วิหคหัวใจมังกร (สนพ.เฟยฮุ่ย)

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 209,089 Views

  • 1,593 Comments

  • 6,868 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    58,617

    Overall
    209,089

ตอนที่ 12 : ตอน หอประมูลจันทรา 1

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 15052
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1516 ครั้ง
    14 เม.ย. 62

วิหคหยางชุนพาร่างอันอ่อนแรงของพยัคฆ์เมฆาล่องหนบินโฉบลงมาจากฟากฟ้า ก่อนจะวางร่างที่หายใจรวยรินของพยัคฆ์เมฆาล่องหนลง

‘โอกาสสุดท้ายของการมีชีวิตรอด ทำพันธะสัญญากับมนุษย์ผู้นั้นเสีย’

‘เหตุใด ข้าจะต้องทำสัญญากับมนุษย์ต่ำต้อยพวกนั้น’

‘เพราะข้าสั่งอย่างไรเล่า เจ้าจะหยดเลือดเองหรือจะให้กงเล็บของข้ากรีดกระชากออกมา’

หยางเป่าเหยียนมีสีหน้าตกตะลึงอย่างถึงที่สุด เมื่อรับรู้ถึงกลิ่นอายแห่งสัตว์อสูรชั้นสูงตรงหน้าที่ถูกเจ้าอสูรวิหคสีขาวรูปร่างเหมือนกันกับอสูรพันธะสัญญาของน้องสาวหอบหิ้วมา หากมองดูดีดีแล้ววิหคตนนั้นเองก็เป็น...

“เหม่ยหลิน เหตุใดวิหคตนนั้นจึงเป็นสัตว์อสูรในพันธะสัญญาของเจ้าได้กัน มิใช่ว่าอสูรวิหคขาวเยว่เฟยหรอกหรือที่เป็นอสูรในพันธะสัญญาของเจ้า”

“เอ่อ ข้ามิได้บอกท่านพี่หรือเจ้าคะ ว่าอสูรในพันธะสัญญาของข้ามีสองตัว”

“เป็นไปได้อย่างไรกันที่มนุษย์สามารถทำสัญญากับสัตว์อสูรได้ถึงสองตัว”

“ข้าก็มิรู้เช่นกันเจ้าค่ะ ตอนเจอกันครั้งแรกข้าก็สามารถทำสัญญากับอสูรวิหคขาวทั้งสองได้พร้อมๆกันเลยเจ้าค่ะ วิหคตัวนี้มีนามว่าหยางชุนเจ้าค่ะ”

หยางเป่าเหยียนมองหยางเหม่ยหลินด้วยแววตาสงสัยแต่ก็มีแววของความยินดีพาดผ่าน น้องสาวเขาผู้นี้หรือ ที่ถูกผู้คนตราหน้าว่าเป็นขยะ นี่มันอัจฉริยะเหนืออัจฉริยะต่างหาก

“ท่านพี่ดูเหมือนว่าวิหคของข้าจะพบเจอกับอสูรชั้นสูงที่ใกล้ตายเข้า หากท่านพี่อยากจะช่วยอสูรตนนั้นก็ทำสัญญากับมันเสียสิเจ้าคะ”

หยางเป่าเหยียนมองดูอสูรร่างใหญ่ที่เนื้อตัวไหม้เกรียมรอวันตายอยู่ตรงหน้าด้วยความเห็นใจ เนื้อตัวที่ถูกเผาไหม้ปริแตกจนอาบย้อมไปด้วยโลหิต ชายหนุ่มหยิบใบไม้แห้งในมือราวสี่ห้าใบก่อนที่แสงสีส้มจะปรากฏออกตามนิ้วมือของเขา

เปลือกตาหนาหลับลงพร้อมกับวาดอักขระบางอย่างลงไปที่ใบไม้แห้งเหล่านั้น อักขระสีเหลืองทองจารึกลงบนใบไม้ ชายหนุ่มควบคุมลมปราณเพื่อขับเคลื่อนย้ายอักขระจิตเหล่านั้นไปทำการเยียวยาบาดแผลเบื้องต้นให้กับสัตว์อสูรตนนั้น

