Pob-Rak Publishing | [END] O W N E R ★ รับ แลก รัก [YAOI]

ตอนที่ 39 : O W N E R 3 8 ★ ใ น ค ว า ม รู้ สึ ก

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,000
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 32 ครั้ง
    11 ธ.ค. 59













O W N E R 3 8 ใ น ค ว า ม รู้ สึ ก

 

# KHOEN

          เมื่อคืนผมฝัน...เหมือนว่าจะยินเสียงทะเลาะต่อปากต่อคำของใครซักคนอยู่ในความฝันนั้น มันค่อนข้างเลือนราง พอรู้สึกตัวตื่นขึ้นมาก็ลืมไปแล้วว่ามันเป็นความฝันแบบไหน

          “หือ...?” ผมกระพริบตาถี่ ๆ อยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะค่อย ๆ ยันตัวลุกขึ้นจากเตียง จนท่อนแขนของใครบางคนที่พาดอยู่ที่เอวร่วงไปบนตัก พอมองตามแขนข้างนั้นไปก็ต้องเลิกคิ้วขึ้นจากประหลาดใจเมื่อเห็นเจ้าของมัน

          คุณภูเหรอ?

          ไม่รู้ว่าคุณภูขึ้นมานอนด้วยตั้งแต่เมื่อไร ทั้ง ๆ ที่ก่อนนอนจำได้ว่าคุณภูทำหูลู่หางตกงอแงนิดหน่อยก่อนจะยอมลงไปนอนที่ฟูกดี ๆ หลังจากที่ผมเลือกระหว่างเขานอนเตียงกับนาวีแล้วผมนอนพื้น กับให้ผมนอนเตียงกับนาวีแล้วเขานอนพื้น แน่นอนว่าคุณภูเลือกข้อที่สอง

          แต่จะขึ้นมาเมื่อไรก็ช่างเถอะ...พอมองคุณภูกับนาวีกอดกันกลมแบบนี้แล้วก็น่ารักดี ดูเหมือนว่าพวกเขาอาจจะสนิทกันมากขึ้นแล้วล่ะมั้งครับ

          ผมชะโงกหน้าไปดูคนตัวโตที่เบียดอยู่บนเตียงขนาดสามฟุตครึ่งของตัวเองแล้วก็ได้แต่หัวเราะเบา ๆ นั่นเขาจะตกเตียงอยู่แล้ว นอนแบบนั้นคงไม่สบายตัวเท่าไรหรอกมั้ง

          ผมตัดสินใจกระเถิบลงจากเตียงนอนหลังเล็ก แล้วช้อนตัวนาวีที่อยู่ในอ้อมแขนของคุณภูขึ้นมา วางเจ้าตัวเล็กไว้แทนที่ผมที่เพิ่งลุกออกมา ก่อนจะเดินอ้อมเตียงไปปลุกคุณภูอีกฝั่ง

          อย่างน้อยก็ให้เขยิบเข้าไปหน่อย เดี๋ยวจะตกเตียงลงมาซะก่อน

          “คุณภูครับ” ผมเรียก เขย่าไหล่เขาเบา ๆ แต่อีกฝ่ายก็ไร้การตอบสนอง

          ไม่บ่อยนักที่ผมจะปลุกคุณภูก่อนเวลาตื่นปกติของเขาแบบนี้ ถึงแม้จะไม่แน่ใจเท่าไรว่าตอนนี้กี่โมงแล้วก็เถอะ แค่ความสว่างที่สว่างยังไม่ค่อยสุดนั่นก็บ่งบอกว่ามันน่าจะเป็นเวลาเช้ามืดที่ไม่ใช่เวลาตื่นของคุณภูแน่นอน

          “คุณภู” ผมเรียกอีกครั้ง เขย่าตัวเขาแรงขึ้นอีกนิดหน่อย

          “อืม...ไม่ทะเลาะด้วยแล้ว อย่ากวนน่า...” เหมือนคุณภูจะรู้สึกตัวแล้ว เขาขมวดคิ้วทั้ง ๆ ที่ยังหลับตา แล้วปัดมือผมออก บอกด้วยน้ำเสียงงัวเงียเหมือนจะละเมอที่ทำให้ผมเลิกคิ้วขึ้นอย่างแปลกใจเป็นรอบที่สองของวัน

          หรือว่าที่จะขึ้นมานอนเบียดให้อึดอัดแบบนี้เพราะทะเลาะกับนาวีรึเปล่านะ? เมื่อคืนผมฝันว่ามีใครทะเลาะกันซะด้วยสิ

          ชักไม่ค่อยแน่ใจแล้วว่ามันเป็นความฝันหรือความจริงกันแน่...

          แต่เอาเถอะ...เห็นนอนกอดกันแบบนี้ก็คงไม่มีอะไรหรอกมั้ง คุณภูเองก็ดูไม่ได้เกลียดนาวีซักเท่าไรหรอกครับเท่าที่ผมลองสังเกตดู เขาท่าทางเหมือนเด็กที่ไม่พอใจเพราะโดนคนอื่นแย่งของเล่นซะมากกว่า เหมือนเวลาเขามองสัตว์เลี้ยงคนอื่น ๆ ของผมนั่นแหละ...คุณภูแค่ต้องการให้ผมสนใจเขามากกว่าคนอื่นเท่านั้นเอง เป็นทั้งสัตว์เลี้ยงและคนรักที่ต้องการความรักความสนใจมากเป็นพิเศษเสมอ

          “ไม่ทะเลาะครับ ๆ เขยิบไปนอนดี ๆ ก่อนครับ เดี๋ยวตกเตียง” ผมได้แต่ยิ้มน้อย ๆ แล้วดันหลังอีกฝ่ายที่ตอนแรกนอนตะแคงข้างอยู่เป็นเชิงว่าให้เขาเขยิบไป

          “ฮื่ม...” แต่อีกฝ่ายก็ทำแค่ส่งเสียงครางต่ำในลำคอออกมาเหมือนจะบอกว่าให้เลิกยุ่งกับเขาได้แล้ว ที่ทำให้ผมได้แต่ส่ายหน้าน้อย ๆ

          คุณภูตื่นนอนค่อนข้างยาก...จริง ๆ จะบอกว่าตื่นนอนยากก็ไม่ถูก เพราะคุณภูรู้สึกตัวได้ง่าย สะกิดนิดหน่อยเขาก็รู้สึกตัวแล้ว แต่เขาไม่ยอมลืมตา เหมือนจะพยายามกลับไปหลับต่อให้ไวที่สุดหลังจากโดนรบกวน...นั่นแหละที่ผมเรียกว่าตื่นยาก

