คุณกำลัง login ด้วย [ เปลี่ยนชื่อ | ออกระบบ ]
 กระทู้ Top5 วันนี้ | นิยาย | ค้นหานิยาย | บอร์ดนักเขียน | บอร์ด AF | บอร์ด TheStar | ของที่ระลึก Dek-D | App อ่านนิยายบนมือถือ New! |
  นิยายรักหวานแหวว | นิยายรักเศร้าๆ | นิยายซึ้งกินใจ | นิยายแฟนตาซี | นิยายผจญภัย | เรื่องสบายๆคลายเครียด | แฟนฟิค | วรรณกรรมเยาวชน |
เข้าสู่ My.iD Control สมัครเป็นนักเขียนใหม่ | วิธีลงบทความ กฏเกณฑ์การใช้งาน | การควบคุมเรตติ้ง

Aria of Gareth รวมเซ็ตภาคพิเศษ

ตอนที่ 101 : [ภาคพิเศษ] งานเลี้ยงหน้ากาก (คู่ไมเคิลกับเอเรีย)


     อัพเดท 2 พ.ค. 52
กลับไปหน้าหลักของบทความ
แจ้งเนื้อหาในตอนไม่เหมาะสม
นิยาย-เรื่องยาว: ฟรีสไตล์/แฟนตาซี
Tags: Aria of Gareth, รวมเรื่องสั้น, ภาคพิเศษเอเรีย, เอเรีย, ไมเคิล, มาร์ค, แอนจี้, เอมี่, เอมีเลีย, แอนเจลิน่า, มาริค
ผู้แต่ง : Keisei/MaKoto-sang ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Keisei/MaKoto-sang
My.iD: https://my.dek-d.com/keisei
< Review/Vote > Rating : 98% [ 3,742 mem(s) ]
This month views : 3 Overall : 70,639
1,642 Comment(s), [ แฟนพันธุ์แท้ 210 คน ]

[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
Aria of Gareth รวมเซ็ตภาคพิเศษ ตอนที่ 101 : [ภาคพิเศษ] งานเลี้ยงหน้ากาก (คู่ไมเคิลกับเอเรีย) , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 1328 , โพส : 5 , Rating : 100% / 2 vote(s)

ขนาดตัวอักษร : เพิ่มขนาด | ลดขนาด




นี่เป็นภาคพิเศษที่เขียนเอาไว้นานแล้วนะคะ ตั้งแต่ก่อนที่จะเขียนภาคหลักเสร็จเสียด้วยซ้ำ ดังนั้นเนื้อหาในนี้จะมีความแตกต่างจากภาคหลักสักหน่อยนะคะ  และในอนาคต...ตอนนี้เลือกคนที่จะวาดโดจินได้แล้ว (ถ้าเขาเจียดเวลามาวาดให้ได้) จะรีไรท์ใหม่แล้วทำเป็นโดจินค่ะ 


Keisei

++++++

 Aria of Gareth : งานเลี้ยงหน้ากาก

“นี่เจ้าเอาอีกแล้วนะ  เอเรีย  ข้ากำลังจะโน้มน้าวให้พวกขุนนางทำสงครามได้แล้วนะ   ทำไมเจ้าชอบมาแทรกในเวลาสำคัญอย่างนี้นักนะ”

“เพราะว่าท่านกำลังโน้มน้าวให้ทำสงครามไงข้าถึงแทรก   เมืองกรานิสเป็นเมืองเล็กแค่เอาของเข้าล่อหน่อยก็ติดกับแล้ว”

เสียงถกเถียงกันอย่างรุนแรงขององค์กษัตริย์และองค์ราชินีแห่งอาดิทอลดังลั่นทั้งห้องโถงบรรทม   มันเป็นเสียงที่ทำให้บรรดาข้าราชบริพารต้องขนลุกและตัวสั่นด้วยความหวาดกลัว   เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นหลังนี้คือ การแยกห้องนอนของคนทั้งคู่   ซึ่งเมื่อถึงเวลานั้นทั้งพระราชวังจะมีแต่ความเงียบงัน   ไร้เสียงหัวเราะแห่งความสุขหรือแม้แต่เสียงดาบที่ฟาดกระทบ   เพราะหากมีเสียงเช่นนั้นเกิดขึ้นอย่างไม่ถูกจังหวะเวลาแล้วล่ะก็   พวกเขาอาจจะถูกเจ้าชีวิตทั้งสองกระทำรุนแรงใส่อย่างกราดเกรี้ยวก็เป็นได้

“และในงานเลี้ยงเมื่อวานก่อน   ข้าเป็นเจ้าเล่นหูเล่นตากับพวกอัศวินหนุ่มๆ นะ”

ในที่สุดไมเคิลก็ลากประเด็นเข้าในในเรื่องนี้จนได้   เอเรียถึงกับแค่นลมหายใจแล้วสวนกลับอย่างไม่ลดละ

“วันนั้นข้าก็เห็นท่านเกี้ยวพาผู้หญิงเหมือนกัน”

“ข้าไม่ได้เกี้ยวพานะ   แค่คุยกับพวกนางเท่านั้น”

“งั้นข้าก็เหมือนกัน!!!!”

แล้วทั้งคู่ก็จ้องตากันอย่างประสงค์ร้าย   ต่างฝ่ายต่างท้าทายให้อีกคนลงมือหรือเถียงกลับมา   ทว่ากษัตริย์หนุ่มดูจะเบื่อที่จะทะเลาะกับภรรยาเสียแล้ว   เพราะเขาสะบัดตัวเดินออกไปจากห้องนั้นอย่างรวดเร็ว   และหลังจากที่บานประตูถูกกระแทกปิดเสียจนแทบหลุดจากวงกบแล้ว   เอเรียก็ทรุดกายลงกับเตียงแล้วกุมขมับด้วยความอ่อนใจ

“ทะเลาะกันด้วยเรื่องไม่เป็นเรื่องอีกแล้ว”

และระหว่างที่เธอกำลังถอนใจแรงอีกครั้งนั้น   บานประตูก็เปิดออกพร้อมกับร่างของรีสเดินเข้ามา   โดยประคองเด็กหญิงวัยขวบเศษ  มีผมดำนัยน์ตาสีเขียวตัวน้อยให้เดินนำหน้าเข้ามาด้วย   หญิงสาวดูจะกังวลไม่น้อยหลังจากได้เห็นไมเคิลเดินสวนออกไปอย่างขุ่นเคืองใจ


“ฝ่าบาท   ไม่เป็นอันตรายนะเพคะ” รีสถาม “ดูองค์กษัตริย์จะเคืองพระทัยมาก”

“เขาไม่ได้ทำอะไรมากหรอก   มานี่สิจ้ะ   แองจี้   มาหาแม่มา” เอเรียน้อมกายลงไปรับเด็กหญิงขึ้นมานั่งตัก

