วิหคหัวใจมังกร (สนพ.เฟยฮุ่ย)

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 221,374 Views

  • 1,616 Comments

  • 7,053 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    70,902

    Overall
    221,374

ตอนที่ 9 : ตอน ออกล่าอสูร

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 15984
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1412 ครั้ง
    21 พ.ค. 62

หยางเหม่ยหลินเดินเข้ามาหาบิดาและพี่ชาย บุรุษทั้งสองเมื่อเห็นใบหน้าคมคายงดงามของสตรีที่เดินเข้ามาก็พลันส่งยิ้มให้

“ท่านพ่อ พี่ใหญ่ วันนี้ท่านแม่ได้รับจดหมายเทียบเชิญสำหรับงานประลองของพี่ใหญ่เจ้าค่ะ”

ใบหน้าหล่อเหล่าอ่อนละมุนของหยางเป่าเหยียนขมวดคิ้วเล็กน้อย

“ของพี่ใหญ่ผู้เดียวได้เยี่ยงไร ตอนนี้หลินเออร์มีวรยุทธแล้วแน่นอนว่าต้องเป็นของเจ้าด้วย”

“พี่ใหญ่แต่ข้ามิได้คิดอยากลงประลองเสียหน่อย”

“หลินเออร์”

น้ำเสียงอบอุ่นของผู้เป็นบิดากล่าวขึ้นมาทำให้เจ้าของใบหน้าคมคายหันไปมองตามต้นเสียงทันที

“เจ้าค่ะท่านพ่อ”

“พ่อรู้ว่าหลินเออร์อยากเข้าร่วมการประลองมาหลายปีแล้ว ตอนนี้หลินเออร์สามารถเข้าร่วมรับการทดสอบของตระกูลได้แล้วนะลูก”

ผู้เป็นบิดากล่าวด้วยรอยยิ้ม หยางเป่าหลินเมื่อเห็นใบหน้าของผู้เป็นบิดาตั้งความหวังไว้ก็มิอาจหักหาญน้ำใจบิดาได้ในทันที

“พี่เป่าเหยียน น้องมีเรื่องอยากจะคุยกับพี่ใหญ่เสียหน่อย”

“อืม เจ้ากล่าวมาได้เลย”

หยางเหม่ยหลินหันกลับไปมองบิดาตนที่ส่งยิ้มอบอุ่นมาให้ ก็พลันรู้สึกผิดขึ้นมาทันที ที่ตนก่อเรื่องไว้กับหยางจินลี่จนทำให้ครอบครัวนั้นไม่พอใจหาทางกลั่นแกล้ง จนทำให้พี่ชายของตนที่ไม่มีสัตว์อสูรถูกตัดโอกาสในการเข้าประลอง

“ท่านพ่อเข้าไปพักผ่อนที่เรือนก่อนดีหรือไม่เจ้าคะ”

“มิเป็นไร พ่ออยากฟังด้วย”

“เจ้าค่ะ”

หยางเหม่ยหลินหันหน้ามามองพี่ชาย

“พี่ใหญ่ งานประลองคัดเลือกรุ่นเยาว์จะเริ่มขึ้นในอีกหนึ่งเดือนข้างหน้า แต่กฎปีนี้ท่านแม่บอกว่าแตกต่างจากทุกปี ผู้เยาว์ที่จะเข้ารับการทดสอบต้องมีอสูรในพันธะสัญญาเจ้าค่ะ”

ทันทีที่ได้ฟังคำกล่าวขากปากของผู้เป็นน้องสาว ใบหน้าของหยางเป่าเหยียนซีดเผือดลงถนัดตา หยางเป่าเหยียนเป็นบุตรชายคนโต เขาเป็นความหวังของครอบครัวที่ถูกผู้คนเหยียดหยามนี้ ปีนี้เป็นปรสุดท้ายของเขาที่จะเข้าร่วมรับการทดสอบแล้ว หากแต่ตอนนี้เขาไม่มีอสูรในพันธะสัญญา จะเข้าร่วมการประลองได้อย่างไรเล่า

เกิดความเงียบขึ้นทันทีมี่หญิงสาวกล่าวจบ ทั้งหยางตงเฉินและหยางเป่าเหยียนนิ่งเงียบไปทันที

