Pob-Rak Publishing | [END] O W N E R ★ รับ แลก รัก [YAOI]

ตอนที่ 43 : O W N E R 4 2 ★ ตั ว ก า ร

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,965
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 33 ครั้ง
    29 ธ.ค. 59














O W N E R 4 2 ตั ว ก า ร

 

# KHOEN

          “ขอบคุณครับป้า”

          จ้ะ ลูกเขินมีอะไร ก็โทรมาหาได้ตลอดนะลูก...ถ้าไม่ไหวเดี๋ยวป้าจะไปช่วยพูดด้วยอีกแรงถึงที่นั่นเลย

          “ฮึ้...ไม่เป็นไรหรอกครับ”

          จ้ะ รักหนูนะลูก

          “รักป้าครับ”

          ติ๊ด...

          “ป้าว่าไงบ้างอ่ะพี่เขิน” ผมหันไปมองน้องสาวที่ทรุดตัวลงนั่งข้าง ๆ ผมที่นั่งหลบแดดอยู่ใต้ต้นไม้ในสวนหลังร้านแล้วส่งน้ำผลไม้ปั่นมาให้ หลังจากที่ผมวางสายจากการโทรไปปรึกษาปัญหากับป้า ทำให้ผมได้แต่ยิ้มน้อย ๆ แล้วส่ายหน้าเป็นเชิงว่าไม่อยากกินอะไรตอนนี้ อายเองก็ไม่ได้ว่าอะไร แต่ก็จ้องผมตาไม่กระพริบเหมือนกำลังรอคำตอบ

          “บอกว่าถ้าไม่ไหวจะมาหาน่ะ” พอตอบแบบนั้น อายก็ทำตาโต รีบกลืนน้ำผลไม้ในปากลงไปดังอึกแล้วถามต่อ

          “ป้าจะมาเหรอ?”

          ผมส่ายหน้า “เปล่า พี่ไม่อยากรบกวน”

          “โห่...ป้าเขาไม่คิดว่ารบกวนหรอกพี่เขิน” คำตอบของผมทำให้อายมุ่ยหน้าทันที แถมยังดูดน้ำผลไม้แรง ๆ อีกไปสองสามทีจนน่าเป็นห่วงว่าจะสำลักรึเปล่า

          “แล้ววันนี้ไม่มีเรียนบ่ายเหรอ” ผมตัดสินใจเปลี่ยนเรื่อง มองอีกฝ่ายที่อยู่ในชุดนักศึกษาที่ปลดชายเสื้อออกนอกกระโปรงแล้ว ทั้ง ๆ ที่ตอนนี้ยังเป็นเวลาบ่ายแก่ ๆ ในวันธรรมดา

          “อื้อฮึ้” อายพยักหน้าตอบ ดึงแก้วน้ำของตัวเองหลบมอคค่าที่มาด้อม ๆ มอง ๆ แล้วผลักหัวเขาไปอีกทาง แล้วคุยกับผมต่อ “ช่างเรื่องอายเถอะ แล้วตอนนี้พี่เขินโอเคป่ะ”

          “พี่ไม่เป็นไร” ผมยิ้ม มองสัตว์เลี้ยงของตัวเองที่วิ่งเล่นกันอยู่ในสวน พาลนึกไปถึงอีกคนที่เหมือนเจ้าตัวนี้ไม่มีผิด เพียงแต่ช่วงนี้ชอบทำหูลู่หางตกอยู่ตลอด “แต่คุณภูน่ะไม่โอเคเลย”

          “อ่า เชื่อ เมื่อเช้าเห็นแล้วตกลงเลยอ่ะพี่เขิน คิดว่าพี่เขินเก็บหมีแพนด้ามาเลี้ยง” น้องสาวพูดติดตลกแล้วหัวเราะฝืน ๆ ออกมา บ่งบอกว่าเธอเองก็ไม่ได้คิดว่ามันตลกเลยซักนิด

          ที่อายพูดก็ไม่ผิดนัก เพราะว่าช่วงนี้สภาพคุณภูไม่ค่อยต่างจากหมีแพนด้าเท่าไรจริง ๆ มันก็ผ่านมาสองสามวันแล้ว หลังจากที่เขาแบกสีหน้ากลัดกลุ้มและรอยแดงเป็นปื้นที่แก้มเหมือนจะโดนตบกลับมาพร้อมกับบอกว่า คุณแม่ของเขาจะให้เขาแต่งงานกับผู้หญิงที่ไหนก็ไม่รู้

          คุณภูบอกว่า คุณพ่อของเขาเป็นคนบอกเรื่องนี้ให้รู้ หลังจากนั้นเขาก็ปราดไปหาคุณแม่ที่บ้าน แต่ผลสุดท้ายก็ทะเลาะกันเหมือนเดิมแล้วเขาก็ได้รอยตบฉาดใหญ่มานั่นแหละครับ

          เขาไม่สามารถปฏิเสธแม่ได้ แล้วไหนจะผู้หญิงที่จะมาเป็นคู่หมั้นก็ยังไม่รู้ว่าจะเป็นใครก็เลยไม่สามารถจัดการอะไรได้ พอเรื่องมันเป็นแบบนี้แล้ว คุณภูก็ยิ่งเครียดมากขึ้นทุกวัน เขานอนไม่หลับ ช่วงนี้แค่ผมขยับตัวนิดหน่อยคุณภูก็รู้สึกตัวแล้ว ทั้ง ๆ ที่ปกติต่อให้เด็ก ๆ ของผมไปกวนเขายังไงคุณภูก็แทบจะไม่ยอมลืมตาขึ้นมาจนกว่าจะถึงเวลาตื่นของเขาแท้ ๆ แถมข้าวก็กินไม่หมด จนผมชักเริ่มไม่แน่ใจแล้วว่าระหว่างไอ้เหมียวกับเขาใครกินข้าวได้เยอะกว่ากัน ตาก็คล้ำเป็นหมีแพนด้า แล้วก็ถอนหายใจบ่อยมาก ๆ ด้วย

          ผมกลัวว่าถ้าเป็นแบบนี้ต่อไป เขาจะป่วยเอาซักวันแน่ ๆ

          เพราะงั้น ผมเลยตั้งใจจะไปหาคุณพ่อคุณแม่ของคุณภูเร็ว ๆ นี้...ผมต้องทำอะไรบ้างแล้ว ถึงแม้จะยังไม่มั่นใจก็เถอะว่าผมจะสามารถทำอะไรได้มากน้อยแค่ไหน แต่ถ้าไม่ลองพยายามดูก็คงไม่รู้

          ยังไงก็ต้องลองไปเจอก่อน...

