Pob-Rak Publishing | [END] O W N E R ★ รับ แลก รัก [YAOI]

ตอนที่ 33 : O W N E R 3 2 ★ กั น แ ล ะ กั น

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,428
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 39 ครั้ง
    25 พ.ย. 59










O W N E R 3 2 กั น แ ล ะ กั น

 

# KHOEN

          เจ็บ...

          นั่นเป็นความรู้สึกแรกที่ผมรู้สึกได้หลังจากตื่นขึ้นมาในเวลาราว ๆ ตีสี่เหมือนทุกวันเพราะเสียงร้องหงิงและเสียงตะกุยตะกายอยู่หน้าประตูของเด็ก ๆ ของผมที่ถูกพาออกไปตั้งแต่เมื่อวาน

          ผมขมวดคิ้วเมื่อสัมผัสได้ถึงความเจ็บและเสียดนิด ๆ ที่ด้านหลังในตอนที่พยายามจะยันตัวลุกขึ้น ทุลักทุเลนิดหน่อยกับสภาพที่ไม่ค่อยเอื้ออำนวยของตัวเอง แต่สุดท้ายก็สามารถลุกขึ้นมานั่งดี ๆ ได้ ผมกระพริบตาถี่ ๆ อยู่พักหนึ่ง แล้วค่อย ๆ สำรวจตัวเอง

          ไม่แน่ใจว่าเมื่อคืนหลับไปตั้งแต่เมื่อไร แต่พอตื่นมาตอนนี้ก็สวมชุดนอนเรียบร้อยแล้ว ไม่ได้รู้สึกเหนียวเหนอะหนะจากอะไรต่อมีอะไรที่เกิดจากกิจกรรมเมื่อคืน เอาจริง ๆ ถ้าไม่นับความเจ็บแสบที่ด้านหลังก็ค่อนข้างสบายตัวดีอยู่ ดูเหมือนคุณภูจะทำความสะอาดให้นั่นแหละครับ

          ผมยิ้มน้อย ๆ เมื่อคิดมาถึงตรงนี้...พูดตรง ๆ เลยว่าเมื่อคืนมันรู้สึกดีมาก ถึงแม้ในตอนแรกมันจะทุลักทุเลอยู่ไม่น้อยก็เถอะ แถมพอเอาเข้าจริงแล้ว ผมก็กลัวเหมือนกัน...มันไม่ใช่เรื่องง่ายนะครับที่จะยอมให้ใครเข้ามาในตัวน่ะ ต่อให้ผมจะเข้าใจว่ามันเป็นเรื่องธรรมชาติหรือศึกษามาบ้างแล้วก็ตาม

          ครับ...ผมศึกษามา ผมเริ่มคิดถึงเรื่องนี้อย่างจริงจังในตอนที่พวกเราเลื่อนสถานะขึ้นมาเป็นคนรักกันแล้ว ผมรู้มาตลอดว่าคุณภูต้องการผม และในตอนนี้พวกเราก็อยู่ในสถานะที่จะทำเรื่องแบบนั้นได้แล้ว อีกอย่าง...ผมเองก็อยากให้คุณภูเหมือนกัน ถึงแม้ว่าการที่เรากอดกันจะไม่ใช่ทั้งหมดของชีวิตคู่ แต่ผมคิดว่าอย่างน้อยมันก็เป็นวิธีแสดงความรักอีกแบบ เป็นสิ่งพิเศษที่ทำได้แค่กับเขาคนเดียวเท่านั้น เป็นสิ่งที่ทำให้คุณภูมั่นใจในตัวผมได้มากขึ้น

          ผมรักคุณภู เพราะงั้นผมถึงตัดสินใจให้ทุกสิ่งทุกอย่างกับเขา

          จริง ๆ แล้วมันไม่ใช่การตัดสินใจที่ง่ายเลยซักนิด ระหว่างผู้ชายกับผู้ชายมันเป็นอะไรที่ยุ่งยากพอสมควร โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับฝ่ายที่ต้องรองรับแบบผม แถมจากที่ศึกษามาหลาย ๆ คนก็บอกว่ามันเจ็บไม่น้อยเลยทีเดียว ซึ่งผมก็ได้พิสูจน์ด้วยตัวเองแล้วเมื่อคืนว่าจริง ๆ มันไม่ใช่แค่เจ็บไม่น้อย แต่มันเจ็บมากถึงมากที่สุดเลยต่างหาก...ถึงหลังจากนั้นมันจะเปลี่ยนเป็นความรู้สึกดีมากถึงมากที่สุดเช่นกันก็เถอะ

          จริง ๆ แล้วมันคงไม่ใช่เรื่องที่ตัดสินใจยากอะไรขนาดนั้น ถ้าผมขอให้ผมเป็นฝ่ายกอดคุณภูแทน...ผมค่อนข้างมั่นใจว่าคุณภูของผมจะต้องยอม เหมือนที่เขายอมผมมาตลอดนั่นแหละครับ แต่เพราะผมเลือกที่จะให้คุณภูกอดผม เพราะแบบนั้นสำหรับผมแล้วมันก็เลยกลายเป็นเรื่องที่น่ากลัวแล้วก็น่ากังวลไม่น้อย แต่ผมก็ยังเลือกแบบนั้น...บอกตรง ๆ ว่าผมแค่อยากให้ครั้งแรกของเรามันเป็นอะไรที่ดี แต่ผมไม่เคยทำเรื่องแบบนี้มาก่อน เพราะงั้นมันแทบจะเป็นไปไม่ได้เลยที่ผมจะทำให้มันดีได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่ออีกฝ่ายเป็นผู้ชายเหมือนกัน

          แต่คุณภูไม่เหมือนกัน ผมเชื่อว่าเขาจะสามารถทำให้มันดีได้...ก็นะ ประสบการณ์เขาไม่น้อยหรอกครับ เรื่องนี้ผมรู้ตั้งแต่วันที่เขาเล่าเรื่องที่ครอบครัวเขาทะเลาะกันให้ผมฟังนั่นแหละ เขาเล่าลามไปจนถึงช่วงชีวิตเสเพลของเขาด้วยจนผมรู้แทบจะทั้งหมดเลยก็ว่าได้ว่าก่อนหน้านั้นคุณภูเป็นยังไง แต่ผมไม่ได้สนใจว่าเมื่อก่อนเขาจะเป็นคนยังไงหรอกครับ ขอแต่ตอนนี้เขาซื่อสัตย์แล้วก็รักผมแค่คนเดียวผมก็พอใจแล้ว

          และสิ่งที่ผมเชื่อก็ไม่ได้ผิดไปจากความจริงนัก...คุณภูสามารถทำให้มันดีได้จริง ๆ มันไม่ใช่แค่การทำให้เราสองคนปลดปล่อย แต่คุณภูสามารถปลอบประโลมและปลุกเร้าจนความกังวลในตอนแรกของผมหายไปได้อย่างไม่ยากเย็น เพราะงั้น ผมคิดว่ามันไม่ใช่การตัดสินใจที่ผิดพลาดหรอกครับที่เลือกให้คุณภูเป็นฝ่ายกอดผม

