[Chonnatee] ชลนที #Boy's Love #จบแล้ว

ตอนที่ 19 : บทที่ 15

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 9,008
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 88 ครั้ง
    15 ก.ย. 59


บทที่ 15


ผมทำอาหารเช้าเสร็จ จะไปตามพาร์ลงมากินข้าวก่อน ค่อยไปปลุกน้องๆ ทีหลัง ออกจากครัวมุ่งหน้าไปยังบันได กลับต้องผงะ เมื่อเหลือบเห็นสองเท้าเปลือยเปล่าลอยอยู่กลางอากาศในระดับเหนือสายตาเล็กน้อย ใจแทบกระดอนออกจากอก ขวัญปลิวไปนู้น ขาแข็งทื่อเหมือนกับถูกตรึงกับพื้น


แว้กกก!! ผมเจอผี!


ผมมีเรื่องจะปรึกษาพ่อหน่อย


เอ๊ะ


ผมพยายามตั้งสติ หลังได้ยินเสียงคุ้นเคยแทรกเข้ามาในโสตประสาท


ก็แค่กำลังสับสน


ทำใจกล้าเพ่งมองอีกที คราวนี้ไล่มองขึ้นไปเรื่อยๆ เท้า ท่อนขา ชายกางเกงขาสั้น ลำตัว 


ให้ตาย!


ผมพ่นลมออกจากปาก ระบายความตึงเครียดออกจากร่าง เพื่อนผมเล่นนั่งตรงที่พักเท้า สอดขาทั้งสองผ่านซี่เสาไม้เล็กๆ ห้อยออกมาด้านนอกราวบันได แขนข้างหนึ่งจับมือถือแนบหู ส่วนอีกข้างยกมาก่ายหน้าผากวางแปะกับราวไม้   


ที่ปกติมี ทำไมไม่นั่ง!


ผมเดินเข้าใกล้เตรียมจะตะโกนไล่เพื่อนไปนั่งคุยแถวโซฟา


ก็เรื่องคนในรูปถ่าย


ชะงักกึก รูปถ่าย?


...เรื่องเดียวที่ลอยวูบเข้าหัวคือบทสนทนาของเมื่อคืน


รู้ตัวอีกที ผมดันเข้ามานั่งยองๆ หลบอยู่ใต้บันไดแล้ว พ่อผมวางกระถางต้นไม้ประดับไล่ตามระดับความสูงของช่องใต้บันได ก็มีพวกเดหลี เศรษฐีเรือนใน ปาล์มสิบสองปันนา และลิ้นมังกร ผมมุดเข้าไปเบียดกระถางปาล์มสิบสองปันนาครับ (มันกว้างสุดแล้ว) 


ก็บอกไม่ถูก คงประมาณเขาไม่เหมือนอย่างที่นึกไว้ล่ะมั้ง


เรื่องที่ไม่ใช่เด็กผู้หญิงอ่ะนะ


ผมชักเหงื่อตก มาเจอพาร์ผิดจังหวะชัดๆ เดี๋ยวก่อน! เป็นเรื่องดีไม่ใช่หรือ? เผื่อได้รู้ว่ามันตัดสินใจยังไงจะได้วางตัวถูก เข้าท่าๆ


เพราะเจอตัวเป็นๆ แล้วนั่นแหละถึงได้รู้พ่อรู้ได้ไง


ลุงแทนรู้อะไร?


แล้วทำไมไม่บอกผม?!”


ผมสะดุ้งตกใจเสียงตะโกนของพาร์ จนหัวเกือบโขกขอบกระถาง แต่หลังจากมันเงียบพักใหญ่ กลายเป็นเสียงหงอยแทนซะงั้น


“…ไม่ครับ ผมผิดเอง


ผิดเรื่องอะไร? งงวุ้ย


พึ่งรู้เมื่อคืนวันพุธเปล่า เขาไม่ได้บอก ผมเจอความจริงเอง


ผมขยับตัวเปลี่ยนมานั่งกอดเข่า ตอนนี้เริ่มจับประเด็นได้นิดหน่อย หมายความว่าลุงแทนรู้อยู่แล้วว่าคนในรูปเป็นผู้ชาย แต่ไม่ได้บอกลูกชายสินะ


ช็อกสิ


ผมนึกถึงพฤติกรรมช่วงคืนวันพุธถึงวันพฤหัสแล้วเบ้ปาก


ไอ้ที่เงียบ แล้วครุ่นคิดตลอดเวลานั่นคือช็อก?


ก็เสียศูนย์นิดหน่อยนิดหน่อยจริงๆ ไม่ได้โกหก มันเทียบกับตอนรู้ว่าเด็กคนนั้นตายไม่ได้สักนิด


ฮะ? ใครตายกัน? ผมชักสับสน นี่พาร์กำลังพูดเรื่องผมอยู่ใช่ไหม? หรือไม่ใช่?


มันก็ไม่ใช่เรื่องเล็กนะพ่อ ผู้ชายเชียวนะผู้ชาย


ผมพยักหน้าเห็นด้วย พร้อมแน่ใจแล้วว่าพาร์กำลังพูดถึงผมจริงๆ นั่นแหละแต่ช่วยเลิกสับสนเร็วๆ ได้ก็ดีนะเพื่อน


“…ชอบสิ แต่ชอบคนละความหมาย แบบเพื่อนกับมากกว่าเพื่อน มันต่างกันออก


หยุดแค่แบบเพื่อนน่ะดีแล้ว


พาร์ถอนหายใจเฮือกใหญ่ ถ้ารู้วิธีจัดการปัญหาตอนนี้ ผมจะโทรปรึกษาพ่อทำไมก็ใช่ ตอนนั้นผมมั่นใจความรู้สึกของตัวเอง แต่ตอนนี้มันครับ อย่างที่พ่อบอก ผมไม่เคยมองผู้ชายในแง่นี้มาก่อน


มึงเป็นชายแท้แน่นอน! โปรดอย่าเอาภาพกูสมัยสวมกระโปรงไปทำให้สับสนเลย


"ไอ้คำนั้นผมก็เคยได้ยิน รักมันไร้พรมแดนใช่ไหมล่ะ แต่ครับๆ ตอนนี้ผมพยายามหาข้ออ้างไปเรื่อยแหละ...พ่อพูดถูก ผมทำใจยอมรับไม่ได้


ผมลอบพ่นลมหายใจโล่งอก มึงรับไม่ได้ก็ถูกแล้ว


ลังเล? ไม่รู้สิ ผมก็บอกไม่ถูกพ่อลองถามมาสิสัมผัสได้ตามปกติ...ก็รู้สึกเฉยๆ อยากสัมผัสเหรอ ก็ไม่นะฮะ! กอด! กะ ก็เคยระ รู้สึกยังไง ตกใจสิ!... ตกใจแบบไหนใครจะไปรู้ครับ! ผมเผลอยันอีกฝ่ายตกเตียงก่อนจะทันตั้งสติคิดซะอีก


ผมกรอกตามองพื้นบันได เยี่ยม! คราวหลังผมตกใจเมื่อไหร่จะถีบมันตกเตียงบ้าง!


แปลกตรงไหน ผมไม่คิดจะไปนอนกอดอีกฝ่ายนี่!...ครับๆ ตื่นตระหนกเกิดเหตุก็ได้ แล้วพ่อว่าผมควรทำไงดีฮะอยู่ได้สิอันนั้นก็ได้ เมื่อคืนผมก็นอนหลับสนิทดีอาจเพราะเหนื่อย อ้อ โล่งใจด้วยมั้งคือเราคุยเรื่องอดีตกัน จนผมได้คำตอบหายคาใจมาเขารู้เพราะลูกชายพ่อเผลอหลุดปากบอกเองนี่แหละสารภาพรัก! ไม่! ผมไม่นับว่ามันเป็นการสารภาพรักแน่!!


ผมแอบอิจฉาพาร์นิดๆ ที่คุยกับพ่อได้ทุกเรื่อง แม้แต่เรื่องความรัก พ่อผมไม่เหมาะเป็นที่ปรึกษาเท่าไหร่ เพราะพ่อชอบออกความเห็นตามแต่ที่ตัวเขาเห็นว่ามันน่าสนุก! เช่น ถ้าผมเดินไปบอกพ่อว่า มีผู้ชายมาบอกชอบทีล่ะพ่อ ทำไงดี พ่อคงสวนกลับมาทันที ลองคบดูก็ไม่เสียหายนี่ลูก แค่นึกยังเผลอกุมขมับ


ครับ เป็นวิธีที่ดีเลยขอบคุณมากครับ


อ้าว เผลอสมาธิหลุดไปวูบเดียว พาร์วางสายซะงั้น


ผมคลานออกมา แอบชำเลืองมอง ได้จังหวะรีบออกจากที่ซ่อน กลับมาปักหลักในห้องครัว


อุตส่าห์ไปแอบฟังเขา ก็ดันไม่ฟังบทสรุป แล้วตกลงพาร์จะเอายังไงต่อวะเนี่ย?  


