Pob-Rak Publishing | [END] O W N E R ★ รับ แลก รัก [YAOI]

ตอนที่ 40 : O W N E R 3 9 ★ หึ ง ห ว ง ?

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,291
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 40 ครั้ง
    13 ธ.ค. 59















O W N E R 3 9 หึ ง ห ว ง ?

 

# PHUPHA

          ช่วงนี้ชีวิตผมดำเนินไปแบบเรื่อย ๆ เอื่อย ๆ เฉื่อย ๆ ไม่ได้มีอะไรพิเศษแต่ก็นับว่าสงบสุขดี การงานที่บริษัทก็เรียบร้อยไม่ได้มีปัญหาอะไร นาน ๆ ทีก็เจอพ่อบ้างที่บริษัท แต่ไม่ได้พูดอะไรกันเหมือนเดิม ส่วนแม่...ช่วงนี้ก็ไม่ได้เจอเลย เพราะผมไม่ได้กลับไปเหยียบบ้านมานานแล้ว

          โทรศัพท์ก็ไม่ได้รับสายเลยซักสาย...ยังกับตัดขาดกันแล้วจริง ๆ ยังไงยังงั้น

          ถามว่ารู้สึกแย่มั้ยมันก็ไม่เชิง เพราะผมก็ยังใช้ชีวิตได้ตามปกติ แต่ถามว่ากับเรื่องนี้แล้ว ไอ้ที่เป็นอยู่แบบนี้มีความสุขมั้ย แน่นอนว่าก็ไม่...แต่พอคิดว่าถ้าพยายามจะเข้าหาอีก ก็คงเจ็บอีกก็คิดว่าปล่อยให้มันเป็นแบบนี้จะดีซะกว่า อย่างน้อยห่างกันไปแบบนี้ ก็ไม่ต้องโดนทำร้ายด้วยคำพูดเจ็บ ๆ แสบ ๆ พวกนั้นอีก ผมไม่ได้อยากเสียครอบครัวไป แต่ก็รู้ตัวดีว่า ถึงทำยังไงก็ไม่มีทางได้ครอบครัวดี ๆ กลับมาอีกแล้ว

          ครอบครัวดี ๆ งั้นเหรอ...ภาพของไอ้พวกลูกลิงแสบที่ไปเจอมาเมื่อต้นปีปรากฏขึ้นมาในหัวแทบจะในทันที

          ช่วงนี้ พอคิดถึงเรื่องครอบครัวขึ้นมาทีไร ภาพครอบครัวของเขินก็ชอบแว้บเข้ามาให้คิดถึงทุกที

          รู้ตัวเลยว่ากำลังอิจฉา...

          ผมสะบัดหัวไล่ความคิดแปลก ๆ ออกไป มือก็ขย้ำพุงไอ้เหมียวที่เห็นอย่างชัดเจนแล้วว่ามันอ้วนขึ้นมาก ๆ จนพุงย้อยเป็นของเหลวไปแล้วเล่น

          “หง่าววววว” ไอ้เหมียวร้องอย่างเกียจคร้าน ตัวเผละ ๆ ของมันก็ยังนอนหงายท้องให้ผมขย้ำพุงเล่นเหมือนเดิมไม่ขยับไปไหน ตาหลับพริ้มเหมือนจะกำลังสบาย...ดีจริง ๆ เกิดเป็นแมวนี่ดีจริง ๆ ตื่นมากิน กินเสร็จก็นอน ให้ตาย...

          เห็นแบบนี้แล้ว จู่ ๆ ก็อยากลาออกจากการเป็นคนขึ้นมาซะดื้อ ๆ

          “หมั่นไส้ว่ะ ชีวิตมึงเคยคิดอะไรนอกจากกินกับนอนป่ะวะ” ดูเหมือนช่วงบ่ายของวันหยุดสุดสัปดาห์แบบนี้จะทำให้สมองของผมรวน ๆ เอื่อย ๆ อย่างบอกไม่ถูก ไม่อย่างงั้นคงไม่มานั่งพูดกับแมวอยู่แบบนี้

          จะว่าไป...ช่วงนี้ผมเริ่มรู้สึกว่าตัวเองเอื่อย ๆ เนือย ๆ เหมือนจะซึมซับพฤติกรรมความเนือยของสุดที่รักมาโดยไม่รู้ตัวยังไงก็ไม่รู้ เรียกได้ว่าชีวิตคาดแสงสีไปโดยสิ้นเชิง...ถ้าให้เปรียบเทียบ เมื่อก่อนชีวิตผมเหมือนโดนสีจัดจ้านสาดเทใส่มั่วซั่วไปหมดจนไม่รู้ว่าอะไรเป็นอะไร แต่เดี๋ยวนี้ เหมือนว่าชีวิตกลายเป็นสีอ่อน ๆ นุ่ม ๆ ที่ถึงจะดูไม่ค่อยน่าสนใจ แต่มองแล้วสบายตามากกว่า

          นี่ถ้าเป็นเมื่อก่อน เวลาแบบนี้ผมคงไม่ได้มานั่งเล่นกับแมวชิล ๆ หรอกครับ ไม่นอนก็คงเหยียบรถออกไปที่ไหนซักที่ หรือไม่ก็อาจจะเพิ่งตื่นขึ้นมาในห้องพักของร้านไอ้เบียร์เพราะเมื่อคืนก่อนจัดหนักไม่ลืมหูลืมตา...พอมาย้อนคิดดูแล้ว ชีวิตผมเมื่อก่อนนี่โคตรเหลวแหลกเลยนี่หว่า

          คิดไปคิดมาก็ขำตัวเอง ทำตัวยังกับเด็กวัยคะนอง...แต่ก็นะ แสงสีมันก็เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตคนโสดอยู่เหมือนกัน แต่พอดีว่าตอนนี้ผมไม่โสดแล้ว เพราะงั้นแสงสีพวกนั้นก็ช่าง ๆ มันไปบ้างก็ได้ ที่ผ่านมาก็เก็บเกี่ยวมาเยอะจนจะเอียนอยู่แล้ว เอาเวลาที่เหลือมาอยู่กับชีวิตสีอ่อน ๆ นุ่ม ๆ ที่อยู่แล้วสบายใจแบบนี้เหมาะกว่าเยอะ

          “หึ...กูว่ากูติดเมียว่ะไอ้เหมียว” ผมหัวเราะ พูดกับแมวไปเรื่อยเปื่อย ไอ้เหมียวก็ทำแค่ปรือตาขึ้นมามองผมแล้วหลับตาพริ้มต่ออย่างไม่สนใจ เห็นแล้วก็หมั่นไส้ ขย้ำพุงมันแรงขึ้นอีกนิดหน่อย “มึงคงไม่เข้าใจ โดนตัดไข่ตั้งแต่ยังหาเมียไม่ได้”