          ทั้ง ๆ ที่รู้สึกตัว แต่ก็ไม่ยอมตื่น แทนที่จะพยายามตื่น คุณภูจะพยายามหลับต่อมากกว่า

          หรือผมจะปล่อยไว้แบบนี้ดี? จริง ๆ ก็ไม่อยากรบกวนเท่าไรหรอกครับ

          “คุณภูครับ เขยิบไปนอนดี ๆ ” ...แต่คิดไปคิดมา ให้เขาเขยิบเข้าไปดีกว่า เพราะนอนแบบนี้ ถ้าตื่นขึ้นมาบิดขี้ดเกียจหน่อยก็ตกเตียงแล้ว ตกเตียงแต่เช้าเดี๋ยวคุณภูของผมจะหงุดหงิดเอา ไม่ดีต่อสุขภาพจิตเขาครับ

          “อืม...เขิน?” แล้วในที่สุด หลังจากที่พยายามเขย่าตัวอยู่หลายรอบ คุณภูก็ยอมปรือตาขึ้นมามองครึ่งหนึ่ง ท่าทางครึ่งหลับครึ่งตื่น สติดูเหมือนไม่เต็มร้อยเท่าไร แต่ก็มีสติมากพอจะยิ้มให้ผม แล้วบอกเสียงแหบพร่าแบบคนเพิ่งตื่น “ตื่นแล้วเหรอ...”

          “ครับ” ผมยิ้มน้อย ๆ ตอบกลับ มือก็ดันหลังอีกฝ่ายไว้ “เขยิบไปนอนดี ๆ ก่อนครับ เดี๋ยวตกเตียง”

          “อืม...” คุณภูครางตอบรับอือออในลำคอแล้วยอมเขยิบไปบนเตียง ซักพักก็เปลี่ยนท่าทางนอนตะแคงเป็นนอนหงาย ถ้าให้เดา...เมื่อคืนเขาจะนอนตะแคงมาทั้งคืนเพราะที่ไม่พอแน่ ๆ

          “นอนต่อได้แล้วครับ ยังไม่ต้องรีบตื่น” ผมบอก เมื่ออีกฝ่ายดูเหมือนจะหาที่สบาย ๆ ให้ตัวเองได้แล้ว แต่คุณภูก็ยังไม่ยอมปิดตาที่เปิดอยู่แค่ครึ่งเดียวลง มือหนาจับข้อมือผมไว้เบา ๆ

          “แล้วคุณล่ะ...?”

          “ว่าจะไปเดินเล่นซักหน่อยน่ะครับ คุณนอนเถอะ”

          “อืม...” ท่าทางวันนี้คุณภูจะง่วงมากจริง ๆ เขาถึงยอมปล่อยมือแล้วหลับตาลงง่าย ๆ ไม่ถามอะไรต่อ ทำให้ผมได้แต่ยิ้มน้อย ๆ ชักเริ่มไม่แน่ใจเท่าไรแล้วว่าพาเขามาหาครอบครัวผมนี่ จะเรียกว่าเป็นการเที่ยวปีใหม่ได้รึเปล่า...หรือว่ามันจะทำให้คุณภูเหนื่อยกว่าเดิมก็ไม่รู้

          ผมมองคนที่ดูเหมือนจะหลับไปแล้วนั้นยิ้ม ๆ ก่อนจะตัดสินใจก้มลงไปหา กดริมฝีปากลงที่หน้าผากเขาเบา ๆ แล้วผละออก “ฝันดีครับ”

          มองอีกคนที่ไม่มีการตอบสนองแล้วบ่งบอกว่าหลับสนิทไปจริง ๆ ก็ได้แต่หัวเราะเบา ๆ ก่อนจะเดินออกจากห้องไป ตั้งแต่ว่าจะไปเดินเล่นข้างนอกก่อน แล้วค่อยกลับมาอาบน้ำก็เลยลงไปข้างล่างทั้งชุดนอนนั่นแหละ

          “ลูกเขิน” พอเดินลงมาถึงชั้นล่าง ก็เห็นป้านั่งดูทีวีอยู่ที่โต๊ะกินข้าวแล้ว อีกฝ่ายส่งเสียงทัก แล้ววางแก้วน้ำชาที่ยังมีควันลอยฉุยในมือลง

          “ตื่นเช้าจังครับป้า” ผมยิ้มน้อย ๆ ให้ แล้วเดินไปทรุดตัวลงนั่งที่เก้าอี้ข้าง ๆ อีกฝ่าย มองป้าที่ขมวดคิ้วนิด ๆ แล้วชี้ให้ดูนนาฬิกาแขวนผนัง

          “เช้าอะไรกัน ตีห้าครึ่งเข้าไปแล้วลูก” ปกติป้าเป็นคนตื่นเช้าครับ พอ ๆ กับผมนั่นแหละ ตีสี่ก็ตื่นแล้ว เพราะงั้นตีห้าครึ่งนี่จะสายสำหรับป้าก็คงไม่แปลก...แต่อืม ตีห้าครึ่งนี่ก็แสดงว่าผมตื่นสายกว่าปกติเหมือนกันสินะ พอไม่มีเด็ก ๆ มาปลุกแล้วเหมือนนอนลืมวันลืมคืนเลยแฮะ

          “ฟ้ายังครึ้ม ๆ อยู่เลย คิดว่าตีสี่ซะอีกครับ”

          “หน้าหนาวก็แบบนี้แหละ” พอบอกแบบนั้น ป้าก็ส่ายหน้าน้อย ๆ ให้ แล้วชวนผมคุยต่อ ซึ่งก็ไม่มีปัญหาอะไรสำหรับผม จะไปเดินเล่นหรือจะอยู่คุยกับป้าผมก็มีความสุขทั้งนั้น “แล้วเป็นไง เมื่อคืนหลับสบายมั้ย”

          “สบายสิครับ บ้านผมนี่น่า”

          “แล้วลูกภูล่ะเป็นยังไงบ้าง เมื่อคืนลูกวีก็ไปกวนซะได้” คำเรียกที่ป้าใช้ทำให้ผมยิ้มกว้าง ไม่ใช่ว่าป้าผมจะเรียกคนที่อายุน้อยกว่าทุกคนว่าเป็นลุกหรอกนะครับ แต่การที่ท่านเรียกคุณภูแบบนี้ ก็แสดงว่ายอมรับอย่างไร้ข้อกังขาแล้วล่ะ...ยอมรับที่จะให้คุณภูเป็นลูกชายอีกคน ยอมรับที่จะให้เขาเข้ามาเป็นครอบครัวเดียวกัน ผมดีใจที่ป้าเขาเข้าใจ...เพราะผมคงเลือกไม่ได้ระหว่างคนที่รักทั้งสองคนถ้าป้าไม่เข้าใจผมแบบนี้

