ฮูหยินของข้า (Romantic Publishing)

ตอนที่ 6 : ตอนที่ 5 (105%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 16,331
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,052 ครั้ง
    16 ก.ย. 62

หากให้ข้าเดาที่ท่านจับหน้าอกเมื่อครู่บวกกับอาการไอ ท่านต้องเป็นโรคร้ายเกี่ยวกับปอด และโรคนั้นยังสามารถติดต่อผู้อื่นได้ เมื่ออาซิงเข้าใกล้ท่านจึงไล่นางออกไปไกลๆ เวลาไอท่านก็รีบปิดปาด ที่จริงแล้วท่านไม่ได้รังเกียจนาง แต่ท่านกลัวว่านางจะติดโรคร้ายจากท่าน

ท่านพ่อ...อาซิงได้ยินน้ำตาก็เริ่มพรั่งพรูลงมาอีกครั้ง จริงหรือไม่เจ้าคะ

ในที่สุดสีหน้าดื้อรั้นของตาเฒ่าฮุ่ยก็แปรเปลี่ยนเป็นเหนื่อยล้าและยอมจำนนต่อเหตุผลของเฟิงชิงถิง  “ในเมื่อรู้เช่นนี้แล้วก็ไม่ต้องมายุ่งกับข้า ข้าเป็นโรคร้ายที่ไม่สามารถรักษาหายได้ ผู้ใดอยู่ใกล้ก็อาจจะติดจากข้าไปด้วย

ท่านพ่อ ท่านเป็นอะไร ข้าไม่รังเกียจ ข้าจะดูแลท่านพ่อ หาหมอให้มารักษาท่านจนหายอาซิงรีบเอ่ย

หมอก็รักษาข้าไม่ได้ตาเฒ่าฮุ่ยสีหน้าปลงตกก่อนจะเล่าเรื่องราวออกมา เมื่อสองเดือนก่อนข้าไปขายใบชากับคนในหมู่บ้านตามปกติ แต่เพราะอยากรู้ข่าวของอาจีจึงไปที่โรงเตี๊ยมแห่งหนึ่ง สอบถามพวกคณะเดินทางที่ผ่านมาว่ามีข่าวทหารเจิ้งปลดประจำการบ้างหรือไม่ ข้าไม่รู้ว่าคนที่ข้าไปถามเขาเป็นโรค เขาไอหลายครั้งระหว่างที่บอกกับข้าว่าไม่รู้เรื่อง หลังจากนั้นไม่นานข้าก็มีอาการไอไม่ต่างกับเขา เมื่อไม่กี่วันมานี้ข้าเข้าเมืองไปหาหมอ หมอบอกว่าโรคของข้ารักษาไม่หายอีกทั้งยังติดต่อผู้อื่นได้ด้วย ข้าจึงต้องทำเช่นนี้ อาซิงเจ้ารู้เช่นนี้แล้วก็ปล่อยคนแก่ๆ คนนี้ไปเถิด อย่าได้ให้เป็นภาระแก่เจ้าแก่คนในหมู่บ้านอีกเลย

ตาเฒ่าฮุ่ย ท่านแน่ใจหรือเล่ยกัวเอ่ยถาม

ตาเฒ่าฮุ่ยพยักหน้าอย่างหมดหวังข้าไม่ได้ไปหาแค่หมอเดียว ข้าไปหลายร้าน ไม่มีร้านไหนรักษาข้าได้ อีกทั้งยังไล่ข้าออกมาด้วย

ขอข้าตรวจอาการท่านหน่อยได้หรือไม่เฟิงชิงถิงขยับเข้าไปใกล้

เจ้าเป็นหมอหรือตาเฒ่าฮุ่ยถาม

พอรู้เรื่องบ้างเจ้าคะ

นางคิดจะช่วยอาการป่วยของสามีคงจะอ่านตำราการแพทย์มาบ้าง ตาเฒ่าลองดูหน่อยเถิด อย่างไรก็ไม่เสียหายหมี่เจาบอก

แต่หากเข้าใกล้ข้า เจ้าอาจจะติดโรคจากข้าได้นะ แม่หนูเจ้าไม่กลัวหรือ

หากป้องกันอย่างถูกวิธีก็อาจจะไม่ติดเฟิงชิงถิงดึงผ้าเช็ดหน้ามาปิดปากปิดจมูกตนเองเอาไว้ เดินไปที่เกวียนหันไปบอกกับเล่ยกัวที่ถือตะเกียงมาด้วย ท่านช่วยส่องไฟให้ข้าหน่อย

เล่ยกัวนำตะเกียงเข้ามาใกล้ ส่วนตาเฒ่าฮุ่ยก็นั่งอยู่บนเกวียนยอมให้เฟิงชิงถิงตรวจอาการ เมื่อตรวจอาการเสร็จนางจึงสรุป

เป็นดังที่หมอท่านอื่นตรวจ ท่านป่วยเป็นโรคร้ายจริง

ทุกคนได้ยินสีหน้าก็สลดลง มีเพียงตาเฒ่าฮุ่ยที่ยิ้มออกมาข้าบอกแล้วว่าข้าเป็นโรคจริงๆ เช่นนี้ก็ให้ข้าไปเถิด อย่าให้ข้าต้องเป็นต้นเหตุทำให้คนในหมู่บ้านต้องติดโรคไปด้วยเลย

ท่านพ่อ ท่านอย่าเอ่ยเช่นนี้ เราสัญญากันไว้แล้วว่าจะรอท่านพี่ด้วยกัน  ท่านพ่อจะจากไปโดยที่ยังไม่เห็นหน้าเขาได้อย่างไรเจ้าคะอาซิงสะอื้นหนักกว่าเก่า

ถึงรอก็คงรอได้ไม่นานแล้ว อาซิงเอ๋ย ฝากบอกเขาด้วยว่าพ่อของเขาหวังให้เขาเป็นหัวหน้าครอบครัวที่ดี

ท่านพ่ออาซิงคิดจะคลานไปหาตาเฒ่าฮุ่ยแต่ก็ถูกเขาตวาด ไม่ต้องเข้ามา เจ้าอยากตายหรือไร หากเจ้าตายแล้วใครจะรออาจีกัน

อาซิงครางสะอื้น เล่ยกัวและหมี่เจาต่างมองหน้ากันอย่างจนปัญญา

หมั่นโถว....บรรยากาศชวนเศร้าสลดถูกทำลายด้วยเสียงทุ้มห้าวที่ยืนนิ่งอยู่นาน ในมือข้างหนึ่งมีชามข้าวเปล่าที่ยกขึ้นชูไปทางเฟิงชิงถิง

ข้าบอกแล้วว่าหากป้องกันดีๆ ก็อาจจะไม่ติดโรค อีกทั้งยังไม่ได้บอกว่าข้ารักษาท่านให้หายไม่ได้เสียงหวานเอ่ยออกมาก่อนจะส่ายหน้าจนใจ หันกลับไปบอกคนที่ไม่รู้สถานการณ์ว่า ท่านรอข้าครู่หนึ่งแล้วหันไปทางตาเฒ่าฮุ่ย ข้าสามารถช่วยรักษาโรคร้ายของท่านได้ ดังนั้นท่านไม่ต้องไปที่ใดทั้งนั้น

