[Chonnatee] ชลนที #Boy's Love #จบแล้ว

ตอนที่ 3 : บทที่ 3

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 11,205
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 174 ครั้ง
    30 ก.ค. 59


บทที่ 3


นับจากวันที่ได้คุยกับพาร์ครั้งแรก เวลาก็ผ่านมาสามวันแล้ว  


พอรถติดผมก็ชำเลืองมองเพื่อนร่วมทางที่หลายวันนี้คอยช่วยแชร์ค่าน้ำมัน แถมพ่วงตำแหน่งผู้ช่วยผู้ดูแลน้องทั้งสาม เหมือนมี่คนมาช่วยแบ่งเบาภาระอย่างบอกไม่ถูก แต่วันนี้ผมเห็นพาร์ทำหน้าขรึมตั้งแต่เช้าจนตอนนี้ใกล้จะถึงบ้านก็ยังทำหน้าแบบเดิม


เท่าที่ลอบสังเกตเป็นระยะตั้งแต่ขึ้นรถมา ผมคิดว่าพาร์เหมือนคนครุ่นคิดอะไรบางอย่างไม่ตก


ใจอยากถามจะแย่ แต่กลัวโดนเพื่อนด่ากลับว่าเสือก เพราะผมกับมันพึ่งรู้จักกัน


“มึงจะมองกูอีกนานไหม”


ผมสะดุ้งเมื่อเป้าหมายหันขวับมาสบตาด้วย แววตาของอีกฝ่ายดูกล่าวหาปนระแวดระวัง


“กูไม่ได้มีเจตนาไม่ดีนะ แค่สงสัยเอง”


ผมพูดโผล่ไปแล้วก็แอบมานึกทีหลัง แบบนี้เรียกว่าร้อนตัวชัดๆ จึงพยายามทำหน้านิ่งเฉยให้เห็น


สงสัยอะไร”


“มึงเป็นอะไร”


“กู?” พอผมพยักหน้ายืนยัน พาร์ก็ลดมือที่ชี้ตัวเองลง “ ..ปกติดี”


“คนปกติที่ไหนทำหน้าเครียดตั้งแต่เช้าแบบมึง”


“ไม่ใช่เรื่องร้ายแรงหรอกน่า”


“ไม่ร้ายแรงก็น่าจะบอกกันได้”


พูดจบผมก็นึกอยากเอาหัวโขกพวงมาลัยขึ้นมาทันที จะไปคาดคั้นมันทำไม ไม่ใช่น้องซะหน่อย เพื่อนสนิทยิ่งไม่ใช่ จะโดนหาว่าจุ้นจ้านไหมเนี่ย!


ระหว่างกำลังจะอ้าปากพูดแก้ต่างให้ตัวเอง อีกฝ่ายกลับถอนหายใจพูดออกมาก่อน


กำลังคิดว่ารบกวนบ้านมึงไปต่อไปแบบนี้คงไม่ดี


ผมทำหน้าสงสัย บ้านผมไม่เห็นมีใครเดือดร้อนสักคน พ่อต้องไปรับส่งน้ำอยู่แล้ว เพิ่มเบอร์ดี้ไปคนไม่เห็นเป็นไร ส่วนผมไม่เดือดร้อนเลยสักนิด แถมมันยังช่วยให้ผมมีเวลาว่างเป็นของตัวเองมากกว่าเดิมด้วยซ้ำ


“…ทำไมล่ะ หรือเกรงใจ?”


ก็ทำนองนั้น


ผมขมวดคิ้วพูดท้วงตามที่รู้สึก ไม่ใช่มั้ง ถ้าเกรงใจจริงคงไม่ขอความช่วยเหลือบ้านกูแต่แรก


พาร์พ่นลมหายใจเบาๆ ไม่มีทางเลือกต่างหาก รถพ่อดันเสียตอนเช้าพอดี เลยต้องเอาเบอร์ดี้ฝากไปโรงเรียนกับน้ำ ส่วนกูโดนรั้งตัวไว้หลังจากรู้ว่าเรียนมหาลัยเดียวกับมึง


ถ้าแม่กูไม่รั้ง มึงจะไปมหาลัยยังไง


นั่งวินออกมาขึ้นรถเมล์


ได้ยินแล้วก็เผลอถอนหายใจ ต่อให้อยู่ต่างมหาลัยแม่กูก็รั้งมึงอยู่ดี คงให้ติดรถออกไปถึงถนนใหญ่” 


ทำไม?”


