คุณกำลัง login ด้วย [ เปลี่ยนชื่อ | ออกระบบ ]
 กระทู้ Top5 วันนี้ | นิยาย | ค้นหานิยาย | บอร์ดนักเขียน | บอร์ด AF | บอร์ด TheStar | ของที่ระลึก Dek-D | App อ่านนิยายบนมือถือ New! |
  นิยายรักหวานแหวว | นิยายรักเศร้าๆ | นิยายซึ้งกินใจ | นิยายแฟนตาซี | นิยายผจญภัย | เรื่องสบายๆคลายเครียด | แฟนฟิค | วรรณกรรมเยาวชน |
เข้าสู่ My.iD Control สมัครเป็นนักเขียนใหม่ | วิธีลงบทความ กฏเกณฑ์การใช้งาน | การควบคุมเรตติ้ง

Aria of Gareth รวมเซ็ตภาคพิเศษ

ตอนที่ 109 : [ภาคพิเศษ] Raral Story 2 [คู่ราเรล-แอซรี่]


     อัพเดท 1 ต.ค. 52
กลับไปหน้าหลักของบทความ
แจ้งเนื้อหาในตอนไม่เหมาะสม
นิยาย-เรื่องยาว: ฟรีสไตล์/แฟนตาซี
Tags: Aria of Gareth, รวมเรื่องสั้น, ภาคพิเศษเอเรีย, เอเรีย, ไมเคิล, มาร์ค, แอนจี้, เอมี่, เอมีเลีย, แอนเจลิน่า, มาริค
ผู้แต่ง : Keisei/MaKoto-sang ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Keisei/MaKoto-sang
My.iD: https://my.dek-d.com/keisei
< Review/Vote > Rating : 98% [ 3,742 mem(s) ]
This month views : 3 Overall : 70,639
1,642 Comment(s), [ แฟนพันธุ์แท้ 210 คน ]

[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
Aria of Gareth รวมเซ็ตภาคพิเศษ ตอนที่ 109 : [ภาคพิเศษ] Raral Story 2 [คู่ราเรล-แอซรี่] , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 524 , โพส : 2 , Rating : 0% / 0 vote(s)

ขนาดตัวอักษร : เพิ่มขนาด | ลดขนาด




อรุณรุ่งวันใหม่มาถึงพร้อมกับแสงตะวันอันอบอุ่น   ชีวิตทุกชีวิตตื่นจากการหลับใหลมาทำกิจกรรมต่างๆ ในชีวิตประจำวันกันอย่างแข็งขัน   ทั้งพระราชวังเริ่มกลับมามีชีวิตอีกครั้งหนึ่งหลังจากที่เงียบงันไปเพราะยามค่ำคืน

ทว่าในขณะที่คนอื่นๆ กำลังเตรียมตัวรับงานในวันใหม่นั้น   ภายในห้องนอนของนักเรียนอัศวินคนใหม่ที่มาถึงคืนวานกลับยังสงบเงียบ   บนเตียงใหญ่นั้นราเรลกำลังนอนคลุมโป่งหลบจากแสงอรุณอันอ่อนโยนนั้นเงียบๆ   เขาไม่ปรารถนาจะให้ท้องฟ้ามีสีสันต์ใหม่นอกจากความดำมืด   เพราะมันไม่เหมาะกับคนที่สูญเสียซึ่งชีวิตและจิตใจเช่นเขา   และเขาก็ไม่อยากพบกับผู้คนอันวุ่นวายที่กำลังดำเนินชีวิตประจำวันนอกห้องนั้น 

ทว่าความปรารถนาของเขาดูจะไม่เป็นความจริงได้เสียแล้ว   บานประตูห้องนอนถูกใครบางคนกระแทกเปิดออกพร้อมกับวิ่งฝีเท้าที่วิ่งเข้ามา   ซึ่งเสี้ยววินาทีที่กำลังจะเปิดผ้าออกไปดูผู้มาเยือนนั้นก็มีบางสิ่งถูกทิ้งลงมาบนตัวของเขาอย่างแรง

“โอ๊ย!!”

“ตื่นได้แล้ว!   ตื่นๆ” เสียงใสของแอซรี่ดังขึ้นพร้อมกับผืนผ้าที่ถูกทึ้งออกจากตัว “เช้าแล้วนะ   จะนอนไปถึงไหน”

เด็กหนุ่มลุกขึ้นนั่งมองแอซรี่ที่บัดนี้อยู่ในชุดสีเขียวแสนสวยนั่งอยู่บนเตียงอย่างไม่เข้าใจ   แต่เธอจะเข้าใจสีหน้าของเขาก็หาไม่   ในทางตรงกันข้ามเธอกลับมองเขาด้วยสายตาใสซื่อบริสุทธิ์จนต้องหันหน้าหลบตา

