[Chonnatee] ชลนที #Boy's Love #จบแล้ว

ตอนที่ 17 : บทที่ 14

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 9,100
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 113 ครั้ง
    15 ก.ย. 59


บทที่ 14


ผมเดินหนาวนิดๆ เข้าห้องนอนตัวเอง สภาพตอนนี้เหลือแค่บ็อกเซอร์ตัวเดียว ส่วนเสื้อนักศึกษากับกางเกงเปียกโชกตากอยู่ระเบียงห้องน้องอันแล้วครับ  


“น้องอันล่ะ”


พาร์เงยหน้าถาม ทั้งที่ยืนผูกเชือกกางเกงเลอยู่หน้าตู้เสื้อผ้า  


“จับอาบน้ำ กล่อมนอนแล้ว”


“ให้กินยาหรือเปล่า?”


“ป้อนยาน้ำไปแล้ว”


“ตัวร้อนไหม?”


“อุ่นๆ แต่หลับสนิทสักคืน พรุ่งนี้น่าจะดีขึ้น”


สีหน้าพาร์ดูวางใจระดับหนึ่ง “งั้นเดี๋ยวกูออกไปดูสองสาวเอง ส่วนมึงรีบเข้าไปอาบน้ำไป๊”


มันโยนผ้าขนหนูมาให้ พร้อมโบกมือไล่ ผมเดินเข้าห้องน้ำอย่างว่าง่าย


จัดการสระผมอีกรอบทั้งที่พึ่งสระไปเมื่อเช้า ไปโดนฝนกันมาครับ


นึกย้อนไปแล้วก็เซ็งหลังออกจากร้านอาหารพวกผมเห็นแล้วล่ะว่าฝนหลงฤดูทำท่าจะตก เลยรีบเดินกึ่งวิ่งไปที่รถ แต่ดันเทลงมาซะก่อน เปียกมะล่อกมะแลกกันหมดทั้งห้าชีวิต


ฝนตกรถติดคือคำยอดฮิต


พวกผมติดอบู่บนท้องถนน ต้องทนอยู่สภาพตัวเปียกๆ ขนาดเบาแอร์จนสุดแล้ว สองสาวยังจามไปหลายที ส่วนเจ้าตัวเล็ก ผมจับถอดเสื้อผ้าออกหมดตั้งแต่แรก ใช้หมอนผ้าห่มคลุมตัวให้น้องอย่างเดียว ขืนไม่ทำอย่างนี้กว่าจะถึงบ้าน น้องอันได้ไข้ขึ้นแน่ๆ ครับ และขัดใจน้องให้ไปนั่งด้านหลังกับพวกพี่สาว


กลับสู่เวลาปัจจุบัน ระหว่างเช็ดตัวหลังอาบน้ำเสร็จ ผมเหลือบมองกระจกห้องน้ำอีกรอบด้วยความขัดตา พาร์เล่นชโลมกระจกจนเต็มไปด้วยฟองสบู่ นึกคึกอะไรไม่รู้ถึงอยากทำความสะอาดกระจกตอนนี้


อย่าหวังว่าผมจะช่วยทำความสะอาดให้ล่ะ     


หลังเดินออกจากห้องน้ำ ไร้วี่แววรูมเมทไม่รู้ทางสองสาวเป็นยังไงบ้าง 


ผมนึกระหว่างหยิบเสื้อยืดตัวใหญ่มาสวมหัว (จิกมาจากตู้เสื้อผ้าลุงนิก)  ท่อนล่างเป็นบ็อกเซอร์ที่สภาพเหมือนกางเกงขาสั้นมากกว่ากางเกงใน สไตล์ชุดนอนผมเป็นแบบนี้แหละ ใส่นอนสบายกว่าชุดนอนอีกครับ


ระหว่างกำลังเช็ดผมให้แห้ง พาร์ก็เปิดประตูเข้ามา พร้อมถือถาดใส่แก้วน้ำสี่ใบ (ว่างเปล่าไปแล้วสอง) กับกระปุกยาลดไข้อีกหนึ่ง พร้อมประโยคบอกเล่า “ให้สองสาวกินยาดักไปแล้ว บังคับเข้านอนเรียบร้อย”


“มีไข้ปะ?”


“ยังไม่แสดงอาการ เท่าที่จับวัดด้วยปรอท อุณหภูมิยังปกติ”


ผมพยักหน้า คงต้องรอดูพรุ่งนี้อีกที


“เลื่อนนัดไปก่อนแล้วกัน”


นัด? ผมทวนคำในใจ หยุดคิดสักพัก อ้อ มันนัดไปเที่ยวห้างพรุ่งนี้นี่หว่า


“ไปวันอาทิตย์แทนแล้วกัน แต่ถ้าน้องๆ ป่วยก็เลื่อนไปอาทิตย์หน้าไม่ได้แล้วนี่หว่า” อาทิตย์หน้าพวกผมไปบ้านย่ากันแล้วครับ “งั้นเลื่อนออกไปอย่างไม่มีกำหนดแล้วกัน”


“ไปกันแค่สองคนก่อนก็ได้” พาร์วางถาดลงโต๊ะหนังสือ “ยังไงก็ต้องไปซื้อของเข้าบ้านให้เรียบร้อยก่อน เพราะขืนรอพ่อแม่กูอย่าหวังเลย!


ผมยิ้มแห้งแทนคำตอบ เวลาพาร์พูดเรื่องพวกนี้ ฟังอย่างเดียวเป็นทางออกดีสุดแล้วครับ


“มากินยาเลย”


ผมพาดผ้าขนหนูไว้กับคอ เดินไปหยิบยาจากมือพาร์ใส่ปาก กรอกน้ำตามลงท้อง แล้วต้องหยุดมองพาร์แกะลูกอมเอาปาก มันเห็นผมมองก็ยื่นลูกอมอีกเม็ดส่งให้ 


มึงต้องกินลูกอมหลังกินยาด้วยเรอะ?”


“แปลกตรงไหน?”


แปลกตรงบ้านผมไม่ทำกันไง ผมกลั้นขำ เดาออกเลยว่าพาร์เกลียดของขม ตอนนี้ในหัวเลยมีแต่เมนูกับข้าวที่มีรสขมหมุนวนเวียนเต็มไปหมด แค่มะระอย่างเดียวก็ได้หลายเมนูแล้วครับ หึๆๆ


“ที”


ผมรีบเลิกคิ้วถามกลับ กลบสีหน้าให้มิด เดี๋ยวแผนชั่ว เอ้ย แผนกลั่นแกล้งหลุดออกไป  


“เงยหน้าหน่อย”


ผมงงสิ “ทำไม?”


