[Chonnatee] ชลนที #Boy's Love #จบแล้ว

ตอนที่ 62 : บทที่ 51

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,476
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 49 ครั้ง
    18 ส.ค. 59


บทที่ 51


“พี่พาร์ไม่ได้อยากไปหรอก”


“แต่ก็ไป” น้ำสวนเบอร์ดี้กลับไปทันที


สองสาวเถียงกันอยู่เบาะหลังตั้งแต่เบอร์ดี้ขึ้นรถมา ผมเคาะนิ้วกับพวงมาลัย นึกหงุดหงิดการจราจรที่ติดได้ติดดีมากกว่าเสียงน้องๆ ซะอีก


“พี่พาร์จำใจไปแน่นอน!” 


“เห็นสีหน้าจำใจเหรอ?”


“ก็ไม่แต่เมื่อคืนตอนเบอร์เข้าไปหา พี่พาร์ดูหงุดหงิดนะ”


“ก็แค่เมื่อคืน!”       


“อย่าหาเรื่องกันนะน้ำ!


“ก็มันน่าไหมล่ะ ถ้าพี่พาร์นอกใจพี่ทีนะ มีโกรธ!!


“สาวๆ” ผมเรียกทั้งคู่ก่อนจะเถียงกันหนักกว่านี้ “พี่ว่าเราเปลี่ยนแผนไปรถไฟฟ้ากันเถอะ”


เมื่อไม่มีใครคัดค้าน พอรถเคลื่อนตัวได้ผมก็พยายามหาทางชิดซ้าย ขับเลี้ยวเข้าห้างใกล้ๆ วนหาจนได้ที่จอดรถก็พาสองสาวเดินทะลุห้างออกมาขึ้นบีทีเอสไปสยามแทน ใช้เวลาไม่นานเราก็มาถึงสถานีสยาม คนเยอะจนผมต้องรีบคว้ามือน้องคนละข้างกันพลัดหลง แม้เข้าห้างมาแล้วผมก็ยังไม่กล้าปล่อยมือ กวาดมองฝูงชนตรงหน้าแล้วแอบผวา


คนเยอะไปไหน!


เบอร์ดีเขย่าแขนผม “ไปอุโมงค์ปลาค่ะ พี่พาร์นัดเพื่อนไว้ที่นั้นตอนสิบเอ็ดโมง”


“ฮะ?” ผมมึนนิดๆ “นัดเจอที่อุโมงค์ปลาเลยเนี่ยนะ?”


“ไม่ใช่ค่ะ นัดเจอกันหน้าทางเข้า”


ผมร้องอ้อในใจ แม้จะร้อนใจอยากไปเห็นกับตา แต่


“ตั้งแต่เช้าเบอร์กินอะไรมายัง?” ผมจ้องสาวน้อยที่ตอนแรกพยักหน้า แต่พอโดนจ้องหนักเข้าหน้าก็เริ่มเจื่อน สารภาพเสียงอ่อย


ยังค่ะ”


ก็ว่าอยู่ ผมได้ยินเสียงท้องร้องของใครสักคนตั้งแต่อยู่ในรถล่ะ


“งั้นไปหาอะไรกินกันก่อน” ผมสรุป


“แต่” น้ำทำท่าจะแย้ง แต่ถูกผมเอ่ยขัด


“ถ้าท้องหิวจะไปมีแรงสู้ได้ไง” พอน้ำเงียบผมก็พูดเสียงอ่อนลง “เอางี้ พี่ให้น้ำเลือกว่าจะกินอะไร”


ยัยน้ำรีบบอกแบบไม่เสียเวลาคิด “แฮมเบอร์เกอร์!


เลือกเพราะใช้เวลากินน้อยที่สุดชัดๆ


พวกผมใช้เวลาเติมพลังงานแค่ยี่สิบนาที ก่อนมาเยือนโลกใต้ทะเลที่อยู่ชั้นล่างสุด ก่อนซื้อตั๋วผมคุยกับพนักงานถามหาโปรโมชั่นถึงรู้ว่าใช้บัตรแรบบิทจ่ายจะได้ส่วนลด เลยให้สองสาวรอที่นี่ ส่วนตัวเองย้อนกลับไปเติมเงินบัตรแรทบิททั้งสามใบ แล้ววนกลับมาซื้อตั๋วอีกครั้ง


ได้ตั๋วปุ๊บ สองสาวแทบจะฉุดลากผมเข้าข้างในทันที


“เรากำลังตามหลังพี่พาร์สิบห้านาที” น้ำบอก


ผมแอบงง “ไม่ใช่สี่สิบห้า?” ไหนว่านัดสิบเอ็ดโมงไง


“สิบห้าต่างหาก น้ำเห็นพี่พาร์เข้าไปกับตา มองนาฬิกาด้วย ไม่มีพลาด”


“มากันกลุ่มใหญ่เลยค่ะ เกือบสิบคนได้ มีทั้งชายและหญิง” เบอร์ดี้ให้ข้อมูลเพิ่ม


“เป็นคู่ๆ อีกต่างหาก อย่างกับนัดบอด!


“อคติไปแล้วนะน้ำ” เบอร์ดี้พูดเสียงขุ่น “พวกพี่เขาอาจแค่มาเที่ยวเฉพาะกลุ่มเพื่อนก็ได้! ตอนเบอร์โทรไปบอกก็ย้ำแล้วว่าแค่อาจจะมีผู้หญิงไปเที่ยวด้วย”


“ตอนนี้ก็มีจริงๆ แล้วนี่!


สองสาวเริ่มถกเถียงกันอีกแล้ว ผมต้องคอยพูดปรามไม่ให้ส่งเสียงดังรบกวนคนอื่น มองน้องทั้งสองสะบัดหน้าใส่กันก็ชักเห็นอนาคตรางๆ สองคนนี้มีสิทธิ์แตกหักได้เพราะเรื่องพวกผมแน่ๆ


หลังจากนี้คงต้องคอยระวังแล้วสิ


ผมพยายามดึงน้องมาดูพวกสัตว์น้ำเป็นระยะ น่าเสียดาย พวกมันไม่ได้ช่วยให้สองสาวใจเย็นขึ้นเลย เอาแต่ลากผมเดินตามหาพาร์จนเจอตัวนั่นแหละถึงดึงผมไปซ่อน มองสองสาวที่กลับมาสามัคคีก็ได้แต่ปลงตก แม้สองเสียงจะกระซิบเถียงกันอยู่ก็ตาม


“อยู่ตามลำพังกับผู้หญิงตำตา!


“เพื่อนพี่พาร์ก็อยู่ใกล้ๆ นี่ไง!


