ตอนที่ 1 : ตอนที่ 1 ประสบพบเจอ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5874
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 199 ครั้ง
    9 เม.ย. 61





ตอนที่ 1

ประสบพบเจอ

 


ข้าอยู่ผู้เดียวในความมืด

รู้สึกถึงความหนาวเหน็บและความหวาดกลัว

ข้าเหนื่อยเหลือเกิน

สั่นกลัวท่ามกลางผู้คนที่โหดร้าย จงเกลียดจงชังข้า

แล้วข้า...ก็ได้ยินเสียงคนผู้หนึ่งห่างออกไป

 


“แม่--ห--ญิง---แม่หญิง...ได้ยินฤาไม่? แม่หญิง!


ร่างระหงสะดุ้งเฮือก ตาเบิกโพลง ลมหายใจหอบถี่ ร่างทั้งร่างเปียกปอนไปเสียหมด นางตวัดสายตามองเจ้าของเสียงทุ้มต่ำที่ดังใกล้ๆ ตนอย่างรวดเร็ว


ผู้ใดกัน


          นั่นคงมิใช่คำถามแรกที่ปรากฏในห้วงความคิดนางเป็นแน่ หากแต่เท่าที่สติจะพึงรับรู้ได้ กลับตั้งคำถามได้เพียงนี้เท่านั้น ทว่าเมื่อความรู้สึกเริ่มกลับสู่สรรพางค์กาย ความเย็นเยียบแผ่ซ่านจนร่างเล็กสั่นสะท้าน มือทั้งสองข้างรวบต้นแขนไว้แน่น ริมฝีปากที่เคยเป็นสีสดสวยกลับซีดจนน่าตกใจ


          สายตานางเริ่มสอดส่องทัศนียภาพรอบกาย


          ต้นไม้ ต้นไม้ ต้นไม้...ในป่างั้นฤา? เกิดสิ่งใดขึ้น?


          หญิงสาวค่อยๆ ขยับตัวลุกจากพื้นดินชื้นแฉะ มีเพียงผ้าบางๆ รองระหว่างตัวนางกับพื้นดินเท่านั้น


          มือแกร่งถือวิสาสะช่วยพยุงร่างของนางให้นั่งช้าๆ ผ้าหนาผืนหนึ่งนำมาคลุมไหล่คลายความหนาวให้หญิงสาวด้วยเบามือ


          “ออเจ้าเป็นอย่างไรบ้าง?


          ร่างเปียกปอนไม่สนใจคำถามนั้น เมื่อทรงตัวได้ก็ขยับร่างออกห่างชายแปลกหน้าทันที ดวงตาแข็งกร้าวจ้องหน้าคนผู้นั้นเขม็ง สายตาไม่เป็นมิตร ไม่พอใจ ไม่วางใจถูกส่งให้อีกฝ่ายอย่างต่อเนื่อง


          “ออเจ้าไม่ต้องกลัว ข้าไม่ทำกระไรออเจ้าดอก”


          ชายผู้นั้นเพียงกล่าวอย่างใจเย็น มิได้ขยับเข้าใกล้นางแม้เพียงคืบ


          แต่แม่หญิงเองก็หาได้สนใจไม่ นางเพียงหันมองรอบๆ สายตาขุ่นเคืองฉายชัดขึ้นทุกขณะ ริมฝีปากเม้มแน่น เมื่อไม่เห็นวี่แววของบ่าวคนสนิท ลมหายใจเริ่มถี่แรง ก่อนนางจะรวบรวมเสียงตะโกนขึ้นอย่างไม่สนหน้าอินทร์หน้าพรหม


          “อีผิน! อีแย้ม! พวกมึงอยู่ที่ไหน!?


          ชายหนุ่มนิ่งไปกับกิริยาไม่สมเป็นแม่หญิงที่มีดวงหน้างดงามเช่นนี้


          “ใจเย็นก่อนเถิด บ่าวของออเจ้าอยู่ไม่ไกลจากกงนี้ดอกหนา”


          “ก็ไปเรียกพวกมันมา! ปล่อยให้ข้าอยู่กับผู้ใดก็ไม่รู้ อีบ่าวบรรลัย!


