[Chonnatee] ชลนที #Boy's Love #จบแล้ว

ตอนที่ 57 : บทที่ 48 (2/2)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,307
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 77 ครั้ง
    16 ก.ย. 59


บทที่ 48 (2/2)


ผมรอถึงใกล้เวลานอน ค่อยเดินไปเคาะห้องพ่อกับแม่ปรึกษาเรื่องเลี้ยงสัตว์ รอไม่ได้ครับ วันเกิดเจ้าตัวเล็กกระชั้นชิดเข้ามาทุกที


“แมว?” พ่อกับแม่ทวนคำพร้อมกัน


“ครับ”


“จะให้อัน?” พ่อทวนอีก


“ครับ ผมอยากให้น้องอยู่กับสัตว์น่ะ อีกอย่างอันชอบพวกสัตว์จะตาย และผมคิดว่าน้องดูแลแมวได้”


“ไม่ไหวมั้งลูก แม่ว่าน้องเด็กเกินไป”


ผมยิ้มให้ความกังวลใจของพ่อแม่ “เดี๋ยวทีช่วยดูให้ด้วย”


“แล้วต้นไม้พ่อล่ะ”


“แมวตัวเดียวไม่ทำต้นไม้พ่อพังหรอกน่า”


“แล้วเรื่องขนแมวล่ะลูก กระจายเต็มบ้านนี่แม่ไม่ไหวนะ”


ผมนิ่งคิด “ถ้าอย่างนั้นทีจะจำกัดบริเวณให้แมวอยู่แถวห้องนั่งเล่นก็แล้วกัน”


พ่อกับแม่มองหน้ากัน ซุบซิบปรึกษากันอยู่นาน กว่าพ่อจะเป็นตัวแทนพูด


“ถ้าทีคิดว่าดีกับน้องก็ตามใจ แต่ได้แค่ตัวเดียวนะ แล้วต้องทำให้ได้อย่างที่ลูกบอกพ่อกับแม่ด้วย”


“ครับ”


หลังได้รับอนุญาต ผมก็เดินไปบอกน้ำต่อ น้องสาวชอบแมวอยู่แล้วไม่มีค้าน แต่มาทำหน้าม่อยตอนรู้ว่าแมวตัวนั้นกำลังจะเป็นของขวัญของใคร


“น้ำก็อยากได้เหมือนกันนะ”


“ถ้าขอพ่อแม่เลี้ยงเพิ่มได้ วันเกิดน้ำพี่จะหามาให้ตัวหนึ่ง”


“สัญญานะ” ยัยน้ำชูนิ้วก้อยขึ้น


ผมยิ้มขำยื่นมือไปเกี่ยวก้อยด้วย

 



วันรุ่งขึ้นผมบอกพี่ดินว่าจะรับเจ้าตัวยุ่งไปอยู่ด้วยในวันที่ 2 กุมภา แต่ถ้าหาเจ้าของแมวเจอก็ไม่เป็นไร


พี่ดินพยักหน้า ท่าทางโล่งใจที่มีทางออกเผื่อไว้ เพราะให้เลี้ยงที่ห้องสโมฯ ต่อก็ไม่ไหว เพราะกลางคืนต้องหาคนมานอนเป็นเพื่อนแมว ซึ่งไม่ค่อยมีใครรับอาสา (คนอาสา พี่ดินก็ไม่ให้ผ่าน) สมาชิกเลยโหวตให้ตัวพี่ดินนอนกับแมวแทน


อีกคนที่พอรู้ข่าวก็ทำหน้าไม่พอใจ แต่ก็ไม่ได้ปริปากพูดอะไร ขนาดโดนผมลากไปซื้อหนังสือเลี้ยงแมว เลยไปสำรวจราคาอุปกรณ์สำเร็จรูปต่างๆ ที่แมวหนึ่งตัวควรได้รับ ใช้เวลาหลายวัน พาร์ก็ไม่ได้บ่น แค่ระหว่างหัวคิ้วมีร่องลึกเท่านั้นเอง หลังจากดูจนทั่ว ผมก็ตัดสินใจประกอบกรงเอง ก็ได้พาร์นี่แหละเป็นลูกมือ ช่วยกันซื้อของช่วยกันประกอบ


