[Chonnatee] ชลนที #Boy's Love #จบแล้ว

ตอนที่ 49 : บทที่ 41

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,901
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 69 ครั้ง
    16 ก.ย. 59


บทที่ 41


เกมเอาตัวรอดคราวนี้ ถ้าให้ระบุชัดเจนลงไปอีกก็...


สำรวจพื้นที่ ค้นหาสมบัติ และแย่งชิงสมบัติที่ว่า


สมบัติที่พูดถึงไม่ใช่เงินทอง แต่เป็นสิ่งของมีประโยชน์สำหรับเอาตัวรอด และบางสิ่งยังสามารถเพิ่มพูนความพึงพอใจได้ อย่างเช่น...


“ขวดเกลือใช่มะ?”


ผมหยิบของที่ยำหามาได้มาพลิกไปมา ก่อนเปิดฝาออกมาดมขวดที่ไม่มีฉลากอะไรบอกเลย เมื่อไม่แน่ใจก็เทออกมาบนฝ่ามือนิดหน่อย ลองใช้ลิ้นแตะดูเค็ม


“เกลือ”


“มีนี่ด้วย พริกไทยใช่ปะ? กูเจอมันซ่อนอยู่ใกล้ๆ กัน”


ผมปิดฝาวางขวดเกลือลง รับขวดใหม่มาพลิกดูไปมา แล้วลองดมกลิ่น “พริกไทยดำวะ”


“เจ๋ง! ได้กินอาหารแบบมีรสชาติแล้ว”


“เครื่องครัวยังไม่มีเลยเหอะ”


ผมถอนหายใจ ชุดครัวสนามดันเป็นหนึ่งรายการถูกห้ามเอามา คนต้องทำอาหารอย่างผมเลยเซ็งมาก


“เดี๋ยวกูไปหามาให้!” ยำพูดจบก็วิ่งออกไปทันที สีหน้าดูร่าเริงสุดๆ 


ผมมองเพื่อนอย่างอิจฉาหน่อยๆ อยากไปวิ่งตามหาของด้วยจะแย่ ติดแต่...มองผ้ายืดพันข้อเท้าก็ถอนหายใจออกมา ก็เดินได้อยู่แท้ๆ แต่ลูกทีมสามคนพร้อมใจกันให้ผมเฝ้าของ มอบหมายงานถอดรหัสให้ทำฆ่าเวลา 


ผมเลยนั่งมานั่งบนผ้าใบอเนกประสงค์อยู่โยงเฝ้าเต็นท์ มีกองกระดาษเครื่องบินรายรอบตัว แต่ละแผ่นมีกอ้นหินวางทับไว้กันปลิว ในหนึ่งแผ่นจะมีมีรหัสลับสิ่งของสามอย่าง พวกผมเลยต้องไปคว้านหาเก็บกลับมาให้ได้มากที่สุดแข่งกับอีกทีมหนึ่ง


หยิบกระดาษหนึ่งใบที่วางตรงหน้าขึ้นมา ตัวรหัสจะเป็นรูปภาพต่างๆ ของคน สัตว์ หรือสิ่งของ ผมต้องถอดมันเป็นประโยคข้อความออกมา และตอนนี้ผมคิดว่ารู้แล้วหนึ่ง หยุดสายตาที่รูปเครื่องยนต์กับกับขันใส่น้ำลอยดอกไม้ที่ไม่มีความเข้ากันเลยสักนิด ไล่สายตาดูข้อความที่ตัวเองขีดเขียนไว้ก็ถอนหายใจออกมาช้าๆ


...เพราะไม่มีเฉียดเลยสักนิด


ผมตวัดปากตาจดข้อความลงแผ่นใหม่เงียบๆ เครื่อง-ปรุง แล้ววงกลมล้อมข้อความไว้


เข้าใจคิดวะ เอารูป เครื่องยนต์ กับ  ขันใส่น้ำอบน้ำปรุง มาใช้เป็นคำใบ้ ถ้าไม่เห็นขวดเกลือกับพริกไทย ผมคงไม่รู้คำตอบไปอีกนาน


“ทีๆ กูเจอนี่!


กลับมาไวเป็นบ้า!


ยำคงเป็นคนเดียวที่หาของเจอปุ๊บ เอามาให้ผมปั๊บ อีกสองคนยังเงียบหาย


ของชิ้นที่สองที่ใส่ถุงมาอย่างดี ถ่านไฟฉาย AAA 3 คู่ (6 ก้อน) ดีครับ ปากกาไฟฉายกลุ่มผมมีถ่านให้เปลี่ยนแล้ว ผมมองยำวิ่งไปอีกครั้ง ได้แต่ตะโกนไล่หลัง


“รวบรวมให้ได้หลายอย่างก่อน! ค่อยกลับมาหากูก็ได้นะโว้ย!!


ผมหันมาสนใจรหัสต่อมา...


ศันศรธนู นักมวยชกกันบนสังเวียน แอร์แบบตัวการ์ตูนพ่นลม


มันคืออะไรวะ?


ผ่านไปชั่วโมงกว่า พาร์เดินพาดเสื้อกับบ่า กางเกงยังมีน้ำหยดอยู่เลย


“มึงไปทำอะไรมาเนี่ย?! ลงทะเลเรอะ!


“เปล่า กูไปเจอน้ำตกเข้า” พาร์ส่งถุงสีขาวขุ่นใบใหญ่ให้ผม ด้านนอกถุงยังเปียกอยู่เลย


“มึงดำน้ำไปเอามา?”


“อือ กูลองเปิดดูแล้ว เป็นของที่มึงต้องการพอดี”


รับมาเปิดปากถุงดูด้วยความสนใจ


เฮ้ย! ชุดครัวสนามครับ!!