          อีกฝ่าย...เจ้าของอย่างผมไม่อยากทำให้สัตว์เลี้ยงตัวเองเจ็บเหมือนร่างจะแยกเป็นสองส่วนหรอกนะครับ ต่อให้สัตว์เลี้ยงคนนั้นจะเป็นคนรักของผมด้วยก็เถอะ

          สำหรับผม ผมไม่ได้รู้สึกอะไรนักกับการที่ต้องมาอยู่ในตำแหน่งไม่ต่างจากผู้หญิง เพราะถึงจะให้คุณภูกอดผม หรือผมจะเป็นฝ่ายกอดคุณภู สุดท้ายแล้วผลลัพธ์มันก็คือเรากอดกันอยู่ดี แต่พอลองคิดว่าถ้าต้องให้คุณภูมาอยู่ในตำแหน่งนี้แทนผม คุณภูคงไม่ได้รู้สึกดีนัก...แต่ถ้าปล่อยให้ทุกอย่างดำเนินไม่แบบเมื่อคืน เราจะรู้สึกดีด้วยกันทั้งคู่

          ในเมื่อผลลัพธ์มันออกมาดีแบบนี้ แล้วผมจะสนใจเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ แบบนั้นทำไมกันล่ะครับ

          อีกอย่าง คุณภูเองก็เอาใจใส่ผมไม่น้อย ทั้ง ๆ ที่เมื่อคืนดูจะอึดอัดมากขนาดนั้นแท้ ๆ แต่ก็ยังพยายามทำให้ทุกอย่างค่อย ๆ เป็นค่อย ๆ ไป เขาถามผมแทบจะตลอดเวลา อย่างเจ็บมั้ย หรือแม้กระทั่งจะขยับยังต้องถามผมเลยว่าขยับได้รึเปล่า ผมโอเคมั้ยอะไรแบบนั้นน่ะครับ แต่ละคำถาม แต่ละสัมผัสของเขาเมื่อคืนทำให้ผมร้อนจนแทบไหม้อย่างไม่เคยเป็นมาก่อน

          ก็เป็นประสบการณ์ที่ดีนะครับ

          ผมยิ้มน้อย ๆ เมื่อคิดที่เรื่องเมื่อคืน ก่อนจะดึงเสื้อนอนตัวหลวมของตัวเองออกนิดหน่อย ก้มลงมองร่องรอยที่ขึ้นสีแดงอยู่ทั่วแล้วหัวใจก็เหมือนกับวาบหวามแปลก ๆ ขึ้นมา รอยพวกนี้เกิดจากจูบของคุณภูทั้งผม ทั้งหน้าอก หัวไหล่ หรือแม้กระทั่งที่ข้อมือก็ยังมีอยู่สองสามรอย แต่ผมค่อนข้างมั่นใจว่ามันมีมากกว่าที่ผมสามารถเห็นได้ในตอนนี้ เพราะเมื่อคืนเขาจูบผมไปทั้งตัวเลย

          พอสำรวจตัวเองคร่าว ๆ แล้ว ไม่มีอะไรผิดปกตินอกจากความเจ็บนิด ๆ ที่ด้านหลัง ผมก็ก้มลงมองคนข้างกายที่ยังหลับสนิทอยู่ เลิกผ้าห่มขึ้นนิดหน่อยเพื่อสำรวจตัวเขา คุณภูใส่แค่บ๊อกเซอร์ตัวเดียว กับสร้อยคอเส้นที่ผมให้เขาไป จำได้ว่าเมื่อคืนเขาถอดออกเพราะจี้ด๊อกแทคมันเกือบข่วนผมไป สงสัยหลังจากผมหลับไปจะเอากลับมาใส่เหมือนเดิม คุณภูใส่สร้อยเส้นนี้ติดตัวเขาตลอดเลยล่ะครับ ผมมองคุณภูที่นอนตะแคงข้างหันมาทางผมแล้วยิ้มนิด ๆ จากตรงนี้ก็เห็นกัดอยู่สองสามรอยแถว ๆ ลาดไหล่กว้าง พอชะเง้อไปดูด้านหลังก็เห็นรอยข่วนเป็นทางยาวขึ้นสีแดงเต็มไปหมดแบบที่ไม่ต้องสงสัยเลยว่าใครเป็นคนทำ

          ...ก็ผมนี่แหละครับ จำได้ว่าทั้งจิกทั้งข่วนทั้งกัดเขาไปเต็มแรงเพราะความเจ็บของตัวเอง จนตอนนี้พอมาคิดดูดี ๆ แล้วก็เริ่มไม่แน่ใจแล้วว่าใครเจ็บกว่ากันแน่ระหว่างผมกับคุณภู

          ผมยกมือขึ้นลูบไปตามลาดไหล่ของอีกฝ่ายเบา ๆ ผ่านรอยแดงช้ำจากแรงกัดของผมไปแล้วย่นคิ้ว เห็นชัดกว่าครั้งก่อนที่ผมกัดเขาซะอีก แต่สำรวจอยู่ได้ไม่นานนัก คนที่เกือบเปลือยก็เริ่มขยับตัว แล้วดึงผ้าห่มเข้าหา ท่าทางจะหนาว ทำให้ผมหัวเราะเบา ๆ ก่อนจะห่มผ้าให้เขาดี ๆ แล้วค่อย ๆ พาตัวเองลงจากเตียงไปช้า ๆ ค่อย ๆ เดินไปที่ประตู ที่ตอนนี้อาจจะเป็นรอยยับเยินเพราะเล็บคม ๆ ของเด็ก ๆ ของผมที่ตะกุยตะกายกันอยู่ข้างนอกแล้วก็ได้

          แกร๊ก...

          “โฮ่ง ๆ ๆ ๆ ๆ !!

          “เหมียวววว หง่าววววว”

          พอเปิดประตูปุ๊บ เด็ก ๆ ของผมก็ส่งเสียงกันใหญ่แล้วกรูเข้ามาล้อมหน้าล้อมหลังตะกายตัวผม จนผมที่สภาพร่างกายไม่ค่อยพร้อมเท่าไรต้องพิงขอบประตูไว้เป็นหลักยึดกันไม่ให้ตัวเองล้มลงไปซะก่อน

          “ชู่วววว เบา ๆ นะ จุ๊ ๆ เร็ว จุ๊ ๆ ” ผมบอกพวกเขายิ้ม ๆ ก่อนจะค่อย ๆ นั่งลงตรงหน้าประตูแบบนั้น ลูบหัวลูบหางเด็ก ๆ ที่เมื่อคืนไม่ได้นอนด้วยกันอยู่ซักพักจนพวกเขาเริ่มสงบลง เล่นกันพอหอมปากหอมคอซักพักแล้ว ผมก็ค่อย ๆ พาตัวเองกลับมาที่เตียงอีกรอบ รู้สึกผิดกับเด็ก ๆ ของผมนิดหน่อยที่จากสภาพร่างกายวันนี้แล้วคงไม่สามารถพาเขาไปเดินเล่นได้อย่างปกติ

