[Chonnatee] ชลนที #Boy's Love #จบแล้ว

ตอนที่ 64 : บทที่ 52

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,877
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 61 ครั้ง
    21 ส.ค. 59


บทที่ 52


ผมลงจากรถ มองไปทางประตูรั้วบ้านที่เปิดอ้าทิ้งไว้ รถสีเงินจอดขวางหน้าประตูรั้วผิดวิสัยปกติที่ต้องขยับเลื่อนจอดเลียบรั้วนอกบ้าน คิ้วขมวดด้วยความสงสัยไม่นานกระจกรถก็เลื่อนลงให้เห็นหน้าคนขอขับรถตามมาส่งถึงบ้าน 


ผมขยับมือเป็นเชิงถาม ไม่เข้าบ้านกูเหรอ?


พาร์ไม่ตอบ แต่กวักมือเรียกให้ไปหา ผมเลิกคิ้วขึ้นสูงทำตามโดยดี


“เลือดหยุดยัง?”


ผมดึงทิชชูที่เสียบในรูจมูกออก ลองก้มหน้าลง เลือดไม่ไหลออกมาแล้วครับ พอเงยหน้าขึ้นก็สบสายตากับพาร์พอดี สีหน้ามันค่อนข้างพอใจ


“ไม่เป็นไรก็ดีแล้ว งั้นกูไปล่ะ”


“อ้าว ไม่แวะบ้านกู?” ผมถามงงๆ ทุกทีเห็นแวะประจำ


พาร์ถอนหายใจ “เพราะเรื่องเมื่อวานกูโดนสั่งห้ามเข้าบ้านมึง” ชูสามนิ้วให้เห็น


ผมทำหน้าประหลาดใจ “ใครลงโทษมึงเนี่ย แล้วโดนสามเดือนหรือสัปดาห์?”


พาร์ทำหน้าไม่ค่อยอยากพูดถึง เพราะโดนจ้องมากเข้าถึงยอมบอก “น้องน้ำฟ้องกระจาย พ่อมึงทำหน้าทะมึนใส่ ชูสามนิ้วให้เห็น กูนึกว่าจะโดนงดสามเดือนแล้ว”


มุมปากผมกระตุก แต่เวลานี้ไม่ควรหัวเราะ เลยพยายามกลั้นไว้เต็มที่ “อ้อ โดนไปสามสัปดาห์


“สามวันต่างหาก”


“ฮะ? แค่สามวัน?” ผมเบ้ปาก แบบนี้ไม่ต้องลงโทษก็ได้นะพ่อ


เหมือนพาร์อ่านความคิดผมออก ยื่นมือดึงผมเข้าใกล้หน้าต่างรถ ดีดนิ้วใส่หน้าผาก “แค่สามวันก็ทำกูกลุ้มแล้ว ถ้าเกิดมึงไม่ยอมออกจากบ้าน ติดต่อมึงก็ไม่ได้ขึ้นมา กูคง


แววตาพาร์สั่นไหว น้ำเสียงเริ่มแผ่ว “หึ แต่ถึงเจอก็ใช่ว่าจะดีกว่า”


ผมอ้าปากอยากจะพูดบางอย่าง แต่พูดไม่ออก ได้แต่มองกันเงียบๆ จนกระทั่งคนในรถเอ่ยเรียกผม


“ทีกูรู้ว่ามึงกำลังโกรธ แต่อย่าพึ่งเอาความโกรธไปตัดสินใจเรื่องของเราได้ไหม กูขอแค่นี้แหละ”


“คือกู” ผมพูดไม่ทันจบก็โดนพาร์พูดตัดบท


“มึงอยากตอบเมื่อไหร่ก็ตอบ กูไม่รีบ ไปนะเจอกันพรุ่งนี้”


ผมขมวดคิ้วมองรถสีเงินขับห่างออกไปเรื่อยๆ ที่อยากจะบอกคือผมโมโหเรื่องของน้องมากกว่า พาร์ผิดต่อสองสาวเต็มๆ แต่กับผมบอกว่าผิดได้ไม่เต็มปากเรียกว่าผิดคนละครึ่งจะดีกว่า แต่อย่างน้อยผลของมันก็ทำให้ผมนึกเสียใจทีหลังที่ไม่ทำอะไรให้ชัดเจนทั้งที่มีโอกาสหลายครั้ง แล้วเป็นไง สิทธิ์จะเข้าไปโวยวายยังไม่มีเลย


เลื่อนประตูรั้วจนเหลือช่องว่างให้คนเดินเข้าออกได้ ใจก็ครุ่นคิดไปด้วย


จากเรื่องเมื่อวานทำให้ผมเรียนรู้ว่าปล่อยความสัมพันธ์ไว้ครึ่งๆ กลางๆ มีผลเสียมากกว่าผลดี แต่จะไปพูดยังไงกับพาร์ล่ะ เจ้าตัวพึ่งประกาศไม่รีบไปเมื่อกี้เท่ากับสถานะของเราวนกลับมาเป็นแบบเดิมอีกแล้วใช่ไหม


ผมนิ่วหน้า จู่ๆ ก็นึกสงสัยขึ้นมา ถ้าเลือดกำเดาไม่ไหลออกมาก่อนสถานะของเราจะต่างจากตอนนี้หรือเปล่า แต่นึกเรื่องที่ผ่านไปแล้วก็เท่านั้น นึกถึงอนาคตดีกว่าคงถึงเวลาทำอะไรให้ชัดเจนสักที เพราะเจ็บแค่เมื่อวานก็เกินพอ ผมไม่อยากให้เกิดเรื่องซ้ำรอยเดิม


ทันทีที่ตัดสินใจได้ก็เดินไปเข็นจักรยานออกมา ได้แค่ครึ่งทางก็ใช้ขาผลักขาตั้งลง ปล่อยมือจากจักรยานเดินวนไปวนมาอยู่แถวนั้น


ตัดสินใจเป็นเรื่องหนึ่ง ความกล้าก็อีกเรื่องหนึ่ง


ใจเริ่มแบ่งเป็นสองฝ่ายตบตีกันดุเดือดว่าจะไปวันนี้ หรือจะผัดไปพูดวันอื่น สองฝ่ายต่างงัดเหตุผลพูดเถียงอยู่ในหัวไม่เลิก จนผมต้องสะบัดหน้าไล่พวกมันออกไปให้พ้นๆ แล้วสูดลมหายใจเข้าลึกๆ นึกถึงความเจ็บปวดเมื่อวานก็จับจักรยานเข็นต่อ


“จะไปไหนเจ้าที?”


ผมสะดุ้งหันไปเห็นพ่อยืนอยู่หน้าทางเข้าบ้าน มียัยน้ำยืนกอดอกอยู่ใกล้ๆ นึกรู้ทันทีว่าใครคือคนลากพ่อออกมา


“ถ้าจะบ้านพี่พาร์ ห้ามพี่ไปเด็ดขาด!


นั่นไงผมมองทั้งสองนิ่ง ไม่ยอมเผยพิรุธทั้งที่แผ่นหลังเริ่มชื้นเหงื่อ


“แล้วใครบอกว่าพี่จะไปที่นั่น?”


“งั้นพี่จะไปไหน?”


รีบระดมสมองครุ่นคิดอย่างหนัก สายตาเหลือบเห็นของในกำมือก็พูดโพล่งออกไปทันที


“ไปดูเจ้าหมี!


