ตอนที่ 11 : ตอนที่ 10 ทางแยก

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1256
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 112 ครั้ง
    23 ก.ค. 61





ตอนที่ 10

ทางแยก


 

คนทั้งสองก้าวมายังโถงเรือนเมื่อไรไม่อาจทราบ


ค่ำคืนงานประเพณียังยาวนานสำหรับคนหลายผู้ เพลานี้จึงแทบไม่มีใครบนเรือน นอกจากเขาและนาง


หลวงสรศักดิ์ชะงักเท้าตน ระหว่างทางเขาคิดกระไรมากมาย หนึ่งในตะกอนความคิดมีเรื่องหนึ่งที่ไม่จางหาย ชายหนุ่มมองการะเกด นางก้าวนำไปอย่างเหม่อลอยจนร่างสูงต้องคว้าข้อมือไว้


หญิงสาวหันมองอย่างงุนงง


“ข้า...”


หลวงสรศักดิ์เกริ่นคำแรกอย่างลังเล แต่สุดท้ายก็รวบรวมเสียงของตนเปล่งคำต่อไปออกมา


“ข้าไม่เคยคิดจักพูดคำนี้เร็วนัก เพราะคิดว่าออเจ้าคงพอจักรู้อยู่แล้ว” เขามองนางด้วยสายตามั่นคง “ตั้งใจฟังหนาแม่การะเกด”


หญิงสาวหรี่ตา อยู่ๆ ท่าน...เป็นกระไรไป...


“ถึงเราจักเคยพบกันตั้งแต่เด็ก แต่มันก็ผ่านมานานเหลือเกิน ตอนนั้นข้ายังไม่มีความรู้สึกใดเหมือนกับตอนนี้เลย มันเป็นความรู้สึกประทับใจและขอบคุณเท่านั้น ช่างต่างกับสิบปีให้หลังมานี้...


ชายหนุ่มเว้นช่วง เลื่อนมือจากข้อมือมาประสานกับนิ้วของนาง กุมไว้ราวกับว่าหากไม่ทำเช่นนี้นางจักหายไป


ตั้งแต่เมื่อไรกันที่สายตามันมักจักมองไปที่นาง น่าแปลก ค่ำคืนนี้มีชาวบ้านก็ตั้งมากมาย แต่เหมือนกับเขาเห็นนางเพียงผู้เดียว เขาชอบที่นางเข้มแข็งและกล้าหาญ จะมีแม่หญิงสักกี่คนที่กล้าตวาดใส่ศัตรู จ้องหน้าสบตาไม่กลัวเกรง ทั้งที่พวกมันล้วนเป็นชาย ทั้งมีอาวุธครบมือ แถมนางยังสามารถตบตีเอาตัวรอดแบบนั้น ไม่นับตอนแรกที่นางกล้าออกคำสั่งกับเขา ในขณะเดียวกันก็รู้สึกว่านางช่างบอบบาง เขาเคยเห็นนางร้องไห้เฉกเช่นแม่หญิงทั่วไป นางก็มีมุมที่อ่อนแอ...ไม่สิ ใครว่าการร้องไห้คืออ่อนแอกัน อาจจักเป็นเพราะนางเข้มแข็งมามากพอแล้วกระมัง


ไม่เคยพบแม่หญิงใดเช่นนาง อยากมอง อยากอยู่ใกล้ อยากปกป้องดูแล อยากให้นางมีความสุข


ไม่อยากให้ช่วงเพลานี้จบลง ไม่อยากให้นางแสดงท่าทีเหล่านั้นให้ใครเห็น


ไม่อยากให้นางต้องตกเป็นของใครอื่นเลย...


“ข้ารู้ว่าช่วงเพลาที่เมืองเชียงใหม่มันไม่ได้ยาวนานนัก แต่ข้าคิดว่า ข้า...”


ชายหนุ่มสูดลมหายใจ เพื่อเปล่งถ้อยคำนั้นให้สื่อความหมายที่ดีที่สุด


"ข้า..."


“หยุดก่อนเจ้าค่ะ!


การะเกดใจคอไม่ดี สัญชาตญาณร้องเตือนให้นางเอ่ยแทรกขึ้นมา


“ท่านไม่ต้องรีบร้อน...ท่านมีเวลาอีกทั้งชีวิตเพื่อพูดกับข้า”


 หลวงสรศักดิ์ยิ้มเฝื่อน แต่เขาตัดสินใจแน่วแน่แล้ว


“ข้ารั--”


“หยุดพูด!


นางตะโกนอย่างไม่อาจควบคุม


“ไม่ใช่วันนี้ ไม่ใช่ตอนนี้ ไม่ใช่ที่นี่”


หลวงสรศักดิ์มุ่นคิ้ว อ้าปากจักพูดซ้ำ แต่การะเกดก็เอ่ยแทรกขึ้นมาอีกครา


“ข้าจักรอฟัง หลังจากไปอโยธยา วันใดที่เราได้อยู่ด้วยกัน...แลมีความสุขเช่นวันนี้ ข้าจักรอฟังคำนั้นของท่าน”


ชายหนุ่มถอนใจแผ่ว


“ห้ามข้าไปไยแม่การะเกด จักพูดวันไหน มันก็เหมือนกัน”


“ไม่! ท่านกำลังทำให้คำนี้...ดูเป็นการจากลา”