“ท่านพี่ ข้าคิดว่าพวกเราควรออกล่าสัตว์อสูรเจ้าค่ะ”

“หลินเออร์วรยุทธยังน้อย จะออกล่าอสูรได้เยี่ยงไร สัตว์อสูรอันตรายยิ่งนัก”

“ข้าก็ออกล่าตัวที่อันตรายน้อยที่สุดก็ได้แล้วนี่เจ้าคะ ขอเพียงแค่มีสัตว์อสูรก็พอแล้วมิใช่หรือ”

“การทำสัญญากับสัตว์อสูร ชั่วชีวิตนี้สามารถทำได้เพียงครั้งเดียว หากพวกมันตายเจ้าจะไม่มีโอกาสได้ครอบครองอสูรอีกชั่วชีวิต เช่นนี้แล้วจะออกล่าอสูรที่อ่อนแอได้เยี่ยงไร”

“โธ่ พี่ใหญ่เจ้าคะ ข้าอยากออกล่าอสูรบ้างนี่เจ้าคะ จะได้เรียนรู้พลังปราณของตนเองด้วยอย่างไรเล่าเจ้าคะ”

หยางเหม่ยหลินกอดแขนพี่ชายพลางซบหน้าลงกับลำแขนแข็งแกร่งนั่น

‘อืม พี่ใหญ่ของข้าหล่อเหลาเยี่ยงนี้ขอกอดหน่อยเหอะ’

‘หึ! สตรีอัปลักษณ์ แม้แต่พี่ชายเจ้าก็ไม่ละเว้นเหรอ’

‘เงียบเถอะน่า’

“มันอันตรายยิ่งหลินเออร์”

“ข้ามีพี่ใหญ่อยู่ทั้งคนจะต้องกลัวอันใดเล่าเจ้าคะ ท่านพ่อเจ้าคะข้าอย่างไปล่าอสูรจริงๆนะเจ้าคะ นะเจ้าคะพี่ใหญ่”

ใบหน้าคมคายออดอ้อนบิดาและพี่ชายของตนเอง หยางตงเฉินถอนหายใจก่อนจะพยักหน้าให้บุตรสาว

“ระวังตัวด้วยนะลูก”

“ท่านพ่อ แต่ว่ามันอันตรายมากนะขอรับ”

“เหม่ยหลินสักวันนึงก็ต้องเข้าสู่เส้นทางแห่งจอมยุทธอยู่ดีเป่าเหยียน ดูแลหลินเออร์ด้วย”

“ขอรับ”

หยางเหม่ยหลินฉีกยิ้มกว้างให้กับพี่ชายและบิดาทันที

“ข้าจะไปเก็บชุดรอนะเจ้าคะพี่ใหญ่”

“เหตุใดต้องรีบขนาดนั้นด้วยเล่าหลินเออร์”

“พวกเรามีเวลาน้อยยิ่งนักเจ้าค่ะพี่ใหญ่”

หยางเป่าเหยียนหันมาสบสายตากับบิดา แววตาของบิดาแม้จะมีร่องร่อยแห่งความกังวลแต่ก็มีความเชื่ออยู่ในดวงตา ว่าตนและน้องสาวจะทำสำเร็จ หยางเป่าเหยียนยกยิ้มให้บิดาเล็กน้อย สายตามองตามร่างบางที่เดินหายลับออกไป


ยามเซิน (15.00น.-16.59น.)

หยางเป่าเหยียนและหยางเหม่ยหลินออกเดินมุ่งตรงสู่หุบเหวลึกด้านหลังจวนเพื่อเข้าสู่พื้นที่เขตป่าดำที่เต็มไปด้วยเหล่าอสูรอันตรายที่ออกหากินตอนกลางคืน

“พี่เป่าเหยียน”

หยางเหมยหลินลอบมองใบหน้าหล่อเหลาของพี่ชายก่อนจะเผยรอยยิ้มเบาๆ

‘โรคเห็นคนหล่อไม่ได้กำเริบอีกแล้ว’

ใบหน้าหล่อเหลา จมูกโด่งคมสันรับกันกับริมฝีปากบางของหยางเป่าเหยียนทำให้ชายหนุ่มมีเสน่ห์น่าค้นหายิ่งนัก

“อืม ว่าอย่างไรหลินเออร์”

