[Chonnatee] ชลนที #Boy's Love #จบแล้ว

ตอนที่ 39 : บทที่ 32

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 6,729
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 88 ครั้ง
    16 ก.ย. 59


บทที่ 32


ยำยังร้องเรียกผมไม่หยุด หนวกหูจนคิดอะไรไม่ออก เลยจำยอมเปิดประตูออกไป


“ไอ้ที!


ยำรีบปราดมาจับตัวผม มองสำรวจหาความผิดปกติ มีเชนยืนมองอยู่ไม่ไกล


“ไม่เป็นไร กูแค่เครียด”


“แน่นะ?”


“เออ” ตัดสินใจถามเบี่ยงประเด็น เจาะจงถามคนที่บอกว่าจะไปเอาข้าว “ทำไมมึงมาอยู่นี่?”


“เอ๊ะ?” เชนทำหน้างงกลับมา


“ข้าวพาร์ล่ะ?”


“อ้อ” เชนยิ้มเจื่อนกลับมาทันที “กำลังทำอยู่มั้ง”


ผมหรี่ตาลง ข้ออ้างหนีมานี่หว่า เอาเถอะ ใครทนไหวก็แปลกแล้วครับ นึกพร้อมปลดมือไอ้ยำออกจากตัว กำลังเดินแทรกผ่านคนยืนขวางทางก็โดนยำรั้งตัวไว้อีก


“จะไปไหน?”


ไปรบกับพาร์ต่อ”


“อะไรนะ?”


“แค่จะไปคุยกับพาร์” ผมดึงแขนออกอีกครั้ง รีบพูดขัดหลังเห็นยำอ้าปาก “อย่าพึ่งถามตอนนี้เลย แค่นี้กูก็ปวดหัวจะแย่อยู่แล้ว”


ทิ้งท้ายแค่นั้น ไม่สนเสียงร้องเรียกคนข้างหลัง ก้าวเท้าตรงไปยังคนนั่งเฝ้าโต๊ะ ยืนมองหน้ายุ่งอยู่แบบนั้นจนพาร์เงยหน้ามองผมกลับด้วยแววตาสงสัย 


ไปหาที่เงียบๆ คุยกันหน่อย”


แต่ก่อนที่มันจะพูดอะไร เสียงสดใสของพี่สาวเชนก็ดังขึ้นก่อน


“ข้าวกะเพราได้แล้วจ๊ะ”


ผมรีบเบี่ยงตัวหลบปล่อยเจ้าของร้านวางจานข้าวกะเพราพร้อมน้ำเปล่าขวดหนึ่ง บ่นกระปอดกระแปดใส่น้องชายที่ไม่ยอมเอาน้ำมาให้พาร์ก่อน


“น้องพาร์ไม่ได้มาร้านนี้เดือนกว่าแล้วนี่นะ พี่นึกว่าเราทนคบน้องพี่ไม่ไหวแล้วซะอีก”


“เปล่าครับ พอดีที่บ้านมีเรื่องยุ่งนิดหน่อย ผมเลยต้องไปค้างบ้านเพื่อนพ่อสักพัก”


“อ้อจ๊ะ ถ้าน้องพี่ทำตัวไม่ดีมาฟ้องกันได้ทุกเมื่อนะ เดี๋ยวเจ๊จับมันอบรมเอง!


พวกผมยิ้มแห้งๆ ให้เจ้าของร้าน ปล่อยเธอไปทำหน้าที่ต่อ ผมมองพาร์ดึงจานข้าวร้อนๆ มาตรงหน้า ตักกินไม่สนใจมองผมด้วยซ้ำ เห็นแล้วก็ขัดจังหวะไม่ลง เลยเดินไปนั่งฝั่งตรงข้ามพาร์แทน ทิ้งระยะห่างสักหน่อย เผื่อมันเกิดบ้าอะไรขึ้นมาอีก ผมจะได้หลบทัน


ผู้ปกครองกูให้มึงอดข้าวเหรอ?”


ผมเอ่ยถามอย่างอดไม่อยู่ หลังเท้าคางมองเห็นพาร์โส้ยข้าวใส่ปากไม่หยุด ดูยังไงก็คนกำลังหิวโซชัดๆ 


คนเคี้ยวข้าวส่ายหน้าปฏิเสธ กลืนอาหารลงคอได้ก็พูดอธิบาย “แค่กินน้อยไปหน่อย” 


“น้อย?”


“กูกินข้าวเช้ากับเที่ยงไม่ค่อยลง ตอนนี้เลยหิวมาก”


โดนแกล้งมาหรือเปล่าเนี่ย


“มึงมีเรื่องจะคุยกับกูไม่ใช่เหรอ?”


“ใช่” ผมมองไปรอบร้านแล้วตัดสินใจ “คุยกันตรงนี้ก็ได้ จะฟังเลย? หรือรอกินเสร็จก่อนดี?”


รอฟังอยู่


ผมชูสามนิ้วให้คนตักข้าวใส่ปากเห็น “อย่ารุก อย่าเร่ง อย่ากดดัน”


“ฮะ?”


“เงื่อนไขของกู” 


พาร์ขมวดคิ้วใส่ทันที แถมยังมองมาด้วยแววตาสื่อชัดว่า ช่วยสงสารกันหน่อยได้ไหม ผมเม้มปาก รู้สึกเหมือนเป็นตัวร้ายชอบกล


 คนกลืนข้าวลงคอแล้วเอ่ยถาม “ทำไม?”


“เพราะมันเร็วไป”


“ตรงไหน?”


“เราเจอหน้ากันนานแค่ไหนแล้ว” ผมถามไป และไม่รอคำตอบ “หนึ่งเดือน สั้นแค่นั้นเอง”


“แต่เรื่องของเรายาวนานกว่านั้น”


“มันก็ใช่ แต่


พาร์พ่นลมหายใจเบาๆ “ถ้ากูพูดท้วง เดี๋ยวมึงคงหาข้ออ้างไปเรื่อย บอกความต้องการมาเลยดีกว่า ไม่เอาเงื่อนไขมึงนะ กูทำไม่ได้”


ผมทำหน้าเครียดทันที ก่อนพูดโน้มน้าวต่อ “กูไม่อยากเร่งรีบเรื่องของเรา”


พาร์ตักข้าวใส่ปากมองตรงมา ผมเลยพูดต่อ


“คนมันไม่พร้อมน่ะ เข้าใจไหม”


ยังไง?”


“ถ้าให้ยกตัวอย่างก็เช่น สภาพจิตใจของกูนี่ไง มึงพึ่งเจอกับตัวไปสดๆ ร้อนๆ นี่”


“เรื่องในห้องอาบน้ำ?”


“เออ!


พาร์วางช้อนลง เคาะนิ้วกับโต๊ะ “กูจำได้ว่ามึงเปลี่ยนแฟนบ่อย เพราะอีกฝ่ายเป็นผู้หญิง มึงเลยไม่มีอาการหรือเปล่า?”


“ไม่รู้ กูไม่เคยจูบกับแฟนเก่า อย่างมากก็แค่จับมือ”


“หือ? ไม่เคย?”


ที่จริงแค่คนจูบกัน กูก็เบือนหน้าหนีแล้ว มันมันขยะแขยงน่ะ มึงคงไม่เข้าใจหรอก”


แล้วเรื่องบนเตียง?”


“ไม่มี” พูดถึงตรงนี้ก็ถอนหายใจเฮือกหนึ่ง “ถึงกูจะโตมาแบบมีความสุขดี แต่ตอนเล็กๆ หลังรู้ว่าลุงนิกไม่ใช่พ่อแท้ๆ กูก็เสียศูนย์เหมือนกัน ยิ่งรู้ว่าไม่เคยเจอพ่อแม่แท้ๆ เลย กูก็ยิ่งเศร้า แต่เพราะก่อนสามขวบแรกกูต้องไปๆ มาๆ ระหว่างไทยกับญี่ปุ่น


“เดี๋ยว มึงเคยไปอยู่ญี่ปุ่นมา?”


“หลังกูหกเดือน ลุงนิกก็พาไปญี่ปุ่น อยู่ที่นั่นจนขวบกว่าถึงพากลับไทยมาให้ปู่ย่าเห็นหน้า”


“ไปอยู่กับทากะซัง?”


“อื้อ”


“แล้วที่ไปๆ มาๆ?”


