[Chonnatee] ชลนที #Boy's Love #จบแล้ว

ตอนที่ 43 : บทที่ 35

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5,873
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 81 ครั้ง
    16 ก.ย. 59


บทที่ 35


ผมพึ่งเดินออกมาจากห้องสอบ เหลือบมองนาฬิกาติดผนังในห้องก่อนประตูปิดสนิท เหลืออีกแค่สิบห้านาทีจะหมดเวลาสอบ ต้องยอมรับว่าวิชานี้ผมใช้เวลาทำนานกว่าที่คิด ด้านหน้ามีเพื่อนร่วมคณะยืนจับกลุ่มเป็นหย่อม ส่งเสียงคุยกันเบาๆ กวาดมองซ้ายขวาจนทั่ว


...เพื่อนกลุ่มผมหายไปไหนกันหมด?


คิดแล้วก็ย่นคิ้วเข้าหากัน มองหาอีกหนึ่งบุคคลที่เล็งไว้แล้วว่าต้องจับตัวมาคุยให้ได้ไม่อยู่เหมือนกัน


“ไงที ทำข้อสอบได้ไหม”


ผมหันมองคนทัก เจอมลยืนอยู่ด้านขวาห่างไปเล็กน้อย สมุนทั้งสามอยู่กันครบ เลยเดินเข้าไปหา


“ก็พอไหว แล้ว


“จะถามเรื่องเด็นล่ะสิ” ท่านประธานเอ่ยดักคอ “มันไปแล้ว”


“ไปไหน?”


“กลับบ้านมั้ง ไม่รู้มาทำไม” สมุนหญิงถึกพูดเสียงห้วน


“เฮ้ย! ทำไมพูดแบบนั้น”


ผมมองสมุนทอม ข้างๆ มีสมุนชายแท้กำลังพูดปราม


“ใจเย็นๆ”


“ก็มันไม่ได้ตั้งใจมาสอบนี่ ไม่งั้นจะส่งคนแรกภายในครึ่งชั่วโมงได้ไง วิชานี้ยากจะตาย B+ จะถึงหรือเปล่ายังไม่รู้เลย”


“นี่มึงเครียดเรื่องสอบหรือเรื่องอะไรเนี่ย”


“กูไม่ได้เครียด แต่มันเจ็บใจ คนอื่นเขาตั้งใจมาสอบแท้ๆ แต่มันดันโผล่มาทำลายสมาธิคนอื่นไม่พอ ยังรีบออกก่อนเหมือนกากมั่วๆ แล้วส่ง คนตั้งใจทำอย่างกูเห็นแล้วมันของขึ้น”


“ก็อย่าไปสนใจสิ” สมุนทอมว่า


“กูไม่สนได้ที่ไหน มันดันเลือกนั่งใกล้กู ถ้ามันทำแบบนี้กูว่าไม่ต้องมายังดีกว่า!


“เอ่อ มันคงมาเจอเพื่อนมั้ง” สมุนชายแท้พูดเสียงแห้ง


“เจอบ้าอะไร ถ้ามันคิดจะเจอเพื่อน มันคงไม่รีบส่งข้อสอบคนแรกหรอก!


ผมโดนมลดึงตัวออกห่างคนกำลังอารมณ์เสีย แล้วลดเสียงพูดกระซิบกับผม


“ก็อย่างที่มึงได้ยิน เด็นไปนานแล้ว”


ผมเลยกระซิบกลับ “แล้วเพื่อนกลุ่มกูล่ะ”


มลส่ายหน้า “แต่กูเดาเอาว่าพอออกมาไม่เจอเด็นก็คงลงไปตามหาล่ะมั้ง เผื่อมันยังไม่ออกนอกมหาลัยอะไรแบบนี้เอ่อ แล้วนี่มึงไม่สบายหรือเปล่า”


ผมโบกมือไปมา “ไม่เป็นไร แค่ปวดหัวจากข้อสอบนิดหน่อย”


“อ้อ กูก็คิดจนปวดหัวเหมือนกัน นี่ก็ว่าจะกลับไปพักแล้ว พรุ่งนี้ยังเหลืออีกตัว”


ผมเกือบจะอ้าปากบอกว่าถ้ารู้อะไรมาก็ฝากบอกกันด้วยแล้ว แต่คิดอีกที อย่าฝากเลยดีกว่า แค่เรื่องสอบมลก็คงปวดหัวแย่ สุดท้ายเลยพูดแค่สั้นๆ


“สู้ๆ ล่ะ”


“มึงก็เหมือนกัน”


ผมแยกตัวลงบันไดมาชั้นล่าง ห้องสอบของผมอยู่ชั้นห้า แต่ของพาร์อยู่ชั้นสามเลยลองแวะไปดูสักหน่อย คนตามทางเดินพอๆ กับชั้นห้า ส่งเสียงคุยกันเจี๊ยวจ๊าวนัดไปฉลองหลังสอบกันใหญ่ มองแล้วก็น่าอิจฉา แต่ถ้าพรุ่งนี้พวกผมสอบเสร็จคงมีบรรยากาศไม่ต่างจากนี้หรอกครับ


เดินหลบกลุ่มนู้นกลุ่มนี้ที่ยืนขวางทางก็เห็นเป้าหมายกำลังยื่นมือรับซองจดหมายสีส้มอ่อนจากสาวน้อยหน้าตาน่ารัก รอบข้างพาร์มีเพื่อนๆ ยืนโห่ร้องส่งเสียงแซวกันเป็นกลุ่มใหญ่ ผมเลิกคิ้วประหลาดใจกับฉากนี้พอสมควร ลังเลว่าจะเดินเข้าไปดีหรือเปล่า


“ตายละหว่า! สะใภ้คณะมา!


