[Chonnatee] ชลนที #Boy's Love #จบแล้ว

ตอนที่ 55 : บทที่ 47

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5,059
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 67 ครั้ง
    16 ก.ย. 59


บทที่ 47


ผมก้าวเท้าออกจากห้องน้ำด้วยเสื้อผ้าชุดใหม่ที่ขอยืมพาร์มา มีผ้าขนหนูวางอยู่บนหัวขยี้เส้นผมให้แห้ง สองขาเดินไปทางครัว กวาดมองหาเจ้าของบ้าน เห็นแค่อาหารทั้งคาวและหวานในกล่องถนอมอาหารใส่ถุงหิ้ววางอยู่บนโต๊ะเรียบร้อย


พูดถึงเรื่องกล่องถนอมอาหาร บ้านพาร์มีเยอะมากครับ เป็นแบบเข้าไมโครเวฟได้ทั้งหมด เจ้าของบ้านอธิบายแค่ว่าซื้อสำเร็จรูปมาใส่กล่องเข้าตู้เย็น ถึงเวลาก็เอาออกไปอุ่นกิน แถมกำชับให้ผมทำอาหารเผื่อ ตอนนี้ในตู้เย็นเลยมีกล่องใส่อาหารปรุงแล้ววางเรียงราย ที่น่าตกใจกว่านั้นในช่องฟรีซมีอาหารแช่แข็งแบบกล่องติดตู้เย็นด้วยครับ ผมปิดตู้เย็นอดถามมันไม่ได้


“บ้านมึงกินแต่แบบนี้ตลอดเลย?”


“เบอร์ถึงได้ชอบไปกินข้าวบ้านมึงบ่อยๆ ไง”


ถึงว่า ผมกำลังจะอ้าปากพูดก็กลายเป็นอ้าค้าง ตกใจกับการที่โดนมันมายืนซ้อนจากด้านหลัง แถมยกมือเท้ากับตู้เย็น กักผมไว้ในวงแขนมัน


“จะทำอะไร!” ผมถามเสียงแข็ง


“บ้านปู่กูเลี้ยงหมาอยู่สองตัว มีตัวใหญ่กับตัวเล็ก ปฏิกิริยาเวลาโดนแกล้งมันตลกดี กูเลยชอบไปแหย่เล่นบ่อยๆ ที่ทำบ่อยสุดคือสั่งให้รอ แล้วปล่อยให้มันนั่งจ้องชามข้าวอยู่ตั้งนานกว่าจะพูดอนุญาตให้กิน”


“ปล่อยกูแล้วค่อยเล่าให้ฟังก็ได้”


แต่พาร์ไม่ฟัง แถมยังขยับหน้าเข้ามาใกล้จนผมรู้สึกถึงลมหายใจของมันแถวใบหู จนต้องเอียงหน้าหลบ


“กูเข้าใจปฏิกิริยาของเจ้าสองตัวนั้นชัดๆ ก็วันนี้”


“ไม่ต้องกระซิบ!


มันก็ยังไม่ฟัง “ของโปรดอยู่ตรงหน้า แต่ดันโดนสั่งห้ามกิน ทำได้แค่เข้าไปดมๆ”


สะดุ้งเฮือกยามโดนงับเบาๆ แถวฐานคอ ผมพลาดแล้ว ดันเอียงหน้าหนีจนคอเปิดช่องว่างให้มันเอาเปรียบ ผมส่งเสียงเรียกดุ “พาร์!


“เฮ้อ” ได้ยินเสียงถอนหายใจตามมาหลังมันปล่อยปาก แต่เหมือนโดนวางคางกับไหล่ผมแทน “สภาพกูตอนนี้ไม่ต่างจากเจ้าสองตัวนั้นยังกับเวรกรรมตามทัน มึงว่าอย่างนั้นไหม”


ผมย่นคิ้ว “กูจะไปรู้ไหม ไม่ได้ไปเห็นพฤติกรรมพวกมันเหมือนมึง”


“เหมือนที่มึงทำเมื่อกี้นั่นแหละ แค่เข้าไปดมชามข้าวก็โดนดุจนต้องถอยออกห่าง ร้องประท้วงในคอ ร้องขอความเห็นใจ เฮ้อ


พาร์ถอนหายใจอีกรอบ ผมชะงักนิดหน่อยกับสัมผัสข้างขมับ แต่ไม่ว่าอะไรเพราะมันยอมปล่อยผมเป็นอิสระ แต่ถึงถอยห่างแล้วมันก็ยังบ่น


“ตัวเหม็นวะ เสร็จแล้วก็ไปอาบน้ำ สระผมด้วย เดี๋ยวกูเอาเสื้อผ้ามาให้เปลี่ยน”


แล้วถ้าไม่?”


“มึงก็ได้อยู่บ้านกูยาวไง เพราะอย่าหวังว่ากูจะให้มึงขึ้นรถในสภาพนี้”


ผมเบ้ปาก “แค่กลิ่นอาหารติดตัวเอง มึงก็มีเหมือนกัน!


“เดี๋ยวกูต้องอาบน้ำเหมือนกัน” พาร์มองมาเหมือนจะพูดอะไรบางอย่าง แต่โดนผมพูดขัด


“ต่างคนต่างอาบ ไม่ต้องมาชวน และกูไม่ขึ้นห้องมึงแน่ๆ ขอใช้ห้องน้ำชั้นล่างก็พอ”


ผมออกจากภวังค์ นึกขึ้นได้ว่าตามหาเจ้าของบ้านอยู่ เห็นตัวครั้งสุดท้ายก็ตอนพาร์ยื่นเสื้อผ้ากับผ้าขนหนูให้ที่หน้าห้องน้ำ เดินตามหาพักใหญ่ถึงมาเจอเจ้าตัวกำลังนอนตะแคงข้างกอดหมอนอิงอยู่บนโซฟา หลับสบายอย่างน่าอิจฉา ยืนลังเลอยู่สักพักก็ขยับเข้าไปใกล้ ไม่คิดส่งเสียงปลุก


