ตั้งค่าการอ่าน

ค่าเริ่มต้น

  • เลื่อนอัตโนมัติ
    Fic[junseung]who are you?นายเป็นใคร? ทำไมมาอยู่ในใจฉัน

    ลำดับตอนที่ #1 : intro

    • อัปเดตล่าสุด 26 ม.ค. 56


    วันหนึ่งทีหิมะปกหุ้มแทบจะทุกหนแห่งในกรุงโชลประเทศเกาหลีใต้ อากาคหนาวจัดจนทุกคนอยากจะอยู่แต่ในบ้าน คงไม่มีใครอยากออกไปเที่ยวในวันที่หิมะตกหนักอย่างในวันนี้หรอก เว้นชะแต่...

    “เฮ้ออออออ น่าเบื่อจังเลย” จางฮยอนชึง หนุ่มหน้าสวยรูปร่างเพรียวบางจนผู้หญิงทุกคนต้องอิจฉา ยืนอยู่ทีระเบียงบ้านของเขาพร้อมสายตาทีมีเสน่ห์มองตรงไปข้างหน้ามองหิมะสีขาวทีค่อยๆตกลงกระทบพื้นดินแล้ววัตถุช้าๆ

    “เป็นอะไรไปฮะ พี่ ปิดประตูเถอะผมหนาว”เสียงเรียกจากด้านหลังทำให้ฮยอนชึงหันไปมองโยซอบน้องชายต่างสายเลือดของเค้าทีนอนเล่นอยู่บนเตียงกว้าง ทักท้วงบอกเค้าว่าอากาคข้างนอกนะมันหนาวมากแค่ไหน

    “นายไม่อยากออกไปไหนเหรอโยชอบ”ปากเรียวเอ่ยถามน้องเมือปิดประตูเรียบร้อยแล้ว

    “พี่จะไปไหนล่ะ มันหนาวชะขนาดนี้ ผมอยากนอนอยู่บ้านแบบนี้มากกว่า”

    “แต่ว่าวันนี้มันวันคริสมาสนะ เราต้องออกไปฉลองสิ”ใช่แล้วล่ะ วันทีหิมะตกหนักอย่างนี้คือวันทีมีเทศการแห่งความสุขอย่าง

    คริสมาส ทุกคนต่างเที่ยวเล่นในวันแห่งความสุขนี้ ต่างจากพี่น้องคู่นี้ทีจะต้องนอนจับเจ่าอยู่บ้าน

    “คริสมาสมันเป็นวันแห่งความสุขของคนมีคู่ คนโสดอย่างพวกเรานอนอยู่อย่างนี้นะดีแล้ว เพื่อนก็แทบจะไม่มีคบอยู่แล้วพี่จะเอาอะไรอีก”

    “แล้วนายจะปล่อยให้มันผ่านไปอย่างนี้เหรอ ”

    “อืม... แล้วพี่อยากทำอะไรล่ะ”

    “พี่ว่าเรา...”

    “อย่านะพี่ อย่าคิดเล่นอะไรแผลงๆเด็ดขาด ลุงกับป้าเอาพี่ตายแน่ๆ”จางฮยอนชึงยกยิ้มเมือผู้เป็นน้องเอ่ยถึงบิดามารดาผู้ทีตนเคารพ

    “ไม่ลองจะรู้ไม่ล่ะโย นายเชือใจพี่มั้ย”รอยยิ้มเย็นๆจากผู้เป็นพี่ชายทำให้โยชอบเสียวสันหลังวาบ

    “พี่ครับ ถือว่าขอร้องT^T”เพราะว่าทังสองถูกเลี้ยงมาเหมือนไข่ในหิน เลยไม่เคยจะได้ออกไปเที่ยวไหนเตร็ดเตร่เหมือนเด็กไวรุ่นทั่วไป เพราะพวกเค้ามีภาระทีต้องรับผิดชอบพวกเค้าเลยไม่เคยทีจะได้เล่นสนุกเหมือนคนอื่นๆเค้า

    “ไปกันเถอะ”หนุ่มหน้าสวยไม่ได้ฟังคำทีน้องชายบอกสักนิดเดินไปคว้าเสื้อผ้าในตู้แล้วเดินเข้าไปในห้องน้ำทันที

    “โย...พี่จะบอกนายให้นะ ถ้าพี่ออกมาแล้วนายยังแต่งตัวไม่เสร็จอย่าหาว่าพี่ทิ้งเราก็แล้วกัน”

    “ผมไม่ไปกับพี่แน่ๆ”

    “ยังโยชอบ นายอยากเจอดีใช่มั้ย”ว่าพร้อมกับสายตาอาฆาต

    “โอย อยากตายT^T”ผู้เป็นน้องได้แต่เดินออกจากห้องไปเพื่อเปลี่ยนเสื้อผ้าทีห้องตัวเองอย่างจำใจ

                   และในเวลาต่อมาคู่พี่น้องทังคู่ก็ยืนอยู่หน้าประตูบ้านของตัวเองทีมีลุงยามหน้าโหดนั่งเฝ้าอยู่

    “ไม่ได้ครับ!!”นี้ก็เป็นการปฏิเสธรอบทีพันล้านของลุงยามเมือเด็กทังสองคนขอออกไปข้างนอก

    “โธ่ นานะคุณลุงครับ ผมลืมสมุดรายงานไว้ทีบ้านเพื่อนจริงๆ พรุ่งนี้ต้องไปมหาลัยแล้วด้วยไม่มีส่งผมติดเอฟแน่ๆ”ฮยอนชึงเอ่ยพร้อมกับทำสายตาน่าสงสารเหมือนลูกแมวน้อยไปให้

