วิหคหัวใจมังกร (สนพ.เฟยฮุ่ย)

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 221,850 Views

  • 1,616 Comments

  • 7,056 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    71,378

    Overall
    221,850

ตอนที่ 27 : ตอน งานเลี้ยงต้อนรับศิษย์ใหม่

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 15430
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1192 ครั้ง
    21 พ.ค. 62

ท่ามกลางความมืดมิดในยามราตรี ยังคงมีแสงจากโคมไฟประดับประดาตามพื้นที่ต่างๆเพิ่มความสว่างไสวในพื้นที่ เสียงบรรเลงเพลงพิณขับกล่อมบรรยากาศอันน่ารื่นรมย์ชวนให้เคลิบเคลิ้ม ห้องโถงกว้างขวางที่สามารถบรรจุผู้คนได้นับห้าพันคนถูกประดับไปด้วยของตกแต่งงดงามตระการตา

ใจกลางห้องโถงมีโต๊ะตัวใหญ่ทอดยาวไปจนสุดปลายทาง มีอาหารมากมายถูกจัดเตรียมไว้บนโต๊ะตัวยาว ทั้งสุราเลิศรสและอาหารมากมายที่ปรุงด้วยเนื้อหมู เนื้อไก่ เนื้อแกะ รวมทั้งผลไม้และขนม ถูกจัดเตรียมไว้รอเหล่าผู้เข้าร่วมงานเลี้ยงที่กำลังจะเปิดงานในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้า มีเหล่าผู้คนทยอยกันเข้ามาในงานไม่ขาดสาย

หยางเหม่ยหลินในชุดสีม่วงอ่อนปักดิ้นทองลายดอกโบตั๋นงดงามขลับกับผิวเนียนละเอียดขาวผ่อง ดวงหน้าที่ผ่านการแต่งเติมสีสันด้วยเทคนิคการแต่งหน้าที่ล้ำสมัยปรับแต่งเลียนแบบธรรมชาติได้อย่างกลมกลืนเกินกว่าที่สตรีในยุคนี้พึงจะสามารถทำได้ การแต่งหน้าของพวกนางเหล่านั้นเพียงแค่หันมองก็ทำให้รู้แล้วว่าพอกหน้าหนาเพียงใดเพื่อทำให้ตนเองดูโดดเด่นที่สุด แต่การแต่งหน้าของหยางเหม่ยหลินกลับเน้นความเป็นธรรมชาติทำให้ใบหน้าสวยคมยิ่งมีเสน่ห์ชวนมอง

บนศีรษะของนางถูกเปียเก็บม้วนเป็นทรงสูงประดับด้วยดอกไม้เล็ก เห็นอย่างนี้นางก็มีฝีมือในการออกแบบทรงผมตามเทรนนิยมในโลกก่อนมาค่อนข้างมากทีเดียว ขึ้นชื่อว่าผู้หญิงย่อมต้องรักสวยรักงามเป็นธรรมดาอยู่แล้ว

หยางเป่าเหยียนที่เดินเข้ามาหาน้องสาวชายหนุ่มสวมชุดสีน้ำเงินเข้มปักดิ้นเงินลายพยัคฆ์เนื้อผ้าที่สวมใส่ดูพริ้วไหวเบาสบายยามเดิน ยิ่งขับเน้นทำให้ใบหน้าหล่อเหลาชวนมองขึ้นอีกมากโข หยางเหม่ยหลินเมื่อเห็นผู้เป็นพี่ชายก็ฉีกยิ้มกว้าง

“พี่เป่าเหยียนของข้าหล่อเหลาถึงเพียงนี้ วันนี้คงมิแคล้วมิสตรีทิ้งผ้าเช็ดหน้าให้พี่ชายของข้ามากกว่าสิบนางเป็นแน่เจ้าค่ะ”

หยางเป่าเหยียนหัวเราะเบาๆพลางยกมือขึ้นโยกศีรษะผู้เป็นน้องสาวเบาๆอย่างหยอกล้อ

“หลินเออร์เองก็งดงามเป็นที่สุด เมื่อสักครู่พี่เจอท่านพ่อกับท่านแม่อยู่ทางด้านโน้น พวกท่านถามหาเจ้าด้วย”

“เช่นนั้นหรือเจ้าคะ ข้าเองก็อยากเจอพวกเขาเช่นกันเจ้าค่ะ”

หยางเหม่ยหลินและหยางเป่าเหยียนกำลังจะก้าวออกจากตรงนั้น พลันมีเสียงทักทายขึ้นจากด้านหลังเสียก่อน

“เป่าเหยียน มิได้เจอกันนานเลย มิคิดว่าเดี๋ยวนี้เจ้ายอมจะเกี้ยวพาราสีสาวงามเป็นกับเขาแล้วหรือ”

ชายหนุ่มหันไปมองผู้มาใหม่เล็กน้อย หยางเหม่ยหลินเลิกคิ้วมองชายหนุ่มร่างสูง ชายผู้มีผิวสีเข้มแต่ใบหน้าคมคายชวนมองยิ่งนัก แม้จะไม่หล่อเหลามากมายเช่นพี่ชายของนางแต่ก็ไม่นับว่าด้อยไปกว่าชายใดในงานเลย ชุดที่ชายหนุ่มสวมใส่ดูจากเนื้อผ้าก็รู้ว่าราคาแพง คงมาจากตระกูลใหญ่สักตระกูลเป็นแน่

