[Chonnatee] ชลนที #Boy's Love #จบแล้ว

ตอนที่ 1 : บทที่ 1

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 19,627
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 195 ครั้ง
    9 ต.ค. 61


บทที่ 1


ครอบครัวของผมมีกันห้าคน คนรู้จักมักเรียกเราว่าครอบครัวสายน้ำ เนื่องจากชื่อสามพี่น้องประจำบ้านเกี่ยวข้องกับน้ำหมดเลย


ผมชื่อชลนที น้องสาวชื่อวาริ เจ้าตัวเล็กชื่ออัณณ์


ช่วยไม่ได้ครับ พ่อแม่ผมดันพบรักกันบนสะพานข้ามแม่น้ำนี่น่า (ดีแค่ไหนแล้วที่ไม่เอาชื่อสะพานหรือส่วนประกอบสะพานมาใช้เป็นชื่อพวกผม)


และตอนนี้ผมกำลังปวดหัวตุบๆ อยากได้พาราสักแพง ถ้ารู้อนาคตล่วงหน้า ผมจะไม่ยอมตามใจน้องสาวพามาเดินห้างไกลจากบ้าน (แต่ใกล้มหาลัยของผม) แน่  


“พี่อ่ะ ทำไมทำแบบนี้!!


ผมเมินน้อง จ้ำเท้าหนีให้ห่างจากร้านหนังสือจุดเกิดเหตุให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ น้องสาววัยสิบสามวิ่งตามหลังมาติดๆ ส่งเสียงบ่นไม่หยุดจนผมขี้เกียจฟัง


“พี่ที!” น้องคล้องแขนซ้ายผม ออกแรงกระชากให้ผมหยุดเดิน 


“อะไร” ผมถามเสียงห้วนกลับ อารมณ์ผมตอนนี้ไม่เชิงดีเท่าไหร่ จะให้ดียังไงไหวก็น้องสาวผมเล่นอึ๋ย!


“พี่หนีออกมาแบบนี้ได้ไง” 


“แล้วทำไมพี่หนีไม่ได้”


ยัยน้ำทำหน้างอใส่ผม “น้ำอุตส่าห์หวังดีนะ!


“หวังดี?” ผมทวนคำเสียงขุ่น พลางดึงน้องหลบจากกลางทางเดินมายืนคุยกันข้างผนังกระจกร้านอาหารใกล้ๆ  


“หวังดีมากด้วย” ยัยน้ำพูดย้ำอีกหน “ก็พี่คบใครไม่เคยเกินสองอาทิตย์ก็โดนเขาบอกเลิกหมด”


“แล้วไง?”


“น้ำเลยหาคู่ให้พี่ไง รับรองคนนี้ดีมาก ดูแลพี่ได้แน่นอนค่ะ”


ยิ่งฟังผมยิ่งปวดหัว สรุปว่าสาเหตุที่ทำให้ผมต้องหนีหน้าตื่นออกจากร้านหนังสือ เพราะผมโดนสาวเจ้ามากหน้าหลายตาบอกเลิกหลังคบได้ไม่นานหรือต้องโทษตัวเองดี ไม่งั้นผู้หญิงคงไม่ตีจากกันง่ายๆ ผมได้ฟังเหตุผลบอกเลิกตั้งแต่ดีเกินไปยันล่าสุดที่ทำผมเงิบ


เด็กเกินกว่าจะมีแฟน


นี่คืออะไร!


ผมเข้ามหาลัยแล้วนะ ถึงจะพึ่งเข้าได้แค่สามเดือนกว่าก็เถอะ แถมคนพูดยังมีอายุเท่ากัน ไม่ใช่รุ่นพี่สักหน่อย เธอทำผมกลุ้มใจมากกว่าเศร้าอีกนะขอบอก


พี่ที!


เสียงน้องสาวตะโกนใส่ระยะประชิดทำผมสะดุ้ง ตกใจจนถ้อยคำที่คิดไว้ในหัวหล่นกระจัดกระจายต่อไม่ติด เมื่อกี้ผมคร่ำครวญถึงไหนแล้วเนี่ย ไม่ๆ ต้องสนใจน้องก่อนสิ 


อะไร


เหม่ออะไรอยู่เนี่ย น้ำเรียกตั้งหลายที


ผมมองหน้างอของน้องสาวอย่างเฉยชา ก็นะ เห็นจนชินตา ตอนนี้กำลังสนใจอยู่เนี่ย พูดมาสิ


ตกลงพี่จะคบ เอ้ย ดูใจกับเขาปะ?”