“อะไรนะ!” พ่อกับน้องอุทานพร้อมกัน


“พี่ทำเลือดกำเดาเปื้อนตุ๊กตาหมีของเพื่อนเลยจะไปช่วยซัก”


ไม่พูดเปล่า ชูทิชชู่เปื้อนเลือดที่ยังไม่ได้เอาไปทิ้งให้คนทั้งคู่เห็น “บ้านเขาอยู่แถวนี้แหละ ถึงเพื่อนไม่ต่อว่า แต่พี่อดรู้สึกผิดไม่ได้ คิดว่าไปช่วยซักก็ยังดี”


“ที่เดินวนไปวนมาลูกคิดเรื่องนี้?”


ผมรีบพยักหน้า “ถ้าซักเลือดไม่ออกคงต้องจ่ายค่าเสียหายให้เขา ผมกำลังคิดอยู่ว่าเขาจะรับไหม หรือผมควรซื้อตัวใหม่ไปให้ดี”


หลังพยายามชักแม่น้ำทั้งห้าด้วยเหตุผลอยู่สักพัก ผมก็ได้ฤกษ์เข็นจักรยานออกมาโดยไม่มีคนขัด พยายามทำตัวไม่มีพิรุธ ออกมาได้ก็ดึงประตูรั้วปิด ขี่จักรยานไปทางตรงข้ามกับไปบ้านพาร์ ยอมเสียเวลาอ้อม ปั่นไกลกว่าเดิมเกือบเท่าหนึ่งดีกว่าวนกลับมาแถวหน้าบ้านให้พ่อหรือยัยน้ำสงสัย


ทันทีที่ถึงหน้าบ้านพาร์ ผมจอดจักรยานชะเง้อคอดูลาดเลาก่อน เห็นรถสองคันจอดอยู่ ลุงแทนกับป้าเจนอยู่บ้านแหงๆ เริ่มลังเลว่าจะเดินหน้าหรือถอยก่อนดี แต่ใจอยากเคลียร์ให้จบๆ เลยยกมือกดออด


ติ่งต่อง~


ยืนนิ่งรอ แต่ในใจกระวนกระวายพอสมควร คนที่โผล่มาดูแขกคือลุงแทน ผู้สูงวัยทำหน้าประหลาดใจทันทีที่เห็นผม แววตาเหมือนอยากถามว่าทำไมผมถึงมาอยู่นี่


“เอ่อ คือพาร์” ผมเริ่มอึกอัก ยิ่งคำว่าอยู่ไหมครับ คงโง่เกินไปที่จะถาม เพราะรถมันจอดให้เห็นโต้งๆ


จู่ๆ ลุงแทนก็พูดขึ้นมา “นี่มันสลับกันแล้ว!”  


“ครับ?” ผมทำหน้ามึน ไม่เข้าใจว่าผู้อาบน้ำร้อนมาก่อนอยากบอกอะไรกันแน่


“พาร์ต่างหากที่ควรไปยืนหน้าบ้านนู้นง้อเรา! นี่อะไรให้ทีมาง้อซะงั้น ใช้ไม่ได้!


ผมกระพริบตาปริบๆแค่ผมกับพาร์มีเรื่องกัน พวกผู้ใหญ่ก็รู้กันหมดเลยเรอะ


“เอ่อคือ


“กลับบ้านไปก่อน แล้วถ้ามันไม่คิดง้อเราก็ไม่ต้องไปเสียเวลาง้อมัน”


เรื่องชักเลยเถิดจนผมต้องงัดเรื่องนั้นมาใช้อีกรอบ “คือผมมาเพราะหมีครับ!!


“หมี?!


“ครับ ตุ๊กตาหมีมอมๆ เปื้อนเลือด พาร์น่าจะพึ่งอุ้มเข้าบ้านเมื่อกี้”


“อ้อ พ่อเห็นหิ้วไปด้านหลังบ้าน คงเอาไปซักแล้วหมีตัวนั้นเกี่ยวอะไรด้วย?”


ผมทำหน้าพิลึกยามได้ยินคำแทนตัวของลุงแทน ยังไงก็ไม่ชิน แต่ปากก็ตอบไปฉะฉาน “ผมมีส่วนผิดทำมันเปื้อนเลือด เลยมาช่วยพาร์ซักครับ”


ไม่ได้มาง้อ?”


ผมพยักหน้า พูดยืนยันเสียงหนักแน่น “มาช่วยซักตุ๊กตาหมีครับ”


ผู้สูงวัยกรอกตาไปมา สีหน้าบอกชัด เด็กพวกนี้เล่นบ้าอะไรกัน ถึงอย่างนั้นก็มาช่วยไขประตูบ้านให้


ผมลอบถอนหายใจ ก่อนรีบร้องค้าน “เปิดประตูเล็กพอครับ ผมเอาจักรยานมา แล้วก็รบกวนช่วยเก็บเป็นความลับว่าผมมาที่นี่ด้วยนะครับ”


“ไม่ได้บอกที่บ้านไว้?”


ผมยิ้มแห้ง “ขืนบอกคงไม่ได้มา”


ลุงแทนพยักหน้าเห็นด้วย ช่วยผมยกจักรยานข้ามขอบประตูรั้วเข้ามา พร้อมถามด้วยความข้องใจมาก


“มาเจอหน้าลูกชายพ่อแบบนี้ ไม่โกรธแล้ว?”


ทำไมถึงถามล่ะครับ”


“ทีน่าจะโกรธพาร์จนไม่อยากเห็นหน้านี่น่า อรรถเลยสั่งงดพาร์ไปที่บ้านตั้งสามวัน”


ผมยิ้มเจื่อนๆ ให้ลุงแทน “วันนี้พาร์พูดขอโทษผมแล้ว”


“แค่นั้นก็หายโกรธ?”


ผมมองสีหน้าไม่เชื่อของผู้สูงวัยกว่าก็ได้แต่พูดอ้อมแอ้ม “ผมทำลูกชายลุงร้องไห้น่ะ”


“ใครร้องนะ?!


ผมปิดปากไม่กล้าพูดอีก รีบเข็นจักรยานหาที่จอด หันมาเจอสีหน้าสุดเหลือเชื่อของลุงแทนก็หาทางชิ่ง


“ผมไปช่วยพาร์ก่อนนะครับ”


“เดี๋ยวที! มาเล่าให้พ่อฟัง” 


ผมรีบวิ่งเลียบกำแพงด้านข้างเกือบทะลุถึงส่วนด้านหลังก็ผ่อนฝีเท้าลง แอบเลี้ยวมองด้านหลัง กลัวลุงแทนวิ่งตามมาจริงๆ พอเห็นความว่างเปล่าไม่มีแม้แต่เงาคนก็เผลอถอนหายใจด้วยความโล่งอก หันมาก้าวเท้าเลี้ยวมุมข้างหน้าก็เจอลานเล็กๆ ที่พอมีที่ให้ตากผ้า


พาร์อยู่ที่นั่นจริงๆ นุ่งแค่บ๊อกเซอร์ตัวเดียว กำลังยืนเทผงซักฟอกลงกะละมังใบใหญ่ ตาเผลอกวาดมองแผ่นหลังเปลือยเปล่าไล่ลงมา ตั้งสติได้ก็รีบเบือนสายตาหนี ก่อนขมวดคิ้วเมื่อรู้สึกว่านับวันก็ยิ่งทำตัวแปลกๆ


ก็ใช่ว่าไม่เคยเห็นของคนอื่น ยิ่งเวลาไปเตะบอล ถอดเสื้อเล่นกันทั้งนั้น ไม่เห็นมีอะไรน่ามอง


เหลือบสายตาไปทางพาร์อีกหน มองสักพักก็รีบละสายตามองไปทางอื่น เห็นเสื้อยืดที่จำได้ว่าเป็นของพาร์ตากแขวนไว้ใกล้ๆ ดูท่าทางแห้งดีแล้ว จึงแกะจากไม้แขวนเสื้อเดินเงียบๆ จับเสื้อสวมหัวจากทางด้านหลัง


“เฮ้ย!