เพราะตอนเช้าคนใช้บริการวินมอเตอร์ไซค์เยอะจะตาย ต้องโทรไปจองคิวล่วงหน้า ถึงโทรไปบอกตอนนั้นก็ต้องรอจนถึงคิวอยู่ดี ช้ากว่ารอออกไปพร้อมกูอีก


พาร์ทำหน้านึกขึ้นได้ “กูลืมไปว่าพื้นที่ทางฝั่งมึงต้องทำแบบนี้”


ผมพยักหน้าเข้าใจ ฝั่งบ้านผมเป็นหมู่บ้านใหญ่ ส่วนฝั่งบ้านพาร์เป็นหมู่บ้านเล็ก ถนนก็ออกกันคนละเส้น ถ้าไม่มีซอยลัดทะลุไปได้ล่ะก็ต้องอ้อมไปไกลน่าดู    


ขนาดกูยังเคยลืม หลังโดนลงโทษวิ่งรอบสนามกลางแดดร้อนตั้งสามรอบ กูเลยจำแม่น


ไปโรงเรียนสาย?”


เออ สมัยมัธยม แล้วดันเจอเวรอาจารย์โหดอีก เหนื่อยก็เหนื่อยคอนี่แห้งเป็นผง แต่แวบมากินน้ำไม่ได้ เข้าห้องเรียนหลังชาวบ้านไปคาบหนึ่งดันเจอภรรยาแก โหดพอกัน แย่กว่านั้นคาบสามดันเป็นวิชาพละ เจอสอบเก็บคะแนนต้องจัดทีมแข่งกับเพื่อน เหนื่อยสัดๆ กลับบ้านปุ๊บกูหลับเลย


แว่วเสียงหัวเราะคนฟัง ผมขับรถอยู่เลยไม่ได้หันไปมอง แต่หัวเราะขนาดนี้คงไม่ทำหน้าเครียดแล้วมั้ง หลังจากนั้นต่างคนต่างเงียบ แต่บรรยากาศดูผ่อนคลายกว่าตอนแรก


กูเกรงใจบ้านมึงก็จริง แต่อีกเรื่องคือพ่อกับแม่ สีหน้าพวกท่านไม่ดีเท่าไหร่


เพราะเกรงใจบ้านกู?”


ไม่ใช่หรอกพูดถึงตรงนี้ ผมได้ยินเสียงพาร์ถอนหายใจยาว การต้องแวะมาบ้านมึงทุกเช้าค่ำ ทำให้บ้านกูต้องตื่นเร็วกว่าที่เคย กว่าจะกลับก็ดึกพอสมควร กูกับน้องไม่เท่าไหร่ อยู่บ้านมึงก็ได้นั่งเล่นพักผ่อน แต่พ่อกับแม่คงไม่ ดูจากสีหน้าก็รู้ว่าพักผ่อนไม่พอ ถ้ายังฝืนทำแบบนี้อีกกว่ารถจะซ่อมเสร็จคงได้ไปนอนโรงพยาบาลกันก่อน


ผมเริ่มเป็นกังวลตามทันที “…จะได้รถคืนเมื่อไหร่


ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาดก็อีกสองเดือน


ช้า


ต้องรออะไหล่นำเข้ามา


ไปส่งซ่อมที่ไหน ไม่มีรถให้ขับแทนระหว่างซ่อมเหรอ


อู่คนรู้จัก ไว้ใจได้ ราคาไม่แพง แต่ไม่มีรถให้ขับแทนหรอก


แล้วมึงจะทำยังไง


กูบอกพ่อจะเอามอเตอร์ไซค์มาใช้ แต่พ่อกูไม่ยอม ตอนนี้เลยจนปัญญาคิดไม่ออกอยู่เนี่ย


ทำไมพ่อไม่ให้ใช้ล่ะ


เดือนก่อนกูหวิดโดนเสยมา ได้แผลกลับมานิดหน่อย ส่วนรถสุดหวงมีรอยถลอก พ่อรู้เข้าเลยยึดคืน ยังบอกด้วยว่าดีที่วันนั้นน้องไม่ได้ซ้อนท้ายไปด้วย กูมาคิดดูถ้าวันนั้นน้องไปด้วยคงแย่ เลยยอมให้ยึดง่ายๆ แล้วเปลี่ยนมาขับสี่ล้อแทน ถึงใจจริงกูจะชอบสองล้อมากกว่าสี่ล้อก็เถอะ


ผมว่าไม่น่านิดหน่อย ไม่งั้นท่านบิดาของเพื่อนคงไม่ถึงขั้นยึดรถลูกหรอก


เราไม่ได้คุยกันต่อ เพราะผมเปิดไฟเลี้ยวเตรียมเข้าซอยบ้าน ครู่เดียวรถเข้าจอดที่ประจำ พวกผมคว้ากระเป๋าเป้เดินลงจากรถ ระหว่างเดินเข้าบ้านก็ตบบ่าปลอบเพื่อน