“อะไรกัน   ตื่นอยู่แล้วก็ไม่บอก” แอซรี่บ่นพลางดึงเขาให้ลงจากเตียงตามไป “เอาล่ะ   ลุกๆ อย่าชักช้าเลย   วันนี้องค์เหนือหัวรับสั่งให้เจ้าไปพบที่ห้องสมุด   เจ้าต้องรีบอาบน้ำเปลี่ยนชุดและทานอาหารเช้าออกไปพบพระองค์นะ”

อีกครั้งที่ไม่มีเสียงดังออกจากปากของราเรล   ทว่าเด็กหนุ่มก็ยอมเดินตามแอซรี่ออกไปยังห้องโถงส่วนตัวด้านนอก   ซึ่งมีข้ารับใช้สามคนยืนอยู่   โดยคนหนึ่งกำลังจัดอาหารเช้าลงบนโต๊ะอย่างเอาใจใส่   ในขณะที่อีกสองคนกำลังเตรียมอ่างน้ำและกั้นฉากให้เขาใช้อาบ   พร้อมทั้งจัดเตรียมเสื้อผ้าใหม่ให้แก่เขาอีกด้วย   ราเรล มองข้ารับใช้ทั้งสามคนนั้นด้วยความแปลกใจ   ก่อนจะมองแอซรี่ที่ยังไม่ปล่อยมือไปจากเขา

“พวกเขาจะดูแลเจ้านับแต่วันนี้ไปนะ   เป็นคนที่เจ้าชายจัดหามาด้วยตัวเองเลยล่ะ” เด็กหญิงบอก

“ฝากตัวด้วยนะขอรับ   ข้าน้อย ‘เอมัส’  และสหายอีกสองคนคือ ‘โดเรีย’ และ ‘คาเซส’”

ข้ารับใช้ผู้จัดเตรียมอาหารเช้ากล่าวเป็นคนแรกพร้อมผายมือแนะนำเพื่อนอีกสองคน   ซึ่งชายผมดำและผมน้ำตาลคำนับคารวะให้แก่ราเรลตามลำดับ   ซึ่งเด็กหนุ่มก็พยักหน้าทำความรู้จักพวกเขาเล็กน้อย   แต่ก็ยังไม่ยอมพูดสิ่งใด   ทว่ามีใครใส่ใจโวยวายหรือเสียหน้าก็หาไม่   ด้วยเข้าใจดีถึงสภาพจิตใจของราเรลในตอนนี้   และพวกเขาหวังอย่างยิ่งว่า ราเรลจะกลับมาร่าเริงเหมือนกับเด็กหนุ่มทั่วไปได้อีกครั้ง

ถึงตอนนี้แอซรี่ก็ปล่อยราเรลเอาไว้กับข้ารับใช้   ในขณะที่เธอออกไปรออยู่ด้านนอกจนกว่าเขาจะอาบน้ำเสร็จ   โดยในช่วงเวลานั้นข้ารับใช้ทั้งสามต่างก็หลบเลี่ยงออกอย่างเข้าใจ   ราเรลจึงได้นั่งแช่น้ำอุ่นท่ามกลางอากาศเย็นยามเช้าเงียบๆ   พร้อมทั้งครุ่นคิดถึงวันวิปโยคที่เขาเหลือรอดมาเพียงคนเดียว

มันคืนฟ้าใสมีพระจันทร์แสนสวยฉายเด่นบนฟากฟ้า   ครอบครัวของเขากำลังจัดงานเลี้ยงรวมญาติครั้งใหญ่   ทำให้มีคนในตระกูลมารวมตัวกันมากกว่าหนึ่งร้อยคน   ทุกคนต่างก็มีความสุขและไม่มีใครเอ่ยปากถึงทองจำนวนมหาศาลที่ถูกเก็บเอาไว้ในห้องใต้ดินเลย

ทว่าความสุขเหล้านั้นก็เปลี่ยนไปเมื่อข้ารับใช้ที่เคยคิดว่าซื่อสัตย์นั้นคว้าดาบออกมาเข่นฆ่าคนในตระกูล   แม้ต่อสู้ได้แต่ด้วยจำนวนข้ารับใช้ที่มีมากก็ทำให้พวกเขาถูกฆ่าไปจนเกือบหมดไม่เว้นแม้เด็กเล็กๆ   ราเรลหนีรอดมาได้เพราะกระโดดลงไปในบ่อน้ำบาดาล   แล้วหลบซ่อนอยู่ในนั้นจนกระทั่งองค์กษัตริย์เสด็จมาพบในอีกหลายวันถัดมา

พ่อแม่ญาติพี่น้องของเขาทุกคนตายหมด   ซากศพถูกทิ้งเอาไว้ในปราสาทจนเริ่มเน่าเปื่อยอย่างน่าอนาถ   แต่เขาก็ไม่เคยเห็นศพของคนเหล่านั้นเลย   เนื่องจากองค์กษัตริย์พาตัวกลับมายังพระราชวังแห่งนี้เสียก่อน   สิ่งที่เขารู้มาระหว่างทางคือ  คนในตระกูลทุกคนถูกฝังเรียงรายกันบริเวณลานข้างปราสาทนั่นเอง  

เด็กหนุ่มผู้สูญเสียทุกอย่างและยังหลบหนีเพราะความกลัวตายได้แต่โทษตัวเองที่ขี้ขลาด   ถ้าหากในตอนนั้นเขาอยู่ร่วมต่อสู้ไปกับทุกคน   เขาก็คงไม่เหลืออยู่เพียงลำพังเช่นตอนนี้  

ไร้เพื่อน...  