สายตากวาดมองสำรวจคนหลับอย่างพินิจ มันหน้าตาดี อันนี้ผมไม่เถียง แถมอิจฉาด้วยที่มันหล่อกว่า ผมเองก็อยากดูหล่อเหลาสมชาติแบบนี้เหมือนกัน ติดแต่ว่าได้ทางแม่มาเยอะไปหน่อยแล้วมันนอนภาษาอะไร เสื้อถึงถลกโชว์เอวให้ชาวบ้านเห็น


ผมดึงสายตาไปทางอื่น เลยสะดุดที่เส้นผมของคนหลับ ผมพาร์ยาวกว่าเมื่อก่อนจนตอนนี้เห็นได้ชัดว่าเส้นผมมันหยักโศก แถมยังดูเปียกหน่อยๆ จนผมนิ่วหน้า ดึงผ้าออกจากหัวตัวเองไปวางบนหัวมัน 


นอนทั้งแบบนี้เดี๋ยวหวัดได้ถามหาพอดี


ยืนก้มเช็ดให้สักพักก็ชักเมื่อย กวาดตามองหาที่นั่ง สุดท้ายก็ดึงหมอนออกนั่งแทนที่ กำลังเช็ดหัวให้อย่างเมามันก็ต้องสะดุ้ง ก้มมองสัมผัสแถวท้องที่โดนแขนใครบางคนโอบ


อ้อ มันติดหมอนข้างนี่หว่า    


ผมพ่นลมหายใจหน่ายๆ ยอมปล่อยให้กอด เช็ดจนผมพาร์เริ่มหมาดๆ ถึงหยุดมือ กำลังจะลุกเอาผ้าไปหาที่ตาก โลกก็หมุนกะทันหัน รู้ตัวอีกทีก็มานอนแหมะบนโซฟา ประสานสายตามึงงงกับคนที่กำลังเท้ามือกับเบาะคร่อมอยู่ด้านบน


“มึงนี่ไม่ระวังตัวเลย”


ผมย่นคิ้วเข้าหากัน ตาหรี่มองแววตาแพรวพราวของมัน “มึงแกล้งหลับ?”


“เปล่า รู้สึกตัวตอนโดนดึงหมอนออก มึงทำกูตื่นไม่พอ เกือบทำลูกชายกูตื่นด้วย”


“เกี่ยวอะไรกับลูกมึง”


“มึงเล่นเข้าใกล้จนได้กลิ่นสบู่ขนาดนี้ ถ้ากูไม่รู้อะไรสิแปลก เพราะงั้นปลอบประโลมกูหน่อย”


“ปลอบประโลมบ้าอะไร ถอยไปเลย”


“ง่ายนิดหน่อยแค่ปากแตะปาก”


“ฮะ!!


“ถ้ามึงรู้สึกไม่ดีค่อยผลักกูออก”


ผมเริ่มตื่นตระหนก “เดี๋ยวๆๆ จู่ๆ มึงมาพูดอะไรเนี่ย!!


“ก็มึงไม่ชอบจูบ กูเลยต้องบอกก่อน เอาน่า มาลองกันสักครั้ง กูขอแค่สามวิ”


“แต่


“สามวินาทีเอง สั้นนิดเดียวนะ”


ผมเม้มปาก ที่จริง...ใจก็อยากลองอยู่เหมือนกัน 


แค่สามวิ ห้ามเกิน!


คนฟังคลี่ยิ้มดีใจมาก ดึงผมลุกขึ้นนั่ง เรามองกันเงียบงัดจนหน้าผมชักร้อนไปหมด ยิ่งนานยิ่งสร้างความอึดอัดใจจนต้องพูดโพล่งออกมา


“จะทำอะไรก็รีบทำดิ!


“อย่าใจร้อนสิ กูก็ตื่นเต้นเป็นนะ”


ผมเม้มปาก ก่อนสะดุ้งยามมือพาร์ประคองแก้ม ยิ่งมันโน้มหน้าเข้าใกล้ผมก็ไม่กล้าสบตา หลังกวาดตาไปมาเลิกลั่กก็ต้องหลับตาลง (เพราะมองไปทางไหนก็เห็นแต่หน้ามัน) สองมือกำชายเสื้อแน่นรับรู้ลมหายใจปะทะผิวหน้า ตัวเกร็งไปหมด ความอ่อนนุ่มค่อยๆ สัมผัสเพียงแผ่วเบาและสั่นไหว แค่นั้นใจผมก็แทบระเบิด เต้นแรงจนน่ากลัวว่าจะหลุดออกจากอก


สัมผัสค่อยๆ แนบชิดเข้าหาเนิบนาบ ก่อนรุนแรงขึ้นเพียงเสี้ยววินาที สัมผัสที่ว่าก็หายไปอย่างรวดเร็ว


“เดี๋ยวกูไปห้องน้ำแปบหนึ่งนะ”


พาร์พูดอย่างเร่งรีบ ลุกพรวดตรงดิ่งเข้าห้องน้ำทันที ทิ้งให้ผมนั่งสับสนกับความรู้สึกที่พึ่งได้สัมผัสครั้งแรก หัวใจยังเต้นกระหน่ำ อารมณ์เหมือนค้างคา และไม่มีความรังเกียจอยู่ในนั้นสักนิดเดียว


ผมยกขาขึ้นมากอด ซบหน้าเห่อร้อนลงกับเข่า ไม่คิดไม่ฝันจะมีวันที่ผมรู้สึกแบบนี้กับสิ่งที่เรียกว่าจูบ


แต่ถ้าให้ทำอีกผมคงไม่ไหว กลัวตัวเองหัวใจวายตายก่อนน่ะ  


หลังจากนั้นก็ไม่มีใครกล้าสบตากับอีกคนนานเกินหนึ่งวิ เงียบกริบกันมาตลอดทางจนถึงบ้านผม จอดรถช่วยกันหิ้วของเข้าบ้านเงียบๆ ก็มาเจอแม่ที่กำลังจะเปิดประตูออกมาดูพอดี  


