[Chonnatee] ชลนที #Boy's Love #จบแล้ว

ตอนที่ 12 : บทที่ 10

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 8,980
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 113 ครั้ง
    11 ก.ย. 59


บทที่ 10


สิ้นเสียงประกาศ เป็นวินาทีที่ผมรู้สึกเหมือนเป็นตัวเชื้อโรค


…ใครเห็นเป็นถอยกรูด


ผมหรี่ตามองพาร์เป็นคนแรก รายนั้นยกสองมือขึ้นสูง “กูเจ็บมึงก็เห็นอยู่”


“เจ็บอยู่ก็ยังลงเล่นบาสได้นี่หว่า”


“กูลงแทนเพื่อนเถอะ! ไอ้บ้านั้นดันไปซดเหล้ากับเพื่อนต่างคณะ เช้าวันต่อมาโทรบอกกูว่ากำลังนอนแหมะอยู่โรงพยาบาลพร้อมเฝือกที่ขาแล้ว มึงจะให้มันลงเล่นพร้อมเฝือกหรือไง?!”


โอเค มันมีเหตุผล


ผมหันมองรายต่อไป เชนกับมีนสะดุ้งโหยง รีบพากันส่ายหน้าปฏิเสธสุดชีวิต เสียดายผมไม่สนิทกับสองคนนี้เลยไม่รู้จะลากออกไปด้วยกันยังไงดี


ส่วนรายที่สี่ หัวเราะฮาๆ เหมือนตัวเองไม่เกี่ยว…เดี๋ยวก่อน!


“พี่กันออกไปกับผมเถอะ”


“แค่กๆๆ” เจ้าของชื่อสำลักไอทันที มือโบกไปมา พยายามออกเสียง “พี่…ไม่เกี่ยว”


“ใครสักคนในหมู่นักกีฬา พี่ก็เป็นใครสักคนเหมือนกันนะครับ”


จบคำพูดของผม ปี1 พร้อมใจกันมองรุ่นพี่คนเดียวในกลุ่มเขม็ง เหมือนเจ้าตัวจะรู้ว่าหาพวกไม่ได้ เลยรีบชี้เหยื่อรายสุดท้าย “เอาชัยออกไปเลย รับรองขอปุ๊บ มันออกไปเป็นเพื่อนเราแน่ๆ”


“ไม่!”


“ฮะ?”


ผมพูดโดยไม่หันไปมองเจ้ายักษ์ใหญ่ “พอดีผมมีความทรงจำไม่ค่อยดีเกี่ยวกับคนตัวใหญ่ยักษ์ และหน้าเถื่อนน่ะ ถ้าเป็นไปได้อย่าให้คนรูปร่างแบบนั้นเข้าใกล้ผมเลย ผมขอ”


เกิดความเงียบขึ้นชั่วขณะ เป็นพาร์ที่ปรี่เข้ามาลากผมไปคุยห่างๆ กลุ่ม


“มึงเคยเจอชัย? มีเรื่องกันมา?”


ผมส่ายหน้า อธิบายเสริม “ไม่ว่าใครที่รูปร่างหน้าตาแนวเดียวกับเพื่อนมึง กูก็จะพูดอย่างนี้ใส่เหมือนกัน”


พาร์ขมวดคิ้วทันที “ร้ายแรงแค่ไหน?”


“มากกกก” ผมลากเสียงยาว พร้อมชูสองนิ้วทำหน้าจริงจัง “ถ้าถึงขีดสุดเมื่อไหร่ จะแตกออกเป็นสองกรณี ไม่กูหมดสติถูกแบกไปโรงพยาบาลซะเอง ก็สติแตกทำร้ายคนอื่นเข้าโรงพยาบาลแทน”


ผมกับพาร์สบตากันนิ่ง แววตามันดูสงสัยกึ่งไม่เชื่อ เลยต้องพูดยืนยันอีกรอบ


“เคยแล้วทั้งสองกรณี กลับไปถามพ่อแม่กูได้ แต่กรณีหลังเกิดแค่ครั้งเดียวช่วงม.ต้น ผู้ปกครองของคู่กรณีไม่ยอมความหาว่ากูทำเกินกว่าเหตุ แต่ศาลตัดสินว่ากูไม่มีความผิด เพราะถือว่ากูป้องกันตัว”


“ถึงขั้นขึ้นศาลกันเลยเรอะ!” พาร์กระซิบเสียงเครียด


ผมพยักหน้าอีก ครุ่นคิดพักหนึ่งก็พูดต่อ “มึงควรจะรู้ไว้ ถ้ากูสติหลุด ต่อให้คนตัวใหญ่กว่าแค่ไหน กูก็มีวิธีทำให้ล้มไปนอนราบกับพื้นในเสี้ยววินาที ต่อจากนั้นคือการกระทืบ…กระทืบไอ้ชาเขียวน้อยกลางตัวไม่ยั้งเลยมึง ที่คู่กรณีกูไม่ยอมความ ก็เพราะกูทำบ้านไอ้เหี้ยนั้นหมดสิทธิ์สืบทายาทน่ะ”


พาร์ทำหน้าตกตะลึงใส่ “มึง…ทำจริงๆ…”


“จริง แต่ตอนทำไม่รู้ตัวหรอก พอดีเพื่อนถ่ายคลิปตอนกูลงมือเก็บไว้ให้ดูย้อนหลัง เพราะมันนึกว่ากูโดน เอ่อ ผีเข้าสิง…ก็เหมือนอยู่นะ” ประโยคหลังผมพึมพำกับตัวเอง ย้อนนึกถึงภาพเคลื่อนไหวนั่นแล้วก็ยิ้มเจื่อน 


ถึงไอ้บ้านั่นสมควรโดน แต่ในฐานะผู้ชายเหมือนกัน…ผมก็แอบกลัวตัวเองนะครับ


“…เอาเป็นว่า ถ้าไม่มีอะไรมากระตุ้น กูก็ไม่มีอาการอะไร มึงไม่ต้องกลัวหรอก”


ผมตบบ่าพาร์ที่ทำหน้าเมื่อเจอระเบิดเวลาเคลื่อนที่ได้ กำลังจะเดินจาก ได้ยินเสียงโฆษกประกาศว่าเหลือสามนาที เลยหันไปถามเพื่อนเล่นๆ


“ตกลงมึงจะออกไปพร้อมกูไหม?”