ไร้ญาติ...  

ไร้หัวใจ...

“ขออภัยท่านราเรล”

เสียงของเอมัสดังขึ้นทำให้ราเรลถึงกับสะดุ้ง   เขาหันกลับไปมองข้ารับใช้หนุ่มด้วยความหวาดระแวงอยู่ไม่น้อย

“ตอนนี้ท่านแอซรี่รออยู่นานแล้ว   ถ้าอย่างไรช่วยอาบน้ำให้เร็วขึ้นอีกสักนิดเถิด   การให้สุภาพสตรีรอนั้นมิใช่เรื่องดีสำหรับอัศวินน่ะขอรับ”

ได้ยินแบบนั้นราเรลก็พยักหน้าแสดงความเข้าใจก่อนจะลุกขึ้นจากอ่าง   หยิบคว้าเอาเสื้อผ้าชุดใหม่มาสวมใส่อย่างรวดเร็ว   ทว่าในขณะที่กำลังหยิบเสื้อคลุมตัวใหม่มาสวมนั้นเขาก็ต้องชะงัก   เมื่อได้กลิ่นหอมหวานคล้ายกับอะไรบางอย่างที่เขาเคยสัมผัสมาก่อน   แต่เด็กหนุ่มก็นึกไม่ออกว่ามันคืออะไรกันแน่   กระนั้นกลิ่นนี้ก็ทำให้เขานึกถึงบ้านเกิดและนึกชอบอยู่ในใจ   ความทรงจำอันเลวร้ายดูจะหายไปเมื่อได้กลิ่นหอมหวานนี้

เมื่อราเรลกลับออกจากหลังฉากกั้นอีกครั้ง   โดเรียก็เปิดประตูไปเชื่อเชิญแอซรี่ที่ยืนรออยู่กลับเข้ามา   เธอจึงเก็บนิตติ้งในมือลงตระกล้าแล้ววิ่งเข้ามานั่งโต๊ะเดียวกับราเรล  

“มื้อเช้านี้เจ้าชายเป็นคนสั่งให้พ่อครัวเป็นคนปรุงนะ   ลองท่านดูสิ”

แอซรี่บอกพร้อมหยิบมีดและส้อมยื่นให้กับราเรล   เด็กหนุ่มมองมันด้วยสายตาไร้ความรู้สึกแต่ก็นึกลังเลในใจไม่น้อย   ก่อนจะยอมรับมันมาแล้วเริ่มมื้อเช้าอันไม่น่าอภิรมย์สำหรับเขา

เพียงเท่าทันทีที่ชิ้นเนื้ออันนุ่มเนียนปรุงรสอย่างกลมกล่อมพอดีลิ้นเข้าปาก   ดวงตาของราเรลก็เบิกขึ้นเล็กน้อยด้วยความประหลาดใจ   มันเป็นรสชาติที่เขาไม่เคยกินมาก่อนในชีวิต   แม้แต่ที่คอนวอนก็ยังไม่มีรสชาติที่หวานนุ่มเช่นนี้มาก่อนเลย   เขาเริ่มสงสัยเสียแล้วว่ามันปรุงด้วยอะไรกันแน่

“อร่อยมั้ย   มันปรุงรสด้วยน้ำผึ้งนะ” แอซรี่โพลงขึ้นมาราวกับอ่านใจ “เจ้าชายทรงตรัสว่าเจ้าน่าจะชอบก็เลยให้พ่อครัวทำน่ะ”

“เจ้าชอบเจ้าชายมากเหรอ...”

เสียงแผ่วนี้ทำให้คนทั้งห้องตะลึง   เพราะมันเป็นประโยคแรกที่ราเรลเอ่ยขึ้นในเช้านี้   ทุกคนหันมองราเรลด้วยความสงสัยนิดๆ ว่าทำไมเขาจึงเลือกเอ่ยประโยคนี้ออกมา   หรือว่าจะไม่พอใจที่แอซรี่ชอบเจ้าชายรัชทายาท

“ชอบสิ   ชอบมาเลย” แอซรี่ตอบอย่างซื่อบริสุทธิ์แต่ก็มากพอจะทำให้มือของราเรลชะงักได้ “พระองค์ทรงเป็นเจ้าชายที่ใส่พระทัยทุกคน   ถึงจะนิสัยร้ายกาจไปเสียหน่อยแต่ก็ทำทุกอย่างให้จากใจจริง   แม้แต่เรื่องของเจ้าก็เอาพระทัยใส่อย่างดี   ทรงตรัสห้ามการเหยาะเย้ยถากถางใดๆ กับเจ้า   และยังทรงเป็นพี่ชายที่แสนดีของข้าด้วย   เจ้าจะต้องชอบเจ้าชายแน่ๆ ข้าเชื่อเช่นนั้น”