แค่ได้ยินคำถาม อาการปวดหัวนอกจากไม่ทุเลาลง ซ้ำยังเพิ่มมากกว่าเดิมอีกเท่าตัว


จะพูดถึงมันทำไม!


ผมเมินหนีสายตาวาววับของน้องสาวด้วยความหงุดหงิด นึกถึงวีรกรรมสุดป่วงของน้องเมื่อครู่ อยากโกรธจนแทบระเบิด แต่อารมณ์อยากดำดินหนีกลับบ้านมีมากกว่า ไม่นึกไม่ฝันว่าน้องแท้ๆ จะเอาพี่ชายไปไปอึ๋ย! ไม่เอา อย่าไปนึกๆ


“พี่” น้ำเขย่าแขนผม แถมทวงถามด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น “คำตอบล่ะ?” 


ไม่!ตอบทันที ไร้ความลังเล พลางขยับตัวเดินต่อ “และพี่อยากกลับบ้านแล้ว”


ยัยน้ำรีบเดินขวางหน้า ผมจำต้องหยุดเดินก่อนจะชนน้องล้ม


ทำไมอ่ะ!แววตายัยน้ำดูข้องใจสุดๆ เขาไม่ดีตรงไหน พี่ถึงไม่ชอบเนี่ย


ผมถอนหายใจยาวเหยียด บางทีน้องผมคงลืม ผมชี้นิ้วใส่ตัวเองพูดย้ำช้าชัด นี่พี่ชายของเธอนะ พี่ชายยย!


ก็พี่ชายน่ะสิ ย้ำทำไมเนี่ย?”


ผมกรอกตามองเพดานด้านบน รู้สึกอยากแงะสมองน้องออกดูว่าข้างในมีอะไรอยู่บ้าง แต่ขอพูดประเด็นหลักที่ทำให้ผมเผ่นหนีออกมาก่อนเถอะ


แล้วเธอสนับสนุนให้พี่ชายแท้ๆ ดูใจกับผู้ชายด้วยกันเนี่ยนะ?!” 


ยัยน้ำพยักหน้าหงึกๆ ชวนให้อารมณ์เสียเพิ่มอีก


“จะทำตัวเป็นแม่สื่อพี่ไม่ว่า แต่ทำไมต้องจับคู่พี่กับผู้ชายไม่ทราบ!


“น้ำชอบนี่น่า”


ผมลองนึกถึงรูปร่างหน้าตาอีกฝ่ายดูดีไม่หยอก สเป็คชายในฝันน้องผมเลยนะนั่น คิดถึงตรงนี้ก็นึกอะไรบางอย่างได้ น้ำเสียงที่พูดกับน้องเลยอ่อนลง


อยากเป็นแฟนเขาก็เป็นเองสิ อย่าเอาพี่ไปอ้าง


แต่ยัยน้ำดันเถียงกลับมาทันที น้ำไม่อยากได้เองนะ น้ำจะให้พี่ต่างหาก!


ความอดทนของผมหมดลงทันทีหลังน้องพูดจบ ผมพ่นลมออกทางจมูก เบี่ยงตัวหลบน้องเดินหน้าต่อ อย่าคิดว่าหนีพ้น แปบเดียวน้องก็เดินกึ่งวิ่งตามผมมาติดๆ ซ้ำยังพูดเจื้อยแจ้วไม่ยอมหยุด


พี่หนีอีกแล้วนะ มันเสียมารยาทรู้ไหม เมื่อกี้ก็เหมือนกัน น้ำยังพูดกับเขาไม่ทันรู้เรื่อง พี่ก็ชิ่งหนีเฉยเลย


ใครไม่หนีก็บ้าแล้ว!


“ฟังน้ำอยู่ไหมเนี่ย!


“ไม่อยากฟัง!


“พี่อ่ะ!