…พาร์พยักหน้าครับ


และแล้วผมก็ได้ฤกษ์ไปหาพี่โฆษก พร้อมผู้ติดตามที่ยอมเดินตามหลังมาอย่างว่าง่าย 


เอ่อ ผมไม่ได้ตั้งใจขู่มันนะครับ


กลางสนามนอกจากพี่โฆษกเจ้าประจำ ยังมีคุณราชินีพร้อมเหยื่อ…


ไอ้นนท์นี่!


มองหน้าเพื่อนตัวเองอย่างสงสัย อีกฝ่ายมองตอบยักไหล่ให้ผม จากท่าทางเดาได้เลยว่า มันเดินตามเขามาเองง่ายๆ


เหอะๆ มึงคิดจีบสาวทั้งที แต่ดันเลือกจีบผิดคนแล้วเพื่อน


“มากันครบแล้วนะครับ ลูกสาวทั้งสองคณะไม่ได้ฉุดกระชากลากถูนักกีฬามา ผ่านเงื่อนไขทั้งคู่ รอดพ้นฉายาลูกสาวไม่เอาอ่าวไปนะครับ”


ผมเข้าใจอย่างหนึ่งแล้ว ไอ้ฉายาที่ว่า สงสัยจะเป็นแนวด้านลบ ใครมีมากกว่าแพ้แหงเลยครับ


“เรารู้จักลูกสาวคณะไปแล้ว ขอทำความรู้จักตัวแทนนักกีฬาจากสองคณะบ้าง ประธานคณะทั้งสองส่งไมค์คืนมาหน่อยครับ”


นักกีฬาในทีมถูกประธานปี4 ใช้งาน แปบเดียวไมค์ก็ถูกส่งต่อให้พาร์กับนนท์คนละตัว


“กฤตานนท์ครับ ชื่อเล่นนนท์ ปี1 เศรษฐศาสตร์ครับ”


เสียงตอบรับจากกองเชียร์ฝั่งอีคอนดังเชียว ฝั่งนิติมีสาวๆ บางส่วน เพื่อนผมถือว่าพอมีชื่อเสียงจากการเล่นกีฬาหลายรายการ สาวๆ รู้จักเยอะ แต่เสียดายที่แฟนคลับมันไม่ค่อยมีคนจากนิติ ผิดกับคนข้างๆ ผม แค่ส่งเสียง ออกไมค์คำเดียว สาวๆ รุ่นเพื่อนรุ่นพี่ทั้งสองฝั่งก็กรี๊ดกันสนั่นแล้ว


“เงียบกันก่อนครับ” พี่โฆษกพูดปราม


เสียงค่อยๆ ซาลง พาร์ต้องพูดแนะนำตัวใหม่ เพราะเมื่อกี้โดนกลบหมด


“ภควัติ ชื่อเล่นพาร์ ปี1 นิติศาสตร์ครับ”


“ฟังจากเสียงกรี๊ดกร๊าด ดูเหมือนลูกสาวอีคอนเลือกพาคนออกมาได้ถูกใจเหล่ากองเชียร์มาก”


ได้ยินเสียงตอบรับว่า ‘ใช่’ ดังจากแสตนเชียร์ประสานกันมาเลย


ผมยิ้มขำ เหลือบมองคนข้างตัวที่ทำหน้านิ่ง แต่แววตาแอบหน่ายก็ยิ่งขำ เพราะแบบนี้ล่ะมั้ง มันถึงลีลาไม่ยอมออกมากับผมตั้งนาน


“ลูกสาวทั้งสอง แนะนำตัวเองตามบทบาทผู้สูงศักดิ์ และแนะนำคนที่พามาด้วยหน่อยว่าเกี่ยวข้องกันยังไง จะสั้นจะยาวไม่ว่า ให้ฝ่ายราชินีก่อนครับ เพราะเธอมาถึงก่อน”


นนท์ส่งไมค์ให้ผู้หญิงคนเดียวในกลุ่ม พาร์ก็ส่งให้ผมเหมือนกัน


“ข้าคือราชินีเมย่า ส่วนเจ้านี้” ชี้นิ้วใส่นนท์ที่ทำหน้าเอ๋อ “ข้าซื้อมาจากตรงนั้นด้วยน้ำหนึ่งขวด”


คนชมฮากระจาย ผมหันหน้าหนีตัวสั่นตามแรงหัวเราะไร้เสียง


โธ่ เพื่อนผม มีค่าตัวแค่น้ำเปล่าหนึ่งขวด อนาจมาก!


“ต…ตาฝั่งอีคอนครับ” พี่โฆษกพูดทั้งที่พยายามกลั้นเสียงหัวเราะ


ผมกระแอมไอเพื่อหยุดอาการขำ ครุ่นคิดแปบหนึ่งก็พูดบ้าง “เราคือท่านชายน้อย คนข้างๆ สหายเราเอง ช่วงนี้ชีวิตสหายลำบากพอประมาณ ม้าทรงตัวโปรดถูกท่านบิดาขอยืมไปใช้ จะไปไหนก็แสนลำบาก ปัจจุบันเลยต้องอาศัยขี่ม้าตัวเดียวกับเรามาเรียนประจำ”


พี่โฆษกสวนใส่ทันที “ไม่ใช่แค่มาเรียนล่ะมั้ง พี่เห็นขากลับก็ไปด้วยกันนี่ครับ”


ผมถามกลับทันที แม้ในใจจะสงสัยว่าสาวบางส่วนส่งเสียงกรี๊ดทำไมก็ตาม


“ไม่งั้นจะให้สหายเรากลับยังไงล่ะ?”