          “แต่ครอบครัวพี่ภูนี่ก็เหลือเกินเนอะ อายไม่คิดว่าไอ้วิธีจับคลุมถุงชนแต่งงานมันยังหลงเหลืออยู่อีกด้วยซ้ำ แม่พี่ภูเขาอยู่ในกะลารึไงอ่ะพี่ ถึงได้ไม่รู้ว่าโลกมันไปถึงไหนแล้ว กะอีแค่มีแฟนเป็นผู้ชายไม่ได้ไปฆ่าใครตายซักหน่อย”

          น้องสาวผมปากร้ายขึ้นรึเปล่านะ ผมขมวดคิ้วนิด ๆ มองอายที่ท่าทางอารมณ์ขึ้นไม่น้อย แล้วตีไหล่เธอเบา ๆ ไปทีเป็นเชิงห้ามปราม

          “ยังไงเขาก็เป็นผู้ใหญ่ อย่าไปว่าแบบนั้นสิ”

          “ก็ดูผู้ใหญ่ทำตัวดิ่พี่” อายเถียงกลับ ส่งเสียงจิ๊จ๊ะในลำคออย่างหงุดหงิด แล้วหันมาขมวดคิ้วใส่ผม “เนี่ยเพราะพี่เขินไม่เห็นจะโกรธ อายถึงหัวร้อนแทนเลยเนี่ย! นี่แค่อายฟังที่พี่เขินบอกอายก็อึดอัดใจจะตายอยู่ล่ะ ความรักมันเป็นเรื่องของคนสองคนป่ะพี่”

          “ก็ใช่...แต่โลกเรามันไม่ได้มีแค่คนสองคนนี่ มันช่วยไม่ได้หรอก” ผมได้แต่บอกแบบนั้น แล้วลูบไหล่น้องสาวที่ยิ่งพูดก็ยิ่งดูเหมือนจะอารมณ์ร้อนมากกว่าเดิมให้ใจเย็นลง ไม่ใช่ว่าผมไม่รู้สึกอะไร จริง ๆ ผมก็ไม่สบายใจนิดหน่อยเหมือนกันที่ความรักครั้งแรกต้องเจอกับปัญหาแบบนี้ แต่พอเห็นน้องโกรธแทนแล้วก็ไม่อยากโกรธขึ้นมายังไงยังงั้น

          “โอ้ยยยย หงุดหงิดอ่ะพี่!” อายหน้ามุ่ย แล้วถอนหญ้าในสวนระบายอารมณ์ซะอย่างนั้น “ไม่รู้พี่ภูทนมาได้ยังไงตั้งหลายปี อยู่กับคนแบบนั้น เหอะ!

          “อย่าเพิ่งไปว่าเขาเลย เรายังไม่เคยเจอเขาเลยนะ อีกอย่างนั่นก็พ่อแม่คุณภูเขาด้วย” ผมตบหลังน้องสาวเบา ๆ แต่อายก็ทำแค่เบะปากเลิกดึงหญ้าเล่นแล้วเอนหัวมาพิงไหล่ผม

          “ไม่ต้องไปเจอก็รู้ล่ะว่าเป็นคนยังไง นี่พี่เบียร์ยังบอกเลยว่า แม่พี่ภูอ่ะเจ้าอารมณ์ประมาณพี่ภูสิบคนได้อ่ะ” อายพูดไปเรื่อยเปื่อย ก่อนจะหัวเราะออกมานิด ๆ คงนึกไปถึงคนเล่าอยู่แน่ ๆ “เนี่ย พี่เบียร์บอกถ้าไม่ได้เขานะ พี่ภูใจแตกไปตั้งแต่ขึ้นม.ต้นแล้ว ไม่รอดมารักพี่เขินหรอก โคตรหลงตัวเองอ่ะ”

          “ว่าเขา แต่ก็ชอบใช่มั้ยล่ะ” ผมถามยิ้ม ๆ สังเกตน้องสาวที่ชะงักไปนิดหน่อยก่อนจะขยับหัวไปมากับไหล่ผม บ่ายเบี่ยงไปเรื่องอื่น

          “แฮ่ม...แล้วเนี่ย ดูสิ พี่ภูเครียดแล้วพี่เขินของอายจะช้ำไปทั้งตัวอยู่แล้ว” เธอว่า เงยหน้ามามองผมนิดหน่อยแล้วจิ้มต้นคอผมสองสามที “ทายาหน่อยมั้ยพี่ เผื่อรอยมันจะหายเร็วขึ้น แบบนี้คนอื่นรู้หมดว่าไปทำอะไรมา”

          “ฮึ้...ไม่ต้องหรอก” ผมหัวเราะเบา ๆ ไหวไหล่อย่างไม่ใส่ใจนัก ในเมื่อทำไปจริง ๆ ก็ไม่เห็นว่ามีอะไรต้องปิดบังนี่ครับ อีกอย่าง...ก็แค่เห็นรอย ไม่ได้เห็นตอนทำซักหน่อย

          “ฮื้ออออออ แต่อายคิดถึงผิวขาวใสไร้มลทินของพี่เขินอ่ะ ชาตินี้จะได้เห็นอีกมั้ย” อายส่งเสียงกระเง้ากระงอดแล้วทำปากยื่นใส่ ทำให้ผมอดไม่ได้ที่จะยื่นบีบไปบีบจมูกน้องสาวเบา ๆ อย่างมันเขี้ยว

          “คงไม่แล้วมั้ง” คุณภูเคยบอกว่าผมไม่ค่อยระวังตัว เพราะงั้นเลยต้องแสดงความเป็นเจ้าของเอาไว้จะได้รู้ว่าห้ามยุ่งนั่นแหละครับ ผมเองก็ไม่ได้ว่าอะไร ถ้ามันทำให้คุณภูสบายใจก็พอแล้ว ผมไม่สนใจสายตาของคนอื่นเท่าไรหรอก

          “ง่อววววว ร้ายยยยยย” แต่พอบอกแบบนั้น อายก็ส่งเสียงแปลก ๆ ออกมาแล้วยิ้มกรุ้มกริ่มเหมือนจะแซวกัน ทำให้ผมได้แต่หัวเราะเบา ๆ แล้วขยี้หัวอีกฝ่ายจนจนรักสวยรักงามโวยวายออกมา หลังจากนั้นบทสนทนาของเราก็ออกห่างจากประเด็นปัญหาในช่วงนี้ไปเรื่อย ๆ เหมือนกับเป็นช่วงพักยกก่อนจะเริ่มทำอะไรต่อไปยังไงยังงั้น

          ...

          “คุณเขินคะ” แต่ดูเหมือนช่วงพักยกของผมจะหมดเร็วไปซักหน่อย เมื่อได้ยินเสียงของพนักงานในร้านเรียก ทำให้ผมกับอายหันไปมอง “มีคนมาหาค่ะ”

          “ใครอ่ะพี่นิด” ไม่ใช่ผมที่ถามหรอกครับ แต่เป็นอายที่ทำสีหน้าแปลกใจออกมาแบบไม่คิดปกปิด ผมเองก็แปลกใจไม่น้อยเหมือนกัน เพราะปกติแล้ว ถ้าจะมีใครมาหาก็จะมาหาอายซะมากกว่า

          “พี่ก็ไม่รู้เหมือนกันค่ะคุณอาย แต่เธอบอกว่ามีเรื่องสำคัญจะคุยกับคุณเขิน” คุณนิดตอบน้องสาวผม ทำให้อายขมวดคิ้วมุ่น หันมามองผมเหมือนจะถามว่าพอจะนึกออกมั้ยว่าใคร ซึ่งผมก็ทำได้แค่ส่ายหน้าแล้วหันไปคุยกับคุณนิดแทน

          “ขอบคุณครับ ผมจะไปเดี๋ยวนี้” ผมตอบแล้วลุกขึ้นยืน ทำให้อายที่ยังคลางแคลงใจอยู่รีบลุกขึ้นตาม ขณะที่คนที่มาตามก็พยักหน้าให้แล้วเดินนำเข้าไปในร้านอีกครั้ง

          “โต๊ะนั้นค่ะ” คุณนิดบอก พยักเพยิดไปทางโต๊ะที่ว่า ทำให้ผมหันไปมองตาม แล้วก็เลิกคิ้วน้อย ๆ เมื่อเห็นว่ามีหญิงสาวนั่งอยู่ตรงนั้น ใบหน้าสวยเฉียบนั้นดูคุ้น ๆ เหมือนว่าจะเป็นคนคนเดียวกับที่เคยทักคุณภูเมื่อหลายวันก่อน...ดูเหมือนว่าจะเป็นผู้หญิงคนเดียวกับที่ทำให้ผมรู้ตัวว่าผมก็หึงเป็นเหมือนกันนั่นแหละครับ