    “แต่คุณท่านทังสอง ห้ามคุณหนูออกจากบ้านหลังหนึ่งทุ่มนะครับแล้วนี้มันก็สองทุ่มกว่าแล้ว”

    “แต่มันเป็นเหตุสุดวิสัยนี่ฮะ ให้พวกเราไปเถอะรับรองว่าไปไม่นาน”ผู้เป็นน้องก็เอ่ยช่วยพี่บ้าง

    “งั้นเหรอครับ”

    “แน่นอนฮะว่าจะไม่ทำให้ลุงเดือดร้อน แล้วพวกเราก็บอกคุณลุงคุณป้าแล้วด้วย”

    “งั้นก็เชิญครับ รีบไปรีบกลับนะครับคุณหนู”ลุงยามว่าพร้อมกับเดินกลับเข้าไปในป้อมอีกครั้งเพื่อกดเปิดประตู

    “เยส!”ฮยอนชึงส่งเสียงเบาๆพร้อมกับท่าทางดีใจทีเก็บไว้ไม่มิด

    “รีบไปกันเถอะฮะ พี่”โยชอบลากแขนพี่ชายให้เดินตามออกประตูใหญ่ไปเมือเห็นพี่ชายยังไม่ขยับตัว

    “อืมๆ เอาสิ”ฮยอนชึงตอบน้องก่อนจะเดินตามไปโดยดี

    หน้าปากชอย

                   หลังจากออกมาจากบ้านหลังใหญ่แล้วสองพี่น้องก็มาหยุดยืนอยู่หน้าปากชอยอย่างคนไม่มีทีไป

    “เอาไงต่อฮะพี่”

    “พี่ก็ไม่รู้เหมือนกัน”

    “อ้าว แล้วลากโยออกมาด้วยทำไม”

    “เอาเถอะน่า ยังโยซอบเดินตามพี่มาแล้วทุกอย่างมันจะดีเอง”ว่าแล้วก็เดินนำหน้าผู้เป็นน้องไป

    “พี่ฮะ โยว่าเรากลับเถอะมันหนาวแล้วก็มืดด้วย น่ากลัวจะตาย”

    “อย่าขี้ขลาดน่า แค่นี้เอง เราจะไปเที่ยวไนท์คลับกัน”

    “ไนท์คลับ!! แต่พี่ฮะที่นั้นนะมีแต่เหล้าบุหรี่แล้วก็คนไม่ดีทังนั้นเลย พี่จะไปทำไม”

    “คนทีเข้าคลับไม่ใช่คนทีไม่ดีทุกคนนะโย บางทีพวกเค้าอาจต้องการปดปล่อยอย่างเราตอนนี้ไง ไปกันเถอะ เราอายุเกินแล้วนะจะกลัวไปทำไมเราไม่ใช่เด็กชะหน่อย”

    “โยไม่เห็นด้วย”

    “งั้นก็เดินกลับไปเลยไป”

    “แต่มันมืดแล้วก็น่ากลัว อีกอย่างเราเดินห่างบ้านมาไกลแล้วด้วย พี่ฮะกลับกันเถอะ”ว่าแล้วก็กอดแขนผู้เป็นพี่อย่างออดอ้อน

    “คำตอบคือไม่”แต่ฮยอนชึงผู้ใจแข็งไม่เคยแพ้ลูกอ้อนของน้องชาย

    “ไปกันเถอะ เดี่ยวเราไปเรียกแท็กชี่ก็แล้วกัน”

    “เฮ้อออออ โยไม่น่าตามพี่มาจริงๆ”เพราะความอ่อนต่อโลกของทังสองคนทำให้แทบไม่เคยไปไหนโดยลำพังเลย เพราะพวกเค้ามีหน้าทีอันยิ่งใหญ่ทีจะต้องดูแล ไม่แปลกที่จะไม่เคยออกไปเที่ยวไหนดึกดื่นอย่างนี้

    “โยแท็กชี่มาแล้ว บ่นอะไรนะ มาเร็วๆ”

    “ครับๆๆ ”ยังโยซอบผู้ขัดอะไรไม่ได้ได้แต่เดินตามผู้เป็นพี่ไปอย่างจำใจ

    Night club

                   ตอนนี้ทังสองพี่น้องก็มายื่นอยู่หน้าไนต์คลับตามประสงของผู้เป็นพี่แล้ว และสภาพแวดล้อมต่างๆ ทำให้จางฮยอนชึงคิดว่าเราคิดผิดรึเปล่าเนี่ยทีเลือกมาที่นี้ ผู้คนแต่งตัวแบบทีเค้าแทบจะไม่เคยเห็นมาก่อน การใส่เสื้อผ้าน้อยชิ้นสำรับผู้หญิงทำให้ฮยอนซึงถึงกับอยากถอยไปตั้งหลักเสียให้รู้แล้วรู้รอด

    “พี่ กลับตอนนี้ยังไม่สายนะ”โยซอบกระชิบข้างหูเมือเห็นสีหน้าของฮยอนซึงทีตกตะลึง

    “ไม่เรามาถึงขั้นนี้แล้วจะกลับง่ายๆได้ไงกันเราไม่ได้ทำอะไรผิดเสียหน่อย”สีหน้าหวาดละแวงถูกฉายชัดขึ้นบนหน้าสวยแบบนี้แล้วยังจะไม่ยอมกลับอีก

    “อืม งั้นก็เข้าไปกันเถอะ มันจะได้จบๆไปสักที”โยซอบว่า แล้วเดินนำออกไปฮยอนซึงทีถูกทิ้งให้อยู่คนเดียวก็เลิกเอ๋อแล้ววิ่งตามผู้เป็นน้องไปทันที