“สวัสดีครับ” พาร์ยกมือไหว้แม่ผมทั้งที่หิ้วถุงเต็มสองมือ


“หวัดดีจ๊ะ” ท้ายเสียงของแม่แผ่วลง แถมยังมองผมสลับกับพาร์ แล้วก็ยิ้มออกมา ตรงไปช่วยพาร์ถือของ “มา แม่ช่วยหิ้ว”


เราตรงไปห้องครัวก่อนเลย คัดแยกของหวานมาซ่อนก่อนน้องๆ มาเห็น (โดยเฉพาะเจ้าตัวเล็ก เดี๋ยวจะมาตะแง้วๆ ของกินขนมก่อนข้าวเย็น) ส่วนของคาวเอาไปจัดวางเรียงบนโต๊ะกินข้าว ก่อนจะกินค่อยเอาไปอุ่นเพิ่มนิดหน่อยก็พอ  


“หายหน้าไปเลยนะเรา”


“ขอโทษครับ”


“แม่แค่แซวเฉยๆ ทีบอกแล้วว่าพาร์ไปสวีเดนมา ที่นั่นเป็นไงบ้างจ๊ะ?”


ผมปล่อยสองคนทางนู้นยืนคุยกัน ชิ่งหลบมาด้านนอก กวาดมองหาน้องๆ ทุกทีต้องโผล่มาให้เห็นแล้ว หายไปไหนกันหมดล่ะเนี่ย กำลังจะเดินขึ้นไปดูชั้นสอง ประตูห้องน้ำก็เปิดพอดี เจ้าตัวเล็กเห็นผมก็กระโดดเข้ามาหา


“พี่!


“อันอยู่คนเดียว? แล้วน้ำกับเบอร์ล่ะไปไหน?”     


เจ้าตัวเล็กทำหน้าบูด พูดฟ้องทันที “หนีเข้าห้องกับเบอร์ ปิดประตูใส่หน้าอันด้วย”


“เรียกพี่เบอร์สิ”


“ม่าย ถ้าอันเรียก น้ำจะบังคับให้อันเรียกพี่ด้วย”


ผมมองน้องอย่างระอาใจ ได้แต่สอน “อยู่บ้านไม่เป็นไร แต่ถ้ามีแขกผู้ใหญ่มาเยี่ยม หรืออยู่ข้างนอกบ้าน อันควรเรียกพี่น้ำรู้ไหม ไม่งั้นคนอื่นจะมองอันเป็นเด็กไม่มีสัมมาคารวะ”


อันทำหน้าสงสัย “มันคืออะไร?”


“หมายถึงไม่มีมารยาท เป็นเด็กไม่ดี”


เจ้าตัวเล็กเบะปาก “อันเป็นเด็กดีนะ!


“ครับๆ เด็กดีต้องเชื่อพี่เนอะ”


คนฟังรีบผงกหัวหงึกๆ “อันคนเก่ง ทำได้อยู่แล้ว”


ชมตัวเองก็เป็น ผมได้แต่ขำ น้องอันดึงมือผมไปทางโซฟา บนพื้นพรมมีตัวต่อของน้องวางกระจัดกระจาย กล่องใส่ตัวต่อก็ล้มตะแคงด้วยฝีมือเด็กแถวนี้แน่ๆ


“จะชวนพี่เล่นด้วย?”


เจ้าตัวเล็กรีบผงกหัวหงึกๆ น้ำเสียงตื่นเต้น “อันกำลังสร้างฐานทัพ”


ผมไม่รู้หรอกว่าเป็นฐานทัพยังไง (ดูไม่ออก) ก็ได้แต่เออออไป “งั้นเหรอ แล้วจะให้พี่ช่วยอะไรล่ะ?”


“ช่วย” อันทำท่านึกจนหน้ายู่


“งั้นให้พี่ช่วยสร้างผู้ดูแลฐานทัพดีไหม” ผมเสนอ


“ดีๆ อันยังไม่ได้คิดหาคนดูแลเลย”


ทุ่มกว่าพ่อกลับมาถึงบ้าน แม่ก็ให้ผมตามสองสาวลงมากินข้าว ตอนแรกนึกว่าเล่นกันอยู่ ที่ไหนได้กำลังทำการบ้านหน้าเคร่งเครียดเลยครับ


“ยากขนาดนั้น?” ผมถามระหว่างพลิกหน้าปกหนังสือเรียน วิชาคณิตศาสตร์นี่เอง


“ยาก!” สองสาวประสานเสียงพร้อมกัน


ยัยน้ำโอดครวญต่อ “วันจันทร์มีสอบเก็บคะแนนด้วยอ่ะ”


“พี่ติวให้ไหม?” ผมถาม สองสาวตาเปล่งประกายทันที “งั้นก็ลุกไปกินข้าวก่อน เอาหนังสือกับสมุดลงไปด้วย”


“ไม่ติวข้างบนล่ะ เดี๋ยวอยู่ข้างล่างอันก็กวน”


ผมขยี้ผมน้องสาว “บอกน้องดีๆ น้องก็ไม่กวนหรอก ไม่งั้นก็หาอะไรให้น้องเล่นอยู่ใกล้ๆ ก็ได้ แต่ถ้าน้ำกีดกั้นน้องไม่ให้เข้าใกล้ น้องจะเสียความรู้สึก แถมพาลโกรธ เพราะไม่เข้าใจด้วย”


งั้นเหรอ?” น้ำงึมงำ


โทษยัยน้ำไม่ได้หรอก เพราะผมไม่เคยปฏิเสธกึ่งขับไล่น้องสาว ยกเว้นว่าต้องการสมาธิจริงๆ ผมจะเป็นฝ่ายหนีไปอยู่ที่อื่นเอง


“ถ้าไม่เข้าใจ จะลองโดนพี่ไล่ดูบ้างไหม?”