ผมพ่นลมหายใจให้สองสาว แล้วเหลือบมองพาร์ยืนดูปลาตู้หนึ่งคู่กับผู้หญิงแปลกหน้าได้เพียงแวบเดียวก็ละสายตาหนี ไม่อยากเห็นภาพแบบนี้ ทั้งที่ในความจริงสมควรเป็นแบบนี้ใช่ไหม?


“เบอร์!” น้ำเรียกเพื่อนอย่างหมดความอดทน “จะคิดในแง่ดีไปถึงไหน ลองมองดีๆ สิ จงใจยืนกระจายเป็นคู่ๆ แบบนี้ เขาเรียกนัดบอดแล้ว!


“แต่


“ถ้าอยากเถียง งั้นก็ชี้ตัวเพื่อนพี่พาร์ในกลุ่มผู้หญิงมาสิ”


“เบอร์ไม่ได้รู้จักเพื่อนพี่พาร์ทุกคนสักหน่อย!


“งั้นน้ำออกไปถามให้เอง!


คนหนึ่งจะออกไปลุย อีกคนคว้าตัวเพื่อนร้องห้าม วุ่นวายจนผมปวดหัวกว่าจะห้ามปรามได้คอก็ชักเริ่มแห้ง  


“แล้วพี่ทีจะซุ่มดูแบบนี้เหรอ” น้ำถามอย่างขัดใจ


หลักฐานยังไม่พอ” ผมว่าเสียงนิ่ง


“ไม่พออะไร” น้ำสะบัดเสียงใส่ “มาเที่ยวกับผู้หญิงก็ถือว่าผิดแล้ว!


ถ้าเป็นแฟนกันล่ะก็นะแต่ผมกับมันยังไม่ได้เป็นอะไรกันนี่


ผมซ่อนแววตาหม่นของตัวเองไม่ให้น้องๆ เห็น พอพวกพาร์เคลื่อนตัว น้องๆ ก็ดึงผมเดินตามซุ่มดูไม่ให้คาดสายตา แม้ไม่อยากเห็น แต่ภาพของมันเดินยิ้มหัวเราะกับผู้หญิงก็อยู่ในสายตาผมตลอดเวลา


เจ็บ


ยิ่งเห็นมันส่งยิ้มให้คนอื่นก็ยิ่งเจ็บ


ผมยกมือกำอกเสื้อตัวเองบางทีหัวใจผมคงมีแผลล่ะมั้ง มันถึงได้เจ็บขนาดนี้ เจ็บจนอยากร้องไห้


ผมสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เงยหน้ามองด้านบนให้น้ำตาที่เกือบไหลออกมาย้อนกลับคืนที่ของมัน ก่อนจะคว้าตัวสองสาวลากออกมาจากตรงนั้นด้วยเหตุผลสั้นๆ


“พี่หิวน้ำ”


ผมพาน้องๆ ไปซื้อน้ำจริง แต่จากราคาแพงของมันเลยซื้อแค่แก้วเดียว ผมเลือกแก้วมีฝาปิดรูปเพนกวิ้นถือเป็นของฝากให้น้องอัน เจ้าตัวเล็กต้องชอบแน่ๆ นึกถึงน้องคนเล็กผมก็อดยิ้มไม่ได้ ป่านนี้คงนอนหลับกลางวันกับฮิเมะล่ะมั้ง แต่พอหันมาเจอสายตาสองคู่ที่มองมาน้ำตาคลอก็ตกใจ


“เฮ้ย! เป็นอะไร?!” ไม่มีใครตอบ ผมก็เริ่มเลิ่กลั่ก “หรือว่าอยากได้ฝารูปอื่น?”


ถามแค่นั้นน้องๆ ก็ปล่อยน้ำตาไหลพรากๆ จนผมต้องรีบจ่ายเงิน พาตัวหลบออกมาจากร้านค้า มองหาที่นั่งก็ไม่ว่าง เลยลากหลบมุมไม่ให้ยืนเกะกะขวางทางใคร


“ร้องทำไม” ผมถามเสียงอ่อน


“เพราะพี่นั่นแหละ!” ยัยน้ำทุบมือใส่ท้องผมไม่ยั้ง แต่แปบเดียวก็โผมากอดผมแน่น “น้ำไม่ชอบให้พี่ทีเศร้า ยิ่งยิ้มทั้งที่กำลังเศร้า น้ำยิ่งไม่ชอบ!


“เอ๊ะ


“เบอร์ก็ไม่ชอบ พี่ทีอย่าทำหน้าเหมือนจะร้องไห้เลยนะ เดี๋ยวเบอร์” คนพูดสูดน้ำมูก “เบอร์จะไปจัดการพี่พาร์ให้เอง!


ผมชะงัก ไม่คิดว่าตัวเองจะเผลอแสดงอารมณ์ออกไปทางสีหน้าขนาดนั้น หลังพยายามปรับสีหน้าใหม่ก็ดึงผ้าเช็ดหน้าของตัวเองออกมาเช็ดน้ำตาให้เบอร์ดี้ ยื่นผ้าให้สั่งน้ำมูกออกมา แล้วหันไปดึงผ้าเช็ดหน้าอีกผืนจากกางเกงยัยน้ำ ดันน้องสาวออกห่างตัวจัดการเช็ดน้ำตาน้ำมูกให้


นานแล้วเหมือนกันที่ผมไม่ได้ทำอะไรแบบนี้ให้น้อง และจากประสบการณ์ผมไม่กล้าพูดอะไรสักคำ เพราะเดี๋ยวน้องจะร้องไห้มากกว่าเดิม รอจนสองสาวหยุดน้ำตาได้ถึงจูงมือเตรียมพากลับบ้าน อารมณ์นี้ให้อยู่เที่ยวต่อก็คงไม่มีใครอยากเที่ยวแล้วล่ะ เผลอๆ ถ้าบังเอิญไปเจอพาร์อาจมีเรื่อง


แต่ใครจะรู้ว่าวันนี้ดวงผมตกอย่างหนัก ดันได้ปะทะคนที่ไม่อยากเจอเข้าจังๆ ที่อุโมงค์ปลา 


พาร์หุบยิ้มทันทีที่เห็นพวกเรา มันมองสองสาวแล้วมองผม แววตาเปลี่ยนไปฉับพลัน


“ไปเหอะพี่” น้ำสะบัดหน้าใส่พาร์ หันมาลากตัวผมเดินต่อ


“เดี๋ยวสิน้ำ คือว่า” เบอร์ดี้ทำท่าจะพูดอะไรบางอย่าง แต่เสียงที่ว่ากลับหยุดลงหลังได้ยินเสียงนุ่มนวลของผู้หญิงข้างตัวพาร์  


“มีอะไรเหรอพาร์?”


