[Chonnatee] ชลนที #Boy's Love #จบแล้ว

ตอนที่ 50 : บทที่ 42

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,683
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 70 ครั้ง
    9 ต.ค. 61


บทที่ 42


“ชื่อของเธอคือ เปียทีซ”


“มึงแน่ใช่นะว่าเธอชื่อนี้?” กายถามทันที


นั่นสิ ทำไมชื่อฟังดูแปลกๆ


“ก็เธอแนะนำแบบนั้น สำเนียงภาษาอังกฤษก็แปลกๆ บางครั้งเหมือนไม่ได้พูดภาษาอังกฤษ กูสื่อสารกับเธอไม่รู้เรื่องวะ”


เทมตบไหล่วิน “ยินดีด้วย เหมือนมึงจะได้ล่ามแปลภาษาแล้ว”


“แต่ว่าที่ล่ามของกูโดนลากไปแล้ว เฮ้อ...ไม่รู้แม่ส่งเธอมาที่นี่ทำไม”


“ไม่โทรไปหาล่ะ?” ไวถามงงๆ


“บนเกาะมีสัญญาณมือถือซะที่ไหน กว่าจะขอเช่าเสาสัญญาณกว่าจะติดตั้งเรียบร้อยก็หลังโครงการที่นี่เกือบเสร็จนั่นแหละ...ที่จริงผู้ดูแลเกาะมีเครื่องสื่อสารดาวเทียมอยู่หรอก แต่กูขอยืมได้ซะที่ไหน”


“ทำไมล่ะ?” ยำงง “มึงเป็นนายน้อยของเขานี่”


“คิดว่าตัวกูกับแม่กู ใครใหญ่กว่ากัน?”


“แม่มึง” ไวไวตอบทันที วินพยักหน้า ทำหน้าช่วยไม่ได้


“เขาเลยฟังคำสั่งแม่กูมากกว่าไง”


ยำทำหน้าเหวอ แต่คนฟังทั้งหลายกลั้นขำกันใหญ่


“ช่างเรื่องนี้ก่อน เดี๋ยวกูพาชมที่นี่ เพราะมะรืนนี้ต้องกลับขึ้นฝั่งกันแล้ว”


หลังวินพูดจบ ทุกคนก็ทยอยเดินตามเจ้าถิ่น ผมรั้งท้ายอยู่กับเทม ชำเลืองมองทิศทางที่ใครบางคนโดนดึงหายไปแวบหนึ่ง ก่อนรีบหันกลับมาเมื่อเทมเตือนให้ระวังพื้นต่างระดับ เรากลับไปเดินบนสะพานไม้ที่ทอดยาวเข้าหมู่บ้าน เห็นหลังคามุ้งด้วยใบจากมาแต่ไกล ยิ่งเดินเข้ามาใกล้ก็ยิ่งแปลกใจ เมื่อเห็นชัดๆ ว่าตัวบ้านมันเป็น


“บ้านดินเหรอ?” เทมถามคนแรก


วินพยักหน้า ชี้นิ้วขึ้นข้างบน “ส่วนหลังคาทำจากใบจาก เก็บมาจากแถวป่าชายเลน”


“มึงจะทำหมู่บ้านดินที่นี่?” ต่อถามอย่างสนใจ


“พี่กูจะทำ แต่ดันไม่ว่างดูแล เลยโยนงานที่เหลือให้กูมาช่วยทำตอนปิดเทอม กูเห็นเป็นโอกาสดีเลยให้พวกมึงมาเที่ยวเล่นที่นี่ด้วย” พูดถึงตรงนี้มันก็ย่นหน้า “แต่ดันโดนแม่ซ้อนแผนเอาแขกมาทิ้งไว้ให้ดูแลซะได้”


“ถ้าจะเปิดเป็นที่พักของแขก แบบบ้านเรียบไปนะ” ต่อออกความเห็น


“อ้อ นี่ของทดลองสร้าง ไหนๆ ก็แล้วกูเลยว่าจะมาทดลองอยู่ พวกมึงก็ด้วย ช่วยเข้าพักตามบ้านหลังต่างๆ ให้หน่อย ในบ้านมีสมุดจดแขวนไว้ จะติจะชมเขียนได้เต็มที่”


“ใช้งานเพื่อนวะ!” ไวไวว่า


วินหัวเราะ “เอาน่า ถือว่าแลกเปลี่ยน ที่เที่ยว บ้านพัก ค่าอาหารฟรีหมดทุกอย่าง” 


พวกผมถอนหายใจคนละเฮือก เชื่อเถอะ อาหารที่ว่าคงมาจากพ่อครัวที่มาทดลองหาเมนูเหมาะสมสำหรับในอนาคตแหงๆ


“แล้วจะแบ่งคนเข้าพักยังไง?” ผมถาม


“แล้วแต่พวกมึงสิ ใครอยากอยู่กับใครก็ตามสบาย เดี๋ยวช่วงกินข้าวค่อยมาเสี่ยงทายหยิบกุญแจที่พักกัน ใครจะได้อยู่หลังไหนขึ้นอยู่กับคนมาจับล้วนๆ”


“ลำบากเพื่อนอีก!” ไวไวยังแขวะไอ้วินไม่เลิก “แล้วไหนของกิน?”