“ไม่เอา!” สวนตอบกลับมาทันที “ต่อไปนี้น้ำจะพยายามอธิบายกับอันก่อนแล้วกัน”


“น้องพี่ต้องอย่างนี้ ลงไปข้างล่างกันเถอะ”


สองสาวอุ้มหนังสือ สมุด กับกระเป๋าดินสอเดินกึ่งวิ่งตามผมมา วางของไว้ด้านนอก แล้วค่อยมานั่งประจำที่โต๊ะกินข้าว เจ้าตัวเล็กเห็นสองสาวก็ทำหน้างอใส่ทันที ท่าทางจะงอน เดี๋ยวผมค่อยไปอธิบายให้น้องคนเล็กฟังทีหลัง อาจจะลำบากหน่อย เพราะเจ้าตัวเล็กยังไม่เคยสอบแบบจริงๆ จังๆ จนกว่าจะเข้าชั้นประถม เลยไม่รู้ว่าสอบสำคัญยังไง


ผมตักกับข้าวให้น้องทั้งสองเสร็จก็ตักของตัวเองเข้าปากบ้าง สายตาก็สะดุดข้อมือคนนั่งตรงข้ามจนเกือบสำลักข้าวในปาก ดียกมือขึ้นปิดทัน ตาจ้องเขม็งใส่กำไลข้อมือของพาร์


จำได้ว่าก่อนหน้านี้คุยกันดิบดีว่าจะปกปิด แต่เพราะเรื่องเอ่อ เรื่องนั้นอ่ะ ทำให้ลืมเรื่องกำไลไปเลย


ผมพยายามส่งซิกให้พาร์รู้ มันทำหน้างงแวบหนึ่ง ก็ขยับมือตักกับข้าวตรงหน้ามันมาให้


ไม่ได้อยากได้กับข้าว! กูหมายถึงกำไลมึงอ่ะ!!


พาร์ก็ยังไม่รับรู้ หันไปคีบหมูอบน้ำผึ่งมาให้ พอมือมันขยับมาใกล้ ผมเลยใช้ปลายช้อนเคาะที่กำไลเบาๆ ว่าหมายถึงไอ้นี่ พาร์ทำหน้าบางอ้อ ก่อนทำหน้าจนปัญญาใส่ แววตาสื่อบอกว่าไม่ทันแล้วมั้ง


ใช่ครับ ไม่ทันแล้ว เพราะยัยน้ำเริ่มจ้องกำไลพาร์เขม็ง


“กำไลของพี่พาร์เหมือนของพี่เลย”


“ไหนๆ” เบอร์ดี้เริ่มสนใจ “เบอร์ขอดูกำไลของพี่ทีหน่อย”


ยัยน้ำคว้าข้อมือซ้ายผมดึงไปหน้าตัวเอง ให้เบอร์ดีที่นั่งอีกด้านก้มมาดู


“เหมือนจริงๆ ด้วย”


พ่อเลิกคิ้ว ถามตรงๆ “กำไลคู่?”


สองสาวทวนคำเสียงดังลั่น “กำไลคู่!!


แม่ส่ายหน้า “เห็นปุ๊บก็รู้แล้วนี่ค่ะคุณ”


พ่อหัวเราะ “นั่นสินะ เจ้าทีมีแฟนแล้วแบบนี้ต้องขยาย”


ผมสะดุ้ง รีบส่งเสียง “เดี๋ยวพ่อ!!


แต่คนแก่ของบ้านฉีกยิ้มสนุกสนาน ลุกจากโต๊ะทั้งที่กำลังหยิบมือถือจากกระเป๋ากางเกง ผมจะวิ่งตามไปก็ไม่ได้ เพราะยัยน้ำยังจับมือผมจ้องสำรวจกำไลตาวาวๆ ไม่เลิก


“ไหนว่ายังไม่ได้คบกันไง โกหกน้อง” น้ำดุผม


“พี่ไม่ได้โกหกสักหน่อย”


“บู้ๆ น้ำเชื่อที่ตาเห็นค่ะ พี่พาร์ยื่นมือขวามาหน่อย”


คนโดนเรียกเลิกคิ้ว ทำตามที่บอกโดยดีด้วยแววตาสงสัยเล็กๆ น้ำจับมือผมยื่นไปเทียบใกล้ๆ ควักมือถือมากดถ่ายรูปทันที รอยยิ้มพึงพอใจมาก ผมได้แต่ชักมือกลับมากุมขมับ รู้สึกถึงแรงกระตุกที่ชายเสื้อก็หันไปมอง เจอดวงตากลมโตของเจ้าตัวเล็กมองมาอย่างสงสัย


“กำไลคู่คืออะไร?”


ไม่ทันตอบ ยัยน้ำก็ตอบแทนผมที่กำลังอ้ำอึ้ง “เหมือนแหวนคู่ไง”


เจ้าตัวเล็กกระพริบตา “แหวนคู่คืออะไร?”


น้ำอดทนอธิบาย “ก็เหมือนแหวนที่พ่อกับแม่ใส่ติดตัวไงเล่า”


เจ้าตัวเล็กกระพริบตาปริบๆ ท่าทางยังไม่เข้าใจ ยัยน้ำกรอกตาไปมา ตัดสินใจเมินน้อง หันไปกรี๊ดกร๊าดกับเบอร์ดี้แทน


“พี่


ผมตัดบทระหว่างลูบหัวน้องคนเล็ก “เอาไว้อันโตแล้วจะเข้าใจเอง เดี๋ยวพี่มานะ” พูดจบผมก็ลุกขึ้น รีบเดินตามหาพ่อ เจอตัวอยู่แถวห้องนั่งเล่น


“ลูกชายเราคบกันแล้ววะแทนไม่มั่วโว้ย เห็นตำตาว่าใส่กำไลคู่กันซะด้วยอยากเห็นก็มาบ้านกูสิ กำลังกินข้าวกันอยู่หือ วันนี้ลูกกูไปบ้านมึง?...เรอะ สงสัยจะเป็นกับข้าวแบบเดียวกับบนโต๊ะบ้านกูล่ะมั้ง ฮ่าๆๆ”


ผมค่อยๆ ย่องจนไปยืนข้างหลังพ่อ แล้วกระซิบเสียงเหี้ยมด้วยประโยคเด็ดที่แม่เคยบอกว่าทำพ่อร้องลั่นโรงหนัง “อยากไปทัวร์นรกด้วยกันไหมครับ”


“แว้กกกก!