ทั้งที่คำพูดทั้งหมดนั้นกลั้นกรองออกมาจากจิตใจของแอซรี่   แต่มันก็สร้างความรู้สึกหนึ่งขึ้นในจิตใจของราเรล   น่าประหลาดที่หัวใจที่ควรด้านชาไปแล้วกลับเริ่มมีความรู้สึก   เพราะเด็กผู้หญิงผมสีน้ำตาลคนนี้อย่างนั้นหรือไรที่ช่วยกระตุ้นจิตใจอันสดใสที่ซ่อนลึกอยู่ออกมา   แล้วสมควรแล้วหรือไม่ที่จะปล่อยให้ความรู้สึกเหล่านั้นกลับมา   เขาสมควรจะเงยหน้ามองแสงสว่างที่ฉายฉานอยู่ในตอนนี้หรือไม่

“ราเรล   ไม่เป็นไรอะไรนะ” เสียงของแอซรี่ถามขึ้นอย่างเป็นห่วง

เด็กหญิงวางอุ้งมือลงบนหลังมือใหญ่ของเด็กหนุ่มอย่างห่วงใย   ราเรลมองมือนั้นสักครู่แล้วก็ส่ายหัว   ยังเหตุให้ข้ารับใช้ทั้งสามต้องถอนใจด้วยความผิดหวัง   ทั้งๆ ที่เด็กหนุ่มน่าจะเอ่ยคำพูดออกมาได้มากกว่านี้แท้ๆ   แต่เขากลับเงียบลงอันเป็นการบอกว่าเขาเลือกที่จะอยู่กับความมืดในจิตใจมากกว่า

สักครู่ใหญ่หลังจากนั้นราเรลและแอซรี่ก็ออกจากห้องพักมุ่งหน้าสู่ตัวปราสาทใหญ่   ซึ่งองค์กษัตริย์กำลังรอให้ราเรลเข้าไปพบ   โดยตลอดทางนั้นแอซรี่ฮัมเพลงเบาๆ ด้วยความสุข   นั่นทำให้เด็กหนุ่มหันมองเด็กหญิงด้วยความสงสัยว่าเธอไปเอาความสุขมาจากไหน   เพราะทุกอย่างที่อยู่รอบข้างนี้ก็ว่างเปล่าเสียจนไม่น่ามีสิ่งใดมาสร้างความสุขให้แก่เธอได้เลย

แต่เสียงเพลงแห่งความสุขนั้นก็ดังต่อจนไปกระทั่งถึงห้องหนึ่ง   ซึ่งถูกปิดกั้นเอาไว้ด้วยบานประตูไม้โอ๊คชั้นเลิศ   ราเรลและแอซรี่หยุดยืนอยู่ที่นี่   โดยเด็กหญิงทำหน้าที่เคาะประตูบอกการมาถึงให้คนในห้องทราบตามมารยาทอันควร

“องค์กษัตริย์อาคาร์สเพคะ   หม่อมฉัน ‘แอซรี่’ พา ‘ท่านราเรลแห่งคอนวอน’ มาเข้าเฝ้าแล้วเพคะ” เธอเอ่ยปากรายงานอย่างเป็นทางการ

“เข้ามา   ข้ากำลังรอเจ้าทั้งสองคนอยู่”

เสียงแหบพร่าแต่นุ่มลึกดังผ่านบานประตูออกมา   แอซรี่จึงเปิดเข้าไปในห้องนั้นทันที   เธอเปิดทางให้ราเรลเดินเข้าไปก่อนตามมารยาทของคนต่ำศักดิ์กว่า   เพราะถึงแม้จะเป็นเด็กในอุปถัมภ์ขององค์กษัตริย์อาคาร์ส   แต่เธอก็ยังไม่ได้รับการแต่งตั้งฐานะเลดี้อย่างเป็นทางการ   ดังนั้นราเรลที่ได้ขึ้นเป็นลอร์ดตามการสืบทอดทางสายเลือดจึงได้เข้าไปก่อน

ในห้องนั้นกษัตริย์กำลังทรงอ่านเอกสารบางอย่างอยู่   โดยมีเจ้าชายไมเคิลยืนเคียงข้างพร้อมเอกสารในมือเช่นกัน   ราเรลมองหน้าเชื้อพระองค์ทั้งสองสักครู่แล้วเหลือบต่ำลงมองพื้นอีกคราว

“เงยหน้าสบตาข้า   ราเรล”

องค์กษัตริย์ตรัสขึ้นทำให้เรเทลต้องเงยหน้าอย่างช่วยไม่ได้   ตอนนี้พระองค์กำลังรับเอกสารอีกชุดจากบุตรชาย   ในขณะที่แอซรี่เดินมายืนเคียงข้างราเรลอย่างอาจหาญ   ซึ่งองค์กษัตริย์ทอดพระเนตรแล้วตรัสว่า