จริงหรือหมี่เจาเอ่ยถามอย่างยินดี

จริงหรือแม่นางอาซิงหันมาถาม

เฟิงชิงถิงพยักหน้าแต่ตอนนี้สิ่งที่ข้าต้องการคือ ให้ผู้เฒ่าฮุ้ยกลับเข้าบ้านไปพักผ่อน เขาโดนลมตอนกลางคืนมากไม่ได้ อีกทั้งเขายังมีไข้อ่อนๆ ด้วย

แม่นางเจ้าสามารถรักษาโรคของข้าได้จริงหรือตาเฒ่าฮุ่ยถามขึ้น

ท่านผู้เฒ่า ตอบตามตรงข้าเองก็ไม่มั่นใจ แต่ข้าเคยเห็นคนผู้หนึ่งสามารถรักษาคนที่เป็นโรคนี้จนหายได้ ดังนั้นข้าคิดว่าข้าเองก็สามารถทำได้เช่นกันคนที่เคยรักษาคนป่วยที่เป็นโรคนี้จนหายไม่ใช่ผู้ใด แต่เป็นเฟิงเทียนสือท่านปู่ของนางนั่นเอง

สมัยเด็กนางเคยตามท่านปู่ไปรักษาคนที่ต่างเมือง ตอนนั้นมีโรคระบาดเกิดขึ้น ทุกคนต่างมีอาการไม่ต่างกันเท่าใดนัก คือ ไอ หายใจหอบ มีไข้ในช่วงตอนเย็น หรือบางคนก็มีไข้รุมๆ ตลอดเวลา หากเป็นหนักๆ จะไอออกมาเป็นเลือด ท่านปู่บอกว่าเป็นโรคที่เกี่ยวกับปอด หากมีการรักษาที่ตรงจุด ใช้ยาที่ถูกต้องก็สามารถรักษาให้หายได้ แต่ที่สำคัญคือต้องป้องกันไม่ให้โรคแพร่กระจาย

เช่นนั้นก็ตามนั้นเถิดให้ยัยหนูรักษาท่านดูสักพักหากไม่หายค่อยว่ากันหมี่เจาสรุป

ท่านตกลงหรือไม่เฟิงชิงถิงถามตาเฒ่าฮุ่ยอีกครั้ง

ในเมื่อไม่มีหนทางอื่นสุดท้ายชายชราก็พยักหน้าตอบรับ

ดีเฟิงชิงถิงประคองร่างผอมของชายชราลงจากเกวียน ตอนแรกชายชราไม่อยากให้นางแตะต้องตัวเท่าใดนัก นางจึงยิ้มปลอบ ข้าบอกแล้วว่า หากรู้จักวิธีป้องกันก็จะไม่ติดโรค ไม่ต้องกลัว แล้วข้าจะสอนวิธีดูแลท่านให้อาซิงทราบด้วย ท่านต้องมีคนดูแล

แต่นาง

ตาเฒ่าฮุ่ยเอ่ยไม่ทันจบลูกสะใภ้ของเขาก็รีบเอ่ยข้าจะดูแลท่านพ่อเอง ท่านพ่อไม่ต้องห่วงเจ้าค่ะ

หลังจากพาชายชราเข้าไปในบ้าน เฟิงชิงถิงก็สอนวิธีดูแลคนไข้ บอกว่าในห้องของคนไข้ต้องมีอากาศที่ถ่ายเทได้สะดวกเพราะโรคนี้แพ้แสงแดดและอากาศที่ถ่ายเทได้สะดวก ช่วงนี้คนไข้จะมีอาการอ่อนเพลีย เบื่ออาหาร และมีไข้ สิ่งที่ต้องระวังคือ ห้ามสัมผัสถูกน้ำลาย หรือเสมหะของคนไข้ เพราะสิ่งเหล่านั้นคือต้นเหตุที่ทำให้โรคร้ายนี้ติดไปยังผู้อื่น ดังนั้นต้องระวังไม่ให้ละอองฝอยเหล่านั้นกระจายไปโดนขณะที่คนไข้ไอ จาม บ้วนน้ำลายหรือขากเสมหะ รวมถึงการใช้เสียงที่อาจจะมีละอองน้ำลายกระเด็นออกมา

เข้าใจแล้วเจ้าค่ะอาซิงพยักหน้าดวงตาแน่วแน่พยายามจำสิ่งที่เฟิงชิงถิงอธิบายจนหมด

เช่นนั้นเจ้าก็เข้าไปดูแลผู้เฒ่าท่านนั้นก่อน ข้าจะไปเขียนใบสั่งยา หากยาที่ข้าจัดให้ถูกกับโรคของเขาก็โชคดีไปเฟิงชิงถิงบอก

เช่นนั้นข้าจะรีบเข้าเมืองไปซื้อยาให้เองเล่ยกัวเสนอ

ต้องรบกวนพี่เล่ยกัวแล้วอาซิงบอก

คนกันเองทั้งนั้นหมี่เจาเอ่ยพร้อมกับรอยยิ้ม

ก่อนจะแยกย้าย เฟิงชิงถิงกำชับกับทุกคนว่าห้ามเอ่ยเรื่องโรคกับผู้อื่น ไม่เช่นนั้นทุกคนอาจจะแตกตื่นได้ เพียงแค่ช่วงนี้ไม่ต้องให้มีผู้ใดไปมาหาสู่ตาเฒ่าฮุ่ยก็เพียงพอ อีกทั้งยังเพื่อเป็นการกันไม่ให้โรคนี้ติดต่อไปยังผู้อื่นอีกด้วย

หลังจากนั้นทุกคนก็แยกไปทำหน้าที่ของตนเอง เฟิงชิงถิงกลับมาที่ห้องของตนก็เริ่มนึกถึงสิ่งที่ท่านปู่สอนว่าหากพบคนติดโรคระบาดนี้จะต้องจัดยาตัวใดบ้าง แล้วก็เริ่มเขียนลงไป ไม่ได้รู้ว่ายามนี้คนที่ร้องหาหมั่นโถวนั้นได้นั่งอยู่ที่โต๊ะอาหารบ้านผู้อื่น กวาดอาหารกินจนเกลี้ยงโต๊ะไปเสียแล้ว

ขณะที่เล่ยกัวไปขอยืมม้าจากเพื่อนบ้านเพื่อที่จะเข้าเมืองไปได้ไวขึ้น รู้ว่าแม้ไปถึงร้านจะปิดแล้วแต่ยังพอมีคนรู้จักที่ซื้อขายยากันได้ ส่วนหมี่เจาก็ไปหยิบของใช้จำเป็นให้เล่ยกัว ขณะออกจากห้องมาก็เห็นว่าร่างใหญ่กำลังแหงนหน้าดื่มน้ำแกงชามใหญ่จนไม่เหลือแม้สักหยด

ตายแล้ว อาเหลียงเจ้าคงหิวมาก กินอาหารบนโต๊ะจนหมดเลยหมี่เจาอุทานอย่างตกใจ

เฟิงชิงถิงที่เพิ่งจะเขียนชื่อยาตัวสุดท้ายเสร็จ ได้ยินเช่นนั้นก็วิ่งออกมาดู เห็นเขาหันมามองนางพอดีก่อนจะเอ่ยว่าหมั่นโถว