“นู้น วางอยู่ศาลาหลังใหญ่ตรงนู้น” วินชี้ให้ดู “จุดรวมตัวกินข้าวของทุกคนบนเกาะ มาช้าอด มาเร็วไปต้องรอ โรงครัวจะเตรียมอาหารไว้ให้แบบบุฟเฟ่ต์ เช้าเริ่มเจ็ดโมงครึ่งถึงเก้าโมง กลางวันช่วงสิบเอ็ดโมงครึ่งถึงบ่ายโมงครึ่ง เย็นประมาณหกโมงถึงสองทุ่ม ไม่มีขนมระหว่างมื้อ แต่วันนี้พิเศษ ถือว่าต้อนรับพวกมึง เลยมีขนมง่ายๆ ให้พวกมึงล้างปากหลังกินข้าว”


ศาลาที่ว่าเป็นทรงสี่เหลี่ยม เปิดโล่งทั้งสี่ด้าน มีแค่หลังคาไว้บังแดดบังฝน แต่ผมว่าถ้าตกหนักๆ ลมแรงๆ มีสาดเข้ามาแหงๆ ภายในวางโต๊ะเก้าอี้ไว้เกือบเต็มพื้นที่ ดูแล้วน่าจะจุคนได้เกือบร้อย ส่วนตรงกลางศาลาเป็นที่วางของกินครับ


“กูว่ามึงทำศาลาดีๆ แล้วกระจายอาหารออกเป็นสี่มุมน่าจะดีกว่า คนจะได้ไม่ไปกระจุกรวมตัวแต่ตรงกลาง” ต่อออกความเห็น


“ตามแผนงาน ศาลาจะใหญ่กว่านี้ เป็นแบบสองชั้น ติดกระจกบานใหญ่เลื่อนเปิดปิดได้ มีระเบียงด้วย จุดวางอาหารมีห้าจุด นอกจากสี่มุมแล้วก็มีตรงกลางด้วย แต่เราคนน้อย บวกกับศาลาเป็นแบบนี้ กูเลยให้จัดวางไว้ตรงกลางแทน เวลาฝนตกจะทิ้งผ้าใบลงมากั้นก็จริง แต่ฝนก็ยังสาดเข้ามาอยู่ดี พวกมึงอย่าไปนั่งริมๆ ล่ะ และกฎของแรก ห้ามเอาอาหารและเครื่องดื่มออกไปจากที่นี่”


“อ้าว ญาติมึงกับพาร์นั่งกินข้าวอยู่ตรงนั้นไง” ไวไวตาดีชี้บอก


พวกผมมองตาม ด้านหน้าทั้งคู่มีจานอาหารวางไว้เต็มไปหมด ท่าทางคุยกันถูกคอ ผมว่าน่าจะเป็นคนคุ้นเคยกันในระดับหนึ่ง


เทมศอกใส่ผม “หึงไหม?”


“หา? ทำไมต้องหึง?” ผมงงจริงๆ ก็แค่คุยกันธรรมดาตามประสาคนรู้จักกับเพศตรงข้าม “ถ้าเห็นแค่นี้แล้วหึง กูว่าเครียดตายก่อน”


“แล้วแบบไหนมึงถึงจะหึง?”


ผมครุ่นคิด “ไม่รู้สิ กูยังไม่เคยหึงวะ”


“มีแฟนตั้งหลายคน ไม่เคยหึงเลยเหรอ”


อย่างกับเดจาวู “...มึงถามเหมือนพี่พีทเลยวะ”


เทมหัวเราะ “มึงไปหาที่นั่ง เดี๋ยวกูหยิบอาหารไปให้”


“เออๆ”


เรื่องนี้ไม่ต้องห่วง เทมรู้ดีว่าผมชอบหรือเกลียดอะไร แต่ผมกำลังตงิดใจว่ากำลังโดนเพื่อนลองใจหรือเปล่า ยืนช่างใจว่าจะเลือกโต๊ะใกล้พาร์ดี หรือเลือกให้ไกลสุดดี คิดไปคิดมาก็เดินไปนั่งโต๊ะกึ่งกลาง แต่ค่อนไปทางตัวเลือกแรกหน่อย


เพื่อนในกลุ่มเห็นผมนั่งโต๊ะไหนก็ตามมา ไม่มีใครถาม ให้อารมณ์เหมือนเวลาส่งเพื่อนไปจองโต๊ะที่โรงอาหารไม่มีผิด มีแค่เทมที่วางจานข้าวตรงหน้าผม พึมพำใส่


“มึงเนี่ยนิสัยเสียไม่เคยเปลี่ยน”


“ด่ากูทำไม” ผมกระซิบกลับ


“ก็ควรด่า มีโอกาสก็ไม่ชอบคว้า มันถึงได้หลุดมือไปเรื่อย”


“งั้นมึงก็สนับสนุนให้กูนิสัยเสีย” ผมว่า เอื้อมมือจับช้อนเตรียมตักข้าวเข้าปาก “เพราะมึงชอบวิ่งไปคว้าโอกาสเอากลับมาให้กูเป็นประจำ”


เทมผลักหัวผม ปากเลยเลื่อนงับช้อนพลาด


“แต่ต่อไปกูอาจวิ่งคว้ากลับมาให้มึงไม่ได้แล้ว เพราะงั้นปฏิวัติตัวเองซะ ทำตามที่หัวใจเรียกร้องแล้วมึงจะมีความสุข” น้ำเสียงเทมค่อนข้างจริงจัง


ผมวางช้อนลง “แล้วตอนนี้กูดูไม่มีความสุขตรงไหน?”


“กูหมายถึงความสุขที่มาจากหัวใจ ไม่ใช่สมองสั่งการ”


ผมถอนหายใจเบาๆ “บางเรื่องพูดง่าย แต่ทำยาก”


“เพราะมึงคิดมากเกินไปน่ะสิ แต่โทษมึงอย่างเดียวก็ไม่ได้ สภาพแวดล้อมหล่อหลอมให้มึงกลายเป็นแบบนี้  แต่มึงยิ่งโตยิ่งคิดเยอะ กูเห็นแล้วก็หงุดหงิด”


“นี่ คู่นั่นนะ ซุบซิบอะไรกันตั้งแต่เมื่อกี้แล้ว”


ผมกับเทมผละหัวออกห่างกันทันที เทมทำหน้าหงุดหงิดใส่ไวไวที่มาขัดจังหวะเทศนาผม


“ยุ่งอะไรด้วยเตี้ย”


“กูไม่ได้เตี้ย! นี่เขาเรียกไซส์มาตรฐาน!


