ถิ่นเสือ (บุพเพสันนิวาส) [หลวงสรศักดิ์xการะเกด]

ตอนที่ 7 : ตอนที่ 6 วัยเด็ก

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3200
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 231 ครั้ง
    23 เม.ย. 61





ตอนที่ 6

วัยเด็ก


 

            “อ้ายตรีไปหาขี้วัวไกลถึงสองแควหรือไงวะ! ไยช้านัก”


เด็กหญิงคนหนึ่งบ่นขึ้นเมื่อไม่เห็นพรรคพวกกลับมาเสียที นางเป็นหัวโจกของกลุ่ม ชื่อว่าดาวเรือง ซึ่งขณะที่บ่นนี้ ใช่ว่านางจักอยู่เฉย เท้าสะบัดโคลนใส่หน้าการะเกดอยู่ตลอด จนการะเกดต้องหลับตา ก้มหัวงุด พยายามหันหน้าหนี แต่ก็ไม่ได้ผลนัก หันหน้าไปทางไหนก็ถูกโคลนกระเด็นใส่อยู่ร่ำไป เจ้าพวกนี้ช่างสามัคคีเกินใครเทียบเทียม


“เอ้าๆ อีการะเกด! ไยมึงเงียบไปวะ ร้องขอความเมตตาจากกูซี เผื่อกูจักเห็นใจ”


การะเกดเม้มปากแน่น ไม่กล้าปริปากร้องขอสิ่งใดอีก หากอ้าปากพูด โคลนพวกนั้นได้กระเด็นลงคอนางเป็นแน่ เจ้าพวกนี้ไม่เคยคิดกระไรนอกจากทำให้นางร้องไห้ดอก พูดไปก็เท่านั้น เป็นเช่นนี้ทุกที การะเกดคิดเสมอว่าเมื่อไรพี่น้องของนางจักพอใจ ถ้าแกล้งจนพอใจ ก็คงเลิกรากันไปเอง


“ไม่สนุกเลยวะ! มึงนี่มันน่าเบื่อเหลือเกิน เกะกะลูกตา!


“ใช่! เมื่อไรจักออกไปจากชีวิตพวกกูวะ!


“โดนขนาดนี้แล้วยังไม่รู้อีกว่ามึงมันเป็นเศษเดนที่ไม่มีใครต้องการ! ออกไปจากชีวิตพวกกูสักทีเหอะอีการะเกด!


จบคำ พวกมันคนหนึ่งก็ขยุ้มเส้นผมการะเกด จิกหัวให้หน้าจมลงไปในโคลนข้างล่าง ก่อนดึงขึ้นมาแลหัวร่อใส่อย่างครื้นเครง การะเกดร้องไห้ ร้องไห้อย่างน่าเวทนา นางทำกระไรไม่ได้เลย นางเกลียดพี่น้องของนางเหลือทน เกลียดการออกนอกเรือนมาปะหน้ากับคนอื่น เกลียดทุกสิ่งที่ทำให้นางต้องเป็นแบบนี้


โคลนที่เปื้อนเปรอะทั่วหัวทั่วหน้าเริ่มแห้งกรัง การะเกดไม่ชอบเลย ไม่ชอบจริงๆ เด็กหญิงน้ำตาไหลพราก ราวกับหยาดน้ำตานี้จักไม่มีวันหมด


แต่หากคิดอีกแง่หนึ่ง โคลนพวกนี้ก็ยังดีกว่าขี้วัว ขี้ไก่ที่นางถูกสาดใส่...อย่างน้อยโคลนพวกนี้ก็ไม่ส่งกลิ่นไม่น่าอภิรมย์เท่าใดนัก แต่ก็คล้ายสวรรค์จักไม่เห็นใจนางเลย เมื่อมีเสียงหนึ่งดังขึ้น


“ขี้วัวมาแล้ว”


“ดีมากตรี คว่ำใส่หัวมันเลย!” ดาวเรืองกล่าวอย่างคึกคะนอง


เด็กที่เหลือส่งเสียงสนับสนุนกันใหญ่


ไม่ทันขาดคำ ไหที่พวกเด็กๆ ขโมยมาจากในเรือนก็คว่ำลงบนหัวของดาวเรืองทันที


เด็กทุกคนอึ้งไป


กระไรวะเนี่ย!!


