คุณกำลัง login ด้วย [ เปลี่ยนชื่อ | ออกระบบ ]
 กระทู้ Top5 วันนี้ | นิยาย | ค้นหานิยาย | บอร์ดนักเขียน | บอร์ด AF | บอร์ด TheStar | ของที่ระลึก Dek-D | App อ่านนิยายบนมือถือ New! |
  นิยายรักหวานแหวว | นิยายรักเศร้าๆ | นิยายซึ้งกินใจ | นิยายแฟนตาซี | นิยายผจญภัย | เรื่องสบายๆคลายเครียด | แฟนฟิค | วรรณกรรมเยาวชน |
เข้าสู่ My.iD Control สมัครเป็นนักเขียนใหม่ | วิธีลงบทความ กฏเกณฑ์การใช้งาน | การควบคุมเรตติ้ง

Aria of Gareth รวมเซ็ตภาคพิเศษ

ตอนที่ 108 : [ภาคพิเศษ] Raral Story 1 [คู่ราเรล-แอซรี่]


     อัพเดท 16 ก.ย. 52
กลับไปหน้าหลักของบทความ
แจ้งเนื้อหาในตอนไม่เหมาะสม
นิยาย-เรื่องยาว: ฟรีสไตล์/แฟนตาซี
Tags: Aria of Gareth, รวมเรื่องสั้น, ภาคพิเศษเอเรีย, เอเรีย, ไมเคิล, มาร์ค, แอนจี้, เอมี่, เอมีเลีย, แอนเจลิน่า, มาริค
ผู้แต่ง : Keisei/MaKoto-sang ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Keisei/MaKoto-sang
My.iD: https://my.dek-d.com/keisei
< Review/Vote > Rating : 98% [ 3,742 mem(s) ]
This month views : 3 Overall : 70,639
1,642 Comment(s), [ แฟนพันธุ์แท้ 210 คน ]

[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
Aria of Gareth รวมเซ็ตภาคพิเศษ ตอนที่ 108 : [ภาคพิเศษ] Raral Story 1 [คู่ราเรล-แอซรี่] , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 657 , โพส : 2 , Rating : 0% / 0 vote(s)

ขนาดตัวอักษร : เพิ่มขนาด | ลดขนาด




Aria of Gareth
The Story of Love : Raral Story

ในบรรดาสหายทั้งสี่คนของเจ้าชายไมเคิลแห่งอาดิทอลอันประกอบด้วย   จอร์จแห่งเซอร์เวน   เอลิค แห่งนาธาล   มาดิสันแห่งยอร์ช   และราเรลแห่งคอนวอน   ทุกคนล้วนแล้วแต่เป็นชายหนุ่มที่มีความสามารถในด้านต่างๆ เป็นอันดับสองรองจากเจ้าชายหนุ่มทั้งสิ้น   พวกเขาผู้เป็นสหายสนิทที่ได้รับเลือกจากเจ้าชายหนุ่มแห่งอาดิทอลด้วยตัวเอง   ไม่มีใครเคยเอาชนะทั้งสี่คนนี้เลยได้แม้สักคนเดียว   และยังนับได้ว่าทั้งสี่คนยังเป็นเพื่อนสนิทที่มีความสามัคคีกันมากที่สุดกลุ่มหนึ่งเลยทีเดียว  

สิ่งหนึ่งที่ทั้งสี่คนนี้มีเหมือนกันก็คือ อดีตที่สูญเสียบิดาและมารดาไป   เช่นจอร์จผู้เป็นสายเลือดพระญาติฝ่ายพระมารดาของไมเคิลเสียบิดาหลังจากออกรบปกป้องบ้านเมือง   เอลิคที่สูญเสียทั้งบิดาและมารดาไปหลังจากเมืองถูกโจมตี   มาดิสันที่บิดาตายจากไปเพราะอาการป่วย   และราเรลที่บิดามารดาถูกฆ่าเพราะข้ารับใช้ทรยศ   มันเป็นอดีตที่ทำให้พวกเขาต้องเข้ามาอยู่ในพระราชวังภายใต้การอุปถัมภ์ขององค์กษัตริย์อาคาร์ส   โดยจอร์จเข้ามาในพระราชวังคนแรกแล้วไล่มาจนถึงราเรลที่เข้าวังหลังสุด