“เสวี่ยซานฝู ลมอันใดหอบเจ้ามาถึงที่นี่”

คิ้วของผู้มาใหม่กระตุกเล็กน้อย เมื่อได้มองใบหน้าของสตรีที่อยู่ข้างกายเขาได้ชัดเจน เขาไม่ได้ตอบคำถามของชายหนุ่มแต่หันไปพูดกับสตรีข้างกายเขาแทน

“ยินดีที่ได้รู้จักขอรับแม่นาง ข้ามีนามว่าเสวี่ยซานฝู แม่นางคงเป็นสตรีที่เจ้าหมอนี่กำลังเกี้ยวพาอยู่ใช่หรือไม่ขอรับ”

“เอ่อ...ข้า”

หยางเป่าเหยียนยกยิ้มเล็กน้อยเมื่อเห็นผู้เป็นน้องสาวดูตกใจกับสิ่งที่บุรษตรงหน้ากล่าว

“เจ้ายังคงพูดจาหาสาระอันใดไม่ได้เช่นเคยซานฝู สตรีนางนี้คือหยางเหม่ยหลิน นางเป็นน้องสาวของข้า”

เสวี่ยซานฝูเบิกตากว้างเล็กน้อนย หันหน้ามองหยางเป่าเหยียน

“อย่าบอกนะว่านี่คือเหม่ยหลินคนนั้น เหตุใดนางจึงได้งดงามเช่นนี้ มิเห็นขี้ริ้วขี้เหร่เหมือนตอนเป็นเด็กเลยสักนิด”

หยางเหม่ยหลินอ้าปากค้าง บุรุษผู้นี้กล่าวหาว่านางขี้เหร่งั้นหรือ

“เจ้าอย่ามากล่าววาจาผายลมต่อหน้าหลินเออร์ หลินเออร์นี่คือเสวี่ยซานฝูเป็นสหายของพี่ เจ้าคงจำเขาไม่ได้แล้ว เขาเคยมาที่จวนเราเมื่อเจ้ายังเล็กนัก”

หยางเป่าเหยียนและเสวี่ยซานฝูเคยเข้าศึกษาที่สำนักเดียวกันเมื่อครั้งยังเยาว์เนิ่นนานมาแล้ว ด้วยความที่เสวี่ยซานฝูเป็นคนนิสัยตรงๆไม่คิดคดกับใคร คิดอันใดก็พูดไปตามนั้น จึงทำให้บางคนมองว่าชายหนุ่มผู้มีนิสัยเถรตรงไม่น่าคบหา เพราะปากเขาจะพาลหาเรื่องใส่ตัวตลอดเวลา แต่เนื่องด้วยเป็นบุตรชายสายหลักตระกูลใหญ่ผู้ที่เข้ามาล้วนมีแต่ผู้หวังผลประโยชน์จากตัวเขาทั้งนั้น คงมีแค่หยางเป่าเหยียนเท่านั้นแหละที่ยอมคบเขาเป็นสหายอย่างจริงใจ

“ขออภัยเจ้าค่ะพี่ใหญ่ คุณขายเสวี่ย ข้าจำมิได้จริงๆเจ้าค่ะ ข้าไร้ความสามารถในการจดจำยิ่งนักเจ้าค่ะ”

“อย่าได้ใส่ใจเลยเหม่ยหลิน วันนี้ข้าได้มาเห็นกับตาตนเองแล้วว่าเจ้าหาใช่สตรีอัปลักษณ์หรือขยะไร้ค่าตระกูลหยางเช่นที่ผู้คนกล่าว”

เอ่อ...หมอนี่กำลังชมข้าอยู่สินะ?

“ขอบคุณคุณชายเสวี่ยมากเจ้าค่ะ”

“คุณชายเสวี่ยอันใดกัน เจ้าเป็นน้องสาวของสหายข้าเรียกว่าพี่ซานฝูก็ได้”

“เจ้าค่ะ”

“หรือว่าหากเหม่ยหลินต้องการเรียกข้าว่าท่านพี่ ข้าก็จะให้ท่านพ่อไปสู่ขอเจ้าดีหรือไม่”

ชายหนุ่มขยิบตาให้นางอย่างน่ารัก หยางเหม่ยหลินอ้าปากค้างไม่คิดว่าเขาจะพูดจารุกนางได้ขนาดนี้ รังสีมืดครึ้มแผ่ออกมาจากตัวหยางเป่าเหยียนสายตาคมจ้องมองสหายอย่างดุดันจนเสวี่ยซานฟูสะดุ้งโหยง เขาโบกปัดมือพัลวัน

“ข้าแค่หยอกเล่นน่าเป่าเหยียน อย่าหวงน้องสาวมากเกินไปสิ เดี๋ยวนางก็มิได้ออกเรือนกันพอดี”

“ข้าดูแลนางได้”

เสวี่ยซานฝูยิ้มเล็กน้อยให้กับความหวงน้องสาวที่ไม่เคยเปลี่ยนแปรไปเลยของสหายไม่ว่าจะผ่านมาแล้วกี่ปี

“ข้าแค่จะมาแสดงความยินดีกับพวกเจ้าทั้งสองที่ได้รับการคัดเลือกเป็นศิษย์ของพรรคโลกันต์ทมิฬได้ ปีหน้าถึงคราวของตระกูลเสวี่ยของข้าได้คัดเลือกบ้างบ้าง ข้าจะตามพวกเจ้าไปให้ได้รอก่อนนะเป่าเหยียน”