ผมยืนถอนหายใจอยู่หน้าเตาแก๊ส นึกทบทวนสิ่งที่ได้ยินมาอีกรอบ


พาร์ดูจริงจังกับเด็กในรูปถ่ายมากเลยนะครับ (ถึงขั้นออกอาการเครียด ต้องโทรไปขอคำปรึกษาจากผู้ใหญ่) ความรู้สึกผิดตีขึ้นมาจุกอก พร้อมความกระอักกระอวนใจเมื่อเรื่องเข้าตัวเต็มๆ ใจเริ่มคิดถึงหมอนข้างเพื่อนยาก อยากไปโขกหัวใส่มันสักสิบทีจริงๆ


ว้ยยย! เจอผู้ชายแปลกหน้ามาจีบ ผมยังไม่เครียดเท่าตอนนี้เลย!


ที


ผมสะดุ้งโหยง รีบหันตามเสียงเรียก เจอพาร์ยืนอยู่ตรงทางเข้าออกของห้องครัว (ที่เป็นแค่ช่องประตู)


วะว่าไง?”


ข้าวยังไม่เสร็จ?”


ก็...


เสียงท้องร้องประท้วงขออาหารจากคนแถวนี้ดังสนั่นขัดจังหวะผมพูด เจ้าของท้องยังต้องเบือนหน้าหนีด้วยความอับอาย อารมณ์ตึงเครียดผ่อนลงทันตา ผมกลั้นยิ้มขำอยู่พักใหญ่กว่าจะเอ่ยต่อจนจบประโยค


เสร็จแล้ว กำลังจะไปตามอยู่เนี่ย


ยิ้มล้อ ระหว่างมองพาร์หย่อนก้นนั่งเก้าอี้ประจำ


น้องล่ะ?”


พาร์เปลี่ยนเรื่อง ผมก็ตามน้ำ ไม่อยากแซวมาก กลัวถึงตาตัวเองบ้าง อาจโดนหนักกว่าก็ได้ ใครจะรู้


ยังไม่ตื่นมั้ง เวลาน้องๆ ป่วย จะตื่นสายกว่าปกติ


ผมหยิบชามตักข้าวต้มหมูสับ โรยกระเทียมเจียวที่ทำไว้นิดหน่อย ใส่ต้มหอม เหยาะพริกไทย (ขืนไม่ปรุงเบื้องต้นให้ คนท้องร้องคงกินแบบไร้การปรุงแน่ๆ)  แล้วยกไปเสิร์ฟถึงที่ บริการคนหิวหน่อยครับ


งั้นเดี๋ยวกูไปตามลงมา


ผมรีบจับไหล่ดันตัวพาร์กลับไปนั่งที่เดิม


กินก่อนดิ เดี๋ยวพวกตัวป่วนลงมา กว่าจะได้กินคงอีกนาน มึงทนหิวไม่ไหวหรอก


ไหงมองกันแปลกๆ ผมพูดจริงนะ ต้องดูแลน้องจนเรียบร้อยนั่นแหละถึงจะได้กินข้าว เพราะงั้นกินก่อนแล้วค่อยไปดูแลน้องดีกว่า


ผมไปตักข้าวต้มมานั่งกินด้วย นั่งได้สักพักก็รู้สึกถึงความผิดปกติ ไม่ใช่อาหารไม่อร่อย แต่บรรยากาศระหว่างคนด้วยกันเงียบเกินไป ถึงอ้างเรื่องมารยาท เช่น เวลากินข้าวอย่าคุยกันก็เถอะ แต่อย่างน้อยช่วงที่หยุดใช้ช้อนคนข้าวต้มระบายความร้อน ก็น่าจะมีบทสนทนาอะไรบ้างสิ


ก็ได้! ผมเริ่มเอง!


เรียนอีกอาทิตย์หนึ่งก็จะสอบแล้ว เร็วเนอะ


อือ


เริ่มอ่านหนังสือสอบยัง?”


ยัง


มีวิชาไหนปิดคอร์สไปแล้วบ้างไหม


มี


เช้าหรือบ่าย?”


บ่าย


แล้วเมื่อไหร่มึงจะเลิกตอบคำเดียววะ


ฮะ?”


อยากจะบ้า!


ดูหน้าไอ้คนตอบมาแค่คำเดียวสิ ง.งูลอยเต็มไปหมด แทบจะสลักคำว่า งงไว้กลางหน้าผากด้วยซ้ำ สรุปคือมันไม่รู้ตัวใช่ไหม!


ช่างเถอะบอกปัดทันที ขี้เกียจอธิบาย เดี๋ยวสถานการณ์ย่ำแย่กว่านี้ ตักข้าวต้มมาเป่าให้คลายความร้อน แล้วเอาเข้าปาก


ผมยอมปิดปากเงียบ ทนอึดอัดก็ได้ครับ



 

หลังกินข้าวเสร็จ พาร์ขึ้นไปปลุกน้องๆ


ส่วนผมอยู่ในครัวต่อแบ่งข้าวต้มใส่ชามเล็กไว้ คนป่วยกินไม่เยอะหรอกครับ ตักเยอะไปก็กินไม่หมด น่าเสียดายออก แล้วอย่าหวังว่าน้องทั้งสามจะมานั่งกินข้าวในห้องครัว ผู้รู้อย่างผมเลยต้องเตรียมทั้งข้าวทั้งน้ำใส่ถาด ยกออกไปวางบนโต๊ะกระจก (ย้ายโต๊ะไปอยู่ข้างโซฟาแล้ว เพื่อให้พรมนุ่มหน้าทีวีมีที่ให้น้องๆ นอนกลิ้งเล่นได้)


คนแรกที่ลงมาคือน้องอัน ท่าทางซึมๆ ผิดปกติ เจอหน้ากันปุ๊บก็โผเข้ามากอดขาผมปั๊บ


อันเจ็บคอเสียงตัวเล็กแหบมาก


ผมอุ้มน้องขึ้นไปนั่งบนโซฟา คุกเข่ากับพื้น ประจันหน้าพร้อมซักถาม


มีน้ำมูกไหม? ไอหรือเปล่า?”


เจ้าตัวเล็กส่ายหน้าถี่ๆ


ผมรินน้ำอุ่นใส่แก้วป้อนน้องก่อน แต่กินไปไม่กี่คำก็ส่ายหน้าไม่เอาแล้ว


ดีขึ้นไหม?”


น้องส่ายหน้า ไม่พูด แต่ชูสองแขนเล็กหมายให้อุ้มอย่างเดียว เวลาน้องป่วยชอบอ้อนเป็นพิเศษ (ผมเข้าใจ เพราะผมก็เป็น) เลยขึ้นไปนั่งบนโซฟาข้างๆ น้องจะซุก ซบ หรือกอดก็ตามสะดวก แต่เจ้าตัวเล็กเล่นปีนมานั่งคร่อมตักกอดเอวแน่น เกาะติดประหนึ่งเป็นลูกลิง


ท่าทางวันนี้คงไม่ปล่อยพี่ชายห่างตัวแน่ๆ


ดีนะครับ วันนี้อากาศเย็นสบาย ถ้าร้อนตับแตกอย่างทุกที อย่าหวังเลยว่าพี่จะให้กอดแบบนี้


มากินข้าวกันดีกว่า


น้องส่ายหน้าทันที


พี่ป้อน


อ๊ะ มีนิ่ง


พี่ป้อนเชียวนะ ไม่เอาเหรอ?”