          “หง่าวววว” ไม่รู้ว่ามันโกรธที่ผมหาว่ามันโดนตัดไข่ หรือเพราะตกใจที่ผมขย้ำพุงมันแรงเกิน แต่ร่างอ้วน ๆ ของไอ้เหมียวก็กระเด้งตัวขึ้นมามองผม แล้วเดินหนีไปอีกทางซะอย่างนั้น

          พอเห็นว่าแมวเดินหนีไปแล้ว ผมก็ยืดตัวบิดขี้เกียจนิดหน่อย เหลือบตามองนาฬิกาที่บอกเวลาบ่ายกว่า ๆ เกือบบ่ายสองแล้วหาวหวอด ตัดสินใจเดินลงไปหาอะไรให้ที่รักกินข้างล่าง เพราะมื้อเช้าของเขินก็ผ่านมาได้เกือบห้าชั่วโมงแล้ว

          สิ่งแรกที่สายตามองหาหลังจากลงมาชั้นล่าง คือร่างโปร่งของคุณเจ้าของร้านที่ลงมาดูแลร้านตั้งแต่เช้า ขณะที่ผมเลือกที่จะเคลียร์งานยิบย่อยอยู่ข้างบนแล้วเล่นกับหมากับแมวไปพลาง ๆ จะได้ไม่ต้องเกะกะเขามากนัก ลงมาก็ไม่รู้จะเอาตัวเองไปวางไว้ตรงไหนของร้านดี ยิ่งวันอาทิตย์แบบนี้ลูกค้าเขายิ่งเยอะ แต่มองแล้วมองอีกก็ไม่เห็นร่างโปร่งของสุดที่รักอยู่ในร้านเลย ทำให้ผมขมวดคิ้วน้อย ๆ เดาว่าเขาอาจจะเล่นกับไอ้พวกตัวโตอยู่หลังร้านก็ได้

          คิดได้แบบนั้นก็ตัดสินใจเดินเข้าไปในครัวก่อน

          “อ้าว คุณภู” พอเดินเข้าไปในส่วนครัว พนักงานที่คอยคุมส่วนนั้นอยู่ก็หันมามองแล้วยิ้มให้น้อย ๆ ขระที่ผมพยักหน้ารับ วันหยุดแบบนี้ เจอกันเวลานี้ ไม่ต้องถามก็รู้ว่าผมเข้ามาทำไม “คุณเขินยังไม่ได้กินอะไรเลยค่ะ”

          ก็มาหาอะไรให้เขินกินเหมือนเดิมนั่นแหละ... “ถ้างั้นผมขออะไรง่าย ๆ ซักสองจาน ครัวว่างอยู่ใช่มั้ย”

          “ค่ะ ถ้างั้นสปาร์เก๊ตตี้ขี้เมามั้ยคะ?” เมนูที่เสนอมาทำให้ผมกรอกตาครุ่นคิดนิดหน่อยก่อนจะพยักหน้าตกลง

          “ของเขินขอหวานหน่อย แล้วก็ไม่ใส่พริกนะ” ไตร่ตรองรสชาติที่สุดที่รักน่าจะชอบแล้วก็บอกออกไป เห็นพนักงานยิ้มแซว ๆ มาให้ แต่ก็ไม่ได้ทำให้ผมสะทกสะท้านซักเท่าไร ก็รู้ ๆ กันอยู่ว่าเราเป็นอะไรกัน “ส่วนของผมขอปกติเลย”

          “ได้ค่ะ เดี๋ยวเสร็จแล้วยกไปให้นะคะ”

          “หลังร้านนะ”

          “ค่ะ” พอตอบรับแล้ว พนักงานคนนั้นก็หันไปจุดเตา เตรียมตัวทำเมนูที่บอกทันที ขณะที่ผมตัดสินใจเดินออกมา ไม่อยู่เกะกะครัวอีก

          แล้วก็เป็นอย่างที่คิดไว้ไม่มีผิด เมื่อเปิดประตูหลังร้านแล้วพบว่าร่างโปร่งของสุดที่รักนั่งเล่นกับไอ้ตูบอยู่กลางสนาม รอบข้างมีลูกค้าที่เดินออกมาดูเจ้าพวกนี้อยู่ประปรายเหมือนอย่างทุกวัน

          เขินไม่ค่อยชอบยุ่งกับคนอื่นก็จริง แต่ในฐานะเจ้าของร้านแล้ว เขาก็ต้อนรับและให้ข้อมูลกับลูกค้าของเขาตามสมควร นั่นเป็นเรื่องที่ผมต้องใช้เวลาพอควรในการพยายามทำความเข้าใจเพื่อที่จะได้ไม่หึงอีกฝ่ายจนหน้ามืดไล่ตะเพิดที่ทุกคนที่ยุ่งกับสุดที่รักของผมออกไป

          ผมไม่ชอบให้ใครมายุ่งกับเขินของผมหรอกครับ...อยากเก็บไว้คนเดียวด้วยซ้ำ แต่ถ้าทำแบบนั้น คงโดนโกรธสุด ๆ แน่

          สุดท้ายก็ได้แต่ทำใจยอมรับ อีกอย่างเขินก็ไม่ได้แสดงท่าทีอะไรที่ทำให้ผมต้องเป็นกังวล...คนพวกนั้นไม่ได้พิเศษสำหรับเขิน ผมต่างหากที่พิเศษ

          “เขิน” คิดแล้วก็ยิ้มน้อย ๆ เดินเข้าไปใกล้สุดที่รักที่กำลังกอดคอไอ้มอคค่าแล้วขยับแก้มไปมาอยู่กับหัวไอ้หมานั่น ท่าทางมีความสุขใหญ่จนหลาย ๆ คนที่มองอยู่ห่าง ๆ อดยิ้มตามไม่ได้

          เขินมีบรรยากาศประมาณนี้แหละครับ ดูเหมือนจะเข้าถึงง่าย แต่พอคุยด้วยจริง ๆ จะรู้สึกถึงระยะห่างชัดเจน เหมือนเป็นการบอกกลาย ๆ ว่าห้ามรบกวน ต้องการความสงบสูง จนไม่มีใครเข้าใกล้เกินไปซักเท่าไร มันเป็นบรรยากาศที่บอกไม่ถูก ไม่ได้รู้สึกอึดอัดเหมือนโดนไล่ แต่ให้อารมณ์ประมาณเกรงใจเกินกว่าจะรบกวนซะมากกว่า

          อ๋อ...แต่นั่นเฉพาะกับลูกค้านะครับ ทุกอย่างมันมีข้อยกเว้นเสมอ อย่างเช่นว่าบรรยากาศห้ามรบกวนของเขินจะหายไปเมื่อเขาอยู่กับสัตว์เลี้ยง หรือครอบครัว...แต่ตอนนี้มีอีกอย่างที่ทำให้บรรยากาศแบบนั้นหายไปได้ แฟนเขาไงครับ