ระหว่างเคลียร์พื้นที่สร้างกรงให้แมว ผมเลือกแบบทรงสูงครับ ชั้นล่างสุดผมกั้นเป็นสองส่วนด้วยตะแกรงสอดกระดาษลังกั้นปิดทั้งสองด้าน (กั้นทรายไปลงอาหาร และเผื่อเป็นที่ฝนเล็บ) ฝั่งซ้ายเป็นห้องน้ำ ส่วนฝั่งขวาไว้วางชามข้าว และขวดน้ำแบบแขวน ด้านในสุดเปิดเป็นช่องให้เดินเข้าออกสองพื้นที่ ส่วนด้านหน้าผมจงใจทำประตูเปิดปิดแยกกัน เวลาทำความสะอาดจะได้ง่ายหน่อย


เหนือห้องอาหารเป็นชั้นสอง สูงประมาณให้ลูกแมวกระโดดจากกระบะทรายขึ้นไปได้ ผมวางแผนปูหญ้าเทียมสำหรับสัตว์เลี้ยงให้ อ้อ วางกระถางหญ้าแมวเล็กๆ ไว้ให้ด้วย แต่ตอนนี้ไม่มีเลยต้องใช้เชือกฝ้ายพันไปก่อน แล้วหาผ้ามาปู


ระหว่างชั้นสองกับสามมีบันไดพันด้วยเชือกพาดและล็อกอย่างแน่นหนา ชั้นสามผมวางตะแกรงเป็นพื้นแค่ครึ่งซ้าย แล้ววางตะกร้าหวายมีเบาะนอนไว้ให้


“มึงจะเลี้ยงแมวในกรง?”


“เปล่า ให้อยู่แค่ตอนกลางคืนกับตอนไม่มีใครอยู่บ้าน นอกนั้นปล่อยวิ่งเล่นแถวนี้ บางทีอาจใส่สายจูงพาไปเล่นข้างนอกบ้าง”


ยิ่งฟังพาร์ยิ่งหงุดหงิด “หาคนอื่นมารับเลี้ยงเหอะ”


มันยังไม่เลิกพยายามเรื่องหาคนมารับเลี้ยง


“ไม่เอา”


“ดื้อ!


ผมไม่โต้กลับ เพราะพอรู้ตัวเหมือนกัน


พาร์พ่นลมหายใจ ถามเสียงอ่อนลง “หลังทำเจ้านี่เสร็จแล้ว มึงจะไปซื้ออะไรต่ออีกไหม”


“เดี๋ยวไปดูห้องสโมฯ ก่อน ขาดอะไรค่อยซื้อเพิ่ม”


แว่วเสียงพาร์พึมพำ “ก็ยังดี”


อะไรดี??


หลังกรงสร้างเสร็จก็ตั้งเด่นเป็นสง่าให้คนในบ้านเห็นหมด แต่ละคนเมียงมองมาโดยไม่ถามอะไร ยกเว้น


“นี่คืออะไร?” นิ้วเล็กๆ ชี้ใส่กรงทรงสูง แววตาเจ้าตัวเล็กงุดงงมาก


“อีกไม่กี่วัน อันก็รู้เอง”


ของอัน?”


ผมส่ายหน้ายิ้มๆ ให้ความฉลาดของน้อง อันเดาได้ว่าน่าจะเป็นของตัวเอง เพราะใกล้ถึงวันเกิดครับ


“ของเจ้าหญิงน้อยต่างหาก”


ผมไม่ได้โกหกนะครับ เจ้าตัวยุ่งของสโมฯ มีชื่อแล้ว เนื่องจากคนตั้งเรียกบ่อยมากจนคนทั้งสโมฯ เผลอเรียกตามเพราะชินหู ไปๆ มาๆ เจ้าตัวยุ่งก็จำได้ เรียกปุ๊บตอบสนองปั๊บ เลยได้ชื่อ ฮิเมะ’ (แปลว่าเจ้าหญิง) ไปครอง  


“เจ้าหญิง?”


