Pob-Rak Publishing | [END] O W N E R ★ รับ แลก รัก [YAOI]

ตอนที่ 47 : O W N E R 4 6 ★ ค น ท า ง นี้

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,189
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 38 ครั้ง
    4 ม.ค. 60












O W N E R 4 6 ค น ท า ง นี้

 

# KHOEN

          บ่ายสองกว่าแล้ว...แต่คุณภูยังไม่กลับมาเลย

          ผมนั่งจ้องนาฬิกาติดผนัง มือก็ลูบขนนุ่ง ๆ และพุ่งนิ่ม ๆ ของไอ้เหมียวไปด้วย รู้สึกแปลก ๆ นิดหน่อยเพราะวันนี้ไม่มีสายเข้ามาบอกให้กินข้าวเหมือนเดิม ปกติต่อให้คุณภูไม่อยู่กับผม เขาก็จะโทรมาไม่เกินบ่ายสองตลอด ส่วนวันไหนเขาอยู่ด้วยก็จะกินข้าวด้วยกันตามปกตินั่นแหละครับ

          เป็นอะไรไปรึเปล่านะ?

          บอกตรง ๆ ว่าวันนี้ผมไม่ค่อยอยากให้คุณภูไปเจออะไรที่ทำให้เขาเครียดเลยซักนิดครับ เมื่อเช้าเขาก็ดูปวดหัวมาก สีหน้าไม่ดีเลย ถึงช่วงสาย ๆ หลังจากได้กินข้าวแล้วเขาจะดูดีขึ้นก็เถอะ แต่ผมก็ยังเป็นห่วงอยู่ดี

          แต่เขายืนกรานจะไปแบบนั้น ผมก็ทำอะไรไม่ได้หรอกครับ กลัวว่าถ้าแม่เขามาหาถึงบ้านผมจริง ๆ คุณภูอาจจะเครียดกว่าเดิมก็ได้

         จะทางไหนก็ไม่ดีทั้งนั้น...

          ครืด...ครืด...

          เสียงโทรศัพท์ที่สั่นครืดคราดอยู่บนโต๊ะดังขัดความกังวลของผม ทำให้ผมรีบความเจ้าเครื่องสี่เหลี่ยมที่เมื่อก่อนไม่เคยคิดจะสนใจขึ้นมากดรับสายแทบจะในทันที

          “คุณภูครับ” เอ่ยทักไปก่อนเพราะคิดว่าต้องเป็นเขาแน่ ๆ ทว่าปลายสายกลับเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนที่เสียงติดแหบของใครบางคนจะดังเข้ามาให้ได้ยิน

          ...เขิน นี่พ่อนะ

          “อ่า...” ผมครางตอบรับ รู้สึกงุนงงไม่น้อยที่อีกฝ่ายโทรมาหา ถึงกับต้องยกโทรศัพท์ออกมาดูชื่อคนที่โทรเข้ามาให้แน่ใจอีกที...พ่อคุณภู ไม่ใช่คุณภูจริง ๆ ด้วย “ครับ  คุณพ่อ”

          เฮ้อ...เขินใจเย็น ๆ นะลูก เสียงถอนหายใจเหมือนกลัดกลุ้มของอีกฝ่ายทำให้ผมเริ่มขมวดคิ้วมุ่น รู้สึกสังหรณ์ใจไม่ค่อยดีขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้ ปกติคุณพ่อไม่เคยโทรหาผมเลย นาน ๆ ครั้งก็คุยกันที แต่ผมรู้สึกได้ว่าคุณพ่อไมได้เกลียดอะไรผมหรอกครับ ดูเหมือนจะเอ็นดูไม่ต่างจากลูกหลานเลยด้วยซ้ำ แต่คงแสดงออกไม่ค่อยเก่ง ส่วนใหญ่ก็เลยได้คุยกันแค่สั้น ๆ

          แล้วการที่คุณพ่อโทรมาแบบนี้ มันต้องเกิดเรื่องอะไรขึ้นแน่ ๆ

          “มีอะไรรึเปล่าครับ?” ผมตัดสินใจถามออกไปอย่างอดรนทนไม่ไหว

          ...ภูโดนรถชน ตอนนี้อยู่ห้องฉุกเฉิน

          รถชน?

          ข่าวร้ายที่อีกฝ่ายบอกมาทำให้ผมนิ่งอึ้ง รู้สึกว่ามือไม้เริ่มเย็นเฉียบไปหมด มือที่จับโทรศัพท์อยู่เริ่มสั่นน้อย ๆ

          รถชน...หมายความว่ายังไง ร้ายแรงขนาดไหน ทำไมถึงได้ชน แล้วตอนนี้คุณภูจะเป็นยังไงบ้าง คำถามมากมายวนเวียนอยู่ในหัวผมเต็มไปหมด แต่สิ่งที่ทำได้กลับมีแค่การนิ่งอึ้ง ค้างอยู่แบบนั้น เหมือนกำลังพยายามหลอกตัวเองว่านี่มันแค่ฝันไป

          เขิน ตั้งสติไว้ ภูไม่เป็นไรหรอก ถึงมือหมอแล้วเสียงของคุณพ่อบอกเหมือนจะให้กำลังใจกัน ไม่รู้ว่าให้กำลังใจผมหรือว่าบอกตัวเองกันแน่ แต่มันก็ทำให้ผมต้องพยายามสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ แล้วเค้นเสียงตอบกลับไป

          “ผมโอเคครับ...กำลังจะไปหาคุณภู”

          อืม โรงบาล XX มาถูกรึเปล่าผมใช้เวลาเพียงชั่วครู่ก็นึกออก โรงพยาบาลนั่นอยู่ไม่ไกลจากที่นี่เท่าไรนัก แถมยังเป็นโรงพยาบาลใหญ่ด้วย

          “ครับ”

          แผนกฉุกเฉินนะ ตรงเข้ามาเลยอีกฝ่ายเสริม ไม่ต้องรีบ มาให้ถึงก็พอ เดี๋ยวจะเป็นอะไรไปอีกคน

          “ครับ ผมจะระวัง” ผมตอบรับไปอีกรอบ ก่อนจะกดตัดสาย แล้ววิ่งตึกตักขึ้นไปหยิบกุญแจรถของคุณภูที่มักจะวางไว้ตรงโต๊ะข้างเตียงมา ตอนนี้ไม่มีมอเตอร์ไซต์เพราะคุณภูเอาไป ก็ต้องใช้เจ้านี่แทนแหละครับ เดาว่าถ้าเรียกแท็กซี่ก็คงไม่มีคันไหนยอมไป เพราะมันใกล้เกิน

          ปกติผมไม่ใช้รถยนต์ แต่ก็ใช่ว่าจะขับไม่เป็น เคยสอบใบขับขี่อยู่เหมือนกันครับ เผื่อฉุกเฉิน...อย่างตอนนี้ ป้าเคยบอกว่าฝึกขับให้เป็นไว้ก่อน ได้ขับไม่ได้ขับค่อยว่ากัน

          “เดี๋ยวกลับมานะ ไปหาคุณภูก่อน เป็นเด็กดีอยู่บ้านนะครับ” หันไปมองบรรดาเด็ก ๆ ที่เดินตามกันมาเป็นพรวนเพราะเห็นผมวิ่งไปวิ่งมาแบบนั้น พวกเขาก็ขานตอบรับเหมือนจะเข้าใจ ทำให้ผมก้มลงไปลูบหัวปุย ๆ ของพวกเขาเร็ว ๆ ไปสองสามทีก่อนจะออกจากบ้าน ไม่ลืมล็อคประตูให้เรียบร้อยด้วย