ผมฉีกยิ้มอย่างดีใจมาก ลุกขึ้นหอมแก้มขอบคุณคนเอามาให้ เดินไปใส่รองเท้า ฮัมเพลงอย่างอารมณ์ดี พลางมองหาที่จุดก่อกองไฟทำอาหารกลางวัน ต้องตั้งห่างจากเต็นท์หน่อย ไม่งั้นสะเก็ดไฟอาจกระเด็นไปโดน ถ้าหาเตาปิกนิกเจอเมื่อไหร่คงสะดวกกว่านี้


ได้จุดที่ต้องการผมก็ร้องเรียกขอความช่วยเหลือ


“พาร์ มึงหาก้อนหินใหญ่ๆ ให้หน่อย กูขอหลายๆ ก้อน...”


ไม่มีเสียงตอบรับ ผมหันไปมอง เห็นคนยืนนิ่งเป็นหุ่นขี้ผึ้งก็เลิกคิ้วใส่ด้วยความประหลาดใจ


“เป็นอะไรวะ?...พาร์?...พาร์!!


คนโดนเรียกสะดุ้งโหยง “ก...กูไปหาของต่อนะ”


“เฮ้ย! เดี๋ยว! ช่วยหาก้อนหินมาใช้เป็นฐานก่อไฟให้กูก่อน!!



 

เลยเที่ยงครึ่งมาไม่เท่าไหร่พี่ภูก็มอมแมมกลับมาพร้อมถังน้ำสีแดง ผมจ้องรอยบาทาของใครไม่รู้ต้องอกเสื้อพี่ภูครู่หนึ่ง แล้วเลื่อนสายตามองเป็นเชิงถาม


“พี่ไปแย่งของสดมากับทีมโน้นมา”


ถังสีแดงถูกวางกลางวงประกาศถึงชัยชนะ ผมกับยำชะโงกหน้าไปดูก็พบไข่ไก่สี่ฟองวางอยู่บนฟาง


เอิ่ม มันก็ดู...สดจริงๆ นั่นแหละ


“...มันจะฟักเป็นตัวไหม?”


ผมกับพี่ภูมองหน้ากัน...ไม่มีใครตอบคำถามยำสักคน


ด้วยความที่ของกินหายาก สุดท้ายไข่ทั้งสี่ใบก็ลงไปอยู่ในหม้อต้ม ยำถึงกับหนีไปนั่งซะห่าง แถมทำหน้าปุเลี่ยนๆ ไม่พอ ยังมองผมเหมือนเป็นพวกทารุณสัตว์ปีก ผมเข้าใจ เพราะตอนจะหย่อนไข่ลงไปต้ม ผมก็ลังเลน่าดูเหมือนกัน


จนไข่เกือบสุกพาร์ที่หายไปหาของอีกรอบก็กลับมาพร้อมข้าวโพดกระป๋องแบบที่ยังเป็นเมล็ด


“กูเจอไอ้นี่...หือ มีไข่ให้ต้มด้วย?”


“ของสดวันนี้ พี่ภูไปชิงมา”


“อ้อ”


ผมต้มจนแน่ใจว่าไข่สุกอย่างหัวถึงแน่ๆ ก็คีบมันออกมาวางผึ่งให้เย็น ล้างหม้อรอบหนึ่งก็เตรียมทำซุปข้าวโพด ผมเทน้ำดื่มลงไปก่อน ตามด้วยข้าวโพดกระป๋อง


กระป๋องข้าวโพดเป็นแบบใช้มือดึงเปิดครับ ผมจัดการดึงฝาออกมาอย่างระมัดระวัง ถ้าตัวดึงหักขึ้นมาคงเป็นเรื่อง เพราะเราไม่มีที่เปิดกระป่อง เปิดได้แล้วก็เทมันลงหม้อ ปล่อยให้ต้มจนเนื้อข้าวโพดเละกว่านี้ ผมถึงแกะนมกล่องที่ซื้อจากฝั่งเทลงไป ปรุงรสด้วยเหลือกับพริกไทย ความจริงควรใส่หัวหอมกับเครื่องปรุงอีกสองสามอย่าง แต่มันไม่มีก็กินทั้งแบบนี้แหละ


นอกจากนมกับน้ำดื่มแล้ว ทีมเรามีขนมปังแถว บะหมี่สำเร็จรูปด้วย และอาหารกระป๋องอีกเล็กน้อย ช่วยๆ กันขนมา มื้อนี้กินซุปข้าวโพดคู่กับขนมปัง ส่วนไข่ต้มโรยเกลือกับพริกไทยที่พึ่งได้มาก็น่าไหว


แจกถ้วยซุปกับขนมปังเรียบร้อย ก็ได้เวลาปอกเปลือกไข่ไก่ ระหว่างที่คนอื่นลังเลกลัวเจอลูกไก่ต้มสุก พาร์เป็นคนแรกที่แกะเสร็จเรียบร้อย จิ้มเกลือกับพริกไทยในจานแบ่งตรงหน้า กัดเข้าปากให้พวกผมกลืนน้ำลายเฮือก กลัวมันกัดไปเจอลูกไก่


พาร์กัดไข่ค้าง กวาดตามองพวกผมไปมา  มือรีบดึงไข่ขาดครึ่งออกจากปาก มองไข่ในมือสลับกับพวกผม 


“...ไข่ต้มมีปัญหาอะไรเหรอ?”


“ไม่มี!


เราสามคนประสานเสียง สบายใจขึ้นทันทีที่เห็นว่ามันเป็นไข่ต้มธรรมดา แต่พาร์ไม่กล้ากินก่อน ถือรอพวกผมแกะเปลือกเอาเข้าปากแล้วนั่นแหละ ถึงได้ยอมกินต่อ


หลังทานเข้าเรียบร้อยก็ได้เวลาประชุมของทีม


“ย้ายเต็นท์กันอีกรอบไหม ไปใกล้แหล่งน้ำจืดหน่อย น่าจะสะดวกกว่า” ผมเปิดประเด็น


เวลาเดินตักน้ำจืดมาใช้จะได้ไม่ต้องเดินไปกลับไกลนัก


“ไม่เหมาะ” พาร์แย้ง “แถวน้ำตกมีหินกับรากไม้เยอะ แต่ถ้าเป็นรอบนอกหน่อยก็น่าจะได้”


“พี่ขอไปสำรวจสถานที่ก่อนแล้วกัน ถ้าเจอทำเลดีๆ ค่อยย้ายก็ได้”  