พาร์ชูแผ่นเยื่อขาวๆ ให้เห็น แวบแรกไม่รู้ว่าคืออะไร ไม่ทันถามก็โดนประคองแก้ม พร้อมสัมผัสเปียกๆ เย็นๆ  ไล่จากหน้าผากลงมาแผ่วเบา อ้อ ทิชชู่เปียกนี่เอง


“หลับตา”


ผมทำตามพร้อมถาม “เอามาเช็ดหน้ากูทำไม?” 


“นี่ลืมจริงๆ เรอะ”


“ลืมอะไร”


พาร์เงียบพักใหญ่กว่าจะเฉลย “หน้ามึงยังไม่ได้เช็ดเครื่องสำอางออก”


เออวะ! เดี๋ยว


“อย่าพึ่งขมวดคิ้ว”


นี่ผมเอาสภาพใบหน้าโบะเครื่องสำอางเดินร่อนทั่วห้างไม่พอ ดันไปเจอเพื่อนน้องในสภาพนั้นอีก (ถึงว่าทำไมหลบตาผมจัง) แล้วไหนจะสายตาแปลกๆ ที่มองมาตอนยืนอยู่คนเดียวในห้าง เรื่องมีตัวผู้เข้ามาจีบ (ร้อยวันพันปีไม่เคยเจอ!) ไหนจะสายตาแปลกๆ ของครูน้องอัน


สาเหตุมาจากเรื่องนี้เองเรอะ!


“ทำไมไม่เตือนกูวะ?!


“เตือนอะไร”


ฟังจากน้ำเสียงเอื่อยเฉื่อยก็เดาได้ครับ พาร์จงใจ!


ผมขบเคียวฟันด้วยความหงุดหงิด “มึงแกล้งกู!


“กล่าวหาๆ แค่ไม่ได้เตือนเฉยๆ มึงอยากลืมเองทำไม”


ในหัวนึกภาพเพื่อนยักไหล่ ทำหน้าช่วยไม่ได้ออกเลยอ่ะ!


ผมทั้งหมั่นไส้ทั้งหงุดหงิด ยกเรื่องที่นึกออกมาแย้งทันควัน “กูมีหลักฐานว่ามึงแกล้ง”


“เหรอ ลองว่ามา”


“รู้ทั้งรู้ว่าสองสาวอยู่กับเพื่อนก็ไม่ยอมบอกให้รู้ล่วงหน้า เพราะมึงอยากให้กูเอาสภาพหนังหน้าไปโชว์ให้น้องๆ ดูใช่ไหม!


“อ้อ กูแค่ลืมบอก และมันก็ใช้เป็นหลักฐานไม่ได้ น้ำหนักไม่เพียงพอ”


“แล้วแบบไหนถึงเรียกว่าเป็นหลักฐาน?”


“จับได้คาหนังคาเขา”


ผมรู้สึกคันมือคันเท้าอยากกระทืบเพื่อนสุดๆ แต่เห็นแก่ที่มันเช็ดหน้าให้อย่างแผ่วเบา ผมยอมข่มใจเปลี่ยนเรื่องก็ได้ “เสร็จยัง?” อยากลืมตาจะแย่แล้ว


“อีกนิด”


“เร็วๆ เลย ลบให้เกลี้ยงด้วยนะ”


มึงเกลียดเครื่องสำอาง?”


ผมย้อนถามกลับด้วยเสียงออกแนวประชด “แล้วมึงล่ะ ชอบไหม?”


“ถ้าอยู่บนหน้าในเวลาจำเป็นก็พอไหว”


อ้อเรอะ


“แต่กูไม่ชอบวะ และโชคดีที่งานครั้งนี้ไม่โดนจับแต่งหญิง ไม่งั้นคงรู้สึกแย่กว่านี้”


จำได้ว่าสมัยก่อน มึงไม่ได้เกลียดเรื่องพวกนี้”


ผมรีบลืมตา ผงะนิดหน่อย ไม่คิดว่าพาร์ยืนหน้าเข้ามาใกล้ขนาดนี้ แต่ไม่ได้ถอยหนี เลือกจ้องตาพาร์ตรงๆ เพื่อคาดคั้นเอาคำตอบ “หมายความว่าไง?”


“ก็ตอนเด็กๆ” พาร์หยุดลังเล “กูไม่พูดแล้วดีกว่า”


ผมจับล็อกคอพาร์ เรื่องอะไรจะปล่อยให้มันหนีไปพร้อมถ้อยคำค้างคาใจ  


“บอกมา!


เราสบตากันพักใหญ่ ก่อนพาร์จะเป็นฝ่ายหลบตาก่อน “กูบอกแล้ว ปล่อยเลย!


ผมยอมทำตาม มองเพื่อนถอยห่างไปก้าวหนึ่ง “ว่ามาให้ไว”


“ก็มึงชอบแต่งชุดกระโปรงน่ารักๆ ให้ถ่ายรูปเก็บไว้ อั๊ก”


ผมมองเพื่อนด้วยสายตาเฉียบคมระหว่างดึงกำปั้นกลับ มันคงนึกไม่ถึงว่าผมจะออกกำลังยามดึก เลยเปิดช่องให้ผมต่อยท้องเต็มหมัด ตอนนี้เลยนิ่วหน้างอตัวท่าทางจะจุก แต่ผมไม่ปล่อยให้พาร์ตั้งตัว อาศัยเทคนิคเหวี่ยงมันลงเตียง รีบตามขึ้นไปนั่งทับท้องเพื่อน


เริ่มหักนิ้วกร๊อบๆ แสยะยิ้มเหี้ยม


“กูจะทำให้มึงลืมเรื่องเหี้ยนั่นไปให้หมดเลย!


ผมเหวี่ยงหมัดกะเอาให้สลบในทีเดียว แต่พาร์ดันยกมือรับทัน แถมยังออกแรงบีบหมัดขวาผมซะแรงเหมือนเป็นการเตือน ผมขมวดคิ้วทดลองเหวี่ยงหมัดอีกข้าง รับทันอีกแล้ว


ไหนยัยน้ำบอกว่าพาร์ไม่ชอบความรุนแรงไง ผมว่าตรงข้ามมากกว่า ไม่งั้นพาร์จะรับหมัดคนที่ผ่านการฝึกมาแล้วทันได้ไง


“มึงโมโหอะไร?!


พาร์ถามเสียงเข้ม ฟังดูก็รู้ว่าเริ่มหงุดหงิด  


“ก็มึงพูดเรื่องเหี้ยอะไรออกมาล่ะ!


แววตาพาร์ดูครุ่นคิด ผมสะบัดมือตัวเองออก แต่พาร์ตอบสนองไวมาก คว้าข้อมือผมมากำซะแน่น เหมือนกลัวผมจะออกแรงเหวี่ยงหมัดใส่อีก


“แล้วกูพูดผิดตรงไหน?”