พยักหน้าแล้วครับ! ฮ่าๆๆ


ผมพยายามป้อนข้าวต้มน้อง ตักน้ำข้าวต้มให้เยอะหน่อย จะได้ลื่นลงคอง่ายๆ พอหมดน้องก็ไม่เอาเพิ่มแล้ว


ว่าแต่สามคนข้างบนทำไมยังไม่ลงมาอีกหว่า


ผมแอบเหล่มองหัวลูกลิงที่ซบอกผมอยู่ ขืนอุ้มขึ้นชั้นบน ก็ต้องอุ้มลงมา ไม่ไหวๆ อยู่รอตรงนี้ดีกว่าครับ


นั่งกอดน้องเล่นสักพักก็นึกขึ้นได้ว่าลืมโทรหาลุงหมอ


ผมดึงมือถือออกจากกระเป๋ากางเกงอย่างทุกลักทีเล กดโทรออกรอสายอยู่พักใหญ่ไม่มีใครรับ สงสัยยุ่งกันอยู่ กำลังจะกดวางกลับมีคนรับซะก่อน น้ำเสียงคนพูดฟังหอบหน่อยๆ แต่ยังติดขี้เล่นเหมือนเดิม


[สวัสดีครับคุณหนู คุณพ่อติดประชุมครับ คุณหนูฝากข้อความกับพี่ได้เลย]


ผมคิ้วกระตุกยามได้ยินถ้อยคำไม่เข้าหู แต่ข่มอารมณ์หงุดหงิด พูดกลับด้วยน้ำเสียงกวนประสาท ท้าชนให้รู้ดำรู้แดง ศึกนี้ใครจะเป็นฝ่ายยอมยกธงขาวก่อน!


อรุณสวัสดิ์ครับนายแพทย์พีรพัฒน์ กระผมนายชลนทีมีเรื่องจะแจ้งให้นายแพทย์พีรพัฒน์ทราบดังนี้…”


[กรุณาอย่ากล่าวแบบนี้เลยครับ! ทางนี้ยิ่งฟังยิ่งปวดขมับตุบๆ]


ถ้านายแพทย์พีรพัฒน์ยอมเลิกเรียกกระผมว่าคุณหนูก่อน กระผมอาจพิจารณาเป็นกรณีพิเศษ


[จะไม่เรียก คุณหนูแล้วขอรับ ตกลงว่านายน้อยมีธุระอะไรให้บ่าวผู้นี้รับใช้ขอรับ]


พ้นจากคุณหนู ยังมาเจอนายน้อยอีก!


ตอนแรกมีแค่เรื่องเดียว แม้มีข้อยิบย่อยเยอะสักหน่อยก็ตาม แต่ตอนนี้กระผมอยากแจ้งให้ทราบหลายเรื่อง เรื่องแรกช่วยเรียก ทีเฉยๆ ได้ไหมครับนายแพทย์พีรพัฒน์


[เกรงว่าจะไม่เหมาะสมนะครับ ทายาทเจ้านาย]


งั้นมากล่าวถึงข้อที่สองกันเถอะ นายแพทย์พีรพัฒน์ช่วยถือโทรศัพท์เคลื่อนที่ไว้ก่อน แล้วโปรดเดินไปตามคนที่มีอำนาจมากกว่าคุณมารับสายกระผมแทนด้วยครับ


[ฮะ!]


ผมเมินเสียงตกใจจากปลายสาย อย่างเช่น พี่ๆ ของคุณ...


[เดี๋ยวก่อนนน…]


คำสั่งตรงจากทายาทเจ้านาย นายแพทย์พีรพัฒน์ไม่มีสิทธ์พูดขัดนะครับ


[โอเคพี่ยอมแพ้แล้ว]


เสียงระโหยมาเลย แต่ใครจะสน!


ผมกำมือดีใจกับชัยชนะที่ได้รับมา ในที่สุดก็ปราบลูกคนเล็กของลุงหมอสำเร็จจนได้ วู้!


[ตกลงเราโทรมาทำไม ขู่พี่ได้แบบนี้ไม่ได้ป่วยแน่นอน]


แล้วใครว่าทีป่วย น้ำกับเบอร์ต่างหาก มีไข้ตัวร้อนตั้งแต่เช้า พี่จำเบอร์ดี้ได้ใช่ไหม


[จำได้ ป่วยแค่สองคน?]


น้องอันด้วย บอกเจ็บคอ แต่ไม่มีน้ำมูก ไม่มีไอ


เจ้าตัวเล็กเงยหน้ามองผม พี่ไม่ได้เรียกครับ แค่พูดถึงเฉยๆ


[งั้นน้องทีไปวัดไข้สองสาวก่อน สังเกตอาการอื่นๆ แล้วไลน์หาพี่ เดี๋ยวพี่จะแวะไปตรวจให้ที่บ้านตอนนี้อยู่บ้านอาอรรถใช่ไหม]


สะดวกเหรอครับ?”


[ถามอะไรอย่างนั้น บ้านเราโทรมาทีอย่างกะเสียงเตือนภัย ใครกำลังว่างเป็นต้องถูกถีบส่งไปหาอย่างไว เอาเป็นว่าช่วยเตรียมข้าวให้สักมื้อจะขอบคุณมากๆ]


[คุณหมอพีรพัฒน์ค่ะ มีคนไข้…]


[ขอโทษนะครับ เจ้านายโทรมา ผมต้องรีบไปตรวจนอกสถานที่ รบกวนติดต่อแพทย์ท่านอื่นไปก่อนนะครับ]


[อ๊ะ ค่ะๆ รีบไปเถอะค่ะ เอ่อ เดี๋ยวดิฉันอยู่แจ้งให้ท่านทราบ หลังท่านออกจากห้องประชุมเองค่ะ]


[ครับ ฝากด้วยนะครับ อ้อ บอกคุณพ่อด้วยว่าไม่ต้องเป็นห่วง]


ได้จังหวะ ผมก็รีบกรอกเสียงลงเครื่องสื่อสาร พี่พีทไม่ต้องรีบมาก็…”


[ไม่ต้องห่วงนะ พี่จะรีบไป!]


ตัดสายผมซะงั้น แถมน้ำเสียงส่งท้ายยังเคร่งเครียดเกินเหตุ ทั้งที่ก่อนหน้านี้ยังคุยเล่นสนุกกันอยู่เลย


จ้องมือถือสักพักก็เบ้ปาก ลูกคนสุดท้องของลุงหมอนิสัยยังเหมือนเดิมเป๊ะ


ก่อนจะเก็บมือถือ ผมคิดบางอย่างได้ เลยรีบปลดล็อกกดโทรออกหาคนข้างบน พาร์ไม่รับสาย สงสัยทิ้งเครื่องไว้ในห้องนอน เลยเปลี่ยนโทรเข้าเบอร์น้ำแทน สักพักใหญ่กว่าจะมีคนรับ


[กำลังลงไป] เสียงพาร์ครับ


ทำไมช้า?”


[สองสาวไม่ยอมลุกจากเตียง พึ่งขุดขึ้นมาได้]


อ้อ


“’งั้นรีบลงมาแล้วกันผมตัดสายแค่นั้น


สักพักได้ยินเสียงพาร์เอ่ยดุน้องๆ แถวบันได หันไปถึงได้เห็นสภาพสองสาวพร้อมลงไปนอนวัดพื้นทุกเมื่อ เสียวน้องกลิ้งม้วนตัวลงมาจริงๆ ลุ้นตามจนถึงชั้นล่างอย่างปลอดภัยค่อยโล่งใจหน่อย พอสองสาวเห็นหน้าผมก็ถลาตรงมาหา


ปล่าครับ ไม่ได้วิ่งมากอดเหมือนน้องอัน แต่คว้าหมอนอิงข้างตัวผมคนละใบ แล้วทิ้งตัวนอนบนพรมนุ่มหน้าทีวีทันที จนผมต้องรีบยื่นเท้าขวางไม่ให้นอน


มากินข้าวต้มกันก่อน! ใครไม่กิน พี่ไม่ให้นอนแน่


พี่ทีอ่ะ


ผมเมินเสียงประสานของสองสาว พยักเพยิบให้เห็นข้าวต้มบนโต๊ะกระจก


พี่จ๋าป้อน


มาอีกคนแหละ


อายเบอร์ไหม เบอร์ยังกินเองเลย


ยัยน้ำส่ายหน้าขวับๆ ย้ำอีก ป้อน!