นางถอนหายใจอย่างอ่อนใจ นางรู้ว่าหากเขาเอ่ยเช่นนี้แปลว่าเขายังไม่อิ่ม กินอาหารของคนจำนวนสี่คนจนหมดยังไม่อิ่มอีกหรือ

ท่านป้าข้าขออภัยแทนเขาด้วยเจ้าค่ะนางรีบหันไปขอโทษขอโพยหมี่เจา

ไม่เป็นไร ในครัวยังมีอีกเยอะหมี่เจายิ้มพลางโบกมือ เจ้าเองก็มากินก่อนเมื่อเที่ยงก็กินไม่มากหมี่เจาเอ่ยพลางเดินไปที่โต๊ะ เก็บจานชามเปล่าเพื่อนำไปตักกับข้าวในครัว นางยิ้มให้กับสือซานเหลียงแล้วเอ่ย นางเป็นภรรยาของเจ้า หากผู้อื่นได้ยินว่าเจ้าเรียกนางว่าหมั่นโถวนางจะอายได้ นางเป็นฮูหยินของเจ้าก็ต้องเรียกนางว่าฮูหยินสิ

“...” สือซานเหลียงมองสตรีผู้นั้นด้วยแววตาเหม่อลอย

ฮูหยินหมี่เจาชี้ไปยังเฟิงชิงถิงที่เดินมาช่วยหมี่เจาเก็บจานชาม

ไม่เป็นไรท่านป้า

ไม่เป็นไรได้อย่างไร ไหนลองเรียกซิฮูหยิน

หมั่นโถวดวงตาสีดำขลับมองไปยังกลางร่างเล็ก

เฟิงชิงถิงใบหน้าร้อนผ่าวรีบเอ่ยช่างเถิดท่านป้า เขาจะเรียกอะไรก็ช่างเถิด

เฮ้อ แค่สอนให้เขาเรียกเจ้าให้ถูกต้องเอง คนบ้าก็สอนได้นะ

ข้ารู้เจ้าค่ะนางรู้ว่าคนสติไม่ดีก็สามารถสอนเรื่องต่างๆ ได้ แม้พวกเขาจะรู้บ้างไม่รู้บ้างแล้วแต่อารมณ์ของเขาก็ตาม แต่หากเขาเรียกนางว่าฮูหยินจริงๆ นางเองก็คงรู้สึกแปลกๆ เหมือนกัน ยามนี้แค่คนในหมู่บ้านคิดว่านางกับเขาเป็นสามีภรรยานางก็กระอักกระอ่วนอยู่มากแล้ว แต่เพราะความจำเป็นอีกทั้งสือซานเหลียงเองก็ไม่ปกตินางจึงตามน้ำไปเท่านั้นเอง

หลังจากที่หมี่เจาและเฟิงชิงถิงช่วยกันเก็บจานชามออกไป ชายร่างใหญ่ที่นั่งอยู่ที่โต๊ะเพียงลำพังก็นั่งเหม่อลอยเช่นเคย แต่ครั้งนี้ก่อนที่เขาจะเหม่อลอยนั้น เขาหันไปมองร่างเล็กที่เพิ่งพ้นประตูไป เอ่ยคำว่าฮูหยินออกมาคำหนึ่งก่อนจะนั่งนิ่งอย่างคนใจลอยเช่นทุกครั้ง

เล่ยกัวยืมม้าจากเพื่อนบ้านมาได้ก็ขี่กลับมาบ้าน เขากินอาหารเย็นอย่างรีบร้อนจะได้รีบไปซื้อยาตามที่เฟิงชิงถิงเขียนในใบสั่งยา แต่ก็ต้องแปลกใจที่มีใบสั่งยามีสองใบ

ใบหนึ่งเป็นของท่านผู้เฒ่าฮุ่ย ส่วนอีกใบหนึ่งเป็นยาที่สามีของข้าต้องกินเจ้าค่ะ ช่วงนี้ยาของเขาหมดพอดีนางโกหกที่จริงนางเพิ่งจะจัดยาให้สือซานเหลียงต่างหาก

มิน่าเล่า เขาจึงได้คลั่งอยู่บ่อยๆ ท่านพี่ซื้อมาอย่าให้ขาดนะหมี่เจาสำทับกับสามี

นี่เป็นเงินค่ายากับค่าอาหารเจ้าค่ะนางหยิบเงินส่งให้เล่ยกัว

ไม่ต้องๆ หากแม่นางน้อยสามารถทำให้ตาเฒ่าฮุ่ยหายได้ก็ถือว่าเป็นโชคดีของคนในหมู่บ้านเราแล้ว เรื่องเงินแม้พวกเราไม่มีมากแต่พวกเราก็พออยู่พอกินไม่ขัดสนเพราะใบชาที่เก็บได้นั้นเป็นชาอย่างดี สามารถนำไปบ่มขายได้ตลอดทั้งปี คนหมู่บ้านนี้จึงพอมีพอกินไม่ได้ขัดสนเท่าใดนัก

เห็นเฟิงชิงถิงลังเลหมี่เจาจึงบอกว่าเอาเถิดสามีเจ้ากินดุขนาดนี้ อีกทั้งยังเดินทางจนถึงเมื่อใดเจ้าก็ไม่แน่ใจ เก็บเงินเหล่านี้ไว้เถิด

เฟิงชิงถิงคิดแล้วก็เริ่มเห็นด้วย จึงยัดเงินจำนวนหนึ่งให้หมี่เจาแต่นี่เป็นค่ายาของสามีข้า พวกท่านต้องรับไว้

ได้ๆ เจ้านี่นะ ช่างดื้อรั้นจริงหมี่เจามองเด็กสาวอย่างเอ็นดู

เช่นนั้นข้าไปก่อนเล่ยกัวเอ่ย

หมี่เจาและเฟิงชิงถิงเดินออกไปส่งเขาท่านพี่ระวังด้วยนะ

ไม่ต้องห่วงเล่ยกัวกระโดดขึ้นมาอย่างคล่องแคล่ว ไม่นานก็หายไปกับความมืดที่ปกคลุมอยู่ทั่วบริเวณ

ค่ำแล้วจะไม่เป็นไรหรือเจ้าคะเฟิงชิงถิงเป็นห่วงว่าเล่ยกัวจะเป็นอะไรเพราะเส้นทางนั้นมืดมาก

ไม่ต้องห่วง สามีของข้าเดินทางเข้าเมืองยามค่ำคืนไม่ใช่คืนนี้เป็นคืนแรก หลับตาขี่ม้าเขายังทำมาแล้ว

ได้ยินหมี่เจาเอ่ยเช่นนั้นเฟิงชิงถิงก็วางใจ ต่อไปก็รอเพียงรอยากลับมา เพื่อต้มให้เฒ่าฮุ่ยดื่ม

ว่าแต่เจ้ามั่นใจหรือว่าสามารถรักษาโรคของตาเฒ่าฮุ่ยได้หมี่เจามองใบหน้าของเด็กสาว

เฟิงชิงถิงเพียงแค่ยิ้มให้ก่อนที่ทั้งสองจะเดินกลับเข้าไปในบ้าน เมื่อกลับเข้าไปด้านในก็ไม่เห็นสือซานเหลียงแล้ว นางเดินกลับไปที่ห้องพักก็เห็นเขานอนแผ่หลาหลับสนิทอยู่บนเตียง