“แล้วใครใช้ให้มึงพูดออกมา! เดี๋ยวทำไมถึงรู้วะ?!


เรื่องน่าอายพรรค์นั่นน่าจะหายไปตามกาลเวลา


“ถามช้าไปไหม” มันพูดประชดใส่ ก่อนเฉลย “บ้านกูมีรูปมึงเป็นอัลบั้ม”


ถ้าผมกระอักเลือดได้ คงพ่นใส่หน้าพาร์ตอนนี้


“ไม่ต้องแถว่าเป็นรูปน้องน้ำ


ผมหุบปากฉับ เพราะมันดักถูกทาง


“เพราะกูเห็นรูปมึงตั้งแต่สามขวบ” พูดถึงตรงนี้พาร์ก็ถอนหายใจ “ตอนแรกคิดว่าเป็นลูกพี่ลูกน้องที่โตมากับพี่ชายน้องน้ำ เพราะกูเคยได้ยินแม่บอกว่าพี่ชายน้องน้ำต้องไปอยู่บ้านคุณย่าของเขา แวะมาเยี่ยมบ้านทีจะหนีบลูกพี่ลูกน้องมาด้วยก็ไม่แปลก แต่กูมาเข้าใจกระจ่างก็ตอนเห็นไอ้นั่น”


พาร์ชี้นิ้วไปทางด้านหลังผม จำต้องเอี้ยวตัวมองตาม เห็นบอร์ดไม้ตรงผนังห้องใกล้ประตูทางเข้าออก มีรูปถ่ายหลายใบแปะอยู่ในนั้น ทั้งรูปถ่ายเดียวๆ ของผม ถ่ายกับครอบครัว ถ่ายกับกลุ่มเพื่อนสนิท หลากหลายช่วงอายุตั้งแต่อนุบาลยันงานเฟรชชี่ไนน์ที่พึ่งผ่านมาเดือนกว่าๆ  


ถ้ารู้เหตุการณ์ล่วงหน้า ผมคงเก็บภาพในบอร์ดเข้ากรุ ไม่ยอมให้พาร์เห็นแล้วรู้ความจริงแน่ๆ  


“แล้วบ้านมึงมีรูปกูได้ไง?”


ภาพตั้งแต่สามขวบเลยนะ ไหนพ่อบอกว่าพึ่งเจอลุงแทนตอนยัยน้ำเข้าอนุบาลไง


“ได้มาจากน้าอรนั่นแหละ มึงน่าจะสงสัยตั้งแต่กูกับน้องเรียกพ่อแม่มึงว่า น้า แล้ว”


ผมกระพริบตา จริงด้วยครับ คำว่า น้า เรียกญาติฝ่ายแม่นี่น่า


“แล้ว?”


“แม่กูเป็นย่ารหัสของแม่มึง”


“ฮะ! แบบสายรหัสของคณะอ่ะนะ”


“เออ”


โลกโคตรกลม!


“จะถามอะไรอีกไหม”


“ป้าเจนอัดรูปถ่ายเพิ่มไปทำไม”  


“ก็แม่กรี๊ดกร๊าดมึงจะตาย บอกน่ารักอย่างนู้นน่ารักอย่างนี้”


“แค่น่ารักเนี่ยนะ?”


“เออ! ทั้งที่พ่อแม่ตกลงกันว่ามีลูกแค่คนเดียว แต่เพราะมึงดันน่ารักเกินไป พ่อแม่กูเลยเกิดอยากได้ลูกสาวขึ้นมาอีกคนน่ะสิ!


ย้ำจริงว่าน่ารัก เออ ผมรู้ตัว ไม่งั้นคงไม่เกิดเรื่องเกือบโดนปล้ำหรอก


ผมถามอีก “แล้วไม่รู้ชื่อเด็กในรูปหรือไง”


“ชื่อทีแล้วไง ชื่อเหมือนกัน แต่อาจคนละความหมายก็ได้ อย่างย่อมาจากไม้ที ตัวอักษรที หรืออะไรที่มันน่ารักสมเป็นเด็กผู้หญิง”


ผมจ้องพาร์เขม็ง “นี่มึงคิดว่าเด็กในรูปเป็นผู้หญิง!


“น่ารักขนาดนั้นจะให้คิดว่าเป็นผู้ชายได้ไง!


“เดี๋ยวนี้เด็กผู้ชายน่ารักก็มีเยอะแยะ”


“แล้วกูเคยเจอตัวจริงซะที่ไหนวะ” พาร์ว่าสวนกลับ หน้าดำทะมึน “เห็นแค่ในรูปใครจะไปแยกเพศออก!”  


“กูอยากจะบ้า!!


“กูต่างหากที่อยากพูดคำนั้น!


“มึงจะอยากบ้าทำไม” ผมตวัดเสียงหงุดหงิดใส่ “ตราบาปของกู ไม่ได้เกี่ยวกับมึงเลย”


“ใครว่าไม่เกี่ยว!


แววตาพาร์ดุดันขึ้นกะทันหัน น้ำเสียงห้วนจัดเต็มไปด้วยอารมณ์หงุดหงิดหัวเสีย ผมที่กำลังหงุดหงิดพอกันเลยสวนคำใส่อย่างต้องการหาคนทะเลาะด้วย


“ไม่มีทางเกี่ยวได้หรอกโว้ย!


“เกี่ยวเต็มๆ ต่างหาก?! รักแรกของกูดันกลายเป็นมึงเนี่ย!


!!?!!


ผมติดสตันไปเกือบสิบวิ ก่อนสบตาพาร์แบบคนกำลังมึนได้ที แอบคิดในใจว่าหูฝาดฟังเพี้ยนหรือเปล่า


“เมื่อกี้พูดว่าอะไรนะ?”


“ก็บอกว่ารักแรกของกูเป็น


พาร์อ้าปากชะงักค้างแค่นั้น แววตาดูตื่นตระหนกก่อนแปรเปลี่ยนเป็นสั่นไหว มันเม้มปากเบือนหน้าหนี ใบหูแดงจัด 


แม่งเอ้ย!


ผมเบือนหน้าหนีบ้าง รู้สึกหน้าร้อนๆ ชอบกล


โอเคผมไม่ได้ฟังผิด


ความเงียบบังเกิดทันที ต่างคนต่างไร้คำพูดใดๆ อยู่นาน


ละ ลุกไปจากตัวกูได้แล้ว”


ผมสะดุ้ง รีบผละออกห่างดุจต้องของร้อน ยึดมุมเตียงคนละฟากเป็นที่สถิต บรรยากาศโคตรกระอักกระอวนใจ


“เอ่อ เดี๋ยวกูไป” ผมพยายามนึกหาข้ออ้างขอเผ่นออกจากห้องเพื่อไปตั้งหลักก่อน


แต่พาร์กลับโผล่ขึ้นมาเสียงดัง “มึงไม่ต้องคิดมากหรอก มันแค่ความรักแบบเด็กๆ แล้วมึงก็แต่งหญิงถ่ายรูปจนถึงแค่แปดขวบ หลังจากนั้นทั้งที่กูเห็นว่าเด็กในรูปใส่กางเกงมาตลอดก็ไม่คิดเอะใจเลย เพราะงั้นมึงไม่ผิดหรอก!