ผมถอนหายใจ อุ้มน้องอันไปนั่งข้างๆ นั่งรอตรงนี้ก่อน


ม่าย


เอาเข้าไป


งั้นพี่ไม่ให้กอดดันตัวน้องออกห่างอีกหน ตัวเล็กทำท่าเบะปากเตรียมร้อง ถ้าร้องไห้ พี่ก็ไม่ให้กอด


นิ่งเลยครับ แต่น้ำตาคลอเชียว ผมขยี้หัวน้องชายเป็นคำชม ก่อนเดินไปหยิบชามข้าวต้มมานั่งป้อนน้องสาว ยัยน้ำนั่งพื้นพิงโซฟา อ้าปากรับเป็นลูกนกแรกเกิด ปากเคี้ยวทั้งที่ตาปิด ตัวน้องร้อนผ่าวๆ แค่ยื่นมือเข้าใกล้ตอนป้อนยังรู้สึกถึงไอร้อนเลยครับสงสัยต้องเช็ดตัวลดไข้ไปพลางๆ ระหว่างรอหมอมาถึง


ข้าวต้มหายไปครึ่งชาม แผ่นหลังของผมก็ถูกกระแทกอย่างแรง ดีนะช้อนยังไม่พ้นขอบชาม ไม่งั้นหกเลอะไปแล้ว เอี้ยวคอเหลียวมอง กะจะดุเจ้าตัวเล็ก แต่รู้สึกชื้นๆ ที่หลังเสื้อเข้าก่อน ไม่มีเสียงสะอื้นให้ได้ยิน เสื้อรอบเอวก็โดนกำแน่นจนยับ ก็ได้แต่ถอนหายใจ ปล่อยน้องคนเล็กกอดไปครับ


ผมป้อนน้องสาวจนหมดชามแล้ว ยัยน้ำยังอ้าปากรอรับอยู่เลย ตลกดี แต่อีกแง่ สติคงไม่เหลือแล้วมั้ง


ที น้ำ


ตอนแรกนึกว่าผมกับน้องโดนเรียก แต่พาร์แค่ส่งแก้วน้ำมาให้ครับ มีใส่หลอดให้ด้วย เอาใจใส่ดีแฮะ


ผมวางชามลง รับแก้วน้ำพร้อมยิ้มแทนคำขอบคุณ จ่อหลอดป้อนน้องสาวถึงปากหลอดโดนเคี้ยวครับ เหมือนผมจะได้ยินเสียงหัวเราะเบาๆ ทั้งจากทั้งคนตัวเล็กและคนตัวโต ผมก็ขำนะ แต่จำต้องทน เอ่ยเตือนสติน้องสาวก่อนหลอดใช้งานไม่ได้  


นี่หลอด ดูดอย่างเดียวพอ ไม่ต้องเคี้ยว


น้ำปรือตามองนิดหนึ่ง ก่อนดูดน้ำไปครึ่งแก้วก็ผละออก


นอนได้ยางง


เสียงยานคางมาก หัวเริ่มตกตามแรงโน้มถ่วง พออนุญาตปุ๊บ ก็คลานไปทิ้งตัวนอนข้างเบอร์ดี้ทันที 


อยู่นี่แหละ เดี๋ยวยกไปเก็บเอง


พาร์ว่าหลังก้มหยิบชามข้าวต้มที่ผมวางทิ้งไว้ แถมแย่งแก้วน้ำในมือ เดินไปวางบนถาด ผมชะเง้อคอมองชามข้าวของน้องเบอร์ดี้ หายไปแค่ครึ่งเดียว ก็ยังดีครับ


ฝากเอาน้ำใส่กะละมังกับผ้าขนหนูในห้องน้องอันลงมาให้ด้วยนะ


คนกำลังยกถาดเดินเข้าครัว หันมามอง


จะเช็ดตัวน้อง?”


ผมพยักหน้า


เอาเสื้อผ้าน้องลงมาด้วยไหม?”


ผมคิดสักพักก็ส่ายหัว รอไข้ลดเหงื่อออกก่อน ค่อยเปลี่ยนทีเดียว เอาแค่แป้งลงมาก็พอแล้ว



 

หลังจากยุ่งกับการดูแลน้องๆ พักใหญ่ๆ คุณหมอก็มาถึงสักที สภาพพี่พีทตอนแรกดูเนี๊ยบดีจนผมอึ้ง


แต่พอเข้าบ้านปุ๊บ พี่พีทตรงดิ่งไปห้องรับรองแขกที่ผมกับพาร์ช่วยกันทำความสะอาดเตรียมพร้อมใช้งาน เพราะไม่ได้ปิดประตู ผมเลยเห็นทุกช็อต ตั้งแต่พี่แกถอดเสื้อกราวน์แขวนหน้าตู้เสื้อผ้าอย่างดี ตามด้วยเสื้อเชิ้ต กางเกง เหลือแค่กางเกงในเดินดุ่มๆ เข้าห้องน้ำ สิบห้านาทีต่อมาก็มีผ้าขนหนูพันเอว


“ที หาเสื้อยืดกับกางเกงขาสั้น หรือแค่บ็อกเซอร์ก็ได้ให้พี่หน่อย”


พาร์อาสาไปหยิบเอง ที่จริงในตู้เสื้อผ้าก็มีชุดนอนนะครับ (ของลุงแทน) แต่สงสัยพี่แกจะไม่ชอบ


พี่ขอกินข้าวก่อนได้ไหม


ในครัวมีข้าวต้มหมูสับอยู่ในหม้อ ตักเอาเลย


ผมมองตามแผ่นหลังกึ่งเปลือยของคุณหมอหนุ่มหายลับเข้าครัว นึกภาพพี่เขานั่งกินข้าวในสภาพนี้แล้วต้องส่ายหัว หมดกันภาพลักษณ์ของคุณหมอ แต่ก็แอบสงสารนะครับ หน้าตาอิดโรยมาก พาร์ลงมาพร้อมเสื้อผ้า หันซ้ายขวาไม่เจอตัวก็เลิกคิ้วถาม ผมชี้นิ้วไปทางห้องครัว


“อ้อ แล้วเขาเป็นใคร?”


ถามช้าไปปะ


“ลูกชายลุงหมอ พึ่งเรียนจบไม่ถึงปี จะเรียกหมอพีท หมอพีรพัฒน์ หรือแค่พี่พีทเฉยๆ ก็ตามใจ”


พาร์พยักหน้า แววตายังข้องใจ “แล้วมาทำอะไร?”


“มาตรวจอาการน้องๆ”


พาร์อ้าปาก ท่าทางตกใจ แต่พอตั้งสติได้ก็ถามเสียงเครียด “มึงต้องจ่ายเท่าไหร่”


ผมงง “จ่ายอะไร?”


“ค่ารักษานอกสถานที่”


“อ้อ ไม่มี”


“อะไรนะ?!


ผมนิ่วหน้าใส่คนทำเสียงดัง “ก็บอกว่าไม่มีไง ไม่ต้องเสียตังค์อ่ะ”


พาร์ทำหน้าไม่เชื่อ “ไม่เชื่อก็ตามใจ เอาเสื้อผ้าไปให้ แล้วถามคนเป็นหมอเองก็แล้วกัน”


พาร์ทำตามทันที พักใหญ่ๆ ก็เดินหน้ามึนกลับมาหาผม เปิดกระเป๋าเงิน ควักแบงค์ร้อยสองใบยื่นมาให้ผม


อะไรวะ?


“หมอบอกว่ามึงจ่ายไปสี่ร้อย หารครึ่งก็คนละสองร้อย”


ผมไม่รับ แต่ถามกลับ “แน่ใจนะว่าฟังไม่ผิด?”


“เออ!


“งั้นช่วยหันไปด้านหลัง มองทะลุให้ถึงครัว แล้วบอกกูด้วยว่ามึงเห็นอะไร”


หมอพีทนั่งทุบโต๊ะหัวเราะไม่หยุด”


ผมตบบ่าคนกำลังอึนได้ที โธ่ โดนแกล้งก็ยังไม่รู้ตัว เลยสงเคราะห์ช่วยเฉลยความจริง


“กระเป๋าตังค์กูอยู่บนห้อง แล้วจะจ่ายเงินให้หมอได้ยังไง”



พาร์เงียบไปเลยครับ ผมก็ปล่อยให้เพื่อนตั้งสติเอาเอง เอื้อมไปหยิบตัวต่อส่งให้น้องอันที่ยึดตักผมเป็นที่นั่ง ไม่ยอมลุกไปไหน 


“คนนั้น” พาร์เกริ่น “ลูกพี่ลูกน้องเหรอ?”


“เปล่า ไม่ได้เกี่ยวข้องทางสายเลือดเลย” ตอบแล้วก็ลองมาครุ่นคิดดูอีกที “แต่ก็เหมือนล่ะมั้ง ยังไงก็รู้จักมาตั้งแต่เด็ก”


“บ้านอยู่ละแวกเดียวกัน?”


“ไม่อ่ะ”


พาร์อ้าปากจะถามอะไรอีก แต่คนในหัวข้อสนทนากลับเดินหน้าหงอยเข้ามาหาซะก่อน


“น้องทีครับ”


ผมเลิกคิ้วสูง ไม่ได้แปลกใจเสียงออดอ้อน แต่กำลังสงสัยว่าพี่แกต้องการอะไรจากผมอีก 


ของกินก็ให้ไปแล้วนี่หว่า


“ทำอะไรเพิ่มให้หน่อย แค่ข้าวต้มมันไม่พอยาไส้ครับ”


ฮะ!