ชายหนุ่มขยิบตาให้หยางเป่าเหยียนเบาๆจนชายหนุ่มถอนหายใจออกมา

“ข้าหาใช่สตรีเหตุใดต้องรอเจ้า เลือกทำกิริยาเช่นนั้นใส่ข้าเสียทีก่อนที่ผู้อื่นจะมองว่าข้าเป็นพวกนิยมตัดแขนเสื้อ”

เสวี่ยซานฝูหัวเราะเบาๆเมื่อมองเห็นใบหน้าหล่อเหลาของสหายมีแววตำหนิส่งมาให้เขาทางสายตา

“ข้าก็มิได้มองเจ้าเป็นสตรีเสียหน่อย”

หยางเหม่ยหลินรู้สึกมึนงงกับพี่ชายทั้งสองเป็นอย่างมาก พวกเขามักหยอกล้อกันเช่นนี้บ่อยๆหรือ พวกนิยมตัดแขนเสื้อที่พี่ชายพูดถึงหมายความถึงสิ่งใด จึงได้คำตอบจากดวงตาแห่งรัตติกาลสีเงินว่ามันหมายถึงพวกชายรักชาย

“ข้าขอตัวไปพบท่านพ่อกับท่านแม่ก่อนนะเจ้าคะ”

“พวกท่านอยู่ทางด้านโน้น พี่จะพาเจ้าไปเอง”

“มิเป็นไรเจ้าค่ะพี่ใหญ่ ท่านอยู่สนทนากับสหายเถิดเจ้าค่ะ”

 หยางเหม่ยขอแยกตัวออกมาก่อน ปล่อยให้พี่ชายได้คุยกับสหายที่ไม่ได้เจอกันมานาน


ไม่นานนักก็ปรากฏร่างของบุรุษผู้มีเรือนผมสีดำประกายม่วงตรงหน้าประตูทางเข้าเรียกสายตาทุกคู่ให้หยุดนิ่งมองเพียงเขา วันนี้ชายหนุ่มสวมหน้ากากสีทองครึ่งหน้ายิ่งขับเน้นให้ใบหน้าหล่อเหลาดูมีเสน่ห์ชวนมองจนสตรีน้อยใหญ่ต่างเขินอาย 

ร่างสูงสวมชุดสีดำดูลึกล้ำน่าค้นหาปักดิ้นทองลายมังกรดูสง่าสูงส่งเกินเอื้อมในความคิดของอิสตรีเดินเยื้องกายเข้ามายังห้องจัดงานเลี้ยง ข้างกายของเขามีสตรีรูปร่างอรชรใบหน้างามล้ำปานเทพธิดานางสวมชุดสีทองขับเน้นความงามของใบหน้าจนน่าหลงใหล รอยยิ้มของนางตราตรึงใจผู้พบเห็นได้ไม่ยากเย็นนัก

“สตรีผู้นั้นงดงามมากทีเดียวเจ้าคิดเช่นนั้นหรือไม่เป่าเหยียน”

“อืม...”

หยางเป่าเหยียนขานรับเบาๆสายตาของเขาจ้องมองสตรีข้างกายท่านจ้าวประมุขสักครู่อย่างเผลอตัวก่อนจะปรับสีหน้าเรียบนิ่งหันมามองผู้เป็นสหาย

“นั่นคือท่านจ้าวประมุขมาร พรรคโลกันต์ทมิฬ”

“ข้าก็คิดอยู่แล้วเชียวว่าเป็นท่านจ้าวประมุข บุรุษผู้นั้นข้าเพิ่งเคยเห็นเป็นคราแรก แต่ก็ต้องยอมรับว่าท่านจ้าวประมุขสง่างามมากจริงๆ”

“อืม”

“แล้วสตรีข้างกายท่านเล่านางเป็นผู้ใด ข้ามิเคยได้ยินข่าวว่าท่านจ้าวมีคู่ครองแล้วมาก่อนเลย”

“ข้าเองก็มิรู้เช่นกัน ท่านผู้อาวุโสพรรคเรียกขานนางว่า ท่านหญิงจื่อเสียน นางมักจะอยู่ข้างกายท่านจ้าว”

เสวี่ยซานฝูมองสหายที่ปกติพูดน้อยยิ่งกว่าอะไรดีวันนี้ถึงขนาดพูดกับเขามากเกินสามประโยค ช่างน่าอัศจรรย์ดีแท้

หยางเหม่ยหลินมองชายหนุ่มร่างสูงเดินขึ้นไปนั่งบนบัลลังก์สูงที่มีอาหารจัดเตรียมไว้แยกต่างหาก ก่อนที่อาวุโสจะกล่าวเปิดงานต้อนรับศิษย์ใหม่พร้อมกับเรียนเชิญให้เหล่าผู้มาร่วมงานดื่มสังสรรค์ มีหญิงงามออกมาร่ายรำมากมายทำให้บรรยากาศในงานดูผ่อนคลาย ผู้คนต่างดื่มสุรากินอาหารรสเลิศมองการแสดงของเหล่าสตรีอย่างเพลิดเพลิน 

‘บุรุษผู้นี้ช่างหล่อเหลาเสียจริงๆ’