ผมรีบปล่อยมือจากผ้า อ้อมมาคว้ากล่องผงซักฟองกับช้อนตักในมือพาร์ แล้วบอกคนที่กำลังตกใจ


“ใส่เสื้อซะ”


พาร์ชะงัก เงียบไปอึดใจหนึ่งถึงพูดโผล่ออกมา น้ำเสียงตกใจยิ่งกว่าที่อุทานเมื่อกี้


“ทีเรอะ!


“เออ กูนี่แหละ”


ผมเอาผงซักฟอกไปเก็บบนชั้นติดผนังบ้าน หันกลับมาพาร์กำลังใส่เสื้อครึ่งๆ กลางๆ จงใจโชว์กล้ามท้องให้เห็น มันกล้ายั่วผมก็กล้ามอง พอเลื่อนสายตาขึ้นไปด้านบนก็สบกับแววตาวาวๆ มองมายิ้มๆ


“เหอะ” ผมหัวเราะในคออย่างหมั่นไส้ เดินผ่านมันไปนั่งยองๆ ข้างกะละมัง จุ่มมือละลายผงซักฟอก “เดี๋ยวกูจะไปฟิตให้กล้ามหน้าท้องขึ้นบ้าง”


“ไม่ต้อง! มึงเป็นแบบนี้แหละดีอยู่แล้ว!


“ทำอย่างกับมึงเคยเห็น” ผมรีบงับปาก เมื่อนึกถึงรอยแดงๆ บนตัวเมื่อคราวก่อน


ความเงียบเริ่มมาเยือน เป็นพาร์ที่ทำลายมันด้วยคำถาม “แล้วมึงมาได้ไง?”


ผมตอบโดยไม่หันมอง “ขี่จักรยานมา”


“แล้วมาทำไม”


นึกได้ว่าหมีอยู่กับมึง” ผมพูดอ้อมแอ้ม งัดข้ออ้างนี้มาใช้อีกรอบ เพราะแค่เห็นหน้ามัน ความกล้าก่อนหน้านี้กลับหดหายไปไหนไม่รู้


“นี่มึงมาเพราะหมี?”


“กูเป็นคนทำเลือดหยดใส่มันนี่”


“อ้อ ต้องขอบคุณเลือดกำเดาของมึงที่ทำให้เราได้กลับเร็ว” พาร์ประชดกลับมา


ผมหลุดขำ เอ่ยล้อเลียนกลับ “ต้องขอบคุณการไล่กวดของมึงด้วย ทำกูหนีหัวซุกหัวซุนตั้งเกือบสองชั่วโมงจนรุ่นพี่ที่ทำหน้าที่เฝ้าดูถึงกับให้กูผ่านทดสอบ”


“ไม่นึกว่ามีผ่านกับไม่ผ่านด้วย”


ผมพยักหน้าเห็นพ้อง “ถ้าตอนบ่ายมึงไปนั่งดักรอกูแบบช่วงเช้า สงสัยเราคงโดนนัดวิ่งซ่อมกันใหม่”


พาร์รับคำในคอ บอกให้รอแปบอย่าพึ่งเอาหมีลงน้ำ ผมเห็นพาร์ที่สวมเสื้อเรียบร้อยแล้วหมุนตัวเดินกลับเข้าบ้านก็ถือโอกาสก้มหน้ามองกางเกงพละที่ใส่อยู่ ลังเลใจอยู่พักใหญ่ สุดท้ายก็ทนความอดอัดไม่ไหว ลุกไปล้างมือแล้วถอดกางเกงพละขายาวออก ดีที่วันนี้ผมใส่บ็อกเซอร์ที่คล้ายๆ กางเกงขาสั้นมา


“อือหือ มึงกล้าวะ”


ผมสะดุ้งโหยง หันขวับมองคนพึ่งกลับมาพร้อมถ้วยใบเล็กในมือ อีกมือถือแปรงสีฟันเก่าๆ มาสองด้าม


“ทำไมกลับมาเร็ววะ!


“กูเตรียมของไว้แล้ว แค่เดินไปหยิบ” พาร์ตอบพลางจ้องผมที่ค้างอยู่ในท่าดึงกางเกงลงถึงเข่าไม่เลิก ให้คนโดนมองรู้สึกหน้าร้อนวาบ


“หันไปเลย!


เรื่องสิ จะถอดก็รีบถอด มัวแต่ชักช้าเดี๋ยวกูทนไม่ไหวไปช่วยถอด มึงจะหนาว” 


กำลังจะด่ามันก็นึกได้ว่าเมื่อกี้ตัวเองก็คงใช้สายตาแบบนี้มองมันไม่จริงน่า!! ถึงนึกสงสัยยังไงก็ต้องปล่อยผ่านไปก่อน ค้างอยู่ท่านี้นานๆ รู้สึกไม่ปลอดภัยอย่างแรง ต้องรีบดึงกางเกงพละออกจากขาด่วนจี๋ พาร์แม่งก็เล่นกระชากกางเกงในมือผมโยนเข้าประตูหลังบ้าน แถมยังตะโกนบอกเสียงดัง


“ฝากเก็บกางเกงให้ทีด้วยนะพ่อ!


“พาร์!


“เคลียร์กันเอาเอง พ่อไม่ยุ่ง!


ผมหมดคำพูดเมื่อเห็นเงาคนเดินหลบจากมุมประตู ก้าวขาข้ามกางเกงพละรีบเดินจากไป นึกไม่ถึงว่าลุงแทนจะมาแอบสังเกตการณ์ พอหันมองพาร์อีกครั้งก็เจอมันกำลังเทผงขาวๆ ลงกะละมัง


“มึงใส่อะไรลงน้ำ”


“เบกกิ้งโซดา” ตอบพร้อมส่งแปรงสีฟันสองด้ามให้ผมถือ 


“ใส่ทำไม?”


“ตัวช่วยทำความสะอาด” ตอบพร้อมอุ้มเจ้าตุ๊กตาหมีสีน้ำตาลลงไปนอนหงายในกะละมัง นอกจากเปรอะเลือดเป็นหย่อมๆ ขนนุ่มฟู่ก็เต็มไปด้วยฝุ่นจนน้ำในกะละมังเปลี่ยนสีในพริบตา


“ดูจากสภาพตอนนี้เหมือนหมีต้องสาปจริงๆ”


ผมพยักหน้าเห็นด้วย พูดเสริม “มิน่า แค่เจ้าของหมีเห็นมัน ถึงได้สติแตกกรีดร้องเสียงดังลั่น” พูดจบก็เผลอถอนหายใจ เพราะสภาพของเจ้าหมีตอนนี้ต่างกับเมื่อตอนกลางวันที่ผมเอาตัวมันไปส่งครั้งแรกราวฟ้ากับนรก


พาร์ส่งม้านั่งให้ผมตัวหนึ่ง ก่อนหยิบของตัวเองเลื่อนมานั่งข้างกะละมัง ดึงแปรงสีฟันในมือผมไปด้ามหนึ่ง เริ่มลงมือขัดสีฉวีวรรณให้ตุ๊กตาหมี ผมเลยทำตามพลางฟังพาร์พูด


“สงสารเจ้าของ ดูก็รู้ว่ารักเจ้านี่มาก แต่เพราะโดนเลือดมึง มันเลยโดนทิ้ง!