คำพูดฟังดูไม่แคร์ก็จริง แต่น้ำเสียงไปคนละทางเลยเพื่อน


ผมขมวดคิ้วหลังจับอารมณ์บางอย่างของพาร์ได้ ลังเลสักพักก็เอ่ยปากถาม “เอ่อ อย่าบอกนะว่ามึงยังชอบคนในรูปถ่ายจนถึงตอนนี้?”


พาร์เพียงถอนหายใจเฮือกใหญ่อย่างไร้คำพูด เห็นอาการเพื่อนแล้ว ผมรู้สึกเจ็บจี๊ด ดุจโดนลูกธนูเสียบปักใส่มโนธรรมเลยครับ


นี่เองเหรอสาเหตุที่มันทำตัวเพี้ยนๆ ตั้งแต่คืนวันพุธยันค่ำเมื่อวาน


ผมเลียริมฝีปากอย่างลำบากใจ ทั้งที่ในหัวได้ข้อสรุปว่าควรพูดอธิบายให้เพื่อนฟัง แต่ดันเป็นเรื่องที่ผมไม่อยากเอ่ยถึงเอาวะ


“พาร์”


คนถูกเรียกยอมหันมาสบตาด้วย ผมเริ่มต้นพูดช้าๆ ชัดๆ


“เอ่อ คือกูไม่ได้ตั้งใจแต่งหญิงหลอกมึงนะ แต่แม่กูชอบ เพราะเขาอยากได้ลูกสาว แล้วตอนเด็กๆ กูไม่ได้อยู่กับแม่ก็แค่อยากทำอะไรให้แม่ดีใจบ้าง” พูดถึงตรงนี้ผมก็ชักหน้าเครียด “แต่กูรู้แล้วว่าทำแบบนั้นไม่ดี มันทำให้กูเกือบโดนปล้ำ


“เกือบจะโดนอะไรนะ!?”


ผมสะดุ้งโหยง รู้ว่าน่าตกใจ แต่ไม่เห็นต้องตะโกนใส่กันเลย


“โดนปลุกปล้ำอ่ะ โว้ย! อย่าให้พูดซ้ำได้มะ กระดากปากนะ”


“ใครทำมึง!


แววตาพาร์โคตรน่ากลัว จนผมต้องรีบเบรกอารมณ์เพื่อน


“ฟังอีกที กูแค่เกือบโดน เข้าใจไหม แค่เกือบอ่ะ!


ดูคนฟังจะอารมณ์เย็นลงนิดหนึ่ง


“นี่ใช่ไหมสาเหตุที่มึงเลิกแต่งหญิงตอนแปดขวบ”


ผมพยักหน้าหงึกๆ สีหน้าแย่ลงทันทียามนึกถึงเรื่องนั้น


ไอ้เลวนั่นเป็นคนสวนมาใหม่เลยยังไม่ได้สิทธิ์มีที่พักในรั้วบ้านคุณย่า มันมาทำงานแค่เสาร์อาทิตย์ แล้วเป็นวันที่กูต้องแต่งหญิงไปหาแม่ คือตั้งแต่เข้าชั้นประถม กูต้องไปอยู่กับพ่อแม่เดือนละสองครั้ง เลยเลือกไปค้างทุกวันเสาร์ วันอาทิตย์ก็กลับ แล้ววันนั้นพ่อกับแม่ต้องไปทำธุระต่อ เลยมาส่งเร็วกว่าทุกที แล้วมันก็


สองมือกำผ้าปูที่นอนแน่น รู้สึกเลยว่าร่างกายกำลังสั่น  


“พอแล้วๆ ไม่ต้องไปนึกถึงมันอีก กูขอโทษที่ถาม!


ผมหลุดจากภวังค์ ระงับอารมณ์พักหนึ่ง ก่อนพูด “จะขอโทษทำไม กูอยากเล่า เพราะมึงมีสิทธิ์รู้


ผมยิ้มนิดหนึ่งให้คลายกังวล แล้วเล่าต่อ


“เอ่อ บ้านย่ากูหลังใหญ่มากๆ เป็นบ้านสวน ต้นไม้เลยเยอะคล้ายป่า กูโดนอุ้มไปที่ทึบๆ แล้วก็นั่นแหละ” ผมเล่าข้ามๆ ไม่อยากทั้งพูดทั้งนึกถึง “พอมันเห็นว่าเป็นเด็กผู้ชายก็ผงะ รีบถอยห่าง หลังจากนั้นไม่ถึงสามสิบวินาที หมาตัวใหญ่ประจำบ้านก็โผล่พรวดเข้ามา กระโจนเข้างับไอ้ใจทรามน้อยตั้งโด่กลางตัวจนเกือบขาดเสียงร้องโหยหวนของมันเรียกคนอื่นเข้ามา”


ผมหยุดกลืนน้ำลาย 


“หลังจากนั้นกูก็ปลอดภัยถ้าไม่นับว่ามีอาการค้างเคียงจนต้องพบจิตแพทย์อ่ะนะ ส่วนไอ้เลวนั่นโดนดำเนินคดี เอ่อ โดนตัดไอ้นั่นทิ้งด้วย ได้ยินพวกผู้ใหญ่ซุบซิบกันว่า หมอจำเป็นต้องตัดทิ้ง เพราะถึงเก็บไว้ก็ไม่มีประโยชน์ หลังจากนั้นกูเลยค่อนข้างต่อต้านคนรูปร่างแบบเพื่อนมึง”  


พาร์ไม่ได้โง่ครับ แปบเดียวก็ปะติปะต่อเรื่องราวได้


“หมายถึงชัย?”


