คุณกำลัง login ด้วย [ เปลี่ยนชื่อ | ออกระบบ ]
 กระทู้ Top5 วันนี้ | นิยาย | ค้นหานิยาย | บอร์ดนักเขียน | บอร์ด AF | บอร์ด TheStar | ของที่ระลึก Dek-D | App อ่านนิยายบนมือถือ New! |
  นิยายรักหวานแหวว | นิยายรักเศร้าๆ | นิยายซึ้งกินใจ | นิยายแฟนตาซี | นิยายผจญภัย | เรื่องสบายๆคลายเครียด | แฟนฟิค | วรรณกรรมเยาวชน |
เข้าสู่ My.iD Control สมัครเป็นนักเขียนใหม่ | วิธีลงบทความ กฏเกณฑ์การใช้งาน | การควบคุมเรตติ้ง

Aria of Gareth รวมเซ็ตภาคพิเศษ

ตอนที่ 107 : [ภาคพิเศษ] เลือกข้านะ 5 [คู่ของมาริค]


     อัพเดท 13 ส.ค. 53
กลับไปหน้าหลักของบทความ
แจ้งเนื้อหาในตอนไม่เหมาะสม
นิยาย-เรื่องยาว: ฟรีสไตล์/แฟนตาซี
Tags: Aria of Gareth, รวมเรื่องสั้น, ภาคพิเศษเอเรีย, เอเรีย, ไมเคิล, มาร์ค, แอนจี้, เอมี่, เอมีเลีย, แอนเจลิน่า, มาริค
ผู้แต่ง : Keisei/MaKoto-sang ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Keisei/MaKoto-sang
My.iD: https://my.dek-d.com/keisei
< Review/Vote > Rating : 98% [ 3,742 mem(s) ]
This month views : 5 Overall : 70,641
1,642 Comment(s), [ แฟนพันธุ์แท้ 210 คน ]

[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
Aria of Gareth รวมเซ็ตภาคพิเศษ ตอนที่ 107 : [ภาคพิเศษ] เลือกข้านะ 5 [คู่ของมาริค] , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 817 , โพส : 3 , Rating : 100% / 1 vote(s)

ขนาดตัวอักษร : เพิ่มขนาด | ลดขนาด



ย้อนกลับไปในขณะที่มาร์คกำลังนั่งอ่านหนังสืออยู่ในห้องนอนใหม่ฝั่งตรงข้ามนั้น   รีน่าก็แยกตัวมาอยู่ในห้องนอนของตัวเองแล้วเริ่มรวบรวมอำนาจที่มีอยู่กลับมาอีกครั้ง   หลังจากที่มันกระจัดกระจายออกไปในช่วงที่บาดเจ็บและสะกดสายเลือดชั่วร้ายในตัวให้สงบลงในคืนเพ็ญ   มันเป็นการทุ่มสมาธิรวบรวมพลังอำนาจที่รีน่าตั้งใจทำที่สุดนับแต่ถูกตามล่าตัวมาเป็นเวลาสี่ปี  

เมื่อก่อนนี้เธอต้องวิ่งหนีหัวซุกหัวซุนซึ่งในบ้างครั้งก็นึกท้อแท้และอยากให้คลาบิลสักหายเสียให้ตาย   แต่ทว่ากลับมีบางสิ่งในใจที่บอกให้เธอกัดฟันสู้ต่อไปจนกระทั่งมาถึงเมืองกาเร็ธแห่งนี้   การได้พบกับมาร์คครั้งแรกนั้นเต็มไปด้วยความหมันไส้จนอยากเล่นงานให้รู้ดำรู้แดงไป   ทว่าช่วงเวลาที่ได้อยู่ในการดูแลของเขาเธอพบสิ่งที่แตกต่าง   ซึ่งเธอไม่ปรารถนาให้มันสูญหายไปเพราะหายนะที่ติดตามหลังมาเสมือนเงาตามตัว

หญิงสาวลูกครึ่งหมาป่าจึงใช้เวลานี้รวบรวมอำนาจทั้งหมดกลับมาแล้วออกไปจัดการกลับกลุ่มนักล่าที่กำลังติดตามตัวเธออยู่  

จวบจนแสงอาทิตย์สาดแสงรับวันใหม่   รอบร่างบางของรีน่าก็โอบล้อมเอาไว้ด้วยออร่าสีเขียวสดใส   มันค่อยๆ แผ่ขยายออกไปมากขึ้นตามแสงสีทองที่ทาขอบฟ้า   ก่อนมันจะเลือนหายกลับเข้าไปในร่างของรีน่าเมื่อหญิงสาวเบิกตาขึ้นมาอย่างช้าๆ   แล้วค่อยๆ เบือนหน้ามองพระอาทิตย์ที่เริ่มเคลื่อนตัวสูงขึ้นจากเส้นขอบฟ้ามากขึ้นเรื่อยๆ   ใกล้ได้เวลาที่เธอจะต้องออกไปพบกับคณะตามล่าเธอแล้ว

ถึงเวลานี้รีน่าก็ลุกขึ้นจากที่นั่งเดินออกไปยังห้องโถงส่วนตัวที่กั้นกลางระหว่างห้องนอนของเธอและมาร์ค   ที่นี่เธอได้พบกับนิมบัสหนึ่งในมหาดเล็กประจำตัวของเจ้าชาย   ซึ่งเขากำลังจัดอาหารเช้าให้แก่มาร์คและเจ้าชายอย่างขมีขมัน

“อรุณสวัสดิ์ขอรับ   นายหญิงรีน่า” นิมบัสทักทายด้วยรอยยิ้ม

ดูเหมือนว่าเขาจะสัมผัสได้ว่ารีน่าดูแตกต่างไปจากเดิม   เขามองหน้าของรีน่าน้อยๆ แล้วน้อมลงอย่างอ่อนน้อม   เพราะวันนี้รีน่าดูมีความสง่าและราศีมากกว่าเมื่อวานเป็นเท่าตัวเลยทีเดียว

“หลับสบายมั้ยขอรับ”

“ไม่ได้หลับเลยจ้ะ   เมื่อคืนรวบรวมอะไรนิดหน่อย” รีน่าบอกพลางหยิบเนื้อชิ้นเล็กๆ ส่งเข้าปาก “ข้าทานแค่นี้แหละนะ   จะออกไปข้างนอกหน่อย   ฝากบอกมาร์คด้วยล่ะ”

“เอ่อ...เจ้าชายไม่อยู่ขอรับ   ข้าเข้ามาเมื่อตอนเช้าก็ไม่พบพระองค์แล้ว” นิมบัสกล่าวทำให้รีน่าขมวดคิ้วทันที

“หมายความว่ายังไง   ไม่อยู่แล้ว” รีน่าถามอย่างสงสัย

ทันใดนั้นเองประสาทสัมผัสของเธอก็กระตุกตึงขึ้น   นั่นทำให้เธอถลาไปเกาะขอบหน้าต่างมองไปยังแนวป่าที่ตั้งหลุมศพของเบทซ์   ซึ่งสิ่งที่เห็นคือ พวยควันที่กำลังลอยขึ้นฟ้าเพราะถูกไฟเผา

“นิมบัส   ควันนั่น...”

“เอ่อ...มีมาตั้งแต่เมื่อคืนแล้วขอรับ   เห็นพวกในเมืองบอกว่าอาจจะเป็นฝีมือของเจ้าชาย   เพราะพระองค์เสด็จออกไปตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว”

เพียงจบคำรายงานของนิมบัส   รีน่าก็วิ่งออกไปจากห้องนั้นโดยไม่สนใจเขาอีกเลย   สีหน้าของเธอระบายเอาไว้ด้วยความตื่นกลัว   มาร์คออกไปจากห้องเมื่อคืนนี้แล้วมีควันลอยขึ้นจากป่า   ซึ่งบริเวณนั้นเป็นจุดที่เธอสัมผัสได้ว่าฝูงหมาป่าที่ตามล่าตัวเธออยู่นั้นอาศัยอยู่   ทำไมเขาถึงไปที่นั่นโดยไม่บอกเธอสักคำ

ตอนนั้นเองที่รีน่าหยุดชะงักแล้วมองตามเนื้อตัวของตัวเองด้วยความแปลกใจ   ทั้งๆ ที่อยู่ห่างจากเจ้าชายถึงเพียงนี้แล้วแต่กลับไม่เกิดสิ่งใดขึ้นกับเธอเลย   ทั้งที่ที่แล้วมามาร์คมักย้ำกับเธอเสมอว่าหากออกห่างแล้วจะถูกพลังของเอเรียเล่นงานอย่างหนัก   แล้วตอนนี้มาร์คก์ไม่อยู่แล้วแต่ทำร่างกายของเธอยังเป็นปกติอยู่ได   มันหมายความว่าที่แล้วมามาร์คและเอเรียโกหกเธออย่างนั้นรึ

ทว่าแทนที่รีน่าจะโกรธเคือง   เธอกลับรู้สึกร้อนรนมากขึ้นเป็นเท่าตัว   มาร์คคงจะออกไปพบกับฝูงไวน์วูฟที่ตามล่าตัวเธอในป่านั้น   และอาจจะได้รับอันตรายด้วย   เพราะพวกมันมักลงมือด้วยกันเป็นฝูงเพื่อล้มเหยื่อที่มีพลังมาก   และในที่นี้ก็คือ เจ้าชายรัชทายาทแห่งอาดิทอล