หญิงสาวสบถคำผรุสวาทไม่หยุด เรียกให้คิ้วของผู้ฟังต้องขมวดเข้าหากันอย่างไม่ชอบใจ หน้าตาก็ออกสะสวย จนเกือบจะหลงเสน่ห์เข้าให้ หากมีกิริยาอ่อนหวานคงจักดีไม่น้อย แต่ชะ! ดูวาจาที่กล่าวออกมาแต่ละคำ ไม่สมกับดวงหน้าเอาเสียเลย น่าผิดหวังจริงๆ


“ข้ามิใช่ผู้ใดก็ไม่รู้ ข้าคือออกหลวงสรศักดิ์ ออเจ้าเล่า เป็นผู้ใดมาจากไหน?


แม่หญิงเมินเฉยกับคำกล่าวแนะนำตัวเองของเขา ยันตัวลุกขึ้นอย่างรีบร้อนจนเสียหลัก หลวงสรศักดิ์ผุดลุกตามอย่างตกใจ เกือบคว้าตัวนางเพื่อช่วยเหลือ แต่กลับถูกนางปัดมือออกอย่างรังเกียจ นั่นสร้างความไม่พอใจเป็นอย่างมาก


“ให้มันน้อยๆ หน่อยหนาออเจ้า ข้าช่วยออเจ้าจากเรือล่ม ไม่มีแม้แต่คำขอบคุณ ทั้งยังแสดงกิริยาไร้มารยาทเช่นนี้อีก”


“พูดมากความเสียจริง น่ารำคาญ”


“ชะ! ดูวาจาเข้า รู้อย่างนี้ ข้าคงปล่อยให้ออเจ้าจมน้ำตายไปเสีย ทำคุณบูชาโทษแท้ๆ”


หลวงสรศักดิ์ลืมสิ้นถึงความเสน่หาที่รู้สึกในคราแรกยามเห็นดวงหน้านาง บัดนี้แม้แต่จะชายตามองยังไม่ต้องการ แม่หญิงผู้นี้นี่กระไรกัน ดูท่าจักมีดีเพียงแค่ดวงหน้าเท่านั้นหนา


“โน่น! อยากจักไปหาบ่าวของออเจ้าก็ไปทางโน้น เชิญ!


หญิงสาวกำมือแน่น เอ๊ะอ้ายชายผู้นี้เป็นกระไร เมื่อกี้ยังพูดดี ส่งสายตาหวานแทะโลม ชวนเวียนหัว มาบัดนี้เสียงแข็ง หน้าตึง ดูพิกลเสียจริง แต่นางก็เพียงข้องใจเท่านั้น พ่นลมหายใจเหนื่อยหน่ายใส่ทีหนึ่ง ก่อนดวงหน้างามจะสะบัดหนีไม่สนใจเช่นเคย สองเท้าก้าวฉับๆ ไปทางที่ออกหลวงหนุ่มชี้โดยไว


นางผิน นางแย้ม ต่างก็มีสภาพเปียกปอนไม่ต่างจากผู้เป็นนาย ขณะนี้เพิ่งได้สติขึ้นมาจึงรีบรุด จะไปดูแลแม่นายให้เร็วที่สุด สองบ่าวกุลีกุจอ ไม่ทันไรก็เห็นแม่นายก้าวมาทางพวกตน ดวงหน้าถมึงทึง มาถึงก็ลงโทษบ่าวทันที


เพี๊ยะ! เพี๊ยะ!


มือขวาฟาดเข้าที่แก้มผินและแย้มเต็มแรง


“พวกมึงมัวทำกระไรอยู่! อีบ่าวจังไร!


“ขออภัยแม่นาย...บ่าวผิดไปแล้วเจ้าค่ะ...”


“บ่าวผิดไปแล้วเจ้าค่ะแม่นาย”


ผินกับแย้มละล่ำละลักกล่าวขอโทษ คุกเข่าก้มหัวติดดิน น้ำตาคลอหน่วย สักพักเห็นแม่นายเงียบไป ทั้งสองจึงเงยหน้าขึ้น เห็นแม่นายหน้าซีด ซวนเซเหมือนจักวูบจึงรีบลุกประคอง


“แม่นาย! แม่นายของบ่าว...”