หยางเหม่ยหลินเมื่อมองเห็นชายหนุ่มแม้จะอยู่ไกลแต่ก็อดชื่นชมความหล่อเหลาของเขาไม่ได้ เมื่อคิดถึงใบหน้าหล่อเหลานั่นที่ก้มลงมาจุมพิตริมฝีปากนางเบาๆก็พลันใบหน้าเห่อร้อนขึ้นมาจนต้องสะบัดความคิดนี้ออกไปจากหัว สตนีข้างกายของเขางดงามปานนั้นเขาคงต้องการเพียงแค่ต้องการกลั่นแกล้งนางเพียงเท่านั้นแหละ

การที่เขาทำเช่นนั้นคงเป็นเพราะสัญชาตญาณตัวตนแห่งผู้ใช้อักขระวิญญาณต้องการจองจำดวงวิญญาณเท่านั้น หาได้คิดอันใดกับนางเสียหน่อย ที่นางมีความรู้สึกเช่นนี้ก็คงเป็นผลพ่วงมาจากการสะกดจิตของผู้ใช้อักขระวิญญาณเป็นแน่ ถึงแม้นว่าดวงตาแห่งรัตติกาลสีเงินจะยืนยันว่านางมิเหมือนกับสตรีที่ถูกสะกดจิตก็ตาม

‘สตรีอัปลักษณ์ มีผู้ใดบ้างที่เจ้าไม่ได้มองว่าหล่อเหลา’

‘ก็ต้องมีสิ’

‘ผู้ใดเล่า’

‘ตอนนี้ข้ายังคิดไม่ออก’

‘หึ’

ในขณะที่หยางเหม่ยหลินกำลังมองดูจ้าวประมุขมารอยู่นั่นเองก็เกิดเสียหลักเซไปเล็กน้อย เมื่อรับรู้ถึงแรงกระแทกจากด้านหลัง ก่อนที่ความรู้สึกเปียกชุ่มกระโปรงตัวงามจะแล่นเข้ามาในความรู้สึกจนชัดเจน หยางเหม่ยหลินหันหน้าไปมองด้านหลังทันที

“อะ...ขอโทษทีนะเหม่ยหลิน ข้ามิได้ตั้งใจ”

หยางจินลี่กล่าวขึ้นด้วยท่าทีที่ไม่ได้รู้สึกผิดอันใดเลย แววตาของนางฉายแววเย้ยหยัน

“เจ้าจงใจ!”

หยางเหม่ยหลินกิมลงมองกระโปรงตัวสวยที่เปียกชุ่มไปด้วยน้ำผมไม้ที่ซึมเข้ามาในเนื้อผ้าจนเริ่มรู้สึกเหนียวตัว

“ข้าหาได้ตั้งใจไม่ เหตุใดเจ้าจึงกล่าวเช่นนั้นเล่า”

หยางจินลี่เมื่อเห็นผู้คนเริ่มมองมาก็เร่งปั้นสีหน้าสำนึกผิด แสดงบทหญิงสาวผู้ผู้แสนดีสำนึกผิดขึ้นมาทันที

“ก็เห็นอยู่ว่าเจ้าจงใจแกล้งข้าจินลี่”

“ข้าก็กล่าวขออภัยเจ้าไปแล้วมิใช่หรือ ข้าบอกแล้วอย่างไรเล่าว่าข้ามิได้ตั้งใจ เหตุใดเจ้าจึงแล้งน้ำใจยิ่ง”

หยางจินลี่แสดงสีหน้าเจ็บปวดจนคนที่มองมาเริ่มรู้สึกเห็นใจ

‘สตรีนางนี้จงใจชัดๆ วางใจเถิดข้าจะออกไปเผานางด้วยเพลิงอมตะเดี๋ยวนี้แหละ สตรีแสแสร้งเช่นนี้รกหูรกตายิ่งนัก’

‘ใจเย็นๆก่อนหยางชุน ผู้คนเริ่มมองมาอย่างให้ความสนใจเช่นนี้ อย่าได้อาละวาดตอนนี้เลยจะเข้าแผนการของนางเปล่าๆ’

‘ข้ามีชอบนาง’

‘ข้าเองก็เช่นกัน’

‘อืม...ข้าเองก็มิชอบสตรีนางนี้เลย นางเป็นสตรีมนุษย์ที่น่ารังเกียจยิ่งนัก’

ดวงตาแห่งรัตติกาลสีเงินที่ลอยวนรอบๆตัวของเหม่ยหลินเอ่ยขึ้นในที่สุด

‘ถ้าหากว่าข้าไม่เกรงใจเจ้าของงานละก็ ข้าเองก็อยากจะเล่นงานนางเสียตรงนี้เช่นกันเจ้าค่ะ’

หยางเหม่ยหลินมองหยางจินลี่ด้วยสีหน้านิ่ง ก่อนที่หนึ่งในศิษย์ของพรรคโลกันต์ทมิฬที่ได้รับหน้าที่ดูแลความเรียบร้อยของงานจะเดินเข้ามาหาพวกนางอย่างรวดเร็ว มิน่าเชื่อว่าอยู่ห่างไกลกันถึงเพียงนั้นแต่บุรุษผู้นี้กลับมาถึงตัวพวกนางได้อย่างรวดเร็วจนน่าตกใจ

“เกิดอันใดขึ้นกับพวกเจ้าทั้งสองหรือ”

ศิษย์สำนักพรรคโลกันต์ทมิฬผู้หนึ่งเดินเข้ามาสอบถามหยางเหม่ยหลินและหยางจินลี่ทันที

“ข้าไม่ทันระวังจึงทำเครื่องดื่มหกราดตัวนางเจ้าค่ะศิษย์พี่ แต่นางมิยอมรับการขออภัยจากข้า กล่าวหาว่าข้าเจตนาเจ้าค่ะ”