ผมเหลือบมองมือเรียวเล็กของผู้หญิงเอื้อมมาจับแขนมัน เหมือนแผลในหัวใจโดนกรีดซ้ำ เจ็บจนไม่รู้จะบรรยายยังไง ผมรีบเบือนหน้าหนีภาพตรงหน้า กำลังจะจูงน้องๆ เดินผ่าน แต่ยัยน้ำกลับสะบัดมือผมหลุดพุ่งไปเตะหว่างขาพาร์เต็มๆ แถมยังกรีดร้องใส่


“น้ำเกลียดพี่!


ผมรีบตามไปตะครุบตัวน้องสาวลากกลับมาหาเบอร์ดี้ที่ยืนอ้าปากเหวอ แววตาตระหนกสุดๆ ยามเห็นพี่ชายแท้ๆ ทรุดฮวบไปนั่งกับพื้น เสียงสั่นๆ เอ่ยเรียกพี่ชายตะกุกตะกัก


“พะพี่”


ผมพยายามจับล็อกยัยน้ำที่กำลังดิ้น ลองปล่อยหลุดไปสิคงเข้าไปซ้ำพาร์แน่ อยู่นานกว่านี้คงไม่ได้แล้ว ผมรีบหันไปถามเบอร์ดี้รัวเร็ว


“เบอร์ล่ะ จะอยู่นี่หรือจะไปกับพี่?”


บอร์ดี้มองผมสลับกับพาร์ที่ยังลุกไม่ขึ้นไปมา แววตาลังเลอย่างเห็นได้ชัด แต่พอเหลือบมองคนมีสีหน้าตกใจย่อตัวลงนั่งคุกเข่าข้างพาร์ก็ยื่นมือคว้าชายเสื้อผม พูดเสียงหนักแน่น


“เบอร์ไปด้วย!


ผมพยักหน้าให้เบอร์ดี้เก็บแก้วน้ำที่พื้นแล้วเดินตามมา ส่วนอีกคนพอโดนผมจับอุ้มท่าเจ้าหญิงก็คว้าคอผมไปกอด ซบหน้ากับไหล่ปล่อยโฮออกมาไม่อายใคร


ระหว่างพาตัวเดินออกมาเร็วๆ ผมถูกเจ้าหน้าเข้ามาขวาง ต้องเสียเวลาตอบคำถามสักพักกว่าพวกเขาจะหลบทางให้ผมพาสองสาวออกมา หลังพาขึ้นรถไฟฟ้าผมก็โดนประชาชีจ้องเอาๆ ก็คนหนึ่งเล่นสะอึกสะอื้นไม่หยุด อีกคนก็ทำท่าจะเป่าปี่ตามเพื่อนทุกเมื่อ


แค่วันนี้ผมได้เจอประสบการณ์หลากหลาย ได้ทำกระทั่งฉาบปูนที่หน้า ดีที่คู่นี้อายุแค่สิบสาม และผมกับน้ำหน้าตาคล้ายกัน ไม่งั้นผมอาจโดนสังคมรุมประณามปาข้าวของใส่ไปแล้วก็ได้


ที่สุดผมก็ทนเห็นเด็กสองคนนี้ซึมเศร้าไม่ไหว จึงลากตัวไปเลี้ยงไอศกรีมปลอบใจในห้างที่ผมจอดรถทิ้งไว้ มองทั้งคู่กินไป นั่งตาแดงจมูกแดงไป เห็นแล้วก็ได้แต่อ่อนใจ ขณะเดียวกันก็รู้สึกโชคดีที่มีสองสาวมาเป็นเพื่อน ไม่งั้นผมคงผมสะบัดหน้าไล่เรื่องนั้นทิ้ง ก่อนชวนสองสาวคุยเรื่อยเปื่อย กินเสร็จก็พาไปเดินเล่น พยายามดึงความสนใจไปที่สิ่งของรอบตัว รอจนอารมณ์สองสาวดีกว่านี้ค่อยพากลับบ้าน


แต่ใครจะคาดคิดว่าที่บ้านมีระเบิดเวลาลูกเล็กๆ รอคอยผมอยู่


ทันทีที่เจ้าตัวเล็กเห็นหน้าผมก็แผดเสียงร้องไห้ใส่ทันที กลางวันโดนน้องสาวทุบท้อง ตกบ่ายโดนน้องคนเล็กวิ่งมาทุบต้นขา แต่แรงน้อยกว่าน้ำเยอะผมเลยไม่ค่อยเจ็บ พูดอะไรบ้างก็ไม่รู้ยืดยาวมาก แต่จับใจความได้แค่ ทิ้งอันกับ หนีเที่ยว


ผมที่วันนี้รู้สึกเหนื่อยทั้งกายและใจก็ได้แต่ฝืนยิ้ม พยายามปลอบน้องคนเล็กด้วยเหตุผลที่เด็กคนนี้น่าจะเข้าใจที่สุด


“ถ้าพี่พาอันไปด้วย ใครจะอยู่กับฮิเมะล่ะ”


คนร้องไห้เริ่มชะงัก ผมได้จังหวะพูดปลอบอีกสองสามประโยค เจ้าตัวเล็กถึงยอมพยักหน้าหงึกๆ ว่าเข้าใจ ผมส่งสัญญาณให้เบอร์เอาแก้วน้ำในมือให้น้อง อันถึงได้ยิ้มออกนี่ถ้าให้แก้วน้ำผิดจังหวะคงโดนน้องโยนทิ้งพื้นแหงๆ


เสร็จสิ้นภารกิจครอบครัว ผมก็บอกแม่สั้นๆ ว่าวันนี้ไม่กินข้าวเย็น แล้วชิ่งหนีมาก่อนโดนซักถาม


ขึ้นถึงบนห้องก็ดึงสมาร์ทโฟนที่สั่นเป็นระยะตั้งแต่ออกจากโลกใต้ทะเลยัดใส่ลิ้นชัก ไม่คิดแลดูหน้าจอ ผละเดินมาหน้าตู้หนังสือ เริ่มค้นหาบอร์ดกระดานเล็กๆ


จำได้ว่าเก็บไว้แถวนี้เจอล่ะ


ผมมองข้อความเดิมที่ดูเลื่อนๆ ตามกาลเวลา ห้ามรบกวนคนอ่านหนังสือสอบ นึกย้อนดูจากเด็กเตรียมสอบวันนั้นกลายมาเป็นเด็กปี1 เทอม2 ในวันนี้เวลาผ่านไปเร็วเหมือนกันนะครับ


ผมลบข้อความเดิมทิ้งหาปากกาบอร์ดมาเขียนข้อความใหม่


ขอมีเวลาส่วนตัวบ้าง ห้ามใครรบกวน


หลังเอาไปแขวนหน้าห้องก็ดึงปิดประตูกดล็อกทันที ถ้าไม่ใช่ระดับไฟไหม้บ้าน ประตูบานนี้จะไม่เปิดออกจนกว่าจะถึงพรุ่งนี้