    “ขอดูบัตประชาชนด้วยครับ ”ยามหน้าประตูเอ่ยขึ้นเมื่อสองร่างเล็กจะก้าวผ่านเข้าไป

    “อย่าเสียเวลาเลยพี่ยามพวกเราโตแล้วน่า”ฮยอนชึงเอ่ยพร้อมกับค้นบัตประชาชนในกระเป๋าสะพาย

    “หน้าพวกน้องเหมือนเด็กม.ปลาย ยังไงพี่ก็ต้องตรวจเอาไว้ก่อนจะได้ไม่มีอะไรผิดพลาด”

    “ผมเข้าใจฮะ ว่าพี่ทำตามหน้าที อะนี้ฮะของผม”โยซอบยื่นบัตประชาชนให้ยามหน้าประตูแล้วฮยอนซึงก็ยื่นตาม

    “โอ้ เชิญเลย ไม่น่าเชื่อว่าเรียนมหาลัยกันแล้วนะเนี่ย”

    “ขอบคุณครับ^^”ฮยอนซึงก่าวพร้อมกับยิ้มกะชากใจให้แล้วลากโยซอบตามมาทันที

                   เสียงเพลงอึกกะทึกครึกโครม กลิ่นเหล้ากลิ่นบุหรี่ทีตลบอบอวนทำให้ผู้ทีไม่ชินเคยกับสถานทีอย่างสองพี่น้อง แทบจะอ้วกออกมาเสียให้ได้ แต่ยังไงก็มาถึงขั้นนี้แล้วลองสนุกดูหน่อยก็คงไม่เสียหาย

    “รับอะไรดีครับ คุณผู้หญิง”เมือร่างบางทังสองร่างนั่งลงตรงเคาเตอร์บาร์พนักงานก็เดินมาถามทันที

    “ปากเสีย ฉันเป็นผู้ซาย”ฮยอนซึงเอ่ยเวดขึ้นมาทำให้พนักงานผู้โชคร้ายถึงกับหน้าชีด

    “เอาเถอะพี่ เขาคงไม่ได้ตั้งใจแล้วพี่จะดื่มอะไรล่ะ”

    “พี่เอาคอกเทล”

    “ผมเอานมร้อนฮะ”

    “บ้ารึเปล่ายังโย มาคลับสั่งนมร้อน เอาอย่างผมมาสองทีแล้วกัน”ตอนแรกพูดกับผู้เป็นน้องแค่ช่วงหลังหันไปพูดกับพนักงานแล้วพนักงานคนนั้นก็เดินหายไป

    “พี่ โยถามหน่อยเรามาทำอะไรกันทีนี้”

    “พี่ก็ไม่รู้เหมือนกัน มันน่าอึดอัดเป็นบ้า”

    “โธ่ อะไรกันงั้นเรากลับกันเถอะถ้าพี่ไม่อยากกลับเราไปนั่งเล่นทีร้านกาแฟแถวนี้ก็ได้บันยากาคอบอุ่นดี”

    “เอางั้นเหรอ”

    “อืม ทีไหนก็คงจะดีกว่าทีนี้แหละ”

    “ทีแบบนี้คงจะไม่เหมาะกับเราจริงๆนะแหละ ไปกันเถอะโย”ฮยอนชึงหยิบเงินขึ้นมาเล็กน้อยคิดว่าคงพอกับของทีสั่งไปแล้ววางไปทีเคาเตอร์

    “พี่คิดถูกเป็นครั้งแรกของวันเลยล่ะ พี่ชาย”

                   สองพี่น้องเดินออกมาจากตัวไนต์คลับแล้วเปลี่ยนเป้าหมายเป็นร้านคอฟฟี่ช็อบทีบันยากาคอบอุ่นแทน มาทีนี้ตั้งแต่แรกก็หมดเรืองแถมมันทำให้อบอุ่นใจด้วย

    “พี่ครับ พรุ่งนี้พี่ไปมหาลัยใช่มั้ย”โยซอบเอ่ยถามผู้เป็นพี่ทีนั่งอยู่ตรงข้าม

    “อืม ไปสิ ทำไมเหรอ”

    “โย ไม่อยากไปเลย มันน่าเบือ”

    “สำรับพี่นะ ทีไหนก็ได้ทีไม่ใช่บ้านและบริษัส มันเป็นทีทีสนุกสำรับพี่หมด”

    “ทำไมพี่เหมือนเด็กเก็บกดจังเลย เด็กปกติเขาเกลียดโรงเรียนอย่างกับอะไรดี”

    “จะว่าอย่างนั้นก็ได้มั่ง”

    “พี่โยถามหน่อย”

    “ว่ามา”

    “พี่มีแฟนรึยังอ่ะ”

    พรวด!!เพราะคำถามของผู้เป็นน้องทำเอาฮยอนซึงสำลักกาแฟทีกำลังดื่ม

    “แค่กๆๆ ถามอะไรบ้าๆนะโย”

    “เอ้า ก็แค่อยากรู้อ่ะ สรุปมีหลือไม่มี”ว่าพร้อมกับยื่นทิชชู่ให้พี่ชาย

    “ยัง!จะเอาเวลาทีไหนไปจีบหญิง แค่ตัวเองยังจะเอาตัวไม่รอดเลย”

    “แหม น่าตาอย่างพี่ต้องจีบหญิงด้วยเหรอ ไม่ใช้รอให้ผู้หญิงมาจีบนะ”

    “อย่ามาตลก”

