[Chonnatee] ชลนที #Boy's Love #จบแล้ว

ตอนที่ 10 : บทที่ 8

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 9,436
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 110 ครั้ง
    29 ส.ค. 59


บทที่ 8


แว่วเสียงหัวเราะคิกคัก ตามด้วยเสียงพูดคุยตามประสาลูกผู้หญิงจากหลังบานประตู ดุจแดนศักดิ์สิทธิ์ที่เพศชายอย่างผมไม่ควรเยื้องย่างเข้าใกล้ สองเท้าก้าวถอยห่างอัตโนมัติ ก่อนชนอะไรสักอย่างที่อยู่ด้านหลัง ผมรีบหันมอง กลัวเป็นพี่กระเทยคนนั้น แต่ความจริงดีกว่านั้นมากครับ


“ถอยทำไม?” พาร์ถามงงๆ ไม่สนใจสายตาผมที่มองใส่เสมือนเจอขอนไม้ขณะกำลังจมน้ำ


ผมรีบพลิกตัวหนีไปอยู่หลังมันทันที ถึงเคยสงสัย ด้านในห้องน้ำหญิงเป็นยังไง แต่ตอนนี้ไม่พร้อมเข้าไปพิสูจน์ครับ!


“เฮ้ย หลบไม”


“ก็นั่น…” ผมจับหน้าเกราะกำบังมีชีวิต บังคับให้เพื่อนเห็นสิ่งที่กำลังเผชิญชัดๆ “ตรงหน้ามึงเลย นั่นแหละ เหตุผลที่กูต้องหลบ”


“อะไรวะ ก็แค่ห้องน้ำ…”


“นะ น้อง น้อง…” เสียงติดอ่างฟังพิลึกหู ดึงความสนใจของเราทั้งคู่


หันไปเจอคนนำทาง…ผู้ถูกลืม คาดว่าพี่เขาคงพึ่งเห็นพาร์เดินตามเข้ามา ถึงได้เบิกตาโต อ้าปากพะงาบเป็นปลาขาดน้ำ ก่อนทำพวกผมสะดุ้งด้วยการแหกปากกรี๊ดเสียงแปดหลอดออกมาให้ปวดรูหู


ประตูห้องน้ำเปิดผัวะ!


สะดุ้งกันอีกหน พวกผมพร้อมใจถอยหลังหนีด้วยความตกใจ จนหลังชิดติดกำแพงของจริง


“อะไรๆ เมื่อกี้ใครกรี๊ด”


“เกิดอะไรขึ้น!?”


“มะ มะ แม่เจ้า!” พี่เจ้าของเสียงทรงพลังเมื่อครู่ ยกสองมือประสานกันตรงหน้าอกแบนราบที่ขยับขึ้นลงอย่างแรง อาการดุจคนพึ่งถูกประกาศชื่อเข้ารับรางวัลใหญ่


รุ่นพี่หญิงแท้เทียมนับสิบต่างพากันทำหน้างงใส่ ก่อนใครคนหนึ่งเอ่ยถาม “นี่แกเป็นอะไร?”


“นั่นไงยะ นั่นนะ บอกทีว่านีน่าไม่ได้ฝันไป!”


คนกลุ่มใหญ่เบนสายตาตามนิ้วชี้ มองตรงมาทางพวกผม บรรยากาศเงียบกริบจนผมเลิกลั่ก


หรือว่าห้ามพาคนของคณะคู่แข่งมา?


กำลังจะก้าวออกมาพูดเคลียร์ปัญหาที่ก่อโดยไม่รู้ตัว แต่ต้องเปลี่ยนเป็นอุดหูตัวเองแน่น เมื่อเหล่ารุ่นพี่พร้อมใจส่งเสียงกรีดร้องไม่พอ มีหลายคนตะโกนร้องเสียงดังอย่างคลุ้มคลั่ง


ผมเริ่มตาเหลือกยามแผ่นหลังตรงหน้าถอยอัดตัวผมติดกำแพงเรื่อยๆ สองมือที่คอยปกป้องรูหูจำต้องเปลี่ยนมาต้านกำแพงข้าศึก ออกแรงดันโต้กลับ…ดันออกไปก็เบียดกลับมาอีก ไม่มีที่สิ้นสุด ผมตะเบ็งเสียงใส่อย่างหมดความอดทน


“มึงจะถอยทำซากอะไร หลังกูติดกำแพงนานแล้ว”


พาร์หันขวับ ตวัดตามองกำแพง มองผม ก่อนมองไปข้างหน้าที่มีฝูง เอ้ย กลุ่มรุ่นพี่คืบคลานใกล้เข้ามาอย่างน่ากลัวกว่าเดิมอีก


“โอเค กูไม่ด่ามึงแล้ว”          


ผมหันซ้ายขวาหาทางหนีรอด เจอปุ๊บคว้าแขนเพื่อนปั๊บ พากันวิ่งเลียบข้างกำแพง เตรียมโกยเต็มที่…


“หยุดก่อนพวกมึง!!” หยุดหมดทั้งฝ่ายผม ฝ่ายรุ่นพี่ “น้องตกใจถอยหนีไปนู้นแล้ว!”


ขอบคุณมากครับที่สังเกตเห็น


ฝูงซอมบี้ เอ้ย ฝูงรุ่นพี่…ผิดๆ หมายถึงกลุ่มรุ่นพี่พากันชะงัก แต่ละนางเหมือนดึงสติกลับมาได้ ในสายตาผม พวกเธอเริ่มดูเป็นผู้เป็นคนมากกว่าเดิมแล้ว แต่ยังน่าระแวงอยู่ดี 


“น้องพาร์มาทำอะไรแถวนี้คะ?”


“หรือว่านิติจะจองห้องน้ำชาย ไหงบอกไม่เอาแล้วไงคะ”


และอีกสารพัดคำถามด้วยท่วงทำนองเสนาะรูหูสุดๆ เพราะพูดลงหางเสียงทุกคำ 


เป้าหมายของพวกเธอไม่ใช่ผม แต่เป็นพาร์ต่างหาก! 


ผมได้ยินเสียงพาร์พ่นลมหายใจออกมาเบาๆ เลยเหล่มองไปหนหนึ่ง พร้อมกับคำถามต่างๆ เริ่มเงียบหาย ยิ่งเห็นเพื่อนผมเอาแต่ยืนนิ่งไม่พูดไม่จา พี่คนที่ร้องห้ามคนอื่นๆ เลยถูกดันออกมาพร้อมรอยยิ้มแห้งๆ


“พี่ขอโทษแทนเพื่อนๆ ด้วยนะจ๊ะ แบบว่าน้องพาร์ค่อนข้างโด่งดังน่ะ”


อ้อเรอะ…


“น้องไม่ค่อยปรากฏตัวบนสื่อ ภาพก็แสนหายาก พอได้…” คุณเธอเริ่มบิดตัวขวยเขินดุจสาวน้อยวัยแรกแย้ม “แบบว่าได้เจอจังๆ ไม่ทันให้ตั้งตัว พวกพี่เลย…เลยสติหลุดกันน่ะจ๊ะ”


ผมชักเห็นใจคนหล่อขึ้นมาทันที…อ้อ จำได้ล่ะ รุ่นผม (หมายถึงปี1 ทั้งมหาลัย) มีห้าคนได้เกิดทันทีที่เจ๊ดาด้า (เจ้าแม่ข่าวของม.) อัพรูปลงเฟสเมื่อสองเดือนก่อน กลายเป็นห้าหนุ่มหล่อประจำปี1 ที่สาวๆ ทั้งม. ต่างอยากรู้จักทั้งนั้น (อันนี้ผมขอพูดถึงเฉพาะฝ่ายชายนะครับ ฝ่ายหญิงก็มี แต่ช่วงนั้นผมไม่ได้ตามข่าว เพราะวุ่นวายกับบางเรื่องอยู่) 


สี่ในห้าเคยขึ้นเวทีประกวดเดือนมหาลัยมาแล้ว ส่วนที่เหลืออีกหนึ่งสงสัยจะ…


ผมเหลือบมองใบหน้าด้านข้างของเพื่อนที่ยืนเงียบผิดปกติ 


น่าจะเป็นคนใกล้ตัวผมนี่แหละ


“แล้วสรุปว่าน้องพาร์มาทำอะไรแถวนี้คะ?”