ผมทำหน้าหมั่นไส้ใส่พาร์ทันที “ทำเป็นพูดดี ตอนมึงปาหมีกระแทกผนังทำไมไม่คิด โชคดีของเจ้าหมีนี่แล้วที่ตาไม่หลุด จมูกไม่ยุบ ไส้ไม่ไหล”


“หัวกูตอนนั้นว่างคิดเรื่องอื่นที่ไหน!


ผมไม่อยากเจอคำพูดเข้าตัวเลยเปลี่ยนเรื่อง “แล้วมึงซื้อหมีมาทำไม”


“กูไม่ได้ตั้งใจจะซื้อ ที่ยื่นเงินให้ตอนแรกคือจ่ายเป็นค่าซักต่างหาก แต่เหมือนเจ้าของจะไม่กล้าจับตุ๊กตาเปื้อนเลือดกำเดามึง เห็นปุ๊บก็รู้ปั๊บมีชะตากรรมโดนเจ้าของทิ้งแน่ๆ เลยจ่ายเงินเพิ่มเพื่อซื้อตัวมันมา อย่างน้อยหมีตัวนี้ก็มีบุญคุณช่วยกูให้จับมึงได้”


“สรุปจ่ายไปเท่าไหร่?”


“มากพอเอาไปซื้อตุ๊กตาตัวใหม่ แต่ถ้ามีเหลือทอนก็คิดซะว่าให้เป็นค่าทำขวัญ”


ผมจิ้มนิ้วใส่จมูกหมี “ค่าตัวแพงกว่าของใหม่มือหนึ่งอีกนะเนี่ย”


พาร์หัวเราะ ท่าทางเห็นด้วย ผมพูดต่อ


“และดีที่กูโดนรุ่นพี่ตัดสินว่าเป็นอุบัติเหตุ เลยไม่โดนโทษทำของเสียหาย”


“โทษของการทำของเสียหายคืออะไร?”


ผมเลิกคิ้ว “พรุ่งนี้มึงลองไปเดินแถวห้องน้ำในอาคารเรียนรวมสิ หรือไม่ก็รอฟังข่าวอาจารย์ชม นักศึกษาจำนวนหนึ่งบำเพ็ญประโยชน์ช่วยล้างห้องน้ำในอาคารจนเอี่ยมอ่องก็ได้”


พาร์หัวเราะร่วน ผมยิ้มตาม ก่อนจะพากันเงียบ ตั้งใจใช้แปรงสีฟันกำจัดสิ่งปรกออก


แต่กะละมังใบแค่นี้ หมีก็มีตัวเดียว มือเลยกระทบกันบ่อยๆ ไม่หลังมือชนกัน ก็บังเอิญจับทีเดียวกัน โดนตัวกันทีเหลือบมองอีกคนที ถ้าได้สบตา ต่างคนต่างเบือนหน้าหลบ ผมเม้มปากแน่น นึกไม่ถึงว่าแค่นี้ก็ทำผมรู้สึกใจสั่นหน่อยๆ ช่วยตอกย้ำความจริงอีกครั้งว่า ระหว่างเราไม่สามารถกลับเป็นเพื่อนกันได้อีกแล้ว


ถ้าไม่คิดก้าวไปข้างหน้าก็มีแต่แยกจาก


เป็นอีกครั้งที่รู้สึกว่าควรทำอะไรให้ชัดเจนสักที


“ที”


“หือ?”


พาร์เงียบไปนาน ก่อนถาม “มึงคิดอะไรอยู่”


ผมอ้าปากจะพูด แต่เสียงดันไม่ออก ทำยังไงก็ไม่ออก ได้แต่พ่นลมหายใจยาวเหยียด


บรรยากาศที่ก่อนหน้านี้ผ่อนคลายเปลี่ยนเป็นอึดอัดในพริบตา พวกผมช่วยขัดเจ้าหมีทุกซอกมุม เสร็จแล้วพาร์ก็ลุกไปหยิบสายยางเตรียมเปิดน้ำ ผมรีบเอาหมีออก เทน้ำสกปรกลงพื้น ระหว่างรอน้ำเต็มกะละมังก็ไม่มีใครพูดอะไรออกมา กระทั่งล้างฟองออกจากตัวตุ๊กตา เอาไปแช่น้ำผสมน้ำยาปรับผ้านุ่มจางๆ ก็ยังมีแต่ความเงียบ


ผมพยายามหยุดสายตาไว้ที่เจ้าหมีในกะละมัง สภาพของมันดูดีขึ้นโข รอยเลือดจางลงจนดูไม่ออก ไม่แน่ว่าหลังเอาไปตากแดดจนแห้งเจ้าหมีตัวนี้อาจกลับมามีสภาพดังเดิมก็ได้ ได้เวลาก็ยกเจ้าหมีขึ้น ต่างคนต่างช่วยกันบีบไล่น้ำออกจากตัวตุ๊กตาให้ได้มากที่สุด ก่อนเอาตัวไปตากแดด


ผมปล่อยพาร์เดินไปราวตากผ้าแบบกางตั้งพื้นคนเดียว สายตาคอยจับจ้องแผ่นหลังของผู้ชายคนหนึ่งพยายามจับหมีนอนคว่ำพาดตัวบนท่อนอลูมิเนียมทั้งสามในท่าที่จะไม่พลัดตกลงมา ตัดสินใจเด็ดขาดว่ายังไงก็ต้องพูดออกไปให้ได้ จึงส่งเสียงถามคนที่อยู่ห่างออกไปเล็กน้อย


“มึงยังอยากคบกับกูอยู่ไหม?”


พาร์เกือบทำหมีร่วงจากราว จากที่บรรจงหามุมวางหมีดีๆ ก็เปลี่ยนเป็นพาดลวกๆ รีบหมุนตัวกลับมามองผม “มึงว่าอะไรนะ!!


“เวลาที่ขอไปจากมึงน่าจะหมดแล้ว เลยว่าจะตอบคำถาม”


“กูบอกไปแล้วว่าไม่รีบ!


“แต่กูไม่อยากหนีอีกแล้ว”


“เดี๋ยว! รอก่อน!


ผมเลิกคิ้วเมื่อเห็นท่าทางตื่นตระหนกของพาร์ “มึงไม่อยากฟัง?”