          “ไว้ไปเที่ยวกันวันหลังน้า โอเคมั้ย หื้ออออ” ผมล้มตัวลงนอนบนเตียง แล้วพลิกตัวไปหามอคค่า เยอรมันเชพเพิร์ดที่นั่งหูตกหางตกครางหงิงอยู่ข้างเตียงแล้วลูบหัวเขาเบา ๆ

          “หงิง...” เจ้าตัวโตของผมร้องอย่างน่าสงสาร และส่งสายตาแบบที่ถ้าทำได้ผมก็จะยอมเดินไปหยิบสายจูงและพาเขาออกไปเดินเล่นทันที แต่เพราะสภาพร่างกายไม่เอื้ออำนวยจริง ๆ สุดท้ายเลยทำได้แต่เขยิบตัวนิดหน่อยแล้วตบที่ว่างบนเตียงเบา ๆ แทน

          “ไม่ร้องนะ มานอนด้วยกันเร็ว มา ๆ ” พอบอกแบบนั้น ก็เหมือนเป็นสัญญาณเรียกให้มอคค่ากระโดดขึ้นมาบนเตียง แล้วนอนหมอบลงตรงที่ว่างที่ผมเว้นให้ และเพราะตัวเขาค่อนข้างใหญ่ก็เลยกินเนื้อที่บนเตียงไปไม่น้อย ทำให้ผมต้องขยับไปจนชนแผ่นอกของคุณภูที่ยังหลับสนิทอยู่

          ผมเอียวตัวไปมองคนที่ยังไม่ถึงเวลาตื่นตามปกติของตัวเอง แล้วก็ยิ้มน้อย ๆ ออกมา จับท่อนแขนของอีกฝ่ายให้วางพาดมาบนเอวจนกลายเป็นเหมือนเขาโอบผมไว้จากทางด้านหลังกลาย ๆ ส่วนผมก็หันกลับไปเล่นกับเด็ก ๆ ที่เริ่มกระโดดขึ้นมาป้วนเปี้ยนบนเตียงกันทีละคนสองคนไปเรื่อย

          “อืม...” เล่นอยู่ไม่นานก็ได้ยินเสียงแผ่วในลำคอของคนที่ยังหลับอยู่เบา ๆ ก่อนจะสัมผัสได้ว่าอ้อมแขนของอีกฝ่ายค่อย ๆ โอบรัดตัวผมแล้วดึงให้แนบชิดมากกว่าเดิม ทำให้ผมหันไปมองอีกรอบ โอนอ่อนไปตามแรงดึงของเขา ปล่อยให้อีกฝ่ายขยับอยู่ซัก ๆ จนเหมือนจะพอใจแล้วคุณภูก็นิ่งไปอีกรอบ...ดูท่าเขาจะกอดผมจนชินซะแล้ว ร่างกายถึงได้ตอบสนองออกมาแบบนี้ทั้ง ๆ ที่ยังไม่ตื่นเลยด้วยซ้ำ แต่ผมเองก็ดูเหมือนจะชินกับอ้อมกอดของเขาแล้วเหมือนกัน

          ผมนอนเล่นกับเด็ก ๆ อยู่แบบนั้นไปเรื่อยอย่างเอื่อยเฉื่อย ตั้งใจจะรอจนกว่าคุณภูจะตื่นนั่นแหละครับ...ผมแค่อยากให้เขาเห็นผมเป็นคนแรกหลังจากที่ตื่นขึ้นมา หลังจากที่เราเพิ่งทำเรื่องแบบนั้นกันไปเมื่อคืน อยากให้เขารับรู้ว่ามันพิเศษสำหรับผมจริง ๆ

          “อ่ะ...ไม่เอา ไม่กวนคุณภูนะ มาเล่นตรงนี้เร็ว” ผมหันไปบอกไอ้เหมียวที่พยายามจะปีนขึ้นไปบนตัวคุณภูแบบนั้น ก่อนจะค่อย ๆ อุ้มเขามาวางไว้อีกฝั่งโดยมีตัวผมคั่นกลาง แต่แปป ๆ ก็จะมีเด็ก ๆ คนอื่นพยายามปีนข้ามไปหาไปคุณภูอีก จนผมเริ่มไม่มั่นใจแล้วว่า ปกติเวลาที่ผมพาเด็ก ๆ ตัวโตของผมออกไปเดินเล่น คุณภูจะถูกเด็ก ๆ คนอื่นของผมก่อกวนการนอนหลับของเขาแบบนี้ตลอดเลยรึเปล่า

          คิดแล้วก็หันไปบอกเด็ก ๆ อีกที “ห้ามกวนคุณภูตอนนั้นนะรู้มั้ย หื้มมม”

          พอบอกแบบนั้น พวกเขาก็ส่งเสียงเหมือนจะตอบรับกันออกมาเสียงเบา ๆ แต่ก็ยังพยายามปีนจะไปหาคุณภูอยู่ดี ทำให้ผมได้แต่หัวเราะน้อย ๆ แล้วอุ้มพวกเขากลับมาจากตัวของคุณภูอยู่เรื่อย ๆ อย่างช่วยไม่ได้

          ผมไม่อยากให้คุณภูโดนกวนตอนนอนก็จริง แต่ผมก็ไม่อยากปิดประตูห้อง...ผมนอนกับพวกเขามานาน แล้วก็ยังอยากนอนกับพวกเขาต่อไป การจะให้มาปิดประตู แล้วทิ้งพวกเขาอยู่นอกห้องมันน่าสงสารออกนี่ครับ คงจะเหงาด้วย

          แต่ไม่รู้ว่าคุณภูจะไม่ชอบใจรึเปล่า ผมรักเด็ก ๆ ของผมนะครับ แต่ผมก็แคร์ความรู้สึกของคุณภูเหมือนกัน ผมว่า...ผมคงต้องถามคุณภูเรื่องนี้เหมือนกัน ถ้าเขาไม่ชอบให้สัตว์เลี้ยงของผมมาป้วนเปี้ยนตอนนอนแบบนี้ เราอาจจะต้องหาทางทำอะไรซักอย่าง

          คุณภูเรียนรู้ แล้วก็ปรับตัวเพื่ออยู่กับผมมามากแล้ว ผมเองก็อยากจะปรับตัวให้เข้ากับเขามากขึ้นด้วยเหมือนกัน ต่อให้เป็นเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่อาจจะมองข้ามมาตลอด แต่ถ้ามันทำให้เราเข้ากันได้มากขึ้น มันก็คุ้มค่าที่จะใส่ใจนะครับ

          ผมนอนเล่นกับเด็ก ๆ อยู่ในอ้อมแขนของคุณภูไปด้วย จนกระทั่งเวลาล่วงเลยไปจนย่างเข้าเจ็ดโมงแล้วนั่นแหละ เสียงอย่างอื่นนอกเหนือจากเสียงของเด็ก ๆ ของผมก็ดังมาให้ได้ยิน

