วิหคหัวใจมังกร

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 206,860 Views

  • 1,590 Comments

  • 6,835 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    56,388

    Overall
    206,860

ตอนที่ 5 : ตอน เทพแห่งการตบคน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 15758
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1539 ครั้ง
    14 เม.ย. 62

หยางเหม่ยหลินจัดการอาบน้ำเปลี่ยนสวมอาภรณ์ชุดใหม่ ก่อนจะกลับเข้าห้องพร้อมกับนำสมุนไพรบางชนิดออกมาจากสาปเสื้อนั่งทำบางสิ่งกับสมุนไพรเหล่านั้นร่วมสองชั่วยามมาแล้ว  วิหคเพลิงอมตะทั้งสองจำแลงกายเป็นเพียงวิหคสีขาวตัวน้อยออกมานอกมิติจิตของนาง พวกมันทั้งสองยังคงจ้องมองนางด้วยความสงสัย

“เจ้ากำลังทำอันใดหรือเหม่ยหลิน”

เสียงเล็กๆของเด็กผู้หญิงเอ่ยขึ้นที่เห็นนางกำลังบดบางสิ่งอยู่

“ข้าก็ไม่รู้เช่นกัน รู้แต่ว่ามันเป็นตำราพิษที่อยู่ในความทรงจำของข้า ข้าเลยลองทำมันออกมาดู แต่ทำอย่างไรมันก็ไม่ใช่พิษเสียที”

“สตรีอัปลักษณ์เช่นเจ้าลืมไปแล้วหรืออย่างไรว่าเจ้าได้ขอพรอันใดไว้กับตาแก่นั่น”

เสียงเด็กผู้ชายดังออกมาจากร่างนกน้อยสีขาว

“จริงสิ ข้าขอให้ข้าต้านพิษได้ทุกชนิดนี่น่า เช่นนั้นข้าก็ไม่รู้น่ะสิว่าพิษของข้าได้ผลหรือเปล่า สงสัยข้าคงต้องหาหนูทดลองยาซะแล้ว”

รอยยิ้มมุ่งร้ายส่งมาทางวิหคตัวน้อยจนเจ้าตัวสะดุ้งโหยงแทบจะบินหนี

“ข้ามิใช่หนู ข้าเป็นวิหคเพลิง อีกอย่างหนึ่งเพลิงอมตะของข้าเผาพลาญพิษพวกนี้ได้ มันมิได้ผลกับข้าหรอก ถึงแม้ตอนนี้ร่างกายของข้าจะอ่อนแออยู่ก็ตาม”

“เช่นนั้นหรือ”

หยางเหม่ยหลินถอนหายใจออกมาเล็กน้อย นางทำยาพิษแบบผง แบบป้าย และยังมีอีกหลายๆแบบ แต่ไม่รู้ว่าจะไปทดลองกับผู้ใดได้นี่สิปัญหา หยางเหม่ยหลินเลิกล้มความคิดที่จะทำยาพิษพวกนั้นไป ก่อนจะหันมานั่งสมาธิกำหนดจิต 

ทันใดนั้นก็มีความรู้สึกแปลกประหลาดเกิดขึ้นมาที่จุดตันเถียนจุดชีพจรที่ไม่เคยมีอยู่ในร่างกาย ได้กลับมาหมุนวนสร้างความอบอุ่นเบาบางของลมปราณแผ่ซ่านออกมาจากร่างกายของนางในทันที

ร่างกายของนางกำลังชำระล้างไขกระดูกเปลี่ยนเป็นออร่าบริสุทธิ์แผ่ออกมาจากจุดตันเถียน ตอนนี้ในหัวใจของนางเริ่มเบิกบานขึ้นเมื่อพบว่านางกำลังจะกลายเป็นผู้ฝึกยุทธ จากความทรงจำเดิมของร่างนี้ทำให้นางสามารถเรียนรู้กระบวนการทำงานของจุดตันเถียนและชีพจรตามจุดต่างๆของร่างกายได้เป็นอย่างดี