หือ? ผมก้มลงมองข้อมือตัวเองที่ถูกเพื่อนกำไว้แน่น กำลังจะถาม ดันโดนกระชากมือชูขึ้นกลางอากาศ      


“มาเป็นเพื่อนทีครับ”


ผมทำหน้าเหวอ เล่นอะไรวะ?! แต่พอได้สบตากึ่งร้องขอก็ได้แต่ปิดปากเงียบ คิดดูสักหน่อยก็เข้าใจเหตุผล พาร์เล่นจับผมทำยันต์กันผีไม่บอกกล่าว แต่จะเอาไปสู้ฝูงซอมบี้ตรงหน้าไหวเรอะ


สายตารุ่นพี่พร้อมใจกันมองข้อมือที่ถูกพันธนาการของผม ก่อนตวัดสายตาทิ่มแทงปนสงสัยใส่ตรงๆ ทำผมแอบผวาอีกรอบ 


ขอเถอะครับ! อย่าใช้แววตาดุจมองศัตรูคู่อาฆาตแต่ชาติปางก่อนเลย


“ไม่รบกวนทุกคนใช่ไหมครับ?” 


พวกเธอสายตาย้ายไปทางพาร์อีกหน แววตาแต่ละคนอ่อนหวานลงทันที ต่างกับเมื่อกี้ลิบลับ! รุ่นพี่ทุกคนต่างตอบว่าได้หมด แถมผายมือเชื้อเชิญเข้าห้องน้ำหญิง มีบริการเปิดประตูให้พร้อม


อื้อหือ! ระดับการปรนนิบัติต่างกันประหนึ่งเจ้านายกับผู้ติดตามสุดๆ


“ขอบคุณครับ” ไม่พูดเปล่า ยังดึงผมให้ออกเดินตาม เป้าหมายคือประตูที่เปิดรออยู่


เฮ้ยๆ ผมรีบรั้งให้หยุดเดินด่วน ยื่นหน้ากระซิบข้างหู แอบกลัวพวกรุ่นพี่ได้ยิน


“จะเข้าไปจริงดิ?!”


“แล้วมีทางเลือกอื่น?” มันกระซิบกลับมา


“มีอยู่แล้ว ชิ่งหนีไง” ผมรีบชี้ทางสว่างให้


พาร์ถอนหายใจ ดึงแขนลากมาอยู่ด้านหน้า สองมือประทับจับไหล่ผมแน่น กระซิบเสียงเครียดข้างหู “มึงไม่เห็นกระดาษแปะหน้าประตูเมื่อกี้?”


“กระดาษ?” ผมไม่ได้มองอย่างอื่นนอกจากป้ายรูปตุ๊กตาสวมกระโปรงสีดำด้วยสิ “มีด้วยเหรอ?”


“ตัวพิมพ์สีดำหนาใหญ่เรียงกันว่า ‘ห้องแต่งตัวลูกสาวอีคอน’ ชัดไหมมึง”


ชัดเจน! ผมเห็นชะตากรรมที่จะเกิดล่วงหน้าเลยล่ะ


“ทางเลือกของมึงเหลือแค่สอง จะเดินเข้าไปดีๆ หรือ จะโดนฉุดเข้าไป เป็นกู…จะเลือกอย่างแรกนะ”


…มีคำแนะนำแถมให้ด้วย แต่อย่าพึ่งดันสิโว้ย!


ผมจิกเท้ากับพื้น ฝืนต้านเต็มกำลัง “มึงคงไม่ปล่อยกูเข้าไปคนเดียวใช่ไหม?”


แรงดันหลังชะงักไปชั่วขณะ ก่อนจะมากขึ้นเหมือนอยากดันผมให้เข้าไปข้างในเร็วๆ


ชัดเลย! ไอ้บ้าพาร์กะผลักผมเข้าไป แล้วชิ่งหนีแน่ๆ เรื่องอะไรจะยอมวะ!


ผมหมุนตัวออกซ้ายลอดแขนเพื่อน วกกลับมาด้านข้าง ตวัดแขนขวากอดคอพาร์ เปลี่ยนเป็นฝ่ายจับล็อกเสียเอง 


“เขาว่าสองหัวย่อมดีกว่าหัวเดียว” ผมกระซิบทิ้งท้าย ก่อนออกแรงลากมันเข้าดินแดนต้องห้าม 


ขอบคุณการจราจรติดขัดเมื่อเช้าที่ทำให้ผมไม่ต้องเจอชะตากรรมนี้ตามลำพัง


ใช่ว่าพาร์จะยอมง่ายๆ กลายเป็นเกิดศึกยื้อยุดอยู่หน้าห้องน้ำให้เหล่าผู้ชมมองตาปริบๆ คนลากอาศัยจุดยุทธศาสตร์ได้เปรียบเป็นฝ่ายกำชัย แม้จะแค่คืบสั้นๆ ก็เริ่มเข้าใกล้ดินแดนต้องห้ามที่เปิดกว้างรออยู่ทีละนิด


“ปล่อยกู!”


“ไม่!”


“ที กูต้องไปเรียน”


“ยังไม่ถึงเวลา”


“ไอ้ที! ปล่อยโว้ย!!”


“ไม่มีทางงง!”


โอ๊ย…ลากผู้ชายตัวพอๆ กันเข้าห้องน้ำหญิงเนี่ย โคตรเปลืองแรงเลยครับ   




การอยู่กลางดงผู้หญิงนับสิบไม่ใช่เรื่องน่าสนุก แต่เป็นเรื่องชวนผวาครับ 


ผมผู้เคยมีประสบการณ์มาก่อนไม่ปล่อยให้เพื่อนร่วมชะตาหนีหายไปไหนแน่ ยิ่งไอ้คนข้างๆ สามารถสยบเพศหญิงได้ด้วยการโปรยยิ้มครั้งเดียว (แม้จะเป็นยิ้มเหือดแห้งก็ตาม) ผมยิ่งต้องเกาะติดหนึบหนับ เพื่อความปลอดภัยของชีวิตและจิตใจ (พอกันกับพาร์ที่เลือกยืนข้างผมตลอด สงสัยคิดแบบเดียวกัน)


“ก่อนอื่นน้องทีต้องเปลี่ยนเสื้อผ้า นี่จ๊ะ เดินเข้าไปด้านในสุดได้เลย มันเป็นห้องอาบน้ำ”


ผมรับเสื้อยืดแขนสั้นสีดำกับกางเกงเลขายาวสีส้มจี๊ดมาถือ แน่นอนไม่ลืมลากไอ้คนข้างๆ ติดมือไปด้วยกัน ทางเดินมีแค่หนึ่ง แต่แทนที่จะเจอกำแพงตัน กลับเจอประตูครับ ติดป้ายบอกชัดเจนว่าเป็นห้องอาบน้ำ


ข้างในกว้างมาก น่าจะมากกว่าฝั่งห้องน้ำชายซะอีก ดูสะอาดเรียบร้อย แบ่งพื้นที่ด้านหน้าเป็นโซนเปลี่ยนเสื้อผ้า มีกระจกเงาขนาดเต็มตัวบานเล็กติดไว้ มีชั้นวางของ…โอ้โห มีกระทั่งสบู่แชมพูขวดเล็กๆ วางเรียงเตรียมให้พร้อมสรรพ ไม่ต้องพกมาเองเลยครับ


ส่วนด้านในเป็นโซนอาบน้ำ อยู่หลังม่านพลาสติกลายน่ารัก พื้นที่ส่วนนี้ใช้แค่หนึ่งในสาม ผมมองหาฝักบัวไม่เจอ…เจอแล้วครับ อยู่ด้านบนเกือบติดเพดานนี่เอง อันใหญ่มาก เปิดปุ๊บน้ำน่าจะกระจายลงมาเป็นวงกว้าง...ผมโดนเคาะหัวเรียกสติ ลูบหัวปอยๆ ระหว่างมองคนกระทำยืนกอดอกปั้นหน้ายักษ์อยู่ไม่ห่าง


…อ้อ ต้องเปลี่ยนชุดนี่หว่า


ผมรีบพาดชุดในมือไว้ไหล่ซ้ายของคนตรงหน้า พอมือว่างก็เริ่มปลดกระดุมชุดนักศึกษาอย่างเร็ว ถอดออกก็ฝากไว้ที่ไหล่ขวาพาร์ คว้าเสื้อยืดสีดำมาสวมหัว


ผัวะ!