บ่าวทั้งสองค่อยๆ พาแม่นายมานั่ง โบกพัดให้พัลวัน


“คอยดู กูจัก...ลงโทษพวกมึง...ให้สาสม”


หญิงสาวคาดโทษบ่าวทั้งที่เรี่ยวแรงจักพูดก็น้อยนิดเหลือทน


หลวงสรศักดิ์เดินตามมาทีหลัง ปรายตามองนางอย่างระอา แม่หญิงผู้นี้ช่างผิดแผก ไม่เหมือนแม่หญิงทั่วไปที่เขาเคยพบ ดูสภาพร่อแร่ ยังจักทำตัวกร่าง


“ดื้อเสียจริง” เขาส่ายหน้า


ชายหนุ่มก้าวผ่านทั้งสามไป พูดกับสหายร่วมทางของตนที่ยืนอยู่แถวนั้นสองสามคำ พวกเขาเดินทางผ่านมาขณะที่เรือของพวกนางล่ม จำต้องช่วยอย่างเสียไม่ได้ ซึ่งสหายของหลวงสรศักดิ์ คนหนึ่งก็เป็นขุนนางสังกัดกรมเมืองเช่นเดียวกัน ส่วนอีกคนไม่ได้เป็นขุนนาง หากแต่เป็นลูกศิษย์ของอาจารย์ชีปะขาวร่วมเดินทางไปเมืองเชียงใหม่ด้วยกัน


“แล้วจักเอาอย่างไรต่อไปฤา พ่อเดื่อ”


“เรือพวกนางแตกร้าวเช่นนั้น คงจักใช้การต่อไม่ได้ หากให้เรือของพวกเราไปก็คงจักไม่เป็นการดีเช่นกัน ข้าคิดว่าทางที่ดี พวกนางเห็นจักต้องเดินทางไปเมืองเชียงใหม่พร้อมกับพวกเราก่อนกระมัง แลค่อยหาเรือออกท่าอีกที”


“จริงดังพ่อเดื่อว่า แถวนี้เองก็ไม่มีผู้อาศัยอยู่เสียด้วย”


“เช่นนั้นแล ข้าฝากพ่อฉัตร พ่อเชิดไปเจรจากับพวกนางทีหนา”


“เหตุใดพ่อเดื่อไม่ไปบอกกล่าวเองเล่า?


“แม่หญิงผู้นั้นคงจักไม่ค่อยชอบหน้าข้าเท่าใดนัก” หลวงสรศักดิ์เหลือบมองอย่างเย็นชา


เมื่อสหายเห็นท่าทีของออกหลวงหนุ่มก็ได้แต่สงสัยว่านางไม่ชอบหน้าเขา หรือเขาไม่ชอบหน้านางกันแน่ แต่ก็แปลกนัก แม่หญิงหน้าตางดงามสะสวยเพียงนั้น ควรจะถูกตาต้องใจพ่อเดื่อมากกว่าหนา ไม่รู้ว่าเมื่อครู่เกิดสิ่งใดให้ระคายใจกัน


นายฉัตรกับนายเชิดก็ไม่ได้ใส่ใจให้มากความ ก้าวตรงไปพูดกับนายบ่าวสามคนนั้นทันที เมื่อได้ความก็มาบอกกล่าวหลวงสรศักดิ์


“พวกนางยอมไปกับเราแล้วหนา”


ผู้ฟังพยักหน้าส่งๆ ไม่เหลือความสนใจเท่าใดนัก แม้แต่สีหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออกของสหาย ชายหนุ่มก็ไม่ได้พินิจดูแต่อย่างใด ดูท่าแล้ว กว่าจักเจรจาให้ได้ความคงลำบากมิใช่น้อย


จัดแจงข้าวของลงเรือกันเรียบร้อย ก็จัดแจงคนลงเรือ


ไม่นาน เรือก็เทียบท่าเมืองเชียงใหม่



 