“ไม่พอได้ไง ทีทำทิ้งไว้เผื่อมื้อเย็นเลยนะ!


เย็นนี้ผมกะจะต้มข้าวในหม้อต่อ มันก็จะกลายเป็นโจ๊กให้กินอีกมื้อ 


“หมดแล้ว”


“หมด? ทั้งหม้อเลย?”


พี่แกยิ้มแห้ง ค่อยๆ เอาหม้อที่ถือซ่อนข้างหลังออกมาเอียงให้ผมดูความว่างเปล่าด้านใน


นี่พี่กินหรือสูบ?


“ยังไม่อิ่มอีกเหรอ?”


“ก็ถมไปได้สักสี่ในห้าแล้ว”


ฟังแล้วอยากกุมขมับ “งั้นเดี๋ยวทีไปทำข้าวผัดให้”


พี่พีทฉีกยิ้ม รีบชูสองนิ้ว ไม่ได้หมายความในแง่ สู้ๆ หรอก พี่แกขอสองจาน สมแล้วที่เคยตุ๊ต๊ะมาก่อน แต่พึ่งมาผอมหุ่นดีก็หลังเรียนจบนี่แหละ ผมอุ้มน้องอันวางข้างๆ ลุกขึ้นคว้าหม้อในมือพี่พีทเดินเข้าครัวด้วยความปลงตก แว่วเสียงน้องอันร้องไห้จากด้านหลัง สงสัยจะโดนใครสักคนกักตัวไว้ไม่ให้เดินตามผมมา ก่อนจะได้ยินเสียงโหดของคุณหมอจบใหม่


คนไหนเด็กดื้อ โดนหมอจับฉีดยาแน่ๆ


เงียบกริบ


ฮ่าๆๆ


ผมออกมาอีกที พี่พีทเก็บอุปกรณ์ทางการแพทย์ฉบับพกพาลงกระเป๋าแล้ว กำลังแนะนำวิธีใช้ยาให้พาร์ฟัง ส่วนตัวเล็กหลับไปแล้วครับ พอพี่พีทสังเกตเห็นผมก็ฉีกยิ้มกว้าง


“เสร็จแล้ว?”


“วางอยู่บนโต๊ะ”


ความเริงร่าแผ่ออร่าคูณสองเหมือนน้องหมาเลยครับ ก่อนเดินผ่านยังก้มลงมาหอมแก้มกันฟอดใหญ่แทนคำขอบคุณอีก ผมชินโดนมาตั้งแต่เด็ก ยิ่งหลังทำอาหารเป็นยิ่งโดนบ่อย แต่พอหันไปมองพาร์ แววตาเพื่อนเอาเรื่องสุดๆ เหมือนโกรธกันมาชาติเศษ


“ถามหน่อย”


“อะ อือ” 


พาร์พยักเพยิบไปทางห้องครัว “เขาเป็นอะไรกับมึง?”  


ผมกระพริบตา “พี่ชายล่ะมั้ง”


“ทำไมต้องมีมั้ง?”


เดี๋ยวนะ ทำไมน้ำเสียงขุ่นขนาดนั้นครับเพื่อน


“เอ่อ พาร์มึงโกรธกูเรื่องอะไร?”


เงียบครับ ทั้งสีหน้าทั้งแววตาของพาร์ดูสับสนอย่างหนัก สุดท้ายก็เดินหนีผมดื้อๆ


อะไรของมัน 

 

พี่พีทอยู่กับพวกผมยาวถึงเย็น ไม่ได้ช่วยอะไรหรอก พี่แกยึดโซฟานอนยาวจนโดนโทรตามตัวไปเข้าเวรหรืออะไรสักอย่าง (ผมฟังไม่ถนัด) ถึงได้กุลีกุจรเข้าห้องน้ำ แต่งตัวซะเนี๊ยบเหมือนขามาอีกรอบ ย้ำเรื่องการใช้ยา แล้วเตรียมกลับอย่างไว


“เดี๋ยวผมเดินไปส่ง


“มึงอยู่เฝ้าน้องนั่นแหละ! เดี๋ยวกูไปส่งเอง”


ผมมองพาร์แย่งของในมือคุณหมอหนุ่มไปช่วยถือ เดินนำหน้าไปนู้นแล้ว แต่เจ้าของกระเป๋าอย่างพี่พีทกลับยืนครุ่นคิดอยู่ที่เดิม ครู่เดียวพี่แกก็ฉีกยิ้มระรื่นแบบที่ผมเห็นยังแอบแหยง


เหอะๆ พาร์โดนพี่แกหมายหัวแล้วแน่ๆในฐานะบุคคลน่าแกล้งแห่งปี หรือหลายปีน่ะนะ


ผมเลยไม่แปลกใจที่ได้เห็นหน้าตาบูดบึ้งตอนกลับเข้ามาของพาร์ แต่ที่ไม่เข้าใจ ทำไมผมถึงได้รับสายตาหงุดหงิดจากมันเล่า!

 



เมื่อน้องๆ ป่วยจนซ่าไม่ออก แต่ละคนเข้านอนกันเร็วมากครับ สองทุ่มครึ่งก็พากันหลับหมดแล้ว


เฮ้อได้เวลาพักซะที


อาบน้ำเสร็จก็มานอนกลิ้งเล่นบนเตียงคลายเมื่อย สักพักรูมเมทที่เข้าไปอาบทีหลังก็ออกมา


ที


หือ?”


มีเรื่องจะถามหน่อย


ผมงง ทุกทีเคยถามแบบนี้ที่ไหน เลยลุกขึ้นมานั่งพิงหัวเตียง เพ่งมองเพื่อนด้วยแววตาสงสัย


จะจ้องหน้าทำไม


“มีอะไรจะถามก็พูดมาดิ”


พาร์เงียบไปอึดใจหนึ่งกว่าจะพูดออกมา กูอยากได้อัลบั้มรูปถ่ายตั้งแต่เด็กของมึงแบบปกติ


ผมสะดุดหูสองจุด ได้ยินแล้วอารมณ์ต่างกันสิ้นเชิง แต่ขอพูดถึงอย่างแรกก่อน


จะย้ำหาพระแสงอะไรไม่ทราบ!


ยังดีที่มันไม่ถามว่า มีไหมต่อท้ายคำว่าปกติ ไม่งั้นผมคงกระโจนลงไปต่อยมันอีกหมัดแน่ๆ


พาร์ไม่พูด แต่โยนหลอดยาแก้พกช้ำจากโรงพยาบาลมาบนเตียง หล่นตุบข้างตัวผมพอดิบพอดี เห็นแล้วก็นึกได้ ทั้งวันมัวแต่วุ่นเรื่องนู้นเรื่องนี้ ลืมทายาให้มันเลย ผมโยนหมอนหนุน (ของพาร์) ให้ใช้รองหน้าอก รอเพื่อนนอนคว่ำ ระหว่างนี้ก็ถามย้ำคำติดใจอย่างที่สอง


แล้วมึงจะ อยาก-ได้ ไปทำไม?”


ลองบอกว่าอยากได้ไว้ดูเล่นสิ ผมยันมันตกเตียงแน่


อยากได้ไว้ดู…”


ผมง้างเท้าขึ้นแล้ว


เฉยๆ


เพี้ยนไปแค่ประโยคหลัง ผมควรเตะมันดีไหมครับ แต่น้ำเสียงพาร์ไม่ได้ฟังดูโรคจิต ปล่อยผ่านแล้วกัน


วางเท้าลง ทรุดตัวนั่งขัดสมาธิ เตรียมทายาให้เพื่อน


ขอถามให้แน่ใจ ดูเฉยๆ แล้วคืนเจ้าของ? หรือจะขอรูปถ่ายไปเก็บไว้ด้วย?”


ทำไมถามแบบนี้?”


ก็คำว่าอยากได้ของมึง มันครอบคลุมหลายอย่าง


กูใช้คำผิดเองขอดูได้ไหม


งั้นตอบคำถามมาก่อน จะขอดูไปทำไม?”


พาร์เงียบไปนานจนผมทายาด้านหลังเสร็จ กำลังย้ายตัวเองไปทายาที่หัวเพื่อน


“…พ่อบอกว่าถ้ารู้สึกไม่โอเค และกูอยากถอย ให้ลองกลับไปยืนที่จุดเริ่มต้นดู


แล้ว?”