ตอนนี้เองที่สีหน้าเหนื่อยอ่อนดูเป็นทุกข์ของเอเรียดูจางลง   เธอยิ้มน้อยๆ ในขณะปัดลูบเศษขนมออกจากแก้มของแองจี้   ความรักและความอบอุ่นที่มอบให้แก่บุตรสาวที่น่ารักคนนี้มีอย่างเปี่ยมล้น   ซึ่งมันมากเสียจนทำให้เธอลืมความเคืองขุ่นที่เกิดขึ้นเมื่อครู่ไปได้ทันที

“เอ่อ...ฝ่าบาทเพคะ   หม่อมฉันมีเรื่องอยากกราบทูลเสนอเพคะ” รีสเอ่ยปากอย่างกลัวๆ กล้าๆ

“ว่ามาสิรีส” เอเรียว่าพลางกอดจูบลูกสาวอย่างเอ็นดู

“คืนนี้ที่คฤหาสน์ของท่านดยุคจอร์จจะจัดงานเลี้ยงหน้ากากขึ้นเพคะ   เหตุใดพระองค์ไม่ลองไปงานนั่นเพื่อผ่อนคลายพระทัยบ้างเล่าเพคะ”

รีสเสนออย่างมีหวังทำให้เอเรียหันมองอย่างใจ   ก่อนจะเริ่มใช้ความคิดใคร่ครวญข้อเสนอของรีสเมื่อครู่   จากนั้นก็เริ่มแย้มยิ้มด้วยความสนใจ

“อืม   น่าสนใจดีนี่นา...ใช่มั้ยคะ  แองจี้” เอเรียหันไปถามแองจี้บนตัก

“ดา...อื้ม...” เด็กหญิงตัวน้อยคราง  

แม้มันเป็นความเห็นด้วยที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานของความไม่เข้าใจ   แต่ก็ทำให้เอเรียมีความสุขอยู่ไม่น้อยเมื่อได้เห็นความน่ารักของบุตรสาว

“เอาเป็นว่าข้าจะไปงานเลี้ยงหน้ากากนั่นก็แล้วกันนะ   เตรียมข้าวของให้ข้าทีรีส   จะต้องไม่มีใครจำข้าได้ในคืนนั้น”

“เพคะ   หม่อมฉันจะจัดการเดี๋ยวนี้เพคะ”

แล้วรีสก็ถลันตัวออกไปจากห้องนั้นอย่างรวดเร็ว   เหลือเพียงเอเรียที่เลี้ยงดูและเล่นหยอกล่อกับแองจี้อย่างมีความสุขเท่านั้น   แต่ถึงแม้ว่ามันจะเป็นเพียงความสุขเล็กๆ น้อยๆ   ทว่าก็ทำให้บรรดาข้าราชบริพารที่แอบเฝ้ามองดูอยู่แย้มยิ้มด้วยความสุขไปตามๆ กัน

????????????????????


แต่ในขณะที่เอเรียเริ่มอารมณ์ดีเพราะได้ดูแลลูกสาวนั้น   ไมเคิลก็มานั่งอยู่ในห้องหนังสือส่วนตัวเพื่อระงับอารมณ์โกรธที่เกิดขึ้น   กษัตริย์หนุ่มนอนทอดกายบนเก้าอี้นอนสานจากหวายนำเข้าจากทางใต้   ซึ่งเป็นที่นอนของเขาในยามที่ทะเลาะกับเอเรียจนต้องแยกห้องนอนกัน   โดยใช้ความคิดนึกย้อนกลับไปตลอดช่วงเวลาที่ใช้ชีวิตแต่งงานมากับเอเรียเงียบๆ

เวลาผ่านมาเกือบสามปีแล้วหลังจากที่ได้แต่งงานกับเอเรีย   ไมเคิลที่รักหญิงสาวผู้อ่อนกว่าแปดปีคนนั้นยิ่งชีวิต   ได้มอบความรักและทุกสิ่งทุกอย่างที่เธอต้องการให้อย่างไม่อิดออด   พยายามอย่างยิ่งที่จะไม่เรียกร้องความรักจากเอเรียมากนัก   เพราะเขารู้ดีว่าหญิงสาวรักเขาจากใจจริงและยินดีตามใจเขาทุกอย่างเช่นกัน

นับตั้งแต่วันที่ส่งตัวเอมีเลียหรือเอมี่ ลูกสาวคนโตไปอยู่สแคนเดรียตามคำขอของแบล็คปริ้นตั้งแต่อายุไม่กี่เดือน   เอเรียก็ดูหม่นหมองไปไม่สดใสเหมือนอย่างเก่า   นั่นทำให้กษัตริย์หนุ่มต้องเร่งสร้างทายาทให้เอเรียอีกคนหนึ่ง   และนั่นก็คือ แองเจลิน่าหรือแองจี้   ภรรยาสาวก็กลับมามีรอยยิ้มได้อีกครั้งหนึ่ง

และไม่เพียงแต่สร้างทายาทให้เอเรียได้เลี้ยงดูให้ความรักแล้ว   ราชินีสาวยังทำให้ความรักที่มีต่อเธอมีมากขึ้นอีกหลายเท่าตัว   ความหวงหึงจึงเกิดขึ้นทุกครั้งที่เธอสนทนากับชายอื่น   ซึ่งไม่ใช่เพื่อนสนิทหรือขุนนางที่ไว้ใจ   และหลายครั้งก็ยังน้อยใจที่เอเรียไปค้างที่ห้องบุตรสาวคนรองปล่อยให้เขานอนหนาวอยู่ตามลำพัง

“ฮึย!!!   ให้ตายสิ”

“เข่นเขี้ยวอะไรน่ะ   ไมเคิล”

เสียงที่ดังขึ้นนี้เป็นของ ‘จอร์จ’ หนึ่งในสหายสนิทของไมเคิล   ดยุคหนุ่มกำลังเดินเข้ามาพร้อมกับราเรลและเอลิค   กษัตริย์หนุ่มเหลือบมองสหายทั้งสามแล้วก็ถอนใจอย่างเบื่อหน่าย

“จะอะไร   ทะเลาะกับเมียอีกแล้วก็เท่านั้นแหละ” เขาบอก

“แล้วกัน   ไปทะเลาะกันยังไงล่ะเนี่ย” เอลิคถาม “หรือว่าเพราะเอเรียเสนอความเห็นแทรกขึ้นมา”

“เออ   ตอนนั้นแหละ   แล้วก็อีกหลายเรื่องด้วย” ไมเคิลตอบ

“อีกหลายเรื่อง   ข้าว่าเรื่องหึงหวงอย่างเดียวมากกว่ากระมัง”

จอร์จบอกพลางโยนหน้ากากประดับขนนกสีน้ำเงินลงบนหน้าอกของกษัตริย์หนุ่ม

“คืนนี้ที่บ้านข้าจัดงานเลี้ยงหน้ากากมาร่วมงานด้วยสิจะได้หายเครียด”

ไมเคิลหยิบหน้ากากอันนั้นคืนมาดูแล้วเหลือบตามองเพื่อนหนุ่มอย่างกราดเกรี้ยว   ทว่าเพียงเสี้ยววินาทีต่อมามันก็เปลี่ยนความแววของความสุข

“เออ...แล้วเจอกันคืนนี้   หวังว่าจะเจอผู้หญิงดีๆ ให้กอดนะ”


????????????????????


