[Chonnatee] ชลนที #Boy's Love #จบแล้ว

ตอนที่ 5 : บทที่ 5

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 9,626
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 168 ครั้ง
    21 ส.ค. 59


บทที่ 5


“สะใภ้คณะคือตำแหน่ง!


พี่นัน ประธานคณะปี4 เพศหญิงตั้งแต่กำเนิดจนถึงปัจจุบันเอ่ยเกริ่นนำเรียกความสนใจได้อย่างดี 


ปี1 เกือบทั้งหมด (ต้องมีคนโดดเชื่อผมไหม) รวมผม นั่งนิ่งฟังรุ่นพี่อธิบายความเป็นมาของตำแหน่งประหลาดในห้องใหญ่มาก ผมและพวกเพื่อนๆ นึกว่าเดี๋ยวมีรุ่นพี่ปีอื่นมาสมทบ จึงพากันนั่งกระจุกรวมตัวแถวหน้าห้องตั้งแต่เข้ามาจนเลยเวลานัดไปโขก็มีแต่ปี1 ด้านหลังพวกเราตอนนี้เลยวังเวงสุดๆ 


หรือถ้าให้เปรียบเทียบแบบเห็นภาพชัดๆ มันคือการเหมือนการสังเวยคนในคณะหนึ่งคนเป็นของเดิมพัน หากฝ่ายไหนแพ้ต้องยกคนๆ นั้นให้อีกฝ่ายโดยไม่มีข้อแม้ คล้ายกับยกลูกสาวไปของบรรณาการให้เมืองขึ้นนั่นแล


ผมเริ่มมองเห็นภาพมากขึ้นแล้ว หูก็ฟังคำอธิบายต่อ


จุดสำคัญอยู่ที่พิธีมอบตัวค่ะน้องๆ หลังแข่งจนรู้ผล ตัวแทนฝ่ายแพ้ต้องอยู่เฉยๆ รอให้ใครสักคนในฝ่ายชนะเลือกตัวไปเป็นคู่ หรือที่เรียกว่า สามีเลือกคู่ แต่ถ้าไม่มีใครเลือกในวันมอบตัวก็จะหลุดจากตำแหน่งสะใภ้เข้าสู่ตำแหน่ง สาวใช้ หรือที่เรียกว่า เบ้ ทันที ต้องโดนอีกคณะโขกสับให้เจ็บกระดองใจเล่นๆ โดยที่ไม่สามารถช่วยลูกคณะที่เป็นเบ้ได้เลย


ท่านประธานกำหมัดแสดงท่าทางเจ็บปวดปนเศร้าได้น่าดูชมมาก ทำเอาเด็กปีหนึ่งเผลอกลืนน้ำลายลงคอเป็นแถบ วันนี้พี่แกฉายเดี่ยวครับ เพราะพี่คนอื่นติดเรียนกัน เห็นว่าพี่นันโดดมาเพื่อพบพวกเราเหล่าเด็กปี1 โดยเฉพาะ


เมื่อเทียบกับอัตราส่วนการแข่งขัน คนที่ได้เป็นสะใภ้คณะมีน้อยมาก ส่วนใหญ่ได้เป็นเบ้ทั้งนั้น เพราะทั้งได้คนช่วยงานแบบขัดขืนไม่ได้ฟรี ตรงนี้แหละที่ต่างกับสะใภ้คณะ เพราะทางคณะสามีต้องถามความยินยอมพร้อมใจก่อน และถ้าได้สามีดียังสามารถช่วยพูดคัดค้านได้อีกต่างหาก พูดง่ายๆ สถานะและศักดิ์ศรีของสองตำแหน่งต่างกันมาก ประหนึ่งเมียหลวงที่ได้รับการยอมรับอย่างดี กับเมียทาสที่ต้องไปให้เขาจิกหัวใช้นั่นแล


เป็นคำอธิบายที่เห็นภาพชัดดีครับ ทำเอาพวกเรารับรู้ว่าพนันคราวนี้ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ


แล้วพี่เรียกรวมเฉพาะเด็กปี1 ทำไมครับ”                                   


อันนี้ผมก็สงสัย


เพราะมีกฎว่าต้องเลือกลูกสาวจากปี1 เท่านั้น


เงียบฉี่


ผู้ชายไม่เกี่ยวใช่ไหมครับ


ชายหญิงเกี่ยวหมดค่ะ!


เท่านั้นแหละเสียงผึ้งแตกรังดังกระหึ่ม จนรุ่นพี่ต้องเคาะไมโครโฟนให้รุ่นน้องเงียบ


พวกพี่ช่วยทำฉลากมาให้แล้ว


พี่นันยก เอ่อ ถุงดำ? ไม่สิ จากรูปทรงผมนึกถึงตะกร้าใบเล็กที่ผมใช้ใส่ขยะในห้องนอน แต่เพราะถูกหุ้มถุงดำ ผมเลยไม่แน่ใจว่าใช่อย่างเดียวกันไหม แต่ข้างในถุงดำต้องมีอะไรอยู่แน่นอนครับ ไม่ถังใบเล็กก็ตะกร้า พอพี่นันตะแครงให้ดู ผมเห็นแวบๆ ว่าด้านบนสุดถูกกรีดเป็นรูปกากบาทให้แค่สอดมือเข้าไปได้ เอ่อ ฉลากก็น่าจะอยู่ในนั่น


พี่นันล้วงหยิบให้ดูหนึ่งใบ เป็นฉลากม้วนแท่งกลมๆ ยาวประมาณสองข้อนิ้วมือ


จับคนละ1ใบค่ะ ส่วนใหญ่เป็นกระดาษเปล่า มีเพียงใบเดียวปั๊มตราคณะเรา คนที่จับตราคณะได้จะเป็นลูกสาวคณะค่ะ


ผมนึกถึงหนังจีนขึ้นมาเลย หนึ่งใบ กำหนดชะตากรรม’ ...เป็นแบบนี้นี่เอง


ใครสงสัยอะไรก็รีบถาม ถ้าไม่มีพี่จะให้นับจำนวนคน และเริ่มจับฉลากกันแล้วค่ะ


ปี1 มองหน้ากัน ก่อนจะมีแนวหน้ายกมือถามกันสลอน ใครมันจะไปยอมเสี่ยงจับฉลากเลยเล่า อย่างน้อยขอถ่วงเวลาสักหน่อยก็ยังดี


น้องผู้ชายที่นั่งข้างคนติดกิ๊บดอกไม้ชมพูค่ะ


พี่นันชี้นิ้วทางพวกผม ทางขวาผมคือเด็น ไม่มีกิ๊บแน่ เลยหันซ้าย อ้อ กิ๊บของลูกหว้านี่เอง เด่นจนผมได้ถามคนแรกเลยวุ้ย


ผมรีบลดแขนลง ลุกขึ้นยืนเปล่งเสียงถาม ข้อดีของสะใภ้คณะคืออะไรครับ


ได้รับสิทธิ์พิเศษเข้าออกตึกคณะสามีอย่างอิสระ แม้จะอยู่ในช่วงพิเศษห้ามคนนอกเข้าออกค่ะ นอกจากนี้ยังได้รับการดูแลอย่างดี เชื่อได้เลยว่าคนในคณะสามีไม่มีใครคิดร้ายด้วยแน่นอนค่ะ แต่หากประพฤติไม่ดีหรือทำความผิด สามีและสะใภ้ต้องรับโทษร่วมสองเท่านะคะ


รอบข้างผมเกิดเสียงฮือฮาใหญ่ ผมแอบได้ยินเสียงของเพื่อนที่นั่งด้านหลัง


เอาตัวเองไปเสี่ยงขนาดนั้นใครจะกล้าเลือกสะใภ้กัน…”


