ซวยแล้วไง! ผมเกิดใหม่เป็นจอมมาร [Yaoi]

ตอนที่ 4 : บทที่ 4 (50%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 494
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 61 ครั้ง
    15 ก.ย. 62

“มีคนลอบเข้าห้องท่านจอมมาร”

“มีคนลอบเข้าห้องท่านจอมมาร?” หลิวอันทวนคำ ก่อนจะมีสีหน้าแตกตื่น “แย่แล้ว มีคนร้ายลอบเข้าห้องท่านจอมมาร”

ชุนฉางหมิงยังไม่ทันได้บอกด้วยซ้ำว่าเป็นคนร้าย แต่หลิวอันก็แตกตื่นจนไม่อาจจะรั้งไว้ได้อีก ร่างผอมแห้งผุดลุกจากเตียงนอนพร้อมกับแผดเสียงตะโกนลั่น “ช่วยด้วย! มีคนทำร้ายท่านจอมมาร”

ด้านจิ่วเยี่ยที่กำลังโรมรันกับคนบนเตียงเมื่อได้ยินเสียงคนตะโกน ก็จ้องคนใต้ร่างด้วยแววตาวาวโรจน์ พร้อมกับเค้นเสียงต่ำ

“ท่านรู้จริงๆ ว่าข้าเป็นคนลงมือวางยา”

“ศิษย์น้องมีอะไรก็พูดจากันดีๆ” หลิวอี้เทียนรับรู้ถึงไอสังหารรุนแรงจากคนที่คร่อมร่างอยู่ จึงคิดจะเอ่ยประนีประนอม แต่ไม่คาดว่ายังเอ่ยไม่ถึงไหน ในมือข้างหนึ่งของจิ่วเยี่ยมีกริชอยู่ตั้งแต่เมื่อใดไม่รู้

“ศิษย์พี่ ในที่สุดก็มีวันนี้ ท่านปิดบังข้าไม่ได้หรอก ท่านถูกพิษและยามนี้เพราะอาการพิษทำให้ท่านไม่สามารถใช้วรยุทธ์ได้ ดังนั้นขออภัยที่ข้าต้องทำเช่นนี้ ท่านเป็นคนบีบคั้นข้าเอง” เอ่ยจบจิ่วเยี่ยก็ปักกริชมาที่หน้าอกข้างซ้ายของคนใต้ร่าง แต่ยังไม่ทันที่กริชจะปักลงไป ร่างสีขาวยาวเหมือนเส้นเชือกก็ทะยานเข้าใส่แขนของจิ่วเยี่ย

งูสีขาวเลื่อมมุกตัวนั้นนั่นเอง มันกัดแขนของจิ่วเยี่ยจนเขี้ยวจมลึก เลือดสดๆ ไหลซึมออกมาตามรอยเขี้ยวอันแหลมคมนั้น ด้วยความเจ็บปวดจิ่วเยี่ยจึงสะบัดงูนั้นจนมันกระเด็นไปชนเสาเตียงร่วงกราวลงมาบนที่นอน

หลิวอี้เทียนใช้จังหวะนั้นผลักร่างของจิ่วเยี่ยออก ไม่คิดว่าผลักแค่ครั้งเดียวร่างของจิ่วเยี่ยกลับกระเด็นไปชนผนังเสียงดังอัก

หลิวอี้เทียนตกใจที่พลังการผลักไสของตนเองรุนแรงจนทำให้คนอื่นกระเด็นไปติดผนังได้ แต่ก็คิดว่าคงเป็นอะดรีนาลีนที่ตกใจสุดขีดเพราะถูกผู้ชายขึ้นคร่อม แต่ก็ตกใจได้ไม่นานเมื่อได้ยินเสียงฟ่อๆ ด้านข้าง เห็นงูขาวเลื้อยเข้ามาหาด้วยท่าทางช้ากว่าเดิมก็คิดว่ามันคงจะบาดเจ็บ

“เจ้างู แกมาช่วยฉัน เป็นอะไรหรือเปล่า” หลิวอี้เทียนถามเจ้างูขาวด้วยความเป็นห่วง มือสองข้างคิดจะกอบมันขึ้นมาแต่ก็ยังรู้สึกไม่ค่อยชอบอยู่ดีจึงชะงักนิ่ง เป็นงูขาวที่เลื้อยขึ้นมาบนมือเขาเลื้อยไปทันอยู่บนท่อนแขนข้างหนึ่ง