หยางเหม่ยหลินแม้ว่านางจะไม่สามารถมีจุดตันเถียนที่สามารถฝึกพลังยุทธ์ได้มาตั้งแต่กำเนิดแต่หยางตงเฉินก็ยังให้นางอ่านตำราเกี่ยวกับการฝึกลมปราณไปพร้อมๆกับหยางเป่าเหยียนบุตรชายคนโตอยู่เสมอ

ปัง ปัง

เสียงทลวงลมปราณให้ความรู้สึกเบาสบายไปทั่วทั้งร่างอย่างที่นางไม่เคยสัมผัสมาก่อน หยางเหม่ยหลินลืมตาขึ้นสำรวจตนเองก่อนจะพบว่าตอนนี้นางสามารถก้าวเข้าสู่ขั้นแรกเริ่มแล้ว

“พวกเจ้าดูสิ ข้าสามารถฝึกยุทธ์ได้แล้ว”

“เจ้าทำได้ดีมากเหม่ยหลิน”

“ก็ถือว่าก้าวหน้าละนะ ไหนสตรีอัปลักษณ์ เจ้าลองเพ่งสมาธิมาที่ฝ่ามือดูสิ สีของขั้นพลังปราณของเจ้านั้นอยู่ในระดับสีพลังอันใด”

หยางเหม่ยหลินลองกำหนดจิตเพ่งพลังไปที่ฝ่ามือตามคำแนะนำของวิหคหยางชุน สายสีเหลืองปรากฏขึ้นมาบนฝ่ามือเป็นเส้นตามด้วยสีเขียวที่พันล้อมไว้บางๆ

วิหคเพลิงอมตะทั้งสองมองดูสีของพลังปราณบนฝ่ามือนางอย่างสนใจ

“อะไรกัน เส้นพลังสีเขียวบางๆนั่น ข้าเป็นวิหคเพลิงอมตะมานับแสนปีแล้วยังไม่เคยพบเจอมาก่อนเลย”

“นั่นน่ะสิ ข้าเองก็ไม่เคยเห็นเช่นกันเหม่ยหลิน”

“พวกเจ้ายังไม่เคยเห็น ข้าเองก็คงจะไม่รู้เช่นกัน เพราะนี่เป็นครั้งแรกที่ข้าทำแบบนี้ได้”

“ความแข็งแกร่งของพลังปราณขึ้นอยู่กับสีของพลังด้วย”

“ใช่แล้วสตรีอัปลักษณ์ ปราณที่สูงส่งแสดงถึงความบริสุทธิ์ของปราณ แต่ขั้นพลังแสดงถึงอนุภาพความรุนแรงเสริมปราณนั้นๆ กล่าวคือยิ่งปราณบริสุทธิ์มากเท่าไหร่ยิ่งทำให้เจ้ามีตันเถียนที่บรรจุพลังได้มาก แต่สีของปราณจะเป็นตัวสร้างความเสียหายมากขึ้นเท่านั้น”

“งั้นแสดงว่าปราณคือแหล่งบรรจุพลังในจุดตันเถียนหรือ”

“อืม จะกล่าวเช่นนั้นก็ไม่ถูกซะทีเดียวละนะ เพราะปราณจะถูกขับเคลื่อนด้วยพลังแห่งลมปราณ”

“อืม พอๆๆ เอาเป็นว่าข้าค่อยๆเรียนรู้ไปก็แล้วกัน มันจะคืออะไรก็ช่างแต่ที่แน่ๆคือตอนนี้สีของพลังข้าแปลกไปจากผู้ฝึกตนทั่วไปอย่างงั้นสินะ”

“ใช่/ใช่”

“อืม มันคงจะไม่ระเบิดออกมาหรอกมั้ง”

“กล่าววาจาอันใดของเจ้า”

“ข้าง่วงนอนแล้วล่ะ พวกเจ้ากลับเข้ามาพักผ่อนเถอะ พวกเจ้าต้องใช้เวลาดูดซับพลังเพื่อฟื้นฟูร่างกายมิใช่หรือ”