ไม่มีใครค้าน พี่ภูเลยลากพาร์ไปช่วยนำทาง หายไปเกือบชั่วโมง ทั้งคู่ก็กลับมาพร้อมข้อมูลน่าสนใจ


“พี่เจอลำธารอยู่ เราตักน้ำจากตรงนั้นมาใช้งานสะดวกกว่าไปแถวแอ่งน้ำตก ละแวกลำธารเป็นพื้นทราย พี่ดูแล้วไม่มีทั้งหินทั้งกรวดปนอยู่ในทรายเลย ไปตั้งเต็นท์แถวนั้นก็ดี ร่มรื่นดีด้วย” 


ทีมผมเลยโยกย้ายกันอีกครั้ง หลังเมื่อเช้าโยกมาแล้วทีหนึ่ง 


สถานที่พักใหม่ร่มรื่นกว่าจุดเดิมมาก อากาศเย็นกว่าด้วย แต่ผมกับยำเดาว่ากลางคืนแถวนี้ยุงน่าจะเยอะ ตราบใดที่ยังหาขวดยาทากันยุงไม่เจอ หนีเข้าเต็นท์ก่อนฟ้ามืดดีที่สุด ช่วงกันกางเต็นท์เรียบร้อย ผมก็ทำท่าจะไปตักน้ำ แต่โดนพาร์แยกไปตักให้ก่อน


“เอานี่”


“ขอบใจ”


วันแรกเป็นไปอย่างราบรื่นดี ไม่ชินก็เรื่องต้องเข้าที่พักก่อนฟ้ามืด แล้วไม่มีอะไรให้ทำ จะนอนก็หลับไปไม่ลง เลยเอารหัสมาช่วยคิดกับพาร์แก้เบื่อ ผ่านไปชั่วโมงกว่าก็เริ่มมีเสียงแปลกๆ


...หูฝาดมั้ง


“อ๊ะ...อา”


ไม่ฝาดแล้ว ชัดเจนระดับนี้จากเต็นท์ข้างๆ แหง ผมหันสบตากับพาร์ ก่อนต่างฝ่ายต่างเบือนหน้าหนี เริ่มกลิ้งออกห่าง ปล่อยช่องว่างไว้ตรงกลางระหว่างเรา


“...พรุ่งนี้ขยับเต็นท์ทิ้งระยะห่างหน่อยน่าจะดี”


ผมฟังที่พาร์งึมงำก็จับกระดาษรหัสพลิกคว่ำ วาดรูปสามเหลี่ยมแทนเต็นท์วางอยู่ตรงข้าม เว้นตรงกลางไว้ให้ถือเป็นพื้นที่กิจกรรมของทีมเลื่อนส่งให้พาร์ที่ช่วยคิดคำตอบรหัสอีกแผ่นอยู่ข้างๆ ดู


“แบบนี้ก็ดี...ห่างกว่านี้ได้ยิ่งดี”


ผมไม่ตอบ คว้าถุงนอนมารูดซิบ แล้วส่งให้พาร์ ก่อนทำให้ตัวเองบ้าง หลังยัดตัวเองลงไปในถุงนอนได้ก็ต่างคนต่างหยิบรหัสมาขบคิดแก้ไขคนละแผ่น


คืนนั้นพวกผมอยู่ด้วยกันท่ามกลางความกระอักกระอวนใจสุดๆ และอยากหาอะไรมาปิดหูมาก


พี่ภูนะพี่ภู ทำอะไรก็น่าจะเกรงใจเพื่อนร่วมทีมที่อยู่เต็นท์ข้างๆ หน่อย แล้วพรุ่งนี้ยำจะวิ่งเต้นไหวไหมเนี่ย



 

เมื่อแหล่งค้นหาของขยายกว้างขึ้น การปะทะกับอีกทีมจึงเป็นเรื่องธรรมดา และไฮไลท์ ประจำวันของสดตอนเที่ยงวัน ย่อมหลีกเลี่ยงไม่ได้ และมักไปมุงดูกันทุกคนด้วยความอยากรู้อยากเห็นว่าจะเป็นอะไร


วันแรกไข่ไก่ วันที่สองปลาครับ...ไปจับปลาเป็นๆ ในสระเป่าลมตรงชายหาด มีป้ายปักบอกกติกาเรียบร้อย


สระนี้รับคนได้แค่สอง แต่ละทีมส่งตัวแทนลงจับหนึ่งคน นับเป็นหนึ่งรอบละสิบนาที ครบสี่คนแล้วจะมีรอบพิเศษให้คนเก่งสุดในทีมลงไปจับเป็นครั้งสุดท้าย ป.ล.อย่าลืมหาของมาใส่ปลา และห้ามเอาไปไว้ในสระ มากสุดคือชิดขอบรอบนอก


พี่ภูเลยต้องวิ่งกลับเอาถังน้ำ ส่วนอีกทีม...เอาตะกร้าสานแบบที่พวกแม่บ้านใช้จ่ายไปตลาดสดมา


ทุกอย่างพร้อมแล้ว แต่พวกผมแปดคนก็มองปลาแหวกว่ายในน้ำตาปริบๆ


“...กล้าลงไปจับอยู่หรอก แต่ใครจะกล้าฆ่ามันทำอาหาร?”


ผมพยักหน้าเห็นด้วยกับเทม ปกติซื้อมาทำกับข้าว มันก็ไม่มีชีวิตแล้ว หรือถ้าซื้อแบบยังมี...ก็มีคนช่วยฆ่าให้ แต่นี่ถ้าต้องลงมือเอง ผมกลืนน้ำลายลงคอ


“งานนี้ไอ้วินโหดวะ” ยำพูดเสียงแผ่ว


“ถ้าหลงเกาะจริงก็ต้องฆ่าสิ่งมีชีวิตอื่นเพื่อปะทังความหิวล่ะมั้ง” พี่ใหญ่ของกลุ่มพูดขึ้นมา


พวกผมหันมองกาย ก่อนมองเจ้าปลาหลายสิบตัวในน้ำ หลายท้องเริ่มส่งเสียงร้องโครกคราก


“เอาวะ คิดซะว่าเป็นปลาย่างว่ายน้ำได้!” เทมตัดสินใจ ถอดรองเท้าลุยลงไปคนแรก ลงไปไม่นานก็ส่งเสียงอุทาน “เฮ้ย! ปลาตอดขากู!!” 