แค่คิดก็เผลอถอนหายใจ ถึงไม่อยากไปก็ต้องไป ไม่งั้นเจอพี่ดินอบรมยาว


ผมหมุนตัวเข้าห้อง มองข้าวของที่ไม่ใช่ของผม หัวใจพลันเจ็บแปล๊บ แอบถามตัวเองว่า เพราะรู้ตัวช้าเกินไปใช่ไหม


หึ เสียมันไปก่อนที่จะได้ทำอะไรซะอีก โง่เป็นบ้า


ผมหัวเราะเยาะตัวเองในใจ เพราะไม่อยากจมอยู่ในความผิดหวังแม้แต่วินาทีเดียว จึงคว้าเจ้าเครื่องเล่นเพลงพกพาตรงไปที่เตียง หลังเอาหูฟังครอบหัวก็ทิ้งตัวบนฟูกนอนทันที เปลือกตาปิดลง ปล่อยให้ท่วงทำนองเพลงวนเวียนภายในหัวเพียงอย่างเดียวโดยไม่คิดอะไรอีกเลย 


ช่วงเวลาหัวค่ำ ผมพึ่งออกจากห้องน้ำ แว่วเสียงเอะอะเหมือนคนมีกำลังทะเลาะกัน ว่าจะไม่สนใจ แต่เสียงที่ว่าดังใกล้เข้ามาเรื่อยๆ จนตอนนี้ถกเถียงกันอยู่หน้าประตูห้องผม


“พี่ไปกับผู้หญิงคนนั้นแล้ว จะกลับมาที่นี่อีกทำไม! ไปเลยนะ! อย่ามาเข้าใกล้พี่ชายน้ำ!!


“มันไม่ใช่อย่างนั้น!


ผมชะงักทันทีที่ได้ยินเสียงน้ำกับพาร์ รู้ตัวอีกทีก็ยืนหน้าบานประตู ยื่นมือแตะลูกบิด สองจิตสองใจจนยืนค้างอยู่ในท่านั้น  


“น้ำเห็นเต็มสองตายังไม่ใช่อะไรอีก!


“ให้พี่คุยกับที!


“ไม่มีทาง!


แว่วเสียงเบอร์ดี้พยายามพูดให้น้ำใจเย็นๆ ก่อนบานประตูโดนทุบกระหน่ำจนผมสะดุ้งโหยง เผลอปล่อยมือจากลูกบิด ก้าวถอยห่างมาหน่อยอย่างตกใจ


“ทีเปิดประตู!


“ไม่เห็นป้ายหรือไง พี่ไม่เปิดหรอก เคาะให้ตายก็ไม่เปิด!


คำพูดของน้ำเรียกสติผมกลับคืนมา จ้องประตูด้วยแววตาหม่นๆ อยู่ใกล้แค่นี้แต่ผมกลับไม่มีสิทธิ์ คิดพลางหมุนตัวเอนหลังพิงบานประตูเบาๆ อย่างหมดแรง หลับตาลงฟังสองเสียงที่ถกเถียงกันไม่จบไม่สิ้น


ใจที่เย็นขึ้นกว่าเดิมทำให้ผมคิดบางอย่างขึ้นมาได้ ถ้ายังไงก็ต้องสูญเสียมันไปล่ะก็ ปล่อยมือตอนนี้น่าจะดีกว่า เจ็บวันนี้ยังพอทนไหว แต่เจ็บในวันหน้าผมอาจทรมานจนอยากตายเพราะมัน


“เด็กๆ ทะเลาะอะไรกัน?” เสียงพ่อแทรกขึ้นมา 


ผมยืนฟังบทสนทนาเงียบๆ จนกระทั่งไม่มีเสียงใดๆ อยู่หน้าห้องถึงเดินกลับไปที่เตียงนอน รีบหยิบหูฟังมาสวม ดื่มด่ำในเสียงเพลงเพื่อผ่อนคลายอารมณ์ของตัวเองให้มากที่สุด ก่อนที่ความเครียดจะทำผมไข้ขึ้น



 

“เหล่าผู้มีค่าหัวหน้าใหม่ทั้งหลาย ถึงเวลาพิสูจน์ความสามารถครั้งแรกของตัวเองกันแล้ว วันนี้พวกเธอจะได้ลิ้มรสการเป็นผู้ถูกล่า จะโดนล่าหรือหนีรอด ขึ้นอยู่กับตัวพวกเธอเอง วันนี้ไม่มีพวกหน้าเก่า ไม่ต้องกลัวไปจะไปหนีทับเส้นทางของใคร จงหนีให้เต็มที่ ขอให้โชคดี”


เสียงตบมือดังขึ้นทันที ก่อนจะค่อยๆ ซาลง ฟังรุ่นพี่อีกคนออกมาพูด


“พวกเธอมีเวลาเตรียมตัวสิบนาที ก่อนเราจะปล่อยผู้ไล่ล่าลงสนาม พวกเธอต้องเอาของกลับมาก่อนได้ยินเสียงสัญญาณตอนเที่ยงตรง หลังสัญญาณดังจะไม่มีการไล่ล่าเกิดขึ้น ต่างฝ่ายต้องกลับมาที่พักตัวเอง และจะเริ่มไล่ล่าอีกครั้งในช่วงบ่ายโมงครึ่ง ใครมีคำถาม?”


คนนั่งหน้าผมยกมือถาม “ถ้าโดนจับตัวได้จะเป็นยังไงคะ?”


“เธอจะโดนผู้ไล่ล่าคุมตัว ถ้ามีโอกาสก็หลบหนีออกมา อย่าลืมว่าพวกเธอต้องหนีเอาตัวรอด อย่าโง่ไปนั่งเฉยๆ ให้เหล่าสามีคณะคุมตัวได้ง่ายๆ ล่ะ”


“ออกไปเตรียมตัวกันได้แล้ว!