“อะไร” ผมร้องออกมาทันทีที่โดนมันเตะสูงถึงก้น ไม่เจ็บหรอกครับ พาร์ไม่ได้เตะแรง มองหน้าปุ๊บก็เดาออกว่า มันทำเพราะอารมณ์หมั่นไส้ล้วนๆ


“กูต่างหากที่ต้องเป็นฝ่ายถาม”


“ถามว่า?” ผมถามไปสอดแขนเข้าเสื้อไป


“ลากกูเข้ามาทำบ้าอะไร”


ผมเริ่มปลดเข็มขัด แอบกวนประสาทมันเล็กน้อยแก้เครียด “ดูกูเปลี่ยนเสื้อผ้ามั้ง” ทั้งที่รู้ว่าถูกถามเรื่องลากมันเข้าห้องน้ำหญิงทำไม มาคิดดู พาร์ไม่มีธุระปะปังกับกลุ่มอีคอนจริงๆ นั่นแหละ 


“จะให้มองอะไรอีก เห็นจนเริ่มชินแล้วเถอะ”


ผมหัวเราะทันที จริงครับ ผมก็เริ่มชินเหมือนกัน “เอาน่า อยู่เป็นเพื่อนก่อน”


พาร์ขมวดคิ้วทันที ผมไม่สนใจถอดกางเกงออก มันกระชากกางเกงผมไปถือให้ ยื่นกางเกงเลมาก็รับมาจับสวมสิ แต่พอผูกเชือกเสร็จกลับโดนพาร์ดึงออก จับผูกให้ใหม่


“ผูกแบบมึงกระโดดสองทีก็หลุดแล้ว”


“กูไม่ค่อยใช้กางเกงแบบนี้นี่หว่า” ผมว่า ก้มมองดูมือที่ผูกเชือกให้


“ใส่สบายดีออก มึงก็เห็นกูใส่นอนประจำ”


เออวะ ชุดนอนประจำตัวของพาร์คือกางเกงเลกับเสื้อกล้ามครับ น้องเบอร์ดี้ก็เห็นใส่กางเกงเลแบบขาสั้นบ่อยๆ…เดี๋ยว ผมโดนเปลี่ยนเรื่องนี่หว่า!  

“สรุปมึงจะอยู่…” เสียงขาดหายกะทันหัน หลังผมเหลือบเห็นตรงช่องใต้ประตูเดี๋ยวมีแสงเดี๋ยวเป็นเงามืดชวนฉงน เพ่งดูมากเข้าก็เห็นลูกตาคู่หนึ่งกรอกไปมา


“เฮ้ย?!”  


ผมกระโดดถอยหนีทันที ไหล่กระแทกชั้นวางของใกล้ๆ เสียงของหล่นยังดังน้อยกว่าเสียงหัวใจผมเต้นอีก 


“อะไร!” พาร์หันขวับ ท่าทางตกใจตาม


“นั่นๆๆ”


พาร์มองตามนิ้วผมชี้ สักพักก็หันกลับมา หน้ามีแต่เครื่องหมายคำถาม 


ผมทำใจสักพักค่อยหันมองใหม่ ช่องใต้ประตูไม่มีเงามืดหรือของสั่นประสาทแล้ว ใจเริ่มสงบลง ตั้งสติก็นึกได้ว่า นั่นมันประตูเข้าออกห้องอาบน้ำ ข้างนอกอยู่กันตั้งสิบกว่าคนนี่หว่า คิ้วเริ่มขมวดชักเอะใจสงสัย แต่…พวกรุ่นพี่เนี่ยนะจะเล่นพิเรนทร์ก้มส่องช่องใต้ประตูดูรุ่นน้องผู้ชายเปลี่ยนเสื้อผ้า?


ไม่หรอกมั้ง แล้วถ้าไม่ใช่รุ่นพี่ งั้นไอ้ที่ผมเห็นมันคืออะไร…


“ไอ้ที!” เสียงพาร์ทำผมสะดุ้งโหยง ใจแทบร่วงหล่น “เหม่ออะไร เก็บของแล้วออกไปกันได้แล้ว พี่เขารอมึงอยู่”


“อะ อือ”


ผมพึ่งสังเกตว่า ทำขวดสบู่แชมพูหล่นกระจายเต็มพื้น ก้าวเท้าเตรียมก้มเก็บขวดพลาสติกกลมเล็กตรงหน้า…  


“ระวังเท้า!”


โครม!


ผมล้มหน้าคว่ำหลังไปเหยียบอะไรสักอย่างเข้า บอกช้าไปนะเพื่อน แต่ยังดีมีน้ำใจเข้ามาช่วยเหลือ และคงดีกว่านี้ถ้ามองพื้นให้ดีก่อนวิ่งเข้ามา ผมดันตัวเองขึ้นจากคนนอนเป็นเบาะเบื้องล่าง ถอยมานั่งบนพื้น อีกมือบีบจมูกรู้สึกเลยว่าเลือดกำเดาจะไหล


แหมะๆๆ


นั่นไง ไหลหยดลงพื้นแล้ว


“เฮ้ย! เลือดออกเลยเรอะ”


พาร์เด้งตัวขึ้นนั่งมองผม ท่าทางตกใจเกินคาด ผมโบกมือข้างที่ว่างสื่อว่าไม่ต้องเป็นห่วง ถ้าเมื่อกี้ไม่ไปกระแทกโดนฟันพาร์เข้า ผมคงไม่ต้องเสียเลือดหรอก


“ขอทิชชู่” ส่งเสียงอู้อี้ เพราะบีบจมูกห้ามเลือดอยู่


พาร์รีบยันตัวขึ้นยืน ผมชำเลืองมองเห็นมันเบ้ปากนิดหน่อยระหว่างจับหลังหัว 


...ก็นะ เล่นหงายหลังเพราะเหยียบขวดแชมพู ไม่ก็สบู่ หรืออาจเป็นของเหลวที่หกเลอะออกมา นึกแล้วก็อยากถอนหายใจสักที จะล้มเป็นเพื่อนก็ไม่ว่า แต่ทำไมต้องมาคว้าแขนผมที่กำลังเสียหลักอยู่แล้วด้วยเล่า จับไปก็ไม่ได้ช่วยพยุงตัว แถมยังพากันล้มเร็วกว่าเดิม เจ็บตัวไปตามๆ กัน


“หัวแตกปะ?”


ผมถามเสียงอู้อี้ หลังเห็นมันยืนคลำหัวอยู่นาน พาร์ส่ายหน้า ล้างมือหยิบทิชชู่ม้วนเป็นแท่งเตรียมให้ยัดจมูก ผมรับมาสอดทีละอัน


“ไปล้างมือก่อน”


ผมมองมือเปื้อนเลือดตัวเอง ลุกเดินไปล้างอย่างว่าง่าย  หันกลับมาก็พบว่าพาร์ช่วยเก็บของหล่นตามพื้นกลับคืนที่บางส่วนแล้ว เลยตรงเข้าไปช่วยเก็บ บางส่วนที่ใช้การไม่ได้ลงไปนอนในถังขยะ จนเหลือแค่หยดเลือดกับของเหลวสีขาวที่เป็นสบู่ไม่ก็แชมพูบนพื้น ผมเลือกจัดการรอยเลือดตัวเองก่อน แบ่งพื้นที่ทำงานจะได้เสร็จเร็วๆ ทิชชูทั้งม้วนถูกพวกผมใช้ไปเกือบหมด


หลังจัดการเรียบร้อย กำลังมองหาที่นั่งพิงหลัง…


“พิงกูก่อนไหม”


พาร์ถามขึ้น ในมือถือผ้าเช็ดผ้าผืนคุ้นตาบิดน้ำออก ของผมเองแหละยัดใส่กระเป๋าเสื้อให้มันเมื่อเช้า หลังน้องอันฟ้องว่ามีพาร์คนเดียวที่ลืมต้องเสียอาหารในจานอย่างหนึ่งให้คนจับได้ (เป็นข้อตกลงของบ้านผมน่ะ) พาร์เลยต้องเสียไข่ดาวครึ่งฟองให้น้องอันฟรีๆ เพราะปกติเพื่อนคนนี้ไม่เคยสนใจพกผ้าเช็ดหน้า แต่หลังจากนี้คงต้องหัดพกแล้วไม่งั้นได้เสียอาหารทุกเช้าฟรีๆ แน่


“ฟังกูอยู่ไหม?”