“หุบปากแล้วยัดของหวานให้หมาในปากมึงไปเถอะ”


ไวไวหันมามองผม ท่าทางอยากถามว่าเทมไปกินรังแตนจากไหนมา ผมได้แต่ส่ายหน้าทั้งที่รู้ว่าเทมกำลังหงุดหงิดเรื่องของผม คิดแล้วก็คว้าช้อนที่ข้าวไว้หันไปยัดใส่ปากคนข้างๆ มองเทมเคี้ยวทั้งที่คิ้วยังขมวดไม่เลิกก็ได้แต่บอกเบาๆ


“มึงไม่ต้องหงุดหงิด กูจะพยายาม”


เทมรีบกลืนของในปากลงคอ “ไม่ใช่แค่พยายาม แต่ต้องทำให้ได้”


“มันเปลี่ยนปุ๊บปั๊บไม่ได้หรอก”


หน้าผากผมถูกดีด เจ็บจนต้องนิ่วหน้า “ก็ทำให้ได้ซะสิ”


ขอบใจวะ”


เทมพยักหน้า แต่จู่ๆ มันก็พูดขึ้นมาดื้อๆ “ปกติมึงขอบคุณต้องทำยังไง?”


ผมเลิกคิ้วขึ้นสูง “กูจำได้ว่ามีหมาบางตัวย้ำหนักย้ำหนาว่าโตแล้วห้ามขอบคุณเพื่อนด้วยการกระทำ”


“แต่ตอนนี้กูอยากได้”


ผมรู้สึกทะแม่งๆ “มึงคิดจะทำอะไร?”


“เอาน่า หอมขอบคุณกูมา ตอนนี้เลย”


แม้ไม่เข้าใจ แต่ดันอยากรู้อยากเห็น ผมเลยทำตามอย่างว่าง่าย เพื่อนในกลุ่มรู้ทั้งรู้ก็ยังร้องแซวยกใหญ่ นำโดยไวไว


“โหย พวกมึงสวีทไม่เกรงใจเพื่อน!


“กูถ่ายช็อตเมื่อกี้ไม่ทันวะ ขออีกรอบ” ยำยำชูมือถือ ขอภาพรีเพลย์


“มึงสองตัวคบกันเมื่อไหร่บอก เดี๋ยวกูเป็นอาเสี่ยเลี้ยงฉลองให้พวกมึงเอง” วินบอกอย่างใจปล้ำ


ผมนิ่วหน้ามองเพื่อนทั้งสาม เหมือนพวกมันจงใจพูดเสียงดังกว่าปกติ พอเหล่มองเทม มันยักคิ้วให้ แถมยังยกมือพาดไหล่ผม พูดเสียงระรื่นให้เพื่อนรอบวงโห่แซวกันอีกรอบ


“ถ้าพวกมึงอยากได้ เดี๋ยวกูขอมันแต่งงานอีกรอบให้พวกมึงดูก็ได้”


รู้กันทั้งวงว่าไอ้ที่ขอแต่งงานน่ะบนเวทีตอนแสดงละครห้องสมัยมัธยม เป็นฉากที่เพื่อนในห้องขอรีเพลย์รอบนอก อัดคลิปวีดีโอเก็บไว้เป็นความทรงจำฮาๆ 


“ที” เทมกระซิบใกล้หูผม “กูคว้าโอกาสกลับมาให้มึงแล้ว ที่เหลือจัดการเองล่ะ”


“โอกาสอะไรวะ?”


“มองไปทางคนของมึงสิ”


ผมหันไปตามที่เทมว่า ผงะทันทีที่เห็นแววตากรุ่นโกรธชวนให้ขนหัวลุกของใครบางคน รีบจับมือเทมออกจากไหล่ แต่เหมือนเพื่อนแกล้งกัน มันถึงได้เอาแขนกลับมาพาดต่อไม่พอ ยังดึงตัวผมให้ไปชินมันหนักกว่าเดิม


“ไม่นึกไม่ฝันว่ากูต้องมาทำอะไรแบบนี้กับมึงอีก”


การแสดงออกรักใคร แต่พูดกระซิบโคตรเหนื่อยหน่าย ผมหัวเราะในคอด้วยเซ็งไม่แพ้กัน


“กูไม่เคยบอกให้มึงเป็นไม้กันหมาสักครั้ง มึงทำเองก็บ่นเอง”


“แต่คนนี้กูไม่ได้เป็นไม้กั้นหมาให้ เพราะดูจากท่าทางที่อยากเข้ามาชกไม้อย่างกูเต็มแก่ ไม่มีทางกั้นได้หรอก”


ปากมันพูดกับผม แต่ตากลับจ้องฟาดฟันกับพาร์ ผมมองคนนู้นทีคนนี้ที แล้วเลยไปยังหญิงสาวชาวต่างชาติที่ทำหน้างุดงง...ถ้ามีใครถามว่ากำลังไม่พอใจใช่ไหม ผมคงตอบว่าใช่ไปแล้ว แต่หึงหรือเปล่ากลับตอบไม่ได้จริงๆ


รู้สึกเหมือนโดนคนจ้อง หันกลับมาก็เจอสายตาไม่พอใจปนตัดพ้อเข้าให้เต็มๆ จนตัวแข็งทื่อ ขยับตัวจับมือเทมออกจากไหล่เป็นหนที่สอง แล้วลุกหนีจากโต๊ะไปตักขนมแทน


บางครั้งผมก็แอบอิจฉาที่พาร์กล้าแสดงอารมณ์อย่างตรงไปตรงมา


ครั้งหนึ่งผมเคยกล้าทำแบบนี้เหมือนกัน แต่สุดท้ายก็รับรู้ว่าแสดงออกไปก็เท่านั้น นานวันเข้าจึงกลายเป็นแบบทุกวันนี้ไปซะแล้ว


