[SEVENTEEN] Another Half #minwon ft. coupswon seokwon

ตอนที่ 2 : Shelter

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 178
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    1 ก.ย. 60

Chapter 2

 

Shelter

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

                เด็กชายร่างผอมบางพลิกของเล่นสำหรับเด็กปฐมวัยไปมาแบบไม่ค่อยใส่ใจนัก สายตากวาดมองเพื่อนๆ กำลังเล่นกันอย่างสนุกสนาน ส่วนตัวเองก็ได้แต่นั่งเงียบๆ อยู่มุมเดียว ด้วยความที่เข้าสังคมไม่เป็น และจิตใจกำลังหดหู่ถึงขั้นขีดสุดกับการที่เพิ่งจะเสียบุคคลสำคัญในครอบครัวไปเป็นครั้งที่สอง แม้จะยังเด็กมาก แต่ก็ไม่ได้ถึงกับไม่เข้าใจอะไรเลย

 

 

                “วอนอู เล่นนี่กัน

 

 

                พอเด็กชายร่างอ้วนท้วมสมบูรณ์เอ่ยทักเด็กชายตัวเล็กที่ยังนั่งซึมอยู่ ด้านคนถูกเรียกก็ละจากของเล่นตัวเองแล้วหันไปสนใจทันที เด็กร่างท้วมพอเห็นเพื่อนหันมาแล้วก็สาดทรายใส่หน้าเพื่อนตัวเล็กอย่างสนุกสนาน

 

 

                อ๊ะ! เล่นแบบนี้ใช่มั้ย ได้เลย

                คิกคิก

 

 

                เด็กประถมสองคนกำลังโยนทรายใส่กันอย่างสนุกสนาน ฝ่ายนึงวิ่งไล่ อีกฝ่ายวิ่งตาม แล้วก็สลับตำแหน่งกันไปมา จนกระทั่งเด็กคนอื่นๆ หันมาสนใจ

 

 

                เล่นด้วยสิ นี่แหนะ!”

 

 

                เด็กหลายคนเริ่มเข้ามาร่วมวงปาทรายใส่กันอย่างสนุกสนาน แน่นอน เด็กชายวอนอูผู้มีน้องสาวฝาแฝดคอยช่วยเหลือในการเล็งเป้า ก็กลายเป็นผู้เล่นที่เก่งฉกาจที่สุดในสนามเด็กเล่น เด็กหลายๆ คนเห็นดังนั้น ก็เริ่มหันมารุมปาใส่วอนอู

 

 

                อ๊ะ! อย่านะ!”

 

 

                ด้วยความที่เป็นเด็กปราดเปรียวว่องไวอยู่แล้ว  วอนอูลุกขึ้นวิ่งหนีกลุ่มเด็กรุ่นเดียวกัน พอคนอื่นๆ เห็นดังนั้น ทั้งกลุ่มก็หันมารุมแกล้งเด็กชายตัวเล็กคนเดียว

 

 

                นี่ ต้องแบบนี้

 

 

                เด็กชายอีกคนที่ดูตัวใหญ่กว่าวอนอูนิดหน่อย กระโดดเข้ามาตะครุบตัววอนอูไว้ แล้วกดให้เด็กชายตัวเล็กหัวมุดอยู่กับพื้นทรายของสนามเด็กเล่น หน้าใสทั้งหน้าถูกกดแนบกับพื้นจนร่างเล็กเริ่มทุรนทุราย เพราะหายใจไม่สะดวก ด้านคนกดกับเด็กรอบๆ ข้างก็หัวเราะกันคิกคักด้วยความไร้เดียงสา

 

                ผิดกับใครบางคน...

 

                จู่ๆ พื้นทรายที่เด็กหลายคนยืนอยู่โดยรอบก็กระจายออก นั่นทำให้เด็กประถมรอบๆ กระเด็นกันคนละทิศละทาง ส่วนเด็กชายที่กดหัววอนอูอยู่นั้นก็เริ่มหน้าขึ้นสีเลือดเข้มขึ้นมาราวกับว่ากำลังจะหายใจไม่ออก จนท้ายที่สุดก็เหมือนกับมีอะไรบางอย่างมากระชากเด็กชายคนนั้นออก ร่างตุ้ยนุ้ยกระเด็นไปไกลพอสมควร สร้างความตื่นตกใจให้กับเด็กๆ คนอื่น

 

 

                วอนอูเป็นปีศาจนี่!”

                วอนอูเป็นปีศาจ!”

                “ออกไปนะเจ้าปีศาจ!”

