คัดลอกลิงก์เเล้ว

Fic (YAOI) Pirates of the Caribbean [ Barbossa x Jack ]

เมื่อเข็มทิศไม่เคยชี้นำตำแหน่งให้เจ้าของมันอีกเลยนับแต่วันนั้น วันที่ทุกอย่างเหมือนจบสิ้นลงไปพร้อมกับชีวิตของใครบางคน

ยอดวิวรวม

2,545

ยอดวิวเดือนนี้

24

ยอดวิวรวม


2,545

ความคิดเห็น


18

คนติดตาม


79
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  4 มิ.ย. 60 / 08:02 น.

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้
ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ เข็มทิศ pirate of the caribbeanผลการค้นหารูปภาพสำหรับ barbossa























เมื่อเข็มทิศไม่เคยชี้นำตำแหน่งให้กับเขาอีกเลย เข็มทิศที่จะนำพาเจ้าของมันไปยังที่ที่ใจเขาพึงปราถรถนามากที่สุดในโลก แต่ตอนนี้มันหยุดนิ่งสนิทไม่ไหวติงไม่ขยับมานานนับหลายต่อหลายปี ตั้งแต่วันนั้นวันที่เรื่องราวแห่งคำสาปแห่งท้องทะเลอันกว้างใหญ่จบสิ้นลง 



b
e
r
l
i
n
?
tiny hand

เรื่องในตอนนี้ อัพเดท 4 มิ.ย. 60 / 08:02

บันทึกเป็น Favorite


 Barbossa x Jack


  



       เหตุการณ์เลวร้ายครั้งสุดท้ายเกิดขึ้นล่าสุดเมื่อนานมาแล้ว 6 ปี กับการสูญสิ้นอำนาจแห่งคำสาปในคาบสมุทรอันกว้างใหญ่ แคริบเบียนเกือบทุกแถบบนโลกพ้นจากคำสาปทุกชนิด ไม่มีคำสาปใดหลงเหลืออยู่อีกแล้ว เว้นแต่คำสาปในห้วงลึกของจิตมนุษย์หรือสิ่งมีชีวิตบนโลกใบนี้ 

 




    จดหมายฉบับหนึ่งถูกส่งมาจากที่ไหนสักแห่งบนฝั่งเหนือพื้นน้ำสีฟ้าครามโดยรอบเรือคู่ใจของกัปตันโจรสลัดผู้เลื่องชื่อไปทั่วทั้งแถบคาบสมุทร กัปตันแจ๊ค สแปร์โรว์ ผู้ที่มีทักษะการเอาตัวรอดที่ยอดเยี่ยม (หรือเปล่า?)  พูดกลับกลอกเพื่อเล่นคำและโยกย้ายเรื่องพูดต่างๆ สามารถเอาตัวรอดได้หลายครั้งด้วยไหวพริบและการเจรจามากกว่าการใช้อาวุธและกำลัง แจ๊คจะต่อสู้ถ้าเลี่ยงไม่ได้เท่านั้น ส่วนมากเขาจะพยายามหลบหนีเมื่อตกในสถานการณ์คับขัน และมันก็เป็นเช่นนี้มาตลอดเกือบชั่วอายุที่ยังมีชีวิตอยู่ 





   6 ปีก่อนเขาได้รับจดหมายจากครอบครัวสหายเก่าแก่อย่างครอบครัวตระกูล เทอร์เนอร์ โดยทายาทเพียงหนึ่งเดียวของอดีตกัปตันเรือผีสิงในตำนาน เรือฟายอิ้งดัชแมน แจ๊คได้รับการ์ดเชิญเข้าร่วมงานแต่งงานของ เฮนรี่กับแคริน่า แต่เขาเลือกที่จะตอบกลับด้วยการเขียนคำอวยพรในแบบฉบับของเขาส่งไปให้มากกว่าการไปปรากฏตัวด้วยตนเอง  หลังจากตอบกลับไปแล้วเขาจึงได้เห็นประโยคสั้นๆที่เขียนไว้หลังการ์ดเชิญ มันถูกเขียนไว้ด้วยลายมือที่เขาคิดว่าพอคุ้นหน้าคุ้นตามันอยู่บ้าง 





"ข้าฝันถึงปลาหมึก ปลาหมึกหนวดยุบยับที่เจ้าชอบไงแจ็ค ข้าคิดว่าเจ้าคงยังชอบมันอยู่ใช่ไหมล่ะ แน่นอนปลาหมึกตัวเดียวกับที่เจ้าคิดถึงอดีตคู่รักคู่ปรับของเจ้า  หลังเรื่องราวทุกอย่างจบลงข้าฝันถึง เดวี่ โจนส์ เสียงฝีเท้าของเขาหนักมากจนข้ารู้สึกถึงแรงสั่นสะเทือนแต่ข้าไม่คิดว่าข้าฝันหรอกนะ ไม่รู้สิข้าก็ยังสับสนใจจริงข้าอยากบอกอลิซาเบธใจจะขาด จริงๆนะข้าอยากบอกนางเหลือเกินแต่กลัวนางจะกังวล ข้ามีเรื่องจะบอกเจ้าเท่านี้ล่ะส่วนเรื่องการ์ดเชิญเจ้าจะมาหรือไม่มามันก็อยู่ที่ตัวเจ้า แต่สำหรับข้าข้าว่าเจ้าคงไม่มาหรอกจริงไหม 


ปล. รักษาสุขภาพขออย่าให้เจ้ารีบตายก็แล้วกัน  



จากสหายเก่าแก่ผู้ซื่อสัตย์ไม่เคยทรยศ  วิล เทอร์เนอร์" 

 

 

*



"พูดมาได้หน้าด้านๆนะไอ้คุณเพื่อนผู้ซื่อสัตย์ เหอะ"




"นี่เป็นครั้งที่เท่าไหร่แล้วที่เจ้าเอากระดาษแผ่นนั้นมาอ่านแจ๊คกี้! ตั้งแต่ที่เจ้ามาพักเรืออยู่ที่อ่าวเรือแตกนี่หลายปี" เจ้าของชื่อสะดุ้งตกใจเมื่อได้ยินเสียงเรียก ของในมือถูกพับเก็บเข้ากระเป๋ากางเกงตามเดิม เสียงฝีเท้าหนักดังเข้ามาใกล้เรื่อยๆและเงียบลงด้านหลัง แจ๊คหันมามองเจ้าของเสียงกระดกขวดเหล้าในมือลงคออึกใหญ่ 




"อะไรกันข้าแค่อ่านจดหมายของสหายเก่าท่านคงไม่คิดว่าข้ากำลังท่องอ่านตำราศึกษาความรู้เพิ่มหรอกนะพ่อ" 





"หึหึ ข้าก็ว่างั้น ถ้าเจ้าทำสิมันคงแปลกพิลึก" คนมากวัยกว่าหัวเราะในลำคออย่างชอบใจ นี่ล่ะลูกชายของเขา ต่อให้ไม่ต้องศึกษาค้นคว้าเพิ่มมันก็ฉลาดเป็นกรด เอ่อ ในด้านแกมโกงอยู่แล้ว 




"นั่นไงข้าบอกแล้วว่าข้าไม่มีวันทำซะล่ะเรื่องโง่ๆเปลืองสมองแบบนั้น" 




"แจ๊คกี้...." 




"ว่าไงพ่อมีอะไรจะสั่งสอนลูกชายคนนี้อีกงั้นเหรอ" 





"เจ้าดูไม่เป็นตัวเจ้าเองเลยนะปกติเจ้าดูร่าเริงบ้าบอคอแตกมากกว่านี้ เจ้าเปลี่ยนไปนะลูกข้าตั้งแต่เกิดเรื่องเมื่อหลายปีก่อน" ทีควางมือเหี่ยวย่นตามวัยลงบนบ่าลูกชายเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบตามปกติแต่ถ้าฟังดูดีดีจะรู้สึกได้ถึงความเป็นห่วงเป็นใยเจือปนอยู่ในน้ำเสียงของเขา "กี่ปีมาแล้วที่เข็มทิศนั่นไม่ชี้ตำแหน่งความปราถรถนาของเจ้านับแต่วันที่เจ้าละทิ้งมันและได้มันกลับมา เจ้ายังจำได้หรือเปล่าว่าครั้งสุดท้ายที่มันชี้ไปคือที่ไหน" 





"ปลายดาวข้ามโพ้นขอบฟ้า แต่ข้าไม่คิดอยากไปเหยียบมันอีกแล้ว" กระดกเหล้าเข้าไปเพิ่มอีก "อึก...เผื่อท่านยังไม่เคยลองนะพ่อไอ้เวลาที่เรือมันกลับหัวย้อนวนติ้วๆไปมานั่นน่ะข้าไม่สนุกเลยสักนิด" 