พวกผมเริ่มส่งเสียงหัวเราะ ความตึงเครียดเริ่มจางลง เมื่อหัวหน้าทีมนู้นลงประเดิม ผมลงต้องลงตามอย่างกล้าๆ กลัวๆ แค่เท้าลงน้ำก็สะดุ้งโหยง


ปลาตอดขาจริงๆ ด้วยครับ


“จะเริ่มเวลาแล้วนะ” เสียงไวตะโกนบอก “สาม สอง หนึ่ง เริ่มได้!


มหกรรมจับปลาตัวลื่นๆ ด้วยสองมือเปล่าจึงเริ่มขึ้น จับโดนตัวได้อยู่ แต่มันสะบัดตัวปุ๊บไหลหลุดจากมือปั๊บ แค่ไม่ถึงนาทีเทมก็เริ่มบ่น


“ปลาอะไรลื่นได้ลื่นดีอย่างกับปลาไหล”


“ปลาไหลบ้านมึง นี่มันปลาช่อน!


ประสานเสียงกันตอบเลยครับ เทมทำหน้าหน่ายใส่พวกผม


“กูแค่เปรียบเทียบ! เอาตะกร้ามาใกล้ๆ ขอบดิ”  


เสียงตะโกนของเทมทำให้ทีมผมได้สติ รีบเอาถังมายืนรอรับอยู่ หมดเวลาในถังน้ำก็มีปลาสองตัวแหวกว่ายเล่น  ส่วนทีมนู้นกำลังมุงดูปลาตัวหนึ่งกระโดดในตะกร้าไร้น้ำ ก่อนพร้อมใจกันพนมมือ งึมงำเพียงประโยคเดียวตามๆ กัน


“อโหสิให้ด้วย”


กว่าจะหมดเวลากิจกรรม ทีมผมก็ได้ปลามาเก้าตัว ทีมโน้นได้สิบเอ็ด รู้ผลแพ้ชนะ และได้ของกินแล้วก็แยกย้ายกลับถิ่น มาถึงเรื่องน่ากลุ้มใจคือ...


“ใครจะเป็นคน เอ่อ ทำปลา?”


“มึงไง”

ประสานเสียงมากเพื่อนร่วมทีมผม เลยส่งถังให้พี่ภูอีกต่อ


“พี่ใจร้าย เอ้ย ใจแข็งที่สุดในกลุ่ม ช่วยเอาไปจัดการให้ผมหน่อย”


พี่ภูมองหน้าผมสลับกับปลาในถังไปมา “...จะให้พี่จัดการยังไง?”


มื้อนั่นกว่าจะได้กินปลาย่างเกลือก็ล่อไปบ่ายสาม ดีที่ผมกับพี่ภูไปทำปลาไกลจากที่พัก ไม่งั้นแถวเต็นท์เหม็นคาวแย่ กินเสร็จก็ได้เวลาอาบน้ำ ไม่อาบคงไม่ไหวแล้ว กลิ่นคาวปลาติดตัว ทั้งพาร์ทั้งพี่ภูพร้อมใจกันลากผมกับยำแยกไปอาบน้ำอีกทาง แว่วเสียงยำโวยวายใส่พี่ภูไกลออกไปเรื่อยๆ


จุดที่พาร์ลากผมลงอาบน้ำทั้งเสื้อผ้า ระดับน้ำลึกประมาณเอว น้ำทั้งใสทั้งเย็น เวลาลมพัดมาแอบหนาวนิดหน่อย ล้างตัวทั้งเสื้อสักพักหนึ่ง ผมก็ก็เริ่มถอดออกมาขยี้ให้สะอาดกว่านี้ ระหว่างกำลังบิดน้ำออกจากเสื้อกับกางเกง ผมก็รู้สึกเหมือนมีคนจ้อง พอหันไปถึงกลับผงะ


ไอ้แววตาอยากเขมือบกันนั้นคืออะไร!


“มึงยังไม่อิ่มอีกเรอะ?”


“...อิ่ม แต่กูขาดของหวานมาสองวันแล้ว”


“ทนอีกสามวัน มึงน่าจะได้กิน” ผมคิดว่างั้นนะ


แต่ทำไมคนฟังถึงถอนหายใจเฮือกใหญ่ แถมยังหันหลัง พูดไล่ให้ผมไปใส่เสื้อผ้าให้เรียบร้อย


ผมดำน้ำล้างหัวล้างตัวอยู่ครู่หนึ่งถึงขึ้นฝังไปหยิบผ้ามาเช็ดตัว ก่อนจับมันพันเอวดึงบ็อกเซอร์ออกมา ก็นี่มันกลางแจ้ง หน้าผมยังไม่ด้านพอถอดหมดทุกชิ้น เปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จทั้งคู่ถึงพากันเดินกลับที่พัก...ไอ้คนข้างๆ เอาแต่ส่งสายตาคมกริบมากวาดมองกันไม่เลิก จนผมแอบเสียวสันหลัง รู้สึกหวาดระแวงขึ้นมาทันที


 แย่แล้วครับ...พาร์มีปฏิกิริยากับร่างกายผมเข้าแล้ว



 

ช่วงของสดวันที่สามเป็นกุ้งทะเลตัวเป็นๆ อยู่ในสระเป่าลมเมื่อวาน แต่ต่างสถานที่


วิธีจับกุ้งคราวนี้คือให้ยืนคีบจากด้านนอกด้วยตะเกียบขนาดเท่าไม้สนุ๊ก แต่กุ้งน่ะตัวไม่ได้ใหญ่ขนาดนั้นสักหน่อย


“โอ๊ย! มันสรรหาวิธีให้เพื่อนลำบากจริงๆ!


