ซวยแล้วไง! ผมเกิดใหม่เป็นจอมมาร [Yaoi]

ตอนที่ 2 : บทที่ 2 (100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 476
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 71 ครั้ง
    22 มี.ค. 63

วันต่อมาสิ่งที่หลิวอี้เทียนคิดไว้ตั้งแต่แรกคือ เก๊กนิ่งตลอดเวลา ตั้งแต่ตื่นเช้ามาเขาก็พยายามไม่หลุดมาดจอมมาร ตั้งแต่ล้างหน้าบ้วนปาก กินอาหารเช้า จนเมื่อมีคนมารายงานเรื่องที่เขาคิดว่าคงเป็นเรื่องที่ลัทธิพรรคมารต้องทำกัน อย่างเช่น

พรรคบัวขาวที่กล้าประณามท่านจอมมาร ถูกผู้คุมกฎผังสุ่ย และคนของเราทำลายสิ้นซากไปเรียบร้อยแล้วขอรับ แต่เมื่อสี่สำนักใหญ่ฝ่ายธรรมรู้เรื่องยามนี้พวกเขากำลังเดินทางมาที่ปราสาทเขาเทียนซานเพื่อชำระแค้นขอรับ

"ส่วนเรื่องเว่ยอี้คาดว่าจะจับตัวมาได้อีกไม่นาน

มังกรดำส่งสาส์นมาว่าต้องการให้เราช่วยกำจัดขุนนางผู้หนึ่งขอรับ

ตามด้วยเรื่องอื่นๆ อีกมากมาย หลิวอี้เทียนทำสีหน้าคร่ำเคร่งตอบไปตามน้ำว่า อืม” แล้วก็ ข้ารู้แล้ว” แล้วก็ เห็นว่าควรทำสิ่งใดก็จัดการไป” เอ่ยซ้ำๆ จนแทบจะกลายเป็นเพลงท่อนฮุ๊คไปแล้ว

หลังจากคนรายงานหน้าดุผู้นั้นออกไป หลิวอี้เทียนก็เรียกให้ชุนฉางหมิงเข้ามาแล้วถามว่า เมื่อครู่เขานามว่าอะไรนะ

ดวงตาคู่คมของชุนฉางหมิงหลุบต่ำ ตอบเสียงเรียบว่า เปยอวิ๋นเป็นกุนซือของท่านขอรับ

หลิวอี้เทียนพยักหน้าด้วยสีหน้านิ่งๆ เช่นเดิม ก่อนจะเปลี่ยนเรื่อง เมื่อวานนี้ เรื่องวางยาพิษนั้น เจ้าพอจะรู้หรือไม่ว่าผู้ใดคิดทำร้ายข้า

ชุนฉางหมิงเงยหน้ามองเขาแวบหนึ่งก่อนจะหลุบตาตอบ ข้าไม่ทราบขอรับ

หลิวอี้เทียนเพียงแค่พยักหน้าไม่ได้เอ่ยถามต่อ

เก๊กหน้าจนเมื่อยก็ถึงเวลาอาหารเที่ยง หลิวอี้เทียนกินอาหารที่ไม่ต่างกับอาหารราชาจนอิ่มแปล้ ก่อนจะบอกกับชุนฉางหมิงและชุนฉานอี้ว่า

ข้าจะไปเดินเล่นย่อยอาหารเสียหน่อย” ครั้นทาสสองพี่น้องจะเดินตาม หลิวอี้เทียนก็บอกด้วยเสียงราบเรียบว่า พวกเจ้าไม่ต้องตามมา

เดินพ้นร่างสองพี่น้องแซ่ชุนมาได้ หลิวอี้เทียนก็ถอนหายใจเฮือกใหญ่ ใช่ว่าเขาไม่รู้ว่าถูกสองพี่น้องคู่นั้นจับตาดูอยู่ แต่เพราะทำสิ่งใดไม่ได้จึงได้แต่เก๊กหน้าขรึมไปเช่นนั้นเอง หลุดรอดจากสายตาของคนทั้งคู่หลิวอี้เทียนจึงค่อยรู้สึกว่าหายใจได้ทั่วท้องเสียที

เขารู้ว่าเจ้าของร่างที่เขาเข้ามาอยู่นั้นมีตำแหน่งใหญ่ที่สุดในปราสาทเขาเทียนเซียนแล้ว ดังนั้นจะเดินไปที่ใดก็ได้

หลิวอี้เทียนเดินสำรวจเส้นทางไปพลางจำทางไปพลาง เดินมาไกลจนถึงเรือนหลังเล็กที่สร้างติดกันเป็นแถว ชายกลุ่มหนึ่งเมื่อเห็นเขาก็รีบวิ่งมาคารวะทันที

ทะ ท่านจอมมาร มายังเรือนทาสชายชั้นต่ำนี่มีเรื่องใดหรือไม่ขอรับ” หัวหน้าผู้คุมเรือนทาสเป็นคนถามด้วยเสียงกล้าๆ กลัวๆ