"จริงเหรอ?....อย่างเจ้าเนี่ยนะไม่สนุก ไม่เอาน่าคิดว่าข้าดูเจ้าไม่ออกรึไง อย่าลืมสิว่าข้าเป็นพ่อของเจ้า 





"ข้าพูดจริงนะพ่อ ข้า....-" 





"เจ้าโกหก" ทีคลุกขึ้นยืนจากถังไม้ใส่ไวน์แดงชั้นดีที่เขามอบให้ลูกชายไว้ดื่มคลายสมองบนเรือ ทำท่าเตรียมหันหลังเดินกลับไปยังสถานที่ที่เดินจากมาในตอนแรกตอนนี้เขาอยู่บนเรือของลูกชายจอมป่วนตัวแสบของเขา กัปตันจอมเจ้าเล่ห์ผู้สร้างมิตรสหายไว้เต็มทั่วท้องคาบสมุทร  





"ข้าเปล่า" 






"จำไว้แจ๊คกี้เจ้าโกหกคนอื่นได้ โกหกพ่อได้ แต่เจ้าไม่มีวันโกหกตัวเจ้าเองไปได้ตลอด!" ทีคตบบ่าลูกชายอย่างไม่ค่อยเบานักก่อนหันมาขยิบตาและยิ้มมุมปากให้ก่อนจะเดินลงจากเรือแบล็คเพิร์ลไป  






      ทุกอย่างเงียบลงทันทีที่ผู้เป็นพ่อจากไป ท่ามกลางแสงสว่างจากดวงจันทร์ คืนนี้เป็นคืนจันทร์เต็มดวงเมื่อรวมกับแสงสว่างจากโคมไฟตามท่าเรือของอ่าวเรือแตกที่เหล่าโจรสลัดมากหน้าหลายตาหลายกลุ่มมารวมตัวกันจากทั่วสารทิศมันทำให้บนเรือลำนี้แทบไม่ต้องจุดตะเกียงหรือโคมไฟเพิ่ม ส่วนเหล่าลูกเรือคงกำลังหลับสนิทบ้างก็คงออกไปเที่ยวสนุกหาความเมามายหาความสำเริงสำราญตามสถานที่อย่างว่านั่นแหละ  





กัปตันเจ้าของเรือยังคงนั่งกระดกรัมของโปรดอยู่ที่เดิมในท่านั่งชันเข่าแต่แววตากำลังมองทอดยาวออกไปไกลแสนไกลเหมือนกำลังมองไปที่ที่ได้พบกับใครสักคนเป็นครั้งสุดท้าย  





"กัปตันของข้าทำไมยังไม่หลับไม่นอนอีก มานั่งเหม่อลอยอยู่ทำไม!" 





"แล้วเจ้าล่ะไอ้คุณกิ๊บส์ ข้าขอถามคำถามเดิมที่เจ้าถามกลับบ้าง ไม่คิดบ้างรึไงว่าพรุ่งนี้ข้าอาจออกเรือไปยังที่ที่เข็มทิศชี้ แล้วเจ้ายังมานั่งแย่งเหล้าข้ากินเนี่ยนะ" แจ๊คถามคว้าขวดเหล้าในมือต้นหนมือขวากลับมาแล้วดื่มบ้าง  





"ท่านไม่ออกเรือมากี่ปีแล้วแจ๊ค เข็มทิศนั่นมันไม่ชี้ตำแหน่งมากี่ปีแล้ว ทุกอย่างที่เป็นสมบัติล้ำค่าของท่านมันไม่ทำงานมากี่ปี แน่นอนที่ข้ากำลังบอกนี่ข้าหมายถึงตัวท่านเองด้วย หัวใจของท่านมันไม่ทำงานต่อไปแล้วรึไงกันไม่มีเลือดสูบฉีดเข้าไปในขั้วหัวใจของท่านบ้างเลยรึกัปตัน" 





"ใครจะสนล่ะ...อึก" ยังคงกระดกเหล้าเข้าปากเพิ่มเติม กลิ่นไอไม้เก่าแช่น้ำกับกลิ่นเกลือทะเลฉุนไปรอบบริเวณตามปกติเพราะเรือถูกจอดนิ่งอยู่กับที่มานานจะมีกลิ่นลอยมาเตะจมูกบ้างคงไม่แปลก 





กิ๊บส์ย่อตัวลงนั่งห้อยขาข้างๆกัปตันของเขาพลางแย่งขวดเหล้ามาถือแล้วดื่ม ขืนให้กัปตันเขาถือต่อไปมีหวังคงได้หัวทิ่มรอดราวจับเรือลงทะเลไปก่อนได้เห็นตะวันรุ่ง 





"พูดก็พูดเถอะตั้งแต่บาร์บอสซ่าจมลงไปกับซัลลาซาร์ท่านก็เอาแต่เมาหัวราน้ำมาตลอด ทำไมแจ๊คทำไมไม่ลุกขึ้นมาสู้ต่อ ลืมไปแล้วเหรอว่าท่านยังมีข้ายังมีลูกเรือมีแบล็คเพิร์ลที่รอคอยท่านอยู่ ชีวิตท่านไม่ได้เป็นของท่านคนเดียว" 





"เจ้าจะพูดเรื่องเดิมขึ้นมาเพื่ออะไร เฮคเตอร์ตายไปแล้ว" 








"ให้ตายแจ๊ค ท่านไม่เอะใจสงสัยบ้างเลยหรือว่าทำไมเข็มทิศของท่านมันถึงไม่ขยับไปจากจุดเดิมเลย ครั้งสุดท้ายมันนำพาท่านมาที่นี่ มาที่อ่าวเรือแตกนี่ ท่านเป็นคนบอกข้าเองว่าเข็มทิศมันจะบ่งบอกสถานที่ที่ผู้ครอบครองต้องการมากที่สุดในโลก แล้วที่เข็มทิศมันหยุดอยู่ที่นี่ท่านคิดว่าความหมายของมันคืออะไร ข้าว่าท่าน....-" 





"หุบปากซะไอ้คุณกิ๊บส์" แจ๊คตีสีหน้าดุใส่พร้อมตะคอกเสียงดังจนกิ๊บส์ต้องยอมปิดปากตามคำสั่งอย่างช่วยไม่ได้ น้อยครั้งที่กัปตันแจ๊คของเขาจะแสดงสีหน้าโมโหออกมาน้อยครั้งมากจริงๆ เขาปิดปากยืนนิ่งก่อนถูกยัดขวดเหล้าใส่มาในมือเจ้าของขวดเอ่ยกล่าวด้วยสีหน้าเรียบนิ่งผิดจากปกติ 




"ข้าจะไปนอนแล้ว" ว่าจบก็ตั้งท่ายืดตัวให้ตรงพยายามประคองร่างตัวเองให้เข้าไปถึงห้องพักของกัปตัน กิ๊บส์เลิกคิ้วมองอีกฝ่ายอย่างเหนื่อยใจ ก็รายนั้นเล่นดื่มทั้งวี่ทั้งวันกระดกเอาเป็นว่าเล่น จะเดินเซไปเซมาไม่ตรงทางแบบนั้นคงไม่แปลก เขาได้แต่ยืนมองแจ๊คเดินเข้าบานประตูไปอย่างเงียบๆ ใจจะเข้าไปช่วยก็กลัวโดนอีกฝ่ายแหกปากตวาดใส่เพิ่มกลับมาอีก  

 





      แจ๊คประคองตัวเองเดินมาถึงเตียงนอนในห้องส่วนตัวของกัปตันเรือที่เรือทุกลำต้องมี เขาถอดเสื้อคลุมออกนับเป็นประวัติการในรอบหลายปีตั้งแต่เกิดมาที่เขาคิดอาบน้ำอาบท่าทำความสะอาดร่างกายตน ร่างกายเปลือยเปล่าเดินเข้าห้องขนาดเล็กเท่าสี่เหลี่ยมผืนผ้าไป อ่าจะเรียกได้ว่าเป็นห้องน้ำส่วนตัวก็ได้มั้ง เพราะมันมีถังน้ำใบใหญ่ตั้งเด่นอยู่กลางห้องพร้อมที่ตักน้ำและเครื่องชำระร่างกายบางส่วน หลังทำความสะอาดร่างกายเสร็จเจ้าตัวก็เดินออกมาในสภาพที่ยังเช็ดตัวอยู่ ถึงจะมึนหัวด้วยฤทธิ์จากเหล้าที่ดื่มเข้าไปมากพอสมควรแต่ก็พอจะประคองร่างให้เดินไปเดินมาภายในห้องขนาดจำกัดนี่ได้ไม่ยากนัก เสื้อเชิ้ตขาวกับกางเกงตัวใหม่ถูกหยิบมาจากตู้ที่ดูจะเป็นตู้เสื้อผ้า (หรือเปล่าไม่แน่ใจเหมือนกัน) เรือลำนี้ไม่มีแม่บ้านไม่มีอิสตรีมีแต่โจรสลัดและบุรุษผู้ป่าเถื่อนไร้ซึ่งการปฏิบัติงานบ้านงานเรือน เสื้อผ้าที่กองกระจัดกระจายกันอยู่ในตู้ไม้เก่านี่คงไม่แปลกเลยถ้ามีใครมาเปิดเห็นเข้า 