วันนี้ผมสวมผ้ารองเท้าผ้าใบ กางเกงพละขายาว เตรียมมาลุยเต็มที่ ส่วนท่อนบนเป็นเสื้อยืดคอกลมที่ได้รับแจกมา ผู้ถูกล่าคือเสื้อสีฟ้าอมเขียว ส่วนฝ่ายไล่ล่าคือเสื้อส้ม แบ่งแยกชัดเจนว่าใครอยู่ฝ่ายไหน ดีที่เป็นการหนีครั้งแรกผู้ไล่ล่าเลยมีแค่หนึ่ง ถึงเจอคนเสื้อส้มคนอื่น ถ้าไม่ใช่พาร์ ต่อให้ผมเดินเฉียดผ่านหน้าก็ไม่โดนจับ


แต่หลังจากนี้คงเพิ่มจำนวนผู้ไล่ล่าทุกการฝึกซ้อม ตำแหน่งฝึกซ้อมไล่ล่าต้องให้สามีคณะรับผิดชอบครับ รุ่นพี่ให้เหตุผลว่า เมื่อสามีฝึกเป็นผู้ไล่ล่าก็จะเข้าใจทั้งวิธีหลบหนีของสะใภ้คณะ และวิธีรับมือผู้ไล่ล่าเอง เป็นการเตรียมพร้อมป้องกันและช่วยเหลือสะใภ้คณะในวันสงคราม


เสียงสัญญาณปล่อยตัวผู้ไล่ล่าดังขึ้น เหล่าคนที่เดินทอดน่องก็ตื่นตัวแยกย้ายหนีกันกระจัดกระจาย


แววตาผมเปลี่ยนเป็นจริงจังระหว่างย้ายตัวเองหาที่กำบังให้พ้นจากสายตาคนอื่น ลอบมองคนเสื้อส้มวิ่งผ่านไปเป็นระยะ ได้จังหวะก็เคลื่อนไหวบ้าง บางทีผมควรหาตัวพาร์ให้เจอก่อนคงทำให้ได้เปรียบกว่า ติดแต่ว่าผมไม่อยากเห็นหน้ามันนี่สิ


ผ่านมาหลายชั่วโมง ผมก็นึกสงสัยว่าไอ้คนที่ควรไล่ผมหายหัวไปไหน นี่ขนาดผมเดินชิวๆ ล่อเป้าอยู่กลางถนน มันยังไม่โผล่หัวให้เห็นเลย


สาเหตุที่ผมมาเดินโชว์ตัวแบบนี้ เพราะของที่ต้องหิ้วไปส่งก่อนเที่ยงครับ มันคือเจ้าตุ๊กตาหมีตัวโตพอๆ กับน้องอัน ของชิ้นใหญ่ที่สุดในบรรดาของทั้งหมดที่รุ่นพี่เตรียมมาให้จับฉลาก ช่วยยืนยันชัดเจนว่าผมกำลังดวงตก


เมื่อครึ่งชั่วโมงก่อนผมผ่านไปเจอเจ้าหมีกำลังนั่งยิ้มแป้นบนเก้าอี้ไม้ ไม่ทุกข์ร้อนแม้อยู่กลางแดดในลานกิจกรรมของพวกวิศวะ แถวนั้นมีเสื้อส้มซุ่มอยู่เพียบ ผมเลยยังไม่กล้าไปเอา กลัวพาร์อยู่แถวนั้น เลยตัดสินใจล่อเป้าให้พาร์มาแถวนี้ก่อน แต่แผนนี้คงเป็นหมันแล้วล่ะ


ผมพ่นลมหายใจ เมินคนเสื้อส้มที่เลิกคิ้วใส่ระหว่างเดินผ่าน คงประหลาดใจที่ผมมาเดินให้จับง่ายๆ มั้ง


คิดพลางเดินเซ็งๆ กลับลานวิศวะ ระหว่างทางเจอคู่หนึ่งกำลังวิ่งไล่จับอย่างสนุกผมคงเป็นคนเดียวที่ไม่โดนไล่ล่าล่ะมั้ง น่าเบื่อชะมัด ผมเดินดุ่มๆ ไปคว้าเจ้าหมีมา แล้วเดินไปอาคารหอสมุด ข้างๆ หอสมุดมีร้านคาเฟ่ห้องแอร์อยู่ครับ นั่นแหละ สถานที่ต้องกลับไปของผม  


แค่โผล่หน้าผ่านมุมตึกห้องสมุดก็รีบถอยหลังแทบไม่ทัน เพราะไอ้คนที่ผมสงสัยว่าหายไปไหน มันกำลังนั่งบนบันไดขั้นสองของทางขึ้นเข้าร้านคาเฟ่ครับ สีหน้าพาร์เครียดขึง แววตาดุดันจนเหล่าเสื้อฟ้าอมเขียวเดินถือของขึ้นบันไดไปมองมันไปอย่างกล้าๆ กลัวๆ แค่เห็นก็รู้แล้วครับว่าตัวเองหมดสิทธิ์ผ่าน นอกจากรอเสียงสัญญาณดัง


หลังนิ่วหน้างึมงำด่าไอ้คนฉลาดแกมโกงจนหน่ำใจ ก็พยายามมองหาทางเข้าอื่น เจอแค่ต้นไม้ให้ปีนขึ้นไป แต่แบกหมีปีนด้วยคงไม่ไหว แถมยังมีกฎห้ามทำของจับฉลากเสียหาย ผมเดาว่าคงครอบคลุมถึงความสะอาดด้วยล่ะมั้ง


มองหมีสีน้ำตาลขนนุ่มฟู่ในอ้อมกอด แล้วถอนหายใจ ควานหามือถือมาดูเวลา เจอแต่ความว่างเปล่า


อ้อ ผมทิ้งมือถือไว้ที่บ้านนี่หว่า


เลยเดินย้อนกลับไปหน้าห้องสมุด มองผ่านกระจกดูนาฬิกาติดฝาผนัง อ้าวเฮ้ย เหลืออีก 5 นาที ช่างหัวพาร์แล้ว! ผมหมุนตัวออกวิ่งไปทางคาเฟ่ แค่โผล่หน้าไปก็จ้องมา ขณะกำลังจะวิ่งขึ้นบันได ไอ้คนนั่งอยู่ดันลุกเอาตัวมาขวางทางขึ้น ผมเขยิบไปทางซ้าย มันตามมาขวาง ย้ายไปทางขวาก็ตามอีก


“หลีกไป!” ผมผลักพาร์ให้หลบไปพ้นทาง แต่มันกลับคว้าแขนผมไปบีบแน่น


“ไม่! มาคุยกันให้รู้เรื่องก่อน!


ต่างคนต่างจ้อง พาร์ไม่ถอย ผมก็ไม่ถอย เป็นผมที่ส่งเสียงหัวเราะในคอ จงใจส่งเสียงเย้ยหยัน


“มาดักรอแทนที่จะตามหาตัวกู น่าภูมิใจฉิบหาย”


“ที!


ผมสะบัดแขนออก “มึงในตอนนี้ไม่มีสิทธิ์มาพูดอะไรทั้งนั้น ถอยไป!


“ไม่!


