บัลลังก์ของคิง | Yaoi

ตอนที่ 3 : 002 การกลับมา II

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    9 มิ.ย. 63

002 การกลับมา II

 

ณ คฤหาสน์ปริ้นซ์

เมื่อรถถูกขับเข้ามาจอดยังก้าวขาลงได้ไม่ทันไรเสียงหนึ่งก็ลอยเข้าหูมาทันที “ช้า”

“โทษทีแล้วกันเจ้า” เป็นปริ้นซ์ที่ยืนกอดอกทำหน้าเซ็งๆ รออยู่

“ไม่นึกว่าคนอย่างแบล็คมันจะขับรถช้าขนาดนี้” ลมเอ่ยพร้อมมองทั้งสองคนอย่างจับผิด

“มึงเลิกเรียกกูแบบนี้สักทีเหนือ” ปริ้นซ์เอ่ยออกมาด้วยความไม่สบอารมณ์ไม่ได้สนใจในประโยคที่ลมพูดสักนิด

“ถ้าไม่เรียกแบบนี้จะให้กูเรียกแบบไหนอ่ะ”

“กูชื่อปริ้นซ์”

“ปริ้นซ์ที่แปลว่าเจ้าชาย เรียกเจ้าก็ชื่อมึงเหมือนกันนี่” เหนือยกมือขึ้นกอดอกมือข้างหนึ่งจับคางตัวเองอย่างใช้ความคิดเสมือนเรื่องใหญ่

จะเรียกยังไงมันก็ไม่ต่างกันไม่ใช่หรอ เหนือคิด

“เห้อ” ปริ้นซ์ถึงกับถอนหายใจมือข้างหนึ่งก็ยกขึ้นมาจับหน้าตัวเองแล้วส่ายหัวไปมาอย่างหน่ายๆ

“เอาน่าอย่าไปเอาอะไรกับเหนือมันเลย” ลมที่อยู่ข้างๆ ก็ตบบ่าเพื่อนตนเองสองสามทีอย่างให้กำลังใจ

“อือ”

“ส่วนมึงไปกวนตีนเจ้าชายมัน”

“เดี๋ยวมันก็สั่งเก็บหรอก” ลมเอ่ยเตือน ถึงเขาจะเป็นเพื่อนกับเหนือได้ไม่นานแต่ยังไงก็เพื่อนกันเขาจึงอยากเตือนอีกฝ่ายให้ระวังไว้หน่อยก็ดีเพื่อความปลอดภัยของเจ้าตัวเอง

“เจ้ามันไม่ทำอะไรแบบนั้นหรอก” เหนือบอกออกมาด้วยความมั่นใจ

“มึงรู้ได้ไง เจ้านั่นแหละตัวอันตราย” ลมแย้ง เหนือนั้นอาจจะยังรู้จักเจ้าไม่ดีพอถ้าได้รู้จักกับเจ้ามันจริงๆ หนทางนั้นมีแต่นรกเท่านั้นแหละ

“มึงรู้ไหมว่าพี่ชายมันเป็นใคร”

“รู้ดิ เฮียคิงใช่ไหมล่ะ”

“กูนับถือเขามาก คนอะไรแม่งหล่อ เก่ง ใจดีอีกต่างหาก”

“ไอ้สองอย่างแรกอ่ะใช่ แต่อย่างหลังนี่ออกจะห่างไกลจากเฮียคิงไปหน่อยหรือเปล่าว่ะ” เขาไม่แปลกใจเท่าไหร่ที่เหนือจะรู้จักกับเฮียคิงเพราะชื่อเสียงเฮียเขามันดังมากไม่ว่าจะโลกมืดหรือสว่างต่างมีแต่คนรู้จัก