ทำตามที่หัวใจเรียกร้องแล้วมึงจะมีความสุข


ผมหันกลับไปมองเทมแวบหนึ่ง แล้วถอนหายใจใส่โต๊ะวางขนม


...ถ้ามันง่ายแบบนั้น กูคงมีความสุขมาตั้งแต่เด็กแล้ว



 

นอกจากชื่อของเธอแล้ว ผมก็ได้รู้เพิ่มเติมอีกสองอย่าง


1. เธอติดพาร์เอาเรื่อง ตามตลอดไม่ยอมห่าง

2. เธอพูดๆๆ...พูดไม่ยอมหยุดตลอดบ่ายจนถึงเวลาอาหารเย็นก็ยังไม่หยุด เหมือนกับถ้าไม่พูดตอนนี้จะไม่มีโอกาสอีกในอนาคต ขนาดคนฟังอย่างพาร์ยังขมวดคิ้วท่าทางรำคาญ แต่ไม่ได้พูดว่าอะไร แค่ฟังเงียบๆ บางครั้งก็พูดกลับไปด้วยน้ำเสียงคล้ายปลอบใจ


“มึงแน่ใจว่าไม่รู้สึกอะไรเลย?”


ผมนิ่วหน้าใส่คนถาม ที่นั่งกิยข้าวอยู่ข้างๆ “...ถ้าไม่รู้สึก กูคงไม่ใช่คน”


“รู้สึกว่า?”


“ไม่ชอบใจ...เหมือนกับตอนที่โดนมึงแย่งของเล่น”


เทมตบหัวผม “คนไม่ใช่ของเล่น!


“ก็มึงถาม กูเลยพยายามเปรียบเทียบความรู้สึกตอนนี้ให้ฟัง” พูดถึงตรงนี้ผมก็ถอนหายใจ หงอยลงทันทีจนเทมตบหน้าผาก


“กูล่ะปวดหัวกับมึง...แล้วมึงคิดจะทำอะไรต่อ” พอเห็นผมเงียบ มันก็ถอนหายใจเฮือกหนึ่ง “ถ้ามึงไม่ทำ กูทำเอง! และอย่ามาด่ากูทีหลัง”


“ทำอะไร...”


ไม่ทันได้ถาม จู่ๆ มันก็กระชากผมเข้าไปกอดกะทันหัน แล้วร่ายยาวประโยคคุ้นหูที่ฟังมาเป็นร้อยครั้งจนจำขึ้นสมอง ต่อให้ผ่านมาหลายปีก็น่าจะไม่ลืมง่ายๆ ขนาดร่างกายยังตอบสนองไปด้วยเลยคิดดู สองแขนกอดรอบเอวเทม ฟังมันพร่ำบทละครเวทียามที่คนรักจำจากไปที่แสนไกล คร่ำครวญอย่างน่าสงสาร เฝ้าอ้อนวอนอย่าได้ไป เป็นบทที่เทมต้องพูดยาวที่สุดแล้ว แต่มันก็ยังอุตส่าห์ทำให้ยาวได้อีกด้วยการพูดข้ามซีนคนอื่นดื้อๆ


ผมกระพริบตาปริบๆ มองคนเปลี่ยนฉากปุ๊บปั๊บไปไกลถึงตอนได้กลับเจอกันอีกครั้ง ฉากจูบหลอกๆ กำลังจะหวนกลับมา คราวนี้มันเอียงหน้าค่อยๆ โน้มเข้าหาช้ามากถึงมากที่สุด


อะไรของมัน?


ยังไม่ทันได้อ้าปากถาม ตัวผมก็โดนกระชากออกจากวงแขนเพื่อนสนิทกะทันหัน หันไปเจอหน้าใครบางคนที่เย็นชาอย่างที่ผมไม่เคยเห็นมาก่อนตรงเข้าไปกระชากคอเสื้อเทม ปล่อยหมัดกระแทกจนเพื่อนผมหน้าหัน เซลงไปนั่งกองบนพื้นสะพานไม้


“เฮ้ย! เทม!!


ผมกำลังจะเข้าไปดูอาการคนเจ็บที่สะบัดหน้าเหมือนมึนๆ กลับโดนกระชากตัวลอยโดนลากออกมาจากจุดเกิดเหตุจนต้องรีบก้าวขาตามก่อนตัวเองจะล้มหน้าคว่ำ พอกะจังหวะเดินได้แล้ว ผมก็รีบหันไปดูด้านหลัง เทมนั่งโบกมือหยอยๆ มาให้ ก่อนโดนกายที่เดินมาอยู่ด้านหลังกระแทกฝ่ามือเข้าให้เต็มแผ่นหลัง ตามด้วยเสียงด่าที่ฟังไม่ค่อยถนัดหู แต่จากท่าทางพี่ใหญ่คงเห็นเหตุการณ์ตั้งแต่ต้นจนจบ


พ่นลมหายใจ มีว่าที่หมอช่วยดูแลก็เบาใจลง หันมาสนใจเรื่องของตัวเองก็ชักจะเครียดขึ้นมาทันที


ผมจะทำยังไงกับระเบิดลูกนี้ดี

 

ปึง!


ประตูบ้านพักกระแทกปิดอย่างแรง พอกันกับหลังผมที่โดนกระแทกผนังข้างประตูจนเจ็บจี๊ด ยังไม่ทันตั้งตัวคอเสื้อผมก็โดนกระชาก แรงจนกระดุมเสื้อเชิ้ตหลุดไปสองเม็ด


เฮ้ย!


ร้องไม่ทันไหร่ก็สะดุ้งโหยง รีบผลักพาร์ออกห่าง อีกมือรีบคลำแถวฐานคอ ไม่รู้ว่าโดนกัดหรือโดนดูด เจ็บจนแยกไม่ออก แววตาข้องใจมองสบคนตรงหน้า


ทำอะไรวะ


กูต่างหากที่ต้องถาม!