“พี่ใหญ่ต้องการสัตว์อสูรแบบไหนเจ้าคะ”

“พี่หรือ ถ้าหากเป็นไปได้พี่ก็อยากได้อสูรกระทิงโลหิตเป็นสัตว์ในพันธะสัญญา แต่คงไม่ง่ายถ้าจะจับสัตว์อสูรระดับนั้นมาทำพันธะสัญญาด้วย”

หยางเป่าเหยียนส่งยิ้มอบอุ่นให้กับน้องสาวตัวน้อย

“มันหายากขนาดนั้นเลยหรือเจ้าคะ”

“พวกมันแข็งแกร่งมากต่างหาก แล้วน้องรักของพี่เล่าอยากได้อสูรแบบใด”

“ข้าหรือ? อืม คงเป็นนกกระจอกสักตัวละมั้งเจ้าคะ”

หยางเป่าเหยียนตกตะลึงในคำตอบของน้องสาวเล็กน้อย

“เหตุใดเจ้าจึงอยากได้นกกระจอกกันละ”

“ความสามารถเช่นข้าคงหาสัตว์อสูรดีดีเช่นผู้อื่นไม่ได้หรอกเจ้าค่ะพี่ใหญ่ คิกคิก”

‘ข้าคือวิหคเพลิงในตำนาน ยิ่งใหญ่กว่าเจ้ากระทิงเถื่อนนั่นเป็นไหนๆ หึ!’

“เหม่ยหลิน เจ้าเองก็ก้าวเข้าสู่ยุทธภพแล้ว ตอนนี้น้องรักของพี่ก็เป็นจอมยุทธผู้หนึ่งแล้วเช่นกัน อย่าได้กล่าวดูถูกความสามารถของตนเองเช่นนั้นอีก”

รอยยิ้มอ่อนละมุมที่ส่งให้จากใบหน้าหล่อเหล่าของพี่ชายทำให้หยางเหม่ยหลินนิ่งงันไปเล็กน้อย ดวงตาหยางเป่าเหยียนฉายแววอบอุ่นยามมองน้องน้อยของเขา

‘ผู้ชายอะไรเนี่ย หล่อเป็นบ้าเลย’

‘หึ! ไร้ยางอาย ไร้ยางอายที่สุด’


ในที่สุดหยางเหม่ยหลินและหยางเป่าเหยียนก็เดินทางเข้ามาถึงเขตป่าดำด้านนอก ตอนนี้ท้องฟ้าเริ่มเปลี่ยนสีเป็นมืดครึ้มลงแล้ว หยางเป่าเหยียนหันมองน้องสาวอย่างเป็นห่วงว่านางจะเหนื่อยอ่อนแรงหรือไม่ แต่กลับต้องแปลกใจเมื่อพบว่านอกจากนางจะไม่แสดงสีหน้าเหนื่อยแล้ว แววตาของนางยังสั่นระริกคล้ายกำลังรอเรื่องตื่นเต้นอยู่เสียอีก

หยางเหม่ยหลินรู้สึกเหมือนได้กลับมาทำงานเป็นเจ้าหน้าที่หน่วยมือปราบเหยี่ยวเพลิงอีกครั้ง ต่างกันแค่ครั้งนี้บุกน้ำลุยไฟเพื่อไล่ล่าอสูรหาได้ไล่ล่าผู้ก่อการร้ายไม่

“หลินเออร์ พวกเราออกล่าแต่เพียงเขตนอกของป่านี้เถิด”

‘เยว่เฟย แถวนี้มีสัตว์อสูรอันใดบ้าง’

‘ถ้าเป็นบริเวณนี้ มีแต่เพียงอสูรระดับล่างเท่านั้นเหม่ยหลิน ถ้าหากเป็นอสูรที่น่าจะพอใช้ได้หน่อย คงอยู่ในเขตป่าชั้นกลางเข้าไปแล้ว’

‘ถ้าหากเจ้าจะเอาอสูรทั้งป่า เจ้าคงจะต้องเข้าไปจับเจ้าป่าแล้วล่ะสตรีอัปลักษณ์’

‘เจ้าหมายความว่าอย่างไรหยางชุน’

‘ป่าทุกป่าย่อมต้องมีเจ้าป่า ถ้าหากเจ้าจับเจ้าป่ามาเป็นอสูรพันธะของพี่ชายเจ้าได้ สัตว์อสูรที่อยู่ภายใต้การควบคุมของมันก็จะเป็นของพี่ชายเจ้าด้วย’

‘แล้วเจ้าป่าดำแห่งนี้ มันคืออสูรชนิดใด’

‘นามของมันคือพยัคฆ์เมฆาล่องหน!’