ผมพยักหน้าหงึกๆ เห็นสีหน้าทะมึนของพาร์ก็ไม่กล้าเล่าต่อ


สมัยยังเด็ก ผมอาการหนักกว่านี้เยอะครับ เพราะมองไปทางไหนก็เจอแต่ผู้ชายตัวสูงใหญ่กว่าทั้งนั้น


ผมปฏิวัติตัวเองหลายเรื่อง (ทั้งทางที่ดีขึ้นและแย่ลง) เช่น ตัดผมให้สั้นลง เลิกยุ่งเกี่ยวชุดเด็กผู้หญิง ไม่ไปเจอพ่อแม่ (ไม่ใช่ไม่อยากเจอ ผมแค่ไม่กล้าออกจากบ้าน) ขังตัวเองอยู่แต่ภายในตัวบ้าน เริ่มต้นออกกำลังกายและดื่มนมอย่างจริงจัง เอาปืนอัดลมออกมาฝึกยิงกระป๋องน้ำ และอีกหลายๆ เรื่อง ที่สร้างความวุ่นวายไปทั้งบ้าน


เดือดร้อนลูกสาวลุงหมอที่เรียนสาขาจิตแพทย์ต้องมาอยู่กับผมเกือบตลอดเวลา แม้แต่ลุงนิกยังต้องโทรเรียกเพื่อนที่อยู่ญี่ปุ่นให้มาสอนศิลปะการต่อสู้ให้ ผมเรียนหนังสืออยู่บ้านแทนไปโรงเรียนชั่วคราว กว่าจะกล้าออกไปเผชิญโลกนอกรั้วบ้านก็หลังจากผมทำอาจารย์หลังกระแทกพื้นได้นั่นแหละ  


ผมไปโรงเรียนอีกทีก็ขึ้นชั้น ป.4 แล้ว (โดนทางโรงเรียนจับสอบวัดผลด้วยครับ) อารมณ์เหมือนเด็กเข้าใหม่มาก มีเพื่อนแค่ส่วนน้อยที่จำได้ว่าผมคือใคร (ส่วนใหญ่คือพวกสนิทกันตั้งแต่อนุบาลไม่ก็สนิทตอนเข้าเรียน ป.1) การเรียนอยู่บ้านก็มีทั้งข้อดีข้อเสีย ผลการเรียนของผมออกมาดี เพราะเนื้อหาพวกนี้เคยเรียนผ่านไปแล้ว ด้านกีฬาก็โอเค ที่แย่คือเรื่องมนุษย์สัมพันธ์ กว่าจะเข้าที่เข้าทาง พยายามมากทีเดียวครับ (โชคดีที่เป็นโรงเรียนชายล้วน)


“หลังจากนี้กูจะคอยกั้นคนรูปร่างแบบชัยให้”


“ขอบคุณเอ่อ พาร์” ผมมองเพื่อนนิ่งๆ “กูมีเรื่องจะตกลงกับมึง”


มันเลิกคิ้วขึ้นเป็นเชิงถาม


“คือกูเป็นผู้ชาย ถึงจะมีแผลใจยังไงก็เป็นผู้ชายอยู่ดี ดังนั้นอย่ามาทำเหมือนกูเป็นผู้หญิงเด็ดขาด! กูไม่ได้อ่อนแอขนาดนั้น และหวังว่าหลังจากนี้มึงจะไม่เปลี่ยนไปจากเดิมด้วย”


เปลี่ยนในทางไหน” พาร์พูดแล้วถอนหายใจ “รู้ไหม ประโยคเมื่อกี้อย่างกับคนพูดปฏิเสธอ้อมๆ ว่าคบกันไม่ได้เลยวะ”


ฟังแล้วก็ถึงกับชะงัก “เฮ้ย ไม่ได้หมายความอย่างนั่น แค่จะบอกว่าอย่าสงสาร หรืออ่อนข้อให้กูเป็นไปได้ช่วยทำตัวเหมือนเดิมจะดีมาก”


พาร์หรี่ตาลง “งั้นตากูพูดบ้าง”


“ว่ามาเลย”


“เด็กผู้หญิงในรูปถ่ายกูแค่มีความรู้สึกดีๆ ให้ ยังไม่ถึงขั้นชอบพออยากได้เป็นแฟน ไม่มีความคิดอยากครอบครอง ไม่งั้นกูคงมาทำความรู้จักนานแล้ว”


ไหนๆ มันก็เปิดใจขนาดนี้ ขอถามให้หายคาใจดีกว่า


“แล้วเรียกรักแรกทำไม?”



โอเค ผมเปลี่ยนคำถามก็ได้ “แล้วมีรักครั้งที่สองยัง?”



หน้าเพื่อนบ่งบอกชัดเลยว่ายังไม่มี เห็นแล้วชักกลุ้มแทน


นี่ผมเผลอทำบาปลงไปโดยไม่รู้ตัวใช่ไหม!


“เอาเป็นว่ากูพอจะปลงได้ระดับหนึ่งแล้ว แต่คงมองมึงเหมือนเดิมไม่ไหว”


เรื่องนี้ผมเข้าใจ เพื่อนดันเคยแต่งตัวเป็นเด็กผู้หญิงนี่น่า


“กูชอบเอามึงตอนนี้ไปเปรียบเทียบสมัยเด็กอยู่เรื่อย” พูดแล้วก็ถอนหายใจอีก “เอาเป็นว่าปล่อยกูไปสักพักเถอะ เดี๋ยวมันก็ดีขึ้นเอง”


เดี๋ยวนะ เรากำลังเข้าใจเรื่องเดียวกันอยู่ใช่ไหม


ผมไม่กล้าถาม กลัวคำตอบอย่างบอกไม่ถูก ก็อาการพาร์ตอนนี้อย่างกะคนพึ่งอกหักมา ลังเลอยู่พักใหญ่ ค่อยคลานเข้าใกล้ ตบบ่าเพื่อนพร้อมพูดปลอบ


“เขาว่ารักแรกไม่สมหวัง แต่รักครั้งต่อไปจะมีหวังเยอะนะ”


“คงงั้น” พาร์รับคำ ก่อนสลับโหมดกลับมาทำตัวตามปกติโคตรเร็ว “แล้วมึงจะเช็ดเครื่องสำอางต่อไหม”


ผมชะงัก “ยังไม่หมดอีกเรอะ!


“คงหมดนานแล้ว ถ้าใครบางคนไม่ต่อยท้องกูก่อน”


“งะ งั้นเดี๋ยวกูไปเช็ดเองในห้องน้ำ” ผมชะงักเมื่อนึกถึงกระจก จ้องคนตรงหน้าเขม็ง “มึงทำอะไรกับกระจกห้องน้ำไว้ ไปจัดการคืนสภาพเดิมให้มันด่วน”


“เฮ้ย”


พาร์ลุกพรวดวิ่งเข้าห้องน้ำไปแล้ว ผมขอเดาว่ามันลืมแหงๆ


“ที!” เสียงพาร์ตะโกนจากในห้องน้ำ “ทิชชูเปียกอยู่ในถุงเขียวบนโต๊ะหนังสือ..!


ผมลงจากเตียงไปเปิดถุงเขียวดู ตะโกนบอกอีกฝ่าย “เจอแล้ว!