 


รุ่งสางที่ไม่ต้องการมาเยือน


วันนี้การะเกดแต่งตัวสวยเป็นพิเศษ ด้วยฝีมือของบ่าวคนสนิท สวยเสียจนไม่เข้ากับสีหน้าหม่นหมอง


อันที่จริง เหล่าผู้ที่กำลังจักกลับอโยธยาเกียมข้าวของเรียบร้อยแล้ว แต่กลับต้องนั่งรอเพลาอีกสักหน่อย เพราะฝนฟ้าดูจักไม่เป็นใจให้กลับอโยธยาเอาเสียเลย ช่างน่าหลากใจ เช้านี้ท้องฟ้ามืดครึ้ม ทั้งที่เป็นฤดูหนาว แต่เมฆกลับก่อตัวราวกับฝนจักตก


รอจนเพลาผ่านไปจนสาย ท้องฟ้าเริ่มโปร่ง ก็ควรที่จักเดินทางเสียที


ข้าวของเครื่องใช้สำหรับคณะเดินทางทั้งหกมีไม่มากนัก โดยเฉพาะทางฝ่ายแม่หญิงที่สัมภาระจมน้ำไปเป็นส่วนใหญ่แทบไม่ต้องกล่าวถึง เรือที่เกียมไว้มีสองลำ จำเป็นต้องแยกกันนั่ง หลวงสรศักดิ์กับการะเกดได้นั่งด้วยกันโดยที่ไม่จำเป็นต้องมีคนใดในคณะออกปากด้วยซ้ำ และทั้งสี่คนที่เหลือก็เลือกที่จักนั่งเบียดกันในเรืออีกลำ อันที่จริง เรือที่ใช้ในการเดินทางไกลก็ใหญ่เกินกว่าจักนั่งเพียงสี่คน แต่เมื่อเทียบกับอีกลำที่มีเพียงสอง เรือนี้ก็แคบลงไปถนัดตา


ต้องบอกว่าเป็นความกรุณาของเจ้าเมืองเชียงใหม่ ความจริงเรือลำเดียวก็เพียงพอแล้ว แต่ท่านเจ้าเมืองกลับเมตตาให้เรือมาสองลำจักได้นั่งอย่างสบาย ข้าวของก็วางกับพื้นไม่ต้องซ้อนไว้บนตักแต่อย่างใด


นาวาทั้งสองลำแล่นเอื่อยไปตามแรงของผู้พาย สายลมยามสาย แลกระแสน้ำอ่อนๆ ไอเย็นจากผิวน้ำลอยกระทบผิวกาย ควรชวนให้รู้สึกสดชื่น แต่ลึกลงในจิตใจของใครสักคน หรืออาจจักสองคน มันไม่อาจชวนให้รู้สึกสดชื่นได้เลย


“เหมือนกับข้าเพิ่งเจอออเจ้าเมื่อวานนี้เอง”


บนเรือลำใหญ่ที่มีผู้โดยสารเพียงสองนั้นเงียบเหงายิ่งกว่าสายน้ำที่อยู่ลึกที่สุดเสียอีก ท้ายที่สุดเสียงทุ้มก็ทำลายความเงียบเหงาเกินไปนั้น พลางจ้วงไม้พายก่อกวนสายน้ำนิ่งไปด้วย


การะเกดหันมายิ้มให้เขา และพยักหน้าเห็นด้วย


ยิ้มที่ไปไม่ถึงดวงตา มันดูออกง่ายเพียงนี้ตั้งแต่เมื่อไร หรือเพราะเขาเองก็รู้สึกไม่ต่างจากนางกระมัง


“ต้องใช้เพลากี่มากน้อยจึงจักถึงอโยธยาเจ้าคะ?


“เร็วที่สุด ไม่เกินสองวันดอก”


“เร็วเกินไป...ข้าหมายถึง ท่านควรจักหาที่พักสักหน่อย แวะเมืองสองแควก่อนดีฤาไม่?


“พูดเป็นเล่น แม่การะเกด” ชายหนุ่มส่ายหน้า


“ข้าไม่ได้พูดเล่นหนา ท่านจักพายไปจนถึงอโยธยาโดยไม่พักได้อย่างไร”


“พักแน่แม่การะเกด แต่ข้าจักไม่พายย้อนไปมา สองแควอยู่คนละทิศกับที่เราจักไป”


หญิงสาวชะงัก นิ่งคิด


“หรือออเจ้าอยากกลับไปทำกระไรที่สองแควก่อน”


“คือ...” การะเกดกลอกตา ก่อนจักถามย้ำ “สองแควอยู่คนละทางรึ?


“ใช่ นี่แม่น้ำปิง” หลวงสรศักดิ์บุ้ยใบ้ไปตามทางน้ำ “หากจักไปสองแควต้องพายไปถึงปากแม่น้ำ แล้วพายวนขึ้นไปทางแม่น้ำน่าน หรือไม่ก็ต้องเทียบท่า แล้วเดินทางไปทางบก”


“ไปสองแควได้ไหมเจ้าคะ?


ราวกับเห็นประกายในตาคู่นั้น ชายหนุ่มเอ่ยถาม


“ไปทำกระไรแม่การะเกด...ไปให้คนที่จ้องจักฆ่าออเจ้า เห็นว่าออเจ้ายังมีชีวิตอยู่งั้นรึ?