    “เอ้า งั้นเปลี่ยนคำถามใหม่ พี่มีคนทีชอบรึยัง”

    “คนทีชอบงั้นเหรอ...”ฮยอนชึงเอ่ยเบาๆ พร้อมกับคิดไปถึงเด็กผู้หญิงทีเข้ามามีตัวตนในหัวใจเขาตั้งแต่เมือไรก็ไม่รู้ แค่คิดถึงเธอก็ทำให้ยิ้มได้ เสียดาย ทีไม่กล้าแม้แต่จะเข้าไปคุยกับเธอ

    “อันแน่ มีละสิ ใครๆๆๆ บอกผมบ้างสิ  นะครับพี่”สายตาออดอ้อนของยังโยซอบใช่ได้ผลกับทุกคนยกเว้นจางฮยอนซึง

    “ไม่!!

    “แป่ว!ไม่เป็นไรไม่บอกก็ไม่เป็นไรเดียวโยสืบเอง ฮ่าๆๆๆ”

    “หึ คงจะรู้หรอกนะ”เอ่ยกับผู้เป็นน้องเบาๆพร้อมกับยกนาฬิกาทีข้อมือขึ้นมาดูเวลา

    “เวร!จะสี่ทุ่มล่ะ โยกลับกันเหอะ”

    “เอาสิ ป่านนี้ลุงกับป้าคงหลับไม่รู้เรืองแล้วล่ะ”

    “หลือไม่ก็รู้เรืองจนจะเป็นเรือง ไปเถอะ ”ว่าแล้วก็คว้าบิลเดินไปจ่ายเงินทีเคาเตอร์

                   ละหว่างทีสองพี่น้องกำลังจะเดินออกจากร้านคอฟฟี่ช็อบ ด้านนอกเกิดเหตุการณ์ชุลมุนขึ้นตำรวจหน่วยปาบปรามกำลังไล่ตามผู้ร้ายมาทางนี้ โดยทีทังสองพี่น้องไม่รู้เรืองรู้ราวก็เดินออกจากร้านมาอย่างปกติ

    “เฮ้ย!!!หยุดนะ!!”เสียงตำรวจนายหนึ่งตะโกนขึ้นทำให้ฮยอนชึงหันไปมอง

    พรึบ! เหตุการณ์ทุกอย่างมันเกิดขึ้นรวดเร็ดจนไม่มีใครตั้งตัวทัน ผู้ร้ายคนทีวิ่งหนีตำรวจ วิ่งเข้าปะทะกับฮยอนชึงทียืนไม่รู้เรืองอย่างแรง ก่อนจะจับฮยอนชึงล็อกคอพร้อมกับของแหลมทีเรียกว่ามีดจ่ออยู่ทีเสั้นเลือดใหญ่

    “หยุด!ถ้าเข้ามาไอ้นี้ตาย”

    “พี่ครับ!!”โยซอบเอ่ยขึ้นอย่างตกใจกับเหตุการณ์

    “ไปพาเด็กคนนั้นออกมา มันอันตราย”นายตำรวจคนหนึ่งเอ่ยขึ้นกับลูกน้องดูทีดาวประดับบ่าของคนออกคำสั่งแล้วยศน่าจะไม่ใช่ต่ำๆ

    “พี่ครับ!!!”โยซอบตะโกนออกมาอีกครั้งเมือตำรวจพยายามจะลากเขาออกจากบริเวรนั้น

    “พี่ไม่เป็นไรโย”ทังๆทีกลัวจับใจแต่ปากสวยก็เอ่ยบอกน้องชายเพราะกลัวน้องจะได้รับอันตรายไปด้วย

    “พูดมากน่า พวกแกอย่าเข้ามาใกล้นะ ฉันกะดิกมือนิดเดียวไอ้นี้ตายแน่”

    “ใจเย็นๆ ค่อยๆคุยกันนายต้องการอะไร เราจะหาให้แต่ปล่อยตัวเด็กคนนั้นชะ”นายตำรวจทีออกคำสั่งกับลูกน้องในครั้งแรกเอ่ยหว่านล้อม

    “อย่างพวกแกนะฉันเจอมาเยอะแล้วอย่าตามมานะเว้ย”ว่าแล้วก็ค่อยๆลากคนหน้าสวยให้เดินตามมา

    “เอาไงดีครับสารวัต”เมือเห็นท่าไม่ดีลูกน้องจึงกระชิบถาม

    “ฮึกๆๆพี่ฮะ...”ยังโยซอบยังร้องไห้อยู่เพราะตกใจกับเหตุการณ์ทีเกิดขึ้น

    “ยังไงก็ตามนายทำให้เด็กคนนั้นเงียบชะ เราจะลอบยิง”เขาเอ่ยกับตัวเองเพียงเบาๆเพราะกลัวคนร้ายจะได้ยินและไหวตัวทัน

    “ใจเย็นๆน่าหนู พี่สาวหนูจะไม่เป็นไหนหรอก”นายตำรวจคนนั้นเหมือนจะกลายเป็นพี่เลี้ยงเด็กขึ้นมาทันที

    “พี่ชาย!พี่ฮยอนชึงเป็นผู้ชาย!”โยซอบว่าอย่างไม่พอใจ

    “สารวัตยงครับ หน่วยลอบยิงเราเตรียมพร้อมทีตึกฝั่งตรงข้ามแล้วครับ”ลูกน้องอีกคนรายงาน

    “ดี!วันนี้ใครเป็นมือปืนล่ะ น่าสนุกดีจัง”รอยยิ้มเย็นๆทีไม่บ่อยนักทีจะได้เห็นทำให้ลูกน้องคนนั้นเสียวสันหลังวาบ

    “สารวัตจะยิงเองเหรอครับ”

    “อืม...ใครยิงล่ะ”

    “ผู้กองหญิงครับ”

    “ว้าว เด็กคนนั้นลงมือเองเลยเหรอ ฉันไม่ยิงหรอก รีบบอกคนทีอยู่บนนั้นให้เตรียมตัวรอรับคำสั่งได้เลย”รอยยิ้มแพรวพาวเผยอีกครั้งเมื่อได้ยินว่าคนทีจะลงมือยิงเอง คือสไนท์เปอร์มือดีทีสุดของหน่วยรองจากเขา

    “ฝ่ายนั้นเตรียมพร้อมรอรับคำสั่งครับ!