หยางจินลี่รีบออกตัวก่อนแสร้งทำสีหน้าเศร้าสร้อย บุรุษผู้มาใหม่เลิกคิ้วเล็กน้อยเมื่อนางเรียกขานเขาว่าศิษย์พี่ ก่อนจะถึงบางอ้อในใจว่านางคือสองศิษย์ใหม่ในวันนี้นั่นเอง เขาหันมองสตรีอีกนางแม้ใบหน้าจะเรียบเฉย แต่ยังคงมีความงดงามน่ามองแฝงอยู่

“เจ้าเป็นอันใดมากหรือไม่”

“จ้าไม่เป็นอันใดมากเจ้าค่ะ คงต้องขอตัวกลับไปเปลี่ยนอาภรณ์ชุดใหม่ก่อนนะเจ้าคะ”

“เช่นนั้นก็รีบไปเถิด”

“เจ้าค่ะ”

หยางเหม่ยหลินเดินออกมาอย่างเสียมิได้ หากนางโต้ตอบหยางจินลี่ในตอนนี้คงไม่ใช่เรื่องที่ฉลาดนัก เพราะผู้คนมากมายต่างเริ่มสนใจมองมาที่พวกนางสองคนแล้ว

‘สตรีอัปลักษณ์ เจ้าจะปล่อยให้นางลอยหน้าลอยตาเช่นนั้นหรือ เห็นอยู่ชัดๆว่านางจงใจ’

‘ไว้ข้าจะเอาคืนนางทีหลังแน่นอนเจ้ามิต้องกังวลไป’

‘ข้าจะเผานาง ข้าต้องเผานางให้มอดไหม้เป็นจุล’

หยางชุนกล่าวอย่างขัดใจอยู่ในมิติจิตของหยางเหม่ยหลิน ดวงตาแห่งรัตติกาลสีเงินโฉบวูบวาบไปมาวนรอบตัวหยางจินลี่ ก่อนจะใช้ปราณหนาแน่นควบคุมน้ำผลไม้ในมือของหยางจินลี่ให้สาดพุ่งเข้าเต็มใบหน้าที่นางประทินโฉมมาเกือบสองชั่วยามให้เปียกชุ่มจนเครื่องประทินโฉมเลอะเทอะใบหน้า หยางจินลี่กรีดร้องออกมาอย่างตกใจ ทั้งใบหน้าและเส้นผมของนางล้วนเปียกไปหมด 

ดวงตาแห่งรัตติกาลสีเงินจึงพุ่งตามหยางเหม่ยหลินที่เดินไกลออกไปอย่างอารมณ์ดี ชายหนุ่มศิษย์สำนักพรรคโลกันต์ทมิฬมองเหตุการณ์ตรงหน้าอย่างแปลกใจ เขาเร่งพาหยางจินลี่ออกไปจากตรงนั้นก่อนที่ผู้คนจะให้ความสนใจมากไปกว่านี้ จนท่านจ้าวประมุขและท่านหญิงจื่อเสียนที่อยู่อีกฝั่งเกิดความไม่พอใจพวกเขาจะถึงคราวเคราะห์เอาได้

หยางเหม่ยหลินเดินกลับมายังห้องพักของตนเองพร้อมเปลี่ยนอาภรณ์ชุดใหม่เป็นชุดสีเขียวอ่อนมองดูแล้วสบายตายิ่งนัก ก่อนจะก้าวออกจากห้องพัก

‘เดี๋ยว สตรีมนุษย์’

‘ท่านเรียกข้าว่าเหม่ยหลินเถิดเจ้าค่ะ’

‘นั่นไม่ใช่ประเด็นที่ข้าจะบอก ข้าได้ยินเสียงสตรีร่ำไห้ ดังมาจากฟากโน้น’

หยางเหม่ยหลินหยุดเท้ากึกทันที มองไปตามทิศทางอีกด้านที่ทอดตัวยาว ความมืดของฝั่งนั้นทำให้นางมองไม่เห็นปลายทาง มีเพียงแสงจากคบเพลิงสลัวที่ตั้งอยู่เป็นจุดตามทางเดินเท่านั้น

‘สตรีร่ำไห้หรือ?’

‘เจ้าได้ยินเสียงนางด้วยหรือสตรีอัปลักษณ์’

หยางชุนที่ไม่ได้ยินเสียงของดวงตาแห่งรัตติกาลสีเงินเมื่อเห็นว่าหยางเหม่ยหลินพูดออกมาเข่นนั้นก็คิดว่าเป็นนางเองที่ได้ยินเสียงนี้จึงพุ่งออกมาจากมิติจิตกลายร่างเป็นเป็นวิหคตัวเล็กเกาะอยู่บนบ่า

“เจ้าได้ยินด้วยหรือหยางชุน”

“ข้าได้ยินมาได้สักพักแล้ว แต่ไม่ใคร่จะใส่ใจ มิคิดว่าเจ้าเองก็ได้ยินเสียงของนางด้วยเช่นกัน”

“เปล่า ข้ามิได้ยิน เป็นท่านดวงตาแห่งรัตติกาลสีเงินที่ได้ยิน นางเป็นผู้ใดหรือ”

“ข้าเองก็ไม่รู้เช่นกัน ได้ยินเพียงเสียงร้องไห้ของนางเท่านั้น”