ค่อยๆ คิด มันต้องมีทางออก จะให้ช่วยอะไรก็บอกแล้วกัน


ขอบใจ


ผมมองรอยยิ้มที่พาร์ส่งให้ก็ยิ้มกลับ แล้วนึกในใจ


พรุ่งนี้วันเสาร์แล้ว คุณลุงคุณป้าคงได้พักผ่อนเต็มที่สักที



 

วันนี้เป็นวันแรกที่จะไม่เห็นพี่น้องตระกูลกอล์ฟอยู่บ้านเรา ขนาดเจ้าตัวเล็กที่ผมพึ่งจูงลงมาจากชั้นบนยังวิ่งหน้างงเข้ามาถามหาสองคนนั้นถึงในห้องครัว


“วันนี้วันเสาร์” ผมอธิบายพลางตักข้าวต้มใส่ถ้วย “เป็นวันหยุด พี่พาร์กับพี่เบอร์ดี้ต้องอยู่บ้านเขาสิ”


เจ้าตัวเล็กพยักหน้าหงึกๆ ไม่รู้เข้าใจแค่ไหน เพราะน้องอันเปลี่ยนเรื่องกะทันหัน


“อันไม่เอากระเทียม”


ผมยิ้มขำ วางถ้วยข้าวของน้องลง หยิบชามกระเทียมเจียวหอมกลิ่นน้ำปลามาโชว์คนตัวเล็กสูงยังไม่พ้นขอบโต๊ะ “พี่ทำเอง เค็มนิดๆ ไม่มีเปลือกกระเทียม เอาไหม?”


เจ้าตัวเล็กกลับคำทันที “อันเอา”


สำหรับคนวัยอย่างผม ในวันหยุดเสาร์อาทิตย์แบบนี้ถ้าหนีไปตากแอร์เย็นๆ ในห้าง ก็คงนัดรวมกลุ่มไปเที่ยวเล่นกับเพื่อน หรือใช้เวลาอยู่ร่วมกับแฟน ที่กล่าวมาทั้งหมด ผมเคยได้ทำไม่กี่ครั้ง นอกนั้นไม่เป็นเพื่อนเล่นให้น้อง ก็เป็นพี่เลี้ยงเด็กอยู่บ้าน เบื่อๆ ค่อยพาน้องไปเที่ยวข้างนอก จะเป็นอิสระก็ต่อเมื่อน้องไม่อยู่บ้านในวันหยุด เช่น ไปเที่ยวเล่นบ้านเพื่อน เรียนพิเศษ หรือพ่อแม่พาออกไปไหน แต่วันนี้น้องดันอยู่พร้อมหน้า คนหายคือพ่อแม่ครับ


คนแก่และคนเกือบแก่หนีลูกไปเที่ยวอีกแล้วมิน่าถึงปลุกผมตั้งแต่ไก่ไม่โห่ ไล่ให้ไปซื้อของสดที่ตลาดมาตุนไว้ในตู้เย็น นี่คงกะให้ลูกๆ อยู่บ้านรอแหงๆ


พี่จ๋าหิว


น้ำเดินหัวยุ่งทั้งชุดนอนตรงมากอดคอผมจากด้านหลัง อันนั่งตักผมอยู่แหงนหน้ามองพี่สาวทั้งที่ปากยังเคี้ยวข้าวต้มหมูสับ ผมรีบดันหัวอันลง กลัวน้องสำลักข้าว


ไปตักเองเลยอยู่ในครัว


ไม่อ๋าวว พี่จ๋าตักให้หน่อยไม่พูดเปล่า มีการถูหัวกับไหล่ออดอ้อนซะด้วย


ใครว่าเด็กผู้หญิงโตเร็ว น้องอายุสิบสามกับตอนแปดขวบ ไม่เห็นต่างสักนิด ผมจำต้องอุ้มน้องอันนั่งพื้น ลูบหัวเจ้าตัวเล็กบอก เดี๋ยวพี่มา ส่วนน้ำ แปรงฟันล้างหน้ายัง?”


เรียบร้อยแล้วค่า


ขนาดล้างแล้วหน้ายังไม่เลิกง่วง สงสัยแอบนอนดึกแน่ๆ ถึงรู้ทันผมก็ไม่ดุน้องสาว เห็นแก่ที่เป็นวันหยุด ลองทำวันธรรมดาสิ จะดึงแก้มให้ยืดเลย


“งั้นก็นั่งรอดีๆ อย่าไปแกล้งน้องล่ะ”