          ผมเสยผมขึ้นลวก ๆ แล้วพาตัวเองเข้าไปนั่งหลังพวงมาลัย สูดลมหายใจเข้าลึก ๆ เพื่อพยายามตั้งสติ ก่อนจะออกรถไปยังโรงพยาบาล

          รถคุณภูแพงซะด้วย...ถ้าไปเฉี่ยวขึ้นมาล่ะยุ่งเลย

          ผมค่อย ๆ ขับรถไปแบบเรื่อย ๆ แม้ว่าจะอยากเหยียบให้ถึงโรงพยาบาลภายในห้านาทีก็ตาม แต่ถ้าเกิดผมเป็นอะไรไปอีกคนเด็ก ๆ ที่บ้านก็จะไม่มีคนดูแล คุณภูเองก็จะไม่มีคนดูแลเหมือนกัน เพราะงั้น ถึงใจจะหายไปถึงโรงพยาบาลแล้ว แต่ผมก็ต้องพยายามปลอดภัยและมีสติไว้ก่อน

          นับว่าเป็นโชคดีที่เวลานี้ไม่ใช่ช่วงรถติดนัก ใช้เวลาไม่นานก็มาถึงโรงพยาบาลในตอนบ่ายสองกว่า ๆ วนรถเข้าไปจอดให้เรียบร้อยแล้วตรงเข้าไปยังแผนกฉุกเฉินทันที

          ผมกวาดสายตามองหาคนที่โทรมาบอก เดินมาจนเกือบสุดทางก็เห็นคนคุ้นหน้านั่งอยู่บนม้านั่งด้านหน้า ท่าทางกลัดกลุ้ม หลังไม่เหยียดตรงเหมือนอย่างเคย คงเพราะความกังวล

          “คุณพ่อครับ” ผมทัก ยกมือไหว้อีกฝ่ายตามมารยาท ทำให้คุณพ่อเงยหน้าขึ้นมามอง พยักหน้าให้ผมน้อย ๆ

          “นั่งสิ” คุณพ่อดูเหน็ดเหนื่อย และกลัดกลุ้ม ไม่เหลือมาดประธานบริษัทผู้เคร่งขรึมอย่างที่เคยเจอ เดาว่าเขาเองก็คงเป็นห่วงคุณภูไม่น้อยเหมือนกันแม้ว่าที่ผ่านมาจะไม่ค่อยได้คุยกับคุณภูก็เถอะ

          “ขอบคุณครับ” ผมตอบรับ ทรุดตัวนั่งลงข้าง ๆ อีกฝ่ายแล้วเอ่ยถาม “แล้วคุณภูอาการเป็นยังไงบ้างครับ”

          “ยังไม่รู้เหมือนกัน แต่ถึงมือหมอแล้วคงไม่เป็นไร” คุณพ่อตอบ บีบมือตัวเองเป็นช่วง ๆ เหมือนพยายามผ่อนคลาย

          “เข้าไปนานรึยังครับ” ผมถามต่อ มองไปยังประตูห้องฉุกเฉินอยู่แล้วก็ได้แต่ภาวนาให้มันเปิดออกมาเร็ว ๆ

          “ซักพักแล้วล่ะ” คำตอบกำกวมไม่ได้ระบุแน่ชัดว่านานรึเปล่า ได้ยินเสียงติดแหบนั้นเอ่ยต่ออย่างหนักใจ “ไม่รู้ไปทำอีท่าไหนถึงได้โดนรถชนได้ ตอนโรงบาลโทรมาแจ้ง พ่อยังแทบไม่อยากเชื่อ...เขินพอรู้มั้ยว่าก่อนหน้านี้ภูมันเป็นอะไร ถึงได้ไปให้รถชนได้ เห็นเลขาของภูบอกว่าวันนี้ภูลาด้วยนี่”

          “เมื่อเช้าคุณภูปวดหัวน่ะครับ คงจะเครียดสะสม ผมเลยบอกให้เขาหยุดซักวัน” ผมเล่า ผ่อนลมหายใจออกมานิดหน่อยอย่างใจหาย เรื่องลานั่น เพราะเลขาของคุณภูโทรมาก็เลยบอกไปว่าคุณภูไม่ค่อยสบาย “แต่พอสาย ๆ ก็เริ่มดีขึ้น แล้วก็เอามอเตอร์ไซต์ของผมออกไปรับคุณดาเมื่อราว ๆ เที่ยงน่ะครับ อาจจะไปตรงถนนใหญ่แล้วระวังไม่ดี เลยเกิดอุบัติเหตุเข้า...”

          “อ่า...ไม่แปลกใจเลย” คุณพ่เค้นหัวเราะฝืด ๆ ออกมา “ภูมันไม่ค่อยระวัง ขับรถเร็วเป็นนิสัย”

          “จริง ๆ ผมไม่ควรปล่อยให้คุณภูไปเลย ถ้าผมดูแลดี ๆ คงไม่เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น ผมขอโทษนะครับคุณพ่อ” ผมยกมือไหว้อีกฝ่ายอย่างรู้สึกผิด ผมเองก็ประมาทเกินไปเหมือนกัน คุณภูอาจจะยังไม่หายดีก็ได้ แถมท่าทางหงุดหงิด ไม่น่าปล่อยให้เขาเอามอเตอร์ไซต์ออกมาทั้ง ๆ ที่อารมณ์แบบนั้นเลยจริง ๆ ...ผมน่าจะห้ามเขา ไม่ก็ให้เขาเอารถยนต์ไปแทน อย่างน้อยก็คงไม่เจ็บหนักเท่ามอเตอร์ไซต์

          “ไม่หรอก ๆ ไม่ใช่ความผิดของเขิน” คุณพ่อรีบโบกไม้โบกมือ แล้วถอนหายใจหนัก ๆ ออกมาอีกที “ที่ภูต้องไปรับหนูดา เพราะแม่มันขู่จะทำอะไรหรือไม่ก็โวยวายจนรำคาญอีกล่ะสิ”

          “...” ผมได้แต่ยิ้ม ไม่ได้ตอบอะไรออกไป แค่เพียงเท่านั้นก็เหมือนคุณพ่อจะเข้าใจได้ในทันที

          “ว่าแล้ว” อีกฝ่ายว่า ยกมือขึ้นนวดขมับท่าทางเหน็ดเหนื่อยไม่น้อย มองแบบนี้แล้ว คุณพ่อดูแก่ลงไปหลายปี

          “แล้วนี่ คุณน้าไปไหนล่ะครับ ไม่ได้มาด้วยกันเหรอ” ผมถามเมื่อมองโดยรอบแล้วไม่เห็นใครคนอื่นนอกจากคุณพ่อเพียงคนเดียว ไม่มีทั้งคุณดารินทร์ คุณแม่ หรือกระทั่งคู่กรณี

          “พอบอกไป ก็ช็อคเป็นลมหมดสติ เลยได้พามาโรงบาลอีกคน นี่นอนพักอยู่อีกห้องน่ะ” คุณพ่อบอกเสียงเหนื่อย ๆ “ตอนลูกมันดี ๆ ก็บังคับนู่นนี่สารพัด จนลูกมันต้องกลายเป็นแบบนี้เนี่ย เหลือเกินจริง ๆ ”

          “อ่า...แล้วคู่กรณีล่ะครับ” ผมตัดสินใจเปลี่ยนเรื่อง เมื่อคู่พ่อยิ่งพูดก็ดูเหมือนยิ่งไม่พอใจ

          “คุยกันแล้ว พอดีฝ่ายนั้นต้องรีบไปงานศพญาติที่ต่างจังหวัด เลยให้เบอร์ติดต่อไว้เคลียร์เรื่องค่าเสียหายทีหลังน่ะ” คุณพ่อว่า เอนตัวพิงพนักเก้าอี้แล้วจ้องไปยังห้องฉุกเฉินอีกครั้ง

          บทสนทนาของเราจบลงเท่านั้น และจุดรวมสายตาของเราก็อยู่ที่บานประตูนั้นแทบจะตลอดเวลา ความกังวลในอกคอย ๆ เพิ่มพูนขึ้นเรื่อย ๆ จนอึดอัดไปหมด ยิ่งเวลาผ่านไปนานเท่าไร ผมก็รู้สึกว่ามือค่อย ๆ เย็นเฉียบขึ้นเรื่อย ๆ

          ออกมา...ออกมาซักทีสิ

          บอกทีว่าคุณภูไม่เป็นอะไร...

