Pob-Rak Publishing | [END] O W N E R ★ รับ แลก รัก [YAOI]

ตอนที่ 32 : O W N E R 3 1 ★ ปี ใ ห ม่

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,520
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 48 ครั้ง
    24 พ.ย. 59















O W N E R 3 1 ปี ใ ห ม่

 

# PHUPHA

          หลาย ๆ คนกล่าวไว้ว่าปีใหม่เป็นช่วงเวลาแห่งความสุข

          สำหรับเด็กนักเรียน มันคือช่วงเวลาอันล้ำค่าในการหยุดเรียนแล้วไปเที่ยวปล่อยผี เช่นเดียวกับผู้ใหญ่วัยทำงาน ช่วงเวลานี้คือวันหยุดอันเป็นรางวัลหลังจากใช้ชีวิตวนลูปแบบมนุษย์เงินเดือนมาตลอดทั้งปี ที่หลาย ๆ คนคาดหวังว่าจะได้พักผ่อนสบาย ๆ หรือไปเที่ยวกับครอบครัว คนรัก ใช้เวลาว่าง ๆ ชิล ๆ ไปเรื่อย ๆ แล้วยิ้มแย้มมีความสุขต้อนรับสิ่งดี ๆ ที่เชื่อว่าจะเข้ามากันตั้งแต่ต้นปี

          ปีใหม่ที่ผ่าน  ๆ มาของผมเองก็ไม่ได้หลุดออกจากสัจธรรมนี้เท่าไร ช่วงเวลานี้ในปีก่อน ๆ ผมก็นอนเอื่อยเฉื่อยอยู่ที่บ้าน ตกเย็นก็ไปปล่อยผีที่ผับไอ้เบียร์...แต่นั่นมันปีก่อน ๆ ที่ผมยังไม่มีเขิน

          ส่วนสำหรับปีนี้...ปีที่ผมมีเขินเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตแล้ว ผมตั้งใจจะทำให้ปีใหม่นี้เป็นเวลาของเราสองคน ผมอยากจะใช้เวลาในวันหยุดที่ประจวบเหมาะเหลือเกินว่าวันสิ้นปีเป็นวันจันทร์พอดี เรียกได้ว่าปีนี้วันหยุดปีใหม่ก็เป็นลองวีคเอนท์ติดกันถึงสี่วัน และเวลาสี่วันอันมีค่านี้ผมก็คิดว่าจะทำให้มันเป็นช่วงเวลาที่น่าจดจำสำหรับผมกับเขินให้ได้

          ซึ่ง...

          “ลาซานญ่าครับ” ผมบอกด้วยท่าทางแข็ง ๆ แบบไม่ค่อยคุ้นชิน ลงท้ายคำพูดอย่างสุภาพแบบโคตรกระดากปาก แล้ววางจานใส่ลาซานญ่าลงบนโต๊ะ ผู้หญิงที่มากับลูกสาววัยรุ่นของเธอก็พงกหัวนิดหน่อยเป็นเชิงขอบคุณ ก่อนจะเลื่อนจานลาซานญ่าไป ส่วนผมก็เดินกลับเข้าไปเอาอาหารที่ลูกค้าสั่งในครัวอีกรอบ

          ...ครับ ผลก็คือการวางแผนของผมผิดพลาดไปหมด!

          แผนการปีใหม่แสนวิเศษที่ว่าจะพาเขินไปเดท เที่ยวนู่นเที่ยวหรือ แล้วกลับมาใช้เวลายามค่ำคืนเงียบ ๆ กันสองคนเป็นอันต้องพับเก็บแล้วโยนทิ้งแทบไม่ทันเมื่อรู้ความจริงที่ว่า ปกติแล้วเขินไม่ปิดร้านในวันปีใหม่!!

          เขาบอกว่าช่วงนี้ลูกค้าจะเยอะเป็นพิเศษ เรียกได้ว่าเป็นช่วงกอบโกยของปีเลยทีเดียว ซึ่งก็แสดงให้เห็นประจักษ์อยู่ตอนนี้แล้วว่าร้านเขาลูกค้าเยอะขนาดไหน เพราะตอนนี้ในร้านไม่มีที่นั่งแล้วครับ ลูกค้าต้องต่อคิว นั่งรอกันอยู่ข้างนอกเพื่อรอโต๊ะว่าง ๆ ในร้านของเขา

          ซ้ำร้ายยิ่งไปกว่าการที่เขินไม่ปิดร้านและลูกค้าโคตรเยอะแล้วก็คือ...เขาอนุญาตให้พนักงานร้านของเขาหยุดทำงานในช่วงปีใหม่ได้ เพื่อไปใช้เวลาของตัวเองตามสบายซะอย่างนั้น เรียกง่าย ๆ ก็คือไม่บังคับให้มาทำงานนั่นแหละครับ ซึ่ง...ในจุดนี้ก็ถือว่าเขาเป็นเจ้านายที่เข้าใจลูกน้องตัวเองดี ใจเขาใจเราอยู่หรอก แต่ผลจากการทำแบบนั้นก็คือ พนักงานไม่พอ! จากที่ร้านของเขินมีพนักงานปกติอยู่ห้าหกคน วันนี้เหลืออยู่สองคนที่บอกว่าไม่ได้อยากไปไหนเป็นพิเศษช่วงปีใหม่ ซึ่งสองคนนั้นก็รับผิดชอบหน้าที่ทำอาหารในครัวไป ส่วนคุณเจ้าของร้านสุดที่รักที่ปกติจะมีเวลาว่างมานั่งเล่นกับสัตว์เลี้ยงหน้าขนทั้งหลายของเขาวันนี้ก็ต้องปักหลักอยู่หลังเคาน์เตอร์เพื่อเช็คออเดอร์และคิดเงิน รวมไปถึงวุ่นวายกับกล้องโพราลอยด์ของเขาเมื่อมีลูกค้าอยากถ่ายรูปคู่กับเจ้าพวกหมาแมวทั้งหลายของเขา ซึ่งวันนี้ดูเหมือนกล้องถ่ายรูปจะขายดีเป็นพิเศษ เพราะหลาย ๆ คนก็คงอยากเก็บความทรงจำช่วงปีใหม่ของพวกเขาเหมือนกัน ส่วนน้องอายที่มหาลัยหยุดเหมือนกัน วันนี้ก็ไม่ได้ไปเที่ยวไหน ทำตัวเป็นเด็กดีช่วยงานอยู่ที่ร้าน โดยน้องจะรับผิดชอบในการดูแลลูกค้าและสอนการอุ้มสัตว์เลี้ยงอะไรพวกนี้

          ส่วนผม...ถึงจริง ๆ เขินจะบอกว่าไม่เป็นไรก็เถอะครับ แต่จะปล่อยให้แฟนตัวเองทำงานงก ๆ อยู่คนเดียวแล้วออกไปเที่ยวกับเพื่อนที่ก็ไม่ถู แถมจริง ๆ ผมก็ตั้งใจจะใช้เวลาอยู่กับเขาอยู่แล้วด้วย เพราะงั้นวันนี้ซึ่งเพิ่งจะเข้าสู่ลองวีคเอนท์วันแรกผมก็เลยอาสามาช่วยงานเล็ก ๆ น้อย ๆ ภายในร้านเขาซะเลย หลังจากมาอยู่ฟรีกินข้าวบ้านเขาฟรีมาหลายต่อหลายเดือน