“แอซรี่   ผลการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ของเจ้าไม่น่าพอใจเท่าที่ควรนะ”

ได้ยินแบบนั้นแอซรี่ก็ทำหน้าเบี้ยว

“ก็...ก็...หม่อมฉันไม่ชอบนี่เพคะ” เธอว่าพร้อมโยกตัวไปมา “มันน่าปวดหัวออกจะตายไป”

“แต่เจ้าเป็นเด็กอุปถัมภ์ของข้า   ผลการเรียนต้องดีเพื่อยกตัวเองเหนือคนอื่นแล้วจะได้ไม่ถูกดูถูกไง” กษัตริย์อาคาร์สบอกพลางหันไปหาบุตรชาย “เจ้าลองให้คนไปตรวจสอบดูที่นี่หน่อยนะ”

“พ่ะย่ะค่ะ   แต่ท่านพ่อลูกว่าเราน่าจะประกาศออกไปได้แล้วนะพ่ะย่ะค่ะ” ไมเคิลเสนอเกี่ยวกับเรื่องที่เข้าใจกันเพียงสองคน “หากว่าช้ากว่านี้การเตรียมการของเมืองหลวงจะไม่เพียงพอสกัดกั้นได้นะพ่ะย่ะค่ะ”

“อืม   ที่เจ้าพูดมามันก็ถูก   จัดการให้พ่อเลยก็แล้วกัน” กษัตริย์อาตาร์สตรัสอนุญาต “เรียกหมอทุกระดับฝีมือเข้ามาในเมืองทันที   สถานที่ต่างๆ เจ้าเห็นควรใช้ที่ไหนก็เลือกที่นั่นเลย”

ได้ยินเช่นนั้นไมเคิลก็มีสีหน้าครุ่นคิด   ซึ่งแอซรี่กระตุกชายเสื้อของราเรลเบาๆ ให้เขาก้มลงพร้อมกระซิบบอกว่า เจ้าชายกำลังจะทำเรื่องเอาแต่ใจแล้ว   ซึ่งราเรลก็มองไปที่เจ้าชายด้วยสายตาสงสัย   ก่อนจะรู้สึกขนลุกเมื่อได้เห็นรอยยิ้มแห่งความอวดดีเหยียดขึ้นบนเรียวปากของเจ้าชายหนุ่ม

“ใช้ได้แม้กระทั่งวิหารหลวงหรือพ่ะย่ะค่ะ” เขาเอ่ยปากถามพระบิดาทำให้ปากกาขนนกของพระองค์ต้องชะงัก


องค์กษัตริย์ทรงเงยพระพักตร์ขึ้นมองไมเคิลด้วยสายตาไร้ความรู้สึก   ก่อนจะยกปากยิ้มด้วยความเข้าใจความคิดของบุตรชายเป็นอย่างดี

“พ่อจะเขียนหมายแล้วให้คนเอาไปให้ทีหลัง   เจ้าออกไปเตรียมตัวก่อนก็แล้วกัน” พระองค์ตรัส

“พ่ะย่ะค่ะ”

ไมเคิลคำนับให้พระบิดาอย่างนอบน้อมแล้วเดินฉากออกมา   ซึ่งก่อนจะออกจากห้องนั้นเขาแวะไปลูบผมของแอซรี่และตบไหล่ของราเรลอย่างแผ่วเบา   และเพียงทันทีที่บานประตูปิดลงองค์กษัตริย์ก็ทรงเงยพระพักตร์มองราเรลอีกครั้ง

“เมื่อคืนกลับสบายมั้ย   ราเรล” พระองค์ทรงถามด้วยเสียงอบอุ่น

แต่เด็กหนุ่มก็ยังเงียบไม่คิดตอบองค์กษัตริย์แต่อย่างใด   ทว่าเมื่อได้สบสายพระเนตรที่จ้องมองเขาด้วยความอบอุ่นแล้ว   ราเรลก็ไม่อาจบังคับริมฝีปากของตัวเองได้อีก

“พ่ะย่ะค่ะ...” เสียงที่ตอบนั้นช่างแผ่วเบาราวกระซิบ

“เสียงที่ตอบยังไม่ค่อยดีเท่าไหร่   เอาเถอะ   ทุกอย่างต้องใช้เวลาในการเยียวยา” องค์กษัตริย์ตรัสพร้อมทรงลุกจากพระเก้าอี้ “ข้ามีเรื่องหนึ่งที่อยากบอกเจ้านั่นก็คือ นับแต่นี้เจ้าคือ ท่านลอร์ดคนใหม่แห่งคอนวอน   ตามการสืบทอดทางสายเลือด   แต่เมืองนั้นจะกลายเป็นเมืองร้างถ้าหากไม่มีการฟื้นฟู”

“แล้วพระองค์จะทรงฟื้นฟูให้มั้ยเพคะ” แอซรี่ถามแทรกขึ้นมาคล้ายกับอ่านใจราเรลออกอีกครั้ง

“แน่นอนสิ   เพียงแต่ต้องผ่านช่วงนี้ไปให้ได้เสียก่อนน่ะ” กษัตริย์อาคาร์สตรัสอย่างไม่สบายพระทัย

“เรากำลังเผชิญกับอะไรอยู่หรือเพคะ” แอซรี่ถามต่อไป

เธอจับแขนเสื้อของราเรลเอาไว้คล้ายกับต้องการขอความมั่นใจ   หรือไม่ก็เพื่ออ่านคำถามต่างๆ ที่เกิดขึ้นในจิตใจของเด็กหนุ่ม   เพราะทุกคำถามที่ถามออกไปนั้นล้วนแล้วแต่ดังขึ้นในหัวสมองของราเรลทั้งสิ้น

“โรคฝีดาษ...”