“จริงๆแล้วพวกเราสามารถดูดซับผ่านปราณบริสุทธิ์ของเจ้าได้นะสตรีอัปลักษณ์ แต่เจ้าไม่มีอันใดให้พวกข้าดูดซับได้นี่น่ะสิ”

เยว่เฟยพยักหน้าเห็นด้วยกับสิ่งที่หยางชุนกล่าวออกมา หยางเหม่ยหลินหันกลับไปมองวิหคทั้งสองก่อนจะพูดเสียงอ่อนลง

“ข้าจะพยายามเพิ่มขั้นปราณให้ได้เร็วที่สุดนะ พวกเจ้าไปพักผ่อนได้แล้วนกกระจอกน้อย”

“........”





รุ่งขึ้นเกิดเสียงดังอึกทึกอยู่ตรงหน้าเรือน หยางเหม่ยหลินเปิดประตูเรือนออกมาพบเจอกับมารดาของตนกำลังถูกหยางจินลี่หวดแส้ในมือฟาดใส่อย่างย่ามใจ

หยางเหม่ยหลินโกรธมากที่เห็นอีกฝ่ายทำร้ายมารดาของตนจึงรีบวิ่งตรงเข้าไปประคองผู้เป็นมารดาทันที

“ท่านแม่ เจ็บมากหรือไม่เจ้าคะ”

“แม่ไม่เป็นอัน ลูกรักเจ้ารีบหลบไปเร็วเข้า คุณหนูหยางจินลี่กำลังตามหาตัวเจ้าอยู่”

ผู้เป็นมารดาแทบจะร่ำไห้เมื่อเห็นร่างของบุตรออกมาจากเรือน ด้วยรู้ดีว่าหยางจินลี่จะต้องทำร้ายลูกของนางดังเช่นที่ผ่านมาอีกแน่นอน

“ไสหัวออกมาได้แล้วหรือ นังขยะ”

หลังจากที่ฟังคำรายงานของสาวใช้ว่าถูกหยางเหม่ยหลินทำร้ายมา หยางจินลี่ตอนแรกนิ่งงันไปนิด เหตุใดนังขยะนั่นยังไม่ตายอีก ก็นางสังหารมันไปแล้วกับมือเมื่อเย็นวานพร้อมกับผลักตกหน้าผาไปแล้ว คนไร้วรยุทธเช่นนางขึ้นมาจากหน้าผาได้อย่างไร

หยางจินลี่คิดไม่ตกทั้งคืนอยากจะบุกมาที่เรือนของพวกขยะตระกูลหยางตั้งแต่ยามวิกาลเสียด้วยซ้ำ วันนี้นางจึงต้องมาดูให้เห็นกับตาว่าหยางเหม่ยหลินยังมีชีวิตอยู่ดังเช่นที่สาวใช้นางนั้นกล่าวจริงหรือไม่

หยางเหม่ยหลินประคองมารดาออกมานั่งตรงหน้าเรือนก่อนจะสาวเท้าเข้าไปหาผู้มาเยือนด้วยความโกรธ 

หยางจินลี่มองสบตากับดวงตากลมโตที่เรียบนิ่ง ของหยางเหม่ยหลินที่ตอนนี้กล้าหาญสบสายตากับนางอย่างท้าทาย

“เจ้ากล้าถึงขนาดมองข้าด้วยสายตาเช่นนี้เลยหรือนังเศษสวะ”

“ลูกอนุอย่างเจ้าถึงอย่างไรก็เปลี่ยนกำพืดของตนเองไม่ได้”

หยางจินลี่รู้สึกโกรธเป็นอย่างมากที่ได้ฟังคำว่าลูกอนุจากปากของสตรีไร้ค่าเช่นหยางเหม่ยหลิน

“ดี ดีจริงๆเป็นเจ้าเองที่รนหาที่ตาย”

หยางจินลี่สะบัดแส้ในมือที่มีลำแสงสีแดงตลอดเส้นอย่างแรง เบื้องหลังของนางคือการปรากฏกายของอสรพิษเกร็ดดำขนาดใหญ่