          “ครับ---

          “พี่เขิน นั่นคนที่มาอ่อยพี่ภูอ่ะ!” เสียงของอายโพล่งขึ้นมาในตอนที่ผมกำลังจะหันไปคุยกับคุณนิด ทำให้ผมหันกลับมามองน้องสาวที่กำลังบีบแขนผมแล้วทำหน้านิ่วคิ้วขมวดมองผู้หญิงคนนั้น ดูเหมือนจะไม่ได้มีแค่ผมคนเดียวที่จำเธอได้ แต่น้องสาวของผมก็จำได้เหมือนกัน แม้ว่าจะรู้ว่าไปเจอกันตั้งแต่เมื่อไรก็เถอะ

          “หืม...” คุณนิดที่ยืนอยู่ใกล้ ๆ คงได้ยินคำพูดของอาย อีกฝ่ายถึงเลิกคิ้วมองผมสลับกับคนที่เธอบอกว่ามาขอพบผม “ถ้าคุณเขินไม่สะดวก ยังไงให้นิดปฏิเสธไปมั้ยคะ”

          “ไม่เป็นไรครับ---

          “ปฏิเสธไปเลยค่ะพี่นิด!” เป็นอีกครั้งที่เสียงของน้องสาวแทรกเข้ามา ทำให้ผมหันไปมองอายอย่างปราม ๆ

          “ไม่เป็นไรหรอก” ผมบอกน้องสาว ก่อนจะหันไปหาคุณนิดอีกรอบ “ขอบคุณนะครับ คุณนิดกลับไปทำงานเถอะ”

          “อ่า ก็ได้ค่ะ” พอโดนบอกแบบนั้น คนที่เป็นพนักงานก็จำต้องกลับไปทำงานตามที่บอก แม้ว่าเธอจะยังดูกังวลอยู่ก็ตามที ทำให้ผมได้แต่ยิ้มน้อย ๆ ถึงจะเป็นพนักงาน แต่พวกเธอก็มักจะเป็นห่วงผมกับอายตามประสาคนรู้จักเสมอนั่นแหละครับ

          “พี่เขิน จะคุยทำไม ยัยนั่นต้องมาหาเรื่องพี่เขินแน่อ่ะ” อายคิ้วขมวดจนแทบจะมาชนกันอยู่แล้วครับ แถมยังจับแขนผมเขย่าไปมา ท่าทางเหมือนเด็ก ๆ ไม่มีผิด “คราวก่อนอายได้ยินมันว่าพี่เขินด้วย อายไม่ชอบ!

          “ใจเย็น ๆ อาย” ผมลูบหัวน้องสาวเบา ๆ “เดี๋ยวพี่จัดการเอง ไม่ต้องห่วงหรอก”

          “แต่แค่นี้พี่เขินก็มีปัญหามากพออยู่แล้วนะ” อายดูกังวล ทำให้ผมได้แต่ยิ้มให้เธอน้อย ๆ รู้ว่าน้องกำลังห่วงผมมาก คงเพราะก่อนหน้านี้ผมไม่ค่อยเจอเรื่องยุ่งยากอะไร พอคราวนี้มาเจอก็ออกจะหนักหนาไปซักหน่อย น้องก็เลยห่วงมากเป็นพิเศษ

          ผมเองก็ไม่อยากยุ่งเท่าไร แต่ลางสังหรณ์ของผมบอกว่าการที่ผู้หญิงคนที่ปรากฏตัวในเวลาแบบนี้ มันอาจจะเกี่ยวข้องกับปัญหาที่ผมกับคุณภูต้องเจออยู่ก็ได้

          “พี่ไม่เป็นไร”

          “แต่---

          “ช่วยไปให้อาหารเด็ก ๆ หลังบ้านให้หน่อยได้มั้ย นี่ใกล้จะได้เวลาแล้วด้วย” พอผมตัดบทแล้วดันหลังน้องสาวไปอีกทาง อายก็ได้แต่ทำท่าฮึดฮัดแล้วยอมเดินเบี่ยงเข้าไปในครัวแต่โดยดี แต่ก็ยังไม่วายหันมากำชับกับผมจนเริ่มไม่แน่ใจว่าใครเป็นพี่ใครเป็นน้องกันแน่

          “ก็ได้ค่ะ แต่พี่เขินห้ามยอมนะ ถ้ายัยนั่นตบมาพี่เขินตบกลับไปแล้ว”

          ผมได้แต่ส่ายหน้าแล้วหัวเราะเบา ๆ กับคำพูดเอาเรื่องของน้องสาว มองจนแน่ใจแล้วว่าเธอเดินเข้าไปเอาอาหารเม็ดที่เก็บไว้ในครัวแล้วจริง ๆ ถึงได้เดินไปที่โต๊ะที่ผู้หญิงคนนั้นนั่งรออยู่

          ผมไม่ชอบยุ่งกับคนอื่น...แต่พอมีคุณภูเข้ามาแล้ว เหมือนว่าจะต้องเข้าไปยุ่งอย่างช่วยไม่ได้จริง ๆ

          “สวัสดีครับ” ผมทัก หยุดยืนอยู่ข้าง ๆ โต๊ะ ทำให้อีกฝ่ายเงยหน้าขึ้นมามอง ก่อนที่ริมฝีปากที่แต่งแต้มด้วยลิปสติกสีสดจะแย้มเป็นรอยยิ้มออกมา แล้วผายมือไปทางเก้าอี้ที่ว่างอยู่

          “เชิญนั่งก่อนค่ะ” เธอบอก ก่อนจะอุทานออกมาเบา ๆ แล้วหัวเราะน้อย ๆ “อ๊ะ...จริง ๆ ไม่ต้องเชิญสินะคะ ลืมนึกไปเลยว่าคุณเป็นเจ้าของร้าน ฉันนี่แย่จริง”

          ผมได้แต่ยิ้มนิ่ง ๆ ตามมารยาท ไม่ได้ตอบอะไรออกไป แล้วทรุดตัวนั่งลงที่เก้าอั่งตรงข้าม กวาดตามองร้านของตัวเองที่ตอนนี้มีลูกค้านั่งห่างออกไปอยู่แค่สองโต๊ะเพราะเป็นช่วงบ่ายของวันธรรมดานิดหน่อย ก่อนจะหันกลับมาหาคู่สนทนาเมื่อเสียงหวานเอ่ยต่อ

          “นามบัตรค่ะ” เธอบอก เลื่อนนามบัตรใบเล็ก ๆ มาตรงหน้า ทำให้ผมหยิบขึ้นมากวาดสายตาอ่านเล็กน้อย หูก็ยังได้ยินเสียงหวานเอ่ยต่อ “ส่วนของคุณไม่ต้องก็ได้ค่ะ ฉันรู้จักอยู่แล้ว เก็บไปก็คงไม่มีประโยชน์”

          น้ำเสียงของเธอยังเรียบเรื่อยสบาย ๆ ราวกับพูดเรื่องดินฟ้าอากาศทั่วไป แต่เนื้อความไม่ค่อยน่าฟังเท่าไรนัก ผมว่าถ้าอายอยู่ตรงนี้ด้วย น้องสาวก็ผมจะต้องหงุดหงิดมากแน่ ๆ ผมเองก็ไม่ชอบคุยกับคนแบบนี้ซักเท่าไร