การะเกดอึ้ง ไม่ได้คิดถึงเรื่องนั้นเลย แต่นั่นก็เป็นเหตุผลที่มีน้ำหนักอยู่บ้าง


“ประมาณนั้นแล”


นางเชิดหน้า ในขณะที่ออกหลวงหนุ่มก็หรี่ตาอย่างพินิจ ก่อนตอบอย่างไร้เยื่อใย


“เช่นนั้นก็ไม่ต้อง”  


น้ำเสียงดุดันนั้นทำเอาการะเกดหน้าเฝื่อนลง และแหวขึ้นอย่างอดไม่ได้


“ต้องสิเจ้าคะ ข้ามีธุระที่สองแควจริงๆ ไม่ใช่แค่เรื่องนั้น”


“แล้วเรื่องใด?


“คือ...” การะเกดตีหน้ายุ่ง หลบตา


หลวงสรศักดิ์หยุดพายเรือ วางไม้พายลง ส่งเสียงกึกกระทบท้องเรือท่ามกลางบรรยากาศเงียบสงบ เรียกให้ผู้โดยสารในเรืออีกลำหันมามองอย่างสงสัย แต่ชายหนุ่มหาได้สนใจไม่ เขากลับจ้องตานางจริงจัง


การะเกดเห็นดังนั้นก็ยิ่งประหม่า หันมองทัศนียภาพรอบๆ ไม่คิดจักตอบกระไรให้มากความอีก แต่จนแล้วจนรอด นางก็ไม่อยากปล่อยให้เรือแล่นไปถึงอโยธยาโดยที่นางไม่ทำกระไรเลย การะเกดหันกลับมามองหน้าคู่สนทนา เห็นชายหนุ่มเลิกคิ้วเชิงถาม


“ว่าอย่างไร”


“ท่านจักกดดันไปไยเล่า? แวะไม่นานดอก ข้าสัญญา”


นางพยักหน้ายืนยัน แต่กลับได้รับเพียงเสียงถอนใจจากออกหลวงเท่านั้น


“แม่การะเกด...” เขาเอื้อมมาราวกับจักกุมมือนาง แต่ก็หยุดไป 


ชายหนุ่มกล่าวต่ออย่างใจเย็น “ออเจ้าหนีความจริงไม่ได้ดอกหนา”


หญิงสาวนิ่งสนิทไปกับคำพูดนั้น หลับตาลง ปลายนิ้วสั่นน้อยๆ ก่อนเอ่ยเสียงเบาหวิว


“ข้ารู้...”


หลวงสรศักดิ์พยายามไม่สนใจท่าทีนั้น คว้าไม้พายเริ่มพายเรือต่ออย่างไร้เรี่ยวแรง เขามองไปยังเรืออีกลำที่พายนำหน้าไปไม่ไกล


ทั้งสี่คนบนเรือนั้นก็จ้องเรือพวกเขาอยู่ไม่ต่างกัน ดูท่าว่าบทสนทนาบนเรือลำนั้นก็คงหนีไม่พ้นเรื่องของคนบนเรือนี้ ขนาดเป็นเรื่องของเจ้าตัวอย่างการะเกด ยังแทบลืมไปเสียสนิทเรื่องคู่หมาย คนอื่นก็คงไม่ต้องพูดให้มากความ คนทั้งสี่นั้นดูจักเข้าใจสถานการณ์ของเขาและนางได้ดีทีเดียว


ออกหลวงเห็นแววตาคนทางนั้นก็ยิ่งอึดอัด ชายหนุ่มไม่รู้จักวางตาไว้ที่ใด ตั้งใจว่าจักไม่มองแม่การะเกดแล้วเทียว แต่ให้ทำอย่างไร นางนั่งอยู่กงหน้าเช่นนี้ หลบเลี่ยงอย่างไรก็ไม่ได้ ยิ่งเห็นท่าทีอีกฝ่ายก็พลอยอารมณ์ขุ่นมัวกว่าเดิม


“อย่าทำสีหน้าเช่นนั้นเลย ออเจ้าควรจักมีความสุข”


การะเกดหันมามองด้วยไม่เชื่อหูตน


“ท่านพูดอย่างนั้นได้อย่างไร ในเมื่อความสุขของข้า--”


“ถ้าข้าสู่รู้ ออเจ้าไม่ต้องตอบก็ได้ ข้าแค่อยากรู้ว่าคู่หมายของออเจ้าคือผู้ใดกัน?


คนโชคดีคนนั้น...


การะเกดเห็นชัดเจนว่าเขาก็ต้องการหนีความจริงไม่ต่างจากนาง แต่ลึกลงไปชายหนุ่มคิดไกลเกินกว่าที่นางจักรู้ ในเสี้ยวนาทีมีความคิดผุดขึ้นนับร้อยเรื่อง เขารู้จักชีวิตดีกว่านาง รู้จักสังคมรอบข้างดีกว่านาง เขารู้ว่าสิ่งใดจักเป็นผลดีกับนาง...


การะเกดหลุบตาลง ถอนใจ


“หมื่นสุนทรเทวา”


กึก


ไม้พายกระทบสีข้างเรืออย่างเสียหลัก หลวงสรศักดิ์ตะลึงงัน


“ออเจ้าว่ากระไรหนา?