ปรุงให้น้ำด้วยนะ


นี่ก็อีก โตจนปรุงรสชาติที่ชอบได้แล้วก็ไม่ทำเองเฉพาะตอนมีผมอยู่ด้วยหรอก เคยบังเอิญเจอน้องร้านก๋วยเตี๋ยว คนเยอะน้องไม่ทันเห็นผมที่เข้าไปนั่งอยู่ก่อนกับแฟนเก่า ผมเลยได้เห็นน้องปรุงเองเป็นบุญตา แต่แอบฮานิดๆ ยัยน้ำคร่ำเคร่งกับการกะปริมาณเครื่องปรุงให้เท่ากับที่ผมทำให้น้องกินทุกครั้งสุดๆ เพื่อนคนอื่นกินกันไปห้านาที น้องผมพึ่งปรุงก๋วยเตี๋ยวเสร็จ


ผมตักข้าวต้มใส่ชามใบโปรดของน้องสาว เหยาะพริกไทยนิด โรยกระเทียมเจียว ต้นหอมผักชี แยกซีอิ๊วใส่ถ้วยใบเล็ก ยกไปให้น้องถึงที่พร้อมถาม


จะเอานมหรือน้ำผลไม้?”


น้ำผลไม้บอกเสร็จ ยัยน้ำก็คว้าช้อนตักข้าวต้มขึ้นมาเป่า


ผมคว้าแก้วของน้องอันไปเติมเพิ่มด้วย ก่อนวกกลับมานั่งที่เดิม ยังไม่ทันดูน้องๆ กินข้าวด้วยซ้ำ เจ้าตัวเล็กก็เดินมานั่งแหมะบนตักผมแล้ว มือป้อมๆ ถือช้อนไม่ยอมปล่อย ส่วนอีกข้างพยายามยื่นไปลากชามเซรามิกลายการ์ตูนเรื่องโปรดเข้าหาตัว ปลายนิ้วเล็กห่างขอบชามเป็นวามีความพยายามดี แม้คว้าอากาศหลายครั้งหลายหน


ผมกลั้นยิ้ม ถ้าน้องอันลุกขึ้นยืนก่อนรับรองถึงแน่ แต่เหมือนเจ้าตัวไม่คิดทำ


ยัยน้ำก็เริ่มเป่าข้าวไป จ้องน้องคนเล็กไป กำช้อนช่วยลุ้นด้วยนะนั่น


กลายเป็นผมที่กลั้นหัวเราะไม่ไหว จัดการยกชามข้าวต้มมาวางแหมะตรงหน้าน้องอันให้ รอยยิ้มดีใจของเจ้าตัวเล็กทำผมเผลอตัวยิ้มตาม พอเงยหน้ามองน้องสาวที่นั่งฝั่งตรงข้าม เห็นกำลังนั่งอมยิ้มดูอยู่ สบตาผมปุ๊บก็แกล้งเสตามองชามข้าวต้ม แก้มเริ่มขึ้นสี


จอมแกล้งน้องประจำบ้านก็เขินเป็นแฮะ


ผมหัวเราะในใจ ยัยน้ำรักน้องผมดูออก แต่ขณะเดียวกันก็ไม่ชอบ เพราะช่วงน้องอันเกิดใหม่ๆ น้องสาวคงรู้สึกเหมือนตัวเองโดนทิ้ง เหมือนโดนแย่งความรักความสนใจจากพ่อแม่


ช่วงนั้นผมยังไม่ได้มาอยู่ที่นี่ พอรู้ข่าวว่าน้องคนเล็กเกิดก็ซื้อข้าวของเตรียมไปเยี่ยม แต่เอาจริงผมมาก็หลังจากแม่กับน้องกลับมาอยู่บ้านแล้ว ผมค่อนข้างจะตื่นเต้น เพราะช่วงยัยน้ำเกิด ผมไม่มีโอกาสได้เห็น แต่ความตื่นเต้นก็ลดลงหลังเห็นน้องสาววัยแปดขวบแอบนั่งมองจากบนบันไดด้วยแววตาซึมๆ เลยเข้าไปคุยด้วย ก่อนตัดสินใจขอพ่อกับแม่พาน้องสาวไปอยู่ด้วยสักพัก


ช่วงอยู่ด้วยกันก็พยายามปรับทัศนะคติน้ำไม่เกลียดน้องคนเล็ก พาไปเยี่ยมน้องชายบ่อยๆ ให้รู้ว่าเลี้ยงเด็กทารกเหนื่อยมาก พ่อแม่ไม่ค่อยมีเวลาให้เหมือนเก่าก็ไม่ใช่เรื่องแปลก ผลคือน้ำเข้าใจ แต่ด้านอารมณ์ยังก่ำกึ่ง คงก่อเกิดเป็นความสับสนในใจน้องสาวล่ะมั้ง นิสัยยัยน้ำเลยเป็นแนวพี่ชอบแกล้งน้องต่อหน้า แต่แอบใจดีแบบไม่แสดงออกแบบนี้


พี่ที!ผมสะดุ้งหลุดจากภวังค์ เห็นน้องสาวกำลังทำหน้าเอาเรื่องอยู่ฝั่งตรงข้าม อย่ามาแกล้งเหม่อนะ


“ฮะ?”