          ผู้หญิงคนนี้เหมือนงู...บางครั้งก็ดูมีสเน่ห์ แต่อันตราย ไม่น่าเข้าใกล้ จริง ๆ จะบอกว่าเหมือนงูก็ไม่ถูกนัก เพราะอย่างน้อยเวลางูจะฉกก็ยังแผ่แม่เบี้ยออกมาให้รู้ แต่กับคนคนนี้...เธอมีรอยยิ้มแบบเดิมตลอดจนไม่แน่ใจว่าคิดอะไรอยู่

          รู้สึกเหมือนจะโดนฉกได้ตลอดเวลายังไงก็ไม่รู้

         ผมขมวดคิ้วนิด ๆ เหลือบมองชื่อที่อยู่ในนามบัตรอีกรอบก่อนจะเอ่ยปากกับอีกฝ่าย “ครับ แล้วคุณดารินทร์มีเรื่องสำคัญอะไรจะคุยกับผมเหรอครับ”

          “อืม...สั่งอาหารอะไรก่อนดีมั้ยคะ” เธอยิ้มน้อย ๆ ให้ แต่ก็ไม่ได้มีท่าทางจะหยิบเมนูมาเปิดแต่อย่างใด บ่งบอกว่าเธอก็แค่พูดไปตามมารยาทเท่านั้น ทำให้ผมส่ายหน้า

          “ธุระของคุณคงสำคัญมาก ไม่ต้องเสียเวลาหรอกครับ”

          “แหม...จริง ๆ ตั้งใจจะอุดหนุนคุณซักหน่อยนะคะ” เธอเอ่ยอย่างไม่ทุกข์ร้อน แล้วยืดตัวขึ้นตรง ดวงตาที่ปาดอายไลน์เนอร์คมเฉียบจ้องสบกับผม “ถ้างั้น ฉันเข้าเรื่องเลยนะคะ”

          “ครับ”

          “ฉันทราบมาว่า คุณกำลังคบกับภูอยู่ใช่มั้ยค่ะ” เธอถาม แต่ดูเหมือนไม่ได้ต้องการคำตอบอะไร เพราะยังไม่ทันที่ผมจะพูดอะไรตอบกลับ เธอก็เอ่ยต่อขึ้นมาโดยไม่เว้นจังหวะ “ฉันจะขอพูดตรง ๆ ไม่อ้อมค้อมเลยนะคะ ว่าฉันกับภูกำลังจะหมั้นกัน เพราะงั้นฉันอยากจะขอให้คุณเลิกยุ่งกับภูค่ะ”

          “...” ผมนิ่งไป ก็คิดอยู่แล้วว่าผู้หญิงคนนี้จะมาเพราะเรื่องของคุณภู แต่ไม่คิดว่าเธอจะเป็นคนเดียวกับคู่หมั้นที่ไม่รู้ว่าเป็นใครคนนั้น ท่าทางของเธอก็ดูเป็นคุณหนูผู้ดีจริง ๆ นั่นแหละครับ...ก็ไม่แปลกถ้าคุณแม่ของคุณภูจะคิดว่าเธอเหมาะสม

          แต่ก็เท่านั้น... “คุณภูไม่ได้รักคุณ”

          “อ่ะ---!” เธอเหมือนจะตกใจนิดหน่อยที่ผมพูดแบบนั้นออกไป แต่เพียงครู่เดียว รอยยิ้มของอีกฝ่ายก็กลับมาแต่งแต้มอยู่บนริมฝีปากเหมือนเดิม “ฉันเข้าใจดีค่ะ แต่เรื่องหมั้นหมายเป็นเรื่องที่ผู้ใหญ่ของทางเราทั้งสองฝ่ายตกลงกันเรียบร้อยแล้ว ไม่ว่ายังไงการหมั้นหมายก็ต้องเกิดขึ้นค่ะ ฉันแค่อยากเตือนให้คุณถอนตัวไปเสียตั้งแต่ตอนนี้”

          “...” ผมไม่ตอบ ขณะที่เธอทำสีหน้าราวกับกำลังลำบากใจ

          “ฉันเองก็ไม่ได้เกลียดอะไรคุณ ที่มาบอกก็แค่หวังดีเท่านั้นค่ะ” เธอบอก แย้มรอยยิ้มที่ดูอันตรายออกมาอีกรอบ “ฉันไม่อยากให้คนดี ๆ อย่างคุณถูกใครต่อใครหาว่าแย่งสามีคนอื่นเอานะคะ”

          ผมว่า...ผมคิดถูกจริง ๆ ที่ไม่ให้อายมาอยู่ฟังด้วย ไม่งั้นน้องสาวผมจะต้องอาละวาดจนร้านพังแน่ ๆ เพราะผมเองยังรู้สึกไม่พอใจเลยครับ

          ประโยคที่มีเจตนาจะต่อว่าผมอย่างโจ้งแจ้งขนาดนี้...ผมไม่ชอบ

          “ขอบคุณครับ แต่ผมไม่เคยคิดจะแย่งผู้ชายกับใครหรอก คุณสบายใจได้” ผมยิ้มตอบกลับไม่ เอียงคอน้อย ๆ แล้วเท้าคางอย่างจงใจเผยให้เห็นร่องรอยที่ซ่อนอยู่ใต้ร่มผ้า มองอีกฝ่ายนิ่ง ๆ “ผมไม่เสียแรงไปกับเรื่องเปล่าประโยชน์แบบนั้นหรอกครับ มันไม่คุ้มค่า...ถ้าจะต้องเหนื่อย ทำอะไรที่ต่อให้ไม่ต้องไปแย่งกับใคร คุณภูก็ไม่ไปไหนดีกว่านะครับ”

          อีกฝ่ายกวาดสายตามองร่องรอยที่โผล่พ้นจากเสื้อผ้าของผมนิด ๆ ก่อนจะยิ้มน้อย ๆ ออกมา ทั้ง ๆ ที่รู้สึกว่าตัวของเธอเริ่มสั่นน้อย ๆ คงเพราะโกรธแล้วก็ตาม...เป็นผู้หญิงที่น่ากลัวจริง ๆ “มั่นใจจังเลยนะคะ”

          “ครับ” ผมไม่คิดจะถ่อมตัว ถ้ามันจะเปิดช่องให้อีกฝ่ายต่อว่าผมได้อีก หลังจากนี้ผมอาจจะต้องเสียลูกค้าไปซักคน แต่นั่นก็ไม่เป็นปัญหาซักเท่าไร

          ผมเองก็ไม่อยากให้เด็ก ๆ ของผมอยู่ใกล้งูพิษเหมือนกัน

          “เฮ้อ...ที่จริงแล้ว ฉันรู้จักภูมาก็นานพอจะรู้ว่าเขาชอบอะไรหรือไม่ชอบอะไรนะคะ” เธอแสร้งถอนหายใจออกมา แล้วส่ายหน้าน้อย ๆ ขณะที่ริมฝีปากสีสดก็เอ่ยต่อ “ฉันเองก็ไม่อยากพูดเรื่องนี้ซักเท่าไร...แต่ภูน่ะ ชอบลองอะไรแปลก ๆ ตลอดนั่นแหละค่ะ”

          ดวงตาของอีกฝ่ายจับจ้องมาที่ผม เหมือนกับจะบอกว่าอะไรคือ ของแปลกที่ว่า ทำให้ผมขมวดคิ้วนิด ๆ ยิ่งเห็นแบบนั้น เธอก็ยิ่งแย้มยิ้ม

          “แต่ก็แค่ลองชั่วครั้งชั่วคราวตลอด เบื่อก็โยนทิ้งทุกที คุณอาจจะยังไม่รู้ว่าภูเป็นแบบนั้น ฉันเองก็ไม่ได้มีเจตนาร้ายอะไรที่เอาเรื่องนี้มาพูดหรอกนะคะ แค่อยากจะบอกให้คุณทำใจไว้เนิ่น ๆ ...”