ทุกคนมองขี้วัวในไหไหลผสมกับเส้นผมของเด็กหญิงตาปริบๆ ส่งกลิ่นเหม็นเน่าตลบอบอวล ดาวเรืองที่ขณะนี้หน้ายับยู่ยี่ไปหมด ตัวเกร็งไม่อยากขยับส่วนใดในร่างกายทั้งสิ้น ค่อยๆ เอื้อมมือเอาไหออกจากหัวตัวเองอย่างรังเกียจเป็นที่สุด ก่อนหันมาตวาด


“มึงทำกระไรอ้ายตรี!


เสียงแปดหลอดของนางทำให้เด็กทุกคนได้สติ หันขวับไปยังคนหนึ่ง แต่ภาพบุคคลที่ปรากฏเบื้องหน้ากลับไม่ใช่ตรี พี่น้องของพวกเขา กลับเป็นเด็กผู้ชายที่ไหนก็ไม่รู้ แลดูท่าจักอายุอานามมากกว่าพวกเขาเสียด้วย


อ้ายนี่เป็นใครวะ ยืนยิ้มยียวนกวนส้นตีน!


แลเมื่อมองเยื้องด้านหลังอ้ายเวรนี่ ก็พบตรียืนอึ้งอยู่เช่นกัน สายตาของตรียังมองอ้ายนี่ตาไม่กะพริบ


“อ้ายตรี!” ดาวเรืองตะโกนใส่ จนตรีสะดุ้ง เห็นสภาพญาติตนเปื้อนขี้วัวก็เกือบจักหลุดขำ แต่ก็ต้องรีบแก้ตัวเป็นพัลวัน


“อย่ามองกูแบบนั้นดาวเรือง! อ้ายหมอนี่เป็นใครไม่รู้! กูถือไหมาดีๆ มันก็มาดักกู ถามว่าแกล้งคนอยู่หรือ แล้วมันก็อาสาช่วยแกล้ง กูไม่รู้ว่ามันจักทำอย่างนี้! โธ่อ้ายโง่! คนที่เราแกล้งอยู่โน่น!” ท้ายประโยคตรีหันมาพูดกับคู่กรณีของดาวเรืองพลางชี้ไปยังการะเกดที่ร่างถูกฝังเกือบมิดในโคลน


“งั้นฤา? ไม่บอกไม่รู้จริงๆ” เขากล่าวยิ้มๆ


ดาวเรืองควันออกหู ใช้นิ้วโป้งตีนดูก็รู้ว่าไอ้เวรนี่จงใจแกล้งนาง


“มึงเสือกนักนะ! เป็นลูกเต้าเหล่าใคร สถุลเหลือทน!


“พูดจาไม่ดูตัวเองเลยหนา” เขาว่า “แกล้งคนไม่มีทางสู้ สนุกนักฤา?


ดาวเรืองย่นจมูกใส่


“ชะๆ พ่อพระเอก ริอาจจักทำตัวเป็นคนดี แส่ไม่เข้าเรื่อง!” ดาวเรืองตวัดมือหมายจักตบหน้า แต่ก็ถูกสกัดไว้ง่ายๆ ก่อนที่นางจักถูกผลักล้มก้นจ้ำเบ้า นางโกรธหน้าดำหน้าแดง ลุกขึ้นจักเอาเรื่อง แต่ก็ถูกอ้ายหมอนี่ชี้หน้าว่า


“นี่ข้ายังไม่ได้ออกแรง ถ้าออเจ้าก้าวเข้าใกล้ข้าอีกก้าวเดียว เกิดแขนขาหักข้าไม่รู้ด้วย” ดาวเรืองหน้าเจื่อนโดยไม่รู้ตัว แต่ยังกระฟัดกระเฟียดไม่ยอมแพ้ หันไปตะโกนใส่ตรี


“อ้ายตรี! มึงเป็นผู้ชาย อยู่นิ่งๆ ได้อย่างไร ไม่อายฟ้าดินบ้างรึ!