          “ไม่รู้ทำยังไง ตื่นเช้ามาก็เห็นนอนกอดกันกลมแล้วล่ะครับ” ว่าแล้วก็ยิ้มน้อย ๆ นึกไปถึงภาพเมื่อเช้าแล้วก็อดเสริมไม่ได้ “เหมือนพ่อลูกเลย”

          “เดี๋ยวลุงมาได้ยินเข้า จะหนีไปร้องไห้หลังบ้าน” ป้าพูดกลั้วหัวเราะ “แต่กลับมาคราวนี้ ลูกเขินเปลี่ยนไปเยอะเลยนะ เพราะลูกภูรึเปล่าน้า”

          พอป้าทักแบบนั้น ผมก็เลิกคิ้วขึ้นน้อย ๆ ผมเปลี่ยนไปเหรอ? อืม...จะว่าใช่ก็คงใช่ล่ะมั้ง ผมเองก็กำลังพยายามปรับตัวให้เข้ากับคุณภูเหมือนกัน “คงงั้นมั้งครับ ป้าว่าผมเปลี่ยนไปตรงไหนบ้าง”

          “อืม...หลายอย่างนะ ลูกดูสดใสขึ้น พูดเก่งขึ้น ยิ้มบ่อยขึ้น แถมยังมีเหนือมีหนังเพิ่มขึ้นด้วย เมื่อวานที่เจอนี่ป้ายังแอบคิดเลยนะว่านี่ลูกเขินของป้ารึเปล่า” ป้าว่าแบบนั้น แล้วยกมือขึ้นลูบหัวผมเบา ๆ “แต่ก็ดีแล้ว”

          “ปกติผมก็พูดเก่งคุยเก่งนะครับ อยู่กับป้าผมก็พูดนี่น่า”

          “ก็จริง แต่ไม่รู้สิ...ป้าไม่รู้จะอธิบายยังไง ป้าแค่รู้สึกว่าลูกดูสดใส มีชีวิตชีวามากขึ้น...ก็งี้แหละ คนมีความรัก นึกถึงตอนสมัยป้าสาว ๆ เลย” ป้าพูดแล้วก็ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ ท่าทางจะนึกถึงความทรงจำดี ๆ ขึ้นมา ทำให้ผมอดยิ้มตามไม่ได้ ผมก็ไม่รู้ว่าผมเปลี่ยนไปมากขนาดไหน แต่ผมก็พอจะรู้ว่าผมเปลี่ยนไป อย่างน้อย ๆ ผมก็ไม่เคยคิดถึงเรื่องคนรักมาก่อน จนกระทั่งมีคุณภูเข้ามา

          “ขอบคุณนะครับ ที่เข้าใจผม” ตัดสินใจเอ่ยปากบอกป้าไปแบบนั้น จริง ๆ ก็ตั้งใจจะบอกอยู่แล้วล่ะครับ ผมคิดว่าถึงป้าจะไม่ว่าอะไร แต่ลึก ๆ แล้ว การที่เห็นคนที่เป็นเหมือนลูกเหมือนหลานผิดเพศไปแบบนี้ มันก็คงต้องมีความผิดหวังเข้ามาบ้างไม่มากก็น้อยแหละครับ แต่นี่ก็เพิ่งหาโอกาสที่อยู่กันสองคนได้ถึงได้เพิ่งมาพูดเอาตอนนี้ ผมไม่อยากให้คุณภูได้ยินเรื่องนี้เข้า ไม่งั้นเขาอาจจะคิดมาก กลัวว่าเขาจะทำให้ผมมีปัญหากับครอบครัวก็ได้...เขาไม่อยากให้ผมเสียครอบครัวดี ๆ แบบนี้ไป แววตาของเขาเวลาที่มองครอบครัวผมบ่งบอกแบบนั้น “ผมอาจจะทำให้ป้าผิดหวัง ขอโทษนะครับที่คนรักของผมเป็นผู้ชาย ขอโทษที่ทำให้ป้าอุ้มหลานไม่ได้ซะแล้วนะครับ”

          “พูดอะไรของลูก ฮึ้...ผิดหวังอะไรกัน เอาจริง ๆ นี่เกินกว่าที่ป้าหวังไว้ด้วยซ้ำ” แต่ป้ากลับหัวเราะ ทำให้ผมได้แต่งุนงง

          “ป้าไม่ผิดหวังจริง ๆ เหรอครับ?”

          “มีอะไรให้ต้องผิดหวังล่ะ ถึงตอนแรกป้าจะตกใจนิดหน่อยที่ลูกบอกว่าลูกคบกับลูกภูก็เถอะ แต่ป้าตกใจเรื่องที่ลูกมีแฟนมากกว่าเรื่องที่แฟนลูกเป็นผู้ชายซะอีกนะ” ป้าบอกแบบนั้นแล้วก็ยิ้มขำออกมา ทำให้ผมได้แต่กระพริบตางง ๆ

          “ทำไมล่ะครับ ผมคิดว่าป้าอยากอุ้มหลาน”

          “อยากน่ะก็อยาก แต่ป้ามีลูกตั้งห้าคนนะ เดี๋ยวก็มีหลานให้อุ้มเองแหละ ไม่เห็นต้องรีบเลย” เหตุผลของอีกฝ่ายทำให้ผมพยักหน้ารับ ฟังเสียงหวานติดแหบพูดต่อ “แค่ลูกเขินเจอคนที่ดูแลลูกเขินได้ ป้าก็ดีใจแล้ว”

          “ขอบคุณนะครับ” คำพูดของป้าทำให้ผมอดไม่ได้ที่จะขอบคุณออกมาอีกรอบ ผมเป็นคนโชคดี...โชคดีที่มีครอบครัวที่เข้าใจขนาดนี้

          “ตอนแรกน่ะ ป้าหวังแค่ว่า ให้ลูกเขินมีความสุขก็พอแล้ว จะเลี้ยงหมาเลี้ยงแมวอะไรก็ได้ ขอแค่ลูกเขินมีความสุข แต่ป้าก็เป็นห่วงอยู่ว่า ลูกเขินน่ะชอบปล่อยปละละเลยตัวเอง จะโดนใครทำอะไรรึเปล่า จะมีใครดูแลมั้ย ลูกน่ะก็ดื้อแสนดื้อ ต่อให้ลูกอายพูดอะไรก็ฟังแต่ไม่ยอมเชื่อ ไม่ยอมทำตาม...ยังคิดอยู่เลยว่าถ้ามีใครที่คุมลูกอยู่จริง ๆ ก็คงดี” ป้าบอกแบบนั้นแล้วก็หัวเราะออกมา เขกหัวผมเบา ๆ เหมือนจะลงโทษที่ผมทำให้ท่านเป็นห่วงมาตั้งนาน แล้วก็พูดต่อ “แต่ลูกน่ะ...ไม่ปล่อยให้ใครเข้าไปในโลกของลูกได้เลย จนป้าเกือบจะเลิกคาดหวังซะแล้ว”