ไป๋ซือซือมองเห็นเหตุการณ์ตรงหน้าด้วยหัวใจแตกสลาย ถึงขนาดใช้สัตว์อสูรในพันธะสัญญาเช่นนี้ หยางจินลี่คงจะโกรธมากที่โดนบุตรสาวของตนกล่าววาจาดูถูก คราวนี้บุตรสาวของตนคงต้องได้ตกตายเป็นแน่ คิดได้เพียงเท่านั้นพลังปราณระดับปฐพีสีเหลืองอ่อนโยนจึงห่อหุ้มตัวบุตรสาวเอาไว้แต่กลับแตกสลายไปอย่างรวดเร็วเมื่อถูกอสรพิษเกร็ดดำพุ่งเข้าใส่ 

หยางเหม่ยหลินกลับไม่ได้คิดจะหลบแต่อย่างใด นางโคจรพลังลมปราณก่อนจะรวบรวมไว้ที่ฝ่ามือ พลังลมปราณขั้นแรกเริ่มสีเหลืองถ้าหากสังเกตุมองดูดีดีแล้วจะพบว่ามีเส้นสีเขียวบางๆเคลือบทับอยู่อีกชั้น

หยางเหม่ยหลินเบี่ยงตัวหลบจากอสรพิษเกร็ดดำที่พุ่งออกมาหาร่างของนาง เลี้ยวคว้าต้นคอของหยางจินลี่สะบัดผงบางอย่างลงไปบนหน้าของนางทันที

กรี๊ดดดด

ความร้อนที่แผดเผาใบหน้าราวกับถูกพิษทำให้หยางจินลี่กรีดร้องออกมา ร่างกายของนางโดนพิษได้อย่างไรในเมื่ออสูรในพันธะสัญญาของนางเป็นถึงจ้าวแห่งอสรพิษ พิษที่นางได้รับรุนแรงกว่าพิษของอสรพิษเกร็ดดำเช่นนั้นหรือเป็นไปไม่ได้

หยางจินลี่โกรธจัดที่ถูกขยะอย่างหยางเหม่ยหลินเล่นงานเข้า นางสะบัดแส้ในมืออย่างเอาเป็นเอาตายในขณะที่หยางเหม่ยหลินเบี่ยงตัวหลบแส้ของนางได้ทุกครั้งมันทำให้นางนึกโมโหเป็นอย่างมาก นังสวะเหม่ยหลินเก่งกาจขึ้นตั้งแต่เมื่อใด

หยางจินลี่ตกตะลึงจนแทบเซถอยหลังเมื่อตรวจพบว่า ร่างกายของหยางเหม่ยหลินมีการโคจรลมปราณ แม้จะเป็นขั้นแรกเริ่มสีเหลือง แต่ตอนนี้นางก็สามารถฝึกฝนปราณได้แล้ว นี่มันเกิดอะไรขึ้น?

‘พิษในตัวเจ้ามีซุกซ่อนไว้ตามร่างกายอีกตั้งมากมาย เหตุใดจึงไม่ทดลองกับนางให้หมด ข้าทนดูเจ้าเล่นต่อไปไม่ไหวแล้ว ข้าเข้าสู่สภาวะบำเพ็ญตนยังดีเสียกว่ามองเจ้าอสรพิษชั้นต่ำนั่น’

‘เหตุใดเจ้าจึงไม่ออกมาช่วยข้าจัดการอสรพิษตรงหน้านี่หน่อยเล่าหยางชุน’

‘อย่างข้าน่ะหรือจะให้ออกไปสู้กับพวกอสูรชั้นต่ำเยี่ยงนั้น หึ!’

