คุณกำลัง login ด้วย [ เปลี่ยนชื่อ | ออกระบบ ]
 กระทู้ Top5 วันนี้ | นิยาย | ค้นหานิยาย | บอร์ดนักเขียน | บอร์ด AF | บอร์ด TheStar | ของที่ระลึก Dek-D | App อ่านนิยายบนมือถือ New! |
  นิยายรักหวานแหวว | นิยายรักเศร้าๆ | นิยายซึ้งกินใจ | นิยายแฟนตาซี | นิยายผจญภัย | เรื่องสบายๆคลายเครียด | แฟนฟิค | วรรณกรรมเยาวชน |
เข้าสู่ My.iD Control สมัครเป็นนักเขียนใหม่ | วิธีลงบทความ กฏเกณฑ์การใช้งาน | การควบคุมเรตติ้ง

Aria of Gareth รวมเซ็ตภาคพิเศษ

ตอนที่ 106 : [ภาคพิเศษ] เลือกข้านะ 4 [คู่ของมาริค]


     อัพเดท 13 ส.ค. 53
กลับไปหน้าหลักของบทความ
แจ้งเนื้อหาในตอนไม่เหมาะสม
นิยาย-เรื่องยาว: ฟรีสไตล์/แฟนตาซี
Tags: Aria of Gareth, รวมเรื่องสั้น, ภาคพิเศษเอเรีย, เอเรีย, ไมเคิล, มาร์ค, แอนจี้, เอมี่, เอมีเลีย, แอนเจลิน่า, มาริค
ผู้แต่ง : Keisei/MaKoto-sang ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Keisei/MaKoto-sang
My.iD: https://my.dek-d.com/keisei
< Review/Vote > Rating : 98% [ 3,742 mem(s) ]
This month views : 5 Overall : 70,641
1,642 Comment(s), [ แฟนพันธุ์แท้ 210 คน ]

[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
Aria of Gareth รวมเซ็ตภาคพิเศษ ตอนที่ 106 : [ภาคพิเศษ] เลือกข้านะ 4 [คู่ของมาริค] , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 686 , โพส : 0 , Rating : 0% / 0 vote(s)

ขนาดตัวอักษร : เพิ่มขนาด | ลดขนาด





หลังจากคืนวันเพ็ญอันเต็มไปด้วยความสะพรึงกลัวของบรรดาข้ารับใช้ในปราสาทนั้น   รีน่าผู้เป็นลูกครึ่งหมาป่าก็อยู่ในปราสาทในฐานะของเด็กสาวในการอุปถัมภ์ของราชินีเอเรีย   โดยมีมาร์คคอยดูแลอยู่ไม่ห่างกาย   เรียกได้ว่ามีรีน่าที่ไหนก็มักจะได้มาร์คอยู่ที่นั่นเสมอ  

ทว่าในความใกล้ชิดที่เกิดขึ้นนั้นกลับมีความผิดปกติเกิดปรากฏอยู่ด้วย   นั่นคือ ทั้งสองจะวางระยะห่างจากกันอย่างน้อยสองเมตร   และจะไม่พูดกันเลยแม้แต่คำเดียว   มันเหมือนกับว่าความสัมพันธ์ของทั้งสองคนได้พังครืนลงไปเสียก่อนยังไม่ได้เริ่มผูกมิตรกัน

ในวันนี้มาร์คและรีน่ามาอยู่ที่ห้องสมุดส่วนพระองค์ของกษัตริย์ไมเคิลและราชินีเอเรีย   ซึ่งรวบรวมหนังสือเก่าหายากเอาไว้มากกว่าหนังสมุดกลางของปราสาท   รีน่ากำลังนั่งอ่านหนังสือเก่าหายากเล่มหนึ่งอยู่ตรงโต๊ะยาวหน้าชั้นหนังสือ   โดยถัดไปทางซ้ายติดหน้าต่างนั้นมาร์คกำลังนอนหลับโดยมีหนังสือเล่มหนึ่งอยู่บนแผ่นอก   ดูเหมือนว่าเจ้าชายหนุ่มจะอ่านหนังสือเล่มนั้นจนกระทั่งผล่อยหลับไปในที่สุด

รีน่าละสายตาจากหนังสือในมือหันไปมองมาร์คที่กำลังนอนหลับสนิทสักครู่   ตลอดเวลานานกว่าอาทิตย์ที่ผ่านมานี้มาร์คเอาแต่พาเธอเข้ามาในห้องสมุดไม่เว้นวัน   หากว่าว่างเมื่อไหร่เขาก็มักจะมาอยู่ที่นี่เสมอ   มีเพียงเวลาที่เธอบ่นกับข้ารับใช้ว่าอยากออกไปข้างนอกเท่านั้น   มาร์คจึงจะพาเธอออกไปเดินเล่น ซึ่งทุกครั้งก็ไม่เคยก้าวออกไปไกลกว่ากำแพงปราสาทเลย  

และทุกครั้งที่ต้องเดินผ่านประตูบานใหญ่ของปราสาทเจ้าชายหนุ่มก็มักจะมองออกไปด้านนอกด้วยสายตาแข็งกร้าว   เหมือนกับว่ามีใครบางคนที่ควรระวังหลบซ่อนอยู่ในหมู่ผู้คนนั้น   ซึ่งพวกเขาก็คงจะต้องเก็บพลังของตัวเองเอาไว้ได้อย่างดี   เพราะแม้แต่เธอที่เป็นลูกครึ่งหมาป่าปีศาจก็ยังไม่อาจจับสัมผัสได้   หรือไม่มาร์คก็อาจจะวิตกจริตไปเองเท่านั้น