          แน่นอนว่ากว่าจะมาเป็นเด็กเสิร์ฟได้นี่ไม่ง่ายแค่ใส่ผ้ากันเปื้อนนะครับ โดนสุดที่รักที่แปลงกายเป็นเจ้านายไปชั่วครู่เทรนด์มาอย่างดี ทั้งหมายเลขโต๊ะ การเสิร์ฟ เช็คบิล รับออเดอร์ เก็บโต๊ะ การพูดคุยกับลูกค้า นู่นนี่นั่นเยอะแยะมากมายขนาดที่ผมที่คิดว่าจริง ๆ แค่เสิร์ฟ ๆ อาหารไปก็จบแล้วถึงกับตะลึงไปพักหนึ่ง ก็เพิ่งรู้วันนี้แหละครับว่าเป็นเด็กเสิร์ฟจริง ๆ มันก็ไม่ได้ง่ายอย่างที่เห็น

          อย่างตอนนี้ไงล่ะครับ

          “พี่คะ!” เสียงใส ๆ ของเด็กสาวที่เดาว่าน่าจะอายุไม่เกินยี่สิบที่มากันเป็นกลุ่มนั่งล้อมวงกันอยู่ตรงโซนโต๊ะญี่ปุ่นดังมาให้ได้ยิน ทำให้ผมที่เพิ่จะเสิร์ฟอาหารให้ลูกค้าอีกโต๊ะหันไปมอง แล้วเดินไปนั่งคุกเข่าอยู่ข้างโต๊ะของพวกเธอ...เขินบอก ถ้าลูกค้านั่งพื้นห้ามยืนค้ำหัวลูกค้าครับ ผมนี่อยากจะบ้าตาย คนอย่างผมเคยต้องมานอบน้อมกับใครขนาดนี้มั้ย ก็ไม่!

          แต่ขนาดเขินที่ไม่ค่อยชอบยุ่งกับใคร เขายังพยายามเต็มที่อยู่หลังเคาน์เตอร์นั่นเลย เพราะงั้นผมก็ต้องพยายามเหมือนกัน...ผมอยากจะปรับตัวให้เข้ากับเขินให้ได้มากที่สุด

          “ครับ” ผมตอบรับ ยิ้มแข็ง ๆ ไปให้พวกเธออีกที แต่พอทำแบบนั้น เด็ก ๆ พวกนั้นก็ทำท่าบิดไปบิดมาแล้วหันไปหัวเราะคิกคักกันในกลุ่มซะงั้น...คือถ้าไม่มีอะไรก็อย่าเรียกได้มั้ยวะ เสียเวลา “รับอะไรรึเปล่าครับ”

          “ค่ะ! คือ...มีเมนูอะไรแนะนำมั้ยคะ” หนึ่งในนั้นพยักหน้าแล้วหันมามองผมแล้วยิ้มเขิน ๆ ให้ แบบที่ผมอยากบอกเหลือเกินว่าเขินไปก็ไม่ได้อะไร คือกูมีแฟนแล้วครับ...ไม่ได้หลงตัวเอง แต่ก็ต้องยอมรับว่าหน้าตาผมจัดว่าดีมากพอที่จะทำให้ใครต่อใครหันมอง ไม่งั้นเมื่อก่อนไม่มีเด็กมาติดพันเยอะแยะหรอกน่า...แฮ่ม แต่ตอนนี้เลิกหมดแล้วนะ

          แต่แน่นอนว่าผมที่สวมบทเป็นเด็กเสิร์ฟในร้านวันนี้ไม่สามารถพูดอะไรแบบนั้นได้ นอกจากยิ้มแข็ง ๆ กลับไปให้ ปกติผมไม่เคยต้องมาปั้นหน้าปั้นตายิ้มให้ใครแบบนี้นี่หว่า...แต่เขินบอกว่ารอยยิ้มเป็นสิ่งสำคัญ เหมือนที่เขายิ้มไร้ความรู้สึกแต่ก็ยังน่ามองให้พวกลูกค้าของเขานั่นแหละ “ครับ ถ้างั้นเป็นสมูทตี้สตอเบอร์รี่มั้ยครับ เปรี้ยว ๆ หวาน ๆ เมนูแนะนำของที่นี่เลย หรือโกโก้อุ่นก็เหมาะกับอากาศเย็น ๆ แบบนี้ดี...ส่วนถ้าเป็นอาหาร แนะนำเป็นซุปร้อน ๆ ครับ”

          บอกเลยว่าที่พูด ๆ ไปนี่ไม่ได้คิดเองซักคำด้วย สคริปล้วน ๆ ท่องมาเป็นสิบ ๆ รอบ แถมวันนี้พูดไปแล้วไม่ต่ำกว่ายี่สิบรอบ

          “อืม...ถ้างั้นขอโกโก้ร้อนแก้วหนึ่งค่ะ...แล้วพวกแกเอาไร” เด็กคนนั้นพยักหน้าก่อนจะหันไปตามเพื่อน ๆ ของเธอ ขณะที่ผมหยิบกระดาษที่ใส่ไว้ในผ้ากันเปื้อนขึ้นมาจด เสียงงุ้งงิ้ง ๆ แหลม ๆ ของสาว ๆ พวกนั้นดังเซ็งแซ่ขึ้นมาแล้วเปิดดูเมนูไปเรื่อย มีคำพูดทำนองเอาอันนี้ดีมั้ย หรืออยากกินอันนี้แต่อ้วนดังมาให้ดังยินบ่อย ๆ ขณะที่ผมก้มหน้าก้มตาจดเมนูไปเรื่อย ตามแต่ที่เด็กพวกนั้นจะสั่งมา ลอบกรอกตาไปมานิดหน่อยอย่างเซ็ง ๆ ปนรำคาญใจเบา ๆ จนในที่สุดคำที่ผมรอคอยก็ดังขึ้นจากหนึ่งในเด็กสาวพวกนั้น “เอาแค่นี้ก็แล้วกันค่ะ”

          “ครับ รายการที่สั่งมี...” แล้วผมก็ร่ายยาวชื่ออาหารที่จด ๆ มาให้ฟังไปรอบหนึ่งพร้อมปิดท้าย “รออาหารสักครู่ครับ ลูกค้าสามารถเล่นกับเด็ก ๆ ในร้านได้ แต่ระวังอย่าให้เด็ก ๆ เลียและถ้าต้องการให้อาหารเด็ก ๆ สามารถสั่งอาหารสำหรับเด็ก ๆ ได้พิเศษแต่ห้ามให้อาหารอย่างอื่นกับเด็ก ๆ นอกจากอาหารที่ทางร้านจัดเตรียมไว้นะครับ ส่วนถ้าลูกค้าต้องการอุ้มสัตว์เลี้ยงหรือถ่ายรูป สามารถติดต่อพนักงานได้เลยครับ ระวังอย่าอุ้มเด็ก ๆ โดยพลการด้วยนะครับ”

          นี่ก็ท่องตามสคริปอีกตามเคย คิดเหรอครับว่าอย่างผมจะเรียกไอ้พวกหน้าขนพวกนั้นซะน่ารักน่าเอ็นดูว่าเด็ก ๆ เหอะ...คิดถึงตอนพวกมันอ้อนเขินแล้วอยากขย้ำให้ไขมันแตก!