ตรีตาเหลือก ไยอีดาวเรืองโบ้ยขี้ให้กูเช่นนี้วะ


แต่อ้ายหมอนี่ก็สาระแนจริง


“เห็นพวกออเจ้าว่างกันเพียงนี้ แกล้งคนไม่มีทางสู้จักไปสนุกกระไร มาเล่นทั้งที ก็ให้มันสมน้ำสมเนื้อหน่อยดีกว่ากระมัง” เด็กชายผู้นั้นกล่าวต่อ “ไหนๆ ข้าก็ว่าง จักเล่นเป็นเพื่อนเสียหน่อยก็แล้วกัน”


ดาวเรืองส่งสายตากดดันให้ตรีลงมือเสียที ตรีจักทำกระไรได้ ก้าวอาดๆ ไปหาอีกฝ่าย เงื้อหมัดชก


ทั้งคู่แลกหมัดกันอย่างดุเดือด


...เสียเมื่อไรเล่า...


หมัดของตรียังไม่ทันใช้ เจ้าตัวก็ล้มกองไปบนพื้น เหมือนกับอีกฝ่ายเพียงใช้นิ้วจิ้มจึกเดียว ตรีก็ล้มลงแล้ว สภาพเอน็จอนาถเหลือเกิน ดาวเรืองได้แต่ก่นด่า อ้ายตรีไม่ได้ความ! ในใจเป็นพันเป็นหมื่นรอบเห็นจักได้ โชคไม่ดีจริง เด็กที่เหลือล้วนเป็นหญิง จักไปทำกระไรได้ ไม่มีใครสู้อ้ายหมอนี่ได้แน่ๆ ดาวเรืองจำเป็นต้องสั่งให้ทุกคนถอยทัพ


ฝากไว้ก่อนเถิด!


“อย่าให้กูเจอหน้ามึงอีกแล้วกัน!” เด็กหญิงคาดโทษเสียงแข็ง


ก่อนเด็กๆ ทุกคนจะวิ่งแจ้นกลับเรือนไปโดยไม่หันมามองการะเกดอีก


เด็กหนอเด็ก เจอคนเก่งกว่าเข้าหน่อยก็ทำกระไรไม่ถูกแล้ว





 

เด็กชายยืนมองจนเจ้าพวกนั้นลับตาไป ส่ายหน้าอย่างระอา


ไม่แน่จริงกันนี่หว่า


เขาเบนความสนใจกลับมาที่เหยื่อของเจ้าพวกนั้น ก้าวกงมาหา เริ่มจากช่วยนางออกจากโคลนเสียก่อน อาจจักดูทุลักทุเลไปบ้าง แต่สุดท้ายเด็กหญิงก็ออกมาจากโคลนนั่นได้สำเร็จ


การะเกดพยายามปัดเศษดินโคลนบนเนื้อตัวที่มอมแมมออก ใบหน้ายังเปื้อนคราบน้ำตาอยู่ แต่จากการปรากฏตัวอย่างไม่คาดคิดของบุคคลนี้ทำให้นางลืมที่จะร้องไห้ไปเสียสนิท เมื่อเห็นว่ารอยเปรอะเปื้อนนั่นคงจักไม่ออกไปง่ายๆ หากไม่อาบน้ำ การะเกดจึงคร้านที่จักสนใจ เด็กหญิงเงยหน้าสบตาอีกคนที่ก็จ้องนางอยู่


เขาก้าวเข้ามาหา เด็กหญิงก้าวถอย


เขาก้าวเข้ามาหา เด็กหญิงก้าวถอย


เขาก้าวเข้ามาหา เด็กหญิงก้าวถอย


เด็กชายหมดความพยายาม ถอนใจ ก่อนจักตะโกนใส่หน้านาง


“ไยไม่ตอบโต้!