หญิงสาววิ่งลงมาจนถึงโรงเลี้ยงม้าแล้วคว้าตัวหนึ่งควบขี่ออกไปจากปราสาททันที   ผู้คนที่อยู่ในเส้นทางของเธอนั้นต่างก็รีบหลบด้วยความตกใจ   และมองตามด้วยความสงสัยว่าทำไมหญิงสาวจึงรีบร้อนมากนัก   จนกระทั่งแผ่นหลังของหญิงสาวลับหายไปหลังประตูเมืองที่เปิดโล่ง

ม้าศึกตัวใหญ่ถูกกระตุ้นให้วิ่งไปตามทางมุ่งหน้าสู่แนวป่าที่ตั้งหลุมศพของเบทซ์ที่ห่างออกไปสองไมล์อย่างหนักหน่วง   ยังผลให้มันต้องออกวิ่งด้วยความเร็วและเรี่ยวแรงมหาศาลเท่าที่จะสามารถเค้นออกมาได้ตามที่หญิงสาวผู้ควบขี่ได้   แม้ว่าจะถึงที่สุดแห่งกำลังแล้วแต่รีน่าก็ดูจะยังไม่พอใจและพยายามกระตุ้นต่อไป  

แต่ในที่สุดทุกอย่างก็หยุดลงเมื่อเจ้าม้านำรีน่ามาจนถึงแนวป่า   ซึ่งเธอลงจากหลังของมันแล้ววิ่งเข้าไปในชายป่า   พยายามยิ่งที่จะจับให้ได้ว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่   ทั้งป่ามีแต่พลังรุนแรงสองอย่างปะทะกันจนแทบจับทิศทางไม่ถูกเลย   ทว่าหญิงสาวจึงคงวิ่งต่อไป...วิ่งไปยังจุดสุดท้ายที่สามารถจับอำนาจของฝูงผู้ตามล่าได้เมื่อวานนี้   เพราะมีเพียงที่นั่นทีเดียวเท่านั้นที่มาร์คน่าจะไปเป็นที่แรก

แล้วอยู่ๆ รีน่าก็ต้องกระโดดหลบเมื่อมีดวงอำนาจหนึ่งถูกปล่อยมาที่เธอ   ยังผลให้มันไปชนต้นไม้ต้นหนึ่งจนเกิดการระเบิดขึ้น   ครึ่งหมาป่าปีศาจสาวมองต้นไม้ที่ถูดแผดเผานั้นด้วยสายตาตกใจเล็กน้อย   ก่อนจะเงยหน้ามองต้นไม้ที่อยู่รอบร่างของตัวเอง   ซึ่งบนนั้นและเบื้องล่างที่กำลังเดินออกมาอย่างช้าๆ   หญิงสาวผมเงิน   ภายใต้การนำของหญิงสาวผมแดงยืนอยู่   สายตาที่พวกนางมองเขานั้นเต็มไปด้วยความเกลียดชังอย่างถึงที่สุด

“ในที่สุดก็รนมาหาที่ตายเหมือนกับที่ท่านคลาบิลบอกเอาไว้เลยนะ   รีน่า” หญิงผมแดงว่า

“หลีกทางไป   บีเซท   ข้าจะไปหามาร์ค” รีน่าออกคำสั่ง “อย่าคิดว่าเป็นคนของฝูงแล้วข้าจะเกรงใจนะ”

“เชอะ   เจ้าเคยเกรงใจเราด้วยงั้นเหรอนังลูกครึ่ง” หมาป่าปีศาจสาวนาม ‘บีเซท’ ถาม

นางยกเศษเสื้อคลุมในมือของตัวเองขึ้นมาให้รีน่าดู   ซึ่งหญิงสาวจำได้ทันทีว่าเป็นของเจ้าชายหนุ่ม

“และมาหาเจ้าชาย   เขาน่ะเหลือแค่นี้แล้วล่ะ”

บีเซทต้องกระโดดหลบเมื่อรีน่าพุ่งตรงเข้าใส่พร้อมกรงเล็บอันแหลมคม   แต่ดูเหมือนว่านางจะดึงตัวเองหลบช้าไปสักนิด   เพราะรอยแผลบังเกิดบนใบหน้าของเธอเสียแล้ว

“อะไรกัน   ทำไมความเร็วของมันเพิ่มขึ้น”

ในตอนนั้นเองที่นางได้เห็นออร่าสีเขียวสดปรากฏรอบร่างของรีน่า   สีสันอันเข้มข้นและลุกไหม้ดังเปลวเพลิง   ใบหน้างดงามของหญิงสาวลูกครึ่งปีศาจเองก็ระบายเอาไว้ด้วยความโกรธ   มันเป็นสีหน้าที่พวกบีเซทไม่เคยเห็นมาก่อน   เพราะตลอดสี่ปีที่ผ่านมารีน่าเอาแต่หวาดกลัวแล้วหลบหนีหัวซุกหัวซุนเพียงอย่างเดียวเท่านั้น

แต่แทนที่รีน่าจะต่อสู้กับพวกนางต่อไปเพื่อระบายความแค้น   เธอกลับถอยไปด้านหลังอันเป็นทิศทางเดียวกับที่จับพลังได้เมื่อวาน   ซึ่งเมื่อถอยไปได้ระยะหนึ่งแล้วเธอหันหลังวิ่งออกไปในทันที   หญิงสาวต้องการพิสูจน์ให้แก่ใจเสียก่อนว่ามาร์คเป็นอันตรายอย่างที่บีเซทพูดจริง   ไม่อย่างนั้นแล้วเธอคงจะไม่มีสมาธิที่จะต่อสู้ต่อไปอย่างแน่นอน

ทว่าเมื่อวิ่งไปได้ระยะหนึ่งรีน่าก็ต้องสะบัดกรงเล็บ   เมื่อร่างของผู้ไล่ล่าติดตามมาดักหน้าเอาไว้   ซึ่งอีกฝ่ายก็มีกรงเล็บแหลมคมรอรับมือผู้ถูกล่าอยู่เช่นกัน   การต่อสู้เริ่มต้นขึ้นทันทีที่รีน่าไปถึงแล้วสะบัดกรงเล็บใส่ก่อน   ออร่าสีเขียวสดนั้นยิ่งเข้มข้นขึ้นตามเวลาของการประมือ   โดยรีน่าพยายามอย่างยิ่งที่จะสะบัดพวกนางให้หลุดออกไป   แต่มันก็เป็นการยากเมื่ออีกฝ่ายเป็นสายเลือดบริสุทธิ์ของเผ่า

และแล้วกรงเล็บของหนึ่งในผู้ล่าก็สัมผัสร่างบางของรีน่าได้จนได้   เมื่อเธอพลาดถลาเข้าไปโจมตีก่อนโดยไม่ดูทิศทางที่ยืนอยู่ของคนที่เข้าเสริม   กรงเล็บอันแหลมคมของผู้ล่าฝังลึกลงในสีข้างของรีน่า   แต่นั่นจะทำให้หญิงสาวล้มลงก็หาไม่   เธอยังยืนหยัดอยู่ที่เดิมพร้อมกับมองกลุ่มผู้ไล่ล่าด้วยสายตาโกรธจัด   ออร่าสีเขียวสดรอบร่างนั้นยิ่งเข้มขึ้นและลุกโชติช่วงมากขึ้น

กรงเล็บที่เริ่มมีเส้นขนงอกยาวออกมาโบกขึ้นกลางอากาศบังคับให้ก้อนหินทุกก้อนทุกขนาดลอยขึ้น   ก่อนรีน่าจะสะบัดมืออย่างแรงทำให้ก้อนหินทั้งหมดนั้นพุ่งตรงไปยังผู้ทำร้าย   จนนางต้องสร้างเกราะกำบังขึ้นป้องกันทันที   แต่แรงปะทะที่มีมากก็ทำให้เกราะนั้นแตกออกแล้วกระแทกต้องร่างผู้ไล่ล่ากระเด็นออกไปชนต้นไม้อย่างแรง

จังหวะเดียวกันนั้นนางหมาป่าปีศาจอีกสองสามคนก็พุ่งเข้าโจมตีใส่รีน่าพร้อมกัน   ทว่าลูกครึ่งไวน์วูฟสาวก็ยกกรงเล็บอีกข้างขึ้นพร้อมกระแทกมนตราออกไป   ยังผลให้กลุ่มผู้ไล่ล่าทั้งสามกระเด็นออกไป   จากนั้นก็ยกกรงเล็บที่เริ่มแปรเปลี่ยนเป็นอุ้งเท้าใส่บีเซทที่ยืนสังเกตการณ์อยู่บนต้นไม้   จนนางต้องชิงยิงพลังเข้าใส่ก่อนเพื่อสกัดกั้นมนตรานั้นเอาไว้

ตูม!!  เสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหวตามด้วยเสียงต้นไม้หักโค่นและกิ่งไม้ที่ร่วงหล่น   บีเซทยิ้มบางๆ ด้วยความเข้าใจว่ารีน่าตายจากแรงระเบิดที่เกิดจากอำนาจของนางแล้ว   ทว่าพวยควันที่แตกออกจากกันนั้นกลับบอกสิ่งที่แตกต่างออกไป   ซึ่งนางจะต้องเอี่ยวตัวหลบอย่างเร็วก่อนจะถูกพลังสีเขียวเข้มที่ถูกปล่อยออกมานั้นเล่นงาน   แต่ถึงแม้ว่าจะหลบพ้นจากอำนาจที่พุ่งตรงเข้ามา   นางก็ต้องตะลึงเมื่อปรากฏร่างหมาป่าสีเทาขึ้นตรงหน้า  

แม้ว่าจะเป็นหมาป่าที่ไม่เคยเห็นมาก่อนทว่านางก็จำดวงตากราดเกรี้ยวที่จ้องมองมาได้เป็นอย่างดี   นี่คือ รีน่า   เธอใช้พลังมากจนเกินไปเพราะความโกรธจนกลายร่างเป็นเดรัจฉาน

“กรี๊ด.........................ด!!”

เสียงกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดของบีเซทดังขึ้นทันทีที่รีน่าฝังคมเขี้ยวลงบนหัวไหล่   ร่างจำแลงของนางพลันเปลี่ยนเป็นหมาป่าปีศาจสีน้ำตาลแดงตัดขาวที่มีขนาดใหญ่กว่ารีน่ามากนัก   ซึ่งทันทีที่ถึงพื้นนางก็ตรงเข้าโรมรันกัดฟัดกับรีน่าอย่างรุนแรง   ทว่าตัวที่สามารถกัดได้สมน้ำสมเนื้อยิ่งกว่ากลับเป็นลูกครึ่งไวน์วูฟเสียมากกว่า   ซึ่งในที่สุดรีน่าก็สามารถกระชากเอาหางเป็นพวงของบีเซทหลุดออกมาจากร่าง

“เอ็ง!!!”

บีเซทร้องด้วยความเจ็บปวดพร้อมกับนอนดิ้นพราดจากหางที่หลุดไป   รีน่าทิ้งหางสีแดงในปากลงแล้วออกวิ่งไปตามทางที่ต้องการไปอีกครั้ง   หัวใจที่ปรารถนาจะพบมาร์คมีมากเสียจนเธอไม่คิดสนใจสิ่งใดอีกต่อไป   ไม่สนใจแม้กระทั่งร่างกายที่แปรเปลี่ยนไปจากเดิม   ซึ่งมาร์คอาจจะเข้าใจผิดว่าเป็นหมาป่าปีศาจที่กำลังตามล่าเธออยู่ก็ได้

“อย่าหวังว่าจะหนีรอดเลยน่า!!!”

มันเป็นเสียงของบีเซทที่คำรามขึ้นอย่างกราดเกรี้ยว   รีน่าหันกลับไปเบื้องหลังแล้วก็ได้เห็นนางหมาป่าขนแดงหยัดกายลุกขึ้นจากพื้นพร้อมกับปลดปล่อยเพลิงสีแดงฉานออกมา   พลังอันรุนแรงที่พุ่งตรงมานั้นสะกดทำให้รีน่าต้องรีบมองหาที่หลบภัยทันที   ทว่าก่อนที่เธอจะหาได้ทันเวลานั้นร่างก็ถูกบางสิ่งพุ่งชนจนหลุดพ้นออกมาจากเส้นทางมนตรา   ไปชนเข้ากับต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่งในขณะที่เสียงระเบิดดังสนั่นขึ้นอีกครั้ง

ดวงตาของรีน่าจับจ้องกลุ่มฝุ่นควันที่ลอยคละคลุ้งเพราะแรงระเบิดที่เกิดขึ้น   ซึ่งค่อยๆ จางลงอย่างช้าๆ ตามสายลมที่พัดพาอย่างแผ่วเบา   แต่เพียงร่างของชายหนุ่มในอาภรณ์สีน้ำตาลตัดดำนอนหมดสติใต้ต้นไหม้อีกต้น   โดยมีหยาดเลือดอาบโทรมทั่วทั้งร่างแล้ว   หมาป่ารีน่าถูกถึงกับตะลึงไปทันที

“มาร์ค!!!”

เธอร้องลั่นพร้อมถลาเข้าไปดูอาการของมาร์ค   ทว่าด้วยร่างกายที่กลายเป็นเดรัจฉานแล้วทำให้ไม่อาจกอดประคองเจ้าชายหนุ่มได้อย่างที่ต้องการ   จะทำได้ก็เพียงใช้ลิ้นหยาบเลียไล้ใบหน้าของอาบเลือดของมาร์คด้วยความเป็นห่วง   หัวใจของเธอลั่นระทึกด้วยความทรมานเพราะอาจจะต้องสูญเสียชายหนุ่มคนนี้ไป   น้ำตาเริ่มคลอท้นและเฝ้าโทษตัวเองว่าเป็นคนทำให้เขาต้องมารับชะตากรรมอันเลวร้ายกับเธอ  

ถึงจะยินดีที่เห็นมาร์คยังมีชีวิตอยู่   แต่ตอนนี้เขากำลังจะตายเพราะเธอ

“อือ...”

มาร์คครางเบาๆ พร้อมกับเบิกตาขึ้นมองหมาป่ารีน่าอย่างช้าๆ   ทั้งที่เห็นว่าร่างของเธอเปลี่ยนแปลงไปจนจำไม่ได้แล้ว   แต่ทว่ารอยยิ้มแห่งความยินดีก็ยังเหยียดขึ้นบนริมฝีปากของเขาอย่างบางเบา

“ถึงจะเปลี่ยนไปหน่อย   แต่ข้าจำเข้าได้” มาร์คกล่าวพร้อมกับยกมือขึ้นลูบตรงแก้มหมาป่ารีน่า “เจ้าคือ ‘รีน่าของข้า’  ไม่บาดเจ็บใช่มั้ย”

“แค่เล็กน้อยเท่านั้น”

รีน่าบอกพลางมองแผลที่ข้างตัวจากนั้นก็เงยหน้าขึ้นตะโกนเรียกมาร์คที่หมดสติไปอีกครั้ง

“มาร์คอย่าหลับนะ   อย่าหลับนะ   มาร์ค!!!”

แต่มาร์คก็หาได้มีสติกลับคืนมาไม่   เขาสลบไปอีกครั้งเพราะพิษบาดแผลที่เกิดขึ้น   ทำให้รีน่าต้องคาบคอเสื้อของเขาแล้วออกแรงตวัดร่างใหญ่ของชายหนุ่มขึ้นมาบนหลัง   แล้วหันกลับมาทางเก่าเตรียมมุ่งหน้าไปยังสถานที่หนึ่งที่เธอจำเส้นทางได้อย่างขึ้นใจ   แต่เพียงทันทีที่ได้เห็นฝูงหมาป่าปีศาจสีเงินภายใต้การนำของนางหมาป่าปีศาจขนแดงยืนขวางอยู่   ความกราดเกรี้ยวก็สำแดงอำนาจขึ้นมาอีกครั้ง

“หลีกไป!!!”

รีน่าคำรามด้วยอำนาจทั้งหมดที่ตัวเองมี   ส่งแรงสะท้อนของเสียงซึ่งมีความถี่สูงกว่าปกติพุ่งตรงไปยังกลุ่มผู้ล่าอย่างรุนแรง   ทำให้ร่างของพวกมันทรุดลงไปกองกับพื้นเพราะแก้วหูที่สั่นรุนแรงจนเจ็บปวด   แม้จะลู่ใบหูแล้วส่งเสียงเห่าหอนออกมาก็ไม่ได้ช่วยทำให้ทุกอย่างดีขึ้นเลย   นั่นเปิดโอกาสให้รีน่าพามาร์คที่อยู่บนหลังวิ่งออกมาจากบริเวณนั้นอย่างรวดเร็ว  

ทว่าการก็ยังมีผู้ล่าคนหนึ่งที่ยังไม่คิดยอมแพ้และต้องการสังหารรีน่าให้จงได้

บีเซทหยัดกายลุกขึ้นอย่างช้าๆ  สายตามองไปยังร่างที่กำลังสิ่งจากไปของหมาป่ารีน่าอย่างโกรธเกรี้ยว   มันอ้าปากออกเรียกอำนาจเพลิงสีแดงฉานมารวมกันอีกครั้ง   ก่อนปลดปล่อยออกไปหวังให้ต้องร่างของรีน่าจนตายไป   โดยไม่สนใจเลยว่าจะมีเจ้าชายผู้เป็นพระโอรสของจ้าวสตรีผู้ยิ่งใหญ่แห่งอาดิทอล

ทันใดนั้นเองร่างชายหนุ่มผมดำนัยน์ตาสีแดงก็ปรากฏขึ้นขวางทางเพลิงมนตรานั้นเอาไว้   บีเซทถึงกับตะลึงเมื่อได้เห็นชายคนนั้นยกมือขึ้นรับอำนาจของเธอเอาไว้   แล้วสลายมันออกไปด้วยการบีบด้วยมือเปล่าเพียงครั้งเดียว   นางหมาป่าหางด้วนได้แต่ตะลึงตาค้างด้วยความไม่อยากเชื่อ   กลุ่มหมาป่าผู้ไล่ล่ารีน่าทั้งหมดหมอบลงในทันทีที่ได้เห็นเขา

ชายคนนั้นปลายตามองบีเซทด้วยสายตาอันเยียบเย็นพร้อมกับเดินเข้ามาใกล้   นางหมาป่าขนแดงถอยไปด้านหลังด้วยความหวาดกลัวเป็นที่สุด   และเพียงแค่เขายกมือเปื้อนอำนาจสีแดงขึ้น   สิ่งที่บีเซทเห็นก็มีเพียงความมืดมิดเท่านั้น

????????????????????