ในที่สุดหญิงสาวก็วางหนังสือลงแล้วลุกไปหยิบหนังสือออกมาจากอุ้งมือของมาร์ค   ซึ่งเธอหยุดอ่านหน้าปกชั่วครู่ก็พบว่ามันเป็นหนังสือเกี่ยวกับหมาป่าปีศาจ   นั่นทำให้รีน่าต้องนึกย้อนกลับไปในช่วงเวลาที่ผ่านมา   จึงได้เริ่มสังเกตว่าเจ้าชายรัชทายาทองคืนนี้เอาแต่อ่านหนังสือที่เกี่ยวข้องกับหมาป่าปีศาจ   คล้ายกับว่าเขากำลังหาอะไรบางอย่างเกี่ยวกับเผ่าพันธุ์มารดาของเธอ

ทันใดนั้นเองที่รีน่าต้องสะดุ้งเมื่ออุ้งมือใหญ่ของมาร์คคว้าเข้าที่ข้อมือของเธอเอาไว้แน่น   เธอพยายามสะบัดมือออกมาด้วยความแปลกใจ   แต่ทว่าเจ้าชายหนุ่มกลับยังจับไว้แน่นไม่ยอมปล่อย

“ปล่อยข้านะ   มาร์ค   ปล่อยสิ!!”

รีน่าร้องลั่นขณะกระชากมือออกมา   แต่คีมเหล็กก็ยังจับอยู่อย่างนั้นไม่ยอมปล่อย   จนในที่สุดมาร์คก็ลืมตาขึ้นมองหญิงสาวผมเงินด้วยสายตาไร้อารมณ์

“ยอมเปิดปากพูดด้วยจนได้นะ” เขาว่า

เจ้าชายหนุ่มค่อยๆ หยัดกายลุกขึ้นจากเก้าอี้นอนอย่างช้าๆ   ซึ่งแน่นอนว่าเขาจะต้องไม่ปล่อยมือจากข้อมือของรีน่าแต่อย่างใด

“ข้าพูดเพราะท่านไม่ปล่อยมือข้า” รีน่าบอกอย่างไม่พอใจ

“งั้นเหรอ   งั้นถ้าข้าทำแบบนี้แล้วเจ้าจะโวยวายมากขึ้นมั้ยนะ”

ว่าแล้วมาร์คก็กระชากร่างของรีน่าลงมานั่งตัก   และหญิงสาวก็อาละวาดยกใหญ่เพื่อให้หลุดพ้นจากการกระทำอันรุ่มร่ามลวนลามของชายหนุ่มทันที

“ไม่เอานะ   อย่ามาจับข้า   อย่ากอดด้วย   ปล่อยมือให้ข้าออกไปนะ!!!”

หญิงสาวดีดดิ้นสะบัดตัวไปมาบนตักเจ้าชายหนุ่มอย่างแรง   พยายามอย่างยิ่งที่จะปลดอ้อมแขนที่รัดตรึงอยู่ออกไป   ทำถึงขนาดก้มลงไปหมายจะแขนของมาร์คที่รัดรอบร่างเลยทีเดียว   ทว่าชายหนุ่มกลับใช้วิธีสยบที่คาดไม่ถึงจนเธอต้องสะท้านไปทั้งร่าง

สายลมแผ่วถูกเป่าออกมาจากริมฝีปากบางของมาร์คต้องโดนใบหูนุ่มของรีน่า   เพียงเท่านั้นก็สามารถทำให้หญิงสาวหนาวสะท้านจนตัวสั้นไปทั่งร่าง   ก่อนภายในจะร้อนผ่าวจนใบหน้าแดงซ่านขึ้นทันใด   อาการดิ้นรนต่างๆ หยุดลงเมื่อรีน่ากอดไหล่ของตัวเองแน่น   เพื่อสะกดกลั้นความรู้สึกประหลาดที่เกิดขึ้น   ซึ่งมาร์คแย้มยิ้มบางๆ ด้วยความพอใจที่สามารถหาวิธีจัดการกับความพยศของรีน่าได้

“หยุดแล้ว” เขาพูดด้วยชัยชนะ

“ไม่ต้องพูด”

รีน่าค้อนเสียขวับใหญ่ก่อนเธอจะรีบดีดตัวลุกขึ้นเมื่อเคนัส  มหาดเล็กประจำตัวของมาร์คเดินเข้ามา   ทว่าเจ้าชายหนุ่มก็เร็วพอตวัดแขนรัดเอวของเธอเอาไว้   ทำให้ต้องนั่งอยู่บนตักเขาเหมือนเดิมอย่างไม่เต็มใจเท่าใดนัก   เธอพยายามอย่างยิ่งที่จะไม่มองหน้าช่างสงสัยของมหาดเล็กน้อยที่กำลังเดินเข้ามาพร้อมกับดอกลิลลี่ในมือ

“กราบทูลเจ้าชาย   ดอกไม้จัดเตรียมพร้อมแล้วพ่ะย่ะค่ะ” เคนัสกราบทูลพร้อมยืนช่อดอกลิลลี่มาให้

“ขอบใจนะ   ต้องลำบากพวกเจ้าทุกปี   แต่ปีนี้ดีนี้ไม่ต้องให้เตือน” มาร์คว่าพลางมองรีน่าที่สนใจดอกไม้ “อยากได้เหรอ”

“เปล่านี่” รีน่าปฏิเสธ

“อืม   งั้น...เคนัส   ไปจัดมาอีกช่อหนึ่งนะเอามาวางในห้องนอนของนายหญิงรีน่า   ช่อนี้ข้าจะเอาไปไหว้หลุมศพ”

ทั้งที่คำพูดนั้นน่าจะทำให้รีน่างอนเง้าไม่สบอารมณ์มากขึ้นไปอีก   เธอกลับหันมองเขาด้วยความประหลาดใจเสียมากกว่า   เธอเข้าใจความหมายอันกำกวมในคำพูดที่สามารถมองได้สองแง่สองมุมของเขาเป็นอย่างดี   ดอกไม้ที่ตั้งใจจะนำไปสักการะหลุมศพนั้นไม่มงคลมากพอนำมาวางจัดในห้องได้   ดังนั้นจึงต้องจัดชุดใหม่เพื่อใช้จัดในห้องโดยเฉพาะ  