หลิวอี้เทียนเริ่มคุ้นชินที่ถูกคนวิ่งมาคารวะและมีท่าทีหวาดกลัวแล้ว เขาจึงไม่สนใจ มองไปยังเรือนเหล่านั้น เห็นว่าไม่ค่อยมีคนจึงเอ่ยถาม แล้วทาสเหล่านั้นไปที่ใดกันเล่า

พวกเขาแยกย้ายไปทำงานตามที่พวกเราสั่งขอรับ อีกไม่นานก็คงกลับมากินข้าวเที่ยง” หัวหน้าคนคุมเรือนพักตอบ ก่อนจะชี้มือไปยังกลุ่มคนที่เริ่มเดินเข้ามาตรงไปยังศาลากว้างที่ยามนี้มีคนกำลังตักอาหารแจก มากันแล้วขอรับ” เอ่ยจบก็หันไปสั่งคนด้านหลัง ไปเรียกพวกเขามาคารวะท่านจอมมารเดี๋ยวนี้

เพราะไม่อยากให้ผู้อื่นสงสัยมาก หลิวอี้เทียนจึงนิ่งเงียบ มองดูคนคุมสองคนวิ่งออกไปแล้วกลับมาพร้อมกับทาสจำนวนมาก

คารวะท่านจอมมาร” ว่าคนคุมเรือนดูหวาดกลัวแล้ว ทาสเหล่านั้นยังหวาดกลัวกว่า

หลิวอี้เทียนมองดูเหล่าทาสที่ก้มหน้า จากรูปร่างแล้วน่าจะมีอายุประมาณสิบปีจนถึงยี่สิบปี

บอกพวกเขาให้เงยหน้า” หลิวอี้เทียนบอกกับหัวหน้าคนคุม

เงยหน้าขึ้นมา!” ได้ยินท่านจอมมารสั่ง หัวหน้าผู้คุมก็ตวาดเสียงดัง เหล่าทาสที่ก้มหน้าตัวสั่น เงยหน้าขึ้นมาด้วยความหวาดกลัว

จะว่าไปแล้วไม่มีทาสคนใดหน้าตาดีเท่าซุนฉางหมิงสักคน หรือเป็นเพราะใบหน้าที่กระด่างกระดำก็ไม่แน่ใจ แต่ทุกคนที่หลิวอี้เทียนสำรวจนั้น หน้าตาบ้านมาก มองแค่ครั้งเดียวก็คงจำไม่ได้แล้ว ดูท่าว่าความคิดที่ว่าคนที่นี่หน้าตาดีทุกคนคงเป็นการเข้าใจผิดไปเอง

ให้คนที่อายุงานไม่ถึงปีอยู่ก่อน ส่วนคนอื่นไปกินข้าวได้” เขาหันไปถามหัวหน้าผู้คุมอีกครั้ง

คนที่มาอยู่ที่นี่ไปถึงปีก้าวออกมา” หัวหน้าผู้คุมสั่ง

กลุ่มชายร้อยกว่าคน มีห้าสิบคนที่ก้าวออกมา ส่วนคนอื่นถูกปล่อยไปกินข้าวตามที่ท่านจอมมารสั่ง 

หลิวอี้เทียนเอามือไพล่หลังแล้วสำรวจทาสจำนวนห้าสิบกว่าคนทีละคน ก่อนจะเริ่มถาม

เจ้าอายุเท่าไหร่

สะสิบห้าปีขอรับ” คนถูกถามตอบเสียงสั่น

มาอยู่ที่นี่กี่เดือนแล้ว

สะสามเดือนขอรับ

หลิวอี้เทียนถามคำถามเหล่านั้นทีละคน จนถามครบห้าสิบกว่าคน ก็ชี้คนจำนวนห้าคนแล้วสั่ง ห้าคนที่ข้าชี้อยู่ก่อนคนอื่นไปได้

เมื่อได้ยินคำสั่งของท่านจอมมารเหล่าคนที่เหลือก็รีบทำตาม เหลือทาสอยู่แค่ห้าคนและผู้คุมทาสที่ไม่รู้ว่าท่านจอมมารต้องการสิ่งใดกันแน่ แต่ก็ไม่กล้าถาม

หลังจากคัดเหลือห้าคน หลิวอี้เทียนก็คุยกับทาสทั้งห้าก่อนจะคัดเหลือสองคน ทาสสองคนที่เหลือคนหนึ่งอายุสิบสามปี อีกคนหนึ่งอายุสิบสี่ปี พวกเขาต่างทำงานอยู่ในปราสาทเขาเทียนซานมาเป็นเวลาสิบเอ็ดเดือนเท่ากัน แต่ทั้งสองมีแววตาเฉลียวฉลาดทั้งคู่ คนหนึ่งผอมสูง ส่วนอีกคนหนึ่งผอมแต่ยังไม่สูงเท่าใดนัก แม้จะมีแววตาเฉลียวฉลาดแต่หลิวอี้เทียนก็เห็นความหวาดกลัวในแววตานั้น