ตอบน้ำมาเลย ขอความจริงล้วนๆ ด้วย


ให้ตอบอะไรผมงง


ที่ถามเมื่อกี้ไง


ถามอะไรล่ะ


พี่เหม่อจริงเหรอเนี่ย!


“พี่แค่กำลังคิดเรื่องเธอ” ผมพูดยิ้มๆ และได้ผลชะงัก น้องสาวทำหน้าสนใจมาก


“เรื่องไหน?”


“ตอนเด็กๆ” ผมหยุดพูดอย่างจงใจ ยัยน้ำก็เหมือนสนใจหนักกว่าเดิม “เธอเห็นพี่เป็นลูกพี่ลูกน้องนี่น่า”


คนฟังอ้าปากเหวอ ก่อนเถียงกลับมาไฟแลบ “ก็ใครจะไปรู้ว่าเป็นพี่ชายแท้ๆ น้ำนึกว่าพี่เป็นลูกชายของลุงนิกนี่น่า แล้วนานๆ พี่ก็มาบ้านสักที”


“เพราะมีน้ำแล้วไง พี่เลยไม่ค่อยมา”


น้ำเม้มปาก เลื่อนสายตามองผมสลับกับอันไปมาสักพัก ก่อนถอนหายใจเฮือกใหญ่ “ช่างเถอะ ว่าแต่พี่ไปถึงไหนกับพี่พาร์แล้ว”  


“ฮะ!ผมทำหน้าเหวอ ไม่นึกว่าน้องจะถามเรื่องนี้ ก็ไม่ถึงไหน


อะไร ตั้งสามวัน จะไม่คืบหน้าเลยได้ไง


...จะให้คืบหน้าไปไหนล่ะ มันหยุดแค่คำว่า เพื่อนนั่นแหละน้องสาว


เอางี้นอกจากไปกลับด้วยกันแล้ว พวกพี่ทำอะไรร่วมกันอีก


กินข้าว


แววตาน้องเปล่งประกายขึ้นทันที กินข้าวเที่ยงด้วยกันเหรอ


ครั้งเดียว


แววตาหม่นแสงเลยครับ ฮะๆ แกล้งน้องสนุกดีจัง


ผมอมยิ้มมองน้องสาวทำหน้าขัดอกขัดใจ ปากบางสวยบ่นงึมงำไม่หยุด พอสังเกตหน้าตายัยน้ำดีๆ โตเป็นสาวเมื่อไหร่คงน่ารักน่าเอ็นดูไม่หยอก ว่าแล้วก็ก้มสำรวจหน้าน้องอัน พ่อผมน้ำเชื้อไม่ค่อยดีนะเนี่ย ลูกสามคนถึงได้แม่มามากกว่าพ่อ โดยเฉพาะยัยน้ำ ก๊อปปี๊ความน่ารักของแม่มาเห็นๆ ส่วนน้องอันต้องรอลุ้นตอนโตจะเป็นหนุ่มมาดน่ารักหรือเปล่า ผิวเจ้าตัวเล็กขาวสุดๆ ได้แม่มาเต็มๆ ผิดกับผมที่ผิวขาวเหลืองตามต้นฉบับพ่อ


พูดถึงเรื่องนี้ก็เรื่องเล่าจากพ่อ เพราะอายุห่างกันห้าปี ก่อนเข้าไปจีบพ่อเลยไปเฝ้าดูแม่อยู่พักหนึ่งหลังบังเอิญเจกันตรงสะพานข้ามแม่น้ำ พ่อบ่นใหญ่ว่าแม่มีแมลงตามตอมเยอะสุดๆ แต่จู่ๆ ภาพแม่ก็เปลี่ยนเป็นน้องแทน ผมหุบยิ้มทันทีในอนาคตผมคงได้เป็นพี่หวงน้องแหงเลย     


“วันนี้พี่พาร์จะมาบ้านเราไหม”


ผมทำหน้างงหลังได้ยินคำถาม “ทำไมมาถามพี่ล่ะ?”


“พี่ต้องรู้สิ”


ผมย่นคิ้วเข้าหากัน ทำไมต้องรู้? ใจคิดอย่างปากพูดอีกอย่าง “เบอร์ดี้ไม่ได้บอกเหรอว่าจะมาหรือไม่มา”


“น้ำพูดถึงพี่พาร์ต่างหาก!