          เธอกำลังต้องการจะสื่อว่าผมจะโดนโยนทิ้งเมื่อไรก็ได้ หรือไม่ก็คงต้องการให้ผมทะเลาะกับคุณภูถึงได้ยกเรื่องในอดีตพวกนี้มาเล่าให้ผมฟัง พูดเหมือนกับว่าตอนนี้คุณภูก็ยังเป็นแบบนั้นอยู่ และนั่นทำให้เธอพลาด...คงคิดไม่ถึงหรอกครับว่าคุณภูบอกผมหมดทุกเรื่องแล้ว ผมรู้ว่าถ้อยคำที่ผมจะพูดต่อไปนี้มันอาจจะไม่ค่อยดีซักเท่าไร แต่ในเมื่ออีกฝ่ายร้ายใส่กันซะขนาดนี้ ผมก็ไม่จำเป็นต้องรักษามารยาทอะไรมากนัก

          “เหมือนที่คุณภูทำกับคุณน่ะเหรอครับ”

          “นี่คุณ!” เหมือนคำพูดของผมจะไปจี้จุดเธอเขา อีกฝ่ายถึงได้เผลอขึ้นเสียงใส่ แต่พอมีคนอื่นมองมา เธอก็หลับตาลงแล้วสูดลมหายใจเข้า คงจะพยายามข่มอารมณ์อยู่ เพียงไม่นานใบหน้าของเธอก็กลับมามีรอยยิ้มอาบยาพิษเหมือนเดิม “อย่ากล่าวหากันแบบนั้นสิคะ”

          “...” ผมมองเธอนิ่ง ๆ นี่ผมไม่ได้กล่าวหาอะไรเลยซักนิด แม้แต่เรื่องของคนคนนี้ คุณภูก็บอกผมหมดแล้ว คุณภูบอกว่าเขาคิดว่าเธอน่าจะเคยเป็นคู่ขาเก่าของเขาซักคน แต่หน้าพิมพ์นิยมแบบนี้เขาจำไม่ได้ แค่เดาว่าน่าจะใช่ ผมก็ไม่ได้ว่าอะไรที่คุณภูจะจำไม่ได้หรอกนะครับ เพราะนั่นหมายความว่าเขาไม่สนใจเธอเลยซักนิด

          คิดแล้วก็น่าขำ ที่คนตรงหน้าทำเหมือนรู้จักคุณภูดี ทั้ง ๆ ที่จริง ๆ แล้วไม่เลยซักนิด โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเธอเอ่ยต่อ เหมือนกับพยายามจะบั่นทอนความมั่นใจของผม “ที่ฉันจะบอกก็คือ ฉันเองก็พอรู้มาบ้างว่าคุณภูชอบอะไรแบบไหน...ถ้าจะให้พูดตรง ๆ ก็อย่าว่ากันเลยนะคะ แต่คุณภูเกลียดอะไรจืดชืดที่สุดเลยล่ะค่ะ”

          “...”

          “แล้วคุณเองก็ดู...อืม...ขออนุญาตนะคะ...” เธอยิ้ม กวาดสายตามองผมแบบไม่คิดปกปิดแล้วก็เงยหน้าขึ้นมาสบตากับผมอีกครั้ง “...จืดชืด”

          “คิดแบบนั้นเหรอครับ” ผมเลิกคิ้วขึ้นนิด ๆ ยิ้มขำกับความพยายามที่จะข่มกันของหญิงสาวตรงหน้า การที่ผมไม่ชอบยุ่งกับใคร ไม่ได้หมายความว่าผมจะโต้ตอบไม่เป็นแล้วยอมให้คนอื่นมาต่อว่ากันแบบนี้ซักหน่อย “ผมก็ไม่รู้ว่าจืดรึเปล่า แต่คนที่เขาได้กินก็ติดใจจนต้องขอกินใหม่ตลอดเลย...ผมว่าคืนนี้คงต้องลองถามดูว่าจืดจริงรึเปล่า”

          “หน้าไม่อาย!!” พอโดนตอกกลับไปแบบนั้น เธอก็ทำปากอ้า ๆ หุบ ๆ อยู่พักหนึ่ง ก่อนจะหลุดว่าออกมาตรง ๆ ทำให้ผมขมวดคิ้วอย่างไม่ค่อยพอใจ แล้วส่ายหน้า

          “ไม่เห็นต้องอายเลยนี่ครับ ผมให้กินแค่คนเดียว ไม่ได้ให้ไปทั่วซักหน่อย”

          “นี่คุณกำลังว่าฉันงั้นเหรอ!!” ดูเหมือนเธอจะเริ่มเก็บอารมณ์ไม่อยู่แล้ว ถึงได้เผลอขึ้นเสียงดังขึ้นเรื่อย ๆ จนตอนนี้ลูกค้าอีกสองโต๊ะที่เหลือหันมามองกันหมดแล้ว ทำให้ผมต้องปรามออกไป ไม่อยากให้มีเรื่องในร้านตัวเองเท่าไรหรอกครับ

          “ใจเย็น ๆ สิครับ ผมยังไม่ได้บอกเลยว่าหมายถึงคุณ” ผมบอกยิ้ม ๆ เอ่ยเตือนเธอ “คนมองหมดแล้ว คุณไม่อายเหรอครับ”

          “คุณ...!” เหมือนคำถามที่ว่าไม่อายเหรอของผมจะทำให้เธอสงบสติอารมณ์ได้มากขึ้น เธอถึงเลิกเสียงดังแล้วนั่งกระฟัดกระเฟียดอยู่ตรงหน้าผม เห็นพยายามสูดลมหายใจเข้าอยู่หลายรอบเหมือนพยายามสงบสติอารมณ์เต็มที่

          จริง ๆ ก็นับว่าเธอเก่งนะครับที่สงบสติอารมณ์ได้มากขนาดนี้ ถ้าเป็นคุณภูหรืออายคงอาละวาดจนร้านผมพังไปตั้งแต่สองสามประโยคแรกแล้ว

          “น้ำซักแก้วมั้ยครับ เดี๋ยวผมเลี้ยง”

          “ไม่ต้อง!” เธอถลึงตามองผม ก่อนจะกัดปากอย่างหงุดหงิดแล้วมองไปรอบ ๆ ร้าน ใช้เวลาซักพักก็เหมือนจะใจเย็นขึ้น ถึงได้ยอมหันกลับมาพูดกับผมเหมือนเดิม เพียงแต่คราวนี้ไม่มีรอยยิ้มปลอม ๆ อยู่บนใบหน้าแล้วก็เท่านั้น “ตกลงยังไงคุณก็จะไม่ยอมเลิกยุ่งกับภูแน่ ๆ ใช่มั้ยคะ”

          “ครับ”

          “เฮ้อ...ถ้างั้น...” เธอถอนหายใจออกมา แล้วก้มหน้าก้มตาหยิบอะไรซักอย่างออกมาจากกระเป๋าถือของเธอ แล้วเลื่อนมาวางตรงหน้าผม ทำให้ผมก้มลงมองโดยอัตโนมัติ แล้วก็ต้องขมวดคิ้วมุ่นเมื่อเห็นว่ามันเป็นเช็คที่เขียนวงเงินเป็นเลขหกหลักเอาไว้...ท่าทางนอกจากหน้าตา กับเรื่องที่รู้จักรักษากริยามารยาทแล้ว ฐานะทางบ้านก็ไม่น้อยไปกว่าคุณภูเลยสินะ “เลี้ยงสัตว์เยอะแยะขนาดนี้ คงใช้เงินไม่น้อยเลยสินะ ลำพังร้านนี้คงไม่พอ ถ้าเกิดคุณกังวลเรื่องนั้นอยู่ก็รับนี่ไปแล้วปล่อยคุณภูไปเถอะค่ะ ให้เขาได้แต่งงานกับคนที่เหมาะสมดีกว่านะคะ”

          ผมรู้สึกเหมือนกำลังโดนตบหน้า แล้วก็กำลังโกรธขึ้นมาจริง ๆ ...ผู้หญิงคนนี้กำลังตีค่าคุณภูเป็นเงิน คุณภูของผมมีค่ามากกว่านั้น! อะไรก็เอามาเทียบไม่ได้หรอก...