พวกเจ้าชื่ออะไร” หลิวอี้เทียนถาม

ข้าน้อยเหมาเจียงขอรับ” ทาสร่างสูงผอมตอบ

ข้าน้อย หลิวอันขอรับ” ทาสที่ตัวเตี้ยกว่าตอบ

พวกเจ้ารู้หนังสือหรือไม่

เหมาเจียงรีบตอบ ข้าพอรู้บ้างขอรับ

“...” หลิวอันก้มหน้านิ่ง

พวกเขาไม่รู้หรอกว่าท่านจอมมารมีจุดหมายใด แต่เมื่อถามถึงความสามารถไม่แน่ว่าพวกเขาอาจจะมีโอกาสไปทำอย่างอื่นนอกจากเป็นทาสคอยเก็บกวาดขี้ม้าแบกน้ำไปวันๆ

ดูแลสัตว์ได้หรือไม่

ข้าเป็นคนดูแลม้าในคอกของปราสาทเขาเทียนซานขอรับ” เหมาเจียงรีบตอบอย่างยินดี

หลิวอันที่เป็นทาสในห้องครัวก้มหน้ารู้สึกผิดหวังเล็กน้อย

เมื่อเห็นว่าทาสอีกคนก้มหน้าเหมาเจียงก็รู้แล้วว่าเขาเป็นต่อแน่นอน รีบเล่าประสบการณ์การเลี้ยงม้าให้ท่านจอมมารฟังอย่างไม่หวั่นเกรง

ครั้งหนึ่งมีงูลอบเข้ามาในคอกข้า ข้าเป็นคนใช้จอบสับงูที่กำลังฉกม้าตัวนั้นตายคาที่เลยขอรับ

หลิวอี้เทียนพยักหน้าก่อนจะหันไปทางหลิวอันที่เงียบมาตลอด เจ้ามีความสามารถอะไรบ้าง

ข้า” หลิวอันเม้มปากแน่น เขาไม่มีความสามารถอะไรเลย แต่เมื่อถูกถามก็ต้องพยายามตอบบ้าง ข้า ทำกับข้าวเก่งขอรับ แม้ไม่เคยเลี้ยงม้าแต่ข้าก็ไม่รังเกียจสัตว์นะขอรับ

หลิวอี้เทียนพยักหน้าก่อนจะกล่าวต่อไปว่า ข้าจะถามพวกเจ้าเป็นคำถามสุดท้าย หากมีคนตกน้ำอยู่สองคน คนหนึ่งคือข้า ส่วนอีกคนคือบุพการีของพวกเจ้า เจ้าจะเลือกช่วยผู้ใด

เหมาเจียงไม่ต้องคิด ช่วยท่านจอมมารขอรับ

เพราะอะไร” หลิวอี้เทียนถาม

ยามนี้ข้าเป็นข้าทาสของท่าน ท่านให้ที่กินที่นอนแก่ข้าก็เหมือนบุพการีของข้า ดังนั้นหากมีคนตกน้ำข้าย่อมช่วยท่านก่อนแล้วค่อยช่วยบุพการีของข้าขอรับ

หลิวอี้เทียนพยักหน้า หันไปมองหลิวอัน เจ้าเล่า

ท่านจอมมารว่ายน้ำไม่เป็นหรือขอรับ” หลิวอันถามด้วยหน้าตาซื่อ

ข้าสมมุติ” หลิวอี้เทียนตอบเสียงเรียบ แต่ในใจแอบด่าว่า ไม่รู้จักสมมุติบ้างหรือไง

ข้า เอ่อ...ข้าก็จะช่วยท่านจอมมารก่อนขอรับ” เสียงนั้นตอบไม่เต็มคำนัก

เพราะอะไร

เพราะ” หลิวอันนิ่งเงียบ ไปอึดใจก่อนจะบอกว่า ข้าถูกขายมาเป็นทาสของท่าน เงินของท่านช่วยต่ออายุให้คนของครอบครัวข้า ดังนั้นข้าจึงช่วยท่านก่อนขอรับ

มีอย่างอื่นอีกหรือไม่” เห็นหลิวอันหลบตาเขาจึงอยากลองถามต่อ

หลิวอันก้มหน้านิ่ง ส่ายหน้าก่อนจะพยักหน้า เงยหน้าถามเขาด้วยสีหน้าหวาดกลัวไม่น้อย ท่านจอมมาร อันที่จริงแล้วหากท่านตกน้ำไปจริงๆ ข้าคงไปช่วยท่านไม่ทันเพราะคงมีคนอื่นเข้าไปช่วยท่านมาก หากข้าไปอีกคนก็เกะกะเปล่าๆ ข้าเปลี่ยนใจไปช่วยบุพการีข้าแทนได้หรือไม่