คำนี้จากพระวาจาของกษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่แห่งอาดิทอลทำให้ราเรลต้องอึ้ง   มันเป็นชื่อของโรคร้ายที่ยากแก่การจะรักษามากที่สุดโรคหนึ่งเท่าที่เคยมีในทวีปอันกว้างใหญ่แห่งนี้   โรคที่คร่าชีวิตของผู้คนนับล้านไปเมื่อหลายร้อยปีก่อน  

บัดนี้มันได้กลับมาอีกครั้งโดยลุกลามลงมาจากทางเหนือ   ซึ่งยากแก่การจะป้องกันเป็นที่สุด   เมืองหลายเมืองของอาดิทอลตามแนวตะเข็บชายแดนเริ่มได้รับเชื้อโรคนี้กันบ้างแล้ว   และอีกไม่นานก็อาจจะมาถึงเมืองหลวงแห่งนี้   เพราะอัตราการลุกลามนั้นรวดเร็วราวกับพายุทอนาโดก็มิปาน

ไม่มียาดีใดมารักษาได้...

ไม่มีหมอเก่งคนใดแก้หายได้...

โรคร้ายที่ไม่เคยมีใครเอาชนะได้เลยสักคราเดียว

ทว่ากลับมีดินแดนหนึ่งที่ไม่ค่อยเป็นที่รู้จักในปัจจุบันตราบจนเมื่อกลายวันก่อน   ดินแดนแห่งนั้นเคยเป็นแหล่งเพาะพันธุ์สมุนไพรตัวหนึ่งที่ใช้เป็นกษัยยาบรรเทาอาการของโรคฝีดาษได้อย่างชะงัด   ซึ่งในช่วงที่โรคระบาดร้อยกว่าปีก่อนนั้นเมืองนี้ได้ส่งต้นกล้าสมุนไพรดังกล่าวจำนวนมากออกไปยังเมืองต่างๆ   เพื่อใช้เพาะพันธุ์มาทำกษัยจนกระทั่งการระบาดหยุดลง

เมืองที่ทำการเพาะพันธุ์สมุนไพรที่กล่าวถึงได้สำเร็จก็คือ คอนวอน  

เมื่อการระบาดหยุดลงเมืองใหญ่ๆ หลายเมืองได้ตั้งตนเป็นผู้เพาะพันธุ์สมุนไพรต้นนั้นอย่างออกหน้าออกตา   ชื่อของเมืองที่เป็นต้นกำเนิดเริ่มถูกลืมเลือนไปตามกาลเวลาจนกระทั่งกลายเป็นเมืองเล็ก   มีขุนนางเข้ามารับราชการในเมืองหลวงอยู่ไม่กี่รุ่น   พวกเขาไม่เคยเอ่ยปากถึงสมุนไพรอันเป็นกษัยยารักษาโรคฝีดาษเลย   ไม่แม้แต่จะสนใจพูดถึงเรื่องนี้จนในที่สุดสมุนไพรดังกล่าวต้องสูญหายไป   เพราะความแห้งแล้งที่เกิดขึ้นทั่วทั้งทวีป   แม้กระทั่งเมืองแห่งนั้นก็ยังต้องมองต้นสมุนไพรแห้งตายไปอย่างไม่หมดทางช่วยเหลือ

แต่ราเรลกลับรู้ดีว่าต้นสมุนไพรนั้นยังเหลืออยู่   เหลืออยู่ในห้องเก็บทองที่ถูกปล้นสะดมออกไป   มันซ่อนตัวอยู่หลังกำแพงอิฐที่ถูกก่อกั้นห้องเอาไว้   และเขาไปพบมันในตอนที่เล่นซ่อนแอบกับเพื่อนๆ   ซึ่งเขาจำต้องปิดปากเงียบด้วยเพราะเคยบอกแก่ลอร์ดคอนวอนผู้เป็นบิดาไปแล้ว   แต่บุรุษผู้นั้นกลับไปยอมเชื่อคำพูดบุตรชายในเรื่องนี้เลยจนกระทั่งสิ้นชีพจากไป 