ไม่รู้ว่าใครตาดีตะโกนบอก สิ้นเสียงทั้งกลุ่มก็แตกฮือไปคนละทาง แต่คนที่ทำให้ผมเกือบหลุดยิ้มขำกลับเป็นพาร์ สีหน้ามันโคตรตลก แถมรีบเดินมาหาแบบไม่สนใจใครทั้งนั้น


“ที”


มันคว้ามือผมยัดจดหมายใส่ ชี้นิ้วให้ดูหน้าซอง มีชื่อเล่นของทั้งผมและพาร์ ก่อนสาวน้อยตัวเล็กน่ารักโผล่มาตรงหน้า พูดเสียงตื่น


“ไม่มีอะไรนะ เราแค่รับฝากจดหมายมาให้อีกที เราเห็นข้อความหน้าซองแล้วเลยเอามาให้เฉยๆ คือเราเป็นแฟนคลับของพวกเธอล่ะ อ๊ะ หลุดไปแล้ว เอ่อ กะ ก็ตามที่บอก เอ่อ ขอตัวก่อนนะคะ”


ผมมองสาวเจ้าที่พูดซะรัวเร็วจนฟังแทบไม่ทัน แถมยังเขินเอง วิ่งหนีไปเองด้วยความมึน


ใครน่ะ?”


“ไม่รู้” พาร์ว่าเสียงห้วน “ไม่ต้องสนใจหรอก กลับกันเถอะ”


มันคว้ามือดึงผมไปทางบันได ไม่แม้แต่หันไปสนใจเสียงร้องระงมด้านหลัง


“เคลียร์กันดีๆ นะ”


“อย่าให้กระทบถึงคณะนะเพื่อน”


“จดหมายนั่นไม่มีโอกาสได้ใช้แล้ว ส่งต่อมาได้เสมอ!


“เฮ้ยๆ กูก็อยากได้นะโว้ย”


ผมหันไปมองอีกครั้ง กวาดตามองเร็วๆ หน้าไม่คุ้นสักคน แต่น่าจะเป็นเพื่อนคณะเดียวกับพาร์


“เดี๋ยวก่อน! คืนนี้มึงจะไปฉลองพวกกูหรือเปล่า”


“ไม่” พาร์หันไปตอบทันที “พรุ่งนี้ทีมีสอบ”


“สะใภ้คณะมีสอบ แล้วเกี่ยวอะไรกับคุณเพื่อนที่สอบเสร็จแล้วล่ะครับ”


“กูต้องขับรถไง”


พูดแค่นั้นก็ดึงผมลงบันได เมินเสียงโห่ร้องไล่หลัง


มึงไม่ได้อยู่กลุ่มเดียวกับพวกแข่งบาสวันนั้นเหรอ?” ผมถามด้วยความสงสัย


“อยู่”


“แล้วพวกเมื่อกี้ล่ะ?”


“เพื่อนร่วมคณะ เป็นกลุ่มทำกิจกรรมด้วยกันบ่อยๆ”


อ้อ คงเหมือนผมกับกลุ่มมลล่ะมั้ง


“ระวังเท้า”


“ขอบคุณที่เตือน เป็นไปได้อย่าดึงกูลงบันไดจะดีมาก


พาร์หยุดดึงทันที ถึงอย่างนั้นก็ไม่ยอมปล่อยมือออก ยืนรอจนผมลงมาอยู่ขั้นบันไดเดียวกัน ก็เริ่มก้าวเท้าลงมาพร้อมกัน ผมเหลือบมองมือที่ยังคงประสานกันแล้วรู้สึกแปลกๆ


มือกูอ่ะ ปล่อยได้แล้วมั้ง”


“ไม่เอา”


“กูไม่ใช่เด็ก”


“รู้ แต่มึงชอบเหม่อ”


ผมนิ่วหน้า ไม่พูดเถียง มีเพียงความสงสัยในใจ


นึกไงมาจับมือเดินเล่า!


และไม่คิดถาม ผมเริ่มปลงตกตั้งแต่ตกเป็นข่าวกับมันจนดังไปทั้งมหาลัยแล้ว เพราะงั้นอยากจับก็จับไปเหอะ ต่อให้มีคนเห็น ผมก็ไม่มีอะไรจะเสียแล้ว


เดินเงียบๆ จนมาถึงชั้นสองก็เอ่ยปากเรียก พาร์”


“หือ”


“มึงตื่นเต้นเหรอ”


“เอ๊ะ?”


ผมยกมือที่จับกันอยู่ขึ้นชู “นี่ไง เหงื่อออกจนกูยังรู้สึกเลย”


“ของมึงหรือเปล่าเหอะ”


ผมไม่ตอบ ยกมืออีกข้างวางแปะที่หน้าอกซ้ายของอีกฝ่าย รับรู้ถึงสิ่งที่อยู่ใต้ฝ่ามือก็ดึงกลับ ยิ้มกริ่มอย่างเป็นต่อ พูดทิ้งท้ายแค่ประโยคเดียว แล้วรีบดึงมือออกเดินลงบันได


“ดูเหมือนหัวใจโกหกกันไม่ได้”


ผมลงมาถึงที่พักเท้า คนยืนนิ่งค้างอยู่ที่เดิมพักใหญ่ถึงตะโกนลงมา


“กูก็อยากรู้ของมึงเหมือนกัน!


ผมหัวเราะร่าทันที “ไม่มีทาง!


“ที! อย่าโกง!


ยักไหล่ใส่มัน “ไม่ได้โกงสักหน่อย”


“เดี๋ยวเถอะมึง รออยู่ตรงนั้นเลย”


“เฮ้ย!