          แต่บังเอิญตอนนี้ผมมันเป็นแค่เด็กเสิร์ฟที่มีหน้าที่ดูแลไอ้หน้าขนพวกนี้จากบรรดาลูกค้าทั้งหลาย ไม่ใช่ไอ้ภูที่จับแมวโยนเล่นจนโดนเขินคาดโทษอยู่บ่อย ๆ เนี่ยสิครับ

          “ค่ะ เอ้อ...เดี๋ยวค่ะพี่” อีกฝ่ายฟังกฎของร้านแล้วก็พยักหน้าให้ ขณะที่ผมจะลุกขึ้น ถ้าไม่ติดว่าเธอเสียงไว้ซะก่อน ทำให้ผมจำต้องนั่งอยู่ที่เดิมแล้วยิ้มแข็ง ๆ ถามไปตามหน้าที่

          “ครับ?”

          “เอ่อ...ถ่ายรูปนี่...” เธออึก ๆ อัก ๆ ก้มหน้างุด ขณะที่เพื่อนสาวทั้งหลายของเธอก็พร้อมใจกันเงียบแล้วกลั้นยิ้มมองเธอกันใหญ่แบบที่ผมรู้เลยว่าคำต่อไปที่อีกฝ่ายจะพูดคืออะไร “...ถ่ายกับพี่ได้มั้ยคะ”

          สิ้นคำพูดนั้น พวกสาว ๆ ทั้งหลายก็กรี๊ดกร๊าดกันใหญ่จนคนอื่นในร้านหันมามองนั่นแหละพวกเธอถึงได้ลดเสียงลง ขณะที่ผมพยายามห้ามตัวเองไม่ให้กรอกตามองบนแล้วเอาถาดเปล่าฟาดหัวเข้าให้ ข้อหาทำให้เสียเวลา ก่อนจะตอบกลับไปถามสคริปอีกเช่นเดิม “ขอโทษครับ ทางร้านไม่มีบริการแบบนั้น แต่ลูกค้าสามารถเลือกสัตว์เลี้ยงภายในร้านเพื่อถ่ายรูปได้หมดนะครับ ลูกค้าลองดูเด็ก ๆ ในร้านไปพลาง ๆ ระหว่างตัดสินใจก็ได้ครับ”

          “อ่า...ค่ะ” พอโดนปฏิเสธ ก็เหมือนรอยยิ้มของเธอจะค้างไปนิดหนึ่งก่อนจะตอบรับออกมาแบบอาย ๆ แล้วหันกลับไปคุยกับเพื่อนต่อเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ขณะที่ผมผละออกมา แล้วเอาออเดอร์ไปส่งที่เคาน์เตอร์ที่สุดที่รักยืนอยู่ทันที

          “โต๊ะสาม” บอกแบบนั้นแล้วยื่นใบออเดอร์ให้ ถือโอกาสอู้งานแล้วยื่นพิงเกาะเคาน์เตอร์มองเขินไปด้วย พอไม่ต้องไปพูดกับลูกค้าแล้ว ไอ้ยิ้มแข็ง ๆ ที่ปั้นมาตลอดช่วงเช้าก็หายไป เหลือแค่หน้ายุ่ง ๆ ของผมที่ทำให้เขินที่เพิ่งหันมาจากการสั่งอาหารให้ฝ่ายครัวทำยิ้มน้อย ๆ ให้ ปลายนิ้วเรียวจิ้มระหว่างคิ้วของผมเบา ๆ

          “ถ้าเหนื่อยก็พักนะครับ” เสียงนุ่มบอกแบบนั้น ทำให้ผมยิ้มน้อย ๆ ออกมาได้ไม่ยาก เท้าคางกับเคาน์เตอร์แล้วมองใบหน้าน่ามองของอีกฝ่าย

          “ถ้าผมพัก คุณจะเหนื่อยกว่านี้อีก” พอผมบอกแบบนั้น เขินก็ส่ายหน้าน้อย ๆ

          “ชินแล้วครับ ก็เป็นแบบนี้ทุกปี” เจ้าของร้านบอกอย่างไม่ทุกข์ร้อน “แต่คุณภูไม่เคยทำ เพราะงั้นถ้าเหนื่อยก็ไม่ต้องฝืนนะครับ”

          “ไม่ล่ะ อยากช่วย” คราวนี้เป็นผมที่ส่ายหน้าบ้าง “เดี๋ยวทำไปเรื่อย ๆ ทุกปีเดี๋ยวก็ชิน”

          “ฮึ้...ช่างเอาใจ” เขินหัวเราะเบา ๆ อย่างคนที่เข้าใจความนัยที่ผมแฝงไว้ในประโยคนั้น...ทำไปเรื่อย ๆ ทุกปี เพราะไม่ว่าจะปีหน้า ปีหน้า หรือปีถัด ๆ ไป...ผมก็จะอยู่ช่วยเขาแบบนี้ไปเรื่อย ๆ

          “เอามาได้แล้วด้วยนะ” ผมหยอก

          “ครับ ดูแลดีซะด้วย” แต่เขินก็ยังคงเป็นเขินที่ไม่ค่อยจะเขินเหมือนชื่อตัวเองเท่าไร เพราะเจ้าตัวทำแค่ตอบรับยิ้ม ๆ จนกลายเป็นผมที่รู้สึกร้อน ๆ นิดหน่อยขึ้นมาแทน จนต้องเปลี่ยนเรื่องไปแทน

          “แต่จริง ๆ ผมก็เหนื่อยนะ” ผมบอก ยื่นหน้าข้ามเคาน์เตอร์เข้าไปใกล้ ๆ เขา “เหนื่อยที่จะต้องปฏิเสธเวลามีคนขอถ่ายรูปน่ะ”

          “ถ้างั้นปฏิเสธไปจะเหนื่อยน้อยกว่าเวลาง้อผมนะครับที่รัก” เสียงนุ่มที่เอ่ยออกมาแบบนั้นทำให้ผมตาโตแล้วรีบถามออกไป

          “คุณหึงใช่มั้ย

          “ครับ” แล้วสุดที่รักของผมก็ยังคงตรงไปตรงมาไม่เปลี่ยน เขาตอบออกมาแบบนั้นก่อนจะขยายความ “คุณโดนมองมาตั้งแต่เช้า โดนขอถ่ายรูปไม่ต่ำกว่ายี่สิบรอบ โดนลูกค้าจับมืออีกประมาณสิบรอบเห็นจะได้”

          “แสดงว่าคุณมองผมอยู่ตลอดเลยสิ” ผมยิ้มกว้าง ให้ตาย...ทำไมเขินน่ารักแบบนี้ น่าแปลกที่ผมไม่รำคาญซักนิดที่เขินบอกว่าหึง ก็มันเป็นเครื่องยืนยันว่าเขาหวงผมนี่ครับ

          “ก็ผมเป็นเจ้าของคุณ ผมต้องดูแลคุณ ผมก็มองคุณมาตั้งนานแล้วครับ” เขาบอก ก่อนจะยิ้มน้อย ๆ ออกมา “แต่ตอนนี้ผมเป็นแฟนคุณแล้ว พอเห็นคุณโดนคนอื่นสนใจขึ้นมา ก็เลยหึงด้วยไงครับ”

          “ไม่ต้องหึงหรอก ยังไงก็มีคุณคนเดียว” พอผมบอกแบบนั้น เขินก็หัวเราะเบา ๆ แล้วสบตาผม

         “แต่คุณกำลังดีใจที่ผมหึงอยู่นะครับ”

          ผมไหวไหล่ “จริง ๆ ก็ใช่ บอกแล้วไงว่าชอบให้หวง ผมทำให้คุณหึงบ่อย ๆ ดีมั้ย”

