ฮูหยินของข้า (Romantic Publishing)

ตอนที่ 27 : ตอนที่ 26(100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 22,005
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,690 ครั้ง
    17 ก.ย. 62

ด้านเฟิงชิงถิงนั้นนางยังคงระหกระเหินอยู่ในรถม้า เพราะการเดินทางกลับเมืองหลวงของเจิ้งหลู่ยังคงดำเนินต่อไป หลังจากที่นางปฏิเสธไม่รักษาอาการบาดเจ็บให้เจิ้งหลู่ ทุกวันยังมียามาให้นางดื่ม ถึงเวลาเปลี่ยนผ้าพันแผลหมอหญิงก็มาช่วยนางจัดการ แต่นอกจากยาและเปลี่ยนผ้าพันแผลนางไม่ได้รับอย่างอื่นอีกเลย เจิ้งหลู่สั่งงดน้ำงดอาหารกับนาง นี่ก็สามวันแล้วที่ไม่มีสิ่งใดตกถึงท้องนอกจากยาอันแสนขมที่นับวันก็ยิ่งขมขึ้นทุกวัน

การเดินทางไปเมืองหลวงแคว้นเจิ้งนั้นเลี่ยงไม่ได้ที่บางครั้งต้องค้างแรมกลางป่า เย็นวันหนึ่งระหว่างที่กำลังตั้งค่ายพักแรม เจิ้งหลู่และคนของเขาออกไปล่าสัตว์ ซ่วนจื่อจึงแอบนำขนมและน้ำชามาให้เฟิงชิงถิง

“ท่านทำดีกับข้าเช่นนี้เพราะอะไร” เฟิงชิงถิงถามพลางมองขนมและน้ำชา นางไม่แตะต้องอาหารที่ซ่วนจื่อนำมาให้

“ข้าทำดีกับแม่นาง ก็เพื่อให้แม่นางใจอ่อนยอมช่วยรักษาอาการบาดเจ็บของท่านอ๋อง”

“เช่นนั้นก็เลิกเสียเถิด ข้าไม่คิดจะรักษาคนที่มีจิตใจต่ำช้า” เฟิงชิงถิงที่ริมฝีปากแห้งผากบอก

“แม่นางเฟิง เอ่ยเช่นนี้อยากอายุสั้นหรือไร อีกทั้งท่านอ๋องของข้าก็ไม่ได้ต่ำช้าเช่นที่เจ้าว่าสักนิด”

“เขาอาจจะไม่ได้ต่ำช้าสำหรับท่าน แต่สำหรับข้า เขาเป็นบุรุษต่ำช้าที่คิดพรากพรหมจรรย์สตรี”

“เจ้ารู้เรื่อง” ซ่วนจื่อเบิกตากว้างก่อนจะรีบปฏิเสธ “เรื่องนั้นไม่จริงเลย ท่านอ๋องแค่ขู่สตรีนางนั้นเท่านั้น แต่สตรีนางนั้นกลับร้ายกาจทำร้ายท่านอ๋องจนบาดเจ็บ อวัยวะส่วนนั้นใช้การไม่ได้ เจ้าคงรู้ว่าอวัยวะที่ข้าเอ่ยคือส่วนใด”

“สมควรแล้ว และเท่าที่รู้เขาไม่ได้แค่ข่มขู่” เฟิงชิงถิงเอ่ยสั้นๆ พิงรถม้ามองไปนอกหน้าต่าง

“เจ้านี่นา ใบหน้าก็งดงามแต่เหตุใดจึงเย็นชานัก” ซ่วนจื่อส่ายหน้า

ขณะที่ซ่วนจื่อกำลังคิดจะชักแม่น้ำทั้งห้าสาย ก็มีเสียงเหล่าทหารตะโกนบอกว่าท่านอ๋องกลับมาแล้ว เฟิงชิงถิงจึงหันไปบอกกับซ่วนจื่อว่า