ตะเกียงแลโคมไฟภายในห้องถูกดับลงโดยเจ้าของ แจ๊คทิ้งตัวลงนอนบนเตียงอย่างอ่อนล้า มือวางก่ายหน้าผากนอนคิดเรื่องที่ผ่านมา 





"หลายปีมาแล้วนะนับแต่ที่เจ้าลงไปดำน้ำเล่นกับผีทะเลนั่น ตอนนี้เจ้าทำอะไรอยู่เฮคเตอร์ ตกปลาได้กี่ตัวแล้วหรือควงหาแม่ของลูกเพื่อผลิตลูกใหม่ได้เพิ่มสักสิบคนแล้วล่ะ ไม่สิเจ้าตายแล้ว ป่านนี้เจ้าคงกลายเป็นปลาซิวปลาจิ๋วในท้องทะเลใกล้ข้าใช่ไหม" แจ๊คยิ้มแต่มันเป็นรอยยิ้มที่ดูเศร้าเหลือเกินสำหรับเขา หากใครมาเห็นรอยยิ้มนี้คงไม่มีใครเชื่อหรอกว่านี่คือ กัปตันแจ๊ค สแปโรว์ ตัวจริงเสียงจริงคนที่ยิ้มเศร้าจนน่าเจ็บปวดแทนได้ขนาดนี้โลกทั้งโลกจะมีสักกี่คนกันแล้วยิ่งเป็นคนบุคลิกอย่างกัปตันผู้นี้ด้วยแล้วล่ะก็ 







     

ผ่านไปหลายนาทีจนเกือบหลายชั่วโมงกว่ากัปตันเรือผู้นี้จะรู้สึกง่วง เปลือกตาสีดำเข้มกำลังปิดลงช้าๆ แต่พอจะเข้าสู่ห้วงนิทราอย่างเต็มที่ เพียงชั่ววินาทีที่ประตูถูกเปิดออกทั้งที่เวลานี้ลูกเรือของเรือลำนี้ทุกคนต้องเข้านอนกันหมดตามกฎไม่มีทางที่จะมีใครมาทำอะไรแบบนี้ หรือต่อให้มีจริงก็คงไม่มีใครกล้าพอมาเปิดประตูห้องส่วนตัวของกัปตันเรือแน่ๆ  








แจ๊คสะดุ้งตื่นเขารู้สึกมึนหัวอยู่บ้างเพราะหุนหันรีบลุกโดยยังไม่ได้ตั้งตัว มื้อเอื้อมหยิบดาบที่วางอยู่บนโต๊ะข้างเตียงมาเตรียมพร้อมตั้งรับผู้บุกรุก ด้วยความมืดจากรอบด้านทำให้เขามองไม่เห็นใบหน้านั้นได้ชัดเจน แต่หากความคุ้นเคยบางอย่างทำให้ต้องชะงักลง ชายปริศนาในเงามืดเพียงก้าวเข้ามาแล้วหยุดอยู่กับที่เหมือนกำลังลังเลในบางสิ่ง เจ้าของห้องใจเต้นด้วยความระทึกและด้วยความ

ไม่แน่ใจดวงตาคู่คมหรี่ลงเล็กน้อยเพื่อเตรียมพร้อมเช่นกัน 





"แขกของข้าเป็นใครกันเหรอ?" แจ๊คถามออกไปพร้อมสืบเท้าและเกร็งมือที่จับดาบแน่น "ข้าคือกัปตันสแปโรว์ และเจ้ากำลังเหยียบย่ำอยู่บนที่ของข้านะท่านผู้บุกรุก" 





ชายผู้นั้นเบือนหน้าเล็กน้อยก่อนเผยอปากคล้ายจะพูดบางสิ่งแต่ก็นิ่งเงียบไปชั่วครู่ เขาเงยหน้ามองไปยังกัปตันเรือลำนี้ก่อนเม้มปากคล้ายคนตัดสินใจและสืบเท้าเข้าใกล้อีกโดยไม่สนใจคมดาบที่อีกฝ่ายเตรียมจ่อเข้าที่คอเขาอยู่เต็มที ตอนนี้ร่างผอมกว่าตรงหน้าเตรียมพร้อมจะขยับดาบในมือแล้ว แต่ก่อนที่มันจะถูกบังคับให้จ่อหรือทิ่มมาที่คอหอยของเขาอีกฝ่ายก็เอ่ยปากออกมาก่อน 




"ลิงน้อย!" 







ทันทีที่คำนั้นหลุดปาก คนถูกเรียกก็แทบคล้ายลืมหายใจไปชั่วขณะหนึ่ง พยายามเบิกตามองชายในเงามืดตรงหน้าอย่างไม่อยากเชื่อสายตา ริมฝีปากที่เขรอะเปื้อนแตกลอกสั่นระริกราวกับไม่กล้าเอ่ยชื่อที่ติดอยู่มุมปากออกไป 





"แจ๊ค นี่ข้าเอง!" คราวนี้ชายคนนั้นเอ่ยด้วยน้ำเสียงแข็งกร้าวดุดันและมั่นใจมากขึ้นพร้อมก้าวขาออกมาจากเงามืดจับมือที่ถือดาบของแจ๊คเพื่อปลดดาบลง  






แสงสว่างที่สะท้อนกระทบกับบานหน้าต่างเผยให้เห็นใบหน้าของผู้บุกรุก ดาบของแจ๊คูกอีกฝ่ายแย่งจากมือไปแล้ว เขาวางดาบลงบนโต๊ะกลมด้านหลังตัวเองแต่ยังไม่ปล่อยมือจากแจ๊คและมองจ้องเข้าไปในดวงตาที่ปรากฎแววเหลือเชื่อตกอกตกใจอย่างที่สุดของอีกฝ่าย 





"จะ....เจ้า!!!!" แจ๊คเบิกตากว้างอย่างประหลาดใจจ้องมองใบหน้าคนที่จับมือตนอยู่ไม่กระพริบ "เจ้าคือ?!!" 






ชายร่างสูงกว่าคลี่ยิ้ม มันเป็นรอยยิ้มที่คุ้นเคยนักจนแจ๊คอดไม่ได้ที่ต้องเอื้อมมือไปแตะที่ริมฝีปากและปลายคางของอีกฝ่าย เลื่อนปลายนิ้วไปยังเลือนผมทีปรากฎสีตามวัยของอีกฝ่าย เจ้าของเลือนผมผงะเล็กน้อยเมื่อได้รับสัมผัสที่ใบหน้าตน ก่อนจะตัดสินใจอยู่นิ่งๆกับที่ให้คนตรงหน้าเลื่อนไล้มือไปที่เหนือหูและแก้มเลื่อนไปทั่วใบหน้าที่บ่งบอกถึงร่องรอยของอายุอย่างตามใจ 





ดวงตาแจ๊คเบิกกว้างเมื่อเห็นใบหน้านั้นแบบชัดเจน ลมหายใจคล้ายหยุดไปชั่ววินาที ริมฝีปากเม้มสนิทคล้ายกลัวตัวเองจะเผลอเปล่งเสียงอะไรออกมา ตรงหน้านี้คือใบหน้าที่เขารู้จัก แม้ดวงตาคู่นั้นจะเหมือนเดิม ทอประกายอยู่บนใบหน้าเจ้าเล่ห์ เหลี่ยมจัดเฉกเช่นเดิม ทุกอย่างยังเหมือนเดิม แต่สิ่งที่เปลี่ยนไปคือรอยแผลเป็นที่ปรากฎเป็นรอยยาวตั้งแต่ใบหูข้างขวาจนถึงลำคอ 





"เฮคเตอร์...นี่เจ้า!!"  และกว่าแจ๊คจะตั้งสติดึงสติให้กลับมาและเอ่ยคำเรียกออกมาได้ เจ้าของชื่อก็แทบผละความตั้งใจเดิมแล้วหลบหนีออกไปอีกครั้งให้พ้นจากหน้าอีกฝ่าย เมื่อชื่อต้นตัวเองถูกเรียกออกมาด้วยน้ำเสียงที่คุ้นเคย จากคนคนเดิมที่เคยเรียกอยู่เป็นประจำ บาร์บอสซ่าก็หลุบตาปิดลงด้วยความคับแค้นและเศร้าใจ 





แต่ในตอนที่กำลังรู้สึกสับสนอยู่นั้น แจ๊คก็เป็นฝ่ายโผเข้ากอด ปฏิกิริยาการแสดงออกท่าทางของร่างเล็กกว่าตรงหน้าทำเอาอดีตกัปตันเรือผู้กล้าแข็งตัวแข็งทื่อ แจ๊คเล่นกอดเขาแน่นเอาแต่พร่ำเรียกชื่อเขาซ้ำไปซ้ำมาอยู่อย่างนั้น 


"เฮคเตอร์ เฮคเตอร์ ข้า...ข้าน่ะ.." 