แม้จะรู้สึกไม่ดี แต่หลิวอี้เทียนก็สำนึกในบุญคุณที่เจ้างูขาวช่วยชีวิต เขาจึงไม่คิดจะปัดมันออก

ขณะที่หลิวอี้เทียนคิดจะหาทางหนีประตูห้องก็ถูกเปิดออกอีกครั้ง เขาคิดว่าเป็นองครักษ์ผู้คุ้มครองเขาก็อดดีใจไม่ได้ แต่ก็ดีใจได้แค่อึดใจเดียวเพราะเมื่อได้ยินคนมาใหม่พูดก็รู้แล้วว่าเป็นพวกเดียวกับจิ่วเยี่ย

“อาเยี่ยคนกำลังมาแล้ว ต้องรีบจัดการ”

จิ่วเยี่ยเห็นเกาฝูฉีเข้ามาก็รีบบอก “เขาถูกพิษจริง”

เพราะด้วยทุกครั้งที่หากหยวนเฮยสือลงมือซัดคนแม้จะไม่เต็มกำลังแต่จะต้องแรงมากกว่านี้ ดังนั้นจิ่วเยี่ยจึงคิดว่าเป็นเพราะหยวนเฮยสือถูกพิษ แรงซัดจึงลดลง ไม่ได้คิดว่าที่จริงแล้วเป็นการผลักออกไปมั่วๆ ของหลิวอี้เทียน

“เช่นนั้นก็ร่วมมือกัน รีบจัดการเขาเสีย” น้ำเสียงของเกาฝูฉีปรีดาเป็นอย่างยิ่งมือข้างหนึ่งก็ถือกระบี่ด้านยาวชี้เป้าไปที่เจ้าของห้อง ไม่นานคนทั้งสองก็พุ่งพรวดตรงเข้าหาหลิวอี้เทียนอีกครั้ง

หากเป็นเรื่องสู้กันตัวต่อตัว หลิวอี้เทียนก็ไม่มั่นใจว่าตัวเองจะสู้ใครได้ แต่นี่คนทั้งสองใช้อาวุธอีกทั้งยังเป็นวิทยายุทธ์ หลิวอี้เทียนก็ไม่หาเรื่องเจ็บตัวให้กับตนเอง อีกทั้งยังเป็นการรนหาที่ตายอีกต่างหาก เห็นแจกันใบใหญ่อยู่ข้างเตียงก็ยกทุ่มใส่คนทั้งสองแล้วกระโดดหนีออกนอกหน้าต่างไป ปากก็ยังก่นด่าด้วยความไม่พอใจ

 “ยังมาอยู่นี้ไม่ถึงสองวันดีจะให้ตายอีกหรือไง บ้าเอ๊ย! เกิดใหม่ในร่างไหนไม่เกิด ดันเกิดใหม่อยู่ในร่างจอมมาร ซวยชะมัด”

เหลียวหลังไปเห็นชายสองคนตามมาติดๆ เขาก็ไม่คิดอะไรอีกแล้ว ทำอย่างเดียวคือหนีเอาตัวรอด

พ้นร่างของคนทั้งสามไป หลิวอันที่ถูกมือใหญ่ของชุนฉางหมิงอุดเอาไว้ก็รีบดันมือเขาออก วิ่งไปที่ห้องของท่านจอมมาร เมื่อเห็นว่าในห้องว่างเปล่าเขาก็มองชุนฉางหมิงด้วยแววตางงงวย “ท่านปิดปากข้าทำไม”

ชุนฉางหมิงทำไปโดยสัญชาตญาณในตอนนั้นเขาคิดว่าหากหยวนเฮยสือตายไปก็คงดีไม่น้อย แต่เมื่อถูกเด็กหนุ่มถามเขาจึงตอบไปว่า “ข้ายังไม่ได้บอกเจ้าแล้วว่าเป็นคนร้าย หากไม่ใช่เล่า อีกอย่างเจ้าตะโกนเช่นนี้คนร้ายก็ยิ่งแตกตื่น ท่านจอมมารใช่ว่าจะถูกทำร้ายได้ง่ายๆ”

“ก็จริง” หลิวอันพยักหน้า

“คนร้ายอยู่ที่ใด” เหล่าผู้คุ้มกันยี่สิบกว่าคนเพิ่งจะมาถึง ทุกคนมองไปยังห้องท่านจอมมารที่ว่างเปล่า