“เชื่อกูดิเฮียคิงหน่ะใจดีมาก เป็นคนที่อบอุ่นมากเลยล่ะ” ที่เขาเคยเห็นก็ดูเหมือเฮียคิงเขาจะอ่อนโยนแต่กับเจ้าหรือเปล่าน่ะเหมือนเขาเคยเห็นครั้งหนึ่งแต่ตอนนั้นโดนมองจนเหมือนจะขาดอากาศหายใจมันน่ากลัวเกินที่จะเขาจะรับไหวเขาเลยรีบวิ่งหนีออกมาจากที่ตรงนั้นทันที

“กูว่ามึงคงไม่ได้แค่นับถือแล้วมั้งขนาดนี้” ลมเอ่ยแซวหลังจากคิดไม่ตกกับเรื่องที่เหนือพูดก่อนหน้านี้

“มึงชอบเฮียเขาอ่ะดิ”

“เปล่า” เหนือรีบตอบทันทีจนทำให้ลมสงสัย

“ตอบเร็วดีนิ”

“ชิ จะอะไรนักหนา” เหนือจิปากด้วยความขัดใจก่อนหันหน้าไปทางอื่นอย่างอารมณ์เสีย

“ฮ่าฮ่า กูเชื่อมึงก็ได้” เมื่อเห็นท่าทีของเพื่อนตัวเองแบบนั้นทำให้ลมปล่อยหัวเราะอกมายกใหญ่

“ไม่ต้องมาหัวเราะเลย เงียบปากไป”

“เกรี้ยวกราดจริงน่ะมึง น่ากลัวเหมือนแมวเลย”

“แมวบ้านมึงดิน่ากลัว”

“กูหิวแล้วรีบไปเถอะ” ลมเพียงยิ้มทำเป็นไม่สนใจแล้วเอ่ยขัดเดินนำไปก่อนทันที

“เหอะ”

“ฮ่าฮ่า”

“มึงไม่ต้องมาช่วยเตรียมของ”

“ไปนั่งทำงานกลุ่มให้เสร็จซะ” ปริ้นซ์บอกด้วยเสียงเรียบแล้วเอาของในมือเหนือมาถือเองแล้วไล่อีกฝ่ายให้ไปทำงานกลุ่ม

“งานกลุ่มอะไร”

“นี่แหละหนาไปเรียนสาย แถมยังไม่ชอบตั้งใจเรียนอีก”

“ก็เลยไม่รู้เรื่อง” เมื่อได้โอกาสลมก็ไม่วายพูดกัดเหนือทันที

“อย่าลีลาครับเพื่อน รีบบอกมา”

“งานกลุ่มขีดเส้นตายพรุ่งนี้เช้า รายละเอียดของงานอยู่บนโต๊ะหมดแล้ว” เป็นปริ้นซ์ที่ชี้แจงรายละเอียดออกมาอย่างเสร็จสับ

“ไปทำซะ” พูดจบปริ้นซ์ก็เดินออกไปทันที

“ถ้าเสร็จไม่ทันล่ะ”

“ต้องทัน เจ้ามันคงบอกประมาณนี้ล่ะมั้ง”

“โชคดีล่ะ พวกกูทำส่วนของพวกกูเสร็จแล้วเหลือแค่นิดเดียวส่วนของมึงนั่นแหละ”

“เชรี้ย” เหนือถึงกับอุทานเสียงหลง

เพื่อนเวร

“แล้วตามมาทีหลังล่ะ”

“เห้อ”

“งานอะไรอีกว่ะเนี่ย”

“เตรียมไว้ซะพร้อมเชียว” เมื่อเดินมาถึงห้องโถงใหญ่ซึ่งที่นี่น่าจะเป็นห้องนั่งเล่นเหนือเลือกที่จะสนใจอย่างอื่นแทนที่จะเป็นงานที่กองอยู่เดินดูของตกแต่งภายในคฤหาสน์แห่งนี้มีแต่ของล้ำค่าที่ประเมินราคาไม่ได้ทั้งนั้นแจกันโบราณต่างๆ ภาพวาดของศิลปินชื่อดังทั่วโลกก็ยังมี