กลับมายังอีกสถานที่หนึ่งซึ่งอยู่ห่างจากตัวเมืองกาเร็ธนับสิบไมล์   ที่กระท่อมสร้างจากต้นซีดาชั้นดีจากผืนป่าอันงดงามแห่งนี้นั้น   สองสามีภรรยาอันดับหนึ่งแห่งอาดิทอลกำลังมีความสุขกับการเลี้ยงดูทารกเพศชายนามว่า ‘เฟธ’  ที่มาร์คเก็บได้จากตัวเมือง  

แม้ว่าจะเป็นเด็กชายในอุปถัมภ์ของบุตรชาย   ด้วยสาเหตุที่บุตรทั้งสามของคนไมเคิลและเอเรียเติบโตจนสามารถออกเรือนได้ได้ทุกคนแล้ว   จึงไม่แปลกที่ทั้งสองจะมีความสุขมากเมื่อได้เลี้ยงดูทารกน้อยคนนี้

วันนี้ทั้งสองคนตื่นแต่เช้ามาดูแลและเล่นกับเฟธอย่างสนุกสนาน   ความสุขที่ประทินบนดวงหน้าของทั้งสองคนนั้นบอกได้ดีถึงความรู้สึก   ซึ่งนั่นทำให้หมาป่าสีดำนัยน์ตาสีสนิมตัวเท่าหมีควายที่นอนอยู่หน้าเตาผิงนั้นต้องยิ้มด้วยความสุข   เพราะนี่เป็นครั้งแรกที่ได้เห็นรอยยิ้มอันนุ่มนวลและอ่อนโยนจากชายและหญิงหมายเลขหนึ่งของอาณาจักร

ทว่าเพียงคล้อยเข้าช่วงสายเล็กน้อยและหลังจากที่กล่อมเฟธหลับไปแล้ว   สีหน้าของคนทั้งสองกลับดูหมองลงอย่างครุ่นคิด   โดยเฉพาะองค์ราชินีเอเรียที่เดินไปมองนอกบานหน้าต่างด้วยสายตากังวลใจ

“เป็นห่วงพวกเขารึ   เอเรีย” ไมเคิลเอ่ยปากถาม

เขากำลังชงน้ำชาชั้นดีออกมาเพื่อให้ภรรยาได้ดื่มเพื่อความสบายใจ  

“อืม   นิดหน่อย   จากที่สัมผัสได้นี่การต่อสู้ของเด็กๆ เขารุนแรงพอสมควรเลยทีเดียว” เอเรียว่าพลางหันไปยังหมาป่าสีดำ “เซนโด้   เจ้าช่วยออกไปดูหน่อยนะ   อะไรที่ควรทำก็ทำไปก็แล้วกัน”

“พ่ะย่ะค่ะ   องค์ราชินี”

สิ้นเสียงรับคำร่างของหมาป่าปีศาจตัวนั้นก็เลือนหายไปในทันที   ได้เห็นดังนั้นแล้วเอเรียก็พาตัวเองกลับมานั่งที่โซฟาตัวใหญ่พร้อมรับน้ำชาจากสามีมาจิบเล็กน้อย   เพื่อผ่อนคลายจิตใจที่กำลังตึงเครียดลง

“อืม...น้ำชาลาเวนเดอร์ชั้นดี”

เอเรียชมพลางมองสามีที่ทรุดกายลงนั่งที่พนักวางแขนแล้วยิ้มบางๆ

“ท่านนี่เข้าใจถึงจิตใจข้าเสมอเลยนะ”

“เพราะเจ้าเป็นภรรยาที่ข้ารักมากที่สุดยังไงล่ะ” ไมเคิลตอบแล้วจุมพิตที่แก้มนวลของเอเรียเบาๆ

เหตุที่จิตใจของเอเรียดูตึงเครียดมากกว่าปกตินั้น   ก็เพราะเธอวางขอบข่ายอำนาจซึ่งผสมผสานด้วยจิตของตัวเองครอบคลุมทั้งผืนป่า   เพื่อจับดูสถานการณ์ตลอดเวลาหลายวันที่ผ่านมาจนรู้ถึงความเคลื่อนไหวทุกอย่าง   แม้ว่ามันจะเป็นเรื่องเล็กน้อยเมื่อเทียบกับพลังที่มีอยู่   แต่การผสมรวมจิตใจลงไปด้วยนั้นทำให้ความตึงเครียดเกิดขึ้นในสามัญสำนึกอย่างช่วยไม่ได้   เนื่องจากร่างกายต้องตื่นตัวอยู่ตลอดเวลาเพื่อรักษาขอบข่ายอำนาจนั้นไว้

และตั้งแต่เมื่อคืนที่ผ่านมาก็ดูจะรุนแรงขึ้นกว่าเดิมนิดหน่อย   เพราะมาร์คออกมาพบกับคลาบิลแล้วเกิดการต่อสู้กัน   นั่นทำให้เอเรียต้องนั่งจิบชาจับตาดูการต่อสู้นั้นด้วยความห่วงใย   ถึงแม้จะรู้ว่ามาร์คเก่งกาจมากพอที่จะไม่เสียทีแต่นางหมาป่าปีศาจผู้เป็นสมาชิกฝูงของเซนโด้   แต่สัญชาตญาณแห่งความเป็นแม่ก็ทำให้เธออดห่วงบุตรชายไม่ได้อยู่ดี

ทว่าเมื่อพระอาทิตย์ขึ้นความตึงเครียดทางจิตใจก็เพิ่มมากขึ้น   เมื่อรีน่าออกมาจากเมืองแล้วปะทะกับกลุ่มของบีเซท   สำหรับเอเรียแล้วความเป็นห่วงในตัวรีน่ามีมากกว่ามาร์คเป็นเท่าตัว   เพราะถึงแม้ว่าลูกครึ่งไวน์วูฟจะมีพลังของหมาป่าปีศาจ   แต่นางก็เป็นเพียงมนุษย์คนหนึ่งที่พร้อมจะพลาดท่าเสียทีเมื่อใดก็ได้  

“ต้องการอะไรอีกมั้ย   เอเรีย”

คำถามอันห่วงใยจากไมเคิลทำให้เอเรียหลุดมาจากภวังค์ชั่วครู่   เธอเงยหน้ามองสามีแล้วยิ้มให้ก่อนตอบเขาไปว่า

“ของที่อยากได้ท่านรู้ดีมิใช่หรือ”

“ฮ่าๆ   นั่นสินะ   ไม่รู้ว่ามาร์คจะรู้แล้วหรือยัง” ไมเคิลว่า

“มาร์คไม่รู้หรอก   แต่ว่ารีน่ากำลังพาเขามาที่นี่” เอเรียตอบพลางจิบชา

“พามา...มาร์คพลาดท่าเสียแล้วรึ” ไมเคิลถามพร้อมถอนใจเบาๆ

“เพราะต้องการช่วยรีน่าก็เลยเอาตัวเข้าไปขวางพลังของบีเซทเอาไว้ไว้น่ะ   เขาช่างสมกับเป็นลูกของเรานะคะ   ว่ามั้ย” เอเรียตอบ

เธอโน้มตัวขึ้นไปจูบที่เรียวปากของสามีด้วยความรัก

“ช่วยไปหยิบมาให้หน่อยได้มั้ย   ต้องเตรียมพร้อมเอาไว้ก่อนพวกเขาจะมาถึงน่ะ”

“ได้สิ   รอเดี๋ยวนะ”

แล้วไมเคิลก็ลุกขึ้นจากเก้าอี้เดินหายเข้าไปในห้องนอนสักครู่   จากนั้นก็กลับออกมาพร้อมกับถุงใส่ของใบเล็กๆ สีขาว   ซึ่งเขามอบมันให้แก่เอเรียในทันทีที่กลับมาถึง   องค์ราชินีสาวรับมาถือเอาไว้แล้วร่ายอำนาจใส่ถุงใบนั้นด้วยใบหน้านุ่มนวล   ไมเคิลมองการกระทำนั้นสักครู่ก่อนจะมองออกไปนอกหน้าต่าง   ซึ่งร่างปราดเปรียวร่างหนึ่งกระโจนออกมาจากแนวป่ามาตกลงหน้ากระท่อม   ทำให้เขาต้องรีบวิ่งไปเปิดประตูทันที

“รีน่ากับมาร์คมาถึงแล้ว   เอเรีย”

ไมเคิลบอกภรรยาแล้ววิ่งออกไปรับร่างบุตรชายลงมาจากหลังของรีน่าแล้วพาเข้ามาในกระท่อม   เอเรียรีบลุกขึ้นจากที่นั่งคว้ากล่องเครื่องมือแพทย์ตามหลังสามีเข้าไปในห้องนอนของบุตรชาย   ซึ่งภายในห้องนั้นกษัตริย์หนุ่มนำร่างของมาร์คนอนลงบนเตียงแล้วปลดเปลื้องอาภรณ์ออก   เตรียมพร้อมให้ภรรยาทำแผลที่เกิดขึ้นทั่วร่างทันที

ทว่าในขณะที่เอเรียกำลังเตรียมอุปกรณ์และยาสำหรับรักษาบาดแผลของมาร์คนั้น   ชายกระโปรงของเธอก็ถูกใครบางคนกระตุกเบาๆ เป็นสัญญาณเรียก   ซึ่งเมื่อหันมองก็ได้เห็นหมาป่าสีเทาตัวเขื่องยืนคาบชายกระโปรงของเธอเอาไว้   และองค์ราชินีก็เป็นอีกคนที่จดจำรีน่า...หญิงสาวในการอุปถัมภ์ของตัวเองได้