แล้วค่ำคืนของงานเลี้ยงอันสนุกสนานที่จัดขึ้นที่คฤหาสน์ของจอร์จก็มาถึง   ไมเคิลที่เตรียมตัวรออยู่ที่ห้องหนังสือส่วนตัวนั้นก็มุ่งหน้าออกจากห้อง   ตรงไปยังห้องนอนของบุตรสาวเพื่อพบหน้าแล้วจูบราตรีสวัสดิ์เหมือนอย่างที่เคยทำทุกคืน   ตลอดทางบรรดาข้าราชบริพารที่อยู่ตามทางเดิน   ต่างก็หลบทางและถวายความเคารพอย่างนอบน้อม   ซึ่งไมเคิลพยักหน้าเร็วๆ รับการเคารพนั้นแล้วเดินผ่านไปอย่างไม่ใส่ใจ

เมื่อมาถึงหน้าห้องนอนของบุตรสาวแล้ว   กษัตริย์หนุ่มก็ดันประตูเปิดเข้าไปแล้วก็ชะงัก   เมื่อได้เห็นร่างบางในชุดขาวนอนกกแองจี้อยู่บนเตียง   นี่เองที่ทำให้ไมเคิลต้องกัดฟันแล้วเดินไปลูบผมและจูบแก้มของแองจี้ด้วยความรัก  

ทว่าก่อนจะถอนริมฝีปากจากแก้มนุ่มของบุตรสาว   เขาก็ช้อนตาขึ้นมองร่างผู้เป็นมารดาของแองจี้ด้วยสายตานิ่งสนิท   จากนั้นจึงหยัดกายขึ้นตรงแล้วเดินอ้อมไปหาเอเรียบ้าง   แต่สิ่งที่เขาทำนั่นมีเพียงวางมือลงบนไหล่บางแล้วโน้มกายลงไปจนปลายจมูกเกือบแนบติดเท่านั้น   ก่อนจะเหยียดตัวขึ้นตรงอีกครั้งแล้วเดินออกไปอย่างห้องอย่างไม่ใส่ใจภรรยาสาวอีกเลย

และหลังจากที่ปิดประตูห้องนอนแล้วไมเคิลก็พึมพำเบาๆ ด้วยเสียงอันเหี้ยมเกรียมว่า

“ไม่จำเป็นต้องง้อเจ้าก็ได้...เอเรีย”

ในช่วงเวลาเดียวกันนั้นภายในห้องเอเรียที่กำลังนอนกกแองจี้อยู่ก็ลืมตาตื่นขึ้น   เธอรู้ดีกว่าไมเคิลจะต้องมาจูบราตรีสวัสดิ์ลูกสาวก่อนจะกลับไปนอนห้องหนังสืออีกครั้ง   เธอจึงมานอนรอเพื่อทดสอบว่าเขาจะสนใจง้อตัวเองหรือไม่   แต่เมื่อชายหนุ่มทำเหมือนไม่ใส่ใจในตัวเธออีกแล้ว   ราชินีสาวก็คลายอ้อมแขนออกจากร่างแองจี้อย่างนิ่มนวล  

จากนั้นก็เดินหายออกไปจากห้องอีกคน   โดยไม่มีการหันกลับมามองร่างเล็กที่กำลังหลับสนิทบนเตียงเลย


????????????????????


ภายในงานเลี้ยงหน้ากากที่จัดขึ้นอย่างหรูหราในคฤหาสน์ที่พักของจอร์จ   ซึ่งตั้งอยู่นอกเมืองห่างจากพระราชวังด้วยการขี้ม้าเพียงหนึ่งชั่วโมง   เหล่าแขกเหรื่อที่ได้รับเชิญมาในงานเลี้ยงต่างก็กำลังสนุกสนานกับการสนทนา   ดื่มกิน   และเต้นรำกับคู่ของตัวเอง   โดยทุกคนนั้นต่างก็สวมใส่หน้ากากทั้งแบบธรรมดาจนถึงหรูหราประดับด้วยเพชรพลอย   มันเป็นงานที่หลายคนต่างก็ไม่รู้จักตัวตนของตัวเอง   และเป็นงานที่นำพาไปสู่ความสุขอันหฤหรรษ์ภายในห้องว่างห้องใดห้องหนึ่งของคฤหาสน์หลังนี้

ท่ามกลางแขกจำนวนกว่าร้อยคนในห้องจัดเลี้ยงนั้น   ยังมีกลุ่มชายหนุ่มกลุ่มหนึ่งรวมตัวกันอยู่   พวกเขาทุกคนต่างก็สวมหน้ากากสีต่างกันไป   โดยคนหนึ่งสวมหน้ากากประดับจนนกสีน้ำเงิน   คนหนึ่งสวมหน้ากากสีขาวธรรมดา   คนหนึ่งสวมหน้ากากสีแดงประดับด้วยทับทิม   และคนสุดท้ายสวมหน้ากากประดับขนสีเหลืองทอง

ซึ่งกลุ่มชายกลุ่มนี้มีใช่ใครอื่นใดเลยนอกจาก ไมเคิล   จอร์จ   ราเรล  และเอลิค   ทั้งสี่คนกำลังมองดูแขกสวมหน้ากากทั้งหลาย   เพื่อมองหาผู้หญิงมาเต้นรำด้วยสักคน

“เฮ้อ...ตั้งแต่มองมายังไม่เห็นคนไหนน่าสนใจเลยนะ” ไมเคิลในหน้ากากประดับจนนกสีน้ำเงินบ่น

“เอาน่า   นี่เป็นงานใส่หน้ากากเป็นธรรมดาอยู่แล้วที่จะหาผู้หญิงสวยๆ ยาก” จอร์จในหน้ากากสีขาวธรรมดาบอก “ว่าแต่ราเรลกับเอลิคเถอะ   มาแบบนี้เมียไม่ว่าเหรอ”

“พวกนางจะตามมาทีหลังน่ะ”