          ไม่ต้องถามว่าใคร...ผมเอง

          “เขิน” ผมเรียกเขาอีกรอบ ทรุดตัวลงนั่งยอง ๆ ใกล้ ๆ แล้วเอื้อมมือไปแตะไหล่อีกฝ่ายเบา ๆ ทำให้คนที่กำลังสนุกอยู่กับหมาตัวเองยอมละความสนใจออกจากขนนิ่ม ๆ แล้วหันมามอง

          “คุณภู” รอยยิ้มน้อย ๆ ที่ปรากฏขึ้นทั้งปากทั้งตาทำให้ผมยิ้มตอบ...สุดที่รักของผมไม่ยิ้มแบบนี้ให้คนอื่นหรอกนะครับ เห็นมั้ยว่าเขาทำให้ผมรู้สึกพิเศษขนาดไหน

          “สั่งสปาร์เก๊ตตี้ไว้ให้ อีกเดี๋ยวคงมาแล้ว”

          พอบอกแบบนั้น เขินก็กรอกตาไปมาเล็กน้อย มือยังไม่หยุดลูบขนไอ้มอคค่า “ยังไม่หิวเลยครับ”

          “ไม่หิวก็กินเป็นเพื่อนผม” ผมส่ายหน้าน้อย ๆ กับคนดื้อที่ชอบดื้อไม่เข้าเรื่องอยู่เรื่อย ถึงจะพยายามคุม ๆ แล้วก็เถอะ แต่ไอ้นิสัยไม่หิวก็ไม่อยากกินของเขินก็แก้ไม่หายซักที เพราะเขาเป็นคนชอบทำอะไรตามใจตัวเองล่ะนะครับ

          แต่ก็เพราะเป็นแบบนี้ ผมเลยได้ดูแล...ก็ไม่เลวนักหรอก

          “ฮึ้...ก็ได้ครับ” พอบอกว่าให้กินเป็นเพื่อน เจ้าตัวก็ยอมตอบรับอย่างง่ายดาย ทำให้ผมยิ้มออก “แต่ถ้าไม่หิวจะกินได้ไม่เยอะนะครับ”

          “เดี๋ยวได้กลิ่นคุณก็อยากกินเองล่ะ” ผมไหวไหล่น้อย ๆ แอบผลักหัวไอ้มอคค่าที่ยื่นมาแทรกกลางระหว่างผมกับเขินออกแล้วพาตัวเองไปนั่งอยู่ใกล้ ๆ เขาแทน “แล้วนี่ออกมาตรงนี้นานรึยัง ไม่ร้อนรึไง”

          เขินส่ายหน้า สละตักตัวเองให้ไอ้ตูบที่โดนผมผลักออกวางหัวใหญ่ ๆ ของมันไว้ตรงนั้น “อากาศกำลังเย็นครับ ไม่ค่อยมีแดดด้วย”

          ผมเงยหน้ามองท้องฟ้าที่มีเมฆมากกว่าปกตินิดหน่อยแล้วก็ไหวไหล่ แต่ยังไม่ทันที่จะได้พูดอะไรต่อ เสียงหวานที่ไม่คุ้นเคยก็ดังขึ้นใกล้ ๆ ซะก่อน

          “ภู? ภูรึเปล่าคะ?”

          ผมหันไปมอง เลิกคิ้วขึ้นน้อย ๆ เมื่อเห็นอีกฝ่าย ผู้หญิง...ก็สวยอยู่ ใบหน้าแต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางแบบพอประมาณ ออกแนวจัดจ้านพอควร ให้ความรู้สึกว่าเป็นผู้หญิงแรง ๆ กล้าได้กล้าเสีย มอง ๆ ไปก็คุ้น ๆ อยู่ แต่หน้าพิมพ์นิยมแบบนี้ผมเห็นบ่อยจะตาย กวาดตามองคร่าว ๆ แล้ว ทรวดทรงองค์เอวแนวแบบที่เมื่อก่อนผมชอบหิ้วไปต่อด้วยบ่อย ๆ เลย

          แต่ใครวะ?

          “นี่ภูจำไม่ได้เหรอคะ” เหมือนอีกฝ่ายจะรู้ว่าผมจำไม่ได้ เธอเลยทำเสียงกระเง้ากระงอด ย่นคิ้วหรี่ตาแล้วคลี่ยิ้มน้อย ๆ อย่างมีจริต ท่าทางดูก็รู้ว่าโคตรปรุงแต่ง...เป็นคนที่ทำให้นึกถึงแสงสีจัดจ้านในชีวิตเมื่อก่อนขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก

          คู่ขาเก่าเหรอ?

          บอกตรง ๆ ว่าผมไม่ได้จำหรอกนะครับว่านอนกับใครไปบ้าง เคยบอกไปแล้วว่ามันแค่ความสนุกชั่วข้ามคืน ดีลกันแฟร์ ๆ เสร็จแล้วก็จบ ไม่เคยคิดสานต่อกันใครให้เป็นภาระ เพราะงั้นผมเลยไม่เคยจำว่าคู่ขาของผมเป็นใครบ้าง โอเค...ก็อาจจะจำได้บ้างนิดหน่อย แต่ไม่เกินอาทิตย์ก็ลืมแล้วล่ะครับ...ไม่มีความสำคัญกับชีวิต

         “คุณคงจำคนผิด” ผมตัดสินใจเอ่ยออกไปแบบนั้น ถึงรูปร่างหน้าตาจะไม่เลวก็เถอะ ถ้าให้พูดตรง ๆ ก็เป็นผู้หญิงที่มีเซ็กส์แอพพีลสูงไม่น้อย ถ้ายังไม่มีเขินผมอาจจะยอมเล่นด้วยก็ได้ แต่พอดีสิ่งที่ผมต้องการจริง ๆ มันหาไม่ได้จากผู้หญิงแบบนี้...เพราะงั้นผมไม่คิดจะเล่นด้วยให้เสียเวลาหรอก สิ่งที่ผมอยากได้จริง ๆ น่ะ มีแค่เขินที่ให้ได้เท่านั้นแหละ

          แค่รัก...รักจริง ๆ น่ะ ฟังดูเป็นของง่าย ๆ ที่เหมือนจะไม่มีอะไร แต่ก็ไม่เคยเจอใครที่ให้ผมได้อย่างเขามาก่อน

          “ไม่ผิดหรอกค่ะ ฉันจำคุณได้นะ” แต่อีกฝ่ายก็ยืนยันแบบนั้น แล้วทรุดตัวลงนั่งใกล้ ๆ ผม ใกล้จนได้กลิ่นน้ำหอมอ่อน ๆ มือเรียวของอีกฝ่ายเอื้อมแตะแถว ๆ สันกราม “ตั้งแต่คืนนั้น ฉันก็ตามหาคุณมาตลอดเลยนะ ไปตามที่ผับของเบียร์ก็ไม่เจอ...เบียร์ก็ไม่ยอมบอกอะไรเลย คิดว่าจะไม่ได้เจอคุณอีกซะแล้ว”