“ไม่ต้องห่วงไปหรอก   เขาไม่เป็นอะไรแน่   ช่วยออกไปยืนห่างๆ หน่อยนะจ้ะ”

เมื่อเป็นคำสั่งขององค์ราชินีที่รักและเคารพยิ่ง   รีน่าก็ยอมถอยออกไปนั่งติดหนังแล้วเฝ้ามองดูพระนางและสวามีรักษาบาดแผลของมาร์คเงียบๆ   สายตาที่ทอดมองความวุ่นวายที่เกิดขึ้นเพื่อรั้งชีวิตร่างบนเตียงนั้นเปี่ยมล้นด้วยความกังวล   หมาป่าสาวหลับตาลงแล้วสวดภาวนาอยู่ในใจให้มาร์คปลอดภัย   และเฝ้าโทษตัวเองด้วยความปวดร้าว  ถ้าหากเธอไม่ยอมรับความช่วยเหลือจากมาร์คเหมือนกับคนอื่นๆ ที่แล้วมา   เขาก็คงไม่ต้องมานอนบาดเจ็บอยู่เช่นนี้

เวลาผ่านไปนานเกือบชั่วโมง   ดวงตาของรีน่าก็เบิกขึ้นรับแสงตะวันที่สาดส่องผ่านบานหน้าต่างเข้ามาอีกครั้ง   ในตอนนี้ความวุ่นวายในการรักษาเจ้าชายรัชทายาทแห่งอาดิทอลได้จบลงแล้ว   ไมเคิลกำลังรวบรวมผ้าสกปรกหยาดเลือดและรอยฝุ่นเข้าด้วยกัน   จากนั้นก็กลับออกไปจากห้องโดยไม่พูดสิ่งใดกับรีน่าเลย   เขาคงจะโกรธที่ทำให้บุตรชายของเขาต้องบาดเจ็บสาหัส

“รีน่ามาใกล้ๆ นี่สิ”

เสียงของเอเรียดังขึ้นอีกครั้งทำให้รีน่าเดินเข้าไปหาองค์ราชินีสาว   เธอนั่งลงแล้ววางหัวสุนัขของตัวเองลงกับตักของพระนางด้วยความอาวรณ์   ในตอนนี้เธอไม่สามารถกลับคืนสภาพมนุษย์ได้อีกต่อไปแล้ว   เธอใช้พลังเพราะความกราดเกรี้ยวมากเกินไปจนร่างกายไม่อาจรับไหว   ในไม่ช้าสติสัมปชัญญะที่รู้สำนึกของความเป็นมนุษย์ก็คงจะหายไป

“งี้ด....”

รีน่าครางเบาๆ คล้ายต้องการบอกความในใจ   ซึ่งดูเหมือนว่าเอเรียจะเข้าใจมันเสียด้วย

“ไม่ต้องห่วงหรอก   รีน่า   ลูกชายข้าเขาไม่ตายง่ายๆ หรอกนะ   บาดแผลก็ถากไปไม่กี่แผล   หัวที่แตกอีกไม่นานก็จะหาย   ถ้าได้นอนพักมากๆ เขาก็จะตื่นขึ้นมาเองนั่นแหละ”

เอเรียปลอบประโลมหมาป่ารีน่าด้วยรอยยิ้มอันอ่อนหวานพร้อมกับการลูบศีรษะให้ความรักอย่างอบอุ่น   ก่อนเธอจะหยิบเอาถุงใส่ของสีขาวที่ได้รับมาจากสามีขึ้นมา   จากนั้นก็เปิดออกหยิบเอาลูกกลอนสีน้ำตาลแก่ออกมาจากสองสามลูกมายื่นให้หมาป่าสาว

“กินสิ   ยานี่จะช่วยสมานบาดแผลที่สีข้างของเจ้าได้นะ”

รีน่ามองเอเรียอย่างประหลาดใจสักครู่   แล้วหันกลับมามองบาดแผลที่สีข้าง   แม้ว่าเลือดจะหยุดไปแล้วแต่ปากแผลเปิดยังคงอยู่   และสิ่งที่ทำให้เธอประหลาดใจก็คือ ยาสมานแผลปกตินั้นมักต้องทาจากภายนอกเสมอ   แต่ทำไมเอเรียจึงบอกว่ายาลูกกลอนตรงหน้านี้มีคุณสมบัติในการสมานแผลได้เล่า   กระนั้นเมื่อเป็นคำสั่งของพระนางที่รักยิ่ง   รีน่าก็ยอมคาบลูกกลอนเหล่านั้นแล้วกลืนกินเข้าไปอย่างไม่มีลังเล

เพียงชั่วครู่ร่างอันเย็นชืดของหมาป่าสาวก็พลันอุ่นขึ้น   เธอมองร่างกายที่มีออร่าสีเทาโอบล้อมเอาไว้ก่อนจะไปรวมกันอยู่ที่ปากแผลที่สีข้างของเธอ   ซึ่งมันค่อยๆ ประสานปากแผลเปิดเข้าด้วยกันจนกระทั่งหายสนิทเป็นปลิดทิ้งอย่างรวดเร็ว   รีน่ามองภาพนั้นด้วยความอัศจรรย์ก่อนจะเงยหน้ามองเอเรียที่กำลังยิ้มด้วยความสุข

“รู้สึกดีขึ้นแล้วใช่มั้ย   ถ้าอย่างนั้นช่วยเฝ้ามาร์คเอาไว้อย่าให้ห่างล่ะ   เพราะเขาเท่านั้นที่จะช่วยเจ้าได้” เอเรียบอกพลางลุกขึ้นเตรียมออกไปจากห้อง “ตอนนี้ข้ายังมีงานเหลืออยู่อีกนิดหน่อยต้องรีบออกไปจัดการ   ยังไงก็ฝากดูแลด้วยนะจ้ะ”

แล้วเอเรียก็กลับออกไปจากห้องนั้นอย่างรวดเร็ว   รีน่าตามออกมาดูว่างานอะไรกันแน่ที่เอเรียทำค้างเอาไว้   สิ่งที่ได้เห็นก็คือ ชายหนุ่มนัยน์ตาสีสนิมยืนอุ้มหมาป่าปีศาจสีน้ำตาลแดงเอาไว้   โดยในมือข้างหนึ่งกำพวงหางสีแดงเอาไว้ด้วย   ข้างกายนั้นมีหญิงสาวผมเงินนัยน์ตาสีรูบี้ยืนลูบขนของหมาป่าตัวนั้นด้วยความเป็นห่วง   ซึ่งรีน่าเข้าใจทันทีว่าชายคนนั้นช่วยเหลือบีเซทมา

“เอานางไปวางไว้บนโต๊ะใกล้หน้าต่างนั่น   เซนโด้   คนอื่นๆ ออกไปรอข้างนอก”

เอเรียออกคำสั่งกับฝูงหมาป่าปีศาจที่ยืนออกันตรงหน้าประตู   ในขณะที่เซนโด้นำร่างอันบอบช้ำของบีเซทไปวางบนโต๊ะตัวหนึ่งใกล้หน้าต่างตามคำสั่ง   พร้อมนั้นไมเคิลก็กลับออกมาพร้อมกับผ้าลินินสีขาวซึ่งถูกนำไปคลุมร่างของบีเซทเอาไว้   จากนั้นสองกษัตริย์ก็ช่วยกันรักษาและต่อหางให้กับบีเซทด้วยมนตราที่ตัวเองมี

ถึงตอนนี้รีน่าก็ยืนมองชายหนุ่มผมดำนัยน์ตาสีสนิมคนนั้นนิ่ง   ซึ่งเขาก็หันมามองเธอด้วยสายตาเฉยชาก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นความอบอุ่น   เขายิ้มให้กับเธอบางๆ แล้วโบกมือไล่ให้กลับไปดูแลเจ้าชายหนุ่มที่นอนเจ็บอยู่อีกครั้ง   รีน่าจึงมองเขาเป็นครั้งสุดท้ายแล้วยกมุมปากด้วยเป็นเหมือนรอยยิ้มแล้วหันกลับเข้ามาในห้อง

รีน่ากระโจนขึ้นไปมองใบหน้าอันอ่อนล้าของมาร์คที่นิทราบนเตียงนั้นอย่างทรมานใจ   ถ้าในตอนที่บีเซทปล่อยพลังออกมาเธอสามารถหลบได้เร็วกว่านี้อีกสักนิด   มาร์คก็คงไม่ต้องเอาตัวเข้ามาขวางจนได้รับบาดเจ็บถึงขนาดนี้  

แม้ทุกรอยแผลทีได้รับจะไม่เทียบกับร่องรอยเก่าๆ ที่เหลือทิ้งเอาไว้บนร่าง   ซึ่งเขาน่าจะได้รับมาจากตอนทำสงครามในอดีตเท่าไหร่   แต่มันก็ทำให้รีน่าปวดใจอยู่ไม่น้อย   เธอทอดกายลงเอาหัวใหญ่วางบนแผ่นอกของเขาพร้อมกับครางเบาๆ ด้วยความเศร้า   หยาดน้ำตาเริ่มหลั่งรินด้วยความเสียใจ   เพราะเธอแท้ๆ ที่ทำให้มาร์คต้องมานอนอยู่แบบนี้

เวลาผ่านไปเท่าไหร่ไม่อาจทราบได้   แต่รีน่าในร่างหมาป่าปีศาจรู้สึกตัวอีกครั้งเมื่อเสียงร้องของเด็กทารกดังขึ้น   เธอลืมตาตื่นขึ้นมองไปรอบห้องด้วยความสงสัยว่าเสียงร้องนั้นมาจากไหน   แต่เมื่อได้เห็นเอเรียเดินผ่านหน้าประตูที่ถูกเปิดทิ้งเอาไว้พร้อมกับทารกในอ้อมแขน   เธอก็เข้าใจว่าองค์ราชินีคงจะรับเด็กคนนั้นมาเลี้ยงตั้งแต่วันที่ได้เจอกันในเมือง

เป็นอีกครั้งที่รีน่าหันกลับไปมองมาร์คที่ยังนอนหลับสนิท   เขายังไม่ได้สติมาตั้งแต่เมื่อเช้าดุจเดียวกับเธอที่ยังไม่สูญเสียความนึกคิดเยี่ยงมนุษย์ไป   ทั้งที่ตอนนี้เธอน่าจะสูญเสียทั้งหมดนั้นไปแล้ว   แต่มันกลับยังคงอยู่เพราะอะไรกันแน่นะ

“อือ...”