“ท่านออกไปเถิด หากอ๋องผู้นั้นรู้ว่าท่านมาดูแลข้า เขาจะลงโทษท่านได้”

“ท่านอ๋องแม้จะดุร้ายแต่หากกับคนที่เขาไว้ใจแล้วเขาจะดีมาก อีกอย่างหากท่านอ๋องดุร้ายจริงเขาก็คงสั่งคนมาลากเจ้าไปทรมานแล้ว ไม่ใช่แค่อดอาหารแน่นอน”

เสียงด้านนอกรถม้าที่ดังแอะอะ ทำให้เฟิงชิงถิงไม่สนใจคำพูดของซ่วนจื่อเท่าใดนัก นางได้ยินเสียงเห่าดุดันของสุนัขตัวหนึ่งก่อนเสียงนั้นจะแปรเปลี่ยนเป็นเสียงร้องอย่างเจ็บปวดและขาดห้วงไป

“เกิดสิ่งใดขึ้น” เฟิงชิงถิงถามกับซ่วนจื่อ

“ข้าจะออกไปดู” ซ่วนจื่อบอกก่อนจะรีบออกจากรถม้าไป ไม่นานเขาก็กลับมาเล่าว่า “ตอนท่านอ๋องออกไปล่าสัตว์ได้เจอกับฝูงหมาป่าพวก พวกเขาจึงสังหารหมาป่าเหล่านั้น มีหมาป่าตัวหนึ่งรอดตายตามท่านอ๋องมาถึงที่ค้างแรม คนของเราจึงสังหารมัน ยามนี้ไม่มีอันตรายแล้ว เชิญแม่นางออกไปต้อนรับท่านอ๋องเถิด”

แม้เฟิงชิงถิงไม่อยากจะออกไปต้อนรับเจิ้งหลู่ แต่เพราะนางมาอยู่ในคณะเดินทางของเขา ไม่ยอมออกไปก็ถูกคนบังคับลากตัวออกไปอยู่ดี เพราะทุกครั้งที่เป็นเวลาอาหาร เจิ้งหลู่จะสั่งคนให้ลากตัวนางมานั่งดูเขากินอาหาร แต่เมื่อเฟิงชิงถิงออกมาแล้วก็ต้องเห็นภาพชวนสลดใจ

ซากหมาป่าตัวหนึ่งนอนแน่นิ่งอยู่บนพื้น บนตัวมันชุ่มไปด้วยเลือด บาดแผลที่ถูกฟันเป็นทางยาวยังมีเลือดซึมออกมากลายเป็นธารโลหิตสายเล็กที่รวมตัวเป็นแอ่งของเหลวสีแดงฉาน  เฟิงชิงถิงมองผ่านภาพนั้นไปด้วยความรู้สึกที่ไม่ดีนัก ไปนั่งประจำที่ของนางคือตรงกันข้ามที่นั่งของเจิ้งหลู่

ยังไม่ทันได้นั่ง เฟิงชิงถิงก็นึกเสียใจที่นางออกมาง่ายๆ เพราะตรงกันข้ามกองไฟนั้นเจิ้งหลู่กำลังนั่งยิ้มมองมายังนาง ตรงหน้าเขามีโต๊ะอาหารที่มีเนื้อย่างที่เพิ่งนำออกมาจากไฟและผลไม้สดหลายอย่าง นางไม่ได้เสียใจเพราะเรื่องอาหาร แต่เป็นเพราะข้างกายเขามีกรงใบหนึ่งตั้งอยู่ต่างหาก

ด้านในกรงนั้นมีแมวป่าตัวใหญ่อยู่หนึ่งตัว แมวป่าตัวนั้นทั้งขู่ทั้งคำรามเจิ้งหลู่ด้วยท่าทางไม่เป็นมิตร มันพยายามตะกายกรงและใช้ฟันงับซี่กรงด้วยความเดือดดาล เจิ้งหลู่รำคาญใช้กิ่งไม้ที่ตรงปลายติดไฟอยู่จี้ลงไปที่ตัวของมัน แมวป่าร้องเสียงแหลมด้วยความเจ็บปวด