ผมเมินคนข้างตัวที่ทำท่าขัดใจมาก พยายามปล่อยวางความหงุดหงิด แต่ยัยน้ำก็ยังพูดกรอกหูไมได้หยุดจนผมต้องหยุดฝีเท้า หันไปประจันหน้ากับน้อง


ฟังพี่นะผมพยายามทำใจให้เย็น พูดอธิบายให้น้องที่ยังเด็กเข้าใจ พี่ไม่เคยคิดอยากมีแฟนเป็นผู้ชาย ยิ่งผู้ชายที่ว่าเป็นคนแปลกหน้าด้วยยิ่งไม่คิด เข้าใจนะ


แต่น้ำรู้จักนี่!


ยังยังไม่ยอมจบอีก!


ผมถอนหายใจเฮือกใหญ่แบบจงใจให้น้องเห็น แล้วไง?”


เขาชื่อพี่พาร์ อายุเท่าพี่เลย น้องสาวพี่เขาเป็นเพื่อนสนิทกลุ่มเดียวกับน้ำ


ฟังถึงตรงนี้ผมก็ร้องอ้อในใจ พี่ชายเพื่อนนี่เอง มิน่าเมื่อกี้ถึงเดินดุ่มๆ เข้าไปหาแบบไม่กลัวเกรง แถมยังกล้าพูดจาบ้าๆ ให้เขาฟังอีก


น้ำว่าพี่ต้องเคยเจอหน้ากันบ้างแหละ อย่างเวลาไปงานกิจกรรมโรงเรียนน้ำ ตอนน้ำไปค้างบ้านเพื่อน แล้วพี่โดนแม่ใช้ให้มารับน้ำอ่ะ


มั่นใจจริงผมประชด


มั่นมากค่ะ น้ำกับเบอร์สนิทกันตั้งแต่ป.1 พี่ก็ได้เจอเบอร์ออกบ่อย


เบอร์?


เดี๋ยวนะผมยกมือขอเวลานอก เพื่อนน้องสาวมีคนชื่อนี้ด้วยเหรอ ถึงจำหน้าและชื่อเพื่อนน้องไม่ค่อยได้ แต่คนที่ยัยน้ำไปค้างด้วยประจำมีแค่คนเดียวนี่หว่า ผมเลยถามให้แน่ใจว่าใช่คนเดียวกัน เบอร์ที่ว่าคือเบอร์ดี้


อื้อ


อ้อ พี่น้องตระกูลกอล์ฟนี่เอง


คนน้องผมเจอบ่อย ไม่น้องผมไปเล่นบ้านเขา เขาก็มาเล่นที่บ้านผม ส่วนคนพี่ได้ยินแต่ชื่อมานานทั้งจากน้องสาว น้องชาย แม่ แม้แต่พ่อก็ยังพูดถึง นับแล้วก็รู้จักกันทั้งบ้านนี่หว่า แต่ผมกลับไม่เคยได้เจอตัวตรงๆ สักครั้ง ล่าสุดได้ยินว่าต้องไปต่างประเทศสองหรือสามปีเนี่ยแหละ กลับมาแล้วเหรอ? เออ คงกลับมาแล้วแหละ เมื่อกี้พึ่งเห็นหน้ากันไปหยกๆ


“พี่นึกออกแล้วใช่ไหม?”


“นึกน่ะออก แต่พี่ไม่เคยเจอหรอก เลิกพูดเรื่องนี้ได้แล้ว


แต่…”


หรืออยากให้พี่เล่าวีรกรรมวันนี้ให้แม่ฟัง หึหึผมหัวเราะให้ดูโรคจิต พร้อมคำขู่แสนศักดิ์สิทธิ์ โดนตัดค่าขนมแน่น้ำ


พี่อ่ะ!



 

หากมีใครถามว่า เหตุการณ์ไหนคือตราบาปในชีวิต ผมจะตอบทันทีว่า วันที่น้องสาวเดินเข้าไปหาผู้ชายหน้าตาดีตัวสูงพอๆ กัน แล้วพูดว่า พี่ค่ะ ช่วยคบกับพี่ชายน้ำได้ไหมยังยังเลวร้ายไม่พอ เพราะมีตอกย้ำอีกประโยค พี่จะเป็นพี่เขยหรือพี่สะใภ้น้ำ น้ำรับได้หมดเลยค่ะ ขอแค่เป็นพี่ก็พอ


เป็นอีกคืนที่ผมสะดุ้งตื่นตอนเช้ามืด มีอาการเหงื่อแตกพลั่ก หอบหายใจถี่แรง หัวใจเต้นเร็ว แถมออกอาการขนหัวลุกเหมือนดูหนังสยองขวัญหมาดๆ อ่า สยองมากๆ เลยล่ะ ผมยังจำการสบตาครั้งแรกหลังประโยคเด็ดสุดของน้องจบลงได้อยู่เลย คิดแล้วก็โขกหัวกับหมอนข้างรัวๆ 


เลิก! เลิกคิดดด! แต่ถ้ามันหลุดจากหัวง่ายๆ ผมคงไม่เก็บมาฝันร้ายมีทางเดียวต้องไปคลายเครียด!


