เมื่อโลกล่มสลายและตัวฉันที่กลายเป็นแม่พันธุ์หมายเลข 1000 [PG 15+]

ตอนที่ 1 : บทนำ : เมื่อดาวโลกล่มสลาย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 142
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 26 ครั้ง
    19 มิ.ย. 63

 

 

ฉันไม่เคยคาดหวังความรักที่โรยด้วยกลีบกุหลาบ ความรักสวยหรู หรืออะไรก็แล้วแต่ ชั่วชีวิตคงได้แต่แอบมองใครสักคนอยู่ไม่มุมใดก็มุมหนึ่ง ทำได้เพียงแค่นั้นก็สุขเกินพอแล้ว ใบหน้าจืดชืดไร้สเน่ห์แบบนี้ อย่างมากก็คงได้แค่แอบปลื้มอยู่ห่างๆ....เพราะที่ผ่านมาฉันก็ทำได้แค่นั้นจริงๆ

 

ทำได้เพียงมองอยู่ห่างๆ รู้ตัวดีว่าตัวเองก็เป็นได้แค่คนขี้ขลาดเท่านั้น

 

"ลูกน่าจะหาแฟนสักทีนะ เฟิร์ส อีกหน่อยก็จะขึ้นมหาลัยแล้วไม่ลองหาแฟนเป็นตัวเป็นตนกับเขาบ้างล่ะ"

 

"ไม่เอาหรอก...ของแบบนั้นน่ะ"

 

ฉันกระพริบตา ก่อนขยับกรอบแว่นให้เข้าที่แสร้งเอ่ยเสียงเบื่อหน่าย แม่ที่ได้ยินคำตอบราวกับไม่สนใจเรื่องพรรค์นั้นของฉันได้แต่ส่ายหัวอย่างเอือมระอาก่อนที่จะหันไปหั่นผักบนเขียงต่อ ฉันปรายตามองแผ่นหลังของแม่ด้วยแววตาหมองลง...คนอย่างฉัน ชาตินี้ก็อย่าได้หวังว่าจะมีเลยเถอะ ถอนหายใจกับชีวิตอันแสนอาภัพของตนเองแล้วก้มลงสวมรองเท้าแตะเพื่อออกไปรดน้ำต้นไม้หลังบ้าน ดวงตาสีดำภายใต้กรอบแว่นหนาเตอะเหม่อมองใบไม้สีเขียวสด ในขณะที่มือก็ถือสายยางฉีดน้ำ เพื่อรดน้ำหล่อเลี้ยงพวกมันอยู่

 

'ขอโทษนะ แต่ฉันไม่ได้ชอบเธอ'

 

เสียงที่ยังคอยวนเวียนอยู่ในหัวสมองทำให้ฉันเผลอกำสายยางรดน้ำในมือตัวเองแน่น พอรู้ตัวอีกทีก็เป็นตอนที่สายยางรดน้ำในมือส่งเสียงดังเพราะถูกบีบอัดจนน้ำในสายยางไม่อาจไหลผ่านได้ ฉันถอนหายใจแล้วผ่อนแรงที่บีบสายยางลง เมื่อสลัดเรื่องไร้สาระในหัวทิ้งไปได้ จิตใจก็เริ่มจดจ่อกับการรดน้ำต้นไม้ตรงหน้าต่อ เมื่อใกล้จะรดน้ำต้นไม้เสร็จทั้งหมดแล้ว ในตอนนั้นเองสายลมรอบตัวก็พัดโหมแรงจนฉันต้องปล่อยสายยางรดน้ำในมือลงแล้วพุ่งไปยึดร่างตัวเองไว้กับเสาหลังบ้าน

 

"อะ...อะไรกัน!?"

 

ลมแรงพัดโหมกระหน่ำ มันแรงมากจนหากไม่ยึดเสาไว้ให้ดีๆร่างของฉันคงจะปลิวหายไปกับลมให้ได้เสียเดี๋ยวนั้น ฉันหลับตาแน่น ในหูก็ได้ยินแต่เสียงหวีดของลมที่ราวกับจะบาดแก้วหูให้แตกเป็นเสี่ยงๆ แต่น่าแปลกที่ชั่วครู่เสียงที่ได้ยินมาพร้อมกับเสียงลมนั้นกลับเป็นเสียงกรีดร้อง....