ค่ำแล้ว


คณะเดินทางออกหลวงสรศักดิ์ที่เดิมมีเพียงสามคน ขณะนี้เพิ่มมาอีกสาม ได้เดินทางด้วยเทียมเกวียนมาถึงค่ายเก่าของกองทัพพระยาสีหราชเดโชชัย อันเป็นกองทัพรักษาการ ครั้งที่ขุนหลวงนารายณ์ตีเมืองเชียงใหม่กลับคืนจากพม่ามาได้


ผ่านมายี่สิบกว่าปี ค่ายเกือบถูกทิ้งร้าง มีการสร้างค่ายใหม่ที่ดีกว่า


ออกหลวงสรศักดิ์มาที่นี่ตามหน้าที่ของกรมเมืองในการรักษาความสงบเรียบร้อยในราชธานีและปริมณฑล ปราบปรามโจรผู้ร้าย ซึ่งขณะนี้มีข่าวลือว่าทางพม่าส่งกำลังจักตีเมืองเชียงใหม่อีกครา ไม่มีเค้ามูลที่น่าเชื่อถือนัก ขุนหลวงนารายณ์จึงเพียงส่งคนมาดูลาดเลาเท่านั้น แต่นั่นก็มิใช่เหตุผลเดียว ที่แห่งนี้เป็นเมืองอาศัยเดิมของผู้เป็นแม่ของเขาด้วย เป็นโอกาสดีที่จักถามไถ่คนเก่าคนแก่ว่าผู้เป็นพ่อของเขาคือผู้ใดกันแน่


ก็เพียงอยากให้แน่ใจ


หลวงสรศักดิ์กับสหายอีกสองคนขนของเข้ากระโจมโดยไม่รีรอ เติมฟืนสุมไฟ ป้องกันภัยจากสัตว์ร้าย


เมืองเชียงใหม่ไม่เหมือนอโยธยา รอบด้านยังคงเป็นที่สูง ภูเขา และแมกไม้ทึบทึม


ผิน แย้ม และแม่นายทำได้เพียงมองสามหนุ่มเท่านั้น พวกนางไม่เคยบุกป่าฝ่าดง หรือตั้งค่ายนอกตัวเมืองเช่นนี้มาก่อน


เมื่อเห็นว่าทุกอย่างเรียบร้อยดีแล้ว สตรีทั้งสามจึงค่อยก้าวไปนั่งใกล้ๆ กองไฟเพื่อคลายความหนาว


“เดินทางมาเหน็ดเหนื่อย ดื่มน้ำหน่อยเถิดแม่หญิง”


นายฉัตรส่งน้ำให้อย่างเอื้อเฟื้อ


หญิงสาวปรายตามอง


“น้ำกระไร?


“น้ำจากแม่น้ำใกล้ๆ นี้ ไม่ต้องห่วงหนาแม่หญิง กงนี้เป็นต้นน้ำ ไม่สกปรกดอก”


หญิงสาวยังคงไม่รับมา จนผินกับแย้มต้องสะกิดให้รับมาด้วยมารยาท นางถลึงตามองบ่าวอย่างคาดโทษ แต่ก็จำใจรับมา ยกดื่มจิบหนึ่งก็บ้วนทิ้งทันที


“น้ำนี่ไม่สกปรกรึ!? นี่พวกท่าน แค่ดื่มอึกเดียวก็เฝื่อนคอเช่นนี้ ไม่มีที่ดีกว่านี้แล้วฤา!


สามหนุ่มอึ้งไป


“อีผิน! ไปหาน้ำที่ดีกว่านี้ให้ข้า น้ำนี่สกปรกเหลือทน”


ผินก้มหน้าด้วยรู้ว่าคำที่แม่นายที่เพิ่งกล่าวนั้นช่างไม่รู้ฟ้าสูงแผ่นดินต่ำนัก


“หึ แม่นายของเอ็งเป็นผู้ใด มีสิทธิ์มีเสียงมากนักฤา?”