“หมื่นสุนทรเทวา คือคู่หมายของข้าเจ้าค่ะ”


เพียงเท่านั้น ก็ไม่มีคำใดเอื้อนเอ่ยระหว่างคนทั้งสองอีก หลวงสรศักดิ์พายเรือไปด้วยใจเหม่อลอย คิดสะระตะอย่างไม่อาจควบคุม






 

จากแม่น้ำปิงสู่ลำน้ำใหญ่เจ้าพระยา ใช้เพลาสองวันตามที่คาดไว้


ตอนนี้เป็นเพลาสายโด่งแล้ว


การะเกดไม่พร้อมจักไปเรือนของออกญาโหราธิบดี จึงขอร้องหลวงสรศักดิ์ให้พาเดินชมอโยธยาเสียก่อน ผินกับแย้มก็จำต้องเดินตาม แต่ก็เว้นระยะห่าง ด้วยรู้ว่าแม่นายกับออกหลวงท่านคงมีเรื่องต้องเจรจา ทั้งที่คุยกันบนเรือในช่วงสองวันมาไม่ขาด แต่ก็ดูยังไม่จบไม่สิ้น อีกทั้งไอร้อนที่รู้สึกจากสายตาทั้งสองนั่นคงไม่ใช่เรื่องดีแน่


ตามทางมีชาวบ้านเหลือบมองหญิงสาวไม่น้อย ด้วยดวงหน้าที่งดงาม แลการแต่งกายที่ผิดแผกไปจากชาวอโยธยาทั่วไป มีเสียงลือแว่วเข้าโสต ดูท่าชาวบ้านพวกนี้จักรู้ว่านางแต่งกายแบบชาวล้านนา คนที่ไม่รู้ก็เข้ามาถามไถ่จากหลวงสรศักดิ์ด้วยรู้จักกัน แลที่เก่งไปกว่านั้น...คือรู้ว่านางเป็นคู่หมายของหมื่นสุนทรเทวา


ข่าวสารมักไปไวในทุกยุคทุกสมัย โดยเฉพาะเรื่องของคนอื่น


การะเกดไม่ได้สนใจรอบข้างเท่าที่ควร ชายหนุ่มเองก็พยายามไม่สนใจรอบข้างเช่นกัน เขาพยายามแสดงตัวว่ารู้จักกับนางเพียงผิวเผิน แลบังเอิญเจอกันเท่านั้น ราวกับเวลากว่าเดือน หรือความทรงจำในอดีตหายไปทั้งอย่างนั้น สายตาหญิงสาวยังจับจ้องไปที่บุคคลเดียว


เหลือเพลาน้อยเต็มที


ข้าสุดจักทนแล้ว!


“ท่านทำเช่นนี้ได้อย่างไร!” นางโพล่งออกมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย ไม่สนแม้จักมีสายตารอบด้านจ้องมองมา กระนั้น หลวงสรศักดิ์กลับมุ่นคิ้ว เอ่ยเสียงลอดไรฟัน


“ข้าคิดว่าเราคุยกันรู้เรื่องแล้ว แม่การะเกด”


“ไม่! เรายัง---”


“ไปคุยกันที่อื่น” ว่าจบ ชายหนุ่มก็สาวเท้านำไปอย่างรวดเร็ว


การะเกดสังเกตไม่ผิด ตั้งแต่จากเมืองเชียงใหม่มา ชายหนุ่มไม่แตะต้องตัวนางเลย ทำทีหมางเมินราวกับเป็นคนละคน 


การะเกดฮึดฮัดอย่างไม่สบอารมณ์ นางไม่ได้รู้สึกโกรธหรืออึดอัดใจแบบนี้มาสักพักแล้ว หญิงสาวหันไปหาสองบ่าว พลางชี้หน้า


“พวกมึงไม่ต้องตามมา”


ผินกับแย้มแทบยั้งฝีเท้าไว้ไม่ทัน มองหน้ากันเลิ่กลั่ก แม่นายไม่ได้แสดงสีหน้าโกรธขึ้งกับสองบ่าวมานานจนเกือบลืมไปแล้วว่ารู้สึกอย่างไร


การะเกดจ้ำไปตามทางที่หลวงสรศักดิ์เดินไป


แถวนี้ไม่มีคนพลุกพล่าน


เมื่อตามมาถึง นางก็จ้องอีกฝ่ายอย่างเอาเรื่องทันที


“ไยท่านต้องทำทีราวกับเราจักไม่พบกันอีก? คิดว่าข้าจักยอมให้เป็นเช่นนั้นรึ!