ผมไม่ตอบ แต่นั่งลงพื้นก่อน มีคนเสนอมผมก็ไม่ขัดหรอก พอพาร์นั่งลงตาม ผมก็ขยับตัวหันหลังพิงหลังอีกฝ่าย ทำแบบนี้สบายดีครับ   


“เอานี่” ผ้าเช็ดหน้าเปียกหมาดๆ ถูกยื่นข้ามไหล่มา


“ก็รู้วิธีปฐมพยาบาลนี่กว่า แล้วไหงเมื่อกี้ดูทำอะไรไม่ถูกล่ะ” ผมถามระหว่างพับผ้าเช็ดหน้าวางแถวสันจมูก


“แค่จำได้เพราะเคยกำเดาไหลมาก่อน แต่เป็นเองกับเห็นคนอื่นเป็น ความรู้สึกต่างกันนี่ กูตกใจก่อนนึกได้ว่าต้องช่วยก็ไม่เห็นแปลก”


“นึกว่าชินจากน้องซะอีก” อย่างผมไง


“เบอร์ดี้ไม่ค่อยซนหรอก”


หือ? ทวนความจำที่มีก็เผลอย่นคิ้ว แล้วทำไมผมเป็นคนทำแผลให้สองสาวประจำล่ะ ดีหน่อยตั้งแต่เข้า ม.1 น้องทั้งสองยังไม่มีแผลกลับมาให้เห็น


ก๊อกๆๆ


พวกผมหันมองประตู ได้ยินเสียงรุ่นพี่กระแอมไอ เอ่ยขออนุญาตเข้ามา ประตูเปิดออกทันทีเพราะไม่ได้ล็อก เห็นบรรดาไทยมุงออกันอยู่ด้านหน้า สายตาแต่ละคนประหลาดอย่างยิ่ง หลากหลายความรู้สึกจนผมอ่านไม่ออก


“ขอโทษที่รบกวน แต่พี่ช่างทำผมมาแล้ว กำลังรอน้องทีอยู่ข้างนอกค่ะ เอ่อ แล้วน้องทีไหวไหม”


ผมยันตัวลุกขึ้นยืน ลองดึงทิชชู่ออกมา ก้มหน้าแล้วรอสักพัก


“หยุดยัง?” พาร์ถาม ผมพยักหน้า ดึงทิชชู่อีกข้าง โยนทิ้งถังขยะ


“เสื้อผ้าน้องทีใส่ถุงนี่เลยค่ะ จะเอาไปเก็บที่รถก่อนก็ได้”


รุ่นพี่ยื่นถุงพลาสติกใสใบใหญ่ให้พาร์ พึ่งเห็นว่าระหว่างผมนั่งรอกำเดาหยุดไหล มันเอาเสื้อผ้าผมมาพับเล่นฆ่าเวลาล่ะมั้งถึงได้อยู่ในสภาพเรียบร้อยพร้อมลงถุงทันที


“ได้ครับ งั้นผมขอเอาไปเก็บก่อน...”


“เดี๋ยวค่อยไปก็ได้” ผมแย้งทันที


พาร์เลิกคิ้วให้ผม ก่อนยิ้มขำ “เดี๋ยวมา”


มันทิ้งท้ายอย่างนี้ ผมค่อยสบายใจหน่อย




ช่างทำผมเป็นพี่ชายของรุ่นพี่ชื่อแนน เรียกตัวมาเป็นกรณีพิเศษ แถมไม่เสียตังค์ค่าตัวสักบาท และไม่ใช่ชายแท้ครับ ออกตัวให้เรียกว่า ‘เจ๊’ ตั้งแต่เจอหน้ากัน ผมถูกจับนั่งเก้าอี้มีพนักประจันหน้ากระจกเหนืออ่างล้างหน้า


“หัวกระเซิงมาก หวีผมบ้างหรือเปล่าจ๊ะ ดูสิผมพันกันยุ่งเลย”


“เอ่อ…วันนี้ลืมหวีครับ”


“พี่ได้ยินว่าน้องมีแฟนแล้ว คุณแฟนไม่ว่าเอาหรือจ๊ะ”


หมายถึงแฟนเก่า? ผมนึกถึงแฟนเก่าคนล่าสุดก่อนตอบไปตามตรง


“ก็เวลาไปเจอ จะรวบผมไว้ท้ายทอยเอาครับ” 


“คิดไว้ยาว แต่ไม่ดูแล จะแย่เอานะ เจ๊แนะนำว่าตัดสั้นไปเลยดีกว่า”


ใครว่าผมอยากไว้ยาวกัน แค่ตอนนี้ยาวถึงบ่าก็รำคาญจะแย่ คิดถึงหัวเกรียนๆ ไม่ก็ทรงนักเรียนสมัยมัธยมที่สุด ติดแต่สาวน้อยที่บ้านมักมีญาณพิเศษ ขัดขวางตอนจะไปร้านทำผมทุกที หลังๆ เห็นหัวพี่ชายเป็นของเล่น ว่างเมื่อไหร่เป็นต้องนั่งหวี จับมัดนู้นนี่ ไม่ก็ทดลองถักเปียแบบต่างๆ เท่าที่ความยาวเส้นผมอำนวย


“ขนาดหวียังไม่เป็นทรง ไม่ได้เข้าร้านทำผมนานแค่ไหนแล้วเนี่ย”


“…สี่เดือนครับ”


“ขี้เกียจเข้าร้านล่ะสิ”


ผมยิ้มแห้งแทนการตอบรับ เจ๊ทายผิดแล้ว…  


“มา เจ๊ตัดให้ อยากตัดทรงไหนล่ะ”


ถามกะทันหัน ผมจะตอบถูกได้ไง (ถึงดีใจก็เถอะ) สายตากวาดซ้ายมองขวา ตัวอย่างก็ไม่มี จะให้ใช้ทรงสมัยเรียนมัธยมก็…ผมชะงักมองพาร์ที่พึ่งเดินเข้ามานั่งขอบอ่างล้างหน้าใกล้ๆ เพ่งดูหัวเพื่อน สั้น ดูแลง่าย กว่าจะยาวอีกนาน ผมชี้บอกช่างทันที


“เอาแบบพาร์ครับ”


“รองทรงตัดสั้นสินะ”


“หยุดดด!” รุ่นพี่หญิงและผู้ฉิงตะโกนห้ามพร้อมเพรียง


“อย่าตัดนะเจ๊ พวกหนูยังอยากให้มัดรวบได้”


“จะรวบ?”


“ใช่เจ๊ ผมน้องยาวประมาณนี้แหละดีแล้ว”


“รวบแบบไหนล่ะ มัดรวบแถวต้นคอหรือครึ่งหัว?”


ผมมองผ่านกระจก เห็นพวกพี่สุมหัวกันอยู่ครู่หนึ่ง ตัวแทนก็พูดตอบ “เอาแบบครึ่งหัว เจ๊พอนึกภาพออกไหม พวกหนูมีภาพด้วยนะ ถึงเป็นภาพการ์ตูนก็เถอะ พอปรับใช้ได้ไหมเจ๊?”


“ไหนเอามาดูก่อน อ้อ เอาแบบมัดครึ่งหัวนะ ตรงยางรัดผมจะผูกเชือกที่เตรียมไว้ทับอีกที แล้วเสื้อผ้าล่ะ ขอเจ๊ดูแบบชุดหน่อย”


“นี่ค่ะ”


“แนวดีนะ คิดได้ไงเนี่ย?”