“เอาน่า ถึงเวลาพี่จะพามาดูใหม่”



 

แปบเดียวก็มาถึงวันที่ 2 กุมภา ผมออกจากบ้านช่วงสายๆ ตะเวนซื้อของที่เล็งไว้จนครบ (ซื้อก่อนไม่ได้ เพราะถ้าเก็บซ่อนแล้วนอันไปเจอก็ไม่เซอร์ไพรส์สิ) ก่อนขับรถไปรับเจ้าเหมียว ไม่รู้เป็นโชคดีหรือร้าย พวกรุ่นพี่หาเจ้าของเก่าไม่เจอ พี่ดินเลยยกแมวให้ผมไปดูแลตามที่ตกลงกันไว้


ผมเข้าไปในห้องสโมฯ ก็เจอพี่ดินกำลังยืนทำหน้ากลุ้มใจพอดี


“มีปัญหาเหรอพี่?”


พี่ดินสะดุ้งนิดๆ “ทีเองเหรอ มาก็ดีแล้ว พี่จับฮิเมะใส่กล่องเดินทางไม่ได้ มันขู่แฟ่ๆ หางชี้ ตอนนี้หลบไปอยู่โน้น”


ผมมองตามนิ้วก็เห็นหางยาวสีขาวโผล่ออกมาจากใต้ตู้เอกสาร ลักษณะแกว่งหางแบบนี้ในหนังสือบอกว่าแมวกำลังอารมณ์ไม่ดี “สงสัยจะกลัวกล่องเดินทางมั้งพี่ อย่าลืมว่าก่อนโดนหิ้วมาที่นี่ ตัวมันเคยโดนกระแทกอยู่ในนั้น”


“แล้วจะพามันไปยังไงล่ะ”


“ผมซื้อแบบเป็นกระเป๋ามาเผื่อ” ชูกระเป๋าใส่สัตว์เลี้ยงในมือ “ถึงรูปร่างคล้ายกล่อง แต่มันนิ่มแบบนี้น่าจะหลอกล่อฮิเมะเข้าไปได้”


“จัดการเลย เดี๋ยวพี่ช่วยเอาของฮิเมะไปใส่รถให้ เอากรงด้วยไหม?”


ผมส่ายหน้า “ผมสร้างกรงให้เขาแล้ว”


“งั้นพี่จะทำไงกับกรงนี่ดีล่ะ” พี่ดินเปรยตามองกรงแมวชั้นเดียวในห้อง


“ให้คนอยากได้สิพี่”


คนฟังพยักหน้า ช่วยหิ้วถุงอาหารแมวกับถุงทรายออกไป ผมนั่งย่องๆ ร้องเรียกตัวยุ่ง 


“ฮิเมะ”


“มี้”


“ออกมาเร็ว”


ผมคุกเข่ากับพื้น ตบหน้าขาแปะๆ หางมุดหายไปใต้ตู้ ปรากฏแสงจากดวงตาขีดเดียวสีเหลืองนวล ท่าทางไม่ยอมออกมาง่ายๆ ผมเลยแกะขนมแมวที่เคยซื้อมาให้กินแกว่งไปมา สักพักมีจมูกแมวโผล่พ้นนอกตู้ออกมาดมฟุดฟิด ยิ่งดึงขนมออกห่างตู้ เจ้าเหมียวก็ขยับตามจนออกมาทั้งตัว ผมโยนขนมเข้าไปในกระเป๋าที่เปิดอ้ารอไว้ เจ้าลูกแมวสำรวจรอบกระเป๋าอย่างไม่แน่ใจ แต่ผมก็พยายามรออย่างใจเย็น พอฮิเมะเข้าไปกินขนมก็ค่อยๆ รูดซิบช้าๆ จนแมวเด็กรู้ตัวถึงรูดซิบปิดอย่างเร็ว   