ชีวิตของพวกเขาดำเนินไปในพระราชวังแห่งนี้   โดยมีสายตาของเจ้าชายรัชทายาทจับตามองอยู่ตลอดเวลา   โดยไม่มีใครรู้ตัวเลยว่าการที่พวกเขาทั้งสี่สามารถฟื้นขึ้นจากความโศกเศร้าหลังต้องสูญเสียบิดามารดาไปได้นั้น   ก็เพราะความช่วยเหลือจากเจ้าชายไมเคิลที่มองได้ลึกถึงจิตใจของพวกเขา   แล้วจัดหาสิ่งต่างที่จะช่วยกระตุ้นให้จิตใจกลับมามีชีวิตชีวาได้อีกครั้ง   แม้ว่าจะต้องผจญกับอารมณ์อันร้อนแรงและร้ายกาจของพระองค์อยู่บ้าง   แต่ทุกอย่างก็ทำไปเพื่อนสหายทั้งสี่คนจากใจจริง

ซึ่งหนึ่งในวิธีการที่เจ้าชายนำมาใช้กับหนึ่งในสหายทั้งสี่นั้น   ได้สร้างคู่รักอันมั่นคงขึ้นมาคู่หนึ่ง   โดยที่พระองค์เองก็ยังต้องแปลกใจ   แต่มันก็ไม่อาจปฏิเสธได้ว่าวิธีการของเขาอาจจะสร้างคู่รักคู่นี้ขึ้นมาได้   และคู่รักคู่นั้นก็มิใช่ใครอื่นเลยก็คือ...

ราเรลแห่งคอนวอนและแอซรี่แห่งเรไทนาส...


เมื่อสองปีก่อนเอเรียจะถูกรับเข้าวัง... 

คืนฝนตกหนักคืนหนึ่งซึ่งนักเรียนอัศวินเกือบครึ่งพระราชวังกำลังสนุกสนานกับเกมส์ต่างๆ   ภายในห้องโถงใหญ่ที่ปราสาทปีกตะวันตก   โดยมีเจ้าชายหนุ่มวัยสิบสี่ปีนั่งอ่านหนังสือคุมเชิงอยู่ที่บัลลังก์ทองด้านในสุด   รอบกายของเขารายล้อมด้วยสหายสนิททั้งสามที่ได้รับคัดเลือกมาร่วมกลุ่มด้วย   และข้างบัลลังก์นั้นยังมีเด็กหญิงวัยสิบเอ็ดปีผมยาวสีน้ำตาลนั่งถักนิตติ้งอย่างมีความสุข


“เหวย...อะไรกันเนี่ย   มีเด็กผู้หญิงอยู่ในห้องของเด็กผู้ชายด้วยเหรอ”

เด็กชายคนหนึ่งตรงเข้ามาพูดกับเด็กหญิงคนนั้นทำให้เธอตวาดเสียงแหลมขึ้นมาทันที

“ข้าจะนั่งอยู่ที่ไหนมันก็เรื่องของข้าไม่ใช่เหรอ”

“อ๊ะ!   เจ้านี่ปากร้ายเสียจริงนะ”

“แอซรี่...ถักเสร็จแล้วหรือยัง”

เสียงเด็กหนุ่มบนบัลลังก็ดังขึ้นทำให้เด็กชายที่เขามาหาเรื่องแข็งทื่อ   เด็กหญิงก็เงียบเสียงลงแล้วเงยหน้ามองเจ้าชายบนบัลลังก์แล้วยิ้มแห้งๆ

“ยังเพคะ”