ผมหูผึ่ง ชักอยากรู้กับเขาบ้าง แต่โดนพาร์ชิงตัดหน้าขอดูก่อน มีเหลือบมองผมแล้วยิ้มขำด้วย เฮ้ย มันเป็นเสื้อผ้าแบบไหน อยากรู้ๆ


“ทำไมถึงกำหนดเสื้อผ้าแบบนี้ครับ?” พาร์ถามขึ้น


“ธีมฝั่งอีคอนคือจ่ายให้น้อยที่สุด เช่าชุดก็ไม่ได้ เลยระดมข้าวของที่หาได้ในบ้านมาใช้แก้ขัดก่อน คัดแยกของที่ใช้ได้เอามาดัดแปลงให้เข้ากับคอนเซปหลักของงานอีกทีจ๊ะ”


พาร์พยักหน้ารับรู้ ดูเข้าใจมากกว่าผมอีก


“งั้นเจ๊ขอเล็มให้เป็นทรงหน่อยแล้วกัน ปลายผมอาจจะสั้นลงนิดหน่อยเหลือประมาณต้นคอ ส่วนด้านหน้าเจ๊ว่าตัดสั้นลงกว่านี้ก็ดีนะ เอ่อ…แล้วจะทำสีไหม?”


ผมกำลังจะอ้าปากบอกเจ๊แกว่าไม่เอา…


“เวลาเหลือพอหรือเจ๊”


“โอ๊ย นี่มันพึ่งจะเก้าโมงยี่สิบห้า ทันอยู่แล้วจ๊ะน้องสาว เห็นว่าอยากได้สีเข้มๆ เจ๊เลยเตรียมสีน้ำตาลประกายทองกับน้ำตาลประกายแดงมาอย่างละกล่อง เท่าที่ดูน้องคนนี้ เจ๊แนะนำประกายแดงนะ”


“งั้นเอาเลยเจ๊”


“เดี๋ยวๆ สีดำก็ดีอยู่แล้ว ไม่ต้องย้อมก็ได้”


ผมเชียร์ข้างพี่คนที่ช่วยแย้งให้อยู่ในใจ


“ยังไม่เห็นสีล่ะสิ สวยนะ พี่ฉันก็ทำ”


พวกพี่ๆ เริ่มเถียงกันเมามัน แบ่งเป็นสองฝ่ายคือพวกที่เห็นด้วยว่าควรย้อม กับพวกที่บอกว่าคงสีดำไว้ เมื่อตัดสินไม่ได้สักที ตัวแทนฝ่ายแกนนำทั้งสองกลุ่มก็หันขวับเอ่ยถาม


“น้องพาร์คิดว่าไงคะ?”


เอ๋า ไปถามพาร์ทำไมครับ พี่ต้องถามผมสิ!


“ขอดูสีก่อนครับ” พาร์ยื่นมือรับกล่องพลิกดูสักพักก็ส่งคืน “ก็น่าจะเหมาะกับทีดี”


“สีอะไรวะ?” ผมรีบถามก่อนจะหมดโอกาส


“น้ำตาลแดง”


“พูดให้ถูกต้อง คือสีน้ำตาลแบบช็อคโกแลต แต่เวลาโดนแดดจะเห็นเป็นสีน้ำตาลออกแดงค่ะคุณน้อง”


“ไม่เอา…” ผมกลืนคำพูดที่เหลือคงคอ เมื่อรุ่นพี่ฝ่ายคัดค้านย้ายฝ่ายกะทันหัน


“ถ้าสีนั้นโอเคเลยพี่ จับน้องย้อมโลด ได้ใช่ไหมจ๊ะน้องพาร์”


พาร์คลี่ยิ้มขำหลังสบตากับผมที่พยายามส่ายหน้าให้มันบอกปฏิเสธ “ตามสบายครับ”


ไอ้เวรเอ๊ย แทนที่จะช่วยกัน ดันกระทืบซ้ำซะนี่ จำไว้เลย!


“งั้นพี่เล็มให้เป็นทรงเสร็จแล้วจับย้อมเลยนะ”


ช่วยถามความเห็นเจ้าตัวหน่อยเถอะ! ผมได้แต่ร่ำร้องในใจ ในเมื่อความเป็นจริงไม่มีใครสนใจใยดีสักคน




ผมต้องเก็บตัวอยู่ในห้องน้ำตลอดช่วงเช้า แม้แต่ตอนกินข้าวกลางวันยังต้องกินข้าวกล่องในห้องน้ำหญิงเลย 


นั่งตักข้าวกระเทียมหมูสับใส่ปากด้วยความอนาจตัวเองอย่างยิ่ง กินได้ครึ่งเดียวก็ชักฝืนต่อไม่ไหว ไม่ใช่อะไรครับ แค่กลิ่นกับข้าวกับกลิ่นบนหัวหลังย้อมเรียบร้อยกำลังตีกันเท่านั้นเอง อยากสระเอากลิ่นออกใจแทบขาด แต่โดนสั่งห้าม เจ๊บอกทิ้งข้ามวันยิ่งดี แต่กลับไปคืนนี้ยังไงผมก็จะไปสระออก ทนกลิ่นมันไม่ไหวจริงๆ  


เที่ยงครึ่งพวกพี่ๆ เริ่มทำหน้าจริงจังทันตา แต่ประกายตากลับแวววาวอย่างกับเจอของเล่นถูกใจ 


ผมถอยกรูติดฝาผนังห้องน้ำ เบิกตาแทบถลนมองบรรดานางมาร เอ้ย สาวๆ ทั้งหลายตรงเข้ามาขย้ำผม วินาทีนั้นผมคิดถึงพาร์ทันที รู้อย่างนี้ไม่ปล่อยให้มันกลับไปเรียนหรอก


“เดี๋ยวพี่ ผมถอดเสื้อเองได้”


“ใจเย็นพี่ กางเกงบอกเซอร์ผมไม่ต้องถอด!”


“เฮ้ย มือพี่น่ะอย่าเลื้อยครับ!”


โอ๊ย ชีวิต ต่อไปใครจะกล้ารับผมเป็นเจ้าบ่าววะเนี่ย!


ผมโดนคนนู้นคนนี้จับแต่งตัวประดุจตุ๊กตาเปลี่ยนเสื้อผ้าได้ หลังพ้นมรสุม ผมในสภาพโดนจับแต่งตัวใหม่ตั้งแต่หัวจรดเท้า ยืนหน้าซีดท่ามกลางรอยยิ้มสุขสมของสาวๆ ก่อนโดนลากไปยืนหน้ากระจกเงาบานใหญ่ เห็นสภาพตัวเองเต็มตาครั้งแรกถึงกับอึ้งไปชั่วขณะ 


คนในกระจกคือใคร?


“ดูดีเนอะ”


“อื้อ”


“โอ๊ย ไม่นึกไม่ฝันว่าน้องฉันจะดูหล่อก็ได้ ดูน่ารักก็ดี”


ผมยิ้มแห้งกับคำชม (ล่ะมั้ง) มันแปลกตาจนความมั่นใจหดหายไปหลายส่วน


ขณะนี้ผมสวมเสื้อยืดคอกลมแขนยาวสีดำไว้ด้านใน ท่อนล่างเป็นกางเกงสีดำเนื้อผ้าลื่นๆ ใส่สบายดีครับ แต่ขากางเกงยาวจนพี่ๆ ต้องพับให้แล้วใช้เชือกผูกรัดไว้ตรงข้อเท้า กลายเป็นกางเกงขาจั๊มทันที ตัวนอกเป็นเสื้อคลุมสีน้ำตาอ่อนมีลายดูหรูหน่อยๆ ชายเสื้อคลุมไม่ได้ดึงปิดหมดเหมือนตอนปกติ เปิดเผยพื้นที่ด้านหน้าเต็มๆ ส่วนผ้าพันเอวผูกมัดปมด้านข้าง รุ่นพี่ผูกผ้าพันเอวสีน้ำตาลทองให้ก่อน ค่อยผูกผ้าที่ติดมากับเสื้อคลุมทับให้อีกที…เอ๊ะ นี่มันเสื้อคลุมอาบน้ำนี่หว่า 


ก้มมองสำรวจกางเกงอีกครั้ง น่าจะเป็นกางเกงนอนผ้าซาติน


“รองเท้าคู่นี้นะจ๊ะ”


ผมหันไปมอง รองเท้าสลิปเปอร์ครับท่าน ไอ้ที่เป็นรองเท้าแตะใส่อยู่กับบ้านนั่นแหละ ลายด้านบนแบบเดียวกับเสื้อคลุมเลยครับ


“ดูดีใช่ไหมล่ะ”


มันก็ดี…แต่ว่า…


“โอเคอยู่นะ”


“ช่ายๆ”


แต่ผมไม่โอเคด้วยสักนิด…พี่ๆ จะให้ผมแต่งอย่างนี้ไปเผชิญสายตาประชาชีในโรงยิมจริงๆ เหรอครับ?