คนผู้นี้กินอิ่มก็นอนหลับ ช่างเหมือนเด็กจริงๆนางส่ายหน้ายิ้มออกมา

แล้วนางก็คิดได้ว่าคนผู้นั้นหลับก็ดีเหมือนกันนางจะได้ฝังเข็มที่ศีรษะของเขาได้ง่ายขึ้น การฝังเข็มไปพร้อมกับกินยานั้นจะทำให้การขับเลือดเสียได้ผลเร็วกว่ากินยาอย่างเดียว ดังนั้นยามนี้มีโอกาสนางจึงรีบคว้าเอาไว้

ร่างบางย่องเข้ามาในห้องมือลูบไปที่เอวของตนเองเพื่อหยิบกระบอกที่บรรจุเข็ม แต่ไม่คาดว่าเพียงแค่นางล้วงเอากระบอกเข็มออกมาจากสายคาดเอว เสียงเข็มที่กระทบกันอยู่ด้านในกลับสามารถทำให้เปลือกตาของคนที่หลับอยู่ลืมขึ้นมาตวัดกลับมามองนางอย่างรวดเร็ว ดวงตาคู่นั้นมองเข็มในมือนางไม่วางตา พร้อมกับเสียงคำรามคล้ายกับสัตว์ป่ากำลังขู่คู่ต่อสู้ เขาลุกพรวดขึ้นนั่งตั้งท่าจะจู่โจม

ข้า...ข้าแค่จะฝังเข็มรักษาท่านเขาน่าจะจำฝังใจกับเรื่องที่ถูกนางฝังเข็มเมื่อกลางวัน สายของเขาจึงดุดันข่มขวัญจนนางเอ่ยติดขัดอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

สือซานเหลียงลุกขึ้นจากเตียงก้าวสามขุมตรงมาหานาง ดวงตานั้นยังคงดุดัน สายตาของเขาที่จ้องมานั้นทำให้ขาของนางเริ่มจะไร้เรี่ยวแรง แต่นางก็ยังคงฝืนเอาไว้ นางคลี่ยิ้มให้เขาพร้อมกับเข็มในมือ เมื่อเขามาหยุดตรงหน้านาง นางจึงชี้ไปที่ศีรษะของเขา เอ่ยอย่างใจเย็นต้องฝังเข็มบนศีรษะของท่าน ท่านจะได้ห...

พูดไม่ทันจบคำ เข็มในมือก็ถูกมือหนานั้นปัดออกอย่างแรง ดวงตาคู่ดุดันนั้นยังคงมองนางไม่วางตา นางกลั้นใจเพราะกลัวว่าเขาจะทำร้าย ในระยะห่างเช่นนี้นางจะทำอย่างไรได้ หากนางตะโกนเรียกหมี่เจามา หมี่เจาก็คงถูกเขาทำร้ายไปด้วยแล้วนางควรจะทำอย่างไร

ขณะที่นางครุ่นคิดอย่างวุ่นวายใจร่างใหญ่ที่อยู่ตรงหน้าก็หันไปหยิบของบางอย่าง ยัดใส่มือนางแล้วกลับไปนั่งลงบนเตียงเช่นเดิม

นางก้มมองสิ่งของในมือด้วยความประหลาดใจหวีนางเงยหน้าขึ้นมามองสือซานเหลียงที่นั่งนิ่งแต่ดวงตาเขายังมองนางไม่คลาย

เห็นนางไม่ขยับ มือหนาจึงยีศีรษะตนเองจนยุ่งเหยิงอีกครั้ง แล้วจ้องมาที่ของในมือนาง

เฟิงชิงถิงมองศีรษะที่ยามนี้ผมเผ้ายุ่งเหยิงรุ่ยร่ายกับหวีที่เขายัดใส่มือ แล้วนางก็หัวเราะออกมา ความหวาดกลัวเมื่อครู่หายไปจนหมดสิ้น

ท่านต้องการให้ข้าสางผมให้?” นางเดินไปหาเขาพร้อมกับรอยยิ้ม เห็นเขาไม่มีปฏิกิริยาจึงลองเริ่มหวีผมให้ เห็นร่างใหญ่นั่งนิ่งไม่ปฏิเสธนางจึงคิดว่าตนเองเดาไม่ผิด อยากให้ข้าหวีผมให้ก็บอกสิ

ยามนี้คนถูกหวีผมให้เริ่มหลับตาลงอีกครั้ง ยื่นจมูกเข้าใกล้ร่างบางสูดหายใจดมกลิ่นหอมจากตัวยาที่นางทาเอาไว้พร้อมกับกลิ่นตัวจางๆ ที่เป็นกลิ่นเฉพาะของนาง โดยที่ตัวนางไม่ได้รู้ว่า ยามนี้ได้ถูกคนสติไม่สมประดีล่วงเกินเข้าให้เสียแล้ว

ขณะที่สางผมให้เขานั้นนางก็คิดหาวิธีฝังเข็มให้เขาไปด้วย และนางก็คิดว่าหากแสร้งทำหวีผมไปและฝังเข็มไปด้วยเขาอาจจะไม่รู้ มือหนึ่งจึงสางผมเขาไปเรื่อยๆ ส่วนอีกมือหนึ่งก็เริ่มง่วนอยู่กับเข็มเล่มใหม่เพื่อปักลงบนศีรษะของเป้าหมาย

ไม่นานเข็มก็ถูกฝังลงไปบนศีรษะของเขาได้สำเร็จ และเพื่อไม่ให้เขาจับได้ นางจึงตั้งใจสางผมให้เขานานเป็นพิเศษ จนครบเวลาที่ฝังเข็มนางจึงรวบผมเขาเอาไว้ดังเดิม ดูท่าทางสือซานเหลียงเองก็คงพอใจไม่น้อย เพราะหลังจากที่นางรวบผมให้เขาเสร็จเขาก็นั่งนิ่งไม่บ่นสิ่งใดอีกเลย

ยามนี้สิ่งที่ทำคือรอยาจากเล่ยกัว แต่หมี่เจาบอกว่าประมาณชั่วยามกว่าสามีนางจึงจะกลับหากเขากลับมาแล้วจะมาเคาะประตูเรียก เฟิงชิงถิงจึงนั่งอ่านตำราแพทย์ที่ปลายเตียง เหลือพื้นที่ส่วนใหญ่ของเตียงให้สือซานเหลียงเพราะนางไม่รู้ว่าเขาจะนอนเมื่อใด

แต่ด้วยความเหนื่อยล้าที่สั่งสมมานาน บวกกับแสงเทียนที่สลัวทำให้ตาของนางแทบจะปิด สุดท้ายเฟิงชิงถิงก็ทนต่อความงุนง่วงไม่ไหว นางวางตำราเป่าเทียนที่ตั้งเอาไว้ที่ปลายเตียงให้ดับ ถอดหน้ากากแปลงโฉมของตนเองออกเพื่อให้ใบหน้าได้สัมผัสกับอากาศบ้าง นางพิงผนังที่ปลายเตียงแล้วผล็อยหลับไปอีกครั้ง