ขโมยกลับบ้านดีไหม เหนือคิดแต่เมื่อรับรู้ได้ถึงรังสีบางอย่างจากการ์ดที่ปริ้นซ์ส่งมาเฝ้าถึงกับต้องทิ้งความคิดนั้นไปโดยปริยาย

ถ้าเขาขโมยมันแค่ก้าวขาได้ไม่กี่ก้าวก็คงโดนเก็บแน่ๆ ระบบรักษาความปลอดภัยของที่นี่แน่นหนาไม่มีช่องโหว่เลยสักนิด

น่าลองเล่นด้วยจริงๆ

“ภาพนี้มัน” เหนือยื่นมือออกไปแตะภาพนั้นด้วยความรู้สึกที่หลากหลายแต่มือที่ยื่นออกไปกลับสั่นขึ้นมาดื้อๆ ทำให้เหนือรีบชักมือกลับทันทีด้วยความสับสน

 

ทางด้านงานเลี้ยง

“เหนือมันบอกกูว่าเฮียคิงใจดี จริงไหมว่ะเจ้า” อยู่ๆ ลมก็เอ่ยขึ้นท่ามกลางงานเลี้ยงฉลองต้อนรับการกลับมาของชายที่ชื่อคิง ซึ่งก็เป็นพี่ชายของปริ้นซ์ด้วยนานๆ ทีที่เขาจะกลับมาแบบนี้

อาทิตย์หนึ่งครั้งหนึ่งล่ะน่ะแต่ก็จัดกันทุกอาทิตย์ซึ่งคนที่มาร่วมงานก็มีแต่คนในกลุ่มที่สนิทกันเท่านั้นที่จะได้มา

“มึงก็อีกคนหรอ” ปริ้นซ์มองข้ามประเด็นที่ลมถามไปสนใจเรื่องที่ลมเรียกชื่อเขาแบบเหนือแทน

“ฮ่าฮ่า น่าเรียกแบบนี้มันง่ายกว่านิ”

“แล้วจริงไหมที่เฮียคิงใจดี” ลมถามซ้ำเรื่องเดินอีกครั้ง

“ถามพี่เอาเองเลยดิ” ปริ้นซ์ตอบลมก่อนมองไปที่ใครอีกคนที่กำลังเดินมาพร้อมกับมานั่งข้างๆ เขามือก็พาดไปกับโซฟากอดคอของเขาไปด้วย ซึ่งปริ้นซ์ไม่ได้ปัดออกแต่อย่างใดยอมให้คนมาใหม่นั้นทำตามอำเภอใจ

ก็เป็นพี่ชายของเขานี่นะ

“ว่าไงน้องลมอยากถามอะไรคิงมันหรอ” เป็นอีกคนที่ดินมากับพี่ชายของปริ้นซ์ที่เอ่ยถามออกมาแทนเพื่อนตนเอง ผมสีดำ นัยน์ตาสีม่วงเข้มดูลึกลับไม่น่าไว้ใจ แต่ลมก็รีบเอ่ยทักทายคนๆนี้ออกไปทันที

“หวัดดีครับเฮียนิกซ์”

“เป็นไงล่ะเรา อยากรู้อะไร” นิกซ์นั้นเดินมานั่งฝั่งตรงข้ามกับลมสายตามองไปยังลมแฝงไปด้วยประกายบางอย่าง

“เพื่อนผมมันบอกว่าเฮียคิงใจดี เรื่องจริงหรอเปล่าครับ” นิกซ์ถึงกับยกยิ้มมุมปากขึ้นด้วยความถูกใจในคำถามนี้เพราะมันน้อยครั้งนักที่ใครจะคิดแบบนั้นกับเพื่อนตนได้

ใจดีงั้นหรอ?

