึ้นใหม่เมื่อกลายสิบปีก่อน   แต่ข้าเคยใช้ซ่อนตัวตอนเล่นเกมส์ซ่อนหากับเพื่อนๆ ในสมัยเด็กๆ น่ะพ่ะย่ะค่ะ   ข้าพระองค์ไม่แน่ใจว่ามันจะยัง...”

“หมายความว่ามีต้นกล้าอยู่ในห้องเก็บทองสินะ” กษัตริย์อาคาร์สทรงสันนิษฐานอย่างใช้ความคิดแล้วสบพระพักตร์หน้าพระโอรส “เราออกไปดูกันเองเถอะ   ไมเคิล”

“เอ๋...ให้ข้าพระองค์ไปก็ได้พ่ะย่ะค่ะ” ราเรลแย้งขึ้นในบัดดล “ข้ารู้ดีว่ามันอยู่ที่ไหน   ให้ข้าได้ทำอะไรเพื่อแอซรี่บ้างเถิด   เพราะข้าดูแลไม่ดีโดยแท้   นางถึงได้ติดเชื้อโรคฝีดาษเข้า”

“ข้าเคยเข้าไปในห้องเก็บทองมาก่อน   เจ้าอย่าได้กังวลไปเลย” กษัตริย์อาคาร์สตรัสพลางเสด็จมาตบบ่าของราเรล “ข้าคิดไม่ผิดที่เชื่อคำพูดของไมเคิล   และหากยากทำเพื่อแอซรี่จริงๆ   จงอยู่ดูแลนางที่นี่ห้ามออกไปที่ไหนเป็นอันขาดเข้าใจมั้ย”

“เอ่อ...เอ๋...” ราเรลทำท่าลังเล

“รับปากท่านพ่อข้าเถอะ   พระองค์ไม่ยอมให้เจ้าปฏิเสธแน่ๆ” ไมเคิลกล่าวพร้อมนำฉลองพระองค์กันหนาวมามอบให้พระบิดา “พวกข้าไปกันเองจะพวกทหารที่อยู่ตามป้อมจะเบิกทางได้ง่ายกว่า   เจ้าจงรออยู่ที่กับแอซรี่อย่างเชื่อมั่น...ตกลงนะ”

แม้พระวาจาจะสอบถามความเห็นของราเรลอย่างชัดเจน   แต่เชื้อพระวงศ์ผู้สูงศักดิ์ทั้งสองกลับเสด็จออกไปจากห้องทรงพระอักษรนี้โดยมิได้รอฟังคำตอบจากราเรลแต่อย่างใด   ลอร์ดน้อยแห่งคอนวอนได้แต่หันมองตามพระปฤษฎางค์ของสองกษัตริย์ไปอย่างอึ้งตะลึง

บางสิ่งในหัวใจของราเรลบอกให้ลองผ่อนคลายความหวาดระแวงลง   แล้ววางหัวใจอันเชื่อมั่นให้กษัตริย์อาคาร์สและเจ้าชายไมเคิล   และเชื่อว่าทั้งสองพระองค์จะสามารถนำต้นกล้าทั้งหมดนั้นกลับมาได้ 

ดังนั้นสิ่งที่เหลือให้ราเรลทำในตอนนี้มีเพียงการสวดภาวนาให้ทั้งสองพระองค์เสด็จกลับมาอย่างปลอดภัย   แลสวดขอให้ต้นกล้าที่ได้พบเมื่อหลายปีก่อนยังเหลืออยู่  

แลขอให้เทพเจ้าช่วยปกปักษ์รักษาชีวิตของแอซรี่เอาไว้ตราบจนถึงวันที่ทั้งสองพระองค์เสด็จกลับมา


????????????????????

 



Dek-D Writer APP : แอพอ่านนิยาย Dek-D บน iPhone , Android Phone
มาแล้ว!! เวอร์ชั่น iPad และ Android Tablet
Aria of Gareth รวมเซ็ตภาคพิเศษ ตอนที่ 112 : [ภาคพิเศษ] Rarel Story 5 [คู่ราเรล-แอซรี่] , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 500 , โพส : 0 , Rating : 0% / 0 vote(s)
Vote ให้คะแนนตอนนี้ Vote ได้ 1 ครั้ง / 1 ชม.
[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
หน้าที่ 1
หน้าที่ 1
Post your comment : แสดงความคิดเห็น
ส่วนที่ 1: Message ข้อความ

ส่วนที่ 2 : Name ลงชื่อ
  โพสความเห็นด้วย member Login name Password
  โพสความเห็นไม่แสดง member : ชื่อ* email รูปตัวแทน
            พิมพ์เลขที่เห็น

เธซเธ™เธฑเธ‡เธชเธทเธญเนƒเธซเธกเนˆเธ›เธฃเธฐเธˆเธณเน€เธ”เธทเธญเธ™เธžเธคเธฉเธ เธฒเธ„เธก 2561

ข้อตกลง & เงื่อนไขการใช้งาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้เป็นผลงานที่แต่งโดยผู้ลงผลงานเอง ลิขสิทธิ์ของผลงานนี้จะ
    เป็นของผู้ลงผลงานโดยตรง ห้ามมิให้คัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ ก่อนได้รับอนุญาต
    จากผู้ลงผลงาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้กระทำการคัดลอก ทำซ้ำ มาจากผลงานของบุคคลอื่นๆ ผู้ลง
    ผลงานจะต้องทำการอ้างอิงอย่างเหมาะสม และต้องรับผิดชอบเรื่องการจัดการ
    ลิขสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว

  • ข้อความและรูปภาพที่ปรากฏอยู่ในผลงานที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการส่งเข้าระบบ
    โดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่งเด็กดีดอทคอมมิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ
    หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น ผู้ใดพบเห็นการลงผลงานละเมิดลิขสิทธิ์ หรือ
    ไม่เหมาะสมโปรดแจ้งผู้ดูแลระบบเพื่อดำเนินการทันที
    Email: contact(at)dek-d.com ( ทุกวัน 24 ชม ) หรือ
    Tel: 0-2860-1142 ( จ-ศ 0900-1800 )

App อ่านนิยายบน iPad iPhone และ Android