 

"ห-หยุดแล้วเหรอ..."

 

ฉันหอบหายใจ เมื่อลมประหลาดหยุดลง และเมื่อลืมตาตื่นขึ้นมาก็พบกับสภาพสวนหลังบ้านที่เละเทะไม่เหลือชิ้นดี ต้นไม้ที่อุตส่าห์ปลูกมาหลายปีดีดักปลิวหายไปที่ไหนสักที่ไม่เหลือไว้แม้แต่เศษซาก ฉันคิ้วกระตุก แต่ก่อนที่จะทันได้โวยวายหรือโทษลมโทษฝน ดวงตาก็พลันเบิกกว้างเมื่อเงยหน้าขึ้นไปบนท้องฟ้าแล้วพบกับยานเหล็กหุ้มเกราะขนาดยักษ์มากมายมหาศาลบนฟากฟ้า

 

ยานรบเหล่านั้นราวกับหลุดออกมาจากหนังซุปเปอร์ฮีโร่ ไม่ก็หนังสงครามอวกาศเรื่องไหนสักเรื่องก็ไม่ปาน และที่น่าตกใจคือ ฉันมองเห็นยานรบของฝั่งโลกที่โจมตีตรงไปยังยานรบพวกนั้นแต่มันกลับถูกสกัดกั้นการโจมตีไว้ได้ด้วยเกราะลำแสงคล้ายรูปรวงผึ้งสีทองที่กางครอบคลุมยานแต่ละลำ

 

ตูม! ตูม! ตูม!!!

 

"นี่มันเรื่องบ้าอะไรกันเนี่ย!?"

 

ฉันร้องเสียงหลงเมื่อยานรบที่คาดว่าจะเป็นของฝั่งโลกถูกลำแสงสีม่วงสว่างจ้ายิงนัดเดียวร่วงกันระนาว เสียงดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วท้องฟ้า น่าพรั่นพรึง ฉันตัวสั่นงันงก สองขาพลันหมดแรงเอาดื้อๆ และในตอนที่ทุกอย่างหยุดนิ่ง ไม่มีการยิงลำแสงใส่กันแล้วนั้น ฉับพลันเสียงกรีดร้องและกลิ่นคาวเลือดก็ลอยมาตามลม เพียงเสี้ยววินาทีต่อมาลำแสงสีขาวสว่างเจิดจ้าก็พุ่งลงมาจากยานรบที่ใหญ่ที่สุดในบรรดายานรบมากมายมหาศาลนั่น ฉันหลับตาโค้งตัวลงแนบพื้นดิน แม้กระทั่งกรีดร้องก็ยังทำไม่ได้เพราะความหวาดกลัวสุดขีด

 

"....."

 

จบแล้วเหรอ....ฉันตัวสั่น ปากสั่น แม้กระทั่งดวงตายังกรอกไปมา เมื่อเงยหน้าขึ้นอีกครั้งก็พบกับสภาพรอบด้านที่ราบเป็นหน้ากลอง ตึกรามบ้านช่องรอบๆพลันมลายหายไปสิ้น เหลือเพียงผืนดินว่างเปล่าที่ถูกฉาบไปด้วยสีแดงสด...กลิ่นคาวเลือด และกองเศษซากของ มนุษย์ กองสูงรวมกันราวกับภูเขา ฉันตัวสั่นสะท้าน รีบหันกลับไปมองบ้านของตัวเอง....ไม่สิต้องเรียกว่า ผืนดินที่เคยเป็นบ้านมากกว่า

 

 

"ไม่...ไม่จริง!!!"