“ลูกสาวคนนี้ ไม่ตบมุขพี่เลยนะ”


อ้าว อยากให้ผมตบมุขก็ไม่บอก ว่าแต่เมื่อกี้พี่จะเล่นมุขอะไรครับ?


“ถามลูกสาวคณะหน่อย หากจำลองสถานการณ์ว่า ขณะนี้ชีวิตกำลังพลิกผัน กิจการล้มละลาย กำลังจะกลายเป็นยาจกไม่ช้า จะทำยังไงกัน แน่นอนว่าในคำตอบต้องเอาคนที่พามาด้วยเข้าไปเอี่ยวด้วยนะครับ ใครพร้อมก็ยกมือก่อนได้เลย พี่ให้เวลาคิดสามสิบวินาที”


สั้นชะมัด ผมรีบคิด นึกออกก็ยกมือขึ้น กลายเป็นว่าทางฝั่งราชินียังหน้านิ่วคิ้วขมวดอยู่เลย


“โอ้ ทางท่านชายยกมือแล้ว ว่ามาเลย”


“เราคงฝากน้องทั้งสองไว้ที่บ้านสหายก่อน จากนั้นมาดูว่ากิจการตัวไหนขายทิ้งไปได้บ้าง ตัวไหนยังควรเก็บไว้ เป็นไปได้เราคงขอยืมเงินสหายเพื่อใช้ตั้งตัวด้วย” ผมมองหน้าพาร์ “คงต้องขอความช่วยเหลือเยอะเลย หวังว่าสหายจะไม่คิดดอกเบี้ยแพงนัก”


ผมพูดติดตลกตอนท้ายให้พาร์คิ้วกระตุกเล่น


“ทางสหายพาร์จะว่ายังไงบ้างครับ จะให้ความช่วยเหลือหรือเปล่า?”


พาร์ขมวดคิ้วเมื่อจู่ๆ ก็ถูกถาม แต่ก็รับไมค์ไป 


“สหายขอมาก็ต้องให้ โดยเฉพาะหากบ้านเจ้านี่เดือดร้อน” ยกนิ้วโป้งชี้ทางผม “เทียบกับการขอความช่วยเหลือ ครอบครัวข้าไปรบกวนครอบครัวทางนั้นมากกว่าอีก”


“นี่หมายความว่าครอบครัวทั้งสองฝ่ายรู้จักกันดีใช่ไหมเนี่ย สนิทกันมาตั้งแต่เด็ก?”


พาร์ไม่ตอบ ยัดไมค์ใส่มือผม แล้วยืนนิ่งเงียบ จนพี่โฆษกยิ้มแห้งถอยฉากไปถามฝั่งราชินีบ้าง แต่แม่หญิงคนงามกลับตอบก้ำปั้นทุบดินตามสเต็ปองค์ราชินีว่า


“เป็นไปได้ยากหากข้าคนนี้จะเป็นยาจก ต่อให้กิจการล้มละลายแล้วยังไง ในเมื่อข้ายังมีสมบัติเป็นกองภูเขาขายกินทั้งชาติยังเหลือ หรือต่อให้ไม่ขาย ข้าก็เอาเจ้าทาสตรงนั้นไปทำงานหาเงินก็ยังได้”


ผมไหล่สั่น นนท์โดนลดค่าตัวกลายเป็นทาสให้องค์ราชินีซะแล้ว ยังไม่จบครับ เพราะเธอจับปลายคางเพื่อนผมหันไปมา


“หน้าตาดีแบบนี้ เอาไปปล่อยเช่าก็ได้ราคาเช่นกัน”


“จะเอาทาสไปปล่อยเช่าที่ไหนครับ?” พี่โฆษกถามอย่างสงสัย


“หอนายโลม”


สามคำจบครับ ผมจับไหล่พาร์เป็นที่ยึด ก่อนเผลอทรุดลงไปนอนขำกลิ้งบนพื้นให้เสียกิริยา ดูหน้าไอ้นนท์สิ โคตรฮา เหวอได้ใจมาก เป็นไงล่ะมึง อยากตามออกมาเองดีนัก!


อึก…


“แค่กๆๆ”


ผมกลืนน้ำลายพลาด สำลักไอไม่หยุด เดือดร้อนพาร์ที่อยู่ข้างๆ ต้องช่วยลูบหลังให้


“อ้าว ลูกสาวทางนี้เป็นอะไรล่ะ”


พาร์ตอบแทนสั้นๆ “หัวเราะมากไปครับ”


พี่โฆษกทำหน้าเงิบไปวูบหนึ่ง ก่อนแกจะถอนหายใจเฮือก 


“ลูกสาวรุ่นนี้ไม่ธรรมดาจริงๆ มาถึงคำถามสุดท้าย…สุดท้ายจริงๆ ตอบจบปุ๊บอัญเชิญกลับถิ่นทันที สายข่าวพี่สืบมาได้ว่า ลูกสาวทั้งคู่มีความลับ พี่จดใส่กระดาษมาให้แล้ว ช่วยแสดงละครสักฉากให้เกี่ยวข้องกับประโยคในกระดาษนี้คู่กับคนที่พามาด้วยครับ”


ผมรับกระดาษโพสอิทสี่เหลี่ยมจัตุรัสสีเหลือง แอบเห็นทางฝั่งราชินีเป็นสีฟ้าแวบๆ ก้มมองดูถึงกับชะงัก ยื่นให้พาร์ดูก็ชะงักเหมือนกัน นี่พี่แกไปสืบข่าวมาจากไหนเนี่ย ผมอ่านทวนข้อความในกระดาษอีกครั้ง


‘แอบอยู่ด้วยกัน’


ผมกรอกตาขึ้นด้านบน กรณีพวกผมเรียกว่าแอบตรงไหน?