          “ผมทำให้เป็นห่วงขนาดนั้นเลยเหรอครับ...” พอท่านพูดออกมาแบบนี้แล้วก็รู้สึกผิดไม่น้อย ผมเข้าใจป้า แต่ก็ไม่ทั้งหมด ผมรู้ว่าป้ารักผม และป้าจะไม่มีทางทำร้ายผม แต่ไม่เคยรู้ว่าตัวเองทำให้ห่วงมากมายถึงขนาดนี้

          “ลูกเขินก็เหมือนลูกในไส้ เลี้ยงมาตั้งแต่อ้อนแต่ออก ป้าก็ต้องห่วงเป็นธรรมดาอยู่แล้วสิ ไปอยู่ไกลบ้านซะขนาดนั้นก็ยิ่งห่วง ยิ่งเห็นลูกผอมลงทุกปี ๆ ก็พอเดาได้แล้วว่าไม่ยอมดูแลตัวเองเอาซะเลย เตือนก็ไม่ยอมฟัง” ป้ายิ้ม ท่าทางมีความสุข รอยยิ้มและคำพูดของท่านทำให้ผมรู้สึกอบอุ่นในใจขึ้นมาได้ตลอดเวลาจนอดที่จะยิ้มตอบกลับไปไม่ได้ “พอมาปีนี้ เห็นลูกมีเนื้อมีหนังขึ้น สดใสยิ้มง่าย มีชีวิตชีวามากกว่าทุก ๆ ปี ป้าก็ดีใจจะแย่แล้ว”

          “ขอโทษที่ทำให้กังวลมาตลอดนะครับ”

          “ฮึ้...แล้วทีนี้รู้รึยังว่าทำไมเรื่องที่ลูกคบกับลูกภูมันถึงเกินความคาดหวังของป้าไปมาก” ป้าส่ายหน้าแล้วหัวเราะเบา ๆ ออกมา “ป้าน่ะ แค่ได้เห็นลูกมีความสุขก็ดีใจแล้ว ถึงจะเป็นห่วง หรืออยากให้ลูกมีใครซักคนที่จะอยู่ข้าง ๆ ลูกไปตลอดได้ คอยดูแลลูกได้ แต่ป้ารู้ว่าถ้าป้าบังคับให้ลูกหาใครซักคน ลูกก็คงเจ็บปวดซะมากกว่า เพราะงั้นป้าถึงไม่บังคับ ถึงแค่หมาแค่แมวมันจะดูแลลูกไม่ได้ แต่ก็ทำให้ลูกมีความสุขได้...ป้าเคยคิดว่าแค่นั้นก็พอแล้ว แต่สุดท้าย ลูกก็มีลูกภู”

          “...” ผมนิ่งเงียบ เวลานี้ได้แต่ฟังความคิดของคนที่คอยเลี้ยงดูผมมาตั้งแต่เด็ก...ไม่ว่าเมื่อไร ป้าก็ยังเป็นคนที่เข้าใจผมมากที่สุดเสมอ

          “ป้าเชื่อในการตัดสินใจของลูกนะ...ในเมื่อลูกยอมเปิดใจตัวเองให้ลูกภู แล้วลูกภูก็แสดงออกให้เห็นแล้วว่าทั้งรักทั้งหวงลูกขนาดไหน ป้าก็วางใจ”

          “ครับ...ทั้งรักทั้งหวงเลยจริง ๆ ” ผมยิ้ม

          “เห็นมั้ย ลูกมีความสุขขนาดนี้ ทำไมป้าต้องผิดหวังด้วย” ป้าหัวเราะ วางมือลงบนมือผมแล้วลูบเบา ๆ “ป้าดีใจนะ...ที่ในที่สุดลูกก็มีคนที่คอยอยู่ข้าง ๆ คอยดูแลลูกแบบนี้ เพราะงั้น แทนที่จะผิดหวัง ป้าคงต้องขอบคุณลูกภูซะมากกว่าที่ทำให้ลูกยอมเปิดใจตัวเองซักที”

          “ผมโชคดีจังที่มีป้า” ได้ยินแบบนั้นแล้วก็ยิ้มกว้างออกมาอย่างตื้นตัน

          “ป้าก็โชคดีที่มีลูกเขิน...” ว่าแบบนั้นแล้วป้าก็ยิ้มขำออกมา หรี่ตาลงเหมือนจะล้อกัน “...ถึงได้ทำให้ป้ามีลูกชายหล่อ ๆ เพิ่มอีกคนแหนะ”

          ผมได้แต่หัวเราะออกมา

          “คุณภูได้ยินต้องดีใจแน่ ๆ เลยครับ”

          .

          .

          .

          “แง้!!!!!!!!!!!! ไม่อ๊าวววววววววว เขิน ไม่ ป๊ายยยยยยยยยยยยย!!!” เสียงร้องไห้ลั่นดังขึ้นในช่วงเย็น ๆ ทำให้หลาย ๆ คนขมวดคิ้วมุ่นไปตาม ๆ กันเพราะระดับเสียงไม่อันตรายไม่น้อย ขณะที่ผมได้แต่โยกตัวนาวีที่เกาะผมไม่ยอมปล่อยไปมาเป็นเชิงปลอบ

          เรากำลังเตรียมตัวกลับกันแล้วครับ วันนี้ก็ไม่มีอะไรมาก เราแค่ไปกินข้าวกลางวันกันข้างนอก แล้วก็เดินเที่ยวตลาดอีกนิด ๆ หน่อย ๆ พอให้มีของติดไม้ติดมือกลับไปฝากพนักงานที่ร้านเหมือนอย่างทุก ๆ ปี

          แน่นอนว่าการที่นาวีร้องงอแงไม่ยอมปล่อยผมแบบนี้ก็เป็นเหมือนอย่างทุกปีเช่นกัน

          “แง๊!!!!! เขินนนนนนนนนน อย่าทิ้งนาวี!!!!!!! แง๊!!!” น้องชายคนเล็กของผมร้องงอแงไม่หยุดระดับเสียงที่เริ่มดังขึ้นเรื่อย ๆ ทำให้อดเป็นห่วงไม่ได้ว่าเขาจะต้องเจ็บคอแน่ ๆ