เฟิงชิงถิงทนดูไม่ได้ นางจึงหมุนตัวกลับคิดจะกลับไปที่รถม้า

“จะไปที่ใดเล่า” สิ้นเสียงของเจิ้งหลู่แขนทั้งสองข้าของเฟิงชิงถิงก็ถูกองครักษ์หิ้วปีกกลับไปนั่งประจำที่ของนาง เฟิงชิงถิงไม่มองเจิ้งหลู่และพยายามทำเป็นไม่ได้ยินเสียงร้องครางอันเจ็บปวดของแมวตัวนั้น

เจิ้งหลู่คีบเนื้อย่างชิ้นหนึ่งเข้าปาก เคี้ยวช้าๆ ก่อนจะถามนางว่า

“หมอเทวดาเฟิง นี่ก็สามวันแล้ว เจ้าคิดจะยอมรักษาให้ข้าหรือไม่” ความหมายอีกอย่างหนึ่งคือ หมอเทวดาเฟิง นี่ก็สามวันแล้วที่เจ้าไม่ได้กินอาหาร ยังอยากจะกินอาหารหรือไม่ หากอยากจะกินอาหารก็ยอมรักษาอาการบาดเจ็บให้ข้าแต่โดยดี

กลิ่นเนื้อย่างที่หอมฉุยทำให้เฟิงชิงถิงกลืนน้ำลาย ลำคอของนางแห้งผากจนแทบจะเป็นผุยผงอยู่แล้ว ท้องของนางก็ปวด แรงก็แทบไม่เหลือ แต่นางก็ยังคงมีแรงเชิดหน้าตอบออกไป

“ข้ายังยืนยันคำเดิม”

“เหงี่ยว!” เฟิงชิงถิงสะดุ้งเพราะเสียงแมวป่าที่ถูกไม้ติดไฟจี้ไปที่ลำตัวอีกครั้ง เสียงร้องนั้นทำให้นางอดจ้องมองไปในกรงไม่ได้

“หิวจนอยากจะกินเจ้าตัวนี้เลยหรือ” เจิ้งหลู่ยิ้มหยัน

“ท่านจับมันมาเพื่อสิ่งใด” เฟิงชิงถิงอดถามไม่ได้

“ก็แค่เบื่อ ก็เลยจับมันมาเลี้ยงฆ่าเวลา” เขาโยนกิ่งไม้ที่ไฟมอดไปแล้วทิ้ง หยิบมีดหั่นเนื้อขึ้นมาแทน

เฟิงชิงถิงจ้องไปที่มีดสั้นด้วยใจประหวั่น ความหิวเมื่อครู่เหือดหายไปในทันทีที่มีดยื่นเข้าไปใกล้กรงของเจ้าแมวใหญ่ตัวนั้น แวบหนึ่งนางเห็นสายตาของเจิ้งหลู่มองมาจึงรีบเบือนสายตาไปทางอื่น

“แหง่ว!

แมวป่าแผดเสียงเจ็บปวดออกมาอีกครั้ง เสียงร้องอันเจ็บปวดที่ดังลั่นทำให้เฟิงชิงถิงหันไปดูด้วยความตกใจ ภาพตรงหน้าทำให้นางไม่สามารถแสดงท่าทีเยือกเย็นต่อไปได้

“นี่เป็นวิธีเลี้ยงสัตว์ของท่านหรือ”

นางทนไม่ได้ที่เห็นเขาเอามีดหั่นเนื้อทิ่มไปยังหัวไหล่ของแมวตัวนั้น เลือดสีแดงสดยังติดอยู่ที่ปลายมีด ส่วนแมวตัวนั้นเพราะถูกแทงที่หัวไหล่ข้างหนึ่งจึงทำให้มันยืนได้ไม่ดีนัก แต่ถึงอย่างนั้นมันก็ยังไม่คลายความดุร้าย