คนมากอายุกว่าตัวสูงกว่าผ่อนคลายลงถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่แล้วลูบหลังกอดตอบอีกฝ่าย ตอนแรกเขารู้สึกตกใจอยู่ไม่น้อยที่เห็นท่าทางของลิงน้อยตัวป่วนที่ไม่รู้จักแก่ของเขาแสดงท่าทางแบบนี้ออกมา คนที่เอาแต่กวนประสาท ติดเล่นจนมากเกินไป ชอบทำตัวไร้สาระไม่สนใจใยดีอะไรทั้งนั้นอย่าง แจ๊ค สแปโรว์ กลับโผเข้ากอดเขาเต็มแรง ส่งเสียงคร่ำครวญพร่ำหาเรียกชื่อเขาหลายครั้ง เขาไม่รู้และไม่มีทางรู้ว่าอีกฝ่ายร้องไห้หรือเปล่าด้วยก็ขอบตามันเล่นดำคล้ำแบบนั้นใครเล่าจะไปฉลาดดูออกว่ามันแดงหรือไม่แดงร้องหรือไม่ร้อง จนแจ๊คยอมผละออกจากตัวเขานั่นล่ะ  






"เจ้าดูผอมไปหน่อยไหม? สุรานารีขาดรึยังไงกัปตันแจ๊ค สแปโรว์ ถึงได้ทำท่าทางอยากตายแบบนี้ ดูสิผอมกะหร่องขนาดนี้สงสัยอยากเป็นเหมือนพวกซัลลาซาร์" 





"ตลกตายล่ะไอ้บ้า" คนด้านหน้าตอนนี้พึ่งทุบและผลักอกเขาอย่างแรงและเดินกลับมานั่งที่เตียง 





"ถ้าข้าดูไม่ผิดเจ้ากำลังโกรธ? ข้าพูดถูกไหม" 





"ใครจะสนเจ้าจะกลับมาไม่กลับมามันก็เรื่องของเจ้า" พูดพลางสะบัดหน้างอนไปอีกทางท่าทางกวนตีนกวนประสาทกับไอ้ท่าทางการงอนแบบนั้นมันชวนให้คนพึ่งกลับมาอยากจะถีบมันให้ตกเรือเสียจริงเชียว แต่พอได้เห็นท่าทีกับน้ำเสียงที่คล้ายจะสั่นคลอนของอีกฝ่ายเท่านั้นความคิดที่อยากจะทำตอนแรกก็พลันหายไปในทันที 



"ใครจะสน ข้าไม่สนเลยสักนิดเฮคเตอร์ ข้าไม่สนว่าเจ้าจะตายไหม ไม่สนว่าเจ้าจะรอดหรือเปล่า ไม่สนด้วยว่าเจ้าจะหายไปจากชีวิตข้าตลอดกาลหรือจะกลับมากันแน่ ข้าไม่เคยรอเจ้าด้วยไม่เคยเลย ข้าไม่เคยคิดไม่เคยสนเลยว่าเจ้าทิ้งข้าไปร่วมระยะเวลาเกือบ 7 ปี ข้าจำไม่ได้เลยว่าเจ้ายอมสละชีวิตตัวเองเพื่อคนอื่น ข้าจำไม่ได้เลยว่าในใจข้ามันมีเจ้าอยู่ ไอ้บ้าเฮคเตอร์ ไอ้โจรสลัดจอมเผด็จการ ไอ้.....-" 





บาบอสซ่าหน้าซีดไปชั่วครู่เมื่อได้ยิน เขาขบกรามแน่น ยันไม้เท้าเดินเข้าหาอีกฝ่ายและหยุดอยู่ตรงหน้าคนที่นั่งอยู่แล้วกระชากร่างนั้นเข้ามากอด เขาแทบเหวี่ยงไม้เท้าคู่กายทิ้งไปแล้วหากไม่ใช่ว่าแจ๊คกอดเอวเขาแน่นตอบกลับมา  





"ไอ้บ้า ไอ้โจรสลัดใจร้าย เจ้ามันใจดำที่สุดเฮคเตอร์ เจ้ายังไม่ตายแต่ก็ไม่ยอมกลับมา ทำไมกันทำไมถึงไม่ส่งข่าวให้ข้ารู้ เพราะอะไร หรือว่าเจ้าคิดจะไปมีครอบครัวมีลูกมีเมียอีกใช่ไหม ต้องใช่สินะก็เจ้าน่ะมัน....-" 





"แจ๊ค...แจ๊คนี่มันบ้าไปกันใหญ่ใครบอกเจ้ากันว่าข้าจะมีเมียมีลูก ไปเอาความคิดไร้สาระพวกนี้มาจากไหน" บาบอสซ่าเขย่าตัวเรียกสติอีกฝ่าย ยิ่งแจ๊คพูดเขายิ่งขาดสติลืมบุคลิกท่าทางของตนไปทุกอย่าง ตอนนี้สิ่งที่แจ๊คกำลังเป็นอยู่มันไม่ต่างจากเด็กชายที่กำลังเรียกร้องความสนใจและกำลังเศร้าโศกและเจ็บปวดกับความผิดหวังที่ได้รับ 




"แจ๊คฟังข้าให้ดี ข้าอยากกลับมา คิดว่าข้าไม่อยากรีบกลับมารึไง คิดว่าข้าไม่อยากเจอหน้าเจ้างั้นสิ เหล่าลูกสมุนลูกเรือของข้า สมบัติของข้า ทุกอย่างข้าอยากพบอยากเจอทั้งหมดโดยเฉพาะเจ้า แจ๊ค" เขาผละออกจากตัวแจ๊คเปลี่ยนเป็นมานั่งลงข้างๆยกมือจับต้นแขนอีกฝ่ายบีบเบาๆ  






"ปล่อย ข้าจะนอนแล้วเจ้าโผล่เข้ามารบกวนเวลาส่วนตัวของข้ารู้ไว้ด้วย" แจ๊คสะบัดแขนออกจากการกอบกุม ก่อนจะกลิ้งไปนอนบนเตียงเงียบหันตะแคงข้างหันหลังให้อีกฝ่าย ท่าทางงอนตุ๊บป่องแบบนั้น ตูดบิดตูดเบี้ยวจนอยากเอาปืนยิงให้มันแตกไปเสียจริงๆ ปกติก็เป็นคนมีน้ำมีเนื้อที่ตูดมากพออยู่แล้วนะนี่ยังมาทำท่าทางสะบัดใส่อีก บาร์บอสซ่าได้แต่ถอนหายใจเขาถอดขาเทียม ถอดรองเท้าออกรวมถึงหมวดและเครื่องประดับประดาทั้งหมดและอาวุธกองไว้บนโต๊ะข้างเตียงและล้มตัวลงนอนข้างๆในท่าตะแคงข้างเหมือนกัน เตียงนี้มีขนาดใหญ่พอที่ชายฉกรรจ์สองคนจะนอนได้โดยไม่เบียดกันจนอึดอัด  





"อย่ามาแกล้งหลับใส่ข้าแบบนี้แจ๊ค แล้วเจ้าอย่าว่าข้าไม่เตือน" เสียงลมหายใจติดขัดก็บ่งบอกได้แล้วว่าอีกฝ่ายมันยังไม่หลับ แต่มัน

แกล้งหลับ พอเขาแกล้งพูดประโยคนี้ในขณะนอนตะแคงมองมันไปเรื่อยๆเสียงลมหายใจชะงักไปชั่วครู่ก็ดังขึ้นแทบจะทันที ร่างที่นอนหันหลังให้นั้นเริ่มเกร็งขึ้นมา คนได้แกล้งยิ่งนึกสนุกเขาแกล้งวางมือบนแผ่นหลังอีกฝ่ายลูบไล้ไปมาตามแผ่นหลังที่มีเพียงเชิ้ตขาวตัวบางปกปิด 




"..............." 