          “ไม่ร้องนะครับ เดี๋ยวเขินก็กลับไปหานาวีอีกนะ” ผมปลอบ ลูบหลังเขาเบา ๆ ขณะที่ส่งเจ้าตัวน้อยให้ป้า แต่นาวีก็ไม่ยอมปล่อยผมง่าย ๆ จนสุดท้ายป้าก็ต้องยอมแพ้แล้วยิ้มอ่อน ๆ มาให้ผมแทน

          “อยู่กับนาวี ไม่ป๊ายยยยยยย!!!” เสียงร้องลั่นทำให้คุณภูที่ยืนอยู่ข้าง ๆ หน้านิ่วคิ้วขมวด ท่าทางไม่ชอบใจกับเสียงของเด็กซักเท่าไร

          แต่ถ้าให้พูดตามตรง...เสียงของนาวีก็มีพลังทำลายล้างสูงไม่น้อยจริง ๆ นั่นแหละครับ

          “เขินต้องกลับจริง ๆ นะครับนาวี เดี๋ยวเขินจะมาหานาวีใหม่อีกนะ สัญญาครับ จะเอาขนม เอาของเล่นมาฝากเยอะ ๆ เลยนะ นาวีไม่อยากเล่นของเล่นเหรอ” ผมยิ้มน้อย ๆ ค่อย ๆ วางนาวีลงบนพื้น แล้วดันตัวอีกฝ่ายที่พอพูดว่าของเล่นก็เหมือนจะสนใจขึ้นมา จนยอมผละออกมาจากผมทั้ง ๆ ที่ยังสะอึกสะอื้น

          “อยากเล่น...ฮึก” เสียงเล็ก ๆ ตอบกลับมาแบบนั้นทำให้ผมยิ้มออก ยื่นนิ้วก้อยไปตรงหน้า

          “ถ้างั้นสัญญากัน นาวีให้เขินกลับนะ แล้วถ้าเขินมาใหม่ จะเอาของเล่นมาให้เยอะ ๆ เลย” ผมมองนาวีที่ทำท่าอึกอักเหมือนลังเลอยู่พักหนึ่ง ก่อนจะยอมยื่นนิ้วมาเกี่ยวก้อยกัน

          บอกแล้วครับ...นาวีน่ะน่ารัก คุยกับดี ๆ ต่อรองกับเขานิด ๆ หน่อย ๆ น้องชายของผมก็รู้เรื่องแล้ว

          ผมยิ้มกว้างแล้วรวบตัวเล็ก ๆ เข้ามาไปกอด หอมแก้มซ้ายขวาของอีกฝ่ายแล้วลูบหัวเขาเบา ๆ อีกที ปล่อยให้นาวีหอมคืนก่อนจะที่เจ้าตัวจะยอมหันไปกอดคุณป้าที่เดินเข้ามาหาอีกรอบแทน

          “นาวีไม่อยากให้เขินไปอ่ะ!! ฮึก...” เจ้าตัวน้อยบอกแม่เขาแบบนั้น ทำให้ป้าได้แต่ยิ้มน้อย ๆ แล้วลูบหัวลูบหลังอีกฝ่าย เห็นแล้วก็สงสารเหมือนกันนะครับ แต่ผมเองก็ต้องกลับไปหาเด็ก ๆ ของผมด้วย อีกอย่างนาวีก็มีทั้งลุงทั้งป้า ไหนจะขุนพลกับกัปตันอีก เดี๋ยวก็คงหายแล้วล่ะครับ

          เด็ก ๆ ไม่คิดอะไรมากหรอก

          “น้องคุณโวยวายชะมัด” เสียงทุ้มที่ดังเบา ๆ อยู่ข้างหูทำให้ผมละสายตาออกจากนาวีแล้วหันไปยิ้มให้คุณภูที่ก้มหน้าลงมากระซิบ

          “แต่คุณก็ไม่ได้เกลียดหรอกใช่มั้ยล่ะครับ...พี่ภู” ผมว่าแล้วหัวเราะเบา ๆ เมื่อเห็นว่าคุณภูกรอกตาไปมาท่าทางอึกอัก ก่อนที่เขาจะยกมือขึ้นปิดใบหน้าครึ่งล่างไว้ แล้วเบือนสายตาไปทางอื่น แต่ถึงยังไม่ผมก็ยังเห็นหูแดง ๆ ของเขาอยู่ดี

          “คุณอย่าล้อสิ”

          ผมมองแล้วได้แต่ยิ้ม วันนี้คุณภูกับนาวีทำให้ผมแปลกใจตั้งแต่เช้าเลย ทั้งนอนกอดกัน แล้วพอทั้งคู่ตื่นก็ดูเหมือนจะสนิทกันมากขึ้นจริง ๆ คุณภูกลายเป็นพี่ภูของนาวีได้ยังไงก็ไม่รู้ แต่เห็นคุณภูบอกว่าตกลงกันนิดหน่อยเมื่อคืน ท่าทางเหมือนไม่อยากพูดถึงมันซักเท่าไร ก็เลยไม่ได้ถามว่าตกลงอะไรกัน แต่ยังไง...เห็นทั้งคู่สนิทกันมากขึ้นแบบนี้แล้วผมก็ดีใจครับ

          ผมเอื้อมมือไปดึงมือของคุณภูลง เผยให้เห็นใบหน้าที่ขึ้นสีมากกว่าปกตินิดหน่อย เวลาสีสันแบบนี้มาอยู่บนใบหน้าหล่อเหลาของอีกฝ่ายมันให้อารมณ์ขัด ๆ อย่างบอกไม่ถูก แต่ก็...

          “คุณน่ารัก” ...ชอบครับ

          “ฮิ้ววววววววว” แต่ยังไม่ทันที่คุณภูจะได้ตอบอะไร เสียงแปลก ๆ ที่เหมือนจะแซวกันก็ดังขึ้นซะก่อน ทำให้ผมกับคุณภูหันไปมองทางต้นเสียง เป็นขุนพลกับกัปตันที่คงล่ำลาน้องอายด้วยการตบหัวกระชากคอกันเสร็จเรียบร้อยแล้วนั่นเอง

          “แดกนกหวีดเข้าไปรึไง” พอโดนสองแสบนั่นแซว คุณภูก็สวนกลับไปแบบนั้น แต่ขุนพลกับกัปตันก็ไม่ได้สะทกสะท้าน ทั้งคู่ทำแค่มองหน้ากันนิดหน่อยก่อนจะขุนพลจะเป็นฝ่ายพูดขึ้นมาก่อน

          “นายคิดเหมือนฉันมั้ยบีหนึ่ง”