ดึงซองทิชชู่เปียกออกมา เดินไปหยุดหน้าตู้เสื้อผ้า ต้องขอบคุณมารดาที่เคารพ ผู้เลือกซื้อตู้เสื้อผ้ามีกระจกติดอยู่ด้านหน้าแบบนี้ให้ ผมเลยไม่ต้องไปง้อกระจกในห้องน้ำ

 



ผมสะดุ้งตื่นกลางดึก หอบหายใจอย่างแรง ตั้งสติพักใหญ่กว่าจะเข้าใจว่าเรื่องเมื่อครู่เป็นเพียงความฝัน ข้างหูยังได้ยินเสียงหมีคำรามอยู่เลย สมจริงมากครับ สงสัยจะดูสารคดีกับน้องอันมากไปหน่อย แต่ไอ้ความอึดอัดเหมือนถูกหมีรัดแน่น ทำไมยังไม่หายไปไหนซะที...เผลอขมวดคิ้วเมื่อสัมผัสได้ถึงความเป็นจริง


ผมถูกกอดจริงๆ โดนคนนอนร่วมเตียงนี่แหละ!     


แขนก็ก่าย ขาก็ก่าย หนักก็หนัก อึดอัดอีกต่างหาก


มันเห็นผมเป็นหมอนข้างหรือไง!


ที่สำคัญ เห็นหน้ามันปุ๊บ ไอ้คำว่า รักแรก ก็โผล่เข้ามาในหัวทันที


“พาร์!


“อือ


มันครางงึมงำกลับมา ท่าทางยังไร้สติ เลยยกแขนเพื่อนออกเอง ดันตัวให้มันนอนหงายเหมือนเดิมได้ก็ถอนหายใจโล่งอกจริงอย่างที่พาร์บอก ให้มองเหมือนเดิมคงยาก แต่ผมต้องพยายามทำตัวให้เป็นปกติที่สุด ไม่งั้นพวกเราคงได้ลำบากใจกันทั้งคู่  


ว่าแต่อยู่ด้วยกันมาตั้งสามคืน ต่างคนต่างนอนที่ใครที่มันดี ไหงคืนนี้มันรุกล้ำอาณาเขตผมเล่า แต่พอผ้าห่มหลุดจากตัวปุ๊บ ผมก็เข้าใจ


หนาวสุดๆ เลยครับ


คว้ารีโมตปรับอุณหภูมิอย่างไว ก่อนรีบวางรีโมตคืนหัวเตียง สองมือตะครุบชายผ้าห่มผืนใหญ่ก่อนจะถูกพาร์ดึงไปม้วนกอดหมด (มันกลับมานอนตะแคงข้างอีกแล้ว)


“พาร์! นี่ผ้าห่มฝั่งกู”


กระชากก็แล้ว ได้มาหน่อยเดี๋ยว แปบๆ มันก็ม้วนเข้าไปกอดใหม่ เอาฝั่งของตัวเองไปกอดด้วย ผมออกแรงกระชากอยู่ตั้งนาน ก่อนพบว่าเสียแรงเปล่าชัดๆ


“แล้วกูกับมึงจะเอาอะไรห่ม ปล่อยเลยเร็วๆ มันหนาว!


คุยกับคนหลับ เหมือนพูดกับต้นไม้ ไร้การตอบสิ้นดี!


ผมมองพาร์ขดตัวกอดผ้าห่มแน่นด้วยความปลงสนิท


ท่าทางจะหนาว แต่ไม่ยักปล่อยผ้าห่มออกจากอ้อมกอด อากัปกิริยาอย่างกะคนติดหมอนข้าง เห็นแล้วอยากถอนหายใจยาว ไอ้หมอนข้างประจำเตียงก็โดนเตะโด่งออกนอกห้องตั้งแต่พาร์มาอยู่ด้วย (เพราะไม่มีที่สำหรับวางหมอนข้างแล้ว) สำหรับผมมีก็ได้ ไม่มีก็ได้ แต่พาร์มองท่าทางเพื่อนแล้วก็เผลอถอนหายใจออกมาอีกรอบ ท่าทางจะเป็นพวกติดหมอนข้าง


ผมสองจิตสองใจอย่างหนัก ท้ายสุดความง่วงกับหนาวก็คว้าชัยไปจนได้เอาวะ


“กูขอผ้าห่มคืน แล้วมึงจะกอดกูแทนหมอนข้างก็ตามใจ”


เงียบกริบแถมยังไม่ยอมปล่อยผ้าห่มอีก!


ผมเลยต้องเสียเวลาแกะผ้าห่มออกมาแทน หลุดปุ๊บก็สะบัดคลุมตัวทั้งคู่ มันขยับเข้ามากอดก็ปล่อยไป


เฮ้อเหนื่อย


รู้อย่างนี้ผมปล่อยมันกอดตั้งแต่ต้น ดีกว่าทนหนาวทนง่วง นั่งแกะผ้าห่มอยู่ได้ตั้งนานสองนาน


“อย่ากอดแน่นนะโว้ย กูไม่อยากฝันร้ายแล้วตื่นกลางดึกอีกรอบ”


คิดเรื่องนี้แล้วเซ็ง มันคือหมีสีน้ำตาลตัวโตร่วมสองเมตรในความฝันผมชัวร์ แม่ง ตอนตกในวงแขนของหมีบ้านั่น ผมนึกว่าจะถูกจับกินแล้ว


กลัวแทบตาย ไอ้บ้าเอ้ย!



                                                       

เช้านี้ผมตื่นมาด้วยอารมณ์ไม่สดใสนัก….


ไม่สิสมควรเรียกว่าขุ่นมัวสุดๆ มากกว่า


ผมตะกายขึ้นจากพื้นมานั่งเท้าคางกับฟูกด้วยอารมณ์หงุดหงิด เจ็บก็เจ็บ แต่รู้สึกเคืองมากกว่า สายตาจ้องเขม็งใส่รูมเมทที่ลงไปยืนอีกฝั่งของเตียงด้วยท่าทางเหมือนคนกำลังตื่นตระหนกสุดขีด มันพยายามลูบหน้าตั้งสติใหม่อยู่ รอจนพาร์เข้าสู่ภาวะปกติ ผมถึงเอ่ยถามด้วยความคับข้องใจสุดๆ    


“ถีบกูตกเตียงทำไม?


มันปิดปากเงียบใส่ผม


เมื่อคืนก็ก่อเรื่อง! ตื่นเช้ามาก็ยังก่อเรื่อง!