          ผมหยิบเช็คขึ้นมา มองเธอที่เริ่มแย้มรอยยิ้มราวกับคิดว่าผมกำลังจะตอบรับข้อเสนอ

          แคว่ก!

          ก่อนที่รอยยิ้มนั้นจะค่อย ๆ หายไปเมื่อผมฉีกกระดาษแผ่นนั้นทิ้ง แล้วเลื่อนกลับไปตรงหน้าอีกฝ่าย “ผมบริหารเงินเป็นครับ ไม่จำเป็นต้องเกาะใครกิน”

          “...”

          “แล้วก็...อย่าเอาเงินมาตีค่าคุณภูของผมด้วยครับ”

          “ฉันไม่คิดว่าคุณจะหัวดื้อขนาดนี้เลยนะคะ” เหมือนอีกฝ่ายจะเริ่มเหลืออดกับผมแล้ว แต่ก็ดีเหมือนกัน ผมเองก็กำลังจะเหลืออดกับเธอ “ฉันก็ไม่ได้อยากจะใช้วิธีนี้ แต่ก็ช่วยไม่ได้...”

          คราวนี้เธอหยิบรูปถ่ายที่ดูก็รู้ว่าแอบถ่ายออกมา เป็นรูปที่ผมกำลังจูบคุณภูที่หลังร้านในตอนที่คิดว่าไม่มีใครอยู่แล้ว ทำให้ผมขมวดคิ้วมุ่น ดูเหมือนการที่เธอมาคราวนี้ผมจะได้รู้อะไรดี ๆ หลายอย่างเชียว ผมเงยหน้ามองเธอที่แย้มรอยยิ้มเหมือนคิดว่าตัวเองกำลังจะชนะ

          “...ฉันไม่ได้อยากจะขู่อะไรหรอกนะคะ แต่แค่อยากให้คุณรู้ว่า นอกจากรูป ฉันสามารถทำอะไรอีกหลาย ๆ อย่างได้เลยล่ะค่ะ ฉันว่าคุณยอมถอยเถอะค่ะ ด้วยความหวังดีจากใจเลย”

          ผมมองรูปใบนั้น ก่อนจะตัดสินใจเก็บมันไว้กับตัว แล้วยิ้มนิ่ง ๆ ให้อีกฝ่าย “ผิดกฎหมายนะครับ แถมสารภาพออกมาเองแบบนี้ เรื่องก็ง่ายเลย”

          เหมือนเธอจะชะงักไปนิดหน่อย แต่ก็เค้นหัวเราะออกมา “หึ...คุณคิดว่าจะมีใครเชื่อล่ะค่ะ”

          “มีหลักฐานนะครับ คงมีรอยนิ้วมือคุณอยู่” ผมบอกยิ้ม ๆ ชูรูปในมือให้ดู เห็นเธอหน้าเสียไปแปปหนึ่ง เดาว่าคงคิดไม่ถึง...ดูเหมือนเป็นพวกที่มีความคิดร้าย ๆ แต่ไม่กล้าลงมือทำจริง ๆ ล่ะสิ แค่แอบถ่ายก็กลัวความผิดจะตายอยู่แล้วล่ะมั้ง “แล้วก็มีพยานเยอะแยะไป แถมร้านผมมีกล้องวงจรปิดด้วยนะครับ”

          ผมเสริม สังเกตมาตลอดว่าตั้งแต่เริ่มคุยกับเธอ พนักงานในร้านก็เดินเฉียดไปเฉียดมาอยู่ใกล้ ๆ ตลอด ยังไงก็คงได้ยินที่ผมคุยกับเธออยู่แล้ว แล้วยิ่งพูดแบบนั้น อีกฝ่ายก็เหมือนจะไปไม่ถูก ดวงตาที่เคยแสดงความมั่นใจดูหลุกหลิกชอบกล แต่สุดท้ายเธอก็ยืดตัวขึ้นแล้วพยายามที่จะมั่นใจเหมือนเดิม

          “ช่างเถอะ วันนี้ฉันแค่มาเตือนด้วยความหวังดี แต่น่าเสียดายที่คุณไม่ฟัง” เธอบอก แล้วลุกขึ้นยืน ท่าทางพร้อมจะไปจากร้านของผมแล้ว แต่ก็ยังไม่วายปรายตามองอีกครั้ง พร้อมกับคำขู่ทิ้งท้าย “เดี๋ยวก็โดนโยนทิ้งเข้าซักวัน”

          เธอทิ้งท้ายไว้แค่นั้นแล้วก็เดินออกจากร้านของผมไป ขณะที่ผมได้แต่ยกมือขึ้นนวดระหว่างคิ้วเบา ๆ พยายามคล้ายความหงุดหงิดในใจให้หมด ตัดสินใจเดินไปหยิบน้ำเย็น ๆ ในครัวมาดื่มดับอารมณ์แล้วเดินออกไปเล่นกับเด็ก ๆ ที่หลังร้าน

          “โฮ่ง ๆ ๆ !” พอเปิดประตูออกไป ก็เจอพวกตัวใหญ่ทั้งหลายกระโจนใส่ แถมยังส่ายหางไปมา ท่าทางน่าเอ็นดูซะจนผมยิ้มออกมาได้ไม่ยาก ผมนั่งกอดนั่งเล่นกับพวกเขาอยู่ตรงนั้นซักพัก อารมณ์ที่ไม่ค่อยดีก็ค่อย ๆ หายไปในที่สุด ส่วนอายไม่ได้อยู่ที่หลังร้านอย่างที่คิด น้องสาวของผมคงขึ้นห้องไปแล้ว

          “อื้ออออ รักจังงง มากอดเร็วววว” ผมหัวเราะ เอาหัวถูไถไปมากับขนนิ่ม ๆ ของโอริโอ้ปั่น ไซบีเรียนสีเทาขาวสุดหล่อประจำร้าน

          “โฮ่ง!” โอริโอ้ปั่นเห่าออกมาเหมือนจะตอบรับคำชม ทำให้ผมยิ้มกว้างเข้าไปอีก แล้วผละไปกอดเด็ก ๆ คนอื่นบ้าง นั่งเล่นกับพวกเขาเพลิน ๆ ไปเรื่อย หัวก็เริ่มคิดว่าจะบอกคุณภูยังไงให้เขาไม่อาละวาดไปซะก่อนไปด้วย

          สัญญาไว้แล้วว่าจะเล่าให้ฟัง...แต่ต้องเล่าละเอียดทุกคำพูดเลยมั้ยนะ?

          ...

          หมับ!