เอลิคในหน้ากากประดับขนนกสีเหลืองทองบอกพลางเหลือบมองทางเข้า   ซึ่งร่างบางของแอซรี่และเอลเต้กำลังเดินเข้ามาโดยไม่ได้สวมใส่หน้ากากแต่อย่างใด

“นั่นไง   มากันแล้วเดี๋ยวข้าสองคนขอตัวก่อน”

แล้วเอลิคและราเรลก็แยกตัวไปรับภรรยาของตัวเองที่ทางเข้าอย่างเร่งด่วน   และมันเป็นจังหวะเวลาเดียวกับที่ไมเคิลเหลือบไปเห็นผู้หญิงคนหนึ่งกำลังเต็นรำกลางฟลอร์อย่างสนุกสนาน  

โดยนางผู้นั้นสวมหน้ากากสีเทาประดับด้วยขนนกสีเงิน   ใส่อาภรณ์สีเทาเงินเข้ารูปแลเห็นสัดส่วนอันงดงามได้อย่างชัดเจน   เส้นผมสีเงินยาวเพียงบั้นเอวสะบัดพลิ้วไปตามแรงหมุนและเหวี่ยงตัวตามจังหวะเพลงได้อย่างงดงาม   เพียงได้เห็นนางในแว้บแรกกษัตริย์หนุ่มก็ให้ความสนใจในทันที

ในที่สุดความสนใจที่เกิดขึ้นก็บังคับให้เขาเดินจากจุดที่ยืนอยู่ไปกลางฟลอร์   จากนั้นก็เข้าแทรกระหว่างนางกับคู่เต้น   ในตอนที่เขาเหวี่ยงนางออกไปตามจังหวะเพลงอันสนุกสนาน  

ซึ่งเพียงทันทีที่ได้หันกลับมาเจอคู่เต้นคนใหม่นางก็ดูจะประหลาดใจไม่น้อยทีเดียว   กระนั่นนางก็ยังเต้นคู่กับไมเคิลจนคู่เต้นคนเขาต้องถอยออกไปอย่างยอมแพ้   เนื่องด้วยลีลาการเต้นของไมเคิลนั้นฉกาจฉกรรจ์กว่าเขา   และช่วยขับเน้นให้ฝ่ายหญิงดูเด่นขึ้นไปอีก

จอร์จและคนเพื่อนๆ ผู้เป็นสหายของไมเคิลต่างก็มองดูสิ่งที่เกิดขึ้นด้วยความแปลกใจเท่านั้น

“เจ้ารู้มั้ยว่านางคนนั้นเป็นใครน่ะ” แอซรี่ถาม

นางกำลังควงแขนสามีและมองดูไมเคิลเต้นรำกับหญิงแปลกหน้าอย่างไม่สบายใจ

“นั่นสิคะ   ถ้าหากว่าองค์ราชินีทรงทราบว่ากษัตริย์ไมเคิลมาเที่ยวงานนี้จะทรงกริ้วเพียงใดไม่รู้” เอลเต้สำทับ

นางเอกก็กอดแสนสามีแน่นชนิดไม่ยอมปล่อยเช่นกัน

“ข้าไม่รู้หรอก   นี่เป็นงานสวมหน้ากากและไม่ได้แจกบัตรเชิญด้วย   ดังนั้นใครๆ ก็มาได้ทั้งนั้นนั่นแหละ” จอร์จบอก “แต่ถึงไมเคิลเลือกผู้หญิงคนนั้นจริงๆ   เอเรียก็ไม่โกรธหรอก   อย่างน้อยก็ตราบจนกว่าจะไม่ยกนางขึ้นเป็นสนม”

“ดูต่อไปแล้วกันว่าไมเคิลจะเลือกนางจริงๆ หรือเปล่า” ราเรลตัดบทเป็นคนสุดท้าย

และแล้วบทเพลงอันกระชั้นในจังหวะสนุกสนานก็จบลง   บทเพลงอ่อนหวานในจังหวะอันเชื่องช้าเข้ามาแทนที่   ไมเคิลและหญิงแปลกหน้าคนนั้นจึงจับคู่กันขยับตัวไปตามเพลงช้าๆ   และช่วงเวลานี้เองที่ไมเคิลได้มีโอกาสสนทนากับนางผู้น่าประทับใจ

“เจ้านี่เต้นเก่งนะ” เขาเริ่มก่อน

“ไม่หรอก   ข้าไม่ค่อยได้เต้นนานๆ ทีจะได้มานานแบบนี้เหมือนกัน” นางตอบด้วยเสียงหวานชวนฝัน “ข้า ‘ขลุ่ยเงา’ ท่านล่ะ”

“ ‘ราชารัตติกาล’  เรียกข้าเช่นนั้นเถอะ” ไมเคิลตอบ

“ราชารัตติกาลหรือ   เป็นชื่อเรียกที่แปลกดี” ขลุ่ยเงาตอบ

“ไม่เท่าเจ้าหรอก   ขลุ่ยเงาแปลกมากกว่าของข้าเสียอีก” ไมเคิลว่า “บอกข้าหน่อยสิว่าเจ้ามางานนี้ด้วยเหตุผลอะไร”

ได้ยินแบบนั้นขลุ่ยเงาก็ทำท่าขบขันน้อยๆ

“มางานเลี้ยงต้องมีเหตุผลด้วยหรือ”

“ฮ่าๆ   นั่นสินะ   แต่ข้ามี” ไมเคิลบอกทำให้ขลุ่ยเงาสนใจทันที

“เหตุผลอะไรหรือ   บอกข้าได้มั้ย” นางถามเสียงฉอเลาะ

ไมเคิลฟังคำถามนั้นแล้วก็เงียบไปชั่วครู่   เหลือบตามองเบื้องบนอย่างครุ่นคิดว่าจะตอบคำถามของขลุ่ยเงาดีหรือไม่   ซึ่งตลอดเวลานั้นขลุ่ยเงาก็เงยหน้ามองเขาอยู่ตลอด   จนเมื่อมองกลับลงมากษัตริย์หนุ่มต้องกระชับร่างบางแนบแผ่นกายมากขึ้นแล้วยิ้มบางๆ

“เจ้าจะอยากรู้ไปทำไม” เขาถาม

“เผื่อว่าจะเป็นเหตุผลเดียวกับข้าไงล่ะ” ขลุ่ยเงาบอก

ได้ยินอีกฝ่ายพูดแบบนั้นไมเคิลก็หัวเราะเบาๆ  แล้วโน้มใบหน้าไปจนริมฝีปากชิดใกล้กับริมฝีปากอีกของหญิงสาว   ซึ่งเธอก็ตอบสนองด้วยการเชิดมันขึ้นจนเกือบแนบสนิทกันเลยทีเดียว

“มันคืออะไรล่ะ” ไมเคิลถามด้วยเสียงยั่วเหย้าเร้าอารมณ์ “ข้าทะเลาะกับเมียมา   วันนี้นางทำตัวขัดใจข้านิดหน่อย”