“งั้นถักต่อไปสิ   ข้ากำลังรอดูอยู่นะ” ไมเคิลบอกด้วยรอยยิ้มพลางมองเด็กชายที่เข้ามาเรื่อง “เจ้าเองก็กลับไปเล่นกับเพื่อนๆ เถอะไป   อย่ามาหาเรื่องน้องสาวข้าเลย   นางจะอยู่ที่ไหนก็เรื่องของนาง   เพราะอย่างน้อยนางยังมีความคิดมากกว่าเจ้านัก”

เมื่อถูกเจ้าชายไล่ด้วยวาจาอันเชือดเฉือนขนาดที่แม้แต่สหายสนิททั้งสามก็ยังนึกหนาวสันหลัง   มีหรือที่เด็กชายยังหน้าด้านยืนหาเรื่องแอซรี่ต่อไป   เขาถอยไปเล่นกับเพื่อนๆ ตามประสาเด็กต่อไป  

ทว่าทันใดนั้นเองบานประตูที่ถูกปิดเอาไว้ก็ถูกผลักเปิดเข้ามา   พร้อมกับร่างของคนสองคนก้าวเข้ามาในห้องโถง   ชายวัยกลางคนที่เดินนำหน้ามาก็คือ ดยุคแบลนด์ ผู้เป็นพระญาติสนิทของกษัตริย์อาคาร์ส   ซึ่งมันเป็นเรื่องปกติที่ชายคนนี้จะเข้ามาในห้องโถงนี้โดยไม่มีปี่มีขลุ่ยแจ้งเตือนล่วงหน้า   แต่เป็นร่างเล็กที่คลุมด้วยเสื้อคลุมตั้งแต่หัวจรดเท้านั้นกลับเรียกความสนใจของเด็กชายและเด็กหนุ่มทั้งห้องได้เป็นอย่างดี  

กลุ่มเด็กๆ ที่เล่นกันอยู่กลางห้องนั้นต่างก็หลีกทางให้กันอย่างพร้อมเพรียง   ไมเคิลปิดหนังสือในมือดังฉับแล้วมองผู้มาเยือนทั้งสองคนด้วยสายตาจองหอง

“ยินดีต้อนรับสู่เขตอาณัติของข้า” เขากล่าว

“คำพูดนั้นดูจะอวดดีไปเสียหน่อยนะ   ไมเคิล   อย่างน้อยข้าก็เป็นลุงของเจ้านะ” ดยุคแบลนด์กล่าวขึ้นทันใด

“ขออภัยท่านลุง   ข้าคงไม่พูดแบบนี้ถ้าท่านลุงไม่มาพร้อมกับคนที่อยู่ข้างหลัง” ไมเคิลพูดพลางชี้ไปยังคนที่ยืนอยู่ข้างหลัง “เมื่อเข้ามาสถานที่แห่งนี้แล้วก็ต้องถอดเสื้อคลุมออกเผยหน้าตาของตัวเองต่อหน้าคนอื่น”

แม้จะสิ้นเสียงของเจ้าชายหนุ่มไปแล้ว   แต่คนผู้นั้นก็หาได้กระทำอันใดที่จะถอดเสื้อคลุมออกไปไม่   พวกเด็กผู้ชายจึงเริ่มซุบซิบพูดคุยกันถึงความกล้าหาญของคนๆ นั้นกันอย่างสนุกปาก   ดยุคแบลนด์จึงถอนใจเฮือกใหญ่แล้วหันกลับไปสั่งว่า


“ถอดเสื้อคลุมของเจ้าออกเสียก่อนไมเคิลจะโกรธดีกว่านะ   เพราะข้าไม่รับรองว่าเจ้าจะอยู่รอดคืนนี้ไปหรือไม่”

เพียงเท่านั้นคนที่ติดตามดยุคแบลนด์มาก็ถอดเสื้อคลุมตัวนอกออกทันใด   เผยใบหน้าของหนุ่มน้อยวัยสิบสี่ปีผิวสีคล้ำไว้ผมสีดำสั้นและนัยน์เข้มเข้ากับผิวพรรณให้ทุกคนได้เห็น   ไมเคิลเอียงหน้าสำรวจเด็กหนุ่มคนนั้นอย่างรวดเร็วแล้วกล่าวกับดยุคแบลนด์ว่า