เงียบๆ ค่ะ มีใครจะถามต่อไหมคะ น้องที่สวมสร้อยคอกางเขนค่ะ


กรณีสามี สามารถขึ้นตึกคณะของสะใภ้อย่างอิสระเหมือนกันไหมครับ


สามีได้รับสิทธิ์เช่นเดียวกับสะใภ้ค่ะ


จากนั้นพี่นันชี้นิ้วอย่างเดียว คนที่ยกมือคิดว่าใช่ตัวเองก็ลุกขึ้นถาม หลังๆ บางคนลุกขึ้นถามเลยไม่รอให้ถูกชี้ตัวด้วยซ้ำ การถามตอบเลยไปค่อนข้างเร็ว


สามีนี่ใครอาสาก็ได้เหรอครับ


ใช่ค่ะ ถ้าใครนึกถูกชะตาลูกสาวตอนมอบตัวก็ยกมือตอบรับได้เลย ถือเป็นการให้เกียรติ์อีกคณะหนึ่งด้วย อ้อ มีข้อยกเว้นพิเศษ คณะที่เป็นพันธมิตรกัน ไม่ว่าฝ่ายไหนชนะก็ต้องรับลูกสาวคณะที่แพ้เป็นสะใภ้ค่ะ


พี่ครับ ลูกสาวคืออะไรกันแน่ ต่างกับสะใภ้คณะตรงไหน


ลูกสาวเป็นคำใช้เรียกเหยื่อสังเวย เอ้ย พี่หมายถึงตัวแทนก่อนที่จะตบแต่งเข้าคณะอื่นค่ะ ถ้าแต่งแล้วถึงเรียกว่าสะใภ้คณะ


แล้วเรากับนิติเกี่ยวข้องกันไหมคะ


แหม พี่ว่าจะไม่บอกนะ ไม่นึกว่าจะมีคนถามนิติกับเราถือเป็นพันธมิตรกันค่ะ


ท่ามกลางเสียงฮือฮาของเด็กปี1 ผมนั่งขมวดคิ้ว


เป็นพันธมิตรกันแท้ๆ ไหงเลือกสะใภ้เป็นของเดิมพันเล่า


ทำไมถึงเลือกเดิมพันเป็นสะใภ้คณะล่ะคะ


มีคนยกมือถามให้แล้วครับ ผมหูผึ่งรอฟังเลย


พี่นันยิ้มแห้ง พอดีสะใภ้คณะนิติคนก่อนเรียนจบไปปีที่แล้ว ทั้งสองคณะเลยต้องหาสะใภ้คนใหม่มาเกี่ยวดองกันไว้เป็นเครื่องยืนยันถึงความเป็นพันธมิตรของเราค่ะ เดิมพันของเรากับนิติจะเกิดขึ้นทุก 4 ปี พวกน้องนี่โชคดีสุดๆ


ดีจริงเหรอผมชักไม่แน่ใจ


หมายความว่า เป็นการจับคู่ระหว่างเด็กปี1 คณะเรากับเด็กปี1 คณะนู้นใช่ไหมคะ


ใช่ค่ะ แต่พี่อยากเตือนว่า ถ้าไม่ใช่พันธมิตร ฝ่ายสามีจะเป็นใครก็ได้ตั้งแต่ปี1 ยัน ปี4


งั้นกรณีพันธมิตรจะต้องถูกระบุว่าเป็นปี1 เท่านั้นใช่ไหมครับ


ใช่ค่ะ มันเป็นกฎตั้งแต่แรกเริ่มประเพณี


สรุปงานเข้าปี1 เต็มๆ ผมลอบถอนหายใจ


สะใภ้คณะมีข้อดีแค่นี้เองเหรอคะ” 


แค่นี้ก็เยอะแล้วนะยัยมล อ๊ะ แต่มีข้อดีอีกอย่าง เพราะได้รับการต้อนรับอย่างดี เวลาไปประสานงานจะรวดเร็วมากกว่าพี่ที่เป็นประธานปี4 ไปเองอีกพี่นันตอบน้องสาวที่เป็นประธานชั้นปี1  


พี่ครับ เอ่อ มันฟังดูไม่ต่างจากเบ้เลย


เออ คิดเหมือนผม เห็นแววสะใภ้จะโดนใช้งานไปเยือนนิติบ่อยๆ เลยครับ


ยังมีอีกค่ะ…” พี่นันไม่สนใจ พูดต่อหน้าตาย เหมือนพนักงานกำลังนำเสนอสินค้าให้คนสนใจ สะใภ้คนไหนได้สามีหน้าตาดีนะ เอาไปควงอวดสบาย ไม่ต้องกังวลว่าไม่เหมาะสม ไม่มีใครในสองคณะมาแย่งชิงสามีให้เหนื่อย แถมใครต่างคณะมาจีบสามีก็ไม่ต้องห่วง เพื่อนยันรุ่นพี่ทั้งสองคณะช่วยเป็นหูเป็นตา คอยกีดกันให้หมดค่ะ


แต่เหล่าคนฟังกลับทำหน้าแหยง เอ่อ แบบนี้แสดงว่าจะไม่สามารถมีแฟนได้อีกแล้วสิครับ


ก็แบบนั้นแหละค่ะพี่นันเสตาหลบ ตอบอ่อมแอ้ม


มันเป็นข้อดีตรงไหนครับเพ่!


โหย ถ้ามันแย่ขนาดนี้ แล้วใครจะเลือกคนต่างคณะเป็นสะใภ้กันครับ


นั่นสิ อีกอย่างจะสะใภ้หรือเบ้ก็เครือเดียวกันเห็นๆ เกิดมาเพื่อคอยรับใช้คนส่วนรวมชัดๆ


แหมๆ ถ้าเจอว่าที่สะใภ้สวยหล่อ อย่าให้พวกพี่เห็นนะว่าแย่งกันยกมืออาสาน่ะ!


เด็กปี1 เถียงไม่ออก พอมาลองคิดมุมกลับ ถ้าได้คนสวยหล่อมาครองก็คุ้มค่าอยู่นะ เชิดหน้าควงอวดตลอดสี่ปีได้สบาย ไม่ต้องกลัวถูกใครแย่งไป ไม่ต้องคอยเทคแคร์เหมือนแฟนก็ไม่หนีหายไปไหน


อืมมได้อย่างเสียอย่างจริงๆ


ทางเราจับฉลาก แล้วทางนู้นล่ะคะ?”


จับฉลากเหมือนกันค่ะ


คนหน้าตาดีมีเปอร์เซ็นต์แค่ 1 ใน 10 แล้วโอกาสได้จะเท่าไรเชียว ผมถอนหายใจเฮือก ในเมื่อข้อเสียมันเยอะกว่าข้อดี ผมขอตั้งนามใหม่ให้เลยว่า


ตำแหน่งหายนะแห่งปี!


ใครได้ไปถือเป็นบุคคลดวงตก ควรรีบเข้าวัดวา สวดมนตร์ทำบุญอย่างเร่งด่วน


หมดเวลาซักถามก็ได้เวลานับจำนวนปี1 ที่มาเข้าร่วมให้ชัดเจน ตามคาดมีคนโดดจริงๆ พี่นันใจร้ายพอจดชื่อคนโดดยิกๆ ไม่ต้องสืบก็รู้ว่าเอาไปทำอะไร จากนั้นก็เรียกตามแถวนั่งโต๊ะเลคเชอร์ให้ออกไปจับฉลากเรื่อยๆ


ห้ามเปิดดูก่อนนะน้องๆ ใครขัดคำสั่งพี่จะจับไปเป็นสะใภ้คณะแทนคนที่จับฉลากได้


คำขู่น่ากลัวขนาดนี้ แล้วใครมันจะกล้า?