          “หื้มมมม จะทำอะไรครับ” เขินหรี่ตามองนิด ๆ เหมือนกำลังจับผิด ทำให้ผมยิ้มขำออกมา

          “ถ่ายรูปกับสาว ๆ โต๊ะสามเป็นไง” พอลองบอกแบบนั้น สุดที่รักที่เอื้อมมือมาบิดจมูกผมไปที แล้วส่ายหน้า

          “ทำแบบนั้นผมจะเสียใจ ไม่ใช่แค่หึงหรอกครับ” เขินบอกยิ้ม ๆ แต่ท่าทางไม่ได้ล้อเล่นเลยซักนิด ผมมั่นใจว่าเขาคงคิดแบบนั้นจริง ๆ แหง ๆ “แต่คุณภูไม่ทำหรอก ผมเชื่อใจคุณ”

          “อืม ไม่ทำ” ผมพยักหน้ารับคำหนักแน่น แต่ยังไม่ทันที่เขินจะได้ตอบอะไรออกมา เวลาอู้ของผมก็เหมือนจะหมดลงเมื่อแขนบาง ๆ ของน้องสาวเจ้าของร้านยกขึ้นมาวางพาดไหล่ผมด้วยท่าทางโคตรแมน เรียกให้ทั้งผมและเขินหันไปมองน้องอายที่ทำหน้ายุ่งอยู่

          “จะทำ ไม่ทำอะไรก็ได้ แต่ไม่ทำงานไม่ได้ค่ะ!” ท่าทางระหว่างที่ผมอู้ น้องมันจะยุ่งจนหัวหมุน วันนี้ถึงได้ดูหงุดหงิดง่ายกว่าปกติ หรือไม่ก็เพราะเป็นวันนั้นของเดือน หรือจริง ๆ อาจจะทั้งสองอย่างรวมกัน แต่เอาเป็นว่าหน้าน้องอายตอนนี้เหมือนจะสามารถลากเขินไปเก็บไว้ห่างไกลจากสายตาผมแบบอาจจะไม่ได้เจอกันอีกถ้าผมยังมัวแต่คุยกับสุดที่รักของผมอยู่แล้วปล่อยให้เธอทำงานอยู่คนเดียว

          “ค่าจ้างก็ไม่ได้” แต่ก็ยังมีอารมณ์ต่อปากต่อคำอยู่ เห็นน้องอายแทบจะกระทืบเท้าแล้วนั่น ท่าทางกระฟัดกระเฟียดเชียว แต่ถามว่าผมแคร์มั้ย ก็ไม่ค่อยเท่าไร

          “อยากได้อะไรก็เก็บที่พี่เขิน ส่วนตอนนี้ พี่เอานี่ไปเสิร์ฟโต๊ะห้าก่อนมันจะเย็นค่ะ แล้วรับออเดอร์โต๊ะเจ็ดด้วย” น้องสาวเจ้าของร้านสั่งมาเป็นชุด แถมยังยื่นจานสปาเก็ตตี้ขี้เมาที่ถูกเอามาวางไว้แถวเคาน์เตอร์ตั้งแต่เมื่อไรไม่รู้ขึ้นมาส่งให้ผม แต่เดาว่าคงเพิ่งถูกเอามาวางไว้เพราะควันยังลอยฉุยอยู่เลย “ถือว่าทำงานเก็บค่าสินสอดมาขอพี่หนูแล้วกันค่ะ”

          น้องอายพูดแค่นั้นแล้วก็ผละจากไปหลังจากยื่นออเดอร์ให้เขินเรียบร้อย ขณะที่ผมมองตามร่างบางของเด็กสาวที่ไปสอนวิธีอุ้มกระต่ายให้ลูกค้าอยู่ตรงคอกกระต่ายกลางร้านแล้วไหวไหล่น้อย ๆ “น้องคุณจริงจังกับงานดีนะ”

          “ฮึ้...คุณก็จริงจังบ้างสิครับ ไปเสิร์ฟได้แล้ว” เขินหัวเราะเบา ๆ แล้วดันไหล่ผมนิดหน่อยเป็นเชิงให้ผมไปเสิร์ฟอาหารได้แล้ว แต่ก็ไม่วายบอกอีกรอบ “แต่ถ้าเหนื่อยก็พักได้นะครับ”

          “คุยกับคุณก็หายเหนื่อยแล้ว” ผมว่ายิ้ม ๆ ก่อนจะเริ่มต้นการทำงานนรกแตกต่อ ซึ่งการทำงานในร้านของเขินในช่วงปีใหม่แบบนี้จะบอกว่าเป็นนรกก็นรกจริง ๆ แหละครับ ยิ่งพอหลังจากช่วงเที่ยงไปจนถึงเย็นนี่ แทบไม่มีเวลาให้ผมได้อู้อีกเลย เพราะพอเข้าช่วงเที่ยงคนก็เยอะขึ้นเรื่อย ๆ เยอะยิ่งกว่าช่วงเช้าแบบสุด ๆ จนผมอึ้งไปเหมือนกัน ไม่คิดว่าคนจะเยอะขนาดนี้

          ไป ๆ มา ๆ ผมว่างานเด็กเสิร์ฟนี่ดูดพลังงานของผมมากกว่างานนั่งโต๊ะที่บริษัทเป็นร้อยเป็นพันเท่าเลยล่ะครับ

          ไอ้งานพวกนั้นมันใช้สมอง ส่วนไอ้งานพวกนี้นอกจากจะต้องควบคุมอารมณ์ไม่ให้เผลอชักสีหน้ารำคาญใส่ลูกค้า แล้วยังต้องเดินไปเดินมาแทบทั้งวัน จะบอกว่าเหนื่อยกันคนละแบบก็ไม่ผิดนัก แต่น่าแปลกที่งานแบบนี้ทำให้ผมรู้สึกดีกว่าเวลาทำงานนั่งโต๊ะเป็นไหน ๆ ไม่รู้เพราะมีเขินอยู่ด้วย เพราะผมชอบงานแบบนี้มากกว่า หรือเพราะอะไร แต่ที่แน่ ๆ คือผมไม่เครียดกับมันเท่าไรน่ะครับ

          รู้สึกเหมือนจะเข้าใจคำว่า...ทำงานแล้วมีความสุขขึ้นมาก็ตอนนี้แหละ

          ที่ผ่านมาผมไม่เคยลองอะไรใหม่ ๆ เลย เดินตามเส้นทางที่พ่อกับแม่ขีดไว้ให้ตลอด จนแม้แต่ความฝันในอนาคตก็หายไปตั้งแต่เมื่อไรไม่รู้ ผมโตมาพร้อมกับความคิดที่ว่าจะต้องเข้าไปทำงานในบริษัทของครอบครัว สืบทอดธุรกิจต่อไปเพียงอย่างเดียวมาตลอด...แต่พอมีเขิน เขาก็ทำให้ผมได้ลองทำอะไรหลาย ๆ อย่างที่ก่อนหน้านั้นไม่เคยคิดจะลองมาก่อน

          เขาทำให้ผมมีสิ่งที่ชอบมากขึ้น

          อย่างการทำงานภายในร้านที่มีเขาอยู่ด้วยนี่ก็เหมือนกัน...แบบนี้จะเรียกว่าเป็นการใช้เวลาร่วมกันในวันปีใหม่ได้ด้วยมั้ยนะ

          แต่ที่แน่ ๆ คือถึงจะชอบขนาดไหน แต่ผมโคตรเหนื่อยเลยครับ!

          .

          .

          .