พ่อทำมือถือตก ผมรีบก้มไปเก็บกดตัดสาย แล้วยืนกอดอกมองพ่อลูบอกปลอบขวัญตัวเองอยู่


บางทีโรคกลัวผีคงเป็นโรคทางกรรมพันธุ์


“เล่นอะไรบ้าๆ เกิดพ่อตกใจจนช็อกขึ้นมาทำไง”


“ถ้าพ่อไม่เลิกโทรไปบอกคนนู้นคนนี้ ผมจะทำให้พ่อสยองขวัญฝันร้ายสักอาทิตย์”


“เฮ้ย! พ่อแค่ดีใจเองนะ”


ผมย่นคิ้ว “มีบ้านไหนดีใจที่ลูกชายคบผู้ชายด้วยกันเหมือนพ่อบ้าง หรือว่าไปพนันเรื่องผมมาอีกแล้ว”


คนฟังเลิกคิ้ว “พี่ชายของพ่อยังคบผู้ชายเลยนะลูก”


เบี่ยงประเด็นชัดๆ ผมแยกเขี้ยวใส่พ่อ “ไปพนันอะไรกับใครมา!


“ก็กับลุงของลูกไง”


ลุงนิก? ผมขมวดคิ้ว “พนันอะไร”


“เรื่องของผู้ใหญ่ ไม่ต้องสนใจหรอก นี่พ่อโทรไปบอกลุงของลูกเป็นคนแรกเลยนะ”


“พ่อ!!


“ไม่เห็นต้องอาย ลูกแค่มีแฟน แถมยังพาแฟนมาแนะนำตัวถึงบ้านซะด้วย”


“มันไม่ใช่!


“ไม่ก็ไม่” พ่อโอบคอผม ดึงตัวไปด้วยกัน “ไปกินข้าวกันเถอะ”


 พ่อไม่ฟังผมเลยนี่หว่า!


ผมชักปวดหัวตงิดๆ นี่มันงานเข้าชัด!!



 

วันอาทิตย์ผมกับพาร์ต้องไปมหาลัย เพราะนิติมีนัดประชุมด่วนตอนสิบโมง ผมแยกกับพาร์ที่ตึกนิติ เพราะต้องไปหาพี่ดินที่ห้องสโมฯ ก่อน


ตั้งแต่ เอ่อ นั่นนะ ผมกับพาร์คุยกันนับคำได้ โดยเฉพาะตอนอยู่กันตามลำพังบรรยากาศจะกระอักกระอวนเป็นพิเศษ แบบว่ามันขัดเขินแปลกๆ  


ผมสะบัดความคิดในหัวทิ้ง คว้าลูกบิดเปิดประตูห้องสโมฯ สบตากับพี่ดินปุ๊บก็โดนถามปั๊บ


“เป็นอะไร?”


แวบแรกผมสะดุ้ง เกือบนึกว่าโดนอ่านใจ แต่พอตั้งสติได้ก็ทำหน้าเซ็งจิตใส่ พูดกลบเกลือนอิงกับความเป็นจริง “พี่เห็นขอบตาหมีแพนด้าก็น่าจะรู้แล้วว่าผมนอนไม่พอ”


“เพราะเห็นถึงได้ถามน่ะสิ เครียดเรื่องสะใภ้คณะ?”


ผมส่ายหน้า แอบนึกโล่งใจที่พี่แกไม่ได้นึกสงสัยเรื่องอื่น ปากก็ตอบคำถาม “คนนอนน้อยก็ไม่จำเป็นต้องเกี่ยวกับเรื่องเครียดหรือไม่เครียดสักหน่อย”


“แล้วไปทำอะไรมา?”


กัดไม่ปล่อยจริงๆ ผมพ่นลมหายใจเบาๆ “เมื่อคืนผมโดนผู้ปกครองอบรมผ่านวีดีโอคอลมาน่ะสิ ฝ่ายนั้นไม่สนใจเวลาที่ต่างคนละซีกโลก จะหลับก็ไม่ได้ต้องตั้งใจฟังอย่างเดียว กว่าผู้ปกครองพอใจยอมปล่อยผมไปนอนก็เกือบเช้าแล้ว”


แววตาพี่ดินเปลี่ยนจากเป็นห่วงเป็นขบขันทันที “ไปสร้างเรื่องให้ผู้ปกครองอารมณ์เสียมาล่ะสิ”


ผมเบ้ปาก ลุงนิกที่ไม่มีทากะซังอยู่ใกล้ๆ รับมือโคตรยาก ผมเลยรับเละอยู่คนเดียว แถมยังโดนกรอกหูมาอีกสารพัดอย่าง รู้ทั้งรู้ว่าลุงนิกแค่พูดขู่ให้กลัว แต่พอผมคิดตามเป็นบางเรื่องก็แอบกลัวจริงๆ โดยเฉพาะเรื่องบทบาทบนเตียงผมนึกถึงสภาพทากะซังหลังผ่านศึกแล้วชักหน้าซีด นี่ขนาดผ่านศึกมายี่สิบกว่าปีแล้วแท้ๆ ยังไม่นับกองเลือดเปิดซิงวันนั้นของไอ้เด็นอีก ขนาดคนทำอย่างไอ้ยำยังตกอกตกใจ แล้วคนเสียเลือดเล่า!


ด้วยความที่กลัวมาก เลยถามลุงสั้นๆ อย่างขึงขัง “ถ้าทีจะรุกต้องทำยังไง”


ลุงนิกเงียบไปนาน กว่าจะถอนหายใจให้ได้ยิน แถมยังตอบคำถามได้ทิ่มแทงใจสุดๆ 


[ถ้าทีรุกเป็น และไปทางนี้รอด ลุงคงไม่บ่นยาวเหยียดให้ฟังแบบนี้หรอก]


“ดูถูกที!