แต่ผมแอบสงสัย ทำไมไม่ให้ดูตั้งแต่แรกจับฉลากเลย หรือกลัวถ้ารู้ตัวคนจับแล้ว คนที่ต่อแถว แต่ไม่ได้จับจะเสียใจเนื่องจากไม่มีโอกาสได้ลุ้นกับเขาก็ไม่น่าใช่ คนไม่ได้จับก็คงรอลุ้นให้ฉลากหายนะตกในมือใครสักคนอยู่ดี


คิดไปคิดมาผมก็รู้สึกแปลกๆ หรือจะมีอะไรแอบแฝงหรือเปล่า?


กว่าถึงตาผมและพวกพ้องเพื่อนสนิทที่นั่งแถวเดียวกัน ฉลากก็หายไปครึ่งหนึ่งแล้ว ผมล้วงหยิบด้วยใจตุ๋มๆ ต๋อมๆ ได้มาแล้วก็รีบหมุนฉลากดูภายนอกให้ทั่ว กระดาษบางแค่ 70 แกรม ไม่มีทางไม่ทิ้งร่องรอยหรอก อย่างน้อยก็น่าจะได้เห็นสีอื่นแต้มบนพื้นขาว


ไม่เจอแฮะฟู่ โล่งใจล่ะ ผมอยู่ในกลุ่มคนส่วนใหญ่แน่นอน เดินกลับไปหย่อนก้นนั่งที่เดิมอย่างอารมณ์ดี ยังไม่ทันได้คุยกับลูกหว้า เด็นก็ตามมาสมทบ ผมเลิกคิ้วมองสีหน้าแปลกๆ ของเพื่อน ยังไม่ทันอ้าปากถาม ม้วนกระดาษในมือผมก็โดนฉกไปต่อหน้าต่อตา


เฮ้ย?!


“มึงทำอะ


ไม่ทันถาเอาเรื่อง ม้วนกระดาษก็ถูกโยนคืนมา ฉลากร่วงหล่นใส่ตัก ผมเกือบคว้าแทบไม่ทัน


เล่นอะไรวะ!


ผมขมวดคิ้ว กลิ้งม้วนกระดาษยับๆ ในอุ้งมือให้กลับมาเรียบเหมือนเดิม จึงได้สังเกตว่าม้วนกระดาษเปลี่ยนไป ด้วยความติดใจเลยหยิบมาหมุนสำรวจ


รู้สึกจะสั้นกว่าเดิมนิดหนึ่ง


สายตาไปสะดุดกึกกับรอยหมึกสีน้ำเงินแวบๆ เห็นแค่นิดเดียวเท่านั้นแหละก็ทำผมเบิกตาโต อ้าปากหวอ แน่ใจร้อยห้าสิบเปอร์เซ็นต์ว่ามันคือของร้อน!


ไอ้เด็นนน!


เอาของมึงคืนไปเลยนะ!ผมกัดฟันพูดเสียงกระซิบใส่คนนั่งข้างๆ แววตาแทบจะฆ่าไอ้บ้าเด็นได้


มึงก็รู้ว่ากูมีแฟนแล้วมันกระซิบกลับ


เกี่ยวตรงไหน!


กูเป็นสะใภ้ไม่ได้หรอก


เป็นเบ้ไปสิ!ผมประชดกลับทั้งที่รู้แก่ใจ คราวนี้ไม่มีสิทธิ์เลือกข้อนี้


ถ้าแฟนกูรู้เข้าได้พาพวกไปถล่มนิติแน่ มึงก็รู้มันพูดเสียงอ่อยๆ


มึงคิดว่าคณะเราจะแพ้?”


กูก็แค่ป้องกันไว้ก่อน


ข้ออ้างน่ะสิผมสบถ คิดว่ากูไม่รู้จักนิสัยสามีมึงเรอะ เผลอๆ รู้จักดียิ่งกว่ามึงอีก มันไม่มีทางยกพวกไปถล่มใครสุ่มสี่สุ่มห้าหรอก เอาฉลากกูคืนมาได้แล้ว


นะๆ แลกกันเถอะ


ไม่ต้องส่งสายตาวิ๊งๆ ใส่กูเลยไอ้ห่าราก!!


ทำไมต้องเป็นกูวะ คนข้างมึงอีกฝั่งไม่ไปยุ่งล่ะ


เด็นหันไปมองแล้วหันกลับมาส่ายหน้าทันที ก็แค่คนนั่งอีกด้านเป็นไอ้นนท์ ถึงมันจะลงแข่งบาสก็เป็นสะใภ้คณะได้เหอะ!


มึงบกเหตุผลไม่ได้ก็เอาฉลากกูคืนมาเลย!ผมแบมือขอคืน พร้อมกับลงเสียงต่ำข่มขู่เต็มพิกัด และถ้ายังดื้อด้าน มึงจะเจ็บตัว


ตรงนั้นซุบซิบอะไรกัน..!เสียงพี่นันตะโกนขึ้นมา


ผมกับมันสะดุ้ง รีบก้มหน้าก้มตาเหมือนเพื่อนคนอื่น ได้โอกาสไอ้เด็นกำฉลากไว้แน่นเลยครับ


เออ! ผมผิดเองที่ถือไม่ระวังเลยเปิดโอกาสให้เพื่อนขโมยได้


ได้แต่ตวัดสายตาเตือนเป็นครั้งสุดท้าย มันเอาแต่ส่ายหน้าดิกๆ ลูกเดียว


ไม่คืนใช่ไหม ได้! ผมเขี้ยวฟันระหว่างนึกวิธีจัดการ ตอนนี้ตบหัวไม่ได้ เตะหรือชกก็ไม่ได้ งั้นก็


นึกภาพมารดาที่เคารพบิดหูทำโทษก็ขยับมือไปทางเพื่อน ก่อนหนีบเนื้อต้นขามันแล้วค่อยๆ บิด ไอ้เด็นสะดุ้งเฮือก แต่ไม่หลุดเสียงร้องสักแอะ คงรู้ตัวว่าร้องเมื่อไหร่เป็นเรื่องแน่ ผมก็ไม่อยากทำมันเจ็บมากกว่านี้หรอกเลยพูดเตือนเสียงกระซิบ


ถ้าไม่อยากเจ็บตัวคืนมาเร็วๆ


ไม่


ได้เลยไอ้ดื้อด้าน จากบิดเบาๆ ก็เพิ่มแรงหมุน เอาให้เจ็บจนสาแก่ใจผมเลยล่ะ หึๆ


เพื่อนชั่วของผมเม้มปากแน่น หน้าเริ่มเขียวๆ ซีดๆ ท่าทางทรมานอย่างหนัก


...มันเป็นพวกชอบความเจ็บปวดเปล่าวะเนี่ย เออ ทนได้ก็ทนไป อย่าคิดว่าผมเห็นใจนะไอ้ตัวซวย


เด็นเอียงขาหนี คิดว่าจะหนีได้? ผมเปลี่ยนจุดบิดใหม่ มันสะดุ้งแรงมาก แต่ไม่ยักร้องแฮะ...อดทนได้ดี ถ้าทนได้อย่างนี้อีกสักพัก ไม่แน่ ผมอาจปล่อยฉลากตัวเองให้มัน


เอาฉลากกูคืนมาได้ยัง


ผมถามเสียงเย็นกระตุ้นทิ้งท้าย พลางส่งสายตาพร้อมฆ่าคนแถมให้ด้วย หากครั้งนี้มันหุบปากยอมทนเจ็บเหมือนเดิม ผมจะปล่อยวางแล้ว


ทีทีจ๋า


แต่มันดันทำความพยายามที่ผ่านมาศูนย์เปล่า เสียโอกาสไปอย่างน่าเสียดาย


คืนมา!”