“คนใหม่ที่ท่านพ่อเก็บมาอย่างนั้นหรือ”

“ใช่   อาคาร์สสั่งให้พาเขามาหาเจ้า” ดยุคแบลนด์บอก “จะหากลุ่มมาดูแลเขาหน่อยได้มั้ยหรือไม่”

ได้ยินแบบนั้นไมเคิลก็วางท่าครุ่นคิดอยู่สักครู่   เขามองสำรวจเด็กหนุ่มคนนั้นอย่างพิจารณาอีกครั้งหนึ่ง   ใบหน้าของเด็กหนุ่มคนนี้ระบายเอาไว้ด้วยความหมองเศร้า   ดวงตาที่เหลือบต่ำบอกได้ดีถึงความรู้สึกที่ซ่อนเร้นอยู่ในใจ   เขาคงเจอเรื่องร้ายอันรุนแรงบางอย่างมาจึงได้มีหน้าตาเช่นนั้น   มันคงจะเป็นเรื่องยากหากจะให้เด็กหนุ่มคนนี้มาเรียนร่วมห้องกับเด็กหนุ่มที่ร่าเริงสดใสจนเกินขอบเช่นนักเรียนมังกรขาวในห้องนี้

“อืม...ก็อยากจะจัดกลุ่มดีๆ มาดูแลเขาหรอกนะ   แต่ว่าหน้าตาและท่าทางของเขายังไม่เข้าทีเสียเท่าไหร่” ไมเคิลบอก “เฮ้!  เจ้าน่ะ  ชื่ออะไรมาจากไหน”

อีกครั้งที่มีแต่ความเงียบงันตอบกลับมาจากเด็กหนุ่ม   เสียงของคนทั้งห้องเริ่มดังขึ้นอย่างช่วยไม่ได้   เจ้าชายหนุ่มถอนใจอย่างจนปัญญา   เพราะเขารู้ดีว่าคนที่ได้รับการกระทบกระเทือนทั้งจิตใจอย่างรุนแรงมักไม่ยอมเปิดปากพูดง่ายๆ   ดยุคแบลนด์มองหลานรักของตัวเองด้วยความสงสัยเหลือเกินว่า  เขาจะรับมือกับเด็กหนุ่มคนใหม่ได้อย่างไร

“แอซรี่”

ไมเคิลเรียกเด็กหญิงที่นั่งถักนิตติ้งข้างบัลลังก์หลังจากเสียเวลาครุ่นคิดไปครู่ใหญ่

“เพคะ” แอซรี่ขานรับ

“ไปถามชื่อจากเด็กผู้ชายคนนั้นให้ข้าหน่อยสิ” ไมเคิลชี้ให้แอซรี่ดูเด็กหนุ่มคนใหม่

ทันใดนั่นเองที่มีเสียงฮือฮาด้วยความไม่อยากเชื่อว่า   เจ้าชายหนุ่มจะเลือกเด็กหญิงวัยสิบเอ็ดไปเป็นหน่วยกล้าตาย   พวกเขาต่างก็มองเจ้าชายด้วยความสงสัยว่าทำไมจึงตัดสินใจเช่นนั้น   แม้แต่ดยุคแบลนด์เองก็ยังนึกแปลกใจอยู่ลึกๆ   แต่ก็ยังเงียบรอดูสถานการณ์ต่อไป

แอซี่เบี่ยงตัวออกไปมองดูเด็กหนุ่มคนใหม่ด้วยความไม่เข้าใจ   ก่อนจะวางของในมือแล้วเดินไปหาเขาที่เอาแต่ก้มหน้ามองพื้น   ซึ่งทันทีที่มายืนตรงหน้าได้เธอก็ยืนมือไปโบกตรงดวงหน้าด้วยความสงสัย

“นี่...ยังมีชีวิตอยู่หรือเปล่าน่ะ”

คำถามแรกดังออกจากปากอย่างอาจหาญขนาดที่ไมเคิลและดยุคแบลนด์ยังเหงื่อตก   เด็กชายและเด็กหนุ่มทั้งห้องถึงกับอึ้งเมื่อได้ยิน

“นี่ๆ  ถามอะไรตอบสนองหน่อยสิ”

แอซรี่กระตุกเสื้อของเด็กหนุ่มเบาๆ เหมือนต้องการเรียกสติเขา

“ยังมีชีวิตอยู่หรือเปล่า   ตอบหน่อย”

“เอ่อ...แอซรี่...”