 

บ้านของฉันหายไปเหลือเพียงกองเศษซากปรักหักพัง และเลือดสีแดงข้นคลั่กที่ไหลนองไปทั่วพื้นที่ ดวงตาเหลือกถลนของร่างที่นอนแน่นิ่ง รูปร่างบิดเบี้ยวผิดธรรมชาติ ทำให้ฉันแทบหมดสิ้นสติ ร่างของแม่ที่นอนหมดลมหายใจ นอนกองอยู่บนร่างอีกสองร่างที่มีสภาพไม่ต่างกัน ซึ่งนั่นก็คือพ่อ และน้องสาวของฉันเอง

 

"อะ---อะ...."

 

แม้แต่เสียงกรีดร้องก็ยังไม่สามารถเล็ดรอดออกมาจากลำคอ ดวงตาสีดำของฉันภายใต้กรอบแว่นพังๆแทบจะถลนออกมาจากเบ้า กลิ่นคาวเลือดเหม็นคละคลุ้งทำให้ฉันอยากจะขย้อนของที่เพิ่งกินไปออกมาให้หมด แต่ร่างกายกลับทำได้เพียงนั่งนิ่งราวกับศพพวกนั้นก็มิปาน

 

"อ่า กว่าจะเก็บกวาดได้หมดเล่นเอาเมื่อยเหมือนกัน....ชาวดาวดวงนี้เนี่ยมีเยอะยั้วเยี้ยราวกับพวกเศษขยะในอวกาศเลยนะ"

 

 

เสียงเสียงหนึ่งที่ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันของเศษซากอันน่าสะพรึงทำให้ฉันค่อยๆหันไปมอง ฝีเท้าของร่างสูงกำยำในชุดแปลกตาไม่คุ้นเคย และฉันมั่นใจว่าบนโลกนี้คงไม่มีแฟชั่นไหนแต่งตัวแบบนั้น ใบหน้าหล่อเหลาไร้ที่ติราวเทพสรรสร้าง เส้นผมสีบรอนด์ทองสว่างเรืองรอง และดวงเนตรคมอบอุ่นสีอความารีนทำให้ฉันแทบหยุดหายใจ

 

ในมือของเขา....ถือหัวของมนุษย์อยู่

 

 

"หาตัวตั้งนานแหน่ะครับ เจอสักทีนะ"

 

 

ร่างนั้นค่อยๆเคลื่อนตัวเข้ามาใกล้ ชายหนุ่มคนนั้นก้มร่างของเขาลงมาให้ใบหน้าราวกับเทวทูตชวนน่าลุ่มหลงนั่นอยู่ในระดับเดียวกับฉันก่อนจะคลี่รอยยิ้มอบอุ่นละมุนละไม ทั้งๆที่ในมือแกร่งคู่นั้นค่อยๆบีบหัวของมนุษย์ที่โชคร้ายคนนั้นจนแหลกเละคามือ

 

 

"นับจากนี้คุณคือแม่พันธุ์หมายเลข 1000 ของผม ช่วยผลิตลูกน่ารักๆให้ผมเยอะๆด้วยล่ะครับ เฟิร์ส"

 

 

เทวทูต...ผู้พรากทุกสิ่งไปจากฉัน

 

 

 

_________________________________________________________

 

 

 

 

"การเพาะพันธุ์จากแม่พันธุ์ลำดับที่ 999 ล้มเหลว....ล้มเหลว....."

 

"ครั้งนี้ก็ยังล้มเหลวอย่างงั้นหรือ"

 

ร่างใหญ่กำยำ รูปลักษณ์อันน่าเกรงขาม ผิวพรรณที่มีโครงสร้างอันแสนแข็งแกร่ง ดวงเนตรใหญ่โตสีทองเหลืองคู่นั้นหรี่ลง เมื่อมองจอแสดงผลจากหลอดเพาะพันธุ์จากแม่พันธุ์ลำดับที่ 999 ขึ้นแสดงภาพบนจอว่าล้มเหลว เขาหลับตาลงก่อนจะลืมตาอีกครั้งแล้วผ่อนลมหายใจ ร่างแกร่งของสิ่งมีชีวิตจากเผ่าพันธุ์ที่ถูกกล่าวขานว่าแข็งแกร่งที่สุดในจักรวาลเดินเข้าไปในห้องเพาะเชื้อ เขายกมือแกร่งขึ้นแตะใบหน้าของแม่พันธุ์คนล่าสุดที่มีท่าทีอิดโรย และกำลังจะหมดลมหายใจ

 

"หลับให้สบายเถอะ 999 คุณทำดีที่สุดแล้ว"

 

โผละ!!!