“หึ”

“ว่าไงล่ะ ท่านราชา” นิกซ์ไม่ตอบแต่หันไปหาคิงแทนเพื่อขอความเห็นแต่สิ่งที่ได้กลับมาก็คือความเงียบเท่านั้น

“...” คิงไม่สนใจกลับยกแก้วไวน์ชั้นดีขึ้นจิบแทนผ่านไปสักพักเจ้าตัวจึงยอมเอ่ยปากพูดออกมาแต่แทนที่จะตอบคำถามกลับกลายเป็นว่าเพิ่มคำถามขึ้นมาอีกแทน

“ใครพูด” น้ำเสียงที่ราบเรียบไร้ความรู้สึกใดๆ มาเจือปนถูกเอ่ยออกมาแค่นั้นก็สร้างความกดดันให้ลมเป็นอย่างมาก ลมถึงกับไม่กล้าเอ่ยชื่อเพื่อนตนออกมาเลยเพราะกลัวเพื่อนตนจะโดนสั่งเก็บ

“อะ เอ่อ”

“คิงหน่ะใจดี แล้วก็อบอุ่น” เป็นนิกซ์ที่เอ่ยขัดออกมาพร้อมกางแขนทั้งสองข้างไปกับโซฟาตัวยาวขาก็ไขว้กันไว้ราวกับคุณชายเจ้าสำราญที่มีผู้หญิงมารายล้อม แต่ติดที่นี่ว่าห้ามคนนอกเข้า

“จริงหรอเนี่ย”

“ถ้าได้รู้จักจริงๆ ก็คงรู้ได้เองนั่นแหละ”

“เงียบได้แล้ว นิกซ์”

“อ้าวๆ ท่านราชาโกรธซะแล้ว”

“งั้นเปลี่ยนเรื่องดีกว่า”

“แบล็คไปไหน” นิกซ์เอ่ยถาม

“เตรียมอาหารอยู่ฝั่งนั้นครับ” ลมพูดละชี้ไปยังอีกฝั่งที่จัดไว้ทำอาหาร

“อ้อ แล้วเพื่อนอีกคนที่บอกว่าจะพามาแนะนำล่ะ” นิกซ์ฉุกคิดได้จึงถามออกมา

“มันเคลียร์งานกลุ่มอยู่หน่ะเฮีย”

“หือ” นิกซ์แสดงสีหน้าที่เต็มไปด้วยความประหลาดใจ

“คนที่บอกว่าคิงมันใจดีคือเด็กคนนั้นหรอ”

“อะ เอ่อ” ลมอ้ำอึ้งไม่กล้าบอก

“อ่า ไม่ถามแล้ว” เมื่อเห็นท่าทางแบบนั้นของลมนิกซ์ก็ไม่คาดคั้นอะไรอีกซึ่งภายในใจของเขานั้นได้คำตอบมาเรียบร้อยแล้ว

“อย่าทำอะไรมันน่ะครับ นั่นเพื่อนผม” ปริ้นซ์บอกออกมาด้วยเสียงราบเรียบเขาคิดว่าจากคำถามเมื่อกี้เฮียนิกซ์นั้นคงรู้ได้แล้วว่าใครเป็นคนพูด

“ขอไม่รับปากแล้วกัน” นิกซ์ยิ้มออกมาด้วยความเจ้าเล่ห์แววตาเต็มไปด้วยประกายความไม่น่าไว้วางใจ

 

“ช่วงนี้เรียนเป็นไง” คิงถามคนข้างตัวน้ำเสียงดูอ่อนลงเมื่อคุยกับน้องชาย

“ก็เรื่อยๆ ครับ”

“ถ้าไม่อยากเรียนก็ไม่ต้องไปก็ได้”

“โหพี่ผมไม่ได้ไม่อยากเรียนสักหน่อย”

“ชอบโทรมาบ่นให้ฟัง”

“อ เอ่อ เรื่องนั้นมันก็” ปริ้นซ์ถึงกับไปไม่ถูกเมื่อเจอแบบนี้ ใจจริงเขาแค่คิดถึงพี่ชายก็เท่านั้นเองก็เลยโทรไปเล่นด้วยบ่อยๆ