มันเป็นความใส่ใจที่มาร์คไม่คิดมองข้าม   หรือไม่เขาก็เพียงอยากสักการะหลุมศพด้วยดอกไม้ครบทุกดอกเท่านั้น

“เอาล่ะ   ไปด้วยกันกับข้า   นิมบัสจัดม้าให้ข้าเรียบร้อยแล้วหรือยัง”

มาร์คถามพร้อมดึงร่างรีน่าออกจากตัก   แต่มือนั้นยังคงกุมข้อมือของรีน่าแน่น   ซึ่งหญิงสาวพยายามดึงออกไปโดยตลอด   เคนัสได้แต่มองการต่อสู้นั้นด้วยสายตาแปลกใจ   ก่อนจะสะดุ้งเมื่อมาร์คใช้ช่อดอกลิลลี่ในมือวางบนกระหม่อมของเขา

“ข้าถามได้ยินมั้ย   อย่าเอาแต่มองสาว” มาร์คว่า

“เอ่อ...พ่ะย่ะค่ะ   เรียบร้อยแล้วพ่ะย่ะค่ะ” เคนัสตอบอย่างกระอักกระอวล

“ดี...มาเถอะ”

แล้วมาร์คก็ดึงแขนรีน่าออกไปจากห้องนั้น   โดยมีสายตาหลงใหลของเคนัสมองตามหลังมา   ซึ่งสิ่งที่เขาเอาแต่จ้องมองก็คือ แผ่นหลังบางปกคลุมด้วยเส้นผมสีเงินของรีน่า   เขาสงสัยเหลือเกินว่าเจ้าชายหนุ่มผู้เป็นนายของเข้าจะหลงรักหญิงสาวผมเงินคนนี้เข้าเสียแล้ว

ด้านนอกปราสาทนั้นมาร์คและรีน่าเหวี่ยงตัวขึ้นหลังม้าสองตัวแล้วควบขี่ออกไปจากปราสาทอย่างรวดเร็ว   ประชาชนชาวเมืองกาเร็ธต่างก็ต้องรีบหลบทางให้   ไม่อย่างนั้นแล้วจะถูกม้าพุ่งและเหยียบย้ำไป   ทั้งคู่มุ่งหน้าออกจากเมืองตรงไปยังแนวผ่าที่อยู่ห่างเมืองไปทางตะวันออกราวสามไมล์  

รีน่าเงยหน้ามองหน้าผานั้นจากหลังม้าด้วยความสนใจ   ซึ่งสิ่งที่เธอได้เห็นก็คือ แผ่นหินแผ่นหนึ่งที่ตั้งอยู่บนยอดผานั้น   หรือว่านั้นคือ หลุมศพที่มาร์คกำลังจะไปเคารพ   แล้วมันเป็นหลุมศพของผู้ใดกันเล่า   ถึงได้ทำให้เจ้าชายหนุ่มผู้หยิ่งทระนงแห่งอาดิทอลมีสีหน้าเศร้าได้มากถึงขนาดนั้น

หญิงสาวหันกลับมามองใบหน้าของมาร์คแล้วรู้สึกใจหาย   เจ้าชายหนุ่มกำลังมองขึ้นไปยังแผ่นหินบนหน้าผานั้นเหมือนกัน   ซึ่งสีหน้าและดวงตาที่มองดูนั้นช่างเต็มไปด้วยความหมองเศร้า   คงมีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่จะสามารถทำให้ใบหน้าของเขาเป็นแบบนี้ได้   ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือ...

...เบทซ์...

จ้าวดวงใจแห่งเจ้าชาย
ผู้คงอยู่อย่างสดใสบนความทุกข์
ผู้จากไปโดยไร้คำอำลา


คำที่สลักบนป้ายหลุมศพนี้ทำให้รีน่าที่ยืนอ่านทันทีที่มาถึงยอดผาถึงกับชะงัก   เธอหันมองเจ้าชายหนุ่มที่กำลังดึงตัวเองลงจากหลังม้าด้วยความไม่อยากเชื่อมาร์คจะพาเธอมาเคารพศพของเบทซ์   คนที่เธอได้ยินเพียงเชื่อแค่ครั้งเดียวแต่กลับสร้างความรู้สึกได้มากมาย   โดยเฉพาะความโกรธเคืองที่เจ้าชายคิดเอาตัวเองเป็นตัวแทนของคนผู้นี้   นั่นทำให้หญิงสาวผมเงินเตรียมชักม้าขี่จากไปทันที

“ถ้าเจ้าออกไปจากที่นี่โดยไม่มีข้า   พลังของท่านแม่จะทำให้เจ้าต้องทรมานอย่างรุนแรงเลยทีเดียว”

เสียงของมาร์คดังขึ้นทำให้รีน่าชะงักไปอีกครั้ง   เธอหันกลับมามองที่ยังยืนเคียงม้าของตัวเองด้วยสายเย็นชา   ก่อนจะดึงตัวเองลงจากหลังม้าบ้าง   แม้ว่าจะไม่ได้หวาดกลัวต่อความทรมานที่อาจจะได้รับหากว่าแยกห่างจากมาร์ค   แต่เพียงได้ยินคำว่า ‘ท่านแม่’ อันหมายถึง เอเรีย จากปากมาร์คแล้ว   ร่างกายก็เคลื่อนไหวไปในทางยอมจำนนต่อมาร์คไปในทันที

เมื่อเห็นรีน่ายอมลงจากหลังม้าแล้ว   มาร์คก็เข้าไปวางดอกไม้หน้าหลุมศพของเบทซ์   จากนั้นก็ราดป้ายหลุมศพของเธอด้วยไวน์ชั้นดีที่นำติดตัวมาด้วย   ซึ่งต่อการสักการะหลุมศพนั้นมาร์คแทบจะไม่ได้เอ่ยปากพูดสิ่งใดกับรีน่าเลย   ปล่อยให้หญิงสาวมองดูการกระทำอันนุ่มนวลดูอ่อนโยนของเขาไปเงียบๆ   ซึ่งน่าประหลาดที่รู้สึกอิจฉาต่อคนที่จากไปแล้ว