‘พวกเราเพิ่งเริ่มฟื้นฟูพลัง จึงออกไปปรากฏกายข้างนอกได้ไม่นานนัก เพียงครู่เดียวก็จำต้องเข้าสู่สภาวะหลับใหลเพื่อฟื้นพลังเนื่องด้วยพลังปราณของเจ้าอ่อนแอเกินไปเหม่ยหลิน พวกเราจึงฟื้นตัวได้ช้านัก’

‘เป็นเพราะเจ้าอ่อนแอสตรีอัปลักษณ์’

‘หน่อยแน่ เจ้านกกระจอกมายืมปราณในร่างคนอื่นฟื้นฟูตนเองยังไม่พอ ยังมากล่าวหาว่าข้าอัปลักษณ์อ่อนแออีกหรือ’

‘หึ! ก็เจ้าอ่อนแอจริงๆนี่ รีบจัดการนังเด็กนี่เร็วๆเข้า ข้าเหม็นสาปกลิ่นอสูรชั้นต่ำของนาง’

หยางเหม่ยหลินไม่รอช้ารีบโคจรพลังปราณรวบรวมไว้ในฝ่ามือทั้งสองข้างเป็นจังหวะเดียวกับที่อสรพิษเกร็ดดำพุ่งตรงเข้ามา นางจึงกำหมัดซัดเปรี้ยงเข้าตรงร่างของอสรพิษเกร็ดดำอย่างจัง

อสรพิษเกร็ดดำลอยละลิ่วข้ามศีรษะของหยางจินลี่ที่มองดูอสูรในพันธะสัญญาอย่างตกตะลึง นางรีบเรียกสัตว์อสูรเข้ามาในร่างอย่างรวดเร็ว

หยางจินลี่สะบัดแส้ในมือฟาดใสหยางเหม่ยหลินอย่างไม่ยั้ง ในหัวของนางยังคงมีคำถามมากมายเกี่ยวกับสตรีตรงหน้าที่เปลี่ยนไปราวกับคนละคน

หยางเหม่ยหลินกระชากแส้ในมือเข้าหาตัวก่อนจะตบฉาดเข้าไปที่ใบหน้าของหยางจินลี่ใช่แรงเพียงครึ่งของการตบอสรพิษเกร็ดดำ แต่ผลกลับทำให้ร่างของหยางจินลี่กระเด็นไปปะทะกับต้นไม้ใหญ่ข้างจวนจนหักโค่นลง

ร่างของหยางจินลี่บอบช้ำก่อนจะกระอักเลือดออกมา ใบหน้าของนางบวมเปล่งจนแทบจำเค้าเดิมของความงามไม่ได้

“คนไร้ค่าอย่างข้า ตบอัจฉริยะอย่างเจ้าได้ในกระบวนท่าเดียว เช่นนี้แล้วใครกันแน่ที่สมควรถูกเรียกว่าขยะตระกูลหยาง”

“ข้าจะฟ้องท่านพ่อ เจ้าได้เห็นดีแน่นังเหม่ยหลิน”

“ก็เอาสิ เพราะถึงอย่างไรกำพืดของเจ้าก็เป็นได้เพียงลูกอนุ เป็นบุตรสายรอง คิดจะมาเทียบเคียงกับบุตรสายหลัก ข้าก็อยากจะรู้เช่นกันว่าผู้นำตระกูลจะว่าอย่างไร”

หยางจินลี่ขบกรามแน่น นางจิกเล็บลงในมือก่อนจะพาตนเองออกไปจากเรือนของหยางเหม่ยหลินด้วยความทุลักทุเล ท่ามกลางสายตาของบ่าวไพร่ที่ยืนมอง วันนี้เป็นวันหยางจินลี่อับอายที่สุดในชีวิต

‘หึ! ก็ไม่เลวนี่สตรีอัปลักษณ์ พลังนั่นรุนแรงใช้ได้เลยทีเดียว’

‘เจ้านกกระจอก! หยุดกล่าวหาว่าข้าอัปลักษณ์เสียที’



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.539K ครั้ง

18 ความคิดเห็น

  1. #1219 Lucky-Puppy (@poopo555) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 25 พฤษภาคม 2562 / 23:40
    พี่ชายหายไปไหนอะ ไม่กลับมาเหรอ ส่วนนกก็ปากมะหมาจริง
    #1219
    0
  2. #1180 จ่าา (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2562 / 23:08