พาร์ส่ายหน้า แปบเดียวก็พยักหน้า ไม่รู้เอาไงกันแน่ ท่าทางทั้งสับสนทั้งแตกตื่น ดูไม่พร้อมจะฟังอย่างแรง แต่ผ่านไปสักพักสีหน้าพาร์กลับค่อยๆ สงบลง มีเพียงแววตาที่ดูกังวลใจอย่างหนัก เห็นท่าทางพาร์ในตอนนี้ทำให้ผมนึกถึงคนที่กำลังยืนต่อหน้าผู้พิพากษาอย่างบอกไม่ถูก


ผมหยุดมองคนตรงหน้าที่เอาแต่ก้มหน้าดูพื้น พร้อมกับสูดลมหายใจเข้าออกหลายครั้ง รวบรวมความกล้าอยู่พักใหญ่กว่ากลั้นใจพูดประโยคบางอย่างออกไปด้วยความยากลำบาก  


“กูชอบมึง”


“ฮะ!!” พาร์รีบเงยหน้าขึ้นมองผมทันที สีหน้าตกใจมาก แววตาผสมปนเปด้วยรู้สึกหลากหลายจนอ่านไม่ออก ถึงอย่างนั้นผมก็พูดต่อ พึ่งจะได้รู้ว่ายากที่สุดก็คือคำแรก คำต่อๆ มาไหลลื่นขึ้นเยอะ ยิ่งพูดน้ำเสียงก็ยิ่งผ่อนคลาย


“เมื่อก่อนเคยชอบ ตอนนี้ชอบกว่า เพราะงั้นคำตอบจากกูคือตกลง ไม่ว่าจะเรื่องคบ หรือเรื่องหัวใจ”


คนตรงหน้าผมเป็นผู้ชายผู้ชายแน่นอน ถ้าไม่นับผม สายตาของมันก็ไม่เคยมองผู้ชายคนไหนในแง่นี้สักคน บางทีถ้าไม่มีผม มันคงเลือกคบผู้หญิงที่ชอบพอ ถ้าเข้ากันได้ดีอาจถึงขั้นแต่งงานมีลูกมีครอบครัวที่สมบูรณ์พร้อม ซึ่งเรื่องนี้ผมให้พาร์ไม่ได้แน่นอน เพราะงั้นหลังเห็นภาพมันอยู่กับผู้หญิงเมื่อวาน ถึงจะเจ็บมาก แต่อีกใจผมก็เผลอคิดว่าดีแล้ว ยิ่งตอนที่ใจเริ่มเย็นลง ผมถึงขั้นคิดจะปล่อยมือด้วยซ้ำ


ผมอยากให้พาร์ได้เจอกับสิ่งที่ดีกว่าในอนาคต แต่ว่ามันกลับเสียน้ำตาเพราะผม พยายามรั้งผมไว้ ทำในสิ่งที่ผมไม่กล้าทำ เพราะแบบนั้นผมเลยเกิดอยากทำอะไรตามใจตัวเองบ้าง ต่อให้ในอนาคตอาจจะรู้สึกเสียใจที่เลือกแบบนี้ก็จะไม่โทษใครทั้งนั้น


สบตาพาร์อย่างแน่วแน่ เห็นสีหน้าอีกฝ่ายตกตะลึงอย่างหนัก จู่ๆ หยาดน้ำตาของมันกลับร่วงหยดลงมาให้ผมตกใจ


อีกแล้วทำพาร์เสียน้ำตาอีกแล้ว


ระหว่างกำลังทำหน้าเสียปนไม่เข้าใจ คนทำน้ำตาร่วงก็พุ่งเข้าหา รวบตัวผมไปกอดซะแน่น 


“ที


เสียงเรียกชื่อสั่นเครือพอๆ กับร่างกาย แวบแรกผมตกใจ ก่อนค่อยๆ ลดอาการเกร็ง วางคางไว้บนไหล่พาร์ ยอมปล่อยให้มันกอด เอ่ยถามด้วยความข้องใจ


“มึงเสียใจที่กูบอกรัก?”


“ดีใจต่างหาก!! ดีใจที่สุด! ขอบคุณที่เลือกกู”


ผมลอบถอนหายใจอย่างโล่งอก ยกสองแขนขึ้นกอดพาร์แน่นๆ บ้าง แอบขำที่เห็นมันสะดุ้งเฮือก ก็นะ นี่ครั้งแรกที่ผมได้กอดพาร์ตอบแบบนี้ ซึมซับความอบอุ่นที่แผ่กระจายไปทั่วใจอยู่ครู่ใหญ่ ถึงลดเสียงลงเหลือแค่กระซิบ 


“แต่กูอาจจำเป็นต้องตั้งเงื่อนไขกับมึง”


“จะอะไรก็ได้ทั้งนั้น!นี่ ดียิ่งกว่าที่คิดไว้อีก กูนึกว่าจะจะเสียมึงไปแล้ว”


ผมย่นคิ้วเมื่อได้ยินเสียงพูดปนสะอื้น ตบไหล่ปลอบเบาๆ “ถ้ามีอีกคราวหน้าก็ไม่แน่”


“ไม่มีแล้ว! รับรองเลย!


“ไปเคลียร์กับน้องๆ ด้วย”


“ครับ”


“ส่วนเงื่อนไขของกูมีแค่สองข้อกับหนึ่งสัญญา ถ้ามึงตกลง


“กูตกลง!


ผมนิ่วหน้า อดพูดอย่างตำหนิไม่ได้ “มึงยังไม่ทันได้ฟัง อย่าพึ่งตอบตกลงง่ายๆ”


“กูพูดจริง มึงจะตั้งเงื่อนไขกี่ร้อยกี่พันข้อก็ได้ทั้งนั้น เทียบกับไม่ต้องเสียมึงไป มันก็แค่เรื่องเล็ก!


นึกไม่ถึงว่าพาร์จะมีความคิดคล้ายๆ กัน ผมกลั้นยิ้ม “มึงตกลงก่อนก็ได้ แต่ยังไงต้องฟังอยู่ดี ไม่งั้นเดี๋ยวหาว่ากูเอาเปรียบ” เมื่อพาร์เงียบไม่คัดค้านจึงพูดต่อ


“เงื่อนไขแรกหัวใจของกูมึงขอดูแล เพราะงั้นกูจะขอหัวใจของมึงมาดูแลเหมือนกัน”


พาร์ผละห่างจากตัวผมเล็กน้อย แววตาเชื่อมหวานจนคนโดนมองแทบหลอมละลาย แต่ต้องรีบดึงสติกลับมายกมือขวางกันริมฝีปากที่เคลื่อนเข้าหากะทันหัน ตาจ้องตาในระยะประชิด คนจู่โจมไม่โกรธครับ มันจับมือผมให้อยู่นิ่งๆ แล้วประทับรอยจูบลงมาหนักๆ


ผมสะดุ้งโหยง ตรงฝ่ามืออย่างกับมีกระแสไฟฟ้าแล่นจากรอยจูบวิ่งวนไปทั่วทั้งร่าง แล้วยังไปจุดไฟบนหน้าอีก ชักมือกลับแทบไม่ทัน พอก้าวถอยหลังเว้นระยะจากพาร์หน่อย คนถูกทิ้งห่างรีบก้าวตามมาติดๆ แววตาเจิดจ้าทอประกายมีความสุข ไม่เหลือร่องรอยคนพึ่งร้องไห้เมื่อครู่อย่างกับโดนหลอก


“ขอจูบ


“เงื่อนไขที่สอง” ผมพูดรัวๆ ยกมือขวางไม่ให้มันเข้ามาใกล้มากกว่านี้ กลัวใครบางคนหน้ามืดจนคิดอยากรังแกกันตอนนี้ “ถ้าวันไหนไม่อยากได้หัวใจของกูแล้ว กูขอคืนทั้งของตัวเองและของมึง วันนั้นจะเป็นวันที่เราไม่มีพันธะต่อกัน และอาจไม่ได้เจอกันอีก”


อารมณ์บนใบหน้าพาร์แปรเปลี่ยนฉับพลัน ผมกลืนน้ำลายลงคอ พยายามจ้องสู้แววตาคุกคามประกาศชัดว่าลองคืนมาดูสิ น่ากลัวว่ามันคงจับผมขัง


“นี่มึงฟังประโยคต้นของกูดีแล้วใช่ไหม” ถามอย่างไม่แน่ใจ


“ได้ยินชัด แต่มันขัดหู!”   