"ถ้าเจ้ายังไม่คิดหันกลับมาคุยกับข้าดีดี ข้าจะทำให้เจ้าหลับข้ามวันข้ามคืนเลยดีไหมแล้วข้าจะออกไปทำหน้าที่กัปตันแบล็คเพิร์ลแทนเจ้า" เขาพูดจบก็พยายามสังเกตท่าทางของคนแกล้งหลับ ไม่ว่ายังไงอีกฝ่ายก็ยังนิ่งและไม่คิดตื่นมาพูดคุยอะไรกับเขา  





"................" 






"โอเคแจ๊ค ข้าจะถือว่าข้าให้โอกาสเจ้าเลือกแล้ว" คนแกล้งหลับแทบสะท้านทั้งร่างเมื่อมีมือมาปัดผมของเขา บาบอสซ่าขยับตัวให้แนบชิดกับร่างเล็กกว่าบนเตียง อีกฝ่ายขยับหนีออกห่างแต่ยังไม่ยอมพูดหรือลืมตา จนมือใหญ่ของบาบอสซ่าเกี่ยวเอวรั้งร่างของแจ๊คให้เข้ามาและแนบชิดกับอกกว้างของตนก่อนที่มือขวาจะแกล้งเลื่อนไปตามสาบเสื้อและกางเกงสีดำขาสั้นถึงหัวเข่า มือข้างนั้นล้วงผ่านขอบเอวกางเกงเข้าไป แจ๊คสะดุ้งเฮือกเมื่อมือของคนตัวใหญ่ด้านหลังสัมผัสกับจุดอ่อนไหวของเขา มือหนาย่นขยับส่วนนั้นของเขาขึ้นลงตามจังหวะ เขาหลับตาแน่นพยายามกลั้นเสียงที่จะหลุดครางออกมาอย่างลืมตัว  





"กะ ก็ได้ข้าคุยด้วยก็ได้ 





"ไม่ทันแล้วลิงน้อยเอ๋ย ข้าจับจุดบังคับลิงตัวแสบอย่างเจ้าได้แล้ว" คนได้แกล้งกระตุกยิ้มเจ้าเล่ห์ และไม่พูดเปล่ามือแกล้งขยับขึ้นลงตามความแข็งชัน ก่อนจับร่างของแจ๊คให้พลิกกลับมาในท่าหนอนหงาย 






"ฮะ เฮคเตอร์ ปล่อยสิ...ปะ ปล่อย..-อึก อื้อออ!!"   และแจ๊คก็แทบตกใจจนเกือบเผลอกัดลิ้นตัวเองเมื่อจู่ๆอีกฝ่ายเล่นทาบทับริมฝีปากตนลงมาทาบทับกับริมฝีปากเขา มันเป็นรสสัมผัสที่รุนแรง หนักหน่วงและหยาบกระด้าง ไม่ได้นุ่มนวลอ่อนหวานเหมือนจูบที่ชายหญิงใดในโลกล้วนพึงปราถรถนา มันรุนแรง เร่าร้อนและร้อนลุ่มอย่างที่สุด และมันเป็นสิ่งที่กัปตันผู้เก่งไปซะทุกเรื่องอย่างแจ๊คแพ้ทางให้มากที่สุด ใช่แล้วตลอดชีวิตที่ผ่านมาเขามักแพ้ทางให้ชายผู้นี้เสมอ ชายที่ชื่อ เฮคเตอร์ บาร์บอสซ่า ผู้นี้ 





บาร์บอสซ่าคลี่ยิ้มให้อย่างมีชัยขณะที่ถอดเชิ้ตขาวของอีกฝ่าย เขาต้องกลั้นหายใจเล็กน้อยขณะใช้ฝ่ามือลูบสัมผัสกับผิวเนื้อที่อบอุ่นที่เขาโหยหามาหลายปี ถึงจะไม่อ่อนนุ่ม นุ่มนวลเหมือนของสตรีเพศทางใดในโลกถึงจะหยาบกระด้างจะเค็มกลิ่นเกลือทะเลหรือเหม็นสาบแต่เขาก็ไม่นึกรังเกียจเลยสักนิด ตรงกันข้ามตอนนี้เขาอยากกลืนกินร่างนี้เข้าไปทั้งตัวจนจะทนไม่ไหวอยู่แล้ว ยิ่งเป็นหลังอีกฝ่ายพึ่งจัดการทำความสะอาดตัวเองได้ไม่นานแบบนี้กลิ่นหอมอ่อนๆของอะไรบางอย่างมันทำให้สติของอดีตกัปตันผู้กล้าแข็งอย่างบาบอสซ่าถึงกับกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก  







คนแก่กว่าจับข้อมือสองข้างของแจ๊คกดในท่านอนราบกับเตียงและก้าวขึ้นมาคร่อมอยู่บนตัวร่างบางใต้ร่าง แนบร่างกายที่โตกว่าของตนกับร่างที่ยังหลับตาแน่น  






"ผ่านมาหลายปีเจ้ายังเหมือนเดิมอยู่หรือไม่?" เขาเอ่ยถามขณะก้มลงขบเม้มตามจุดซอกคออย่างไม่เบานัก 



แจ๊คไม่ตอบ เขายกยิ้มมุมปากก่อนยกมือสองข้างขึ้นเหนือหัว ขยับแยกขาออกเพื่อให้อีกฝ่ายแนบทับลำตัวได้อย่างเต็มที่  



"หลายปีมานี้ไม่นึกว่าลูกลิงน้อยของข้าจะโตขนาดนี้แล้วเจ้าเป็นเองหรือมีใครสอนให้ระหว่างข้ายังไม่กลับมางั้นหรือ" 





"ไม่รู้สิ" แจ๊คยิ้มกวน "อาจจะเป็นวิลไม่ก็เฮนรี่หรืออาจจะเป็นไอ้คุณกิ๊บส์ก็ได้นะ ข้าก็ชอบกินเหล้าทุกวันเอาจริงแต่ละวันก็เมามายไม่ได้สติ ไม่รู้อะว่าใครลากข้าไปทำอะไรมิดีมิร้ายบ้างหรือเปล่า" 





"แจ๊ค! ข้าไม่ตลกเลยสักนิด" บาร์บอสซ่าตอนนี้มีสีหน้าราวกับจะฆ่าคนทำเอาคนปากเก่งยอกย้อนเมื่อกี้นี้ถึงกับปิดปากตัวเองสนิท 




ร่างสูงเอื้อมหยิบดาบที่เป็นดั่งหนึ่งในสมบัติโจรสลัดในตำนาน ดาบเวทย์แห่งไทรตัน ดึกมันออกจากฝักและใช้คมของมันไล่เกลี่ยไปตามอกผ่านหน้าท้องที่ไร้ซึ่งอาภรณ์ปกปิดของร่างข้างใต้วนคมดาบไปรอบร่างกายและหยุดมันไว้ตรงอกซ้ายในตำแหน่งหัวใจพอดี  





"เอาสิ ถ้าใครมันกล้าแตะต้องสมบัติของข้า สมบัติล้ำค่าของข้าไม่ว่าจะเป็นทรัพย์สินเงินทอง เรือของข้า ทุกๆอย่างที่เป็นของข้า โดยเฉพาะเจ้า และข้าขอสาบานต่อดาบแห่งไทรตันเล่มนี้ว่า ข้า เฮคเตอร์ บาร์บอสซ่า ผู้นี้ จะขอตามล่าตามฆ่ามันไปยันสุดขอบนรกอเวจี ต่อให้มันจะเป็นใครหน้าไหนยิ่งใหญ่มาจากไหนก็ตาม และแน่นอนว่าข้าจะฆ่าเจ้าทิ้งซะหลังจากนั้น แจ๊ค สแปโร" 

 





"อ๋า...นี่ข้าพูดอะไรให้เจ้าโมโหหรือเปล่านะ ดูทำหน้าเข้าสิ" แจ๊คดิ้นขลุกๆไปมาซ้ายทีขวาทีใต้ร่างบาร์บอสซ่าแกล้งจับใบหน้าหยาบกร้านเต็มไปด้วยริ้วรอยของเขาทั้งสองข้างลูบขึ้นลงเชิงหยอกล้ออย่างสนุกสนาน 

 





"แจ๊ค!" เขาเกือบจะตะคอกให้อีกฝ่ายหยุดเล่นเสียที ใบหน้าที่เต็มไปด้วยหนวดเครากับรอยบากของคมดาบดูถมึงทึง ไม่มีแววตาเจ้าเล่ห์ปนกวนประสาทอยู่เลยนั่นทำให้คนซนเป็นลิงเบื้องล่างหยุดขยับเขยื้อนตัวทมือที่วางไว้บนแก้มเขาตอนแรกถูกปล่อยให้เลื่อนตกลง 

 





"เฮคเตอร์...." หากแต่คนที่ซนเป็นลิงตอนแรกกับมีท่าทีจริงจังขึ้นมาเสียดื้อๆจนคนจริงจังตอนแรกต้องผงะไปชั่วครู่เขาเก็บดาบวิเศษของตนกลับเข้าฝักแล้ววางไว้ที่เดิม อย่างน้อยก็ต้องให้ห่างจากไอ้ตัวป่วนกัปตันเรือลำนี้ไว้ก่อนล่ะ  





"ว่าไง เจ้ามีท่าทางเหมือนมีอะไรอยากถามข้า?" 