“แม่การะเกด...” เขากล่าวปราม “เราพูดเรื่องนี้มากพอแล้ว”


“เราพูดมามาก แต่เรายังพูดไม่จบ”


“ข้าพูดจบแล้ว มีแต่ออเจ้าที่ยังไม่ปล่อยวางเสียที”


ตอนเด็กๆ หลวงสรศักดิ์เคยสงสัยว่าทำไมผู้ใหญ่พวกนั้นต้องทำเรื่องให้ยุ่งยาก ซับซ้อนนักหนา มาวันนี้ที่เขาเติบใหญ่ เขาเริ่มเข้าใจว่าการทำเรื่องง่ายให้ยากบางครั้งก็เป็นสิ่งจำเป็น


เรื่องของเขากับแม่การะเกดมันไม่ใช่เรื่องของคนสองคนเท่านั้น แม่การะเกดเป็นคนให้บทเรียนกับเขาเองตั้งแต่ที่ค่ายศัตรู คิดจักทำกระไร คิดให้รอบคอบ ผลที่ตามมาอาจติดตัวชั่วชีวิต


เพลานี้ สิ่งใดที่ถูกที่ควรชัดเจนเหลือเกิน เพียงแต่มันขัดกับความต้องการมากเหลือทนเช่นกัน ชายหนุ่มปล่อยให้ความคิดหนักอึ้งทับถม เรื่องนี้พูดมาสองวันก็วนเวียนไม่จบสักที เขาต้องหาทางพูดให้หญิงสาวยอมฟังจริงๆ ได้แล้ว หลวงสรศักดิ์กลั่นความคิดออกมาเป็นการตัดสินใจ


คงต้องพึ่งทักษะที่เขาไม่ถนัดเอาเสียเลย


“แม่การะเกด...”


หลวงสรศักดิ์หลับตาลง สูดลมหายใจ ก่อนจะพูดต่อ


“เอาเป็นว่า ข้าจักคุยกับพ่อข้าก่อนก็แล้วกัน”


ได้ยินดังนั้นไหล่ที่ห่อเหี่ยวของการะเกดก็เริ่มผ่อนคลาย รอยยิ้มประดับบนดวงหน้างาม


“จริงรึ!?


ชายหนุ่มพยักหน้า สายตายังปกคลุมไปด้วยหมอกหนา และหญิงสาวสังเกตเห็น


“ท่านอย่ากังวลเลย เรื่องนี้จักผ่านไปด้วยดี”


หลวงสรศักดิ์ยิ้มรับคำนั้น ก่อนเอ่ยกลั้วหัวเราะ


“ระหว่างนั้นอย่าตกหลุมรักพ่อเดช หรือทำให้พ่อเดชตกหลุมรักออเจ้าก็แล้วกัน”


“ข้าจักทำให้เกลียดไปเลยเป็นอย่างไร เรื่องทำให้คนเกลียด ข้าไม่แพ้ใครแน่” นางหัวร่อเสียงกระด้าง


ชายหนุ่มแค่นยิ้มตาม กำมือแน่น


การะเกดมองคนกงหน้านิ่งเรียบ คิ้วขมวดอย่างไม่สบอารมณ์ ก่อนพ่นลมหายใจ


“เพลาเช่นนี้...ท่านยังพยายามจักตบตาข้าอยู่อีกรึ?”


ชายหนุ่มนิ่งอึ้ง 


ดูเหมือนเขาโกหกไม่เก่งจริงๆ เสียด้วย


“ถ้าข้าไม่ทำ ออเจ้าคงไม่ยอมลงง่ายๆ”


“น่าเสียดายที่ข้าฉลาดกว่าที่ท่านคิด...”


“ถึงอย่างนั้น ข้าก็ไม่เปลี่ยนใจดอกแม่การะเกด”


การะเกดอ้าปาก แต่ไม่มีคำใดหลุดออกมา


“จักว่าข้าขี้ขลาดก็ได้” เขาสบตานางกงๆ


“ลางทีข้าก็สงสัย ว่าที่พูดเรื่องนี้ซ้ำไปซ้ำมา ไม่จบไม่สิ้น เพราะข้าหรือท่านกันแน่...”


นางกลืนน้ำลายอย่างฝืดคอ ก่อนกล่าวต่อ


“ท่านไม่ใช่คนขี้ขลาด ท่านเป็นคนสอนให้ข้าเข้มแข็ง เราจักเผชิญเรื่องนี้ไปด้วยกัน ด้วยกัน...” นางย้ำคำสุดท้าย


“พอเถิด ออเจ้ารู้ดีว่าสุดท้ายจักจบอย่างไร นี่ไม่ใช่ความฝัน นี่เป็นความจริงแม่การะเกด คิดตามความจริงเหมือนกับข้า แล้วออเจ้าจักเข้าใจ”


“ข้าไม่เข้าใจ ไม่มีวันเข้าใจ แลไม่อยากเข้าใจ...”


“ข้ารู้ว่ามันยากแม่การะเกด เราไม่อาจสมปรารถนาเพียงเพราะเราต้องการสิ่งนั้นมากเหลือเกิน เราจักได้บางสิ่ง เมื่อเราสูญเสียบางสิ่งเสมอ บ่อยครั้งที่ข้าอยากให้คำตอบปรากฏตั้งแต่ต้น แสดงให้ข้ารู้ไปเลยว่าข้าจักต้องเสียสิ่งใดไป หากจักได้ตามที่ปรารถนา ข้าจักได้ตัดสินใจไม่ผิด”


การะเกดนิ่งฟัง


“หากข้าตัดสินใจเช่นนั้นไป อยากรู้ว่าวันพรุ่งข้าจักยังมีความสุขไหม คนที่ข้า...รัก...จักยังมีความสุขไหม ข้าอยากให้อนาคตถูกเขียนไว้ให้ชัดเจน ทุกอย่างจักได้ง่ายกว่านี้”


พอเป็นเรื่องของนาง เขาไม่อยากตัดสินใจอย่างมุทะลุ ไร้ความยั้งคิด จนผิดพลาด อย่างที่ชอบทำเสมอมา