[แน่นอน ถ้าลุงดูไม่ถูกจะเลี้ยงเรามาได้ไง ฟังลุงนะ ถ้าทีคบเจ้าเด็กนั่นก็ไม่แคล้วโดนจับกด อย่าพึ่งเถียง ลุงดูรู้ เพราะเด็กนั่นเป็นประเภทเดียวกับลุง ส่วนทีเป็นประเภทเดียวกับทากะชัดๆ]


“ไหนลุงบอกว่าเคยเกือบโดนทาจังพลิกกลับไง งั้นทีก็มีสิทธิ์ดิ”


[งั้นลุงบอกความลับอะไรให้ฟัง ได้ยินแล้วก็เหยียบให้มิดล่ะ]


ผมพยักหน้าหงึกๆ ตั้งใจฟังเต็มที่


[คู่อื่นเป็นไงไม่รู้ แค่คู่ของลุงมันอยู่ที่แรงใจ อย่างกรณีทากะ ถ้าคิดเป็นฝ่ายรุกจริงจัง ลุงคงสู้ไม่ได้หรอก]


ผมกระพริบตา “ทาจังยอมเป็นฝ่ายรับง่ายๆ เลยเหรอ”


[ใครบอก! มีสู้ชิงตำแหน่งกันอยู่แล้ว เพียงแต่ใจทากะแปดสิบเปอร์เซ็นต์คิดรุก ที่เหลืออีกยี่สิบคิดว่ายังไงก็ได้ไง ลุงเลยชนะในเสี้ยวสุดท้าย เพราะลุงไม่คิดจะรับร้อยเปอร์เซ็นต์ เข้าใจที่ลุงบอกไหม]


“อ่าฮะ แล้ว


ลุงนิกพูดขัดผมซะก่อน [เจ้าเด็กนั่นไม่คิดรับเหมือนกัน ส่วนทีเหมือนทากะไม่มีผิด แรงใจไม่ถึงแบบนี้ยังไงก็เห็นแววแพ้มากกว่าชนะ เพราะงั้นมาฟังลุงสั่งสอนต่อซะดีๆ แล้วนำไปปฏิบัติด้วย]


แล้วผมก็ไม่มีโอกาสได้พูดขัดอีกเลย แม้ใจอยากบอกแทบตายว่าผมกลัวจะเป็นรับ จนเครียดจะแย่อยู่แล้วก็ตาม


ผมหลุดจากภวังค์เพราะแรงเขย่าตัว พี่ดินมองผมอย่างไม่แน่ใจ


“ถ้าไปประชุมกับพี่ไม่ไหวก็ไม่เป็นไร อยู่นอนพักที่ห้องสโมฯ ก่อนก็ได้”


ผมส่ายหน้า “ไม่เป็นไรพี่ ผมยังไหว”


“แน่นะ? อย่าไปล้มโครมตอนพี่กำลังประชุมคณะล่ะ”


ผมพยักหน้า แต่พี่ดินก็ยังไม่วางใจ พอพวกผมไปถึงลานใกล้ตึกคณะอันเป็นที่นัดหมาย พี่ดินก็เรียกพาร์ให้มารับผมไปนั่งด้วย เลยโดนปีหนึ่งยันปีสี่ส่งเสียงโห่แซวจนผมกับพาร์นั่งลงถึงได้พากันเงียบ รอฟังพี่ดินเปิดประชุมด้วยหัวข้อที่พอจะรู้กันอยู่ เนื่องจากอาทิตย์ที่ผ่านข่าวลือมีไม่น้อย แต่ไม่มีใครรู้ว่าจริงเท็จแค่ไหน


“สวัสดีเพื่อนและน้องๆ ชาวนิติครับ คิดว่าคงทราบข่าวกันแล้วว่าสงครามสายน้ำในปีนี้กำลังเกิดปัญหาใหญ่ เนื่องจากภัยแล้งที่เกิดขึ้นเกือบทำให้โดนทางมหาลัยสั่งยุติกิจกรรมนี้


เสียงฮือฮาดังกระหึ่ม ก่อนค่อยๆ ซาลงเพื่อรอฟังพี่ดินพูดต่อ


“แต่หลังจากส่งตัวแทนไปเจรจาต่อรองหลายครั้ง ในที่สุดก็ได้รับการยินยอมให้จัดกิจกรรมนี้ได้โดยจะต้องจำกัดปริมาณน้ำโดยรวม และมีระยะเวลาสิ้นสุดกิจกรรมเร็วกว่ากำหนดนั่นคือหกโมงเย็นของวันแรก”


“อะไรกัน แบบนี้งานปีนี้ก็กร่อยน่ะสิ”


สงสัยพี่ดินจะได้ยินคนบ่น ถึงได้พูดต่อว่า “แต่หลังสงครามสิ้นสุด เรายังมีอีกกิจกรรมพิเศษในช่วงเวลากลางคืนรออยู่ เริ่มตั้งแต่ฟ้ามืดจนถึงห้าทุ่ม ธีมของงานคือแสง หัวข้อคือแสงแห่งความประทับใจ”


มีพี่ผู้หญิงคนหนึ่งยกมือถาม “แล้วผู้หญิงสามารถเข้าร่วมได้ถึงกี่โมงคะ?”


“ได้ถึงห้าทุ่มเช่นเดียวกัน เพราะหลังจากนั้นทุกคนต้องกลับกันหมด ปีนี้ไม่มีการค้างคืนในมหาลัย แล้ววันอาทิตย์ถึงจะมาช่วยกันเก็บกวาดสถานที่”


“ขอถามได้ไหมครับว่าจำกัดปริมาณน้ำโดยรวมยังไง?”


“ใช้ถังทรงสี่เหลี่ยมลูกบาสก์ขนาดใหญ่จุน้ำได้ถึง 1,000 ลิตรต่อหนึ่งคณะ คณะเราจะมีคนเฝ้าคอยดูแลและจดบันทึกการเบิกน้ำตลอด โดยจะแบ่งให้ชั้นปีละ 250 ลิตร บริหารจัดการกันเอาเอง หากเบิกครบแล้วจะไม่สามารถเบิกได้อีก”


“แล้วจะรู้ได้ไงว่าเบิกไปเท่าไหร่แล้ว?”