"สำหรับเจ้าข้าเป็นอะไร ของเล่นแก้เบื่อยามเจ้าอยากระบายความใคร่ หรือแค่คู่นอนแก้เหงาเวลาเจ้าคิดถึงเมียคิดถึงลูก ข้าคงเป็นหนึ่งในสองตัวเลือกนี้ใช่ไหม" 

 





ใบหน้าตกใจในคำถามตอนแรกก็เปลี่ยนเป็นกระตุกยิ้มทันที แจ๊คน่ะฉลาดก็จริงแต่หลายครั้งอีกฝ่ายก็ไม่เคยฉลาดทันความคิดของเขาเลยสักครั้ง หรือจะบอกว่าสลับกันรู้ทันสลับกันพลาดดี แต่ถ้าเน้นเรื่องนี้เขาชนะขาดลอยเลยเชียว บาร์บอสซ่าจุ๊ปาก เอานิ้วชี้แตะลงบนริมฝีปากของคนช่างถาม ใบหน้ายังคงฉาบไว้ด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ "แจ๊ค เจ้าน่ะเก่ง เจ้าฉลาดในทุกเรื่องที่สำคัญ แต่ข้าต้องขอยอมรับเลยว่าเจ้ามันหัวอ่อนในด้านนี้เสียจริง ที่เจ้าถามข้าเจ้าต้องการคำตอบแบบไหนล่ะ หรือว่าเจ้าอยากฟังข้าบอกรักเจ้า" 




"จะ จะ......-" 





"เจ้ารักข้าใช่ไหมล่ะ ถึงได้อยากฟังข้าบอกรักเจ้าตอบ" 





"ข้าไม่ได้รักเจ้า! ไม่เลยสักนิด" แจ๊คตะโกนอย่างหมดความอดทนเขาถูกมันแกล้งได้แกล้งเอาอยู่ฝ่ายเดียวเลย ใครจะไปยอมทนให้มันแกล้งได้ตลอด ไม่มีทาง "กับคนที่เหมือนตายไปหลายปีแล้วอย่างเจ้าน่ะ ข้าไม่สนหรอก ไสหัวไปเลยไปกลับไปอยู่ในที่ที่เจ้าตายเลย"  มือรัวทุบผลักคนข้างบนอย่างแรงจนอีกฝ่ายต้องยอมผละออกจากตัวคนแรงเยอะ แจ๊คแทบกระโดดพรวดลงเตียง 





ยิ่งเห็นใบหน้าที่ยามปกติกวนตีนเป็นที่สุดมาเป็นงอนหน้าบวมขนาดนี้มันช่างน่าชื่นชมในความสามารถของเขาซะจริง พอยิ่งนึกแบบนั้นก็ยิ่งนึกสนุก บาร์บอสซ่าเปลี่ยนมานั่งขอบเตียง มองร่างเล็กผอมบางของแจ๊คที่เดินตรงไปเปิดหน้าต่างห้องแล้วยืนอยู่ตรงนั้น  





"ไม่รักข้า งั้นเจ้าก็รักวิ เอ๊ะ! หรือลูกชายเขาดีล่ะ?" 






    ปึง! กัปตันเรือทุบขอบหน้าต่างอย่างแรง หน้าหยาบกระด้างของเขาขึ้นสีแดงก่ำด้วยความโกรธเกรี้ยวอย่างที่สุด "เออข้าชอบ ข้าชอบวิลชอบลูกชายมันด้วย เดี๋ยวข้าจะออกเรือไปหาพวกมัน คงพอใจเจ้าแล้วใช่ไหม ถ้าใช่ก็เชิญไสหัวกลับไปที่เดิมที่เจ้าจากมาได้เลย" 





แต่สำหรับบาร์บอสซ่าแล้วมันไม่ได้ดูน่ากลัวเลยน่ะสินี่เจ้าตัวจะรู้ไหมว่าไอ้ท่าทางเหมือนกำลังจะกัดแบบนั้นมันเหมือนลิงป่ากำลังขู่มากกว่า มันดูน่าเอ็นดูอยู่ไม่น้อยเลย เหมือนเห็นหญิงสาวในคราบโจรสลัดกำลังแว้ดใส่ยังไงก็ไม่ปาน แต่เขาก็ไม่ได้อยากเห็นอีกฝ่ายเสียใจจนโมโหแล้วทำร้ายตัวเองไปมากกว่านี้อีกแล้วเหมือนกัน  

 



ดูจากสภาพเขาคงต้องเป็นฝ่ายเข้าหาเองอีกตามเคย  





เฮ้อ .... ตกลงนี่มันกัปตันเรือโจรสลัดผู้เลื่องชื่อลือนามในคาบสมุทรอันกว้างใหญ่นี้ หรือราชินีตกถังแปลงเพศมาเป็นโจรสลัดกันแน่? 





พอคิดได้แบบนั้นเขาก็ลุกขึ้นแล้วเดินตรงไปหาร่างคนที่กำลังยืนมองออกไปนอกหน้าต่าง แขนแกร่งโอบล้อมเอวของอีกฝ่ายไว้จากทางด้านหลัง วางหน้าลงบนบ่าขวาของกัปตันเรือจอมโวยวายทันที 






"โถ่แจ๊ค...ข้าล้อเล่น 




"................" 





"ยามใดที่อาทิตย์ลับขอบฟ้าจะปรากฏแสงสีเขียวสว่างวาบและใบเรือสีดำโผล่พ้นน้ำ เมื่อนั้นโลกทั้งสองจะมาบรรจบพบกัน เจ้ายังจำได้ไหมที่ข้าไปช่วยเจ้าจากอีกโลก" 





"ทำไมจะทวงบุญคุณรึไง ข้าไม่ได้โง่ ข้ารู้ว่าเจ้าทำเพราะหวังผลประโยชน์ เจ้าหวังปลดปล่อยคาริบโซ่จากร่างมนุษย์ส่วนข้าก็เป็นแค่ตัวช่วยให้เจ้าสำเร็จตามแผนเท่านั้นไม่ต่างจากหมากตัวหนึ่งบนกระดานของเจ้า" 





"ใช่ ข้าไม่ปฏิเสธ แต่ส่วนหนึ่งมันเป็นเพราะข้าอยากช่วยเจ้ากลับมา ตอนนั้นข้าอยากเห็นหน้าเจ้าอยากพบเจ้าอีกครั้ง ข้ารู้สึกนึกคิดวนไปมาอยู่แค่นี้ ข้ากังวล ข้าร้อนรน  ข้าอยู่ไม่เป็นสุขตลอดเวลาที่เดินทางข้ามผ่านแกนกลางโลกไปยังอีกโลกหนึ่งใต้ท้องทะเลที่ลึกสุดอณาใดจะใฝ่ถึง ที่ข้าถามว่าเจ้ายังจำได้ไหมข้ากำลังหมายถึงว่าหากข้าไม่ได้กลับมา  หากตอนนี้ข้าไม่ได้ยืนกอดเจ้าอยู่ตรงนี้ หากตอนนี้ข้ายังอยู่ที่นั่นเจ้าจะยังไปหาข้าไหม อีกโลกของโลกที่เจ้าอยู่ โลกหลังความตาย" 





"เจ้ากำลังจะบอกอะไรเฮคเตอร์" 




"เปล่า ไม่มีอะไรข้าแค่อยากรู้ ไม่ได้รึ?" 




"เผด็จการไม่เปลี่ยน เจ้ามันเห็นแก่ได้เห็นแก่ตัวที่สุด" 




"โอ้วงั้นหรือ? งั้นเจ้ากับข้าก็เหมาะสมกันที่สุดแล้วล่ะ" 




"ไม่เหมาะเว้ย!" 



"เหมาะสิ" 




"ไม่!" 