    “ดีมาก หมวด”คนทีถูกเรียกว่าสารวัตรับเอาเคื่องมือสื่อสารทีผู้หมวดคนนั้นยื่นให้เพือรอออกคำสั่งกับคนทีซุ่มยิงอยู่ด้านบน

    “พวกแกจะทำอะไร!”คนร้ายเมือเห็นท่าทีแปลกของตำรวจก็ตกใจ รัดคอสวยแน่นขึ้นไปอีก

    “ทำไรก็รีบทำสิ พี่ฮยอนชึงจะตายอยู่แล้ว”

    “เงียบก่อนเถอะน่า”หมวดคนหนึ่งหันไปปรามยังโยซอบทีไม่รู้เรืองอะไรเลย

    “เตรียม...”สารวัตยงเอ่ยเบาๆกับเคื่องมือสื่อสารทีถืออยู่เมื่อเห็นคนร้ายเริ่มยืนนิ่ง อย่าพลาดนะทุกอย่างฝากไว้ทีเธอ

    “เล็ง...”สายตาดังเหยี่ยวของบุคคนปิศนาได้ทอดมองลงมาทีพื้นถนนแห่งนี้ทีบัดนี้กลายเป็นทีประติบัตงานของเจ้าน่าทีตำรวจเพราะประชาชนส่วนมากก็พอเดาเหตุการออกเลยไม่มีใครอยากยุ่ง ลำแสงไฟถนนสะท้อนเข้ากับวัตถุบางอย่างทีเป็นสีดำวาววับมือเรียวขึ้นนกปืนแท่งยาวทันทีที่ได้รับคำสั่ง ตาสวยแนบกับลำกล้องสายตามองตรงทีเป้าหมาย อย่างคิดว่าไม่มีทางพลาด

    “อยู่นิ่งๆอย่างนั้นแหละ”ปากสวยเอ่ยเบาๆพร้อมกับมืออีกข้างทีวางจากไกค์ปืนจับทีหูข้างช้ายทีมีเคื่องมือรับสัญญาญเน็บอยู่

    “ยิง!”เสียงคำสั่งทีเด็ดขาดดังรอดจากเคืองมือสื่อสารนั้น ทำให้ริมฝีปากสวยแย้มยิ้มออกมาราวกับมันเป็นเรืองสนุก

    ปัง!! เสียงปืนดังขึ้นทั่วบริเวร ลูกกะสุนพรุ่งตรงเจาะลงทีขาของคนร้ายอย่างทีคนยิงหวังไว้

    “เยส!ไม่มีพลาด”เมือเห็นผลงานของตัวเองก็คิดภูมิใจ แต่เหตุการไม่คลาดฝันก็เกิดขึ้นเมือตำรวจทีอยู่ด้านล่างเตรียมจะเข้าชราต์คนร้ายคนร้ายกับไหวตัวได้ชะก่อนคว้ามีดหวังจะแทงตัวประกันอีกครั้ง

    “ชิส!”ปากสวยพึมพำอย่างขัดใจ ก่อนจะยิงออกไปเป็นครั้งทีสองโดยไร้คำสั่งครั้งนี้ลูกกะสุนเจาะลงทีกลางท้องคนร้ายอย่างจังและตำรวจด้านล่างก็เข้าชราต์สำเร็จ

    “เฮ้ออออออ เช็งจัง”มือดีทีลอบยิงเอ่ยขึ้นอย่างขัดใจ

    “เป็นไรไปครับผู้กอง เราไม่ได้พลาดนิ”ผู้หมวดทีติดตามมาช่วยเอ่ยถามขึ้น

    “ใช่ วันนี้เราไม่พลาดเลยสักนัด แต่คนอย่างคิมฮยอนอาไม่เคยเสียกะสุนถึงสองนัดในงานหมูๆแบบนี้”

    “มันผ่านไปด้วยดีก็ดีแล้วครับ”

    “อืม ลงไปข้างล่างกันเถอะ”ว่าแล้วก็ยื่นปืนทีพึ่งใช่ให้ผู้หมวดคนนั้นก่อนจะเดินนวยนาดลงไปสมทบกับตำรวจด้านล่าง

                   เมือร่างสุดเช็กชี่ของนักแม่นปืนคนสวยเดินลงมาสมทบแล้วทุกอย่างก็เกือบจะเข้าทีเข้าทางสารวัตยงเมือเห็นคนทีประติบัตการยิงเมือกี้เดินลงมาก็ยิ้มให้อย่างพอใจทันที

    “ทำได้ดีมากฮยอนอา”

    “สารวัตค่ะเวลาประติบัตหน้าทีกรุนาเรียกผู้กองคิมด้วยค่ะ”

    “เจ้ายศเจ้าอย่างนะเราเนี่ย”ว่าแล้วก็เอื้อมมือยี่หัวอีกคนอย่างเอ็นดู

    “ตัวประกันเป็นไงบางค่ะ”