ผมส่งแววตาเย็นชาให้มัน “ถ้าอยากให้กูคุยด้วยก็ใช้ความสามารถมึงตามจับตัวกูให้ได้สิ”


พูดแค่นั้นผมก็เดินเบียดพาร์ขึ้นบันได ไม่คิดเหลียวหลังไปมอง และพยายามไม่สนใจอาการเจ็บแผลตรงอก ผมเข้าใจดี บาดแผลยังใหม่ กว่าจะหายคงต้องใช้เวลา



 

แฮ่กๆๆ


ผมหอบหายใจรัวด้วยความเหนื่อย สำนึกขึ้นมาทันที ไม่น่าอารมณ์ขึ้นจนไปพูดท้าทายพาร์เลย


สูดลมหายใจเข้าลึกๆ ผ่อนออกยาวๆ ไม่กี่ครั้ง ก็ผละจากที่ซ่อนตอนนี้เตรียมไปต่อ อยู่ที่เดิมนานๆ ไม่ได้หรอก พาร์แม่งหาเก่ง ไม่แค่นั้น ทั้งฝีเท้าทั้งการไล่ต้อนดักคนก็ทำได้ดีจนผมเกือบจนมุมหลายครั้ง ข้อได้เปรียบเดียวของผมคือชำนาญพื้นที่มากกว่ามัน แต่เพราะโดนไล่ต้อนแบบนี้ ผมเลยไม่มีโอกาสได้ตามหาของในฉลาก


เฮ้ย!


ผมรีบก้มตัวหมอบกับพื้น หลบสองมือที่จู่ๆ ก็โผล่มาด้านข้างกะทันหัน พาร์เลยตะครุบได้แต่อากาศ ผมใช้โอกาสที่อีกฝ่ายไม่ทันตั้งหลักออกวิ่งเต็มฝีเท้า รู้สึกถึงรังสีคุกคามแผ่มาจากข้างหลังก็ชักหน้าซีด ต่อให้เหนื่อยแค่ไหนก็ไม่คิดผ่อนความเร็ว


ยิ่งเวลาผ่านไป จำนวนครั้งที่พาร์เข้ามาจู่โจมผมก็ยิ่งมาก ผมเริ่มเครียดรับรู้ว่าร่างกายเริ่มประท้วงหลังใช้งานมันหนักเกินไป ส่งผลให้แรงถดถอย


โอ๊ย...ช่วยปล่อยกูพักหายใจหายคอบ้างเหอะ!!


ผมผงะตกใจกับของบางอย่างที่ปาใส่เฉียดหน้ากระแทกเข้ากับกำแพงข้างซ้ายมือ แต่เสียงเบากว่าที่คิด ก้มมองถึงเห็นว่าเป็นตุ๊กตาหมียักษ์หน้าตาคุ้นๆ


มาจากไหนวะนี่


ผมรีบก้มเก็บเจ้าหมี เจอแบบนี้ก็ดีจะได้เอาไปส่ง


รู้สึกเหมือนมีใครยืนข้างหลัง หันไปดูถึงกับผงะ ร่างกายเคลื่อนไหวหนีก่อนสมองสั่งการ รู้ตัวอีกทีหลังผมก็ติดกำแพงก้นติดพื้น มีจอมมารกระแทกฝ่ามือกั้นไม่ให้ผมหลบหนีไปไหน ผมกลืนน้ำลายเหนียวๆ ลงคอ เหลือบมองด้านล่าง หัวเข่ามันแทรกกลางระหว่างขา ใกล้จนได้ยินเสียงหอบหายใจของกันและกัน ได้กลิ่นกระทั่งเหงื่อจากตัวมัน ผมไม่กล้าเงยหน้าขึ้นกลัวจะมีเหตุปากชนปาก ได้แต่พูดงึมงำ


ถอยไปหน่อยก็ดีนะมึง”


“มึงก็หนีน่ะสิ!


ผมหุบปากหลังได้ยินเสียงตะคอก ตั้งแต่เริ่มการไล่ล่าช่วงบ่ายพาร์เหมือนเปลี่ยนเป็นคนละคน เถื่อนขึ้นจนผมอึ้ง แถมยังทำผมขวัญหนีดีฟ่อหลายครั้ง ที่วิ่งหนีมันได้นานขนาดนี้ ต้องเรียกว่าหนีตามสัญชาตญาณเอาตัวรอดล้วนๆ


“ฟังกูพูดให้ดี ถ้ามึงกล้าเหม่อหรือมีท่าทางต่อต้านไม่ฟัง กูจะจูบมึงตรงนี้แหละ!


ตรงนี้เนี่ยนะ! ลานกว้างใต้อาคารเรียนแบบนี้มันไม่มีที่กำบังนะเฮ้ย


“กูไม่ได้อยากเบี้ยวนัดมึงเมื่อวาน! แต่กูลืมไปว่ามีนัดกับเพื่อนเก่าสมัยประถมตั้งแต่สองอาทิตย์ก่อน”


“แล้ว?”


“ไม่นึกว่าพวกมันจะชวนเพื่อนที่มหาลัยมาเที่ยวด้วยแบบนั้น”


ผมพ่นลมหายใจ “แค่นี้ใช่ไหมที่อยากบอก?”


“อีกเรื่องมึงกำลังเข้าใจกูผิด กูไม่ได้คิดอะไรกับผู้หญิงคนนั้น กูคิดกับมึงเนี่ย!


ผมกรอกตาไปมา ดันอกให้มันถอยออกห่าง พูดเนิบนาบ “เมื่อเช้าน้องมึงมาสารภาพผิดกับกูแล้ว”


พาร์ชะงักกึก สีหน้าแปรเปลี่ยนทันที ผมพูดก่อนที่มันจะอ้าปากแก้ตัว


“มึงรู้ตัวก่อนไปว่ามีนัดบอด แต่มึงก็ยังไปแบบจงใจด้วย แถมให้เบอร์ดี้โทรไปบอกน้ำ ใช้นิสัยยัยน้ำดึงตัวกูไปหามึงถึงสยาม”


“กะ กูก็แค่อยากเห็นมึงหึง”


ผมจ้องคนพูดเสียงแผ่วนิ่ง “แต่กูไม่หึง!


คนฟังหน้าเจื่อนทันที “กูรู้ตั้งแต่สบตามึงที่อุโมงค์ใต้น้ำแล้วกูทำมึงเจ็บ ขอโทษ”


“ไม่ใช่แค่กู! เมื่อวานมึงทำน้ำเสียใจ ทำเบอร์ดี้รู้สึกผิด น้องของเราเสียทั้งน้ำตาเสียทั้งความรู้สึก และที่สำคัญมึงเกือบทำให้เด็กสองคนนั้นแตกคอกัน!