 

 

                เด็กชายยันตัวลุกขึ้นจากพื้นทราย เพื่อนทุกคนในชั้นเรียนถอยห่างจากเจ้าตัว แล้วตะโกนว่าเด็กชายกันเซ็งแซ่ วอนอูมองไปรอบๆ ด้วยความหวาดกลัว เด็กน้อยปัดทรายที่ติดตามร่างกายออกให้เรียบร้อย แล้ววิ่งฝ่ากลุ่มเพื่อนออกไป

 

 

 

                เหตุการณ์นี้ไม่ได้เกิดขึ้นเป็นครั้งแรกหรือครั้งสุดท้าย พอโดนเพื่อนๆ ตราหน้าว่าเป็นสิ่งน่ารังเกียจไปแล้ว ทุกคนก็มักจะเข้ามาแกล้งวอนอู เป็นเหตุให้ใครบางคนต้องออกโรงปกป้องอยู่ทุกครั้งไป

 

                ...โดยที่วอนอูไม่เคยต้องการเลยสักนิด

 

                เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นบ่อยครั้งจนเด็กน้อยวัยกำลังซนกลับกลายเป็นเด็กซึมเศร้าและเริ่มไม่มีเพื่อน ด้วยทั้งปมที่สูญเสียทั้งแม่และฝาแฝดผู้น้องแต่แรกเกิด มิหนำซ้ำในวันเกิดปีที่ 7 ของตัวเองยังต้องมาเสียพ่อไปอีก

 

                แต่ถึงจะไม่มีใครที่พอจะพึ่งได้เลย เด็กชายก็ยังมีอีกคนที่ทั้งรักทั้งเทิดทูน และเป็นคนเดียวที่รักเด็กชายอย่างเต็มหัวใจโดยไม่มีข้อแม้ใดๆ คนๆ นั้นก็คือคุณย่า ไม่ว่าจะเสียใจจากใครมา เพียงแค่ให้คุณย่าได้รู้ ถึงในบางครั้งจะช่วยอะไรไม่ได้ ก็ยังได้ทำให้เด็กน้อยอุ่นใจว่ายังมีคนที่รักและเป็นห่วงตัวเองอยู่อีกหนึ่งคน นั่นก็ช่วยให้วอนอูได้อบอุ่นใจไปได้อีกหลายปีอยู่เหมือนกัน

 

 

                “นี่นาย นายนั่นล่ะ เหม่ออะไร ออกมาเล่นกันเถอะ

 

 

                และนี่ก็เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่น่ารำคาญในชีวิตวอนอู

 

                เมื่อเริ่มจะเคยชินกับการไม่มีเพื่อนแล้ว เด็กชายก็เริ่มเก็บตัวมากขึ้นกว่าเดิม มากไปกว่านั้นคือรู้สึกดีมากกว่าที่จะต้องอยู่คนเดียว ดีกว่าจะต้องให้คนอื่นมาคอยหวาดกลัวตัวเองหรือโยนความผิดให้อยู่เรื่อยๆ เวลามีเรื่องร้ายอะไรเกิดขึ้น

 

                แล้วก็จะมีไอ้เด็กเปี๊ยกรุ่นราวคราวเดียวกันสองคนแวะมาชวนไปเล่นด้วยเสมอๆ แม้ว่าเจ้าตัวจะไม่สนใจก็ตาม จริงๆ ถ้าคนที่ดูโตกว่า ที่ชื่อซึงชอลหรืออะไรสักอย่าง มาชวนคนเดียวเขาอาจจะออกไปเล่นด้วยก็ได้ เพราะดูจริงใจกว่าอีกคนที่ดูเหมือนจะเป็นน้องชาย ชอบทำหน้าตาเหมือนมีคนบังคับมา ก็เล่นหน้าบึ้งตลอดทุกครั้งที่เจอ ไม่รู้จะเครียดอะไรหนักหนา เจอหน้าแล้วรู้สึกหดหู่กว่าเดิม เลยพาลไม่อยากจะคบค้าสมาคมกับพี่ชายหมอนั่นไปด้วย

 

 

                ไม่เหงารึไง ออกมาเล่นกันเถอะน่า

 

 

                เด็กชายที่ดูจะโตกว่าวอนอูอยู่พอสมควรตะโกนถามเข้ามาในบ้านเป็นครั้งที่สอง จนเจ้าตัวชักจะรำคาญ และในที่สุดก็ต้องลุกออกจากจุดที่นั่งอยู่แล้วไปนั่งเล่นที่สวนหลังบ้านแทน

 

                เด็กบ้านนี้นี่ก็มาทุกวัน ไม่เหนื่อยบ้างหรือไงนะ ก็รู้อยู่แก่ใจว่าคนเขาไม่อยากเล่นด้วย...

 

 

                อึนอู! อย่ากวนได้ปะ!”

 

 

                พอนั่งลงกับชิงช้า ตั้งท่าจะเอาหนังสือขึ้นมาอ่านแก้เบื่อ หนังสือในมือก็ลอยหวือออกจากมือไปตกอยู่บนพื้น เจ้าของหนังสือได้แต่ถอนหายใจพรืดอย่างเหนื่อยหน่าย ชีวิตวอนอูน่าเบื่อก็ตรงนี้ นอกจากจะต้องรำคาญคนแล้วก็ยังต้องมารำคาญอะไรที่ไม่ใช่คนอีก ไม่เคยมีวันไหนสักวันเลยจริงๆ ที่รู้สึกว่าชีวิตสงบสุข

 

 

                ฉันไม่เล่นกับเธอหรอก ทีเธอยังไม่ยอมให้ฉันเล่นกับเพื่อนเลย

 

 

                ตุ้บ!