และในครั้งนี้หากว่าเขาบอกองค์กษัตริย์ไปพระองค์ก็คงจะไม่เชื่ออยู่ดี

“ตอนนี้เราพยายามหาว่าสมุนไพรที่เคยใช้เมื่อร้อยกว่าปีก่อนนั่นหลงเหลืออยู่ที่ไหนบ้าง   เราจะได้นำมาเพาะพันธุ์แล้วใช้เป็นกษัยยาอย่างเร่งด่วน” เสียงองค์กษัตริย์ดังขึ้นในโสตประสาทของราเรลอีกครั้ง “แต่มันก็เป็นการยากเสียเหลือเกิน   เพราะมันสูญพันธุ์ไปเกือบหมดจากความแห้งแล้ง”

“แล้วมันจะมาถึงเมืองหลวงนี้มั้ยเพคะ” แอซรี่ถามอย่างกังวล

“ข้าคิดว่ามันจะต้องมาถึงอย่างแน่นอน   อย่างที่ไมเคิลพูดถึงเวลาแล้วที่เราจะต้องประกาศให้ทุกคนได้รู้เรื่องโรคระบาดนี้” กษัตริย์อาคาร์สตรัสพลางผินพระพักตร์มองออกไปนอกพระบัญชร “การระบาดนั้นรุนแรงมาก   อาณาจักรข้างเคียงของเราได้รับกระทบรุนแรงอย่างไม่น่าเชื่อ   ประชาชนจำนวนมหาศาลต้องตายลงอย่างน่าเวทนา   ข้าได้แต่ภาวนาให้อย่าได้มีผู้ติดเชื้อหลุดรอดมาจนถึงเมืองหลวงแห่งนี้   ไม่อย่างนั้นมันคงกลายเป็นโศกนาฏกรรมเลยก็ว่าได้”

ความเงียบเกิดขึ้นอีกครั้ง...ราเรลเงยหน้ามององค์กษัตริย์แล้วก้มลงมองพื้น   ในใจก็อยากจะบอกในเรื่องที่รู้   แต่ก็ยังกลัวว่าพระองค์จะไม่เชื่อคำพูดของเขาเหมือนกับบิดาอยู่ดี

ในตอนนี้เองที่แอซรี่ที่ยืนอยู่ข้างๆ กระตุกเสื้อเขาเบาๆ แล้วเอ่ยปากถามองค์กษัตริย์ว่า

“ฝ่าบาทเพคะ   หม่อมฉันพาท่านราเรลออกไปเที่ยวในเมืองได้มั้ยเพคะ   พาไปชมเมืองกับดูสถานที่ต่างๆ ที่นักเรียนอัศวินต้องใช้ด้วยไงเพคะ”

องค์กษัตริย์หันกลับมาทอดพระเนตรแอซรี่พร้อมกับเลิกพระขนงขึ้นน้อยๆ  ก่อนจะขมวดผูกกันยุ่งด้วยรู้นิสัยของเด็กหญิงดี

“คิดจะโดดวิชากุลสตรีของจูดิธล่ะสิ   ไม่ต้องเลยเรื่องราเรลวันนี้ให้จอร์จพาไป   เจ้ากลับไปเรียนเสียเดี๋ยวนี้เลยแอซรี่”

อีกครั้งที่แอซรี่ทำหน้าบิดเบี้ยวด้วยความผิดหวัง   แต่เมื่อเป็นพระบัญชาของบุรุษที่เก็บเธอมาชุบเลี้ยงมีหรือที่จะขัดได้   เธอมองราเรลเป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะถอนสายบัวทำความเคารพแก่องค์กษัตริย์อาคาร์ส   ก่อนจะวิ่งออกไปจากห้องนั้นอย่างรวดเร็ว   ปล่อยให้เด็กหนุ่มมองตามหลังไปเงียบๆ เท่านั้น

“เป็นอะไร   เสียใจที่ต้องห่างจากแอซรี่รึ” กษัตริย์อาคาร์สตรัสถาม

“หาไม่พ่ะย่ะค่ะ   เพียงแต่...สงสัย” ราเรลตอบด้วยเสียงอ้อมแอ้มเท่าเดิม

“สงสัยว่าทำไมเด็กคนนั้นไม่ได้เข้าคอนแวนรึ” กษัตริย์อาคาร์สตรัสถามต่อ “ไม่ใช่ข้าไม่เคยส่งไป   แต่แม่สาวคนนั้นกลับเป็นม้าดีดกะโหลกเลยต้องเอาตัวกลับมาอบรมอีกรอบก่อนจะส่งกลับไปอีกครั้ง”

ขาดเสียงพระวาจาก็มีเสียงเคาะประตูดังขึ้น   และที่เปิดเข้ามาก็คือ จอร์จ  หนึ่งในพระสหายสนิทของเจ้าชายไมเคิล

“มาแล้วรึ   วันนี้ข้าฝากราเรลเอาไว้กับเจ้าก็แล้วกันนะ” กษัตริย์ตรัสพลางเสด็จเข้ามาดันหลังราเรลให้ไปหาจอร์จ “ข้าหวังว่าเจ้าจะเต็มใจดูแลเขานะ”

“พ่ะย่ะค่ะ   ขอฝ่าบาทอย่าได้กังวลพระทัยไป”