“เมี้ยวๆๆ”


โวยวายใหญ่เลยครับ ขนาดหิ้วไปวางบนเบาะข้างคนขับก็ยังส่งเสียงไม่หยุด ผมบอกลาพี่ดินทันที เพราะก่อนกลับบ้านต้องพาฮิเมะไปให้หมอตรวจสุขภาพกับฝากอาบน้ำอีก


ผมขับรถถึงบ้านตอนเย็น เจอพาร์ยืนเปิดประตูรั้วให้ มันเหลือบมองแมวที่นอนนิ่งซึมตรงเบาะหน้าแวบหนึ่ง ก่อนช่วยผมขนของออกจากเบาะหลังโดยไม่พูดอะไร จนผมสะกิดนั่นแหละถึงยอมอ้าปากพูดด้วย


“มึงมาช้า น้องจะเป่าเค้กอยู่แล้ว”


“เค้กฝีมือมึง?”


“อือ”


ผมยิ้มแห้ง ยังรู้สึกเข็ดขนมหวานพาร์ไม่หาย “ทุกคนล่ะ?”


“อยู่ในครัวแล้ว”


ผมพยักหน้ารับรู้ อุ้มฮิเมะลงจากรถเดินตามหลังพาร์ที่หิ้วของนำไปก่อน ตอนนี้ข้างกรงเพิ่มชั้นวางของอีกหนึ่ง พาร์ช่วยเก็บของเข้าชั้นให้ ส่วนผมกำลังรูดซิบปล่อยให้เจ้าตัวยุ่งออกมา 


ไม่เห็นออกมาเลย” เสียงพาร์อยู่ด้านหลังผม ไม่รู้มายืนตรงนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่


“ตอนมาถึงห้องสโมฯ แรกๆ ก็แบบนี้”


ผมบอกอย่างผู้มีประสบการณ์ ตัดสินใจเอาชามอาหารออกมาก่อน วางกระเป๋าเข้าไปด้าน ดูตัวล็อกแน่นหนาดีแล้วก็เอ่ยชวนพาร์ไปห้องครัว พอเข้ามาปุ๊บ ตัวเล็กก็ร้องประท้วงทันที


“พี่ช้า!


“พี่เตรียมของขวัญให้อันเลยมาช้า หรืออันไม่อยากได้ของขวัญ?”


“ดีเลย น้ำจะได้ขอ”


เจ้าตัวเล็กค้อนใส่พี่สาว “ของอันนะ”


“ยังไม่รู้ว่าคืออะไรแท้ๆ”


พอโดนพี่สาวว่ามา เจ้าตัวเล็กก็หันมาถามผม “คืออะไร?”


“เป่าเค้กก่อน พี่จะพาไปดู”


“งั้นเป่าเลย”


“เดี๋ยวๆ พ่อขอเตรียมตัวก่อน”


ผมใช้จังหวะนี้ยกมือไหว้ทักทายลุงแทนกับป้าเจน มีเบอร์ดี้นั่งอยู่ใกล้ๆ


บ้านพาร์มากันครบเลยแฮะ


ระหว่างผมกำลังแย่งก๊อกน้ำล้างมือกับพาร์ ไฟในห้องก็ดับลงกะทันหัน เสียงเพลงประจำวันเกิดประสานกับเสียงตบมือพร้อมกันเป็นจังหวะ เค้กก้อนกลมถูกยกผ่านประตูครัวเข้ามาด้วยฝีมือพ่อ ปรากฏแสงเทียนดวงน้อยเหนือหัวเทียนเลขหก


Happy birthday to you

Happy birthday to you

Happy birthday, Happy birthday

Happy birthday…to you


สิ้นสุดเสียงเพลง ไฟดวงน้อยตรงหน้าน้องอันก็โดนเป่าดับในลมหายใจที่สาม ไฟในบ้านสว่างขึ้นอีกครั้ง เสียงตบมือดังรัว ผมเอนหน้าเข้าหาน้อง แกล้งถามทั้งที่เห็นเจ้าตัวเล็กจ้องเค้กสีขาวตกแต่งด้วยสตอเบอรี่ไม่วางตา


“พร้อมไปดูของขวัญของพี่ยัง?”