“ก็หลังจากขวบกว่า กูก็อยู่ไทยบ้าง ไปญี่ปุ่นบ้าง แต่ช่วงเวลาอยู่ในญี่ปุ่นเยอะกว่า สมัยเล็กๆ กูเลยพูดญี่ปุ่นได้ แต่ไทยแทบไม่ได้ ช่วงจะเข้าอนุบาล ลุงนิกกับพวกปู่ถกเถียงกันจะเป็นจะตายว่าให้กูเรียนที่ไหนดี สุดท้ายกูก็ได้เข้าอนุบาลที่ไทย พอไม่ได้ใช้ภาษาญี่ปุ่นนานๆ กูเลยลืมไปเยอะ ตอนนี้จำคำศัพท์ได้แค่นิดหน่อยเอง”


“งั้นพ่อแม่มึงล่ะ?”


“กูได้เจอหลังเข้าอนุบาลสักพัก มาเข้าเรื่องก่อน ที่กูไม่มีเรื่องบนเตียงก็ด้วยสาเหตุนี่แหละ ถ้าพลาด คนที่แย่สุดคือเด็กกำลังจะเกิดมาต่างหาก ถ้าโชคดีแบบกูก็ดีไป แต่ถ้าไม่ล่ะ พอคิดแบบนี้กูก็ยิ่งหลีกเลี่ยง” พูดถึงตรงนี้ผมก็นึกบางอย่างออก “อ้อ เพราะแบบนี้ล่ะมั้ง แฟนเก่าคนล่าสุดถึงบอกว่ากูเด็กเกินไป”


“นั่นคือกรณีผู้หญิง แล้วกรณีกูล่ะ?”


“กรณีผู้ชายอย่างมึงแย่กว่าอีก นอกจากความหลังฝังใจตอนแปดขวบแล้ว ยังมีเรื่องตอนกูอายุสิบเอ็ดคุณย่าจับได้ว่าลุงนิกมีแฟนเป็นผู้ชายครั้งแรก อย่างกะฟ้าถล่ม บ้านจะพัง โคตรน่ากลัว”


พูดถึงแล้วผมก็ยังสยองไม่หาย น้ำเสียงก็เลยสั่นๆ


“ไม่รู้ตอนนี้คุณย่ายอมรับทากะซังได้หรือยังด้วยซ้ำ ที่ลุงนิกไปต่างประเทศก็เหตุนี้เหมือนกันสรุปคือถ้าจะคบกับมึงคงมีปัญหาสารพัด ขนาดผู้ปกครองทั้งสองของกูเกือบจะเลิกกันตั้งหลายหน ถ้าไม่รักกันจริง ไปไม่รอดหรอก”


“หมายความว่าถ้ากูกับมึงไม่ถึงขั้นรักกัน มึงจะไม่ยอมคบกูเป็นแฟน?”


มั้ง”


“เกินไป” พาร์พูดขัดด้วยแววตาไม่เห็นด้วย “กูคิดว่าคบกันไปแล้ว จากชอบเดี๋ยวกลายเป็นรักเองนั่นแหละ”


“แต่อย่างน้อยก็ควรรู้ใจตัวเองในระดับหนึ่ง ถ้ายังคลุมเครือคบไปก็เจ็บเปล่าๆ”


“มึงกลัวเกินไปแล้ว”


“แปลกตรงไหน ตัวอย่างก็มีให้เห็น แค่มีมือที่สามเข้ามาก็ไปกันไม่รอดแล้ว” ผมนิ่วหน้าพูดสั่งสอนอีกฝ่าย “มึงน่ะรีบร้อนเกินไป ถ้ายังเป็นแบบนี้บางทีกูคงเผ่นหนีจริงๆ จะเอาแบบนั้นไหมล่ะ?”


“คิดเหรอว่ากูจะปล่อยให้หนีง่ายๆ”


“ไม่ แต่ถ้ากูมีแฟนใหม่ มึงจะทำยังไง เป็นมือที่สามเหรอ?”


พาร์เงียบครับ แต่แววตาสั่นไหวรุนแรง ผมเลยถอนหายใจ


“ขอร้อง ถ้ามึงไล่ต้อนมากๆ กูคงได้ทำร้ายจิตใจมึงแหงๆ”


พาร์สูดลมหายใจเข้าออก “เงื่อนไขสามข้อของมึงควรมีระยะเวลา”


“หือ?”


“ในเมื่ออยากได้เวลานัก กูก็จะให้มึง ถือว่าเป็นการเตรียมตัวเตรียมใจก็แล้วกัน”


…นานแค่ไหน?”


คนโดนถามครุ่นคิดครู่ใหญ่ก่อนตอบ “หนึ่งเดือน กูคงทนได้เท่านี้”


ผมทำหน้าเครียดทันที เวลาหนึ่งเดือนจะว่าสั้นก็สั้น ยาวก็ยาว แต่สำหรับผมก็ยังน้อยไปอยู่ดี พาร์พูดต่อโดยไม่รอคำตอบจากผม


“ตลอดหนึ่งเดือน กูจะไม่รุก ไม่เร่ง ไม่กดดัน ตามที่มึงต้องการ แต่จะขออยู่ข้างๆได้ไหม?”


เล่นทำหน้าหมาหงอยใส่ ผมจะตอบอย่างอื่นได้ไง “ได้”


พาร์พยักหน้า “ที มึงสำคัญกับกูนะ”


คิดไปเองหรือเปล่าว่าน้ำเสียงมันโคตรอ่อนโยน


“แต่ในเมื่อมึงกล้ายื่นเงื่อนไขมา กูก็จะใช้วิธีเดียวกันในการแลกเปลี่ยน ช่วยฟังเงื่อนไขหลังครบหนึ่งเดือนของกูด้วย”


ขอโทษครับ โยนความคิดเมื่อกี้ทิ้งไปเถอะ เสียงอย่างเข้ม ฟังชัดถนัดหูขนาดนี้ ก่อนหน้านี้ผมละเมอไปเองชัดๆ


“ถ้ามึงไม่ตกลง เงื่อนไขก่อนหน้านี้ก็ยกเลิกไป”


“พูดเงื่อนไขของมึงมาก่อนสิ”


“มึงมีสามเงื่อนไข กูก็มีสาม เงื่อนไขแรก กำไลวงที่กูสั่งทำ หลังได้มามึงห้ามถอดออกจากข้อมือเด็ดขาด”


ผมนั่งอึ้ง นึกไม่ถึงว่ามันจะยื่นเงื่อนไขแบบนี้


“ตอนอาบน้ำก็ถอดไม่ได้?”


“ถ้ามันยังไม่พังก็ไม่ต้องถอด”


เอ่อ จะให้บรรยายความรู้สึกผมตอนนี้ยังไงดี หมั้น?ไม่ไหวๆผูกมัด?ก็เกินไปหน่อยจองตัว?ผมเงียบไปพักหนึ่ง ก่อนผงกหัวให้กับตัวเอง คำนี้เหมาะสมที่สุดแล้วครับ ก็ถึงว่าทำไมมันดูจริงจังกับการเลือกกำไลคู่รักนัก แถมยังยอมเสียตังค์ติดอัญมณีเพิ่มอีกต่างหาก ผมยกมือกุบขมับหลังรับรู้ความหมายแอบแฝง


เดี๋ยวก่อน รีบยกมือลงหันไปถามเจ้าคนจ่ายเงิน “อย่าบอกนะว่ามึงจ่ายค่ากำไลเองทั้งหมด?”


“ถ้าไม่ติดว่าเป็นกำไลคณะ กูก็ว่าจะจ่ายเองอยู่ทำหน้าเหมือนจะไม่รับเลยนะมึง”


ผมรีบปรับสีหน้าใหม่ทันที พาร์หรี่ตาลง เพ่งมองจนผมเหงื่อตก 


“มึงปฏิเสธไม่ได้หรอก” พาร์ยกยิ้มเหนือกว่าให้ “จริงไหมคุณสะใภ้คณะ”


“มึงมัน” ผมนึกหาคำมาด่าไม่ถูก ยิ่งเห็นแววตาพราวระยับของพาร์ยิ่งหงุดหงิด


ไอ้คนเจ้าเล่ห์!


นี่ผมเสียรู้โดนคนสวมหนังลูกหมาน้อยหลอกมานานแค่ไหนแล้ววะเนี่ย


“เงื่อนไขที่สองหลังมึงสวมกำไลแล้ว กูจะเริ่มจีบมึงอย่างจริงจัง”


“จีบเรอะ!