          ผมสูญเสียคุณภูไปไม่ได้ ยังไงก็ไม่ได้เด็ดขาด

          ผมไม่รู้ว่าเวลามันผ่านไปนานเท่าไรแล้ว มันอาจจะไม่นานนัก หรืออาจจะนานจริง ๆ แต่ในความรู้สึกของผม มันเนิ่นนานในความรู้สึกเหลือเกิน นานจนผมรู้สึกเหมือนความอึดอัดในอกกำลังจะล้นทะลักออกมาได้อยู่แล้ว

          ยิ่งนาน ยิ่งกังวล...

          ทำไมถึงได้นานขนาดนี้ หรือว่าคุณภูจะเป็นอะไรมากรึเปล่า?

          ถ้าไม่เป็นอะไรจริง ๆ ก็ออกมาได้แล้ว

          ผมเป็นห่วงนะ

          .

          .

          .

          แกร๊ก...

          จนในที่สุดประตูห้องฉุกเฉินก็เปิดออก คุณพ่อรีบรุดไปหาหมอที่เดินออกมาอย่างรวดเร็ว เสียงติดแหบก็เอ่ยถาม ขณะที่ผมเดินตามไปยืนข้าง ๆ ด้วย “ลูกชายผมเป็นยังไงบ้างครับ”

          “ไม่มีอาการร้ายแรงมากครับ นับว่าโชคดีมาก แต่หัวที่กระแทกคงต้องเอ็กซเรย์ดูภายในนะครับ เบื้องต้นหมอเย็บแผลให้เรียบร้อย แล้วก็แขนหัก ต้องเข้าเฝือกนะครับ ส่วนอาการช้ำในต้องใช้เวลารักษาตัวพอสมควร แต่โดยรวมอาการตอนนี้ไม่มีอะไรน่าห่วงครับ”

          “ขอบคุณครับ” คำตอบของหมอทำให้คุณพ่อก้มหัวปลก ๆ ให้ ขณะที่ผมผ่อนลมหายใจออกมาอย่างโล่งอก อย่างน้อยก็ปลอดภัยแล้ว หมอพยักหน้าให้นิดหน่อยก่อนจะเดินไปอีกทาง ไม่นานก็มีบุรุษพยาบาลเข็นเตียงของคุณภูออกมา ทำให้เรารีบเดินตามไป

          มองจากตรงนี้ คุณภูก็ไม่รับการทำแผลให้เรียบร้อยแล้ว มีผ้าพันแผลเต็มไปหมด บุรุษพยาบาลเข็นคุณภูไปเอ็กซเรย์ แล้วซักประวัติจากคุณพ่ออีกนิดหน่อย ก่อนจะพาคุณภูไปยังห้องพัก

          รอพวกเขาจัดการกับอุปกรณ์ให้ห้องพักให้เรียบร้อยแล้ว บุรุษพยาบาลก็เดินออกไป คุณพ่อเป็นฝ่ายเข้าไปหาคุณภูก่อน แต่ก็ทำแค่ยืนมองอยู่นิ่ง ๆ ครู่หนึ่งแล้วหันมาหาผม “ภูปลอดภัยก็ดีแล้ว ถ้างั้นพ่อฝากเขินเฝ้ามันหน่อยนะ เดี๋ยวพ่อจะไปเฝ้าแม่มัน”

          “ไม่รอคุณภูตื่นก่อนเหรอครับ” ผมถามอย่างแปลกใจ ทั้ง ๆ ที่ก่อนหน้านี้ดูเป็นห่วงมากแท้ ๆ

          “หึ มันไม่อยากเจอพ่อหรอก เดี๋ยวจะอารมณ์เสียซะเปล่า ๆ ” คุณพ่อเค้นหัวเราะฝืน ๆ ออกมา ไหวไหล่เหมือนไม่ใส่ใจอะไรนัก ขณะที่ผมขมวดคิ้วมอง สังเกตมาซักพักแล้วครับว่าคุณพ่อมักหลีกเลี่ยงที่จะคุยกับคุณภูตลอด แต่กับผม คุณพ่อก็คุยด้วยปกติ ออกจะเอ็นดูด้วยซ้ำ

          ผมมองอีกฝ่ายที่ทำท่าจะเดินออกไป แล้วหันไปมองคุณภูที่ยังไม่ฟื้นอย่างลังเล ใจจริงก็อยากจะนั่งเฝ้าจนกว่าจะฟื้นอยู่หรอก แต่นี่ก็เป็นโอกาสที่ดีที่จะถามเรื่องนี้เหมือนกัน...คุณพ่อดูเหนื่อยเกินกว่าที่จะปิดบังอะไรแล้ว น่าจะคุยได้ง่ายพอดี

          “เดี๋ยวครับ ผมขอคุยกับคุณพ่อหน่อยได้มั้ยครับ” พอคิดได้ดังนั้น ผมก็ตัดสินใจเอ่ยเรียก คุณพ่อชะงักไปนิดหน่อย ก่อนจะยอมพยักหน้าแล้วเดินไปนั่งที่โซฟาแทน

          “มีอะไรรึเปล่า?”

          “ครับ” ผมเดินไปนั่งข้าง ๆ คุณพ่อ เอื้อมมือไปกุมมือของอีกฝ่ายไว้เบา ๆ “มันอาจจะละลาบละล้วงไปซักหน่อย แต่ผมขออนุญาตถามได้มั้ยครับ ว่าทำไม...คุณพ่อถึงไม่ค่อยยอมคุยกับคุณภูเลยครับ”

          “...”

          “เกี่ยวกับเรื่อง...น้องชายของคุณภูรึเปล่าครับ” ผมพยายามเลือกใช้คำพูดที่ฟังดูรุนแรงน้อยที่สุด ถามออกไปอย่างระมัดระวัง สัมผัสได้ว่ามือที่กุมอยู่กระตุกนิดหน่อย คุณพ่อหันมามองผมด้วยสายตาอ่านยาก ขณะที่ผมสบตาอีกฝ่ายกลับไปเพื่อแสดงความจริงใจ “ผมไม่คิดว่าคุณพ่อจะเกลียดคุณภูหรอกนะครับ ต่อให้คุณพ่อจะเคยพูดว่าไม่ต้องการคุณภูก็ตาม”

          “หืม? พ่อไปพูดแบบนั้นตั้งแต่เมื่อไร?” แต่พอผมบอกแบบนั้น คุณพ่อกลับทำสีหน้างุนงงออกมาซะอย่างนั้น ทำให้ผมเลิกคิ้วขึ้นอย่างงง ๆ

          “ก็คุณภูเล่าให้ฟัง...เมื่อหลายเดือนก่อน คุณภูไปที่บ้านแล้วได้ยินที่คุณพ่อทะเลาะกับคุณน้าน่ะครับ...” ผมนึกถึงเรื่องเมื่อตอนนั้นที่ทำให้คุณภูเมาหัวราน้ำจนกลับบ้านไม่ได้แล้วก็บอกออกมา มองสีหน้าเหมือนจะงุนงงของคุณพ่ออย่างไม่เข้าใจ “หรือว่าคุณภูจะได้ยินผิดไปครับ...แต่ว่าตอนนั้น คุณภูดูเสียใจมากเลยจริง ๆ วันนั้นคุณภูเมาหนักมาก แล้วก็บังเอิญไปเจอน้องชายของเขา...”