หญิงสาวถอนใจ แลกล่าว


“แต่การตัดสินใจนั้นคงไร้ความหมายหากทุกอย่างถูกกำหนดไว้แล้ว เพราะนั่นเป็นเพียงตัวเลือกเดียวที่เหลือ ชีวิตคงจักน่าเบื่อนัก ข้าอยากให้ท่านลองทำตามฝันบ้างเถิด ลางทีความฝันกับความจริงก็อยู่ไม่ไกลกันเลย”


“ไม่ไกลงั้นรึ...” เขามุ่นคิ้ว พลางจ้องนางอย่างไม่เชื่อหูตน


การะเกดก็นิ่งไปเมื่อได้ยินคำเขา


ไม่ไกล...ไม่ไกลเลย หากท่านกับข้าเดินไปด้วยกัน


หญิงสาวเม้มปาก อึดอัดใจ ก่อนจักสั่นศีรษะ


“ข้าจักไม่ยอมให้เรื่องจบเช่นนี้!


“ไยดื้อด้านนัก พอสักทีแม่การะเกด!” ชายหนุ่มโพล่งออกมาอย่างเหลืออดเช่นกัน


“ท่านไม่ได้ต้องการเช่นนั้น!


“อย่าทำเหมือนรู้จักข้าดีนัก...”


การะเกดเงียบ มองอย่างไม่เข้าใจ


“ช่างมันเถิด” หลวงสรศักดิ์บอกปัด “จะอย่างไร ความต้องการของข้า ความต้องการของออเจ้าจะเป็นอย่างไร มันไม่สำคั--”


“สำคัญ! ถ้าท่านพูดกับท่านออกญา--”


“คิดว่าตัวเองเป็นใครกันแม่การะเกด ออกญาโหราธิบดีเป็นผู้ใหญ่ แลออเจ้าพูดเองว่าเป็นคนสนิทกับพ่อออเจ้า เราเป็นเพียงผู้น้อย ขัดคำมั่นผู้ใหญ่เช่นนั้น ไม่ใช่สิ่งที่พึงกระทำ”


“ท่านยังไม่ได้ลองด้วยซ้ำ ท่านออกญาอาจจักเห็นใจ...”


หลวงสรศักดิ์ส่ายหน้า


“ท่านออกญากับพ่อของข้าเป็นคนของขุนหลวงเหมือนกัน พบหน้ากันบ่อยครั้ง ข้ากับพ่อเดชก็รู้จักกันมานาน” ชายหนุ่มเว้นช่วง “จักให้ข้าไปขอคู่หมายของเพื่อนมาเป็นของตน ผู้ใหญ่จักมองหน้ากันติดรึ ดูจักเป็นเรื่องน่าขันเกินไปกระมัง”


“แต่ข้ากับหมื่นสุนทรเทวาไม่เคยแม้แต่จักปะหน้ากัน ข้าไม่ได้รั--”


“แผ่นดินนี้มีสักกี่คนที่ออกเรือนเพราะความรัก แม้แต่ผู้ที่อยู่สูงสุดของแผ่นดินยังเลือกคู่ครองที่เหมาะสมโดยไม่สนความรู้สึกส่วนพระองค์ เราเป็นใครเล่า เราเลือกได้งั้นรึ คนที่ขัดคำผู้ใหญ่ก็ทำได้เพียงหนีตามกันไปให้เป็นขี้ปากชาวบ้าน”


หลวงสรศักดิ์ถอนใจ


“ข้าไม่อยากให้ออเจ้าเป็นขี้ปากของใคร”


การะเกดชะงัก ก่อนจักส่ายหน้า


“แต่ข้าไม่สน”


“ข้าจึงต้องเป็นคนที่สนเรื่องนี้แทนอย่างไร ต่อให้ออกญาท่านหรือพ่อเดชไม่สนใจ ยอมยกออเจ้าให้โดยดี แต่ชาวบ้านก็ต้องรู้เรื่องนี้สักวัน ท้ายที่สุด ออเจ้าก็ต้องตกเป็นขี้ปากผู้อื่นอยู่ดี ข้าไม่ยอมให้เป็นเช่นนั้นแน่”


“ท่านทำตัวน่ารำคาญนัก! การะเกดตะโกน “นี่เป็นชีวิตข้า จะเป็นตายร้ายดีอย่างไร ข้าเป็นคนเลือก ตั้งแต่ไหนแต่ไร ตั้งแต่เมืองสองแคว ข้าก็ไม่เคยถูกมองว่าเป็นคนดี จักเพิ่มให้ข้าเป็นขี้ปากคนอโยธยาก็ช่างปะไร ไม่สะเทือนผิวข้าสักนิด!


หลวงสรศักดิ์นิ่งไปบ้าง เขาก็อยากเห็นแก่ตัวเหมือนกัน นางคงไม่ลังเลเลยถ้าเขาจักพานางไปอยู่ด้วยกันที่เรือนเสียตอนนี้ แต่ชีวิตจริงไม่ได้ง่ายเช่นนั้น


“พอเสียทีแม่การะเกด ข้าขอร้อง...”


นางเบิกตา มองอีกฝ่าย ดวงตาคมคู่นั้นไม่สั่นไหวเพียงนิด


“ท่าน...ยอมแพ้จริงๆ รึ...”