ผมงงกับน้องสาว ถ้าเบอร์ดี้บอกมา พาร์ก็ต้องมา เหมือนน้ำจะไม่ได้นึกถึงเรื่องนี้ผมจึงปิดปากเงียบ นั่งฟังน้องสาวบ่นไปเรื่อย พอใจเมื่อไหร่ก็หยุดเองแหละ


“แล้วพี่รู้หรือเปล่าว่าเมื่อวานพี่พาร์เป็นอะไร”


ช่วงนี้อะไรๆ ก็พี่พาร์ พี่ชายแท้ๆ อย่างผมใกล้ตกกระป๋องแล้วมั้ง


ผมพ่นลมหายใจ ตอบสั้นๆ “รู้”


“บอกน้องมาเลย”


“พาร์แค่กังวลใจเรื่องของลุงแทนกับป้าเจน” เห็นน้องสาวทำหน้าไม่เข้าใจ ผมเลยเล่าเรื่องที่รู้ว่าเมื่อวานให้ฟัง พร้อมพูดสำทับ “เพราะงั้นสองวันนี้น้ำอย่าพึ่งไปรบกวนคนบ้านนู้นล่ะ”



 

ระหว่างเรียนวิชาคาบบ่ายของวันจันทร์ ผมรู้สึกถึงแรงสั่นในกระเป๋าเลยดึงมือถือออกมาดูด้วยความแปลกใจ เห็นชื่อคนโทรเข้ามาคือพาร์ก็ยิ่งประหลาดใจ พาร์ไม่เคยโทรมาหาก่อน ถ้ามีธุระก็ส่งข้อความทางไลน์ประจำ


ผมตัดสินใจรับสาย ดีที่ตอนนี้เรียนห้องใหญ่เลยมุดหัวไปใต้โต๊ะ ลดเสียงคุยโทรศัพท์ได้


มีอะ…”


[อยู่ไหน]


น้ำเสียงร้อนรนของพาร์ทำผมตื่นตัว รีบบอกห้องเรียนกับชื่อตึกไป


[ลงมาเลย กูกำลังจะไปหา ถ้าโดดไม่ได้ก็ลงมาส่งกุญแจรถให้กู]


พูดจบตัดสายไปเฉย ผมขมวดคิ้วย้ายตัวเองไปนั่งยองๆ กับพื้น เก็บมือถือใส่เป้ สะกิดบอกเพื่อนนั่งข้างๆ ให้เก็บของบนโต๊ะมาให้หน่อย ก่อนฉีกกระดาษสมุดจด เขียนบอกเพื่อนถึงสาเหตุโดดเรียนว่า งานเข้า ต้องไปเดี๋ยวนี้ ก่อนมุดๆ คลานๆ หลบออกมาจากห้องเรียน ผมเลยได้ประสบการณ์โดดเรียนครั้งแรกตั้งแต่เข้ามหาลัย


ผมโชคดีครับ เพราะต้นคาบมีสอบย่อยเช็คชื่อไปแล้ว คิดว่าท้ายคาบอาจารย์คงไม่เช็คชื่อแล้ว


ลงมาชั้นล่างปุ๊บก็รีบหันซ้ายขวามองหาพาร์สงสัยยังไม่มา


หลังยืนรอแถวหน้าตึกสักพัก ผมก็เห็นมอเตอร์ไซค์สีดำแถบแดงคันสวยวิ่งพุ่งเข้ามาอย่างเร็ว เบรกเอี๊ยดตรงหน้าให้ขวัญผวา ฝุ่นฟุ้งกระจายจนต้องเบือนหน้าหลบ หลับตาหนี ยังไม่ทันได้ลืมตาก็โดนฉุดแขนออกมาจากจุดเดิม


เฮ้ยๆๆ


รีบลืมตาเจอพาร์กำลังลากผมไปลานจอดรถ สีหน้าดูซีดๆ แถมเคร่งเครียดผิดกับทุกทีอย่างน่าสงสัย


รถจอดไหน


ผมรีบชี้นิ้วบอก รับรู้ว่าเพื่อนอยู่ในโหมดจริงจัง


เอากุญแจมา กูขับเอง


ผมยื่นส่งให้ รีบขึ้นไปนั่งฝั่งข้างคนขับนี่เป็นครั้งแรกที่ผมจะได้ชมฝีมือการขับรถของพาร์


ลูกรักของผมเคลื่อนตัวสู่ถนนสายหลักของมหาวิทยาลัยอย่างนุ่มนวล โอ้ ขับดียิ่งกว่าผมอีก สงสัยคงต้องขอคำแนะนำบ้างแล้ว หลังแน่ใจว่าเพื่อนไม่เอาลูกรักผมไปชนอะไรเข้าแน่นอนก็ดึงเข็มขัดมาคาด เอนหลังพิงเบาะอย่างสบายใจ


หือ


ผมมองพาร์เปลี่ยนเกียร์กะทันหันหลังรถเข้าถนนใหญ่หน้ามหาวิทยาลัย สีหน้าพาร์แปรเปลี่ยนดูทั้งนิ่งทั้งเย็นชา น่ากลัวจนผมต้องหุบปากฉับ ไม่กล้าถามอะไรทั้งนั้น แรงกระชากในวินาทีต่อมาดันตัวผมติดเบาะยิ่งกว่าเดิม ตาเปิดกว้างตกใจมองทิวทัศน์ด้านนอกเปลี่ยนเร็วเสียจนท้องวูบโหวง ใจผมเต้นตุบตับด้วยความกลัว

...