“ใครพร้อมก่อนยกมือเลย”


งานนี้ผมขอปรึกษาคนข้างๆ ก่อนดีกว่า ผมลากแขนพาร์ถอยห่าง ถามเสียงกระซิบ


“เอาไง”


“มึงขึ้นต้นประโยคมา เดี๋ยวช่วยโต้ให้”


“เอางั้น?”


ง่ายๆ อย่างนี้เลย?


พาร์พยักหน้า ผมสังเกตสักพักแล้ว เวลาตกเป็นเป้าสายตาคนจำนวนมาก พาร์จะดูนิ่งๆ ไม่ถามก็ไม่แสดงความเห็น ดูเป็นคนเข้าถึงยาก แถมยังแผ่รังสีประหลาดที่คนมองแอบรู้สึกเกรงใจ ไม่อยากไปรบกวน ผมพึ่งเคยเจอโหมดนี้ของพาร์ก็วันนี้เอง ครั้งแรกก็ตอนอยู่กับกลุ่มรุ่นพี่ในห้องน้ำ แต่ไม่ชัดเจนเท่าตอนนี้ ขอเดาเล่นๆ คงเป็นโหมดระวังตัวรูปแบบหนึ่งของพาร์มั้ง


พวกผมตัดสินใจช้ากว่าองค์ราชินี เพราะเธอจับเพื่อนผมนอนหงายกับพื้น เหยียบต้นขาด้วยเท้าเปลือยเปล่า และกำลังฟาดใส่ด้วยแส้ล่องหนให้เพื่อนผมโบกมือปัดไปมา แกล้งร้องโหยหวน…นนท์อาจจะร้องจริงๆ ก็ได้ ผมเห็นเธอขยี้ฝ่าเท้าลงเนื้อเพื่อนผมแบบเน้นๆ


ผมมองการแสดงสักพักก็เอียงหัวกระซิบถามคนข้างๆ “ประธานรุ่นมึง…เป็นพวกเอสเหรอ”


“…ไม่แน่ใจ อาจใช่ก็ได้ กูรู้แค่ว่ารุ่นกูไม่มีใครกล้าโดดหรือขัดคำสั่งเจ้าแม่ แค่ก…กูหมายถึงประธานเมย์เป็นหนที่สองสักคน”


ชัวร์แล้วครับ! องค์ราชินีชุดกระโปรงฟ้าตรงนั้นอยู่ในสายเอสแน่นอน ขอรับรองจากคำพูดกั๊กๆ จากพาร์เนี่ยแหละ! อ้อ เผื่อใครไม่รู้ เอส (S) ย่อมาจากซาดิสม์ (Sadism) ครับ


ไอ้นนท์ได้กลิ้งตามพื้นอีกหลายตลบ เปลี่ยนท่าหนีอีกหลายหน เรียกเสียงฮาจากคนดูไม่น้อย ผมยังเผลอขำ ที่ชอบก็ตอนมันกลิ้งหนีฝ่าเท้าน้อยๆ ที่กำลังจะกระทืบมันนั่นแหละ ขอบอกว่านั่นไม่ใช่การแสดง แต่เพื่อนผมหนีจริง เพราะคุณเธอชักมันในอารมณ์ขึ้นเรื่อยๆ คนอยู่ใกล้ๆ รู้เลยว่าราชินีเริ่มออกแรงลงน้ำหนักฝ่าเท้าหนักหน่วงขนาดไหน สุดท้ายเป็นพี่โฆษกที่บอกหมดเวลา ไม่แน่ใจเพราะทนสงสารไอ้นนท์ไม่ไหวหรือเปล่า


ทั้งสองถูกอัญเชิญกลับถิ่น เพื่อนผมเผ่นหนีไปรักษาสังขารที่น่าจะชอกช้ำพอๆ กับแผลใจ โดยมีรุ่นพี่รุ่นเพื่อนพร้อมใจเอาน้ำ เอาผ้าเย็น แม้กระทั่งยาแก้พกช้ำมาปลอบขวัญ ส่วนแม่ราชินีกำลังได้รับการปรนนิบัติพัดวีจากเหล่านักกีฬาสองคนอย่างเชนกับมีนอยู่ มีทั้งเอาน้ำมาให้ ช่วยพัดคลายร้อน แม้แต่พี่กันยังแอบเอาผ้าเย็นประเคนให้เลยครับ


“คู่เมื่อกี้ทำผมหวาดเสียวจริงๆ มาถึงคู่นี้บ้าง เมื่อกี้พี่ลืมบอก พี่ให้เวลาแค่หนึ่งนาทีนะ พร้อมยัง?”