‘พยัคฆ์เมฆาล่องหนเป็นสัตว์อสูรระดับสูง เป็นเจ้าป่าผู้ทะนงตน มันไม่ยอมทำพันธะสัญญากับมนุษย์หรอกเหม่ยหลิน’

หยางเหม่ยหลินมีสีหน้าตกตะลึงเล็กน้อย นางแสดงสีหน้าตื่นเต้นขึ้นมาอย่างปิดไม่มิด เมื่อรับรู้ถึงตัวตนเจ้าป่าอสูร สัตว์อสูรในพันธะของหยางเป่าเหยียนจะต้องเป็นมันเท่านั้น หยางเหม่ยหลินยกยิ้มขึ้นแววตาฉายแววระริก

‘เหอะ ข้าล่ะเกลียดสีหน้าแบบนั้นของนางจริงๆเลยเยว่เฟย ข้าจะเข้าสู่สภาวะหลับใหลฟื้นตัวแล้วล่ะ’

“หลินเออร์”

“จะ เจ้าคะพี่ใหญ่ พี่ใหญ่ดล่าวว่าอย่างไรนะเจ้าคะ”

“พี่กล่าวว่าเรายามนี้เริ่มมืดแล้ว เราออกล่าแต่เพียงเขตป่าด้านนอกเถิด”

“ข้าว่าป่าด้านนอกดูไม่มีสัตว์อสูรอันใดเลย เข้าไปในเขตชั้นกลางหน่อยดีหรือไม่เจ้าคะ”

“เหม่ยหลินพูดจาราวกับมิรู้จักตำนานป่าดำเสียอย่างนั้น เจ้าก็รู้ว่าเขตป่าดำนี้แม้แต่จอมยุทธระดับปฐพียังเข้าไปลำบากเลย”

“ถ้าเช่นนั้นเราควรไปหาลำธารเล็กๆเพื่อนั่งพักก่อนนะเจ้าคะ”

“เอาเช่นนั้นก็ได้”

หยางเหม่ยหลินพาหยางเป่าเหยียนเดินลึกเข้าไปในเขตป่าชั้นกลางโดยที่ชายหนุ่มไม่รู้ตัว เนื่องด้วยตลอดทางที่เดินเข้าป่ามาไม่มีสัตว์อสูรใดเข้าใกล้พวกเขาเลย ช่างน่าแปลกนัก 

หยางเป่าเหยียนที่ไม่รับรู้ถึงการมีอยู่สองสองสัตว์เทพวิหคเพลิงในตำนานคิดอย่างแปลกใจ แน่นอนว่าในระหว่างทางที่พวกเขาเข้ามาไม่มีสัตว์อสูรใดเข้ามาหาเลยเหตุเพราะพวกมันรับรู้ถึงตัวตนที่เหนือกว่าจึงไม่คิดจะย่างกรายเข้ามาหาคนทั้งคู่เลย

‘เหม่ยหลิน ข้าสัมผัสได้ถึงขุมพลังปราณอันหนาแน่นอยู่ไกบออกไปจากจุดนี้ไม่มากนัก’

‘ขุมพลังปราณหรือ’

‘ข้ามิแน่ใจว่าต้นกำเนิดพลังเหล่านี้มาจากที่ใด’

“พี่ใหญ่เช่นนั้นเราพักกันที่นี่เถิดเจ้าค่ะ”

“เช่นนั้นก็ได้”

พลังสายสีส้มจากปรายนิ้วเรียวของผู้เป็นพี่ชายแผ่ออกมาเป็นจุดเล็กๆ ชายหนุ่มหยิบก้อนหินขึ้นมาหนึ่งก้อนก่อนจะบรรจงวาดอักษรบางอย่างลงไป ก้อนหินนั้นพลันมีความร้อนเกิดขึ้นใก้ความอบอุ่นในยามคำ่คืนได้ดีนัก หยางเหม่ยหลินมองตามอย่างแปลกใจ ผู้คนในยุคนี้จุดไฟกันแบบนี้หรือ

‘เหม่ยหลิน พี่ชายเจ้าเป็นผู้ใช้อักขระหรือ?’