          “อ่า...วันนั้นเองหรอกเหรอ” พอบอกว่าไปเจอน้องชาย ก็เหมือนคุณพ่อจะนึกออก เห็นคุณภูบอกว่าคุณพ่อให้คนตามดูลูกชายของเขาอยู่ตลอด เพราะงั้นคงไม่แปลกถ้าจะรู้ว่าคุณภูไปไหนบ้าง “เหมือนจะทะเลาะกับแม่มันจริง ๆ นั่นแหละ แต่...เฮ้อ บอกตรง ๆ ว่าตอนนั้นพ่อพูดอะไรไปบ้างก็จำไม่ได้หรอก ไม่คิดว่าภูมันจะเข้ามาได้ยินด้วย เห็นมันไม่กลับบ้านมาตั้งนานแล้ว”

          “ผมเข้าใจครับ” พอได้ฟังแบบนั้น ผมก็พอเข้าใจอะไรขึ้นมาบ้าง...คนเรา เวลาโกรธบางทีก็พูดอะไรไปบ้างไม่รู้ตัวหรอกครับ “ถ้าคุณภูรู้แบบนี้ จะต้องดีใจแน่ ๆ เลยครับ ที่คุณพ่อไม่ได้คิดแบบนั้นจริง  ๆ ”

          “หึ...ไม่หรอก ถ้าภูมันเข้ามาได้ยินจริง ๆ จะมาแก้ตัวอะไรตอนนี้มันก็สายไปแล้วล่ะ” แต่คุณพ่อก็ปฏิเสธแบบนั้น ส่ายหน้าช้า ๆ แล้วค่อย ๆ เอ่ยต่อ “มันไม่ดีใจอะไรกับเรื่องแค่นี้หรอก คนที่จะทำให้มันดีใจได้ตอนนี้คงมีแต่เขินเท่านั้นล่ะมั้ง”

          “ไม่หรอกครับ...ยังไงผมก็แทนที่คนเป็นพ่อเป็นแม่ของคุณภูไม่ได้อยู่ดี” ผมปลอบ บีบมือของอีกฝ่ายเบา ๆ “คุณภู...อยากจะได้ความรักจากคนที่เป็นครอบครัวจริง ๆ ของเขานะครับ”

          “...” คุณพ่อนิ่งไป ก่อนจะผ่อนลมหายใจยาวเหยียดออกมา “พ่อไม่มีหน้าไปทำตัวเป็นพ่อที่ดีของภูมันได้อีกแล้วล่ะ”

          “คุณภูพูดแบบนั้นเหรอครับ” ผมถามออกไปช้า ๆ จับจ้องใบหน้ากลัดกลุ้มของอีกฝ่าย คุณพ่อส่ายหน้าช้า ๆ แล้วกระตุกริมฝีปากขึ้นเป็นรอยยิ้มขื่น ๆ

          “เปล่าหรอก พ่อแค่รู้ตัวเองดี” อีกฝ่ายเริ่มเล่า “พ่อทำผิดกับภู ทำผิดกับแม่ของมันไปมาก...มากจนไม่กล้าแม้แต่จะเดินเข้าไปขอโทษด้วยซ้ำ ให้ภูมันเกลียดพ่อไปนั่นแหละดีแล้ว ให้พ่อเป็นแค่พ่อแย่ ๆ ในสายตามันไป มันก็สมควรแล้วกับเรื่องที่พ่อทำ”

          “แต่กับเรื่องของผม คุณพ่อก็ช่วยนี่ครับ” ผมแย้ง ถ้าไม่เพราะอีกฝ่ายมาบอกคุณภูไว้ก่อนว่าแม่คุณภูจะหาคู่หมั้นมาให้ ผมคงไม่มีเวลาคิดว่าควรจะทำยังไงดี แล้วก็คงจะทำอะไรไม่ถูกจนรวนไปหมดเหมือนกัน

          “อ่า...นั่นน่ะ เพราะไม่อยากให้ภูพลาดอย่างที่พ่อพลาดเท่านั้นแหละ” คุณพ่อบอกแบบนั้น ขณะทที่ผมนั่งฟังนิ่ง ๆ เลิกที่จะถามอะไร แล้วรอให้อีกฝ่ายค่อย ๆ เล่าออกมาเอง ไม่นาน คุณพ่อก็ถอนหายใจ แล้วยอมเล่าเรื่องของเขา “พ่อกับแม่ภูมันน่ะ ตอนแรกเราไม่ได้รักกันหรอก โดนจับแต่งงานเหมือนกันภูตอนนี้เลย เพียงแต่ว่าตอนนั้นพ่อยังไม่มีคนรักเป็นตัวเป็นตน พ่อก็คิดว่ามันก็ไม่ได้เลวร้ายอะไร แม่ภูก็เป็นผู้หญิงที่ดี ติดจะอารมณ์ร้อนไปหน่อยก็เท่านั้น พ่อคิดง่าย ๆ แค่ว่าแต่ง ๆ กันไป อยู่ไปมันก็รักกันเอง...พ่อคิดแบบนั้นมาตลอด จนกระทั่งได้มาเจอกับแม่ของพระพาย...น้องชายภูมันน่ะ”

          คุณพ่อยิ้มออกมาน้อย ๆ เมื่อเอ่ยมาถึงตรงนี้ “ผู้หญิงคนนั้นทำให้พ่อรู้สึกว่าพ่อเจอคนที่ตามหามานานแล้ว พ่อเริ่มเข้าหาเธอ อีกฝ่ายก็ไม่รู้หรอกนะว่าพ่อน่ะแต่งงานมีลูกมีเมียแล้ว พ่อเองตอนแรกก็แค่อยากอยู่ใกล้ ๆ เธอ ไม่ได้ตั้งใจให้เรื่องมันเกินเลยไปถึงขั้นนั้น แต่แม่ภูก็รู้เรื่องเข้า แล้วเราก็ทะเลาะกัน...ตอนนั้นพ่อคิดถึงแต่ผู้หญิงอีกคน แล้วก็เผลอทำเกินกว่าเส้นที่ตั้งใจขีดแบ่งเอาไว้ไปจนได้ พอมันมีครั้งที่หนึ่ง...ก็เริ่มมีครั้งที่สองสามสี่ตามมาเรื่อย ๆ จนกระทั่งพ่อขอเธอคบแล้วเราก็มีลูกด้วยกัน”

          “...” ผมอึ้งไปไม่น้อยกับความจริงที่ได้รับรู้...ยอมรับเลยว่าเรื่องนี้พ่อของคุณภูผิดเต็ม ๆ อย่างไม่มีข้อแก้ตัวอะไรเลยซักนิด