“ข้าได้ยินเสียงหน้าต่าง คาดว่าพวกมันคงหนีออกไปทางหน้าต่าง ส่วนท่านจอมมารคงออกไปตามล่าพวกมัน” ชุนฉางหมิงตอบไปตามรูปการณ์

“เช่นนั้นพวกเรารีบตามท่านจอมมารไป” หัวหน้าผู้คุ้มกันหันไปสั่งคนอื่น ก่อนจะรีบตามท่านจอมมารไป

“ข้าไปด้วย” หลิวอันรู้สึกแปลกๆ จึงวิ่งตามไป

“พี่ใหญ่เกิดสิ่งใดขึ้น” ชุนฉานอี้มาทีหลังเอ่ยถาม

“คนผู้นั้นลงมือแล้ว” ชุนฉางหมิงตอบ

“เช่นนั้นยามนี้เรา” แววตาของหญิงสาวเป็นประกายด้วยความยินดี

“เพิ่งจะมีคนบุกรุกห้องจอมมาร ดังนั้นเราสามารถใช้โอกาสหนีหาหนังสือสัญญาทาส”

ไม่ต้องเอ่ยสิ่งใดต่อ สองพี่น้องแซ่ชุนก็รีบเข้าไปในห้องของหยวนเฮยสือ หาหนังสือสัญญาอย่างรวดเร็ว

หลิวอี้เทียนนั้นหลบหนีคนทั้งสองมาอย่างไร้ทิศทาง ด้านหลังเรือนนอนของเขาเป็นป่ากว้าง เขาไม่รู้ว่าเหตุใดต้องถูกลอบทำร้าย แต่จะให้ตายซ้ำๆ ก็ไม่ไหว อีกทั้งตายอีกทีก็ไม่รู้ว่าจะได้เกิดใหม่อีกหรือเปล่า ดังนั้นอย่างไรก็ต้องรักษาชีวิตน้อยๆ นี้ให้จงได้ การหลบหนีเอาตัวรอดของเขาทำให้ฝีเท้าของเขาเร็วขึ้นและเบาขึ้น รู้ตัวอีกทีก้าวครั้งหนึ่งตนเองก็พรวดผ่านต้นไม้ไปหลายต้น บางครั้งรวดเร็วจนหลบต้นไม้ด้านนอกไม่ทัน

“รีบตามมันไป” เกาฝูฉีบอกพลางหยิบอาวุธลับออกมาจากสาบแขนเสื้อ ซัดเข้าใส่คนด้านหน้าทันที

เสียงแหวกอากาศดังเข้ามาใกล้ทำให้หลิวอี้เทียนรับรู้โดยสัญชาตญาณเช่นกัน เขาเบี่ยงตัวเล็กน้อย ก็เห็นวัตถุสีเงินพุ่งผ่านหัวไหล่ไปปักอยู่กับต้นไม้ต้นหนึ่ง

“เชี่ย!” ชายหนุ่มสบถด้วยความโมโห เหลียวไปด้านหลังก็เห็นว่าชายคนเดิมกำลังซัดอาวุธลับใส่เขา

หลิวอี้เทียนหลบอาวุธลับได้อีกครั้ง แต่ครั้งนี้มันไม่ได้มาแค่ชิ้นเดียว แต่มาถึงสามชิ้น ชายหนุ่มหลบอาวุธชิ้นที่สองได้อย่างหวุดหวิด แต่ชิ้นที่สามกลับปักลงไปที่หัวไหล่ข้างซ้าย

“โดนแล้ว! มันโดนพิษของข้าแล้ว ครั้งนี้มันต้องตายแน่ๆ พิษนี้ใต้หล้าไม่มีผู้ใดต้านทานได้”

ได้ยินเสียงชายคนนั้นเอ่ย หลิวอี้เทียนก็ทดท้อใจ ตายอีกแล้วมั้ง ด้านหน้าที่เขากำลังมุ่งไป มองอีกครั้งก็เห็นว่าเป็นหุบเหว ไปต่อไม่ได้ เขาจึงหยุดและหันหลังกลับ มองคนทั้งสองที่ตามมาติดๆ ด้วยแววตาคล้ายอยากจะสับพวกมันเป็นหมื่นๆ ชิ้น