          ประสบการณ์การเป็นพนักงานพิเศษ รับจ๊อบเด็กเสิร์ฟชั่วคราวภายในร้านของเขินตลอดสี่วันผ่านไปอย่างรวดเร็ว และเพราะวันสิ้นปีในปีนี้ตรงกับวันจันทร์ ทำให้วันจันทร์นี้ร้านของเขินเปิดให้ลูกค้าเข้าใช้บริการได้เป็นพิเศษ ซึ่งแน่นอนว่าช่วงวันสิ้นปีไปจนถึงวันขึ้นปีใหม่ ร้านของเขินคนแน่นมากถึงมากที่สุด จนผมเห็นแล้วแทบอยากแกล้งตาย

          แต่คำว่าทำไปบ่อย ๆ ทำไปซ้ำ ๆ ทำไปเรื่อย ๆ เดี๋ยวก็ชินนี่เห็นจะจริง เพราะหลังจากที่ปิดร้านในวันที่ 1 มกราคม ผมก็รู้สึกว่าร่างกายตัวเองไม่ล้าเท่าวันแรกที่ช่วยงานเขินแล้ว

          ส่วนวันสิ้นปีที่ผ่านมา เคาน์ดาวน์ของผมกับเขินก็ไม่มีอะไรพิเศษไปกว่าการที่ผมได้นอนกอดสุดที่รักที่หลับสนิทไปตั้งแต่ห้าทุ่มตามปกติของเขาแล้วมองพลุปีใหม่นอกหน้าต่างไปแบบนั้น คิดแล้วสงสารตัวเองเป็นบ้า แต่จะให้ปลุกสุดที่รักขึ้นมาก็ไม่อยากเหมือนกัน ช่วงลองวีคเอนท์นี่เขินเองก็เหนื่อยไม่แพ้ผมหรอกครับ เพราะงั้นปล่อยให้เขานอนไปเถอะ แค่ได้กอดเขินข้ามปีก็มีความสุขแล้วครับ

          มันอาจจะเป็นนิมิตรหมายที่ดีว่าผมจะได้กอดเขินไปตลอดปี และอีกหลาย ๆ ปี

          เอาเป็นว่าถึงจะเป็นปีใหม่ที่ไม่มีอะไรหวือหวาหรือพิเศษมากมาย แค่ผมก็มีความสุขกว่าทุกปีที่ผ่าน ๆ มาล่ะนะครับ

          หลังจากร้านของเขินปิด เราก็ช่วยกันเก็บร้าน น้องอายขอออกไปเที่ยวกับเพื่อนหลังจากอยู่ช่วยที่ร้านมาตลอดหลายวันตั้งแต่ราว ๆ สองทุ่มกว่า ซึ่งเขินก็ไม่ได้ว่าอะไรนอกจากกำชับให้ดูแลตัวเองดี ๆ ไม่นานน้องอายก็ออกไป พอบ้านเหลือกันอยู่แค่สองคนกับไอ้พวกหน้าขนหน้าชีวิต เราก็พากันขึ้นห้องนอน เขินใช้เวลาเล่นกับเจ้าพวกนั้นเหมือนทุกวัน ระหว่างที่เขาอัพเพจและทำบัญชี ระหว่างนี้ผมก็เข้าไปอาบน้ำเหมือนทุกวัน

          ใช่...ทุกอย่างเหมือนเดิม

          ผมคิดอย่างนั้นจนกระทั่งเปิดประตูออกมาแล้วพบว่าสุดที่รักนั่งนิ่งเคาะโน้ตบุ๊ตที่ปิดไปแล้วของตัวเองอยู่ในห้องคนเดียว

          ย้ำว่าคนเดียว คนเดียวในที่นี้หมายถึงคนเดียวจริง ๆ ครับ เพราะพอผมออกมาจากห้องน้ำอีกที ห้องของเขินที่ควรจะมีสัตว์เลี้ยงของเขานอนเกลื่อนกลาดก็กลายเป็นห้องว่าง ๆ เหมือนห้องนอนปกติ แถมยังปิดประตูที่ไม่เคยปิดอีกต่างหาก...มันเหมือนห้องนอนปกติ ที่ทำให้รู้สึกว่าเขินไม่ปกติน่ะครับ

          “เขิน คุณเป็นอะไรรึเปล่า” ผมขมวดคิ้วนิด ๆ แล้วเดินไปนั่งบนเตียงข้าง ๆ เขา แต่พอทำแบบนั้น ร่างโปร่งที่นั่งเหม่อกลับสะดุ้งนิด ๆ แล้วหันมามองผมด้วยท่าทางผิดปกติสุด ๆ เพราะเขินที่ไม่เขินหลบตาผมคนนั้น คราวนี้กลับจ้องผมอยู่แว้บเดียวแล้วก็หลบตาไปทางอื่นซะงั้นน่ะสิ! “เขิน รู้สึกไม่ดีตรงไหนรึเปล่า หรือว่าเหนื่อยเหรอ แล้วไอ้พวกหน้าขนพวกนั้นไปไหนหมด มีอะไรบอกผมได้นะ”

          “...” แต่สุดที่รักที่จู่ ๆ ก็ท่าทีแปลกไป ทั้ง ๆ ที่ก่อนที่ผมเข้าไปอาบน้ำเขายังปกติดีอยู่เลยก็ไม่ตอบคำ เขาส่ายหน้านิดหน่อย ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมาสบตาผมอีกรอบ กรอกตาไปมานิดหน่อยแล้วลุกขึ้นยืน “ผมอาบน้ำก่อนนะครับ”

          “เขิน คุณเป็นอะไร โกรธอะไรผมรึเปล่า” ผมขมวดคิ้ว มองท่าทางแปลก ๆ แบบนั้นแล้วเริ่มใจไม่ดี ก็เลยเอื้อมมือไปรั้งข้อมือเขาไว้ คราวนี้เขินยอมสบตาผมนิ่ง ๆ เหมือนเดิมแล้ว ก่อนจะเขาจะยิ้มน้อย ๆ ออกมาแล้วกดริมฝีปากอิ่มลงบนริมฝีปากของผมเบา ๆ ทีหนึ่ง

          “ไม่ได้โกรธครับ ผมแค่จะอาบน้ำ”

          “จริงนะ?” ผมถามย้ำออกไปอย่างไม่แน่ใจนัก ถึงจะมั่นใจว่าไม่ได้ทำอะไรให้เขาโกรธก็เถอะ แต่เขินแปลก ๆ ไปแบบนี้ผมหวั่นใจนะครับ แต่ถึงอย่างนั้น พอเขาพยักหน้าแล้วยิ้มหวานมาให้อีกรอบผมก็จำต้องปล่อยให้อีกคนไปอาบน้ำอย่างที่เขาบอก

          ผมมองร่างโปร่งที่เดินหายเข้าไปหลังบานประตูห้องน้ำอย่างกังวล นี่เพิ่งเป็นวันแรกของปีเองนะ อย่าเพิ่งทำให้ผมหวั่นใจนักจะได้มั้ย

          อยากให้เป็นปีดี ๆ แต่ทำไมรู้ตัวอีกทีสุดที่รักแปลกไปแบบโคตร ๆ แบบนี้ล่ะครับ ทั้งห่วง ทั้งกลัว ทั้งกังวลจนผมได้แต่นั่งจ้องประตูห้องน้ำไม่ละสายตาไปไหน นั่งอยู่แบบนั้นจนเริ่มเมื่อย พร้อมกับคิ้วที่ขมวดแน่นขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อหันไปมองนาฬิกาแล้วพบว่าเขินเข้าไปตั้งแต่ราว ๆ สามทุ่มจนตอนนี้สี่ทุ่มแล้วยังไม่ออกมา

          เดี๋ยวนะ...ไม่ใช่จู่ ๆ อาการกำเริบกะทันหัน แล้วเป็นอะไรไปในห้องน้ำแล้วนะ!?