“ก็มันน่าเบื่อออก” ปริ้นซ์กลับอ้างเหตุผลอื่นแทน

“หึ”

 

ผ่านไปเป็นเวลา 2 ชั่วโมง

“พวกนั้นจงใจแกล้งเขาสิน่ะ” เหนือถึงกับหัวเสียเมื่อมีแต่ตัวเองที่ต้องมานั่งทำงานอยู่คนเดียในขณะที่คนอื่นกลับไปกินเลี้ยงกันเฉยเลยแล้วทิ้งเขาให้อยู่คนเดียว

“เมื่อไหร่จะเสร็จว่ะเนี่ย”

แกร๊กกก แกร๊กก แกร๊กกก เสียงรัวแป้นพิมพ์ดังไม่ขาดตั้งแต่สองชั่วโมงที่ผ่านมาที่เหนือนั่งทำงานอยู่

“ฮ่า ในที่สุดก็เสร็จจนได้” เหนือถึงกับทิ้งตัวไปกับโซฟาทันทีเมื่องานที่นั่งทำมาเสร็จหมดแล้ว

“เห้อ กี่โมงแล้วเนี่ย”

“ห้าทุ่มแล้วงั้นหรอ” เหนือถอดแว่นกรองแสงที่ตนเองใส่เพื่อป้องกันสายตาเวลาอยู่หน้าจอคอมนานๆ ออกเอาไว้บนโต๊ะก่อนเก็บกระดาษที่เขาร่างเนื้อหาของงานเอาไว้รวบรวมมาไว้บนโต๊ะเสร็จเรียบร้อยแล้วเจ้าตัวก็ยืนคิดไปพักหนึ่งว่าจะเอายังไงต่อดี

“กลับดีไหมน่ะ”

“หรือจะไปหาพวกเจ้าก่อนดีจะได้เจอคนที่เขาอยากเจอมาตลอดด้วยนี่”

“เห้อ เอาเถอะยังไงก็คงมีโอกาสได้เจอกันอีกแน่” เหนือคิดก่อนถอนหายใจออกมาเล็กน้อยแล้วหยิบโทรศัพท์มาส่งข้อความไปในกลุ่มของพวกเขาสี่คน ก่อนจะกดเบอร์หนึ่งที่ถูกบันทึกชื่อเอาไว้รายชื่อว่าลิ่วล้อแล้วกดโทรออกรอสายไม่นานอีกฝ่ายก็กดรับคุยกันได้สองสามประโยคเหนือก็กดวางไป

“คือว่าผมทำงานเสร็จแล้ว และผมจะกลับบ้านคุณช่วยนำทางผมออกไปได้ไหมครับ” เหนือพูดกับการ์ดคนนั้นที่นำทางเขามาห้องนี้ขืนถ้าปล่อยให้เขาเดินไปไหนมาไหนคนเดียวคงไม่แคล้วหลงทางแน่เพราะคฤหาสน์มันกว้างมากทางก็ซับซ้อน

“ต้องได้รับอนุญาตจากคุณชายก่อนครับคุณถึงจะสามารถออกไปได้”

“อ่า สักครู่น่ะครับ” เหนือโทรเข้าไปในแชทกลุ่มเพียงไม่นานก็มีคนกดรับคือลมนั่นเอง

“ขอคุยกับเจ้ามันหน่อยดิ” เหนือพูดด้วยน้ำเสียงติดจะหงุดหงิด

“อะไรกันอย่าพึ่งกลับเลยมากินเลี้ยงด้วยกันก่อนดิ”

“ไม่ว่างมีธุระ”

“ธุระอะไรว่ะถึงขนาดมากินเลี้ยงกับเพื่อนไม่ได้เลยหรอ”