มาร์คครางเบาๆ ด้วยความทรมานทำให้รีน่าลุกขึ้นเลียไล้ใบหน้าเขาด้วยลิ้นนุ่มของตัวเองทันที   เพียงชั่วครู่เจ้าชายหนุ่มก็ลืมตาตื่นขึ้น   นั่นยังความโล่งใจให้แก่รีน่าเป็นที่ยิ่ง   เธอเคลียเคล้าแก้มปกคลุมด้วยขนนุ่มของตัวเองกับแก้มหยาบของมาร์คอย่างแผ่วเบา   พร้อมกับตระหนักได้ในตอนนี้เองว่าหัวใจรักและห่วงใยในตัวเจ้าชายหนุ่มมากเพียงใด   หากต้องสูญเสียเขาไปก็ขอยอมตายตามไปเสียยังดีกว่า

“รีน่า...” มาร์คเรียกเบาๆ พร้อมลูบแก้มของเธอ “ทำไมยังอยู่ในร่างนี้น่า   เจ้าน่าจะกลับเป็นคนแล้วมิใช่หรือ”

ได้ยินแบบนั้นรีน่าก็ได้แต่มองเขาด้วยสายตาอับจน   เธอปรารถนาเหลือเกินที่จะบอกความจริงให้เขาได้รู้ว่าทำไมเธอจึงไม่คืนร่างมนุษย์   แต่เสียงที่ควรกลั่นกรองออกมาเป็นคำพูดนั้นกลับกลายเป็นเสียงครางแผ่วตามประสาสุนัข   นั่นทำให้มาร์คต้องดีดตัวลุกขึ้นนั่งแล้วจับตัวของเธอเอาไว้ด้วยความไม่อยากเชื่อ

“ไม่จริงน่า   อย่าบอกนะว่าเจ้า...เจ้าใช้พลังมากจนเกินไปแล้ว...” เขารำพันพร้อมกับลูบเนื้อตัวของรีน่า

“ลูกครึ่งหมาป่าปีศาจตามปกติแล้วจะอยู่ในร่างมนุษย์   ไม่มีทางกลายร่างเป็นหมาป่าเองได้เป็นอันขาด”

เสียงที่ดังขึ้นนี้ทำให้มาร์คและรีน่าหันมองเซนโด้ที่ยืนพิงกรอบประตูในทันที

“แต่ถ้าดึงพลังที่มีอยู่ออกมาใช้มากจนเกินไป   ร่างมนุษย์จะรับไม่ไหวจนต้องเปลี่ยนมาอยู่ในร่างหมาป่าเพื่อใช้พลังนั้น   น่าสงสารหลานสาวของข้า   ทั้งที่จะพ้นทุกข์อยู่แล้วแท้ๆ”

เซนโด้กลับออกไปพร้อมกับดึงบานประตูปิดลง   มาร์คจึงหันกลับมามองรีน่าอีกครั้ง   สายตาที่สบมองหมาป่าสาวนั้นมีแต่ความไม่อยากเชื่อและตื่นตะลึง   นี่เขาจะสูญเสียหญิงที่รักไปอีกคนอย่างนั้นหรือ...

รัก...คำนี้ห้วนดังขึ้นในจิตใจของเจ้าชายหนุ่มอีกครั้ง   เขาหลงรักรีน่าเข้าเสียแล้ว...ตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้   ไม่สิ...ต้องบอกว่ารักตั้งแต่เห็นหน้าครั้งแรกเสียมากกว่า   ความรู้สึกที่เขาอยากลืมเลือนไปมากที่สุดนับแต่วันตายของเบทซ์   เพราะความรักแท้ๆ ที่ทำให้เขาต้องพบกับความทรมานจนแทบกระอัก   หากไม่มีความรักก็ไม่ต้องเป็นทุกข์  

ทว่าตอนนี้มันกลับเกิดขึ้นอีกครั้ง   กับหมาป่าสาวที่อยู่ตรงหน้า   ซึ่งเขาจะต้องสูญเสียเธอไปในอีกไม่ช้านี้   เขาจะไม่อาจอยู่ร่วมกับเธอได้อีกแล้ว   รีน่าจะต้องไปตามวิถีทางของความเป็นหมาป่าไปอาจใกล้ชิดกับเขาได้อีกต่อไป

“ไม่นะ...” มาร์คพูดพร้อมคว้าร่างรีน่ามากอดเอาไว้ “ข้าไม่ยอมเสียเจ้าไปหรอกนะ”

รีน่าถึงกับตะลึงเมื่อได้ยินคำพูดนี้   สายน้ำตาที่พยายามสะกดกลั้นเอาไว้ไหลรินออกมาด้วยความเสียใจอีกครั้ง   เธอเองก็อยากอยู่กับเขาไปตราบนานเท่านาน   แต่ด้วยสภาพร่างกายในตอนนี้ในไม่ช้าเธอก็ต้องแสดงสัญชาตญาณดิบออกมา   ถึงตอนนั้นทุกอย่างก็จะเหลวร้ายลงไปอีก   และเธอก็ไม่ปรารถนาให้มันเป็นเช่นนั้นด้วยเสีย  

ดังนั้นหมาป่าสาวจึงเริ่มดิ้นรนให้หลุดพ้นจากอ้อมแขนแกร่งของเจ้าชาย   แต่เขากลับยิ่งกระชับอ้อมแขนให้แน่นขึ้นอีกด้วยความหวงแหน

“ข้าไม่ยอมเสียคนที่รักไปอีกหรอกน่า!” มาร์คคำรามด้วยอำนาจ “ข้าเสียเบทซ์ไปแล้วอย่างไม่มีทางช่วย   แต่เจ้าน่ะ...เจ้าน่ะยังมีทางช่วยได้อยู่   ข้าจะหาให้เจอจะช่วยเจ้าให้ได้   แต่อย่าไปจากข้า  ข้าไม่อยากสูญเสียเจ้าไป   เลือกข้าได้มั้ยให้ข้าได้เป็นที่รักของเจ้า  รีน่า!!”

รีน่ามองชายที่รักยิ่งคนแรกนี้ด้วยความเสียใจอย่างสุดซึ้ง   เธอเลือกเขาแล้วนับแต่วินาทีที่รู้หัวใจตัวเองแล้วว่ารักเขา   แต่มันก็เป็นการยากที่จะออกปากบอกรักเขาไป   เธอจึงได้แต่ร้องไห้และส่งเสียงครางด้วยความทรมานแล้วซุกซบกับไหล่แกร่งของมาร์คด้วยความเศร้า  

เธอรักเขา...รักจนอยากอยู่กับเขาไปชั่วนิรันดร์…

ทันใดนั้นเองก็บังเกิดสิ่งอัศจรรย์ขึ้นกับรีน่า   ภายในร่างกายของเธอเริ่มร้อนขึ้นอย่างน่าประหลาด   บางสิ่งจากหัวใจเริ่มเอ่อท้นออกมาอย่างห้ามไม่อยู่   มันแล่นไปตามเส้นเลือดที่ไหลเวียนภายในร่างสร้างความเจ็บปวดให้แก่รีน่าเป็นอย่างยิ่ง   พร้อมกันนั้นเธอก็รู้สึกว่าบางสิ่งที่หนักอึ้งซึ่งซ่อนเร้นอยู่ในจิตใจนั้นเริ่มพังทลายลง   ซึ่งนั่นช่วยทำให้ร่างกายของเธอเบาขึ้นกว่าเดิมไม่น้อย   แต่พร้อมกันนั้นมันก็ทำให้ร่างกายของเธอต้องเจ็บปวดมากขึ้นเช่นกัน  

เธอส่งเสียงครางเบาๆ พร้อมกับเกร็งตัวแข็งยังความแปลกใจให้แก่มาร์คไม่น้อยเลยทีเดียว   เขาพยายามอย่างยิ่งที่จะนวดเฟ้นตามร่างกายปกคลุมด้วยขนนุ่มของหมาป่าสาว   เพื่อคลายความเจ็บปวดของเธอลงบ้าง   ทว่าสิ่งที่ทำลงไปนั้นกลับสร้างความเจ็บปวดให้แก่เธอมากขึ้นไปอีก

“เอ๊ง!!!”