ผมกลืนน้ำลายลงคอ มองท่าทางอยากขย้ำผมให้ตายคาเท้าอย่างหวาดผวา


คืนนั้นกูไม่น่าปล่อยให้มึงรอดพาร์พูดรอดไรฟัน แต่จับมึงกินตอนนี้ก็ยังไม่สาย กูจะทำให้รู้ว่ามึงเป็นของใคร!


ผมผงะ เริ่มตื่นตระหนก สองมือรีบขยับ หนึ่งดันใบหน้าที่โน้มเข้าใกล้ สองจับมือที่กำลังล้วงเสื้อเข้ามา


เดี๋ยวๆๆๆปากร้องลั่นอย่างอดไม่อยู่ เหงื่อเริ่มแตกซิกๆ รับรู้ว่ามันพูดจริงทำจริง อยากอธิบาย แต่ก็ไม่รู้จะเริ่มพูดยังไงดี ได้แต่ร้องเรียกหวังให้มันได้สติ ที่ไหนได้ดันทำกระดุมผมหลุดอีกเม็ด 


เวรเอ้ย!


ผมปล่อยมือเปลี่ยนมาจับคอเสื้อพาร์ ตวัดเตะตัดขา โถมตัวดันพาร์ที่เสียหลักกระแทกเข้ากับพื้น


โครม!


ผมรีบลุกขึ้นจากตัวพาร์ ผละถอยออกห่างอย่างไว ตาจ้องคนนอนนิ่งกับพื้นไม่กระพริบ แต่ผ่านไปพักใหญ่พาร์ก็ยังไม่ขยับ 


“…พาร์


ส่งเสียงเรียกก็ยังเงียบ ผมชักกังวล ค่อยๆ ขยับเข้าไปใกล้อย่างระวัง ใช้เท้าเขี่ยขาเรียกก็ยังนิ่ง


เฮ้ย! หรือตอนลงพื้นเมื่อกี้มีความผิดพลาด


ผมรีบตรงไปนั่งยองๆ พลิกหัวพาร์สำรวจเป็นอย่างแรก ไม่มีแผล แล้วอย่างอื่นล่ะ


ภาพตรงหน้าเปลี่ยนกะทันหัน รู้ตัวอีกทีผมก็นอนหงายกับพื้น จ้องหน้าคนขึ้นคร่อมในระยะประชิด สองมือถูกจับกดติดพื้น แม้แต่ตัวก็ยังโดนจับล็อกขยับไปไหนไม่ได้


หลอกกูเรอะ!ผมพูดด้วยความโมโห


เปล่า เมื่อกี้แค่มึนหัวเลยนอนนิ่งๆ ให้หายก่อน มึงอยากเข้ามาในระยะกูเอง


เออ ผมผิดเองที่นึกเป็นห่วงมัน!!


ปล่อยกู


เรื่อง


กูไม่ยอมเป็นเมียมึงแน่!


พาร์หัวเราะหึเดียว “เดี๋ยวก็รู้”


ผมเบือนหน้าหนีจูบ กลายเป็นว่าต้องมาเจ็บจี๊ดแถวลำคออีกแล้ว


ไอ้บ้าเอ้ย! อย่าให้กูหลุดไปได้นะโว้ย!


ผมมองหาทางรอด แต่พาร์นกรู้ ไม่เปิดช่องให้ฉวย ยิ่งนานร่างกายยิ่งรู้สึกแปลกๆ


มึงทำอะไรกู อ๊ะ…”


ผมรีบงับปาก ตื่นตระหนกกับเสียงประหลาดที่เผลอหลุดออกมา


พาร์หัวเราะในคออย่างชอบใจ แววตายังไม่เลิกมองคาดโทษ


“ยอมเป็นของกูดีๆ เถอะน่า เพราะมึงสู้กูไม่ได้หรอก”


“ทำไมจะสู้ไม่ได้!


“เพราะกูรู้จุดอ่อนของมึงแล้วน่ะสิ”


“จุดอ่อนอะไรวะ?


ไม่มีคำตอบ ทันทีที่ใบหูผมโดนงับก็โดนอาการเสียวเข้าเล่นงานอย่างจัง ร่างกายเกร็ง สมองเบลอไปหมด เรี่ยวแรงหายไปอย่างน่าประหลาด ระหว่างกำลังเบลอปนงง ก็ได้ยินคำพูดใกล้หู


“จำสัมผัสกูไว้ให้ดี ห้ามให้ใครแตะต้องตัวมึงอีกเด็ดขาด และห้ามมึงไปแตะคนอื่นด้วย เข้าใจไหม”


ผมพูดไม่ออก ตัวร้อนวูบวาบเหมือนเป็นไข้ รู้สึกทรมานอย่างบอกไม่ถูกจนกระสับกระส่าย


“ตอบกูก่อน เดี๋ยวกูช่วยปลดปล่อย”


ภาพเลือนรางแปลกๆ ผุดขึ้นในหัวกะทันหัน ผมยกมือกอดรอบตัวคนด้านบนทำตามสัญชาตญาณที่ร่างกายเรียกร้องว่าทำแบบนี้จะหายทรมาน


“พะ พาร์


ก๊อกๆๆ 


เสียงเคาะประตูทำให้ผมสะดุ้งโหยง นอนหอบหายใจมึนๆ อยู่กับที่ แว่วเสียงไม่สบอารมณ์ในลำคอใครบางคน ทำให้สติที่หลุดลอยไปค่อยๆ กลับมา


เมื่อกี้นี้มัน


ผมกัดริมฝีปากแรงจนได้ลิ้มรสเลือด รีบเหวี่ยงขากระแทกใส่เอวคนด้านบนทันทีที่มันเปิดช่องว่าง รีบกลิ้งตัวหนีออกมาจากจุดอันตราย ตกใจเมื่อเห็นกางเกงลงไปกองแถวเข่า เจ้าลูกชายยืนตัวตรงอย่างน่าละอาย หมด ผมรีบดึงกางเกงขาสั้นขึ้นมาเป็นอย่างแรก ก่อนถอยหนีคนทำท่าจะก้าวเข้าหา


“ที


“อย่าเข้ามา” ผมตวาด พยายามใช้มือสั่นระริก ติดกระดุมเสื้อที่โดนปลดออกหมดตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้


เสียงเคาะประตูดังอีกครั้ง คราวนี้ดังกว่าเดิม ผมอาศัยจังหวะที่มันมองประตูมาหันซ้ายหันขวา เห็นหน้าต่างก็รีบวิ่งเข้าหา ปีนข้ามขอบหน้าต่างโดดออกไปทันที


“ที!