“ข้าก็เหมือนกัน   ทะเลาะกับสามีด้วยเรื่องไม่เป็นเรื่อง   สุดท้ายก็เลยมาจบอยู่ที่นี่” ขลุ่ยเงาตอบพร้อมยิ้มยั่วอีกฝ่ายเช่นกัน “ท่านคงไม่รังเกียจคนมีสามีแล้วเช่นข้าหรอกนะ”

“แล้วเจ้าคงไม่รังเกียจคนที่มีเมียแล้วเช่นข้าเหมือนกันนะ”

สิ้นคำถามนั้นทั้งคู่ก็มองตาของกันและกันก่อนจะเดินจูงมือออกไปจากฟลอร์เงียบๆ   โดยแทบไม่มีใครสังเกตเห็นเลยแม้สักนิด

ด้านนอกนั้นทั้งสองมาหยุดลงในมุมมืดหนึ่งของคฤหาสน์ใกล้กับสวนชั้นกลาง   ที่นั่นไมเคิลบรรเลงเพลงจูบไปทั่วลำคอขาวของฝ่ายหญิงด้วยแรงปรารถนาอันแรงกล้า   ก่อนจะเลื่อนขึ้นมาจูบริมฝีปากและเล่นลิ้นอย่างเชี่ยวชาญ   ยังผลให้เสียงครางด้วยความสุขและเสียวซ่านดังในลำคอของหญิงสาวตลอดเวลา  

ซึ่งตลอดเวลาที่เลียไล้   ซุกหอม   และกอดจูบหญิงสาวแปลกหน้า    โดยต่างฝ่ายต่างกำไม่ถอดหน้ากากา   โสตประสาทอันเฉียบคมของไมเคิลสัมผัสได้ถึงกลิ่นจรุงใจอันคุ้นเคยที่มักได้รับจากเอเรียเสมอ   นั่นทำให้ชายหนุ่มวนเวียนการเลียอยู่ที่ลำคอขาวของเธอ   เพื่อดมหอมและจินตนาการว่าหญิงสวมหน้ากากตรงหน้านี้คือ เอเรีย

“แปลกจริง   ทำไมกลิ่นของท่านจึงเหมือนสามีข้านักนะ” เสียงหวานที่ดังขึ้นนี้ทำให้กษัตริย์หนุ่มหยุดริมฝีปากที่โลมเลียมไปทั่วได้

“เจ้าเองก็มีกลิ่นเหมือนเมียของข้าเหมือนกันนะ” ไมเคิลบอกด้วยความฉงน

แต่สุดท้ายทั้งสองฝ่ายก็มองหน้ากันแล้วยิ้มออกมาประหนึ่งว่าคิดเหมือนกัน   ในขณะที่กษัตริย์หนุ่มเลื่อนมือขึ้นมาตามเรียวขาของหญิงสาว   แล้วสอดเข้าไปไล้เนื้อบางภายในจนหญิงสาวสะดุ้งเฮือก   ส่งเสียงครางกระสันด้วยความสยิว   ยิ่งไมเคิลเน้นปลายนิ้วมากเพียงใดเสียงครวญครางนั้นก็ยิ่งดังขึ้น   และมันเร่งเร้าอารมณ์ต้องห้ามของเขามาเสียจนโน้มใบหน้าลงไปจูบปิดช่องทางที่เสียงหวานนั้นดังออกมา

ทว่าช่วงเวลาแห่งการเสพสำราญความสุขของกามารมณ์นั้นช่างแสนสั้น   เพราะยังไม่ทันที่ไมเคิลจะได้เริ่มเกมส์สวาทอันแท้จริงกับขลุ่ยเงา   ก็มีเสียงผู้หญิงคนหนึ่งดังขึ้นจากสวนนั้นทำให้ทุกอย่างชะงักลงอย่างน่าเสียดาย

“นายหญิงคะนายหญิง   อยู่ที่ไหนคะ   ได้เวลากลับแล้วนะคะ   นายหญิง”

ผู้หลบซ่อนอยู่ทั้งสองพร้อมใจหันมองออกไปในสวน   ซึ่งหญิงสาวสวมหน้ากากสีชมพูอ่อนกำลังหันรีหันขวางมองหาใครบางคนอยู่   นั่นทำให้ขลุ่ยเงาเอ่ยปากกับไมเคิลอย่างแสนเสียดายว่า

“นางเป็นคนของข้าเอง   น่าเสียดายนะ   ทั้งที่ท่านเป็นคนแรกนอกจากสามีที่ทำให้ข้าสนใจได้   แต่คืนนี้เราคงจบกันเพียงเท่านี้”

แล้วหญิงสาวผมเงินผู้นั้นก็เดินแยกจากไปโดยไม่หันกลับมามองไมเคิลอีกเลย   ด้วยความเสียดายที่ต้องจากผู้หญิงที่เหมือนเอเรียมากกษัตริย์หนุ่มจึงเอื้อมมือไปหมายจะคว้าตัวเธอเอาไว้   แต่สิ่งที่เขาจับได้กลับเป็นเพียงชายผ้าบางเบาที่ติดอยู่กับเครื่องประดับที่รัดต้นแขนของเธอเอาไว้   และเธอก็ดึงมันขาดไปโดยไม่สนใจแรงรั้งดึงที่เกิดขึ้นเลย  

ไมเคิลได้แต่มองตามร่างบางนั้นไปอย่างแสนเสียดายจนกระทั่งลับตาไป   ก่อนจะยกผ้าผืนนั้นขึ้นจรดกับปลายจมูกสูดดมกลิ่นหอมอันคุ้นให้ชื่นใจ   แต่ในทันใดนั้นเองที่เขาสัมผัสได้ว่าเนื้อผ้านั้นเป็นเนื้อผ้าชั้นดีที่หาได้ยาก   ครั้นเมื่อลองออกมาส่องผืนผ้ากับแสงจันทร์ก็พบว่าเนื้อของนั้นมีเส้นใยจำนวนหนึ่งเรื่องแสงขึ้น   นี่เป็นคุณสมบัติของผ้าชนิดพิเศษที่สั่งทำจากทางตะวันตก   และมีเพียงคนเดียวเท่านั้นที่ได้ครอบครองมัน   คนผู้นั้นก็คือ...

“เมื่อกี้...เอเรียอย่างนั้นเหรอ”

กษัตริย์หนุ่มพึมพำนามนั้นออกมาด้วยความประหลาดใจ   ก่อนจะรีบวิ่งตามออกไปด้านหน้าปราสาทซึ่งหญิงสาวคนนั้นควรจะขึ้นรถม้ากลับไปยังที่พัก   ทว่าที่เขาพบนั้นกลับมีเพียงข้ารับใช้ของคฤหาสน์ที่กำลังดูแลแขกที่เมาหัวราน้ำอยู่เท่านั้น

“อะไรกัน   ไปเร็วขนาดนั้น...!!!”