..

.

แค่ก้าวลงจากรถ ขาผมก็สั่นกึกๆ คงทรุดไปนั่งกับพื้นแล้วถ้าแรงแขนที่เกาะประตูไม่ดีพอ


แม่เจ้า นึกว่าจะตายซะแล้ว 


หลังสูดหายใจเข้าปอดลึกๆ ตั้งสมาธิไม่กี่วินาทีก็ผลักประตูรถปิด ปล่อยให้พาร์จัดการกดล็อกรถ พลางลอบมองเพื่อนนักซิงอย่างคาดโทษ


ผมจะไม่ให้พาร์ขับรถช่วงถนนโล่งอีกเด็ดขาด!!


แต่จากสีหน้าเพื่อนและสถานที่ ผมไม่กล้าถ่วงเวลาหรอก ดูก็รู้ว่าพาร์กำลังรีบมากจึงพยายามจ้ำเท้าตามหลังเพื่อนทั้งที่ขายังอ่อนแรง ไปไม่ทันฟังเพื่อนพูดกับประชาสัมพันธ์ก็ต้องรีบตามเข้าลิฟต์ให้ทัน


หวุดหวิดเมื่อกี้เกือบถูกประตูลิฟต์หนีบแล้วไหมล่ะ


ผมชำเลืองมองเพื่อนระหว่างกล่องสี่เหลี่ยมเลื่อนตัวขึ้นสูงเรื่อยๆ พยายามลืมว่าเพื่อนใจร้ายขนาดไม่กดเปิดประตูลิฟต์รอ


ว่าแต่ใครเป็นอะไร พาร์ถึงต้องรีบเหาะมาโรงพยาบาลไกลจากมหาลัยขนาดนี้


ลิฟต์หยุดชั้นสี่ ขาผมที่กลับมาแข็งแรงดีจ้ำตามหลังพาร์ไปติดๆ มันหยุดเคาะห้องผู้ป่วยห้องหนึ่ง ก่อนเปิดเข้าไปทันทีที่ได้ยินเสียงขานรับจากข้างใน


น้องพาร์!


ผมยกมือไหว้คนอยู่ในห้องตามเพื่อน แอบกวาดสำรวจห้องผู้ป่วยพิเศษเห็นเตียงคนไข้สองเตียง ยังไม่ทันเห็นหน้าคนไข้ชัดๆ ก็มีหญิงสูงวัยชาวต่างชาติรูปร่างสมบูรณ์มาก สูงพอๆ กับพวกผม เสื้อผ้าน่าจะมีราคาแพงไม่น้อย ที่สำคัญแค่ยืนตรงหน้าก็บดบังวิสัยทัศน์พวกผมจนหมด 


ป้าขอโทษที่เรียกมาระหว่างเรียน แต่ป้าไม่รู้จะติดต่อใครดี


ภาษาไทยชัดเป๊ะฟังจากประโยคที่ดูเอื้ออาทรต่อกัน ผมขอเดาว่าคุณป้าคนนี้คงเติบโตในเมืองไทยเป็นแน่


ไม่เป็นไรครับ ผมต่างหากที่ต้องขอบคุณ รบกวนเป็นธุระให้มากขนาดนี้


สมควรแล้วต่างหาก ยังไงป้าก็เป็นเจ้านายของพวกเขา พาร์ไม่ต้องห่วงเรื่องค่ารักษานะลูก ป้าจัดการให้แล้ว


ขอบคุณมากครับ


ผมรีบยกมือไหว้ตามพาร์อีกหน


งั้นป้ากลับไปทำงานก่อนนะ มีอะไรโทรหาป้าได้เลย แล้วฝากบอกคนหัวดื้อสองคนนี้ด้วยนะจ๊ะ ไม่หายไม่ต้องกลับมาให้ป้าเห็นหน้า


จะบอกให้ครับ”  


เลิกงานแล้วป้าจะมาเยี่ยมใหม่นะ


“ครับ”


ผมรีบขยับหลบจากประตูตามพาร์ ปล่อยหญิงสูงวัยแต่งตัวดูดีคนนั้นเดินออกไป พอหันมองในห้องอีกครั้งจึงเห็นใบหน้าสองผู้ป่วยชัดๆ คิ้วสองข้างเผลอขมวดเข้าหากัน ก่อนเหลือบมองเพื่อนที่กำลังเดินไปข้างเตียงคนป่วย