          “พี่ภู” ...เพียงแต่ไม่ใช่เสียงของคุณภู แต่เป็นเสียงของน้องสาวของผมที่เอ่ยเรียกจากหน้าห้อง มีเด็ก ๆ ของผมบางคนที่พอเห็นเธอแล้วก็กระโดดไปหาทันที อายก้มลงไปทักทายพวกเขาที่ตะกายขาเธออยู่ที่พื้นนิดหน่อย ก่อนจะเดินเข้ามาหาผมและทรุดลงนั่งลงที่ขอบเตียงยิ้ม ๆ มองผมที่ยังอยู่ในอ้อมกอดของคุณภูไม่ได้ขยับไปไหนโดยไม่มีความแปลกใจอะไรปรากฏอยู่บนใบหน้า

          ก็ผมบอกเธอไปแล้วนี่นะ...ว่าผมคบกับคุณภูอยู่ อีกอย่างเธอก็เห็นผมจูบคุณภูตั้งหลายครั้ง

          “มีเรียนเช้าเหรอ” ผมถามน้องสาวที่ดูเหมือนจะตื่นเช้ากว่าปกติ ทำให้อีกฝ่ายพยักหน้ารับ

          “คลาสเช้าต้อนรับปีใหม่เลยพี่” อายว่าขำ ๆ ก่อนจะวางอะไรบางอย่างลงตรงหมอนข้างหัวผม ทำให้ผมผละมือออกจากขนนุ่ม ๆ ของมอคค่าแล้วหยิบเจ้าของสิ่งนั้นขึ้นมามองแทน จากนั้นก็หันไปมองน้องสาวเป็นเชิงถามเมื่อเห็นว่ามันเป็นยาแก้ปวด และอายก็ดูเหมือนจะเข้าใจว่าผมกำลังงุนงง เสียงหวานถึงได้เอ่ยต่อ “เอามาให้กินกันไว้ก่อน เผื่อพี่ปวดหัว ปวดตัว หรือไข้ขึ้นขึ้นมา อายไม่รู้ว่าพี่เจ็บจนเดินไม่ได้เหมือนได้ในนิยายที่อ่านรึเปล่าอ่ะ”

          พูดแบบนี้แสดงว่าอายน่าจะรู้สินะว่าเมื่อคืนผมกับคุณภูทำอะไรกัน แต่ผมก็ไม่ได้คิดจะปิดบังอยู่แล้วแหละครับ

          ผมไม่ค่อยแน่ใจเท่าไรว่าน้องสาวผมกำลังอ่านนิยายประเภทไหนอยู่ แต่เหมือนว่าหลังจากที่เธอโดนแฟนคนล่าสุดบอกเลิก ผมก็ไม่ค่อยเห็นเธอซื้อนิยายรักหวานแหววแบบเมื่อก่อนเข้าบ้านแล้ว บางทีอายอาจจะเปลี่ยนแนว แต่ผมคิดว่าผมไม่ถามเรื่องนิยายของเธอดีกว่า ผมกรอกตาไปมาอย่างครุ่นคิด สำรวจความรู้สึกของตัวเองอยู่ซักพักก่อนจะส่ายหน้าให้น้องสาวที่ถึงจะทำเป็นพูดเล่นแต่ก็คงห่วงผมอยู่ไม่น้อย “จริง ๆ ก็ไม่ได้เจ็บขนาดนั้น แต่ขยับไม่ค่อยสะดวกเท่าไร”

          “ยังไงก็กินกันไว้ก่อนเถอะพี่เขิน จะได้เจ็บน้อยลง” ไม่แน่ใจว่ายาแก้ปวดจะลดอาการเจ็บนิด ๆ นี่ได้รึเปล่า แต่ผมคิดว่ากินกันไว้ก่อนก็ไม่เสียหาย ก็เลยพยักหน้าให้น้องสาวไป พออายเห็นผมยอมรับปากจะกินยาเธอก็ยิ้มกว้างออกมา ก่อนจะหรี่ตาลงแล้วถามขำ ๆ ต่อ “จะว่าไป...ไม่ได้โดนพี่ภูจับปล้ำใช่ป่ะพี่”

          “ฮึ้...เปล่า” คำถามของน้องสาวทำให้ผมหลุดหัวเราะออกมาเบา ๆ ก่อนจะขยายความ “จริง ๆ พี่เริ่มเอง”

          “เฮ้ย!” แต่พอบอกแบบนั้น น้องผมก็ทำตาโตมองอย่างอึ้ง ๆ อ้าปากค้างไปแปปหนึ่ง ก่อนจะถามต่อ “พี่เริ่มแล้วไมพี่เป็นคนเสียประตูอ่ะ”

          “รู้ได้ยังไงน่ะ” ผมเลิกคิ้วอย่างแปลกใจ อายพูดเหมือนเข้ามานั่งดูอยู่ในห้องด้วยยังไงยังงั้น แต่น้องสาวผมก็ทำแค่ยิ้มกรุ้มกริ่มออกมาแล้วบิดตัวนิดหน่อยด้วยท่าทางเขิน ๆ ที่ดูยังไงก็เหมือนจะแซวผมซะมากกว่าจะเขินจริง

          “ก็แหม...พี่ร้องเสียงดังซะขนาดนั้น คงไม่ใช่พี่ภูที่เสียหรอก” พอน้องสาวบอกออกมาแบบนั้นก็ทำให้ผมเริ่มทำตัวไม่ถูก การที่อายรู้ว่าผมกับคุณภูทะไรกันมันก็ไม่แปลก แต่พอรู้ว่าน้องสาวได้ยินด้วยแล้วก็กระดากขึ้นมากนิดหน่อยเหมือนกันนะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเสียงหวานเอ่ยต่อ “พี่รู้ป่ะ เมื่อคืนพี่เสียงดังมากอ่ะ ตอนอายกลับมานี่ตกอกตกใจหมด ไอ้พวกนี้ก็ร้องแง้วง้าวกันใหญ่ อายเกือบพังประตูเข้าไปล่ะ แต่คิดได้ก่อนว่าพี่กับพี่ภูคบกันอยู่ ก็เลยยังไม่ได้พังเข้าไป”

          “มันเจ็บก็เลยร้องน่ะ แต่หลังจากนั้นมันก็ดี...ไม่ต้องห่วงหรอก” ผมบอกน้องสาว มือก็ลูบขนนิ่ม ๆ ของมอคค่าไปเรื่อย ขณะที่อายหัวเราะ

          “ก็ว่างั้น ไม่งั้นพี่คงไม่เร่งคุณภูให้เร็ว ๆ หรอก”

          คำพูดของอายทำให้ผมชะงักมือ แล้วหันขวับไปมองใบหน้าของน้องสาวที่กำลังยิ้มล้อเลียนมาอยู่อย่างคาดไม่ถึง “นี่แอบฟังด้วยเหรอ”