 

 

                อึนอู!” แฝดผู้พี่คงจะพูดอะไรผิดหูคนเป็นน้องสาวไปบ้าง หนังสือเล่มเดิมถึงได้ลอยหวือข้ามกำแพงไปบ้านข้างๆ วอนอูกำหมัดอย่างเหลืออด ถ้าเกิดว่าอึนอูเป็นน้องตัวเปี๊ยกแบบบ้านอื่นเขาก็คงจะได้จับยัยเด็กคนนี้ตีก้นไปร่วมร้อยทีแล้ว แต่นี่นอกจากจะตีไม่ได้แล้วก็ยังไม่ใช่คนอีก เลยทำอะไรไม่ได้นอกจากตบหน้าผากตัวเองแรงๆ

 

                แล้วจะทำยังไงล่ะทีนี้ ก็ในเมื่อพ้นรั้วบ้านเขาไปก็เป็นบ้านของเด็กสองคนที่เขาไล่อยู่ทุกวัน จะให้บากหน้าไปขอคืนเหรอ... จะบ้าหรือไง

 

 

                ไปเก็บมาเลยนะอึนอู!”

 

 

                ลมอ่อนๆ พัดวนไปมาอย่างยียวนจนวอนอูนึกโมโหที่ว่างตรงหน้า อึนอูไม่ได้ปรากฏให้เห็นอยู่ตลอดเวลาหรอก ยิ่งโดยเฉพาะตอนที่พี่ชายกำลังโมโหอยู่ แต่วอนอูก็รับรู้เสมอว่าน้องสาวตัวเองอยู่ใกล้ๆ หรือกำลังทำอะไรอยู่ ไม่ต้องถามหาที่มาของเรื่องบ้าๆ นี่หรอก ตัววอนอูเองก็หาเหตุผลไม่ได้มาตั้งแต่เกิดแล้ว

 

 

                ฮึ่ย...

 

 

                เด็กชายตัวผอมลุกขึ้นยืนชะเง้อข้ามกำแพงไป มองหาช่องทางในการจะเอาหนังสือคืน เมื่อพบว่ากำแพงไม่ได้สูงมากนัก จึงตัดสินใจจะปีนข้ามไปหยิบหนังสือกลับมา

 

                วอนอูค่อยๆ ไต่กำแพงจนขึ้นมาอยู่ด้านบน มองลงไปในสนามของบ้านข้างๆ ก็เห็นน้องสาวฝาแฝดนอนพลิกหนังสือตัวเองไปมาอยู่บนพื้นหญ้า เอียงคอส่งยิ้มหวานให้ชนิดกวนประสาทที่สุดในโลกแล้วก็หายตัวไป

 

 

                เด็กผี!

 

                ทำไรอะ

                เฮ้ย!”

 

 

                ตุ้บ!

 

 

                “จะขโมยของเหรอ

                “เปล่านะ!”

 

 

                ทันทีที่เด็กชายหน้าตายในรั้วบ้านข้างๆ เอ่ยทักออกมา ร่างบางก็เสียหลักร่วงลงจากกำแพงทันที ถ้าวอนอูจำไม่ผิดนี่ก็คือคิมมินกยู น้องชายของคนที่ชื่อซึงชอลนั่นเอง...

 

 

                เปล่าอะไร ก็เห็นอยู่ชัดๆ ว่าปีนเข้าบ้านคนอื่นเขา

                “เราแค่จะมาเอาหนังส— อ้าว!”

 

 

                พอมองตามนิ้วไปที่หนังสือเล่มเดิมของตัวเอง ก็พบว่าหนังสือหายไปแล้ว เด็กชายแอบลอบมองกลับเข้าไปในรั้วบ้านของตัวเองก็พบว่าน้องสาวฝาแฝดกำลังนั่งอ่านหนังสือตัวเองด้วยท่าทียียวน

 

 

                ยัยเด็กนี่...

                “ว่าไง จะเข้ามาเอาอะไร

 

 

                เด็กชายที่ตัวสูงกว่าตัวเองเล็กน้อยเอ่ยถามพร้อมกับเลิกคิ้วขึ้นด้วยสีหน้าไม่พอใจนัก วอนอูได้แต่ขบริมฝีปากตัวเองซ้ำไปซ้ำมาด้วยความหงุดหงิด

 

 

                แล้วนั่น... เป็นแผลนี่เรียวขาชะงักถอยหลังเล็กน้อยเมื่ออีกฝ่ายสาวเท้าเข้ามาใกล้ก่อนจะทรุดตัวลงนั่งตรงหน้า สีหน้าเรียบนิ่งกับน้ำเสียงแข็งกระด้างของคนที่ดูจะโตกว่าตัวเองอยู่เล็กน้อยช่างขัดกับท่าทางอ่อนโยนแบบแปลกๆ มือขาวของวอนอูถูกระตุกด้วยฝ่ามือของเจ้าของบ้าน เขากึ่งจูงกึ่งลากให้เด็กชายตัวบางมานั่งที่เก้าอี้ ก่อนจะก้มลงมาดูแผลสดที่หัวเข่าของคนตัวเล็กอีกครั้ง

 

 

                ทีหลังอย่าปีนแบบนั้น มันอันตราย แล้วจะเอาอะไรก็บอก

                “...