“ผูกผมน้องใช้เชือกหรือผ้าดีอ่ะ”


“มีทั้งสองแบบเลย?”


“ก็เตรียมมาเผื่อๆ ไว้”


ผมมองพวกรุ่นพี่อย่างปลงตก แว่วคำว่า ‘อะไรจะเกิดก็ต้องเกิด’ ของพี่นิติที่เป็นอดีตสามีขึ้นมาเลย 


สักพักได้ยินเสียงกระดิ่ง หันไปมองเจอรุ่นพี่คนหนึ่งถือเชือกถักสีแดงห้อยกระดิ่งสีทองสองลูกเล็กตรงปลายเชือกทั้งสองด้าน


“เอาเส้นนี่แหละ” 


ผงะเลยครับ รีบเอ่ยถามรัวเร็ว “เอาจริงเหรอพี่?!”


“น้องทีนั่งเลยค่ะ เจ๊หยุดกินข้าวแล้วมารวบผมให้น้องหน่อย”


“แปบๆ”


และแล้วหัวผมก็โดนจับมัดครึ่ง แถมมีเชือกผูกเป็นโบว์สวยงาม ขยับหัวที่จะได้ยินเสียงกรุ๊งกริ๊งประดุจแมวมีปลอกคอ ขณะที่ผมทำหน้าซังกะตายก็โดนฉุดลุกยืน พี่ๆ พากันถอยชมดู ตบมือแปะๆ     


“เยี่ยม!”


“น้องทีดูเป็นท่านชายน้อยแล้ว”


“ดูๆ ไปเหมือนเด็กหนุ่มมากกว่าชายหนุ่มเนอะ”


“ช่ายยย”


…เหมือนโดนด่าว่ายังไม่โตเลยครับ ผมสูงถึงร้อยเจ็ดสิบแปดเลยนะพี่


“บำรุงหน้าด้วยอะไรมาจ๊ะน้องที หน้าเนี่ยใส๊ใส”


“ไม่ได้ทำอะไรเลย…” พูดไม่ทันจบประโยคก็มีพี่ผู้ฉิงเข้ามาเบียดประชิดตัว   


“สนใจมาเล่นซนในหัวใจพี่ไหมคะ” ไม่ว่าเปล่าพี่แกเอาตัวมาสีให้ผมขนลุกเล่นด้วย


“ฮิ้วววว!”


“เดี๋ยวโดนเจ้าของตัวจริงของน้องถีบเอาหรอกพวกมึง”  


“เห็นแบบนี้ ฉันไม่แปลกใจที่น้องทีได้ตำแหน่งหนุ่มหน้าตาดีอันดับสามมาครองแล้ว”


“อ้อ ตำแหน่งตอนเลือกเดือนคณะน่ะเหรอ”


“ตอนนั้นน้องทียังไม่ปล่อยตัวให้โทรมยะ ผมยังตัดสั้นเข้าทรงน่ารักอยู่ พึ่งหลังๆ ปล่อยกระเซิงมาก”


“ถ้าเป็นน้องทีตอนนี้ อาจได้รองมาครองนะ ฮ่าๆๆ”


“แล้วไม่คิดว่าจะสู้เดือนได้เหรอ…หึๆ คิดหนักๆ งั้นดูนี่ ทียิ้มเลย”


ผมฉีกยิ้มเหือดแห้งไปให้


“ไม่เอาแบบนี้ เอาที่ฝึกมาต่างหาก แบบจริงใจอ่ะน้องเหมือนที่พี่ไปเห็นตอนซ้อม”


ผมพยายามนึก ตอนไหนหว่า พี่คนนี้เคยไปเจอผมด้วย? เอ…หรือจะเป็นช่วงที่ผมกำลังยิ้มขำกับมุขตลก?


“อย่าช้า เร็ว!”


บอกเฉยๆ ก็ได้ ไม่เห็นต้องตบหลังซะแรงเลย อูย ผู้ชายก็เจ็บเป็นนะครับ ใครว่าอยู่กลางดงผู้หญิงแล้วดี ผมขอค้าน! 


ผมพยายามนึกถึงเรื่องตลกให้ออก ใช้เวลาสักพักกว่าคลี่ยิ้มออกมาได้ รุ่นพี่สาวแท้สาวเทียมกรี๊ดกันสนั่น ท่าทางฟินน่าดู เผลอก้าวถอยหลังไปสองก้าว แอบรู้สึกหวาดระแวง กลัวพี่ๆ คลุ้มคลั่ง


“โอ๊ย ยิ้มละลายใจชัดๆ มิน่าถึงคว้าคนหล่อมาครองได้”


“ทำไมตอนเลือกเดือน น้องทีไม่แต่งตัวดีๆ แล้วไปยืนแจกยิ้มล่ะคะ โธ่ พี่ละเสียดายแทน”


พี่เสียดาย แล้วมาตีผมทำมายยย (หนีมาแล้วก็ยังตามมาตีอีก) ถึงพี่ใจหญิง แต่แรงมือเป็นของผู้ชายอยู่ดีนะครับ


“ถึงทำอย่างนั้นก็ไม่ได้เดือนมาครองหรอก ความเท่มีไม่พอ”


พี่พูดแบบนี้ผมก็ปวดใจเป็นนะ


“แต่ความน่ารักกระชากใจกินขาดยะ”


เอาแล้วครับ ศึกฝีปากของสาวแท้สาวเทียม


“ก็เหมาะกับพวกอยากเลี้ยงต้อยแบบแกนั่นแหละ น้องทีต้องระวังพวกป้ากระเทยให้ดีนะ พี่ล่ะเป็นห่วงจริงๆ”


“ยัยบ้า! คนมีเจ้าของแล้ว ฉันไม่สนหรอกยะ” พูดแล้วสะบัดหน้ามาทางผม “พี่ขอมองดูห่างๆ ก็พอใจแล้ว” 


ฝ่ายพี่กระเทยกรี๊ดกร๊าดเห็นด้วยสุดฤทธิ์ ขณะที่ผู้ชมฝ่ายฝ่ายหญิงแต่กำเนิดหัวเราะร่า บางคนแค่ยิ้มบางๆ


เอ่อ พวกพี่ไม่สนใจดีแล้วครับ แต่เข้าใจอะไรผิดหรือเปล่า คนโสดอย่างผมไปมีเจ้าของตั้งแต่เมื่อไหร่?


“หยุดๆ เลิกคุยเล่นกันก่อน เที่ยงสี่สิบห้าแล้วพวกแก เตรียมขั้นตอนต่อไปได้แล้ว”


อีกครั้งที่ผมผวาเมื่อโดนจับกดนั่งเก้าอี้ ได้แต่เบิกตาโตมองพี่สามคนหิ้วกล่องใบเล็กบ้าง กระเป๋าใบเล็กบ้างมาวางตรงอ่างล้างหน้า เปิดออกปุ๊บ บรรดาอุปกรณ์เสริมสวยของคุณผู้หญิงที่ผมไม่เคยคิดเลยว่าในชีวิตนี้จะได้เกี่ยวข้องกันอยู่ตรงหน้าแล้วครับ อึ้งพักใหญ่ ตั้งสติได้ก็เห็นสาวๆ แลกเปลี่ยนความคิดเห็นยี่ห้อเครื่องสำอางสนุกสนาน…ดุจมองเอเลี่ยนคุยกัน 


แอบตั้งคำถามในใจ ถ้าน้องสาวโตขึ้น จะเป็นแบบนี้ไหมครับ?