พาร์ทำหน้าสลดทันที ถึงออกอาการหมาหงอย ผมก็ไม่คิดเห็นใจ


“มึงเคยคิดไหมว่า ความรู้สึกที่เสียไป มันยากจะประสานกลับมาให้เหมือนเดิม”


“กูขอโทษ”


“อย่ามาบอกแค่กู ไปบอกน้องด้วย ไม่งั้นมึงได้โดนน้องเกลียดแน่ กลายเป็นหมาหัวเน่าขึ้นมาเมื่อไหร่กูจะหัวเราะเยาะให้” ผมยันตัวลุกขึ้น ดึงเจ้าหมีขึ้นจากพื้นมาวางแหมะบนบ่า หันไปมองพาร์ที่ยังนั่งกับพื้น “และกูขอบอกมึงสั้นๆรู้สึกคิดผิดมากที่ไปจีบมึง”


เพราะถ้าผมไม่บอกให้มันรู้ก่อน หรือบอกช้ากว่านี้สักหน่อย เรื่องเมื่อวานอาจไม่เกิดก็ได้


ผมไม่สนใจเสียงพาร์พูดประท้วง เอ่ยทิ้งท้ายเสียงแผ่ว แล้วหมุนตัวเดินผละจากมา “บางทีปล่อยมึงไปคบผู้หญิง อาจดีกว่าให้มึงมาอยู่กับกูก็ได้”


เดินไปไม่ถึงห้าก้าวตัวผมก็โดนรวบไปกอด แผ่นหลังผมชิดอกมัน สองแขนพาร์รัดแน่นมากจนรู้สึกอึดอัด “ปล่อยกู”


“ไม่ไม่เอา กูไม่ยอมเสียมึงไปนะ”


ผมชะงักที่ได้ยินเสียงสั่นเครือ แถมแถวไหล่ที่โดนซบยังรู้สึกเปียกชื้นหน่อยๆ แวบแรกคืออึ้ง ตั้งสติได้ก็เผลออุทาน “มึงร้องไห้เรอะ?!


“กูขอโทษ...ขอโทษจริงๆจะไม่ทำอีกแล้วครับ”   


ทำอะไร”


“ลองใจมึง”


ผมพ่นลมหายใจทันทีหลังได้ยินคำตอบ “ถ้าคิดได้แค่นี้ก็ปล่อยกูไปเหอะ”


แขนมันรัดแน่นกว่าเก่า น่ากลัวว่าคงแงะไม่ออกง่ายๆ ผมนิ่วหน้าหลังเริ่มรู้สึกหายใจไม่สะดวก


รัดแน่นไปแล้ว!


จะดูแลอย่างดี ไม่ทำให้เจ็บอีกแล้ว สัญญาเลย”


ผมไม่ทันได้ฟังช่วงแรกเลยจับประเด็นไม่ถูกว่ากำลังพูดเรื่องอะไร เลยถามกลับมึนๆ


“มึงจะดูแลอะไรนะ?”


เหมือนคำถามนี้จะไปจุดฉนวนน้ำโหคนข้างหลังเข้า ตัวผมถึงโดนหมุนผลักกระแทกผนังตึก แผ่นหลังเจ็บร้าวจนต้องนิ่วหน้า   


“หัวใจของมึงไง!!


ผมสะดุ้งโหยงกับเสียงตะคอกของพาร์


“ได้ยินชัดไหม! หรือจะให้กูตะโกนกรอกหูอีกที!


ยังไม่ทันได้อ้าปาก แววตาดุร้ายที่จ้องมาก็เปลี่ยนเป็นเว้าวอนขอความเห็นใจในแบบที่ลูกหมาไม่ทันหย่านมก็สู้ไม่ได้ “เพราะงั้นยกหัวใจของมึงให้กูดูแลได้ไหมสัญญาจะดูแลอย่างดี”


ผมตาพร่าไปชั่วขณะหลังโดนดาเมจทั้งเสียงทั้งสีหน้าพุ่งจู่โจมกระแทกเข้ากลางใจ พอได้สติก็รีบยกมือบีบจมูก ส่งเสียงอู้อี้ทั้งที่หลบตามองไปทางอื่น ไม่กล้ามองหน้าพาร์ตรงๆ


“มีทิชชู่ไหม”


“ฮะ?”


“เลือดกำเดากูจะไหล”


------------------------------------------------------

Talk: 11/08/2016

แวบมาส่งตามสัญญา ช่วงนี้โปเกม่อนบุกไทย มาแรงแซงทางโค้งมากมาย ทนแรงอยากรู้อยากเห็นไม่ไหวเล่นไปจนได้ (ถ้าไม่อยากติดโปรดอย่าลอง) เอาเป็นว่านักอ่านท่านใดเป็นเทรนเนอร์ก็โปรดระมัดระมัดตัวกันด้วยนะ 

แปะป้าย 'เล่นสนุกอย่างมีสติ อย่าพาตนไปตกเป็นเหยื่อมิจฉาชีพ' 

แล้วเจอกันใหม่พฤหัสหน้าค่ะ ^^

ป.ล. สำหรับคนที่รอพรีฯ จะมีข่าวดีเร็วๆ นี้ค่ะ 

   

------------------------------------------------------

เอามาแปะหน่อย เผื่อใครยังไม่ได้โหวต (ปิดโหวตวันที่ 20 นี้นะ) 

อยากได้อะไรเป็นของแถมในรอบพรีออเดอร์กันเอ่ย? >> http://fans.vote/v/ACmrx8cvUhE

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 49 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,841 ความคิดเห็น

  1. #2820 KiHaE*129 (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 26 กันยายน 2562 / 23:58