‘อันใดคือผู้ใช้อักขระเยว่เฟย’

‘ผู้ใช้อักขระจิตในแผ่นดินนี้มีน้อยยิ่งกว่าน้อย คัมภีร์ที่เกี่ยวข้องกับอักขระหายสาปสูญไปนับพันปีแล้ว ถ้าหากมีผู้ใดล่วงรู้เข้าว่าพี่ชายเจ้าเป็นผู้ใช้อักขระ โบราณพวกมันต้องพลิกแผ่นดินตามหาตัวพี่ชายเจ้าเป็นแน่’

“พี่เป่าเหยียน พี่ใช้อักขระเป็นด้วยหรือเจ้าคะ”

หยางเป่าเหยียนเลิกคิ้วมองน้องสาวเล็กน้อยราวกับไม่เข้าใจในสิ่งที่นางกล่าว

“เจ้าพูดเรื่องอันใดกัน พี่มีเพียงวิชาจุดไฟ อักขระที่เจ้าพูดถึงพี่ใหญ่มิเคยได้ยินมาก่อน”

‘ดูเหมือนพี่ชายเจ้าจะไม่รู้ตัวเสียด้วยซ้ำว่าเขาคือผู้ใช้อักขระจิต’

หยางเหม่ยหลินนิ่งเงียบไปเล็กน้อย ทำให้ชายหนุ่มวางห่อผ้าลงก่อนจะลุกขึ้นยืน

“พี่จะออกไปหาสัตว์อสูรตัวเล็กๆที่พอทำอาหารได้แถวใกล้ๆนี้มาให้ หลินเออร์รอพี่อยู่ตรงนี้ก่อนอย่าได้ไปที่แต่เพียงผู้เดียวรู้หรือไม่”

“เจ้าค่ะ พี่ใหญ่เจ้าคะนอกจากจุดไฟแล้วพี่ใหญ่ทำอันใดกับอักษรพวกนั้นได้อีกเจ้าคะ”

“ก็ทำได้เพียงไม่กี่อย่าง พี่เพิ่งทดสอบทำครั้งแรก”

“พี่ใหญ่ไปศึกษามาจากที่ใดหรือเจ้าคะ”

“มีชายผู้หนึ่งเขาเขียนใส่กระดาษแผ่นหนึ่งถึงวิธีจุดไฟให้พี่และยังมีอีกสองสามบทที่พี่ยังไม่ได้ศึกษา”

“พี่ใหญ่สอนข้าบ้างได้หรือไม่เจ้าคะ”

“ได้สิ ไว้พี่จะกลับมาสอนให้กับเจ้าทีหลังนะ แต่ตอนนี้พี่ใหญ่ขออกไปหาอาหารก่อนดีหรือไม่”

“เจ้าค่ะ”

ชายหนุ่มเดินหายออกไปยังอีกด้านหนึ่งของป่า วิหคเพลิงอมตะเยว่เฟยปรากฏกายออกมาเป็นเพียงวิหคน้อยตัวสีขาวบินโฉบลงเกาะกิ่งไม้เล็กๆข้างหินอักขระที่ชายหนุ่มเพิ่งจะทำขึ้นมาเมื่อสักครู่

“เหม่ยหลิน มิใช่ว่าผู้ใดก็จะศึกษาอักขระจิต แล้วสามารถเขียนอักขระขึ้นได้ ชายผู้นั้นที่เขียนวิธีศึกษาให้คงมองว่าหยางเป่าเหยียนมีพรสววรค์เป็นแน่”

“เจ้าหมายความว่าอย่างไรเยว่เฟยที่กล่าวว่า มิใช่ผู้ใดก็จะศึกษาได้”

“ต้องเป็นผู้ที่มีพรสวรรค์เท่านั้นที่จะสามารถเขียนอักขระได้ ตัวตนของผู้เขียนอักขระยิ่งใหญ่มาก พวกเขาสาสามารถเขียนอักขระจากสิ่งใดก็ได้แล้วใช้สิ่งนั้นทำลายล้างได้เลยทีเดียว”