แสงสีเหลืองทองอบอุ่นหมุนวนรอบตัวของพยัคฆ์เมฆาล่องหนจนแผลภายนอกที่ปริแตกเริ่มสมานเข้าหากัน ร่อยรอยไหม้เกรียมของมันหายไปแล้วเป็นบางส่วน หยางเหม่ยหลินมองดูหยางเป่าเหยียนทำการรักษาอสูรพยัคฆ์เมฆาตรงหน้าด้วยความตื่นเต้น พี่ใหญ่ของข้านอกจากจะหล่อเหลาแล้วยังมากความสามารถอีกด้วย ช่างน่าทึ่งจริงๆ

ชายหนุ่มขยับตัวเดินเข้าไปใกล้ๆร่างของอสูรตัวใหญ่ที่มีความสูงมากกว่าตัวเขาถึงห้าเท่าตัว ปีกด้านหลังที่สง่างามตอนนี้ไร้ซึ่งความงามหลบหายเข้าไปยังด้านหลังราวเก็บซ่อนเอาไว้อย่างรวดเร็ว

ดวงตาของสัตว์อสูรจ้องมองมายังชายหนุ่มร่างเล็กที่ส่งรอยยิ้มอบอุ่นมาให้อย่างสงบนิ่ง 

“เจ้าโดนไฟป่าหรืออย่างไร”

พยัคฆ์เมฆาล่องหนหลับตาลงแผ่วเบาความเจ็บปวดเริ่มทุเลาลงบ้างแล้ว ตอนนี้พลังร่างในร่างกายของมันเหือดหายไปกว่าครึ่ง เนื่องด้วยต้องใช้ปราณในการหล่อเลี้ยงชีพจรทั่วร่างให้คงที่ เปลวไฟอมตะช่างแผดเผาได้เจ็บปวดนัก หากตัวมันมิใช่อสูรระดับสูงที่มีพลังปราณแข็งแกร่งมีหรือจะยังนอนอยู่ตรงนี้ได้

“แผลด้านนอกเพียงแค่สมานตัว ต้องขอโทษด้วยที่ข้าไม่อาจรักษาบาดแผลภายในของเจ้าได้”

อุ้งเล็บใหญ่เปื้อนโลหิตยื่นออกมาด้านหน้าหยางเป่าเหยียน ชายหนุ่มมองมันอย่างไม่เข้าใจนัก

“เจ้าต้องการทำพันธะสัญญากับข้าหรือ”

พยัคฆ์เมฆาล่องหนทำเพียงพยักหน้าตอบรับบุรุษมนุษย์เบื้องหน้า หยางเป่าเหยียนจะว่ายินดีก็ยินดีที่มีอสูรระดับสูงต้องการทำพันธะสัญญาด้วย จะว่าแปลกใจก็แปลกใจอยู่ที่เหตุใดอสูรระดับสูงเบื้องหน้าอยากทำพันธะสัญญากับเขา 

มีผู้คนในใต้หล้าเคยกล่าวไว้ว่าอสูรทำพันธะสัญญากับมนุษย์ยากยิ่งนัก ยิ่งกับพวกอสูรชั้นสูงด้วยแล้ว พวกมันมองมนุษย์เป็นแค่สิ่งมีชีวิตอันต่ำต้อยเท่านั้น เหล่าจอมยุทธ์ที่สามารถทำพันธะสัญญากับสัตว์อสูรตั้งแต่ระดับกลางเป็นต้นไป จึงเปรียบได้กับบุคคลชนชั้นสูงที่ได้รับการยอมรับผู้หนึ่ง

ใบหน้าหล่อเหลาคมคาย จมูกโด่งเป็นสันรับกันกับริมฝีปากบาง คิ้วหนาทำให้ใบหน้าของชายหนุ่มดูมีเสน่ห์อย่างเหลือล้น หยางเหม่ยหลินเผยรอยยิ้มตรงมุมปากเบาๆ