“ข้าอยากไปดูนางเสียหน่อยว่าเหตุใดนางจึงมิได้ไปร่วมงานเลี้ยงกับพวกเรา”

“นางมิใช่มนุษย์สตรีอัปลักษณ์”

หยางเหม่ยหลินชะงักเท้าทันที ไม่ใช่มนุษย์? หยางเหม่ยหลินสั่นกลัวตามสัญญาณที่ปลูกฝังอยู่ในจิตสำนึกว่าผีนั้นน่ากลัว

“หยางชุน ไม่ใช่มนุษย์หมายความว่านางเป็นผีงั้นหรือ”

“ผีคืออันใด”

วิหคหยางชุนเอียงคอเล็กๆของมันมองหยางเหม่ยหลินอย่างสงสัย

“เอ่อ...คงจะเป็นวิญญาณที่ดุร้ายล่ะมั้ง”

“ก็แค่วิญญาณที่ดุร้ายเอง น่ากลัวไม่เท่าสัตว์อสูรด้วยซ้ำ”

หยางเหม่ยหลินนิ่งไปเล็กน้อยเมื่อวิหคหยางชุนกล่าวจบ เออ นั่นสินะ นางอยู่ในยุคที่ผีไม่ได้มีความน่ากลัวไปเกินกว่าสัตว์อสูรสินะ

ในขณะที่นางกำลังนิ่งคิดอยู่นั้นก็มีศิษย์สำนักพรรคโลกันต์ทมิฬสองนายเดินถือคบเพลิงออกมา ราวกับว่ากำลังตรวจเวรยามตามปกติ

“เร้นกาย!”

หยางเหม่ยหลินกล่าวออกมาเสียงเบา วิหคหยางชุนหลับตาปริบๆ

“เจ้ายังไม่ได้เร้นกาย ข้าสัมผัสได้ถึงตัวตนปกติของเจ้าได้อยู่”

“เช่นนั้นข้าคงต้องหลบก่อนสินะ”

หยางเหม่ยหลินพริ้วกายไหววูบหลบตรงซอกกำแพงจนคนทั้งคู่เดินผ่านออกไป โดยมีดวงตาแห่งรัตติกาลสีเงินปกปิดพลังปราณของนางไว้ไม่ให้ผู้อื่นสัมผัสได้ หยางเหม่ยหลินออกจากที่ซ่อนก่อนจะค่อยๆเดินเลียบไปตามขอบกำแพงเดินลึกเข้าไปยังอีกฝั่งหนึ่ง

“เร้นกาย เร้นกาย เจ้าสัมผัสได้หรือยังหยางชุนว่าข้าเร้นกายแล้ว”

“ไม่เลยสักนิด”

หยางเหม่ยหลินสูดหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะทำการเร้นกายไปเรื่อยๆ ตั้งแต่ฝึกมาดูเหมือนนางจะเร้นกายได้เพียงสองครั้งเท่านั้นแต่ก็เป็นแค่ช่วงสามลมหายใจต่อครั้งเท่านั้น

หยางเหม่ยหลินเดินเลี้ยวเข้ามายังซอกกำแพงอีกด้าน ที่มองดูสลับซับซ้อนยิ่งนัก ด้านหน้าของนางคือทางตันล้อมรอบไปด้วยกำแพงจนสุดทางเดิน

‘ท่านรู้หรือไม่เจ้าคะว่านางเป็นผู้ใด’

ดวงตาแห่งรัตติกาลสีเงินที่มีรูปร่างคล้ายกับดวงวิญญาณสีฟ้าบินวนไปวนมาภายในซอกกำแพงนี้

‘นางเป็นสตรีผู้หนึ่งไม่ใช่ทั้งเทพและไม่ใช่ทั้งอสูร แน่นอนว่าไม่ใช่มนุษย์ด้วยเช่นกัน’

‘แล้วนางคือสิ่งใด’

‘ข้าเองก็จนปัญญาหาคำตอบเช่นกัน’

น้ำเสียงของดวงตาแห่งรัตติกาลสีเงินแฝงแววกังวล ตัวมันนั้นราวกับปราชญ์ผู้รอบรู้ แต่มันนั้นไม่อาจรู้ได้ว่าสตรีนางนั้นเป็นสิ่งใดก็ชวนให้คันหัวใจยุบยิบอยากจะรู้คำตอบเสียให้ได้

‘เจ้าแน่ใจหรือหยางชุนว่ามาถูกทาง’

‘ก็ปราณตรงนี้มันรุนแรงที่สุด’

วิหคตัวน้อยพ่นลูกไฟออกมาหลายดวงให้ความสว่างภายในซอกกำแพง หยางเหม่ยหลินก้าวเดินเข้าไปด้านใน ภายในเหมือนกับนางกำลังอยู่ในกล่องสี่เหลี่ยมสักกล่อง 

นางสะดุดสายตากับรูปดาวห้าแฉกเล็กๆบนผนังกำแพงด้านหนึ่ง  นางเดินไปรอบๆตัวผนังทั้งสี่ด้านก่อนจะมาหยุดอยู่ตรงสัญลักษณ์ดาวหน้าแฉกสะดุดตาตรงหน้าเพียงที่เดียวหินแต่ละก้อนที่อยู่ภายในห้องมีไอปราณสีที่แตกต่างกันถึงหกสี

นางลองแตะมือไปที่สัญลักษณ์รูปดาวห้าแฉกของผนังด้านหน้าก่อนจะแปลกใจเมื่อรู้สึกราวกับมันขยับได้

ฟิ้ว! 