ค เค้าเจ็บ…”


คืนมาผมบิดแรงกว่าเดิม ไร้ความเห็นใจ มีแต่อยากถีบมันเพิ่มมากกว่า ถ้ายังไม่คืนอีก กูจะทำให้เนื้อมึงหลุดติดมือมาเลยล่ะ


ที…”


ผมขมวดคิ้ว ยิ่งมันทำท่าน่าสงสาร มีน้ำตาหยดแหมะๆ ด้วย ยิ่งไม่ชอบใจอย่างแรง ทั้งที่เมื่อนาทีที่แล้วพึ่งแอบชมในใจว่าอดทนได้ดีไปหยกๆ แม่ง พอเริ่มส่งเสียงปุ๊บ พลิกเลย สาวแตกโคตรเร็ว ใครวะเคยเถียงกูว่ายังแมน


คืนฉลากมา


เอาล่ะน้องๆ เปิดฉลากได้


เหมือนเสียงระฆังช่วยชีวิตไอ้เด็น ผมสบถในใจ ยอมปล่อยมือจากเนื้อเพื่อน ขณะที่ไอ้เด็นเป่าปากถอนหายใจ


โล่งอกเหรอมึง ได้ๆ


ผมอาศัยจังหวะที่มันกำลังคลี่ม้วนกระดาษฉกของตัวเองคืนมา เมินตาโตๆ ของมัน แล้วดีดฉลากหายนะกลับคืนเจ้าของ บอกตามตรง ผมเริ่มอารมณ์เสียนิดๆ แล้ว คลี่ฉลากตัวเองดู กระดาษเปล่าจริงๆ ครับ ดูเสร็จก็ขย้ำไว้ในอุ้งมือ นั่งกอดอกหายใจเข้าออกเป็นจังหวะ นับหนึ่งถึงสิบให้ใจร่มๆ เข้าไว้   


น้องคนไหนได้ตราคณะ ลุกขึ้นยืนเลยค่ะ” 


 เงียบฉี่


ผมรู้อยู่แล้วว่าใคร ส่วนคนอื่นกวาดมองรอบห้องค้นหาผู้โชคร้าย เอ้ย ต้องโชคดีสิ ก็มันเป็นฉลากตราคณะใบเดียวท่ามกลางฉลากเปล่านับร้อยใบนี่นะ


อ้าว น้องคนนั้นร้องไห้ทำไมคะ


เหมือนพี่นันที่กวาดตามองหาผู้โชคดีจะสังเกตเห็นน้ำตาบนหน้าไอ้เด็นเข้า ทุกสายตามองมันที่ค่อยๆ ลุกขึ้นยืน หน้าโคตรเศร้า หยาดน้ำตาคลอเต็มเบ้าจนดูน่าสงสารหนักกว่าเดิม แต่กับผมดูขัดตาพิกลผู้หญิงหรือเพื่อนใจหญิงของผมยังแมนกว่ามันเลย อย่างน้อยพวกเธอไม่คิดเสียน้ำตาให้คนอื่นเห็นง่ายๆ  


แล้วมันก็ชี้นิ้วใส่ผม เขาแย่งฉลากผมไปครับ



 

ที พอเถอะลูกหว้าพูดห้ามเชิงขอร้อง


ไม่!


พี่เขาก็ตัดสินไปแล้ว มันผ่านไปแล้วมึง


คำพูดลูกหว้าลอยผ่านเข้าหูซ้ายทะลุออกหูขวา แต่ดันทิ้งตะกอนไปรวมกลุ่มก้อนความหงุดหงิดในร่าง


หว้าพูดถูก มึงก็ชี้แจ้งพี่เขาไปแล้ว แถมมีพยานช่วยยืนยันความบริสุทธิ์ของมึงอีก แต่พี่นันก็ยังเลือกมึงอยู่ดีนะโว้ยคราวนี้นนท์พูดบ้าง


ยิ่งฟังผมก็ยิ่งหงุดหงิด หน้าทะมึนเสียจนเพื่อนร่วมคลาสคนอื่นไม่กล้ายอแย ได้แต่ส่งยิ้มแห้งๆ มาให้กลุ่มผมพวกนี้รู้ความจริงหมดแล้วว่า ผมไม่ใช่เจ้าของฉลากหายนะ


หลังโดนใส่ร้าย ผมลุกขึ้นโต้เสียงเรียบนิ่ง ทั้งที่ใจอารมณ์คุกรุ่นดุจภูเขาไฟรอระเบิด โชคดีมีเพื่อนที่นั่งข้างหลังกลุ่มผมช่วยเป็นพยานให้ เพราะสามคนนั่นเห็นเหตุการณ์ตั้งแต่ต้นจนจบ ยังขำพวกผมที่เล่นอะไรเป็นเด็กๆ จนพวกผมลุกขึ้นโต้เถียงต่อหน้ารุ่นพี่ ถึงได้เข้าใจว่าไม่ใช่เรื่องเล่นสนุกแบบที่คิด


ถึงอย่างนั้น รุ่นพี่ก็ฟันธงให้ผมรับตำแหน่งหายนะนั่นอยู่ดี ไม่สนใจคำโต้แย้งของผมและพยานเลยสักนิด! ยิ่งคิดผมยิ่งโมโห ทิ้งน้ำหนักตัวเองใส่เก้าอี้มีชีวิตที่ชื่อไอ้เด็นมากขึ้น อย่างที่ทุกท่านคิด ผมกำลังให้เพื่อนคุกเข่าคลานท่าหมาให้ผมนั่งกอดอกบนหลังเป็นการทำโทษมาสิบห้านาทีแล้ว 


เอ่อ ทีพอเถอะ ไอ้เด็นท่าไม่ไหวแล้ว แขนสั่นระริกเลยมึงนนท์พยายามพูดกล่อมต่อ


ผมตวัดสายตาใส่จนมันสะดุ้งโหยง มีแต่เพื่อนในกลุ่มผมนี่แหละที่ส่งเสียงน่ารำคาญเป็นระยะมาตั้งแต่ห้านาทีก่อนจนถึงตอนนี้ ผมดีใจที่พวกมันห่วงเพื่อน แต่ช่วยดูให้ลึกกว่านี้หน่อยได้ไหม!


ผมไม่มีอารมณ์อธิบาย เลยบอกกลับเสียงห้วน กูยังไม่สะใจ


เด็นผิดก็จริง แต่ศิว่าพอเถอะนะ


ผมพ่นลมหายใจหงุดหงิด ยอมลุกขึ้นผละออกห่างโดยดี เห็นแก่ศิที่นิ่งมองมานาน ปล่อยให้ไอ้เด็นล้มนอนคว่ำหมดสภาพที่พื้น เห็นท่าทางอ่อนแอเสมือนเป็นผู้หญิงโดนรังแกก็ยิ่งสร้างหงุดหงิดขับข้องใจมากกว่าเดิมหลายเท่า ถ้าไม่ระบายอารมณ์ออกมาบ้าง ผมคงอึดอัดใจตาย


หยิบสมาร์ทโฟนต่อสายตรงหาใครบางคน รอสายแปบเดียวก็มีคนรับ


[ว่าไงเพื่อน…]


แฟนมึงเลวมากผมกรอกเสียงราบเรียบลงไปแบบไม่สนใจว่าฝ่ายนั้นจะพูดจบประโยคหรือยัง


[ห๊ะ?]


แฟนมึงทำกูเจ็บแสบน่าดู กูเลยว่าจะย้ายฝ่ายแล้ว


[เฮ้ยๆๆ เดี๋ยวก่อนโว้ย มันไปทำอะไรมึง]


ผมกระตุกยิ้มเหี้ยมหลังได้ยินคำถาม เหล่มองเพื่อนตัวดีที่รีบลุกขึ้นนั่งตั้งแต่ผมพูดประโยคแรกใส่โทรศัพท์ กะแล้วว่าท่าทางอ่อนแอเมื่อกี้คือตอแหลเรียกร้องความเห็นใจ


โยนเสนียดให้กูรับเคราะห์แทนน่ะสิ!