จุดเริ่มต้นของกูกับเด็กคนนั้นคือรูปถ่าย กูเลยว่าจะเริ่มจากตรงนั้นใหม่อีกครั้ง


อ้อ


หลังจากนั้นล่ะ?”


มึงเป็นเพื่อนที่ดี กูไม่อยากให้เรื่องสมัยเด็กมาทำลายมิตรภาพตอนนี้


ผมบอกให้พาร์พลิกนอนหงาย


พาร์พ่นลมหายใจ ทำตามที่ผมสั่ง หน้าท้องเพื่อนช้ำกว่าเมื่อวาน (เมื่อเช้าก็ลืมสังเกต) สงสัยเพราะแรงหมัดของผมแหงๆ


“สรุปคือมึงจะถอยสินะ”


พาร์ไม่ตอบ แววตามันสับสนสิ้นดี แถมยังเปลี่ยนเป็นฝ่ายถามอีกต่างหาก


ตกลงจะบอกได้ยังว่าอยู่ไหน?”


ผมทายาไป ตอบคำถามไป อัลบั้มรูปอยู่ชั้นล่างสุดของตู้หนังสือตรงนั้น


ผมชี้นิ้วบอกพิกัด แต่กูเอามาแค่บางส่วน ที่เหลืออยู่บ้านย่าหมด


ขอดูเท่าที่มีก่อนก็ได้


ทายาให้มันเสร็จ ผมก็เดินไปล้างมือ ออกมาเจอเพื่อนนั่งเปิดอัลบั้มรูปอยู่ตรงปลายเตียง


มันยิ้มอ่ะ


รูปตอนเด็กของกูมีอะไรน่าขำหรือไง?”


พาร์ไม่ตอบ เหมือนจมสู่ภวังค์ไปแล้ว ได้แต่ส่ายหัวปลงๆ ปล่อยพาร์ไปเถอะครับ ส่วนผมหนีไปเล่นเกมออนไลน์ดีกว่า ไม่ได้เข้าเล่นนานจนลืมไปแล้วว่าล่าสุดเซฟตัวละครไว้ที่ไหน แล้วกระดาษจดชื่อกับรหัสล็อกอินไปวางอยู่ไหนเนี่ย


สุดท้ายผมหาไม่เจอ เอาวะ เปิดเกมไพ่ในคอมเล่นคลายเครียดก็ได้


“ที!


ผมสะดุ้ง หลุดสมาธิจากเกมไพ่หลังเล่นมาพักใหญ่ แต่ก่อนจะได้หันไปหา คนเรียกกลับโผล่พรวด ยื่นรูปทั้งอัลบั้มวางกระแทกบนโต๊ะ


“คนนี้คือ ไอ้พี่หมอวันนี้?”


ผมเหลือบมองภาพที่พาร์ชี้ ตัวเองสมัยหกขวบกำลังหอมแก้มเด็กผู้ชายอายุมากกว่า


“อ้อ ใช่”


ถ้าจำไม่ผิด รู้สึกจะโดนพี่พีทแกล้งบอกวันเกิดผิด ผมเลยเป็นคนเดียวที่ไม่มีของขวัญเตรียมไว้ให้ และถ้าไม่มีพี่แกจะยัดเหยียดตั๋วลงโทษฉบับพี่แกทำเองใส่มือ เพื่อเอาตัวรอดเฉพาะหน้า ผมเลยหอมแก้มไปฟอดหนึ่ง พร้อมพูดแถให้มันกลายเป็นของขวัญให้ได้ จำไม่ได้ว่าพูดอะไรไปบ้าง แต่สีหน้าพี่พีทเหวอสุดๆ พวกผู้ใหญ่หัวเราะร่วน แต่หลังจากนั้นเวลาพี่พีทเจอหน้าผม จะทำหน้าหมั่นไส้มาก


ผมออกจากภวังค์ก็พบว่า พาร์เก็บอัลบั้มรูปคืนที่เดิมแล้ว หน้าหงุดหงิดได้ที่ มือกำสมาร์ตโฟน อีกมือผลักประตูเปิดเตรียมออกจากห้อง


“จะไปไหน?”


“ช่างกูเถอะ!


ประตูถูกกระแทกปิด แต่เสียงไม่ดังนัก สงสัยกลัวน้องๆ ตื่น ผมจ้องประตูต่ออย่างมึนๆ  


วันนี้พาร์อารมณ์แปรปรวนชะมัดเลยครับ




วันอาทิตย์ก็เหมือนกับวันเสาร์ ต่างแค่น้องๆ เริ่มอาการดีขึ้น กลับมาร่าเริงถึงขั้นป่วน เรียกร้องอยากกินนู้นกินนี่ตั้งแต่เช้า ผมต้องแหกขี้ตามาทำแกงจืดเยื่อไผ่ใส่เห็ดหอมสับให้ หลังของคาวคือของหวาน พาร์เลยรับบทหนักเพราะเป็นคนเดียวในบ้านที่ทำของหวานอร่อย


เยลลี่ๆ อยากกินเยลลี่ พี่พาร์ทำให้กินหน่อยยย


นอกจากสองสาว พาร์ยังเจอสายตาออดอ้อนของเจ้าตัวเล็กด้วย


ผมเมินสายตาขอความช่วยเหลือจากเพื่อนผู้กลับมาทำตัวเป็นปกติอีกครั้ง พลางชำเลืองมองวิธีที่พาร์ใช้รับมือน้องๆ เพื่อศึกษาเป็นแนวทาง มันใช้เทคนิค 'ความเงียบ สยบทุกความเคลื่อนไหว' แต่ขอโทษเถอะ เพราะใช้กับสามคนนี้ไม่ได้ผลครับ พูดด้วยปากไม่ฟัง น้องๆ ก็เริ่มสกินชิพเข้าออดอ้อน สุดท้ายพาร์ทนไม่ไหว ชิ่งหนีขึ้นข้างบน ทิ้งน้องทั้งสามมองตามตาปริบๆ ก่อนหน้าบูดในเวลาต่อมา


ทำไมให้กินไม่ได้อ่ะ แค่เยลลี่น้ำผลไม้เองนะ คั้นสดจากส้มแท้ๆ มีวิตามินซีสูงจะตาย ป้องกันหวัดด้วย หรือถ้าพี่พาร์ขี้เกียจ น้ำเสนอให้ใช้น้ำผลไม้กล่อง


ประเด็นไม่ได้อยู่ที่คั้นสดหรือกล่องหรอกน้องสาว แต่เพราะมันต้องเอาไปแช่ตู้เย็นก่อน ใครจะเอาของเย็นๆ ให้คนป่วยกินเล่า   


รอหายก่อน เดี๋ยวพาร์ก็ทำให้เองแหละผมพูดปลอบ


พี่ทีทำได้ไหม?”


ได้


สายตาสามคู่มองสบตาผมปิ๊งๆ อย่างมีความหวัง


แต่กินเข้าไปแล้ว อาจแหวะออกมานะ


ทำไมคะ?” เบอร์ดี้ทำหน้าสงสัย


“เพราะมันไม่อร่อยไงผมเฉลยด้วยรอยยิ้ม ได้แหย่น้องแล้วรู้สึกดีจัง


เสียงทำนองล้วนๆ ช่วงต้นเพลง Lost In The Echo ของ Linkin Park ดังขึ้นกะทันหันริงโทนมือถือผมเอง หยิบขึ้นมาดูถึงกับชะงัก เมื่อเห็นชื่อคนกับภาพถ่ายเดี่ยวๆ ครึ่งตัวปรากฏบนหน้าจอ


สามีไอ้เด็นครับ  


--------------------------------------------------- 

(แจ้งข่าว) 07/12/2015   

ขอปรับปรุงบทนี้ใหม่นะคะ อ่านแล้วสะดุดมากมาย ทนไม่ไหวเลยต้องเอามารีไรท์ใหม่ค่ะ ต้องขอโทษด้วยนะคะ (โค้งๆ) เรารีไรท์หนักหน่อยก็ช่วงต้นกับช่วงกลางค่อนท้ายค่ะ (มีประเด็นระหว่างพาร์กับหมอพีรพัฒน์เข้ามา) เพราะไหนๆ ก็เสียค่าตัวให้คุณหมอแล้ว ต้องเอาให้คุ้มค่ะ (ฮา) 

ป.ล. คอมเมนต์ตั้งแต่วันที่5ธันวา ขอยกไปตอบตอนหน้านะคะ ใครที่กำลังอยู่ในช่วงสอบก็สู้ๆ นะ เมื่อวานเราก็พึ่งไปสอบวัดระดับภาษาญี่ปุ่นมาเหมือนกัน