เหงื่อผมเริ่มซึมเพราะกลัวโดนหมาป่าใกล้ๆ ขย้ำกินฐานพูดจาขัดรูหู


“เอ่อ เรื่องสัญญาข้อเดียวของกู” ผมพูดอึกอักอย่างรู้ดีว่าเรื่องต่อไปต้องเรียกว่าขัดใจ จึงกลั้นใจบอกรวดเดียวจบ “คือมึงห้ามจับกูกิน จนกว่ากูจะอายุยี่สิบเอ็ด”


“ไม่มีทาง!” น้ำเสียงแข็งกร้าว แววตาข่มขู่จนผมแอบผวาอยู่ในใจ


“แต่มึงรับปากตกลงไปแล้ว!” ส่งแววตาสื่อกลับไปว่า อยากไม่ฟังก่อนตกลงเอง “อีกอย่างไปสัญญาอะไรกับผู้ใหญ่ไว้ มึงก็ควรจะรักษาคำพูด”


“นั่นแค่ยี่สิบ! แต่มึงบอกยี่สิบเอ็ด!


“เดือนหน้าจะวันเกิดกูแล้วนี่ ต้องบวกเพิ่มสิ”


สีหน้าพาร์ยามนี้ดุจเจอพายุฝนฟ้าคะนอง ซัดกระหน่ำใส่จนเปียกปอนทั้งตัว ริมฝีปากสั่นระริกเอ่ยเสียงตัดพ้อ ยิ่งแววตาไม่ต้องพูดถึง ผมที่เริ่มรู้แกวรีบเหลือบตาไปมองหมีด้านหลังมันแทน


“มึงจะใจร้ายปล่อยกูอดอยากปากแห้งถึงสองปี?”


ผมเม้มปากก่อนพยักหน้ายืนยันความใจร้ายของตัวเอง เห็นพาร์เงียบไปจึงดึงสายตากลับมามอง ทันได้เห็นหมาป่ากำลังห่อเหี่ยวได้ที่ มองไปก็น่าสงสาร แต่ผมสงสารตัวเองมากกว่าเลยยืนเงียบกริบ


ก็ได้” พาร์สูดลมหายใจเข้า แต่แววตามุ่งมั่นอะไรบางอย่าง “กูสัญญา แต่ในฐานะที่เป็นแฟนกัน กูขอทวงสิทธิ์แทะๆ เล็มๆ ในเวลาที่หิวจัด”


“ฮะ!


“ไม่สิ แค่หิวเฉยๆ ก็พอเอาแบบนี้แหละ”


“ไม่” หลุดเสียงไปแค่คำเดียวก็โดนสวนกลับมาทันที


“กูยอมมากพอแล้ว มึงหมดสิทธิ์ปฏิเสธครับ และตอนนี้กูต้องการจูบ!


คอเสื้อผมโดนกระชาก วินาทีต่อมาริมฝีปากถูกช่วงชิง สัมผัสหยาบโลนมากแตกต่างจากครั้งก่อนสิ้นเชิง ยิ่งโดนสัมผัสนานเท่าไหร่ผมยิ่งหงุดหงิดมากเท่านั้น ทันทีที่ปากเป็นอิสระ ผมก็สวนหมัดกระแทกเข้าท้องพาร์จนตัวงอ จ้องมองโจรขโมยจูบท่าทางจุกจนพูดไม่ออกด้วยแววตาเย็นชา


“ถ้าคราวหน้ากล้าปล้นจูบกันแบบนี้อีก กูชกมึงคว่ำแน่!



 

สถานะของผมกับพาร์เปลี่ยนไปแค่อาทิตย์เดียว ก็เข้าสู่ช่วงเตรียมตัวผจญสอบกลางภาคที่จะเกิดขึ้นทันทีหลังเปลี่ยนเดือนใหม่ ต่างคนต่างยุ่งกับเรื่องนี้จนต้องห่างกันสักพัก เรายังติดต่อผ่านข้อความเป็นหลัก บางครั้งโทรคุยให้ได้ยินเสียงบ้าง ห่างกันหลายวันก็จะมีใครสักคนหอบหิ้วหนังสือมาอ่านเป็นเพื่อน


มรสุมช่วงสอบทำให้คู่รักที่เกิดขึ้นหลังวันวาเลนไทน์เริ่มมีปัญหา เพื่อนหลายคนในคณะผมมีเรื่องทะเลาะกับแฟนทั้งแบบสาระและไร้สาระ คิดว่าทางนิติคงมีเหมือนกัน พาร์ถึงได้ทำตัวไม่เป็นธรรมชาติ คอยระมัดระวังมากเกินไปจนผมอึดอัด ทนได้ไม่กี่วันก็ต้องจับตัวมันมาคุยให้รู้เรื่อง


“กูแค่ไม่อยากให้เราทะเลาะกัน”


ผมพ่นลมหายใจหลังได้ยินเหตุผล “มึงคิดว่าแค่ทะเลาะกันก็ทำให้เราเลิกคบกันแล้ว?”


“กูไม่รู้ แต่อะไรที่เป็นต้นเหตุทำให้เกิดได้ก็ควรระวังไว้ก่อน”


“แต่การระวังของมึงกำลังทำให้กูอึดอัด รู้ตัวไหม?”


ไม่”


ผมมองคนกำลังทำหน้าสลดอย่างอ่อนใจ ลืมไปว่ามันมีผมเป็นแฟนคนแรก  


“ฟังกูนะ ช่วงนี้ความยากอยู่ที่การแบ่งเวลาให้อีกคน เพราะถ้าร้องเรียกมากเกินไปก็ทำอีกคนรำคาญ ถ้าหายไปเลยก็ทำอีกคนกังวล ดังนั้นการกระทบกระทั่งกันในช่วงสอบไม่ใช่เรื่องแปลก และแค่เรื่องสอบก็เครียดพอแล้ว กูไม่อยากให้เรามาเครียดเรื่องแฟนเพิ่ม”


“ขอโทษ”


“มาขอโทษทำไม” ผมดันหน้าผากพาร์ให้เงยหน้าขึ้นมาสบตากัน “กูรู้ว่ามึงเห็นคู่อื่นมีปัญหาเลยกังวลมาก แต่คู่อื่นส่วนคู่อื่น คู่เราก็ส่วนคู่เรา ยิ่งมึงฝืนตัวเองมากเท่าไหร่ยิ่งทำกูอึดอัดใจ แล้วถ้ากลัวทะเลาะก็ไม่ต้องพูด แค่อยู่ข้างๆ กันเป็นพอ เหมือนตอนที่เราอ่านหนังสือสอบอยู่บ้านทากะซังไง กูชอบความสบายใจแบบนั้น เพราะงั้นช่วยปล่อยตัวตามสบายเวลาอยู่กับกูเถอะ ถือว่ากูขอ”


แววตาพาร์เปล่งประกายประหลาด ริมฝีปากคลี่ยิ้มจนแก้มแทบปริบ แถมยังขยับหน้าเข้ามาใกล้ ขโมยหอมแก้มกันดื้อๆ


“กูดีใจที่ได้รักมึงนะ”


ผมหน้าร้อนผ่าวกับคำกระซิบบอกรัก


“แก้มแดงแหนะ”


“ชะ ช่างกูเหอะ” ผมส่งเสียงดุกลบเกลื่อนอาการเขิน “หันหลังมา! แล้วอ่านหนังสือสอบของมึงไป!