                “รอนี่นะ เดี๋ยวทำแผลให้

 

 

                วอนอูพยักหน้าให้อีกคนเบาๆ อย่างว่าง่าย อันที่จริงเขาน่ะขี้กลัวจะตายไป หลังจากผ่านเหตุการณ์ที่อธิบายไม่ได้มาหลายต่อหลายครั้ง วอนอูก็เริ่มกลายเป็นเด็กเก็บตัว ไม่ยุ่งเกี่ยวกับผู้คน หมกตัวอยู่กับหนังสือเป็นกองพะเนิน เกลียดการสนทนากับคนแปลกหน้า

 

                แต่ทำไมกันนะ? ทำไมถึงยอมให้เด็กผู้ชายน่ากลัวคนนี้ทำอะไรต่อมิอะไรทั้งๆ ที่เพิ่งจะเคยคุยกันเป็นครั้งแรก

 

 

                มินกยูคงไม่ใช่คนน่ากลัวอย่างที่เห็นหรอก เขารู้สึกได้

 

 

                แสบหน่อยนะ

 

 

                วอนอูสะดุ้งนั่งตัวตรงหลังจากที่ได้ยินเสียงอีกฝ่ายพูดขึ้น ก่อนจะเริ่มลงมือราดน้ำเกลือลงไปแบบไม่ให้เด็กชายตัวเล็กได้ตั้งตัว

 

 

                “เราชื่อวอนอูนะ... เรา... เราอยู่ป.1”

                “...อืม

                “น...นายชื่ออะไรเหรอ

                “มินกยู ป.2 เรียกชื่อเฉยๆ ก็พอ

 

 

                หลังจากทดลองเริ่มบทสนทนาง่ายๆ อย่างแนะนำตัวหรือถามชื่อเสียงเรียงนามของอีกฝ่ายที่ตัวเองก็รู้อยู่แล้ว และได้ผลตอบรับกลับมาเป็นการถามคำตอบคำ วอนอูก็ได้แต่นั่งนิ่งๆ ให้เขาทำแผลให้โดยไม่ซักไซ้อะไรอีก แม้ว่ามินกยูจะไม่ได้เบามือเลยสักนิด

 

 

                ขอบคุณนะพี่—

                “บอกว่าให้เรียกชื่อเฉยๆ ไง

                อ่า.. ขอบคุณนะมินกยู

 

 

                น้ำเสียงเรียบๆ กับสายตาดุๆ นั่นทำเอาวอนอูต้องรีบเปลี่ยนลำดับความอาวุโสของอีกฝ่ายแม้ว่ามุมปากตัวเองจะแอบยกยิ้มขำกับท่าทางของคนเป็นรุ่นพี่ จะเก๊กไปถึงไหนก็ไม่รู้ ทำเป็นใจร้ายแล้วมาทำแผลให้นี่นะ ไม่ได้ดูเข้ากันเลย

 

 

                ไป กลับบ้าน ไม่ต้องปีน เดี๋ยวไปส่งหน้าบ้าน

 

 

                มินกยูลุกขึ้นเดินนำออกไปโดยไม่ช่วยพยุงคนบาดเจ็บหรือแม้แต่จะรอให้คนเจ็บขาลุกขึ้นยืนก่อน จนเจ้าตัวต้องรีบจ้ำอ้าวตามไป แผลแค่นี้วอนอูทนได้อยู่แล้ว สบายมาก

 

 

                วอนอู!” ยังไม่ทันจะได้ก้าวเข้ารั้วบ้านตัวเอง พอมินกยูพามาหยุดตรงหน้าประตู น้ำเสียงคุ้นเคยของคนที่วอนอูกลัวหนักหนาก็ดังขึ้น จนต้องเผลอตัวถอยหลังไปยืนซ้อนคนตัวสูงกว่า

 

                “แกไปไหนมา!” หญิงวัยกลางคนกระชากแขนเล็กออกมาจากเด็กชายอีกคนพร้อมกับตวาดใส่เสียงดังลั่น

 

                เอ่อ... พอดีน้องเขาปีนมาเอาของบ้านผมน่ะครับ แต่ตกกำแพง ผมเลยทำแผลให้ก่อน

                “นี่แกปีนเข้าบ้านคนอื่นเหรอ!”

 

 

                วอนอูมองอีกฝ่ายอย่างทึ่งๆ ที่โกหกออกมาเพื่อช่วยเขา เขาไม่ได้เก็บของอะไรมาทั้งนั้น ถึงในตอนแรกจะปีนเพื่อไปเก็บของจริงๆ  ก็ตาม แต่ไม่ทันไรก็ต้องเปลี่ยนเป็นตกใจกลัวแทน เมื่อหญิงสาวคนเดิมตวาดใส่หน้าตัวเองแล้วฉุดกระชากเข้าไปในบ้าน ปล่อยให้เด็กชายข้างบ้านต้องกังวลว่าควรจะเข้าไปช่วยหรือปล่อยให้เป็นเรื่องในครอบครัว ซึ่งตามหลักแล้วถ้ายังอยากจะรักษาไมตรีฉันท์เพื่อนบ้านก็ควรจะเลือกอย่างหลัง

 

 

                ทำไมแกถึงชอบสร้างปัญหาอยู่เรื่อย อยู่เงียบๆ ไม่ได้หรือไงกัน! ตั้งแต่มีแกมานี่ไม่เคยมีอะไรดีเลย ไม่น่าเกิดมาเลยจริงๆ