คิดได้ก็ลุกพรวด คว้าผ้าเช็ดตัวผืนเล็กมุ่งหน้าเข้าห้องน้ำ จัดการแปรงฟันล้างหน้า เปลี่ยนแค่กางเกงนอนขายาวมาเป็นขาสั้น มองนาฬิกาตีห้าครึ่งพอดี เวลานี้คงมีขาประจำหลายคนมาวิ่งออกกำลังกายแล้วล่ะครับ


จากที่นึกว่าตื่นคนแรกของบ้าน แต่มีคนตื่นเช้ากว่าผมอีก เจ้าตัวเล็กวัยห้าขวบเจ้าหนูอัณณ์เปิดประตูห้องตัวเองทันทีที่ได้ยินเสียงประตูห้องผมเปิดปิด ห้องน้องอยู่ตรงข้ามห้องผมเองครับ แน่นอนว่าทั้งห้องผมห้องน้องไม่เคยล็อกประตู วันดีคืนดีถ้าเจ้าตัวเล็กไม่อยากนอนคนเดียวก็มักเข้ามานอนกับผมประจำ


อันไปด้วย


ไม่พูดเปล่า โผมาเกาะขาผมแน่นเชียว เข้าใจคิดนะ เพราะถ้าโอบเอวผม น้องไม่มีทางทำได้แน่ๆ แขนสั้นเกิน


จะไปจริงอ่ะ พี่ไปวิ่งนะ


ผมถามย้ำขำๆ สองปีก่อนเหตุการณ์ก็ประมาณนี้ แต่ตอนนั้นน้องคนเล็กยังไม่สนิทกับผมเท่าไหร่ พอพาไปวิ่งไม่ถึงสิบนาที น้องก็ได้แผลที่หัวเข่าร้องไห้จ้าให้ผมอุ้มกลับบ้านใส่ยา หลังจากนั้นไม่เคยขอตามผมไปวิ่งอีกเลย แต่คราวนี้เจ้าตัวเล็กกลับทำหน้าลังเลไม่ถอยหนีอย่างทุกที ชวนให้ประหลาดใจเล็กๆ และมากกว่าเดิมเมื่อใบหน้ากลมๆ พยักหน้าขึ้นลง


ไปด้วย


ไปด้วยพี่ไม่ว่า แต่ไอ้สองมือชูขึ้นสูงส่งสัญญาณให้อุ้มนี่คืออะไรครับ? จะให้พี่แบกไปเรอะ!


ผมกวาดตาขึ้นลง น้องชายผมไม่ได้อ้วน แต่เด็กห้าขวบนี่หนักเอาเรื่องนะครับ ถ้าอุ้มแปบๆ ยังพอไหวอยู่


อุ๊ แค่สบตาใสกระจ่างไร้เดียงสา สีหน้าออดอ้อนขอความเห็นใจ จากที่คิดจะพูดเกลี้ยกล่อมให้อยู่บ้านก็ขอชักธงขาวยอมเปลี่ยนแผนโดยพลันให้น้องขี่หลังพาเดินชมหมู่บ้านยามรุ่งสางแทน โดยไม่ลืมทิ้งโน้ตแปะไว้หน้าห้องน้องชาย เดี๋ยวคนเกือบแก่สองคนที่บ้านจะตกใจนึกว่าลูกชายคนเล็กหายตัวไป


กว่าจะกลับมาฟ้าก็สว่างแล้ว ผมรีบจูงน้องขึ้นชั้นบน พาไปอาบน้ำก่อนมาไล่จับลูกลิงแต่งชุดนักเรียน ระหว่างนั้นได้ยินเสียงรถยนต์วิ่งเข้ามาจอดในบ้าน ไม่กี่อึดใจก็มีเสียงคุยไม่ได้ศัพท์แว่วเข้าหู   