พาร์พยักหน้า ไม่สนใจสีหน้าตื่นตระหนกของผม “และเงื่อนไขที่สาม มึงไม่มีสิทธิ์หนีกูแบบครั้งนี้อีก ต่อให้เขินจนตายก็ห้ามหนีเด็ดขาด


“ฮะ!” ผมอ้าปากค้าง


“นี่คือสามเงื่อนไขของกู”


“มึงโกงกูนี่หว่า” ผมรีบแย้งทันที “เงื่อนไขมึงยาวกว่าของกูตั้งเยอะ!


“ก็ใช่ แล้วไง ในเมื่อมึงมีเงื่อนไขสามข้อคือ ห้ามรุก ห้ามจีบ ห้ามกดดัน ถูกไหม?”


“ไอ้ไอ้” ผมข่มอารมณ์ทั้งทีอยากด่ามันเจ็บๆ แสบๆ “แล้วนับรวมเป็นเงื่อนไขเดียวไม่ได้หรือไง”


“รุกหรือรุก จีบก็คือจีบ กดดันก็อีกเรื่อง”


สุดจะทน ผมเตะขาใส่มันทางใต้โต๊ะไปเต็มแรง ไอ้คนที่ควรเจ็บหน้าแข็งแค่นิ่วหน้าเล็กน้อย ไม่หลุดเสียงร้องอย่างที่ผมต้องการออกมาสักแอะ จนคนกระทำอย่างผมคันเท้ายิกๆ อยากออกแรงเตะอีกทีเป็นบ้า


“รับปากกูได้ยัง?”


ยังมีหน้ามาทวงคำตอบอีก!


“กูมีคำถาม” พาร์พยักหน้าให้ “ถ้าแค่ถอยไปตั้งหลักล่ะ?”


“ไม่ได้”


“ถ้าขอเวลานอกล่ะ?”


“ไม่ให้”


ผมยิ้มเครียด “กูตอบได้แต่ รับปาก ใช่ไหม”


“ใช่”


ผมทำหน้ายุ่งทันที รู้สึกเสียเปรียบพิลึก ในเมื่อปฏิเสธไม่ได้ก็ต้องหาทางทำให้ตัวเองได้เปรียบบ้าง หลังครุ่นคิดอย่างจริงจังจนเห็นแสงที่ปลายทาง ผมรีบคว้าสิ่งนั้นไว้แล้วคิดต่อยอดไปเรื่อยจนได้แผนการบางอย่างมา คิดจนถี่ถ้วนดีแล้ว ค่อยกระแอมไอเรียกความสนใจจากพาร์ที่รอคำตอบผมอยู่อย่างใจเย็น


“กูยอมรับปากก็ได้ แต่


พาร์พ่นลมหายใจ พูดขัด “ขอกูดีใจเกินหนึ่งวิก่อนได้ไหม”


ผมหัวเราะคำบ่นของมัน “เอาน่า ฟังกูก่อน ถ้าคิดจีบเพื่อน มึงต้องยินยอมรับความเสี่ยง”


เสี่ยงแบบไหน?”


“สูญเสียที่ยืนในฐานะเพื่อน”


พาร์เลิกคิ้ว “แล้ว?”


“เมื่อเสียพื้นที่เดิมไป มึงถึงสามารถสร้างพื้นที่ใหม่ให้ตัวเองได้ ไหนๆ มึงก็ขอเริ่มต้นจีบกูแล้ว คงไม่ว่าถ้าถึงเวลานั้นกูจะถีบมึงออกจากสถานะเพื่อน”


เกินไปไหม”


“ถ้ามึงอยากอยู่ในพื้นที่เพื่อนต่อไปก็ได้” ผมทำหน้าช่วยไม่ได้ใส่ “แต่อย่าทำตัวเป็นมดแดงแฝงพวงมะม่วงแล้วกัน”


พาร์จ้องผมเขม็ง “แค่นี้?”


ผมไม่ตอบ แต่ถามกลับยิ้มๆ “มึงจะได้รถคืนเมื่อไหร่?”


“รถกูที่ให้พ่อยืม?”


“เออ”


“รอรถพ่อซ่อมเสร็จอีกประมาณหนึ่ง


พาร์หยุดพูดกะทันหัน หรี่ตามองมา ผมคลี่ยิ้มสู้กลับ แต่ซ่อนรอยยิ้มกริ่มไว้ในใจ


“นี่มึงคงไม่


“อย่างที่มึงคิดนั่นแหละ” เว้นจังหวะให้มันหงุดหงิด ก่อนอธิบายต่ออย่างมีความสุข “อีกหนึ่งเดือนหลังได้รถคืน มึงต้องกลับไปนอนบ้านตัวเองอยู่ดี ถือเป็นจุดสิ้นสุดและจุดเริ่มต้นของเราเลยแล้วกัน แต่กูไม่ใจร้ายขนาดนั้น เลยจะให้เวลาหนึ่งอาทิตย์เริ่มจากวันที่มึงกลับไปนอนบ้าน ลองกลับไปคิดทบทวนอีกทีว่าจะเอายังไงต่อ”


“แค่นี้ใช่ไหม”


“กูยังพูดไม่จบ” ผมมองหน้าพาร์ยิ้มๆ “ช่วงหนึ่งอาทิตย์ที่ว่า จะไม่มีการติดต่อหรือเจอหน้ากัน”  


“ที!


“ฟังให้จบก่อน” ผมพูดดุ รีบอธิบายต่อก่อนใครบางคนทนไม่ไหว “ลองหายไปจากชีวิตของกันและกันสักอาทิตย์ จะได้ทบทวนความรู้สึกตัวเองได้ดีขึ้น หลังครบหนึ่งอาทิตย์ มึงจะเลือกทางไหนก็เรื่องของมึง จะเป็นเพื่อนกันต่อ หรือจะจีบกูก็ได้ทั้งนั้น”


“มึงห้ามหนีตามเงื่อนไขกู”


ผมนิ่งไปนิด ก่อนพยักหน้า “ได้ ตามเงื่อนไขมึง”


พาร์มีสีหน้าดีขึ้น “หมดแค่นี้ใช่ไหม”


“แค่นี้แหละ แต่


“กูเกลียดคำว่า แต่ของมึง”


ผมขำ “กูแค่จะเตือนส่งท้ายเฉยๆ ถ้ามึงไม่อยากฟังก็ไม่เป็นไร”


“ฟังอยู่”


ผมกลั้นหัวเราะเต็มที่ แต่เสียงพูดก็ยังสั่นอยู่ดี “เวลาจะจีบใคร อย่าลืมเข้าหาอย่างเหมาะสม เพราะถ้าพลาดคะแนนที่ควรทำได้ นอกจากไม่มีแล้ว อาจติดลบอีกต่างหาก กูเตือนแค่นี้แหละ หวังว่ามึงจะเข้าใจ”


“มึงมันแสบ!


ผมลอยหน้าลอยตาตอบรับ “ขอบคุณที่ชม” 


“รอกูตรงนี้เดี๋ยว!


ผมมองพาร์ลุกพรวดท่าทางหัวเสียสุดๆ อย่างอารมณ์ดี จะไม่ให้อารมณ์ดีได้ไงในเมื่อผมเป็นฝ่ายพลิกกระดานกลับมาได้เปรียบอีกครั้ง


“เอ่อที


ผมที่ยังมีรอยยิ้มเต็มหน้าหันไปมองไอ้ยำ มันทำหน้าชั่งใจ หย่อยก้นนั่งเก้าอี้ข้างผม พร้อมถาม


“มึงอยากไปหาหมอไหม กูพาไปได้นะ”


“ไปหาทำไม”


“ก็มึงท่าจะบ้า!


ผมโบกหัวคนพูดไปหนึ่งที “กูปกติดีโว้ย แล้วเชนล่ะ?”


คนเจ็บลูบหัวปรอยๆ แววตาจ้องจับผิดไม่เลิก แถมยังสื่ออีกว่าแล้วเมื่อกี้หมาตัวไหนไปตะโกนในห้องน้ำ อยากบอกเหลือเกิน ลืมๆ มันไปเหอะ


“โดนพาร์ลากออกไปเมื่อกี้ เห็นถามหาร้านคอมอะไรสักอย่าง”


ร้านคอม? 