14/12/2015 - แก้ไขคำผิดค่ะ


- เสียงริงโทนของทีค่ะ (ทำนองช่วงต้นเพลง) ใครสนใจก็ฟังกันได้นะ 

Linkin Park - LOST IN THE ECHO  เครดิต: Youtube 

--------------------------------------------------- 

Talk:   05/12/2015

สุขสันต์วันพ่อค่ะ 

แน่นอนว่าพวกทีก็ใกล้ถึงวันพ่อเหมือนกัน แต่อาจช้ากว่าพอประมาณเลยค่ะ (ฮา)


แจ้งปัญหา (สืบเนื่องจากตอนที่แล้ว)   

เรื่องการแก้ปัญหาเบื้องต้นที่พอทำกันได้เลยทุกคน (สำหรับคนที่ใช้แอพเด็กดีแล้วมองไม่เห็นรูปที่ลงในตอนที่17,18) ลองใช้ Chrome เปิดหน้านิยายที่มีปัญหาดูนะคะ (หากไม่สะดวกต้องขอโทษด้วยค่ะ) หรือใครจะใช้บราวเซอร์อย่างอื่นก็น่าจะได้เช่นกัน (ยังไม่ได้ลองค่ะ เครื่องเรามีแต่Chrome)


[สำหรับคนที่ไม่รู้ว่า Chrome คืออะไร? ---> เป็นบราวเซอร์สำหรับท่องอินเตอร์เน็ทค่ะ ใช้ได้ทั้งระบบแอนดรอย และ ios วิธีติดตั้งก็แบบเดียวกับแอพทั่วไปค่ะ เช่น ไปที่ เพลย์สโตร์ หรือ iTunes พิมพ์ ‘Chrome’ ก็ขึ้นมาแล้วค่ะ]


< สำหรับผู้ใช้แอพเด็กดีที่สนใจดูรูปการ์ดPT ,ไทม์ไลน์นิยายช่วงแรก, เพลง กดที่คลิกได้เลยค่ะ > 

(แก้ไขลิงค์ - 07/12/2015) ไม่ต้องผ่านหน้านิยายแล้วค่ะ (แบบนี้น่าจะสะดวกกว่า)    

          ตอนที่17     คลิก          รูปการ์ด [เป็นของกลุ่มแฟนคลับ 'พาร์ที' ค่ะ ใครสนใจ สามารถขอเข้าร่วมได้นะคะ (น้องเบอร์เป็นคนดูแลอย่างลับๆ) ป.ล.เป็นการ์ดเดิม เลยยังไม่ได้ลงรายชื่อที่เพิ่มใหม่เข้าไปนะคะ แต่การ์ดต้นฉบับเราเพิ่มชื่อแล้วนะ แต่ยังไม่ได้อัพลงเน็ทค่ะ]

         ตอนที่18      คลิก          ไทม์ไลน์นิยาย

          ตอนที่19      คลิก           เพลง Linkin Park - LOST IN THE ECHO 

--------------------------------------------------- 


ช่วงตอบคอมเม้นต์ (05/12/2015)


ThePrikPanther - คนแก่ยิ้มแก้มปริแล้วค่ะ

 

KillerKill -  จะฝังใจไหมน้า / คุณพ่อแทนโดนชมหลายคนแล้วค่ะ (ฮา)

 

khemsiwachaya (คุณสึมิ) - ต้องไปถามพ่อแทนว่าตอนนี้รู้สึกเก๋าหรือยัง 555 / แน่นอนค่ะ ไม่งั้นสายเลือดวายจะไหลไปหาน้องเบอร์ได้ยังไง (มาจากคุณแม่นี่แหละ) / รับทราบค่ะ / ส่งชื่อไปให้น้องเบอร์ดี้เรียบร้อย / ขอบคุณเรื่องป้ายด้วยนะคะ (เดี๋ยวขอพิจารณ์อีกทีว่าจะใช้ดีไหม หรืออาจจะปรับแก้ไขข้อความสักหน่อยค่ะ)

 

เนรุ - มาร่วมวงนั่งรอลุ้นด้วยกันเลยค่ะ 555 / ว่าแต่ทีเศร้าในตาเรื่องคุณย่า? (เรางงตรงนี้แหละ ทีเศร้าตอนไหนเอ่ย?) ถ้าจากตอนที่18 (ช่วงพาร์เก้าขวบ) แววตาทีเปลี่ยนไป เพราะเรื่องเมื่อตอนแปดขวบค่ะ (ที่เกือบโดนคนสวนปล้ำ) ถ้าไม่ใช่ช่วงนี้ก็ช่วยบอกด้วยนะคะ คือเรายังไม่ได้เปิดตัวคุณย่าเลย (ทีแค่กล่าวถึงบ้างเท่านั้นเอง)

 

ยัยหัวหยอง - พ่อแทนปิดปากแน่น ส่ายหน้าไม่บอกอย่างเดียวค่ะ

 

PRF •_• - ขออธิบายอันนี้ก่อนนะคะ 'Time Line' ที่บอกในตอนที่แล้ว หมายถึงตารางปฏิทินที่เขียนบอกรายละเอียดคร่าวๆ ในนิยาย เช่น บทที่1 อยู่วันที่เท่าไหร่ อะไรประมาณนี้ / เราเล่นแชทไลน์อย่างเดียวค่ะ ใช้ติดต่อคนในครอบครัวหรือพวกเพื่อนๆ ที่สนิทกัน เลยขอไม่โพสไอดีไลน์ลงในนี้นะคะ / 

ส่วน ออฟฟิเซียลไลน์ที่คุณPRF •_• บอก เราลองไปหาข้อมูลดูแล้วค่ะ ซึ่งตอนนี้มี Line@ สำหรับรายย่อย เท่าที่ศึกษาเงื่อนไขมา เราคิดว่าคงไม่เลือกช่องทางนี้ค่ะ / ช่องทางสำหรับติดต่อตอนนี้มีแค่ทางเมลอย่างเดียว (คือเรายังไม่พร้อมเปิดช่องทางอื่นค่ะ ต้องขอโทษด้วยนะคะ) / 

ลองทำตามคำแนะนำ 'แจ้งข่าว' ที่อยู่ด้านบนก่อนนะคะ (คือเปิดผ่านChrome) ถ้ายังมีปัญหาอยู่ เดี๋ยวเราลองคิดหาวิธีอีกครั้งนะ   


PuiPui - คุณพ่อฝากบอกว่า เปล่า (เสียงสูง) (แอบกระซิบ - เขาพนันกับพ่อทีอย่างเมามัน ก็น่าจะลุ้นอยู่นะคะ) 

 

หมวยตัวกลม - ช่ายยย พาร์น่าจะตัดใจยาก นี่รอมารอชมอยู่ว่าจะเอายังไง (สนใจมานั่งด้วยกันใหม่ค่ะ เสื่อผืนใหญ่มากกก)

 

Tari - 555+ (เผยมือเชิญชวน มานั่งรอชมดีกว่าค่ะ ว่าพาร์จะเอายังไงต่อ)

 

WaDaMoKu - นั่นสิค่ะ แต่ฝ่ายเดือดร้อนกว่า คือสองคุณแม่นะ (ขำ)

 

รอยพิมพ์ - น้องน้ำป่วย เลื่อนไปก่อนน้า (แผนขอยืมจากเพื่อน ยังต้องเลื่อนเลยค่ะ) / คุณพ่อแทนยกนิ้วโป้งถูกใจให้ทันที / พาร์หนีไปนั่งหลบมุมถอนหายใจแล้วค่ะ (ฮ่าๆๆ)

 

ZiDEXiDE - ต้องมารอลุ้นว่าหลังจากนี้พาร์จะหายสับสนกับลังเลไหม (มาปูเสื่อรอกันดีค่ะ)

 

ลีลีข้าวสาร - (17) พาร์ถอนหายใจเลยค่ะ 555  / (18) พ่อแทนโบกมือปฏิเสธแล้วค่ะ บอกพนันอะไรบางอย่างกับอรรถเฉยๆ

 

คิมดงจุน - ขอถามค่ะ พาร์กับที ใครน่ารักกว่า? (ฮา)

 

Keen Alexis - เอ สมควรสงสารไหมนะ พาร์ดันทำตัวให้คุณแม่เอาไปจิ้นเองนี่น่า

 

PreawMaKa - มาลุ้นกันค่ะ ต่อไปจะยังมีอิทธิพลไหม 555

 