การะเกดสะดุ้ง ก้าวถอยหลังอีกครั้ง น้ำใสๆ รื้นขึ้นที่ขอบตา


“ปล่อยให้มันรังแกอยู่ได้! ตอบโต้กลับไปสิ!” เขายังคงพูดด้วยเสียงดุดันจนการะเกดแทบจักสะอื้นไห้อีกครา


“เพราะยอมให้มันครั้งหนึ่ง มันถึงกำเริบอย่างไร! ทำตัวอ่อนแอแบบนี้ไม่ได้ดอกหนา!


เด็กชายเห็นน้ำใสๆ เริ่มไหลจากดวงหน้านั้นก็ชะงักไป


ไยนางร้องไห้วะ


เขาทำตัวไม่ถูก เงอะๆ งะๆ ยกมือขึ้นเกาหัวอย่างหงุดหงิด ก่อนจักปรับน้ำเสียงตัวเอง


“เอ่อ...คือ...ข้าขอโทษ...”


เด็กชายทำหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออก มือลูบท้ายทอยอย่างคนไม่รู้จักทำอย่างไรดี


“อย่าร้อง...”


จบคำนั้น การะเกดก็ร้องไห้หนักกว่าเดิม นั่นแทบทำให้สติของเขากระเจิง


นี่กูทำกระไรอยู่วะ โว้ย ไยนางร้องไห้ กูไม่เข้าใจ


เด็กชายสูดลมหายใจลึกๆ นึกหาวิธีปลอบใจ เขาค่อยๆ ก้าวเข้าใกล้นางโดยไม่ให้รู้ตัว ย่อเข่าลงให้สายตาอยู่ระดับเดียวกัน ก่อนยกมือลูบหัวนางแผ่วเบา ช่ั่งใจว่าควรเอ่ยกระไรดี ก่อนจักกล่าว


“อย่าร้องเลยหนา”


สัมผัสที่เส้นผมเป็นจังหวะช้าๆ กับน้ำเสียงที่อ่อนลง ทำให้การะเกดค่อยๆ เงยหน้ามอง


“ไม่ร้องแล้วหนา” เขาอมยิ้ม


การะเกดมองนิ่ง 


ชั่วครู่ ก่อนพยักหน้า พลางปาดน้ำตาออก


“เก่งมาก” เด็กชายจับหัวการะเกดโยกไปมาอย่างเอ็นดู


“ทีนี้ กลับเรือนได้แล้ว ไม่ต้องกลัวกระไร” เขาว่า แลปล่อยตัวนาง


แต่การะเกดกลับคว้าชายเสื้อเขาไว้ เรียกให้เจ้าตัวก้มมองคนตัวเล็ก


“มีกระไรรึ? ออเจ้ายังไม่อยากกลับเรือนงั้นฤา?


การะเกดยอมรับ เด็กชายมองอย่างเห็นใจ 


เขาพานางมานั่งริมคูน้ำแห่งหนึ่ง บรรยากาศแลดูอึดอัดพิกล ด้วยความที่เด็กชายไม่เคยต้องพูดคุยกระไรที่ละเอียดอ่อนนัก ทำให้เขาไม่รู้ว่าควรสนทนากับนางอย่างไรดี


สิ่งที่เขาคิดออกมีเพียงเรื่องเดียว


“ข้าชื่อเดื่อหนา ออเจ้าชื่อกระไร?


ทำได้เพียงแนะนำตัวเอง


กระนั้น เด็กหญิงก็ไม่ได้ตอบกระไรกลับมา ทำเอาเดื่อรู้สึกอึกๆ อักๆ ไปต่อไม่ถูก


“เอ่อ ไม่เป็นไร ไม่ตอบก็ได้”


เขาหยิบก้อนหินแถวนั้นมาปาใส่น้ำเล่น เป็นลูกคลื่นต่อเนื่อง บรรยากาศช่างสงบเงียบ สายลมพัดไอเย็นจากคูน้ำให้ปะทะผิวกาย กลิ่นดิน กลิ่นหญ้าลอยฟุ้งราวกับฝนเพิ่งตกหมาดๆ ไม่มีเสียงพูดคุยระหว่างทั้งสองเนิ่นนาน


ก่อนที่เดื่อจักตัดสินใจเอ่ยแทรกความเงียบขึ้นมา


“ออเจ้า คงไม่อยากถูกรังแกไปตลอดใช่ฤาไม่?