“อันขอกินเค้กก่อนนะ”



 

หลังจากวันที่น้องอันมีแมวเป็นของตัวเอง วันๆ ก็เอาแต่สนใจฮิเมะ ถ้าไม่เพราะฮิเมะติดผมมากกว่าใครในบ้าน เจ้าตัวเล็กคงลืมพี่ชายอย่างผมไปแล้ว


พูดถึงฮิเมะ ตอนแรกผมไม่กล้าปล่อยออกมาจนกว่าฮิเมะคุ้นชินกับบรรยากาศในบ้านใหม่ก่อน แต่แค่วันที่สองเจ้าตัวยุ่งก็เรียกหาทันทีที่ผมเดินไปใกล้กรงเพื่อให้อาหารเย็น หลังกินเสร็จฮิเมะก็ส่งเสียงร้องไม่หยุดจนผมอุ้มออกมาถึงได้เงียบ พอปล่อยลงพื้นก็ร้องอีก พยายามจะให้อุ้มให้ได้ ก็ตามใจครับ อุ้มพาเดินชมห้องนั่งเล่นจนเมื่อย แล้วค่อยเดินมานั่งบนพื้น วางแหมะฮิเมะลงตักแทน


หลังจากนั้นก็พบปัญหาเรื่อยๆ นอกจากผมแล้ว ฮิเมะไม่เอาใครเลย คนอื่นให้อาหารก็ไม่ยอมกิน ไม่ยอมให้คนในบ้านแตะตัว (ยกเว้นว่าผมอุ้มอยู่ในมือถือถึงยอมให้ลูบบ้างนิดหน่อย)


เข้าวันที่สี่ก็เริ่มดีขึ้นครับ เริ่มกล้าเดินสำรวจ (แต่ไม่ยอมไปไกลจากตัวผมมาก และถ้าคนในบ้านเดินไปหาก็จะรีบวิ่งกลับมาหาผมทันที)


หลังผ่านไปอาทิตย์กว่าพัฒนาการของฮิเมะก็เริ่มมากขึ้น ถึงยังไม่ยอมให้คนอื่นอุ้ม แต่ก็เริ่มมีเดินไปหาแบบกล้าๆ กลัวๆ บ้างแล้ว ถ้าฮิเมะอยู่บนพื้นจะยอมให้ลูบบ้าง แต่ห้ามจับเด็ดขาด มีข่วนครับ จนแม่บ่นว่าเป็นแมวหวงตัว ฮ่าๆๆ


มาพูดถึงเจ้าของแมวบ้าง เจ้าตัวเล็กมีความอดทนดีมาก พยายามผูกมิตรกับแมวจนผมอึ้งเลยล่ะ ผมสอนอะไรเกี่ยวฮิเมะ น้องก็จดจำได้อย่างรวดเร็ว แถมเอาไปปฏิบัติด้วย จนตอนนี้ฮิเมะยอมอันรองจากผมแล้ว ตอนนี้ผมปล่อยอันให้อาหารแมวเอง หลังจากประสบความสำเร็จทำให้ฮิเมะยอมกินอาหารที่ตักให้ (ตอนนั้นเจ้าตัวเล็กกระโดดเป็นกระต่าย ดีใจยกใหญ่จนฮิเมะตกใจวิ่งมาหาผม)


ผิดกับยัยน้ำเห่อแค่แปบเดียว พอแมวไม่เล่นด้วยก็ไม่สนใจเลย ทุกวันนี้แค่มองดูห่างๆ บางทีก็ถ่ายรูปเก็บไว้บ้างสงสัยของขวัญวันเกิดคงต้องเปลี่ยนเป็นอย่างอื่นแล้วล่ะ