“เมาแล้วก็ไปนอนลมอย่าทำให้กูหัวเสียดิ” น้ำเสียงของเหนือเริ่มเปลี่ยนเป็นเย็นขึ้นเรื่อยๆ เมื่อลมยังก่อกวนเขาไม่เลิกแต่ไหนจะรู้เลยว่าลมนั้นเปิดลำโพงให้ได้ยินกันทั่วเพราะแค่อยากแกล้งเหนือแค่นั้นเอง

 

ทางด้านงานเลี้ยง

“ดูเหมือนมันจะโกรธจริงๆ แล้วว่ะ” ลมเอาโทรศัพท์ออกก่อนหันไปพูดกับปริ้นซ์อีกฝ่ายเพียงยกยิ้มไม่ได้กลัวอะไรส่วนเพื่อนอีกคนก็หน้าตายไม่ได้สนใจอะไรสักนิด

“ฉันขอคุยกับเพื่อนของพวกนายได้ไหม” นิกซ์เอ่ยขอซึ่งลมไม่ปฏิเสธอยู่แล้วเพราะเขาก็อยากรู้เหมือนกันว่าอีกฝ่ายจะคุยอะไรกับเพื่อนตน

“ไงเหนือฟ้าใช่ไหม”

“ใคร” เพียงแค่ได้ยินเสียงที่ไม่คุ้นเคยเหนือก็รู้ทันทีว่าไม่ใช่เพื่อนทั้งสามคนของตนแน่นอน แล้วมันใครกันตอนนี้เขากำลังอารมณ์เสียอยู่ไม่พร้อมที่จะคุยกับคนที่ไม่รู้จักเลยสักนิด

“ฉันฟีนิกซ์หรือนายจะเรียกนิกซ์ก็ได้”

“ครับ คุณคงรู้จักผมแล้ว”

“อ่า เพื่อนนายแนะนำให้รู้จักแล้วล่ะ”

“ผมจะกลับบ้าน”

“ไม่มาฉลองกับพวกเราหน่อยหรือไง”

“ผมจะกลับช่วยบอกคนของคุณด้วย” น้ำเสียงของเหนือนั้นราบเรียบไม่รู้ว่าเจ้าตัวคิดอะไรอยู่

“งั้นก็เชิญเดินออกไปเองสิ”

“เหอะ” จบคำเหนือก็เค้นเสียงออกมาก่อนกดวางสายไปแล้วรีบเดินออกจากห้องนี้ทันทีโดยไม่มีการ์ดคนไหนมาขวางไว้สักคน

“ประสานงานกันเร็วจริง”

เหนือเอาโทรศัพท์ออกมาต่อเข้ากับหูฟังก่อนโทรออกไปยังเบอร์เดิมก่อนบอกรายละเอียดเรื่องที่ตนเองเจอปลายสายเพียงหัวเราะร่ากลับมาให้ก่อนจะบอกทางที่ถูกต้องในการออกมาจากคฤหาสน์นั้นให้เหนือฟังตลอดทาง

 

ทางด้านงานเลี้ยง

“ทำแบบนั้นเพื่อนผมมันจะไม่หลงหรอครับ”

“น่า ถ้ารู้เรื่องของคิงเยอะขนาดนั้นก็คงออกไปได้ง่ายๆ นั่นแหละ”

“หือ” ลมมองด้วยความแปลกใจเกี่ยวอะไรกับการที่รู้เรื่องของเฮียคิงด้วย

“ระวังเพื่อนคนนี้ของพวกนายไว้หน่อยก็ดีน่ะ” นิกซ์เอ่ยเตือนกับทั้งสามคนเพราะรู้สึกสังหรณ์ใจไม่ดีกับเด็กที่พึ่งคุยด้วยและลางสังหรณ์ของเขามันก็มักจะถูกเสมอซะด้วย

ทั้งสามคนเพียงเงียบไม่ได้พูดตอบอะไรออกไป

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

0 ความคิดเห็น