“อืม แปลว่าพี่ใหญ่มีพรสวรรค์เช่นนั้นหรือ”

“เหม่ยหลินอยากจะศึกษา แต่ก็มิได้หมายความว่าเหม่ยหลินจะเขียนมันออกมาได้”

“หากมิใช่ผู้มีพรสวรรค์แล้ว ศึกษาไปก็เขียนมันออกมาไม่ได้ หากคนผู้นั้นไม่มีพลังแห่งจิตที่แข็งแกร่ง”

“เช่นนั้นพี่ใหญ่ของข้าก็คือผู้ที่สามารถใช้จิตเขียนอักขระได้หรือ”

“พี่ชายเจ้าเป็นผู้มีพรสวรรค์”

“แล้วข้าเล่า สามารถเขียนได้หรือไม่”

“เรื่องนี้ข้าเองก็ไม่รู้เช่นกัน เพราะตัวข้ามิได้เป็นผู้ใช้อักขระจิต ข้าเป็นสัตว์เทพ มิใช่มนุษย์ มีแต่มนุษย์ที่มีพลังแห่งจิตที่แข็งแกร่งเท่านั้นที่จะใช้มันได้”

“พลังแห่งจิตที่เจ้าพูดถึง สามารถใช้หักงอช้อนหรือยกวัตถุได้หรือไม่”

หยางเหม่ยหลินนึกไปถึงผู้ที่มีพลังจิตในยุคที่นางจากมา บางคนสามารถทำให้วัตถุเคลื่อนที่ได้ บางคนสามารถงอช้อนได้ และอีกหลายอย่างที่คนมีพลังจิตทำได้ ผู้คนเหล่านั้นในยุคที่นางจากมาก็มีเพียงน้อยนิดแต่ก็มีให้เห็นอยู่บ้าง

“เจ้ากล่าววาจาอันใดกันเหม่ยหลิน ข้ามีเคยเห็นผู้ใดใช้อักขระจิตที่ยิ่งใหญ่ในการหักงอสิ่งของมาก่อน”

“เช่นนั้นหรือ อืมว่าแต่ ตอนที่เราเริ่มเข้าสู่เขตป่าชั้นกลางเจ้ากล่าวว่า เจ้าสัมผัสได้ถึงขุมพลังปราณอันหนาแน่นหรือ”

“อืม เป็นพลังปราณที่หนาแน่นและรุนแรงมาก มันสามารถปกปิดพลังในตัวของมันเองได้ ผู้คนในอาณาจักรแห่งนี้เลยมิล่วงรู้การมีตัวตนของมันมาก่อน”

“ผู้คนในอาณาจักรไม่เคยล่วงรู้ แล้วเจ้ารู้ได้อย่างไร”

“ก็ตัวตนของข้าหาใช่เพียงสัตว์อสูรทั่วไปอย่างไรเล่า”

‘สตรีโง่งม!’

“ไหนบอกว่าจะเข้าสู่ภาวะหลับใหลอย่างไรเล่าเจ้านกกระจอก’

‘เหอะ’

‘เยว่เฟย พลังปราณหนาแน่นที่เจ้าพูดถึงเป็นสิ่งมีชีวิตหรือไม่”

“จะกล่าวว่าสิ่งมีชีวิตเลยก็มิใช่เสียทีเดียว ข้าเองก็มิรู้แน่ชัด รู้แต่เป็นขุมพลังอันยิ่งใหญ่”

“เช่นนั้นพวกเราแวะไปเยือนเจ้าสิ่งนั้นหน่อยเป็นไร”

“จะดีหรือ พี่ใหญ่ของเจ้าบอกให้เจ้ารออยู่ตรงนี้มิใช่หรือ”

“มิเป็นไร แค่พวกเรากลับมาก่อนที่พี่เป่าเหยียนจะกลับมาก็พอ อีกอย่างพี่ชายข้ากล่าวว่าอย่าได้ไปไหนแต่เพียงผู้เดียว ข้าหาได้ไปแต่เพียงผู้เดียวเสียหน่อย”