ขอบตาหญิงสาวร้อนผ่าว


หลวงสรศักดิ์หลบตา มือที่กำไว้จิกแน่นขึ้น


อดทน อดทนอีกนิด แล้วทุกอย่างจักดี


การะเกดเช็ดน้ำใสๆ ที่ทำท่าจักไหลลงมานั้น นางจักอ่อนแอในเพลาเช่นนี้ไม่ได้ หญิงสาวไล่สายตามองบุคคลกงหน้า ความรู้สึกท่วมท้นเอ่อล้นในใจจนบรรยายออกมาไม่ถูก ให้นึกภาพวันที่ไม่มีเขาในชีวิตอีกต่อไปทั้งที่อยู่ใกล้แค่นี้...มันทรมานเหลือเกิน


หลวงสรศักดิ์หันปลายเท้า ตั้งท่าจักเดินกลับไป


“หมดเพลาแล้วแม่การะเกด...”


“ข้ารักท่าน”


คล้ายรอบด้านกลับกลายเป็นหยุดนิ่ง มีเพียงคนสองคนที่เคลื่อนไหว คำนางก้องกังวานซ้ำแล้วซ้ำเล่าในโสตประสาทของออกหลวงหนุ่ม


นางพูดคำนั้น...


พูดคำนั้นออกมาได้อย่างไร...


ไม่ยุติธรรมเลยแม่การะเกด


หลวงสรศักดิ์คลายหมัดลงโดยไม่รู้ตัว เรี่ยวแรงถูกสูบหายไปหมด


เขาพยายามจักเลือกทางที่ถูกที่ควร ทางที่คงจักเป็นผลดีกับทุกฝ่าย พยายามฝืนใจตนเองมากที่สุดในชีวิตแล้ว แต่กำแพงที่พยายามสร้างขึ้นเป็นปราการไม่ให้ตัวเขาข้ามผ่านความไม่เหมาะสมช่วงสองวันมานี้กลับพังทลายลงไม่มีชิ้นดี เพียงยลยินคำคำนั้นคำเดียว


เพลานี้ ชายหนุ่มไม่สนใจตรรกะเหตุผลกระไรอีกแล้ว ร่างสูงหันปลายเท้ากลับมา ขอเขาเห็นแก่ตัวเป็นครั้งสุดท้าย แค่ครั้งนี้เท่านั้น ออกหลวงรั้งตัวนางเข้าสู่อ้อมกอด สัมผัสอุ่นแผ่ซ่าน การะเกดฝังใบหน้าลงกับไหล่เขา


เนิ่นนานด้วยความเต็มใจ

 

 

 

 

 


ขอโทษที่ช้าอีกแล้วค่ะ


ขอบ่นยาวอีกแล้ว 55555

ตอนนี้เป็นตอนที่เราแก้แล้วแก้อีก เหนื่อยมากเลยค่ะ

พอพิมพ์ไปสัก 7-8 หน้า ก็ลบทิ้งหมด พิมพ์ใหม่ วนซ้ำอยู่หลายรอบ ก็ไม่พอใจสักที

จนถึงจุดอิ่มตัวที่ว่า ถ้าต้องแก้อีกคงจะไม่ดีขึ้น ดีไม่ดีจะแย่ลง 

เลยตัดสินใจพิมพ์เวอร์ชันสุดท้ายแล้วอัพเลยค่ะ

รู้สึกตอนหลังๆ แต่งได้ไม่ดีเท่าที่ควรเลย ขอโทษด้วยนะคะ





เมื่อไม่กี่วันมานี้ เราเห็นว่ามีนักเขียนคนหนึ่งได้รับคอมเม้นจากนักอ่านเกี่ยวกับเรื่องอัพช้าที่ค่อนข้างรุนแรง เราเลยหันมองเรื่องตัวเอง รู้สึกว่าโชคดีจริงๆ ที่นักอ่านที่ผ่านมาอ่านเรื่องของเราน่ารักทุกคนเลย เราไม่เคยได้รับคอมเม้นทำร้ายจิตใจแม้แต่คอมเม้นเดียว ขอบคุณนะคะ


และทุกคนเป็นกำลังใจให้มาต่อจนจบจริงๆ นะ ทุกคนอดทนเก่งมากค่ะ แม้จะเหลือกันอยู่ไม่กี่คนก็เถอะ 5555 ขอบคุณกี่ครั้งจะพอ...


ขอบคุณแฟนคลับทุกคนที่ยังติดตาม รวมถึงคนใหม่ๆ ด้วยนะคะ ขอบคุณทุกเม้น ทุกกำลังใจค่ะ แล้วเจอกันตอนต่อไปค่ะ รักทุกคน <3 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 112 ครั้ง

326 ความคิดเห็น

  1. #325 Olivia1112 (@Dnrd) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 10 เมษายน 2562 / 23:19
    น้ำตาร่วงเลย โอ้ย! เป็นแบบนี้อึดอัดจัดๆ
    #325
    0
  2. #320 Merrie J. (@0818966076) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2562 / 17:51