หลิวอี้เทียนได้ยินก็หัวเราะออกมาอย่างชอบใจ ชี้ไปที่หลิวอันก่อนจะหันไปบอกกับหัวหน้าผู้คุมทาสชาย ข้าต้องการทาสคนนี้มาเป็นบ่าวของข้า ให้เขาไปกินข้าว ตอนเย็นให้มารายงานที่เรือนข้า

ขอรับ” หัวหน้าผู้คุมรีบรับคำ

หลิวอี้เทียนพยักหน้าให้หัวหน้าผู้คุมแล้วเดินจากไป

ได้ยินแล้วหรือไม่ รีบไปกิน้าวแล้วเก็บข้าวของข้าจะพาเจ้าไปรายงานกับท่านหัวหน้าพ่อบ้าน” หัวหน้าผู้คุมหันไปบอกกับหลิวอัน

เป็นข้าหรือขอรับ” หลิวอันตกตะลึง เขาไม่คิดว่าตนเองจะได้เลื่อนขั้นจากทาสชั้นต่ำไปเป็นบ่าวของท่านจอมมาร

แล้วข้าเล่าขอรับ” เหมาเจียงรีบถาม

เจ้าไปกินข้าว หลังจากนั้นมีอะไรต้องทำก็ทำตามเดิม” หัวหน้าผู้คุมบอก

ข้าไม่ได้หรือ ขอรับ เป็นข้าไม่ได้หรือ” โอกาสเช่นนี้ไม่ได้ตกมาถึงบ่อยๆ แต่เหตุใดไม่เป็นเขาเล่า ดูก็รู้ว่าเขานั้นมีความสามารถมากกว่าท่านชื่อว่าหลิวอันมากมายนัก

อยากรู้หรือไม่ว่าเพราะเหตุใดเจ้าจึงไม่ได้” หัวหน้าผู้คุมถามเหมาเจียง

เพราะอะไรขอรับ

เจ้าโง่หรือไร พูดเรื่องฆ่างูให้ท่านจอมมารได้ยิน ท่านจอมมารมีงูเป็นสัตว์เลี้ยงแล้วจะชอบให้ผู้อื่นฆ่างูหรือ เมื่อครู่เจ้าไม่ถูกท่านจอมมารสั่งให้ลากคอไปเอาจอบสับจนตายก็บุญแล้ว ไปๆ ไปกินข้าวแล้วทำงานต่อ

เหมาเจียงตะลึงลาน เขาลืมไปเสียสนิท มัวแต่คิดถึงผลงานแต่ไม่ได้คิดว่าท่านจอมมารเลี้ยงงูเอาไว้ นี่แปลว่าเขาไม่ได้เลื่อนขั้นเพราะพลั้งปากโดยไม่ได้ยั้งคิดโดยแท้

-----(ต่อ 100%)----

เหมาเจียงมองหลิวอันอย่างคับแค้น คิดว่าเจ้าคนตรงหน้าดูอย่างไรก็ไม่ได้ความ เหตุใดท่านจอมมารต้องเลือกคนเช่นนี้ด้วย คิดแล้วก็ยิ่งไม่พอใจ แต่เมื่อทำสิ่งใดไม่ได้จึงได้แต่เดินกลับไปกินอาหารส่วนของตนเอง

ส่วนหลิวอันนั้นเมื่อรู้ว่าตนเองจะได้เลื่อนขั้นก็ยิ้มกว้างจนหน้าบาน

ยิ้มเข้าไป วันนี้ยิ้มได้ก็จงยิ้มเข้าไป เจ้าคิดหรือว่าการได้เป็นบ่าวของท่านจอมมารแล้วจะมีความสุข ระวังจะเหมือนบ่าวคนก่อนๆ ก็แล้วกัน” หัวหน้าผู้คุมบอก

หลิวอันได้ยินเช่นนั้นก็หุบยิ้มทันที เขาลืมไปเสียสนิทว่าตั้งแต่เขามาอยู่ที่นี่ ท่านจอมมารเปลี่ยนบ่าวรับใช้บ่อยยิ่งกว่าเปลี่ยนเสื้อผ้า ส่วนใหญ่แล้วให้ท่านหัวหน้าพ่อบ้านเป็นคนคัดเลือก แต่ผิดที่ครั้งนี้ท่านจอมมารมาเอง แต่เรื่องที่เหล่าทาสหวาดกลัวนั้นเพราะทาสที่เลื่อนขั้นขึ้นเป็นบ่าวรับใช้ท่านจอมมารนั้น ทุกคนล้วนไม่ได้กลับมาที่เรือนทาสอีกเลย ไม่มีใครเห็นคนพวกนั้นอีก แล้วเขาเล่าหากไปแล้วจะได้กลับมาอีกหรือไม่