    “ปรอดภัย ต้องขอบคุณเราแล้วล่ะทียิงนัดสองโดยไร้คำสั่ง”

    “สารวัตกำลังตำหนิฉันเหรอค่ะ”

    “เปล่า พูดความจริง แต่เสียดายหน่อย ถ้าคนร้ายตายจะไม่มีคนให้เราสอบปากคำ”

    “แค่นั้นไม่ตายหรอก ฉันเล็งแล้วไม่ถูกจุดสำคัญ”

    “เหรอ เธออยู่ตึกสูงยี่สิบชั้นนะ เห็นเหรอ”

    “สารวัตกำลังดูถูกฝีมือคนทีฝึกมากับมือนะค่ะ”

    “เข้าใจล่ะ เธอจะคุยกับตัวประกันหน่อยมั้ย กำลังช็อคเลยล่ะ”

    “ก็ดี ท้วงบุญคุณชะหน่อย”ร่างสวยพูดทีเล่นทีจริงก่อนจะเดินไปหาร่างบางอีกร่างทีกำลังเสียขวัญ

    “พี่ฮะ คุยกับโยหน่อยสิ เป็นไรไปฮะ”โยซอบเอ่ยพร้อมกับเขย่าตัวพี่ชายแต่ก็ไม่เป็นผลเมื่อพี่ชายของงงเขายังนั่งนิ่ง

    “สวัสดี”ฮยอนอาเอ่ยเบาๆ เรียกความสนใจจากโยซอบและฮยอนชึง

    “หวัดดีฮะ คุณเป็นใครครับ”โยซอบเอ่ยทัก แต่ร่างบางยังนิ่ง

    “ฉันร้อยตำรวจเอกหญิงคิมฮยอนอา หน่วยลอบยิงประจำหน่วยปาบปรามนี้ คนทีลอบยิงคนร้ายเมือกี้นี้แหละ”

    “อ๋อ คุณนี้เองขอบคุณครับทีช่วยพี่ชายผมไว้”

    “มันเป็นหน้าทีนะ พวกนายคงจะยังกับบ้านไม่ได้นะ เดี่ยวเชิญไปโรงพักก่อน ให้ความร่วมมือกับเราด้วย”ว่าจบฮยอนอาก็เตรียมจะเดินไปสมทบกับหน่วยทีเหลือแต่ว่า...

    “เดี๋ยวก่อนครับ”ฮยอนชึงทีเงียบอยู่นานเอ่ยเรียกร่างบางไว้

    “คะ?”

    “ขอบคุณนะครับ^^”ว่าแล้วก้ยิ้มให้ชะเลย

    “มันเป็นหน้าทีค่ะ^_^”แล้วก็เดินจากไป

    “สวย...”

    “พี่ว่ายังไงนะครับ”

    “สวยโย... เห็นผู้กองคนสวยนั้นมั้ย ทังสวย ทังเช็กชี่ ทังเก่ง คนแบบนี้แหละแม่ของลูก”

    “พี่ชายครับ นั้นมันตำรวจเลยนะ พี่จะจีบติดได้ยังไง”

    “พี่ไม่ได้ว่าพี่จะจีบสักหน่อย แค่บอกว่าสวย”

    “เข้าใจแล้วฮะ แล้วพี่ไม่เป็นอะไรนะ”

    “อืม ไม่หรอก ไปกันเถอะ เราให้ปากคำแล้วจะได้รีบกลับยังไงล่ะ เดียวก็เป็นเรืองหรอก”

    “นั้นสิ ป่านนี้คุณลุงกับคุณป้าเป็นไงบ้างก็ไม่รู้”

    “เชิญคุณทังสองคนไปให้ปากคำทีโรงพักด้วยครับ”ผู้หมวดคนหนึ่งเดินมาตามสองพี่น้อง

    “คือ...ใช่เวลานานมั้ยครับ พอดีพรุ่งนี้เราต้องไปเรียน”

    “ไม่นานหรอกครับ แล้วผมจะให้ตำรวจมาส่งถึงบ้านเลยไม่ต้องห่วงครับ”

    “งั้นก็ไปกันเถอะโย...เราจะได้รีบกลับ”

    “ครับๆ”โยซอบรับคำผู้เป็นพี่ก่อนจะพยุงพี่ชายให้ลุกขึ้นยืนโดยมีหมวดนายนั้นช่วยอีกแรง

    “เร็วๆหน่อย พวกเราก็ต้องการพักผ่อนนะคุณ”สารวัตผู้คุมทีมเอ่ยเรียกเสียงดัง

    “เอ๊ะ!คนอะไรไม่มีมารยาทเอาชะเลย”โยซอบว่าเคืองๆ

    “ฮ่าๆ สารวัตก็เป็นอย่างนี้ประจำแหละครับ ขนาดละดับผู้กำกับเขายังไม่กลัวเลย เขาทำอะไรโดยทีไม่กลัวดาวบนบ่ากระเด็นหลุดสักนิด แน่ละ ฝีมือเค้าดี จบเอฟบีไอมาจากอเมริกา เป็นตำรวจหน่วยปาบปรามทีอายุน้อยทีสุด ฝีมือดีทีสุด มีผลงานดีทีสด เค้าไม่เคยกลัวอะไรหรอกครับ”ผู้หมวดว่าอย่างอารมณ์ดี

    “แล้วตำรวจหญิงคนนั้นล่ะ”ฮยอนชึงเอ่ยถามพร้อมพยักพเยิดไปทีฮยอนอาทีกำลังเน็บปืนสั้นใส่เอวอยู่