“ข้าจะเลี้ยงอย่างไรก็เรื่องของข้า” เขายิ้มร้ายกาจใช้มีดที่ยังมีคราบเลือดของแมวตัวนั้นกรีดกรงไปมา กระตุ้นให้แมวตัวนั้นขู่ฟ่อตลอดเวลา

เฟิงชิงถิงขบกรามแน่น มือทั้งสองข้างกำชายกระโปรงเอาไว้จนยับย่น ไม่ให้คนตรงหน้ารู้ว่านางคิดอย่างไร แต่เพราะ เปลวไฟวับแวมที่สาดไล้ไปตามพื้นทำให้เห็นว่ามีโลหิตแผ่ออกมาจากใต้กรง เฟิงชิงถิงจึงหลุดปากออกมา

“แต่ท่านกำลังทำมันตาย” เมื่อเอ่ยออกไปแล้วนางแทบอยากจะกัดลิ้นตาย นางไม่ควรเผยจุดอ่อนให้เขาเห็น

เจิ้งหลู่หรี่ตามองพร้อมกับรอยยิ้มเช่นเดิม “ข้าเป็นพวกเบื่อง่าย เจ้าตัวนี้ก็แค่นำมาเลี้ยงแก้เบื่อชั่วข้ามคืน หมดคืนนี้ไปมันก็ไร้ค่าสำหรับข้า อยากเอาไปเลี้ยงต่อหรือไม่ แต่หากรอจนถึงพรุ่งนี้เช้า คาดว่าเจ้าคงได้แต่ร่างแต่ไร้วิญญาณของมัน”

เฟิงชิงถิงขบริมฝีปากแน่น แมวในกรงดูอ่อนแรงลงมาก เสียงขู่ของมันก็เริ่มกลายเป็นครางเจ็บปวดก็ยิ่งร้อนใจ

เห็นดวงตากระจ่างใสมองสัตว์ในกรงไม่วางตา เขาคลี่ยิ้มอย่างมีชัยก่อนจะเอ่ยต่อ “หมอเทวดาเฟิง เจ้าก็รู้ว่าข้ายอมเจ้าทุกอย่าง เพียงแค่เจ้าร้องขอ จะเป็นร้อยเป็นพันอย่างข้าก็ยินยอม แต่มีแค่สิ่งเดียวที่ข้าต้องการ”

“...” เฟิงชิงถิงมองเมินไปทางอื่น แต่ในใจของนางกลับร้อนรนขึ้นมาก

เจิ้งหลู่แหย่มีดเข้าไปในกรง เขี่ยร่างสี่ขาที่อ่อนเปลี้ยไปมา “ตัวแค่นี้เอาไปย่างกินก็ไม่อิ่ม ตัวก็เล็กจะถลกหนังมาทำสิ่งใดก็ไม่พอ อีกทั้งยังถูกไฟจี้ไปทั่วตัวไม่เหมาะจะทำสิ่งใดสักอย่าง ช่างไม่มีค่าแม้แต่น้อย หมอเทวดาเฟิง เจ้ามีความคิดเห็นว่าอย่างไร”

“ให้ข้า” เฟิงชิงถิงตัดสินใจในที่สุด

“เจ้าว่าอย่างไรนะ” เจิ้งหลู่ทำเป็นหูไม่ดี

“ข้ายินดีรักษาอาการบาดเจ็บให้ท่าน แต่ท่านต้องยกแมวป่าตัวนั้นให้ข้า”

“แมวป่า...” เจิ้งหลู่หันไปมองแมวตัวใหญ่ที่หายใจรวยระรินก่อนจะหันมาถามอย่างใจดี “ต้องการอย่างอื่นอีกหรือไม่”