          “ฉันก็คิดเหมือนนายบีสอง” กัปตันก็เป็นลูกคู่ที่ดีในการรับบท ขณะที่ผมมองทั้งคู่ขำ ๆ บทพูดที่คัดลอกมาจากการ์ตูนวัยเด็กที่มีตัวละครหลักเป็นผลไม้สีเหลืองในชุดนอนสองตัวคงทำให้คุณพูดรู้สึกเหมือนโดนกวนอยู่ไม่น้อย เพราะเขาทำหน้ายุ่งเชียว

          “คิดว่านี่ตกลงได้พี่เขยหรือพี่สะใภ้ใช่ป่ะ” แต่ยังไม่ทันที่บีหนึ่งกับบีสองจะได้ต่อบทอะไรกันอีก เสียงหวานของอายก็ดังแทรกเข้ามา เรียกรอยยิ้มถูกใจจากขุนพลกับกัปตันได้เป็นอย่างดี แต่กลับทำให้คุณภูหน้ายุ่งขึ้นไปอีก

          “ถูกเลยบีสาม!!” สมกับที่เป็นลูกคู่กัน เจ้าสองแสบน้องชายของผมตอบรับเป็นถ้อยคำแบบเดียวกันแถมยังพร้อมกันเป๊ะ ๆ ให้อาย ก่อนจะมาแท็คมือกัน ท่าทางถูกอกถูกใจ

          “อยากเป็นกล้วยปั่นมั้ย ฮึ่ม!!” แล้วคนที่ขึ้นง่าย ๆ ก็ไม่ทนอีกต่อไป ผมมองคุณภูที่เดินเข้าไปหาน้องชายของผมแล้วจับหัวทั้งคู่โขกกันจนได้ยินเสียง

          โป๊ก!

          “โอ้ย!!” ทั้งเสียงหัวโขกทั้งเสียงร้อง เดาได้ไม่ยากเลยว่าจะต้องเจ็บมากแน่ ๆ แต่ผมดันขำซะมากกว่า ถึงจะดูเหมือนโกรธอยู่ แต่คุณภูก็ดูเอ็นดูน้องชายของผมไม่น้อย

          เหมือนจะแกล้งกันเล่น ๆ มากกว่าจะโกรธจริงจัง

          “สงสัยอะไรไม่เข้าเรื่อง” คุณภูว่าแบบนั้น แล้วกอดอกมองสองแสบที่ลูบหัวปอย ๆ ขณะที่อายรีบหลบมาอยู่ข้างผมก่อนจะโดนไปด้วยอีกคน มือคุณภูก็หนักซะด้วยสิ

          “ก็แหม...พี่ภู พวกพี่เล่นพูดกันแบบ...” กัปตันเหมือนจะยังไม่เข็ด เพราะเจ้าตัวว่าแบบนั้นแล้วก็ดัดเสียงจนกลายเป็นเสียงเล็กเสียงน้อยที่ไม่ค่อยน่าฟังเท่าไร แล้วเอนไปซบไหล่ขุนพล ลากนิ้ววนเป็นวงกลมอยู่ตรงหน้าอกของน้องชายตัวเอง บิดไปบิดมาเหมือนพยายามจะเหนียมอาย แต่พอกัปตันทำแล้วดูขัดเอามาก ๆ “ตะเองอย่าล้อเค้าสิเค๊อะ”

          “ก็ตะเองนั่ลลั้ค!” แน่นอนว่าขุนพลก็สามารถเป็นลูกคู่ที่ดี ต่อบทกันได้แบบไม่มีติดขัด แถมยังทำเสียงใหญ่กว่าปกติอีกต่างหาก

          “ไอ้...!” แต่พอเห็นท่าทางของน้อง ๆ ผมแล้ว คุณภูก็เงื้อมือขึ้นอีกรอบ ทำเอาท่าทางที่ปรุงแต่งมาของสองแสบนั่นสลายหายไปเป็นปลิดทิ้งแล้วพากันจับแขนคุณภูไว้ก่อนที่จะโดนเขกหัวเข้าจริง ๆ

          “โหย พี่ภู ใจเย็นนนนนน” ขุนพลออกปากห้าม แล้วยิ้มประจบ

          พอ ๆ กับกัปตันที่พยักหน้ารัว ๆ แล้วพูดเสริม “ผมก็พูดไปงั้น แหม...หล่อ ล่ำ ดูมีสง่าราศีแบบนี้ พี่เขยชัวร์ ๆ อยู่แล้วน่า”

          “เออ! รู้ก็ดี” คุณภูยอมลดมือลงในที่สุด ขณะที่ผมได้แต่ส่ายหน้าขำ ๆ ...เหมือนเด็กแกล้งกันเลย แต่เห็นคุณภูเข้ากับน้องชายผมได้ขนาดนี้ก็ดีใจครับ

          “คร้าบบบบ” ขุนพลหัวเราะ “ยังไงก็กลับดี ๆ นะพี่ ดูแลเฮีย ๆ ยุงไม่ให้ไตไรไม่ให้ตอมเลยนะ”

          “ปกติก็ดูแลดีอยู่ล่ะ” คุณภูไม่มีการถ่อมตัวเลยแม้แต่น้อย เรียกเสียงหัวเราะจากอีกสองคนได้เป็นอย่างดี ก่อนที่กัปตันจะพูดขึ้นมาบ้าง

          “คราวหน้าก็มาอีกนะพี่ เห็นพี่ทะเลาะกับไอ้วีแย่งเฮียแล้วหนุกอ่ะ”

          “โทษที ตกลงกันได้แล้วว่ะ” พอกัปตันบอกแบบนั้น คุณภูก็ยักคิ้วให้ ก่อนจะทำท่าเหมือนนึกอะไรขึ้นได้ แล้วบอกต่อ “เอ้อ! พวกมึงเหอะ อย่าไปแกล้งน้องมึงมาก เดี๋ยวโดนเกลียดขึ้นมาจะร้องไห้ขี้มูกโป่ง”

          คำเตือนของคุณภูทำให้ผมเลิกคิ้วขึ้นน้อย ๆ ดูเหมือนว่าจะไม่ได้แค่สนิทกันนิดหน่อยแล้วล่ะครับ บางทีคุณภูคงชอบนาวีไม่มากก็น้อย...เหมือนที่เขาชอบเด็ก ๆ ของผมแต่ไม่ค่อยยอมรับว่าชอบนั่นแหละครับ

          “ก็มันน่าแกล้งจะตาย” ขุนพลหัวเราะ ขณะที่กัปตันพยักหน้าสนับสนุน เห็นแบบนั้นคุณภูก็ทำแค่ไหวไหล่น้อย ๆ แล้วเดินกลับมาหาผม

          “ก็แล้วแต่พวกมึง”

          “คร้าบบบบ” ตอบรับแบบไม่จริงจัง ก่อนจะเดินตามคุณภูมาล่ำลากับผม เสร็จแล้วทั้งผม อาย และคุณภูก็ไปล่ำลากับลุงกับป้าอีกรอบ แล้วขึ้นรถพากันกลับบ้านในเวลาราว ๆ เกือบห้าโมงเย็น

          ...