การะเกดหันมามองเขา พยักหน้าทีหนึ่ง


“ไม่ยากดอก” เด็กชายว่าด้วยสีหน้าจริงจัง กำหมัดแน่น “สู้มันสิ”


การะเกดมองด้วยท่าทีเจื่อนๆ แลส่ายหน้า


“ไม่ได้ ทำไม่ได้” นางพึมพำเสียงแผ่ว


เดื่อเห็นท่าทางไม่สู้คนเช่นนั้นก็ไม่ชอบใจ คิ้วแทบจักชนกัน เขานึกคำที่ควรจักกล่าว ก่อนลองถามนาง


“ออเจ้ากลัวข้าฤาไม่?


การะเกดงุนงงกับคำถามที่อยู่ๆ ก็โพล่งออกมานั้น กะพริบตาปริบๆ แลตอบ


“ตอนนี้ไม่กลัวแล้ว” นางยิ้มเล็กน้อย “เพราะท่านช่วยข้า”


“ไม่เอาตอนนี้" เดื่อโบกมือไปมา "เอาตอนแรก” 


การะเกดสบตาเขาอย่างไม่เข้าใจเช่นเดิม


“ตอนแรกออเจ้ากลัวข้าฤาไม่? ไยถึงกลัว?” เขาถามย้ำให้เด็กหญิงได้ย้อนนึก


การะเกดนิ่ง คิดถึงความรู้สึกในคราแรก ก่อนจักตอบ


“เพราะท่านเสียงดัง”


เดื่อตบเข่าฉาด


“นั่นแล! หากออเจ้าไม่อยากให้มันกำเริบ จงทำให้มันกลัว แผดเสียงให้มันไม่กล้าหืออีก เข้าใจไหม?


“ตะ แต่ว่า พวกมันมีกันหลายคน...”


“หึ! มีอาวุธชั้นยอดอยู่ จักกลัวสิ่งใด”


“อาวุธงั้นฤา?” การะเกดเอียงคอ ก้มมองตัวเอง แลเงยหน้ามาสบตาอีกฝ่ายราวกับจักบอกว่าในตัวนางไม่เคยพกอาวุธกระไรทั้งนั้น ซึ่งนั่นก็เรียกเสียงถอนใจของเด็กชายได้เป็นอย่างดี


“มือกับเท้าอย่างไร” เขาเฉลย


เด็กหญิงมุ่นคิ้ว มือกับเท้าจักเป็นอาวุธได้อย่างไรกัน เจ้าคนนี้พูดจาประหลาดนัก


เดื่อเห็นตาใสๆ นั่นก็ได้แต่กุมขมับ เจ้าตัวเล็กนี่คงจักไม่รู้จักป้องกันตัวเองเลยสิหนา


“มือเนี่ย จักชก จักตบ จักจิก จักผลัก ทำอย่างไรก็ได้ให้มันออกไป ให้มันเจ็บตัว” เด็กชายว่าพลางแสดงท่าทางให้ดู “เท้าก็เหมือนกัน เตะ ถีบ กระทืบ ได้ทั้งนั้น”


การะเกดมองด้วยท่าทีสนอกสนใจ นางก็รู้อยู่หนา เพราะเจ้าพวกนั้นก็มักใช้มือใช้เท้ากลั่นแกล้งนาง แต่ก็เพราะมันมีหลายคนไม่ใช่รึ มันถึงแกล้งได้สำเร็จ นางตัวคนเดียว จักไปมีปัญญาสู้ไหวได้อย่างไร


ราวกับล่วงรู้ความในใจ เดื่อกล่าวต่อ


“อย่าคิดว่าพวกมันหลายคนแล้วจักสู้ไม่ได้ ห้ามคิดแบบนั้นเด็ดขาด คนเดียวก็แกร่งได้ ไม่ต้องมีตัวถ่วงให้พะวง จัดการมันให้ราบคาบเสีย”


เดื่อลุกขึ้น ยื่นมือให้เด็กหญิงจับ ลุกตามขึ้นมา


“ไหนลองทำกระไรก็ได้กับข้า ใช้มือหรือเท้าก็ย่อมได้”


การะเกดตาเหลือก


“ท่านจักบ้าหรือ? อยู่ๆ ก็ให้...”