บอกว่าคุยกันดีๆ ก็ไม่เคย ไอ้พวกฟังไม่รู้ภาษา คราวนี้ตายแล้วจะมีอีกชีวิตหรือเปล่าก็ไม่รู้

“ศิษย์น้อง ไม่คิดว่าเจ้าจะลงมือกับข้าได้” เขามองจิ่วเยี่ยด้วยแววตาเยียบเย็น มือข้างหนึ่งจับหัวไหล่ที่เจ็บแปลบ  จะตายยังไงก็ต้องทำให้สมบทบาท

“ศิษย์พี่ท่านบังคับข้าเอง ข้าเคยบอกแล้วว่าอย่างไรก็เป็นไปไม่ได้” จิ่วเยี่ยตอบด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความอัดอั้น

“ไม่ต้องไปคุยกับมัน รีบช่วยกันหาตรามารในตัวมันดีกว่า" เกาฝูฉีเอ่ยอย่างยินดี

“เจ้าจะเอาไปทำอะไร” ครั้งนี้จิ่วเยี่ยหันไปมองเกาฝูฉี

“จะเอาไปทำสิ่งใดเล่า หากไม่เอาไปดำรงตำแหน่งจอมมารคนต่อไป” เกาฝูฉีบอกก่อนจะย่างสามขุมตรงเข้าไปหาร่างสูงเพรียวที่ยืนอยู่ริมขอบเหว

“เกาฝูฉี เราไม่ได้ตกลงว่าจะทำเช่นนั้น” จิ่วเยี่ยเอ่ยอย่างลนลาน

“อาเยี่ยเจ้าไม่ต้องห่วง เจ้าจะเป็นจอมมารหรือจะให้ข้าเป็นก็ได้ อย่างไรเราก็คนคนเดียวกันอยู่แล้ว” เกาฝูฉีเอ่ยอย่างไม่เดือดเนื้อร้อนใจ กระชับกระบี่ในมือแน่นก้าวไปตรงหน้าทีละก้าวอย่างย่ามใจ

หลิวอี้เทียนฟังด้วยหัวสมองที่มึนงง ท่าทางพิษคงจะกำเริบเสียแล้ว แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ยังพอจะเดาว่าในตัวเขาคงมีตราจอมมารที่ใช้สำหรับดำรงค์ตำแหน่งจอมมาร คนผู้นี้สังหารเขาเพื่อจะเอาตราจอมมารไปเพื่อสืบทอดตำแหน่ง

ที่จริงอยากได้ก็ขอดีๆ ก็ได้ ขู่นิดหน่อยเขาก็แทบจะประเคนให้แล้ว แต่นี่ดันเจือกใช้พิษมาฆ่าเขา ดี ต่อให้เขาตายก็อย่าหวังจะได้ไอ้ตราจอมมารงี่เง่านี่ไปเลย

“ศิษย์น้อง ดูท่าว่าคนรักใหม่ของเจ้า คงไม่ได้รักเจ้าเท่าใดนัก หากเทียบกับตราจอมมารเขาคงจะรักตราจอมมารมากกว่า” หลิวอี้เทียนเย้ยหยัน ยามนี้เรี่ยวแรงก็เริ่มลดน้อยลงไป ถอยหลังได้แค่ครึ่งก้าวก็เป็นหุบเหวลึก

“ไม่จริง เขารักข้า” จิ่วเยี่ยบอกด้วยเสียงแตกพร่ารนราน

“หากเขารักเจ้าจริง แม้ไม่ได้ตราจอมมารเขาก็จะอยู่กับเจ้า เช่นนั้นข้าจะพิสูจน์ให้เจ้าดูเองว่าเขาต้องการตราจอมมารหรือต้องการเจ้า” เอ่ยอย่างยิ่งใหญ่คล้ายไม่ยี่หระต่อความตาย แต่ในใจของเขากำลังร้องว่า

แม่จ๋า พ่อจ๋า เห็นหน้ากันช้ากว่านี้หน่อยก็ได้ ลูกยังไม่อยากตาย

คิดในใจเช่นนั้นแต่เขาก็ก้าวถอยหลังไปบนความว่างเปล่า ร่างสูงเพรียวที่ไร้หลักยืนเอนกายไปด้านหลังก่อนจะหงายดิ่งลงไปสู่หุบเหวลึกที่มองไม่เห็นเบื้องล่าง

“ไม่นะ ตราจอมมาร!” เห็นใบหน้าตื่นตกใจ ดวงตาที่เหลือกลานของไอ้บ้านั่นแค่นี้เขาก็ตายตาหลับแล้ว

ชายหนุ่มยิ้มให้กับไอ้บ้านั่นครั้งสุดท้ายก่อนที่ภาพชายทั้งสองคนจะหายไปจากครรลองสายตา

“ศิษย์พี่!