          ชัดเลย...พูดแบบนี้คู่ขาเก่าแน่ ๆ

          แต่ขอโทษทีเถอะ มันก็หลายเดือนมาแล้วที่ผมเลิกเที่ยวแบบบนั้น เพราะงั้นไอ้บรรดาหน้าตาของคู่ขาเก่านี่แทบไม่ได้อยู่ในความทรงจำแล้วล่ะครับ

          ผมดึงมือของอีกฝ่ายออกอย่างไม่ค่อยชอบใจเท่าไรนัก เหลือบตามองเขินที่จด ๆ จ้อง ๆ มาเหมือนกำลังสนอกสนใจแล้วรู้สึกเหมือนวัวสันหลังหวะอย่างบอกไม่ถูก

          “ผมไม่รู้จักคุณ” ถึงจะปฏิเสธออกไปแบบนั้น แต่ดูเหมือนอีกฝ่ายจะไม่ได้สนใจคำปฏิเสธทำนองนั้นเท่าไร แน่ล่ะ...คู่ขาของผมแต่ละคน ใช่ย่อยซะที่ไหน ก็ประเภทรักสนุกแบบเดียวกับผมนี่แหละครับ เมื่อก่อนถึงได้ตกลงกันได้

          ผมมองอีกฝ่ายที่หัวเราะเบา ๆ ท่าทางของเธอเหมือนเป็นการแสดงอยู่ตลอดเวลายังไงยังงั้น “อย่าพูดจาห่างเหินแบบนั้นสิคะ คนก็เคย ๆ กันอยู่”

          “เขิน ไปเถอะ” ผมตัดสินใจเลิกต่อปากต่อคำกับอีกฝ่าย แล้วชวนคนที่ไม่ได้พูดอะไรนอกจากมองมานิ่ง ๆ ตั้งแต่ต้นไปที่อื่นแทน ถึงจะเคยบอกเขินไปแล้วก็เถอะว่าเมื่อก่อนผมเป็นยังไง แต่ก็ไม่อยากให้เขาเจอคู่ขาเก่าตัวเป็น ๆ แบบนี้อยู่ดี

          “เดี๋ยวสิคะ” แต่เหมือนคู่ขาเก่าที่ผมจำไม่ได้แม้แต่ชื่อนั่นจะไม่ยอมปล่อยไปง่าย ๆ เพราะมือบางของเธอเอื้อมมือรั้งแขนผมไว้แล้ว “ไหน ๆ ก็เจอกันทั้งที คืนนี้เรามารำลึกความหลังกันหน่อยมั้ยคะ”

          อึก...!

          ผมเผลอกลืนน้ำลายอึกเมื่ออีกฝ่ายพูดแบบนั้น ให้ตาย...แบบนี้ไม่ต้องเดาก็รู้แล้วมั้งว่าชวนไปทำอะไร ผมรีบหันไปมองสุดที่รักที่ยังมองนิ่ง ๆ ไม่พูดอะไร ไม่รู้ว่าเขินกำลังคิดอะไรอยู่ แต่เอาเป็นว่าผมไม่ควรให้ผู้หญิงคนนี้พูดจาเลอะเทอะกว่านี้ต่อหน้าเขาก็แล้วกัน

          “ผมเปล่านะ” ก้มลงไปกระซิบกับสุดที่รักแบบนั้น แต่ก็ไม่ได้ตอบอะไรนอกจากมองนิ่ง ๆ เหมือนเดิม ทำให้ผมถอนหายใจ แล้วหันไปหาคนที่ยังยิ้มหวานหยดย้อยมาให้อยู่ ก่อนอื่นก็ต้องเอาผู้หญิงคนนี้ออกไปก่อน ไม่งั้นคงเคลียร์กับเขินไม่ได้แน่ ๆ ...ถึงจะมรู้ว่าเขาโกรธรึเปล่าก็เถอะ “มานี่”

          พอบอกแบบนั้น เธอก็ยอมลุกขึ้นเดินตามไปอย่างว่าง่าย และมันคงจะดีกว่านี้ ถ้าอีกฝ่ายไม่กอดแขนผมไว้แล้วบดเบียดหน้าอกหน้าใจเข้าแนบชิดแบบที่ทำให้ผมต้องรีบหันไปมองเขินที่ยังนั่งมองอยู่เหมือนเดิมแต่พอสบตากัน เขากลับก้มหน้าลงไปเล่นกับหมาซะอย่างนั้น

          เวร...โกรธเปล่าวะ

          “ไม่คิดเลยนะคะว่าจะมาเจอคุณในที่แบบนี้” อีกฝ่ายพูดขึ้นขัดความกังวลของผม หลังจากที่ผมพาเธอเดินออกมาหลบมุมอยู่อีกฝั่ง “อย่างคุณไม่เหมาะกับคาเฟ่อะไรแบบนี้ซักนิดเลยค่ะ”

          ผมขมวดคิ้วมุ่น ดึงแขนตัวเองออกจากมืออีกฝ่าย แล้วถอยห่างออกมานิดหน่อย มองเธอที่หัวเราะเบา ๆ อย่างมีจริต มองแล้วขัดตาอย่างบอกไม่ถูก

          “ต้องการอะไร” ผมตัดบท แล้วเข้าเรื่อง หันไปมองทางสุดที่รักที่ยังนั่งเล่นกับหมาไปไม่ไหนเป็นระยะ ๆ ให้ตาย...รู้สึกเหมือนทำผิดมหันต์ยังไงบอกไม่ถูกเลยว่ะ

          “ก็แค่อยากรำลึกความหลังเท่านั้นเองค่ะ” เธอยิ้ม มือบางประคองใบหน้าของผมไว้ แล้วเบียดกายเข้ามาใกล้ “ว่าไงคะ คืนนี้ไปด้วยกันมั้ย”

          “ผมเลิกแล้ว” ผมตัดสินใจบอกไปตรง ๆ ดันตัวเธอออกอย่างรำคาญใจ แต่อีกฝ่ายที่ทำแค่เลิกคิ้วขึ้นแล้วหัวเราะเบา ๆ เหมือนเดิม

          “คิดว่าฉันจะเชื่อเหรอคะ อย่างคุณน่ะ...หรือว่า ที่ไม่ไปกับฉันเพราะติดใจคู่ขาคนใหม่รึเปล่าคะ” เธอถามยิ้ม ๆ ปรายตามองผ่านด้านหลังของผมไป ตรงที่เขินนั่งอยู่ “ฉันรู้ว่าคุณไม่ชอบอะไรจืดชืดแบบนั้นหรอกค่ะ”