เด็นนั่งหน้าซีดเผือกทันที แต่ผมไม่สนใจ ฝ่ายสามีไอ้เด็นเงียบไป ก่อนจะพูดเสียงอ่อยๆ


[มึงโกรธมากเลยเหรอ]


โคตรโกรธ! และเมียมึงผิดจริง ว่าไงจะรับเพื่อนเก่าซี้ปึกของมึงตั้งแต่ป.1 คนนี้เข้าพวก หรือจะเข้าข้างเมียสุดที่รักที่พึ่งคบได้แค่เดือนกว่า


ไม่สิ ถ้านับดีๆ ก็เกือบสองเดือนแล้วนี่หว่าคิดแล้วก็แอบกังวล จะว่าสั้นก็สั้น ยาวก็ยาว ผมกลัวใจเพื่อนสนิทคนนี้จริงๆ เรื่องของมันกับเมียจะรอดหรือจะร่วงก็คงบอกยาก


[…ข้อแลกเปลี่ยนล่ะ]


ผมละเรื่องในความคิด แกล้งฉีกยิ้มระรื่นให้เมียเพื่อนเห็น แต่ใจแอบสงสารไอ้เด็น ลองเพื่อนผมพูดแบบนี้ แสดงว่าไม่ค่อยแคร์เมียคนนี้เท่าไหร่ ถ้าแคร์จริงคงช่วยพูดแทนเมียไปแล้ว เฮ้อแต่กรณีผมกลับตรงข้าม ไอ้ยำดูจะแคร์ความรู้สึกเพื่อนอย่างผมมากกว่าเยอะ ก็ดีใจอยู่ที่เพื่อนสนิทสิบสองปีให้ความสำคัญ แต่ดันดีใจไม่สุดยังไงไม่รู้


ผมครุ่นคิดสักพักก็พูดถึงเรื่องก่อนหน้านี้ที่เคยขอมันเอาไว้ เรื่องนี้คงทำให้เพื่อนลำบากใจไม่น้อย ยังไงเราก็พึ่งเข้าปี1 ยิ่งคณะมันระบบรุ่นพี่รุ่นน้องแรงด้วย


รุ่นพี่คณะมึงชวนไปไหน ไปได้เลย กูไม่ห้ามแล้ว


เมนหลักจบแค่นั้น แต่ผมแอบเสริมส่วนหลัง เพราะความหมั่นไส้ไอ้คนเริ่มทำน้ำตาปริ่มๆ อีกรอบ ไม่ต้องสนใจเมียมึงด้วย ลองมันโกรธมึงสิ กูจะหาเมียให้มึงใหม่


ที!!


ผมเมินเสียงกรีดร้องของเด็น ข้างหูยังมีเสียงหัวเราะขบขันของยำ มันคงรู้ว่าผมแค่พูดขู่


รู้จักกันดีก็งี้ มันน่ะพยาธินัมเบอร์วันในท้องผมเลย อารมณ์ผมจากที่เกือบทะลุจุดเดือดค่อยๆ ลงระดับลงมา รู้สึกคิดถูกที่เลือกโทรหามัน


[สรุป มึงจะย้ายข้างแน่ๆ]


เออผมตอบรับเต็มเสียง


[ต่อให้อนาคต กูทิ้งเพื่อนมึง มึงจะไม่ปรี่มาชกกูแล้ว?]


ผมขมวดคิ้วคิดหนัก ยังไงฝั่งไอ้เด็นก็เสียเปรียบกว่าเห็นๆ แต่พอเห็นหน้าเด็น อารมณ์ขุ่นมัวก็ตีขึ้นอก ตอบรับคำเพื่อนเก่าแก่ไปเต็มเสียง


ตามที่มึงว่า


[เป็นสายให้กูแทนเมีย?]


เออ”        


[ช่วยกูปกปิดความผิด?]


ผมชะงักไปนิด ครุ่นคิดแล้วค่อยตอบ จะทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นแล้วกัน 


[งั้นขออีกอย่าง ถ้ากรณีพวกกูเลิกกัน มึงห้ามเป็นตัวกลางช่วยมันเคลียร์กับกูเด็ดขาด]


ผมย่นคิ้ว รู้สึกทะแม่งๆ แต่ก็ไม่ได้สักถามอะไรออกไป ในเมื่อมันพูดดักขนาดนี้ และผมย้ายไปอยู่ฝ่ายมันเต็มตัวแล้วนี่น่ะ คิดแล้วก็ตอบรับ


ก็ได้ นับจากวันนี้กูจะไม่ยุ่งเกี่ยวเรื่องของมึงกับเมียในทุกๆ กรณี โอเคไหม


[คราวนี้เมียกูพลาดสินะ ดันไปทำมึงโมโหเข้า]


ถูก


[ก็ได้ ดีล]


ผมยิ้มเมื่อได้ยินคำคุ้นหู ไม่ได้ยินคำนี้มานานตั้งแต่เข้ามหาลัย แอบคิดถึงเหมือนกัน ผมตอบรับคำเดียวกันไป ดีลต่อจากนี้ผมกับมันอยู่ข้างเดียวกันเหมือนเดิม ก่อนหน้านี้ไม่นานผมขอย้ายมาอยู่ฝั่งไอ้เด็น หลังมันสังเวยเลือดกองหนึ่งให้เพื่อนผม


[นัดรวมกลุ่มเพื่อนเก่าแก่คราวหน้ามาด้วยนะ มึงหมดข้ออ้างแล้ว]


เออวะ กูลืมเลย


[ดีที่ลืม มึงทำให้กลุ่มเราคนไม่ครบตลอด หลังๆ เลยไม่ค่อยมีใครอยากรวมกลุ่ม]


พวกมึงเอาแต่นัดแดกเหล้าในผับ กูไม่อยากไปนี่หว่า


คนมันไม่ชอบจะให้ทำยังไง ฝืนไปก็เท่านั้น สุดท้ายผมก็แอบแวบหนีกลับบ้านอยู่ดี


[มีว่าที่หมอตามไปคุม กลุ่มเราเลยแดกอย่างมีลิมิตตลอด มึงจะกลัวอะไร]


“ไม่ได้กลัว กูแค่ไม่ชอบที่แบบนั้น”


[งั้นนัดคราวหน้าโนแอลกอฮอล์ ไม่มีเสียงดังให้หนวกหู ไม่มีใครหิ้วหญิงมาสีให้รำคาญลูกตา แต่บางคนอาจหิ้วแฟนตัวจริงไปเปิดตัวกับมึง แดกหมูกระทะไม่ก็สุกี้ โอเคมะ]


โอเค…” ผมตอบเสียงอ่อน พวกมันทั้งกลุ่มยอมละทิ้งวิถีชีวิตวัยรุ่นเพื่อผมเลยนี่น่า


[เออดี กูจะได้บอกพวกนั้นถูก แล้วหัดตอบข้อความในไลน์กรุ๊ปบ้าง มึงแทบจะไร้ตัวตนอยู่แล้ว]


อ้าวๆ กูก็ส่งสติกเกอร์ไปรายงานตัวออกบ่อย


[ไอ้หมีขาวนอนลอยตุบป่องแช่น้ำเล่นนั่นอ่ะนะ]


ใช่ แทนว่ากูสบายดีไง


[มึงเข้าใจคนเดียวน่ะสิ! พวกกูนึกว่ามึงชวนไปเล่นน้ำประจำ แต่พอจะไปสระว่ายน้ำ มึงเบี้ยวนัดทุกที]


เอิ่ม ผมผิดใช่ไหม?