 

 

                หญิงสาวผู้เป็นป้าตวาดลั่นไม่หยุดหลังจากทั้งคู่เข้ามาในบริเวณบ้าน เด็กชายกลั้นก้อนสะอื้นที่เคลื่อนตัวมาจุกอยู่ที่ลำคอ ใจนึกกลัวไปหมด กวาดสายตามองหาคนเข้ามาช่วยก็พบว่าแม่บ้านที่ยืนอยู่ใกล้ๆ ได้แต่ส่งสายตาให้กำลังใจด้วยความเป็นห่วง

 

 

                อึนอู... ช่วยด้วย

 

 

แกมันไอ้พวกเด็กผี ฆ่าทั้งพ่อทั้งแม่ ไปโรงเรียนก็ทำตัวมีปัญหา นี่พ่อแกก็เพิ่งตายไปเมื่อเดือนที่แล้ว ยังจะไปปีนบ้านคนอื่นเขาอีกเหรอ แกจะสร้างปัญหาให้ฉันถึงไหน ตอบสิ! เป็นใบ้หรือไง!”

 

 

พลั่ก!

 

 

โอ๊ย!” หญิงสาวล้มลงกับพื้นเมื่อรู้สึกได้ถึงแรงกระชากจากอีกฝั่งหนึ่ง ฝ่ายวอนอูเมื่อหลุดจากการฉุดกระชากก็รีบวิ่งขึ้นบันไดบ้านไป

 

 

อะไรอึนอู... ไม่ต้องมายุ่งเลย

 

 

เด็กชายตัวเล็กเอ่ยเบาๆ กับที่ว่างข้างตัว วอนอูเดินหนีน้องสาวฝาแฝดอย่างไม่สบอารมณ์นัก ก็ที่ต้องโดนดุแบบนี้ก็เพราะอึนอูทั้งนั้น วอนอูอยากใช้ชีวิตเหมือนคนปกติทั่วไปเหมือนกันนะ คนปกติทีไม่ต้องมีใครบางคนมาตามติดตลอดเวลาน่ะ

 

 

ไม่ต้องมาปลอบ... ร...เรา...ฮึก ไม่ได้ร้องไห้...

 

 

มือเล็กปัดป่ายที่ว่างตรงหน้า ขาเรียวก้าวฉับๆ ไปยังประตูบานใหญ่สุดทางเดินชั้นสอง เอื้อมมือผลักประตูให้เปิดออกแล้วจึงวิ่งเข้าไปหาหญิงชราบนเตียงใหญ่กลางห้อง โดยไม่ลืมที่จะปิดประตู

 

 

อ้าว ตาหนู... งอแงใหญ่เลย ใครแกล้งอะไรมา ไหนบอกย่าซิ

 

 

หญิงชราท่าทางใจดีค่อยๆ ลุกขึ้นมาพิงหลังกับหัวเตียง โดยมีเด็กชายตัวเล็กคอยประคองให้ วอนอูใช้สองมือเล็กเช็ดน้ำตาตัวเองลวกๆ ก่อนจะขยับเข้าไปซุกกอดหญิงผู้เป็นย่าอย่างออดอ้อน

 

 

เปล่าฮะ... ฮึก...ว...วอนอูคิดถึงคุณย่า

โถ หลานย่างอแงใหญ่เลย ย่าอยู่ตรงนี้นะ ไหน... อึนอูแกล้งอะไรมารึเปล่า

ม...ไม่ใช่ฮะ...

 

 

ถ้าโลกภายนอกคือสิ่งที่โหดร้ายสำหรับวอนอู ห้องนอนของคุณย่าก็คงเป็นหลุมหลบภัย เด็กชายไม่ได้มีนิสัยเหมือนเด็กๆ ที่เจออะไรไม่ถูกใจก็ต้องวิ่งมาฟ้อง วอนอูนำอะไรที่เลวร้ายมาให้ทั้งตัวเองและคนอื่นมาทั้งชีวิตถึงได้เข้าใจว่าการเพิ่มความทุกข์ให้กับคุณย่าที่ป่วยซมมาตั้งแต่แม่และฝาแฝดของตัวเองจากไปคงไม่ใช่เรื่องที่ควรจะทำเท่าไร

 

พี่สาวของพ่อวอนอูน่ะเกลียดเขาเข้าไส้ทั้งที่เขาก็เป็นหลานชายแท้ๆ เรื่องนี้ใครๆ ในบ้านก็รู้ จะมีก็แต่คุณผู้หญิงคังจูฮยอนที่มีอำนาจมากที่สุดในบ้านนี่ล่ะที่ไม่รู้ วอนอูถูกโทษว่าเป็นเหตุผลของการสูญเสียทุกๆ อย่างที่เกิดขึ้นในครอบครัว ทั้งที่จริงอาจจะเป็นเพราะความบังเอิญก็ได้ แต่ถึงอย่างนั้นทุกคนก็ยังคิดว่าเป็นเพราะเขาอยู่ดี

 