ลงถึงพื้นทราย ล้มกลิ้งไปเป็นท่า ผมไม่คิดหันไปมอง รีบเดินกะเผลกๆ พาตัวเองหนีออกมาให้เร็วที่สุด


ผมโผล่พรวดมาที่ศาลากลาง เจอกายกำลังช่วยเทมทายาที่แก้ม มีต่อเป็นลูกมือว่าที่หมอ ถ้าเป็นปกติผมคงพุ่งเข้าหาเทม แต่จากเหตุการณ์ที่ผ่านมาสดๆ ร้อนๆ ผมเลือกพุ่งไปกอดพี่ใหญ่ของกลุ่มแทน


สรรพเสียงเงียบเชียบ มีเพียงมือที่ลูบหัวปลอบขวัญผม ผ่านไปครู่ใหญ่ถึงมีเสียงด่าของพี่ใหญ่...


ไม่ใช่ด่าผม ด่าเทมโน้น ยาวเหยียดจนกลัวว่าหายใจไม่ทัน ได้จังหวะผมก็รีบพูดบอก


“อย่าด่าเทมเลย เทมแค่พยายามช่วยกู...”


แต่คนด่ากลับพูดถ้อยคำสั้นๆ ที่ทำเอาทั้งผมทั้งเทมสลดด้วยกันทั้งคู่ 


“ทำอะไรไม่รู้จักคิด! คนหนึ่งเจ็บตัว อีกคนนี่เกือบ...”


กายละเว้นคำ แต่ถึงไม่พูดออกมา สภาพผมตอนนี้ก็ฟ้องทุกอย่าง ต่อที่ยืนเงียบมานานถอดเสื้อเชิ้ตตัวนอกออกมายื่นส่งให้


“จะใส่ทับหรือถอดเปลี่ยนตรงนี้ก็แล้วแต่มึง”


ผมรีบรับมาใส่ทับเงียบๆ นาทีนี้ผมคงถอดเสื้อเปลี่ยนตรงนี้ไม่ไหว


“ปกติมึงไม่โง่ ทำไมคราวนี้ถึงหาเรื่องเจ็บตัวให้ตัวเองไม่พอ ยังส่งทีไปเป็นเหยื่ออีก”


ต่อถามขึ้นมาหลังยื่นแก้วน้ำมาให้ผม


“กูก็ไม่คิดว่าพาร์จะร้ายแบบนี้นี่หว่า” เทมลูบแก้มที่เจ็บเบาๆ “ผิดกับบุคลิกที่ดูสุภาพของมันเลย”


“มึงยังไม่สนิทกับเขาด้วยซ้ำ จะไปเดานิสัยแท้จริงคนอื่นออกได้ไง” กายพูดสั่งสอนอีกรอบ หันมาสอบถามผมต่อ “มึงเจ็บก้นมากไหม ต้องให้กูหายาให้มึงทาหรือเปล่า”


ผมทำหน้าเหวอใส่ “ม...ไม่ถึงขั้นนั้นสักหน่อย! กูหนีออกมาก่อน!!


“แน่นะ?” เทมถามอีกคน


ผมรีบพยักหน้ายืนยันเสียงแข็งขัน “แน่!!


เทมพ่นลมหายใจออกจากปาก “งั้นก็ดีแล้ว...กูขอโทษ ก็มึงทำตัวน่าหงุดหงิด แถมคู่มึงก็ดูยาก ไม่รู้ความสัมพันธ์พวกมึงถึงระดับไหน และมึงก็ชอบเลี่ยงไม่ยอมพูดถึง นี่แค่มีคนนอกเข้ามายุ่งก็ทำท่าจะมีปัญหาทันที ทั้งไม่ชัดเจนทั้งเปราะบางแบบนี้น่าเป็นห่วงจะตาย แต่ตอนนี้กูรู้แล้ว คู่มึงมีปัญหาเพราะมึงนี่แหละ”


นิ้วเทมชี้นิ้วใส่หน้าผม


“ตราบใดที่มึงยังทำตัวแบบนี้ ได้เสียมันไปแน่ รีบๆ ตัดสินใจสักทีว่าจะเอายังไงกับเรื่องนี้”


ผมหุบตามองพื้น จริงอย่างที่เพื่อนว่าทั้งหมด


“ไหนขอดูคอหน่อยกายแหวกคอเสื้อดูหน้านิ่ง จะว่าอายก็อายอยู่หรอก แต่ท่าทางของเพื่อนจริงจังมาก เลยพอข่มอาการไหว ไม่เป็นไร ไม่มีแผล แค่เป็นรอยแดง


ประกาศชัดถึงความเป็นเจ้าของสุดๆ พาร์นี่ขี้หึงกว่าที่คิดเทมลูบหัวผมเหมือนปลอบใจ ผิดกับใครบางคน หึงหวงเป็นยังไงก็ยังไม่รู้จัก


ผมเมินเทม หันไปบอกว่าที่หมอ เจ็บข้อเท้า


ข้างที่พันผ้า?”


ผงกหัวหงึกๆ ปล่อยกายยกขาขวามาวางบนตัก แกะผ้าพันออกมาดู   


เทมได้จังหวะถามอีก รังเกียจสัมผัสจากมันไหม


ผมนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนส่ายหน้า กูแค่ตกใจเจ็บใจด้วย!