รีน่าร้องเสียงหลงด้วยความทรมานทำให้มาร์คต้องหยุดมือ   ก่อนเขาจะเปลี่ยนไปใช้อำนาจมนตราที่ตัวเองมีบรรเทาความเจ็บปวดของเธอลงบ้าง   ทว่ามันกลับช่วยได้เพียงเล็กน้อย   เพราะรีน่ายังคงเกร็งตัวแข็งจากสิ่งที่ไหลเวียนไปทั่วทั้งร่าง 

พลันนั้นแสงสีเทาปรากฏรอบร่างของรีน่าทำให้มาร์คต้องคลายมนต์ของตัวเองออกไป   เจ้าชายหนุ่มจ้องมองสิ่งที่เกิดขึ้นตรงหน้าด้วยความไม่อยากเชื่อ   ร่างกายของรีน่ากำลังเกิดความเปลี่ยนแปลงขึ้น   เส้นขนที่ปกคลุมตามร่างกายนั้นเริ่มหดสั้นลงเรื่อยๆ   ดุจเดียวกับตัวที่เริ่มยืดขยายกลับคืนความเป็นมนุษย์มากขึ้น  

และในไม่ช้าร่างหมาป่าสีเทาตัวใหญ่ที่นอนครางอย่างทรมานบนเตียงต่อหน้ามาร์คนั้น   ก็ถูกแทนที่ด้วยร่างของหญิงสาวผมยาวสีเงินที่นอนหอบด้วยความอ่อนหล้า   หลังจากที่ต้องผจญกับความเจ็บปวดจากการเปลี่ยนแปลงของร่างกาย   ทว่าเธอก็ทำให้มาร์คต้องร้องลั่นด้วยความยินดี

“รีน่า   ในที่สุดเจ้าก็กลับมา   รีน่า!!”

เจ้าชายหนุ่มคว้าร่างของรีน่ามากอดเอาไว้อย่างยินดีปรีดา   ซึ่งหญิงสาวดูจะงงงันกับความดีใจของมาร์คอยู่ไม่น้อยเลยทีเดียว

“อะไร...ดีใจอะไร...”

รีน่าถามก่อนจะต้องชะงักเมื่อพบว่าเสียงที่น่าจะเป็นเสียงครางอย่างสุนัขนั้นเปลี่ยนไป   คำพูดทุกคำถูกกลั่นออกมาด้วยเสียงหวานของตัวเองและเป็นภาษาอาดิสอันชัดถ้อยชัดคำ   เธอเงยหน้ามองมาร์คสายตาไม่อยากเชื่อก่อนจะกอดเขาแน่นด้วยความดีใจอย่างถึงที่สุด

“ข้ากลับคืนเป็นปกติแล้ว   ข้าหายแล้ว!!” เธอพูดพร้อมหยาดน้ำตาที่พร่างพรู

“ใช่   กลับมาแล้ว   น่าดีใจจริงๆ” มาร์คบอกพร้อมกอดรีน่าแน่น

แต่ทั้งสองก็ต้องแยกจากกันเมื่อเสียงเคาะประตูดังขึ้น   ยังเหตุให้เจ้าชายหนุ่มต้องรีบตวัดผืนผ้ามาคลุมร่างของลูกครึ่งหมาป่าสาวเอาไว้ก่อนบานประตูจะถูกผลักให้เกิดออก   ซึ่งทันทีที่มันเปิดเข้ามาทั้งสองก็ได้เห็นใบหน้ายิ้มแย้มด้วยความสุขของไมเคิลและเอเรียที่กำลังเดินเข้ามา

“กลับมาแล้วรึ   ดูท่ายานั่นจะได้ผลดีนะ” ไมเคิลพูดพลางมองเอเรีย

“ยา...” รีน่าทวนอย่างสงสัย

“ยาที่ข้าให้กินไปยังไงล่ะ   มันเป็นยาสมานแผลที่ผสมผสานมนตราของข้าเอาไว้ด้วย” เอเรียพูดด้วยรอยยิ้มกว้าง “แต่ว่ามันจะออกฤทธิ์ก็ต่อเมื่อมีคำพูดมากระตุ้นความรู้สึกของเจ้า   และนั่นก็คือ คำว่า ‘รัก’ จากชายที่รักเจ้าและ ‘ความปรารถนา’ ที่จะอยู่กับคนที่รักของเจ้า   พลังของข้าจะทำการสลายพลังของไวน์วูฟออกไปจากร่างของเจ้า   ต่อแต่นี้ไปเจ้าก็คือ มนุษย์ธรรมดาคนหนึ่ง”

“แต่ข้อเสียก็คือ เจ้าจะไม่สามารถมีลูกได้   เจ้าสามารถยอมรับสิ่งที่เกิดขึ้นนี้ได้มั้ย  รีน่า” ไมเคิลถาม

“เอ่อ...” รีน่าลังเลที่จะตอบคำถามนั่นอยู่สักครู่

เธอหันไปมองมาร์คที่ยังไม่ยอมคลายอ้อมแขนออกจากร่าง   ซึ่งเรียกรอยยิ้มแห่งความมั่นใจให้แก่รีน่าได้ไม่น้อยเลยทีเดียว

“ขอเพียง...ขอเพียงได้อยู่กับมาร์ค   ข้าก็พอใจแล้วล่ะค่ะ”

“ตอบได้ดีมาก!!”

มาร์คชมพร้อมกระชับร่างของรีน่าเข้ามาใกล้แล้วหอมแก้มหญิงสาวเสียฟอดใหญ่   ทั้งไมเคิลและเอเรียต่างก็หัวเราะเบาๆ ให้กับภาพอันสุขสันต์ตรงหน้า   ก่อนจะเปิดทางให้กับหญิงสาวผมเงินนัยน์ตาสีรูบี้และหมาป่าเพศเมียสีน้ำตาลแดงให้เดินเข้ามาในห้อง   ซึ่งปิดท้ายด้วยเซนโด้ที่ดูจะไม่ค่อยชอบใจเสียเท่าไหร่ที่ได้เห็นเจ้าชายหนุ่มกอดรีน่าเอาไว้  

และมาร์คก็ดูจะสังเกตเห็นเสียด้วย   เพราะเขากระชับรีน่าไปกอดแน่นขึ้นพร้อมกับเล่นลิ้นปลิ้นตาใส่จนน่าหมันไส้   สองกษัตริย์ที่อยู่ด้านหลังสุดนั้นต่างก็กลั้นหัวเราะกันอย่างยากลำบาก

“เจ้าชาย   ท่านเอาชนะข้าได้แล้ว   ข้าก็ขอ...” คลาบิลเอ่ยขึ้นเป็นคนแรก   แต่มาร์คกลับแทรกว่า

“ไม่ต้องหรอก   ถึงข้าอยากให้เจ้าสาบานตนเป็นข้ารับใช้ของข้า   แต่การที่เจ้าอยู่ข้างตัวก็อาจทำให้รีน่าลำบากใจ   ดังนั้นกลับไปอยู่อย่างอิสระเหมือนเดิมเถอะ”

ได้ยินแบบนั้นทั้งรีน่าและคลาบิลต่างก็มองรัชทายาทที่กำลังอารมณ์ดีจนเกินขอบด้วยความแปลกใจ   ก่อนคลาบิลจะคำนับลงแสดงความเคารพให้แก่เจ้าชายอย่างนอบน้อม

“ขอบพระทัย   ฝ่าบาท”

นางกล่าวพร้อมกับลูบหัวหมาป่าสีแดงข้างกายซึ่งถูกพันธนาการเอาไว้ด้วยผ้าพันแผลเกือบทั้งตัว   บีเซทครางเบาๆ ด้วยความพอใจที่ได้ถูกสัมผัสด้วยความรัก   นั่นทำให้รีน่าต้องประหลาดใจเป็นอย่างยิ่ง

“ทำไมบีเซทถึง...”

“เพราะข้าจัดการลบอำนาจทุกอย่างที่บีเซทมีออกไปน่ะสิ   ตอนนี้นางเป็นเพียงหมาที่แสนเชื่องตัวหนึ่งเท่านั้น” เซนโด้บอก “เพราะนางจะทำร้ายเจ้าที่มีเจ้าชายอยู่บนหลัง   นั่นจะทำให้องค์รัชทายาทเป็นอันตรายซึ่งข้ายอมไม่ได้เลยต้องจัดการลงโทษ”

“แต่มันโหดร้ายไปนะคะ   ท่านลุง” รีน่ากล่าว “ข้าที่กลายร่างเป็นหมาป่าไปแล้วเข้าใจดีว่าทรมานยังไง”

“ไม่ต้องห่วงไปหรอก   ในตอนที่รักษาเด็กคนนี้ข้าจัดการลบความทรงสมัยเป็นหมาป่าปีศาจไปจนหมดแล้วล่ะ” ไมเคิลที่ยืนฟังอยู่บอก “อย่างน้อยๆ นางก็จะรู้สึกว่าเป็นเพียงสุนัขที่รักเจ้านายมากตัวหนึ่งเท่านั้น”

“รีน่า   ถึงตอนนี้เจ้าก็เป็นเพียงมนุษย์ธรรมดาแล้วและยังเป็นที่รักของเจ้าชายด้วย   การตามล่าตัวของเจ้าก็คงจะจบลงเพียงเท่านี้” คลาบิลบอกด้วยสีหน้าเศร้าคล้ายสำนึกผิด “ข้ารู้ดีว่าที่ผ่านมาทำให้เจ้าต้องเดือดร้อนมาก   แต่ขอฝากบีเซทเอาไว้กับเจ้าด้วยได้มั้ย   นางไม่ใช่ส่วนหนึ่งของฝูงอีกต่อไปแล้วล่ะ”

สิ้นเสียงบีเซทก็กระโดดขึ้นไปบนเตียงแล้วทิ้งตัวนอนลงเอาหัวใหญ่วางเกยตักของรีน่า   ในครั้งแรกนั้นหญิงสาวก็ดูลำบากใจที่ถูกปฏิบัติอย่างให้ความรัก   เพราะที่แล้วมานั่นบีเซททำร้ายเธอเอาไว้มากเสียจนรู้สึกขยาด   แต่เมื่อได้เห็นแววตาใสซื่อต่างจากสมัยก่อนแล้ว   จิตใจของรีน่าก็คลายความหวาดกลัวไปจนในที่สุดเธอก็ยื่นมือออกไปลูบหน้าผากใหญ่ของนางหมาป่า

“งี้ด...”