และแขกประจำของบ้านของเราพาร์


ทุกวันนี้มันยังไม่เลิกเขม็งแมวสักที (ดูไม่เป็นมิตรมากกว่าเก่าอีก แต่ฮิเมะชอบเดินไปป้วนเปี้ยนใกล้ๆ) แถมยังสนับสนุนให้น้องอันผูกมิตรกับแมวเต็มขั้น ทั้งซื้อของเล่นแมวมาฝาก ทั้งค้นหาข้อมูลมาสอนอัน เป้าหมายของพาร์คือให้แมวเปลี่ยนไปติดน้องอันแทน ส่วนในสายตาของเจ้าตัวเล็ก พาร์กลายเป็นพี่ชายใจดีไปแล้วครับ เดี๋ยวนี้พาร์มาบ้านเมื่อไหร่ วิ่งไปหาตลอด


เอาเหอะ จะแบบไหนผมก็ได้กำไร (ไม่ต้องเสียตังค์ซื้อของเล่นแมวต่อไปมีคนรับช่วงเลี้ยงแมวแทน)


ความเปลี่ยนแปลงอีกอย่างที่ผมพึ่งสังเกตเห็นคือพ่อแม่ไม่แทนตัวว่าน้าแล้ว เหมือนกับบ้านพาร์ ลุงแทนกับป้าเจนก็เรียกแทนตัวว่าพ่อแม่กับผม ทำเอารู้สึกแปลกๆ ไม่ชินเลยครับ


และอีกเรื่องที่ผมพึ่งจับได้หลังพาร์ลืมมือถือไว้บ้านผม ความจริงพาร์ไม่ได้ลืม มันแค่วางทิ้งไว้บนพื้นเลยโดนฮิเมะลากมือถือไปซ่อน แถมยังเปิดสั่นไว้อีกเลยหาไม่เจอ มาเจอก็ตอนฮิเมะลากมาให้ (หน้าฮิเมะสั่นตามแรงมือถือเลยครับ เห็นแล้วตลกมาก)


ตอนแรกผมไม่ได้สนใจว่าใครโทรมา แต่ชื่อที่กระพริบบนจอดึงความสนใจจากผมเต็มๆ


พ่อจิ้งจอกจอมหวง


หน้าลุงนิกแวบขึ้นมาในหัว แถมยังเป็นเบอร์จากต่างประเทศ ผมเลยกดรับสายแล้วเงียบฟัง


“ไงเจ้าเด็กแสบ” เสียงลุงจริงๆ ด้วย หลังจากนั้นลุงนิกก็ใส่มาเต็มที่ไม่มียั้ง ยิ่งฟังยิ่งระอา


นี่มันแนวเด็กหาเรื่องคนอื่นชัดๆ


แต่ฟังไปสักพักผมกลับเห็นเป็นเรื่องตลกเลยพยายามกลั้นขำหลายครั้ง จนโดนลุงตวาดใส่ว่าทำไมไม่พูดตอบ เป็นใบ้หรือไง ผมเลยส่งเสียงบอกไปสั้นๆ


“ทีฟังอยู่”                                               


เงียบสบายหูทันที สักพักลุงถึงบอก


[…โทษทีลุงโทรผิด]


กำลังจะวางมือถือ ลุงนิกก็โทรมาใหม่ ไดอาล็อกคล้ายกับรอบแรกจนน่าสงสัย ไม่แน่ก่อนโทรมาครั้งแรกลุงอาจจดโพยเอาไว้ดูก็ได้


ผมฟังได้ครึ่งหนึ่งก็รีบพูดขัด “เผื่อลุงยังไม่รู้ พาร์ลืมมือถือไว้บ้านที”


[…]


และแล้วลุงนิกก็ตัดสายรอบสอง คราวนี้ไม่พูดอะไรสักคำเดียว


ผมได้แต่ส่ายหน้าให้มือถือให้กับการส้นเปลืองค่าโทรทางไกล นึกแปลกใจว่าทำไมพาร์ไม่บอกว่าโดนลุงนิกโทรมาก่อกวน โอกาสได้คะแนนเห็นใจจากผมแท้ๆ พาร์ไม่น่าพลาด หรือว่าชินแล้ว?