          “ทุกอย่างกำลังไปได้สวย พ่อมีความสุขมากที่ได้อยู่กับคนที่พ่อรัก แล้วก็เริ่มห่างจากคู่แต่งงานของพ่อไปเรื่อย ๆ แต่สุดท้ายเรื่องที่พ่อมีลูกมีเมียแล้วก็รู้ไปถึงหูของเธอที่ตอนนั้นกำลังท้องอ่อน ๆ อยู่...อย่างว่า ความลับไม่มีในโลกล่ะนะ สุดท้ายเราก็ต้องจบกัน” คุณพ่อถอนหายใจออกมาอีกครั้ง “เรื่องทั้งหมดมันควรจบที่ตรงนั้น แต่ก็เป็นพ่อเองที่ห้ามใจตัวเองไม่ได้ แล้วใช้เงินบังคับให้เธอมาหา พ่อไม่ยอมส่งค่าเลี้ยงดูให้ตามที่ตกลงกันไว้ จนกระทั่งพระพายคลอด...การเลี้ยงเด็กเล็ก ๆ มันไม่ได้ง่ายนัก สุดท้ายเธอก็ต้องมาหาพ่อเพื่อตกลงเรื่องค่าเลี้ยงดู รวมไปถึงมาเพื่อขอโทษแม่ของภูด้วย เธอรู้สึกผิดที่เป็นต้นเหตุทำให้พ่อนอกใจแม่ของภู แต่จริง ๆ มันผิดที่พ่อเองต่างหาก...แล้วการมาถึงที่บ้านแบบนั้นก็ได้ผลตรงกันข้าม แม่ของภูยิ่งโกรธใหญ่ แล้วหลังจากนั้นครอบครัวของเราก็แย่ลงยังกับดิ่งลงเหว ภูก็คงเล่าให้เขินฟังไปบ้างแล้วว่าหลังจากนั้นเป็นยังไงใช่มั้ย”

          “...ครับ” ผมได้แต่ตอบรับไปแบบนั้น หลังจากนั้นก็อย่างที่คุณภูบอก ครอบครัวของเขาพังเละ คุณแม่ควบคุมอารมณ์ไม่ค่อยได้ และมักจะโกรธบ่อย ๆ ทำร้ายตัวเองบ้าง ทำร้ายเขาบ้าง ส่วนคุณพ่อก็หันไปทำแต่งานอย่างเดียว

          “มันไม่ใช่ว่าที่พ่อทำไม เพราะพ่อเกลียดแม่ของภูหรอกนะ เพียงแค่ว่าพ่อไม่ได้รักเธอมากพอ...ที่พ่อมีให้มันเป็นแค่ความผูกพันเท่านั้น ส่วนคนที่พ่อรักจริง ๆ เราก็เจอกันช้าไป” คุณพ่อว่าแบบนั้น แล้วก็ยิ้มให้ผม “เพราะงั้น พ่อไม่อยากให้ภูเป็นแบบพ่อ ทุกอย่างที่ภูทำมันพิสูจน์แล้วว่าภูรักเขินจริง ๆ ภูพร้อมที่จะหยุดทุกอย่างที่เขิน...พ่อว่า มันไม่ง่ายหรอกนะที่คนที่ใช่จะมาในเวลาที่ใช่แบบนี้ พ่อถึงได้ไม่ห้าม”

          “ขอบคุณนะครับ” ผมบอกออกไปได้แค่นั้น เขาเป็นพ่อที่ดีพอสมควร...แต่คงต้องบอกว่าเป็นสามีที่ไม่ได้เรื่องจริง ๆ นั่นแหละครับ

          “แต่ว่าพ่อผิดซะขนาดนี้แล้ว จะให้มาทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นแล้วบอกรักภูนักหนาเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นน่ะไม่ได้หรอก ที่พ่อทำได้ก็แค่คอยดูอยู่ห่าง ๆ แบบนี้แหละ”

          เข้าหน้าไม่ติดงั้นสินะ แต่ว่า... “ขอโทษที่ต้องบอกแบบนี้นะครับ แต่ที่คุณพ่อทำ...คุณพ่อแค่กำลังกลัวที่จะเผชิญหน้ากับผลของความผิดพลาดของตัวเองรึเปล่าครับ”

          คุณพ่อชะงักไป แล้วให้คำตอบกำกวมออกมา “ฮ่ะ ๆ ...ไม่รู้สิ”

          “คุณภูน่ะ...กำลังรอวันที่คุณพ่อเดินเข้าไปหาเขาอีกครั้งนะครับ” ผมพูดช้า ๆ พยายามทำให้อีกฝ่ายคล้อยตาม พอจะเข้าใจความรู้สึกของคุณพ่ออยู่หรอกครับ แต่ว่า...ทำแบบนี้ มันทำร้ายทั้งตัวเอง ทั้งคุณภู รวมถึงคุณแม่ด้วยไม่ใช่หรือไง “ไม่ต้องกังวลหรอกครับ หมาน่ะ...ถ้าดูแลแล้วไปครั้งหนึ่ง ต่อให้ทำร้ายพวกเขาอีกซักกี่ครั้ง พวกเขาก็ยังจำได้นะครับ ว่าคนคนนี้เคยดูแลเขาอยู่ ถ้าทำให้รักไปแล้ว...ก็จะรักตลอดไป แล้วก็ รอวันที่เจ้าของจะกลับมารักอยู่ตลอดนั่นแหละครับ”

          “หึ...ไอ้เสือกลายเป็นหมาไปแล้วสินะ” คำเปรียบเปรยของผมทำให้คุณพ่อหัวเราะออกมาเบา ๆ ขณะที่ผมได้แต่ยิ้มน้อย ๆ

          “เขาจะเป็นเสือของใครผมไม่รู้หรอกครับ แต่ตอนนี้เขาเป็นสัตว์เลี้ยงสุดที่รักของผมเลย” ผมบอก มองสบกับดวงตาของอีกฝ่าย “ผมไม่สนหรอกครับว่าอดีตที่ผ่านมาเขาจะทำอะไรมาบ้าง...แค่ตอนนี้เขารักผม ผมก็ดีใจที่สุดแล้วครับ”

          ...เหมือนอย่างที่คุณภูเอง ก็ต้องการแค่ตอนนี้ ให้คุณพ่อแสดงออกว่ารักเขา อย่างที่พ่อลูกทั่ว ๆ ไปทำบ้างก็เท่านั้น

          “อดีตที่พลาดไปแล้ว ยังไงก็แก้ไขไม่ได้อยู่ดี...มองข้ามไปแล้วมีความสุขกับปัจจุบันให้คุ้มค่าดีกว่า คุณพ่อคิดอย่างงั้นมั้ยครับ”

          “อืม...” คุณพ่อทำแค่ยิ้ม ตอบรับในลำคอแบบนั้นก่อนจะลุกขึ้น มืออุ่นวางลงบนหัวของผมเบา ๆ เหมือนเป็นลูกหลาน “ภูโชคดีจริง ๆ ที่มีเขิน”

          “ไม่หรอกครับ ผมเองก็โชคดีที่มีคุณภู” ผมส่ายหน้าน้อย ๆ มองอีกฝ่ายที่กำลังจะเดินออกจากห้องแล้วก็อดถามไม่ได้ “แล้วตกลง...จะไม่อยู่รอคุณภูตื่นเหรอครับ”

          “อืม...ไว้ก่อนดีกว่า เดี๋ยวพ่อค่อยมาเยี่ยม ต้องไปดูแม่ภูด้วย” สุดท้ายคุณพ่อก็ยังยืนกรานแบบนั้น แต่อย่างน้อยก็ยังยอมรับปากว่าจะมาเยี่ยมคุณภูไม่ใช่หายหน้าไปเฉย ๆ หรือกลับไปทำงานไม่มาให้คุณภูเห็นหน้าอย่างปกติ...แค่นี้ก็ถือว่าดีขึ้นแล้ว

          บางที...เรื่องนี้มันอาจจะยากสำหรับคุณพ่อก็ได้ คุณพ่ออาจจะต้องการเวลา ก่อนจะมาเผชิญหน้ากับผลของความผิดพลาดของตัวเองอีกครั้ง