[กูไม่คุยกะมึงแล้ว ปวดหัว]


สัญญาณตัดไปแล้วพร้อมกับผมที่อารมณ์เย็นขึ้นเยอะ ถึงอย่างนั้นก็ยังมองมือถือนิ่งๆ เพราะรู้จักนิสัยกันดี ผมถึงได้รู้สึกแปลกๆยำกำลังเจอปัญหาอะไรอยู่หรือเปล่า แต่คิดไปก็คงไม่ได้คำตอบ เลยเก็บมือถือลงกระเป๋า หันไปเจอสายตาไม่ชอบใจของบรรดาเพื่อนสนิทที่พึ่งรู้จักกันไม่นาน และแววตาแดงก่ำของไอ้เด็นที่ทำท่าจะเป่าปี่อีกแล้ว


เห็นแล้วรำคาญลูกตาชะมัด!


มึงทำเกินไปลูกหว้าพูดเรียบๆ


ผมเลิกคิ้วสูง หย่อนก้นนั่งขอบโต๊ะเลคเชอร์ อยากถอนหายใจสักเฮือก เป็นเก้าอี้แค่ครึ่งชั่วโมง แต่เพราะพวกมึงพยายามพูดขอเวลาเลยลดเหลือสิบห้านาที แถมกูไม่ได้ลงน้ำหนักเต็มที่ มันเป็นผู้ชาย ไม่ได้อ่อนแอสักหน่อย แค่นี้ทำได้อยู่แล้ว


ผมถึงหมั่นไส้อยู่นี่ไง เอาแต่เรียกร้องขอความเห็นใจไปทั่วทั้งรุ่นพี่ยันเพื่อน แถมยังกล้าโกหกเพื่อเอาตัวรอดอีก ผมเดาะลิ้น หรือต้องโทษคนรอบข้าง ไม่ก็สามีมันที่ตามเอาอกเอาใจมากเกินพอดี จนไอ้เด็นไม่เหลือความแมนปรากฏให้เห็นเหมือนช่วงแรกๆ ที่ได้รู้จัก ผมชอบเด็นตอนแรกเจอมากกว่าตอนนี้เยอะ ขนาดผมยังคิดแบบนี้ แล้วเพื่อนผมที่เป็นแฟนมันล่ะ ไม่ยิ่งโคตรเบื่อมันเหรอ 


ผมสบตาเด็นนิ่ง นี่คือคำเตือนครั้งสุดท้ายของผม ก่อนที่จะไม่ยุ่งเรื่องนี้ตามที่บอกเพื่อนรักไป


มึงบอกว่าตัวเองแมน แต่วันนี้กูหาความแมนของมึงไม่เจอเลยวะ กูหรือมึงควรผิดหวัง ส่วนพวกมึงผมกวาดตามองเพื่อนทีละคนที่เริ่มทำหน้าแปลกๆ เลิกโอ๋มันได้แล้ว..!


มือถือผมส่งเสียงได้จังหวะมาก เห็นชื่อคนโทรมาคือพาร์ก็รีบกดรับ กลัวเป็นเรื่องด่วนเหมือนคราวที่แล้ว


เรื่องด่วน?


พาร์เงียบไปอึดใจหนึ่ง แล้วถามกลับ


[…อารมณ์ไม่ดี?]


ผมชะงัก หรือผมจะได้พยาธิมาอยู่ในท้องเพิ่มอีกคน พยายามปรับน้ำเสียงให้อ่อนลง


มึงโทรมาทำไม ได้ยินเสียงลมเป่าฟู่เข้ามา สงสัยโดนถอนหายใจใส่


[ไม่มีเรียนแล้ว อาจารย์ติดธุระเลยเลิกก่อน]


ผมหันมองนาฬิกาติดผนังหลังห้องเรียน เกือบบ่ายสามแล้วเหรอ ฝั่งพาร์เลิกเร็วกว่าทุกที ส่วนฝั่งผมอาจารย์ยังไม่เข้าห้องทั้งที่เลยเวลาเรียนเกือบครึ่งชั่วโมงแล้ว มีเปอร์เซ็นต์ยกเลิกคลาสสูง


ก็ดี ผมหมดอารมณ์เรียน แถมเบื่อหน้าเพื่อนด้วย


งั้นกลับพร้อมกันเลย


ผมเดินไปหยิบเป้ตัวเองมาสะพายบ่า ไม่ต้องเก็บของ เพราะไม่ได้เอาอะไรออกมาสักอย่าง


[เอางั้น?]                             


ผมก้าวเท้ามุ่งหน้าไปประตูทางออก ไม่แม้แต่คิดเลี้ยวมองเพื่อนคนอื่นให้เสียเวลา ปากก็ตอบพาร์ไปสั้นๆ อืม ไปเจอกันที่เดิมที่เดิมของพวกผมก็ที่รถนั่นแหละ


กลับเร็วแบบนี้ก็ดี จะได้มีเวลาตระเวนซื้อของเยอะหน่อย



 

“มึงเป็นอะไร”


ประโยคคุ้นหูเหมือนผมเคยถามอีกคนไปเมื่อวันศุกร์ ถ้าอารมณ์ดีกว่านี้ผมคงขำกับการสลับตำแหน่งทั้งคนพูดและคนขับรถ


ผมยกตำแหน่งหน้าพวงมาลัยรถให้พาร์ตั้งแต่ซื้อของเสร็จ พอรถจอดหน้าโรงเรียนอนุบาล ผมก็เป็นคนเข้าไปรับน้องอันออกมา เจอเจ้าตัวเล็กยิ้มร่าวิ่งมาหาทั้งที่หัวยังไม่ได้ถอดสายคาดกระดาษแข็งรูปหมาป่าออกถึงหน้าห้อง แอบเห็นมีน้องผู้หญิงเพื่อนร่วมห้องน้องอันสวมผ้าคลุมสีแดงด้วย โอ๊ะ นั่นขวานกระดาษ ไม่ต้องเดาแล้วครับ แสดงเรื่องหนูน้อยหมวกแดงแหงๆ


นี่น้องผมเล่นเป็นตัวร้ายหรือเนี่ย                                                     


ผมถอดสายคาดหัวรูปหมาป่าส่งคืนครูที่วิ่งตามหลังมา พูดคุยนิดหน่อยก็จูงมือน้องกลับรถ อุ้มน้องนั่งตักที่ด้านหน้า ไม่กล้าให้นั่งเบาะหลัง กลัวเจ้าตัวเล็กไปซนใส่บรรดาอาหารที่วางไว้จนเละ


เด็กคือเด็ก เจอรถติดกับแอร์เย็นๆ แถมใช้พลังงานมาทั้งวัน แปบเดียวก็หลับซุกอกให้ผมกอด


ผมหลุดจากภวังค์เพราะแรงสะกิด เจอแววตาเจ้าของมือมองอย่างหน่ายใจ


“นี่มึงไม่ได้ฟังกูอีกแล้วใช่ไหม”


ผมไม่ได้ตอบ แต่พยักเพยิบหน้าให้มันดูถนนว่าจะไฟเขียวแล้ว พาร์รีบหันไปดู สัญญาณพึ่งเปลี่ยนสีพอดี ระหว่างนั้นผมลอบสังเกตสีหน้าคนขับรถ เมื่อเช้ายังอารมณ์ไม่ดีอยู่เลย แต่ตอนนี้


มึงอารมณ์ดีแล้ว?”


เจอมึงอารมณ์เสีย กูเลยอารมณ์ดีขึ้น


ผมโคลงหัวน้อยๆ ไม่ถือสาความกวนของเพื่อน เลือกถามเรื่องที่อยากรู้แทนการต่อปากต่อคำ


คณะมึงเลือกลูกสาวยัง?”


เลือกเมื่อวานเย็น


จริงดิผมหันไปมองด้วยแววตาสนใจ ใครได้ หน้าตาดีมะ?”


กูจะรู้ได้ไง”


เออวะ ลืมไปว่ามันอยู่โรงพยาบาลกับผม  


“พวกเพื่อนก็ปิดปากเงียบ แกล้งกูกันชัดๆ คณะมึงล่ะ?”