          “เขาไม่ใช่!” ผมกัดฟันกรอด พยายามข่มอารมณ์ตัวเองเต็มที่...ผู้หญิงคนนี้เอาความคิดแบบนั้นมาจากไหน ดูถูกสุดที่รักของผมไปแล้ว

          แต่ผมจะอาละวาดในร้านของเขินไม่ได้...ผมพยายามสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ แล้วบอกเสียงเด็ดขาด

          “ผมจำไม่ได้ว่าคุณเป็นใคร แต่เลิกยุ่งกับผมซะ ผมไม่อยากใช้กำลังกับผู้หญิงหรอกนะ”

          “ยังอารมณ์ร้อนไม่เปลี่ยน...แบบนี้สิถึงจะเหมือนภูที่ฉันรู้จักหน่อย” แต่เธอก็ทำแค่หัวเราะ...หัวเราะด้วยท่าทางที่ทำให้เส้นอารมณ์ผมใกล้ขาดเต็มที “อีกเดี๋ยวคุณก็เบื่อ อย่าเสียเวลากับผู้ชายแบบนั้นเลยดีกว่านะคะ”

          “กลับไป!!” ผมกดเสียงต่ำอย่างหงุดหงิดใจ คนคนนี้พูดเหมือนเขินของผมเป็นอะไรก็ไม่รู้ที่ตีค่าไว้ต่ำยิ่งกว่าต่ำ บัดซบ!

          “ไม่เอาน่า...อย่าปฏิเสธกันนักเลย ฉันชอบคุณนะ ไปสนุกกันไม่ดีกว่าเหรอคะ”

          “ขอเตือนเป็นครั้งสุดท้าย เลิกยุ่งกับผมซะ! ผมมีคนรักของผมอยู่แล้ว ไม่คิดจะยุ่งกับผู้หญิงแบบคุณอีก” ผมว่าอย่างหงุดหงิด ตั้งใจว่าจะไม่สนใจเธออีกแล้ว ผมถือว่าตอนนี้ผมชัดเจนมากพอแล้ว ถ้ายังคิดไม่ได้ก็ให้มันรู้ไป

          “คนอย่างคุณรักใครไม่เป็นหรอกค่ะ” แต่เหมือนจะมีคนที่คิดไม่ได้อยู่ตรงนี้คนหนึ่ง คำพูดของอีกฝ่ายทำให้อารมณ์ที่พยายามสะกดกลั้นไว้ของผมขาดผึง

          “หุบปาก!” ผมกระชากแขนของอีกฝ่ายเข้าหา บีบแน่ ขณะที่อีกมือก็บีบคางเธอเต็มแรง จนได้ยินเสียงร้อง...ผมก็ไม่ได้อยากใช้กำลังกับผู้หญิงหรอกนะ แต่ก็ไม่คิดจะอยู่เฉย ๆ เหมือนกัน ดีที่ตรงนี้มันค่อนข้างหลบมุมไม่เป็นจุดสนใจเท่าไรนัก ไม่งั้นมีใครมาเห็นเขาได้วุ่นวายแน่

          “อย่าทำเป็นรับความจริงไม่ได้หน่อยเลยค่ะ...อึก!” เธอส่งเสียงร้องออกมาอีกรอบเมื่อผมเพิ่มแรงบีบที่คาง อยากจะบ้าตาย! เมื่อก่อนผมนอนกับผู้หญิงแบบนี้ลงได้ยังไงวะ!?

          “เลิกวุ่นวายได้แล้ว!! อย่าคิดว่าเป็นผู้หญิงแล้วผมจะไม่กล้าทำอะไรนะ!” ถ้าไม่ติดว่านี่เป็นร้านของเขิน ผมไม่ยอมหยุดแค่ขู่แค่นี้แน่ ๆ ผมผลักเธอออกจนอีกฝ่ายเซไปสองสามก้าว ที่อีกฝ่ายก็แค่ก้มหน้านิ่งอยู่พักหนึ่ง ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมา ยิ้มให้ผมเหมือนไม่สะทกสะท้านอะไร

          “วันนี้ฉันกลับก่อนก็ได้ค่ะ แต่ภู...คุณควรจะรู้ไว้นะคะว่าไม่มีใครเคยปฏิเสธฉันได้หรอก”

          “ไม่มีใครเคยบังคับผมได้เหมือนกัน” ผมขมวดคิ้วมองอีกฝ่ายอย่างเหยียดหยาม “โดยเฉพาะผู้หญิงแบบคุณ”

          แต่สิ่งที่ได้รับตอบกลับมาไม่ใช่ท่าทางกระฟัดกระเฟียด แต่กลับเป็นรอยยิ้มหวานหยดที่มองแล้วเข้าใจคำว่าแอปเปิ้ลอาบยาพิษขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้ “แล้วคุณจะรู้ ว่าฉันทำได้หรือไม่ได้”

          เธอบอกแบบนั้น แล้วเดินผ่านผมไป กลับออกไปด้านในร้าน ทำให้ผมได้แต่ระบายลมหายใจยาวเหยียดออกมาอย่างไม่พอใจ เผลอทุบกำแพงแรง ๆ ไปทีเป็นการระบายอารมณ์

          ก็ได้แต่หวังว่าผู้หญิงคนนั้นจะไม่เอาความยุ่งยากอะไรมาให้ผม

          “ถ้าพี่ไม่สะดวกใจ หนูตบให้ก็ได้นะคะ” เสียงหวานที่คราวนี้ค่อนข้างคุ้นเคยดังขึ้นจากข้างหลัง ทำให้ผมที่กำลังพยายามสงบสติอารมณ์หันไปมอง แล้วก็เห็นสีหน้าไม่ค่อยพอใจของน้องอายเป็นอย่างแรก

          “แอบฟังรึไง?” ผมเลิกคิ้ว รับจานสปาร์เก๊ตตี้ที่อีกฝ่ายยื่นมาให้ไว้ทั้งสองจาน

          “แค่ยกสปาร์เก๊ตตี้มาให้ แล้วบังเอิญได้ยินเฉย ๆ ค่ะ” อีกฝ่ายไหวไหล่ ปากก็ยังบ่นไปเรื่อย ท่าทางไม่ค่อยชอบผู้หญิงคนเมื่อกี้เท่าไร...แต่ผมก็ไม่ชอบเหมือนกัน อาจจะเข้าขั้นเกลียดแล้วด้วยซ้ำ “ผู้หญิงอะไร อยากผู้ชายจนตัวสั่น เหอะ!