หลวงสรศักดิ์หันมาพูดกับนางผิน ชายหนุ่มแทบจักพ่นหัวเราะออกมาอยู่แล้วหนา นี่นางถูกอบรมมาอย่างไร ไร้มารยาทสิ้นดี เขาเหลือบมองหญิงสาวที่ยังดูร่างกายอ่อนแออยู่ไม่น้อย หากแต่ดวงตากลับไม่มีแววอ่อนแอเพียงนิด นางจ้องตอบเขาอย่างไม่เกรงกลัว 


“ไม่มีผู้ใดต้องไปไหนทั้งนั้น หากดื่มกินไม่ได้ ก็ไม่ต้อง” ชายหนุ่มกล่าวทั้งยังจ้องหญิงสาวไม่วางตา


“อีผินเป็นบ่าวของข้า ท่านอย่าสาระแน”


“วาจาหยาบช้าเสียจริง คงมิเคยถูกอบรมมากระมัง เป็นลูกหลานคนป่าแถบไหนกันเล่า”


“นี่ท่าน! ดูถูกข้างั้นรึ! ข้าก็มีหัวนอนปลายเท้า! ข้าชื่อการะเกด เป็นลูกสาวพระยารามณรงค์แห่งเมืองสองแคว มิใช่หญิงป่าอย่างที่ท่านว่า!


“แม่หญิงการะเกด? ลูกสาวพระยารามณรงค์...เป็นถึงธิดาพระยา แต่กิริยากลับ...”


หลวงสรศักดิ์ไม่พูด กลับใช้สายตามองไล่หัวจรดเท้าแลส่ายหน้า นั่นยิ่งเพิ่มโทสะให้กับหญิงสาวมากขึ้น


“ท่าน!” การะเกดลุกขึ้นหมายจะเดินไปตบหน้าชายปากร้ายนี่สักที


“แม่นายเจ้าขา...อย่าเจ้าค่ะ” ผินกับแย้มต้องรีบห้ามทัพ


การะเกดสะบัดตัวจากมือบ่าวที่รั้งไว้ หันมาตบหน้าผินกับแย้มแทนเพื่อระบายอารมณ์


“พวกมึงเป็นบ่าวผู้ใดกันแน่!


หญิงสาวทิ้งตัวนั่งตามเดิมอย่างไม่พอใจ


กิริยาเมื่อครู่ยิ่งทำให้สามหนุ่มตะลึงงัน แม่หญิงผู้นี้...ร้ายกาจกว่าแม่หญิงทั่วไปนัก นี่ขนาดร่างกายยังไม่หายดี ยิ่งเรี่ยวแรงมากเพียงนี้


“จะว่าไป เหตุใดแม่หญิงถึงเรือล่มได้เล่า กำลังจักไปที่ใดงั้นฤา?” นายเชิดถาม


นั่นทำให้การะเกดได้ฉุกคิด จริงสิหนา ก่อนหน้านี้เกิดสิ่งใดขึ้นกันแน่


หญิงสาวจมลงในห้วงความคิด เป็นเหตุให้ผินกับแย้มต้องอธิบาย


“แม่นายกับบ่าวกำลังจักไปอโยธยาเจ้าค่ะ”


“อโธยารึ? แล้วเหตุใดพายเรือขึ้นเหนือ”


“คือ...” ผินกับแย้มมองหน้ากันแลก้มหน้าด้วยความอาย


“อย่าบอกหนาว่า ไม่รู้ทาง”


สองบ่าวพยักหน้า


“แล้วเหตุใดต้องพายกันเอง เมื่อไม่รู้ทางก็ให้คนอื่นพายให้” หลวงสรศักดิ์ตำหนิ


“มีคนพายให้เจ้าค่ะ” แย้มเงยหน้าบอก


สามหนุ่มมุ่นคิ้ว


“ข้าไม่เข้าใจ” นายฉัตรเอ่ยออกมาก่อน


“คนพาย...จงใจพายขึ้นเหนือเจ้าค่ะ”


“นั่นยิ่งทำให้ข้าไม่เข้าใจ”


“คือว่า...”


ยังไม่ทันที่ผินกับแย้มจะอธิบายต่อ การะเกดก็ผุดลุกขึ้น มือทั้งสองกำแน่นข้างกาย


“มันจักฆ่าข้า”


“ฆ่ารึ? ....ผู้ใดกัน?