“เร็ว!” เขาสั่งจนการะเกดสะดุ้งอีกครั้ง


เด็กหญิงยกมือสั่นๆ ขึ้นมา ผลักไหล่เขา


“นี่สะกิดข้าอยู่หรือไง? ใช้แรงมากกว่านี้!


“ท่านอย่าดุได้ไหม!” การะเกดแหว แก้มพองลม


เดื่อหัวเราะ


“ตะโกนได้นี่ นึกว่าจะหงออย่างเดียว”


การะเกดแยกเขี้ยวใส่


“เอ้า! เร็วๆ ขอแรงมากกว่านี้ เอาแบบที่ว่าต้องการให้พวกนั้นไม่กล้ามายุ่งอีก ออเจ้าเกลียดมันขนาดไหน ดึงความเกลียดมาไว้ที่มือที่เท้า ใส่แรงออกมาให้เต็มทะ---”


เพี๊ยะ!!


ฝ่ามือเด็กหญิงไปไวกว่าที่เขาจักพูดจบเสียอีก


เดื่ออึ้งไปเลย


ชั่วอึดใจ ก่อนเขาจักหัวเราะออกมา


“ใช้ได้นี่! เอาแบบนี้แล จำไว้หนา”


การะเกดเริ่มยิ้มออกมาบ้าง นางหัวเราะเสียงใส


“ทำได้แล้ว!


“เก่งมากๆ” เด็กชายลูบหัว


การะเกดมองเขาด้วยสายตาอ่านยาก นี่เป็นครั้งแรกเลยหนาที่มีคนทำให้นางหัวเราะจากใจได้เพียงนี้ ลางทีคนทุกคนอาจไม่ได้เลวร้ายไปเสียหมดกระมัง


“ขอบคุณเจ้าค่ะ คุณพี่เดื่อ” นางกล่าวออกมาคล้ายละเมอ


เด็กชายยิ้มเอ็นดู


“ไม่เป็นไรดอก ทีนี้ก็อย่าให้ใครมารังแกอีกหนา อย่าให้เสียชื่อที่เรียนวิชามากับข้าเทียว” เขาเอ่ยกลั้วหัวเราะ


การะเกดพยักหน้าด้วยรอยยิ้ม


“งั้นข้าคงต้องขอตัวก่อน ป่านนี้พ่อข้าคงจักคอย” เดื่อกล่าว เมื่อมองเห็นท้องฟ้าเริ่มเปลี่ยนเป็นสีส้ม


การะเกดแววตาหมองลงอย่างเห็นได้ชัด


“เราจักได้เจอกันอีกฤาไม่เจ้าคะ?


เด็กชายอ้าปากจักตอบ แต่เห็นแววตาเว้าวอนนั่นก็ใจอ่อนยวบ เขาไม่กล้าบอกว่าที่เขามาเมืองล้านนาก็เพราะมาเยี่ยมเยียนญาติฝ่ายแม่เท่านั้น วันรุ่งพรุ่งนี้ก็จักต้องกลับอโยธยา โอกาสที่จักพบเจอคงไม่มีแล้ว


แต่เขาก็ไม่อยากโกหกนาง จึงทำได้เพียงส่งยิ้มจางๆ


การะเกดพอจักเข้าใจท่าทีนั้น


“ข้าต้องได้พบคุณพี่เดื่ออีกแน่ เมื่อถึงคราวนั้น ท่านจักได้เห็นข้าที่เข้มแข็งกว่าเดิม”


เดื่อยิ้มลา ก่อนจักกลับเรือนไป โดยที่เขาลืมแม้แต่จักถามว่านางชื่อกระไรกันแน่

 

 

 

 

 

เราชอบตอนนี้มากเลยไม่รู้ทำไม ชอบวัยเด็กทั้งคู่ค่ะ ยังใสๆ



เราว่ามันเหมือนกับพรหมลิขิตอยู่นะ ย่าการะเกดเป็นคนล้านนา (ตามในนิยาย)