ผมสะดุ้งเมื่อโดนมือปริศนาลูบแก้ม “เด็กอารายหน้าใสไม่พอ ผิวยังดีอีก”


“ไหนๆ”


กี่มือไม่รู้มาลูบๆ คลำๆ บางคนถึงขั้นดึงแก้มบ้าง หยิกแก้มบ้าง ระบมสิครับ


“เอ่อ พี่ๆ” ผมดันมือมากมายออกจากหน้า และถือโอกาสนี้บอกความต้องการ และเบนความสนใจไปเรื่องอื่น “ผมขอล่ะ อย่าละเลงมากไปนะพี่ เอาแบบน้อยที่สุดได้ยิ่งดี”


“ไม่ต้องห่วงๆ พวกพี่ชอบลุคตอนนี้ของน้องอยู่แล้ว แค่เติมนิดๆ หน่อยๆ ให้พอมีสีสันเอง”


…ผมจะเชื่อใจ หวังว่าไม่แต่งออกมาเหมือนนักแสดงงิ้วนะครับ




“ยู้ฮู้ทุกคน น้องพร้อมยัง?”


ในเวลาบ่ายโมงสิบนาทีท่านประธานปี4 โผล่หน้าให้เห็นในห้องน้ำหญิง ส่งเสียงสดใสร้องทักทายอย่างรื่นเริ่ง 


ผมถูกพาออกไปดูตัวทันที พี่นันกวาดมองขึ้นลง ก่อนยกนิ้วโป้งชมว่าเยี่ยมให้บรรดาทีมงานแต่งตัว ก่อนหันมายิ้มให้ผม


“น้องทีดูดีนี่น่า”


ได้แต่ยิ้มแห้งรับคำชม บอกตามตรงหลังโดนปล่อยตัวรอพี่นันมารับ ผมยังไม่กล้ามองตัวเองในกระจก ได้แต่หันหลังยืนพิงขอบอ่างล้างหน้าตลอด กลัวรู้ความจริงแล้วไม่กล้าออกไปเผชิญโลกครับ


“สมเป็นลูกสาวคณะเราใช่ม้า”


พี่นันหัวเราะพร้อมพยักหน้า


“ตรงตามคอนเซปของพี่ไหมคะ?”


ไอ้คอนเซปคุณชายนั่นเหรอ ผมว่าเปลี่ยนเป็น ‘น้องชายโดนพี่สาวรุมรังแก’ ดูเหมาะกว่าเห็นๆ


“ก็…” พี่นันเอียงคอทำหน้าครุ่นคิด “เกินกว่าที่พี่นึกไว้นะ แต่ออกมาโอเคดีจ๊ะ ปะ น้องทีออกไปรอตรงจุดนัดกันเถอะ ป่านนี้ฝ่ายนิติมารอแล้วมั้ง”


“ยังนะคะพี่ ทางนู้นโทรมาบอกว่า อาจสายนิดหน่อย”


“อ้าวเหรอ งั้นไปรอดูลูกสาวคณะนิติก็ได้”


เหมือนผมโดนต้อนให้เดินถอยหลังออกมาจากห้องน้ำหญิงมากกว่าเดินออกมาเอง ทั้งที่ความจริงพวกรุ่นพี่ฝ่ายแต่งตัวแค่พร้อมใจออกมาส่ง แต่เล่นพูดอวยพรเกือบพร้อมกันแบบนี้ ฟังไม่รู้เรื่องหรอกครับเลยยิ้มรับอย่างเดียว พอหันไปเห็นกำแพงฝั่งตรงข้ามห้องน้ำเท่านั้นแหละ ความสนใจถูกเทใส่ทันที 


เป็นภาพวาดบนฝาผนังเหมือนจริงมาก พอบวกกับแสงไฟบนเพดานที่มีเป็นช่วงๆ เสมือนกำลังยืนอยู่บนถนนเก่าแก่สายหนึ่งตอนกลางคืน รายล้อมด้วยบ้านที่ก่อสร้างด้วยอิฐหลายหลังเรียงกันไป 


ผมปล่อยให้พี่นันจูงมือนำทาง ตาก็มองภาพบนกำแพงตลอด ใจเต้นตึกๆ เหมือนกำลังหลงเข้ามาอยู่ในโลกแฟนตาซี รู้สึกตัวอีกทีตอนพี่นันปล่อยมือ   


“สวยจนพูดไม่ออกล่ะสิ”


ผมพยักหน้าหงึกๆ


“ฝีมือรุ่นพี่ศิษย์เก่ากลุ่มหนึ่งน่ะ ลองมองฝั่งตรงข้ามสิ”


ผมหันมองฝั่งห้องพักนักกีฬาตามที่ถูกชี้ชวน อารมณ์แฟนตาซียุคโบราณหล่นหายทันทีเมื่อมาเจอแนวปัจจุบันกะทันหัน 


ฝั่งนี้เป็นเสมือนอยู่ถนนสายหนึ่งที่มีร้านสะดวกซื้อสองร้านตั้งเปิดแข่งกัน แน่นอนว่าไอ้สองร้านนั้นคือห้องพักนักกีฬา ผมหันไปมองห้องน้ำ ก็เป็นห้องน้ำครับ แต่เป็นห้องน้ำสาธารณะที่ตั้งอยู่มุมสุดถนน ส่วนกำแพงทางตันเป็นภาพสวนสาธารณะที่ไม่ได้บอกยุคไหนไว้ แต่ผมว่าสามารถใช้ได้ทั้งสองยุค    


“ตอนเข้ามาไม่เห็นเหรอ?”


ผมพยักหน้าว่าใช่ พูดเสริม “ตอนนั้นยังไม่ได้เปิดไฟครับ ผมนึกว่ารูปที่เห็นลางๆ เป็นแค่ภาพประดับธรรมดาเลยไม่ได้สนใจ”


“งั้นเดี๋ยวเจอเรื่องเซอร์ไพรส์อีก”


ผมเลิกคิ้วอย่างสงสัย พี่นันอมยิ้ม ลากตัวผมมาอยู่ตรงกึ่งกลางร้านสะดวกซื้อทั้งสอง หันหน้าไปทางยุคแฟนตาซี 


“มองข้างหน้าไว้นะน้องที อย่าละสายตาล่ะ เดี๋ยวจะอดเห็นของเด็ด”


ผมทำตามอย่างสนใจปนสงสัย จากห้าเป็นสิบนาที แต่ก่อนจะได้ละสายตาเพื่อหันไปถามให้แน่ใจ ประตูบ้านอิฐหลังหนึ่งเปิดอย่างเร็วจนผมสะดุ้งโหยง


อะเฮ้ย! มันเปิดได้จริงๆ ครับ!!


รีบถลาไปลูบๆ คลำๆ เป็นประตูไม้ของจริงนี่หว่า ชะเง้อคอมองผ่านประตู...เชื่อมต่อกับด้านนอกโรงยิมนี่เอง 


พี่ผู้หญิงมัดผมหางม้าคนหนึ่งยืนอยู่ด้านนอกด้วยสีหน้างงๆ “เอ่อ น้อง…ไม่เป็นไรนะ หน้าตาดูแตกตื่นชอบกล”


พี่นันหัวเราะร่วนทันทีที่ได้ยิน “ไม่มีไรหรอก เด็กใหม่พึ่งเคยเห็นลูกเล่นโรงยิมครั้งแรกน่ะ”


“อ้อ…หรือว่านี่ลูกสาวคณะเธอ?!” พี่คนนั้นชี้นิ้วใส่ผม


พี่นันฉีกยิ้มกว้าง ดึงผมถอยห่างบานประตูให้พี่คนนั้นเห็นผมชัดๆ ทั้งตัว 


“ใช่แล้ว น้องคนนี้ชื่อที ส่วนนั่นมือขวาพวงตำแหน่งเลขาของประธานนิติปี4 ชื่อพี่น้ำจ๊ะ”


แทนที่จะได้ทักทายกันตามประสาคนพึ่งได้รู้จัก พี่น้ำกลับยกมือก่ายหน้าผาก ทำหน้าปวดหัว 


“ทำไมไม่แจ้งบอกทางนี้ว่าลูกสาวคณะเธอเป็นผู้ชาย!”


“เซอร์ไพรส์ไง คณะเธอชอบทำคนอื่นตกใจอยู่เรื่อย ฉันเลยอยากลองบ้าง เป็นไงตกใจไหม?”