          ผมหวังว่าอีกไม่นาน คุณภูจะได้ครอบครัวของเขากลับคืนมาจริง ๆ ซักที

          ไม่สิ...ยังไม่หมด ยังเหลือหนามเล็ก ๆ ที่อาจจะทิ่มแทงใจคุณภูของผมอยู่ก็ได้ รอยยิ้มเศร้า ๆ ของอีกฝ่ายตอนที่บอกว่าถ้ามีน้องบ้างก็คงดีนั่น... “เดี๋ยวครับคุณพ่อ”

          “หืม?” พอคิดแบบนั้นแล้ว ก็เอ่ยรั้งคุณพ่อไว้อีกหน แล้วหยิบโทรศัพท์ของตัวเองขึ้นมา

          “ผมขอเบอร์น้องชายของคุณภูได้มั้ยครับ”

          “พระพายน่ะเหรอ?” คุณพ่อมีสีหน้าแปลกใจ แต่ก็ยอมหยิบโทรศัพท์ออกมาแล้วกดอะไรสองสามครั้ง คงจะหาเบอร์ของคนที่ผมขอให้ “ก็ได้อยู่หรอก แต่จะเอาไปทำอะไรล่ะ”

          “อยากจะทำให้คุณภูมีความสุขจริง ๆ ซักทีน่ะครับ”

          “ก็ไม่รู้หรอกนะว่าจะทำอะไร แต่พ่อเชื่อว่าสิ่งที่เขินจะทำคงเป็นเรื่องที่ดีกับภูแน่ ๆ ” อีกฝ่ายยิ้มน้อย ๆ แล้วบอกตัวเลขสิบหลักมาให้ผมเมมไว้ ก่อนจะเดินออกจากห้องไปจริง ๆ “ฝากดูแลภูด้วยล่ะ”

          “ครับ” ผมตอบรับ ยื่นส่งอีกฝ่ายที่เดินออกไปนอกห้อง มองจนประตูปิดลงแล้วก็เดินเร็ว ๆ กลับมาที่เตียง ไม่ลืมยกเก้าอี้มาวางข้าง ๆ เตียงด้วย

          พิจารณาคร่าว ๆ แล้ว สภาพของคุณภูไม่ถึงกับยับเยิน แต่ก็เรียกได้ว่าเล่นเอาหมดหล่อไปไม่น้อย มีรอยฟกช้ำเต็มตัวไปหมด ที่หัวก็มีผ้าพันแผล ตามเนื้อตัวก็มีผ้าก็อตแปะไว้เป็นจุด ๆ หนักสุดก็ที่แขนขวาที่ต้องเข้าเฝือก สงสัยจะทำอะไรไม่ได้ไปอีกหลายวันเลย...

          ผมแตะปลายนิ้วลงกับมือซ้ายของอีกฝ่ายที่โดนเข็มให้น้ำเกลือเจาะเอาไว้เบา ๆ ไม่กล้าแตะแรงมากนักเพราะกลัวจะทำให้เขาเจ็บเอา...ยังไงผมก็รู้สึกว่าการมีเข็มแหลม ๆ แข็ง ๆ ทิ่มค้างอยู่ที่หลังมือตลอดเวลานี่มันคงเจ็บมากแน่ ๆ

          “ตื่นได้แล้วนะครับ เป็นห่วงจะแย่อยู่แล้ว...” ถึงจะบอกแบบนั้น แต่คุณภูก็ไม่ได้มีปฏิกิริยาอะไรตอบกลับมานอกจากการนอนนิ่ง ๆ ลมหายใจเป็นจังหวะสม่ำเสมอทำให้ผมยิ้มออกไม่น้อย อย่างน้อย ๆ ในโชคร้ายก็ยังมีโชคดีอยู่ที่คุณภูไม่เป็นอะไรร้ายแรงมากนัก

          ผมนั่งรอไปเรื่อย ไม่ได้รู้สึกง่วงอะไรเพราะมันไม่ใช่เวลานอนของผม ก็เลยนั่งจ้องเขาอย่างเดียว รออย่างใจจดใจจ่อว่าเมื่อไรเปลือกตาที่ปิดอยู่นั่นจะขยับซักที

           นั่งว่าง ๆ ไปซักพักก็นึกขึ้นได้ว่าเมื่อกี้ขอเบอร์น้องชายคุณภูมา เลยตัดสินใจส่งข้อความไปหา คิดอยู่นิดหน่อยว่าควรจะส่งไปว่าอะไรดี แต่สุดท้ายก็พิมพ์แค่ข้อความสั้น ๆ ไป

          คุณภูผาอยู่โรงพยาบาล เขาอยากเจอคุณ

          ไม่รู้ว่าอีกฝ่ายจะยอมมารึเปล่า แต่ถ้ายังมองว่าคุณภูเป็นพี่อยู่ก็คงมา และนั่นน่าจะเป็นสัญญาณที่ดีเลยทีเดียว ว่าน้องชายของคุณภูคงไม่ได้เกลียดคุณภูนัก แล้วคุณภูก็คงไม่มีแรงอาละวาดใส่น้องเขาแน่ ๆ คราวนี้จะได้คุยกับรู้เรื่องซักที

          ผมอยากให้คุณภูจบเรื่องนี้...ไม่อยากให้เขาต้องแสดงสีหน้าเจ็บปวดออกมาเวลามองน้อง ๆ ของผมอีกแล้ว

          ผมไม่รู้ว่าที่ทำลงไปแบบนี้ ผลมันจะดีรึเปล่า...ถ้าเคลียร์กันได้ก็คงดี แต่ถ้ามันแย่ลงกว่าเดิม ผมจะขอโทษคุณภูเอง

          แต่ว่าตอนนี้...รีบ ๆ ตื่นขึ้นมาเถอะครับ

          .

          .

          .

          นั่งรอจนท้องฟ้าเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นสีส้ม ในที่สุดเปลือกตาของอีกฝ่ายก็เริ่มขยับ ทำให้ผมยื่นหน้าเข้าไปมองใกล้ ๆ เลื่อนมือขึ้นมาบีบแขนซ้ายของอีกฝ่ายที่ไม่ได้เข้าเฝือกเบา ๆ อย่างตื่นเต้น

          “คุณภู...คุณภูครับ...”

          “...เขิน” คุณภูใช้เวลซักพักถึงจะลืมตาขึ้นมา เสียงแหบแห้งของเขาเรียกผม ดวงตาดูเลื่อนลอยอยู่พักหนึ่งก่อนจะเบือนมามองเหมือนเพิ่งจับโฟกัสได้แล้วก็เรียกผมอีกรอบ “เขิน”

          “ครับ ผมเอง” ผมยิ้มกว้างออกมา จูบลงที่หน้าผากของเขาเบา ๆ “ฟื้นซักที เดี๋ยวผมเรียกพยาบาลให้นะครับ”

          ผมกดปุ่มเรียกพยาบาล บอกว่าเขาได้สติแล้ว เสร็จแล้วก็หันกลับมาหาอีกฝ่ายที่ทำได้แค่เลื่อนสายตามองตามผม คิ้วเริ่มขมวดนิด ๆ “เจ็บ”

          “เดี๋ยวก็หาย” ได้แต่ปลอบอีกฝ่ายไปแบบนั้น แต่คุณภูก็ทำหน้าเหมือนไม่เชื่อ...ก็แน่ล่ะครับ นี่มันคำหลอกเด็กอนุบาลชัด ๆ แต่ก็คงดีกว่าบอกว่าเขาคงนอนโรงพยาบาลอีกหลายวันเพราะสภาพไม่ค่อยดีเอาซะเลยเป็นไหน ๆ