เสียงหายใจอย่างสม่ำเสมอ ทำให้คนที่นั่งนิ่งอยู่นานหันกลับไปมองเจ้าของลมหายใจนั้น เขาขยับเข้าไปใกล้ร่างบางที่ยามนี้มีเพียงแสงจันทร์สาดส่อง มองใบหน้านั้นนิ่งนาน ก่อนจะจิ้มนิ้วไปที่พวงแก้มของใบหน้าผุดผาด จิ้มไปสองทีก็ถูกมือเล็กปัดออก ถึงแม้นิ้วและมือนั้นจะใหญ่แต่กลับว่องไวนัก สามารถหลบมือเล็กที่ปัดข้างแก้มคล้ายกับปัดยุงได้อย่างว่องไว ก่อนจะจิ้มลงไปซ้ำๆ คล้ายกับเป็นเรื่องที่น่าสนใจอย่างยิ่งยวด

แต่เมื่อเห็นว่าคนที่หลับอยู่นิ่วหน้าคล้ายจะตื่น มือหนาก็ชักกลับนั่งนิ่งอยู่อีกพัก จนร่างเล็กขยับกายหาท่าถนัดๆ เปลี่ยนจากนั่งเป็นขดตัวนอนลงบนเตียง ร่างใหญ่ที่นั่งมองจึงขยับลงนอนตาม มองใบหน้างดงามที่ถูกแสงนวลของดวงจันทร์อาบไล้ด้วยแววตาที่คาดเดาไม่ออกว่าเขารู้สึกอย่างไร

เฟิงชิงถิงตื่นขึ้นมาอีกครั้งเพราะเสียงที่อยู่หน้าห้องนอน นางได้ยินเสียงเล่ยกัวที่กำลังสนทนากับหมี่เจา ดวงตาที่หลับพริ้มปรือขึ้นมาช้าๆ ในความสลัวนางเห็นใบหน้าบุรุษที่เต็มไปด้วยหนวดเคราของคนผู้หนึ่งอยู่ใกล้ใบหน้านางไม่ถึงคืบ แม้เขาจะหลับตาอยู่แต่ภาพตรงหน้าก็ทำเอานางแทบจะตกเตียง

เฟิงชิงถิงรีบลุกขึ้นนั่ง ยังไม่ทันได้ต่อว่าคนที่หลับอยู่ หมี่เจาก็มาเคาะประตูห้องนางพอดี

ยัยหนู ยามาแล้ว

เจ้าค่ะเฟิงชิงถิงรีบหยิบหน้ากากมาแปลงโฉมอีกครั้งแล้วรีบเดินออกไป

เมื่อร่างบางปิดประตูห้องออกไปแล้ว ดวงตาที่ปิดสนิทของคนที่หลับอยู่บนเตียงก็ลืมขึ้นอีกครั้ง เปลี่ยนเป็นหันหน้ามองออกไปนอกหน้าต่างแทน

หลังจากให้ผู้เฒ่าฮุ้ยกินยาครบสองวันอาการของชายชราก็ดีขึ้น อาการไอแม้จะยังมีอยู่แต่ก็ไม่ได้มาก นางจึงคิดว่ายานี้สามารถกำจัดโรคร้ายของชายชราได้ แต่เพราะเฟิงชิงถิงรู้ว่าอย่างไรเสียก็รั้งอยู่รักษาชายชราจนหายไม่ได้ วันนี้ หลังจากโบกมือส่งสองสามีภรรยาออกไปเก็บใบชาแล้ว นางก็เรียกอาซิงมาสอนวิธีการต้มยา อีกทั้งยังบอกตัวยาต่างๆ และวิธีการดูแลคนไข้ให้แก่อาซิงรู้เอาไว้เพื่อสามารถดูแลชายชราจนหายดี

ต้มยาเสร็จอาซิงก็ยกยาไปให้แก่ผู้เฒ่าฮุ่ย เฟิงชิงถิงก็ยกยาไปให้สือซานเหลียงที่วันๆ เอาแต่นั่งเหม่อเช่นกัน การให้สือซานเหลียงดื่มยานั้นไม่ได้ยากเท่าการฝังเข็ม เพราะเพียงแค่นางบอกว่าหลังจากดื่มยาจะมีของกินให้ ยาอันแสนขมก็ถูกเขาดื่มจนหมดชาม

นางอาศัยอยู่บ้านของหมี่เจาและสามีเป็นวันที่สามแล้ว เฟิงชิงถิงรู้สึกเกรงใจเจ้าของบ้านทั้งสอง เมื่อเห็นว่าฟืนที่ใช้ต้มยานั้นใกล้จะหมดแล้วจึงคิดผ่าฟืนเพิ่มให้

เสียงผ่าฟืนเรียกความสนใจของสือซานเหลียงที่นั่งอยู่ใต้ต้นไม้ให้ลุกขึ้นมาดู เป็นเพราะช่วงนี้เขากินอิ่มนอนหลับทุกวัน แม้จะไปนั่งอยู่ด้านนอกบ้านแต่ก็เพียงนั่งเหม่อเท่านั้น ไม่ได้ทำร้ายผู้ได้ อีกทั้งยังอยู่ในรัศมีสายตาของเฟิงชิงถิงตลอดเวลา

ร่างใหญ่คำรามอย่างไม่ไว้ใจเมื่อเห็นว่าในมือของเฟิงชิงถิงมีขวานด้ามใหญ่ นางปาดเหงื่อก่อนจะเงยหน้าขึ้นมาบอกเขาอย่างปลอบประโลมข้าแค่ผ่าฟืน อย่างนี้อย่างไรเล่านางตั้งท่าจามขวานลงไปที่ท่อนไม้ ฟืนถูกผ่าของเป็นสองซีก แล้วก็ปาดเหงื่อที่ผุดพรายออกมาอีกครั้ง

ร่างสูงใหญ่มองการกระทำของนางนิ่งคล้ายกับทุกครั้ง เฟิงชิงถิงจึงไม่ได้สนใจเริ่มผ่าฟืนต่ออีกสองสามท่อนก็วางขวานลง บีบนวดแขนที่ล้าอย่างอ่อนใจ

นางไม่ใช่ไม่เคยผ่าฟืน แต่ขวานเล่มนี้ใหญ่กว่าขวานที่นางเคยใช้มาก ทำให้ไม่ถนัดมือ จามท่อนไม้ไม่กี่ครั้งก็ล้าเสียแล้ว

สือซานเหลียงเห็นว่าขวานนั้นนอนแอ้งแม้งอยู่บนตอไม้ใหญ่ ก็ขยับมาหยิบขวานด้ามนั้นขึ้น ดวงตาที่มองขวานนั้นดูน่ากลัวจนเฟิงชิงถิงที่มองอยู่อดรู้สึกกลัวไม่ได้ เกรงว่าเขาจะเอาขวานเที่ยวไปจามคนอื่นเข้า แต่นางคิดผิด เพราะหลังจากนั้นเขาก็หยิบไม้ท่อนหนึ่งขึ้นมาตั้งบนตอไม้ก่อนจะจามลงไปอย่างแรง ท่อนไม้ที่ถูกจามแยกออกมาเป็นสามส่วน

สือซานเหลียงเห็นท่อนไม้ที่ถูกเขาผ่าแยกออกเป็นสามส่วนในขนาดที่เท่ากัน เขาก็เงยหน้าหัวเราะออกมาอย่างชอบใจก่อนจะหยิบท่อนไม้อีกท่อนมาวางไว้แล้วเริ่มจามลงไปอีกครั้ง