“ข้าต้องการอุปกรณ์ทำแผล ยาสมานแผลเพื่อแมวป่าตัวนี้” เพราะยามนี้นางไม่มีสิ่งใดติดตัว ทุกอย่างจึงต้องเอาจากคนแคว้นเจิ้ง

“ได้” เจิ้งหลู่จิบสุราในจอกพร้อมกับรอยยิ้ม “แค่นี้หรือ”

“ใช่ข้าต้องการแค่นี้ หากบาดแผลของข้าหายดีเมื่อใด ข้าจะตรวจอาการบาดเจ็บของท่านทันที” เฟิงชิงถิงบอกอย่างเด็ดเดี่ยว

อย่างไรเสียหากนางไม่ยินยอมก็ไม่ส่งผลดีต่อนางอยู่แล้ว ดังนั้นสู้รับปากไปก่อน แล้วค่อยหาวิธีคิดหลบเลี่ยงอีกทีก็ไม่สาย อย่างน้อยสามารถช่วยชีวิตของแมวป่าได้ตัวหนึ่งก็ถือว่าคุ้มแล้ว

“ไม่คาดว่าแค่ชีวิตของสัตว์เพียงตัวเดียวก็สามารถทำให้เจ้าเปลี่ยนใจได้แล้ว” เจิ้งหลู่เย้ยหยัน

“สัตว์เพียงตัวเดียวก็หนึ่งชีวิตเช่นกัน และขอให้รู้เอาไว้ว่าหากไม่ใช่เพราะแมวป่าตัวนี้ข้าคงไม่คิดจะรักษาอาการบาดเจ็บให้ท่าน” เฟิงชิงถิงลุกขึ้นปัดกระโปรงด้วยท่าทีไม่ใส่ใจ “ข้าไปได้แล้วใช่หรือไม่ หรือต้องรอให้ท่านกินเสร็จแล้วค่อยไป”

“หากเป็นวันอื่นต้องเป็นเช่นนั้น แต่เพราะวันนี้ข้าอารมณ์ดีจึงปล่อยเจ้าไปได้ เชิญ แล้วข้าให้คนยกกรงสัตว์เลี้ยง อุปกรณ์ทำแผลและอาหารไปให้เจ้าที่รถม้า”

 “ขอบพระทัยที่เมตตา”  เฟิงชิงถิงถอนสายบัวประชดก่อนจะหมุนตัวกลับไปที่รถม้าของตนเอง มีคนคุมตัวขนาบอยู่ข้างตัวนางทั้งด้านซ้ายและขวา

หลังจากเจิ้งหลู่กินอาหารค่ำเสร็จ เขาก็กลับเข้าไปในกระโจมด้วยอารมณ์ดีที่นานๆ จะมีสักครา ขณะที่ยืนให้ซ่วนจื่อปรนนิบัติผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าเจิงหลู่ก็เอ่ยขึ้นมา

“นางก็แค่สตรีธรรมดา สัตว์ใกล้ตายแค่ตัวเดียวก็ยอมรักษาให้ข้าเสียแล้ว คาดว่าต่อไปข้าให้อย่างอื่นแก่นาง นางก็คงอิดออดเล็กน้อยแล้วก็รับสิ่งที่ข้าประทานให้อย่างยินดี เจ้าว่าหรือไม่”

ซ่วนจื่อเงียบอยู่พักหนึ่งสุดท้ายก็ตัดสินใจเอ่ยออกมา “ทูลท่านอ๋อง แม้ซ่วนจื่อจะโง่เขลา แต่บ่าวก็พอรู้ว่านางไม่ใช่คนเช่นนั้น หากนางคิดจะไม่รับสิ่งที่ท่านอ๋องประทานอย่างไรก็ไม่รับ นางไม่ใช่สตรีทั่วไปที่ท่านอ๋องเคยพบ”