ใจผมหายแวบตอนเห็นคนข้างบนวิ่งลงบันไดมา สองเท้าสอยหนีด้วยความเร็วจนลงมาถึงชั้นล่าง เอี้ยวคอไปมอง คนไล่ตามหลังไม่มีที่ท่าจะหยุด ผมเลยวิ่งออกจากตึกตรงไปทางลานจอด


“แฮ่กๆ”


ผมแปะมือยันตัวกับลูกรักสีน้ำเงิน หอบหายใจจนตัวโยน หันหน้ากลับมาเอาหลังพิงแทน ก็เห็นพาร์หยุดวิ่งยืนหอบห่างไปหน่อย  


รถอาจเป็นเส้นชัยของเรามั้งครับ


ต่างคนต่างกอบโกยอากาศเข้าปอดสักพัก ร่างกายถึงได้กลับเป็นปกติ รอจนพาร์เดินมา ผมก็รีบพูดด้วยเสียงไม่ดังนัก


“ปลดล็อกเร็วๆ ดิ กูอยากได้น้ำกับแอร์เย็นๆ”


เสียงปลดล็อกดังขึ้นทันที ผมมูฟตัวเองขึ้นรถอย่างไว คว้าขวดน้ำที่มีติดรถมาแกะเปิดฝา ไม่ทันยกดื่มก็โดนคนนั่งข้างๆ แย่งไปทั้งขวด


“แกะเองไม่เป็น?”


ไม่มีคำตอบ เพราะมันกำลังกรอกใส่ปาก ผมพ่นลมหายใจ เอื้อมหยิบขวดใหม่ที่ใส่ไว้ช่องข้างประตูแทน


ยังดีที่คนกินน้ำแล้วช่วยเร่งแอร์กับปรับแอร์ให้  


“จดหมายถ้าไม่สบายใจจะทิ้งไปก็ได้”


ผมลดขวดน้ำลง ลืมไปเลยว่ายัดลงกระเป๋ากางเกงตอนวิ่งหนีมา เหลือบมองคนกำลังทำหน้าจริงจังก็ส่ายหัว 


“ไม่ล่ะ กูอยากรู้ว่าข้างในเขียนว่าอะไร”


มึงไม่”


ผมที่กำลังล้วงหาซองจดหมาย หันมองคนพูดแค่สองคำก็เงียบอย่างสงสัย


“กูไม่อะไร


พาร์พ่นลมหายใจ เอนทั้งตัวพิงเบาะรถ หันหน้ามองมาด้วยแววตาอ้อนวอน “ไม่หึงกูหน่อยเหรอ”


ผมเลิกคิ้วขึ้นสูง “ทำไมต้องหึง?”


“มึงนี่” มันผลักหัวผม “ช่วยหึงหน่อยเหอะ”


“ไม่อ่ะ มันดูงี่เง่าออก”


“ไม่เลย กูอยากเห็นมึงหึงด้วยซ้ำ”


ผมดึงมือพาร์ที่ยังเล่นเส้นผมบนหัวลงมา ยัดซองจดหมายที่ยับยู่ยี่ให้


“อะไร?”


“แกะดิ”


“จะให้กูอ่าน?”


“เออ! กูจะได้กินน้ำต่อ”


ระหว่างกรอกน้ำลงคอ แว่วเสียงฉีกกระดาษลอยเข้าหู ดื่มน้ำจนพอใจถึงหันมองคนข้างๆ เห็นมันกำลังยัดซองจดหมายใส่ช่องข้างประตูพอดี


“ทำอะไร?”


“เปล่า!


เสียงสูงไปไหน ผมนิ่วหน้าจ้องคนมีพิรุธ สักพักก็เบนสายตาไปทางจดหมายแทน มันไม่แม้แต่จะยัดกระดาษจดหมายลงซอง ถึงเห็นไม่ค่อยชัด แต่ผมแน่ใจว่ามีสามชิ้น ซองจดหมายกับกระดาษจดหมายเข้าคู่กัน แต่อีกหนึ่งกลับดูพิลึกเมื่อมันเป็นแค่กระดาษ A4 ธรรมดา


ผมละสายตาทันทีที่รู้สึกถึงแรงกระชากเล็กๆ พาร์กำลังออกรถจากที่จอด 


มึงอ่านแล้วนี่ เขียนไว้ว่าอะไร?”


พาร์ไม่ตอบ ท่าทางตั้งใจขับรถมาก แต่สำหรับผม...มันจงใจเมินคำถามกันชัดๆ รอสักพักก็ยังเงียบ เลยเปลี่ยนคำถาม


บอกกูไม่ได้?”


เปล่า”


“งั้นก็พูดมา”


ไว้พรุ่งนี้สอบเสร็จก่อน กูค่อยบอก ไม่สิ ให้มึงอ่านเองเลย”


ผมขมวดคิ้ว “งั้นช่วยบอกให้หายข้องใจหน่อย ส่งมาจากใคร?”


“กูยังไม่บอกได้ไหม”


“แค่ใบ้มาก็ได้”


คนที่มึงรู้จักดี” 


ใคร?


หลังครุ่นคิดอยู่พักใหญ่ มีคนเดียวที่น่าจะเป็นไปได้


“ไอ้เด็นเรอะ!



 

ผมลืมตามองความมืดมาครู่ใหญ่ พรุ่งนี้ผมมีสอบเช้า แต่ทำยังไงก็นอนไม่หลับ


มันค้างคาใจน่ะ


คิดแล้วก็ถอนหายใจเงียบๆ เหลือบมองเงาตะคุ่มข้างขวามือ ไม่รู้ว่าคนนอนฟูกข้างๆ หลับไปหรือยังไม่ได้อยากหาคนชวนคุย เพราะผมอยากให้พาร์รีบหลับจะแย่ หลับลึกได้ยิ่งดี!