ผมพยักหน้า พี่โฆษกนับสาม สอง เริ่ม


“มาอยู่ด้วยกันเถอะ” ผมโผล่ออกไปดื้อๆ


“ฮะ!” พาร์เผลออุทานออกไมค์ ผมว่าได้ยินเสียงอุทานจากคนอื่นๆ ด้วยนะ


ผมแสร้งถอนหายใจ “ท่านหญิงน้อยเบอร์ดี้ย้ายมาอยู่บ้านเราแล้ว สหายจะลำบากอยู่คนเดียวไปทำไม พาหนะใช้เดินทางก็ไม่มี สู้อยู่ด้วยกันเลยดีกว่าเป็นไหนๆ”


ดูเหมือนพาร์จะเริ่มตั้งสติได้ เงียบไปสักพักถึงเอ่ยประโยคเด็ด “ตกใจหมด นึกว่าเจ้าเอ่ยปากขอข้าแต่งงาน กำลังคิดอยู่ว่าข้ามขั้นตอนไปหน่อย ยังไม่ทันบอกรักข้าสักคำ”


เฮ้ย! มันเล่นผมแล้วไง


“คิดไปเรื่อย สรุปจะเอายังไง”


พาร์ถอนหายใจยาวเหยียด “เจ้าไม่รู้หรือ ข้าขนของไปอยู่บ้านเจ้าตามรับสั่งท่านแม่ของพวกเราสักพักแล้ว”


ผมปิ๊งไอเดียใหม่ เลยแกล้งทำหน้างงถามไป “ทำไมเราไม่เห็น สหายไปนอนที่ไหน?”


“ห้องเจ้าไง”


พาร์ตอบหน้าตายมาก แต่เรียกเสียงกรี๊ดดังสนั่น


ผมกะแล้วว่าเพื่อนต้องตอบอย่างนี้ เลยแสร้งทำหน้าช็อกสุดขีด ยกนิ้วสั่นระริกชี้หน้าเรียบเฉยของพาร์


“ช…เช่นนั้น คู่หมั้นปริศนาที่ไม่ยอมให้เราเห็นหน้าสักที…คนที่ท่านแม่ส่งมาร่วมเตียงกับเราตั้งแต่หลายคืนก่อน…คือ…คือ…”


“อือ ข้าเอง”


ใครใช้ให้มึงตอบ!


ผมพึ่งอ้าปาก ยังไม่ทันเอ่ยแก้เกม พาร์ก็ตอกย้ำลงมาอีกประโยคด้วยแววตาวาววับ กับริมฝีปากที่ยกขึ้นนิดหน่อยเหมือนคนกำลังกลั้นขำ


“และข้าจะไม่ยอมตกเป็นภรรยาของเจ้าหรอก จำไว้!”


การแสดงของผมก็ตัดจบแค่นั้น เพราะหมดเวลา บ้าเอ้ย!


เสียงกรีดร้องชอบอกชอบใจดังสนั่น


พาร์ดูอารมณ์ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ใช่สิ! มันได้แกล้งผมคืนแล้วนี่


ผมทำหน้าบูด โธ่เว้ย! คนอุตส่าห์กะทิ้งท้ายให้คลุมเครือแท้ๆ


พี่โฆษกหัวเราะอยู่นาน ก่อนกระแอม “แฮ่ม พี่เชื่อแล้วว่าตระกูลพวกน้องผูกมิตรกันยาวนานถึงขั้นหมั้นหมายลูกชายทั้งสองไว้ แถมยังจับส่งเข้าเรือนหอเรียบร้อย หึๆๆ พี่จะรอดูนะว่า ใครจะได้รุกใคร”


ฟังแล้วอยากเอาหัวโขกหมอนข้างสักสิบครั้ง 


ไหงถึงออกมาเป็นศึกชิงตำแหน่งบนเตียงเล่า! ผมไม่ได้ตั้งใจให้ออกมาในรูปแบบนี้ซะหน่อย! แค่อยากให้เป็นมุขตลกร้ายเฉยๆ


จบการแสดงเล็กๆ น้อยๆ ของลูกสาวสองคณะ ก็ถึงพิธีการส่งธงคณะคืนเจ้าของ ไอ้ที่ผมฟังเพี้ยนคิดว่าส่งคืนตอนจบการแข่ง แท้จริงแล้วต้องทำตอนพักครึ่งครับ 


เลยได้มาเยือนฝั่งนิติอีกครั้งด้วยการเดินครึ่งรอบสนามบาสตามเข็มนาฬิกาเช่นเดียวกับราชินี ตอนเดินเนี่ยต้องคอยมองกันไปมา เพื่อกะจังหวะให้ถึงที่หมายพร้อมๆ กัน ธงถูกส่งคืนถึงมือกัปตันอย่างปลอดภัย พี่กันส่งให้รุ่นน้องเอาไปปักใว้ใกล้ฐานบังลังก์ราชินี


ส่วนพี่แกอยู่คุยกับผมต่อ “สนิทกับพาร์มาก?”         


ผมนึกๆ ดูก็พยักหน้า หลังจากต้องอยู่บ้านเดียวกัน เห็นหน้าทุกวัน ช่วยกันเลี้ยงน้อง รสนิยมถูกกัน ผมเลื่อนขั้นให้พาร์เป็นเพื่อนสนิทยังได้


“เหรอ” พี่กันทำหน้าครุ่นคิด “งั้นเรื่องสะใภ้คณะ พี่คิดว่าทางพี่น่าจะเปลี่ยน…”   


หมับ!


พาร์คว้าไหล่ผม “โทษนะพี่ ส่วนมึง หลอดยากูล่ะ”


ยา? อ้อ ผมล้วงยาแก้พกช้ำจากกระเป๋าเสื้อคลุม ผ้าเช็ดหน้าที่ได้มาเมื่อเช้าติดมือมาด้วย พาร์คว้าผ้าเช็ดหน้าไปห่อน้ำแข็ง ดึงผ้าโพกหัวออกอย่างระมัดระวัง ก่อนเอาประคบหัวทันที 


“ไม่เอายาแล้ว?”


“เอา ทาให้หน่อย”


ผมถอนหายใจชำเลืองมองฝั่งตัวเอง องค์ราชินียังอยู่ฝั่งผมเช่นกัน ตอนนี้คุณราชินีกำลังชี้นิ้วสั่งการอะไรสักอย่างกับนักกีฬาคณะผม สีหน้าคนถูกสั่งแม้เห็นไม่ชัด แต่ดูท่าทางออกว่ากำลังเงิบหนัก


ฮ่าๆๆ โดนเล่นเข้าให้แล้ว เธอแรงจริงๆ ครับ วู้!