ในใจนึกสงสัย แต่ปากกลับพูดแซวอีกเรื่อง “อ้อ มึงเลยกลับมานั่งกับกูว่าแต่ไปคุยกับเชนสองต่อสองในห้องน้ำแบบนั้น มึงไม่กลัวโดนพี่ภูฆ่าเอาเรอะ”


“ฮะ? มันจะฆ่ากูทำไม?”


“หึงโหดไง” ผมขำ


ยำหัวเราะทันที “มันเนี่ยนะจะหึงกู ไม่มีทาง”


ผมชะงักกึก รู้สึกเหมือนเดจาวู พอนึกย้อนกลับไปก็เหงื่อตก อ่า ผมชักเข้าใจอะไรบางอย่างแล้วสิ เพราะตอนนี้รู้สึกสงสารพี่ภูตงิดๆ และแอบสงสารพาร์ก่อนหน้านี้ด้วยคนไม่รู้ไม่ผิดนะมึง


“แล้วพวกมึงคุยอะไรกันตั้งนาน จริงจังจนพวกกูไม่กล้าเข้ามาขัดจังหวะ ได้แต่ยืนมองอยู่ห่างๆ”


“อ้อ ก็แค่ข้อตกลงร่วมกันในอนาคต”


กึก!


ยำปล่อยขวดน้ำในมือหล่นบนโต๊ะกลิ้งมาทางผม มาได้จังหวะ รีบคว้าไว้สิครับกำลังคอแห้งพอดี เปิดฝายกดื่ม ไม่สนใจสีหน้าเพื่อนที่กำลังตื่นตะลึง


“มะมึง”


“หือ?”


“มึงทำกูพูดไม่ออกเลยวะ”


“ฮะ?”


ยังไม่ทันได้ถาม ข้าวกะเพราหมูไข่ดาวของพาร์ก็มาเสิร์ฟที่โต๊ะพอดี กลิ่นหอมยั่วยวนใจมาก


“ของใคร?”


“ของกู”


ผมรีบหันไปสั่งอีกจาน ดึงจานข้าวมาไว้ตรงหน้า “รอจานใหม่แล้วกันนะ จานนี้กูขอ”


“ตะกละวะ!


ผมทำหูทวนลม ตักข้าวใส่ปากอย่างมีความสุข อร่อยอย่างที่คิดเลยครับ กว่าพาร์จะกลับมาข้าวกะเพราก็ลงไปอยู่ในท้องผมหมดแล้ว และจานที่พึ่งสั่งใหม่กำลังมาเสิร์ฟพอดี


“เซ็นชื่อซะ”


พาร์พูดเสียงเย็น ยื่นกระดาษสีขาวขนาด A4 มาให้พร้อมปากกาไม่สนใจสีหน้างงงวยของผมเลย


“อะไร?”


“อ่านดูเอาเอง”


พูดจบมันก็จับมือผมวางกระดาษสองใบให้ แล้วหันไปสนใจข้าวกะเพราที่กินค้างไว้


พึ่งปรินต์ออกมาล่ะมั้ง กระดาษยังอุ่นอยู่เลย หมุนกระดาษให้กลับมาอยู่ในแนวอ่านง่าย เลื่อนสายตาดูอักษรแถวบนสุด อยู่กึ่งกลางหน้ากระดาษพอดี  


บันทึกข้อตกลง


บรรทัดต่อมามีระบุชื่อจริงของผมกับพาร์ในฐานะผู้ทำข้อตกลงร่วมกัน ถัดมาเป็นรายละเอียดที่พวกผมคุยกันเมื่อกี้ครบทุกประเด็น แต่แบ่งเป็นข้อๆ สรุปรวบรัดให้เข้าใจง่าย สุดท้ายเป็นส่วนให้ลงชื่อสี่คน ผู้ทำข้อตกลงสองคน และพยานอีกสองคน


ผมละสายตาจากเอกสาร มองพาร์ที่เคี้ยวข้าวแก้มตุ่ย แววตามองมาเหมือนรอให้ผมถาม


วิธีการแก้เผ็ดสมเป็นพาร์จริงๆ ถึงผมไม่ได้เรียนกฎหมายเหมือนมัน แต่เคยเห็นเอกสารบันทึกข้อตกลง MOU (Memorandum) นะครับ (จากพวกเอกสารที่คุณปู่กับลุงนิกขนกลับมาอ่านที่บ้าน) ตอนเด็กเคยถามเหมือนกันแต่ดันจำคำตอบได้แค่นิดหน่อย ที่จำได้แม่นก็เรื่องเอาไปฟ้องได้ถ้าอีกฝ่ายไม่ปฏิบัติตามข้อตกลงหรือไงนี่แหละ ในเมื่ออยากให้ถามนัก ผมถามก็ได้


“ถึงขั้นต้องทำสัญญากันเลยเหรอ?”


สีหน้าพาร์เปลี่ยนไปเล็กน้อย แต่เพราะเคี้ยวข้าวอยู่เต็มปาก เลยสะกิดเชนที่นั่งข้างๆ ให้ช่วยพูดแทน


“ไม่ใช่สัญญา มันไม่มีผลบังคับใช้ตามกฎหมายโดยตรง ถ้าให้อธิบายง่ายๆ คือดีกว่าสัญญาปากเปล่า เพราะอย่างน้อยก็มีลายลักษณ์อักษรเก็บไว้เป็นหลักฐาน”


ผมมองพาร์อีกครั้ง ถามเสียงเศร้า “ไม่เชื่อคำพูดกูเหรอ?”


“ไม่ใช่!


คราวนี้พาร์ที่รีบกลืนข้าวลงคอว่า ออกอาการลุกลี้ลุกลนให้ผมแอบยิ้มในใจ


“มันก็แค่บันทึกช่วยเตือนความจำ เผื่อเกิดฝ่ายไหนลืมหรือจำผิดพลาดขึ้นมาจะได้เอามาโต้แย้งกันได้อย่าคิดมาก” ท้ายเสียงอ่อนลงสุดๆ “กูยอมรับก็ได้ว่าไปทำเจ้านั่นมา เพราะหมั่นไส้มึงล้วนๆ”


ก็แค่นั่น


“ก่อนเซ็นชื่อ กูมีคำถาม”


“ถามมาสิ”


“ถามไปมึงจะตอบไหม?”


“ลองถามมาก่อน”


“มึงตัดสินใจแน่แล้ว?”


“เรื่องอะไร?”


“เรื่องของกู”


“นี่กูยังแสดงออกไม่ชัดเจนพออีกเรอะ!


อยากบอกพอแล้วชะมัด แต่อีกใจก็อยากรู้ให้แน่ชัดไปเลย “ก็กูสงสัยว่ามึงยังเหลือความลังเลอยู่หรือเปล่า”


“เอ่อขอพวกกูหลบไปก่อนได้ไหม?” เชนพูดแทรกกะทันหัน “ถ้าอยากได้ตัวพยานเมื่อไหร่ ค่อยกวักมือเรียกแล้วกัน”


เชนรีบลุกขึ้นดึงแขนยำให้รีบหลบออกมา พ้นคนนอก พาร์ก็รีบยิงคำถามใส่


“หมายถึงลังเลเรื่องไหน?”


“กูเป็นผู้ชาย”


“รู้แล้ว” พาร์ทำหน้ายุ่ง “เอางี้ ยื่นหูมานี่เดี๋ยวกูจะพูดอะไรให้ฟัง ไม่ต้องมองอย่างนั้น กระซิบก็คือกระซิบ ไม่หลอกหอมแก้มหรอกน่า”


ผมลังเลชั่วครู่หนึ่งก็ยอมโน้มหน้าไปหา ปล่อยพาร์ขยับมากระซิบข้างหู


“ตั้งแต่กูเก็บมึงที่เป็นผู้ชายไปฝันเปียก ความลังเลก็หายไปเยอะแล้ว”


ผมรีบผละออกห่าง มองมันหน้าตื่น “พูดจริง?”


“เรื่องแบบนี้โกหกได้ด้วย?”


“ตะตั้งแต่เมื่อไหร่?”


“มึงน่าจะรู้”


ผมย่นคิ้ว หวนนึกย้อนอดีตไปเรื่อย จนมาสะดุดช่วงที่เคยคุยกันบนรถ “ทะ ที่มึงบอกว่าลุกไปเปิดคอมหาข้อมูล แล้วกูเดาว่ามึงหาข้อมูลเรื่องบนเตียงกูเดาถูก?”