อยู่ไมเคิลก็ต้องผินใบหน้ามองไปยังป่าละเมาะที่ตั้งอยู่ใกล้ๆ กัน   หลังจากที่จับพลังอันคุ้นเคยที่บังเกิดขึ้นภายในป่านั้นได้   แม้ว่ามันจะเกิดขึ้นเพียงเสี้ยววินาที   แต่เขาก็จำได้ดีกว่านั่นเป็นพลังของราชินีคู่บัลลังค์ของเขา

“เฮ้!!   มาอยู่ที่เองเหรอ   ข้าตามหาเจ้าเสียทั่วงานเลย” เสียงของจอร์ดดังขึ้นจากเบื้องหลัง  

ขุนนางหนุ่มกำลังวิ่งออกมาจากตัวปราสาท   แล้วเข้ามาตบไหล่ของไมเคิลที่ยังไม่ละสายตาจากป่าละเมาะ

“มีอะไรเหรอ”

“ข้ากลับล่ะนะ”

ไมเคิลบอกแล้วเดินลงมาจากคฤหาสน์ทันที   จอร์จที่กำลังงงจึงไม่รอช้าที่จะตามไถ่ถามด้วยความสงสัย

“เดี๋ยว...จะกลับหมายความว่ายังไง   ไหนบอกว่าจะหาผู้หญิงดีๆ ไงล่ะ”

เขาถามในขณะที่แก้เชือกผูกม้าให้ไมเคิล

“เจอแล้วไง   ผู้หญิงที่ดีที่สุดเลยล่ะ”

ไมเคิลตอบพลางรับบังเหียนม้ามาแล้วรั้งตัวขึ้นไปนั่งบนหลังมัน   หลังนั่งได้มันคงแล้วเขาก็ออกแรงกระตุ้นมันให้ออกวิ่งไปทันที   โดยมีเสียงของจอร์จตะโกนถามตามหลังมาว่า

“ผู้หญิงคนนั้นเหรอ   นางเป็นใครกันล่ะ”

“ใคร...เมียข้าไงล่ะจอร์จ”

กษัตริย์หนุ่มพึมพำประโยคนั้นออกมาแล้วตะบึงม้ากลับอย่างเร่งด่วนที่สุดเท่าที่เคยทำมาในชีวิต


????????????????????


ณ พระราชวังอันงดงามแห่งอาดิทอล   มีร่างบางสองร่างกำลังปรากฏขึ้นภายในห้องบรรทมขององค์ราชินีเอเรีย   โดยหญิงคนหนึ่งสวมหน้ากากและอาภรณ์แบบเดียวกับขลุ่ยเงา   และอีกคนก็สวมหน้ากากแบบเดียวกับนางรับใช้ที่มาตามหาขลุ่ยเงาภายในสวน   ซึ่งทันทีที่เท้าของนางทั้งสองแตะพื้นหญิงสวมหน้ากากสีเทาก็ถอนใจแรงด้วยความเหนื่อยอ่อน

“เฮ้อ...ขอบใจเจ้ามากนะที่มาด้วยกัน   พักที่นี่สักคืนก่อนแล้วค่อยกลับก็ได้นะ  อาเนีย” ขลุ่ยเงาหันไปพูดกับหญิงรับใช้

“ขอบพระทัยเพคะ   ขอให้บรรทมหลับให้สบาย”

ขาดคำอวยพรของอาเนียแล้วนางก็น้อมคำนับถอยออกไปจากห้องอย่างรวดเร็ว   ในตอนนี้เองที่ขลุ่ยเงาถอดหน้ากากและสลายอำนาจของตัวเองออก   แล้วโฉมหน้าที่แท้จริงของเธอก็ปรากฏขึ้น   ขลุ่ยเงา...หญิงสาวที่กษัตริย์ไมเคิลสนใจมากในงานเลี้ยงหน้ากากนั้นมิใช่ใครอื่นเลย   หากแต่นางก็คือ เอเรีย  ราชินีคู่บัลลังก์ของกษัตริย์ไมเคิลนั่นเอง

ราชินีสาวถอนใจอย่างอ่อนล้าและแสนเสียดายที่ต้องแยกจากชายที่พบในงานเลี้ยง   ซึ่งตัวเธอก็ไม่ทราบเหมือนกันว่าเป็นใครกันแต่   หากแต่ลีลากันละเลียดปลายลิ้นและกลิ่นกายของเขาช่างละม้ายไมเคิล   จนในชั่วเวลาหนึ่งยังคิดว่าเป็นสามีที่เก็บตนมาดูแลตั้งแต่ยังเยาว์   มันไม่อาจปฏิเสธได้เลยว่าความรู้สึกที่ปะทุขึ้นมานั้นยังคุกรุ่นอยู่ในอก   จนต้องทิ้งตัวลงนอนกับเตียงแล้วรอให้มันดับลงตามกาลเวลาเท่านั้น

โครม!!!   เสียงประตูถูกดีดออกจากวงกบไปกระแทกกับผนังอย่างแรงดังขึ้น   ทำให้เอเรียที่กำลังเอยกายอยู่บนเตียงต้องหยัดตัวขึ้นมองด้วยความแปลกใจ   และชายที่กำลังยืนหอบกายใจตรงอยู่ธรณีประตูนั้นก็คือ ไมเคิล

“ท่านมาทำอะไรที่นี่” เอเรียเอ่ยปากถาม

“คืนนี้เจ้าไปงานเลี้ยงหน้ากากของจอร์จมาใช่มั้ย” ไมเคิลถามพลางเดินเข้ามาใกล้

ทั้งสีหน้าและท่าทางของเขานั้นดูเอาเรื่องอยู่ไม่น้อย   แต่นั่นจะทำให้เอเรียหวาดกลัวหรือก็หาไม่   เธอถัดตัวลงจากเตียงมาเผชิญหน้ากับเขาอย่างตรงไปตรงมา

“ใช่   ข้าไป” เธอยอมรับ

“แล้วเจ้าก็ได้เจอผู้ชายคนหนึ่งที่เต้นรำกับเจ้าแล้วพาเจ้าไปในมุมมืดใช่มั้ย” ไมเคิลถามต่อไป

“ใช่   เขาพาข้าไป”

ทันทีที่ขาดคำยอมรับของเอเรีย...ไมเคิลก็กระชากร่างของเธอมากอดไว้   พร้อมกับเบียดบดริมฝีปากกับเรียวปากอิ่มของภรรยาอย่างหื่นกระหาย   เอเรียที่กำลังตกใจพยายามอย่างยิ่งที่จะผลักร่างหนาของสามีออกไป   แต่มันก็ช่างเป็นการยากยิ่ง   เพราะอ้อมแขนของกษัตริย์หนุ่มนั้นรัดรอบร่างของเธอไม่ต่างจากคีมเหล็กเลยทีเดียว

“อือ...อืม...”