“เบทซ์...เป็นเด็กผู้หญิงตาบอดที่ข้าเก็บตัวได้จากในเมืองเรไทนาสเมื่อห้าปีก่อน”

ในที่สุดมาร์คก็เอ่ยปาก...เขาเดินกลับมาหารีน่าพร้อมกับยื่นมือไปหาหญิงสาว   ซึ่งเมื่อเธอจับมือนั้นเขาก็พาเธอมาที่ก้อนหินก้อนหนึ่งที่ตั้งอยู่ตรงชายป่า   มาร์คและรีน่านั่งลงตรงนั้นเพื่อรับฟังเรื่องราวจากปากเจ้าชายหนุ่ม

“เธอถูกแม่เล้าใจโหดบังคับให้บำเรอญาติของข้าคนหนึ่ง   แต่เธอไม่ยอมและถูกเขาทำร้ายด้วยการสาดน้ำชาร้อนๆ ใส่จนกระทั่งตาบอด”

“โหดร้าย...” รีน่าอุทานเบาๆ เมื่อได้ยินแบบนั้น

“ใช่   โหดร้ายมาก   แต่แทนที่แม่เล้าจะดูแลกลับทำร้ายเธอจนบาดเจ็บสาหัส   ข้าไปพบเธอในตอนกำลังเดินเที่ยวในตัวเมืองและเก็บตัวกลับมา   ดูแลรักษาบาดแผลของเธอจนหายดีและสืบข่าวทุกอย่างที่เกี่ยวข้องกับเธอจนกระทั่งสามารถทำลายหอนางโลมผิดกฎหมายนั่นได้   มันเป็นการแก้แค้นที่น่าพอใจที่สุดเท่าที่ข้าเคยทำมา   แต่ว่าข้ากลับปฏิเสธที่จะรู้เรื่องราวหนึ่งของเธอ...”

เสียงของมาร์คหายไปชั่วขณะคล้ายกับกำลังสะกดกลั้นอารมณ์อยู่   รีน่ามองหน้าเขาแล้วก็ต้องประหลาดใจที่พบว่ามันเต็มไปด้วยความเศร้าและความทุกข์จนแทบกระอัก   แต่ในที่สุดเจ้าชายหนุ่มก็สะกดอารมณ์ทั้งหมดเอาไว้ได้แล้วเริ่มเล่าต่อ

“...เธอป่วยเป็นโรคหัวใจมาตั้งแต่เกิด   เป็นโรคที่ไม่อาจรักษาได้ด้วยการแพทย์ใดๆ   แล้วเธอก็ตาย...ในอ้อมแขนของข้า...รีน่า”

มาร์คเรียกชื่อรีน่าทันทีที่หญิงสาวตวัดแขนโอบรอบคอของเขา   เพราะสิ่งที่เธอได้เห็นก็คือ สีหน้าระทมทุกข์แทนแทบอยากร้องไห้   เขาคงต้องพยายามอดกลั้นไม่น้อยที่จะไม่ร้องไห้ต่อหน้าเธอ   ทว่าเธอทนไม่ได้ที่เขาจะต้องอดทนกับความเจ็บปวดของเจ้าชายหนุ่ม

ความเศร้าที่เกิดขึ้นหลังจากได้ฟังเรื่องราวของเบทซ์ยังไม่อาจเทียบได้กับความรู้สึกที่ได้เห็นมาร์คต้องอดทนอดกลั้นความเจ็บปวด  

“อยากร้องไห้ก็ร้องออกมาสิ   ข้าจะทำแบบนี้จนกว่าเจ้าจะหยุดเอง   ถ้ากอดไว้จะได้ไม่ต้องเห็นน้ำตาของเจ้าและอยู่เป็นเพื่อนเจ้าได้ด้วย”

ได้ยินเท่านั้นหยาดน้ำตาที่พยายามสะกดกลั้นเอาไว้ก็ร่วงรินลงในทันที   หยาดน้ำตาของบุรุษที่ไม่เคยแสดงให้ใครเห็นมาตลอดระยะเวลาห้าปีนับจากการตายของเบทซ์   เพียงถูกอ้อมแขนเล็กบางนี้โอบกอดและได้ยินเสียงหวานใสนั้นคลอเคลียใบหู   ทุกอย่างก็อยากแก่การจะกดกลั้นอีกต่อไป   เจ้าชายหนุ่มโอบร่างบางของรีน่าเข้ามาใกล้แล้วร้องไห้ต่อไปเงียบๆ

ทว่าในขณะที่กำลังหลั่งน้ำตาอยู่นั้นประสาทอันเฉียบคมของเจ้าชายหนุ่มก็สัมผัสหลังแปลกประหลาดได้   นั่นทำให้เขาดึงร่างของรีน่าออกจากตัวแล้วหันมองไปในแนวป่า   ยังความประหลาดใจให้แก่หญิงสาวเป็นอย่างยิ่ง

“อะไรเหรอ   มาร์ค” รีน่าถามพลางมองเขาไปในแนวป่าเหมือนกัน

เธอเริ่มสัมผัสพลังแบบเดียวกับที่มาร์ครู้สึกได้บ้างแล้ว   เพื่อดูว่ามาร์คจะบอกเกี่ยวกับพลังที่สัมผัสได้หรือไม่

“กลับกันเถอะ   อากาศเริ่มเย็นแล้วเดี๋ยวเจ้าจะไม่สบายเอา”

มาร์คดึงรีน่ากลับไปขึ้นม้าอย่างร้อนรน   ท่าทางของเขาบอกได้อย่างดีว่าพลังที่รู้สึกได้นั้นไม่สมควรแก่การเสี่ยงที่พบเจอ   ซึ่งรีน่าสังเกตออกทุกอย่างแต่ก็ยังยอมตามเจ้าชายหนุ่มกลับไป   แต่ถึงอย่างนั้นหญิงสาวก็ยังปลายตามองไปยังทิศทางที่รู้สึกถึงพลังนั้นได้อยู่ดี

พลังที่เธอได้รับและสัมผัสได้จนเคยชิน...