          เวลาแบบนี้กำลังใจก็สำคัญนะครับ

          ยังไม่ทันที่เราจะได้คุยอะไรกันต่อ พยาบาลก็เดินเข้ามาตรวจดูอาการคร่าว ๆ ให้ เช็คนู่นเช็คนี่ที่ผมไม่ค่อยเข้าใจเท่าไร ถามไถ่อาการคุณภูอีกเล็กน้อย ก่อนจะออกไป

          “กินน้ำหน่อยมั้ยครับ” ผมถามขึ้นอีกครั้ง แต่ไม่ได้รอคำตอบอะไรก็เดินไปเทน้ำใส่แก้วแล้วแกะหลอดที่ทางโรงพยาบาลเตรียมไว้ให้มาใส่แก้วให้เรียบร้อย โรงพยาบาลเอกชนหรู ๆ นี่มีของพร้อมจริง ๆ นะครับ...แต่ค่าห้องแต่ละคืนคงไม่เบาเลย

          “ปรับเตียงขึ้นหน่อย...” คนเจ็บบอกแบบนั้น ทำให้ผมเอื้อมมือไปกดปุ่มปรับเตียงให้เอนขึ้นทีละนิด “โอเคแล้ว”

          “น้ำครับ” พอปรับเตียงให้เรียบร้อย ผมก็นั่งลงที่เก้าอี้ข้างเตียงคนเจ็บเหมือนเดิม แล้วยื่นน้ำไปให้อีกฝ่าย แต่คุณภูกลับไม่ยอมกิน แถมยังเริ่มอ้อนทั้ง ๆ ที่สภาพไม่ค่อยเอื้ออำนวยด้วยการขอเบา ๆ แล้วกระพริบตามองผม

          “มาใกล้ ๆ หน่อยสิ...”

          “ฮึ้” มองท่าทางแบบนั้นแล้วก็อดที่จะขำไม่ได้ ย้ายตัวเองจากเก้าอี้ข้างเตียงมานั่งลงตรงที่ว่างที่ยังเหลืออยู่บนเตียงแทน แล้วยื่นน้ำไปให้อีกฝ่าย จับหลอดไว้นิ่ง ๆ ให้เขากินได้ง่าย ๆ “ดื่มน้ำได้แล้วครับ”

          พอผมทำตามใจเขาแล้ว คุณภูก็ยอมดื่มน้ำไปดี ๆ แต่ดื่มไปไม่เท่าไรก็ย่นคอหนีเป็นเชิงว่าพอแล้ว ซึ่งผมก็ไม่ได้ขัดอะไรเขา เห็นคุณภูค่อย ๆ ขยับมองไปรอบห้องช้า ๆ ก่อนจะกลับมาหยุดลงที่ผม “มีคุณคนเดียวเหรอ”

          พอบาดเจ็บแล้ว...ดูเหมือนปากจะตรงกับใจขึ้นเยอะเลย ปกติทั้งสีหน้าแววตาก็แสดงออกชัดเจนอยู่แล้ว แต่พอพูดมาตรง ๆ แบบนี้ยิ่งดูออกง่ายเข้าไปใหญ่

          “เปล่าครับ คุณพ่อก็มา นั่งเฝ้าคุณอยู่หน้าห้องฉุกเฉินตั้งนานไม่ไปไหนเลย”

          “เหรอ...” คุณภูตอบรับแค่นั้น แต่ริมฝีปากกระกระตุกขึ้นเป็นรอยยิ้ม แล้วเริ่มอ้อนผมต่อด้วยเสียงอ่อนระโหยโรยแรงที่แค่ฟังก็รู้สึกว่าผมคงจะยอมเขาทุกอย่างนั่นแหละครับ “เจ็บจังเขิน...รู้สึกเหมือนเกือบได้ข้ามไปอีกฝั่งแล้วเลยล่ะ จูบหน่อยสิ อยากรู้ว่านี่ยังมีชีวิตอยู่รึเปล่า”

          “มีสิครับ” ผมยิ้ม กดริมฝีปากลงบนริมฝีปากของอีกฝ่ายเบา ๆ แต่แค่นั้นก็เหมือนจะทำให้คุณภูที่บาดเจ็บอยู่พอใจได้แล้ว “คนทางนี้ก็เป็นห่วงจะตายอยู่แล้วเหมือนกัน”

          “เพราะแบบนี้เลยต้องรีบตื่นไง”

 

ดูเหมือนหลายคนดีใจที่พี่ภูโดนรถชน---แค่ก ๆ

ตอนนี้ให้คุณเขินคุยกับคุณพ่อไปก่อนเนอะ นี่เราเพิ่งกลับมาจากโรงบาลตอนสี่ทุ่มล่ะค่ะ

เห็นหมอบอกว่าพรุ่งนี้แม่ก็จะออกไปจากโรงบาลได้แล้วค่ะ ขอบคุณทุกคนที่เป็นกำลังใจให้นะคะ TvT

ช่วนี้ทอล์คไม่ค่อยออก กระซิก ๆ เอาเป็นว่าก็ขอฝากคุณเขินกับพี่ภู(ที่เดี้ยงหมดหล่อไปเรียบร้อยแล้ว(?))ไว้อีกตอนด้วยนะคะ

ปล.ติดแฮชแท็ก #ภูเขิน หรือ #ทาสเจ้าของแมว ได้สำหรับเรื่องนี้ค่ะ














(c)              Chess theme
  
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 38 ครั้ง

1,713 ความคิดเห็น

  1. #1708 ดิเดียร์ (@pdeer11) (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 10 กันยายน 2562 / 13:25
    เรื่องคลุมถุงชนนี่มันแย่จริงๆนะ
    #1708
    0
  2. #1677 Ainaemoroe (@bodylovenamkaeng) (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2561 / 21:32
    ฮ่าๆ เรื่องนี้ผู้ใหญ่ผิดทุกคนเลย มาถึงบ้าน กล้าดี ถ้าไม่มาให้เห็นหน้าแบบหยามหน้าขนาดนี้คงไม่ทำให้ภูเป็นขนาดนั้น อย่าบอกนะสุดท้าย นายเอกนิยายก็จบแบบสวยๆโดยการที่มีเขินช่วยให้พี่น้องมองหน้ากันติดน่ะ ฮ่าๆ ชีวิตจริงของบางคนน่ะยากนะ
    #1677
    0
  3. #1629 furbybaek (@furbybaek) (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 18 มีนาคม 2560 / 10:41
    เขินเก่งมากๆ คุณภูก็มุ้งมิ้งข้นทุกวัน
    #1629
    0
  4. #1581 Feremaka (@feremaka) (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2560 / 10:03
    ก้ดีใจนะคะ จะได้เคลียรฺกันซักที555
    สู้ๆนะคะไรต์
    #1581
    0
  5. #1408 bb.smile (@bhoombimm) (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 4 มกราคม 2560 / 20:01
    ตอนหน้าน้องพระพายกับพี่ภูก็เจอกันแล้วสิน้าาา
    #1408
    0
  6. #1404 Ongarch Kitrungphaiboon (@childpig) (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 4 มกราคม 2560 / 19:23
    คุณแม่ไม่สบายนะดีแล้วที่ไปดูแลแต่ไหงตอนคุยท้ายตอนต้องมี แค่ก ๆ ด้วยสังเกตุมา 2ตอนแล้วถ้าไม่สบายพรุ่งนี้ตอนไปเฝ้าคุณแม่ก็แวะให้หมอตรวจหน่อยก็ดีนะไม่ใช่แม่หายป่วยแล้วคุณลูกเป็นต่อคงแย่น่าดู
    #1404
    0
  7. #1397 lover pc (@pear-pcy_love) (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 4 มกราคม 2560 / 17:47
    ไรท์อย่าพูดความจริงเซ่~
    //ขอให้คุณแม่หายเป็นปลิดทิ้งเลยนะคะ เพี้ยงๆ
    #1397
    0
  8. #1396 Felinonajang (@Felinonajang) (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 4 มกราคม 2560 / 17:09
    ตั้งแต่มีพี่เขินอะไรๆก็ดีขึ้นเยอะเลย (สะบัดบ็อบใส่พี่อัยย์ ฮ่าๆ)