เด็กหนุ่มคิดแล้วก็เริ่มหวาดกลัว เมื่อครู่เขาไม่ได้คิดสิ่งใดจึงยินดีปรีดา แต่ยามนี้เมื่อคิดแล้วคงเป็นเขาที่ชะตาถึงคาดเป็นแน่ ไม่เช่นนั้นทำสิ่งใดไม่ได้ ตอบอะไรก็ไม่รู้เรื่องท่านจอมมารยังเลือกเขาอีก คิดแล้วคงเป็นเพราะเขาทำอะไรไม่ได้มากกว่าดังนั้นจึงเลือกเขาไป ส่วนทาสที่ชื่อเหมาเจียงนั้นคงเห็นว่ายังพอมีประโยชน์จึงไม่ได้เรียกไป

ในใจหลิวอันได้แต่ร้องว่า ตายแน่ อยู่ตลอดเวลา

เมื่อมารายงานตัวกับหัวหน้าพ่อบ้าน หัวหน้าพ่อบ้านที่อายุประมาณห้าสิบปีก็เดินวนรอบเด็กชายพลางพิจารณาตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า

อายุเท่าใดแล้ว

สิบสามขอรับ” หลิวอันตอบ

ท่านจอมมารเลือกเจ้าเองเลยหรือ” พ่อบ้านจั่วถามด้วยความประหลาดใจ

ขอรับท่านหัวหน้าพ่อบ้าน” คำตอบนี้เป็นหัวหน้าผู้คุ้มทาสตอบ

อื้ม” มืออันเหี่ยวย่นของหัวหน้าพ่อบ้าน เชยปลายคางแหลมของหลิวอันขึ้น เด็กไปหน่อยกระดูกยังเจริญเติบโตไม่เต็มที่ ร่างกายก็ยังยืดได้เอาเถิด ครั้งแรกคงจะเจ็บหน่อยแต่นานๆ ไปก็ชินเอง เอ่ยจบก็หันไปพยักหน้ากับบ่าวชายร่างสูงใหญ่อีกสองคน พาเขาไปขัดตัวให้สะอาด ทุกซอกทุกมุมอย่างให้เหลือคราบไคลแม้แต่น้อย

บ่าวชายฉกรรจ์ทั้งสองรับคำก่อนจะลากร่างผอมของหลิวอันไปจัดการขัดสีฉวีวรรณเสียจนหลิวอันร้องเสียงหลง

ข้าอาบน้ำได้เองขอรับ

พวกท่าน ไม่ต้องขัดตรงนั้นขอรับ

อ๊าก เหตุใดท่านต้องเอาอะไรมาจิ้มตูดข้าด้วย!”

ตรงนั้นไม่ได้ขอรับ ข้าขอร้อง อ๊า อื้อ!”

หลังจากนั้นไม่ใช่ว่าหลิวอันจะไม่ร้อง แต่เพราะชายฉกรรจ์ทั้งสองทนฟังเสียงโวยวายไม่ได้เขาจึงเอาผ้ายัดปากหลิวอันก่อนจะจัดการชำระคราบไหลให้เด็กชายต่อไป

หลังจากถูกชายร่างสูงใหญ่อาบน้ำให้หลิวอันก็คล้ายกับวิญญาณหลุดลอยไปเสียแล้ว ตั้งแต่โตมาจากท้องพ่อท้องแม่ เขาเพิ่งจะถูกอาบน้ำแบบนี้เป็นครั้งแรก หรือนี่คือระเบียบของปราสาทเขาเทียนซานเขาก็ไม่แน่ใจ เพราะขนาดช่องทวารหนักของเขายังถูกสวนตั้งหลายครั้ง ทั้งทรมานทั้งอับอาย

ร่างผอมถูกพามายืนอยู่ตรงหน้าหัวหน้าพ่อบ้านอีกครั้ง หัวหน้าพ่อบ้านมองหลิวอันด้วยแววตาพึงพอใจ ท่านจอมมารสายตาดียิ่งนัก ไม่คิดว่าเจ้าจะหน้าตาดีเช่นนี้ ผิวขาว ใบหน้าเรียว เอาสิ่งนี้ไป จำเอาไว้หากทำให้ท่านจอมมารพอใจได้ ต่อไปอยากได้จันทราก็ไม่มีผู้ใดกล้าบอกว่าไม่ได้แน่นอน

แล้วขวดกระเบื้องใบย่อมๆ ก็ถูกยัดมาที่มือของหลิวอัน เด็กชายก้มหน้ามองก่อนจะเงยหน้าถาม นี่ถือสิ่งใดขอรับ

ยาสมานแผลรักษาอาการฉีกขาดบวมช้ำได้ดีมาก หากหมดก็มาขอข้าเพิ่มได้ ห้องยาไม่มีมีแต่ข้าพ่อบ้านจั่วเท่านั้นที่มีเพราะตัวยานี้แพงมากๆ ใช้สำหรับคนของท่านจอมมารเพียงผู้เดียว