และจะรู้สึกทุกครั้งที่ภัยร้ายกำลังย้ำกรายใกล้เข้ามา...

ในส่วนลึกของป่าอันเป็นทิศทางที่มาร์คและรีน่าสัมผัสอำนาจได้นั้น   กลุ่มหญิงสาวผมเงินแบบเดียวกับรีน่ากำลังยืนและนั่งตามกิ่งไม้   สายตามองดูมาร์คและรีน่าที่กำลังควบม้าออกจากป่าไปด้วยแววตาเยียบเย็น   หนึ่งในนั้นเงยหน้ามองหญิงนัยน์ตาสีแดงด้วยความสงสัยแต่แฝงด้วยความกระหาย


“ยังไม่ลงมืออีกเหรอคะ”

“ยังก่อน   ทั้งสองคนนั้นรู้สึกถึงเราแล้ว   อีกไม่นานหรอกพวกเขาจะมาหาเราเหมือนแมงเม่าบินเข้ากองไฟ”

????????????????????


ค่ำคืนนั้นหลังจากที่กลับมาถึงปราสาทแล้ว   มาร์คก็สั่งให้มหาดเล็กส่วนตัวทั้งสองคนขนหนังสือที่เกี่ยวข้องกับหมาป่าปีศาจมาไว้ในห้องนอนใหม่   ซึ่งใช้เวลาตลอดทั้งวันนั้นหมดไปกับการอ่านพวกมันทั้งหมด   เพื่อทำความเข้าใจและหาทางช่วยเหลือรีน่าให้พ้นจากความทรมาน  ในทุกครั้งที่เปิดหนังสือเล่นใหม่เขาหวังเสมอว่าจะพบข้อความที่จะช่วยให้รีน่าพ้นจากสายเลือดไวน์วูฟของตัวเอง

แต่เมื่อไม่พบประโยคที่ต้องการเขาก็จะโยนหนังสือเล่มนั่นไปทันทีที่อ่านจนจบแล้ว   เขาทำอยู่แบบนี้อยู่ตลอดทั้งวันโดยมิได้สนใจเลยว่า  รีน่าพาตัวเองกลับเข้าไปในห้องนอนแล้ว

ในที่สุดพระจันทร์เสี้ยวใกล้เดือนดับก็ขึ้นสู่ยอดฟ้า   เขาจึงละสายตาจากหนังสือตรงหน้าเพื่อนั่งพักสักครู่   แต่ในตอนนี้เองที่เขาสัมผัสถึงพลังอันแข็งกล้าจากอีกฝากของบานประตู   นั่นทำให้เขาต้องลุกขึ้นจากที่นั่งแล้วเดินอ้อมโต๊ะทำงานไปเปิดประตูห้องนอนออก

เพียงทันทีที่บานประตูถูกแง้มกระแสพลังอันรุนแรงก็ถาโถมเข้ามา   ทว่ามาร์คจะแสดงความหวาดกลัวกับพลังที่สัมผัสได้ก็หาไม่   ในทางตรงกันข้ามเขากลับมองบานประตูห้องนอนของรีน่า   ซึ่งเป็นที่มาของอำนาจมหาศาลที่ลอยเวียนในห้องคู่ห้องนี้อย่างแข็งกร้าว   เพราะมันทำให้เขารู้ว่ารีน่ารู้เรื่องพลังประหลาดที่จับได้เมื่อกลางวันแล้ว   และเธอคิดจะจัดการพวกมันด้วยตัวเอง

ทันใดนั้นเองที่เจ้าชายหนุ่มตัดสินใจบางอย่างได้   เขาหันกลับมาหยิบเสื้อคลุมของตัวเองมาสวมใส่   แล้วเดินออกมาจากห้องนั้นอย่างรวดเร็วแต่เงียบเชียบ   เจ้าชายหนุ่มวิ่งลงมาตามบันไดมุ่งหน้าออกไปยังนอกปราสาทสู่ตัวเมืองที่ยังคงมีสีสันในยามค่ำคืน   เพราะพวกทหารกำลังท่องร้านเหล้าเคล้าหอนางโลมกันอยู่   ซึ่งพวกเขาดูจะแปลกใจอยู่ไม่น้อยที่ได้เห็นเจ้าชายถนนโลกีในยามค่ำคืน

ทว่ามาร์คจะสนใจแถวกิเลสที่ตั้งเรียงอยู่ข้างทางก็หาไม่   เขามุ่งหน้าไปทางประตูเมืองแล้วหายออกไปในความมืดภายนอกเมืองอย่างรวดเร็ว  

ไม่มีใครรู้ว่าเจ้าชายหนุ่มไปไหน   รู้แต่เพียงว่าเขาหายไปในความมืดหลังกำแพงเมืองนั้นอย่างเงียบงัน   และไม่กลับมาแม้ฟ้าจะสาดแสงแห่งรุ่งอรุณแล้วก็ตาม

ภายในป่าใกล้กับหลุมศพของเบทซ์นั้น   มาร์คกำลังเดินมองซ้ายมองขวาคล้ายกับกำลังตามหาใครบางคนอยู่   โดยเหนือศีรษะของเขานั้นมีลูกไฟสีฟ้าอ่อนลอยอยู่เด่นอยู่   ดูเหมือนว่าการที่เขาออกมจากพระราชวังโดยไม่ยอมบอกใครนั้นก็เพราะต้องการมาตามเจ้าของพลังที่สัมผัสได้ในวันนี้นั้นเอง