ฮ่าๆ ๆเขาหัวเราะดังกว่าเดิม หลังจากจามขวานผ่าท่อนไม้อีกท่อน แล้วก็เขาก็เริ่มหัวเราะอย่างบ้าคลั่งไปพร้อมกับผ่าฟืนไปเรื่อยๆ

ดูท่าทางเขาจะชอบผ่าฟืนนะ แต่ถึงอย่างนั้นเฟิงชิงถิงก็อดที่จะก้าวถอยหลังออกห่างมาหนึ่งก้าวอย่างรู้สึกหวาดกลัวไม่ได้

แล้วความชอบของสือซานเหลียงก็เริ่มพาปัญหามาให้นาง คนผู้นี้ผ่าฟืนท่อนแล้วท่อนเล่าอย่างไม่เหน็ดเหนื่อย เมื่อฟืนที่นางหอบออกมาหมด สือซานเหลียงก็มองซ้ายมองขวาหาท่อนฟืนเพื่อจะผ่าอีก เมื่อหาไม่ได้เขาก็เริ่มจะไปจามบ้านแทน ดีที่นางห้ามได้ทัน และรีบนำฟืนในห้องเก็บฟืนมาให้เขาผ่าอีก

ผ่าฟืนเสียงทุ้มห้าวเอ่ยพลางมองซ้ายมองขวาหาฟืนที่จะผ่าท่อนต่อไป แต่ปัญหาอยู่ที่ว่าฟืนบ้านของหมี่เจาหมดแล้วนะสิ

โชคดีที่หมี่เจากลับมาจากเก็บใบชาพอดี เป็นปัญหาให้หมี่เจาต้องประกาศกับคนในหมู่บ้านว่าผู้ใดมีฟืนต้องการให้ผ่าก็ขนมาที่บ้านนางได้เลย

ดังนั้นนอกจากเวลากินอาหารเที่ยงที่สือซานเหลียงต้องกินแล้ว เขาก็เอาเวลาไปผ่าฟืนไปพร้อมกับหัวเราะอย่างบ้าคลั่งตลอดเวลา

อาเหลียง พอเถิด ไม่เหนื่อยหรือไรเฟิงชิงถิงเห็นว่าเขาฝ่าฟืนมาเป็นเวลาหลายชั่วยามแล้ว จึงอดเป็นห่วงไม่ได้

เวลาอยู่ต่อหน้าผู้อื่นนางจะเรียกเขาว่าอาเหลียง แต่สือซานเหลียงเพียงแค่หยุดมองเฟิงชิงถิงครู่หนึ่งก่อนจะเริ่มผ่าพืนต่อไปอย่างเพลิดเพลิน เฟิงชิงถิงได้แต่ส่ายหน้าอย่างจนใจ ขณะที่นางกำลังกลับไปนั่งอยู่ใต้ต้นไม้แทนที่สือซานเหลียงที่เคยนั่ง หมี่เจาก็เดินมาด้วยสีหน้าร้อนใจ ชายผู้หนึ่งที่เนื้อตัวเปรอะเปื้อนคราบดินโคลนเต็มตัวเดินตามหมี่เจามา

แม่หนู ๆ ช่วยบอกสามีเจ้าให้ไปช่วยชาวบ้านดึงเม่ยเม่ยขึ้นมาจากบ่อโคลนหน่อยได้หรือไม่ ตอนนี้ช่วยกันอยู่หลายคนแล้วแต่เม่ยเม่ยตัวใหญ่มาก นี่ก็เป็นชั่วยามแล้วยังดึงขึ้นมาไม่ได้เลยหมี่เจาบอก

เม่ยเม่ย?” เฟิงชิงถิงไม่รู้ว่าเม่ยเม่ยคือผู้ใด

เม่ยเม่ยคือแม่หมูตัวหนึ่งมันตัวหนักมาก ตอนที่พวกเราไปเก็บชามันหนีออกจากคอกไปวิ่งเล่นจนตกบ่อโคลนขึ้นมาไม่ได้ ข้าเห็นว่าสามีเจ้าแรงดี หากไปช่วยกันอีกแรงคงจะดึงเม่ยเม่ยขึ้นมาได้

ข้าจะลองบอกเขาดูนะ แต่ไม่มั่นใจว่าเขาจะไปช่วยพวกท่านหรือไม่นางตอบอย่างไม่แน่ใจ

ข้าเข้าใจหมี่เจาเองก็รู้ว่าอาเหลียงสามีของแม่หนูนั้นคุยกันรู้เรื่องอยู่ไม่กี่เรื่อง แต่เพราะชาวบ้านต่างคิดว่ารูปร่างของสือซานเหลียงตัวใหญ่อีกทั้งยังผ่าฟืนได้เป็นชั่วยามๆ จึงคิดว่าหากได้คนผู้นี้มาช่วยคงจะดึงเม่ยเม่ยขึ้นมาง่ายขึ้น

เฟิงชิงถิงเดินไปสะกิดสือซานเหลียงที่ตั้งหน้าตั้งตาผ่าฟืนอย่างเอาเป็นเอาตาย ส่วนสือซานเหลียงเมื่อถูกสะกิดก็เอ่ยถามหมั่นโถว

เฟิงชิงถิงกลอกตา เขาคิดว่าถึงเวลาอาหารอีกแล้วละสิไม่ใช่ แต่พวกเขาอยากให้เจ้าไปช่วยดึงหมูตัวใหญ่ออกจากบ่อโคลน ท่านไปช่วยพวกเขาหน่อยได้หรือไม่

คำพูดของเฟิงชิงถิงถ่ายทอดออกไปสือซานเหลียงก็คล้ายกับว่าไม่ได้ยิน เขาหันกลับไปผ่าฟืนอย่างเอาเป็นเอาตายอีกครั้ง

เฟิงชิงถิงส่ายหน้าจนใจก่อนจะหันไปทางหมี่เจาและชายผู้ที่มาตามขอโทษนะเจ้าค่ะ

ช่างเถิด ข้าก็คิดไว้อยู่แล้ว แต่เห็นกำลังวังชาเขาใช่ย่อยก็เลยลองมาตามดูเท่านั้น เช่นนั้นข้าต้องรีบไปช่วยคนอื่นก่อน ป่านนี้คงตกบ่อโคลนกันหมดแล้ว วันนี้หากดึงเม่ยเม่ยขึ้นมาได้คงต้องอาบน้ำกันอีกนานชายคนนั้นบอกก่อนจะเดินกลับไปตามทางที่เขามา

ขอโทษด้วยนะเจ้าคะเฟิงชิงถิงบอกกับหมี่เจา

ไม่ใช่ความผิดของพวกเจ้าเสียหน่อยหมี่เจาบอก

ทุกคนต่างถอดใจแต่หารู้ไม่ว่าคนที่กำลังง่วนในการผ่าฟืนเมื่อได้ยินคำว่า'อาบน้ำ'ก็หยุดชะงัก เงยหน้าจากท่อนฟืนเหลือบมองร่างของชายที่เดินกลับไปตามทาง ดวงตาดุดันมองโคลนที่ติดอยู่ตามตัวของคนผู้นั้นอยู่พักหนึ่ง สุดท้ายโยนขวานทิ้งแล้วเดินตามคนผู้นั้นไป