          “เขิน!!” พอคิดแบบนั้นผมก็กระโดดลงจากเตียงแล้วสาวเท้าเร็ว ๆ ไปที่ประตูห้องน้ำทันที “เขิน คุณเป็นอะไรรึเปล่า คุณเข้าไปนานแล้วนะ”

          ให้ตายสิ ไอ้ภู...ทำไมไม่เอะใจให้เร็วกว่านี้วะ เกิดเขินเป็นอะไรขึ้นมาจะทำยังไง...

          “เขิน! คุณโอเคมั้ย ได้ยินผมรึเปล่า เขิน ๆ !!” ผมเรียกอย่างร้อนใจ มือก็บิดลูกบิดประตูห้องน้ำที่ล็อคอยู่ไปด้วย นี่ถ้าเขินยังไม่ออกมาอีกผมจะพังเข้าไปจริง ๆ แล้วนะ

          “ครับ!” แต่เหมือนพระเจ้าจะยังเห็นใจผมอยู่บ้าง เมื่อเสียงนุ่มของอีกฝ่ายดังตอบกลับมาจากในห้องน้ำให้ผมเบาใจขึ้นนิดหน่อยว่าเขาน่าจะยังโอเคอยู

          “คุณไม่เป็นไรจริง ๆ นะ---

          แกร๊ก...

          “...คุณภู”

          แล้วคำถามของผมก็จำต้องถูกกลืนหายไปในลำคอทั้ง ๆ ที่ยังไม่ทันถามให้จบดีเพราะจู่ ๆ ประตูห้องน้ำที่ปิดสนิทมาร่วมชั่วโมงก็เปิดออก พร้อมกับเสียงนุ่ม ๆ ของคนที่อยู่ข้างในที่เรียกชื่อผม ดวงตาสั่น ๆ ของอีกฝ่ายช้อนมองผมนิดหน่อย ก่อนจะก้าวออกมาจากห้องน้ำ ยืนประชิดตัวผมที่ตะลึงจนแข็งค้างไปแล้ว

          ก็จะไม่ให้ตะลึงได้ไงล่ะครับ! สภาพของสุดที่รักของผมตอนนี้มันโคตรไม่ปกติ...ผมเผลอกลืนน้ำลายอึกเมื่อทอดมองร่างขาว ๆ ของอีกฝ่ายที่มีแค่ผ้าขนหนูผืนเล็กปกปิดด้านล่างไว้เท่านั้นก่อนจะสูดหายใจเข้าลึก ๆ อย่างพยายามตั้งสติ

          ปกติเขินจะแต่งตัวให้เรียบร้อยตั้งแต่ในห้องน้ำแล้วครับ เพราะแอร์ห้องเขามันเย็น ถ้าออกมาเปลือย ๆ แบบนี้ถึงจะเป็นเขินก็คงหนาวเหมือนกัน...แต่สภาพวันนี้คืออะไร

          เขาจะรู้ตัวมั้ยว่ามายืนเกือบเปลือยต่อหน้าแฟนตัวเองนี่มันหมายความว่ายังไง

          “ทำไมไม่ใส่เสื้อล่ะ” ผมสะบัดหัวไล่ความคิดที่จะเอาเปรียบเขาออกไปจากหัว แล้วยกมือขึ้นกุมขมับ ปิดลงไปถึงตา มองไปทางอื่นเมื่อสงบสติอารมณ์

          ใจเย็นไว้ไอ้ภู...

          “เดี๋ยวก็ต้องถอดนี่ครับ”

          “ห้ะ!?” แต่คำพูดของอีกฝ่ายก็ทำให้ผมที่พยายามจะไม่คิดอะไรต้องหันขวับ เบิกตากว้างมองเขาอย่างไม่อยากเชื่อ...เขินพูดแบบนี้ กับสภาพเกือบเปลือยของเขาแบบนี้... “เขิน คุณหมายความว่า...”

          คราวนี้ผมเห็นอีกฝ่ายกรอกตาไปมาเล็กน้อย กัดริมฝีปากล่างนิด ๆ ก่อนจะเป็นฝ่ายดึงผมไปที่เตียง แล้วดันผมให้นั่งลง “ผมเคยบอกคุณแล้วนี่ครับ ว่าถ้ายอมเมื่อไรจะบอกคุณเอง”

          “...!?” ผมมองตามร่างโปร่งที่เดินไปที่หัวเตียงอีกฝั่งแล้วก้มลงหยิบอะไรบางอย่างในลิ้นชักตรงนั้นอย่างอึ้ง ๆ เป็นความอึ้งที่ปนเปมากับความรู้สึกตื่นเต้นดีใจ ยิ่งมองร่างขาว ๆ ของสุดที่รักแล้วยิ่งอยากจับมาฟัดเสียตอนนี้

          แต่ใจเย็นก่อนครับ...ถึงจะอยากขนาดไหน แต่สำหรับเขินมันน่าจะเป็นครั้งแรก รีบมากเดี๋ยวเขาจะกลัวซะเปล่า ๆ

          ผมค่อย ๆ เขยิบเข้าไปหาเขา มองร่างโปร่งที่กำลังก้มลงของในลิ้นชักอย่างสงสัย แต่ตอนนี้ความต้องการในตัวของอีกฝ่ายมีมากกว่าที่จะสนใจว่าเขาจะหยิบอะไร ก็เลยรวบเอวของเขินเข้ามา จนคนไม่ทันตั้งตัวปลิวมานั่งแปะอยู่บนตักอย่างง่ายดาย ตัวเขินหลังจากเพิ่งอาบน้ำเสร็จหอมละมุน แถมเนื้อเนียนของเขายังลื่นมือสุด ๆ

          “คุณแน่ใจแล้วใช่มั้ย” ผมถาม ขณะที่กดริมฝีปากลงบนลาดไหล่เนียนของอีกฝ่าย ให้ตาย...แค่นี้ผมก็รู้สึกซะแล้ว แค่เป็นเขิน ไม่ต้องยั่วยวน ไม่ต้องปลุกเร้าอะไร...แต่เป็นเขาก็ทำให้ผมรู้สึกได้แล้ว

          “ครับ...กอดผมนะ” เขาบอกแบบนั้นออกมาเสียงเบา รู้สึกได้ว่าเขินเกร็งไปทั้งตัวจนผมต้องบีบมือเขาเบา ๆ เพื่อให้ผ่อนคลาย...นี่หมายความว่าที่หายไปในห้องน้ำนานเป็นชั่วโมงซึ่งเดาได้ไม่อยากว่าคงกำลังเตรียมใจ แถมปิดประตูห้อง ไล่หมาไล่แมวออกไปหมดนี่คือ...เพื่อผมเหรอ?

          “ทำไมจู่ ๆ ถึง...”