ท่าทางยังพอมีเวลา ผมรีบถาม “จะให้ทาตรงไหนอีก? ด้านหน้า?”


ผมถกเสื้อพาร์ขึ้น เห็นรอยเขียว สีประมาณนี้วันสองวันก็น่าจะหายแล้ว


“ตรงนี้ไม่ค่อยเจ็บ ไม่ต้องทาหรอก” พาร์ว่า “กูเจ็บหัวมากกว่า”


ฟังแล้วน่ากังวลมาก “มึงควรไปหาหมอ”


“ยังไม่ต้อง ที่จริงก็พึ่งมาเจ็บหลังโดนศอกเพื่อนมึงตอนแย่งลูก”


สงสัยจะพูดถึงตอนนนท์เผลอทำฟาล์ว แล้วพาร์ล้มล่ะมั้ง


“ก่อนหน้านี้ไม่ไปถูกก็ไม่เจ็บ แต่ตอนนี้เจ็บๆ หายๆ ดูให้หน่อยดิ มันเป็นยังไงมั้ง”


พาร์นั่งยองๆ หันหลังให้ ผมพาร์สั้น แหวกนิดหน่อยก็เห็นถึงหนังหัว แต่ตอนนี้ดูไม่รู้ครับ เพราะไม่ได้ปูดเป็นลูกมะนาว ไม่มีรอยช้ำเขียวให้เห็น มีแต่รอยแดงๆ ที่ผมไม่แน่ใจว่าเจอยาแล้วจะแสบหรือเปล่า คิดแล้วก็หมุนฝายาปิด “ประคบน้ำแข็งไปก่อน ถ้าไม่ดีขึ้นค่อยแวะหาหมอ”


พาร์พยักหน้า เปลี่ยนจากนั่งยองๆ เป็นขัดสมาธิ กดน้ำแข็งห่อผ้าเช็ดหน้าต่อไป


ผมหันมองฝั่งตัวเอง เห็นราชินีมองมาทางผมเช่นกัน ต่างคนต่างพยักหน้า ผมเดินไปหยิบธงสีเหลืองที่ฝากเพื่อนพาร์ชื่อมีนถือชั่วคราว แล้วเริ่มต้นเดินอีกครึ่งสนามตามเข็มนาฬิกาเพื่อกลับฝั่งคณะตัวเอง 


ครึ่งหลังการเล่นดูไม่ร้อนแรงเท่าครึ่งแรก ให้อารมณ์เหมือนเล่นกับเพื่อนมากกว่าแข่งเอาจริงเอาจัง เอ หรือผมรู้สึกไปเอง คะแนนห่างสามคะแนนเท่าเดิมตลอด คณะนิติไม่รีบร้อนขึ้นนำ จนกระทั่งหลังพักเบรก เกมแข่งขันค่อยร้อนแรงและดุดันมากขึ้น มีทั้งฟาล์ว ทั้งล้ม คณะนิติพยายามขึ้นนำอยู่ คะแนนลดห่างกันเหลือสองคะแนน ช่วงหลังๆ ผมเลยเหลือบมองดูสกอร์บอร์ดบ่อยๆ ในฐานะผู้ได้รับผลกระทบเต็มๆ ผมต้องลุ้นเป็นธรรมดา ตอนนี้แต่ละทีมผลัดกันขึ้นนำด้วยคะแนนต่างกันแค่หนึ่ง ยิ่งนาทีสุดท้ายยิ่งดุเดือด…


ก่อนกรรมการเป่านกหวีด คณะผมพลาดเปิดโอกาสให้ฝั่งนิติทำคะแนนขึ้นนำ แต่ตอนนี้ไม่มีใครสนใจคะแนนหรือแม้แต่เสียงนกหวีดแล้ว เมื่อนักกีฬาฝั่งนิติถึงขั้นหิ้วปีกเพื่อนออกจากโรงยิม 


เกิดอะไรขึ้น?


ผมพยายามชะเง้อมอง เห็นหน้าคนโดนหิ้วไม่ชัด แต่เหมือนจะหมดสติ…


กองเชียร์ฝั่งนู้นโห่ร้องน่าดู คงโกรธที่คนคณะตัวเองบาดเจ็บมั้ง


“ที” 


ผมก้มหน้าตามเสียงเรียก เห็นนนท์มองตรงมา ก่อนขยับปากไม่ออกเสียงสองคำให้ผมอ่านเอาเอง


เรา – แพ้


“ห๊ะ?”


ผมรีบเดินลงไปสมทบนักกีฬาด้านล่างด้วยความสงสัยเต็มเปี่ยม ประชิดตัวเพื่อนได้ก็รีบยิงคำถามใส่


“จะแพ้ได้ไง ยังแข่งไม่จบซะหน่อย”


“พึ่งจบเมื่อกี้…เดี๋ยวนะ มึงคงไม่คิดว่าสัญญาณหมดเวลา คือสัญญาณขอเวลานอกหรอกนะ?”