ไวไวเริ่มโวยแล้ว ส่งไม้ต่อให้เพื่อนร่วมทีมอย่างหงุดหงิด เพราะหมดเวลาก็คีบไม่ได้สักตัว


มันพูดถูกต้องเลย ผมพยายามจนเหงื่อตกกว่าจะคีบกุ้งด้วยความระมัดระวังไม่ทำมันขาดสองท่อนแบบยำลงถังน้ำได้หนึ่งตัวก็หมดเวลาแล้ว ส่วนคนทำกุ้งชะตาขาดต่อหน้าต่อตากำลังนั่งกอดเข่าให้พี่ภูพูดปลอบอยู่โน้น ผมเลยส่งตะเกียบยักษ์ให้พาร์ก่อน เดี๋ยวให้พี่ภูปิดท้าย เพราะรายนั้นคีบกุ้งได้ตั้งสามตัว


ระหว่างผมยืนลุ้นพาร์จับกุ้ง เหล่าผู้เฝ้ามองที่ไม่เคยปรากฏตัวให้เห็นกลับโผล่มาล้อมรอบพวกผมอย่างรวดเร็ว พวกผมทั้งแปดคนรวมตัวกันทันที มองพวกเขาด้วยความระมัดระวัง


“ต้องการอะไร?” เทมถามเสียงเข้ม


“ขออภัยที่มาขัดจังหวะสนุกสนานครับ” ตัวแทนชายเสื้อดอกสีสันสดใสเดินออกมาพูดคุยด้วยสีหน้านิ่งเรียบ “เนื่องด้วยเหตุผลจำเป็นบางประการ จึงจำเป็นต้องยุติการเล่นสนุกเพียงเท่านี้ รบกวนตามพวกผมมาด้วยครับ ส่วนข้าวของทุกท่าน ทางเราจะเก็บกลับไปส่งให้ทีหลัง”


“จะพาเราไปไหน” กายถามเป็นคนต่อมา


“พาไปหาคุณวินทางด้านหน้าเกาะครับ” นามบัตรถูกยื่นมาให้ เทมคว้าไปพิจารณาดูพักหนึ่ง ก็หันมาพยักหน้าให้พวกผมวางใจ


ทั้งผม และเพื่อนคนอื่นๆ พากันถอนหายใจ ยอมเดินตามพวกเขาไปขึ้นเรือยางติดเครื่องยนต์ที่จอดไว้ริมชายหาด เนื่องจากเรือยางนั่งได้ห้าคน เมื่อรวมคนบังคับหางเสือ พวกผมเลยต้องแยกกัน เพื่อไม่ให้เสียเวลาจึงเลือกนั่งตามทีม เพราะมีสี่คนพอดี ระหว่างเรือวิ่งบนผิวน้ำผมก็เริ่มสอบถามชายเสื้อดอกชบาสีแดงที่คอยคุมหางเสือเรือให้แล่นเหนือผิวน้ำ


“พอจะบอกได้ไหมครับว่าเหตุจำเป็นที่ว่าคืออะไร?”


“แขกของคุณวินครับ ทำให้พวกคุณอาจต้องกลับไปที่โรงแรมบนฝั่งภายในสองสามวันนี้”


“แขก?” ผมกับยำทวนคำพร้อมกัน แล้วหันมองหน้ากันเองด้วยความประหลาดใจ


ถ้ามันเล่นเกมกับพวกผมล่ะก็ไม่มีหรอกที่จะพาแขกคนอื่นมา...จะว่าไป ทุกคนคนคิดเกมต้องมาแจมในฐานะผู้ให้คำใบ้อะไรสักอย่าง ผมไม่เชื่อว่ามันจะมีแค่กิจกรรมของสดตอนเที่ยงหรอก ไม่งั้นมันจะแบ่งเพื่อนเป็นสองทีมทำไม และคำใบ้ที่ผมกับพาร์ถกกันจนถอดความมาได้


เจ้าคันธนู นักมวยบนสังเวียน และแอร์การ์ตูนนั่น มันคือ ปืน – อัด – ลม ครับ!


ตัวคันธนูคืออาวุธใช้สำหรับเล็งยิง พ้องกับสองคำหลัง ผมกับพาร์แน่ใจว่าต้องใช้แน่ๆ เลยพยายามตามหาปืนอัดลมให้เจอ แต่การที่หาไม่เจอมีสอกรณี ไม่ทีมเทมเก็บไปแล้ว ก็ยังไม่ถึงได้เอามาซ่อน ผมคาดเดาต่อว่าวินน่าจะให้พวกผมมาซ้อมเล่นกันก่อนเริ่มแข่งสงครามสายน้ำเทอมสอง


ผมทำหน้าเซ็ง นึกสงสัยว่าใครกันที่มาขัดจังหวะ


กูว่าแฝดแน่ๆยำพูดออกมา


แฝดเด็กรุ่นเดียวกับน้ำ ลูกพี่ลูกน้องวินอ่ะนะ? ผมส่ายหน้าไม่เห็นด้วยทันที


แฝดพึ่งกลับไปไม่ถึงปีด้วยซ้ำ


ไม่ใช่แฝดแล้วใคร ถึงทำแผนเกมไอ้วินล่มได้


ก็เพราะไม่รู้กูถึงได้สงสัยอยู่นี่ไง


ยำหุบปากทันที ไร้คำถกเถียง หลังจากนั้นต่างคนต่างนั่งมองวิวข้างทาง ส่วนใหญ่ก็มองเกาะมากกว่าน้ำทะเลสุดลูกหูลูกตา


เฮ้ยๆ มีหมู่บ้านด้วยยำพูดอย่างตื่นเต้น


มันน่าตื่นเต้นขนาดนั่นเลย?” พี่ภูถามงงๆ


ยำทำหน้านิ่วคิ้วขมวด เมินพี่ภูเอี้ยวคอหันมามองผมที่อยู่ด้านหลัง น้ำเสียงค่อนข้างจริงจัง มึงเข้าใจกูใช่ไหม