ส่วนญาติฝ่ายแม่ของพ่อเดื่อ หรือพระแสนเมือง (พ่อนางกุสาวดี / ตาพ่อเดื่อ) 

หรือย้อนไปอีกพระยาหลวงทิพเนตร (ปู่นางกุสาวดี / ตาทวดพ่อเดื่อ)

ก็อยู่ล้านนาเหมือนกัน ตอนเด็กๆ อาจจะได้เจอกันจริงๆ ก็ได้ 

/นี่ก็จับโยงมั่ว ชิปไปหมด 555



ขอบคุณแฟนคลับทุกคนที่ติดตาม ขอบคุณทุกเม้น ทุกกำลังใจนะคะ

ตอนนี้อาจจะไม่ได้ตอบทุกเม้นเหมือนเดิมแล้ว แต่เราอ่านทุกเม้นนะคะ

เจอกันตอนต่อไปค่ะ รักทุกคน <3



ปล. น้องสาวเราแนะนำว่าให้ตั้งแฮชแท็กเรื่องนี้เผื่อใครอยากพูดคุยกันนะคะ

 คิดว่าเอาเป็น #ถิ่นเสือเดื่อเกด แล้วกัน คิดไม่ออกจริงๆ ค่ะ 55555

เข้าไปคุยกันในแท็กได้นะคะ จะมีคนคุยป่าวน้อ 555

เราก็ค่อนข้างสิงทวิตอยู่หนา สิงแบบไม่ค่อยเผยตัว 55555


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 231 ครั้ง

326 ความคิดเห็น

  1. #322 Olivia1112 (@Dnrd) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 10 เมษายน 2562 / 22:51
    เดื่อนายเปลี่ยนการะเกด ให้เป็นแบบนี้