อย่างแรกก็คือวันที่เขาลืมตาดูโลกขึ้นมาเกิดข้อผิดพลาดบางอย่างที่ทำให้แม่และน้องสาวฝาแฝดที่ยังไม่คลานตามกันออกมาเสียชีวิตทันทีในห้องผ่าตัด การได้ลูกชายมาสืบสกุลในคืนนั้นจึงถือเป็นเรื่องน่าเศร้าไป อย่างที่สองก็คือวันเกิดในปีที่เจ็ดของวอนอู หรือก็คือเมื่อเดือนก่อน ขณะที่คุณจอนแทอูผู้เป็นพ่อ รีบกลับบ้านมาฉลองวันเกิดกับลูกชายหลังกลับจากการเคารพศพในวันครบรอบวันเสียชีวิตของภรรยาและลูกสาวคนเล็กก็เกิดประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์เสียชีวิตไปเป็นรายที่สาม

 

ไม่รู้ว่าเป็นเรื่องบังเอิญขนาดไหนทั้งสามคนถึงได้จากโลกนี้ไปในวันเกิดของจอนวอนอู อย่างที่สามก็คือน้องสาวฝาแฝดผู้ล่วงลับยังคงอยู่กับเขาเสมอ แถมยังมีนิสัยเหมือนเด็กอยู่ตลอดไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน ทั้งเอาแต่ใจ ทั้งซุกซน มากไปกว่านั้นคือมักจะควบคุมตัวเองไม่อยู่ ทำให้คนในครอบครัวพลอยลำบากกันอยู่บ่อยๆ

 

ส่วนเรื่องของจอนอึนอู อันที่จริงพูดไปก็คงจะเชื่อยาก ถ้าไม่ใช่ว่าคนในบ้านเจอเหตุการณ์ที่อธิบายไม่ได้บ่อยเสียจนต้องทำความเข้าใจว่ามีใครอีกคนอาศัยอยู่ใต้ชายคาเดียวกันจริงๆ แต่ใครจะรู้ อึนอูไม่เคยอยากจะมีชีวิตอยู่แบบนี้เลยสักนิด ถ้าให้เลือกได้ วันนั้นที่วอนอูรอดออกมา ถ้าตัวอึนอูเป็นคนที่ออกมาก่อนก็คงไม่ต้องใช้ชีวิตอย่างทุกข์ทรมานแบบทุกวันนี้ เป็นเพียงคนที่ไม่มีใครมองเห็น เป็นคนที่สื่อสารกับใครไม่ได้นอกจากพี่ชาย เป็นสิ่งที่ใครก็หวาดกลัว แถมยังต้องมาเป็นภาระของวอนอูอีก

 

 

อึนอูไม่เคยอยากเป็นแบบนี้...

 

                สมมติว่าเลือกได้น่ะ...

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

                “วอนอูครับ... วอนอู...

 

 

                เฮือก!

 

 

                “...พี่ซอกมิน

                “ฝันร้ายอีกแล้วเหรอเรา เหงื่อแตกเลยนะ

 

 

                มือหนาเอื้อมมาเช็ดเม็ดเหงื่อที่เกาะอยู่บนใบหน้าใส จนแก้มขาวขึ้นสีขึ้นมาหน่อยๆ วอนอูกวาดสายตาไปรอบๆ ผนังห้องสีขาวสะอาดตากับกลิ่นแอมโมเนียอ่อนๆ ยิ่งทำให้แน่ใจว่าเหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้นเป็นเพียงฝันไป

 

 

                ฝันถึงรุ่นพี่มินกยูด้วยนี่นา...

 

 

                พี่ซอกมินผ่าตัดเสร็จแล้วเหรอ... อา... หลับไปนานแค่ไหนเนี่ย

 

 

                มือบางยกขึ้นมาขยี้เปลือกตาอ่อนเบาๆ แพทย์หนุ่มเห็นดังนั้นก็อดไม่ได้ที่จะเอื้อมมือไปยีหัวด้วยความเอ็นดู จนเส้นผมสีดำขลับกระเซิงไปหมด

 

 

                พี่อย่าดิ หัวยุ่งหมดแล้ว

                “ก็เราขี้เซาอะ หลับไปตั้งแต่บ่ายจนนี่จะค่ำอยู่แล้ว หิวไหมครับ ไปหาอะไรกินกัน

                “ไป!!”

                “ฮ่าๆ แฟนใครไม่รู้ น่ารักจริงๆ เลย

 

 

                พอซอกมินยื่นข้อเสนอที่น่าสนใจ คนตัวเล็กก็รีบผุดลุกผุดนั่งขึ้นมาจากโซฟาตัวยาวในห้องพักแพทย์ที่นั่งหลับมาตลอดช่วงบ่าย ท่าทีกระตือรือร้นแบบนั้นยิ่งทำให้คนตัวสูงเอ็นดูมากขึ้นไปอีก ต้องก้มลงไปฟัดแก้มขาวๆ ของคนตัวเล็กจนคนถูกกระทำต้องส่งเสียงร้องประท้วงออกมา

 

 

                “โอ๊ะ... ไม่เอาแล้ว ไปกินข้าวกัน

 

 

                วงแขนบางโอบรอบเอวหนาอย่างออดอ้อน ซอกมินจึงยกแขนขึ้นกอดคออีกคนแล้วจึงพาแฟนตัวเล็กเดินออกไปจากห้องพักแพทย์