“เจ้าเอาสิ่งใดมาตัดสินใจ ก็เห็นกันอยู่ นี่ก็คงจะหิวจนทนไม่ไหวจึงใช้ข้ออ้างอื่นมาทำให้ตนเองดูดีเท่านั้น”

“กระหม่อมอยู่ในวังหลวงมานานเกือบทั้งชีวิต เห็นสตรีมาก็มาก พวกนางไม่ต้องแสแสร้งหรือปิดบังอารมณ์กับกระหม่อมมากนัก ผิดกับพระองค์ที่พวกนางต้องปิดบังอารมณ์ คิดหาวิธีใช้มารยาร้อยแปดเพื่อให้ท่านอ๋องโปรดปราน ต่อหน้าท่านอ๋องพวกนางอ่อนหวาน แต่ลับหลังมีแต่สตรีใจอำมหิตคิดแต่จะแก่งแย่งชิงดีเพื่อตำแหน่งพระชายาซึ่งเรื่องนี้กระหม่อมก็คาดว่าท่านคงรู้ดี”

ที่ซ่วนจื่อกล้าเอ่ยเพราะเขาเห็นมามาก บางครั้งท่านอ๋องของเขาเองก็รู้ แต่เพียงทำเป็นไม่รู้ ที่เขาบอกท่านอ๋องในวันนี้เพื่อให้ท่านอ๋องรู้ว่าแท้จริงแล้วสตรีเหล่านั้นล้วนมีแผนการ ไม่จริงใจ ผิดกับเฟิงชิงถิงที่นางไม่ได้มีแผนการใด คิดสิ่งใดก็ทำไปอย่างนั้น

“เจ้าจะบอกว่าเหตุผลที่นางยอมรักษาให้ข้าเพียงเพราะเจ้าสัตว์หน้าขนตัวนั้นเพียงตัวเดียวหรือ” สีหน้าของเจิ้งหลู่เริ่มดำทะมึนเมื่อคิดได้ว่า ชีวิตของเขายังดูด้อยค่ากว่าสัตว์เพียงตัวเดียว

“ถูกต้องพ่ะย่ะค่ะ แต่เหนือสิ่งอื่นใดคือ นางมีจิตใจอันดีงามพ่ะย่ะค่ะ”

“เจ้าถูกนางหลอกแล้วซ่วนจื่อ” เจิ้งหลู่บอก

 “พ่ะย่ะค่ะ ซ่วนจื่อโง่เขลา ถูกผู้อื่นหลอกยังไม่รู้ตัว” หลังจากถอดรองเท้าให้เจิ้งหลู่เสร็จซ่วนจื่อค้อมกายยิ้มรับก่อนจะถอยออกไป

เจิ้งหลู่เอนกายนอนลงบนเตียง มือทั้งสองประสานท้ายทอยมองม่านกระโจมด้วยความคิดหลากหลาย

“ก็แค่สตรีธรรมดา” เขาเอ่ยพร้อมกับรอยยิ้มหยัน ก่อนจะหลับตาลง ซ่วนจื่อที่เห็นท่านอ๋องหลับตาลงแล้วก็ดับตะเกียงก่อนจะถอยออกมานอกกระโจมอย่างเงียบเชียบ

ด้านเฟิงชิงถิงนั้น เมื่อกลับมาถึงรถม้า กรงแมวป่า อุปกรณ์ทำแผล และอาหารต่างทยอยเข้ามาจนรถม้าของนางแทบจะไม่มีที่ให้นั่ง แม้กลิ่นเนื้อย่างจะหอมหวนแต่นางก็หาได้สนใจ พาเจ้าแมวป่าออกจากกรงแล้วเริ่มรักษาบาดแผลให้มันก่อน ยามนี้มันเสียเลือดไปมาก อีกทั้งรอยที่โดนไฟจี้ก็มีไม่น้อย ขนบนตัวที่มีสีเหลืองอ่อนจุดสีดำมีรอยไหม้และแหว่งอยู่หลายที่ มันหมดเรี่ยวแรงแม้จะป้องกันตนเอง มีเพียงเสียงขู่อย่างไม่เป็นมิตรที่ออกมาจากลำคออย่างยากเย็น เฟิงชิงถิงทำแผลให้มันไปพลางปลอบมันไปพลางจนทำแผลสุดท้ายให้มันจนเสร็จ