‘คนอาร๊ายย ดูมุมไหนก็หล่อไปหมด’

เมื่อชายหนุ่มหยดเลือดลงไปทำพันธะสัญญากับอสูรตรงหน้าก็ปรากฏแสงสว่างวาบขึ้นทั้งตัวของหยางเป่าเหยียนเองและตัวของสัตว์อสูร สัญญาแห่งพันธะสัญญาปรากฏบนหน้าผากของพยัคฆ์เมฆาล่องหน ก่อนที่ตัวมันนั้นจะลุกขึ้นยืนได้ด้วยพลังแห่งลมปราณของเป่าเหยียนที่มันสามารถดูดซับเพื่อรักษาตัวได้

‘ข้ามีนามว่า ไป๋หู่ เป็นสัตว์อสูรพยัคฆ์เมฆาล่องหน นับตั้งแต่บัดนี้ข้ากับนายท่านผู้ครอบครองอักขระจิตจะเป็นสหายตายแทนนายท่านได้ชั่วนิรันดร์’

‘พะ พยัคฆ์เมฆาล่องหนหรือ สัตว์อสูรระดับสูง เอ่อ...ข้าหยางเป่าเหยียน มิต้องเรียกขานข้าว่านายท่านก็ได้ เราเป็นสหายกันแล้วนี่’

หยางเป่าเหยียนมองดูสัตว์อสูรตรงหน้าที่ไร้ขนประดับร่างกายด้วยสีหน้าอบอุ่น ตัวมันนั้นช่างไม่เหมือนสัตว์อสูรที่ยิ่งใหญ่ของตัวตนระดับสูงเลยสักนิด ถ้าหากเขาไม่เห็นก่อนหน้านี้ว่ามันมีปีกเหลืออยู่น้อยนิดเขาคงคิดว่ามันเป็นสัตว์อสูรระดับกลางอย่างราชสีห์วายุเป็นแน่ ไป๋หู่สลายร่างแปรเปลี่ยนเป็นลำแสงสีขาวเข้าไปพักผ่อนฟื้นฟูร่างกายภายในมิติจิตของหยางเป่าเหยียนทันที

“หยางชุน เจ้านำสัตว์อสูรอันใดมาให้พี่ชายของข้ากัน”

‘พยัคฆ์เมฆาล่องหน ตัวตนของมันเคยงดงามกว่านี้ แต่ข้าพลั้งเผลอลงมือหนักไปหน่อย’

“มันคือตัวตนของพยัคฆ์เมฆาล่องหนจริงๆหรือ ดูอย่างไรก็มองหาถึงความสง่างามมิได้เลย”

‘เป็นเช่นนั้นแน่อยู่แล้ว สตรีอัปลักษณ์เจ้าน่าจะใช้วารีพิสุทธิ์สวรรค์เยียวยามันหน่อยนะ’

‘หยางชุนเหตุใดเพียงแค่นำตัวพยัคฆ์เมฆาล่องหนมาแค่นี้ เจ้าถึงกับต้องเผาป่าดำชั้นกลางเลยหรือ’

‘เยว่เฟย ข้าก็เพียงหยอกเล่นกับเจ้าแมวตัวนั้นเล็กน้อยเอง มิได้ต่อสู้มานานแล้วเลือดในกายข้ามันฮึกเหิมยิ่งนัก’

‘เจ้าทำเกินไปหรือไม่’

‘ไม่หรอกน่า เจ้าแมวนั่นหนังเหนียวจะตาย ดูสิไม่เห็นเป็นอันใดเลย’

วิหคหยางชุนกล่าวก่อนที่มันจะกลายเป็นลำแสงสีแดงเข้าสู่มิติจิตของหยางเหม่ยหลินทันที

“น้องพี่สัตว์อสูรตนนั้นเป็นพยัคฆ์เมฆาล่องหนจริงๆ”

“ท่านพี่เจ้าคะ หยางชุนบอกว่าเกิดไฟไหม้ป่าดำชั้นกลาง ข้าว่าเรารีบออกไปจากป่าแห่งนี้กันเถอะเจ้าค่ะ”