หลังนอนเฉยไม่กระดุกกระดิกอยู่นาน ผมก็ค่อยๆ พลิกตัว เอานิ้วจิ้มแขนคนข้างๆ ทดสอบ มีความเงียบตอบกลับมาจึงค่อยลุกช้าๆ นึกทวนในใจว่าเห็นมันเอาจดหมายไปซ่อนไว้ตรงไหน ค่อยคลำทางไป ดีว่าที่นี่มันห้องนอนผม คุ้นเคยดี ต่อให้มืดขนาดนี้ก็ไปถูก แต่เรื่องหาของต้องมีตัวช่วย


ผมล้วงไฟฉายปากกาที่แอบเอามาซุกไว้ในกระเป๋ากางเกงนอนมาคาบในปาก ถึงที่หมายก็เริ่มบิดให้ไฟสว่าง เริ่มต้นค้นหาอย่างระมัดระวังไม่ให้เกิดเสียงดัง


ไม่มีไม่มีนี่ก็ไม่มี


เริ่มนึกเกลียดชั้นหนังสือก็วันนี้ หนังสือจะเยอะไปไหน แล้วมันเอาไปสอดแอบไว้กับเล่มไหนวะเนี่ย!


มือดึงเล่มต่อไปมาเปิดหาต่อ ผมหาจนเกือบสิบเล่มจนเกือบถอดใจ แต่สุดท้ายก็เจอจนได้


ดีนะที่ตอนนั้นแอบมองไว้ ดีนะที่เมื่อกี้ไม่ถอดใจ


ฟืบ!


ซองจดหมายโดนดึงหายไปต่อหน้าต่อตา ผมพึ่งรู้สึกถึงคนด้านหลังก็ชักใจเสีย มือดึงไฟฉายปากกาจากปาก หมุนปิดไฟ พลางหัวเราะแห้งๆ นำทัพ


“เอ่อ ถ้าจะเข้าห้องน้ำ มึงต้องออกประตูทางโน้น”


“กูตื่นมาจับขโมยต่างหาก”


“มีขโมยที่ไหน ตรงนี้มีแต่เจ้าของห้องกับแขกผู้มาพักอาศัย”


“หลักฐานอยู่ในมือกู แถมก่อนหน้านี้ยังเห็นเองกับตา”


ผมกลืนน้ำลายลงคอ รีบหมุนตัวไปเผชิญหน้าด้วย เมื่อคิดคำแก้ตัวไม่ออก ก็พูดโพล่งแบบกำปั้นทุบดิน


“มึงฝันอยู่!


“งั้นเหรอ”


“ใช่!” ผมรีบพยักหน้ายืนยัน “นี่มันในความฝัน!!


“ฝันของกูด้วยใช่ไหม”


“ใช่ๆ” ผมดันพาร์ให้เดินถอยหลังไปทางฟูกนอน “รู้แล้วก็รีบล้มตัวนอนเหอะ มึงจะได้ตื่นมาเห็นความจริง”


ผมดันพาร์ลงฟูก กำลังจะผละออก กลับโดนรั้งจนเสียหลักนอนทับคนดึงไปเต็มๆ ไม่ทันตั้งหลักก็ต้องสะดุ้งเฮือกกับสัมผัสแผ่วเบาตรงแผ่นหลังไต่ระดับขึ้นมาเรื่อยๆ จนเสียวสันหลังวาบ ขนลุกซู่


“หยุดเลยนะมึง!


“หยุดทำไมล่ะ กูฝันอยู่นี่”


“แล้วมันเกี่ยวอะไรด้วย!” 


“เกี่ยวสิ”


“เฮ้ย!


ผมรีบเบือนหน้าหลบสัมผัสตรงแก้ม ก่อนสะดุ้งโหยงกับสัมผัสตรงซอกคอ


“พาร์!


ผมรีบยันตัวหนี แต่ดันโดนพลิกตะแคงข้าง กอดรัดแน่นจนดิ้นไม่หลุด  


“รู้ไหม” เสียงกระซิบใกล้หู “ในความฝันจะทำอะไรก็ได้ทั้งนั้นแหละ”


ผมสะดุ้งอีกครั้ง รีบร้องบอกเสียหลง ก่อนโดนบีบก้นอีก


“กูยอมแล้ว!


“ยอมว่า?”


“เอามือออกไปเลยนะมึง!


“บอกมาก่อน”


“อย่าลูบ!” ผมร้องท้วง พร้อมเปิดปากสารภาพผิด “กูผิดเอง และนี่คือความจริง ไม่ใช่ฝัน!


“ก็แค่นั้น”


ทันทีที่เป็นอิสระ ผมรีบกลิ้งหนีคนปล่อย แต่ก่อนพ้นระยะขอถีบมันหน่อยเหอะ


“โอ๊ย!


ถึงฟูกตัวเองก็รีบมุดอยู่ข้างใต้ผ้าห่ม “จะเอาจดหมายไปซ่อนหรือเผาก็เรื่องของมึง กูจะนอนแล้ว”


“ไม่อยากรู้เนื้อหาแล้ว”


ผมเม้มปากสักพัก ก่อนยอมตอบตามจริง “อยาก”


“ถ้าเอาไปเผา อดอ่านเลยนะ”


“ก็ถามจากมึงแทนไง ช่างเถอะน่า กูนอนแล้ว


แว่วเสียงหัวเราะในคอลอยเข้าหู ผมกัดฟันรู้สึกเจ็บใจสุดๆ แต่ทำอะไรไม่ได้


ฝากไว้ก่อนเถอะ!