ดยุคแบลนด์กำลังจะเข้ามาแทรกแซงในตอนที่มีเสียงแผ่วดังออกมาจากปากของเด็กหนุ่มคนใหม่ว่า

“ข้ายังมีชีวิตอยู่...แต่ข้าก็อยากตายเหลือเกิน...”

แอซรี่ดูจะอึ้งไปน้อยๆ ตอนได้ยินคำตอบ   แต่ก็ยังรุกต่อไปเพื่อให้ได้ชื่อของเขา

“แล้วเจ้าชื่ออะไร   ข้าชื่อ ‘แอซรี่’ เป็นน้องสาวของเจ้าชายแต่ไม่ใช่น้องแท้ๆ หรอกนะ”

เด็กหนุ่มเงียบไปสักครู่ใหญ่แล้วจึงเปิดปาก

“ข้าชื่อ ราเรล...ราเรลแห่งคอนวอน”

เพียงทันทีที่ชื่อ ‘ราเรลแห่งคอนวอน’ ดังออกจากปากของเด็กหนุ่ม   เสียงฮือฮาก็ดังกระหึ่มขึ้นอีกครั้ง   ไม่มีใครที่จะไม่รู้จักชื่อนี้   เพราะที่ดินคอนวอนเพิ่งเกิดเรื่องอือฉาวครั้งใหญ่ขึ้น   เมื่อข้ารับใช้จำนวนหนึ่งสมคบคิดคดทรยศต่อผู้เป็นเจ้านายแล้วฆ่าล้างตระกูลจนหมดสิ้น   มีข่าวว่าไม่มีใครเหลือรอดออกมาจากปราสาทหลังงามกลางทุ่งข้าวสาลีแห่งนั้นเลยแม้สักคนเดียว   ทุกคนตายหมดเหลือเพียงซากศพถูกทิ้งเกลื่อนทั้งปราสาทแล้วปล้นเอาทองจำนวนมหาศาลหนีไปอย่างลอยนวล  

ทันทีที่องค์กษัตริย์อาคาร์สทรงทราบเรื่องนี้ก็คุมคนออกไปตรวจดูที่ดินคอนวอนและติดตามจับคนร้ายด้วยตัวเอง   เหลือไมเคิลในวัยสิบสี่คอยดูแลทั้งปราสาทนี้เพียงลำพัง  

เจ้าชายหนุ่มได้ยินแบบนั้นแล้วก็พอจะเข้าใจความคิดของพระบิดาอยู่บ้าง   ราเรลคนนี้คงจะเป็นสายเลือดคอนวอนที่เหลือรอดออกมาจากปราสาทหลังนั้น   และอาจจะได้เห็นการฆ่าล้างตระกูลนั้นด้วยตาของตัวเองจึงได้มีท่าทางแบบนี้   ซึ่งไมเคิลก็อดถอนใจด้วยความระอาใจไม่ได้ที่พระบิดาส่งงานหินมาให้เขาดูแล

“ท่านลุงแบลนด์   ตอนนี้ท่านพ่ออยู่ที่ไหนหรือ” ไมเคิลถามพร้อมลุกขึ้น

“ห้องทำงานส่วนตัวนั่นแหละ   ข้าหลวงมาบอกว่ามีเรื่องใหญ่เข้ามาเลยต้องรีบไปดูแลด้วยตัวเอง” ดยุคแบลนด์บอกพลางถอนใจเช่นกัน “พ่อเจ้าเอาแต่ทำงานหามลุ่มหามค่ำทุกวันแบบนี้คงจะล้มป่วยในไม่ช้า”