“ได้สิ”

หยางเป่าเหยียนหยิบห่อผ้าห่อใหญ่กว่าเดิมขึ้นมาสะพายไว้ด้านหลัง

“พี่เป่าเหยียน พี่เอาอันใดใส่ลงไปในหอผ้าหรือเจ้าคะ”

“เป็นสมุนไพรที่ขึ้นเฉพาะในเขตป่าดำ พี่แวะเก็บมาตอนไปหาอาหารให้เจ้า ว่าจะเอาไปเข้าหอประมูลโอสถเสียหน่อย”

“เช่นนั้นหรือเจ้าคะ”

“อืม พี่ก็มิรู้เกี่ยวกับสมุนไพรมากนัก แต่เห็นว่ามีพลังปราณหนาแน่นเลยเก็บกลับมาด้วย บางทีอาจจะใช้แลกเม็ดยาให้กับท่านพ่อได้”

“เจ้าค่ะ”


ยามอิ๋น (03.00น.-04.59น.)

หยางเหม่ยหลินและหยางเป่าเหยียนเดินทางออกมานอกเขตป่าดำมุ่งตรงสู่เมืองหลวงแคว้นเว่ยทันที แสงแดดเริ่มฉาบทาสีบนท้องฟ้าให้สว่างใสขึ้นเล็กน้อย ด้านหน้าของทั้งคู่เป็นหอประมูลสินค้าขนาดใหญ่ของเมืองหลวงที่ขึ้นชื่อเรื่องการให้ราคาที่เป็นธรรม ความงดงามแบบมีมนต์ขลังของหอประมูลจันทรา มีทั้งห้องพัก เหลาอาหาร หรือแม้แต่ห้องจัดประมูลสินค้า ผู้คนที่เข้ามาใช้บริการส่วนมากมักเป็นผู้ที่มีฐานะร่ำรวยเสียทั้งสิ้น

หอประมูลจันทรา

หญิงสาวผู้มีใบหน้างดงามรูปร่างอรชรเดินออกมาต้อนรับเมื่อเห็นลูกค้าที่หยุดยืนดูป้ายหน้ากอประมูลแห่งนี้

“คาราวะจอมยุทธ์น้อยทั้งสอง มิทราบว่าพวกท่านต้องการขายสินค้าหรือมาเพื่อประมูลสินค้าเจ้าคะ”

“คาราวะแม่นาง ข้าน้อยหยางเป่าเหยียน วันนี้มาเพื่อขายสินค้าขอรับ”

“นายน้อยตระกูลหยางอันยิ่งใหญ่นี่เอง”

หญิงสาวช้อนตามองหยางเป่าเหยียนด้วยท่าทางยั่วยวน บุรุษผู้มีใบหน้าหล่อเหลาเป็นคุณชายของตระกูลอย่างเช่นนั้นหรือ เหตุใดนางมิเคยได้ยินนามของเขามาก่อน หืม!? สัตว์อสูรพันธะสัญญางั้นหรือ มีผู้คิดทำสัญญากับสัตว์อสูรระดับต่ำอยู่ด้วยงั้นหรือ 

หรือบางทีทั้งคู่อาจจะเป็นคุณหนูคุณชายตระกูลสายรองกระมัง นางปรายตามองหยางเหม่ยหลินสักครู่ก่อนจะหันไปคุยกับหยางเป่าเหยียนต่อด้วยท่าทางเย้ายวน หยางเหม่ยหลินที่ถูกเมินกรอกตามองบนอยู่หลายครั้ง

‘แม่โคนมนางนี้ทำท่าทางราวกับจะจับพี่เป่าเหยียนของข้ายัดเข้าไปในปากนางเสียอย่างนั้นแหละ’

‘เจ้ากำลังริษยาในรูปนางของนางอยู่สินะ สตรีอัปลักษณ์’

วิหคหยางชุนที่เกาะอยู่บนบ่าของหยางเหม่ยหลินหันมามองนางด้วยสายตายั่วยุอย่างที่วิหคไม่สมควรมี 