    เป็นนกที่ไม่มีความเป็นผู้ดีเลย​ ปากตลาดมาก

    #1180
    0
  3. #1174 GhostFariy (@GhostFariy) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2562 / 19:54
    เป็นนกที่...โครตหน้าจำมาย่างกิน
    #1174
    0
  4. #1163 KKclover10 (@25421510) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2562 / 14:27
    กำลังคิดว่าพี่ชายนางหายไปเลยไหมมม
    #1163
    0
  5. #1100 jazsasii (@jazsika) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2562 / 17:50
    อ่านแล้วเกร็งตามอะ ลุ้นตัวโก่งว่านางจะจัดการลูกอนุได้มั้ย...
    #1100
    0
  6. #930 Tenebris (@fahkorn) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2562 / 23:23
    เป็นนกที่น่าจับย่างเหลือเกินนนน...พรึ่บ...อย่าเผานะโว้ยยย -นกบ้า -..-
    #930
    0
  7. #916 AeAe (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2562 / 18:59

    สะจัยจิงเชียว

    #916
    0
  8. #913 khanthongtandee (@khanthongtandee) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2562 / 10:35
    โอ้ย อ่านมาถึงตอนนี้ รักนิยายเรื่องนี้เข้าเต็มๆ
    #913
    0
  9. #825 เดะดอย (@9762) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2562 / 20:53
    สะใจมากๆๆๆๆ ทั้งด่าทั้งตบ เริ่ดอ่ะ
    #825
    0
  10. #752 Rilakkuma_00 (@small-body-) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2562 / 13:08
    สะใจมากจ้าตอนนี้
    #752
    0
  11. #666 Pandanus23233 (@Pandanus23233) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2562 / 21:01
    โอ้ยยย สะใจเด้อออ
    #666
    0
  12. #633 miyumiyu (@miyumiyu) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2562 / 18:05
    เหมือนมาให้เขาตบเล่น กับเป็นหนูลองยา เฮ้อออ จินลี่เอ้ยจินลี่~
    #633
    0
  13. #444 รัณฌา (@mymacam) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2562 / 15:21

    งงว่าความสามารถเดิมมี แต่ร่างกายน่าจะอ่อนแอ ไม่น่าทำได้ขนาดนี้ หรือเป็นเพราะมีวิหคเพลิงอยู่ในร่าง ไรท์ลืมพูดถึงจุดนี้ป่าว

    #444
    2
    • #444-1 มิ้นท์ (จากตอนที่ 5)
      2 พฤษภาคม 2562 / 18:10
      ไม่ได้อ่อนแอ แค่ไม่ปราณไม่ใช่เหรอ หรือเราอ่านอะไรข้ามไปหว่า
      #444-1
    • #444-2 whoamidouknow (@whoamidouknow) (จากตอนที่ 5)
      5 พฤษภาคม 2562 / 12:33
      ยางไม่ได้อ่อนแอแค่ไม่มีพลังปราณ
      #444-2
  14. #272 Virzus (@pippypunarak2205) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 25 เมษายน 2562 / 02:52

    เพิ่งจะฝึกปราณได้ ก็ตบนังจินลี่หน้าคว่ำได้ละ ชอบค่ะ นางเอกซูๆ เนี่ย ฮ่าๆ สะใจดี
    #272
    0
  15. #94 Ning6653 (@Ning6653) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 16 เมษายน 2562 / 00:34
    เอาไปต้มซุปเลย 555
    #94
    0
  16. #73 ME>_< (@1809900834691) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 14 เมษายน 2562 / 22:32
    สนุกค่ะ
    #73
    0
  17. #51 Pnt.xx (@Mojipapiyongza) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 14 เมษายน 2562 / 02:24
    สนุกค่ะติดตามน้าาาา
    #51
    0
  18. #17 BisKittz (@BisKittz) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 12 เมษายน 2562 / 11:58
    สับสนชื่อมากเลย555
    #17
    1
    • #17-1 kd_miko (@kd_miko) (จากตอนที่ 5)
      13 เมษายน 2562 / 08:37
      ชื่อเรียกยากไปเหรอคะที่รัก ขออภัยด้วยนะเจ้าคะ ^^
      #17-1