เพราะมึงบาดเจ็บ เลยสู้ไม่ได้หรือเปล่า


ผมส่ายหน้า พูดไม่ออกว่ามันไม่ใช่ นึกแล้วก็อยากปรึกษาใครบางคน ยำล่ะ?”


มึงไม่เจอมัน?” เทมถามงงๆ


ทำไมต้องเจอ?”


อ้าว ก็พวกกูส่งยำ วิน พี่ภูไปช่วยมึงไง การที่มึงรอดมาได้แสดงว่าขัดจังหวะสำเร็จ


ผมนึกถึงเสียงเคาะประตูทันที นึกขอบคุณที่พวกมันเลือกเคาะประตู ไม่ใช่เปิดพรวดพราดเข้ามา


ไม่ได้ออกทางประตูใช่ไหม แล้วออกมาทางไหน?” กายถามเสียงดุ


ผมยิ้มเจื่อน อ้อมแอ้มตอบ “…หน้าต่าง


ต่อยิ้มขำ ส่วนเทมหัวเราะเสียงดังลั่น มีแค่กายที่ส่ายหัวเหมือนระอา


ข้อเท้ามึงน่าจะระบมจากการถูกกระทบกระเทือนกายบอก ระหว่างนั้นผ้าถูกพันรอบข้อเท้าอีกหน เดี๋ยวกูเอายาไปทาให้ ระหว่างนี้งดออกกำลังที่ส่งผลถึงข้อเท้า ไม่งั้นอาจได้เจ็บตัวยาว


อือผมขานรับในคอ


อ่ะนี่มือผมถูกเทมคว้า กุญแจถูกยัดใส่ฝ่ามือ ผมเงยหน้ามองคนให้งงๆ มึงไปหลบที่นี่ก่อน ถ้าคืนนี้อยากอยู่คนเดียวก็นอนที่นั้น แต่ถ้าไม่บ้านพักพวกกูอยู่ข้างๆ ไปเคาะเรียกได้


ผมพยักหน้า ส่งยิ้มให้เพื่อนๆ ขอบใจ


รีบไปเหอะเทมโบกมือไล่ เดี๋ยวพาร์มาตาม มึงจะอดหลบ ตอนนี้อยากคิดอะไรคนเดียวใช่ไหมล่ะ


เทมก็ยังเป็นเทม เพื่อนที่เข้าใจผมมากที่สุด จนบางครั้งมากกว่าตัวผมเองซะอีก


แต่คืนนั้นผมไม่ได้นอนคนเดียว เพราะยำหอบถุงนอนมาหาผมตอนกลางดึก ท่าทางเหมือนหนีอะไรมา


“กูขอนอนด้วย”


“...พี่ภูอนุญาต?”


“จะอนุญาตได้ไง กูหนีมันมา! เหมือนมึงนั่นแหละ หนีพาร์มาใช่ไหมล่ะ”


ผมไม่ได้ตอบ บอกให้มันลดเสียงลง ขู่ว่าถ้าพูดมากเกินไประวังโดนตามตัวเจอ แค่นี้ยำก็ปิดปากเงียบ ยอมมุดเข้าถุงนอนหลับแต่โดยดี มัชีแค่ผมที่หลับไม่ลง ได้แต่ลืมตามองความมืดครุ่นคิดไปเรื่อยตามลำพัง รู้ตัวอีกทีก็เช้าแล้ว


ปัง!


เสียงประตูกระแทกผนังยังไม่ดังเท่าเสียงตะโกน


ไอ้ที! มึงอยู่ไหนนน!


คิ้วขมวดเข้าหากัน เสียงนี้ของไวไว ผมรีบตะโกนกลับ กูอยู่นี่! ชั้นสอง!


ผมพึ่งยันตัวขึ้นนั่ง ไวไวก็โผล่ขึ้นมาชั้นสองแล้ว มันทำหน้าประหลาดใจที่เห็นยำนอนอยู่นี่ แต่ก็มองผ่าน บอกผมเสียงเคร่งเครียด


รีบไปเก็บของเลยมึง เราต้องกลับวันนี้


ผมผงกหัวตามประสาคนสมองไม่ค่อยเดิน “วินบอกว่าจะกลับเที่ยง”


แต่นี่มันพึ่งเช้าตรู


“ไม่ใช่! เราจะกลับกันตอนเจ็ดโมงเช้า มีเวลาเก็บของชั่วโมงเดียว!


อ้าว? ทำไมวะ?”


ไอ้วินน่ะสิ มันงานเข้า!


-----------------------------------------------------

Talk: 16/09/2016

- รีไรท์

------------------------------------------------------

Talk: 17/06/2016

แวบมาส่งตอนใหม่ค่ะ วันนี้มาดึกเลย ใครยังไม่นอนบ้าง ขอเสียงหน่อย (555)  

ฝันดีนะทุกคน เจอกันใหม่ตอนหน้าค่ะ 

------------------------------------------------------    

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 70 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,841 ความคิดเห็น

  1. #2810 KiHaE*129 (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 22 กันยายน 2562 / 05:17

    พาร์หึงโหดดดดดด

    แต่ก็จริงอย่างที่เทมว่านั้นแหละ

    เฮ้อออออออออ

    แต่ทีก็มีความหลังเยอะ

    วินมีอะไรอีกกกกกกกกกกก

    #2,810
    0
  2. #2585 FairyP718 (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 20 เมษายน 2560 / 23:02
    พาร์หึงโหดมาก
    #2,585
    0
  3. #2204 shshshx (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2560 / 11:44
    วินมีเรื่องตื่นเต้นอีกแล้ววววว
    #2,204
    0
  4. #1993 baekbow (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 4 กันยายน 2559 / 00:05
    ใช่ ทีสอนยำอ่ะ สอนได้ทีตาตัวเองล่ะทำซึน
    #1,993
    0
  5. #1843 milkc (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 5 สิงหาคม 2559 / 14:18
    พี่พาร์หึงแรงมากค่ะ