หยางเป่าเหยียน


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.412K ครั้ง

18 ความคิดเห็น

  1. #1544 BG3031 (@Cake__Cake) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2562 / 13:54
    พี่ชายหล่อขอซบไหล่ด้วยคน
    #1544
    0
  2. #1241 Baby_Shark (@Baby_Shark) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 28 พฤษภาคม 2562 / 22:54
    เจ้าเล่ห์นัก 5555
    #1241
    0
  3. #1224 memolunla (@memolunla) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 26 พฤษภาคม 2562 / 15:49
    พี่เป่าเหยียนรูปงามและแลดูอ่อนโยนมั่กๆ ควรแล้วที่เหม่ยหลินเคลิ้มเผลอเต๊าะพี่ชายบ่อยๆ
    #1224
    0
  4. #1176 GhostFariy (@GhostFariy) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2562 / 20:36
    สตรีโง่งม! ชอบอ่ะ โครตน่ารักเลยอ่ะ
    #1176
    0
  5. #1005 phrnphak (@phrnphak) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2562 / 19:06
    หยางเหม่ยหลินรึหยางเป่าหลินคะ
    #1005
    0
  6. #836 เดะดอย (@9762) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2562 / 21:15
    พี่ชายเทพทรูก็มาคร้าาาา
    #836
    0
  7. #713 nanhtay (@nanhtay) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2562 / 23:06
    นี่อยากมีพี่ชายขื้นทันทีเลยอ่ะ
    #713
    0
  8. #664 Nuengsupasit (@Nuengsupasit) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2562 / 20:22
    หล่อ คำเดียวสั้นๆ ^_^
    #664
    0
  9. #658 wirawon (@wirawon) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2562 / 12:35
    หล่อใจละลายเลย
    #658
    0
  10. #634 Koy Jung (@46014601koy) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2562 / 18:08
    ขอสมัครเป็นพี่สะไภ้จ้า อิอิ
    #634
    0
  11. #601 whoamidouknow (@whoamidouknow) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2562 / 12:54

    ขอสมัครเป็นพี่สะใภ้ค่ะ
    #601
    0
  12. #449 junekanha2 (@junekanha2) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2562 / 11:28

    หยางเป่าเหยียนหล่อจริงๆ

    #449
    1
    • #449-1 kd_miko (@kd_miko) (จากตอนที่ 9)
      3 พฤษภาคม 2562 / 16:35
      มีคนเชียร์พี่เป่าเหยียนเป็นพระเอกด้วยนะจ๊ะ อิอิ
      #449-1
  13. #162 pongladapapoom (@pongladapapoom) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 18 เมษายน 2562 / 15:30
    ขอลงเรือพี่ชายหน่อยนะคะ ไรท์
    #162
    0
  14. #23 got-pink (@got-pink) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 12 เมษายน 2562 / 17:32
    ท่านพี่ช่างมีเสน่ห์เหลือเกินน~~
    #23
    4
    • #23-1 Minny mint (จากตอนที่ 9)
      12 เมษายน 2562 / 19:06
      ระวังหยางชุนด่าว่าไร้ยางอายนะ 555+
      #23-1
    • #23-3 kd_miko (@kd_miko) (จากตอนที่ 9)
      13 เมษายน 2562 / 08:36
      ถึงหยางชุนปากเสีย แต่หยางชุนน่ารักนะเจ้าคะ ^^

      ตอนนี้หยางชุนมี FC แล้วนะคะ อิอิ
      #23-3
  15. #21 UL001 (@UL001) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 12 เมษายน 2562 / 17:26
    สนุกมากๆค่ะ มาต่อเร็วนะคะ รออยู่
    #21
    0
  16. #19 Bumnimkong (@Bumnimkong) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 12 เมษายน 2562 / 15:15

    สนุกมากค่ะ
    #19
    0
  17. #18 ป้าปู (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 12 เมษายน 2562 / 13:42

    สนุกมาก ชอบ

    #18
    1
    • #18-1 kd_miko (@kd_miko) (จากตอนที่ 9)
      13 เมษายน 2562 / 08:37
      ขอบคุณมากค่ะ
      #18-1
  18. #16 1661507 (@1661507) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 12 เมษายน 2562 / 11:28
    พี่ล่ากระทิง ส่วนน้องล่ามังกร คริ คริ
    #16
    1
    • #16-1 kd_miko (@kd_miko) (จากตอนที่ 9)
      13 เมษายน 2562 / 08:37
      ป่าดำจะแตกมั้ยเนี่ย
      #16-1