ผมหัวเราะ ไม่คิดตอบคำถาม พอดีเรือยางชะลอความเร็วเทียบสะพานไม้ ซึ่งทอดยาวมาจากตัวเกาะ คนบังคับหางเสือกล่าวเชิญพวกผมลงจากเรือ พาร์กับพี่ภูเหยียบขอบเรือยางขึ้นไปบนสะพานไม้ก่อน ผมมองผ้าพันเท้าเล็กน้อย ถ้าเดินเฉยๆ ไม่รู้สึกเจ็บแล้ว แต่เวลาออกแรงปีนอะไรสักอย่างยังคงเจ็บอยู่บ้าง


ส่งมือมา


ผมชะงัก เงยหน้ามองพาร์ที่ยื่นมือมาให้ผมจับเป็นหลัก


เร็วๆ


รีบส่งมือให้ทันที พาร์ออกแรงช่วยดึงผมขึ้นมา แววตาคนช่วยค่อนข้างดุ เหมือนด่ากลายๆ ว่า เจ็บแล้วไม่เจียมตัว ดันอยากมาเที่ยวเล่นอีกได้แต่แอบเถียงในใจ อีกนิดเดียวก็หายแล้วโว้ย


ไงพวกมึง


หันไปมองก็เห็นวินกำลังยกมือหันข้างตัวให้ผมเห็นพอดี


ไอ้วิน!!ประสานเสียงกันดังลั่นไม่เกรงใจลูกน้องพ่อวินเลยครับ


อ่า รู้สึกคิดผิดที่เดินมาหาวะ งั้นกูขอไม่รอบนฝั่งดีกว่าพูดไปถอยไป


เฮ้ย! อย่าหนีนะมึงเทมชี้หน้าใส่ ออกตัววิ่งตามคนแรก ไวไวเป็นคนต่อมา อีกคนที่พึ่งขึ้นเรือได้ก็ซ่าวิ่งไล่ตามเป็นคนที่สาม พี่ภูได้แต่มองตามหลัง พ่นลมหายใจเฮือกหนึ่ง


ลูกแมวของกู เด็กจริงๆ


ผมหัวเราะมองเพื่อนๆ วิ่งไล่เตะกันบนสะพานไม้ พร้อมตะโกนไล่หลัง


ระวังตกน้ำนะโว้ย!


กลุ่มนู้นวิ่งไปแล้ว เหลือแค่พวกผมห้าคนเดินตามอย่างไม่รีบร้อน กว่าผม พาร์ พี่ภู กาย และต่อจะเดินไปถึง วินก็โดนสามคนนั้นรวมหัวกันจับยัดลงหลุมทราย ตอนนี้กำลังช่วยกันกลบทรายฝั่งร่างวินอยู่


ช่วยกูด้วย


พวกผมยืนมองเฉย เมินคำร้องขอคนโดนฝังที่โผล่ให้เห็นแค่ส่วนหัว ก่อนชะงักเมื่อเห็นต่อถอดเสื้อออก เอาไปรองน้ำทะเลมาเทใส่คนโดนฝั่งด้วยสีหน้าเรียบเฉย แต่แววตาดูสะใจพิกล


กูร้องให้ช่วย ไม่ใช่ให้ซ้ำเติม!


ไม่มีใครเห็นใจ เพราะมีแต่เสียงหัวเราะทั้งนั้น ไปๆ มาๆ พวกผมเลยอยู่เล่นแถวหน้าหาดทราย เลือกสรรอาวุธจากแถวๆ นั้น ส่วนใหญ่ที่หยิบกันก็กิ่งไม้นี่แหละ แล้วแต่ดวงว่าจะเจอกิ่งไม้สั้นยาว หนา บาง พวกที่ได้ยาวหนาก็เริ่มปะทะกันประหนึ่งนักดาบ


พี่ใหญ่ของกลุ่มหยิบไม้สั้นหนามาเริ่มวาดวงกลมขนาดใหญ่มากบนพื้นทราย เขียนบอกเสร็จสรรพ จุดฟื้นฟูพลังชีวิต แล้วนั่งลงไปมองพวกผมเล่นกัน


ส่วนผมเรอะ โดนเพื่อนที่ไม่ได้จับคู่ฟันดาบล้อมรอบ เพื่อมองว่าผมกำลังทำอะไร เดี๋ยววาดทางนู้นนิดเดียวก็หนีมาวาดทางนี้  


เฮ้ย!ชี้ไม้สั้นหนาในมือไปทางเทมที่กำลังสนุกปะมือกับไวไว พวกมึงตกกับดักกูแล้ว!


อะไรนะ!สองคนนั้นตะโกนกลับมา


ดูที่เท้าโว้ย ตอนนี้มึงโดนระเบิดอย่างแรงบาดเจ็บสาหัส พวกมึงแพ้กูแล้ว ฮ่าๆๆ


ไอ้ที!?!”


ผมเมินเสียงประท้วงทั้งสอง รีบหันไปตะโกนบอกอีกคู่ นั่นก็ตกกับดักกูเหมือนกัน


พี่ภูที่กำลังไล่ต้อนยำหันมาถามเสียงเรียบ เพราะเฮียแกยืนอยู่นอกกับดัก


ยำโดนอะไรล่ะ?”


ผมชะเง้อคอมองนิดหน่อย เพราะจำไม่ได้ เห็นแล้วก็รีบบอก โดนตรึงด้วยเชือก หยุดอยู่กับที่ห้านาที


ไอ้ที!


ผมเลิกคิ้วให้คำประท้วง มองพี่ภูย่างสามขุมเข้าหายำที่กำลังถอย


ไม่ได้ยินที่ทีบอกหรือไง มึงต้องหยุดอยู่กับที่


ใครจะไปหยุดวะ!! ยำทิ้งไม้ในมือ ตะโกนลั่น กูขอใช้วิชาตัวตายตัวแทน


แล้วก็ชิ่งหนีออกไปเลย ทิ้งไม้ เอ้ย ดาบให้ติดอยู่ในกับดัก


มึงก็ติดกับดักกูแล้ว


เสียงหัวเราะในคอหายไปทันที รีบหันมองต่อที่ยืนอยู่ห่างออกไปเล็กน้อย ในมือถือไม้เมื่อไหร่ไม่รู้ มันใช้ไม้ชี้ให้ผมดูที่พื้น วงกลมมาจากไหนไม่รู้ล้อมรอบตัววงพอดิบพอดี ดูจากลักษณะเบี้ยวนิดหน่อย น่ากลัวว่าจะมีสองคนช่วยกันวาดคนละครึ่งวง ผมตวัดตามองพาร์ มันรีบทิ้งของกลางลงพื้นทันที แถมยังทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้


ไม่เนียนเลยครับ เพราะมันยิ้มไม่หุบ


ผมหันไปถามต่อปลงๆ กูติดกับดักอะไร?”