          “เค้าเป็นห่วงตัวเองไง” น้องผมหัวเราะแล้วบอกด้วยเสียงเล็ก ๆ งุ้งงิ้ง ๆ แบบจงใจดัด ขณะที่ผมเบือนสายตาไปทางอื่นแล้วตัดบทก่อนจะรู้สึกระดากไปมากกว่านี้

          “ขอบคุณ...เดี๋ยวพี่จะกินยา ไปเรียนเถอะ”

          ผมเพิ่งรู้สึกตัวก็วันนี้แหละครับ...ว่าน้องสาวของผมดูเหมือนจะไม่ค่อยมีความเขินอายแบบที่ผู้หญิงปกติควรจะมีซักเท่าไรเลย เพราะที่บ้านป้าที่พวกเราโตมามีแต่ลูกชายด้วยรึเปล่านะ อายถึงโตมาเหมือนผู้ชายมากกว่าผู้หญิง...แต่ครอบครัวเราก็เป็นแบบนี้แหละครับ พูดกันได้ทุกเรื่อง ต่อให้มันจะเป็นเรื่องแบบนี้ก็ตาม ผมเองก็ไม่ได้โกรธอะไร จะกังวลก็เรื่องที่เกรงว่าอายจะไปแอบฟังคนอื่นแบบนี้ สุดท้ายก็อดเตือนไม่ได้ “ทีหลังอย่าแอบฟังใครแบบนี้นะ”

          “โหยพี่ ปกติอายก็ไม่แอบฟังหรอก แต่นี่อายห่วงพี่เขินจริง ๆ นะ พี่เขินเพิ่งมีแฟนคนแรกอ่ะ” น้องสาวของผมบอกออกมาแบบนั้น ทำให้ผมได้แต่ยิ้มน้อย ๆ แล้วพยักหน้ารับ ผมเชื่อครับว่าที่เธอทำแบบนี้เพราะห่วงผมอย่างที่ว่าจริง ๆ เพราะเรามีกันอยู่แค่สองคนด้วย อายก็เลยห่วงผมมากเหมือนที่ผมห่วงเธอนั่นแหละครับ พออายเห็นว่าผมไม่ได้โกรธอะไร น้องสาวก็ยื้มกว้าง “สัญญา คราวหน้าอายจะทำเป็นไม่รู้เรื่อง ตามสบายเลยนะพี่เขิน”

          “อ่า...”

          “เด็กทะลึ่ง” ขณะที่ผมทำได้แค่ตอบรับในลำคอไปอย่างทำตัวไม่ค่อยถูกนัก เสียงทุ้มของคนที่คิดว่าหลับอยู่กับเอ่ยขึ้นมา ก่อนที่มือหนาจะเลื่อนขึ้นมาปิดตาผมไว้ “เลิกแกล้งแฟนพี่แล้วไปเรียนไป”

          “โด่ว ไปก็ได้” ได้ยินเสียงน้องสาวผมบอกแบบนั้น ขณะที่ผมดึงมือของคุณภูที่ปิดตาผมออก เห็นอายกำลังลุกจากเตียงพอดี น้องสาวผมยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ก่อนจะเดินออกจากห้องไป แต่ก็ไม่ยังวายทิ้งท้าย “ดูแลพี่เขินดี ๆ นะคะพี่ภู พี่เขินก็อย่าลืมกินยากันไว้นะ”

         ผมทำแค่โบกมือน้อย ๆ ไม่ได้ตอบอะไร ขณะที่คุณภูให้ความสนใจกับคำพูดของน้องสาวผมมากกว่าการจะบอกลาเธอ เพราะพออายบอกให้ผมกินยา คุณภูก็คิ้วขมวดขึ้นมาทันที “ยาอะไร คุณเป็นอะไร เจ็บตรงไหน หรือผมทำแรงไป”

          “ใจเย็น ๆ นะครับ ผมยังไม่เป็นอะไร” ผมยิ้มน้อย ๆ ให้ ค่อย ๆ พลิกตัวเพื่อหันไปเผชิญหน้ากับอีกฝ่าย “อายแค่เป็นห่วง เลยให้กินยากันไว้ก่อน”

          “งั้นคุณกินยาเลย” คุณภูบอกแบบนั้น ก่อนจะค่อย ๆ ยันตัวลุกขึ้น แล้วหันมาพยุงผมขึ้นมาช้า ๆ “ลุกไหวมั้ย”

          “ฮึ้...ไม่ได้เจ็บขนาดนั้นหรอกครับ” ผมหัวเราะเบา ๆ แล้วรับน้ำที่อีกฝ่ายเอื้อมไปหยิบจากโต๊ะข้างหัวเตียงมาให้มา กินยาให้เรียบร้อยก่อนจะส่งน้ำคืนให้เขา ก่อนจะถามต่อ “แล้วตื่นตั้งแต่เมื่อไรครับ”

          “ก็ตั้งแต่ที่น้องคุณถามว่าคุณโดนผมจับปล้ำรึเปล่านั่นแหละ” คุณภูตอบออกมายิ้ม ๆ ก่อนจะกดจูบลงที่ข้างแก้มผมเบา ๆ “จะว่าไป คุณกับน้องคุณนี่ตรงพอ ๆ กันเลยนะ”

          “ก็ไม่มีเหตุผลที่ต้องอ้อมค้อมนี่ครับ...จะพูดยังไง เรื่องที่เมื่อคืนเรากอดกันก็เป็นความจริงอยู่ดี”

          “น่ารักแต่เช้าแบบนี้ ขออีกทีได้มั้ย” พอผมบอกแบบนั้น คุณภูก็ยื่นหน้าเข้ามาใกล้ ขณะที่มือหนาลูบผ่านลำคอเรื่อยไปจนถึงอกจนผมต้องจับมือของอีกฝ่ายไว้ก่อนที่จะได้ออกกำลังกายยามเช้ากันจริง ๆ

          “ไม่ครับ ผมยังเจ็บอยู่” ผมส่ายหน้า ปฏิเสธออกไปตรง ๆ ถึงเมื่อคืนจะรู้สึกดีแค่ไหน แต่ตอนนี้มันก็เจ็บเกินกว่าจะทำอะไรแบบนั้นได้จริง ๆ ผมไม่ใช่พวกชื่นชอบความเจ็บปวดนะครับ แล้วก็ไม่อยากฝืนร่างกายตัวเองด้วย “ให้ผมหายเจ็บก่อนนะ”

          “อืม ไม่ฝืนคุณหรอก” คุณภูบอกยิ้ม ๆ “แต่เมื่อคืนดีใช่มั้ย”

          “ครับ ผมรู้สึกดีนะ” ผมพยักหน้าให้ แล้วถามกลับไปบ้าง “แล้วคุณล่ะ”

          “หืม”

          “ผมทำให้คุณรู้สึกดีเหมือนกันรึเปล่าครับ” ผมถาม สบตาอีกฝ่ายนิ่ง ขณะที่คุณภูยิ้มกว้างให้

          “คุณรู้อยู่แล้ว” เขาบอก ไม่ได้หลบสายตาไปไหน...คุณภูยังคงแสดงความรู้สึกที่มีต่อผมออกมาได้อย่างตรงไปตรงมาและชัดเจนเสมอ เหมือนกับครั้งนี้ที่เสียงทุ้มเอ่ย “มันยิ่งกว่าดีอีก”