    “อ๋อ นั้นก็รุ่นน้องของสารวัตนะครับ เรียนเอฟบีไอมาด้วยกัน ฝีมือเกือบเทียบเท่าสารวัต แต่เพราะนิสัยทีชอบวีนและเหวี่ยงเป็นประจำทำให้ยศไม่ขยับสักที แต่เธอก็คงไม่สนหรอกครับ พวกเค้าสองคนเห็นงานพวกนี้เป็นเรืองสนุก ไม่สนเรืองอะไรทังนั้นแหละ เพราะยังไงทีบ้านของพวกเค้าก็มีอันจะกิน ไม่เหมือนตำรวจชั้นผุ้น้อยอย่างพวกผมหรอกครับ”

    “พวกเค้าจบเอฟบีไอ งั้นแสดงว่าเป็นหน่วยปาบปรามพิเศษนะสิ”โยซอบเอ่ย

    “ใช่แล้วครับ หน่วยเราคือหน่วยปาบปรามพิเศษ”

    “เข้าใจแล้วล่ะ ยศใหญ่น่าดูเลยนะ”ฮยอนชึงบอกสายตาจับจ้องทีฮยอนอาดูยังไงก็มีเสน่ห์

    ณ โรงพักตำรวจท้องถิ่น

    “ขอบคุณทีให้การร่วมมือครับ เชิญนั่งรอก่อนเดียวผมจะจัดคนออกไปส่ง”

    “ขอบคุณมากฮะ”หลังจากทีให้ปากคำเสร็จสองพี่น้องก็มานั่งจับเจ่า ตามทีนายตำรวจคนนั้นบอก

    “ไง ตกใจมากรึเปล่าล่ะ”คิมฮยอนอาเดินออกมาทักทายพร้อมกับกาแฟสองแก้ว เธอใส่ชุดสบายๆเพราะพวกเค้าคือหน่วยพิเศษเลยไม่จำเป็นต้องเเต่งเคื่องแบบตลอดเวลา

    “ขอบคุณครับ”โยซอบรับแก้วกาแฟพร้อมกับจิบเบาๆ แต่ฮยอนชึงกับไม่ทำอย่างนั้นกับจ้องหน้าฮยอนอาอย่างเดียว

    “พี่ครับ...”โยซอบสกิดเตือนพี่ชายหลังจากทีสังเกตเห็นว่าพี่ซายตนกำลังทำตัวเสียมารยาท

    “หืม? หน้าฉันมีอะไรติดรึเปล่า”ฮยอนอาถามอย่างทีเล่นทีจริง

    “ปะ...เปล่าหรอกครับ ขอบคุณครับ”ฮยอนซึงเมื่อเริ่มรู้ตัวว่าทำตัวหน้าอายก็เอ่ยประฏิเสธแล้วรับเคื่องดื่มจากฮยอนอา

    “พวกคุณไม่น่าจะใช้คนแถวนี้นะ เพราะฉันไม่เคยเห็นพวกคุณเลย ”

    “ใช่แล้วครับ พวกเราแค่มาเที่ยวช่วงคริสมาสนะ แต่ทีจริงเราก็อยู่ไม่ห่างจากนี้มากหรอก”

    “แล้วทำไมเวลาฉันลงตรวจพื้นทีถึงไม่เห็นเลยล่ะ”

    “ฮ่าๆๆๆ จะจำได้ไงล่ะครับ คนเป็นร้อย”

    “นั้นสินะ”

    “ฮยอนอา!!คิมฮยอนอา!!!!”เสียงเอะอะโวยวายดังออกมาจากบริเวรห้องพักของตำรวจทำให้ทังสามทีนั่งคุยกันอยู่หันไปมอง แล้วก็พบกับสารวัตจอมเอาแต่ใจนั้น

    “ค่ะ โอปป้า อย่าเสียงดังสิฉันอยู่นี้”

    “เมือไรจะกลับบ้าน พี่จะกลับแล้วนะ”

    “โอปป้ากลับก่อนเลยเดี่ยวฮยอนอาไปส่งสองคนนี้ก่อน”

    “ให้คนอื่นไปส่งก็ได้นี้ เรากลับคนเดียวนะมันอันตราย”

    “โอปป้า ฉันก็ตำรวจคนหนึ่งนะ อย่าดูถูกกันสิ”

    “แต่เธอก็เป็นผู้หญิงถึงจะจบเอฟบีไอตั้งแต่อายุยังน้อย ในสายตาพี่เธอคือผู้หญิง ไปกลับ!”ว่าแล้วก็เดินมากะชากแขนบอบบางทีตัวเองเรียกขึ้นชื่อว่าน้องให้เดินตามไป

    “ปล่อยนะครับ ไม่เห็นต้องทำแบบนี้เลย”ฮยอนชึงทนเห็นฮยอนอาโดนทำแบบนั้นไม่ได้เลยเดินไปกะชากแขนอีกข้างของฮยอนอามาไว้ในมือของตน

    “แหะๆๆ โอปป้า พี่กำลังทำให้ฉันอายปล่อยเถอะเดียวฉันก็กลับ ขอไปส่งสองคนนั้นก่อนนะ^_^””ฮยอนอาเห็นสถานะการไม่ดีเลยหัวเราะแห้งๆแล้วหันไปพูดกับสารวัตยง

    “งั้นก็กลับพร้อมกันหมดนี้แหละเดียวพี่แวะไปส่งสองคนนั้นก่อนก็ได้ วันนี้เธอไม่ได้เอารถมานี้ ”