อาเหลียงเฟิงชิงถิงตกใจที่อยู่ดีๆ เขาก็เดินตามชายคนนั้นไป นางกลัวว่าเขาจะไปก่อเรื่องจึงเดินตาม

เขาจะไปไหนหมี่เจาแปลกใจจึงเดินตามมาเช่นกัน

ข้าก็ไม่รู้เจ้าค่ะ

สุดท้ายพวกนางก็มายืนอยู่ตรงหน้าบ่อโคลนที่มีชายจำนวนแปดเก้าคนกำลังพยายามปลุกปล้ำอยู่กับแม่หมูตัวใหญ่ให้ขึ้นมาจากบ่อโคลน แม้จะมัดเชือกใช้ลาดึงขึ้น แต่เจ้าหมูอ้วนก็ดิ้นจนหลุดออกจากเชือกอยู่หลายครั้ง

นั่นหรือเจ้าคะเม่ยเม่ยเฟิงชิงถิงถามหมี่เจามองดูหมูตัวเมียขนาดใหญ่ พร้อมกับเสียงของเหล่าชาวบ้านที่เอ็ดตะโรช่วยกันดึงมันขึ้นมา

สือซานเหลียงที่เดินมาถึงมองดูกลุ่มคนที่ส่วนหนึ่งอยู่บนปากบ่อโคลนอีกกลุ่มหนึ่งอยู่ในบ่อโคลน ก็ตรงเข้าไปทันที

อาเหลียงเฟิงชิงถิงรีบเดินตามไป

เขาผลักคนที่ขวางทางออกก่อนจะกระโดดลงไปในบ่อโคลน

อ้าว เจ้านั่นเองชายที่เป็นคนเดินไปตามสือซานเหลียงเอ่ยอย่างยินดีเมื่อเห็นว่าสือซานเหลียงกระโดดลงไปในบ่อโคลน กำลังจะอธิบายวิธีช่วยกันดึงแม่หมูออกจากบ่อแต่สือซานเหลียงก็ไม่ได้สนใจ

เขาผลักคนในบ่อโคลนให้พ้นทาง เดินตรงเข้าไปหาแม่หมูด้วยสายตาดุดัน

อี๊ดแม่หมูเห็นแววตานั้นก็ร้องครางออกมาด้วยความตกใจกลัวกำลังคิดจะวิ่งหนี แต่ร่างใหญ่นั้นว่องไวยิ่งนัก ขยับเพียงครั้งเดียวก็ไปถึงตัวแม่หมู วงแขนกำยำโอบร่างอ้วนใหญ่ของแม่หมูที่เต็มไปด้วยโคลน แม่หมูก็พยายามดิ้นสุดกำลังด้วยความกลัวตายจนโคลนกระเด็นไปทั่วใบหน้าและร่างของเขา แต่ถึงอย่างนั้นแม่หมูก็ไม่สามารถทานแรงลำแข็งแกร่งได้ เขารัดหมูตัวอ้วนยกขึ้นพาดบ่าก่อนจะกระโดดขึ้นจากบ่อโคลนอย่างคล่องแคล่ว

เหล่าชาวบ้านต่างมองเหตุการณ์ด้วยสีหน้าตื่นตะลึงอ้าปากค้าง พวกเขาเกือบสิบคนยังทำเรื่องนี้ไม่ได้ แต่นี่เป็นบุรุษเพียงคนเดียวยกร่างใหญ่โตของแม่หมูที่ขนาดใหญ่กว่าหมูปกติถึงสี่เท่าขึ้นมาได้อย่างง่ายดาย ช่างน่าเหลือเชื่อจริงๆ

เก่งมาก ยอดมาก!เมื่อเห็นว่าเม่ยเม่ยถูกวางลงบน พื้นชาวบ้านที่ยังตกตะลึงไม่หายต่างก็ปรบมือรัวอย่างชื่นชม

หมี่เจาหุบปากที่อ้าค้างก่อนจะเอ่ยสามีของเจ้าแข็งแรงจริงๆ

เฟิงชิงถิงที่อ้าปากค้างก็หุบปากเช่นกันข้าก็เพิ่งรู้

คนที่อยู่ในบ่อโคลนต่างปีนขึ้นมาจากบ่อ หัวเราะออกมาด้วยความยินดีที่ช่วยเหลือแม่หมูตัวใหญ่ขึ้นมาได้ อีกทั้งยังเอ่ยขอบคุณสือซานเหลียงกันยกใหญ่ แต่สือซานเหลียงนั้นหาได้สนใจชาวบ้านเหล่านั้นไม่ หลังจากปล่อยแม่หมูลงเขาก็มองตนเองที่ยามนี้มีคราบโคลนเต็มไปหมดไม่เว้นแม้แต่เส้นผม

ร่างสูงใหญ่กำยำเดินผ่านชาวบ้านที่เข้ามาขอบใจเขาอย่างไม่แยแส มาหยุดตรงหน้าเฟิงชิงถิง

เฟิงชิงถิงเองก็แปลกใจที่อยู่ดีๆ เขาก็เดินมาหยุดอยู่ตรงหน้านาง หรือเขาหิวอีกแล้ว แล้วนางก็ต้องอ้าปากค้างอีกครั้งเมื่อเสียงทุ้มห้าวเอ่ยขึ้น

อาบน้ำ

อาบน้ำ...คงไม่ได้หมายความว่าจะให้นางอาบน้ำให้นะ

ไปอาบน้ำกับพวกข้าหรือไม่ชาวบ้านได้ยินสือซานเหลียงเอ่ยกับเฟิงชิงถิงจึงถามอย่างเป็นมิตร

อาบน้ำเขาไม่สนใจชายที่มาชวน เอาแต่มองหน้าเฟิงชิงถิงอย่างเดียว

ท่าทีดึงดันและการเอ่ยเช่นนี้ต่อหน้าผู้อื่นมันทำให้ใบหน้าของเฟิงชิงถิงอดที่จะร้อนผ่าวไม่ได้

พวกเจ้าอย่าไปสนใจเขาเลย เขาน่ะติดแต่ฮูหยินของเขาเท่านั้น พวกเจ้าไปอาบน้ำเถิดหมี่เจาบอกกับชาวบ้าน หนึ่งในนั้นมีเล่ยกัวสามีของนางด้วย

ใช่ๆ พวกเราไปอาบน้ำกันเถิด ส่วนเขาให้ฮูหยินของเขาดูแลเองเล่ยกัวบอก

เพราะชาวบ้านต่างรู้ว่าสือซานเหลียงสติไม่ดีนักจึงไม่มีผู้ใดถือสา แต่ก็มีชายบางคนอดไม่ได้ที่จะล้อเลียนเจ้านี้โชคดีไม่น้อยสติไม่ดีแต่ยังมีฮูหยินคอยเอาใจ ยัยแก่ที่บ้านข้านอกจากหาข้าวให้กินก็ไม่ทำอย่างอื่นเลย

ก็นางมีลูกที่ต้องดูแลนี่นา เจ้ายังดี ข้านี่โดดเดี่ยวมานานยังไม่มีผู้ใดดูแลเลยชายอีกคนเอ่ยก่อนจะมองไปทางสือซานเหลียงและเฟิงชิงถิงตาละห้อย เฮ้อ ช่างน่าอิจฉายิ่งนัก

--------------------------------------------

คิดนิยายสองเรื่องพร้อมกัน มันก็เลยช้ายิ่งกว่าเดิม 555 แย่จัง

ปล. เล่ห์ลวงหงส์ก็ยังลงอยู่นะคะ แต่เพราะเรื่องมันซับซ้อนก็เลยต้องใช้เวลาคิดนานหน่อยค่ะ ใครรออยู่รอหน่อยนะคะ

---------------------

โปรดติดตามตอนต่อไป...