          “ดีพอที่จะทำให้คุณมั่นใจในตัวผมรึเปล่าครับ” พอถามแบบนั้น คุณภูก็ชะงักไปนิดหน่อย ก่อนจะกอดผมแน่น ๆ อยู่พักหนึ่ง ได้ยินเสียงเบา ๆ ดังขึ้นข้างหูเป็นคำตอบที่ทำให้ผมยิ้มกว้าง

          “มันดีจนผมคิดว่าฝันอยู่รึเปล่าเลยด้วยซ้ำ...แต่พอตื่นขึ้นมาแล้วเห็นคุณแบบนี้ ความคิดพวกนั้นก็หายไปหมดเลย” เขาบอก กดจูบลงที่ลาดไหล่ของผมไปที “ขอบคุณนะเขิน”

          “คุณเป็นครั้งแรกของผมนะ ไม่ว่าจะกอดหรือจูบก็เป็นคุณ เป็นคุณคนเดียวที่ผมให้นะครับ”

          “สัญญาจะเป็นครั้งสุดท้ายของคุณด้วย” เขาบอก ก่อนจะค่อย ๆ ดันตัวผมออก แล้วเอี้ยวตัวไปหยิบสิ่งที่วางอยู่บนโต๊ะข้างหัวเตียงขึ้นมา “แต่ก่อนหน้านั้น...ผมสงสัยว่าทำไมคุณมีของพวกนี้ล่ะ?”

          ผมมองกล่องถุงยางในมือของอีกฝ่ายแล้วกรอกตาไปมาเล็กน้อย ก่อนจะตัดสินใจตอบกลับไปตรง ๆ “ก็คิดว่ายังไงก็คงต้องใช้ เลยซื้อมาน่ะครับ”

          “รู้ด้วยเหรอว่าผมใช้อันนี้” คุณภูยิ้มขำ ขณะที่ผมพยักหน้าให้นิด ๆ

          “จริง ๆ ผมเคยเห็นมันวางอยู่ในรถคุณน่ะครับ หลายกล่องด้วย” มันเป็นช่วงแรก ๆ ที่ผมเจอคุณภูนั่นแหละครับ เพราะนิสัยชอบสังเกตจนชินก็เลยมองไปทั่ว ตอนที่ขึ้นรถเขาครั้งแรกก็เห็นของพวกนี้อยู่แล้ว แต่พอผมพูดแบบนั้น คุณภูก็ทำหน้าเครียดขึ้นมาแล้วบอกเสียงจริงจัง

          “เดี๋ยวนี้ไม่มีแล้วนะ ไม่ได้ใช้แล้ว...ผมหมายถึง ผมไม่ได้ทำอะไรแบบนั้นแล้ว มีคุณคนเดียว ใช้ก็ใช้กับคุณคนเดียวนะ” ดูเหมือนคำพูดของผมจะทำให้คุณภูเข้าใจผิดไปไกลโข...ผมมองอีกอย่างที่ดูหวาดหวั่นเหมือนคนมีความผิดติดตัวแล้วโดนจับได้อะไรแบบนั้นแล้วก็ได้แต่ยิ้มน้อย ๆ ให้ คุณภูคงกลัวว่าผมจะมองว่าเขาเอาของพวกนั้นไปใช้กับคนอื่นล่ะสิ

          “ครับ ผมรู้ บอกแล้วไงว่าเชื่อใจคุณครับ” ผมบอกยิ้ม ๆ ก่อนจะเหลือบมองนาฬิกาที่ที่เข็มสั้นกำลังเข้าใกล้เลขแปดมากขึ้นทุกทีแล้วเอ่ยเตือน “จะสายแล้ว ไปอาบน้ำได้แล้วครับ”

          “ไม่เอา วันนี้ผมหยุด” แต่พอบอกแบบนั้น คุณภูก็ส่ายหน้าออกมาทันที ทำให้ผมเลิกคิ้วขึ้นน้อย ๆ ผมจำได้ว่าบริษัทคุณภูหยุดถึงแค่วันที่หนึ่งนะ ผมจ้องมองอีกฝ่ายนิ่ง ๆ อย่างใช้ความคิด ขณะที่คุณภูสบตาผมอยู่แปปหนึ่งก็เลื่อนสายตาลงไปสำรวจตัวผมแทน ท่าทางแบบนั้นทำให้ผมกระพริบตาช้า ๆ ก่อนจะบอกออกไป

          “ผมไม่เป็นไรหรอกนะครับ ไม่ต้องห่วงหรอก รอยพวกนี้ก็ไม่ได้เจ็บด้วย” ผมว่า แล้วจิ้มแถว ๆ อกตัวเองที่ตอนตื่นขึ้นมาสำรวจตัวเองแล้วเห็นว่ามันเต็มไปด้วยรอยจูบ ก็คุณภูก็ส่ายหน้านิด ๆ แล้วเลื่อนมือไปแตะแถว ๆ สะโพกผมเบา ๆ

          “แต่ตรงนี้ยังไงก็เจ็บใช่มั้ยล่ะ”

          “แค่นิดหน่อยครับ”

          “เห็นมั้ย เพราะงั้นผมจะดูแลคุณ ผมทำคุณเจ็บนี่” แต่พอบอกแบบนั้น คุณภูก็ยืนกรานออกมา ขณะที่ผมทำได้แค่จ้องเขานิ่ง ๆ แล้วส่ายหน้า คุณภูหยุดงานเพราะผมมาหลายรอบแล้ว ผมไม่อยากให้เรื่องแค่นี้ทำให้เขาจ้องหยุดงานตั้งแต่วันแรกของการทำงานในปีนี้อีกน่ะครับ แถมสภาพผมก็ไม่ได้แย่อะไรขนาดนั้น มันแค่เจ็บนิดหน่อยจริง ๆ

         “ผมไม่เป็นอะไรมากจริง ๆ ครับ คุณไปทำงานเถอะ ผมไม่อยากให้คุณเสียงานเสียการเพราะผมนะ” พอผมบอกแบบนั้น คุณภูก็ส่งเสียงจิ๊จ๊ะออกมาเบา ๆ

          “จะให้ผมทิ้งคุณไว้คนเดียวเหรอ” เขาย่นคิ้ว แล้วบ่นอุบ “แบบนี้เหมือนฟันแล้วทิ้งเลย”

          “ฮึ้...ไม่ได้อยู่คนเดียวซักหน่อย เด็ก ๆ ก็อยู่ด้วยนะครับ” ผมหัวเราะเบา ๆ แล้วพยักเพยิดไปทางเด็ก ๆ ของผมที่กลับเข้ามานอนกันในห้องนอนของผมเหมือนเดิมแล้วเป็นการยืนยัน ก่อนจะยกมือขึ้นดึงจมูกโด่ง ๆ ของอีกฝ่ายเบา ๆ “ไปทำงานครับที่รัก หยุดบ่อย ๆ ไม่ดีนะ”

          “แต่...”