"เหมาะ" 



"ไม่" 



"เหมาะ" 



"บอกว่าไม่ก็ไม่สิ" 



"บอกว่าเหมาะก็เหมาะไง" 



"ข้าบอกว่าไม่" 




"ก็ข้าบอกเจ้าว่า....-!!!!?" แจ๊คหันกลับมาหาคนข้างหลัง นิ้วสากกร้านของคนชอบเถียงยกขึ้นทาบปากอีกคนพร้อมด้วยรอยยิ้มที่กวนประสาทและซุกซน เขาเอาเข็มทิศบนโต๊ะทำงานมาเปิดใช้นิ้วเคาะมันเบาๆ  





"มันไม่ขยับมานานหลายปีแล้ว ก่อนหน้านี้มันก็ใช้ไม่ได้เลยสักครั้งถึงแม้ข้าจะพยายามแค่ไหนมันมันก็ไม่ขยับ เจ้ารู้ใช่ไหมว่าเข็มทิศของข้ามันจะหันไปหาสิ่งที่ข้าต้องการและพึงปราถรถนามากที่สุด ข้าพยายามแล้วให้มันหันไปหาสิ่งใดสักสิ่งหนึ่ง แต่เจ้ารู้ไหมว่ามันไม่แม้แต่จะกระดิกเข็มเลย แต่ตอนนี้มันเหมือนจะขยับแล้ว" แจ๊คกล่าว เขาจับมืออีกฝ่ายที่ยืนสงสัยในคำบอกเล่าของเขาอยู่ออกจากเอวตนแล้วจัดการจับมือนั้นให้แบออกวางเข็มทิศลงบนมือของร่างสูงกว่า 





"มันเสียหรือเปล่า" 





"มันไม่เคยเสียเฮคเตอร์ ไม่เคยเลย และตอนนี้เข็มทิศมันชี้ไปที่เจ้า ชี้ที่เจ้าเพียงสิ่งเดียว!" อดีตกัปตันผู้แข็งแกร่งที่สุดถึงกับทำหน้าเหวอไปชั่ววินาที นัยต์ตาเบิกกว้างด้วยความตกใจเมื่อได้เห็นสิ่งที่อยู่บนฝ่ามือตน ก่อนจะตระหนักได้ถึงความหมายของมัน  





"อย่าบอกนะว่าเจ้า...-!!" ยังพูดไม่ทันจบประโยค ร่างเล็กกว่าตรงหน้าก็เขย่งปลายเท้าขึ้นมาประทับริมฝีปากลงบนริมฝีปากหนาแตกลายเบาๆก่อนจะเพิ่มแรงรุกมากขึ้นเพื่อให้อีกฝ่ายเผยอปากออก ลิ้นร้อนแทรกซึมบดเบียดเข้าสู่โพรงปากอย่างเร่าร้อน กว่าบาร์บอสซ่าจะรู้ตัวว่าตัวเองกำลังเป็นรองก็เมื่อแจ๊คผลักเขาลงให้นั่งบนเก้าอี้ไม้เก่าที่ใช้เป็นเก้าอี้ทำงานของกัปตันเรือลำนี้แล้วขึ้นนั่งคร่อมทับเขาไว้  





"ตอนนี้ข้าอยู่เหนือเจ้าแล้วนะสหาย" แจ๊คยิ้มอย่างมีชัยแกล้งขยับตัวไปมาให้คนด้านล่างต้องเสียววูบ ความรู้สึกบางอย่างมันถูกปลุกให้ตื่นตัวขึ้นมาได้สักพักหนึ่งแล้ว แต่นี่เขายังมาโดนมันแกล้งเล่นแบบนี้อีก คอยดูถ้ามันเผลอเมื่อไหร่เขานี่แหละจะจับมันพาดกับหน้าต่างบานที่มันชอบมองอ่อยเหยื่อแล้วจับลงโทษเสียให้เข็ดหลาบ 





"มีสหายที่ไหนเขานั่งคร่อมให้ท่ากันแบบนี้บ้าง แจ๊คเจ้ากำลังยั่วข้า" 





"อุ้ยตาย! พอดีข้าเป็นคนไร้เดียงสาอ่อนต่อโลก ยั่วมันหมายความว่ายังไงเหรอท่านรองกัปตันเฮคเตอร์ผู้ปราดเปรื่อง 




"รองกัปตัน?!" บาร์บอสซ่าเลิกคิ้ว "ใครเป็นรองกัปตัน?" 




"ก็เจ้า รองกัปตันบาร์บอสซ่า มือขวาของ กัปตันแจ๊ค สแปโรว์ ผู้นำสูงสุดของไข่มุกดำแห่งท้องทะเล แบล็คเพิร์ลไง 




"นี่เจ้า!?" 





"หรือจะไม่เอา ถ้าไม่เอาข้าไปหารองกัปตันคนใหม่มาก็ได้เอาที่เจ๋งกว่าเจ้า เอาใจข้ามากกว่าเจ้า ร้อนแรงกว่าเจ้า หนุ่มกว่าเจ้า บนท้องทะเลนี้มีให้ข้าเลือกอีกมากมายไม่ต้องง้อเจ้าเลย" 





"แต่ เฮคเตอร์ บาร์บอสซ่า มีแค่คนเดียวเท่านั้นนะแจ๊ค เชื่อสิต่อให้เจ้าตามหาคนที่เจ้าเสนอสรรพคุณมามันก็ไม่สมดั่งใจเจ้า ไม่มีใครสนองความต้องการของเจ้าได้เท่าข้า" 





"ไม่ลองก็ไม่รู้ งั้นข้าขอไปลองก่อน" แจ๊คลงจากตัวคนนั่งอยู่อย่างรวดเร็วเตรียมจ้ำเดินออกจากห้องไปด้านนอก แต่คงไม่ทันเพราะอีกฝ่ายไวกว่าเสมอเขากระชากแขนคนพึ่งลุกแล้วบีบไว้แน่น 





"จะไปไหน?" 




"ก็จะไปลองไงจะได้รู้ว่ามีดีกว่าเจ้าหรือไม่มี" 




"แจ๊ค!" 




"อะไรอะ ข้าทำอะไรผิดเหรอ 





"เว้ย เลิกกวนข้าสักที นี่ไงเหตุผลที่ข้าไม่อยากมาหาเจ้า เพราะเจ้ามันเอาแต่ใจงี่เง่าชอบหาปัญหามาให้ไม่เลิก" เขาเผลอต่อว่าอีกฝ่ายด้วยความหงุดหงิด จนคนตัวเล็กกว่าถึงกับผงะไปชั่วครู่เลยทีเดียวก่อนจะหันมาตะคอกสวนกลับด้วยน้ำเสียงไม่ต่างกัน 





"เออข้ามันตัวปัญหา ตัวเฮงซวย งั้นเจ้าก็ออกไปจากเรือข้าสิจะกลับมาเพื่ออะไร" 





"เพราะมันมีเจ้าอยู่ข้าถึงมา!" บาร์บอสซ่าตะคอกเสียงดัง "ทำไมต้องแสวงหาคนอื่นชอบนักรึไงมีคนมาผ่าร่างกายตัวเองหลายคนน่ะชอบนักหรือ เจ้าโตแล้วนะแจ๊คเจ้าเป็นกัปตันแล้วเลิกทำตัวเป็นเด็กเอาแต่ใจสักที " 





"งั้นข้าจะให้รางวัลที่เจ้าพูดออกมาก็แล้วกัน" แจ๊คเดินกลับมาแล้วขึ้นคร่อมคนนั่งอยู่ไว้เหมือนเดิม มือโอบลอบคอบาร์บอสซ่าเอาไว้แกล้งขบเม้มข้างใบหูเบาๆ กระซิบเสียงแหบพร่า "เอาสิ ข้าให้เจ้าสำรวจดูเองเลยว่าข้ายังเหมือนเดิมอยู่อีกหรือเปล่าไง" มือขยำคอเสื้ออีกคนไว้ ก่อนจะกดริมฝีปากตัวเองกับของอีกฝ่ายลิ้นร้อนเกลี่ยเลียไปทั่วริมฝีปากคนด้านบนอยากหยอกล้อ  





"ข้าตามอารมณ์เจ้าไม่ทันแล้วนะ...-เฮ้ย!!!" เขาผลักแจ๊คออกแล้วต่อว่าหากแต่เพียงไม่นานก็โดนตัวแสบตัวป่วนจับจูบซ้ำอีกจนได้ 





"เจ้าตามข้าไม่ทันหรอกรองกัปตันของข้า" 






รอบเรือเงียบสงัดไฟทุกดวงดับสนิทแต่บางครั้งก็มีเสียงคล้ายลูกลิงบางตัวร้องครางแว่วออกมาตามสายลม 

 


"อื้ออ....."  