ความเงียบจากผมคือคำตอบ ไอ้นนท์ถึงได้โบกหัวผมไปทีเป็นการแก้โง่


“ไปนู้นเลย พี่โฆษกรอมึงอยู่”


ฝ่ามือนักบาสเหงื่อซกทั้งสี่รุมตบหัวนนท์คนละป้าบ


“อย่าคิดว่าไล่เพื่อนแล้วจะหนีความผิดพ้น ฟังนะไอ้น้อง ไอ้บ้านี่แกล้งปล่อยให้อีกฝ่ายทำคะแนนขึ้นนำตั้งหลายลูก ดูยังไงก็จงใจชัดๆ”


“สม อยากหูดำดีนัก เป็นไงมึง เจอราชินีสายS เข้าให้ หนีหัวซุกหัวซุนเชียว”


“จงใจทำทีมแพ้ไม่พอ ยังทำเพื่อนเดือดร้อนอีก พี่นันย้ำหนักย้ำหนาว่าห้ามแพ้ ถ้าไม่อยากเจอบทลงโทษจากพี่แกโดยตรง”


ผมที่จับใจความได้แล้ว เริ่มหน้าทะมึนตามคนอื่น สองมือยกกอดอกเขม่นใส่เพื่อนตัวดี


แม่ง ทำผมต้องตกเป็นเครื่องบูชายัญถูกถวายให้คณะนิติศาสตร์ หลังจากนี้ต้องตกเป็นสะใภ้คณะ แค่คิดว่าจะถูกเรียกสะใภ้ให้แสลงรูหูอีกนานก็นึกหงุดหงิดขึ้นมาแล้ว


ขอร่วมวงลงโทษด้วยการเตะข้อพับเข่าเพื่อนไปป้าบหนึ่ง ไอ้นนท์ทรุดฮวบนั่งแปะกับพื้น 


“ขอโตดดด” ยกมือไหว้รอบวง สีหน้าดูสำนึกผิด “แต่ส่งไอ้ทีไปเป็นสะใภ้คณะทางนู้น ดีกว่าให้แม่ราชินีสายS มาเป็นสะใภ้คณะเรานะ!”


มึงแกล้งสำนึกผิดใช่ไหม!


“ที่นนท์พูดก็ถูก แม่ราชินีไม่เหมาะเป็นสะใภ้คณะหรอก ปล่อยให้อยู่เป็นหัวหน้าคุมนิติปี1 ไปเถอะ” ว่าแล้วก็ตบบ่าผมคล้ายปลอบใจ “เสียสละเพื่อคณะ ได้บุญยิ่งใหญ่นะเพื่อน”


“ไปเป็นสะใภ้แทนกูไหม”


หึ ส่ายหัวใหญ่ พูดน่ะง่าย แต่ทำใจลำบากโว้ย!


“ลูกสาวฝั่งอีคอนเชิญกลางสนามครับ”


เสียงนรกมาแล้ว!


ผมทำหน้าซังกะตาย ลากขาไปกลางสนาม เจอหน้าพี่โฆษกก็ถอนหายใจเฮือกหนึ่งใส่ พี่แกขำใหญ่ มีตบหลังปลอบใจผมอีกต่างหาก


“ผู้ที่จะรับคนนี้เป็นสะใภ้คณะก้าวเท้าออกมาเลย”


ตกลงนี่เข้าพิธีมอบตัวแล้ว?  


“ไม่ต้องเขินๆ ผมได้ยินมาว่าพวกรุ่นพี่ระบุตัวไว้ให้เรียบร้อย ไม่ต้องหลบ ไม่ต้องซ่อน เป็นน้องนักกีฬาปี1 คนไหนครับ?”


“ใจเย็นคร๊าบบ! มันหิ้วปีกเพื่อนออกไปเมื่อกี้ เดี๋ยวก็กลับมาครับ!”


โฆษกทำหน้าแปลกใจ “ไม่ใช่แกล้งทำเพื่อหลบออกไปก่อน แล้วค่อยมาเซอร์ไพส์ทีหลังเหรอ?”


เงียบกริบ…เหล่ากองเชียร์ฝั่งนิติมองหน้ากันเลิ่กลั่ก ท่าทางไม่มีใครรู้ว่าสิ่งที่ตาเห็นเป็นจริงแค่ไหน


“อ๊ะ นั่นครับๆ กลับมาแล้ว...”


ผมกับโฆษกหันไปมองหน้าทางเข้าตามเสียง เห็นพาร์วิ่งหน้าเครียดเข้ามา 


“ที!”


ผมสะดุ้งกับการถูกเรียกระยะไกล รีบตะโกนกลับ “อะไร!” 


“กุญแจรถ!”


ผมทำหน้ามึน มองคนที่หยุดหอบหายใจตรงหน้า “อยู่กับมึงนี่”


“กูคืนให้มึงแล้ว ตอนมึงนั่งทำสีผม…” พูดถึงตรงนี้มันก็สบถออกมา วิ่งผ่านผมไปฝั่งเศรษฐศาสตร์ ตะโกนดังลั่น “พี่คนไหนที่แต่งตัวให้ทีเมื่อเช้า แล้วเก็บกุญแจรถไว้ยังไม่คืนน้อง ช่วยคืนให้ด้วยครับ! ผมขอตอนนี้เลย!!”


ผมกับพี่โฆษกวิ่งตามมาสมทบ ทันได้ยินที่พาร์ตะโกนชัดแจ๋ว พี่โฆษกช่วยพูดออกไมค์จนทุกคนได้ยินชัดเจน  


“กลุ่มพี่ๆ ที่ช่วยแต่งตัวให้น้องทีเมื่อเช้า ใครเก็บกุญแจรถน้องไว้ ส่งคืนเจ้าของด้วยครับ”


เกิดความชุลมุนฝั่งคนเชียร์คณะอีคอนไม่น้อย พักใหญ่ๆ กว่ากุญแจรถจะค่อยๆ ถูกส่งลงมา แต่คนร้อนใจกลับดึงไมค์ในมือพี่โฆษกเอนเข้าหา พูดกรอกเสียงลงไป


“โยนลงมาเลยครับ”


กุญแจถูกโยนลงมา พวกผมรีบถอยห่าง ปล่อยพาร์กระโดดขึ้นคว้าท่าอย่างเท่จนสาวๆ เผลอกรีดร้อง แต่คนได้กุญแจกลับโกยฝีเท้าไปประตูทางออก จนผมต้องรีบตะโกนถาม


“จะรีบไปไหนวะ?!”