เสียงครางในลำคออย่างเป็นสุขดังขึ้นเบาๆ  เมื่อเอเรียเริ่มยอมรับริมฝีปากและเรียวลิ้นของไมเคิลไว้   มันเป็นการจูบที่เนินนานและเปี่ยมไปด้วยความรักเป็นที่ยิ่ง   มือใหญ่แห่งบุรุษลูบไล้และโลมเลียมไปทั่วร่างบางปลุกเร้าอารมณ์ซึ่งคุกรุนอยู่แล้วของราชินีสาวให้รุนแรงขึ้นไปอีก

“เจ้ารู้มั้ยทำไมข้าถึงรู้...” ไมเคิลถามหลังจากละริมฝีปากออกมาแล้ว

“ข้าจะรู้ได้ยังไงกัน   นี่ต้องการลงโทษข้าหรือยังไง” เอเรียถามเสียงค้อนพลางเมินหลบไม่มองตาอีกฝ่าย

“หึหึหึ   ไม่เอาน่า   อย่าเพิ่งงอนไปสิ” ไมเคิลหัวเราะแล้วหอมแก้มเนียนของภรรยา “เจ้าจำนี่ได้หรือเปล่า”

เอเรียหันกลับมามองหน้ากากระดับขนนกสีน้ำเงินและผืนผ้าที่เธอจำได้ว่า ‘ราชารัตติกาล’ ดึงขาดไปในมือของไมเคิล   ซึ่งเธอถึงกับแปลกใจที่สามีมีของทั้งสองอย่างนี้

“นี่มันอะไรกันน่ะ” เอเรียถามอย่างงงงัน

ทันใดนั้นเองเทียนทุกเล่ม   ตะเกียงทุกดวง  ที่ภายในห้องนั้นก็สว่างขึ้น   ทำให้เอเรียได้เห็นเสื้อผ้าอาภรณ์และอื่นๆ ที่ไมเคิลสวมใส่ไว้ได้อย่างชัดเจน   ราชินีสาวหวาดสายตามองทั่วร่างสามีด้วยความไม่อยากเชื่อ   ก่อนจะเดินเข้าไปไล้ปลายจมูกกับลำคอของไมเคิล   ซึ่งแน่นอนว่ากลิ่นอุ่นทีได้รับนั้นจะต้องเหมือนกับ ‘ราชารัตติกาล’ ราวกับถอดแบบมาเลยทีเดียว

“หึ...หึๆ  ฮ่าๆ   อย่างนี่เองเหรอ” เอเรียหัวเราะแล้วตีไหล่ของไมเคิลเบาๆ “ที่แท้ท่านก็ไปงานเลี้ยงด้วยนี่เอง   มิน่าเล่าตอนกอดข้าถึงได้ดูคุ้นเคยนัก”

“เจ้าไม่รู้หรอกหรือ   เอเรีย” ไมเคิลถามพลางกระชับร่างบางเข้ามา “แต่เจ้าก็ร้ายนะ   แค่ ‘ราชารัตติกาล’ ชวนนิดหน่อยก็ตามไปแล้ว   ถ้าหากว่าคนๆ นั้นไม่ใช่ข้าเจ้าจะยอมเป็นให้กอดด้วยหรือเปล่านี่”

“ไม่หรอก   เพราะข้าบอกอาเนียไว้แล้วว่า ‘หากข้าออกไปกับผู้ชายคนไหนเกินสิบนาทีให้รีบออกมาตามทันที’  และนางก็ทำหน้าที่ได้ดีเสียด้วย” เอเรียตอบสามีด้วยรอยยิ้มทำเอาไมเคิลหัวเราะลั่นเลยทีเดียว

“เจ้านี่มันร้ายนัก   ว่ายังไงเราจะคืนดีกันได้แล้วหรือยัง” ไมเคิลถามอย่างมีหวัง

ทว่าราชินีสาวก็เมินหน้าไปอีกด้านไม่มองหน้าเขาอีกครั้ง   แววตานั้นแสดงความไม่พอใจออกมาให้เห็นอย่างชัดเจน   ยังเหตุให้ไมเคิลต้องเต้นผ่างรีบง้อขอคืนดีด้วยทันที

“ไม่เอาน่า   เอเรีย   จะงอนอีกทำไมกันข้ามาง้อแล้วนะ” พูดพลางก็ระดมจูบแก้มของเอเรียไปด้วย “น่านะ   ถ้าไม่คืนดีกับข้า...ข้าจะไม่ช่วยเจ้านะ”

คำพูดนั่นทำให้เอเรียถึงกับหน้าร้อนผ่าวหันมองเขาทันที   จากแทนที่ความไม่พอใจจะลดลงมันกับเพิ่มมากขึ้น   ราชินีสาวฟาดผ่ามือลงกลางอกกษัตริย์หนุ่มแล้วเดินหนีมานั่งที่เตียงอย่างเคืองใจ

“ไม่ต้องก็ได้   กลับไปนอนที่ห้องหนังสือไป!!” เธอกระแทกเสียง

แต่เมื่อเห็นภรรยาโกรธเคืองเพราะมีความเขินอายเป็นตัวบังคับ   มีหรือที่ไมเคิลจะยอมปล่อยโอกาสนี้ให้หลุดลอยไปโดยไม่ทำอะไร   กษัตริย์หนุ่มเดินเข้าไปพร้อมโอบกระชับร่างบางของภรรยาเอาไว้แล้วหอมแก้ม   ก่อนจะกระซิบเบาๆ ว่า

“ข้าผิดเองที่วันนี้พูดเหมือนไม่ให้เกียรติเจ้า   ความเห็นของเจ้าวันนี้ก็เป็นเรื่องที่ดีเหมือนกัน”

“ในเมื่อเป็นเรื่องที่ดีแล้วทำไมถึงต้องโกรธข้าด้วย” เอเรียแค่นเสียงถาม

“ก็แหม...ช่วงนี้เจ้าเอาแต่ดูแลแองจี้จนแทบไม่สนใจข้าเลยนี่นา”

ไมเคิลบอกขณะไซ้ปลายจมูกกับลำคอขาวผ่องของร่างในอ้อมแขน

“ก็เลยโกรธก็เลยงอนแล้วพาลข้าเหรอ   ดีจริงนะ” เอเรียว่าพลางเอียงหลบ “ถอยไปนะ   อย่ามายุ่งกับข้า”