          อือหือ...น้องอายนี่ก็ปากจัดใช้ได้

          “ช่างเถอะ พี่ไม่อยากมีเรื่องในร้านของเขิน” ผมระบายลมหายใจยาวเหยียดออกมา ขณะที่น้องอายเลิกคิ้วขึ้นน้อย ๆ

          “พี่ใจเย็นขึ้นนะคะ ถ้าพี่เบียร์มาเห็นต้องไม่เชื่อแน่ ๆ ว่าอย่างพี่ภูจะยอมใครง่าย ๆ แบบนี้”

          คำทักของน้องอายทำให้ผมชะงักไปนิดหน่อย ก่อนจะไหวไหล่ จะว่าไปไม่ได้เจอไอ้เบียร์มาซักพักแล้วเหมือนกันแฮะ...พอไม่ได้ไปผับมันก็เลยกลายเป็นว่าห่าง ๆ กันไป “ถ้านี่ไม่ใช่ร้านของเขินก็ไม่แน่”

          “อือฮึ้” น้องอายพยักหน้าหงึกหงักก่อนจะจิ๊ปากออกมาเบา ๆ “แต่หนูไม่ชอบยัยนั่นเลยอ่ะพี่ เห็นแล้วหมั่นไส้ ดีนะที่พี่ภูบอกตรง ๆ แบบนั้นอ่ะ นี่ถ้าจะกล้าโผล่มาอีกก็เกินไปล่ะ...ฮึ่ม!

          ผมได้แต่ไหวไหล่น้อย ๆ แล้วเดินกลับไปหาเขิน ไม่รู้จะตอบคำอะไรไปดีเหมือนกัน แต่ส่วนหนึ่งในใจก็อดเห็นด้วยกับน้องอายไม่น้อย ถึงผมจะเคยรักสนุกไปทั่ว แต่ผมไม่เคยตามตื้อคนอื่นแบบนี้หรอกนะครับ สำหรับผม ถ้าไม่เล่นด้วยก็คือจบ ตบมือข้างเดียวมันไม่ดังหรอก

          “เขิน” ผมสาวเท้ามาไปใกล้ ๆ สุดที่รักที่ยังก้มหน้าก้มตาเล่นกับหมาอยู่ แต่พอพวกไอ้ตูบได้กลิ่นสปาร์เก๊ตตี้ก็พากันกรูเข้ามาหาผมแทบจะในทันที จนเขินต้องเงยหน้าขึ้นมามองเพราะตัวดึงดูดความสนใจของเขาวิ่งมานั่งน้ำลายหยดติ๋ง ๆ อยู่ตรงหน้าผมแล้ว ผมชูจานสปาร์เก๊ตตี้ในมือเล็กน้อย แล้วยิ้มให้เขา “ไปล้างมือแล้วมากินข้าวกัน”

          “...” แต่อีกฝ่ายกลับไม่มีปฏิกิริยาตอบสนองอะไรนอกจากการนั่งเฉย ๆ แล้วจ้องผมนิ่ง ๆ อย่างที่ชอบทำเวลาเขาคิดอะไรซักอย่างอยู่ ทำให้ผมได้แต่เลิกคิ้วขึ้นน้อย ๆ อย่างงุนงง

          “...” เดาว่าอีกไม่นานเขาน่าจะพูดอะไรขึ้นมาบ้าง แต่รอแล้วรออีกจนหมามันเริ่มหมดความสนใจจากสปาร์เก๊ตตี้แล้วเขินก็ยังคงนิ่ง

          “...” เขานิ่ง

          “...” ผมก็งง

          “...” แล้วเขาก็ยังนิ่งอยู่แบบนั้น

          เดี๋ยวนะ...ผมว่านี่มันชักจะนานเกินไปแล้ว “เอ่อ...เขิน? กินข้าว...”

          “คุณภูครับ”

          “ค-ครับ!?” แล้วจู่ ๆ เขาก็พูดขึ้นมา แถมยังลุกพรวดมายื่นตรงหน้าแบบที่ทำให้ผมเผลอสะดุ้งโหยงแล้วตอบรับออกไป มองคิ้วเรียวของอีกฝ่ายที่ขมวดนิด ๆ อย่างงุนงง

          “ผมว่า...” เขินกรอกตาไปมานิดหน่อย ขมวดคิ้วแน่นขึ้นอีกนิด ก่อนจะกลับมาสบตาผมเหมือนเดิม “ผมกำลังหึง”

          “หื้ม!?” ถ้อยคำที่ไม่คาดคิดว่าจะได้ยินจากปากของอีกฝ่ายทำให้ผมอุทานออกมาเสียงสูง เมื่อกี้ผมได้ยินอะไรผิดไปรึเปล่า... “คุณว่าไงนะ?”

          “ผมหึง” แต่เขินกลับเน้นย้ำคำเดิมด้วยสีหน้าจริงจังแบบที่ทำให้ผมขยับยิ้มกว้างขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว อยากจะโยนจานสปาร์เก๊ตตี้ทิ้งแล้วรวบร่างโปร่งเข้ามากอดแน่น ๆ ซักที

          เขินหึงผม! เขินหึงผมครับ!! บอกทีว่านี่ไม่ใช่ความฝัน!!!

          ให้ตาย...ผมไม่เคยคิดมาก่อนเลยนะ ว่าโดนคนรักหึงมันน่าดีใจขนาดนี้ บางทีนี่น่าจะเป็นเรื่องดี ๆ เพียงเรื่องเดียวหลังจากที่ผู้หญิงคนนั้นมา

          แต่เดี๋ยวนะ...ผมจ้องหน้าสุดที่รักที่ยังคิ้วขมวดนิด ๆ อยู่แล้วถามออกไปอย่างไม่แน่ใจ “หึงอย่างเดียวใช่มั้ย ไม่โกรธผมนะ มันไม่มีอะไร ผมไม่ได้สนใจผู้หญิงคนนั้นเลยนะ”

          เขินหึงหวงบ้างน่ะมันก็ดี แต่ถ้าเขาหึงถึงขั้นโกรธผมนี่ไม่เอานะครับ

          แต่ก็ฝ่ายก็ส่ายหน้าเป็นคำตอบ ให้ผมเบาใจไม่น้อย “ผมรู้ครับ แต่ว่า คงเพราะไม่เคยเห็นคุณภูอยู่กับคนอื่นที่ผมไม่รู้จัก พอมาเห็นต่อหน้าแบบนี้แล้ว ก็เลยไม่พอใจขึ้นมานิดหน่อยเหมือนกัน”

          ระหว่างที่พูดแบบนั้น เจ้าตัวก็ดึงจานสปาร์เก๊ตตี้ไปจากมือผมจานหนึ่ง แล้วเดินนำกลับเข้าไปในร้าน ขณะที่ผมได้แต่ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ไม่พูดอะไร รู้สึกมีความสุขอย่างบอกไม่ถูก การที่นาน ๆ ทีโดนคนรักหึงบ้างนี่มันก็ไม่เลวเหมือนกันนะครับ แต่แค่นาน ๆ ทีก็พอ ไม่อยากให้เขาหึงบ่อย ๆ เดี๋ยวเขินของผมจะหงุดหงิดจนโกรธผมเอาถ้ามีบ่อย ๆ เข้า

          ปึก...