    ถึงจะอยากเห็นทีหึง

    แต่ตอนนี้รู้สึกเจ็บตามทีเลยอะ

    จังหวะนี้พาร์เร่งรัด และเล่นกับความรู้สึกเกินไปจริงๆ

    ทั้งที่กำลังดีแล้ว ดันไปทำให้ทีที่สับสนมาก่อนหน้าอยู่แล้วตัดสินใจถอย

    และก็อย่างที่ทีบอกอะไม่ใช่แค่ที แต่น้องเกือบแตกหักกันด้วย

    ถ้าทีจะเล่นตัวอีกครั้งจะไม่สงสารพาร์เลย

    ตอนแรกอุตส่าห์ทีมพาร์มาตลอด

    #2,820
    0
  2. #2733 ThkTheks (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 26 สิงหาคม 2561 / 21:04
    พี่เข้าใจพาร์นะคับ คนรอก็รอมานานแล้ว แต่หนูผิดเวลาไปหน่อยเพราะทีกำลังง้อหนูอยู่ลูก แต่ก็นั่นแหละทีนี้หนูก็รู้แล้วนะว่าทีเค้าคิดอะไรอยู่ จะได้เข้าใจกันสักที
    #2,733
    0
  3. #2675 bwp_k (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 9 มกราคม 2561 / 10:20
    เห็นใจพาร์มาตลอด ด่าทีในใจตลอด มาเจอชอร์ตลองใจทีเข้าไปนี่กลับลำเลย คือจะลองตอนที่ทีไม่รู้ตัวไม่ว่า มาลองตอนที่ทีรู้ตัวและรุกกลับแล้วนี่ใช่ไหม เวลาแบบนี้ควรทำความเข้าใจกันได้แล้ว สมควรมากที่ทีจะโกรธ ตอนนี้ก็ง้อทีซะ
    #2,675
    0
  4. #2652 kotchaphan (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 10 กรกฎาคม 2560 / 19:18
    เรื่องที่พาร์ลองใจทีอยากนี้เป็นใครๆก็ไม่ชอบ แต่ถ้ามองในมุมพาร์ที่ตามทีอยู่ฝ่ายเดียว ก็มีบ้างละที่อยากจะลองใจ เพราะ เวลาทำอะไรให้น้อยครั้งมากที่ทีจะแสดงออกว่าชอบตรง ส่วนใหญ่จะแสดงออกในรูปแบบของความโลเล แบบกึ่งๆชอบกึ่งๆไม่ชอบ
    แต่ในมุมมองของเรารู้สึกว่าเรื่องนี้ทุกคนดูจะเข้าข้างทีนะค่ะ และ ทีดูโลเลมากและ จะเอาตัวเองเป็นบันทัดฐาน อาจจะเพราะว่าถูกตามใจจากคนรอบตัวหรือเรื่องในอดีต จึงทำให้เวลาทำอะไรก็เลยใช้บันทัดฐานของตัวตัดสินทุกเรื่องและตัวเองไม่ผิดแบบนี้คนที่เป็นตามก็เหนื่อยมากๆเลยนะค่ะแอบสงสารพาร์
    #2,652
    1
    • #2652-1 KatzeP(จากตอนที่ 62)
      11 กรกฎาคม 2560 / 13:46
      ตรงสุดๆ เลยค่ะ 555
      #2652-1
  5. #2596 FairyP718 (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 21 เมษายน 2560 / 12:35
    เดี๋ยวนะที อะไรคือเลือดกำเดาจะไหล...
    #2,596
    0
  6. #2214 shshshx (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2560 / 21:00
    โถ่พาร์ แผนนี้ล้ม
    #2,214
    0
  7. #2003 baekbow (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 4 กันยายน 2559 / 13:50
    เหยดดดดด ว่าแล้วว่าต้องเป็นแผนอะไรสักอย่าง แต่ไม่มีใครชอบหรอกนะ-การลองใจเนี่ย มันเป็นวิธีที่ทำลายความรู้สึกมาก ถ้าโดนดาเมจ แล้วรีแอคชั่นออกมาขนาดนี้ก็คบกันสักทีเหอะ
    #2,003
    0
  8. #1925 เกริด้า(๐-*-๐)v (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 27 สิงหาคม 2559 / 14:41
    ...................................
    #1,925
    0
  9. #1892 ~*!Ev@Chan!*~ (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 17 สิงหาคม 2559 / 21:26
    ทีเป็นคนไม่มีอารมณ์หึงเลยอ่ะ เป็นนางเอกชัดๆ
    #1,892
    0
  10. #1884 cartoon-Phat (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 14 สิงหาคม 2559 / 00:00
    โอ้ย ใจนึงก็โกรธพาร์แต่อีกใจก็อยากให้ทีรับรักพาร์ โอ้ยยยยยยยยยปวดหัว 555
    #1,884
    0
  11. #1883 dutsda (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2559 / 11:22
    ทำไมทีถึงเลือดกำเดาจะไหล ถถถ อากาศร้อนไปใช่ไหมม รึเจอดาเมจรุนแรงเกินไป ทีให้อภัยพาร์เถอะนะ
    #1,883
    0
  12. #1882 ++BooTan++ (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2559 / 05:59
    แรกๆดราม่า หลังๆโรแมนซ์ ปรับอารมณ์แทบไม่ทัน
    #1,882
    0
  13. #1881 093779 (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2559 / 22:07
    มันน่า
    #1,881
    0
  14. #1879 Sed leo (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2559 / 20:57
    กำเดาไหลเลยทีเดียวนะที555555
    #1,879
    0
  15. #1878 BaiiKKanYAN01 (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2559 / 00:48
    พาร์เธอแกล้งทีแรงไปน่าา 5555
    #1,878
    0
  16. #1877 kanata ryohei (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 11 สิงหาคม 2559 / 21:06
    ไม่ทีมอ่ะ ทีมที
    #1,877
    0
  17. #1876 Whatever it is (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 11 สิงหาคม 2559 / 18:42
    น้ำตาซึมเลย สงสารที
    #1,876
    0
  18. #1875 K H ! M # (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 11 สิงหาคม 2559 / 18:13
    ตอนนี้ค่อนข้างไม่ชอบใจน้ำกะเบอร์เลยอ่ะ งี่เง่านะเนี่ย=_= สงสารทีนิดหน่อยแต่ทีมพาร์อ่ะ! ทีมพาร์ๆๆ ทำไมพาร์ดูผิดตลอดเลยแง มาจีบเค้าแทนเห๊อะ /โดนทีฟาด
    #1,875
    0
  19. #1874 Som O Usanee (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 11 สิงหาคม 2559 / 17:58
    ก็เสียความรู้สึกกันไปปปปปปป สองสาวร้องไห้ขี้มูกโป่งเลยลูกกกกกกก แต่คุยกันแล้วก็ดีล่ะนะ เฮ้อออออ ลุ้นมากกกกกกก
    #1,874
    0
  20. #1873 Florin-lan (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 11 สิงหาคม 2559 / 17:17
    โอ้ย ดีงาม จะเปิดพรีแล้วใช่ไหม! ขอเก็บตังแป๊บนะ55
    #1,873
    0
  21. #1872 เนรุ (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 11 สิงหาคม 2559 / 13:56
    ตอนที หน่วง คนอ่านก็หน่วง

    ตอนพาร์หลุด คนอ่านก็มึนตาม



    แต่แอบยิ้มตอนสุดท้าย ทีเลือดกำเดาไหล เพราะพาร์

    5555555555
    #1,872
    0
  22. #1871 Fon Chanoknunt (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 11 สิงหาคม 2559 / 13:31
    เอิ่ม ดาเมจ พาร์ รุนแรง มากกกกกก สิ น่ะ
    #1,871
    0
  23. #1870 Marcel (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 11 สิงหาคม 2559 / 12:34
    กำลังจะซึ้งละจริงๆให้ตายเหอะ
    ฮาตอนท้ายตลอด
    #1,870
    0
  24. #1869 Bff pli (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 11 สิงหาคม 2559 / 10:32
    น่ารักมาก ><
    #1,869
    0
  25. #1868 i-s-m-e (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 11 สิงหาคม 2559 / 09:52
    กรี้ดดดดดดดกร๊าดดดดดดดดด
    #1,868
    0