“คนทุกผู้ในเรือน อ้ายอีพวกนั้นชังข้ายิ่งกว่าสิ่งใด เพราะข้าเป็นลูกสาวคนเดียวของคุณพ่อ ทรัพย์สมบัติจักตกเป็นของข้าแทบทั้งสิ้น พวกมันจึงตัวสั่น หวังฉกชิงสมบัติ หาทางฆ่าข้าอยู่ทุกเมื่อ”


การะเกดพูดจบก็ก้าวเร็วๆ ไปยังกระโจมหลังหนึ่ง แยกตัวเองออกมาทันที


ผินก้าวตามไป แย้มเห็นว่าตนควรอธิบายให้ทั้งสามหนุ่มเข้าใจเสียก่อน


“เดิมที แม่นายต้องไปอโยธยาเพื่อทำการหมั้นหมายตามสัญญาของพระยารามณรงค์เจ้าค่ะ แต่ยิ่งแม่นายจักได้ความสุข ญาติสาก็ยิ่งรุมทึ้ง วางแผนล่มเรือแม่นาย ลวงว่าเป็นเรือจากอโยธยามารับตัว แลท้ายที่สุดก็เป็นอย่างที่พวกท่านๆ เจอนั่นแลเจ้าค่ะ”


กล่าวจบแย้มก็ตามเข้ากระโจมของแม่นายไป


สามหนุ่มได้แต่มองหน้ากัน


“ก็พอจักเข้าใจที่นางมีกิริยาเช่นนั้นขึ้นมาหน่อยหนา” นายเชิดกล่าว


นายฉัตรพยักหน้าเห็นด้วย


“แต่กิริยานั่นก็ไม่สมควรทำไปถ้วนทั่ว ยิ่งออกค่ายกับพวกเรา ยิ่งจักทำให้ลำบากวุ่นวาย หากนางยังไม่โอนอ่อน เห็นทีจักต้องสั่งสอนกันสักตั้ง ฤาไม่ ก็ไล่ออกไปเสีย”


หลวงสรศักดิ์เอ่ย สายตามองตามไปยังกระโจมหนึ่งนิ่งเรียบ

 






ตอนแรกเป็นยังไงบ้างคะ? 555

รู้สึกยากลำบากในการเขียนมาก เพราะภาษาด้วย เพราะเขียนครั้งแรกด้วย

ใครผ่านมา ยังไงก็เข้ามาพูดคุยกันได้นะคะ



ที่จริงตอนคิดจะเขียนคือยังไม่มีคนชิปคู่นี้เลย

แล้วอยู่ๆ เรือนี้ก็ดูมีคนขึ้นมาค่ะ 555555

รู้ตัวอีกที ก็เห็นฟิคคนอื่นงอกออกมาสองสามเรื่องแล้ว

ยังไม่ได้ลองไปอ่านเลย มัวแต่มาเขียนของตัวเอง

คิดว่าไม่มีใครอ่านของเราก็ไม่เป็นไร แต่มีคนลงเรือเดียวกันเยอะๆ แล้วสุขใจค่ะ 55+



คิดว่าเรื่องนี้อยู่ในเรนจ์ระหว่าง 7-12 ตอนนะคะ

จะพยายามเขียนให้จบ อาจจะช้า แต่จะพยายามค่ะ!


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 199 ครั้ง

326 ความคิดเห็น

  1. #286 _winterwind (@_winterwind) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2561 / 16:15