“ที”


ผมสะดุ้ง หลุดจากภวังค์ มือพาร์ยังจับอยู่ที่ไหล่หลังจากเขย่าตัวผมไปเมื่อครู่


“อะไร?”


“กูจะกลับแล้ว”


มองนาฬิกา อ้อ สามทุ่มครึ่งแล้ว ผมลุกขึ้นยืนผละจากน้องคนเล็กที่กำลังแกว่งไม้ล่อไม้ตามหลังพาร์ไปหน้าบ้าน พอได้อยู่ตามลำพังพาร์ก็พูดทวงทันที


“อย่าลืมนัดพรุ่งนี้”


มาอีกแล้วประโยคนี้ ผมกรอกตาไปมาอย่างระอา บอกเสียงเนืองๆ “แปดโมงบ้านมึง กูจำได้น่า”


“และ


ผมชิงพูดถ้อยคำที่เหลือ โดนกรอกหูมาสี่วัน ถ้ายังจำไม่ได้อีก ควรไปพบแพทย์ได้แล้ว “เตรียมเสื้อผ้าไปเปลี่ยนด้วย”


พาร์พยักหน้าอย่างพอใจ เดินมาถึงรถก็บอกลาสั้นๆ “ฝันดี”


“เออ” กำลังจะไปเปิดตูรั้วให้ ดันโดนจับแขนรั้งตัวไว้ก่อน ผมเลิกคิ้วเป็นเชิงถาม


“ไม่เอาคำนี้”


ผมนิ่วหน้าใส่คนพูดท้วง ครุ่นคิดแปบหนึ่งก็ยอมเปลี่ยนคำให้ “เหมือนกัน”


“ขอเต็มประโยค”


 “ฝันดีเหมือนกันพอใจไหมครับ!” 


------------------------------------------------------

Talk: 11/07/2016

เผื่อใครไม่ได้อ่านท้ายประโยคบทก่อนหน้านี้ จึงขอบอกซ้ำอีกครั้งนะคะ

เราขอทำการรีไรท์บทนี้ใหม่ค่ะ เนื่องจากอยากให้เนื้อเรื่องดีขึ้น 

ต้องขอโทษด้วยนะคะที่ต้องให้มาอ่านซ้ำ (โค้งๆ)

และเนื่องจากเนื้อหาบทนี้ยาวมาก (เกือบยี่สิบหน้าA4) เลยขอแบ่งเป็นส่วนค่ะ 

อยากติหรือชมสามารถบอกกล่าวกันได้นะคะ ยินดีรับฟังค่ะ 

แล้วเจอกันใหม่บทหน้าค่ะ

ป.ล. ประมาณวันพุธหรือพฤหัสจะมีแจ้งข่าวนะคะ เราจะลงบอกทั้งในเด็กดีทั้งทางหน้าเพจเลยค่ะ  

------------------------------------------------------



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 77 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,841 ความคิดเห็น

  1. #2817 KiHaE*129 (จากตอนที่ 57)
    วันที่ 24 กันยายน 2562 / 23:47

    ขำความลุงนิก

    #2,817
    0
  2. #2592 FairyP718 (จากตอนที่ 57)
    วันที่ 21 เมษายน 2560 / 00:38
    โทรมาโวยสองรอบ ก็เป็นทีรับสายทั้งสองรอบ ลุงนิกไปต่อไม่ถูกเลยทีเดียว ขำ 5555
    #2,592
    0
  3. #2211 shshshx (จากตอนที่ 57)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2560 / 17:10
    ลุงนิกกกก โอ๊ยยขำ
    #2,211
    0
  4. #1752 CBAM (จากตอนที่ 57)
    วันที่ 23 กรกฎาคม 2559 / 07:52
    รรรรรรรรรรรอออออยู่นะะ
    #1,752
    0
  5. #1722 Little W (จากตอนที่ 57)
    วันที่ 13 กรกฎาคม 2559 / 21:42
    ขอบคุณมากค่ะ สนุกมากๆเลยค่ะ
    #1,722
    0
  6. #1720 เนรุ (จากตอนที่ 57)
    วันที่ 13 กรกฎาคม 2559 / 07:46
    เข้ามาอ่านทุกวัน เลย อ่านซ้ำๆ อ่านไปยิ้มไป