ต่อทำหน้านึก แต่ไวไวกลับโผล่มาจากไหนไม่รู้ ตอบแทนเพื่อนเสียงดังลั่น


มึงติดกับดักคำสาป ไร้ทางแก้ไข ต้องเดินทางจีบคนทางขวามือของมึงอย่างเดียว


ผมอ้าปากเหวอ ก็ไอ้คนทางขวามันแค่หันไปมองก็เจอรอยยิ้มถูกอกถูกใจของคนทางขวามือเข้าจังๆ แถมน้ำเสียงยังระรื่นสุดๆ


กูจะรอนะ


ผมรีบหันไปแย้งเพื่อน กูติดกับดักต่อ ไม่ได้ติดกับดักมึง!


กูคิดไม่ออก เอาเงื่อนไขตามที่ไวบอกก็ได้


เฮ้ย!


ผมรีบชูกิ่งไม้ในมือ มึงเห็นนี่ไหม ของป้องกันคำสาปทุกชนิด!


เห็นไวไวพยักหน้า แต่ดูยังไงก็ป้องกันได้แค่ครั้งเดียว มึงจะเลือกป้องกันของใครล่ะ ต่อหรือพาร์? แต่ไม่ว่าเลือกใคร มึงก็ต้องติดคำสาปอยู่ดี วะฮ่าๆๆ


ผมทรุดฮวบกับพื้นทราย ช่างเป็นความพ่ายแพ้ที่คาดไม่ถึงอย่างยิ่ง แต่ความหวังยังไม่มอดดับ รีบกระเสือกกระสนเข้าวงเวทฟื้นฟู ไปขอความช่วยเหลือจากนักบวชเพียงหนึ่งเดียว


กาย ล้างคำสาปให้หน่อยยยย!!


ล้างทำไมล่ะ ไม่ใช่คำสาปอันตรายนี่


แว่วเสียงหัวเราะประสาน ขณะที่ผมนั่งน้ำตาตกในต่อหน้านักบวชผู้สูงศักดิ์


แม้แต่พี่ใหญ่ของกลุ่มก็ยังร่วมวงรังแกกัน


เฮ้ย พวกมึง ข้าวเที่ยงเสร็จแล้ว ไปกินกันหือ ทีเป็นอะไรวะนั่นวินผู้หลุดจากหลุมทราย หายตัวไปจากกลุ่มเพื่อนพักใหญ่เดินเข้าร่วมวงด้วยความงง


มันโดนคำสาปไวไวบอกทันที


คำสาปอะไร?”


คำสาปต้องไปจีบพาร์ไง ก๊ากกก!”


อ้อ ฮ่าๆๆ มึงไปป่วนคนอื่นก่อนใช่ไหมวินชี้นิ้วใส่ผมทันที ถึงได้โดนเพื่อนแกล้งกลับ


ผมทำหน้าบูดใส่ อย่ามาถามในเรื่องที่รู้อยู่แล้วได้ปะ!!


แล้วแม่สาวผมทองที่ตามมึงมานั่นใคร?” ต่อพยักเพยิบไปทางคนมาใหม่ที่ค่อยๆ เยื้องย่างประดุจที่นี่คือแคทวอล์ค


ทุกคนกลับมารวมกลุ่มในวงเวทฟื้นฟู มองสาวฝรั่งผมทองยาวเป็นลอน สวมชุดประโปรงพลิ้วไหวตามแรงลมสีชมพูอ่อน บนหัวมีหมวกปีกกว้าง มองตั้งแต่ตัวจรดเท้าก็บอกได้เลยว่าเธอเป็นคุณหนูของแท้ แต่ที่ทำพวกผมงงที่สุดก็ตรงคุณเธอเดินยิ้มหวานเข้ามาทักทายแค่บุคคลเดียวด้วยภาษาต่างประเทศ


พาร์พยักหน้า ทักเป็นภาษาเดียวกันตอบ แล้วจู่ๆ สาวฝรั่งก็ดึงตัวมันไปทันที


ผมอ้าปากเหวอ มองพาร์ที่หันมาส่งสายตาขอความช่วยเหลืออย่างตั้งตัวไม่ถูก ได้แต่อุทานถามออกมา


“…อะไรวะนั่น?”


นั่นสิ ไหงพาร์เหมือนรู้จักญาติทางฝ่ายแม่กูล่ะ?” น้ำเสียงวินก็งงไม่แพ้กัน


------------------------------------------------------

Talk: 16/09/2016

- รีไรท์

------------------------------------------------------

Talk: 14/06/2016

มารายงานตัว พร้อมนำบทใหม่มาส่งค่ะ

ช่วงนี้คนไม่สบายเยอะเลย รักษาสุขภาพกันด้วยนะ

เจอกันใหม่บทหน้าค่ะ ^^

------------------------------------------------------

เนื่องจากมีนักอ่านสงสัย... 

1. หน้าตาของสุขากระดาษ ประมาณนี้ค่ะ 

เครดิต: http://www.iurban.in.th/greenery/ส้วมกระดาษ-by-scg-paper/


2. ทำไมทีถึงไปอยู่กับทากะซังและลุงนิก? 