ฉึก!

ลูกธนูแฝงไอปราณสีดำเข้มข้นพุ่งตรงออกมาทันที หยางชุนสะบักปีกโดยแรงเพื่อเยี่ยงทิศทาง แต่เมื่อลูกธนูไอปราณสีดำพลาดเป้าหมายไปโดนผนังอีกด้าน คราวนี้ปรากฏลูกธนูสีดำราวกับห่าฝนนับร้อยพุ่งมาทันที หยางเหม่ยหลินเบิกตากว้าง

“หยางชุนนี่เจ้าจะฆ่าข้าหรืออย่างไร”

วิหคตัวน้อยไม่ได้ตอบมันทำการกางปีกสีขาวที่ตอนนี้เริ่มแปรเปลี่ยนเป็นสีแดงวิหคตัวน้อยสีขาวมีปีกดั่งเปลวเพลิงลุกท่วมทำการบินโฉบขึ้นด้านบน ก่อนจะสะบัดเปลวเพลิงอันร้อนระอุฝนธนูปราณสีดำจนมอดไหม้ทั้งหมด แน่นอนว่าหยางเหม่ยหลินไม่ได้รับผลกระทบจากเพลิงของมันเพราะนางคือพันธะสัญญาของมัน เพลิงอมตะจึงไม่สามารถทำอันตรายนางได้ วิหคตัวน้อยกลับคืนเป็นปีกสีขาวดังเดิมร่อนลงมาเกาะบ่าของหยางเหม่ยหลิน

“มีกลไกซ่อนอยู่”

“มีรหัสลับด้วย ดูเหมือนข้าคงต้องถอดรหัสสินะ”

“อันใดคือรหัสลับหรือ”

“เป็นกลไกบางอย่างที่ข้าอธิบายไม่เป็น”

“แล้วเหตุใดจึงมิเรียกว่ากลไกเล่า”

หยางเหม่ยหลินก้าวเดินไปข้างหน้าหนึ่งก้าว แต่ก็ต้องตกใจเมื่อพื้นหินที่นางก้าวไปเคลื่อนที่ได้ นางลองก้าวไปข้างหน้าอีกหนึ่งก้าวปรากฏว่าหินก้อนนั้นก็เลื่อนได้เช่นกัน ก่อนจะหยุดมองพื้นที่ทั้งหมดตามผนังที่หินแต่ละก้อนมีไอปราณสีต่างกัน

“รูปดาวห้าแฉกอยู่ตรงกลางงั้นหรือ? หรือว่าการที่ข้าแตะมันไปจะเป็นการเริ่มเปิดกลไลลับนี้”

หยางเหม่ยหลินครุ่นคิด ในขณะที่หยางชุนมองนางอย่างสนใจ ดวงตาแห่งรัตติกาลสีเงินเองก็เงียบไปเช่นกันเพราะมันก็ยังไม่เคยเห็นกลไกเช่นนี้มาก่อน หยางเหม่ยหลินลองโคจรพลังปราณไปแตะหินแต่ละก้อนตามสีต่างๆแต่ก็ไม่มีอันใดเกิดขึ้น

“ไม่ตอบรับสัมผัสปราณในการเคลื่อนที่อย่างงั้นหรือ? หยางชุนหรือว่าจะลองใช้เปลวเพลงของเจ้าดู”

“เปลวเพลิงของข้าถ้าหากมันได้ผลก็คงจะได้ผลตั้งแต่ที่ข้าเผาผลาญธนูไอปราณพวกนั้นไปแล้วมิใช่หรือ”

“จริงสินะ เปลวเพลิงของเจ้าก็ไม่ได้ผล ทุกครั้งที่ขยับเดินไปแตะที่หินก้อนใดหินก้อนนั้นจะเคลื่อนที่หรือว่าต้องใช้การสัมผัสโดยตรง”

ดวงตาแห่งรัตติกาลสีเงินที่นิ่งเงียบมานาน วนไปรอบๆห้องก็ไม่เกิดอันใดขึ้น

‘เป็นเพราะข้าลอยตัวและวิหคของเจ้าที่เกาะอยู่บนบ่าไม่ได้แตะพื้นหินจึงมีเพียงเจ้าที่สัมผัสพื้นหินและทำให้พื้นหินมีการเคลื่อนไหว”

“จริงด้วยสินะ มีเพียงข้าที่สัมผัสก้อนหินเหล่านี้ หยางชุนช่วยยกข้าขึ้นจากพื้นทีสิ”

หยางชุนเกี่ยวตัวของหยางเหม่ยหลินให้ขึ้นจากพื้น ทำให้หยางเหม่ยหลินมองภาพจากมุมสูง หยางเหม่นหลินครุ่นคิดก่อนจะเบิกตากว้าง 

“นี่มัน....”

รอยยิ้มยินดีฉายชัดบนใบหน้า จนหยางชุนและดวงตาแห่งรัตติกาลสีเงินแปลกใจ

“เรามาเล่นรูบิคกันเถอะหยางชุน!”












พุดคุยกับรีด

ไรท์หายไปนานนิดนึง ยังคิดถึงกันอยู่มั้ยคะ ขอเสียงหน่อยค่ะ ฮาโหลลลล

พอดีอาทิตย์ที่แล้วติดงานทั้งอาทิตย์เลยค่ะ ^^ ขอโทษทีนะค้าาา เอาเป็นวันนี้ถ้าทันอาจจะมาลงให้อีกตอนเป็นการปลอบโยนรีดๆทั้งหลายนะคะ

ตอนหน้าเตรียมพบกับ “มนตราคทาศักดิ์สิทธิ์นะคะ” มันคืออะไร?