“ครับๆ” 


ผมชอบช่วงเวลาแบบนี้ นั่งพิงหลังกันและกัน ไม่ต้องมีคำพูด ไม่ต้องมองหน้า ความสนใจพุ่งไปยังสิ่งที่ต้องทำจนถึงช่วงเวลาหนึ่งที่หลุดออกจากภวังค์ แผ่นหลังก็สัมผัสได้ถึงไออุ่นของอีกคน พอคิดว่าอีกคนกำลังพยายามก็ก่อเกิดแรงฮึดให้พยายามเช่นกัน


ผมละสายตาจากหนังสืออีกครั้ง มองเวลาใกล้เที่ยงเต็มทีเลยทิ้งแรงไปด้านหลัง อีกฝ่ายโขกหัวกลับมาเบาๆ เหมือนถามว่ามีอะไร


“กลางวันนี้อยากกินอะไร?”


“ไม่ต้องทำ เดี๋ยวพาไปหาอะไรกินข้างนอก”


“กูทำแค่แปบเดียว ไม่เสียเวลาอ่านหนังสือหรอกน่า อีกอย่างได้ทำอาหารก็ช่วยกูผ่อนคลายดี”


รองจากมึง


ผมยิ้มให้กับความคิดตัวเอง สำหรับผม คนข้างหลังเป็นอะไรหลายๆ เป็นคนสำคัญจริงๆ นั่นแหละ นึกถึงคำพูดบอกรักเมื่อครู่ก็ได้แต่แอบงึมงำพูดบ้าง


“กูก็ดีใจที่ได้ชอบมึงเหมือนกัน”


“อะไรนะ!


ที่พิงหลังขยับหนีกะทันหัน ผมเลยล้มหงายท้อง ก่อนหัวถึงพื้นมีมือมารองรับ โดนลากทั้งท่านอนมาหนุนตักของอีกคน แค่พาร์ก้มหน้าลงมาสายตาเราก็ประสานกัน


“พูดเสียงเบาเท่ายุงบินแบบนั้นได้ไง ได้ยินไม่ชัดครับ พูดใหม่อีกครั้งเร็ว”


“เรื่องสิ!


“ถ้าไม่ยอมพูดจะเปลี่ยนเป็นจูบแทน!


มีขู่! ผมแยกเขี้ยวใส่พาร์ ทำท่าจะลุกขึ้น กลับโดนมือข้างหนึ่งกดหน้าผากดันให้นอนลงที่เดิม ไม่ทันตั้งตัวก็ถูกมือพาร์ปิดตา สัมผัสได้ถึงความนุ่มหยุนที่ริมฝีปาก ตอนแรกผมเกร็งเพราะกลัวจะโดนจูบแบบคราวก่อน แต่สัมผัสคราวนี้เต็มเปี่ยมความรักใคร่เอ็นดู เป็นจูบที่อ่อนโยนมากจนผมคลายอาการเกร็ง ยอมจูบตอบ ต่างคนต่างถ่ายทอดความรู้สึกที่มีส่งผ่านไปพร้อมจูบนี้ เนิ่นนานจนผมเกือบขาดอากาศหายใจพาร์ถึงยอมถอนจูบออก


แว่วเสียงกระซิบแผ่วคล้ายคนกำลังละเมอ “อยากกินมึงจัง”


พลั่ก!


ผมผลักหัวพาร์ออกห่าง รีบกลิ้งตัวหนีออกมาให้พ้นรัศมีอันตราย อ่านหนังสือในห้องนอนเป็นความคิดที่ผิดจริงๆ ด้วย ผมรีบคว้ากองชีทบนพื้น พุ่งตัวไปทางประตู


“จะไปไหน!


“ไปอ่านหนังสือข้างล่าง


“ให้แมวกวน?”


ผมสะอึกกับคำถามแทงใจ ลืมไปว่าถึงไม่มีคนอื่นในบ้านก็ยังมีฮิเมะอยู่ในกรง ถ้าลงไปเจ้าเหมียวต้องส่งเสียงร้องไม่หยุดจนกว่าจะได้ออกมาป่วน จึงรีบพลิกลิ้นเปลี่ยนคำพูดโดยเร็ว


“มึงบอกจะพาไปกินข้าวข้างนอกนี่ เปลี่ยนบรรยากาศอ่านหนังสือบ้างก็ไม่เลว”


“ไหนว่าจะทำอาหาร


“เปลี่ยนใจแล้ว จะไปหรือไม่ไปก็เรื่องของมึง กูลงไปเตรียมรถก่อนล่ะ”




“หลงทาง! คำแก้ตัวห่วยๆ เป็นสปายมากกว่า สารภาพมาคนคณะไหน!


“ระ เราหลงทางจริงๆ นะ!


ผมก้าวเท้าเข้าพื้นที่ของสถาปัตย์ไประยะหนึ่งก็ได้ยินเสียงข่มขู่ลอยเข้าหู หันไปเจอภาพเจ้าถิ่นหกคนยืนล้อมเป็นวงกักตัวผู้บุกรุกทั้งสามไว้ตรงกลาง มองดูแล้วน่าจะปีเดียวกับผม เป็นภาพที่เริ่มชินตา เคยนึกมาตลอดว่ากิจกรรมที่ทุกคนตั้งหน้าตั้งตารอคอยคงเหมือนเกมกีฬา อารมณ์คล้ายงานกีฬาสี แต่ความจริงแล้วไม่ใช่เลย


พอผ่านพ้นเดือนมีนาต้อนรับวันแรกของเมษาบรรยากาศภายในมหาลัยก็ตึงเครียดกะทันหัน จะเดินไปไหนต้องระวัง โดยเฉพาะพื้นที่ของแต่ละคณะ รุ่นพี่เริ่มเตือนไม่มีเหตุจำเป็นอย่าเฉียดไปใกล้คณะอื่น ส่วนพื้นที่สาธารณะหรือเรียกสั้นๆ ว่าส่วนกลาง ผู้คนบางตามาก ใครมีเพื่อนหรือแฟนอยู่ต่างคณะอยากนัดเจอคงต้องใช้พื้นที่ส่วนกลาง ไม่ก็นัดเจอนอกมหาลัยสถานเดียว ไม่เช่นนั้นคงมีสภาพโดนล้อมเหมือนผู้หญิงสามคนตรงนั้น


กำลังจะละสายตาไปทางอื่น ดันไปสบตาหนึ่งในคนตรงกลางเข้า เห็นอีกฝ่ายรีบชี้นิ้วตรงมา เอ่ยเถียงคนล้อมไฟแลบ


“หมอนั่นยังเดินเข้าออกได้เลย ไม่ใช่คนคณะนี้สักหน่อย!” 


ผมกรอกตายามรับรู้ถึงสายตาหกคู่ตวัดมา พลางสบถในใจ


คิดลากคนอื่นไปซวยด้วยชัดๆ !!