          ระหว่างที่กำลังคิดแบบนั้น ก็รู้สึกได้ว่าร่างทั้งร่างโดนสุดที่รักดันติดประตูหลังร้านที่ปิดลงเรียบร้อยแล้วไปซะแล้ว ทำให้ผมเลิกคิ้วขึ้นอย่างแปลกใจ แต่ก็ยังนิ่งรอดูปฏิกิริของอีกฝ่ายที่บอกว่าหึงต่อไป...แหงสิ ของแบบน้าดูง่ายซะที่ไหน ผมต้องไม่พลาดซักช็อต

          “ฮึ้...คุณตื่นเต้นที่เห็นผมหึงเหรอครับ” แต่ดูเหมือนว่าผมจะเก็บอาการไว้ไม่ค่อยอยู่เท่าไร คนรู้ใจก็เลยทักออกมาแบบนั้น ทำให้ผมได้แต่ยิ้มน้อย ๆ แล้วใช้แขนข้างที่ว่างอยู่รวบเอวเขาเข้าหาตัว นึกขอบคุณที่ประตูหหลังร้านของเขินไม่ได้อยู่ในจุดที่สังเกตเห็นได้ง่ายนัก ชนิดที่ว่าถ้าไม่ได้ตั้งใจจะเดินมาก็คงไม่สนใจ มันทำให้ผมกับเขาทำอะไรได้ง่ายขึ้นเยอะ

          “คุณก็รู้” ผมว่ายิ้ม ๆ “แล้วหึงแบบนี้ ที่รักจะทำยังไงกับผมล่ะครับ”

          อีกฝ่ายไม่ได้ตอบอะไร เขาทำแค่ยิ้มน้อย ๆ ก่อนจะยกมือขึ้นรั้งท้ายทอยของผมเข้ามา แล้วประกบริมฝีปากแนบชิด ผละออกครู่หนึ่ง ก่อนจะเข้าหาใหม่ ขบเม้ม ดูดดึง และกัดริมฝีปากล่างของผมเบา ๆ ...มันไม่ได้เจ็บหรอกครับ เพียงแต่รู้สึกได้ว่ากำลังโดนกัดอยู่เท่านั้นเอง

          ปล่อยให้คนกำลังหึงได้ทำอะไรตามใจชอบอยู่พักหนึ่ง ก่อนที่ผมจะเริ่มรุกไล่อีกฝ่ายกลับไปบ้าง จนมือที่รั้งท้ายทอยผมไว้ตกลงมายึดไหล่แทน แล้วบีบเบา ๆ เป็นเชิงให้ปล่อยเขาได้แล้วนั่นล่ะ ผมถึงยอมผละออก ดีเท่าไรแล้วที่ไม่เผลอปล่อยจานสปาร์เก๊ตตี้ร่วงลงไปด้วย แต่เพื่อความปลอดภัย ผมเลยยอมปล่อยมือจากเอวของอีกฝ่ายแล้วยึดจานสปาร์เก๊ตตี้ที่ป่านนี้คงเย็นชืดหมดแล้วกลับมาถือไว้เอง

          เขินยิ้มน้อย ๆ ปรับระดับลมหายใจของตัวเองอยู่ซักพักจนใบหน้าที่ขึ้นสีระเรื่อเริ่มกลับเป็นปกติแล้วนั่นแหละ ริมฝีปากอิ่มที่ประทับลงที่ปลายคางของผมอีกรอบ แล้วช้อนตามองผม

          “ต้องการผมให้มากกว่านี้ทีสิครับ”

 

พรุ่งนี้สอบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบ อ้ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก

จริง ๆ วันนี้ก็สอบค่ะ สอบมิดเทอม ฮา...เทแบบเทจริง ๆ โอ้วมาย...

แต่พรุ่งนี้สอบโควตามหาลัยค่ะ แง้ ตื่นเต้น ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ

สำหรับตอนนี้ก็ไม่มีอะไร พาคู่ขาที่พี่ภูจำไม่ได้แม้แต่ชื่อมาเปิดตัว(?) พร้อมกับอาการหึงระยะแรกเริ่มขึ้นคุณเขิน

ที่ผ่านมาไม่หึงเพราะไม่เคยเห็นจะ ๆ ค่ะ แต่พอมาเห็นต่อหน้าแล้ว ถึงจะพยายามไม่คิดอะไร แต่เราว่า คนรักกัน มันก็ต้องมีคิดกันบ้างแหละเนอะ เล่นมาหยามกันถึงหน้าขนาดนี้!! เป็นคุณเขินก็ไม่ทนค่ะ วรั้ยยยย แต่บังเอิญคุณเขินไม่ใช่คนที่จะหึงหน้ามืดไปมีเรื่องกับใคร คุณเขินเขาหึงแล้วเขาจัดการกับตัวต้นเหตุ(?)ค่ะ เอาให้รักให้หลงยิ่งกว่าเดิมจนลืมคนอื่นไปให้หมด! 5555555555555555555