แววตาพาร์บอกชัดเจนว่าใช่ “รู้ไหมทำไมกูต้องหา”


“จะไปรู้เรอะ!


“เพราะตัวกูในฝันดันถามมึงในช่วงกำลังเข้าเข็มเข้าด้ายว่าต้องทำยังไงต่อ มึงเลยโมโหยันเท้าใส่เต็มท้อง กูเลยพลัดตกเตียงตื่น”


ทะแม่งๆ นะครับ นี่มันคงไม่


ผมรีบยกมือขอเวลานอก “กูขอถามอะไรหน่อย สมมุติว่าถ้าเราคบกัน มึงจะอยู่ฝ่ายไหน?”


“ฝ่ายอะไร?”


ผมลดเสียงลง “รุกหรือรับ”


“รุกอยู่แล้ว” ผมอ้าปากจะพูดบางอย่าง แต่ดันโดนพาร์พูดขัดได้เจ็บแสบมาก “และกูมีปัญญาจับมึงทำเมีย”


ไอ้บ้านี่!


ผมยังจำคำพูดที่เคยหลุดปากบอกเล่นๆ ออกไปได้ และไอ้คนฟังก็พึ่งพูดย้อนกรีดแทงกันได้เลือดซิบๆ สุดท้ายก็ทำได้แค่กัดฟันกรอด หลังสูดหายใจเข้าออกระงับอารมณ์พลุ่งพล่านค่อยเอ่ยถามด้วยความข้องใจสุดๆ


“กูขอถามหน่อย วันนี้มึงไปโดนใครกล่อมประสาทมาหรือเปล่า?”


ทำไมถามแบบนี้?”


“เพราะพฤติกรรมมึงเปลี่ยนไปจนกูตั้งรับไม่ทันน่ะสิ!


“อ้อไม่มีหรอก”


“แต่กูว่ามี หรือผู้ปกครองสองคนของกูสอนอะไรมึงมา”


พาร์หัวเราะทันที “ถ้าอยากรู้ กูเล่าให้ฟังก็ได้แต่ต้องมีข้อแลกเปลี่ยนกันหน่อย”


ผมหรี่ตามองพาร์ “จะเอาอะไร?”


“ตอนนี้นึกไม่ออก ติดไว้ก่อนแล้วกัน”


ผมชั่งใจสักพักก็ยอมพยักหน้า “แต่คำขอของมึงต้องอยู่ในขอบเขตที่กูยอมให้ได้”


“ได้”


“งั้นก็เล่ามาได้แล้ว”


“หลังมึงหายไปเกือบชั่วโมง ลุงนิกก็มาชวนไปนั่งรถเล่น ทากะซังตอบตกลง แล้วลากกูออกไปด้วยกัน อ้างเหตุผลว่ากูรู้จักทางดีกว่าคนพึ่งกลับมาอย่างลุงนิก แถมช่วงหลังๆ ทากะซังก็ไม่ค่อยได้อยู่ไทย กูเลยได้ขึ้นไปนั่งเป็นตุ๊กตาประดับที่เบาะหลัง”


“นั่งรถเล่นเนี่ยนะ?”


ผมทวนอย่างไม่เชื่อ ก็ลุงผมชอบอยู่บ้านอ้อนเมียอะแฮ่ม ผมหมายถึงชอบอยู่บ้านสบายๆ มากกว่า


“อื้อ แต่เป้าหมายแท้จริงคือการออกไปตามหามึง”


ความรู้สึกผิดเริ่มมาเยือนหลังรับรู้ว่าทำให้ผู้ปกครองทั้งสองเป็นห่วง เหลือบมองพาร์ นึกถึงตอนโดนดึงแก้มก็ถอนหายใจ มันคงทั้งโกรธทั้งเป็นห่วงเหมือนกัน 


“กูเลยได้รู้อะไรดีๆ มาเพียบ”


หือ?


“อย่างเช่น สถานที่ชอบไปของใครบางคน ของที่ชอบมาก ของที่กลัว หรือแม้แต่เรื่องเล็กๆ น้อยๆ ที่ถ้าไม่ใช่คนเลี้ยงมากับมือก็คงไม่รู้ แล้วยังมีฉากสวีทหวานให้กูเห็นเป็นระยะอีก สองคนนั้นไม่แคร์สายตาคนรอบข้าง แรกๆ กูแทบอยากจะมุดหน้าซุกพื้นหนี แต่เวลาผ่านไปกูก็เขินน้อยลงเรื่อยๆ จนช่วงหลังกูมองพวกเขาสวีทกันได้ด้วยซ้ำ”


ฟังถึงตรงนี้ผมก็ยกมือกุมขมับ นี่เอง ที่มาความหน้าทนเหมือนโบกด้วยซีเมนต์ของพาร์ในวันนี้ 


“แถมสองคนนั้นยังชอบหลุดพูดเรื่องอดีตของตัวเองทั้งสมัยที่เริ่มจีบใหม่ เริ่มคบ หรือช่วงทะเลาะกันให้ฟังอีกต่างหาก”


แล้วทำไมไม่ค่อยหลุดให้ผมฟังเยอะๆ บ้างเล่า!


“วันนี้กูเลยได้ข้อคิดมาหลายอย่างมิน่า เขาถึงว่าเรื่องจากอดีตคือการเรียนรู้อย่างหนึ่ง” พาร์ยิ้มให้ผม “กูชอบนะ เวลาอยู่กับผู้ปกครองมึงเหมือนได้เปิดหูเปิดตาดี”


มองรอยยิ้มกริ่ม แววตาพราวระยับไม่น่าไว้ใจ ผมก็รู้ตัวทันทีพลาดแล้วครับ อย่างแรงด้วย ไม่น่าปล่อยพาร์ไว้กับผู้ปกครองผมเลย แค่วันเดียวถึงกับทำให้หมาน้อยเติบใหญ่ได้ขนาดนี้ แล้ววันที่เหลือจะไม่ยิ่งกว่านี้เรอะ


ยิ่งคิดผมก็ยิ่งเหงื่อตก  


“อีกอย่างกูว่าจะเลิกลังเล กังวล หรือสับสนเกินเหตุแล้ว ในเมื่อความสุขอยู่ตรงหน้า ถ้าไม่คว้าไว้ในช่วงที่คว้าได้ แล้วปล่อยผ่านไป คนเสียใจที่สุดก็คือตัวเราเอง” พาร์เว้นจังหวะแล้วเอ่ยถาม “มึงว่าจริงไหม?”


ผมคิดตาม แล้วพยักหน้ายอมรับ “จริง”


“งั้นก็เซ็นชื่อได้แล้ว”


“เออๆ แต่ขออ่านทวนอีกรอบก่อน”


ผมกวาดตาไล่อ่านใหม่อีกรอบ ตรวจดูทั้งสองแผ่นว่ามีตรงไหนผิดพลาดหรือเปล่า หูก็ได้ยินเสียงเชนที่พึ่งเดินกลับมาบ่นยางคาง “ไหน จะให้ช่วยเซ็นอะไร ส่งมาเลย”


“รอพวกกูเซ็นชื่อก่อน”


เสียงลากเก้าอี้สองตัวดังขึ้นใกล้ๆ เงียบกันสักพักก็ได้ยินเสียงเชนอีก


“กูว่าในอนาคตคงมีบันทึกข้อตกลงฉบับที่สอง สาม สี่ออกมาอีกแหงๆ ไฟต์กันแบบแปลกๆ นะพวกมึง”


เหอะๆ


ผมดูเอกสารจนแน่ใจค่อยจรดปากกาเซ็นชื่อลงไปในฐานะผู้ทำข้อตกลง แล้วส่งให้พาร์เซ็นชื่อต่อ มีพยานคือเชนกับยำด้วยสามเหตุผล ใกล้ตัวที่สุด แถมฝ่ายหนึ่งเพื่อนของผม อีกฝ่ายก็เพื่อนของพาร์ และอยู่ในเหตุการณ์ลงชื่อของพวกผมพอดี


หลังมีลายเซ็นครบถ้วนเรียบร้อย ผมก็ได้กลับคืนมาใบหนึ่ง มองกระดาษแผ่นนั้นด้วยแววตาปลงตกอยากรู้จริงๆ มีใครโดนเล่นงานด้วยวิธีนี้เหมือนผมบ้าง คิดส่วนคิด มือก็พับกระดาษเก็บใส่กระเป๋าตังค์เรียบร้อย


ไว้กลับบ้านค่อยหาที่เก็บใหม่แล้วกัน


พอเงยหน้าขึ้นมาก็เจอรอยยิ้มจากพาร์ก่อน พอเบือนหน้าหลบก็เจอยำกำลังจ้องมาด้วยแววตาแปลกๆ


“อะไร?”