พึ่งเลือกวันนี้


ใครได้?”


ผมเอนหัวพิงกระจก สายตาทอดมองข้างทางยามห้าโมงกว่า กู


ฮะ?”


ก็บอกว่ากูไง


เฮ้ย จริงดิ ดวงดีขนาดนั้นเลย


เปล่า โดนเพื่อนโยนตำแหน่งมาให้


เลยอารมณ์เสียเพราะเรื่องนี้?


ไม่เชิงออกแนวผิดหวังมากกว่า


ยังไง?”


เจอแย่งฉลากครั้งแรกไม่เท่าไร ดันโกหกเพื่อให้ตัวเองรอดในครั้งที่สอง แทนที่จะขอร้องให้ช่วยดีๆ ตั้งแต่ต้น มันน่าโมโหไหมล่ะ


หมายความว่าถ้าขอร้องดีๆ ไม่แย่งฉลากตั้งแต่แรก มึงจะยอมรับเคราะห์แทน?


ผมหยุดคิดทบทวนให้ดีค่อยตอบ อาจใช่ ต้องดูเหตุผลประกอบด้วย


จริงดิ? หาแฟนไม่ได้อีกตลอดสี่ปีเลยนะ


จะมีหรือไม่มีก็ช่างเถอะ


ผมตั้งใจจะไม่ทดลองคบใครง่ายๆ อีกแล้ว ถ้าจะคบคนต่อไปผมขอคนที่ใช่อย่างเดียว


งั้นแปลก มึงไม่น่าอารมณ์เสียขนาดนี้ หรือมีเหตุผลอื่น


ก็มีผมถอนหายใจสั้นๆ ถ้าเป็นเพื่อนผู้หญิงคงไม่โกรธเท่านี้ แต่นี่ดันเป็นเพื่อนผู้ชาย...ที่ตกเป็นเมียเพื่อนสนิทสมัยเด็ก


พาร์เงียบไปเลย ผมเลยระบายต่อ ตอนแรกมันก็เป็นผู้ชายปกติดี ออกซนๆ แต่น่ารัก แต่ตอนนี้ไม่ใช่วะ มันเปลี่ยนไปเยอะจนกูหาความเป็นเด็กผู้ชายในตัวเพื่อนไม่ได้มึงว่าเพราะเสียตัวให้เพศเดียวกัน นิสัยเลยเปลี่ยนหรือเปล่า


พาร์ครุ่นคิดพักใหญ่ ไม่น่าใช่ เพื่อนกูเมื่อก่อนเป็นไงตอนนี้ก็เหมือนเดิม แค่ขาดอิสระในบางเรื่องเท่านั้นเอง เรื่องแบบนี้มันขึ้นอยู่กับแต่ละคนมากกว่า


“…กูไม่อยากให้มันคบผู้ชายแล้วต้องกลายเป็นแบบนี้ ไม่อยากให้มันเคยตัว ไม่สนใจคำเตือนคนอื่น ที่สำคัญกูไม่อยากได้เพื่อนเป็นแรดแทนมนุษย์


พึ่งรู้ว่ามึงปากเสียเอาเรื่อง


เหรอ


พูดต่อสิ อยากหาคนระบายด้วยไม่ใช่เหรอ


ผมหันขวับมองพาร์ที่ยังตั้งอกตั้งใจขับรถ จู่ๆ ก็นึกคำพูดเมื่อวานของพ่อขึ้นมา อาจจริงอย่างที่พ่อบอก ผมกับพาร์ปรับตัวเข้าหากันได้เร็วมาก...ตามปกติใครมันจะไปเดาใจคนพึ่งรู้จักสองอาทิตย์ออก


หรือไม่อยากเล่าแล้ว?


เมื่อพาร์เปิดโอกาสให้ ผมก็รับไว้ กูอาจเหมือนยุ่งเรื่องคนอื่นมากไป แต่ตอนมันสองคนจีบกัน กูเป็นคนกลางระหว่างพวกมัน รับรู้เรื่องราวมาตั้งแต่ต้น เคยเอ่ยเตือนพวกมันไปแล้วว่าถ้าใจยังไม่มั่นคงก็อย่าพึ่งรีบร้อน แล้วไง คบกันโคตรเร็ว พอๆ กับนอนด้วยกันเลย มีเรื่องเดือดร้อนทีก็โทรหากูให้วุ่น


ผมถอนหายใจยาวเหยียด “…แย่กว่านั้น กูรู้จักเพื่อนสนิทตั้งแต่เด็กดี ถ้าฝ่ายเมียยังนิสัยเปลี่ยนไปแบบนี้ได้ขอเลิกสักวันแน่ แค่ทุกวันนี้กูยังใจตุ๋มๆ ต๋อมๆ ว่ามันจะหมดความอดทนกับเมียคนนี้เมื่อไหร่ กรณีเลวร้ายที่สุดคือมันไปเจอเป้าหมายใหม่ที่ดีกว่าเพื่อนปัจจุบันของกูคงได้เปลี่ยนสถานะเหลือแค่เมียเก่าเร็วขึ้นแน่นอน


เป็นห่วงเพื่อน?”


อืม


ฟังแล้ว กูว่ามึงลำเอียงเข้าข้างฝ่ายเมียมากกว่านะ


ก็มันเป็นฝ่ายเสียเปรียบนี่! มึงไม่คิดงั้นเหรอ?”


เสียเปรียบยังไง ท้องไม่ได้สักหน่อย


ผมทำหน้ายุ่ง ที่พาร์พูดก็ถูก แต่...


ฝ่ายโดนทะลวงเจ็บมากนะ


รถเบรกกะทันหัน ดีนะอยู่ช่วงรถติด เคลื่อนตัวเท่าเต่าคลาน นอกจากหัวผงกไปข้างหน้าก็ไม่มีเกิดอะไรขึ้น ผมรีบลูบหลังปลอบน้องที่ทำท่างอแง แปบเดียวอันก็หลับต่อ เลยหันไปแยกเขี้ยวใส่คนขับรถไม่ระวัง กลับเจอพาร์ส่งสายตาแปลกๆ มองมาอยู่ก่อน


“…อะไรผมถามกลับอย่างระแวง


มึง...เคยแล้ว?”


--------------------------------------------  

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 168 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,841 ความคิดเห็น

  1. #2840 Good ?? 1379 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 20 พฤศจิกายน 2563 / 22:37

    ไม่ค่อยชอบเด็นเลย หมายถึงนิสัยอ่ะ เขาใจทีเลย

    -แบบถ้าตอนแรกขอดีๆก็อาจให้นะเว้ย ถ้าเหตุผลดีพอ ไม่เห็นต้องมาแย่งฉลาก ตอนแรกก็นึกว่าแย่งเล่นๆยังพอว่า

    -ครี้งสองโกหกเพื่อนคนอื่นๆแล้วโยนควาผิดใหเรา ถ้าเราเป็นทีเราไม่ค่อยโอเค แถมยังเป็นเพื่อนที่คบกันได้ไม่นาน

    -เพื่อนๆในกลุ่เข้าข้างเด็นเกินไปอ่ะ โอ๋กันเก่ง

    -รุ่นพี่ ปวด. มาก คือแบบ พยานที่เห็นเหตุการณ์ก็มีตั้งเยอะ แต่ก็ยังโยนขี้ให้ทีอีก

    -กฏ ปวด. เกิ๊น ห้ามมีแฟน4ปี เกินไปมั๊ยถามก่อน

    สุดท้าย ถ้าเราเป็นทีเราโกรธจริงๆอ่ะ

    #2,840
    0
  2. #2832 Yaoilism2 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 12 มกราคม 2563 / 03:38