          “ไปทำงาน แล้วเคลียร์ตารางวันเสาร์อาทิตย์นี้ให้ว่างเถอะนะครับ” ผมขัดคุณภูที่ตั้งท่าจะปฏิเสธเอาไว้ แล้วบอกแผนการของตัวเองไป “เพราะอาทิตย์นี้เราจะไปเที่ยวปีใหม่กัน”

          “หืม?” พอบอกว่าไปเที่ยวด้วยกัน คุณภูที่ทำท่าจะดื้อโดดงานหยุดอยู่กับผมวันนี้ก็สนใจขึ้นมาทันที ทำให้ผมยิ้มน้อย ๆ ให้แล้วอธิบาย

          “จริง ๆ ก็แค่ไปเยี่ยมลุงกับป้าที่เลี้ยงผมกับอายมาเท่านั้นแหละครับ ถือว่าเป็นวันหยุดปีใหม่ย้อนหลังของร้านด้วย” ปกติเราจะไปกันทุกปีอยู่แล้วครับ บ้านของป้าที่ต่างจังหวัด ถึงแม้ว่าจะไม่ได้มีสายเลือดเดียวกัน แต่ท่านก็เป็นคนเลี้ยงพวกผมมาเหมือนลูกเหมือนหลานจริง ๆ ปีใหม่ทั้งทีก็อยากจะกลับไปหาบ้าง ปกติจะไปกันแค่ผมกับอาย ส่วนร้านจะฝากพนักงานที่รู้จักกันดีและไว้ใจได้คอยดูแลให้ชั่วคราวพร้อมค่าจ้างโบนัสพิเศษเพื่อให้อีกฝ่ายช่วยให้อาหารเด็ก ๆ ของผมด้วยระหว่างที่ผมกับน้องไม่อยู่ แต่ปีนี้อาจจะมีคุณภูเพิ่มไปอีกคนเป็นกรณีพิเศษ

          “ไปด้วยกันมั้ยครับ...ไปหาครอบครัวของผม”

          “...”

          “ถ้าจะไปด้วยกัน ก็รีบไปอาบน้ำแล้วเตรียมตัวไปเคลียร์ตารางงานให้เรียบร้อยนะครับ แต่ถ้าไม่ไป---

          “ไป ๆ ไปครับไป ผมอาบน้ำเดี๋ยวนี้แหละ เดี๋ยวรีบเคลียร์งานเลย เสาร์อาทิตย์นี่ว่างแน่นอน” ยังไม่ทันที่ผมจะเอ่ยได้จบประโยคดี คุณภูก็รีบพูด ก่อนจะกุลีกุจรลงจากเตียงแทบจะในทันที ทำให้ผมได้แต่หัวเราะน้อย ๆ หูก็ได้ยินเสียงคุณภูที่ต่อให้รีบขนาดไหน ก็ยังมีเวลามาหยอกผมอยู่ดี “อาบด้วยกันมั้ยครับที่รัก”

          ผมเงยหน้าขึ้นสบตากับคนที่ยิ้มแพรวพราวแล้วยื่นหน้าเข้ามาใกล้ก่อนจะยิ้มน้อย ๆ ออกไปแล้วกดจูบลงไปข้างแก้มของอีกฝ่ายเบา ๆ ก่อนจะยกแขนขึ้นโอบรอบคอเขา ไม่คิดว่าจะเป็นการเสียหายอะไรหรอกครับ ก็เห็นกันมาหมดแล้วจะอายอะไรอีก

          “ก็เอาสิครับ”

          “ทำแบบนี้กลัวจะไม่จบแค่อาบน้ำนะ” คุณภูว่าแบบนั้น ก่อนจะรวบเอวผมเข้าหาแล้วดึงตัวผมให้ลุกจากเตียง

          “ที่รักเจ็บอยู่นะ คุณภูไม่ทำหรอก” คุณภูทำแค่ไหวไหล่น้อย ๆ ไม่ได้ตอบอะไรกลับมา ขณะที่เราพากันเข้าไปในห้องน้ำเพื่อเริ่มจัดการธุระยามเช้าของตัวเองกันให้เรียบร้อยซักที หลังจากที่เอื่อยเฉื่อยอยู่บนเตียงมาซักพัก

          สุดท้าย...การอาบน้ำด้วยกันครั้งแรกของผมกับคุณภูก็จบลงแค่ที่การอาบน้ำนะครับ

          บอกแล้วว่าคุณภูไม่ทำร้ายผมหรอก

 

เรา...เราง่วง ฮ่อลลลลลลลลลลล

สำหรับตอนนี้มาฟังบรรยายฝั่งคุณเขินกันบ้าง งุ้ยยยยยย บอกเลยว่าคุณเขินเปิดใจกันให้เต็มที่มาก พี่ภู จงรู้ตัวซะว่าโชคดีแค่ไหน ฮ่า...

ส่วนน้องอาย ต้องเข้าใจว่าน้องโตมากับสิ่งมีชิวิตเพศชายล้วน ๆ ไม่นับป้า เวลาคุยกับคนในครอบครัวน้องเลยออกจะแมน ๆ คุยกัน เหมือนเวลาเห็นหนุ่ม ๆ คุยกันเรื่องเอวีไรงี้แหละค่ะ ฟีลประมาณนั้น(?) แต่น้องเขาพูดเฉพาะกับครอบครัวนะ กับคนอื่นน้องเขายังมีความเป็นผู้หญิงอยู่ ถถถถถถถถถถถ

สำหรับพี่ภู...ตอนนี้พี่แกชีวิตดี๊ดีของแท้ นอกจากแฟนน่ารักแล้ว ยังจริงจังขนาดจะพาไปแนะนำตัวกับครอบครัวซะด้วย ดีใจจนบินได้ไปแล้วค่ะ 55555555555 มาลุ้นกันว่าการพบเจอระหว่างพี่ภูกับป้าของคุณเขินจะเป็นอย่างไร หลายคนบอกกลัวดราม่า เฮ้ยยยยย ไม่มี๊ ไม่มี ไม่มีเล๊ยยยยยยย จริ๊งงงงง จริงงงงงงง เชื่อเรา อิ_อิ