    ตกใจ โธ่

    แต่เพื่อนก็ขัดจังหวะจริม ๆ

    =.,= ดีไม่ได้หวังอะไรเลย พูดจริง

    ปล. อยากเห็นทีหึงมั่งเหมือนกัน งิงิงิ
    #1,843
    0
  6. #1667 Thedrm. (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 3 กรกฎาคม 2559 / 01:20
    โห อยากเห็นทีหึงบ้างอะ
    #1,667
    0
  7. #1653 moge2 (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 28 มิถุนายน 2559 / 09:41
    อยากอ่านกายเทมมมมมม55555555
    #1,653
    0
  8. #1612 สาววายไร้ผัวนะเออ (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2559 / 20:42
    ขอบคุณที่แต่งให้อ่านนะคะ
    #1,612
    0
  9. #1562 Eye.Kaoru (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2559 / 13:33
    เพื่อนทีคือความดีงาม
    #1,562
    0
  10. #1561 emucchi (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2559 / 02:06
    พาร์หึงแรงงงงง สงสาร ที
    #1,561
    0
  11. #1560 Som O Usanee (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2559 / 01:50
    เพื่อนน้องทีดีงามทุกคนเลยนะเนี่ย ช่วยเพื่อนและเข้าใจกันได้แบบไม่ต้องพูดเยอะเลย น้องทีก็ต้องค่อย ๆ เรียนรู้ความรู้สึกของตัวเองนะ แต่บางทีก็แอบสงสารพาร์ 555
    #1,560
    0
  12. #1559 กองฟางข้าวk-f-k (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2559 / 00:19
    เพื่อนทีสุดยอดรู้ใจอะ
    #1,559
    0
  13. #1558 The_Fear (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 17 มิถุนายน 2559 / 22:34
    มีความหึง มีความข่มขืน
    ใจเย็นๆนะพาร์ขา เดี๋ยวจะโดนนุ้งทีเกลียดเอานะงือ
    ไม่นานหรอก เดี๋ยวนุ้งทีก็สมยอมแล้ว เชื่อหนู
    #1,558
    0
  14. #1556 pla.lookpla (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 17 มิถุนายน 2559 / 19:30
    รอนะคะ
    #1,556
    0
  15. #1555 Fakezz zzz ZZ* (: (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 17 มิถุนายน 2559 / 18:42
    คิดว่าทีคงค่อยๆ เข้าใจความรู้สึกตัวเองมากขึ้นเนาะ คงเน้นความรู้สึกของตัวละคร และความสัมพันธ์ใช่มั้ยคะ แบบนี้เราว่ามันก็ดีนะ ไม่ใช่แบบปุ้บปั้บรักเร็วอะไรอย่างนั้น มันต้องค่อยเป็นค่อยไป ถึงจะดูเยิ่นเย้อไปนิดก็เถอะ ยิ่งสำหรับตัวละครแบบทีด้วยแล้ว เราว่าถ้าจะถึงฉากแบบนั้นมันต้องยินยอมพร้อมใจทั้งคู่สิ

    สู้ๆค่า เป็นกำลังใจให้น้าา
    #1,555
    0
  16. #1554 Fon Chanoknunt (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 17 มิถุนายน 2559 / 16:53
    ;) หมดเรตเที่ยว เปิดเทมอ สงครามสายน้ำ ????????????????
    #1,554
    0
  17. #1553 ZaDLY (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 17 มิถุนายน 2559 / 16:39
    พี่พาร์ใจร้าย เห็นมั้ยพี่ทีเจ็บขนาดไหนน่ะห้ะ--
    เค้าจะเอาพี่ทีคืน--- ฮือออ-----
    พี่ทีเจ็บมากมั้ย---? 
    --------------------------------------------------
    คิดถึงน้องสาวแล้ว-- เมื่อไหรจะได้กลับอ่าา
    #1,553
    0
  18. #1552 โซดาเองค่ะ (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 17 มิถุนายน 2559 / 09:58
    ที อย่าใจร้ายกะพาร์เค้าเสะ รีบ ๆ เลย เค้ารอแอบดูอยู่นะเนี่ย 555
    #1,552
    0
  19. #1551 ammary (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 17 มิถุนายน 2559 / 08:43
    มันออกทะเลไปไกลมากเลยไรต์ เริ่มไม่สนุกแล้วอ่ะ ขอโทษที่พูดตามตรงเน้อ
    #1,551
    0
  20. #1550 ภัทริณา (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 17 มิถุนายน 2559 / 08:35
    ทำไมรู้สึกเหมือนมันยิ่งออกทะเลยังไงก็ไม่รู้?
    #1,550
    0
  21. #1549 Whatever it is (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 17 มิถุนายน 2559 / 07:56
    เมื่อไหร่จะชัดเจนเนี่ยคู่นี้
    #1,549
    0
  22. #1548 PuiPui--r (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 17 มิถุนายน 2559 / 07:37
    หงุดหงิดทีค่ะเหมือนรู้มากแต่ความจริงไม่รู้อะไรเลย ส่วนพาร์เลิกคุยกับแม่ชะนีนั่นสักที
    #1,548
    0
  23. #1547 saccharine. (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 17 มิถุนายน 2559 / 07:29
    นี่นึกว่าจะเสร็จพาร์จริงๆ นะ
    แต่โชคดีที่ไม่โดน
    เราว่าถ้าโดนจริงๆ ผลคงไม่ออกมาดีอะ
    #1,547
    0
  24. #1546 p_cosicosi (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 17 มิถุนายน 2559 / 07:19
    อีกนิดดดดดดชอบเพื่อนทีมากเลยแบบว่ารู้ใจรู้นิสัยกันดีมากกกก
    #1,546
    0
  25. #1545 Aumoon (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 17 มิถุนายน 2559 / 06:54
    นึกว่าพาร์จะจับได้อยู่หมัดละ 5555555555
    #1,545
    0