 

“เป็นอะไร หน้าบูดมาเลย”


ผมมองลูกหว้า แค่อารมณ์เสียตกค้างจากเรื่องเมื่อคืน ยิ่งเช้ามาเห็นหน้าพาร์ก็ยิ่งหงุดหงิด แต่ขืนบอกคงมีซักยาว เลยพูดปัด


“ไม่มีอะไร”


“มึงไม่มี แต่คนเดินตามหลังมึงมีแน่ๆ ออร่ามีความสุขแผ่มาแต่ไกล ดูก็รู้ว่ากำลังอารมณ์ดีสุดๆ”


“กูขึ้นห้องสอบก่อนล่ะ”


ผมว่าเรียบๆ เมินเสียงอุทานของผองเพื่อน ผละจากมาทันที ถึงอย่างนั้นก็ได้ยินเสียงซักถามดังไล่หลัง


“มีเรื่องอะไรกัน?”


“ทะเลาะกันอีกแล้ว?”


“เปล่า”


“ไอ้คำปฏิเสธทั้งรอยยิ้มนี่คืออะไร”


แค่ได้ยินเสียงหัวเราะของพาร์ ผมก็รีบจ้ำเท้าเร็วกว่าเดิม นึกว่าจะพ้นระยะ แต่มันดันพูดเสียงดังอย่างจงใจให้ได้ยิน


“แค่ใครบางคนเสียรู้ เลยหงุดหงิดน่ะ”

 



กว่าสองชั่วโมงกับการโดนดูดพลังงานชีวิต ผมเดินมึนๆ ออกจากห้องสอบตัวสุดท้าย ด้านนอกยังมีคนจับกลุ่มเหมือนเมื่อวาน เพียงแต่คนน้อยกว่า ผมเดาว่าไม่ไปหาอะไรกิน ก็คงกลับไปพักผ่อนกันแล้ว อ้อ บางคนอาจไปทำกิจกรรมที่ชอบก็ได้


หลังรอมือถือเปิดเครื่องเรียบร้อยก็กดโทรหาคนนั่งรอ


“อยู่ไหน?”


[ใต้ตึกที่เดิม]


ผมคุยไปเดินไป “งั้นไปวนรถออกมาเลยก็ได้”


[กูไม่ได้อยู่คนเดียว]


อ้าว


“แล้วอยู่กับใคร”


[เพื่อนมึง]


“คนไหน?”


[เพื่อนกลุ่มเมื่อเช้า]


“อ้อ งั้นเดี๋ยวกูลงไป”


แต่ก่อนจะวางสาย ปลายสายกลับเรียกชื่อก่อน [ที]


“หือ?”


[เพื่อนมึงรู้เรื่องนั้นแล้วนะ]


ผมย่นคิ้ว “เรื่องไหน?”


[เรื่องเพื่อนคนนั้นของมึง]


ผมชะงักเท้าทันที “มึงเล่าไปแล้ว”


[ตอนแรกว่าจะรอให้มึงพูดเอง แต่มีเหตุผลบางอย่างกูเลยเล่าเรื่องที่เรารู้ให้ฟังก่อน]


“เหตุผลอะไร?”


[…ข้างในจดหมายเมื่อวาน มีกระดาษอยู่สอง]


ผมนึกถึงช่วงเวลาที่เห็นพวกมันบนรถเมื่อวาน กระดาษกับซองจดหมายสีเดียวกัน และกระดาษสีขาวที่เหมือน A4 ผมยังจดจำความรู้สึกแปลกแยกยามเห็นมันได้


[ใบหนึ่งจากคนกลุ่มหนึ่งเขียนข้อความมาขอบางอย่าง พร้อมรายละเอียดติดต่อกลับ ส่วนอีกใบเป็นแผนที่ไปผับแห่งหนึ่งกับข้อความนัดหมาย ซึ่งเพื่อนกลุ่มมึงยืนยันแล้วว่าเป็นลายมือของเพื่อนชื่อเด็น]


“นัดอะไร?”


[คืนนี้นัดเจอสองทุ่มครึ่ง] มีเสียงลมหายใจลอดเข้ามาครั้งหนึ่ง ผมเดาว่าพาร์คงถอนหายใจ [ตอนแรกเพื่อนกลุ่มมึงไม่มีใครรู้ แต่กูพลาดเอง ไม่นึกว่าซองจดหมายจะหล่นจากหนังสือที่กูกำลังอ่าน]


“ถึงอย่างนั้นเพื่อนกูก็ไม่น่าเสียมารยาทหยิบมาเปิดดูเอง”


[ถ้าเป็นปกติน่ะใช่ แต่เพื่อนมึงคนหนึ่งรู้ที่มาของจดหมายเลยหยิบไปเปิดดู เพราะอยากความรู้อยากเห็นเฉยๆ]


“กูไม่เข้าใจ”


[มึงคงจำได้ว่าหน้าซองจดหมายเขียนชื่อของเรา]


“เออ” ทำไมจะจำไม่ได้ ก็เพราะเขียนชื่อทั้งผมทั้งพาร์เนี่ยแหละ ผมถึงได้ติดใจสงสัย


[คือจดหมายควรจะเป็นของกลุ่มที่มาขอตั้งแฟนคลับเรากับเปิดเว็บเพจ ไม่ควรมีกระดาษขาวแทรกเข้ามา กูเลยคาดเดาว่าระหว่างตัวแทนของกลุ่มกำลังมาส่งจดหมายน่าจะเจอเพื่อนมึงเข้า เขาคงคุ้นๆ ว่ารู้จักมึงเลยไปถามหาล่ะมั้ง เพื่อนมึงรู้เข้าคงอาสาเอาไปส่งให้ แต่ความจริงแล้วใส่อย่างอื่นเพิ่มเข้ามาในจดหมาย…]