‘หึ่ม! เจ้านกปากมาก หน้าตาข้างดงามกว่านางเป็นไหนๆ ตอนนี้ร่างกายของข้าอายุเพียงสิบหกหนาว มีรูปร่างเช่นนี้ได้ก็นับว่าดีเกินคาดแล้ว’

‘เหอะ สตรีอัปลักษณ์ริษยาหญิงงาม’

‘สายตาของเจ้ามีปัญหาหรืออย่างไร ถึงได้มองว่านางงดงามกว่าข้า’

“ข้ามีนามว่า ลี่ลี่ เจ้าค่ะ เชิญนายท่านนำของที่จะขายเข้าไปยังด้านในได้เลยเจ้าค่ะ”

“ขอบคุณแม่นาง”

หยางเป่าเหยียนหันมายิ้มให้กับหยางเหม่ยหลินก่อนจะพยักหน้าให้น้องสาวเดินตามเข้าไปด้านใน

ด้านในหอประมูลเย็นฉ่ำไปด้วยผลึกปราณวารีที่มีมูลค่าแพงหูฉี่ประดับอยู่ตามเพดานห้องโถงกว้าง ลี่ลี่พาหนึ่งบุรุษหนึ่งสตรีและหนึ่งสัตว์อสูรเข้าไปยังห้องโถงด้านใน

“คาราวะนายน้อยทั้งสอง พวกท่านต้องการนำสิ่งใดมาขายหรือขอรับ”

“ข้ามีสมุนไพร ที่เก็บได้มาสองสามชนิดขอรับ อยากจะแลกกับเม็ดยาชำระไขกระดูกระดับห้าสักเม็ด มิรู้ว่าจะเพียงพอหรือไม่ขอรับ”

หยางเป่าเหยียนหยิบต้นหญ้าออกมาสองสามต้น พร้อมกับดอกไม้สีม่วงอมน้ำเงินหนึ่งดอก

ทันทีที่ของทันหมดถูกวางบนต้นโต๊ะไม้เนื้อดี ความเงียบจึงบังเกิดขึ้นทันที 

“หญ้าน้ำค้างแรกอรุณสามต้นกับดอกอสรพิษพันราตรี!“

หญิงสาวนามว่าลี่ลี่อุทานขึ้นมาอย่างตกใจ เนื่องด้วยสิ่งที่ชายหนุ่มผู้นี้นำมาเป็นสมุนไพรที่หายากอย่างยิ่งของนักปรุงโอสถ ดอกอสรพิษพันราตรีมันสามารถใช้ปรุงยาแก้พิษได้นับหมื่นชนิด ที่สำคัญมันหาได้เฉพาะในเขตป่าดำชั้นกลาเท่านั้น จึงยากนักที่จะมีผู้เสี่ยงชีวิตเข้าไปตาสหาตัวมันหนึ่งพันราตรีจะออกดอกเพียงหนึ่งครั้งต่อหนึ่งต้น ชายหนุ่มผู้นี้นำมันมาได้อย่างไร

หญ้าน้ำค้างแรกอรุณสามารถนำไปปรุงเป็นโอสถทลวงลมปราณได้ แม้จะกฝหาได้เฉพาะบางพื้นที่ แต่ก็ยังนับว่าหายากยิ่งนัก เพราะมันจะขึ้นเฉพาะอรุณแรกของวันและหากไม่ได้เด็ดออกจากต้นมันก็ดับสลายไปยามต้องแสงจันทร์ หากเด็ดออกมาจากลำต้นก็จะคงอยู่ได้เพียงแค่หนึ่งเดือนเท่านั้น ต้องใช้ปรุงยาก่อนที่สรรพคุณของมันจะจางหายไป ดูจากลำต้นแล้วคงเพิ่งเด็ดออกมาได้ไม่นาน

“นะ นายน้อยต้องการขายในราคาเท่าไหร่ขอรับ”

“ข้าขอแลกยาชำระไขกระดูกระดับห้าส่วน สักเม็ดได้หรือไม่ขอรับ”

“ใช้ของล้ำค่าพวกนี้แลกเพียงเม็ดยาระดับห้าหรือขอรับ มันสามารถแลกกับเม็ดยาระดับห้าส่วน เม็ดละหนึ่งหมื่นเหรียญทองได้นับพันเม็ดหาใช่เม็ดเดียวขอรับ”

“พันเม็ด!!”