“ไม่เอาน่า   ท่านลุง   อย่าเพิ่งแช่งพ่อข้าสิ   พระองค์ยังต้องอยู่กับข้าไปอีกนาน” ไมเคิลว่าแล้วเดินออกไปจากห้อง  


ทว่าก่อนจะก้าวออกไปนั้นก็ได้หันมาสั่งกับแอซรี่ว่า

“แอซรี่   ข้าฝากเด็กใหม่คนนี้เอาไว้กับเจ้าเป็นการชั่วคราวก็แล้วกันนะ   ถึงจะงานหนักเสียหน่อยแต่ก็ช่วยข้าสักนิด   จอร์จ   เอลิค   และมาดิสันคอยช่วยด้วยก็แล้วกัน   ท่านลุงแบลนด์เชิญมาพร้อมกันกับข้าด้วย”

ขาดคำเชิญของไมเคิลดยุคแบลนด์ก็กลับออกไปจากห้องนั้นในทันที   คงเหลือเพียงเด็กหนุ่มคนใหม่ที่เริ่มถูกพวกเด็กผู้ชายในห้องโถงรุมล้อม   แอซรี่ยังคงยืนจับเสื้อของราเรลเอาไว้แน่นในขณะที่วงล้อมกำลังใกล้เข้ามาเรื่อยๆ  เสียงวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับเด็กหนุ่มดังกึกก้องทั้งห้องโถงอันโอ่อ่าแห่งนี่

“เจ้านี่จะถูกจัดไปอยู่ห้องไหนกันนะ” เสียงของจอร์จ   เด็กหนุ่มผมแดงดังแทรกเสียงฮือฮาโดยรอยมาอย่างแจ่มชัด   ทว่าจะทำให้สายตาของราเรลเคลื่อนไปจากที่เดิมก็หาไม่

“ดูสิเอาแต่ก้มมองพื้น   แบบนี้จะไหวเร้อ” คราวนี้เป็นเสียงของเอลิค

“นั่นสิๆ   แถมไมเคิลฝากเอาไว้กับแอซรี่ด้วย   คนที่น่าห่วงน่าจะเป็นแอซรี่มากกว่านะ” ประโยคสุดท้ายนี้ที่ทำให้แอซรี่ทนไม่ได้เป็นของมาดิสัน

“ข้าจะไหวหรือไม่ไหวมันก็เรื่องของข้า!!” แอซรี่ตวาดลั่น “คนอื่นๆ ก็เงียบเลิกวิจารณ์เขาเสียที   พวกเขาไม่ได้สูญเสียแบบเขาก็อย่าพูดให้มันมากนัก”

“โฮะ   นางหนูน้อยคิดว่าตัวเองยิ่งใหญ่มาจากไหนหรือจ้ะ” เด็กชายคนเดิมกลับมาหาเรื่องแอซรี่อีก “เจ้ามันก็แค่เด็กอุปถัมภ์ไร้หัวนอนปลายเท้าที่องค์กษัตริย์เก็บมาเลี้ยงตั้งแต่เด็กนั่นแหละว้า”

น่าประหลาดที่ประโยคนั้นทำให้ราเรลตอบสนองได้   เขาเคลื่อนสายตาจากพื้นตรงหน้าไปมองเด็กชายที่กล่าวดูถูกแอซรี่อย่างเจ็บแสบอย่างช้าๆ   ซึ่งมีเพียงจอร์จเท่านั้นที่สังเกตเห็นและเข้าแทรกแซงทันที

“เฮ้ๆ   คีเมสเจ้าถอยออกไปก่อนไป   ปากของเจ้ามันเลวร้ายยิ่งกว่าของมาดิสันเสียอีกนะ” เขาว่า

“เอ่อ...ขอประทานอภัยขอรับ   นายน้อยทั้งหลาย”

เสียงที่ดังขึ้นนี้เป็นของข้ารับใช้ที่คอยดูแลพวกเด็กๆ อีกชั้นหนึ่ง   กลุ่มเด็กผู้ชายด้านหนึ่งเดินทางให้ข้ารับใช้หนุ่มเดินเข้ามาพร้อมกับกระดาษและเหรียญตราประจำองค์รัชทายาท  ซึ่งเขามอบให้แก่แอซรี่ที่ยืนคู่ราเรลตรงกลางกลุ่ม