สำหรับตอนนี้ก็ขอฝากพี่ภูกับคุณเขินไว้อีกตอนด้วยค่า

ปล.ติดแฮชแท็ก #ภูเขิน หรือ #ทาสเจ้าของแมว ได้สำหรับเรื่องนี้ค่า













(c)              Chess theme
  
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 39 ครั้ง

1,713 ความคิดเห็น

  1. #1703 View_Aranya (@View_Aranya) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 13 ธันวาคม 2561 / 10:00
    จริงๆตัดจบบริบูรณ์ตั้งแต่ตอนนี้ก็ได้นะ ไม่อยากให้ดราม่ามาทำลายอะไรที่มันดีๆ
    #1703
    0
  2. #1654 batpunch (@batpunch) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2560 / 15:16
    มาที่รงที่รักก โง้ยยยยยยยยย ฟินนนน
    #1654
    0
  3. #1623 furbybaek (@furbybaek) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 15 มีนาคม 2560 / 23:58
    เขาได้กันแล้วมันจะหวานอะไรขนาดนั้น มีความลำไย 55555555 ความน่ารักเต็มไปหมดเลย เจองี้เขินไม่รู้กี่รอบแล้วนะ อ่านไปยิ้มไป ????
    #1623
    0
  4. #999 คุงนามิ'❥ (@minmin-wk) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 29 พฤศจิกายน 2559 / 09:12
    พอได้มาอ่านในมุมของคุณเขินก็ยิ่งรักนางมากขึ้นไปอีก เอาจริงๆตั้งแต่อ่านนิยายเรื่องนี้มาชมคุณเขินไม่หยุดปากเลยนะ ความคุณเขินนี่มันดีต่อใจจริงๆค่ะ! หลังจากที่กอดกันไปก็แลดูจะหวานกันมากขึ้นอีกด้วย เห็นทีต้องไปเช็คน้ำตาลในกระแสเลือดซักหน่อยแล้วล่ะ ฮรื่ออออออออออ ? ?
    #999
    0
  5. #978 baekbow (@baekbow) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 27 พฤศจิกายน 2559 / 22:23
    นี่เป็นคนไม่ค่อยอ่านทอร์คนะ และหลายๆครั้งก็พลาดอะไรหลายๆอย่างจากทอร์คนี่แหละ 555
    #978
    0
  6. #977 baekbow (@baekbow) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 27 พฤศจิกายน 2559 / 22:21
    มีความหวานขึ้นมาอีก 10 เท่าเลยอ่ะ เขินคือแบบ ยอมแล้ว คนอะไรน่ารักชะมัด นี่แบบเขินมากอ่ะ ตอนเขินคุยกับอาย คือแบบเฮ้ยยย คุยกันแบบนี้ได้เลยหรอ เป็นเราคงใบ้แดก ถ้ามีคนมาได้ยินแบบนั้น คือได้ยินไม่ว่า แต่เอามาพูดกันแบบนี้พี่ไม่ไหวจริงๆ คือน้องอายดูเป็นน้องชายเลยอ่ะ 555 จะไปเยี่ยมครอบครัวเขินแล้ว หวังว่าจะไม่มีเรื่องอะไรนะ
    #977
    0
  7. #969 Notty Kero (@sung-yong-nelu) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 27 พฤศจิกายน 2559 / 18:43
    งื่อออออ อ่านไปเขินไป งื่ออออ
    #969
    0
  8. #967 Ichasep9 (@Ichasep9) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 27 พฤศจิกายน 2559 / 08:26
    ชีวิตดี๊ดีอ่ะ น่ารักกกกกก//_\\
    #967
    0
  9. #966 Feremaka (@feremaka) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 27 พฤศจิกายน 2559 / 02:05
    อีกนิดนึงคอจะแตกแล้วค่ะ #เสียงสู๊ง
    #966
    0
  10. #964 lover pc (@pear-pcy_love) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 26 พฤศจิกายน 2559 / 21:20
    โอโห้ วรรณยุกต์สูงติดเพดานบะค่ะไรททททท์
    #964
    0
  11. #963 pcyc (@open2001) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 26 พฤศจิกายน 2559 / 20:57
    น่าร๊ากกกกชีวิตดี๊ดี
    #963
    0
  12. #962 ฟอแฟน นารูโตะ (@noomnim5683) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 26 พฤศจิกายน 2559 / 20:27
    ดีงามมากครัช
    #962
    0
  13. #961 vitorrea (@vitorrea) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 26 พฤศจิกายน 2559 / 19:18
    เหยดดดดดดด อัลไลจะดีขนาดนี้
    #961
    0
  14. #960 berry kiki (@jarjarjerry) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 26 พฤศจิกายน 2559 / 17:05
    คือดีงาม
    #960
    0
  15. #959 Whatever it is (@oil-sup) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 26 พฤศจิกายน 2559 / 15:44
    พี่ภูบอกชีวิตดี๊ดี 555
    #959
    0
  16. #958 Bam_Bee (@Jackbam9497) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 26 พฤศจิกายน 2559 / 13:12
    โอ้ยยยยย คือดี ???????? ชอบบบบบบบบบบ เขินมักกกกก ยดสกบไบไไบบๅำยนพนะสอวหหลพ
    #958
    0
  17. #957 Som O Usanee (@pomelo8063) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 26 พฤศจิกายน 2559 / 13:03
    น่อวววววววววว คุณเขินนี่น่ารักน่าฟัดมากจริง ๆ โงร้ยยยยยยย อยากได้ ๆ (พี่ภูเตะกลิ้งตกบันไดพอดี)
    #957
    0
  18. #956 LitMB9397 (@litmb9397) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 26 พฤศจิกายน 2559 / 11:22
    โอ้ยยย ทำไมน่ารักขนาดนี้อะ เหมือนเด็กน้อยเลยคุณภูอ่าาา ยอมคุณเขินทุกอย่างเลยงืออออ
    #956
    0
  19. #955 Moji Kaaaato! (@tataza79) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 26 พฤศจิกายน 2559 / 10:19
    นั้ลล๊ากกกกกที่สุดเลยอ่ะ อ่านไปบิดไป พี่เขินไม่ค่อยเขิลเหมือนชื่อเลยจริงๆนั้นแหละ แต่หนูไม่ได้ชื่อเขินยังเขินแทนเลยอ่ะ!! /// รอคู่เบียร์อายน้าาาา
    #955
    0
  20. #954 mykkkk (@mykkkk) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 26 พฤศจิกายน 2559 / 10:14
    งื้อออออ. อยากเป็นน้องอายยยยย อุ้บ!!
    #954
    0
  21. วันที่ 26 พฤศจิกายน 2559 / 09:43
    ไม่ดราม่าจริงๆนะคะไรท์!5555555 โอ้ยยย มีชวนอาบน้ำ มีการอาบน้ำ และจบด้วยการอาบน้ำ555555555
    #953
    0
  22. #952 ++BoTaN++ (@bootan2526) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 26 พฤศจิกายน 2559 / 08:47
    นั่ลล้ากกกกก
    #952
    0
  23. #950 molarity2 (@Molarity) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 26 พฤศจิกายน 2559 / 06:09
    ฮ่อวววว ทำไมน่ารักแบบนี้
    #950
    0
  24. #949 จี น า น นี่ ♡ (@immmz) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 26 พฤศจิกายน 2559 / 05:44
    คุณเขินนนนน คุณเขินเป็นนายเอกฟิคที่เราชอบมากอะ
    ชอบนิสัย ชอบทุกอย่างเลย งือออ
    คุณเขินที่ไม่เขินสมชื่อ
    #949
    0
  25. #948 bb.smile (@bhoombimm) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 26 พฤศจิกายน 2559 / 02:01
    อิจฉาน้องอายมากค่ะ บอกเลยยย!!!


    #948
    0