เหมือนเจ้าแมวป่าจะรู้ว่าเฟิงชิงถิงไม่ได้คิดร้ายกับมัน เมื่อนางทำแผลเสร็จ มันก็มีท่าทีอ่อนลงมาก ร้องแหง่วให้นางคราหนึ่งก่อนจะหลับตาลงอย่างอ่อนล้า

เฟิงชิงถิงเองก็อ่อนล่าไม่น้อย เพราะบาดแผลที่หัวไหล่ยังไม่หายดี และนางเองก็เกร็งแขนทำแผลให้เจ้าแมวป่าอยู่นาน คล้ายว่ายามนี้ไหล่ข้างที่บาดเจ็บ หนักขึ้นอีกหลายชั่ง นางนั่งพิงรถม้ามองดูเจ้าแมวป่าที่หายใจอย่างสม่ำเสมอด้วยสายตาเอ็นดู แต่เพราะเหนื่อยเกินไป มองได้ไม่นานเปลือกตาก็หนักอึ้งและผล็อยหลับไปในที่สุด

กลางดึกอากาศหนาวจัด เจ้าแมวป่าที่เพิ่งได้รับการรักษาลืมตาสีเหลืองอำพันขึ้นมา มองไปยังสตรีร่างบางที่นั่งหลับพิงรถม้าอยู่ครู่หนึ่งก็ลุกขึ้น มันกระโผลกกระเผลกไปข้างตัวของหญิงสาวก่อนจะหมุนตัวหาที่เหมาะทรุดกายสี่ขาซบที่ต้นขาของหญิงสาวแล้วก็หลับตาลงอีกครั้ง คล้ายว่าที่ตรงนี้คือที่ที่ปลอดภัยที่สุดสำหรับมัน

 

วันต่อมา คณะเดินทางของเจิ้งหลู่ก็เดินทางไปถึงหมู่บ้านแห่งหนึ่งและหยุดอีกครั้งในช่วงเที่ยง ที่นั่นมีทหารหลายนายรออยู่ เมื่อขบวนรถม้ามาถึง ทหารเหล่านั้นก็ตั้งแถวต้อนรับทันที

เจิ้งหลู่ลงมาจากรถม้าด้วยใบหน้าเรียบเฉย แต่เมื่อเห็นว่าผู้ใดเป็นหัวหน้ากองทหารใบหน้าหล่อเหลาแต่ซีดเซียวก็ฉายความไม่พอใจทันที

“เป็นเจ้า” เจิ้งหลู่พูดเสียงห้วน

หลังจากทำความเคารพเจิ้งหลู่พอเป็นพิธี เจ้าของร่างใหญ่ในชุดทหารเต็มยศก็จ้องหน้าเจิ้งหลู่อย่างไม่กลัวตาย เอ่ยออกมาแค่สั้นๆ ด้วยน้ำเสียงห้าวติดสำเนียงเผ่าอุยเฉา “เป็นข้า”

“เหตุใดฮ่องเต้จึงส่งเจ้ามา ไม่มีผู้อื่นแล้วหรือไร”

เพื่อความปลอดภัย ก่อนกลับแคว้นเจิ้ง เจิ้งหลู่จึงส่งข่าวเรื่องการเดินทางกลับเมืองหลวงเพื่อให้ฮ่องเต้ส่งคนมาอารักขาเขาเพิ่ม แต่ไม่คิดว่าคนที่ถูกส่งมาจะเป็นเฮ่ออาตันผู้ยโสโอหังและกระด้างกระเดื่อง