มือผอมกำแน่นด้วยความยินดี ไม่คิดว่าเป็นแค่บ่าวของท่านจอมมารแล้วข้าจะได้รับการดูแลดีเช่นนี้

ผู้ใดว่าจะให้เจ้าไปเป็นบ่าวเล่า ดูก็รู้จากรูปร่างหน้าตาของเจ้าหากโตอีกหน่อยคงงดงามไม่แพ้ท่านจิ่วเยี่ยศิษย์น้องของท่านจอมมารแน่นอน คาดว่าท่านจอมมารคงถูกตาต้องใจเจ้าแล้ว จำไว้ล่ะ แม้จะเจ็บเพียงใดก็อดทนเอาไว้หลังจากนั้นเจ้าก็จะสบายแล้ว

ท่านหัวหน้าพ่อบ้าน ท่านหมายความว่าอย่างไร ท่านจิ่วเยี่ยเป็นบุรุษไม่ใช่หรือข้าเองก็เป็นบุรุษ” สีหน้าของหลิวอันคล้ำขึ้นเรื่อยๆ

เอาน่า เจ้าอย่าได้หวาดกลัวไป แม้ท่านจอมมารจะพึงใจทั้งสตรีและบุรุษแต่ก็มีน้อยนักที่เขาจะต้องใจ ยามนี้ท่านจอมมารต้องใจเจ้าก็ถือว่าเป็นบุญแล้ว ไปเถิด รีบไป ข้าจะพาเจ้าไปส่งเอง” หัวหน้าพ่อบ้านบอกอย่างอารมณ์ดี

หากท่านจอมมารหลงใหลเด็กชายหน้าหวานผู้นี้ก็ยังดีกว่าหลงใหลจิ้วเยี่ยผู้นั้น สิ่งที่จิ้วเยี่ยผู้นั้นทำมีหรือที่ท่านจอมมารจะไม่รู้ แต่เพียงท่านจอมมารยังหลงใหลศิษย์ผู้น้องคนนั้นทำให้ท่านจอมมารทำเป็นเอาหูไปนาเอาตาไปไร่เท่านั้นเอง ยามนี้หากมีคนมาแทนจิ่วเยี่ยจะได้ตกกระป๋องกำแหงไม่ได้อีกต่อไป

หัวหน้าพ่อบ้านคิดดังนั้น ส่วนหลิวอัน...

เป็นบ่าวหนทางคือตาย เป็นชายบำเรอไม่เท่ากับตายทั้งเป็นหรือ แม้เขาจะยังอายุน้อยแต่เขาก็ยังไม่อยากเป็นที่รองรับอารมณ์ให้ชายใดกดนะ!

ด้านหลิวอี้เทียนนั้นหลังจากคัดเลือกคนมาได้หนึ่งคนแล้วเขาก็เดินอารมณ์ดีกลับเรือนพักของเขา ที่เขาต้องการคนไม่ใช่เพราะสิ่งใด

ประการแรก เขาไม่ไว้ใจทาสสองพี่น้องคนนั้น อย่างไรเขาก็จำได้ว่าสองพี่น้องนั้นคิดจะหลบหนีตอนที่คิดว่าเขาตายไปแล้ว

ประการที่สอง สองพี่น้องนั้นดูเหมือนจะรู้จักนิสัยและตัวเจ้าของร่างมากเกินไป เขาจึงต้องเว้นระยะห่างเพื่อไม่ให้ผู้ใดจับได้ว่าเขาไม่ใช่

ประการที่สาม สองพี่น้องนั้นปิดบังคนร้ายที่วางยาเจ้าของร่าง

สรุปโดยรวมแล้ว ทาสทั้งสองไว้ใจไม่ได้ เชื่อใจไม่ได้ ต้องระวังให้มากที่สุด หลิวอี้เทียนคิดเช่นนั้น แต่ก็ไม่เข้าใจว่าเหตุใดเจ้าของร่างจึงนำทาสทั้งสองมาเป็นบ่าว คิดแล้วคำตอบก็มีอยู่อย่างเดียวคือ เจ้าของร่างมั่นใจว่าเขาเอาอยู่ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความคิด การถูกลอบทำร้าย หรือแม้แต่การจับผิดคนทั้งสอง นั่นหมายความว่า เจ้าของร่างนี้ต้องเจ๋งจริงๆ แต่น่าเสียดายที่เขาไม่ได้เจ๋งเท่าเจ้าของร่าง ดังนั้นจึงต้องหาตัวช่วยเป็นทาสที่ดูเหมือนจะซื่อแต่ก็ยังพอมีความเฉลียวฉลาดติดตัวอยู่ อย่างแรกที่ทาสคนนั้นมา เขาจะต้องทำให้ทาสเด็กคนนั้นจงรักภักดีกับเขาให้ได้เสียก่อน ส่วนเรื่องอื่นค่อยว่ากัน