    ทนไม่ไหวตามทั้งสองคนจนน้ำตาหยดเลยค่ะ เรายังรอนะ รอคุณกลับมาต่อนะคะ

    #320
    0
  3. #319 จิวซิน (@Toey-098973) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2562 / 13:34
    ไรท์คะรออยู่น้าา #สนุกมากเลยค่ะ
    #319
    0
  4. #314 Boo_Sky (@PhaphanOnchan) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 16 สิงหาคม 2561 / 16:39
    อ่านรวดเดียวจบเลยค่ะ สนุกมากๆเลย&#10084;&#65039;
    #314
    0
  5. #313 lolitaxxxMJ (@lolitaxxxMJ) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 9 สิงหาคม 2561 / 21:00
    อยากติดตามต่อเลยล่ะค่ะว่าเรื่องราวจะเป็นยังไง จะจัดการความรู้สึก ไหนจะพ่อเดช แล้วจะมีเกดสุรางค์มั้ย รอติดตามนะคะ รีบมาอัพเน้อ :)
    #313
    0
  6. #312 -CHOMPINK- (@-CHOMPINK-) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 5 สิงหาคม 2561 / 21:47
    สำนวนภาษาดีมากจริงๆค่ะ ;_;
    #312
    0
  7. #311 Antemeridiem (@Antemeridiem) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2561 / 20:05
    พ่อเดื่อ คือ อยู่บนพื้นฐานของความจริงมากๆ รักน้องสุดหัวใจน่ะ แต่ความถูกต้อง ต้องมาก่อนความถูกใจ แม่การะเกดเองก็ต้องการจะอยู่กับคนที่ตัวเองรัก พยายามทำตามเสียงหัวใจจนถึงที่สุด ไม่รู้จะเป็นยังไงต่อกับทางแยกนี้ น่าเห็นใจทั้งคู่จริงๆ ต่างคนต่างมีเหตุและผลในการกระทำของตนเอง
    #311
    0
  8. #310 Kim Teaoh (@meijimeijimeiji) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2561 / 18:09
    เเค่ไรท์ไม่ทิ้งรีดก็รอได้ค่ะฮืออออ พ่อเดื่อนี่ก็นะมันอาจจะไ่ม่ได้เป็นเเบบที่คิดก็ได้ ถ้าทิ้งการะเกดไปขอให้พ่อเดขมาจีบการะกดดูซิว่าจะยังทนได้มั้ย
    #310
    0
  9. #309 chnl. (@ahayoi) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2561 / 13:12
    ชอบตอนนี้มากค่ะ ทุกอย่างดูอยู่บนความจริง พ่อเดื่อไม่ทำตามใจเพราะคิดถึงแม่การะเกด มันบีบหัวใจแต่ก็ดีมากเลยค่ะ ชอบมาก ขอบคุณนะคะ
    #309
    0
  10. #308 Aul_jung (@auljumungming) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2561 / 13:04
    ถถถถถถถถถ ชีวิตช่างยากเย็นเหลือเกินเจ้าค่ะ แต่แค่ลองดูคงไม่เสียหายกระไรมากนักดอกเจ้าค่ะ ข้าเอาใจช่วยนะเจ้าคะ
    #308
    0
  11. #307 Orawat1549 (@Orawat1549) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2561 / 06:15
    พ่อเดื๊ออออไม่ยากเลย
    #307
    0
  12. #306 usaonly (@usaonly) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2561 / 00:41

    แหมทีพ่อเดื่อจะบอกรักการะเกดห้ามไว้ไม่ให้พูด แต่พอถึงเวลาต้องจากกันการะเกดบอกรักพ่อเดื่อซะเอง ทั้งสองจะยอมไปพูดกับท่านออกญาและพ่อเดช ไหมนะ บางทีเรื่องมันอาจะไม่ยากอย่างท่ีทั้งสองคิดก็ได้ ขอบคุณท่ีมาอัพเดทค่ะ ถึงช้าก็ไม่เป็นไร เข้าใจค่ะว่านักเขียนบางท่าน มีติดเรียน ติดงานท่ีทำอยู่ประจำ ยังใจดีเจียดเวลาอันมีค่ามาเขียนนิยายให้พวกเราอ่านนี่ก็ซึ้งใจมากแล้วค่ะ ไรท์สู้ๆ นะคะ จะเป็นกำลังใจให้ค่ะ จะรออ่านไม่หนีไปไหนหรอกค่ะ *_*

    #306
    0
  13. #305 eurisart (@eurisart) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 23 กรกฎาคม 2561 / 23:38

    แอบตามอยู่เงียบๆนะคะ ???? เข้าใจว่าของแบบนี้ต้องใช้เวลา

    #305
    0
  14. #304 emmielyn (@emmielyn) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 23 กรกฎาคม 2561 / 23:30
    สู้ๆนะคะไรท์ รอได้ค่ะ คนเราต่างก็มีหน้าที่ที่ต้องทำ อัพตามที่ไรท์สะดวกได้เลยนะ^^
    #304
    0
  15. #303 Triciara Tesnes (@chaiareelert) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 23 กรกฎาคม 2561 / 21:15
    สู้ๆนะคะไรท์ เป็นกำลังใจให้ค่า
    #303
    0
  16. #302 Lilmooitsme (@Mookub3126) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 23 กรกฎาคม 2561 / 21:12
    แค่เธอมาแต่งมาอัพให้เราอ่านเราก็ดีใจมากละอะจริงๆนะ เป็นกำลังใจให้เสมอนะ นานเท่าไหร่ก็รอได้
    #302
    0