หลังจากเดินเข้ามาภายในป่านี้ได้สักครู่หนึ่ง   เจ้าชายหนุ่มก็หยุดที่ชะโงกผาซึ่งมีสายน้ำไหลรินลงมาจากยอดฟ้าซึ่งอยู่สูงขึ้นไปอีก   มันเป็นสายน้ำเล็กๆ ที่อาจจะแปรเปลี่ยนเป็นสายน้ำตกใหญ่ได้อีกในไม่ช้า   เจ้าชายหนุ่มหยุดอยู่ในบริเวณแล้วกวาดกสายตามองไปทั่วบริเวณ   ซึ่งแน่นอนว่าสิ่งที่เห็นนั้นจะมีเพียงความมืดมิดจนมองอะไรไม่เห็นเท่านั้น

ทว่าประสาทสัมผัสของเขาก็บอกได้อย่างดีว่ามีคนอยู่ในบริเวณนี้   และคนผู้นั้นก็รอคอยที่จะกระโจนเข้าขย้ำเขาอย่างอดทนเสียด้วย

“ออกมาได้แล้วน่า  ข้าไม่อยากเล่นเกมส์ทดสอบความอดทนด้วยหรอกนะ” มาร์คพูดกับความมืดตรงหน้า “เอ...รีน่าเรียกเจ้าว่าอะไรนะ  อืม... ‘คลาบิล’ ใช่มั้ย”

“คิกๆ”

เสียงหัวเราะของหญิงสาวดังแว่วหวานขึ้นอย่างน่าขนลุก   แต่มาร์คกลับถอนใจอย่างเบื่อหน่ายแล้วหันกลับไปเบื้องหลัง   ร่างหญิงสาวผมเงินนัยน์ตาสีแดงรูบี้กำลังเดินออกมาจากความมืดสู่แสงสว่างสีฟ้าอ่อนจากลูกไฟของมาร์ค   สีหน้าของนางดูพอใจที่ได้เห็นเจ้าชายหนุ่มในป่าแห่งนี้

“น่าดีใจที่ท่านรู้สึกถึงเราได้   สมแล้วที่เป็นทายาทขององค์ราชินีเอเรีย” นางออกปากชม “แต่ต้องขอบอกเอาไว้ก่อนว่า ข้าไม่ใช่ข้ารับใช้ของพระนาง   ดังนั้นข้ามีสิทธิที่จะไม่เชื่อฟังท่านเหมือนกับท่านเซนโด้”

“ข้ารู้น่าไม่ต้องสาธยายยาว   ข้ามาคราวนี้เพื่อถามอะไรเจ้าหน่อย” มาร์คพูดตรงๆ “เจ้าคงจะมองออกว่าตลอดเวลาหลายวันที่ผ่านมานี่รีน่าอยู่ในการดูแลของข้าตลอดเวลา...”

“และข้ายังรู้ด้วยว่าท่านกำลังหาทางช่วยเหลือเด็กคนนั้นอยู่” คลาบิลออกปากพลางมองมาร์คอย่างมีเลศนัย “อย่ายุ่งดีกว่านะเจ้าชาย   มีหมาป่าปีศาจกว่าครึ่งร้อยที่ต้องการตัวของเด็กคนนั้น   ถ้าขืนเข้ามายุ่งอาจจะตายก็ได้นะ”

“ข้าไม่ถอย   รีน่าเป็นของข้านับแต่วันที่ช่วยนางมา   และยังเป็นของท่านแม่นับแต่วันที่มีการประกาศฐานะเด็กสาวอุปถัมภ์ของพระองค์” มาร์คตอบอย่างตรงไปตรงมาเหมือนอย่างเคย “นี่ยายหมาแก่   บอกข้าหน่อยสิว่าจะลบสายเลือดไวน์วูฟออกจาก...โอ๊ะโอ๋!!”

มาร์คต้องถลาหลบหลังจากกรงเล็บสีเงินที่นางหมาป่าปีศาจคราบิลสะบัดเข้าใส่   ซึ่งแม้จะหลบได้แต่เสื้อคลุมของเขาก็ถูกกระชากขาดออกไปเสียส่วนหนึ่ง   รอยยิ้มท้าทายเหยียดขึ้นบนเรียวปากบางของเจ้าชายหนุ่มอย่างสนุก   ดูเหมือนว่าเขาจะชอบใจนางหมาป่าตัวนี้เขาเสียแล้ว   แต่มันไม่ใช่แบบรีน่าหากทว่าเพราะความเลือดร้อนของนางเสียมากกว่า

“เจ้านี่เลือดร้อนเหมือนข้าเลยนะ” มาร์คว่า

“ทรงรู้แก่พระทัยเองด้วยหรือเพคะ” คลาบิลถาม

นางทิ้งเศษเสื้อในมือออกไปอย่างไม่ใส่ใจเสียเท่าใดนัก  

“แน่นอนสิ   ท่านพ่อกับท่านแม่บอกข้าเสมอเวลาที่สอนวิชาหรือสั่งสอนข้า” มาร์คบอกพลางหัวเราะ “แต่ว่านะ   ข้าจะเลือดร้อนก็ต่อเมื่อมีคนมาแตะต้องของๆ ข้า   ในเมื่อไม่บอกก็ต้องประลองกันสักตั้งล่ะนะ”

พูดแล้วมาร์คก็กระโจนเข้าใส่คลาบิลพร้อมกับสะบัดมือเปื้อนอำนาจใส่คราบิลทันที   หมาป่าปีศาจสาวถอยออกไปสองสามก้าวทำให้พลังนั้นตกลงพื้นเกิดการระเบิดขึ้น  บีบบังคับให้มันต้องล่าถอยออกไปอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้   เจ้าชายหนุ่มสบโอกาสจึงปล่อยมนตราของตัวเองตามออกไป    จนคลาบิลต้องสร้างเกราะมนตรามาคุ้มกันเอาไว้   ก่อนจะสะบัดมันออกไปพร้อมยกมือเลอะเวทมนต์ของตัวเองขึ้นมาบ้าง   หลังจากที่มาร์คฉวยโอกาสพุ่งเข้ามาหา   ซึ่งมาร์คต้องรีบกระชากตัวฉากออกจนพ้นจากพลังนั้น