“ตราจอมมาร! ไม่!

หลิวอี้เทียนหลับตาพร้อมกับความรู้สึกสะใจเป็นที่สุด สมน้ำหน้า อยากคิดจะฆ่าเราดีนัก อย่างน้อยก็ได้เห็นคนคลั่งก่อนตาย คิดมาถึงตรงนี้หลิวอี้เทียนก็ครองสติเอาไว้ไม่อยู่อีกต่อไป เขารับรู้ถึงแรงลมที่ตีขึ้นมา รับรู้ว่าร่างกายดิ่งลงไปเรื่อยๆ แต่เพราะสติเขาดับลงไปเสียก่อนจึงคิดว่าอย่างน้อยตายก็ไม่เจ็บมากสงสัยทำบุญมาดี

 

ในความมืดและเงียบเชียบ เสียงแกรกกรากแทรกเข้ามาอยู่ในโสตประสาทอย่างเลื่อนลอย เสียงก้อนหินโขกอยู่กับอะไรสักอย่างทำให้เขาขมวดคิ้ว

คนจะนอนโขกอะไรอยู่ได้ อยู่ยุคหินหรือยังไง

ชายหนุ่มคิด ในความงัวเงียก็คิดต่อไปว่า วันนี้วันอะไร ถ้าเป็นเสาร์อาทิตย์จะได้นอนยาวๆ หน่อย แต่ถ้าเป็นวันอื่นก็ต้องรีบตื่นออกไปทำงาน เพราะสิทธิ์ลาพักร้อนที่เขาขอเอาไว้มันหมดแล้ว หมดไปกับการซุกตัวเล่นเกมส์อยู่ในห้อง ตกลงวันนี้เป็นวันอะไร

วันจันทร์!

เปลือกตาที่ปิดสนิทเด้งเปิดขึ้นมาอย่างรวดเร็ว พร้อมกับร่างเพรียวที่นอนคว่ำหน้าก็ลุกขึ้นมาคล้ายกับมีสปริง แต่ความเจ็บที่หัวไหล่และแขนก็ทำให้อาการผุดลุกขึ้นอย่างรวดเร็วนั้นชะงักลงไปทันที ตามมาด้วยอาการจับต้นชนปลายไม่ถูก

“ที่นี่ที่ไหน” เขาเอ่ยปากออกมา ด้านหน้าตอนนี้มีแต่ต้นไม้เขียวขจีไปหมด แม้แต่พื้นก็เต็มไปด้วยใบหญ้าสีเขียวดูอ่อนนุ่ม

“ประสกฟื้นแล้วหรือ” น้ำเสียงราบเรียบที่อยู่ด้านหลังทำให้เขาต้องรีบหันหลับไปมอง

ด้านหลังเขามีชายคนหนึ่งกำลังนั่งขัดสมาธิอยู่บนพื้นหญ้าตรงหน้าชายคนนั้นมีหินก้อนใหญ่เขากำลังใช้หินก้อนเล็กทุบใบไม้หรือรากไม้อะไรสักอย่างอยู่ เพราะชายคนนั้นไม่ได้หันมามองเขาเอาแต่มองสิ่งที่ตำอยู่ด้วยแววตาตั้งใจ ทำให้หลิวอี้เทียนสามารถสำรวจรูปหน้าของคนผู้นี้ได้อย่างชัดเจน