ผมโบกมือไล่ทันทีระหว่างปีนกลับขึ้นเตียง “จะไปไหนก็ไป” เพราะเวลานี้คือช่วงที่พาร์ตื่นออกไปวิ่งตอนเช้า แน่นอนผมโคตรง่วง ต่อให้โดนลากก็ไม่ไปแน่


แปลก พาร์ไม่ได้ลากผมไปด้วยอย่างทุกที ช่างเถอะ นอนต่อดีกว่าครับ  


ผมตื่นอีกครั้ง เพราะเสียงน่ารำคาญบางอย่าง ฟังเหมือนตัวอะไรสักอย่างร้องครวญคราง


ผงกหัวขึ้นจากหมอน อากาศเย็นฉ่ำ ได้กลิ่นดินชื้นน้ำฝนจากข้างนอกพัดตามลมเข้ามา แอร์ถูกปิดแล้วแน่ๆ เพราะพาร์เปิดหน้าต่างให้อากาศถ่ายเทเหมือนทุกเช้าที่ผมทำ


เห็นแก่ทำตัวมีประโยชน์ ผมยอมยกโทษเรื่องเมื่อคืนกับเมื่อเช้าให้ก็ได้


ยันตัวลุกขึ้นนั่ง เจอพาร์นอนหงายทับผ้าห่ม โชว์พุงไร้ไขมัน เสื้อก็ไม่ใส่ สวมแค่กางเกงขาสั้นสำหรับอยู่บ้าน ได้กลิ่นสบู่ด้วย และไอ้เสียงร้องนั่นดังออกจากท้องคนหลับอยู่นี่เอง


เหลือบมองเวลาปุ๊บ ผมรีบลงจากเตียงปั๊บ พุ่งตัวเข้าห้องน้ำจัดการตัวเองให้เรียบร้อย 


ออกจากห้องนอนก็แวะไปดูน้องๆ ก่อน ยังหลับกันอยู่แน่ๆ ไม่งั้นคงไปตะแง๊วก่อกวนถึงเตียง เพื่อขออาหารเช้าจากผมแล้ว (มันเลยเวลาตั้งโต๊ะมาสองชั่วโมงแล้วครับ)


น้องอันไม่มีไข้ แต่สองสาวตัวร้อนผ่าวทั้งคู่ เลยต้องลงมาเอาแผ่นเจลลดไข้ไปแปะหน้าผากให้น้องๆ หยิบยางมัดผมสีฟ้าสดใสของน้ำมายืมใช้ก่อน ระหว่างลงมาที่ครัวก็เดินรวบผมไปด้วย


เมนูวันนี้คงไม่พ้นข้าวต้ม


-----------------------------------


Talk:  27/11/2015 

...สองคนนี้น่ารักเนอะ (ยิ้มมีความสุข)


อันนี้น้องเบอร์ฝากมาค่ะ (การ์ดคนละใบ แต่ถ้าลงทุกใบคงไม่ไหว เลยออกมาเป็นแบบนี้แทนค่ะ)

ป.ล.ดูทางแอพไม่ได้นะคะ (ดูได้แค่หน้าเว็บอย่างเดียวค่ะ)

      

- เป็นของกลุ่มแฟนคลับ 'พาร์ที' ค่ะ ใครสนใจ สามารถขอเข้าร่วมได้นะคะ (น้องเบอร์เป็นคนดูแลอย่างลับๆ)

- รายชื่อใครหาย ทักท้วงได้เลยค่ะ

- ติชมได้นะ (น้องเบอร์บอกปรับปรุงได้) 

- กำลังคิดอยู่ว่าถ้าหากอัพเดตการ์ดครั้งหน้า อาจเอาไปใส่หน้าบทความแทนค่ะ 


ป.ล. น้องน้ำกำลังทำการ์ด BxB (พี่ชายxพี่ชาย) อยู่เหมือนกันค่ะ ตอนนี้น้องน้ำเป็นหัวหน้าแฟนคลับ น้องเบอร์ดี้เป็นรอง อีกไม่นานน่าเปิดรับสมัครสมาชิกอย่างเป็นทางการค่ะ รอติดตามข่าวไปก่อนนะคะ   


เครดิตภาพ: 

หัวใจ = http://www.seesketch.com/sketch_file/23/IID5twGpDAPvT.jpg

มงกุฏ = https://pixabay.com/static/uploads/photo/2014/04/30/16/11/chess-335030_640.png

------------------------------


ช่วงตอบคอมเม้นต์


KillerKill - 555 อ่านบทนี้แล้ว น่าจะเข้าใจแล้วเนอะ


คิมดงจุน - บอกน้องเบอร์ให้แล้วนะคะ / ยังดีนะ เอาทีติดมือไปด้วย 


ZiDEXiDE - ใหญ่มากไม่ได้ค่ะ พี่ๆ เห็นเป็นเรื่องแน่ เอาขนาดเท่าการ์ดไปแล้วกันนะคะ พกพาสะดวก~


Tari - แปลก แต่มีสาเหตุนะ 555


รอยพิมพ์ - เฉลยแล้วค่ะ 555


PRF •_• -  ต้องขอโทษด้วยค่ะ เอ่อ แต่กรณีเม้นต์ Q&A มา เราไม่เห็นข้อความของคุณนะ / เดาถูกค่ะ พาร์ทั้งเขินทั้งดีใจ (อารมณ์คล้ายๆ มีลูกค้ามาชมกุ๊กมือสมัครเล่นว่าอาหารที่เขาทำอร่อยมาก แต่นี่คนชมดันเป็นคนใกล้ตัว เลยออกอาการเขินกว่าปกติค่ะ)


อิงะเดะมอ - 555 ทีเสียดายพร้อมปลงตกไปเรียบร้อยแล้วค่ะ 


PuiPui - นั่นสิค่ะ แต่บทต่อไปอาจเหนื่อยหนักกว่านี้ (ยิ้ม)


28/11/2015 - แก้ไขเล็กน้อย

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 113 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,841 ความคิดเห็น

  1. #2778 KiHaE*129 (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 13 กันยายน 2562 / 22:43