“เจ้าชายรับสั่งให้ข้าน้อยนำมาให้ท่านแอซรี่ขอรับ   ทรงรับสั่งว่าเหรียญตรานี้ใช้เบิกทางเข้าสู่ตึกของเด็กผู้ชาย   และให้ท่านราเรลแห่งคอนวอนไปอยู่บนห้องว่างชั้นสามของตึกสุริยันขอรับ”

เพียงขาดเสียงรายงานของข้ารับใช้หนุ่มเสียงฮือฮาก็ดังกระหึ่มขึ้นอีกคราว   เพราะตึกสุริยันนั้นเป็นที่อาคารที่พักของนักเรียนระดับหัวกระทิเท่านั้น   นักเรียนชั้นธรรมดาไม่มีสิทธิ์เหยียบย่างเข้าไปในตึกนี้ได้เลย   การที่ราเรลได้อยู่ในตึกนี้ก็เท่ากับบอกสถานะห้องเรียนที่เขาจะได้เข้าเรียนในอนาคตแล้ว   และมันเป็นห้องเรียนที่พวกเด็กผู้ชายต่างก็ใฝ่ฝันจะเข้าไปเรียนมากที่สุด   นั่นก็คือ...

ห้องเรียนมังกรดำ...

แอซรี่รับสิ่งของต่างๆ มาจากข้ารับใช้แล้วก็หันกลับไปมองราเรลที่ยังคงยืนเงียบอยู่เหมือนเดิม   แต่คราวนี้ดูจะมีการตอบสนองกลับมาจากราเรลบ้าง   เมื่อดวงตาของเขาเคลื่อนมาจับจ้องที่ใบหน้าของเด็กหญิง

“ถึงจะบอกว่าให้ข้าเข้าไปในตึกของเด็กผู้ชายได้   แต่ตอนนี้มันก็ดึกมากแล้วการที่ข้าเข้าไปคงไม่ใช่เรื่องดี   และตัวข้าเองก็มีท่านป้าจูดิธถือไม้เรียวรออยู่ที่ตึกของเด็กผู้หญิงที่ปีกตะวันออกด้วย   คืนนี้เจ้าไปที่ห้องคนเดียวก่อนได้มั้ย”

ไม่มีเสียงใดตอบมาจากราเรลตามสมควร   แต่เขากลับยื่นมือออกมาแล้ววางลงบนกระหม่อมของแอซรี่อย่างแผ่วเบา   ก่อนจะดันตัวของข้ารับใช้คนที่เข้ามามอบของคนนั้นให้ออกเดิมนำหน้าไป   ดูเหมือนว่าเขาจะให้ข้ารับใช้คนนี้นำทางไปยังห้องพักห้องใหม่ของตัวเอง   ปล่อยทิ้งให้เด็กคนอื่นๆ ที่อยู่มาก่อนเอ่ยปากถากถางด้วยความหมันไส้ไม่พอใจ

“ฮ่าๆ   ดูมันสิหนีไปแล้วว่ะ”  

เสียงหัวเราะดังกระหึ่มทั้งห้องโถงจะมีก็เพียงจอร์จ   เอลิค   มาดิสัน  และแอซรี่เท่านั้นทีเอาแต่เงียบไม่ยอมหัวเราะตามไปด้วย   แต่มีเพียงเด็กหญิงวัยสิบเอ็ดเท่านั้นที่กล้าหาญมากพอตวาดใส่พวกเด็กผู้ชายทั้งหมดจนเสียงเงียบงันไป

“อย่ามาดูถูกชาวบ้านเขานะ   พวกเจ้าไม่เคยสูญเสียใครมาก่อนอยู่อย่างราชามาเสมอ   ไม่มีสิทธิ์ไปดูถูกคนอื่น   ถ้าคิดจะถากถางเขาอีกข้าจะเอาเรื่องนี้ไปบอกเจ้าชาย!!!”