ส่วนสปาร์เก๊ตตี้สองจานนั้น...ก็ไม่รู้ว่าจะเป็นม้ายไปรึเปล่า โถ่ ๆ

ยังไงก็ขอฝากคุณเขินและพี่ภูไว้อีกตอนด้วยค่า จุ้บ ๆ

ปล.ติดแฮชแท็ก #ภูเขิน หรือ #ทาสเจ้าของแมว ได้สำหรับเรื่องนี้นะคะ อิ ๆ














(c)              Chess theme
  
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 40 ครั้ง

1,713 ความคิดเห็น

  1. #1172 Maysw (@momaymomy) (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 24 ธันวาคม 2559 / 18:27
    รอออ เมื่อไหร่มาา
    #1172
    0
  2. #1169 Moon1125Glass (@Moon1125Glass) (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 23 ธันวาคม 2559 / 18:36
    เพิ่งเข้ามาอ่านค่ะ อีชะนีนี่มันร้ายนะคะะะะะ!
    #1169
    0
  3. #1166 คุงนามิ'❥ (@minmin-wk) (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 16 ธันวาคม 2559 / 11:54
    เจอประโยค"ต้องการผมให้มากกว่านี้ทีสิครับ"เข้าไปอินี่นอนตายไปเลยจ้า!!! ชะนีผีกลับบ้านเข้าป่าไปเลยนะหญิง หายไปก่อนแบบรัว คุณเขินเวอร์ชั่นหึงนี่ดูมีเสน่ห์ไปอีกแบบอ่ะ ชอบนะแต่ไม่อยากให้หึงบ่อยๆ ตอนที่คุณเขินเงียบไปอินี่แอบใจไม่ดีหน่อยๆด้วยล่ะ ถึงจะรู้ว่าคุณเขินเป็นคนที่โคตรจะเข้าใจพี่ภู แต่เจอแบบจังๆขนาดนี้ก็มีเสียหลักนิดนึงป้ะ พี่ภูก็แก้เกมได้ดีอยู่ แต่จะให้ดีก็ปฏิเสธต่อหน้าคุณเขินไปเหอะ ถ้านางยังดึงดันก็ให้มอคค่ากัดแม่_!
    #1166
    0
  4. #1165 ♡.jaja (@jaruko) (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 16 ธันวาคม 2559 / 03:48
    อ๊ากกกก เขินรุกหนัก
    #1165
    0
  5. #1164 mykkkk (@mykkkk) (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 14 ธันวาคม 2559 / 22:06
    คุณเขินจัดว่าเด็ด
    ผู้หญิงคนนี้คือใคร บอกน้องอายไปตบสิ
    #1164
    0
  6. #1163 baekbow (@baekbow) (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 14 ธันวาคม 2559 / 21:59
    กรี๊ดดดดดดดดดดด!!! ประโยคสุดท้ายมันแปลว่าอะไร ใครรู้ช่วยบอกที เขินหึงแล้วบอกตรงๆแบบนี้ ดูน่ารักมากเลยอ่ะ อิผู้หญิงนั่นก็หน้าด้านจัง ดูว้อนมากอ่ะ ถ้ากล้ากลับมา ขอให้ใครสักคนซัดกลับให้หน้าหงายทีเถอะ ใครก็ได้ จะเป็นภูเอง หรือเขินหรืออายก็ได้ ขอแรงๆ
    #1163
    0
  7. #1162 lover pc (@pear-pcy_love) (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 14 ธันวาคม 2559 / 18:39
    โอโห้ มาบอกปิดท้ายไว้งี้ต้องมาหาเรื่องคุณเขินฉันแน่นวลลล ไปไกลๆเลยย่ะ!
    ปล.ไรท์สู้ๆ ไรท์สู้ตายยย ขอให้ติดค่ะเพี้ยงๆ5555
    #1162
    0
  8. วันที่ 14 ธันวาคม 2559 / 17:55
    ผู้หญิงคนนั้น..ไปไกลๆนะคะ ขอ 555555555 โอ้ยย พูดปิดท้ายงี้ทีไรมีแววอยู่ไกลทุกที ยิ่งนางอยู่ยิ่งใจไม่ดีค่ะ ผู้หญิงที่ไม่เป็นมิตรในนิยายวายอันตรายเสมอ 55555
    #1161
    0
  9. #1160 Feremaka (@feremaka) (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 14 ธันวาคม 2559 / 16:11
    คงจะได้เจอกันอีกหลายตอน มั้ยนะ ให้พอปวดหัว5555
    #1160
    0
  10. #1159 Whatever it is (@oil-sup) (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 14 ธันวาคม 2559 / 13:28
    คงไม่พามาม่ามาหรอกนะ ชะนีนางนั้น
    #1159
    0
  11. #1158 berry kiki (@jarjarjerry) (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 14 ธันวาคม 2559 / 13:23
    งือออออออน่ารัก
    #1158
    0
  12. #1157 jibbubu (@jibbubu) (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 14 ธันวาคม 2559 / 11:45
    โอ๊ยยยยยย เขินพูดแบบนี้หนูจะตายเอานะคะลูก
    #1157
    0
  13. #1156 nidcm2014 (@lovefox) (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 14 ธันวาคม 2559 / 11:41
    กินเลยๆ คุณภูทานเลยๆ555
    #1156
    0
  14. #1155 ฟอแฟน นารูโตะ (@noomnim5683) (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 14 ธันวาคม 2559 / 09:21
    ตายๆเขินตายแน่ ทำไมพูดแบบนั้นละเขินน ระวังจะลุกจากเตียงไม่ไหวนะ
    #1155
    0
  15. #1154 pcyc (@open2001) (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 14 ธันวาคม 2559 / 06:49
    ภูคงอยากให้เขินหึงบ่อยๆ55
    #1154
    0
  16. #1153 N เอ็น (@nlm1122) (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 14 ธันวาคม 2559 / 01:15
    คุณภูตายยัง 5555
    #1153
    0
  17. #1152 Felinonajang (@Felinonajang) (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 14 ธันวาคม 2559 / 00:49
    ขนาดหึงยังนิ่ง ถ้าไม่ใช่พี่ภูไม่น่ามีใครจะเข้าใจพี่เขินได้แน่ๆเลย ฮ่าๆ
    #1152
    0
  18. #1151 Luchia (@lalipat4316) (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 14 ธันวาคม 2559 / 00:16
    เราก็เพิ่งสอบโควตาม. เมื่อสองวันที่แล้วค่ะ ข้อสอบมันเ-้*จริงๆค่ะ
    พน.สู้ๆนะคะ เป็นกำลังใจให้ค่า ?~?
    #สถานีถัดไป 9 วิชาสามัญ สู้ไปด้วยกันค่ะ แฮ่
    #1151
    0
  19. #1150 Yamamoto's (@knhppcrearn) (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 13 ธันวาคม 2559 / 23:08
    อื้ออออออ อ้อยนี่กี่สิบคันอะเขิน
    #1150
    0
  20. #1149 >haruhi (@kirarijang) (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 13 ธันวาคม 2559 / 23:04
    คุณภูนี่เปิดมาแรกๆก็อวยตัวเองใหญ่เลย
    เขินหึงเอ้อออ นี่มันสิ่งมหัศจรรย์ของโลก5555
    #1149
    0
  21. #1148 Pop nomsod (@pop-_-) (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 13 ธันวาคม 2559 / 22:42
    โหยยยยย อ่อยแรงงงงง
    #1148
    0
  22. #1147 siriwanja (@siriwanja) (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 13 ธันวาคม 2559 / 22:33
    ขอให้ไร้ท์สอบผ่านได้คะแนนเยอะๆนะ
    #1147
    0
  23. #1146 mon9228 (@mon9228) (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 13 ธันวาคม 2559 / 21:42
    เขินหึงด้วยยย ภูหน้าบานเลย อิอิ
    #1146
    0
  24. #1145 redlotus (@redlotus) (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 13 ธันวาคม 2559 / 21:26
    เขินคะ...ระวังลุกจากเตียงไม่ได้ไป 3 วันนะ
    เราก็สอบเหมือนกันค่ะไรท์เข้าใจฟีล สู้ๆเน้อ
    #1145
    0
  25. วันที่ 13 ธันวาคม 2559 / 21:12
    เขินรถอ้อยคว่ำ! โอ้วแม่เจ้า!!
    #1144
    0