          “เพราะว่าคุณภูพยายามเพื่อผม...ผมเองก็จะพยายามเพื่อคุณเหมือนกันครับ” ที่ว่าผมพยายามเพื่อเขา คงหมายถึงที่สี่วันมานี้มาช่วยงานซะเหนื่อยสายตัวแทบขาดงั้นสินะ ให้ตาย...เขินน่ารักเป็นบ้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเสียงนุ่มเอ่ยต่ออีกประโยค “อีกอย่าง ผมแค่...อยากให้คุณ ทั้งหมดของผมเลย แลกกับการที่คุณให้ทั้งหมดของคุณกับผมคนเดียว ทั้งตัวทั้งหัวใจ...เรามาแลกกันนะ”

          “อืม...แลกสิ” ผมตอบรับ ค่อย ๆ ดันร่างโปร่งลงไปบนเตียง “จูบหน่อย”

          เขินไม่ได้ตอบอะไร เขาทำให้ยกแขนขึ้นโอบรอบคอผมแล้วดึงลงไปหา ให้ผมได้ประทับริมฝีปากลงบนริมฝีปากอิ่มของอีกฝ่าย แทรกปลายลิ้นเข้าไปสำรวจด้านใน ขณะที่มือก็ลูบไล้ไปตามผิวเนียนของอีกฝ่ายอย่างเพลิดเพลิน สัมผัสได้ว่าเขินสะดุ้งเกร็งเป็นระยะ ๆ อย่างไม่คุ้นชิน ยิ่งทำให้ผมต้องพยายามห้ามตัวเองไม่ให้พลั้งเผลอทำอะไรรุนแรงเกินไป

          ทุกอย่างต้องค่อย ๆ เป็นค่อย ๆ ไป...

          “อือ...ถอด...” เสียงครางเบา ๆ ทำให้ผมผละริมฝีปากออกอย่างอ้อยอิ่ง ขณะที่เสียงสั่น ๆ ของเขินเอ่ยออกมาแบบนั้น มือเรียวปลดกระดุมเสื้อนอนของผมออกอย่างเชื่องช้า จนในที่สุดเสื้อนอนก็หลุดออกให้ผิวผมได้สัมผัสกับความเย็นของเครื่องปรับอากาศ เขินดูไม่ประสีประสากับเรื่องนี้จริง ๆ และท่าทางแบบนั้นของเขาก็ยิ่งกระตุ้นอารมณ์ของผมได้เป็นอย่างดี

          “ทิ้งรอยไว้ได้มั้ย” ผมเอ่ยเป็นเชิงขออนุญาต แต่ไม่รอให้เขาตอบอะไร ริมฝีปากก็ตีตราเป็นเจ้าของรอยแรกไว้ที่ต้นคอของเขาซะแล้ว เขินไม่ได้ต่อว่า แต่ทำแค่ครางเครือในลำคอออกมาแล้วเริ่มขยับตัวไปมาตามอารมณ์ที่ค่อย ๆ พุ่งขึ้นสูง ขณะที่ผมลูบไล้ไปตามร่างเนียน ฝากทิ้งรอยจูบไว้ทั่วทุนหนแห่งตามที่ริมฝีปากลากผ่าน

          พอเห็นว่าเขินเริ่มมีอารมณ์ร่วมตามมากพอแล้ว ก็ค่อย ๆ นำพาเขาไปสู่ขั้นต่อไป ผมกดจูบลงที่ต้นขาด้านในของอีกฝ่าย ดูดดึงขบเม้มจนปรากฏร่องรอยทิ้งไว้ ขณะอีกมือค่อย ๆ ดันขาเนียนให้อ้าออก

          “คุณ...คุณภู...ลิ้นชัก...” แต่ยังไม่ทันที่จะได้จัดการอะไรต่อ เขินก็ดันไหล่ผมไว้ด้วยมือข้างหนึ่ง ก่อนจะเอ่ยด้วยเสียงสั่น ๆ แขนอีกข้างของเขาก็ยกขึ้นปิดตาไว้ แต่ถึงยังไงก็เห็นพวงแก้มที่ขึ้นสีแดงจัดอยู่ดี ผมผละออกจากต้นขาของอีกฝ่าย แล้วชะโงกไปหาลิ้นชักข้างเตียงที่ก่อนหน้านี้เห็นเขินรื้อ ๆ อะไรอยู่ แล้วก็เลิกคิ้วขึ้นอย่างคาดไม่ถึงที่เห็นของในนั้น

          “นี่มัน...”

          “ให้คุณใช้...”

          ผมมองกล่องถุงยางกับขวดเจลที่นอนแน่นิ่งที่ในนั้นอย่างแปลกใจ แต่ก็หยิบมันออกมา ไม่รู้ว่าเขินมีมันได้ยังไง แต่ก็ต้องยอมรับว่าผมกำลังต้องการของพวกนี้ในการช่วยให้ครั้งแรกของเราเป็นไปได้ง่ายขึ้นจริง ๆ

          “ต่อจากนี้ หยุดไม่ได้แล้วนะ” ผมบอกเขาอีกครั้ง ขณะที่บีบเจลชโลมไปทั่วนิ้ว ขณะที่เขินยกแขนขึ้นนิดหน่อย พอให้เขามองเห็นผม ก่อนจะยิ้มน้อย ๆ ให้ทั้ง ๆ ที่ยังหายใจหอบจากอารมณ์ที่กำลังขึ้นสูง

          “ผมเชื่อใจคุณ...”

          สิ้นคำนั้น เหมือนเป็นคำอนุญาตให้ทุกอย่างดำเนินไปจนถึงจุดที่ไม่สามารถยับยั้งตัวเองได้อีกต่อไป แม้ในตอนแรกมันจะลำบากนิดหน่อยแต่พออะไรเริ่มเข้าที่เข้าทาง...ทุกอย่างก็ถูกอารมณ์นำพาไปอย่างที่มันควรจะเป็น

          ระหว่างผมกับเขิน มันเป็นอะไรที่มากกว่าแค่ความสัมพันธ์ทางกาย

          ห้องทั้งห้องอบอวลไปด้วยความเร่าร้อนของร่างกายของเราสองคน...และหอมฟุ้งไปด้วยกลิ่นอายของความรักละมุน

          “ขอบคุณนะเขิน ภูรักเขินนะ”

          ปีใหม่ของเรา...มันยิ่งกว่าคำว่าพิเศษ

 

อุ้ย...ได้กินแล้ว(?)

คิดว่าน่าจะลงได้ รึเปล่า? ไม่มั่นใจเหมือนกันค่ะ แต่พยายามไม่บรรยายอะไรมากนัก คิดหนักมากตอนจะลงตอนนี้ ฮ่า...

ไม่รู้ว่ามันเรทเกินไปสำหรับเว็บเด็กดีรึเปล่าค่ะ ฮ่อลลล QvQ แต่พยายามปรับเลิฟซีนให้ซอฟต์ที่สุดเท่าที่จะทำได้แล้ว ฮืออออออออออ

เอาล่ะ มาพูดถึงตอนนี้กันหน่อย บอกเลยว่าคุณเขินคิดเรื่องนี้มานานมากค่ะ ฮ่า...เอาจริง ๆ ก็ตั้งแต่ตอนที่พี่ภูบอกว่าอยากกอด แล้วก็มาคิดจริงจังกว่าเดิมตอนคบกัน ยิ่งเห็นพี่ภูอุตส่าห์ยอมทำอะไรที่ไม่ถนัดตั้งหลายต่อหลายอย่างเพื่อตัวเองแล้ว คุณเขินเองก็อยากจะให้อะไรตอบแทนพี่ภูไปบ้าง อีกอย่าง...ต้องยอมรับว่าคุณเขินก็มีความต้องการเหมือนกันค่ะ ฮ่า...มันเป็นเรื่องธรรมชาติเนอะ

แต่อย่างไรก็ตาม ถึงบทบรรยายจะไม่อะไรมากแต่ก็เป็นเลิฟซีนอยู่ดี ถ้าไม่เหมาะสมยังไงรบกวนติงได้เลยค่ะ เราไม่แน่ใจที่จะลงฉากนี้จริง ๆ ฮืออออ TvT