แต่ไมเคิลก็ยังรุกคืบต่อไปอย่างไม่หวาดกลัวต่อเสียงตวาดของภรรยา   จนกระทั่งสามารถทอดร่างของเธอลงบนเตียงนั้นได้อย่างง่ายดาย   เอเรียเองก็ตอบรับทุกการกระทำของสามีอย่างเต็มใจเช่นกัน   แต่กระนั่นก่อนที่ไมเคิลจะได้ลงมือในวินาทีสุดท้าย   ราชินีสาวกลับหยุดเขาไว้ด้วยคำพูดว่า

“หากท่านไม่ต้องการให้ข้าสนใจแต่ลูกอย่างเดียว   ท่านก็อย่าสร้างเด็กให้ข้าอีกคนสิ   แองจี้กำลังโตขึ้นเรื่อยๆ จนในที่สุดข้าก็ไม่ต้องดูแลด้วยตัวเองอีกแล้ว”

ได้ยินแบบนั้นไมเคิลก็ยิ้มพรายด้วยความดีใจ   จากนั้นจึงเริ่มเกมส์แห่งกามารมณ์อันแสนหฤหรรษ์ไปโดยไม่สนใจกาลเวลากันเลย  

แต่ถึงแม้ว่าจะพยายามอย่างยิ่งที่จะไม่สร้างทารกใหม่ให้เอเรียได้เลี้ยงดี   แต่หลังจากคืนนั้นได้เพียงสามเดือนทั้งเมืองหลวงก็ต้องโห่ร้องด้วยความยินดี   เมื่อหมอหลวงประจำราชสำนักประกาศออกมาว่า องค์ราชินีเอเรียทรงพระครรภ์อ่อนเป็นเวลาสองเดือนแล้ว   ซึ่งภายหลังก็ประสูติออกมาเป็นพระโอรสยังความปิติแก่ปวงประชาเป็นที่ยิ่ง

ทว่าท่ามกลางเสียงโห่ร้องด้วยความยินดีของคนทั่วทั้งอาณาจักรที่ได้รัชทายาทเป็นบุรุษสมใจ   กับมีคนหนึ่งที่นั่งกุมขมับอยู่ระหว่างความยินดีและขมขื่นใจอยู่เพียงลำพัง   และนั่นมิใช่ใครนอกจาก

กษัตริย์ไมเคิลผู้น่าสงสารนั่นเอง....


????????????????????



Dek-D Writer APP : แอพอ่านนิยาย Dek-D บน iPhone , Android Phone
มาแล้ว!! เวอร์ชั่น iPad และ Android Tablet
Aria of Gareth รวมเซ็ตภาคพิเศษ ตอนที่ 101 : [ภาคพิเศษ] งานเลี้ยงหน้ากาก (คู่ไมเคิลกับเอเรีย) , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 1328 , โพส : 5 , Rating : 100% / 2 vote(s)
Vote ให้คะแนนตอนนี้ Vote ได้ 1 ครั้ง / 1 ชม.
[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
หน้าที่ 1
# 5 : ความคิดเห็นที่ 1427

แหม  ไมเคิลจำเอเรียไม่ได้ไม่น่าแปลกหรอกค่ะผู้ชายนี่คะ

แค่เอเรียน่าจะจำไมเคิลได้นะ  ...

Name : หนู ณะ < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ หนู ณะ [ IP : 112.142.86.79 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 15 สิงหาคม 2553 / 14:40
# 4 : ความคิดเห็นที่ 1417
สมน้ำหน้าไมเคิล 55555555
Name : || KYO || < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ || KYO || [ IP : 125.25.246.149 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 1 กุมภาพันธ์ 2553 / 19:30
# 3 : ความคิดเห็นที่ 1371
โอย อ่านกี่รอบๆ ก็ยังอดขำไม่ได้เลยค่ะ

โดยเฉพาะตอนจบนี่
PS.  ได้เพียงแค่…'แอบรัก'…เธอเท่านั้น คนคนนี้ที่คิดกับเธอเกินเลยคำว่า…'เพื่อน'
Name : OoFreyaoO < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ OoFreyaoO [ IP : 58.9.41.116 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 5 พฤษภาคม 2552 / 18:10
# 2 : ความคิดเห็นที่ 1368

ฮิฮิ ฮ่าๆ 555555555555555+

เป็นตอนที่ต๊องที่สุดที่เคยอ่านเลยค่ะ

อิอิ


PS.  ได้เพียงแค่…'แอบรัก'…เธอเท่านั้น คนคนนี้ที่คิดกับเธอเกินเลยคำว่า…'เพื่อน'
Name : OoFreyaoO < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ OoFreyaoO [ IP : 58.9.45.53 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 4 พฤษภาคม 2552 / 20:44
# 1 : ความคิดเห็นที่ 1367
น่าสงสารพระราชาไมเคิลจัง
Name : Nine [ IP : 118.173.36.221 ]

วันที่: 2 พฤษภาคม 2552 / 23:09
หน้าที่ 1
Post your comment : แสดงความคิดเห็น
ส่วนที่ 1: Message ข้อความ

ส่วนที่ 2 : Name ลงชื่อ
  โพสความเห็นด้วย member Login name Password
  โพสความเห็นไม่แสดง member : ชื่อ* email รูปตัวแทน
            พิมพ์เลขที่เห็น

เธซเธ™เธฑเธ‡เธชเธทเธญเนƒเธซเธกเนˆเธ›เธฃเธฐเธˆเธณเน€เธ”เธทเธญเธ™เธžเธคเธฉเธ เธฒเธ„เธก 2561

ข้อตกลง & เงื่อนไขการใช้งาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้เป็นผลงานที่แต่งโดยผู้ลงผลงานเอง ลิขสิทธิ์ของผลงานนี้จะ
    เป็นของผู้ลงผลงานโดยตรง ห้ามมิให้คัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ ก่อนได้รับอนุญาต
    จากผู้ลงผลงาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้กระทำการคัดลอก ทำซ้ำ มาจากผลงานของบุคคลอื่นๆ ผู้ลง
    ผลงานจะต้องทำการอ้างอิงอย่างเหมาะสม และต้องรับผิดชอบเรื่องการจัดการ
    ลิขสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว

  • ข้อความและรูปภาพที่ปรากฏอยู่ในผลงานที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการส่งเข้าระบบ
    โดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่งเด็กดีดอทคอมมิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ
    หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น ผู้ใดพบเห็นการลงผลงานละเมิดลิขสิทธิ์ หรือ
    ไม่เหมาะสมโปรดแจ้งผู้ดูแลระบบเพื่อดำเนินการทันที
    Email: contact(at)dek-d.com ( ทุกวัน 24 ชม ) หรือ
    Tel: 0-2860-1142 ( จ-ศ 0900-1800 )

App อ่านนิยายบน iPad iPhone และ Android