เรื่องที่พาร์กังวลเกิดขึ้นจนได้


------------------------------------------------------

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 174 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,841 ความคิดเห็น

  1. #2766 KiHaE*129 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 8 กันยายน 2562 / 23:58

    น้องอันน่ารักอ๊าาาาาาาาาาาาาาาาาา

    นทีเป็นพี่ที่ดูแลน้องดีมากกกกกกกก

    ก่อนหน้านีนทีไปอยู่ที่ไหนมาอะ

    พาร์จัดเย็นนน

    #2,766
    0
  2. #2614 Mistyblack (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2560 / 23:03
    ย้ายมาอยู่ด้วยกันเลย
    #2,614
    0
  3. #2533 FairyP718 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 18 เมษายน 2560 / 15:29
    เม้นท์ผิดที่เฉ๊ย 555 เอาใหม่ เข้าใจละว่าทำไมพ่อยึดรถพาร์ หายไว ๆ นะคะ พ่อกับแม่พาร์
    #2,533
    0
  4. #1945 baekbow (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 2 กันยายน 2559 / 14:48
    ย้ายมาอยู่ด้วยกันสิ พ่อกับแม่จะได้ไม่ต้องมาส่งทุกเช้า
    #1,945
    0
  5. #1804 milkc (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 2 สิงหาคม 2559 / 13:54
    เรียบง่ายจังค่ะ ชอบบบบบ

    เดี๋ยวคุณพ่อกับคุณแม่ก็หายป่วยเนอะ

    ชอบน้องน้ำด้วย น่ารักอ่ะ

    ดูเป็นยัยจอมป่วน 55555555555555

    นี่พี่ชายไง จำไม่ได้หรอออออ ถามถึงพี่พาร์ตลอด ๆ เหลย

    เชียร์แบบมาก ๆ รอลุ้นต่อค่ะ >[]


    #1,804
    1
    • #1804-1 FairyP718(จากตอนที่ 3)
      18 เมษายน 2560 / 15:25
      พาร์นักซิ่ง เข้าใจแล้วว่าทำไมโดนพ่อยืดมอไซค์ ขับน่ากลัวมาก
      #1804-1
  6. #1775 BaiiKKanYAN01 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2559 / 03:21
    ชอบน้ำจัง 555555 น้องต้องมีความน่ารักแน่ๆ
    #1,775
    0
  7. #846 I'm sone M.Seo >O< (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2559 / 08:51
    น้องน้ำน่ารักอ่ะ ฟังจากที่พี่ทีบรรยายแล้ว > <
    #846
    0
  8. #670 Dairy-nana (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 27 มกราคม 2559 / 18:34
    อู้ววว พาร์โหมดดาร์ก
    #670
    0
  9. #557 Dark Diamond (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 16 มกราคม 2559 / 22:36
    ซีอิ๋ว-ซีอิ๊ว (เขียนซีอิ๋วแล้วเรานึกถึงไซอิ๋วเลยอ่ะ หงอคงกับพระถังซัมจั๋งนี่ลอยมาเลย 555)
    #557
    0
  10. #354 NeNe (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 26 ธันวาคม 2558 / 11:43
    รู้สึกฮาตอนที่บรรยายเรื่องน้องน้ำกำลังปรุงก๋วยเตี๋ยว
    #354
    0
  11. #74 Beaoutwy (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 10 พฤศจิกายน 2558 / 14:55
    พาร์สู้ๆ เดี๋ยวพ่อแม่ก็หายยย
    #74
    0
  12. #32 ลีลีข้าวสาร- (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2558 / 13:16
    อยากให้พาร์เป็นนายเอกจัง อิอิ
    #32
    0
  13. #11 rinnarinrin (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2558 / 21:48
    โหยยย มาถึงก็เครียดเลย สงสารพาร์แปป
    มาต่อเร็วๆน้าาาา
    #11
    0
  14. #10 สิมิชิกิ บาโท (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2558 / 11:12
    จะรอนะคะ สนุกมาก
    หวาพ่อแม่พาร์ชัวร์
    แล้วจะไงต่อน่า
    #10
    0
  15. #9 ZiDEXiDE (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2558 / 01:47
    ง่อววว พาร์
    รอค่ะไรต์ รีบมาอัพน้าาา
    #9
    0
  16. #7 อิงะเดะมอ (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2558 / 01:36
    พ่อแม่พาร์ป่วยซะแล้ว โถ่ๆ งั้นให้เบอร์ดี้กับพาร์มานอนบ้านนทีเลย เผื่อจะฟิน2 ต่อ อิอิ
    #7
    0