แล้วเด็กหญิงก็วิ่งกลับมาเก็บของที่วางทิ้งเอาไว้ในตอนแรก   แล้ววิ่งกลับออกไปจากห้องโถงใหญ่ทันที   แต่เมื่อออกไปได้สักครู่เธอก็ย้อนกลับมาพร้อมแล่บลิ้นปลิ้นตาใส่เด็กผู้ชายในห้องโถงอย่างไม่กลัวเกรง   ยังเหตุให้เสียงครางแห่งความมันเขี้ยวอยากเอาคืนดังงึมงำขึ้นในห้องทันที

“อย่าเผลอนะ   แอซรี่   จะเอาคืนให้หนักเชียว”


????????????????????



Dek-D Writer APP : แอพอ่านนิยาย Dek-D บน iPhone , Android Phone
มาแล้ว!! เวอร์ชั่น iPad และ Android Tablet
Aria of Gareth รวมเซ็ตภาคพิเศษ ตอนที่ 108 : [ภาคพิเศษ] Raral Story 1 [คู่ราเรล-แอซรี่] , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 657 , โพส : 2 , Rating : 0% / 0 vote(s)
Vote ให้คะแนนตอนนี้ Vote ได้ 1 ครั้ง / 1 ชม.
[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
หน้าที่ 1
# 2 : ความคิดเห็นที่ 1400
UP UP UP!!!

XD
ว้าววๆ ต่อนะคะ ด่วนๆด้วย
อิอิ คู่นี้ท่าจะน่ารักไม่เบา
หวานน~~ ;']]
Name : PAMALA [ IP : 74.5.163.236 ]

วันที่: 19 กันยายน 2552 / 10:35
# 1 : ความคิดเห็นที่ 1399
ต่อค่ะต่อ

กำลังสนุกเลย
PS.  ชอบแฮร์รี่ พอตเตอร์มากๆ อ้อว่างๆก้อแวะไปเยี่ยมกันบ้างน้า
Name : deny < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ deny [ IP : 125.26.253.173 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 17 กันยายน 2552 / 12:53

หน้าที่ 1
Post your comment : แสดงความคิดเห็น
ส่วนที่ 1: Message ข้อความ

ส่วนที่ 2 : Name ลงชื่อ
  โพสความเห็นด้วย member Login name Password
  โพสความเห็นไม่แสดง member : ชื่อ* email รูปตัวแทน
            พิมพ์เลขที่เห็น

เธซเธ™เธฑเธ‡เธชเธทเธญเนƒเธซเธกเนˆเธ›เธฃเธฐเธˆเธณเน€เธ”เธทเธญเธ™เธžเธคเธฉเธ เธฒเธ„เธก 2561

ข้อตกลง & เงื่อนไขการใช้งาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้เป็นผลงานที่แต่งโดยผู้ลงผลงานเอง ลิขสิทธิ์ของผลงานนี้จะ
    เป็นของผู้ลงผลงานโดยตรง ห้ามมิให้คัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ ก่อนได้รับอนุญาต
    จากผู้ลงผลงาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้กระทำการคัดลอก ทำซ้ำ มาจากผลงานของบุคคลอื่นๆ ผู้ลง
    ผลงานจะต้องทำการอ้างอิงอย่างเหมาะสม และต้องรับผิดชอบเรื่องการจัดการ
    ลิขสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว

  • ข้อความและรูปภาพที่ปรากฏอยู่ในผลงานที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการส่งเข้าระบบ
    โดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่งเด็กดีดอทคอมมิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ
    หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น ผู้ใดพบเห็นการลงผลงานละเมิดลิขสิทธิ์ หรือ
    ไม่เหมาะสมโปรดแจ้งผู้ดูแลระบบเพื่อดำเนินการทันที
    Email: contact(at)dek-d.com ( ทุกวัน 24 ชม ) หรือ
    Tel: 0-2860-1142 ( จ-ศ 0900-1800 )

App อ่านนิยายบน iPad iPhone และ Android