ไม่คาดว่าเรื่องท่านจอมมารมาเลือกทาสด้วยตนเองจะกลายเป็นข่าวได้อย่างรวดเร็ว เมื่อชุนฉานอี้ได้ยินข่าวก็หน้าเสียรีบไปหาชุนฉางหมิงทันที

พี่ใหญ่ ท่านได้ยินเรื่องจอมมารผู้นั้นเลือกบ่าวคนใหม่หรือไม่” หลังจากลากชุนฉางหมิงมายังที่ลับตาคนแล้ว ชุนฉานอี้ก็เอ่ยถาม

อืม” ชุนฉางหมิงพยักหน้าด้วยสีหน้าที่เริ่มคร่ำเคร่งขึ้น

ท่านว่าเขาเริ่มไม่ไว้ใจพวกเราแล้วหรือไม่” ชุนฉานอี้ถามด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความกังวล

ตั้งแต่เขาฟื้นขึ้นมาข้าก็เดาความคิดเขาไม่ออกเลย เมื่อเช้าเขาถามข้าว่ารู้หรือไม่ว่าใครเป็นคนวางยาเขา

พี่ใหญ่ได้ตอบหรือไม่

ข้าบอกว่าไม่รู้ เขาอาจจะรู้ว่าข้าโกหก

พี่ใหญ่ ท่านจำทาสคนก่อนได้หรือไม่ ตอนที่เรามาอยู่ที่นี่ใหม่ๆ ทาสคนนั้นเพียงแค่หวีผมของเจ้าจอมมารนั่นแรงไปหน่อย จอมมารผู้นั้นก็ตัดแขนคนผู้นั้น แล้วหลังจากนั้นข้าก็ไม่เห็นทาสผู้นั้นอีกเลย

อี้เอ๋อร์ เจ้าอย่าคิดมากเลย นี่อาจจะเป็นแค่คำเตือนของจอมมารผู้นั้นก็ได้ว่าเขารู้ว่าเราไม่ภักดีต่อเขา ตอนนี้เราแค่ระวังให้มากกว่าเดิมเท่านั้น

ภักดีพี่ใหญ่ คนโง่ก็ยังรู้ว่าอย่างไรเราก็ไม่ภักดีต่อจอมมารวิปลาสผู้นั้น พวกเราเป็นถึง” ยังเอ่ยไม่ทันจบชุนฉางหมิงก็ขัดขึ้น

เป็นถึงอะไรแล้วอย่างไร ยามนี้เราก็เป็นแค่ทาส อี้เอ๋อร์เมื่อไหร่เจ้าจะเข้าใจเสียทีว่าสถานะของเราไม่มีทางกลับไปเป็นดังเดิมแล้ว” เสียงทุ้มเอ่ยอย่างขมขื่น

น้ำตาหยาดใสไหลอาบแก้มดวงหน้างดงาม มันเป็นน้ำตาแห่งความอดสูและคับแค้น เป็นเพราะสารเลวโฉดผู้นั้น ข้าสัญญาว่าหากข้าตายเป็นผีข้าจะกลับมาชำระแค้นกับมันผู้นั้น

อย่าร้องไห้อี้เอ๋อร์” ชุนฉางหมิงดึงร่างบางของน้องสาวมากอดปลอด พี่ใหญ่สัญญาว่าจะปกป้องเจ้า หากมีโอกาสล้างแค้นพี่ใหญ่คนนี้จะเป็นคนล้างแค้นแทนตระกูลเราเอง

ข้าจะช่วยท่าน พี่ใหญ่เราเหลือกันแค่สองพี่น้องเท่านั้น มีเรื่องใดย่อมช่วยเหลือกัน” ชุนฉานอี้บอกเสียงสะอื้น

ดี ดังนั้นยามนี้เราต้องเข้มแข็ง รอดูท่าทีของจอมมารผู้นั้นอีกสักพักแล้วค่อยคิดหาหนทางต่อ

อืม” หญิงสาวพยักหน้าปาดน้ำตา

 

หลิวอันจำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าถูกพามายังเรือนของท่านจอมมารได้อย่างไร มารู้ตัวอีกทีตนเองก็คุกเข่าอยู่ตรงหน้าท่านจอมมารในห้องนอนของเขาเสียแล้ว

ร่างสูงเพรียวที่นั่งไขว่ห้างด้วยท่าทีสบายๆ จิบชาคำหนึ่งก่อนจะมองเด็กชายในชุดใหม่เอี่ยมอย่างพอใจ ไม่คิดว่าพอทาสอาบหน้ามาใหม่ๆ แล้วจะหน้าตาดีไม่น้อยจึงอดชมเชยไม่ได้

จะว่าไปเจ้าก็หน้าตาดีไม่น้อย ข้านี่ตาถึงจริงๆ

หลิวอันได้ยินเช่นนั้นก็สะดุ้งเฮือก รีบบอกว่า ข้าน้อยหน้าตาไม่ดีขอรับ ตัวก็เล็ก แรงก็ไม่มี แถมยังกลัวเจ็บมาก แค่ถูกเข็มตำมือก็ร้องดังไปเจ็ดแปดบ้านแล้วขอรับ