จอร์จคำนับแล้วหันกลับมาทำท่าเชื้อเชิญราเรลออกไปจากห้อง   ราเรลมองท่าทางเช่นนั้นอยู่สักครู่ แล้วจึงเดินนำจอร์จออกไป   ซึ่งด้านนอกนั้นเด็กหนุ่มทั้งสองยืนมองหน้าของกันและกันสักครู่

“ลำบากใจหรือที่ต้องมากับข้าน่ะ” จอร์จถาม

เขาออกเดินนำราเรลไปด้วยท่าทางสบายๆ คล้ายลืมความอ่อนน้อมที่ปฏิบัติในห้องเมื่อครู่ไปแล้ว   เด็กหนุ่มจากคอนวอนนิ่งอยู่สักครู่จึงเดินตามไปอย่างช้าๆ  พร้อมกับตอบจอร์จว่า

“ไม่ได้รู้สึกลำบากใจนี่”

เสียงของเขายังแผ่วเบาคล้ายเสียงกระซิบเหมือนลม   กระนั้นจอร์จก็ยังโอบไหล่ของเด็กหนุ่มที่สูงกว่าเอาไว้   แล้วกล่าวว่า

“งั้นก็เรียกข้าว่า ‘จอร์จ’   ห้ามเรียกอย่างอื่นเด็ดขาดนะ   นับจากนี้ข้าจะเป็นเพื่อนของเจ้า”

ราเรลอึ้งไปน้อยๆ เมื่อได้ยินแบบนั้น   เขาหันมองจอร์จด้วยความประหลาดใจ   ซึ่งสิ่งที่ตอบกลับมาคือ รอยยิ้มอย่างมีความสุขจากใจจริง   แลเด็กหนุ่มก็เดินตามจอร์จไปโดยมิได้ตอบรับหรือปฏิเสธแต่อย่างใด

????????????????????



Dek-D Writer APP : แอพอ่านนิยาย Dek-D บน iPhone , Android Phone
มาแล้ว!! เวอร์ชั่น iPad และ Android Tablet
Aria of Gareth รวมเซ็ตภาคพิเศษ ตอนที่ 109 : [ภาคพิเศษ] Raral Story 2 [คู่ราเรล-แอซรี่] , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 524 , โพส : 2 , Rating : 0% / 0 vote(s)
Vote ให้คะแนนตอนนี้ Vote ได้ 1 ครั้ง / 1 ชม.
[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
หน้าที่ 1
# 2 : ความคิดเห็นที่ 1404

มาต่อด้วยนะคะ อยากอ่านต่อ . . . งะ


PS.  Do U know . . . my Secretly
Name : OoFreyaoO < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ OoFreyaoO [ IP : 112.121.128.62 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 5 ตุลาคม 2552 / 10:25
# 1 : ความคิดเห็นที่ 1403
ต่อค่ะต่อ
PS.  ชอบแฮร์รี่ พอตเตอร์มากๆ อ้อว่างๆก้อแวะไปเยี่ยมกันบ้างน้า
Name : deny < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ deny [ IP : 125.26.183.56 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 2 ตุลาคม 2552 / 09:14

หน้าที่ 1
Post your comment : แสดงความคิดเห็น
ส่วนที่ 1: Message ข้อความ

ส่วนที่ 2 : Name ลงชื่อ
  โพสความเห็นด้วย member Login name Password
  โพสความเห็นไม่แสดง member : ชื่อ* email รูปตัวแทน
            พิมพ์เลขที่เห็น

เธซเธ™เธฑเธ‡เธชเธทเธญเนƒเธซเธกเนˆเธ›เธฃเธฐเธˆเธณเน€เธ”เธทเธญเธ™เธžเธคเธฉเธ เธฒเธ„เธก 2561

ข้อตกลง & เงื่อนไขการใช้งาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้เป็นผลงานที่แต่งโดยผู้ลงผลงานเอง ลิขสิทธิ์ของผลงานนี้จะ
    เป็นของผู้ลงผลงานโดยตรง ห้ามมิให้คัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ ก่อนได้รับอนุญาต
    จากผู้ลงผลงาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้กระทำการคัดลอก ทำซ้ำ มาจากผลงานของบุคคลอื่นๆ ผู้ลง
    ผลงานจะต้องทำการอ้างอิงอย่างเหมาะสม และต้องรับผิดชอบเรื่องการจัดการ
    ลิขสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว

  • ข้อความและรูปภาพที่ปรากฏอยู่ในผลงานที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการส่งเข้าระบบ
    โดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่งเด็กดีดอทคอมมิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ
    หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น ผู้ใดพบเห็นการลงผลงานละเมิดลิขสิทธิ์ หรือ
    ไม่เหมาะสมโปรดแจ้งผู้ดูแลระบบเพื่อดำเนินการทันที
    Email: contact(at)dek-d.com ( ทุกวัน 24 ชม ) หรือ
    Tel: 0-2860-1142 ( จ-ศ 0900-1800 )

App อ่านนิยายบน iPad iPhone และ Android