รัชทายาทเลือดร้อนไปตกลงบนกิ่งไม้กิ่งหนึ่ง   ซึ่งเขาใช้มันเป็นฐานเหยียบแล้วดีดตัวเองออกไปหาคลาบิลอีกครั้ง   คราวนี้เขาฟาดแข้งของตัวเองใส่นางแต่นางหมาป่าก็รับเอาไว้   แล้วเปลี่ยนหัวของตัวเองเป็นหมาป่าพ่นเพลิงสีส้มสดออกมาจากปากมีเขี้ยวแหลมของตัวเอง   ทว่ามาร์คก็พลิกหลบพร้อมกับวาดเท้าเตะจนหน้าหันเบี่ยงเบนทิศทางของเพลิงนั้นออกไปจนสิ้น

ถึงตอนนี้รัชทายาทหนุ่มก็จัดการถีบคลาบิลออกไปเต็มแรงจนมือของนางหลุดออกจากเท้าที่ถูกจับไว้  เขาถอยกลับมายังน้ำตกเล็กๆ ที่กำลังไหลรินลงมาจากชะโงกผานั้นแล้วร่ายมนต์ใส   สร้างดาบน้ำแข็งขึ้นมาเล่มหนึ่งเพื่อใช้ในการต่อสู้ครั้งนี้

เพียงได้เห็นดาบน้ำแข็งเล่มบางในมือของเจ้าชายหนุ่ม   คลาบิลก็แย้มยิ้มบางๆ ด้วยความลำพองใจ   นางเดินไปตามโขดหินอย่างช้าๆ สายตาจับจ้องเจ้าชายหนุ่มที่ยังยืนนิ่งอยู่ด้านบนตลอดเวลา   ทุกอย่างในตอนนี้รอเพียงจังหวะเพื่อที่จะเริ่มต้นใหม่อีกครั้ง

สายลมพัดพรายอย่างแผ่วเบานำพาความเย็นมาสู่สองร่างที่กำลังยืนอยู่ท่ามกลางเพลิงร้อนที่เริ่มแผดเผาแข่งกับแสงอรุณที่เริ่มทาทาบท้องฟ้าอย่างช้าๆ   ซึ่งกองเพลิงเหล่านี้คงจะลุกลามต่อไปทั่วทั้งป่าในอีกไม่ช้า   นั่นทำให้มาร์คที่ยังยืนจ้องตากับคลาบิลต้องร่ายมนต์อีกรอบ   สีสันชมพูแดงปรากฏขึ้นรอบมือใหญ่ของเจ้าชายหนุ่ม   ในขณะที่สายน้ำจากชะโงกผาด้านบนเริ่มตวัดตัวเป็นก้อนกลมเหนือมือของเขาใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ   และในที่สุดเขาก็ปล่อยมันใส่กองไฟที่กำลังเผาพล่านต้นไม้ใกล้ๆ นั้นมันดับมอดลง

แต่ในทันทีที่สายน้ำร่วงหล่นลงสู่กองเพลิงอันร้อนแรงนั้น   คลาบิลก็กระโจนเข้าใส่มาร์คพร้อมวาดมือเปื้อนอำนาจเข้าใส่   ซึ่งเจ้าชายหนุ่มก็รับเอาไว้ด้วยดาบน้ำแข็งตัวเอง   ทว่าแทนที่ตัวดาบจะละลายไปตามความร้อนแรงของพลังที่ตกต้องนั้น   มันกลับดีดสะท้อนในนางหมาป่าสาวด้วยแรงสองเท่าของที่ถูกส่งมา   ยังเหตุให้ร่างครึ่งหมาป่าของไวน์วูฟสาวกระเด็นไปชนต้นไม้ที่อยู่ฝั่งตรงข้ามอย่างแรง!

ทว่านางหมาป่าปีศาจจะยอมจำนนต่อเจ้าชายหนุ่มก็หาไม่   นางโซเซลุกขึ้นจากพื้นพร้อมกลับเปลี่ยนร่างกลับไปเป็นไวน์วูฟสีเงินตัวใหญ่   ดวงตาสีรูบี้ของมันต้องมองมาร์คอยากมาดร้าย   ต่อให้ชายหนุ่มตรงหน้านี้เป็นโอรสของจ้าวสตรีผู้ลือนาม   ทว่ามันก็ไม่คิดยอมให้เด็กหนุ่มอายุเพียงเสี้ยวชีวิตมาเหยียบย้ำศักดิ์ศรีของตัวเองได้

นางหมาป่าปีศาจอ้าปากของตัวเองออกพร้อมเรียกอำนาจอันรุนแรงของตัวเองกลับมาอีกครั้ง   ซึ่งมาร์คก็เตรียมพร้อมรอรับอย่างไม่ประมาท   ด้วยเข้าใจเป็นอย่างดีว่าพลังที่นางกำลังเรียกมานั้นรุนแรงมากเพียงใด

ทว่าในขณะที่กำลังรอรับการโจมตีของคลาบิลอยู่นั้น   ก็มีหญิงสาวผมแดงคนหนึ่งพุ่งพรวดออกมาจากแนวป่าคว้าเอาเศษเสื้อที่ขาดออกจากเสื้อของมาร์คขึ้นจากพื้น   แล้ววิ่งหายไปอีกด้านอย่างรวดเร็ว   นั่นทำให้มาร์คหันมองนางด้วยความสงสัยว่าทำไมนางจึงทำเช่นนั้น   แต่ในตอนนั้นเองที่คลาบิลปลดปล่อยอำนาจของตัวเองออกมา

ตูม!!  เสียงระเบิดดังสนั่นทำให้ชะโงกผาสั่นสะเทือนเบาๆ ตามแรงที่เกิดขึ้น   คลาบิลมีสีหน้ายินดีขึ้นมาในทันทีที่ได้เห็นมวลฝุ่นควันลอยอบอวลอยู่เบื้องหน้า   ทว่านางก็ต้องตะลึงเมื่อกลุ่มควันนั้นแตกกระจายออกจากกันพร้อมร่างของเจ้าชายหนุ่มที่พุ่งออกมา   สายตาที่จับจ้องนางผ่านท่อนแขนที่เงื้อดาบพร้อมฟาดฟันนั้นช่างน่าพรั่นพรึงเป็นที่สุด

“เอ๊ง!!!”