          “เหนื่อยมั้ยครับ” ผมถามขึ้น ในขณะที่เราขับกันมาได้ประมาณชั่วโมงหนึ่ง อายเจอแอร์เย็น ๆ ก็หลับไปที่เบาะหลังเรียบร้อยตั้งแต่ครึ่งชั่วโมงแรกแล้ว ตอนนี้ก็เลยเหลือแค่ผมกับคุณภูที่คอยขับรถให้เท่านั้น

          “ไม่หรอก” เขาตอบ ตายังมองไปที่ถนน เสียงทุ้มก็พูดต่อ “ผมดีใจที่ได้เจอกับครอบครัวของคุณนะ”

          “ทุกคนที่ดีใจที่ได้เจอคุณครับ”

          “อืม...ดีจัง” เขาว่าแบบนั้น แล้วก็เงียบไป ไม่ได้พูดอะไรต่อ ขณะที่ผมได้แค่จับจ้องใบหน้าด้านข้างของอีกฝ่าย แววตาที่เห็นได้ไม่ชัดนั้นมีความสุขปนเศร้าวูบไหวอยู่ภายใน

          ...คงเป็นเรื่องครอบครัวของเขา

          ไม่ว่ายังไง คุณพ่อคุณแม่ของคุณภูไม่ใช่คนที่ลุงกับป้าของผมจะไปแทนที่ได้จริง ๆ

          “...” ผมไม่ได้พูดอะไร ทำแค่เอื้อมมือไปวางบนหน้าขาของอีกฝ่ายเบา ๆ ทำให้คุณภูเหลือบตามามองนิดหน่อย ก่อนจะยิ้มให้

          “คุณง่วงรึเปล่า นอนก่อนได้นะ”

          ผมส่ายหน้า ยิ้มให้อีกฝ่าย รอยยิ้มแบบที่รู้ว่าคุณภูชอบ “ไม่ครับ จะอยู่เป็นเพื่อน”

          “เป็นแฟนสิ” คำย้อนของอีกฝ่ายทำให้ผมหัวเราะ ดูเหมือนคุณภูจะปัดเรื่องเศร้าใจของเขาทิ้งไปแล้ว...อย่างน้อยแค่ตอนนี้ ตอนที่อยู่กับผมก็อยากให้มีความสุข

          “ครับ เป็นแฟน”

          ระหว่างที่ตอบแบบนั้นออกไป ผมก็ได้แค่ครุ่นคิด เรื่องครอบครัวของคุณภู...ผมสามารถช่วยอะไรได้บ้างรึเปล่านะ?

          อยากให้คุณมีความสุข โดยที่ไม่ต้องพยายามปัดเรื่องทุกข์ใจทิ้งไปบ่อย ๆ แบบนี้จัง

 

ฉันควรอ่านหนังสือ ฮือออออออ ควรอ่านหนังสือ

แต่สติแตกไปแล้วค่ะ

อ้ากกกกกกกก ใกล้สอบทีไร เครียดทุกที ฮ่อลลลลลลลลลล

อารมณ์แบบว่า ทำทุกอย่างได้ที่ไม่ใช่อ่านหนังสือ(?)

...แต่สุดท้ายก็ต้องพยายามฝืนอ่าน ฮือออออ เป็นเด็กเอนท์ต้องอดทน อะไรชนก็ต้องสตรองค์ แง้!!

สำหรับตอนนี้ก็ไม่มีอะไรมากค่ะ เรามองว่า สำหรับคนเป็นแม่แล้ว ถ้าลูกมีความสุข แล้วสิ่งที่ทำให้มีความสุขมันไม่ได้เลวร้าย ก็ไม่มีความจำเป็นอะไรที่จะต้องไปห้าม ยิ่งเป็นคุณเขินที่เคยมีเรื่องแย่ ๆ ในอดีตมาก่อนแล้วด้วย แค่การที่เขายอมเปิดใจให้ใครซักคนได้เข้ามาดูแล ไม่ปิดกั้นตัวเองแบบเมื่อก่อน คุณป้าของคุณเขินก็ดีใจจะแย่แล้วค่ะ

เรามองว่าสิ่งที่คุณป้าห่วง คือการที่ ซักวันหนึ่ง...คุณเขินจะเหลืออยู่ตัวคนเดียว เพราะไม่ว่าใคร เมื่อโตขึ้นก็ต้องมีชีวิตเป็นของตัวเองกันทั้งนั้น รวมถึงน้องอายด้วย เธออาจจะแต่งงาน มีครอบครัว และสุดท้ายก็เดินไปตามทางของตัวเอง คุณลุงคุณป้าก็ไม่ใช่ว่าจะอยู่กับคุณเขินไปได้ตลอด ดังนั้น ถ้าคุณเขินหาใครซักคนที่พร้อมจะอยู่เคียงข้างเขาไปตลอดได้เจอ คุณป้าก็หายกังวลล่ะค่ะ

การที่คุณเขินจะเปิดใจให้ใครซักคนมันไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะงั้นแค่เป็นคนที่ทำให้คุณเขินยอมเปิดใจได้ก็พอ...ต่อให้คนคนนั้นจะเป็นผู้ชายเหมือนกัน มันก็เป็นเรื่องของคนสองคน ในเมื่อคุณเขินตัดสินใจที่จะรักคนคนนี้แล้ว คุณป้าเองก็ไม่ขัดค่ะ

มันก็...เป็นความรู้สึกอะไรประมาณนั้น มันไม่ใช่ทุกคนที่จะคิดแบบนี้หรอกค่ะ บางคนอาจจะรับไม่ได้ บางคนแค่รู้สึกแปลก ๆ หรือบางคนรับได้ก็ดีไป เหมือนอย่างที่คุณเขินโชคดีแบบนี้

แต่ยังไง สุดท้ายแล้ว ต่อให้เราจะเป็นยังไง คนเป็นพ่อเป็นแม่ก็ยังรักเราอยู่ดีแหละค่ะ ฮ่า...