เช้านี้เราน่าจะมีแขก แต่ใครกันมาหาได้เช้ามาก


เส็ดยางงง…”


ผมฟังน้องลากเสียงยาวถามเป็นหนที่เท่าไรก็ไม่รู้ของวัน อีกนิดรีบจัดการหวีผมให้น้อง เสร็จเรียบร้อยคนที่นั่งเตะขาไปมากลางอากาศแก้เบื่อก็ถือกระเป๋ากับถุงเท้า วิ่งปร๋อออกจากประตูที่เปิดอ้าทิ้งไว้ ผมในสภาพนุ่งผ้าเช็ดตัวพันเอวเดินตามออกมาเพื่อกลับไปแต่งตัวที่ห้องตัวเองบ้าง ระหว่างอยู่ตรงทางเดินหูแว่วเสียงฝีเท้าเล็กกระแทกบันไดไม้ขัดมัน และเสียงดุน้องของผู้เป็นพ่อ


“อย่าวิ่งลงบันได!


เจ้าตัวเล็กชะงักกึก ก่อนค่อยๆ เดินย่องลงบันไดแทน ผมส่ายหน้าให้น้องเลือกเดินไปห้องตัวเองดีกว่า อ้อ ผมอาบน้ำพร้อมน้องไปแล้วนะครับ อย่าคิดว่าผมซักแห้งเชียว


สิบห้านาทีต่อมาผมลงมาข้างล่าง เดินไปห้องครัวเตรียมกินข้าว ที่โต๊ะมีแค่แม่กับน้องชาย พอถามหาคนไม่อยู่กลายเป็นว่าพ่อกับน้องสาวออกจากบ้านแล้ว ผมมองนาฬิกา วันนี้พ่อออกจากบ้านเร็วกว่าทุกวัน


แขกล่ะครับ?” ถามเพราะไม่เห็นคนแปลกหน้าในบ้าน


ออกไปพร้อมพ่อแล้วล่ะแม่ตอบผม ยื่นแก้วนมอุ่นๆ ให้อย่างรู้ใจ แต่เหลืออีกคน แม่ว่าจะให้ติดรถทีไปนะลูก ยังไงก็ทางเดียวกัน ไปส่งเขาหน่อยนะ


ผมลดแก้วนมในมือลงหลังจิบไปสองคำใหญ่ ยังไงครับ?”


ลูกเพื่อนพ่อกับแม่น่ะ เรียนที่เดียวกับทีนั่นแหละ พอดีรถของพ่อแม่เขาเสียเมื่อเช้า เขาเลยยกรถให้ใช้แทนไปก่อน แม่เห็นว่าไปกับทีได้ก็เลยให้เขาอยู่รอ


“…ให้ผมไปส่งที่มหาลัยอย่างเดียว หรือจะให้รับกลับมาด้วยครับ


คุณนายประจำบ้านครุ่นคิด แม่ไม่แน่ใจว่าเขาเลิกเรียนกี่โมง ลองถามดูแล้วกันลูก ถ้าใกล้เคียงกันก็รับกลับมาด้วยดีกว่า อ้อ อย่าลืมวันนี้ลูกต้องไปรับอันที่โรงเรียนด้วยนะ


ผมเลิกคิ้วเล็กน้อย น้องเลิกเย็น?”


ใช่จ๊ะ มีซ้อมการแสดงต่อตอนเย็น คุณครูแจ้งมาตั้งแต่วันศุกร์แล้ว ก่อนไปหาน้องก็ซื้อของกินรองท้องไปฝากด้วยก็ดี ถึงตอนนั้นเจ้าตัวเล็กของเราคงหิวน่าดู


ผมกับแม่หัวเราะขำทั้งคู่ ขณะที่เจ้าของเรื่องเคี้ยวแซนวิชแฮมไม่สนใจใครทั้งสิ้น ผมนั่งลงประจำที่ เหลือบมองอาหารอีกชุดที่วางทิ้งไว้ แต่เจ้าของหายไปไหนไม่รู้จึงออกปากถาม