“ปวดหัวมากกว่าตกใจอีกยะ! เฮ้อ…รอให้ดินมาจัดการปัญหานี่เองแล้วกัน ไปล่ะ”


พี่น้ำทำท่าจะเดินผ่านพวกผมเข้าสู่สนามบาส แต่โดนพี่นันเรียกซะก่อน


“เดี๋ยว! คณะเธอจะมาเมื่อไหร่เนี่ย?”


“ใกล้แล้วมั้ง ดินให้ล่วงหน้ามาเปิดประตูกับปูพรมแดงรอก่อน”


ผมกับพี่นันหันตามนิ้วชี้ พึ่งสังเกตเห็นว่าตั้งแต่พื้นหน้าประตูยาวออกไปถึงถนนด้านนอก มีพรมสีแดงยาวสักสองเมตรปูอยู่จริงๆ ครับ


“อยากรู้ก็ยืนดูตรงนี้แหละ เดี๋ยวจะได้เห็นของดี”


พี่น้ำจากไปเกือบสิบนาทีได้ เสียงล้อบดถนนดังมาแต่ไกล รถแปลกหน้าวิ่งเข้ามาจอดเทียบประตูหลังกับพรมแดงได้พอดีเป๊ะ คนขับรถ & บอดี้การ์ดในชุดนักศึกษาชายต่างกรูลงจากรถ คนหนึ่งกางร่ม คนหนึ่งเปิดประตูรถให้ อีกคนยื่นแขนให้เกาะ 


และแล้วองค์ราชินีในชุดกระโปรงสีฟ้าก็เสด็จลงจากรถอย่างสวยงาม


-----------------------------------------------------------------------------

Talk: 05/11/2015

แวะเข้ามาดูว่าหน้านิยายกับแดชบอร์ดเป็นปกติยังค่ะ แต่ไหนๆ ก็เข้ามาแล้ว เลยตัดสินใจลงตอนใหม่ให้อ่านกัน เจอกันใหม่ตอนหน้าค่ะ     

ป.ล. ข้างล่างเป็นรูปประกอบเนื้อเรื่องค่ะ 


- มัดครึ่งหัวแบบนี้ 


- เสื้อคลุมอาบน้ำ + สลิปเปอร์ที่ว่า


- โดนจับแต่งตัวประมาณนี้ค่ะ 


06/11/2015     แก้ไขคำผิด


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 110 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,841 ความคิดเห็น

  1. #2839 Moimase (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 21 สิงหาคม 2563 / 20:40
    บังคับเกินไปหน่อยเราอ่านเเล้วไม่ค่อยสบายใจเท่าไหร่
    #นิยายดี
    #2,839
    0
  2. #2772 KiHaE*129 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 10 กันยายน 2562 / 23:35

    เล่นใหญ่กันมากอะ

    #2,772
    0
  3. #2621 Mistyblack (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2560 / 02:41
    นิติเปลี่ยนเป็นนิเทศเถอะ
    #2,621
    0
  4. #2564 taemynnn (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 20 เมษายน 2560 / 00:10
    นิติคะ เล่นใหญ่มากกก 555555
    #2,564
    0
  5. #2540 FairyP718 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 18 เมษายน 2560 / 21:50
    ทีเหมือนกลายเป็นตุ๊กตาให้สาวแท้สาวเทียมจับแต่งตัวเล่นอ่ะ อดทนไว้นะ 555
    #2,540
    0
  6. #2169 shshshx (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2560 / 08:56
    สงสารที
    #2,169
    0
  7. #2031 watson1880 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 14 กันยายน 2559 / 19:16
    อื้อหือ horimiya ก็มาค่ะงานนี้
    #2,031
    0
  8. #1951 baekbow (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 2 กันยายน 2559 / 18:09
    อีกฝ่ายเป็นพาร์จริงดิ แต่แต่งหญิง พาร์เป็นเคะ?
    #1,951
    0
  9. #1812 milkc (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 3 สิงหาคม 2559 / 21:04
    จริง ๆ พาร์น่ารักนะ
    55555 นี่ก้ลุ้นอยู่ตลอด
    จะมีกฏอะไรออกมาอีกรึเปล่า
    แล้วทำไมต้องจูงออกมาคนนึงด้วย
    ฮิ
    #1,812
    0
  10. #1384 Dark Diamond (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 13 เมษายน 2559 / 12:18
    คัดเลือด-คัดเลือก
    เศษฐศาสตร์-เศรษฐศาสตร์
    งุดงง-งุนงง
    โครต-โคตร
    พราง-พลาง
    #1,384
    0
  11. #687 Dairy-nana (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 28 มกราคม 2559 / 23:48
    ออกมาเป็นแฟนได้มั้ยคะ? 55555
    #687
    0
  12. #558 Dark Diamond (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 17 มกราคม 2559 / 14:29
    คัดเลือด-คัดเลือก นะคะ
    #558
    0
  13. #227 nam3 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 11 ธันวาคม 2558 / 18:11
    เอาพาร์ไปเลยทีจ๋า~ >w<

    แต่ความหลังที ฮือออ
    #227
    0
  14. #80 Beaoutwy (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 10 พฤศจิกายน 2558 / 15:04
    เขินพาร์แพร้บ ไม่รู้เขินอะไรแต่ก็เขินอะ
    #80
    0
  15. #65 KillerKill (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 9 พฤศจิกายน 2558 / 20:39
    ขอตอนต่อไปเลยได้มั้ยยยยย >o<
    น่ารักกกกก พาว่าที่สามีออกไปเลยค่ะที ฮุๆ
    #65
    0
  16. #64 ลีลีข้าวสาร- (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 9 พฤศจิกายน 2558 / 19:43
    อย่าว่าแต่นาย เราเองยังงงกับกิจกรรมนี้?
    #64
    0
  17. #63 เรนนี่ (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 9 พฤศจิกายน 2558 / 10:44
    ช่างเป็นงานที่ว่าที่ลูกสาว ไม่รู้อะไรเลย ฮา

    รออะไรอยู่ล่ะที รีบคว้ามือพาร์แล้วลิ่วไปเลย ฮา

    รอตอนต่อไปอย่างใจจดจ่อค่ะ มาไวๆนะคะ
    #63
    0
  18. #62 a_girl_who_love_the_12_wolves (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 8 พฤศจิกายน 2558 / 23:08
    จิกหมอนรัวๆ5555 รอค่ะ
    #62
    0
  19. #61 PRF •_• (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 8 พฤศจิกายน 2558 / 22:55
    อัญเชิญว่าที่สามีสินะ อิอิ *^* รออ่านต่องับ
    #61
    0
  20. #60 Bks Bongkiz (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 8 พฤศจิกายน 2558 / 20:00
    อยากอ่านต่อแว้วว มาอัพไวๆนะค้าบบบ
    #60
    0
  21. #59 คิมดงจุน (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 8 พฤศจิกายน 2558 / 19:54
    อื้มมม เข้าใจเลอ
    #59
    0
  22. #58 ZiDEXiDE (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 8 พฤศจิกายน 2558 / 19:04
    อย่าเซ่ รีบมาต่อเร็วๆนะคะ
    #58
    0
  23. #57 อิงะเดะมอ (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 8 พฤศจิกายน 2558 / 18:59
    อ๊ากกกกก อยากจะอ่านต่อแล้ววว อัพเลยเถอะ อัพเลยๆ เราขอ คือแบบนี่ถ้าเราไปอยู่ในสนามตอนนั้นคงกัดผ้าเช็ดหน้าด้วยความฟินพาร์ทีไม่สนคนรอบข้างเลยง่ะ การกระทำชวนจิ้นฟินสุด จิกหมอนๆ
    #57
    0
  24. #56 rinnarinrin (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 8 พฤศจิกายน 2558 / 17:03
    กรี๊ดดด ให้ลูกสาวลากคนออกไปกลางสนามแบบนี้
    จะเกิดไรต้อเนี่ยยย?!?! อยากรู้จริงๆเลย มาอัพเร็วๆน้า รออ่านอยู่
    #56
    0
  25. #55 ิbuntazar (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 8 พฤศจิกายน 2558 / 16:54
    อยากอ่านต่ออ๊าาาา
    กำลังสนุกเลย
    โมเม้นนี้น่ารักมากๆค่ะ
    #55
    0