“เดี๋ยวก่อน” ผมร้องขัดจังหวะ “ซองจดหมายปิดผนึกอยู่ ถ้าไม่ฉีกออกมาล่ะก็


[ตอนแรกกูคิดเหมือนมึง] พาร์หยุดพูดเล็กน้อยเหมือนเรียบเรียงความคิด [แต่หลังเทียบลายมือบนหน้าซอง กูเลยคิดว่าไม่ใช่สับเปลี่ยนซองจดหมายใหม่ น่าจะตั้งแต่ต้นคงไม่ได้ทาน้ำปิดผนึกมากกว่า หลังเพื่อนมึงได้จดหมายมาก็คงแอบใส่กระดาษเพิ่ม จัดการปิดผนึกซองให้ แล้วฝากคนอื่นส่งให้กูอีกทีแบบที่มึงเห็นเมื่อวานมั้ง]


“…แล้วทำไมต้องเป็นมึง? และมันทำไปเพื่ออะไร?”


[คำถามแรกกูไม่รู้ อีกคำถามก็ไม่แน่ใจ แต่ถ้าให้คิดในกรณีเลวร้ายสุด] พาร์เงียบไปนานจนผมลงมาถึงชั้นถัดมา [หาเหยื่อ]


ผมหลับตาลง สักพักถึงลืมตาออกเดินต่อ ถึงพยายามข่มอารมณ์แย่ๆ แค่ไหนก็ยังออกไปทางเสียงอยู่ดี


งั้นเหรอ”


[แต่แปลกตรงที่คนถูกนัดหมายไม่ใช่มึง]


“ใคร?”


[คนชื่อ ข้าวยำ กูเดาว่าเป็นเพื่อนมึงที่เคยเป็นสามีของคนชื่อเด็นใช่ไหม]


“มึงเดาถูก” ผมว่า ครุ่นคิดสักพักก็เอ่ยบอก “อาจต้องการนัดเคลียร์เป็นครั้งสุดท้ายก็ได้”


[ไม่ว่าจะแง่ไหนก็ไม่ควรมองข้าม]


“อือ” ผมครางรับคำเตือนของคนปลายสาย ระหว่างมีแต่ความเงียบพักหนึ่งจนผมทนไม่ไหว เลยเปลี่ยนเรื่องคุย “มึงคุยกับกูยาวขนาดนี้ เพื่อนกูไปแล้วใช่ไหม”


[ตอนแรกยัง กูเลยเดินถอยห่างมาคุยกับมึง แต่เมื่อกี้หันไปเห็นพวกเขาลุกจากเก้าอี้ บางคนโบกมือให้กูด้วย]


กว่าผมลงไปถึง พวกมันคงไม่อยู่ให้เจอหน้าแล้วแหงๆ คิดแล้วก็ถอนหายใจ รู้เลยว่าคืนนี้เจอพวกมันแน่ บอกให้ระวังตัวไปแล้วใช่ไหม


ใช่


ผมครุ่นคิดครู่ใหญ่ ก่อนบอกพาร์ที่ถือสายรออยู่ “เดี๋ยวกูติดต่อเพื่อนอีกกลุ่มก่อน งานนี้เราคงต้องเตรียมตัวกับวางแผนก่อนไป”


[แล้วเพื่อนมึงกลุ่มเมื่อกี้ล่ะ]


พูดไปตอนนี้พวกมันอาจไม่ฟังกูก็ได้ เราหาคนไปคุมพวกมันที่ผับอีกทียังง่ายกว่าอีก”


[เพื่อนมึงคงแค่น้อยใจ]


ผมพ่นลมหายใจกับถ้อยคำปลอบ “ไม่ก็กำลังโกรธที่กูไม่ยอมบอก”


[กูบอกเหตุผลของมึงไปแล้ว คงไม่โกรธกันหรอกมั้ง]


“ไม่รู้สิเดี๋ยวเราค่อยคุยกันอีกที”


หลังวางสายจากพาร์ ผมก็กดเข้าไลน์กลุ่มเพื่อนเก่าแก่ พิมพ์สั้นๆ


TEE: SOS กูต้องการกองหนุน

TEE: ยำ เมียเก่าของมึงต้องการคุยด้วย


ไม่นานก็มีคนไลน์กลับมา


YamYam: ที่ไหน?

TEE: ยังบอกไม่ได้ มึงไปได้แน่ๆ?

YamYam: ทำไมจะไม่ได้

TEE: คนของมึงให้ไป?

YamYam: ไม่ให้กูก็จะไป นัดเจอกันที่ไหนบอกด้วย

TEE: มึงอยู่ไหน?

YamYam: ห้องพี่ภู

TEE: รออยู่นั่นแหละ บอกเจ้าของห้องด้วยว่าเดี๋ยวมึงจะมีแขกกลุ่มใหญ่มาหา

YamYam: จะมาชุมนุมกันที่นี่?

TEE: เออ ถือโอกาสให้เพื่อนเก่าแก่ไปดูความเป็นอยู่ของมึงหน่อย

Wind: ดีๆ กูเป็นห่วงมันจะแย่

White Rabbit: อย่าลืมส่งพิกัดมาด้วย

Blue Sky: ยังสอบไม่เสร็จ ส่งพิกัดร้านมา เดี๋ยวตามไปสมทบ


ผมกดพักหน้าจอ รีบเดินลงบันได ระหว่างนั้นเสียงโทรเข้าก็ดังขึ้นยำโทรมา


[ไอ้ที! กูยังไม่พร้อมบอกนะมึง!]