------------------------------------------------------

Talk: 18/08/2016

มาทิ้งตอนใหม่ก่อนไปนอน 555+

บทหน้าเข้าสู่ช่วงสงครามสายน้ำแล้วค่ะ คิดว่านักอ่านหลายท่านคงกำลังรอคอยกิจกรรมนี้ สารภาพตามตรง เราแอบกดดัน กลัวถ่ายทอดออกมาได้ไม่ดีพอกับความคาดหวัง (เราจะพยายามนะ) 

ไว้เจอกันพฤหัสหน้าค่ะ

ป.ล. เตือนสักนิด อีกสองวันหมดเวลาโหวตแล้วเน้อ

อยากได้อะไรเป็นของแถมในรอบพรีออเดอร์กันเอ่ย? >> http://fans.vote/v/ACmrx8cvUhE

------------------------------------------------------

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 61 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,841 ความคิดเห็น

  1. #2821 KiHaE*129 (จากตอนที่ 64)
    วันที่ 28 กันยายน 2562 / 03:15

    เป็นแฟนกันแล้ววววววววววววววววววว

    ตัดสินใจถูกแล้ว

    ช่วงที่มีความสุขควรเรียบคว้าไว้

    ปล่อยให้อนาคตเป็นเรื่องของอนาคต

    #2,821
    0
  2. #2597 FairyP718 (จากตอนที่ 64)
    วันที่ 21 เมษายน 2560 / 12:58
    น่าเห็นใจพาร์นะ เหยื่อ (?) อยู่ตรงหน้าแต่กินไม่ได้ หึหึ
    #2,597
    0
  3. #2215 shshshx (จากตอนที่ 64)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2560 / 22:52
    พาร์สู้เค้าาาาาา
    #2,215
    0
  4. #2098 shin ai2 (จากตอนที่ 64)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2559 / 01:00
    พาร์เคะมากกกกกกกกกกก
    #2,098
    0
  5. #2008 malilyy (จากตอนที่ 64)
    วันที่ 4 กันยายน 2559 / 15:42
    สงสารพาร์ 55555555
    #2,008
    0
  6. #2004 baekbow (จากตอนที่ 64)
    วันที่ 4 กันยายน 2559 / 14:16
    เอิ่ม นี่มันสงครามจริงๆใช่ไหม 555 จะสนุกหรือเครียดดี
    #2,004
    0
  7. #1926 เกริด้า(๐-*-๐)v (จากตอนที่ 64)
    วันที่ 27 สิงหาคม 2559 / 14:55
    จุดพุๆๆๆๆๆๆๆๆ วิปปี้~~~ \^O^/ เขาคบกันแล้นนนนนนนนนนนนน!!
    #1,926
    0
  8. #1914 EchizenRyoma (จากตอนที่ 64)
    วันที่ 23 สิงหาคม 2559 / 12:06
    ในที่สุด....หลังจากลุ้นมานาา
    #1,914
    0
  9. #1912 Florin-lan (จากตอนที่ 64)
    วันที่ 19 สิงหาคม 2559 / 22:26
    ราคาประมาณเท่าไหร่อ่ะ?
    #1,912
    0
  10. #1910 The_Fear (จากตอนที่ 64)
    วันที่ 18 สิงหาคม 2559 / 17:31
    ให้พาร์อดอยากสองปีนี่แน่ใจแล้วหรอคะที
    หมาป่าพอมันสะสมความหิวโหยมากๆ พอได้อาหารมามันก็จะกินไม่ยั้งเลยนะคะ....
    ศึกแรกจะหนักเอาการนา.....
    #1,910
    0
  11. #1909 K H ! M # (จากตอนที่ 64)
    วันที่ 18 สิงหาคม 2559 / 12:30
    ดีใจด้วยยยยย~ ในที่สุดก้สมหวังกันซะที เย้~
    (ยังไงก้ยังคงเซ็งกะความงี่เง่างอแงของเบอร์กะน้ำอยู่ดีค่ะ =_=)
    #1,909
    0
  12. #1908 akiria (จากตอนที่ 64)
    วันที่ 18 สิงหาคม 2559 / 12:07
    แม่คะ เค้าหวานกันจนเรากินน้ำปลาแบบไม่รู้สึกเค็มได้เลยค่ะ 55555
    #1,908
    0
  13. #1907 mukmixdada (จากตอนที่ 64)
    วันที่ 18 สิงหาคม 2559 / 10:47
    เป็นแฟนกันแล้ว รอมานานมากกกกกกกกกก หลังจากนี้ขอหวานๆนะคะ 555555
    #1,907
    0
  14. #1906 Whatever it is (จากตอนที่ 64)
    วันที่ 18 สิงหาคม 2559 / 08:57
    ดีกันแล้วววว ดีจาย
    #1,906
    0
  15. #1905 pandaztik (จากตอนที่ 64)
    วันที่ 18 สิงหาคม 2559 / 08:17
    คนโสดอิจฉาคนมีแฟน T T
    #1,905
    0
  16. #1904 เนรุ (จากตอนที่ 64)
    วันที่ 18 สิงหาคม 2559 / 07:54
    เค้าเป็นแฟนกันแล้ว พาร์หมาป่าจอมหื่น ทีก็พอกาน

    อ่านแล้วอารมณ์ดีเลย คู่นี้

    #1,904
    0
  17. #1902 1234_DuncAn (จากตอนที่ 64)
    วันที่ 18 สิงหาคม 2559 / 07:25
    เข้าออกได้เพราะเป็นสะใภ้นะครึ 555
    #1,902
    0
  18. #1900 Thedrm. (จากตอนที่ 64)
    วันที่ 18 สิงหาคม 2559 / 06:54
    โอ๊ะโอ ทีซวยแล่ววววว
    #1,900
    0
  19. #1899 Bks Bongkiz (จากตอนที่ 64)
    วันที่ 18 สิงหาคม 2559 / 06:38
    แฟนกันแล้วววว
    #1,899
    0
  20. #1898 cartoon-Phat (จากตอนที่ 64)
    วันที่ 18 สิงหาคม 2559 / 06:02
    แงงงงงงงงงงทีรู้ใจตัวเองล้าววว ปลื้มปริ่ม
    #1,898
    0
  21. #1897 mothergod (จากตอนที่ 64)
    วันที่ 18 สิงหาคม 2559 / 05:49
    กรี๊ดดดดดดด ฟินนน รออ่านต่ออ
    #1,897
    0
  22. #1896 >haruhi (จากตอนที่ 64)
    วันที่ 18 สิงหาคม 2559 / 04:06
    อีกสองปีนะพาร์ อย่าเพิ่งขาดใจตายไปก่อนล่ะ55555
    #1,896
    0
  23. #1895 Sed leo (จากตอนที่ 64)
    วันที่ 18 สิงหาคม 2559 / 03:29
    น่อววววววน่ารักกันจริงจริ๊งงงง
    #1,895
    0
  24. #1894 Som O Usanee (จากตอนที่ 64)
    วันที่ 18 สิงหาคม 2559 / 03:28
    อร๊ายยยยยยยย น้องพาร์ของเจ้ฟินตัวแตกไปแล้วจ้าาาาาาาาา อยู่ ๆ น้องทีก็มาสารภาพความในใจถึงที่เลย กิ๊ววววววววว แต่มีสัญญามาให้น้องพาร์ทรมานใจเล่นหนึ่งข้อสินะ เอาเถอะ ทนไม่ได้ก็ต้องทน อิอิ คนไม่เคยมีแฟนก็แอบกังวล แต่ก็พากันผ่านไปได้ ทุกสิ่งต้องเรียนรู้กันไปค่ะ ใจเย็น ๆ จะถึงสงครามสายน้ำแล้ว ตื่นเต้นจังเลย หนุ่ม ๆ ตัวเปียก ๆ งี้ 55555
    #1,894
    0
  25. #1893 ยัยปีโป้ (จากตอนที่ 64)
    วันที่ 18 สิงหาคม 2559 / 03:23
    สมหวังแล้วนะพาร์ ดีใจด้วย อิอิ
    ประโยคเด็ดของตอนนี้ที่เราชอบรองจากฉากบอกรัก ก็คือ "ผมมาเพราะหมีครับ" 5555555555555
    #1,893
    0