 

ดวงเนตรคมกล้าพลันแปรเปลี่ยนเป็นแววตาเศร้าหมองและว่างเปล่า เขามองร่างของอดีตแม่พันธุ์ที่ตนเพิ่งทำลายไปจนแหลกเละเหลือเพียงแค่ก้อนเนื้อเลอะไปทั่วพื้นยาน เสียงเข้มเอ่ยคำสั่งเสียงเรียบ

 

"เก็บกวาดด้วย"

 

 

'รับทราบค่ะ ท่านเซเรส'

 

 

ระบบควบคุมอันทันสมัยของยานแม่เอ่ยรับคำสั่งแทบจะในทันที ฉับพลันช่องข้างยานก็ปรากฎร่างของหุ่นยนต์เก็บกวาดเรียงแถวกันออกมาทำความสะอาดพื้นที่เคยเลอะเศษซากของแม่พันธุ์ที่เขาเพิ่งฆ่าไป เซเรสเดินอย่างมั่นคงมาทิ้งตัวนั่งพิงเก้าอี้กัปตันยานของเขา พลางนวดขมับ รูปลักษณ์ใหญ่โตกำยำในตอนแรกเกิดการเปลี่ยนแปลงจนกระทั่งไม่เหลือเค้าเดิมก่อนหน้า ร่างต้นของเผ่า 'ไทรอส' ของเขานั้นน่าเกรงขามและน่าพรั่นพรึง ทุกครั้งที่เขาบุกดาวต่างๆเพื่อนำตัว 'แม่พันธุ์' มาผลิตทายาทให้กับตนเอง 'เซเรส' มักจะปลอมแปลงรูปร่างให้เหมือนกับเผ่าพันธุ์นั้นๆเพื่อเอาใจเหล่าแม่พันธุ์

 

ภารกิจจากดาวแม่เพื่อตามหาตัว 'แม่พันธุ์ที่ดีที่สุด' กลับไปเพื่อผลิตทายาทของเผ่าไทรอสที่เขารับมานั้นช่างกดดันและหนักหน่วง เขาไม่อาจจะละทิ้งภารกิจนี้ได้ เพราะมันมีผลถึงตำแหน่งราชันย์แห่งไทรอสที่เขาต้องช่วงชิงกับเหล่าองค์ชายคนอื่นๆของราวงศ์ไทรอสด้วย

 

ไทรอส เผ่าพันธุ์ที่ถูกขนานนามว่าแข็งแกร่ง ไร้เทียมทาน กำลังประสบกับปัญหาการขาดแคลนประชากรบนดาว เพราะชาวไทรอสเพศหญิงนั้นมีน้อยเกินไป และยังไม่อาจให้กำเนิดลูกได้ทีละหลายๆคนอัตราการให้กำเนิดของพวกเขาต่ำเตี้ยเรี่ยดิน จนประชากรชาวไทรอสเหลือไม่มาก ราชันย์แห่งดวงดาวจึงได้มอบหมาย ภารกิจตามหาแม่พันธุ์ เพื่อนำกลับมาผลิตทายาทให้แก่เหล่าไทรอส เซเรสเองก็เป็นหนึ่งในองค์ชายที่ได้รับเลือกให้ทำภารกิจนี้ และเพราะเป็นองค์รัชทายาท เขาจึงต้องรีบควานหาตัวแม่พันธุ์ให้เร็วที่สุด ก่อนที่พี่น้องของเขาที่เหลือจะหาตัวพบก่อน

 

แต่สุดท้ายกลับมีแม่พันธุ์เพียงหยิบมือที่สามารถรองรับเชื้อของเขาเพื่อผลิตทายาทของเผ่าไทรอสที่ขึ้นชื่อว่ามีพลังมหาศาลและแข็งแกร่งที่สุดในจักรวาลได้

 

 

"ยูน่า ตามหาแม่พันธุ์คนต่อไปให้ผมที...และหวังว่าคราวนี้จะหาแม่พันธุ์ที่สามารถรองรับลูกๆของผมได้ด้วยล่ะ"

 

 

'รับทราบค่ะท่านเซเรส....เริ่มทำการค้นหาแม่พันธุ์ลำดับที่ 1000 ได้'

 

 

'........'