“ไม่พร้อมก็เรื่องของมึง เพราะงานนี้กูว่าพี่ภูไม่ปล่อยมึงไปคนเดียวหรอก”


[แต่…]


“แล้วแต่มึงนะ เพราะถึงไม่บอก เพื่อนเราก็ไม่โง่หรอก ให้พวกมันสังเกตเอาเองก็ได้”


[…มึงจะมาถึงเมื่อไหร่?]


“กูยังอยู่ในมหาลัย และกูมีเรื่องแฟนเก่ามึงไปเล่าให้ฟัง เป็นเรื่องที่มึงควรรู้ก่อนไปหา”


[งั้นรอมึงมาถึงก่อน ค่อยส่งพิกัดห้องพี่ภูไปให้พวกนั้นแล้วกัน]


ผมถอนหายใจเฮือกหนึ่ง “ตามใจแล้วกัน”


-----------------------

(01/04/2016 / 50%)

สวัสดีค่ะ แวบเอาครึ่งบทมาส่งค่ะ 

ขึ้นเดือนใหม่แล้ว เวลาผ่านไปเร็วจัง 

มีใครไปงานหนังสือมาแล้วบ้างเอ่ย วันนี้เราไปมาค่ะ หนักเอาเรื่อง แต่ยังไม่ได้แตะหนังสือใหม่ เพราะยังอยู่ในช่วงสอบค่ะ กว่าจะผ่านพ้นก็นู้น 7 เมษา ขนาดไปวันที่ 4 ของงานนะ ของบางอย่างที่เล็งไว้ยังหมดแล้วเลย (เศร้า) 

ไว้เจอกันใหม่นะคะ

ป.ล. 'ช่วงตอบคอมเม้น' ขอลาพักร้อนชั่วคราวนะ ถึงเวลาเมื่อไหร่จะกลับมาค่ะ

-----------------------------------------------------     

(08/04/2016 / 100%) 

สวัสดีค่ะ เรามารายงานตัว + เอาอีกครึ่งหนึ่งมาส่งค่

หลังจากนี้คงได้เจอกันบ่อยขึ้นแล้ว และคงมาแบบเป็นเต็มร้อยเปอร์เซ็นต์ค่ะ

ช่วงนี้อากาศร้อนขึ้นทุกวัน ระวังเรื่องอาหารกันด้วยนะ 

ไว้เจอกันใหม่บทหน้าค่ะ ^^

ป.ล. ครึ่งตอนแรกมีแก้ไขบางส่วนนะคะ

-----------------------------------------------------

(09/04/2016 - Edit ช่วงจดหมายค่ะ

ลองแก้ไขแล้วค่ะ โอเคขึ้นไหมคะ? 

ถ้ายังงงๆ กันอยู่ สามารถบอกได้นะ น้อมรับข้อผิดพลาดมาแก้ไขค่ะ ^^ 

-----------------------------------------------------

16/04/2016 - แก้ไขคำผิด

    

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 81 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,841 ความคิดเห็น

  1. #2803 KiHaE*129 (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 21 กันยายน 2562 / 21:57

    เอิ่มเพื่อนกลุ่มมลก็เรื่องของสมาธิตัวเองปะอะ

    ถึงจะไม่รู้ว่าเด็นมาทำไม จะตั้งใจสอบหรือไม่มันเรื่องเด็น ตัวเองไม่มีสมาธิในการสอบเองมันก็ไม่ควรไปด่าเด็นรึเปล่า ถ้าเด็นสร้างความรำคาญในการสอบก็ว่าไปอย่างอันนี้ก็บ้าไป

    จะได้ตัวเจอเด็นสักทีละ

    #2,803
    0
  2. #2722 ThkTheks (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 20 สิงหาคม 2561 / 06:56
    อันนี้อ่านฟิครักกุ๊กกิ๊ก หรือกำลังอ่านคดีสืบสวนสอบสวนคะ ฮื่อออ แต่ชอบนะคะมันดูมีคอนเทนท์ดี ไม่ได้มีแค่คผุ่เอกที่มารักกันให้้ราฉ่ำหัวใจอย่างเดียว สนุกค่าาา
    #2,722
    0
  3. #2667 bwp_k (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 8 มกราคม 2561 / 08:20
    หาเหยื่อเป็นยำยำรึ เอาจริงสิเด็น
    #2,667
    0
  4. #2666 bwp_k (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 8 มกราคม 2561 / 08:20
    หาเหยื่อเป็นยำยำรึ เอาจริงสิเด็น
    #2,666
    0
  5. #2593 So_Mix (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 21 เมษายน 2560 / 03:06
    เขาคุยกันเป็นนักสืบเลย เงื่อนไขมาเต็ม //หรือว่าเราอ่านโคนันมาเลยติดลม?
    #2,593
    1
    • #2593-1 KatzeP(จากตอนที่ 43)
      23 เมษายน 2560 / 01:02
      555+