    แอบอยากรู้ละว่าพี่เขินจะรู้สึกยังไงตอนที่เห็นพระพายมองแบบนั้น ตอนอ่านพระพายโคตรฮาเลย ฮ่าๆ



    ปล.ดีใจเรื่องคุณแม่ด้วยนะคะ ขอให้หายเป็นปกติไวไวเลยนะคะ

    #1396
    0
  9. #1394 baekbow (@baekbow) (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 4 มกราคม 2560 / 14:30
    อ๊าาาาา เขินนี่เก่งจริงๆเลย ทำให้ครอบครัวภูกลับมาดีขึ้นได้ ว่าแต่คุณแม่อ่ะ จะหยุดได้หรือยังห๊ะ! ตอนเจอเขินในเรื่องของพระพาย เรารู้สึกว่าเขินดูเป็นผู้ใหญ่มากๆเลยอ่ะ คนละฟิลกับเรื่องนี้เลย
    #1394
    1
    • #1394-1 mykkkk (@mykkkk) (จากตอนที่ 47)
      4 มกราคม 2560 / 17:27
      เขินอ่า หลงรักอีกคนได้ม้ายยยย
      #1394-1
  10. #1390 berry kiki (@jarjarjerry) (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 4 มกราคม 2560 / 11:53
    คุณภูโชคดีจริงๆที่มีเขิน
    #1390
    0
  11. #1389 hunchante (@hunchante) (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 4 มกราคม 2560 / 11:29
    เราชอบเขินอ่ะ ชอบนิสัยเขิน;-;
    #1389
    0
  12. #1387 PrinceMillan (@smirnoff-24) (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 4 มกราคม 2560 / 09:17
    อยากให้คุณพูมีชีวิตครอบครัวสมบูร อยากให้พ่อแม่กลับมารักกัน
    #1387
    0
  13. #1386 เรนนี่ (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 4 มกราคม 2560 / 08:43
    ที่รอคอยเพราะเป็นเบาะแสที่สองของคุณภูจากเรื่องของพระพายไงคะ

    อะไร ๆ กำลังจะคลี่คลายแล้วใช่ไหม

    รอตอนต่อไปค่ะ
    #1386
    0
  14. #1384 jibbubu (@jibbubu) (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 4 มกราคม 2560 / 05:36
    เขินจะเป็นกาวช่วยประสานให้ครอบครัวของพี่ภูดีขึ้นแน่ๆ ส่วนยัยคุณแม่เป็นไงล่ะบังคับลูกดีนัก อยากให้คุณแม่เห็นนิสัยจริงๆ ของยัยชะนีไฮโซนั้นจริงๆ
    #1384
    0
  15. วันที่ 4 มกราคม 2560 / 04:13
    อย่างน้อยเขินก็ทำให้คุณพ่อได้ฉุกใจคิดอะไรขึ้นมาได้บ้างล่ะนะ เหลือแต่จะยอมเผชิญหน้ากับความผิดพลาดของตัวเองได้เมื่อไหร่ก็เท่านั้น

    ปล.1ยินดีด้วยค่ะที่คุณแม่อาการดีขึ้นแล้ว
    ปล.2 ขออนุญาติให้ข้อมูลเรื่องห้องไอซียูนิดนึงค่ะ โดยปกติแล้วคนไข้ที่จะเข้าห้องไอซียูคือคนไข้ที่หมอได้ทำการตรวจรักษาเรียบร้อยแล้วแต่อาการยังต้องระวังอย่างใกล้ชิด หรือยังโคมาอยู่จึงจะเข้าไอซียู แต่กรณีคุณภูที่มาโรงพยาบาลเนื่องจากประสบอุบัติเหตุน่าจะทำการตรวจและรักษาในห้องฉุกเฉินมากกว่า(โดยทั่วไปไอซียูกับห้องฉุกเฉินจะไม่ได้อยู่ด้วยกัน แต่อาจอยู่ใกล้กัน) หรือถ้าอาการค่อนข้างหนักมีแผลใหญ่ เลือดออกมาก กระดูกหักอาจจะต้องทำการเย็บแผลเพื่อห้ามเลือด หรือผ่าตัดดามกระดูกและใส่เฝือกซึ่งกรณีนี้จะต้องทำในห้องผ่าตัดค่ะ ไม่ใช่ในไอซียู (ที่จะมีไฟเปิดหน้าห้องว่ากำลังทำการผ่าตัดอยู่และไฟจะดับลงเมื่อหมอทำการผ่าตัดเสร็จ) ทั้งนี้ที่ว่ามาทั้งหมดเป็นการให้ข้อมูลเฉยๆไม่ได้มีเจตนาจะก้าวก่ายเรื่องการแต่งนิยายแต่อย่างใด คนอ่านเองชอบนิยายเรื่องนี้มากจึงอยากให้เรื่องราวของพี่ภูกับคุณเขินมีความสมจริงมากที่สุด ถ้าเป็นการเสียมารยาทต้องขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วยค่ะ ^^
    #1383
    2
    • #1383-1 Rabbit Tan (@keaw1542542) (จากตอนที่ 47)
      4 มกราคม 2560 / 08:31
      ขอบคุณมากค่ะสำหรับข้อมูล ทางเราเองก็ไม่แน่ใจเรืองนี้เท่าไรเหมือนกัน เดี๋ยวจะแก้ให้เรียบร้อยนะคะ >v<
      #1383-1
    • #1383-2 Sangduan คุณนายบ้าน Hara (@hara-moonlight) (จากตอนที่ 47)
      4 มกราคม 2560 / 19:01
      ด้วยความยินดีอย่างยิ่งค่ะ
      #1383-2
  16. #1382 Som O Usanee (@pomelo8063) (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 4 มกราคม 2560 / 02:23
    คุณเขินต้องเป็นกาวใจใหเพี่ภูกับครอบครัวได้แน่นอนค่ะ เราเชื่อคุณเขิน พี่ภูหมดหล่อเลยงานนี้ โถถถถถถถ บอกชะนีปลิงไปว่าพี่ภูแขนหัก รักษาไม่หาย แขนใช้การไม่ได้ข้างนึง ดูสิว่าชะนีนั่นจะยอมแต่งไหม อิอิ รอน้องพายมาหาพี่ภูด้วย คุยกันสักที
    #1382
    0
  17. วันที่ 4 มกราคม 2560 / 01:39
    คุณเขินทำใจสั่นรัวๆ ฮื้อออออ///////
    ไรท์สู้ๆน้าขอให้คุณแม่สุขภาพแข็งแรงค่ะ >< สวัสดีปีใหม่นะคะ
    #1380
    0
  18. #1378 Foxynutella (@Foxynutella) (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 4 มกราคม 2560 / 01:23
    เขินน่ารักกกกก นี่ตอนแรกแอบกลัวมากเลยว่าพี่ภูจะความจำเสื่อมรึเปล่า
    #1378
    0
  19. #1377 Wepons (@nipoon) (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 4 มกราคม 2560 / 01:13
    สู้ๆทั้งไรท์ ทั้งหมาและเจ้าของหมาภูนะ เป็นกำลังใจให้นะ
    #1377
    0
  20. #1374 bébé (@unpika) (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 4 มกราคม 2560 / 00:50
    เขินน่ารักกกกก พี่หมาของน้องสู้ๆนะ
    #1374
    0