          “อ่ะ...!” แต่แล้วความคิดของผมก็เป็นอันต้งชะงักลงเมื่อสัมผัสได้ถึงแรงกอดรัดจากทางด้านหลัง กลิ่นโคโลญจน์อ่อน ๆ ที่คุ้นเคยทำให้ผมยกมือขึ้นลูบวงแขนแกร่งที่ดึงผมเข้าหาเบา ๆ “คุณภู ยังไม่เลิกงานไม่ใช่เหรอครับ”

          “อายโทรไปบอกว่าผู้หญิงคราวก่อนมาหาคุณ” คุณภูบอก ทำให้ผมเบือนหน้าไปมองคนที่นั่งหน้านิ่วคิ้วขมวดซ้อนหลังผมอยู่ ยิ้มน้อย ๆ ออกมาเมื่อเขาถาม “คุณโดนทำอะไรรึเปล่า”

          “ไม่หรอกครับ” ผมตอบ แล้วบอกข้อมูลที่รู้มา “แต่ว่ารู้แล้วนะครับว่าใครเป็นตัวการที่แอบถ่ายรูปเรา แล้วก็...รู้แล้วด้วยว่าใครเป็นคู่หมั้นคุณ”

          “อย่าบอกนะว่าผู้หญิงคนนั้น!?” คุณภูของผมหัวไว พอเกริ่นออกไปแบบนั้นเขาก็เดาได้ทันที ทำให้ผมพยักหน้ายืนยัน

          “เธอชื่อดารินทร์ครับ”

          “ชื่ออะไรก็ช่าง! แล้วคุณไม่โดนพูดอะไรไม่ดีใส่ใช่มั้ย คุณโอเครึเปล่า ผมไม่หมั้น ไม่แต่งอะไรทั้งนั้นแหละ! จะใครก็ไม่แต่งด้วยถ้าไม่ใช่คุณ!!” เป็นอย่างที่คิด พอบอกไปคุณภูก็หัวเสียใหญ่ ทำให้ผมเอียวตัวไปหาแล้วดึงแก้มเขาเบา ๆ ยิ้มน้อย ๆ ให้คนที่กำลังอารมณ์เสียอยู่

          “จริง ๆ ก็โดนมานิดหน่อยนะครับ”

          “ว่าไงนะ!? โดนอะไร เจ็บตรงไหน รู้สึกไม่ดีรึเปล่า---!

          ไม่ปล่อยให้คุณภูพูดจบ ผมก็ประคองใบหน้าของอีกฝ่ายไว้แล้วกดริมฝีปากลงไปเบา ๆ ทำให้คุณภูจำต้องหยุดคำพูดของตัวเองลงอย่างช่วยไม่ได้ สัมผัสได้ว่ามือของอีกฝ่ายค่อย ๆ เลื่อนมาถึงท้ายทอย ทำให้ผมฝืนตัวผละออกนิดหน่อย

          คุณภูขมวดคิ้วเหมือนไม่เข้าใจ “เขิน?”

          “มีเรื่องสงสัยนิดหน่อยนะครับ ขออะไรคุณซักอย่างได้มั้ย” ผมยิ้มน้อย ๆ ยกมือขึ้นคล้องคออีกฝ่ายไว้

          “อืม”

          “ชิมผม แล้วบอกทีว่าจืดรึเปล่า---อืม...”

          ยังไม่ทันทีจะพูดจบประโยคดี ริมฝีปากของผมก็ถูกริมฝีปากของคุณภูกดทับ ถูกขบเม้มดูดดึงเบา ๆ เหมือนวอนขอให้ยอมเปิดปากออก ซึ่งผมก็ยอมทำอย่างที่อีกฝ่ายต้องการแต่โดยดี ปล่อยให้ลิ้นร้อนลากวนไปทั่วโพรงปาก เกี่ยวกระหวัดกับลิ้นของตัวเองจนพอใจ เนิ่นนานจนเหมือนจะขาดใจ คุณภูถึงยอมผละออกในที่สุด รอยยิ้มน้อย ๆ แต่งแต้มอยู่บนริมฝีปากของอีกฝ่ายทำให้ผมทวงถาม

          “...จืดรึเปล่า”

          “ยังไม่รู้ ขออีกรอบนะครับที่รัก”

          สุดท้าย...ต่อให้โดนจูบกี่รอบก็ไม่ได้คำตอบอยู่ดี

          แต่ก็มั่นใจได้อย่างหนึ่งว่า...มันเป็นรสชาติที่คุณภูชอบแน่ ๆ

          ...แล้วผมก็ชอบมันเหมือนกัน

          ทีนี้ คงถึงเวลาที่จะต้องเริ่มแก้ปัญหากันอย่างจริงจังก่อนที่ความสงบสุขในชีวิตผมจะโดนใครทำลายลงซะแล้วล่ะครับ

 

เย่ อัพแล้วค่า

ตื่นเต้นมาก เป็นวันที่สามารถทำสองอย่างให้เสร็จในวันเดียวกันได้ ทั้งแปลมังงะและแต่งนิยาย ปกตินี่ทำได้แค่อย่างเดียวแล้วร่างกายจะบอกว่า พอ! เลิก! ภารกิจของวันนี้เสร็จสิ้นแล้ว อะไรประมาณนั้นล่ะค่ะ ฮ่า! ส่วนวันหรุ่งนี้เราจะไป ctw!!! เย่ จะไปเที่ยววววววววววววววววว ได้ออกจากบ้านล๊าววว

สำหรับตอนนี้ เผยให้เห็นด้านมืดเล็ก ๆ ของคุณเขิน...ริจะเป็นเจ้าของคุณภู จะให้ยอมง่าย ๆ มันเป็นไปไม่ได้ค่ะ! 555555555

และในที่สุด คู่หมั้นพวงตำแหน่งคู่ขาเก่าของคุณภูก็มีชื่อล๊าวววววววว แอร้ย ตื่นเต้น(?) แฮ่ม...ไม่ใช่เหรอ(?)

ต้องเข้าในดารินทร์เธอเป็นลูกคุณหนูของแท้ค่ะ รู้จักรักษากริยามารยาทแต่ชอบเอาชนะ อยากได้อะไรต้องได้ ต้องเป็นที่หนึ่งเสมอ อะไรที่ตัวเองไม่ได้ ถ้าอยากได้มันก็ต้องได้สิว้า! อารมณ์ประมาณนี้ล่ะค่ะ

ส่วนใครสงสัยว่าคุณเขินจืดมั้ย พี่ภูบอกว่า ไม่ต้องรู้ ถึงรู้ไปก็ไม่ได้กิน! ล่ะค่ะ 55555555555555 รู้สึกเหมือนได้ยินเสียงขู่แง่ง ๆ ของพี่ภูเลย //เผ่น