      โคนันเล่มล่าสุด (เล่ม86) แอบทำเราหลอนตรงฉากจบสุดท้ายของหน้ากระดาษอ่ะ
      วาดสมจริงเกินไปแล้ว T^T
      #2593-1
  6. #2576 FairyP718 (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 20 เมษายน 2560 / 19:52
    หาเหยื่อแต่ระบุยำยำ เด็นรู้เห็นใช่มั้ย จะแก้แค้นเหรอ
    #2,576
    0
  7. #2198 shshshx (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2560 / 04:10
    ถ้าหาเหยี่อเนี้ยเ-้ยมากก
    #2,198
    0
  8. #1986 baekbow (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 3 กันยายน 2559 / 20:44
    งานใหญ่ละ เด็นแค่จะเคลียร์หรือหาเหยื่อกันแน่นะ อยากให้เด็นกลับมาเป็นคนดีอ่ะ เด็นอาจจะโดนหลอกไป แต่เพื่อนก็ตั้งเยอะ ทำไมไม่มาขอให้เพื่อนช่วย
    #1,986
    0
  9. #1838 milkc (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 5 สิงหาคม 2559 / 08:12
    ตื่นเต้นนนน
    สงเด็นอ่ะ :(
    แต่เรารู้สึกได้ถึงความน่ารักของยำมากขึ้นอะ 5
    ฮื่อออ ขอให้เรื่องไม่ดีเกิดขึ้นน้อยที่สุดนะะ
    #1,838
    0
  10. #1603 สาววายไร้ผัวนะเออ (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2559 / 15:35
    ขอบคุณที่แต่งให้อ่านนะคะ
    #1,603
    0
  11. #1393 PuiPui--r (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 21 เมษายน 2559 / 00:34
    พี่ภูขาเชือดนังเด็นทิ้งเลยค่ะมันจะมาหลอกเมียพี่ ดิ้นจนตัวเองไปเจอปัญหาไม่พอยังจะมาลากคนอื่นไปลงนรกด้วย เลวดีเนาะ 
    #1,393
    0
  12. #1391 ลีลีข้าวสาร- (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 20 เมษายน 2559 / 15:30
    ถึงตอนเข้มข้นแล้ววว ทีเอาพวกไปเยอะๆนะระวังตัวด้วย
    #1,391
    0
  13. #1377 El Dorado Bz (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 13 เมษายน 2559 / 08:31
    เรื่องนี้จะมีฉากบู๊ไหมหน๊อออ
    #1,377
    0
  14. #1356 Thedrm. (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 12 เมษายน 2559 / 13:36
    เด็นนี่ตกลงคือยังไง --? พาร์ทีฉลาดจังว้าาาา 55555 ขอยืมสมองหน่อยได้ไหม -..-
    #1,356
    0
  15. #1331 Som O Usanee (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 10 เมษายน 2559 / 01:50
    เดี๋ยวอิพี่ภูก็ปาดคอเด็นทิ้งหรอก มาหลอกเมียนางไปให้คนอื่นแบล็คเมล์ ศึกนี้ใหญ่หลวงนัก น้องทีสมองไวมากลูกเอ๊ยยยยยย พาร์ก็ฉลาด สองคนนี้ทันกันดี 5555
    #1,331
    0
  16. #1330 แมวน้อยวนิลา (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 9 เมษายน 2559 / 23:36
    เด็นอย่าสร้างปัญหาให้พี่ทีสิลูก
    #1,330
    0
  17. #1328 Fon Chanoknunt (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 9 เมษายน 2559 / 12:15
    กรี๊ดดดดดดดด รอๆๆๆๆๆๆ #แก๊งค์ดาวลูกไก่ #ทีพาร์ #ยำภู รวมตัว น่ารักอ่ะ ตอนหน้าขอเต็มๆๆๆๆ น้าไม่เอาครึ่งเดว อ่ะ มันค้างงงงงงงง #ไรต์ดีขึ้นแล้วใช่ะอย่าเครียดน่ะเปนห่วงดูแลตัวเองดีๆๆนร้า #ยอมรอแต่ขอเต็มตอนนร้า
    #1,328
    0
  18. #1327 PreawMaKa (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 9 เมษายน 2559 / 01:02
    งงนิดหน่อย เดี๋ยวอ่านซ้ำอีกสองรอบค่ะ ฮาาา ชอบทั้งพาร์ ทั้งทีเลย ฉลาดทั้งคู่
    #1,327
    0
  19. #1326 กองฟางข้าวk-f-k (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 8 เมษายน 2559 / 23:55
    รอพี่ภูเปิดตัว จะอลังขนาดไหนน๊า
    #1,326
    0
  20. #1325 mukmixdada (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 8 เมษายน 2559 / 23:54
    จะไม่มีม่าภูยำใช่มั้ย? แต่ชอบตอนพาร์บอกให้ทีหึง 55555 มันทำให้รู้ส่าพาร์รักทีรอทีขนาดไหน ชอบบบบบ
    #1,325
    0
  21. #1324 PinkLadys (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 8 เมษายน 2559 / 23:45
    ชอบนายเอกเรื่องนี่มาก ไม่โง่ดี ขอบคุณไรต์ที่ไม่สร้างตัวเอกให้ดูโง่ค่ะ ลุ้นๆตอนต่อไป~~~
    #1,324
    0
  22. #1323 Mammy Sentereza (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 8 เมษายน 2559 / 23:34
    ยังคงงง ขอคำอธิบายเพิ่มหน่อยค่ะ
    #1,323
    0
  23. #1322 เจ้าจันทร์จ้าว (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 8 เมษายน 2559 / 22:35
    รู้สึกงงๆ กับจดหมาย ใครส่งให้ใครอะไรนะ? อะไรปิดซองเปิดซอง? เออ.. ชั่งมันแล้วกัน 555555555 #ตอนแรกก็ไม่งงนะ พองงเท่านั้นแหละงงเลย 5555555
    #1,322
    0
  24. #1321 berry kiki (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 8 เมษายน 2559 / 21:55
    เด็นโดนใช้รึป่าว..
    งืออออพี่ภูอย่าปล่อยเมียไปอันตรายนะ รอพี่ภู
    #1,321
    0
  25. #1320 pasteley (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 8 เมษายน 2559 / 21:14
    งง ไม่เข้าจายย T T อ่านแล้วสรุปออกมาไม่ได้555#เราผิดเอง
    เด็นอย่าใจร้ายละกัน????
    #1,320
    0