แล้วแขกของแม่ไปไหนแล้วครับ


เข้าห้องน้ำลูก อีกเดี๋ยวคงมา


แซนวิชสองชิ้นที่น้องผมยังแทะไม่หมดสักที ไม่รู้แทะอะไรนานนัก ผมกัดไม่กี่คำก็ลงท้องหมดแล้ว เลยคว้าเหยือกกระเบื้องเคลือบตรงหน้าเทนมแก้วที่สองมากินฆ่าเวลา ยังไงผมต้องรอน้องกินเสร็จก่อนอยู่ดี เพราะวันนี้เจ้าตัวเล็กไปโรงเรียนกับผม  


ระหว่างกำลังดื่มนม แขกของแม่ก็เดินเข้ามา เพียงแค่เห็นหน้าอีกฝ่าย ผมก็สำลักนมที่กำลังจะกลืนลงคอทันที


แค่กๆๆ


ตายแล้ว ดื่มไม่ระวังเลยลูก


แม่ส่งทิชชู่ให้ ก่อนหันไปรินน้ำเปล่าใส่แก้วสะอาดวางตรงหน้าผม พลางลูบหลังช่วยให้หายสำลักเร็วขึ้น ผมไออยู่สักพักจนดีขึ้น ยกน้ำเปล่าดื่มเล็กน้อย อาการสำลักจึงหายไป


ระหว่างนั้นไม่คิดสบตากับแขกของแม่สักครั้งเดียว แม้ว่าเขาจะเดินมานั่งข้างผมก็ตาม 


อ๊ะ ครั้งแรกเลยนะที่เห็นทั้งสองคนอยู่พร้อมหน้ากัน ทุกทีคลาดกันไปคลาดกันมาตลอดคุณนายของบ้านพูดยิ้มๆ พลางผายมือแนะนำให้เด็กทั้งสองรู้จักกัน ลูกที คนนั่งข้างลูกชื่อ พาร์จ๊ะ ส่วนทางนี้ลูกชายคนโตของน้าเองชื่อเล่นเต็มๆ ว่า 'นที' แต่ใครๆ เรียกเหลือแค่ ทีทุกที


แม่ครับทำไมไม่ทำเหมือนผมไร้ตัวตนล่ะครับ จะแนะนำให้รู้จักทำมายย! 


ยังไงก็สนิทกันไว้นะจ๊ะ


ผมกับคนข้างตัวขานรับเสียงแผ่วกันทั้งคู่ บอกตามตรงผมไม่อยากสนิทกับลูกเพื่อนแม่คนนี้เลยอ่ะ งานนี้ต้องโทษลูกสาวคนดีของแม่ ก่อเรื่องจนผมกับลูกเพื่อนแม่เข้าหน้ากันไม่ติดแล้วเนี่ย


ตอนนี้รีบกินเถอะจ๊ะ เดี๋ยวไปเรียนกันไม่ทัน


หลังเจอประโยคของแม่ที่ดูเข้าอกเข้าใจชีวิตเด็กวัยเรียน บนโต๊ะอาหารไม่มีใครพูดอะไรอีก สำหรับผมมันเป็นประโยคช่วยชีวิตของแท้ ไม่งั้นแม่อาจสงสัยว่าทำไมผมไม่ชวนแขกของบ้านคุยเป็นเรื่องแน่ๆ ครับ



 

อึดอัดอึดอัดโว้ยย!!


ผมตะโกนลั่นในใจ เพียงสิบนาที ไม่สิ ตั้งแต่เจ้าตัวเล็กที่คอยส่งเสียงเจื้อยแจ้วลงจากรถ บรรยากาศที่พอสดใสอยู่บ้างแปรเปลี่ยนเป็นดำมืดทันควัน แค่เงียบยังไม่เท่าไหร่ แต่อึดอัดจนอยากกระอักเลือดออกมาเนี่ย อะไรก็ช่วยไม่ได้ทั้งนั้น!


ผมพยายามสูดลมหายใจข่มกลั้นอารมณ์ที่จวนเจียนระเบิดม่านอดทนทิ่มแทงใส่ศัตรู


โอ๊ย พอๆๆ


ผมตั้งสติกลับสู่ปัจจุบัน พอดีกับสัญญาณไฟแดงเปลี่ยนเป็นสีเขียว จึงใช้สมาธิทั้งหมดทุ่มไปกับการขับรถ พยายามลืมๆ ว่ามีตุ๊กตาหน้ารถติดมาด้วย เส้นทางสู่มหาลัยรถติดเช่นเคยเหมือนทุกวัน แต่วันนี้กลับรู้สึกว่าจะติดนานเกินไปแล้วเฮ้ย!