คนคนนี้มีผิวขาวเปลือกตาที่หลุบลงไปเล็กน้อยเพราะกำลังก้มสนใจกับสิ่งตรงหน้าทำให้เห็นว่าขนตาของคนคนนี้ทั้งยาวและงอน เพราะเขาหันข้างจึงเห็นว่าคิ้วของเขาโก่งได้รูปรับกับรูปตารีเรียว จมูกโด่งเป็นสันอย่างชัดเจนรับปากริมฝีปากบางและคางที่แหลมเล็กน้อยเพียงแค่ดูเสี้ยวหน้าด้านข้างก็เห็นว่าคนคนนี้หน้าตาโดดเด่นไม่น้อย โดยเฉพาะหัวเหม่งที่ตอนนี้ถูกแสงยามเช้าสะท้อนจนแทงลูกตาประหนึ่งว่าพระอาทิยต์ช่างอยู่ใกล้เสียเหลือเกิน ดูจากชุดของคนตรงหน้าและคำเรียกเมื่อครู่หลิวอี้เทียนก็เดาได้ว่าคนคนนี้เป็นหลวงจีน และสรุปอีกเรื่องคือดูท่าเขาจะยังไม่ตาย แต่เพราะอะไรถึงยังไม่ตาย เรื่องนั้นยังไม่แน่ชัด


----------

มาแล้วๆ

ได้ความอนุเคราะห์เอา คอมพี่มาใช้ก่อนจ้า



つづく.

--------------------------------------------

ขอต้อนรับเข้าสู่โลกแห่งความเวิ่นเว้อของเราค่ะ 

....Welcome to my WorlD...




ด้านล่างเป็นลิ้งค์เพจนะคะ 

https://web.facebook.com/Writer.SummerNight/

-------------------------------------







กดแฟนเพจตรงนี้จ้า



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 61 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

27 ความคิดเห็น

  1. #16 Silabun (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 22 ธันวาคม 2562 / 21:44
    พึ่งตามค่ะ ชอบๆ สู้ๆนะคะ
    #16
    1
    • #16-1 (จากตอนที่ 4)
      28 ธันวาคม 2562 / 23:52
      ขอบคุณนะคะ
      #16-1
  2. #14 Jidapa093442 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2562 / 02:06
    ยังรอน้า
    #14
    2
    • #14-1 (จากตอนที่ 4)
      22 ตุลาคม 2562 / 18:25
      จ้า รออีกหน่อยนะคะ
      #14-1
    • #14-2 Jidapa093442(จากตอนที่ 4)
      26 ตุลาคม 2562 / 19:50
      จะขาดใจตายยย เเต่รอจ้าา
      #14-2
  3. #13 Ash4869 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2562 / 00:00

    รีบมาต่อนะไรท์เดี๋ยวจะขาดใจตายแทนท่านจอมมาร
    #13
    1
    • #13-1 (จากตอนที่ 4)
      12 ตุลาคม 2562 / 11:05
      จะรีบมาจ้า
      #13-1
  4. #12 Nekuta (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 15 กันยายน 2562 / 20:22
    เอิ่มมม ทั่นองครักษ์ดูท่าว่าจะคิดผิดกันนะ คนหนีคือพี่ทั่นส่วนคนล่าคือศิษย์น้อง //ฮ่าาา หลวงจีนก็มาจ้างานนี้
    #12
    1
    • #12-1 เวิ่นเว้อ(จากตอนที่ 4)
      20 กันยายน 2562 / 23:03
      ถูกค่ะหลวงจีนก็มา
      #12-1
  5. #11 VHwarang (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 15 กันยายน 2562 / 18:19
    สนุกดีน่าติดตาม
    #11
    1
  6. #8 yayhayhayhayha (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 30 สิงหาคม 2562 / 21:16

    โถว -เราก็คิดว่า... =,.=
    #8
    1
    • #8-1 (จากตอนที่ 4)
      2 กันยายน 2562 / 01:20
      ยังจ้า
      #8-1
  7. #7 SuwimonJihun (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 30 สิงหาคม 2562 / 20:56

    5555เคะแล้วใครตะเมะน้อ

    #7
    1
    • #7-1 (จากตอนที่ 4)
      2 กันยายน 2562 / 01:20
      ลุ้นกัน
      #7-1
  8. #6 bhuii2505 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 30 สิงหาคม 2562 / 19:07
    โอ้ยน้องงงง//เชียร์ทั่นจอมมารเป็นเคะ
    #6
    2
    • #6-1 (จากตอนที่ 4)
      2 กันยายน 2562 / 01:20
      หุหุหุ
      #6-1
    • #6-2 Nekuta(จากตอนที่ 4)
      15 กันยายน 2562 / 20:20
      เชียร์ด้วยคน นิสัยอย่างนี้เคะดีๆนี่แหละ~
      #6-2