“จะมีแจกแกลอนน้ำขนาดหนึ่งลิตรให้ชั้นปีละสามใบ เอาแกลลอนหนึ่งใบมาใส่น้ำนับเป็นหนึ่งครั้ง สรุปคือแต่ละชั้นปีสามารถเบิกน้ำได้ 250 ครั้งต่อแกลอน มีใครสงสัยอะไรอีกไหมครับ”


เสียงซุบซิบดังกระจายไปทั่ว แต่ละชั้นปีมีคนเป็นร้อย 250 ลิตรจึงถือว่าไม่ได้เยอะ การบริหารจัดการน้ำที่มีอยู่อย่างจำกัดเป็นเรื่องสำคัญมากจริงๆ


“งั้นสงครามคราวนี้อาจมีเรื่องแย่งชิงน้ำด้วยสิครับ”


พี่ดินพยักหน้า “มีแน่นอน เพราะน้ำเป็นกระสุน หากน้ำหมด มีแต่ปืนไร้กระสุน แพ้เห็นๆ”


เสียงฮือฮาดังขึ้นอีกครั้ง รอจนเสียงเบาลงพี่ดินก็พูดต่อ


“ถือเป็นเงื่อนไขใหม่ของกิจกรรมคราวนี้ และแต่ละคณะจะได้รับแจกแกลอนหนึ่งลิตรเพียงสิบสองใบเท่านั้น แน่นอนว่าคงไม่มีใครบ้าขโมยแกลอนเปล่า ดังนั้นต้องระวังโดนฉกน้ำหายไปพร้อมแกลอนด้วย” 


หลังปล่อยให้ผู้คนพูดคุยปรึกษาสักพัก พี่ดินก็ส่งเสียงเรียกให้กลับมาฟังกันก่อน


“ผมขอพูดถึงเรื่องกิจกรรมแสงแห่งความประทับ ทางที่ประชุมรวมทุกคณะมีมติให้แต่ละคณะสร้างผลงานหนึ่งชิ้นให้คนที่เข้าไปดูหรือเล่นกับมันประทับใจ แต่เนื่องจากเวลาของเรามีน้อย ผมจึงขอให้ทุกคนลองไปคิดไอเดียเขียนใส่กระดาษหรือพิมพ์มาก็ได้ แล้วนำมาหย่อนลงกล่องในห้องสโมฯ ภายในห้าวันของสัปดาห์นี้ สัปดาห์หน้าผมจะเปิดให้โหวตไอเดียที่บอร์ดหน้าห้องสโมฯ เป็นเวลาสามวัน หลังประกาศผล คงต้องให้ทุกชั้นปีช่วยกันสร้างผลงานจนแล้วเสร็จให้ทันวันกิจกรรม มีใครอยากถามอะไรเพิ่มไหมครับ?”


“แสงที่ว่านี้คืออะไรก็ได้เหรอครับ?”


“คือทางมหาลัยอยากให้ประหยัดไฟภายใน ม. เหมือนกันครับ” พี่ดินพูดอย่างลำบากใจ “บางทีเราคงใช้ไฟฟ้าของมหาลัยไม่ได้ และโดนสั่งห้ามเล่นไฟเด็ดขาด เพราะอาจเกิดเหตุไม่คาดฝันจนเกิดไฟลุกลามได้”


“งั้นก็ต้องใช้พวกไฟสำรองจากแบตเตอร์รี่”


“พวกแท่งเรืองแสงสินะ”


“สีเรืองแสงก็ไม่เลว”


หลายเสียงงึมงำ สักพักพี่ดินก็ฝากบอกให้ลองก็บไปคิดกันมา 


การประชุมดำเนินต่อไป ที่เหลือเป็นเรื่องยิบย่อยอื่นๆ ภายในคณะนิติเอง ผมอ้าปากหาวแล้วหาวอีก สุดท้ายต้านทานความง่วงไม่ไหว เผลอสัปหงกไปจนได้ แต่ก่อนจะหลับสนิทเหมือนมีคนจับหัวผมเอนหาที่พิง ได้กลิ่นน้ำยาปรับผ้านุ่มหอมๆ ด้วยยิ่งทำให้นึกถึงหมอนที่บ้าน พอขยับหัวให้เข้าที่ได้ปุ๊บผมก็ปิดสวิตซ์ตัวเองทันที


------------------------------------------------------

Talk: 05/07/2016

สวัสดียามดึกค่ะ เราเอาตอนใหม่มาส่ง 

ราตรีสวัสดิ์นะ ไว้เจอกันใหม่ตอนหน้าค่ะ 

ป.ล.เราเปิดเพจนักเขียนแล้วนะ แวะไปเยี่ยมเยี่ยนกันได้ [ที่นี่] ค่ะ 

-----------------------------------------------------

เนื่องจากนักอ่านแนะนำมา...

เกี่ยวกับชื่อบทสนทนาทางไลน์ กับสัญลักษณ์เวลาคุยโทรศัพท์ เราจะเก็บไปปรับปรุงนะคะ ขอบคุณสำหรับคำแนะนำค่ะ ^^  


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 67 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,841 ความคิดเห็น

  1. #2815 KiHaE*129 (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 23 กันยายน 2562 / 23:55

    เอ็นดูน้องอันจริงๆ

    โอ้วววหลับซบด้วยย

    #2,815
    0
  2. #2729 ThkTheks (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 26 สิงหาคม 2561 / 09:52
    ความลุงนิค 555555555555
    #2,729
    0
  3. #2590 FairyP718 (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 21 เมษายน 2560 / 00:16
    นอนซบกลางที่ประชุมด้วย อื้อหือ
    #2,590
    0
  4. #2404 KB.lonkoi (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 6 เมษายน 2560 / 19:50
    โหเซ็งเลยอะ อยากเห็นการเล่นกิจกรรมแบบสนุกๆไม่ต้องกำจักจำนวนน้ำ555 แต่ก็เข้าใจหมายเหตุแลเหตุผลที่ไรท์จะสื่ออยู่ เป็นกำลังใจให้คะคิๆๆๆ //สนุกมากกก//
    #2,404
    0
  5. #2209 shshshx (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2560 / 16:45
    5555555555ลุงนิดเทศยาวววววว
    อิจฉาคนมีคู่
    #2,209
    0
  6. #1999 baekbow (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 4 กันยายน 2559 / 11:33
    ง่า เป็นเราคงเซ็ง กิจกรรมที่มีมาทุกปี ต้องมากร่อยแบบนี้ หวังว่า กิจกรรมแสงจะทำให้ประทับใจได้จริงๆนะ
    #1,999
    0
  7. #1748 B B (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 16 กรกฎาคม 2559 / 16:16
    ขอท้วงเรื่องปริมาณน้ำที่ใช้ในสงครามสายน้ำหน่อยเถอะ