    เพิ่งได้มาอ่านเรื่องนี้ ชอบภาษาจังเลยค่ะ

    #286
    0
  2. #180 sun02060062 (@sun02060062) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 25 เมษายน 2561 / 19:35
    <p>ชอบมากค่ะแต่งอีกนะค่ะรออยู่</p>
    #180
    0
  3. #175 aquxmbx (@aquxmbx) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 24 เมษายน 2561 / 13:39
    คงต้องฝากให้พ่อเดื่อจัดการแล้วหนา
    #175
    0
  4. #91 Phasu-14 (@Phasu-14) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 21 เมษายน 2561 / 15:09
    เริ่ดดดดด
    #91
    0
  5. #89 Amazing ammie (@Zones-amzmiezone) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 21 เมษายน 2561 / 14:33
    แซ่บมากกกสนุกกกภาษาดีมากกกกกกกกล้านตัวฮือออออ
    #89
    1
    • #89-1 smokysun (@katto-wiroon) (จากตอนที่ 1)
      23 เมษายน 2561 / 15:48
      เขินนน ขอบคุณมากนะคะะ <3
      #89-1
  6. #83 ` TOY . (@may726567) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 20 เมษายน 2561 / 22:46
    ชอบค่ะ 3///3
    #83
    0
  7. #48 Spbeliveinjb (@Spbeliveinjb) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 16 เมษายน 2561 / 19:03
    ภาษาสวยมากๆค่ะ ชอบมากๆสู้ๆนะคะไรท์
    #48
    1
    • #48-1 smokysun (@katto-wiroon) (จากตอนที่ 1)
      18 เมษายน 2561 / 20:48
      ขอบคุณค่าาา <3
      #48-1
  8. #38 Mayyongchy (@Mayyongchy) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 16 เมษายน 2561 / 10:22
    ข้าชอบยิ่งนัก
    #38
    1
    • #38-1 smokysun (@katto-wiroon) (จากตอนที่ 1)
      18 เมษายน 2561 / 20:41
      ขอบคุณนะคะะ ^^ <3
      #38-1
  9. #26 pppng_ (@pppng_) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 14 เมษายน 2561 / 00:35
    ภาษาสวยดีค่ะ อ่านลื่นไหลดี รอติดนามนะคะะะะ
    #26
    1
    • #26-1 smokysun (@katto-wiroon) (จากตอนที่ 1)
      15 เมษายน 2561 / 18:38
      ขอบคุณนะคะะะะ <33
      #26-1
  10. #5 junthip2547 (@junthip2547) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 10 เมษายน 2561 / 20:27
    สู้ๆค่าาา รออยู่นะคะ
    #5
    1
    • #5-1 smokysun (@katto-wiroon) (จากตอนที่ 1)
      11 เมษายน 2561 / 19:54
      ขอบคุณมากนะคะะะ <3 ตอนที่ 2 มาแล้วค่าา
      #5-1
  11. #4 ploy_nitcha (@ploy_nitcha) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 10 เมษายน 2561 / 13:49
    ชอบค่า ไม่นึกว่าจะมีคนเขียนจริงๆ สู้ๆนะคะ
    #4
    1
    • #4-1 smokysun (@katto-wiroon) (จากตอนที่ 1)
      11 เมษายน 2561 / 19:55
      เขียนมาได้งงๆเหมือนกันค่ะ 55555 ขอบคุณนะคะะะ
      #4-1
  12. #3 TobiraSenju (@TobiraSenju) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 10 เมษายน 2561 / 04:39
    รอตอยต่อน้ารู้สึกว่าชอบ~=&#8710;= ก็ชอบทุกเรื่องที่พ่อเดื่อเป็นพระเอกแหละคริๆ
    #3
    2
    • #3-1 TobiraSenju (@TobiraSenju) (จากตอนที่ 1)
      10 เมษายน 2561 / 04:40
      *ตอน =&#8710;=
      #3-1
    • #3-2 smokysun (@katto-wiroon) (จากตอนที่ 1)
      11 เมษายน 2561 / 19:56
      พ่อเดื่อช่างกร๊าวใจเหลือเกินนน //////// ขอบคุณมากนะค้าา
      #3-2
  13. #2 MIKAN_MIKAN (@MIKAN_MIKAN) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 9 เมษายน 2561 / 20:24
    เราลงเรือลำเดียวกันแล้ววว สู้ๆน้า
    #2
    1
    • #2-1 smokysun (@katto-wiroon) (จากตอนที่ 1)
      11 เมษายน 2561 / 19:57
      ขอบคุณมากเลยค่ะะะ ช่วยกันพายคนละไม้ละมือ 555555
      #2-1
  14. #1 Sabrina_yok (@Sabrina_yok) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 9 เมษายน 2561 / 19:16
    สู้ๆค่ะ รออ่านอยู่นะค่าาาา
    #1
    1
    • #1-1 smokysun (@katto-wiroon) (จากตอนที่ 1)
      11 เมษายน 2561 / 19:58
      เม้นแรกของเราเลยยยย ขอบคุณมากเลยนะคะะะ รักกก <3
      #1-1