 

                ตอนนี้วอนอูกำลังจะอายุ 23 ปีเต็ม ชีวิตนายทหารหนุ่มตอนนี้มีความสุขมากเหลือเกิน ทั้งมีแฟนหนุ่มคนแรกในชีวิตที่เพียบพร้อมทั้งนิสัยใจคอ หน้าตา ฐานะ ตำแหน่งหน้าที่ทางการงาน ถึงแม้ตอนแรกจะไม่ได้ถูกชะตากับซอกมินนัก แต่พอจิตใจอีกครึ่งหนึ่งที่น้องสาวฝาแฝดควบคุมไว้เกิดชอบพอกับเขาขึ้นมา ตัววอนอูเองก็เริ่มจะคล้อยตามไปเหมือนกัน แถมตำแหน่งหน้าที่การงานของวอนอูตอนนี้ก็เป็นที่น่าพอใจอยู่มากๆ ได้เลื่อนขั้นมาเป็นยศร้อยโทตั้งแต่อายุยังน้อย แล้วยังได้อยู่ในหน่วยงานที่คิดๆ ไว้ตั้งแต่แรก ปฏิเสธไม่ได้หรอกว่าถึงจะมากความสามารถขนาดไหนแต่ที่ได้งานดีขนาดนี้ก็เป็นเพราะอำนาจของนายพลชเวช่วยไว้ทั้งนั้น

 

                วอนอูไม่ได้ติดต่อกับครอบครัวตัวเองเลยตั้งแต่ย้ายออกมาจากที่นั่น หลังจากจบจากโรงเรียนทหารก็ย้ายมาอยู่ที่ห้องพักสวัสดิการทหาร พอเริ่มจะสร้างเนื้อสร้างตัวได้ก็ซื้ออพาร์ตเมนต์สักห้องไว้อยู่เอง ซึงชอลก็ยังคงไปมาหาสู่ดูแลเขาอยู่เสมอเหมือนกับพี่ชายคนหนึ่ง บางครั้งที่มาดูแลด้วยตัวเองไม่ได้ก็จะส่งน้องชายบุญธรรมอย่างมินกยูมาดูแลแทน แม้ว่ารายนั้นจะดูไม่อยากเสวนากับวอนอูเท่าไรก็ตาม ให้พูดตามตรง มินกยูดูจะเกลียดเขาด้วยซ้ำ นอกจากการทำความเคารพกันตามชั้นปีสมัยยังร่วมโรงเรียนเดียวกัน ครั้งเดียวที่มินกยูยอมคุยดีๆ กับเขาก็คือตอนที่ทำแผลให้สมัยเด็กๆ อันที่จริงมันก็นานมาแล้วนะ... แต่วอนอูก็ยังคงฝันถึงเหตุการณ์นั้น และดูเหมือนจะไม่ใช่ครั้งแรกเสียด้วยสิ...

 

 

                พี่อยากให้เราหยุดยาวแบบนี้บ่อยๆ จัง

                “ตลกละ เดี๋ยวอาทิตย์หน้านายเรียกไปคุยเนี่ย โคตรเบื่อเลย

                “จุ๊ๆ อย่าพูดดังไป เดี๋ยวใครคาบไปฟ้องแล้วไม่ได้เลื่อนยศพี่จะขำให้

 

 

                วอนอูเบ้หน้าอย่างเหนื่อยหน่าย ถึงที่ผ่านมาจะได้เลื่อนยศด้วยคะแนนพิศวาสเป็นส่วนหนึ่ง แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้หรอกว่าเกลียดระบบอุปถัมภ์แค่ไหน

 

 

                ไม่เป็นไรหรอก เราก็จะเกาะหมอกินไง

                “ตลกละครับคุณ ช่วยกันทำมาหากินสิ

                “ฮ่าๆ ไปอยู่ชายแดนเลยดีไหมล่ะ

                “ทำพูดไป นายส่งไปจริงแล้วจะร้อง

 

 

                ต่อหน้าคนอื่น ทั้งคู่ก็เดินคุยกันเหมือนเพื่อนกันปกติ ซอกมินไม่ได้อยากเปิดเผยเรื่องของทั้งคู่เท่าไหร่นัก เพราะอาชีพการงานของทั้งคู่ก็ไม่ใช่อาชีพที่จะสามารถเปิดเผยเรื่องการรักเพศเดียวกันกันได้ง่ายๆ ไหนจะพ่อของตัวเองที่เป็นนายทหารยศใหญ่อีก เกิดรู้เรื่องขึ้นมาวอนอูอาจจะต้องลำบากก็ได้

 

 

                ไหนๆ ก็ไหนๆ แล้ว

                “...หืม?