    แต่ลึกซึ้งจัดดดด
    #322
    0
  2. #298 ไข่เค็ม 🐹 (@ch_hyojin) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 8 กรกฎาคม 2561 / 09:12
    คุณพี่เดือ่เปลี่นนน้องเกดได้นะคะ
    #298
    0
  3. #212 --Seichan-- (@--Seichan--) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 30 เมษายน 2561 / 23:44
    ลึกซึ้ง เดื่อนายทำให้การะเกดเป็นแบบนี้เองนะ!!
    #212
    0
  4. #195 tiew12345 (@tiew12345) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 30 เมษายน 2561 / 13:44
    มาไวๆนะเจ้าคะ
    #195
    0
  5. #192 .maniacbx (@ktch) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 30 เมษายน 2561 / 11:01
    คุณพี่เดื่ออออ เป็นไงคะ ได้เห็นน้องเข้มแข็งปานนี้ ตกใจเลยสิท่า55555555
    #192
    0
  6. #191 seamile (@jellybunny) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 30 เมษายน 2561 / 08:00
    รอนะคะ ชอบมากกก
    #191
    0
  7. #187 Hacker ทำไมอะ (@hackerzerzar) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 26 เมษายน 2561 / 20:21
    ฮื่ออ อย่าลืมมาต่อนะไรท์!
    #187
    1
  8. #185 Red Lepus (@BloodRed_Bunny) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 26 เมษายน 2561 / 07:47
    <p>ดีงามมมมม กรี๊ดดดดดด เมื่อไหร่พวกเขาจะนึกออกกันนะ โง่ยยยยยย</p>
    #185
    0
  9. #184 Mayyongchy (@Mayyongchy) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 26 เมษายน 2561 / 06:47
    คือดีอ่าาาาาา
    #184
    0
  10. #179 น้ำส้มจันทรา (@somoh49) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 25 เมษายน 2561 / 11:33
    ก็ว่าอยู่ทำไมถึงได้ฉายานี้มาที่แท้ก็ได้ครูดีนี่เอง555+ มันก็น่าคิดนะไรท์เพื่อตอนเด็กๆทั้งคู่อาจเคยเจอกันจริงๆ พรหมที่แท้ทรู~
    #179
    0
  11. #178 Spbeliveinjb (@Spbeliveinjb) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 24 เมษายน 2561 / 18:19
    ชอบตอนนี้มากๆค่า คืออ่านแล้วอมยิ้มเกือบตลอดเลย ชอบความน่าเอ็นดูของทั้งคู่มากๆ อยากรู้เลยเนี่ยว่าพอโตมาจะจำเรื่องราวกันได้ป่าว><
    #178
    0
  12. #177 kitty_mat (@kitty_mat) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 24 เมษายน 2561 / 17:36
    &#128205;&#128205;ปักหมุดรอ
    #177
    0
  13. #171 TobiraSenju (@TobiraSenju) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 24 เมษายน 2561 / 02:32
    โง้ยชอบตอนนี้มากเลยง่า ฟิน~~ -////- อ่านวนๆเลย
    #171
    0
  14. #170 frungmtd_ (@frungmtd_) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 24 เมษายน 2561 / 00:55
    ชอบตอนนี้มากเลยค่ะ เอ็นดูยัยน้องตอนเด็ก ตบพี่เขาซะอึ้งไปเลย นี่คือที่มาของสายตบอโยธยา ฮือออ
    #170
    0
  15. #169 Phatranooch Piyanirun (@piyanirun) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 23 เมษายน 2561 / 23:15
    อ่าว... ที่แท้ลูกศิษย์พ่อเดื่อนี่เอง
    #169
    0
  16. #167 Alljae (@Alljae) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 23 เมษายน 2561 / 22:01
    น่ารักกกก เอ็นดูเด็ก
    #167
    0
  17. #166 super moon (@kiwitae) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 23 เมษายน 2561 / 21:15
    ตอนเด็กน่าร้ากกกก พ่อเดื่อสอนมาดีนะเจ้าคะ แต่ตอนโตพ่อเดื่อกลับไม่ชอบแบบแม่การะเกด555555
    #166
    0
  18. #165 brookdl (@brookdl) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 23 เมษายน 2561 / 19:59
    <p>น่าร้ากกกก ฮือออ ชอบบบ ละการะเกดก็ทำตามที่พูดได้ด้วยหนาพ่อเดื่อ5555</p>
    #165
    0
  19. #164 MadGuin (@panguin24) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 23 เมษายน 2561 / 19:57
    งู้ยย น่ารักกก การะเกดศิษย์ลูกพี่เดื่อ
    #164
    0
  20. #163 clay4 (@0827049513) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 23 เมษายน 2561 / 19:30
    เหตุใดนางถึงร้ายได้ถึงเพียงนี้
    เพราะใครหนอ555
    #163
    0
  21. #162 KAZEKUNG (@konata-3-) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 23 เมษายน 2561 / 18:30
    การะเกดศิษย์พี่เดื่อ5555
    #162
    0
  22. #161 punch_punchy (@punch_punchy) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 23 เมษายน 2561 / 18:27
    อ่านเดื่อเกดมาหลายเรื่อง เรื่องนี้เรื่องแรกเลยน้าา ที่ให้เห็นผลเล่าเรื่องซัพพอร์ตว่าทำไมการะเกดถึงกลายมาเป็นแบบนี้ เพราะเป็นการะเกดศิษย์คุณพี่เดื่อนี่เอ้งงง
    #161
    0
  23. #160 0892812425 (@0892812425) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 23 เมษายน 2561 / 18:12
    สนุกอะสาเหตุที่แม่นายเป็นเยี่ยงนี้ต้องโทดพ่อเดื่อเชียว5555
    #160
    0
  24. #159 CL@M (@cl-357) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 23 เมษายน 2561 / 17:56
    เป็นวันเด็กที่ละมุนละไม~ โชคร้ายมาทั้งชีวิต แต่วินาทีหนึ่งของชีวิตก็เคยมีความสุขสินะ เป็นกำลังใจให้ค่ะ สนุกมากก
    #159
    0
  25. #158 อนุตรา สุวรรณ (@aunspy) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 23 เมษายน 2561 / 17:54
    ละมุนมากมายยยย
    #158
    0