เสียงร้องด้วยความเจ็บปวดนี้ดังขึ้นพร้อมกับร่างที่ลอยหวือของคลาบิล   นางหมาป่าปีศาจสาวถูกด้ามดาบน้ำแข็งของมาร์คกระแทกเข้าที่ใบหน้าอย่างแรง   เพียงเท่านั้นดูจะยังไม่สมใจเจ้าชายหนุ่ม   เขายังตวัดเท้าเตะเข้ากลางลำตัวของนางจนกระเด็นไปกระแทกต้นไม้ใหญ่จนมันหักครืนลงมา   มาร์คล่าถอยออกมาดูความเสียหายที่เกิดขึ้นด้วยสายตาเยียบเย็นคล้ายกับไม่มีความรู้สึกใดๆ กับสิ่งที่เกิดขึ้นเลย

แต่เมื่อเห็นว่าไม่มีการเคลื่อนไหวใดๆ จากใต้พุ่มไม้ที่ร่วงหล่นกองกับพื้น   รัชทายาทอารมณ์ร้อนก็กระโดดลงไปตามโขดหินแล้วริดกิ่งไม้เหล่านั้นออกไปด้วยดาบน้ำแข็งในมือ   ในที่สุดเขาก็ได้เห็นร่างของคลาบิลนอนสลบใต้กองกิ่งไม้เหล่านั้น   ทำให้มาร์คต้องสำรวจว่ามันได้รับบาดเจ็บจากการหักโค่นของต้นไม้หรือไม่   

เมื่อพบว่ามันปลอดภัยดีเพียงแต่หมดสติไป   เพราะแรงกระแทกที่กระทบกระเทือนถึงสมอง   มาร์คก็ใช้ปลายดาบของตัวเองพลิกหัวขนาดมหึมาของนางหมาป่าปีศาจออกมาเชยชม

“อืม...ความจริงแล้วก็อยากจะให้เจ้าสาบานตนเป็นข้ารับใช้ของข้าหรอกนะ   แต่เดี๋ยวรีน่าจะ...”

ก่อนเจ้าชายหนุ่มจะพูดจบทั้งประโยคนั้นประสาทสัมผัสเขาก็สะบัดตึงขึ้นอย่างเสียมิได้   มาร์คตวัดใบหน้ามองไปทางตัวเมืองซึ่งห่างออกไปเกือบสามไมล์จากแนวป่าด้วยสายตาตื่นตะลึง   ก่อนเขาจะหันออกวิ่งไปตามทิศทางที่มองไปนั้นอย่างรวดเร็ว

“บ้าน่า   อย่าบอกนะว่าเศษเสื้อเมื่อกี้...ไม่นะ   รีน่า!!!”

????????????????????



Dek-D Writer APP : แอพอ่านนิยาย Dek-D บน iPhone , Android Phone
มาแล้ว!! เวอร์ชั่น iPad และ Android Tablet
Aria of Gareth รวมเซ็ตภาคพิเศษ ตอนที่ 106 : [ภาคพิเศษ] เลือกข้านะ 4 [คู่ของมาริค] , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 686 , โพส : 0 , Rating : 0% / 0 vote(s)
Vote ให้คะแนนตอนนี้ Vote ได้ 1 ครั้ง / 1 ชม.
[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
หน้าที่ 1
หน้าที่ 1
Post your comment : แสดงความคิดเห็น
ส่วนที่ 1: Message ข้อความ

ส่วนที่ 2 : Name ลงชื่อ
  โพสความเห็นด้วย member Login name Password
  โพสความเห็นไม่แสดง member : ชื่อ* email รูปตัวแทน
            พิมพ์เลขที่เห็น

เธซเธ™เธฑเธ‡เธชเธทเธญเนƒเธซเธกเนˆเธ›เธฃเธฐเธˆเธณเน€เธ”เธทเธญเธ™เธžเธคเธฉเธ เธฒเธ„เธก 2561

ข้อตกลง & เงื่อนไขการใช้งาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้เป็นผลงานที่แต่งโดยผู้ลงผลงานเอง ลิขสิทธิ์ของผลงานนี้จะ
    เป็นของผู้ลงผลงานโดยตรง ห้ามมิให้คัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ ก่อนได้รับอนุญาต
    จากผู้ลงผลงาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้กระทำการคัดลอก ทำซ้ำ มาจากผลงานของบุคคลอื่นๆ ผู้ลง
    ผลงานจะต้องทำการอ้างอิงอย่างเหมาะสม และต้องรับผิดชอบเรื่องการจัดการ
    ลิขสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว

  • ข้อความและรูปภาพที่ปรากฏอยู่ในผลงานที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการส่งเข้าระบบ
    โดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่งเด็กดีดอทคอมมิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ
    หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น ผู้ใดพบเห็นการลงผลงานละเมิดลิขสิทธิ์ หรือ
    ไม่เหมาะสมโปรดแจ้งผู้ดูแลระบบเพื่อดำเนินการทันที
    Email: contact(at)dek-d.com ( ทุกวัน 24 ชม ) หรือ
    Tel: 0-2860-1142 ( จ-ศ 0900-1800 )

App อ่านนิยายบน iPad iPhone และ Android