“…นี่


โฮเทพแห่งท้องถนนโปรดช่วยลูกช้างด้วยเถิด ลูกช้างไม่อยากติด ณ รถ (อ่านว่านรกก็ได้ หมายถึงบนรถก็ดี) แบบนี้นานๆ 


นี่!!


ฮะ!ผมสะดุ้งโหยงกับเสียงดังกะทันหัน ตวัดมองคนเรียกหน้าตื่นๆ “มมีอะไร”


เป็นครั้งแรกที่ผมเห็นหน้าคู่กรณีชัดเจนแจ่มแจ้ง (ครั้งก่อนเห็นจากระยะไกลกว่านี้เยอะ) ตาคม จมูกโด่ง ริมฝีปากบางสวย เป็นผู้ชายที่ดูดีทุกมุมมองจริงๆ ผมเม้มปากอย่างอิจฉา (ทำไมผมไม่เกิดมาหล่อทุกองศาอย่างนี้บ้าง) ว่าแต่รู้สึกเหมือนเคยเห็นหน้าที่ไหนหว่า ไม่นานมานี้ซะด้วย


ผมพยายามนึก ก่อนร้องอ้อในใจ ในเพจเจ๊ดาด้าเคยลงรูปคนข้างๆ ผมด้วย


ยังฟังอยู่ไหม!


น้ำเสียงกระแทกกระทั้นดึงให้ผมหลุดจากภวังค์ เจอสายตาไม่สบอารมณ์จ้องเขม็งตรงมาเป็นอันดับแรก


เอ่อ…” จะพูดว่าไม่ได้ฟังก็กระไรอยู่


ไม่ได้ฟังสินะพาร์ถอนหายใจระหว่างเอนหลังพิงเบาะ


ก็ถามใหม่สิราวนี้จะตั้งใจฟัง”


ถึงสายตาจากอีกฝ่ายจะดูไม่เชื่อเอาซะเลยก็ตาม


งั้นเอาคำถามสั้น ง่าย รู้เรื่อง ตรงประเด็นที่สุดไป


พาร์เงียบไปครู่ใหญ่กว่าจะเอ่ยถามด้วยสีหน้าจริงจัง


นายชอบฉัน?”

------------------------------------------------------

Talk: 12/07/2016

เนื่องจากเรากำลังลงนิยายเรื่องนี้ที่เล้าเป็ด พอได้กลับไปอ่านช่วงแรกๆ อีกครั้งก็พบว่าบางจุดควรแก้ไขค่ะ จะได้อ่านกันง่ายขึ้น ดังนั้นหลังจากนี้เนื้อหาในเด็กดีจะเปลี่ยนไปบ้างนะคะ แต่รายละเอียดของเรื่องยังคงเดิมค่ะ

ป.ล. เนื่องจากบทนำตอนแรก มันไม่ได้เกี่ยวข้องกับเนื้อหาหลัก เราจึงขอเอาออกก่อนนะคะ ส่วนหลังจากนี้จะมีบทนำหรือไม่มี เราขอดูก่อนนะ    

------------------------------------------------------

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 195 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,841 ความคิดเห็น

  1. #2764 KiHaE*129 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 8 กันยายน 2562 / 04:39