อิงะเดะมอ - นั่นสิค่ะ (พยักหน้าเห็นด้วยหงึกๆ)


----------------------------------


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 88 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,841 ความคิดเห็น

  1. #2780 KiHaE*129 (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 15 กันยายน 2562 / 04:14

    มีคนขี้หึงไม่ทราบอาการตัวเอง 1 ea

    #2,780
    0
  2. #2707 ThkTheks (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 15 สิงหาคม 2561 / 21:53
    หึงใช่มั้ยน้องพาร์ รู้ใจตัวเองแล้วใช่มั้ยยยย ส่วนแฟนเด็น แอออออ แค่เห็นก็รู้สึกดราม่าแล้วว
    #2,707
    0
  3. #2659 bwp_k (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 6 มกราคม 2561 / 17:43
    หึงสินะพาร์ จะทำไงกับใจที่ผูกติดกันมาเป็น 10 ปีดี
    #2,659
    0
  4. #2630 Mistyblack (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2560 / 08:21
    จะเลิกแล้วรึเปล่า เด็นอ่ะ
    #2,630
    0
  5. #2549 FairyP718 (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 19 เมษายน 2560 / 00:16
    กลับไปที่จุดเริ่มต้นคือดูรูปทีแบบเด็กผู้ชายปกติ แล้วอะไรคือหุนหันออกไปคุยโทรศัพท์ โทรปรึกษาพ่ออีกเหรอ แล้ววันต่อมายิ้มได้อีก มีโกรธที่ทีสนิทกับพี่พีทอีก ได้คำตอบชัดเจนแล้วใช่มั้ยพาร์... เราเชียร์นะ
    #2,549
    0
  6. #2139 เอกชัยกรรไกรบิน (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 23 พฤศจิกายน 2559 / 09:12
    วิ่งมากรี้ดเพลงของเฮียๆLP
    #2,139
    0
  7. #1962 baekbow (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 2 กันยายน 2559 / 23:09
    เออ พอมาถึงตอนนี้เพิ่งนึกถึงเพื่อนทีได้ สรุปเลิกคบกันแล้วหรอ
    #1,962
    0
  8. #1387 Dark Diamond (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 13 เมษายน 2559 / 16:58
    หลอดโดยเคี้ยว-หลอดโดนเคี้ยว
    เสื้อกราว-เสื้อกาวน์
    พราง-พลาง
    โครต-โคตร (จาก chap. อื่น ๆ ค่ะ)
    #1,387
    0
  9. #1279 Filmmytiger (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 28 มีนาคม 2559 / 11:06
    พาร์แกหึงแน่ๆ
    #1,279
    0
  10. #718 Dairy-nana (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 29 มกราคม 2559 / 18:44
    หึงแน่ๆ หึงๆๆๆ
    #718
    0
  11. #249 PuiPui (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2558 / 20:56
    พาร์หึงใช่มั้ยคะคนดีตอบเจ้มาให้ชื่นนนนนใจสิ พี่หมอพีทแกล้งอะไรน้องน๊า~ ส่วนเรื่องเด็นไม่สงสารนางนะนางทำตัวไม่ดีเห็นแก่ตัว เพื่อนคนอื่นก็สปอยด์นางเกินไป แต่เจ้แอบคิดว่าสามีเด็นชอบทีอารมณ์เพื่อนสนิทคิดไม่ซื่อไรงี้
    #249
    0
  12. #238 nam3 (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 11 ธันวาคม 2558 / 19:35
    พาร์หึงงงงง ตอนไปส่งเจอโดนบลัฟไว้แน่ๆ เลย ฮา

    แหน่ะๆ มองรูปถ่ายแล้วยิ้มมม เดี๋ยวก็ตกหลุมรักอีกรอบหรอกกก ฮ่าๆๆ
    #238
    0
  13. #210 Power (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 9 ธันวาคม 2558 / 21:53
    กรี๊ดดด เพิ่งมาอ่าน ชอบมากๆเลยค่ะ!! รออัพนะคะ;:///; มันน่ารักมากกกก
    #210
    0
  14. #209 Power (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 9 ธันวาคม 2558 / 21:52
    เพิ่งมาอ่านค่ะ ชอบมากกกก//// แบบชอบมากๆ มันดูมิ้งๆ ค่อยๆพัฒนาไป น่ารักอ่ะ ชอบมากๆๆ รออัพนะคะ!
    #209
    0
  15. #208 Dark Diamond (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 9 ธันวาคม 2558 / 12:27
    อ่านรวดเดียวถึงตอนนี้เลย สนุกมากค่ะ พาห์กับทีน่ารักมากกก โดยเฉพาะพาห์ ทีก็ดูซื่อ(บื้อ)ไปนิดนะ มาอัพต่อเร็วๆนะคะ (พราง เราคิดว่าควรใช้ พลาง นี้มากกว่านะคะ)
    #208
    0
  16. #207 PRF •_• (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 8 ธันวาคม 2558 / 23:37
    แบบนี้ดีขึ้นเยอะเลย55 เนื้อเรื่องดูไม่งงแล้ว ดีขึ้นเยอะ ^_^)/ พาร์หึงแน่ๆ 55 พี่หมอมาซะคุ้ม แต่งใหม่ดีขึ้นเยอะจริงๆครับ ส่วนตุตะ ไม่ใช่ ตุ๊ต๊ะเหรอครับ อ้วนตุ๊ต๊ะน่ะครับ ถ้าผมผิดก็ขออภัยด้วยครับ
    #207
    0
  17. #205 KillerKill (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 8 ธันวาคม 2558 / 18:23
    หึงสินะเธออออ หึงแน่ๆล่ะอาการแบบนี้
    แหมๆๆๆ ไม่ต้องถอยแล้วล่ะแบบนี้ จีบเลยดีกว่านะพาร์ คิๆ
    #205
    0
  18. #204 เนรุ (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 8 ธันวาคม 2558 / 13:59
    อ่านไปยิ้มไปเลย พาร์มีหึงไม่รู้ตัวอีกนะ น่ารักอ่ะ

    พี่พีทก็ ตลกดีนะ

    ชอบเวลา พาร์กะทีเลี้ยงน้อยอ่ะ อบอุ่น



    พาร์ตัดใจได้ไม่ได้ ลุ้นอยู่นะ
    #204
    0
  19. #203 Keen Alexis (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 8 ธันวาคม 2558 / 07:00
    ปกติไม่กลับมาอ่านรีไรท์ วันนี้ไม่รู้คิดยังไงเข้ามาอ่าน ชอบอ่ะ กลายเป็นจุดเปลี่ยนเลย พาร์หึงอ่ะ ฮา
    #203
    0
  20. #202 รอยพิมพ์ (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2558 / 23:29
    มาอ่านใหม่อีกรอบ 555 #พาร์ที พาร์หึงสินะ...สินะ ส่วนทีก็มึนๆอึนๆต่อไป แล้วก็พี่หมอน่ารักดีอ่ะ !, ชอบ~ นี่อยากหาคู่ให้พี่หมอเลยค่ะ แนะนำผู้ชายขรึมค่ะ จะได้ปราบนิสัยกวน+ขี้แกล้งของพี่หมอได้ ^,.^/ ~
    #202
    0
  21. #200 2LJSTD (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2558 / 21:16
    หึงอ่ะดิพี่พาร์ เลิกอึนมึนงงสับสนได้เเล้ว
    #200
    0
  22. #199 PreawMaKa (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2558 / 21:14
    รีไรท์แล้วสุดยอดมากก ชอบๆ พาร์หึงงงง หึงงงง ชอบหมอพีทนะคะ! เอฟซีหมอค่ะ
    #199
    0
  23. #198 ลีลีข้าวสาร- (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2558 / 21:01
    พอรีไรต์ปุ๊ปนี่ความหวังเรามาเต็ม หึงเค้าใช่ม้าาา โถถถ
    #198
    0
  24. #197 zujune2000 (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2558 / 20:18
    สนุกกกมากกกอ่ะค่ะ พึ่งอ่านเรื่องนี้เลยไม่ได้เม้น พาร์นี่หึงชิมิๆ ทีก้ช่างไม่รุอะไรบ้างเล้ยยคริคริ รออ่านตอนต่อไปน้าค้าาาา
    #197
    0
  25. #196 ZiDEXiDE (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2558 / 20:10
    กรี้ดดด ชอบที่รีไรต์อ่ะ ฟินนนนนน พาร์จ๋า ที่ออกไปจากห้องอ่ะ โทรไปบอกพ่อว่าเอาคนนี้แหละรึเปล่าาาา หุหุหุ
    #196
    0