    คณะละ 1000ลิตร มันน้อยไป



    ยิ่งบอกให้ตวงครั้งละหนึ่งลิตรเนี่ย



    มันแค่น้ำดื่มสิงห์ขวดปกติ 500 มล สองขวดเอง เติมปืนฉีดน้ำได้แค่สองกระบอกปกติ แต่ถ้าปืนฉีดน้ำแรงๆ กระบอกเดียวก็แทบจะไม่พอ



    ด้วยปริมาณน้ำแค่นั้น มันไม่สามารถเรียกว่าสงครามสายน้ำได้เลย



    อ่านแล้วแอบผิดหวังนิดๆ เพราะความรู้สึกเหมือนโดนหลอกช่วงทำกิจกรรมบนเกาะ



    คาดหวังว่าจะมีกิจกรรมสนุกๆให้อ่านเยอะ กลับเหมือนโดนชิงตัดจบกิจกรรมอย่างนั้น



    หวังว่าคงไม่โกรธกัน



    เพราะชอบเรื่องนี้มากเลยอยากให้สมเหตุผล



    และขอแสดงความยินดีด้วยที่จะได้ตีพิมพ์



    จะรอซื้อนะ

    #1,748
    0
  8. #1697 Zuba1234 (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 8 กรกฎาคม 2559 / 22:40
    ตอนแรกนึกว่าลุงนิกจะบุกมาห้าม ที่ไหนได้ วีดีโอคอลมาสั่งสอนการเป็นรับให้ทีจนเช้าซะงั้น 55555555
    #1,697
    0
  9. #1696 cartoon-Phat (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2559 / 22:29
    โง้ยยยยแอบฮาลุงนิกไม่อยากให้หลานเป็นรับ 5555555 พาร์ทีน่ารักจังเลยค่ะ มาต่อไว้นะคะ สู้ๆ
    #1,696
    0
  10. #1695 Som O Usanee (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2559 / 21:28
    ไม่ต้องกลัวหรอกน้องที พาร์น่ารักกับทีจะตาย แต่อาจจะหลายรอบเพราะต้องกดความหื่นไว้นานไปหน่อยอะนะ 55555
    #1,695
    0
  11. #1694 Pinkuplatong (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2559 / 20:07
    ฟิคที่ดีกะใจมากเรื่องนึง สนุกมากเลยค่ะไรท์ สู้ๆนะคะ เสียใจอ่านไปตั้งเยอะ ไม่ได้เม้นให้ทุกตอน

    คือมีพิมพ์ผิดเยอะก็จริง แต่เนื้อเรื่องดีค่ะ ยอมใจ
    #1,694
    0
  12. #1693 Thedrm. (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2559 / 17:11
    หูย ทำไมตอนหลังๆนี้มีตอนที่ฟินเยอะจังงง รักไรท์ ; ; มาอัพไวๆนะค้าา
    #1,693
    0
  13. #1692 The_Fear (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2559 / 13:00
    ไม่ต้องกลัวนะที เราเชื่อว่าพาร์จะอ่อนโยน แต่ถ้าให้พาร์ทนมากกว่านี้อาจจะไม่ได้นอนก็ว่าไป 555555555555
    #1,692
    0
  14. #1691 MeMine (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2559 / 11:59
    แอบหวานนน
    #1,691
    0
  15. #1690 K H ! M # (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2559 / 10:00
    แหน่ะๆมีซบ > < โอ้ยอยากไปงานสงครามมั่งจังเลยอ่า อยากไปแอบดูพาร์กะทีเล่น อยากอ่านตอนของคู่ลุงนิกกะทากะด้วย #อ่าวผิด
    #1,690
    0
  16. #1689 >haruhi (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2559 / 09:02
    ทีไม่รอดหรอกลูก พาร์มันร้าย ทำใจง่ายกว่านะ555555
    แต่เขินอ่ะ เขินนนนน
    #1,689
    0
  17. #1688 Good morning. (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2559 / 08:47
    มีซงมีซบ วรั้ยยยย! อิจที
    #1,688
    0
  18. #1687 Marcel (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2559 / 06:41
    ทีลูก หนูไม่น่ารอดมาเป็นเมะได้ หันหน้าไปมองพาร์ ยังไงกะไม่รอดลู๊กกก
    #1,687
    0
  19. #1686 darksnow87 (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2559 / 06:34
    ช่วงชิงจังหวะให้ได้สู้ๆนะ ที5555 พาร์ดูแลดีนะ เมื้อไหร่ ที จะเลิกกลัว สักทีน้า
    #1,686
    0
  20. #1685 Keen Alexis (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2559 / 05:39
    พลังใจในการรุก ?!? ทีไม่รอดละ><~
    #1,685
    0
  21. #1684 กองฟางข้าวk-f-k (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2559 / 02:12
    ว๊ายๆ คุณพ่อทีนี้ตัวช่วยพาร์ชัดๆ
    #1,684
    0
  22. #1682 pupypop (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2559 / 01:16
    ทีเอ๋ย หนูไม่เหมาะจะไปกดใครหรอกลูก
    #1,682
    0
  23. #1681 PuiPui--r (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2559 / 23:49
    เปิดตัวอย่างเป็นทางการกับครอบครัวแล้วเว้ยยย ถึงจะไม่ได้ตั้งใจก็เถอะ รู้กันทั่วแล้วแบบนี้ พาร์ลุยเลยลูกกก
    #1,681
    0
  24. #1680 Aumoon (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2559 / 23:45
    มีซงมีซบกันด้วย เนี้ยยยยย~
    #1,680
    0
  25. #1679 Whatever it is (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2559 / 23:37
    ทีโดนติวเข้ม 5555
    #1,679
    0