    น้องน้ำเริ่ดมากลูก

    ฮ่าๆๆๆๆๆๆ

    น้องอันน่ารักกกกก

    งานนี้เงิบเลยจ้าาา


    #2,764
    0
  2. #2744 Sweet*purr-fect (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 9 ตุลาคม 2561 / 02:53
    เจอคำผิดนิดดดกดนุงนะฮะ คำว่า คลายเครียด พิมพ์เป็น คลาดเครียด จ้า
    เห็นใจนทีเลย เหม่อเก่งจนไม่รู้ว่าพาร์ถามอะไร เจอคำถามจี้ใจเข้าไป 5555
    #2,744
    1
    • #2744-1 KatzeP(จากตอนที่ 1)
      9 ตุลาคม 2561 / 20:09
      เราแก้ไขเรียบร้อยแล้วนะ ขอบคุณมากค่ะ
      #2744-1
  3. #2696 ThkTheks (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 14 สิงหาคม 2561 / 19:55
    น้องน้ำลูกกกกกก 5555555555555
    #2,696
    0
  4. #2612 Mistyblack (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2560 / 22:38
    พาที เอ๊ย พาร์นที
    #2,612
    0
  5. #2563 taemynnn (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 19 เมษายน 2560 / 20:14
    ทำไมฉันอ่านชื่อพาร์ว่าพังพอน (ตอนอ่านเห็นเป็นพังพร)
    #2,563
    2
    • #2563-1 taemynnn(จากตอนที่ 1)
      19 เมษายน 2560 / 20:16
      พระเอกเป็นอยู่ 2 อย่าง 1.เป็นคนตรง 2.เป็นคนหลงตัวเอง 5555555555555555555555555555555555555555555
      #2563-1
    • #2563-2 KatzeP(จากตอนที่ 1)
      23 เมษายน 2560 / 01:11
      แปลงคำอีกนิดได้พังพอนพอดี 555
      อันที่ 1 ช่ายแน่นอน แต่ 2 นี่ เอ...ใช่หรือเปล่าหนอ อืม อาจมีนิดๆ ก็ได้นะเนี่ย 555+
      #2563-2
  6. #2531 FairyP718 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 18 เมษายน 2560 / 14:49
    ชอบน้องน้ำ 55555
    #2,531
    0
  7. #2506 -worthwhile- (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 11 เมษายน 2560 / 13:10
    พาร์เป็นคนตรงๆ 555555
    #2,506
    0
  8. #2166 shshshx (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 31 มกราคม 2560 / 20:33
    ประโยคแรกที่พูดก็จุกเลย
    #2,166
    0
  9. #2149 โพลาลอยยย (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 10 มกราคม 2560 / 23:03
    อือฮือเนื้อเน้นๆไม่มีน้ำเลยน่ะพาร์
    #2,149
    0
  10. #1943 baekbow (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 2 กันยายน 2559 / 14:09
    พาร์นี่เคะป่ะ
    #1,943
    0
  11. #1773 BaiiKKanYAN01 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2559 / 03:01
    ไม้บรรทัดยังหักหลบ 55555
    #1,773
    0
  12. #1256 Filmmytiger (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 27 มีนาคม 2559 / 16:05
    ตรงมากกก
    #1,256
    0
  13. #844 I'm sone M.Seo >O< (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2559 / 08:22
    ตรงกว่านี้มีอีกไหม
    #844
    0
  14. #661 Dairy-nana (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 26 มกราคม 2559 / 23:46
    ตรงกว่าไม้บันทัดอีกค่ะ 5555
    #661
    0
  15. #556 Dark Diamond (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 16 มกราคม 2559 / 19:49
    กลับมาอ่านรอบที่สามแล้วค่ะ ชอบมากแทบจะเปิดมาดูทุกวัน
    ปล.คำผิดนะคะ พาราสัก'แพง' พาราสัก'แผง'
    #556
    0
  16. #529 aommmm (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 15 มกราคม 2559 / 23:27
    พาร์คนจริง! พาร์คนตรง! ดีค่ะดี 55555555
    #529
    0
  17. #352 NeNe (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 26 ธันวาคม 2558 / 10:46
    โอ๊ยยยยย พาร์ถามแบบนั้นระวังทีพาแหกโค้งนะ
    #352
    0
  18. #211 nam3 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2558 / 13:52
    สนุกกก แต่แอบสะดุดตรง 'มาเดินห้างใกล้มหาลัย-กะ-น้องสาว' นิดหน่อย

    พาร์ตรงมาก คงแบบอึ้งๆ เงิบๆ ทั้งสองคนเลยดิเจองี้ 5555555
    #211
    0
  19. #31 ลีลีข้าวสาร- (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2558 / 12:48
    ตรงไปลูก --,.--
    #31
    0
  20. #30 Ma-A-Queen (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2558 / 10:08
    ตรงประเด็นจริงๆ
    #30
    0
  21. #6 ZiDEXiDE (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2558 / 01:28
    ฮ่าๆ ถามมาซะอยากโดดถีบหน้าเลย คิดได้ไงอ่ะ
    #6
    0
  22. #3 สิมิชิกิ บาโท (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2558 / 10:22
    เนื้อดีมาก น่าติดตาม
    #3
    0
  23. #1 Nyaft (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2558 / 02:15
    ติดตามนะ ขอแค่มาต่อ
    #1
    0