    ง่อววววววววววววววววว

    คนที่พาร์ชอบเป็นตอนทีแต่งหญิงจริงด้วย

    ฮ่าๆๆๆ

    ไบโพล่านะพาร์เราอะ

    #2,778
    0
  2. #2701 ThkTheks (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 15 สิงหาคม 2561 / 12:59
    วงวารรรร ฟีลิ่งคุณพ่อ คุณแม่มากเวอร์ 5555555555
    #2,701
    0
  3. #2628 Mistyblack (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2560 / 07:03
    ว้าาาาา ดูผ่านแอปไม่ได้
    #2,628
    0
  4. #2547 FairyP718 (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 18 เมษายน 2560 / 23:42
    แบบนี้ก็มีด้วย โดนกอดแล้วฝันร้าย 5555
    #2,547
    0
  5. #1959 baekbow (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 2 กันยายน 2559 / 21:56
    อารมณ์คุณแม่ลูกสามมาเต็มมาก คุณสามีทำตัวไม่น่ารักเลย กวนเวลาพักผ่อนคุณเมีย
    #1,959
    0
  6. #1816 milkc (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 3 สิงหาคม 2559 / 22:57
    จริม ๆ ครั้งที่สองนี่แหละ
    ฮื่อออออ มีความฟิน มีความจิกหมอนน
    และกับคนคนเดิม
    ฮื่อออ สวีทมาก ๆ เขิลลลล
    #1,816
    0
  7. #717 Dairy-nana (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 29 มกราคม 2559 / 17:50
    พาร์อาจจะตกหลุมรักครั้งที่2กับคนๆเดิมก็ได้น้าา ;)
    #717
    0
  8. #662 Whatever it is (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 27 มกราคม 2559 / 00:40
    555 น่ารัก
    #662
    0
  9. #560 Dark Diamond (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 17 มกราคม 2559 / 15:50
    ตะคลุบ-ตะครุบ
    #560
    0
  10. #412 Jack Mam King (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2558 / 06:21
    น่ารัก
    #412
    0
  11. #236 nam3 (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 11 ธันวาคม 2558 / 19:16
    โง้ยยยย รักแรกกกก

    พาร์หวั่นไหว สับสน สารพัดแล้ว แต่ทีนี่นิ่งมากอ้ะ! มีแอบทำตัวไม่ถูกหน่อยๆ แต่ยังไม่หวั่นไหวเลยยย โง้ยยย พาร์รุกเร็วลูกก รุกกก!

    (ปล.ทีขี้แกล้งง น่าร๊ากก)
    #236
    0
  12. #165 ลีลีข้าวสาร- (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 1 ธันวาคม 2558 / 18:30
    กรีดร้องงงงงงง พาร์ให้พ่อมาขอเถอะจ๊ะ เจอสาวตัวจริงแล้วนี่ อิอิ
    #165
    0
  13. #160 เนรุ (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 29 พฤศจิกายน 2558 / 18:48
    เนื้อหาสนุกน่าลุ้น น่าจิ้นไปพอๆกับสองน้องสาวและผองเพื่อน



    แต่ทามไลน์งง นิดนะ

    ตอนนี้คือ สามวันหลังจากที่พาร์ย้ายมาอยู่กะที งั้นก็ก่อน ศึกชิงสะใภ้คณะสินะ

    แสดงว่าในวันแข่งบาส ทีรู้แล้วว่า พาร์เคยชอบเหรอ

    เพราะตอนถามในช่วงแข่งบาสสองหนุ่มบอกว่าพักอยู่ด้วยกันอาทิตย์กว่าละ



    สนุกค่ะ ติดตามต่อไปค่ะ
    #160
    0
  14. #159 สิมิชิกิ บาโท (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 29 พฤศจิกายน 2558 / 09:53
    ยินดีด้วยติดใน 100 ด้วย แฮ่ร
    #159
    0
  15. #158 Iskilde♔ (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 29 พฤศจิกายน 2558 / 06:56
    ทำไมพาร์เขินแล้วน่ารักอย่างนี้ แอร๊ยย >///<
    #158
    0
  16. #157 rinnarinrin (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 28 พฤศจิกายน 2558 / 20:27
    2คนนี้มันมีไรในกอไผ่จริงๆด้วย

    สงสารพาร์แปป อดีตของทีก็น่ากลัว

    เฮ้อ~ เมื่อไหร่จะเป็นแฟนกันสักทีนะ2คนนี้

    ปล. ขอเป็นแฟนคลับพาร์ทีด้วยคนนะคะ ><

    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 28 พฤศจิกายน 2558 / 20:28
    #157
    0
  17. #154 ( . * M o O Y o N g * . ) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 28 พฤศจิกายน 2558 / 19:15
    น่ารักโคตร. ชอบตอนที่ทำตัวกันไม่ถูกนี่แหละ
    #154
    0
  18. #153 รอยพิมพ์ (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 28 พฤศจิกายน 2558 / 16:24
    พาร์หวั่นไหวแล้วสินะ...สินะ ทีคนโง่ไม่รู้อะไรบ้างเลย!!! ที่พาร์ถีบทีนี่ตกใจเจอทีในระยะประชิดหรือตกใจที่ทีอยู่ในอ้อมกอดกันแน่นะ? ขอบคุณน้องเบอร์สำหรับการ์ดจ๊ะ #พาร์ที เท่านั้น! แล้วก็...ทีเหมือนคุณแม่+ภรรยา เลยทำอาหารให้สามีกับลูกๆกิน เห็นภาพที่ทีใช้ผ้ากันเปื้อน และมัดผม อยู่หน้าเตาเลยจ้าาาาา~ ฟินมาก 555
    #153
    0
  19. #152 Tari (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 28 พฤศจิกายน 2558 / 16:12
    โอ้แม่เจ้า รักแรก *0* #ผมนี่ฟินไปอีกกกก
    #152
    0
  20. #151 Tari (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 28 พฤศจิกายน 2558 / 16:12
    โอ้แม่เจ้า รักแรก *0* #ผมนี่ฟินไปอีกกกก
    #151
    0
  21. #150 KillerKill (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 28 พฤศจิกายน 2558 / 13:21
    รักแรกผิดหวังเพราะดันกลายเป็นผู้ชาย แต่รักต่อไปนี่สมหวังแน่ๆ เพราะทีคอนเฟริมมาแล้ววววว
    ครอบครัวนี้เขาต้องได้ดองกันค่ะ ฮิๆๆ

    #โชว์การ์ดพาร์ทีอย่างสง่าผ่าเผย
    #150
    0
  22. #148 Bks Bongkiz (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 28 พฤศจิกายน 2558 / 10:15
    เขิลลลล
    น่ารักอ่าค้าบบบ><
    #148
    0
  23. #147 PRF •_• (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 28 พฤศจิกายน 2558 / 10:12
    ฝาก??? การ์ด??? งง ==" อยากอ่านต่อ ชอบๆๆ มุ้งมิ้ง ฟินๆๆ (แต่ก็จินตนาการภาพ2คนนี้ไว้ แต่คนเขียนไม่ได้บรรยายไว้มากมาย ก็ขอจินตนาการตามใจชอบละกัร55 ว่างๆลองวาดแฟนอาร์ตดีไหมน้า... ถ้าวาดแล้วส่งให้ได้ที่ไหนเหรอคะ (ถ้าไม่ใช่เฟสจะดีมาก ใช้ไม่เก่ง ทวิตก็ไม่เอา เล่นไม่เป็น)
    #147
    0
  24. วันที่ 28 พฤศจิกายน 2558 / 09:56
    บรรยากาศครอบครัวสุดๆ
    #146
    0
  25. #145 คิมดงจุน (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 28 พฤศจิกายน 2558 / 09:30
    รักครั้งที่สองก็คนเดียวกันแหละ~ อิอิอิ
    #145
    0