“โรงพยาบาล!”


ผมยืนคุยกับพี่โฆษกนานหลายนาที คนที่นึกว่าขับรถออกไปแล้วกลับวิ่งหน้าตื่นเข้ามาอีกรอบ เรียกผมเสียงดังลั่นรอบที่สอง


“ไอ้ที! จอดรถไว้ตรงไหน?!”


“ที่เดียวกับเมื่อเช้าไง!”


“ไม่อยู่โว้ย!”


ผมตกใจสิ รีบวิ่งพรวดพราดไปหาพาร์ หน้าตื่นๆ


“รถหายเหรอ?!”


-----------------------------------------------------------------------------

Talk: 10/11/2015

(จากตอนที่แล้ว) เห็นเรียกร้องกันมาสุดๆ บทนี้เลยใช้เวลาเขียนสั้นที่สุดค่ะ 

หวังว่าจะชอบกันนะคะ (คนเขียนแอบกังวล) 

ไม่ทำแบบนี้บ่อยนะคะ เพราะอยากรักษาคุณภาพนิยายไว้ (มันทำยากมากๆ เลย) แต่เราอยากขอบคุณเลยพยายามเค้นออกมาให้ และอยากบอกว่าเป็นการโดนขอตอนใหม่ที่ทั้งดีใจปนกดดัน แอบเครียดเล็กๆ เลยค่ะ (ฮา)

เจอกันใหม่ตอนหน้าค่ะ 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 113 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,841 ความคิดเห็น

  1. #2774 KiHaE*129 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 12 กันยายน 2562 / 23:06

    โอ้วโหวววววววววววว

    กระทำแต่ละอย่างงงง

    เป็นแฟนกันมั้ยแบบนี้

    ตบมุกบทบาทสมมุติได้สมจริงกันเลยทีเดียว

    #2,774
    0
  2. #2763 View_Aranya (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2562 / 04:49

    .......
    #2,763
    0
  3. #2704 ThkTheks (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 15 สิงหาคม 2561 / 19:41
    แกล้งกันรึเปล่า ถ้าหายจริงนี่งงเลยนะ
    #2,704
    0
  4. #2623 Mistyblack (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2560 / 03:16
    อะไร!!!
    #2,623
    0
  5. #2542 FairyP718 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 18 เมษายน 2560 / 22:40
    ฝั่งนิติเป็นอะไร แล้วรถหายไปไหนนน
    #2,542
    0
  6. #2171 shshshx (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2560 / 10:07
    เอ้าาายังไงง
    #2,171
    0
  7. #1953 baekbow (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 2 กันยายน 2559 / 19:12
    สรุปจะรู้ไหมใครเป็นสามีนิติ 555
    #1,953
    0
  8. #963 Kuroko Tetsuya_kun (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2559 / 20:29
    ทำไมไม่บอกแต่แรก 555
    #963
    0
  9. #703 Dairy-nana (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 29 มกราคม 2559 / 07:12
    ฮื้อออ มุ้งมิ้ง นั้ลล้ากกกก
    #703
    0
  10. #229 nam3 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 11 ธันวาคม 2558 / 18:38
    ลืมเปลี่ยนชุด ฮ่าๆๆๆ

    คือจะว่าคอสเพลย์มันก็ไม่ใช่อีก เสื้อคลุมอาบน้ำ(หรือนอน)เชียวนะ! 55555555
    #229
    0
  11. #104 ZiDEXiDE (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 15 พฤศจิกายน 2558 / 18:41
    จะน่ารักเกินไปแล้วววว โว้ยยยยยย รีบมาต่อเร็วๆนะคะ อยากรู้ว่าใครจะเป็นสามี //อย่าเป็นพาร์เถอะ เพื่อความสนุก ฮุฮุ
    #104
    0
  12. #101 rinnarinrin (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 15 พฤศจิกายน 2558 / 14:59
    สรุปรถไม่ได้หายแต่โดนรุ่นพี่ยืมไป -.,- โหยยยย
    ตกใจแทนทีแปป ถ้าหายไปนี่เรื่องใหญ่ชัวร์ 
    ว่าแต่ ขำพี่ที่ช่องจ่ายยา ทักชุดทีแบบนี้ ทีคงช๊อกน่าดู
    รีบจนลืมเปลี่ยนชุด 555555 ชอบบบบบ ><
    #101
    0
  13. #92 ลีลีข้าวสาร- (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 15 พฤศจิกายน 2558 / 01:43
    เพื่อนเข้าใจผิดไปถึงไหนแล้วที 555 ชุดมา รพ.หนูอลังการมากลูก
    #92
    0
  14. #91 KillerKill (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 15 พฤศจิกายน 2558 / 01:16
    จะส่งตัวสะใภ้แล้ว แต่ว่าใครจะเป็นสามีล่ะ //น่ารัก~
    #91
    0
  15. #90 คิมดงจุน (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 15 พฤศจิกายน 2558 / 00:56
    ทำไมลงโทษได้น่ารักจัง หยิกแก้มมมม โอ๊ยยย
    #90
    0
  16. #89 เรนนี่ (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 15 พฤศจิกายน 2558 / 00:11
    จะได้ส่งมอบสะใภ้คณะกันซะทีสินะ พวกน้องสาวรู้คงกรี๊ดกันน่าดู ฮา
    #89
    0
  17. #88 อิงะเดะมอ (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 14 พฤศจิกายน 2558 / 23:12
    คู่นี้เหมือนแฟนกันเลยอ่ะ อยู่กันแบบธรรมชาติสุดๆ น่ารักกกก อยากอ่านตอนต่อไปแล้วซิ ส่งมอบสะใภ้
    #88
    0