หยางเหม่ยหลินกล่าวออกมาอย่างตกใจ หยางเป่าเหยียนตกตะลึงจนนิ่งไปนาน

“หากแลกเม็ดยาชำระไขกระดูกความสมบูรณ์ระดับสิบส่วน ได้นับร้อยเม็ดขอรับ แต่ตอนนี้ทางหอประมูลจันทราของเรามีเม็ดยาชำระไขกระูกระดับสิบส่วนเพียงแค่เจ็ดสิบเม็ดขอรับ”

ชายหนุ่มผู้รับซื้อสินค้าของหอประมูลจันทรากล่าวออกมาเสียงสั่น ด้วยกลัวว่าชายหนุ่มตรงหน้าจะเปลี่ยนใจไม่ขายสินค้า

“เอาอย่างนี้มั้ยเจ้าคะ พวกท่านสนใจนำมันเข้าประมูลมั้ยเจ้าคะ ทางเราหักค่าประมูลเพียงสี่ในสิบส่วนของราคาประมูลเจ้าค่ะ พวกท่านจะได้เงินจากการประมูลถึงหกส่วนเลยนะเจ้าคะ”

สตรีนามลี่ลี่กล่าวขึ้น เพื่อหว่านล้อมให้ชายหนุ่มนำสินค้ามาประมูลที่หอจันทรา

“การประมูลจัดขึ้นเมื่อไหร่หรือเจ้าคะ”

“อีกสามวันเจ้าค่ะ”




ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.516K ครั้ง

7 ความคิดเห็น

  1. #1008 phrnphak (@phrnphak) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2562 / 19:29
    เราจะไปแจ้งตำรวจว่าหยางชุนเผาป่านี่แหล่ะตัวต้นเหตุของไฟป่าล่ะ
    #1008
    0
  2. #890 Lnumwanrangabrok (@Lnumwanrangabrok) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2562 / 22:02
    หยางชุน -แบบนี้ ระวังเหอะ
    #890
    0
  3. #608 Boraangirl26 (@Boraangirl26) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2562 / 16:10
    ลำไย หยางชุนอ่ะ เริ่มรำคาญนะ
    #608
    4
    • #608-3 Ka_Wa_ii (@Ka_Wa_ii) (จากตอนที่ 12)
      22 พฤษภาคม 2562 / 19:30
      ห้ะ เกลียดหยางชุนจิงดิ หึไม่ชอบก็ไม่ต้องอ่านโว้ย อย่ามาคอมเม้นต์

      น่ารำคาญ
      #608-3
    • #608-4 จ่าา (จากตอนที่ 12)
      23 พฤษภาคม 2562 / 23:37
      เค้ารำคาญ​เพราะมันเริ่มเยอะเกินไปแล้ว​ ไม่ได้เกลียดจ้า​ อ่านดีๆสิ​ ถ้าพูดมีสาระมากกว่าไม่มีสาระเค้าก็คงไม่มีใครรำคาญกันหรอก
      #608-4
  4. #60 SimajthaNoonid (@SimajthaNoonid) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 14 เมษายน 2562 / 20:24
    ฟินจ้าาาาา
    #60
    0
  5. #59 beebb_bb (@beebb_bb) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 14 เมษายน 2562 / 19:13
    รอๆๆๆน้าาาา
    กำลังสนุกเบยยยยย
    #59
    0
  6. #58 Domlove (@Domlove) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 14 เมษายน 2562 / 17:46

    หยางชุนเล่นซะพยัคฆ์กลายเป็นแมวน้อยเลยย
    #58
    0
  7. #57 oayza555yoo (@oayza555yoo) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 14 เมษายน 2562 / 17:19
    รอตอนต่อไป.....
    #57
    0