“มึงทำกูทั้งอึ้งทั้งทึ่งได้ทุกครั้งเลยวะ กูเลยว่าจะเอาอย่างมึง”


“หมายความว่าไง?”


“ก่อนขึ้นไปหาพี่ภู เราแวะร้านคอมกันก่อนเถอะ กูอยากไปทำเอกสารเหมือนของพวกมึง”


------------------------------------------------------

Talk: 01/03/2016

เราคำนวณพลาดค่ะ ใครรอเจอพี่ภู บทหน้าออกแน่ค่ะ (ถือโอกาสให้เฮียแกพักรักษาตัวยาวๆ แล้วกันค่ะ555) 

มีนักอ่านสนใจเกินคาดค่ะ เราเลยมาลงตรงนี้ด้วย ใครสนใจก็เชิญร่วมสนุกกันได้นะคะ

Q: มาวัดความเป็น SM ในตัวกัน

1. สมมุติว่าไปร้านดอกไม้ เห็นกุหลาบแดงกับกุหลาบขาว จะเลือกกุหลาบสีอะไรมาจัดช่อดอกไม้เอ่ย? (เลือกสีกุหลาบค่ะ)

2. แล้วจะเลือกดอกกุหลาบจำนวนเท่าไหร่ดี? (มีตัวเลข 1 ถึง10 ให้เลือกค่ะ)




A: 

ถ้าเลือกกุหลาบสีแดง >>> คุณอยู่ในสาย S ค่ะ ซาดิสม์คือวีถีทางของคุณ  

ถ้าเลือกกุหลาบขาว >>> คุณอยู่ในสาย M ค่ะ มาโซคิสม์นี่แหละคุณเลย

ถ้าเลือกกุหลาบทั้งแดงและขาว >>> ยินดีด้วยค่ะ คุณมีซาดิสม์และมาโซคิสม์อยู่ในตัว (555) 

ส่วนจำนวนตัวเลขคือวัดระดับความเป็น SM ของคุณ >>> เลข1 คือคุณมีความเป็นSMน้อยที่สุด ส่วนเลข10 คือคุณมีความเป็นSMมากที่สุด ตัวเลขระหว่าง 1-10 ก็ตามค่าสูงสุดต่ำสุดค่ะ เช่น ได้ 3/10 มาแสดงว่าความเป็นSMของคุณอยู่ในระดับสาม เป็นต้น 

ของเรา >>> ได้มาโซคิสม์ (5/10) มาค่ะ 555 แล้วนักอ่านล่ะค่ะได้อะไรกันบ้างเอ่ย?

เจอกันใหม่ตอนนหน้านะคะ

ป.ล. ที่มาของคำถาม: จากการ์ตูนวายค่ะ จำชื่อเรื่องไม่ได้แล้ว (ยิ้มแห้ง)  

06/03/2016 - แก้ไขคำผิด

-----------------------------------------------------

ช่วงตอบคอมเม้น 

ใครที่คอมเม้นมาวันนี้ (1มีนา) เป็นต้นไป ต้องรอท้ายบทตอนหน้านะคะ (อันนี้เป็นคอมเม้นตั้งแต่วันที่ 24 ก.พ. ค่ะ)


me_paper - (20) ขอบคุณค่ะ (ยิ้ม) / ตอนแต่งบทนั้นเราก็ฟังเพลงไป เขียนไปเหมือนกัน 555


Fon Chanoknunt - 555+ / รอบุกพี่ภูตอนหน้าเนอะ / ตอนที่แล้วได้เลือกดอกกุหลาบสิบดอกเลือกสีแดงจัดช่อเดียว อื้อหือ สายเอสเต็มขั้นเลยนี่น่า


sirintipize - (37) คงได้คำตอบว่า No มาแน่ๆ ค่ะ 555 / (38) ใช่เลย / 555+ / รอตอนหน้าเนอะ ^^


จอมเวทย์ที่ถูกลืม - 555 / ดูเหมือนไปครูพักลักจำจากคู่ลุงนิกมาค่ะ 555


sss779 - โบกธงเชียร์ด้วยคน 


Choikim Hanna - เนอะ 555


ลีลีข้าวสาร- - พัฒนาการนี้เพื่อเธอ 555 (ต้องขอบคุณทากะซังกับลุงนิกน่ะเนี่ย) / ช่ายๆ / กุหลาบขาวสามดอก โอ้ น้อยกว่าเราแค่สองระดับเอง 555


Mammy Sentereza - (13) ขอบคุณค่ะ (ยิ้ม) / 555+ / (14) น้องน้ำน้องเบอร์รับอยู่แล้วค่ะ / (16) เนอะ / (18) ช่ายๆ / (20) ถึงขั้นร้องไม่เป็นภาษาเลยหรือนี่ 555


InFiniTe'L - ช่ายเลย555


>haruhi - ปักป้าย 'เห็นด้วย' 555


Peaw - ขอบคุณค่ะ / มาต่อแล้วน้าาา (ยิ้ม)


NeNe - (34) 555 / นั่นสิค่ะ ผลประโยชน์เข้าพาร์เต็มๆ / ช่ายๆ / หึๆๆ  / (35) 555 / เจ็บตัวทั้งคู่ค่ะ แต่พาร์เจ็บกว่า / ช่ายๆ / ควันเลยออกหูไงค่ะ 555 / (36) ปักป้าย 'เห็นด้วย' / แต่ยำก็น่าสงสารจริงๆ นั่นแหละค่ะ / (37) เนอะ / ช่ายๆ / นั่นสิ / เจ็บนี้อีกนาน555 / อาจจะขอเป็นลูกสะใภ้ก็ได้ค่ะ 555 (น่าจะไม่มีระบุไว้ค่ะ) (38) จริง / คาดว่าทัศนคติคงเปลี่ยนหลังเห็นคู่เรียลรุ่นใหญ่มาค่ะ (ฮา) / ชูป้าย 'ช่ายๆ' / สองบทล่าสุดทีก็ดูเคะจริงๆ นั่นแหละ 555 / ปักป้าย 'เห็นด้วย' 555 / ใช่นะ (ฮา)


( . * M o O Y o N g * . ) - (35) เนอะ / (38) ช่ายๆ / ต้องขอบคุณลุงนิกด้วยค่ะ 555 / เหมืนประวิงเวลาได้หนึ่งเดือนนะคะ (ฮา) / ยินดีด้วยค่ะ / ตอนนี้ยังไม่มีแผนเลยค่ะ ต้องรอเรื่องของจิ้งจอกน้อยจบก่อนค่ะ แล้วจะยังไงค่อยว่ากันอีกทีค่ะ


Kuroko Tetsuya_kun - (12) 555 / (13) ยังไม่เฉลยค่ะ (เฉลยช่วงที่พาร์กับทีเข้าปีใหม่ค่ะ) / (14) 555  /  (18) เป็นหมูตัวน้อยๆ ติดของหวานค่ะ 555


FF_mama_wiwi - ใช่ๆ ดาเมจรุนแรงทีเดียว (ฮา) / ถ้าอยากมีเมีย พาร์ก็ต้องยอมเข้าสมาคมกับลุงนิกค่ะ555 / จากบทล่าสุดเหมืนจะสูสี่นะ555


Zuba1234 - (37) คะแนนนี่ไม่แน่ใจ แต่ความลับได้ไปเยอะทีเดียวค่ะ / (38) พาร์ของพวกเราผ่านการอัพเกรดแล้วค่ะ 555


ปีศาจสีเงิน - ปักป้าย 'เห็นด้วย' 


..miran.. - ทีถึงกับไปไม่เป็น หนีเข้าห้องน้ำเลยทีเดียว 555


Lucky Froy - 555+ / โอ๊ะ หนึ่งในแฟนคลับพาร์ใช่ไหมเนี่ย (ขำ)