    “พี่ รู้ได้ไง”ฮยอนอาถามด้วยสีหน้าสงสัย

    “ก็พี่ออกจากบ้านหลังเราแล้วยังเห็นรถเราจอดอยู่ในโรงรถแต่ตัวเราไม่อยู่แล้ว พี่ไม่ได้โง่นะ”

    “พี่จุนฮยอง หุปปากเดียวนี้นะ”ฮยอนอาว่าอย่างเคืองๆกับคำทีร่างสูงพูดออกมาเพราะเธอไม่ต้องการให้ใครรู้ว่าเธอกับจุนฮยองอยู่บ้านเดียวกันถึงจะไม่มีอะไรเกินเลย อยู่กันในถานะพี่น้องและก็อยู่มานานตั้งแต่เรียนเอฟบีไอด้วยกันทีอเมริกาพวกเค้าก็อยู่ด้วยกันมาตลอดเลยเหมือนเป็นพี่น้องกันแท้ๆ แต่ฮยอนอาก็ไม่ต้องการทีจะให้ใครรู้ว่าตัวกับร่างสูงนี้อยู่ด้วยกัน

    “ก็เราถามเอง ไปกันเดียวพี่ไปส่งสองคนนี้เราก็กลับบ้านกันเลย”คำพูดแสนธรรมดาของสารวัตยงจุนฮยอง แต่กับกะแทกใจฮยอนชึงเหลือเกินนี้เขาอกหักตั้งแต่ยังไม่ได้เริ่มเลยเหรอเนี่ย

    “ไปกันพี่จะได้กลับบ้านกันสักที”โยซอบเดินมาตบบ่าผู้เป็นพี่เพราะพอจะเข้าใจว่าผู้เป็นพี่นั้นคิดอะไรอยู่

    หน้าบ้านตะกูลจาง

    “ขอบคุณมากๆครับ”โยซอบเอ่ย เมือรถคันหรูของยงจุนฮยองขับมาจอดทีหน้าบ้านตนตามทีตนเป็นคนบอกทาง

    “อ๋อ ทีแท้ก็พวกลูกคุณหนู มิน่าถูกจับหน่อยเดียวหน้าซีดเหมือนจะเป็นลม”จุนฮยองหลังจากทีได้เห็นบ้านของร่างบางก็เอ่ยออกมาโดยไม่คิดตามนิสัยโผร่งผรางของตน

    “โอปป้า!”ฮยอนอาว่าอย่างปรามๆ

    “ก็มันจริงนี่ เป็นผู้ชายแท้ๆกับผิวขาวเหมือนผู้หญิง หุ่นก็บางชะลมพัดก็ปริวมั้งนะ ต่อไปก็อย่าไปไหนทีมันอันตรายอีกนะ ถ้าคนอย่างพวกนายหายตัวไปทีบ้านพวกนายโทรจิกตำรวจจนแทบไม่เป็นอันทำอะไร”

    “โอปป้า พอแล้ว”

    “ขอบคุณครับทีเตือน พวกผมจะระวังตัว ไม่ให้ทีบ้านผมโทรจิกตำรวจแบบคุณให้เสียเวลาหรอกครับ”ฮยอนชึงทีฟังอยู่นานเอ่ยขึ้นบางคนยิ่งอารมณ์ไม่ดีอยู่อย่ามาหาเรือง

    “ขอโทษแทนพี่ด้วยนะค่ะ เขาก็เป็นคนแบบนี้แหละ ยังไงชะก็ขอบคุณพวกคุณมากๆทีให้การร่วม ถ้ามีโอกาจเราคงได้พบกันอีก ขอตัวก่อนนะค่ะ”

    “เช่นกันครับ โชคดีครับฮยอนอา”

    “ชิ จะล่ำลาอีกนานมั้ย ไปได้แล้ว”ร่างสูงว่า ทำให้ฮยอนอาปิดประตูรถอย่างจำใจก่อนจะโบกมือบอกลาพร้อมกับรถทีค่อยๆเคื่อนตัวออกไป

    “เฮ้อออออออ มันจบแล้วล่ะ ”โยซอบบอก

    “โยว่าพวกเขาเป็นแฟนกันรึเปล่า”

    “หือ?ใครครับ”

    “สารวัตยงจุนฮยองกับคิมฮยอนอาพวกเค้าเป็นแฟนกันรึเปล่า”

    “อันแน่ ไหนว่าไม่สนไงล่ะ”

    “ช่างเถอะ เข้าบ้านกันพรุ่งนี้เราต้องไปมหาลัยกันอีก”

    “เฮ้ออออ พี่ชายเราจะรักใครสักคนก็เป็นอันต้องอกหักตลอดตั้งแต่ยังไม่ได้เริ่มจีบเลยนะเนี่ย”


    คุยกันนิดหนึ่งจ้า introมันยาวแปลกๆเนอะก็พึ่งแต่งเรืองแรกนี้
    เอาเถอะดีไม่ดียังไงยังมีคนอ่านอยู่มั้ยคอมเม้นบอกหน่อยนะจะได้นำ
    ไปปับปรุงแต่ถ้าไม่มีคนอ่านจะปิดเรืองชะ อย่างทีสัญญาฟิดเรืองนี้จบ
    แน่นอน มีอะไรทักเฟสได้จ้า ไม่หยิ่งไม่กัด>O<



     

    ติดตามเรื่องนี้
    เก็บเข้าคอลเล็กชัน

    ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ ดูทั้งหมด

    loading
    กำลังโหลด...

    อีบุ๊ก ดูทั้งหมด

    loading
    กำลังโหลด...

    ความคิดเห็น

    ×