ส่วนคุณเขิน เขาเองก็อยากจะให้พี่ภูได้มีความสุข แบบที่เขามีความสุขแบบนี้เหมือนกัน คุณเขินมีครอบครัวที่เข้าใจ มีคนรักที่ดี เรื่องพวกนี้มันช่วยเยียวยาบาดแผลจากอดีตอันเลวร้ายของเขาจนเหลือแค่แผลเป็นจาง ๆ แต่กับพี่ภู ครอบครัวของเขาเหมือนมีดที่กรีดแทงใจเขาอยู่ตลอดเวลา ต่อให้คุณเขินจะคอยใส่ยา พันแผลให้ตลอด...แต่บาดแผลของพี่ภูก็ยังเหวอะหวะอยู่ดี นั่นเป็นสิ่งที่คุณเขินตระหนักได้ค่ะ ยิ่งพอมาเห็นพี่ภูอยู่กับครอบครัวตัวเองแบบนี้แล้ว เขายิ่งตระหนักได้ว่ามีพี่ทั้งมีความสุขที่ได้รับการตอนรับเหมือนเป็นครอบครัวจริง ๆ และเจ็บปวดที่รับรู้ว่าครอบครัวจริง ๆ ของเขาไม่ได้ดีแบบนี้

แต่คุณเขินจะสามารถช่วยอะไรได้รึเปล่านี่คงต้องรอดูกันต่อไป

สำหรับตอนนี้ก็ขอฝากคุณเขินและพี่ภูไว้อีกตอนด้วยค่า จุ้บ ๆ

ปล.ติดแฮชแท็ก #ภูเขิน หรือ #ทาสเจ้าของแมว ได้สำหรับเรื่องนี้นะคะ อิ ๆ















(c)              Chess theme
  
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 32 ครั้ง

1,713 ความคิดเห็น

  1. #1624 furbybaek (@furbybaek) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 16 มีนาคม 2560 / 13:04
    ชอบครอบครัวเขิน กวนติงได้แบบสุดๆ 5565
    #1624
    0
  2. #1135 baekbow (@baekbow) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 13 ธันวาคม 2559 / 11:59
    แค่มีเขิน ภูก็มีความสุขแล้ว เรื่องครอบครัวภูมันจะใหญ่ไปนะ เขินจะไหวหรอ แต่ถ้าถามว่าช่วยได้ไหม เราก็คิดว่าอาจจะได้นะ เพราะเขินเป็นคนเย็นๆ น่าจะมีคำพูดดีๆให้ได้ฉุกคิดกันบ้างแหละ
    #1135
    0
  3. #1134 mykkkk (@mykkkk) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2559 / 21:35
    คุณป้าคือดีงามมากค่ะ. ปลื้มใจแทน
    ครอบครัวเขินนั่ลล้ากกก
    #1134
    0
  4. #1133 Whatever it is (@oil-sup) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2559 / 16:34
    ขอบคุณค่ะ
    #1133
    0
  5. #1132 unloveable_m (@unloveable_m) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2559 / 14:52
    น่ารัก.. โหวตๆ
    #1132
    0
  6. #1131 Feremaka (@feremaka) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2559 / 13:13
    ไรต์สู้ๆนะคะ อะไรก็ได้ที่ไม่ใช่อ่านหนังสือจริงๆค่ะ55555
    #1131
    0
  7. #1130 KaiMookJida (@KaiMookJida) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2559 / 12:23
    สู้ๆนะไรท์
    #1130
    0
  8. #1129 pcyc (@open2001) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2559 / 12:04
    อยากให้ครอบครัวภูเป็นแบบนี้เหมือนกันนะภูจะได้ไม่เป็นแบบนี้แต่มันคงเป็นไปไม่ได้TT
    #1129
    0
  9. วันที่ 12 ธันวาคม 2559 / 07:04
    ความรักความเข้าใจจากครอบครัวเป็นสิ่งที่มีค่าที่สุดที่จะช่วยเยียวยารักษาจิตใจไม่ว่าจะต้องพบเจอเรื่องร้ายแค่ไหนก็ตามเหมือนคุณเขินที่มีครอบค่ัวที่ดีคอยดูแลก็ใช้ชีวิตอย่ามีความสุขได้ แต่ถ้าเรื่องร้ายนั้นมาจากครอบครัวซะเองก็คงเหมือนคุณภูที่ถึงจะพยายามไขว่คว้าหาความสุขให้ตัวเองแค่ไหน แต่สุดท้ายก็ยังหนีความเจ็บปวดไม่พ้นอยู่ดี มันคงต้องแก้ที่สาเหตุ หวังว่าคุณเขินจะสามารถช่วยคุณภูได้
    #1128
    0
  10. #1127 Palmy Ewl (@palmy_v1) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2559 / 06:06
    เอาใจช่วยนะคะไรท์
    #1127
    0
  11. #1126 Som O Usanee (@pomelo8063) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2559 / 04:29
    คุณป้าน่ารักมากเลยค่ะ ชอบครอบครัวคุณเขินจัง
    #1126
    0
  12. #1125 KAOWMAI (@kaowmai) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2559 / 02:56
    สู้ๆนะไรท์ ตอนเป็นเด็กเอนท์ว่าเหนื่อยแล้ว เจอไฟนอลครั้งแรกในชีวิตเฟรชชี่เหนื่อยจะขาดใจจจ #แต่ก็ยังหนีมาอ่านฟิค555
    #1125
    0
  13. #1124 berry kiki (@jarjarjerry) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2559 / 02:14
    ครอบครัวอบอุ่น งืออ น่ารัก เรื่องที่ทำให้พี่ภูเศร้าหวังว่าจะดีนะ พลีส
    #1124
    0
  14. #1123 lover pc (@pear-pcy_love) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2559 / 00:15
    นี้หนีมาอ่านฟิคคค
    #1123
    0
  15. #1122 lover pc (@pear-pcy_love) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2559 / 00:14
    สู้ๆค่าไรทท์ หนูเหมือนไรท์เลยถึงจะเป็นแค่สอบมิดเทอมก็เถอะ-3-
    #1122
    0
  16. #1121 fredfefe (@fredfefe_12) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2559 / 00:10
    ในที่สุดก็สามัคคีกันนะ55555 ส่วนเรื่องครอบครัวคุณภูก็สู้ๆนะเขินใช้ความละมุนเข้าสู้เลย55555
    #1121
    0
  17. #1120 mon9228 (@mon9228) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2559 / 00:04
    กลายเป็นพี่ภูไปแล้ว อิอิ เขินเลยอ้ะ น่ารัก > <
    #1120
    0
  18. #1119 >haruhi (@kirarijang) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 11 ธันวาคม 2559 / 23:48
    พี่ภูน่ารักกกก เห็นนาวีแล้วอยากมีน้องล่ะสิ
    #1119
    0
  19. #1118 LightGreen (@LightGreen) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 11 ธันวาคม 2559 / 22:39
    ครอบครัวเขินน่ารักจังงงง เมื่อไหร่พ่อกะแม่พี่ภูจะเลิกทำร้ายจิตใจพี่ภูซักทีนะ
    #1118
    0