     ทีเคยบอกว่าตัวเองเกิดมาในช่วงที่พ่อแม่ไม่พร้อม ตอนนั้นแม่ทียังเป็นนักศึกษาด้วยซ้ำ ตอนมีปัญหาลุงนิกคงช่วยไว้ น่าจะมีการตกลงกันระหว่างผู้ใหญ่ เมื่อทีเกิด พ่อทีก็ยกทีให้พี่ชาย ลุงนิกรับทีเป็นบุตรบุญธรรม เพราะงั้นคงไม่แปลกอะไร ถ้าลุงนิกจะพาทีไปอยู่กับทากะซัง และเนื่องจากทีเป็นหลานคนแรกของบ้าน ปู่กับย่าก็คงอยากดูแลหลานเหมือนกัน จึงเป็นสาเหตุให้ลุงนิกต้องพาทีไปๆ มาๆ ระหว่างไทยกับญี่ปุ่น แต่ช่วงเวลาอยู่ที่ญี่ปุ่นมากกว่า จนกระทั่งทีต้องกลับมาอยู่ไทยถาวร 

สรุปคือผู้ปกครองแท้จริงของทีคือลุงนิกค่ะ (อันที่จริงทีก็เคยพูดถึงนะคะ ถือว่าสรุปให้ฟังแล้วกันเนอะ เผื่อลืมกันไปแล้ว)       

------------------------------------------------------

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 69 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,841 ความคิดเห็น

  1. #2809 KiHaE*129 (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 22 กันยายน 2562 / 04:55

    เล่นกันเฮฮามาก

    งานนี้จะมีคนหึงมั้ยน้าาาา

    #2,809
    0
  2. #2583 FairyP718 (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 20 เมษายน 2560 / 22:43
    รู้จักกันตอนพาร์ไปเรียนตปท.สินะ
    #2,583
    0
  3. #2203 shshshx (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2560 / 10:49
    ยังไงยังไงงงงง
    #2,203
    0
  4. #1992 baekbow (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 3 กันยายน 2559 / 23:10
    นั่นใครล่ะนั่น คงไม่ใช่คนที่พาร์เคยคั่วหรอกนะ
    #1,992
    0
  5. #1666 Thedrm. (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 3 กรกฎาคม 2559 / 00:45
    หืมมมม ไปรู้จักกันตอนไหนน
    #1,666
    0
  6. #1611 สาววายไร้ผัวนะเออ (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2559 / 19:34
    ขอบคุณที่แต่งให้อ่านนะคะ
    #1,611
    0
  7. #1535 Antisa Prasertkiaw (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 17 มิถุนายน 2559 / 01:01
    พาร์ส่งสายตาขอความช่วยเหลือแล้วนะ ทีไปช่วยหน่อย
    #1,535
    0
  8. #1534 pla.lookpla (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2559 / 05:06
    กุนิตั้งป้อมเตรียมรับมาม่า+เตรียมยันอีผญ.นี้ออกไปแน่นอน
    #1,534
    0
  9. #1533 Som O Usanee (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2559 / 04:27
    โอ๊ยยยยยยยย น้องที โดนคำสาปร้ายแรงด้วยสิ 55555 ว่าไง จะทำหรือไม่ทำ แต่คนที่ต้องจีบโดนชะนีผมทองลากไปแล้วนะ หึงหน่อยซี่
    #1,533
    0
  10. #1532 K H ! M # (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 15 มิถุนายน 2559 / 10:48
    เป็นไงละที โดนกับดักแห่งรัก 55555555
    #1,532
    0
  11. #1531 mindmd (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 15 มิถุนายน 2559 / 00:27
    ...ม่าแน่ๆๆๆๆๆๆ อย่ามายุ่งกับพาร์นะ!!!
    #1,531
    0
  12. #1530 ChubbyOwl (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2559 / 23:05
    ผู้หญิงโผล่มา... คงไม่ใช่แบบชอบพาร์หรอกนะ ท่าทางคุณหนู ขอดูนิสัยหน่อยนะ #ตั้งป้อมโจมตีแปป
    #1,530
    0
  13. #1529 KillerKill (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2559 / 21:36
    ผู้หญิงคนนั้นคือใครกัน
    #1,529
    0
  14. #1527 mukmixdada (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2559 / 20:43
    ที ข้าขอสั่งให้เจ้าจงทำตามคำสาปอย่างว่าง่ายสะ ไม่อย่างนั้น ข้าจะให้พาร์จูบเจ้า(?) #เดี่ยวๆๆนี้คือความมโนของรีดคนนี้ล้วนๆ 555555
    #1,527
    0
  15. #1526 Whatever it is (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2559 / 20:37
    ใครอะๆๆๆ
    #1,526
    0
  16. #1525 อิงะเดะมอ (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2559 / 19:49
    ทีไม่รีบตามตามคำสาประวังพาร์โดนคาบนะ
    #1,525
    0
  17. #1524 pupypop (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2559 / 18:46
    ทีต้องจับพาร์รวบหัวรวบหางละล่ะ อิอิอิ
    #1,524
    0
  18. #1523 PuiPui--r (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2559 / 18:23
    ชะนีผมทองนี่อะไรยังไง ทีเล่นตัวมากๆระวังไว้เถอะ
    #1,523
    0
  19. #1522 Fon Chanoknunt (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2559 / 18:08
    คิดถึงงงงงงงงงงงงมาก
    #1,522
    0
  20. #1521 ยัยตัวเล็ก (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2559 / 18:01
    พวกทีนี่จินตนาการสุดยอดมาก คิดได้ไง แฟนตาซีเลย แล้วยัยผมทองนั้นอะไร
    #1,521
    0
  21. #1520 luzia atiria (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2559 / 17:45
    ง่อววว
    ตัวละครใหม่ก็โผล่มา
    #1,520
    0
  22. #1519 p_cosicosi (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2559 / 17:01
    อ้าวววไผล่ะเนี่ยยยย แต่เล่นกันมันส์ดี555เหนือจินตนาการมาก เด็กผู้ชายจริงๆอ่านตอนนี้แล้วเอ็นดู
    #1,519
    0
  23. #1518 หมูน้อยอ้วนกลม (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2559 / 16:51
    ญาติพาร์เหมือนกันรึเปล่า.... ขอมองโลกในแง่ดีไว้ก่อน ฮือ
    #1,518
    0