ยังไงก็ตาม สำหรับตอนนี้ก็ฝากพี่ภูกับคุณเขินไว้อีกตอนด้วยค่า

ปล.ติดแฮชแท็ก #ภูเขิน หรือ #ทาสเจ้าของแมว ได้สำหรับเรื่องนี้ค่า จุ้บ ๆ














(c)              Chess theme
  
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 48 ครั้ง

1,713 ความคิดเห็น

  1. #1653 batpunch (@batpunch) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2560 / 14:57
    โง้ยยยยยย อ๊าาาาาาาาาาาาาาาาาา อ๊าาาาาาาา ตายๆๆๆๆๆ
    #1653
    0
  2. #1622 furbybaek (@furbybaek) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 15 มีนาคม 2560 / 23:41
    ว๊ากกกกก เขาจะเป็นของกันและกันแล้ว รอวันนี้มานาน วันที่นางพร้อม
    #1622
    0
  3. #998 คุงนามิ'❥ (@minmin-wk) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 29 พฤศจิกายน 2559 / 08:44
    กรี๊สสสสสสสสสสสสสสส!!! ในที่สุดดดดดดดดดดด โอ๊ยพี่ภูได้ทานคุณเขินอย่างสมบูรณ์แล้วค่าาาา~~ คอนแกรทนะยะหล่อนนน คุณเขินนี่น่ารักจริงๆ มีตร่งมีเตรียมของไว้ด้วย เป็นคนที่แบบดีอ่ะ ทำอะไรชัดเจนแถมยังแฟร์สุดๆ แบบนี้พี่ภูจะไปไหนรอดอ่ะถามจริง!!!
    #998
    0
  4. #975 baekbow (@baekbow) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 27 พฤศจิกายน 2559 / 22:01
    เดี๋ยวนะ! ตั้งสติแปป! ว๊ากกกกกกกก!!!!!!! นี่มันเป็นของขวัญปีใหม่ที่ดีที่สุดสำหรับภูเลยนี่ ในที่สุด....ในที่สุดก็เป็นของกันและกันแบบสมบูรณ์สักที!!//จุดพลุฉลอง
    .....อันนี้คือมีแค่นี้ใช่ไหมไม่มี nc แยกช้ะ ที่ถามนี่ไม่ได้อะไรนะ แค่สงสัย เราว่าแบบนี้มันโอเคเลยแหละ แต่เคยเจอแบบ เอ็นซีแบบสั้น แบบสมบูรณ์งี๊ 555 เรื่องของพายถึงกับต้องจินตนาการเอาเลยทีเดียว
    #975
    0
  5. #965 Feremaka (@feremaka) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 27 พฤศจิกายน 2559 / 01:30
    ในที่สุดดด
    #965
    0
  6. #938 berry kiki (@jarjarjerry) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 25 พฤศจิกายน 2559 / 22:58
    เย้เย้
    #938
    0
  7. #937 ฟอแฟน นารูโตะ (@noomnim5683) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 25 พฤศจิกายน 2559 / 20:10
    เขาได้กันแล้ว ๆ ฉลองคร่าาาา
    #937
    0
  8. #936 lover pc (@pear-pcy_love) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 25 พฤศจิกายน 2559 / 20:04
    ฮ่อยยยยย รู้สึกกราฟจะพุ่งขึ้นเรื่อยๆเลยนะคะะ หุ้ยยยย เขินนนน
    #936
    0
  9. #935 TBam_9397 (@ttlovesu) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 25 พฤศจิกายน 2559 / 19:52
    งึ้ยยยยย คุณเขินนนน
    #935
    0
  10. วันที่ 25 พฤศจิกายน 2559 / 18:37
    มาแบบไม่ทันได้ตั้งตัวววว กรี๊ดดดด//////
    #933
    0
  11. #932 ThePrikPanther (@ouiay) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 25 พฤศจิกายน 2559 / 17:28
    แซ่บเว้อออ
    #932
    0
  12. #931 OKACHI_Ti (@OKACHI_Ti) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 25 พฤศจิกายน 2559 / 16:07
    หู่ยย จุดพุฉลองงง เค้าได้กันแล้วจ้าาา 555
    #931
    0
  13. #930 Faii911432 (@Faii911432) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 25 พฤศจิกายน 2559 / 14:59
    เขาได้กันแล้วค่ะ มีความสุขขข ????????????
    #930
    0
  14. #929 mengai (@mosysp) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 25 พฤศจิกายน 2559 / 13:45
    ภูได้เห็นเขิน เขินเหมือนชื่อสมใจอยากแล้วเนอะ ปริ่มมมม:)
    #929
    0
  15. #928 ++BoTaN++ (@bootan2526) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 25 พฤศจิกายน 2559 / 12:43
    อร๊ายยยยย...เขิลอ่า
    #928
    0
  16. #927 >haruhi (@kirarijang) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 25 พฤศจิกายน 2559 / 09:59
    เขินนนนน ทำไมน่ารักขนาดนี้
    คุณภูต้องดูแลให้ดีขึ้นอีกล้านเท่าเลยนะ555
    #927
    0
  17. #926 tinzel (@tinzel) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 25 พฤศจิกายน 2559 / 09:11
    แอร๊ย มันหวานมากเลยค่ะ คุณเขินโซคิ้วท์ /กุมอก
    #926
    0
  18. #925 KAOWMAI (@kaowmai) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 25 พฤศจิกายน 2559 / 09:08
    ละมุนเว่อออ
    #925
    0
  19. #924 เรนนี่ (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 25 พฤศจิกายน 2559 / 08:42
    55 ได้กินแล้วจริงด้วย

    อีกไม่นานคงถึงเวลาที่คุณภูต้องเปลี่ยนที่นอน ไปนอนโรงพยาบาล สินะ

    #924
    0
  20. #922 Bks Bongkiz (@bkyib) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 25 พฤศจิกายน 2559 / 08:04
    โอยยยย เขิน น่าร๊ากกกก
    #922
    0
  21. #921 0895426863 (@0895426863) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 25 พฤศจิกายน 2559 / 08:01
    เขิน...นารักที่ซูดดดด
    #921
    0
  22. #920 unloveable_m (@unloveable_m) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 25 พฤศจิกายน 2559 / 08:01
    ละมุนไปอี๊ก... ถ้าจะให้เดาฉากนี้ของพี่ภูก็น่าจะร้อนโลกแตก..

    แต่ถ้ามองมาทางเขิน.. อืม ก็ต้องละมุนแบบนี้แหละนะ กลัวช้ำ!
    #920
    0
  23. #919 Oneooe (@Oneooe) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 25 พฤศจิกายน 2559 / 07:20
    เขิน น่ารักมากกกกจ้า
    #919
    0
  24. #918 nonichan (@baiyoja) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 25 พฤศจิกายน 2559 / 07:04
    ไปแปะในบล็อกก็ได้ค่ะ ให้คีย์ค้นหาไว้ เดี๋ยวไปตามเอาเอง ฮ่าาา
    ในเด็กดีจะตัดฉับเลยก็ได้
    อีกทางนึงคือลงในธัญวลัยเพิ่ม เพราะที่นั่นลงncได้ แล้วก็ได้ความคิดเห็นของผู้อ่านอีกทางด้วย
    #918
    0
  25. #917 tidneau110 (@tidneau110) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 25 พฤศจิกายน 2559 / 06:44
    โอ้ยยยน ตัวแตกระดับสิบเขินน่ารักไปอีกกกกกก
    #917
    0