    โกรธเพื่อนจริงดิ ตอนเด็นทำเราว่ามันฮานะ แถมเพื่อนอะ ถึงเพื่อนจะผิด แต่เพื่อนขอแล้วว่ามีแฟน ตัวเองก็ไม่ยอม จริงจังไปเปล่า โกรธตอนแรกก็น่าจะโอเค นี่ไปถึงเรื่องแฟนเด็น มาโกรธต่อให้พาร์ฟัง อะไรเนี่ย มองว่าทีก็ไม่ได้รักเพื่อนขนาดนั้นแถมโกรธเพื่อนจริงจังอีก เด็นผิด แต่เหมือนทีก็ไม่ได้แคร์เพื่อนเท่าไร เราก็ไม่ให้ใจทีว่ะ 555 กลายเป็นเอ็นดูเด็นอะ

    #2,832
    0
  3. #2768 KiHaE*129 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 9 กันยายน 2562 / 22:57

    จริงอย่างที่ทีว่าแย่งฉลากครั้งแรกยังพอเล่นขำๆ ได้

    แต่ครั้งที่สองโกหกโยนความแบบนี้เกินไป

    เป็นเพื่อนที่คบกันได้ไม่นานด้วยเอาจริง

    ถึงเราจะแอบหวั่นไหวจากคำพูดของยำที่เหมือนมีนัยยะเหมือนกัน

    มันเหมือนจะกึ่งสารเด็น

    ไม่รู้ว่ามีประเด็นอะไรกันแล้วยำเป็นคนยังไง

    แต่ถ้าเด็นยังทำนิสัยแบบนี้ต่อให้เพื่อนก็ไม่เหลือได้นะ

    #2,768
    0
  4. #2762 View_Aranya (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2562 / 09:34
    ต่างคนต่างเลวพอกัน อิเด็นก็ควรจะเลิกกับผัวตั้งแต่ตอนนี้ มันไม่ควรมีสะใภ้ปันยาอ่อนตั้งแต่แรกกฎ-มากห้ามมีแฟน4ปี ประสาท
    #2,762
    0
  5. #2758 atom190023 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2562 / 16:08
    อีเด็นน่าตบอ่ะ
    #2,758
    0
  6. #2756 kim_vbts (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 11 เมษายน 2562 / 20:41
    เ-้ย.
    #2,756
    0
  7. #2755 kim_vbts (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 11 เมษายน 2562 / 20:40
    ถ้ามีเพื่อนโยนเคราะห์ให้กูขอตบเเล้วเลิกเป็นเพื่อนเลย ตอเเหลสุดอีเพื่อนเ-้ย
    #2,755
    0
  8. #2742 Kureko (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 1 ตุลาคม 2561 / 16:22

    คําถามพาร์จี้อะ 555555

    #2,742
    0
  9. #2698 ThkTheks (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 14 สิงหาคม 2561 / 22:09
    โว้ยยยยยย ตาพาร์ แบบนี้มันก็น่าจะรู้มั้ย ไม่ต้องเคยโดนก็ได้มั้ย
    #2,698
    0
  10. #2683 mingdaya (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 15 มกราคม 2561 / 10:56
    เป็นใคร ใครก็โกรธ เหมือนโดนรุมอยู่ฝ่ายเดียว
    #2,683
    0
  11. #2682 Krystal wing (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 14 มกราคม 2561 / 15:01
    ถ้านี่เป็นทีก็โกรธนะเว่ย
    #2,682
    0
  12. #2655 mintintttea (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 31 ตุลาคม 2560 / 04:29
    เอาจริงๆถ้าเราเป็นทีเราก็โกรธอ่ะ ทีแรกแย่งสลากยังไม่เท่าไหร่ แต่นี่ถึงขี้นโยนกันอย่างนี้อ่ะ ถ้าเจออย่างนี้จริงๆนี่เงียบใส่อย่างเดียวอ่ะ ไม่พูดด้วยแม่งให้สำนึก เป็นทีนี่โคตรน้อยใจอ่ะ ทำไมเพื่อนในกลุ่มไม่เข้าใจบ้าง ไม่รู้เป็นคนคิดเยอะ 555
    #2,655
    0
  13. #2654 152546thip (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2560 / 20:50
    ถ้าเราเป็นเด็น แล้วเจอแบบนี้ก็เข้าใจค่ะ ส่วนตัวคิดว่าผิดทั้งคู่ ทีก็ทำมากไป แล้ว-ที่เด็นทำนี่เรียกว่าหักหลังกันเลยหรอ5555
    #2,654
    0
  14. #2617 Mistyblack (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2560 / 07:18
    สม!...ถ้าเป็นเรา เราทำมากกว่านี้อีก
    ส่วนพาร์ลูกสาวแม่เก็บซิงเป็นสะใภ้คณะหนูค่ะ
    #2,617
    0
  15. #2535 FairyP718 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 18 เมษายน 2560 / 16:30
    เด็นออกแนวงี่เง่าเลยอ่ะ โดนหยิกเจ็บจนน้ำตาไหลนี่พอเข้าใจ แต่ร้องไห้สะอึกสะอื้นจนโดนพี่ทัก เราว่ามันไม่ใช่ละ เด็นเคยแมนจริงดิ ทีพูดตรงดีนะ พาร์เบรกรถหัวทิ่มเลย ถถถ
    #2,535
    0
  16. #2518 พิททบูล (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 15 เมษายน 2560 / 10:06
    คือ โกรธเด็นอ่ะ แบบไม่น่าทำแบบนี้ เป็นเราคงแบบทั้งโกรธ โมโห เผลอๆ เกลียดจนไม่อยากมองหน้าแน่ๆ
    #2,518
    0
  17. #2509 DEra_KILleR (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 12 เมษายน 2560 / 07:14
    ทำไมเด็นแย่จังค่ะ
    #2,509
    0
  18. #2239 nise12 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 25 มีนาคม 2560 / 18:25
    ทีทำแบบนี้ถ้าเพื่อนเลิกกันจริงๆคนที่รู้สึกแย่ก็เป็นทีเองนะ คอยดูเถอะ
    #2,239
    1
    • #2239-1 KatzeP(จากตอนที่ 5)
      4 เมษายน 2560 / 14:59
      เป็นประโยคที่แทงใจทีในตอนนี้เลยค่ะ : )
      #2239-1
  19. #1947 baekbow (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 2 กันยายน 2559 / 16:12
    เราว่าไม่น่าใช่นะ อาจจะรู้มาจากน้อง ไม่ก็เจ็บความหมายอื่น
    #1,947
    0
  20. #1808 milkc (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 3 สิงหาคม 2559 / 18:44
    ฮื่อออออ จริง ๆ เราก็แอบขึ้นแทนทีนะ
    เพื่อนกันอ่ะ มันใช่แบบนี้หรอ
    งง แต่ก้แบบเพื่อนอ่ะ
    ฮื่ออ
    และพาร์ก็ถามตรงมากเว่อ
    แล้วยำยำนี่มีปหไรป่าวว
    งื้ออออ
    #1,808
    0
  21. #1776 BaiiKKanYAN01 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2559 / 03:45
    55555555555 นี้ตรงกันเกินไปมั้ยย
    #1,776
    0
  22. #1381 Dark Diamond (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 13 เมษายน 2559 / 11:30
    คำผิดนะคะ โครต-โคตร
    #1,381
    0
  23. #1264 Filmmytiger (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 27 มีนาคม 2559 / 17:23
    อร้ายยยเขิน
    #1,264
    0
  24. #1247 palita28844 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 22 มีนาคม 2559 / 16:32
    ฮ่าๆๆๆ -เคยแล้ว
    #1,247
    0
  25. #1218 Beebeewondercream (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 20 มีนาคม 2559 / 18:24
    อ่านตอนนี้แล้วขึ้นมากกก เราว่าทีทำถูกแล้ว เพื่อนสนิทไม่ควรทำแบบนี้ตอนนี้เด็นผิดจริงๆ สม
    #1,218
    0