 

 

จักรวาลกว้างใหญ่ เขาเชื่อว่ามันจะต้องมีดาวดวงไหนสักดวง ที่จะมีแม่พันธุ์ที่เหมาะสมให้กับเขา....เซเรสมองจอแสดงผลของยานแม่ตนอย่างใจจดใจจ่อ และเมื่อยูน่า ระบบยานแม่แสนซื่อสัตย์ฉายภาพของดาวสีน้ำเงินดวงหนึ่งขึ้นบนจอภาพ เซเรสพลันเหยียดแผ่นหลังตรง ดวงตาของเขาเป็นประกายวาววับ

 

 

'พบแม่พันธุ์ลำดับที่ 1000 แล้ว.....พบแม่พันธุ์ลำดับที่ 1000 แล้ว....ดาวโลก....เผ่ามนุษย์นาม เฟิร์ส...ดาวโลก....'

 

 

เสียงของยูน่าล้วนไม่ได้แทรกซึมเข้ามาในหูของเซเรสเลยแม้แต่น้อย ไทรอสหนุ่มเหยียดยิ้มดีใจ เนื้อตัวสั่นระริกเมื่อเขาพบเป้าหมายใหม่เสียที ร่างแกร่งของเขาหยัดยืนขึ้นก่อนที่รูปร่างของเขาจะค่อยๆแปรเปลี่ยนไป...เป็นชายหนุ่มเจ้าของเรือนผมสีบรอนด์ทองสว่างงดงามราวกับเทวทูตผู้ส่งสาส์นของพระผู้เป็นเจ้า

 

 

"เจอตัวแล้ว ยอดรักของผม"

 

 

แม่พันธุ์คนที่ 1000 ของเขา เพื่อผลิตเหล่าทายาทแห่งไทรอสให้คงอยู่สืบไป

 

 

ผมจะทำลายดาวดวงนี้ เพื่อตามหาเธอ

 

 

 

 

 

---------------------------------------------------------

เป็นเรื่องแรกที่ลองแต่งแนวๆนี้เลยค่ะ อยากได้แนวแหวกๆไม่เหมือนที่เคยแต่งมา อุแหะ พระเอกเรื่องนี้จะมีความอำมหิตไม่เหมือนมนุษย์(ก็ไม่ใช่มนุษย์นี่นะ...) ทำเรื่องเลวร้ายด้วยใบหน้าแย้มยิ้ม เรื่องนี้จะแนวดาร์กๆนะคะ...ใครไม่ชอบแนวนี้แนะนำกดปิดนิยายเรื่องนี้ไปเลยค่ะ

ปล.ด้วยรัก ไรท์เอง

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 26 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

13 ความคิดเห็น

  1. #7 _victory_88 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 21 พฤศจิกายน 2563 / 15:14
    แอบอยากเหเนร่างจิงด้วยอ่ะ555. รอมาต่อนะค้าาาาาาา. กลิยความเถื่อนงี้ลอยมาแต่ไกลเลยงะ
    #7
    0
  2. #5 Kapooklook (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 11 กรกฎาคม 2563 / 23:05

    มาต่อเถอะค่า อยากอ่านต่อแล้ว สนุกมาก ชอบแนวนี้ๆๆๆ

    #5
    0
  3. #4 wolfofblood555 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 26 มิถุนายน 2563 / 22:52

    โอ้ยชอบบบบบ

    #4
    0
  4. #2 giaares (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2563 / 13:36

    รอติดตามค่ะ

    #2
    0