 

                “คืนนี้มานอนห้องพี่นะครับ

 

 

 

 

 

--------------------

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

Talk:

นี่พระเอกปลอมป่ะคะ สองตอนโผล่มาอยู่จึ๋งนึง

รักเด้อ

 

 

 

ฝาก #ฟิคอนธฮ ในทวิตเตอร์ด้วยนะคะ

 

 

 

 

 

(c)  Chess theme

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

82 ความคิดเห็น

  1. #78 Papat_pp (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 1 กันยายน 2560 / 18:30
    พระเอกออกมาเเล้วหนึ่งย่อหน้า?เดี๋ยวนะ เเล้วต่อไปถ้าพระเอกตัวจริงเขามาเเล้วเขาจะเเยกร่างกันยังไงทีนี้คือน้องนั้นฝักใฝ่ในซอกเเล้วพี่คงจะฝักใฝ่ในมิงใช่ไหม? ยังงงในหนทางที่เขาจะรักกัน หึหึ
    #78
    0
  2. #64 kongsui (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2560 / 20:06
    เดี๋ยว พระเอกของเราอยู่ไหน โดนพี่ซอกมินคาบไปแล้ว 55555
    #64
    0
  3. #60 ~PaNKFair~ (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 27 เมษายน 2560 / 14:26
    นี่เปลี่ยนพระเอกหรออออ
    #60
    0
  4. #56 aorrathai (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 11 เมษายน 2560 / 19:04
    พระเอกก็ออกมา3วิคะ555555 พระรองก็ทำหน้าที่ไป
    #56
    0
  5. #51 viletant_ww (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 5 เมษายน 2560 / 01:08
    รอมิงงงงคนเดียววววววเลย
    มาอยู่ใันแบบนี้บ่อยๆๆๆ คนนี้อหละตัวจริงงง
    #51
    0
  6. #20 19.4 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2560 / 18:55
    รอเจ้ามิงนะคะ555
    #20
    0
  7. #18 gamm. (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2560 / 10:45
    อึนอูชอบไม่ใช่วอนอูชอบอ้ะ แง้ ยัยมินกยูนี่ขอมีบทพูดให้เขาหน่อยค่ะ สงสาร ยังมองไม่เห็นหนทางที่เขาจะรักกันเลยค่ะพี่ รอนะคะ
    #18
    0
  8. #16 Kwa_Kwa (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2560 / 07:19
    มิงค่าตัวแพงใช่ไหมคะ 5555555555555 โอ้ยยยคู่นี้ก็น่ารักเชียวนะ ฮึ่ยยยย อึนอูไม่ได้อยากทำให้วอนอูเดือดร้อนหรอกที่ทำไปเพราะช่วยพี่อยากเล่นกับพี่นั่นแหละฮื่อออน้องอยากมีเพื่อนเล่น5555555
    #16
    0
  9. #15 AMORYIX (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2560 / 20:23
    พระเอกโผล่แค่ชื่อกับในฝันนะคะพูดเลย55555555สงสารสุดนี่จะกลายเป็นซอกวอนแล้วนะคะซิสสส เจ้ามิงออกเมื่อไหร่เนี่ยโถ่ สงสารอึนอูมากที่มีแค่พี่ชายที่รู้ว่าตัวเองยังอยู่โอ๋อึนอูของเราพฮุก/กอดอึนอูด้วยฟามฮัก
    #15
    0
  10. #14 ณรินทร์-นิรันดร์ (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2560 / 20:21
    ยิ่งอ่านยิ่งสงสารอึนวู คนที่รักใครก็ทำได้แค่ส่งผ่านมาทางพี่ชาย มีเพียงเเค่พี่ชายตัวเองที่รับรู้การมีอยู่ของตัวเอง (แบบดีๆ)
    ฮืออออ หนูต้องทรมานมากเลยใช่มั้ยยย 
    #14
    0
  11. #12 fernkanokwan (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2560 / 19:39
    อะไร มัวไปซ่อมหลอดไฟอยู่หรอมิง นี่จะเป็นฟิคซอกวอนแล้วนะยะ555555
    #12
    0
  12. #11 Wonwooyaa (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2560 / 19:31
    มินกยู ค่าตัวแพงเหรอ หรือไง55555 ออกน้อยมาก ถ้ายังไม่ออกมาให้เยอะกว่านี้จะแต่งตั้งซอกมินเป็นพระเอกเต็มตัวแล้วนะ 555555 อึนอูเลือกได้ก็คงไม่อยากอยู่แบบนี้หนอกเนอะ เป็นกำลังใจให้อึนอู อึนอูเด็กดีของชุ้นนน~
    #11
    0
  13. #10 เสี่ยวจู' (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2560 / 19:20
    สงสารอึนอูนะ ทำไรไม่ได้เลยอ่ะ เหมือนต้องติดอยู่กับพี่แบบนี้ตลอดเวลา แต่ดีละที่วอนอูออกจากบ้านมากได้ ชีวิตดี๊ดีสุดๆ มีแฟนดเวย รุ่นพี่ซอกมินนี่ก็ดูน่ารักนะเนี่ย สรุปนี่ใครพระเอก ซอกมินเป็นแฟน เพ่คปก็ดูแลดี ส่วนมินกยูนั้น อยู่ไหน555555
    #10
    0
  14. #9 llukbua (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2560 / 19:01
    มิงหายไปหนายยยยยยยยยยย เรื่องนี้พระเอกคือใตรกันเเน่เนี่ย ชักงงล่ะ55555555555
    #9
    0
  15. #8 HoshiHamji11 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2560 / 18:14
    พึ่งเข้าใจบทของอึนอูก้อตอนนี้แหละ55555 สนุกดีฮะ
    #8
    0