ยังไงสำหรับตอนนี้ก็ขอฝากพี่ภูและคุณเขินไว้อีกตอนด้วยค่ะ

ปล.ติดแฮชแท็ก #ภูเขิน หรือ #ทาสเจ้าของแมว สำหรับเรื่องนี้นะคะ จุ้บ ๆ












(c)              Chess theme
  
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 33 ครั้ง

1,713 ความคิดเห็น

  1. #1688 KNfanfan (@KNfanfan) (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 19 กันยายน 2561 / 01:56
    กลับมาอ่านอีกครั้งก็ยังชอบ รักเขินนนนน
    #1688
    0
  2. #1627 furbybaek (@furbybaek) (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 17 มีนาคม 2560 / 17:43
    โอ้ย มีความฟินตอนท้าย 5555
    #1627
    0
  3. #1500 mengai (@mosysp) (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 7 มกราคม 2560 / 16:49
    กรี๊ดดดดดดด เขินนนน แสบมากค่าาา ชอบบบบบบ
    #1500
    0
  4. #1499 mengai (@mosysp) (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 7 มกราคม 2560 / 16:49
    กรี๊ดดดดดดด เขินนนน แสบมากค่าาา ชอบบบบบบ
    #1499
    0
  5. #1498 mengai (@mosysp) (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 7 มกราคม 2560 / 16:49
    กรี๊ดดดดดดด เขินนนน แสบมากค่าาา ชอบบบบบบ
    #1498
    0
  6. วันที่ 4 มกราคม 2560 / 00:54
    คุณเขินตอนนี้..บอกได้คำเดียวว่าตายเรียบค่ะ ตายเรียบ55555555&5 โอ้ยยยยยยยย แม่ขาาาาา
    #1375
    0
  7. #1273 baekbow (@baekbow) (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2559 / 18:42
    กรี๊ดดดดดดดดดังมากตอนนี้ คุณเขินไม่ธรรมดานะคะบอกเลย มีความโชว์เหนือ มีความตอกกลับด้วยท่าทางนิ่งๆ หงายไปสิชะนี ยุไงก็ยุไม่ขึ้นเพราะคุณเขินเขามีสมอง และคุณภูเขาพิสูจน์ใจกันเรียบร้อยแล้วค่ะ #สะใจ
    #1273
    0
  8. #1272 bébé (@unpika) (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2559 / 14:40
    ไม่ใช่ทุกคนที่ชอบอาหารรสจัดนะคะ แล้วรสจืดมันก็ดีต่อสุขภาพด้วย 5555
    #1272
    0
  9. #1271 pcyc (@open2001) (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2559 / 14:15
    ถ้าจืดชืดภูไม่หลงขนาดนี้หรอกกกก ภูทั้งรักทั้งหวงขนาดนี้
    #1271
    0
  10. #1270 tinzel (@tinzel) (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2559 / 12:49
    คุณเขินแม่งได้ว่ะเฮ้ย5555555 (ขออภัยที้หยาบคาย._.) แต่นะคะแต่ อยากไปช่วยพี่ภูชิมคุณเขินจังเลยค่ะ แอร้ /โดนพี่ภูเขี่ยออกมาเบาๆ
    รอตอนต่อไปนะคะ สู้ๆค่าาา
    #1270
    0
  11. #1269 Cynkat (@snowcharisma) (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2559 / 08:47
    ชอบที่เขินเป็นคนนิ่งๆ นิสัยไปเรื่อยๆ ไม่สนใจใครอ่ะ
    มันทำให้เขินมั่นคง และพร้อมชนได้ตลอดเวลา
    เป็นคนที่ดูไม่ออกตัว แต่ก็เป็นเหมือนกันชนให้คุณภูได้ตลอด
    ไม่มีใครเหมาะสมที่จะอยู่เคียงข้างคุณภูได้เท่าเขินอีกแล้ว
    #1269
    0
  12. #1268 MINANORIGO (@MINANORIGO) (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2559 / 01:34
    ไรท์แล้วจากเรื่องพระพายที่คุณภูโดนรถชนเนี่ย เมื่อไรคะ ถ้าจำไม่ผิดคุณภูเข้าโรงบาลด้วยนี้?? *0* อ่า รถชนด้วยรึเปล่าถ้าจำไม่ผิดอีก
    #1268
    0
  13. #1267 ♡.jaja (@jaruko) (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2559 / 00:06
    เขินนิ่งมาก ชอบๆ
    #1267
    0
  14. #1265 'คุณนายโอ' (@hunnie94) (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 30 ธันวาคม 2559 / 19:50
    คุณเขินเด็ดมากค่ะ ดูสูงค่าดูแพงกว่าชะนีคนนั้นเป็นล้านเท่า สะใจ
    #1265
    0
  15. #1264 Som O Usanee (@pomelo8063) (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 30 ธันวาคม 2559 / 19:29
    คุณเขินเลิศมากค่ะ ชะนีนั่นม้วนหางกลับบ้านแทบไม่ถูกแล้วจ้าาาาาา คุณเขินก็แค่พูดตรง ๆ เรียบ ๆ เองนะ แต่สะใจดีพิลึก หึหึ 5555555 สะใจ อิอิ
    #1264
    0
  16. วันที่ 30 ธันวาคม 2559 / 17:59
    วู้วววววว เขินบั่บ อื้อหือเลยอ่ะ55555 ตอบกลับนุ่นนวลสมเป็นคุณเขิน5555
    #1262
    0
  17. #1261 hunchante (@hunchante) (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 30 ธันวาคม 2559 / 17:07
    ฮืออออออ อยากพี่เขินกลับบ้านซักคน น่ารักอะไรเบอร์นี้;-;
    #1261
    0
  18. #1260 jibbubu (@jibbubu) (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 30 ธันวาคม 2559 / 13:20
    เขินเก่งมากเลย กล่าววาจาได้แบบเฉือดนิ่มๆ ยัยดารินทร์อะไรนั้นถึงกับหลุด ทำอะไรเขินไม่ได้เลย เขินเก่งสุดๆ อ่ะ ชอบเขินจริงนั้นน่ะเขาเรียกว่ายั่วแล้วนะเขิน ชิมหน่อยว่าจืดมั้ย ถามพี่ภูแบบนั้นได้ไงค่ะ ถามแบบนั้นก็เข้าทางพี่ภูเขาซิคะนั้น
    #1260
    0
  19. #1258 J-gon (@J-gon) (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 30 ธันวาคม 2559 / 10:57
    ใช้ความนิ่งสงบ สยบความเคลื่อนไหว ตายเรียบ5555
    #1258
    0
  20. #1257 Bks Bongkiz (@bkyib) (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 30 ธันวาคม 2559 / 09:14
    เขินสุดยอดดดดด
    #1257
    0
  21. #1256 Whatever it is (@oil-sup) (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 30 ธันวาคม 2559 / 08:44
    คุณเขินก็ไม่ง่ายนะคะ จะมาเล่นงานกันง่ายๆได้ไง 5555
    #1256
    0
  22. #1255 asrxxy (@ay-siriluk) (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 30 ธันวาคม 2559 / 07:16
    พี่เขินนี่ก็ไม่เบานะจ๊ะ ปากคอเราะร้ายใช่ย่อย ชอบอ่ะ ฮือออออ
    #1255
    0
  23. #1254 Every'poy Sabkerd (@-everypoy-) (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 30 ธันวาคม 2559 / 07:07
    เขินเอาไป5ดาวเต็มเลยยยยย มันต้องแบบนี้ มาดิ้นๆๆตามชะนีมันไม่ใช่นายเอกยุคนี้ 555555 คุณภูก็ยังเป็นคุณภูห่วงเขินตลอดดด น่ารักกกก น้องอายตบเลยค่ะพี่ช่วย 5555 อินทำไมเบอร์นี้
    #1254
    0
  24. #1253 diamchu (@diamchu) (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 30 ธันวาคม 2559 / 07:04
    นังชะนีงูพิษ!!!!!!!! ชอบเขินตอนนี้มาก มีความแซ่บ เอาเส่ชะนี เอาเส่

    เพิ่งมาอ่าน อ่านยาวเลยจนมาถึงตอนนี้
    ฮื่ออ ขอโทษที่เพิ่งมาเม้นท์ค่ะ

    ชอบเรื่องนี้มากเลย คนแต่ง แต่งได้ดีมาก
    จะติดตามต่อไปนะคะ <3
    #1253
    0
  25. #1252 View Ha Bin (@mailV) (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 30 ธันวาคม 2559 / 02:08
    -ย๊ะ คุณเขินมาเหนือกว่านะคะชะนี!! สู้ๆค่ะคุณเขินนนนนน.... ขอจุดจบของยัยมารร้ายนั้นแบบสะใจๆนะคะไรต์ 55555555
    #1252
    0