รอลุ้นกันเอาเองนะคะ ^^ คิดถึงรีดเสมอ ขอบคุณสำหรับทุกคอมเม้นที่รอนะคะรู้สึกดีมากเลยค่ะที่รู้ว่ามีคนรออ่านมากมายขนาดนี้ ขอบคุณสำหรับยอดคอมเม้นและยอดกดติดตามรวมไปถึงยอดหัวใจที่กดให้กันรัวๆนะคะ แล้วเจอกันค่ะ












ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.192K ครั้ง

66 ความคิดเห็น

  1. #1229 loveglee (@nooknookku) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2562 / 03:15
    เติมเงินเพิ่มอีกเเล้วหรอหนูเหม่ยย
    #1229
    0
  2. #1175 vviiwwyy (@vviiwwyy) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2562 / 20:34
    เจออะไรอีก เทพทรูอีกสินะ นางเอกเรา
    #1175
    0
  3. #1137 pongladapapoom (@pongladapapoom) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2562 / 00:08
    คิดถึง จึงมาอ่าน(ต่อ) ค่ะ
    #1137
    0
  4. #1092 Poonvalee (@Poonvalee) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2562 / 13:20

    รออ่านตอนต่อไปนะคะ
    #1092
    0
  5. #1081 somejai2526 (@somejai2526) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2562 / 08:16

    รอออออ
    #1081
    0
  6. #1046 waaxq (@kwangbaby) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2562 / 22:57
    คิดถึงมากกกกกกกกกเลยเจ้าไรท์ผู้น่ารักกก
    #1046
    0
  7. #1015 canidapa159357 (@canidapa159357) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2562 / 21:49
    ว้าว...มีรูบอกด้วย...
    #1015
    0
  8. #1014 AmpawanSingkum (@AmpawanSingkum) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2562 / 20:39
    เย้ๆขออีกขออีก
    #1014
    0
  9. #1013 tongta251919 (@tongta251919) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2562 / 20:18

    คิดถึงไรท์ทุกๆๆวันเลย อย่าหายไปนานๆอีกน่ะ รีดใจไม่ดี รออ่านตลอดๆๆๆค่ะ
    #1013
    0
  10. #1012 ILOVEMRCHU (@ILOVEMRCHU) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2562 / 20:02

    มีรูบิคด้วยhttps://www0.dek-d.com/assets/article/images/sticker/bb-09.png https://www0.dek-d.com/assets/article/images/sticker/bb-12.png จริงอ่ะ

    #1012
    0
  11. #1011 Pichaporn1997 (@Pichaporn1997) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2562 / 19:55
    คิดถึงงงมาต่อเถอะค่ะ
    #1011
    0
  12. #1010 Gratoonland (@Gratoonland) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2562 / 19:51
    รอออออ
    #1010
    0
  13. #1009 Boosabaa Rakdee (@boosabaa) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2562 / 19:44
    อยากจะบอกซ้ำๆว่า มาต่อเถอะรีดทั้งหลายใกล้จะลงแดงแล้ว
    #1009
    0
  14. #1007 kanyapakub (@kanyapakub) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2562 / 19:21

    รอนะคะ
    #1007
    0
  15. #1006 Bumnimkong (@Bumnimkong) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2562 / 19:20

    คิดถึงค่ะ รอทุกวันเลย มาต่อเร็วๆ นะ
    #1006
    0
  16. #1004 Mmaychol (@Mmaychol) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2562 / 18:54
    สนุกมากๆๆๆ รอนะคะะะ
    #1004
    0
  17. #1003 orawansuwimon (@orawansuwimon) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2562 / 18:47
    ขอให้มาทันนนนนะคะ
    #1003
    0
  18. #1002 Kmn81 (@0824-0824) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2562 / 18:47
    ขอบคุณคร้าาา
    #1002
    0
  19. #1001 เดะดอย (@9762) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2562 / 18:46
    สนุกมากๆๆๆๆ ชอบค่ะ
    #1001
    0
  20. #1000 Rilakkuma_00 (@small-body-) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2562 / 18:34
    แอบรอไรต์ยุนะจ้ะ
    #1000
    0
  21. #999 LeenaLor (@LeenaLor) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2562 / 18:30
    ชอบมากกก ยากให้ลง2 ตอน. /คั้งเพาะยากอ่าน.....มาก แต่ สะดวกยังก็ลงแบบนั้นคะ ขอบคุณมากกก
    #999
    0
  22. #998 por4312525 (@por4312525) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2562 / 18:30

    กำลังสนุก
    #998
    0
  23. #997 Atomtood (@Atomtood) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2562 / 18:12
    สนุก ขอบคุณนะคะ
    #997
    0
  24. #996 Dadahmira (@Dadahmira) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2562 / 17:37
    รอเสมอค่ะ คิดถึงมากมาย
    #996
    0
  25. #995 kungkankk (@kungkankk) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2562 / 17:25
    พึ่งมาอ่านรวดเดียว คือชอบมากกก เป็นแนวที่ชอบมากๆเป็นกำลังใจให้นะคะ ไรท์อย่าหายไปไหนนะ เพราะคือติดมากก รออยู่ทุกวัน~
    #995
    0