"เป็นไงยังอยากหาคนมาแทนข้าอยู่ไหม" คนข้างล่างถามเสียงกระเส่าเร่งขยับสวนขึ้นมาตามแรงกดทับจากด้านบน 





"ไม่ อ๊าา ฮะ เฮคเตอร์ เบาๆหน่อย ขะ ข้าเจ็บ อ๊ะ อ๊ะ.....นะ นี่...อื้ออ!" 






"ไม่ ข้าจะไม่เบามือลิงน้อยของข้า เจ้าทำข้าโมโหหลายข้อเลยวันนี้ข้าจะลงโทษเจ้าทั้งคืนพรุ่งนี้ข้าจะจัดการเรื่องลูกเรือแทนเจ้าเอง เจ้าจะได้นอนพักผ่อนให้เต็มที่แล้วพอข้าว่างข้าจะได้เข้ามาดูแลเจ้า ไง!" แรงกระแทกสวนเพิ่มมากขึ้นเมื่อพูดจบ แจ๊คกอดคออีกฝ่ายแน่นเสียงเอี้ยดอ้าดของเก้าอี้ไม้ตัวเก่งของกัปตันโยกไปมาตามแรงสั่นสะเทือนจากกัปตันเรือทั้งสองหนึ่งเป็นอดีตอีกหนึ่งคือกัปตันคนปัจจุบัน บาร์บอสซ่าโน้มศีรษะแจ๊คให้ลงมาหาบดเบียดริมฝีปากตนลงบนของอีกฝ่ายจนแทบไม่เหลือช่องว่างให้หายใจ ลิ้นร้อนแทรกไปตามโพรงปากลิ้นสองลิ้นพันกันไปมายากนักจะถอนออก ทุกอย่างกระหน่ำรุนแรงราวกับพายุที่โหมกระหน่ำ เสียงครางของกัปตันเรือดังมาเป็นระยะๆตามแรงกระแทกกระทั้นที่ได้รับ ฝ่ายกระทำด้านล่างสอดประสานมือของตนกับร่างเล็กด้านบนไว้ ทุกอย่างช่างรุนแรง เร่าร้อน ป่าเถื่อนหยาบกระด้างอย่างที่สุด แต่ถ้าแลกกับการที่พวกเขาไม่ได้พบกันมานานหลายปีมันก็คุ้มค่ากับสิ่งที่กำลังมอบให้แก่กันและกัน 

 




สิ่งที่ตอนนี้พวกเขาพอนึกออกในหัวในห้วงความคิดคือพวกเขาในตอนนี้ไม่มีอะไรมาหยุดยั้งการกระทำอันแสนเร่าร้อนนี้ได้อีกต่อไป มันจะดำเนินต่อไปตลอดระยะที่พวกเขายังมีเรี่ยวแรงอยู่ในค่ำคืนนี้ 

 







   หลายชั่วโมงจวบจนถึงช่วงรุ่งสายของวันใหม่พวกเขาต่างอยู่ในอ้อมแขนของกันและกันร่างเปลือยเปล่าครึ่งตัวบนของพวกเขาสว่างไสวด้วยแสงจากดวงตะวัน 





"เฮคเตอร์...." แจ๊คพึมพำขณะที่กำลังแกล้งซุกตัวเข้าหาคนที่ตื่นนานแล้วเหมือนลูกลิงกำลังออดอ้อน เขาขยับตัวขึ้นนิดหน่อย แล้วกระซิบเบาในหูลมหายใจที่รดอยู่แถวลำคอกับใบหูทำให้บาร์บอสซ่าถึงกับกลืนน้ำลายอึกใหญ่ลงคอเพื่อสกัดกั้นอารมณ์หยาบของตนที่เหมือนถูกปลุกขึ้นมาอีกครั้ง  




"ว่า?" 





"ฉันจะให้นายเป็นกัปตันก็ได้ แต่นายต้องสาบานว่าจะอยู่บนแบล็คเพิร์ลลำนี้ตลอดไป" 




"จะให้ข้าสาบานแล้วเจ้าล่ะแจ๊คจะทิ้งเรือไปงั้นหรือ" 




"ไม่อะ ข้าก็สาบานเหมือนกันเรื่องอะไรจะให้เจ้าได้เรือสุดที่รักของข้าไปกันล่ะ" 




"ถ้าเจ้าสาบานข้าก็สาบาน อยู่ด้วยกันบนเรือลำนี้ตลอดไป" 




"ใช่ ตลอดไป อ๊ะ! แต่ข้าขอแบบขึ้นบกขึ้นฝั่งได้นะไม่ใช่ว่าเป็นแบบเจ้าปลาหมึกนั่นข้าไม่เอา" 




"โถ่ เจ้านี่มันทำบรรยากาศดีดีของข้าเสียหมด" 




"งั้นข้าทำบรรยากาศดีดีให้เจ้าใหม่ก็ได้" เสียงทักท้วงของบาร์บอสซ่าถูกกลืนหายไปอีกครั้งด้วยริมฝีปากร้อนของร่างเล็กที่กอดคอ

เข้าไว้แล้วพลิกตัวขึ้นมานั่งทับอีกครั้ง  




"เจ้านี่ชอบอยู่ด้านบนเหลือเกินนะ" 




"ก็มันเป็นวิธีเดียวที่ข้าจะอยู่เหนือเจ้าได้นี่" 




"งั้นเจ้าก็จะได้อยู่เหนือข้าเฉพาะเวลาแบบนี้เท่านั้นล่ะ กัปตันของข้า และตอนนี้ข้าจะพากัปตันไปเที่ยวที่เส้นขอบฟ้าอีกสักครั้งบนเตียงของข้ากับเจ้า...... 

 



ว๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกก!!!!!!! 

 




        เสียงร้องโหยหวนดังก้องไปทั่วอ่าวเรือแตกขณะที่แบล็คเพิร์ลกำลังแล่นออกจากท่าครั้งแรกในรอบหลายปี มันปลุกพวกเหล่าลูกเรือให้สะดุ้งตื่นจนบางคนตกที่นอนตกเปลกันก็มี พวกเขาพากันส่ายหน้าอย่างระอาและอ่อนใจ แต่ก็ยังรู้สึกโล่งใจอยู่เปราะหนึ่งเมื่อเรือลำนี้ยังมีรองกัปตันบาร์บอสซ่าผู้น่าเกรงขามและน่านับถืออยู่อีกคน ไม่ได้มีแต่กัปตันประสาทแตกไม่เต็มที่นามว่า แจ๊ค สแปโร เพียงลำพัง แต่ใครจะรู้ว่ารองกัปตันที่น่าเคารพน่าเกรงขามผู้นั้นนั่นเองที่เป็นคนทำให้กัปตันของพวกเขาแหกปากร้องได้ขนาดนี้ 

 




แต่สิ่งหนึ่งที่ทั้งต้นหนและลูกเรือรู้สึกดีและสบายใจมากที่สุดคงเป็นกัปตันของเขา ถ้าเสียงตะโกนดังก้องทั่วคาบสมุทรได้ขนาดนี้แสดงว่ากัปตันแจ๊คของพวกเขากลับมาแล้วสินะ 





และคำตอบก็ออกมาจากด้านในห้องพักส่วนของกัปตัน กัปตันเรือและรองกัปตันเดินออกมาพร้อมกัน ทุกคนเตรียมพร้อมสำหรับการเดินทางครั้งใหม่กับการผจญภัยที่ยังรอพวกเขาให้เดินทางร่วมกันต่อไป แน่นอนว่าความสัมพันธ์ของทั้งกัปตันและรองกัปตันมันแน่นแฟ้นยิ่งกว่าเดิม อาจจะแน่นเสียจนกัปตันเดินไม่เป็นทางความรู้สึกเจ็บแปลบที่อวัยวะบางส่วนทำให้เขาต้องหาที่ยึดเกาะไว้ทุกครั้งที่คิดเดิน แต่ก็ยังไม่วายสกัดกั้นความเจ็บออกคำสั่งกับมือขวาคนสนิทอย่างที่เคย 




"ไอ้คุณกิ๊บส์ หันหัวเรือตรงไปทางด้านทิศตะวันออก" 




"ครับกัปตัน เอ้าพวกเราหันหัวเรือตรงไปทางทิศตะวันออก!" 




"เย้!!!!" เหล่าลูกเรือร้องโห่ด้วยความดีใจที่ได้แล่นเรือออกสู่ทะเลอีกครั้ง  




"ถ้ายืนไม่ไหวก็อย่าฝืนเลยข้าคงหนักเกินไปหน่อย" บาร์บอสซ่าถือวิสาสะโอบเอวแจ๊คเข้ามาขณะอีกมือจับที่บังคับเรืออยู่ แต่คนโดนรวบเอวโวยลั่น