บีเซทครางเบาๆ ด้วยความสุขพร้อมกับรอยยิ้มที่เหยียดขึ้นของรีน่า

“ตกลงค่ะ   ข้าจะดูแลบีเซทเองนะคะ” เธอรับปาก

“ขอบใจนะ” คลาบิลกล่าวพร้อมยิ้มอย่างอบอุ่น

“ถ้าอย่างนั้นพวกเราก็ออกไปกันเถอะ   ปล่อยให้หนุ่มๆ สาวๆ เขาอยู่กันสองคนดีกว่า” ไมเคิลบอกพลางกอดภรรยา

“นั่นสินะ   ข้าต้องการของสำหรับเฟธด้วยพอดี   เดี๋ยวเราลงไปในเมืองกันดีกว่านะ” เอเรียเห็นด้วยแล้วเดินออกไปพร้อมสามี “เซนโด้เจ้าไปช่วยถือของด้วยก็แล้วกันนะ”

“...พ่ะย่ะค่ะ”

เซนโด้รับคำอย่างจำใจแล้วตามออกไปและปิดท้ายด้วยบีเซทที่วิ่งตามคลาบิลออกไป   และในทันทีที่บานประตูปิดลง   มาร์คก็เริ่มซุกไซ้ร่างในอ้อมแขนด้วยความรักทันใด

“อือ...อย่านะ   ข้า...”

รีน่าพยายามห้ามปรามแต่มาร์คกลับยิ่งรุกล้ำลวนลามมากขึ้นไปอีก

“มาร์ค...”

“ข้าอยากกอดเจ้ามากเหลือเกิน   ไม่เคยดีใจมากขนาดนี้มาก่อนเลยจริงๆ   ดีใจเสียจนอยากกอดไม่ยอมปล่อย” มาร์คพูดพลางทอดร่างของรีน่าลงบนเตียง

“แต่แผลของท่านยังไม่หายเลยนะ” รีน่าพยายามหาทางรอด

“ไม่เป็นไร   ยาท่านแม่ดีเยี่ยมเสมอพรุ่งนี้ก็หายไปแล้ว” มาร์คพูดด้วยเสียงมีความสุข

มือใหญ่ของเขาค่อยๆ ลูบไล้ไปทั่วร่างบางเปล่าอาภรณ์นั้นอย่างสุดปรารถนา   รีน่าครางเบาๆ พร้อมกับขยับกายหนีด้วยความไม่คุ้นเคย   หยาดน้ำตากลับมาอีกครั้งด้วยความหวาดกลัว   ซึ่งมาร์คจูบซับมันจนแห้งแล้วกอบใบหน้าของหญิงสาวให้มองตาฉายแววความรักอย่างเปี่ยมล้นของเขา

“ข้าถามเจ้าไปยังไม่ตอบข้าเลยนะ” เขาว่า

“ถามอะไร   ข้าไม่เห็นรู้เรื่อง” รีน่าพยายามหลบตา

“ที่ถามว่าเลือกข้าได้มั้ยยังไงล่ะ”

“ข้าตอบไปแล้วนี่นา”

“อืม...งั้นรักข้ามั้ย   ข้ารักเจ้ามากเลยนะ”

“....”

“นี่...ถ้าเงียบข้าจะทำมากกว่านี้จริงๆ นะ”

“อย่าขู่กันสิ   เรื่องแบบนี้มันต้องใช้เวลานะ”

“งั้นนับหนึ่ง...สอง...สาม...พูดสิ”

“...ร...”

“อะไรนะ   ไม่ยิน...”

“ก็รักน่ะสิ   อย่าถามมากกว่านี้นะ!!”

สิ้นเสียงตวาดนั้น...เสียงหัวเราะแห่งความสุขของเจ้าชายหนุ่มก็ดังขึ้น   มันเป็นเสียงที่ใครต่างก็แย้มยิ้มด้วยความสุขเมื่อได้ยิน   แม้แต่ฝูงหมาป่าปีศาจที่นอนเฝ้าอยู่ด้านนอกก็ยังส่ายหางด้วยความยินดีเมื่อได้ยินเสียงนั้น   เพราะนานแล้วที่พวกเขาไม่ได้ยินเสียงหัวเราะของเจ้าชาย   ดุจเดียวกับเสียงหัวเราะของรีน่า   พวกมันถึงได้รู้ในตอนนี้เองว่าเสียงหวานของหญิงสาวที่พวกมันเคยตามล่านั้นไพเราะมากเพียงใด  

นับแต่นี้ต่อไปหญิงสาวจะได้พบแต่ความสุขในชีวิตคู่   แม้จะไม่อาจมีลูกของตัวเองได้แต่เพียงแค่มีว่าที่สามีอย่างมาร์คคอยเคียงข้าง   ก็สามารถทดแทนสิ่งที่ไม่อาจมีได้ด้วยตัวเองได้ไม่น้อย   ซึ่งเพียงเท่านั้นก็คงทำให้ความรักในครั้งนี้เป็นความรักนิรันดร์เช่นไมเคิลและเอเรียได้แล้ว



THE END



Dek-D Writer APP : แอพอ่านนิยาย Dek-D บน iPhone , Android Phone
มาแล้ว!! เวอร์ชั่น iPad และ Android Tablet
Aria of Gareth รวมเซ็ตภาคพิเศษ ตอนที่ 107 : [ภาคพิเศษ] เลือกข้านะ 5 [คู่ของมาริค] , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 817 , โพส : 3 , Rating : 100% / 1 vote(s)
Vote ให้คะแนนตอนนี้ Vote ได้ 1 ครั้ง / 1 ชม.
[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
หน้าที่ 1
# 3 : ความคิดเห็นที่ 1422
ยินดีด้วยกับมาร์ค ^^
PS.  แม้ว่าเวลาที่แสนยาวนานจะผ่านไปอย่างช้าๆ แต่รักที่ฉันให้สัญญากับเธอในวันนั้น จะคงอยู่ตลอดไป
Name : || KYO || < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ || KYO || [ IP : 180.180.4.240 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 18 มีนาคม 2553 / 15:23
# 2 : ความคิดเห็นที่ 1397

เย้!!! Happy ending อีกเรื่องแล้ว ว ว ว

^^ สมหวังแล้วน้า~ ~ มาร์ค >.<!!!


PS.  Do U know . . . my Secretly
Name : OoFreyaoO < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ OoFreyaoO [ IP : 61.90.107.45 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 11 กันยายน 2552 / 18:17
# 1 : ความคิดเห็นที่ 1396

><

อ๊าา~~ !!

ในที่สุด มาร์คกับรีน่าก็ลงเอยกันด้วยดีแล้วว~!!!
XD

YEY~~!!!!!
Name : PAMALA [ IP : 71.72.153.25 ]

วันที่: 7 กันยายน 2552 / 12:31
หน้าที่ 1
Post your comment : แสดงความคิดเห็น
ส่วนที่ 1: Message ข้อความ

ส่วนที่ 2 : Name ลงชื่อ
  โพสความเห็นด้วย member Login name Password
  โพสความเห็นไม่แสดง member : ชื่อ* email รูปตัวแทน
            พิมพ์เลขที่เห็น

เธซเธ™เธฑเธ‡เธชเธทเธญเนƒเธซเธกเนˆเธ›เธฃเธฐเธˆเธณเน€เธ”เธทเธญเธ™เธžเธคเธฉเธ เธฒเธ„เธก 2561

ข้อตกลง & เงื่อนไขการใช้งาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้เป็นผลงานที่แต่งโดยผู้ลงผลงานเอง ลิขสิทธิ์ของผลงานนี้จะ
    เป็นของผู้ลงผลงานโดยตรง ห้ามมิให้คัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ ก่อนได้รับอนุญาต
    จากผู้ลงผลงาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้กระทำการคัดลอก ทำซ้ำ มาจากผลงานของบุคคลอื่นๆ ผู้ลง
    ผลงานจะต้องทำการอ้างอิงอย่างเหมาะสม และต้องรับผิดชอบเรื่องการจัดการ
    ลิขสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว

  • ข้อความและรูปภาพที่ปรากฏอยู่ในผลงานที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการส่งเข้าระบบ
    โดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่งเด็กดีดอทคอมมิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ
    หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น ผู้ใดพบเห็นการลงผลงานละเมิดลิขสิทธิ์ หรือ
    ไม่เหมาะสมโปรดแจ้งผู้ดูแลระบบเพื่อดำเนินการทันที
    Email: contact(at)dek-d.com ( ทุกวัน 24 ชม ) หรือ
    Tel: 0-2860-1142 ( จ-ศ 0900-1800 )

App อ่านนิยายบน iPad iPhone และ Android