PRF •_• - ตอนที่แล้วเลือกกุหลาบแดงใส่ช่อสีขาว ช่อละ7ดอก สรุปคือเจ็ดดอกสีแดงเนอะ สายเอสระดับเจ็ดนี่น่า 555 / รอนานหน่อยนะ / ช่าย / 555 / พาร์ไม่โหดนะ พาร์ออกจะน่ารัก 555


TNK03 - ปักป้าย 'เห็นด้วย' 555


เกริด้า(๐-*-๐)v - 555 / แต่เชนก็เลือกถูกคนนะ (ฮา) / นั่นสินะคะ / ปักป้าย 'เห็นด้วย' สงสัยจะโดนพวกลุงนิกล้างสมองมา555


เรนเดล - ถ้าพี่ภูไม่ไปล้ำเส้นที น่าจะไม่เจ็บตัวเพิ่มแล้ว 555


อวยพร รักจิงไม่ติงนัง - ปักป้าย 'เห็นด้วย' แต่ดูทีจิ น่าขัดใจจริงๆ เลย เฮ้อ


เนรุ - รอบทหน้าเนอะ / ช่ายๆ / 555 / จับจิ้งจอกน้อยทำข้อตกลงเรียบร้อยแล้วค่ะ 555


ใต้ร่มเงา - เนอะ / 555 / อ่า / เล็กๆ ก็ยังดีค่ะ ตอนนี้พี่ภูต้องการกำลังใจ 555


berry kiki - 555+ / ชอบพี่ภูแบบนี้เป็นมาโซใช่ไหมเนี่ย 555


Som O Usanee - ความซวยกำลังคืบหน้าไปหาพี่ภูช้าๆ / 555 / ตอนหน้าก็เฉลยแล้วค่ะ / ถึงขั้นให้ผู้ปกครองไปขอคุกกี้เลยทีเดียว 555 แต่พอโตขึ้นมากลับตรงข้ามซะนี่ เฮ้อ


นพวรรณ ไทยเจริญ - ไม่ได้อยู่ส่วนในของบ้านเลย แต่อยู่เป็นส่วนเกินของผู้ปกครองทีแทน 555 / นั่นสิเนอะ 555 / เหมือนเก็บกดหลังเป็นส่วนเกินมาทั้งวัน (ฮา) / 555


poonroam34 - เห็นด้วยๆ 555


The_Fear - มีพัฒนาการแล้วดีใจ 555 / ปักป้าย 'เห็นด้วย


ภัทร์ภู ไคท์ - ช่ายๆ / จะฝากไปบอกพาร์ให้นะคะ 555


My-Tran Riss - มาต่อแล้วน้า


ThePrikPanther - ปักป้าย 'เห็นด้วย' 555


mukmixdada - อ๊ะ เราก็ชอบประโยคนี้ 555 / 555+ / ขอบคุณค่ะ (ยิ้ม)


saiiiiiii - ช่ายๆ หายากเนอะ


อิงะเดะมอ - ถ้าอยากเป็นนายพรานต้องไปเรียนกับพี่ภู แต่อย่างพาร์คงไม่ไปเรียนหรอก มีสูตรดักจับจิ้งจอกของตระกูลหมาป่าอยู่นี่น่า 555


Alligatorbus - ใช่ๆ แต่บทล่าสุดเริ่มเปิดเผยความเจ้าเล่ห์แล้วนะ 555


Keen Alexis - ระวังหมอนขาดนะ 555


กองฟางข้าวk-f-k - ปักป้าย 'เห็นด้วย' / มารอดูกันเถอะค่ะ ถึงพี่ภูจะมาช้าไปบทหนึ่งก็เถอะนะ


นี่เฮียไงจำไม่ได้หรอ? - แอบเห็นด้วยตงิดๆ 555


nong2547 - จากบทล่าสุดเราว่าสูสี่นะ 555 เคี้ยวกันไม่ลง


spy_5555+ - ช่ายยย 555


เหวิ่งเอ๋อ - ขนาดทียังไม่ทน 555


หมูน้อยอ้วนกลม - ใช่แล้ว 555


ΣaѓŁILLUA - ยังค่ะยัง แค่ทำข้อตกลงร่วมกันเอง 555


bassjeedjad - ปักป้าย 'เห็นด้วย' / 555+ 


มีวันไหนบ้างที่ฉันไม่เบื่อ(-_-) - ลางสังหรณ์แม่นมากค่ะ 555 / ช่ายๆ


Whatever it is - ปักป้าย 'เห็นด้วย'


Wipa Poopuak - 555+ มีผู้ร่วมสนับสนุนเยอะเลยค่ะ


อยากรู้ป่าว - ใช่ ไม่ดีต่อหัวใจเนอะ555 / ยำน้อยจะสร้างบันทึกข้อตกลงแล้วค่ะ 555 / ค่ะ (ยิ้ม)


ⓈⒺⒸⓇⒺⓉ (SECRET) - ใช่แล้ว แต่ตอนนี้เจอทีขู่ เลยต้องติดเบรกตั้งหนึ่งเดือน / รอเหมือนกัน / 555 / ป.ล. ชื่อในวงเล็บแค่เผื่อไว้ค่ะ เพราะถ้าดูในแอพจะเห็นเป็นช่องสี่เหลี่ยมกากบาทข้างในค่ะ


นักอ่าน...lnwcool - จะฝากบอกพาร์ให้นะคะ / ช่ายๆ ขอเรียนจากทากะเลย / 555 ไม่กล้าเอาไปบอกทีค่ะ เก็บไว้รู้กันสองคนเนอะ


รอยพิมพ์ - โบกธงเชียร์ด้วย / ใช่ๆ / 555 ไม่รู้ค่ะ รู้แค่ตอนนี้เชนโสดสนิท


p_cosicosi - ช่ายๆ / พาร์จะเจ็บตัวก่อนน่ะสิค่ะ (ฮา) / 555


19301930 - ดีใจที่ชอบค่ะ (ยิ้ม)


drama - นั่นสิ แต่ดันเปิดใจคุยกันอย่างตรงไปตรงมาซะงั้น


pudsar - เอ กับลุงนิกน่าจะได้ตำแหน่ง ผู้ท้าชิงของรักของหวงมากกว่า (ฮา)


แมวน้อยวนิลา - ปักป้าย 'ช่ายๆ'


PreawMaKa - เจ้าตัวยืนยันว่าเป็นมนุษย์นะ 555 / 555+


Dark Diamond - เรื่องผ่านด่านผู้ปกครอง เราคิดว่ายังนะ555 / นั่นสิ โมเมนต์ผิดกันจริงๆ ด้วย (ฮา)


nonichan - ช่ายยย


เจ้าจันทร์จ้าว - 555+ (แอบเห็นด้วยนิดนึง)

------------------------------------------------------

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 88 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,841 ความคิดเห็น

  1. #2800 KiHaE*129 (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 21 กันยายน 2562 / 02:58

    ลุงนิกกับทากะตั้งใจพูดให้พาร์ได้ยินใช่มั้ยนั่น

    #2,800
    0
  2. #2719 ThkTheks (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 19 สิงหาคม 2561 / 10:02
    น้องพาร์มาว่ะ สู้เค้าลูกกกก 555555555
    #2,719
    0
  3. #2650 Mistyblack (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2560 / 10:40
    สาย sm 9/10 อื้อหืออออ
    #2,650
    0
  4. #2572 FairyP718 (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 20 เมษายน 2560 / 17:51
    พาร์ร้ายขึ้นนะ เป็นหมาป่าห่มหนังลูกหมาเหรอ 5555
    #2,572
    0
  5. #2490 Killsun (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 10 เมษายน 2560 / 15:40
    ทั้งSและM ระดับ 9/10 นี่เรามาถึงจุดๆนี้ได้ยังไง//ทำตาลอยๆ...
    #2,490
    0
  6. #2488 yaoiคือชีวิต (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 10 เมษายน 2560 / 14:06
    m ระดับ10 0-0" เราไปขัันนั้นแล้วหรา555555555555
    #2,488
    0
  7. #2195 shshshx (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2560 / 03:01
    ยำน่ารักเฉยเลยยยยย
    ลุกนิกกก นำพาเลูกเขยแล้วนั้น
    #2,195
    0
  8. #2165 MooYY (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 31 มกราคม 2560 / 01:13
    สายM นะพอรู้(ตัว) แต่ระดับ9เลยเหรอเนี่ย
    #2,165
    0
  9. #2144 ♣_Nadiyya_💛 (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 5 มกราคม 2560 / 20:50
    S & M [7/10] จ้า