ดี!” หลิวอี้เทียนชอบใจกว่าเก่า อย่างน้อยต่อไปหากมีใครมาลอบทำร้ายเขา ให้เด็กนี่ตะโกนเสียงดังๆ ชะตาของเขาคงไม่ขาดง่ายๆ

หลิวอันได้ยินคำว่าดีก็ยิ่งหน้าซีด คิดว่าท่านจอมมารคงจะชอบเห็นคนอื่นเจ็บปวดและชอบใช้ความรุนแรง แล้วเขาจะทำอย่างไรดีเล่า

ไม่ต้องตกใจ อยู่กับข้าไม่ใช่ไม่ดี” หลิวอี้เทียนปลอบใจเพราะเห็นว่าเด็กชายดูหน้าซีดอย่างไรพิกล คิดว่าคงจะกลัวจอมมารเช่นเขา

ไม่ใช่ไม่ดีขอรับไม่ใช่ไม่ดี” หลิวอันรีบบอก เขายังไม่อยากทำให้ท่านจอมมารโมโหจนสังหารเขาตายหรอกนะ

เห็นว่าท่านจอมมารลุกขึ้น เปิดประตูมองซ้ายมองขวาก่อนจะปิดประตูจนสนิท แล้วดึงเขาลุกขึ้นหลิวอันก็เริ่มรู้สึกถึงลางไม่ดี

ทะ ท่านจอมมารจะทำตอนนี้เลยหรือขอรับ

ตอนนี้แหละ ไม่มีคน

ตะ แต่” คำว่า ‘ข้าไม่พร้อม’ ติดอยู่ที่ปากด้วยความกลัว

ท่านจอมมารดึงเขาให้มานั่งบนเก้าอี้กลางห้อง ส่วนท่านจอมมารก็นั่งที่เก้าอี้ตัวที่ใกล้ที่สุด ขยับใบหน้าเข้ามาใกล้ ก่อนจะเอ่ยว่า เช่นนั้นก็เริ่มกันเลยเถิด

เด็กชายกำมือจนเป็นหมัด กำแน่นจนเล็บสั้นๆ จิกเข้าไปถึงหนัง ส่วนมืออีกข้างก็ล้วงเข้าไปในอกเสื้อกำขวดกระเบื้องที่เพิ่งได้มาจากท่านหัวหน้าพ่อบ้านแน่น

ในใจของหลิวอัน : อ๊ากกกก ท่าจอมมาร ข้ายังไม่อยากเป็นชายบำเรอตั้งแต่ยังไม่สิบสี่!

บอกมาว่าข้าอายุเท่าใด ชื่อข้าชื่ออะไร รู้หรือไม่ว่านิสัยของข้าเป็นอย่างไร แล้วพอจะรู้หรือไม่ว่าข้าชอบอะไรไม่ชอบอะไร รู้จักคนในปราสาทเขาเทียนซานทุกคนหรือไม่ เอาแค่ที่สำคัญเท่านั้น พวกเขาทำหน้าที่อะไรบ้าง แล้วก่อนหน้านี้ปราสาทเขาเทียนซานทำอะไรบ้าง รู้อะไรบอกข้ามาให้หมด” เสียงนั้นไม่ดังนักแต่ก็ชัดเจนทุกคำ

หลิวอันที่จับต้นชนปลายไม่ถูกได้แต่มองท่านจอมมารที่อยู่ใกล้แค่คืบด้วยใบหน้าเอ๋อรับประทานเป็นที่เรียบร้อยแล้ว


----------




つづく.

--------------------------------------------

ขอต้อนรับเข้าสู่โลกแห่งความเวิ่นเว้อของเราค่ะ 

....Welcome to my WorlD...




ด้านล่างเป็นลิ้งค์เพจนะคะ 

https://web.facebook.com/Writer.SummerNight/

-------------------------------------







กดแฟนเพจตรงนี้จ้า




ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 71 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

27 ความคิดเห็น

  1. #4 yayhayhayhayha (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 29 สิงหาคม 2562 / 19:52
    น้องงง สัตว์เลี้ยงเสียใจเลย งูรัดเขาว่าจะเจอเนื้อคู่

    555555
    #4
    1
    • #4-1 (จากตอนที่ 2)
      30 สิงหาคม 2562 / 18:43
      แหมะ ในฝันน่อ
      #4-1
  2. #2 bhuii2505 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 28 สิงหาคม 2562 / 19:37
    โถๆเสียมาดหมดน้อง
    #2
    1
    • #2-1 (จากตอนที่ 2)
      29 สิงหาคม 2562 / 18:32
      เนาะๆ เสียมาดหมดอิอิ
      #2-1