ขอต้อนรับเข้าสู่โลกแห่งความเวิ่นเว้อของเราค่ะ 

....Welcome to my WorlD...


https://web.facebook.com/Writer.SummerNight/


กดแฟนเพจตรงนี้จ้า


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.052K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,452 ความคิดเห็น

  1. #2167 ku_ro (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2562 / 09:34
    ร้ายยยกาจจจจ เเผนนี้ช่างเเยบยล
    #2,167
    1
  2. #2031 FOONJUNG (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 18 กรกฎาคม 2562 / 19:47
    อ่านไป เขินไป
    #2,031
    1
    • #2031-1 (จากตอนที่ 6)
      21 กรกฎาคม 2562 / 00:26
      ขอบคุณจ้า
      #2031-1
  3. #1071 pemipond (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2562 / 11:15

    เราอาบให้ได้นะ มาๆ

    #1,071
    1
  4. #777 Fayrious (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2562 / 10:38

    พี่แผนสูงมาก ฮ่า ๆ ๆ

    #777
    1
    • #777-1 (จากตอนที่ 6)
      1 มิถุนายน 2562 / 00:26
      หึหึหึ
      #777-1
  5. #55 Pang_happy (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 7 เมษายน 2562 / 00:04
    รอเรื่องนี้ติดซะแล้วมาบ่อยๆนะ
    #55
    1
    • #55-1 (จากตอนที่ 6)
      12 เมษายน 2562 / 17:08
      แล้วจะมาบ่อยๆค่ะ
      #55-1
  6. #53 Nao Ng Sverige (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 4 เมษายน 2562 / 00:49
    แว้ปไปดูว่ามีebookมั้ย
    #53
    1
    • #53-1 (จากตอนที่ 6)
      12 เมษายน 2562 / 17:07
      ยังไม่มีเลยค่ะ
      #53-1
  7. #52 nunuvsop (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 3 เมษายน 2562 / 22:49

    ขนาดบ้ายังแอบเจ้าเล่ห์ ถึงจะบ้าแต่ว่าไม่โง่นะเออ เพลงแอ๊ดคาราบาวมาเลย

    #52
    1
    • #52-1 (จากตอนที่ 6)
      12 เมษายน 2562 / 17:07
      หุหุหุ
      #52-1
  8. #49 Oiljang89 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 3 เมษายน 2562 / 22:16
    พี่ใหญ่ขนาดท่านความจำเสื่อมนะเนี่ย
    #49
    1
    • #49-1 (จากตอนที่ 6)
      12 เมษายน 2562 / 17:06
      แน่นอน 555
      #49-1
  9. #48 I am you (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 3 เมษายน 2562 / 22:14
    ชอบจัง อยากอ่านอีกเลย ไรท์มาอัพบ่อยๆนะ
    #48
    1
    • #48-1 (จากตอนที่ 6)
      12 เมษายน 2562 / 17:05
      จ้าแล้วจะมาบ่อยๆ
      #48-1
  10. #47 usaonly (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 3 เมษายน 2562 / 21:42

    นิยายสนุกทั้งสองเรื่องค่ะ รอไรท์มาอัพตามสะดวกเลยค่ะ พี่เหลียงแกเจ้าเล่ห์ท่ียอมไปจับหมูก็เพราะ อยากให้น้องถิงอาบน้ำสระผมให้นั่นเอง ชักจะยังไงซะแล้ว ไม่รู้ว่าคนสติไม่ดีคิดอะไรอยู่ ขอบคุณค่ะ

    #47
    1
    • #47-1 (จากตอนที่ 6)
      12 เมษายน 2562 / 17:05
      ขอบคุณค่ะ มาดูว่ายังไงกันต่อไป
      #47-1
  11. #45 lhunsal (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 3 เมษายน 2562 / 18:59
    ลั้นล้า....เลย
    #45
    1
    • #45-1 (จากตอนที่ 6)
      12 เมษายน 2562 / 17:05
      นิดนึ่งจ้า
      #45-1
  12. #44 myself1507aya (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 3 เมษายน 2562 / 17:53
    รอตอนหน้าไม่ไหว
    #44
    1
    • #44-1 (จากตอนที่ 6)
      12 เมษายน 2562 / 17:05
      ขออภัยที่ให้รอนาน
      #44-1
  13. #43 Twinkyblue (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 3 เมษายน 2562 / 14:05
    พี่สือร้ายบริสุทธิ์มากอยากให้อาบน้ำให้ถึงกับลงทุนเปื้อน หมั่นไส้55555
    #43
    1
    • #43-1 (จากตอนที่ 6)
      12 เมษายน 2562 / 17:05
      นั่นแหละค่ะ
      #43-1
  14. #42 13942 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 3 เมษายน 2562 / 13:30

    อยากรู้จังตอนพระเอกหายบ้าจะเป็นแบบนี้ใหมน้าาาา
    นางเอกเขินคนอ่านฟินเจ้าค่ะ อะคิอะคิๆๆ( น้ำเสียงชั่วร้าย )
    #42
    1
    • #42-1 (จากตอนที่ 6)
      12 เมษายน 2562 / 17:04
      มาฟินกันต่อจ้า อิอิ
      #42-1
  15. #41 mooklinlava2505 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 31 มีนาคม 2562 / 05:20
    สนุกค่ะ ลุ้นระทึกไปพี่ใหญ่ด้วย
    #41
    1
  16. #40 myself1507aya (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 31 มีนาคม 2562 / 03:12
    ซักวันคงได้โดนกินจริงๆแน่นางเอกเรา
    พระเอกนี้ก็ร้ายมากร้ายแบบซื่อๆ
    #40
    1
    • #40-1 เวิ่นเว้อ(จากตอนที่ 6)
      3 เมษายน 2562 / 12:28
      555 มาดูความร้ายกาจของคนบ้าต่อ
      #40-1
  17. #39 usaonly (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 31 มีนาคม 2562 / 02:23

    คนบ้าแต่ชอบแต่งตัว ชอบให้หวีผมซะด้วย คงนึกถึงอดีตท่ีท่านแม่หวีผมให้กระมัง กำลังเคลิ้ม ๆ น่าจะฝังเข็มได้บ้างนะ จะได้มีอาการดีขึ้น ขอบคุณค่ะ

    #39
    1
    • #39-1 เวิ่นเว้อ(จากตอนที่ 6)
      3 เมษายน 2562 / 12:28
      ลุ้กกันต่อไปค่ะ บ้าแต่ก็เหมือนหื่น 555
      #39-1
  18. #38 สู้ๆไรเตอร์ (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 31 มีนาคม 2562 / 00:15

    คนบ้าหบอกกินเต้าหู้หทันโถอีกแล้ว

    #38
    1
    • #38-1 เวิ่นเว้อ(จากตอนที่ 6)
      3 เมษายน 2562 / 12:27
      กินจนอิ่มเลย
      #38-1