    พาร์ขี้หวง หนักมากกก ทีก็น่าแกล้ง

    พี่ดินก็จะตลกไปไหน



    #1,720
    0
  7. #1719 cartoon-Phat (จากตอนที่ 57)
    วันที่ 11 กรกฎาคม 2559 / 23:38
    ตลกลุงนิค พาร์ก็สู้ต่อไปนะ นี่แอบชอบฮิเมะต้องทำไงดีคะ เอ็นดูเจ้าหนูอันกับแมวของเขาเหลือเกิน
    #1,719
    0
  8. #1718 Som O Usanee (จากตอนที่ 57)
    วันที่ 11 กรกฎาคม 2559 / 20:51
    55555 นี่ขำลุงนิก โถถถถถถ นี่ทีเอง อิอิ พาร์อย่าเพิ่งหึงแมวเลย เราว่าให้น้องอันหัดอยู่กับสัตว์เล็ก ๆ น่าจะสอนอะไรให้เจ้าตัวเล็กได้อยู่นะ ส่วนพาร์น่ะทีไม่ลืมหรอกน่า
    #1,718
    0
  9. #1716 MeMine (จากตอนที่ 57)
    วันที่ 11 กรกฎาคม 2559 / 19:37
    โถถถ ลุงนิกพลาดแล้วว
    #1,716
    0
  10. #1715 PuiPui--r (จากตอนที่ 57)
    วันที่ 11 กรกฎาคม 2559 / 19:10
    แหมมม ลุงนิกคะไม่หวงลูกเลยเนาะ พ่อจิ้งจอกอาการหนักขนาดนี้แม่จิ้งจอกว่าไงบ้างคะ
    #1,715
    0
  11. #1714 Whatever it is (จากตอนที่ 57)
    วันที่ 11 กรกฎาคม 2559 / 19:09
    มาอ่านซ้ำค่ะ แก้ไขแล้วอ่านไหลลื่นดีค่ะ

    ฮาลุงนิกอะ เหมือนเด็กเลย
    #1,714
    0
  12. #1713 FahSida (จากตอนที่ 57)
    วันที่ 11 กรกฎาคม 2559 / 18:34
    ลุงนิกเปลืองตังค์เปล่าเลยอ่ะ 555+
    #1,713
    0
  13. #1712 p_cosicosi (จากตอนที่ 57)
    วันที่ 11 กรกฎาคม 2559 / 18:23
    ตลกลุงนิกแล้วดูพาร์เมม55555
    #1,712
    0
  14. #1711 อำปา ก้า (จากตอนที่ 57)
    วันที่ 11 กรกฎาคม 2559 / 18:00
    นุกๆๆฟ
    #1,711
    0
  15. #1710 Aumoon (จากตอนที่ 57)
    วันที่ 11 กรกฎาคม 2559 / 17:50
    ลั่นตรงลุงนิกโทรมา 5555555555555
    #1,710
    0
  16. #1709 saccharine. (จากตอนที่ 57)
    วันที่ 11 กรกฎาคม 2559 / 17:36
    ชอบหลังจากแก้ไขแล้วนะ
    นี่เริ่มหลงความโมเอ้ของฮิเมะกับอัน
    แล้วก็รอว่าฮิเมะจะกลายพันธ์(?) มองอันเป็นทาสหรือเปล่า555555555
    แต่เชื่อว่าอันเต็มใจเป็นทาสแมวแน่ๆ
    #1,709
    0