    บอกเลยสุดยอดไรท์คะคราวหน้าเอารูปสัญญามาดูหน่อยเอาบ้าง จริงๆสมัยก่อนเราก็ทำทำเป็นใบขนาด A5 แล้วลองให้เพื่อนคู่นึงใช้ต่อหน้าเพื่อนคนอื่นดูปรากฏว่ามีคนมาขอซื้อ555 เงินเข้ากระเป๋า//

    เอาเป็นว่าสนุกดีค่ะเราชอบ
    #2,144
    1
    • #2144-1 KatzeP(จากตอนที่ 39)
      8 มกราคม 2560 / 18:29
      555+
      ยากค่ะ พาร์กับทีเขาเก็บไปซ่อนกันที่ไหนแล้วก็ไม่รู้

      แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 8 มกราคม 2560 / 18:29
      #2144-1
  10. #2102 Ann Healy (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2559 / 04:38
    5555555555555555555555555555555555 ยำจะเอาอย่างพาร์ที โฮ้ยยยยย 55555555
    #2,102
    0
  11. #2058 Black Burn (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 24 กันยายน 2559 / 22:18
    S lv.9กันเลยทีเดียว
    #2,058
    0
  12. #1983 baekbow (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 3 กันยายน 2559 / 17:54
    เราว่ากว่าจะถึงเวลาของพาร์ความสัมพันธ์ควรพัฒนาขึ้นแล้วแหละ ช่วงที่ห่างกัน อาจเป็นทีซะเองหรือป่าว ที่จะคิดถึงเขา แต่ถ้าถึงเวลานั้นยังไม่คืบหน้าก็คงเซ็งอ่ะ
    #1,983
    0
  13. #1880 พิรุณสีชาด (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2559 / 21:29
    s ระดับ9//ทำสีหน้าว่างเปล่า...
    #1,880
    0
  14. #1835 milkc (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 4 สิงหาคม 2559 / 23:20
    พาร์สู้ ๆ เราเป็นกำลังใจให้
    ฮิฮิ
    ปล. มาโซ 9 ค่ะ 55555555
    เขิลจังงงง ทำไมเยอะ
    เอ๊
    #1,835
    0
  15. #1600 สาววายไร้ผัวนะเออ (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2559 / 14:28
    ขอบคุณที่แต่งให้อ่านนะคะ
    #1,600
    0
  16. วันที่ 20 มีนาคม 2559 / 18:34
    ทั้ง s ทั้ง m ระดับ9 โหดปายยยยยยยยยยยยย
    #1,219
    0
  17. #1144 ZiDEXiDE (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 6 มีนาคม 2559 / 12:08
    โอ้ ใช้ความรู้ที่เรียนมาให้เกิดประโยชน์ พาร์นี่มันพาร์จริงๆ
    #1,144
    0
  18. #1140 NeNe (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 6 มีนาคม 2559 / 11:32
    ถึงกับทำMOUกันเลยที่เดียวววว//สงสารพาร์จังเลย แต่ไม่เป็นไรพาร์ทนนิดเดียวเดี๋ยวก็รุกได้เต็มที่????????//ลุงนิกจะรู้ตัวมั้ยเนี่ยยยยว่าทำลูกชายลำบากโดยไม่รู้ตัว555
    #1,140
    0
  19. #1133 Getty Snoopy (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 6 มีนาคม 2559 / 10:02
    S ระดับ 9 !! -.,- ขนาดนั้นเลย!!

    ถึงขั้นนี้เลยหราพาร์ แสบๆกันทั้งคู่ แบบนี้ใครกดใครว้าา ? #ทีมพาร์ -.,-
    #1,133
    0
  20. #1096 PuiPui (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 5 มีนาคม 2559 / 18:50
    M ระดับ 9 เฮ้ย!!!!!!!!!!



    ถ้าไม่ติดว่าน้องพาร์ชอบนาง เจ้จะหอบหิ้วทูนหัวไปหาแฟนใหม่ซะเลย ข้อแม้เยอะขนาดนี้อย่าเผลอหึงเผลอหวงพาร์ละกัน เชอะ!

    พี่ภูจ๋าาาา หายไปหลายตอนหายได้แล้วล่ะเนอะ รีบๆมาจัดการน้องยำเมียรักเถอะค่ะตอนนี้นางฟุ้งซ่านกำลังจะบ้าตามเพื่อนนางไปละ
    #1,096
    0
  21. #1093 master-ichiyama (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 5 มีนาคม 2559 / 02:21
    พาร์เหมือนเริ่มเติบโต...คู่นี้ไฟต์กันแปลกจริงๆแต่ก็น่ารักๆ สำหรับพี่ภูเราแอบคิดว่าถ้ายำทำจริงพี่แกอาจจะฉีกกระดาษทิ้งหรือไม่ก็แหกกฎ?
    ไม่รู้อ่ะมารออ่านลุ้นตอนต่อไปดีกว่า
    #1,093
    0
  22. #1092 หมวยตัวกลม (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 5 มีนาคม 2559 / 00:29
    เลือกกุหลาบขาว 9 ดอก...
    มาเข้าเรื่องนิยายดีกว่า ของตอนนี้ชอบโมเม้นของพาร์กับที ที่บอกกับทีว่ากระซิบก็คือกระซิบไม่หอมแก้มหรอก แหมม น่าจะหอมสักฟอด^^
    อ่านไป ภาพนี่มาเต็มหัว อิอิ
    #1,092
    0
  23. #1091 sirintipize (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 4 มีนาคม 2559 / 08:44
    ฮ่า ๆ แอบถูกใจคำพูดเชน คู่นี้ไฟต์กันแบบแปลก ๆ จริง ๆ

    เราคิดว่าพี่ภูคงไม่ยอมทำตามข้อความจากกระดาษหรอกยำ เพราะดูจากพฤติกรรมที่ผ่าน ๆ มาแล้ว เอิ่ม... ถ้าทีคือจิ้งจอก พาร์เป็นหมาป่า พี่ภูคือส่วนผสมเรายกให้พี่ภูเป็นตาเฒ่าทานูกิก็แล้วกัน 5555 (มันจะน่ารักเกินไปสำหรับพี่ภูไหมนะ) แต่ก็ต้องรอดูละเนอะว่าทีจะทำอะไรกับพี่ภู ไม่แน่อาจทำให้พี่ภูยอมยำก็ได้

    ปล. ตอนแรกว่าจะเลือกกุหลาบขาวห้าดอกเหมือนกันค่ะ แต่คิดว่าห้าดอกแย่งกันเด่นกันดัง เลยเลือก กุหลาบขาวเพียงดอกเดียว จะได้เป็นเพียงหนึ่งเดียวที่พิเศษ สรุปคือเรามีความเป็นมาโซน้อยซินะ
    #1,091
    0
  24. #1090 witchbeaming (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 3 มีนาคม 2559 / 13:29
    ฟาดฟันกันมันส์มากอ่ะคู่นี้ แสบทั้งคู่เลย ทั้งพาร์ทั้งที 55555
    #1,090
    0
  25. #1089 Khaosan P. (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 3 มีนาคม 2559 / 11:47
    555+  ไฟต์กันได้น่ารักจริงๆคู่นี้  เริ่มต้นจากศูนย์และพัฒนาความสัมพันธ์กันไปเรื่อย  แต่เพราะมีเหตุผลตั้งแต่แรกถึงได้มาค่อยๆเริ่มเรียนรู้กันทีละนิด  หายากๆ  จริงๆนิยายแบบนี้   เป็นคู่ที่เรียกว่าใช้สมองกันมากเลยทีเดียวออกจะเกินเด็กมหาลัยไปนิดแต่ยังรับได้เพราะชอบความคิดแบบนี้อยู่   ส่วนยำยำอยากทำสัญญาแบบคู่พาร์-ทีซะงั้น  ดูทางแล้วยำจะพลาดท่าแพ้ทางพี่ภูมากกว่า  พลาดมาตั้งแต่แรกแล้วมีแต่ต้องให้ทีช่วยเท่านั้นที่พอจะสู้ได้ไหวไม่โดนเอาเปรียบไปหมดเสียก่อน
    #1,089
    0