“หาทราบไม่ ข้าก็แค่ทำตามหน้าที่” คนผู้นี้ตอบเสียงห้วน คล้ายไม่เห็นเจิ้งหลู่อยู่ในสายตา แม้แต่คำท้ายว่า พ่ะย่ะค่ะ เฮ่ออาตันก็หาได้เอ่ยไม่ แต่เขาเป็นเช่นนี้มานานแล้ว ในแคว้นเจิ้ง นอกจากฮ่องเต้แคว้นเจิ้ง เฮ่ออาตันก็ไม่เห็นผู้ใดอยู่ในสายตา แม้แต่เจ้งหลู่ก็ตาม

หลายปีก่อนเฮ่ออาตันเคยถูกขังคุกและโดนลงทัณฑ์ด้วยเรื่องนี้ ไม่รู้ว่าเพราะเขาหยิ่งในศักดิ์ศรีหรือโง่กันแน่ หลังจากถูกลงทัณฑ์ต่างๆ นานา เฮ่ออาตันก็ยังคงยืนกรานเช่นเดิม ที่เขาไม่เห็นเจิ้งหลู่อยู่ในสายตาด้วยเหตุผลว่า พี่ชายของเขาเป็นหัวหน้าเผ่า ส่วนเขาก็เป็นน้องชายหัวหน้าเผ่า ดังนั้นฐานะของเจิ้งหลู่จึงเท่ากัน เพราะเจิ้งหลู่ก็เป็นเพียงน้องชายฮ่องเต้แคว้นเจิ้งเหมือนกับเขาที่เป็น้องชายของหัวหน้าเผ่า

เรื่องนี้สร้างความไม่พอใจแก่เจิ้งหลู่มาก แต่จะสังหารก็ไม่ได้เพราะถือว่าเป็นเครื่องบรรณาการในการสานสัมพันธไมตรีระหว่างแคว้นเจิ้งและเผ่าอุยเฉา อีกทั้งในยามรบเฮ่ออาตันก็สร้างผลงานแก่แคว้นเจิ้งไม่น้อย ยามอยู่ชายแดนทำศึกเขามียศเป็นถึงรองแม่ทัพ แต่เมื่อกลับมายังเมืองหลวงด้วยวาจาที่สามหาวที่มีต่อเจิ้งหลู่ เขาจึงถูกลดตำแหน่งลงมาพร้อมกับเข้าออกคุกหลวงเป็นว่าเล่น

หากเป็นเมื่อก่อนเจิ้งหลู่คงไม่พอใจมากกว่านี้ แต่เป็นเพราะช่วงนี้เขาอารมณ์ดีเป็นพิเศษจึงแค่โบกมือไล่ “หากไม่มีสิ่งใดก็เดินทางต่อ”

เฮ่ออาตันไม่ได้สนใจวาจาของเจิ้งหลู่เท่าใดนัก เขามองไปยังขบวนรถม้าที่จอดเรียงรายก่อนจะบอกสั้นๆ “เพื่อความปลอดภัย ข้าจะไปตรวจรถม้าก่อน”

ไม่รอให้เจิ้งหลู่อนุญาตร่างสูงใหญ่ก็เดินผ่านเขาไป

“เจ้า!” เจิ้งหลู่แทบจะตวาดใส่ แต่เพราะรู้ว่าเฮ่ออาตันผู้นี้หนังหนาหน้าด้านเพียงไร เขาจึงเลิกจะสนใจ ขึ้นรถม้ารอเคลื่อนขบวนพร้อมกับจดความไม่พอใจเอาไว้ในใจ กลับถึงเมืองหลวงเมื่อใดเขาจะรายงานให้ฮ่องเต้ลงทัณฑ์ให้สาสม

รถม้ามีทั้งหมดสิบคัน ใช้สำหรับเจิ้งหลู่เดินทางหนึ่งคัน สำหรับคุมขังเฟิงชิงถิงหนึ่งคัน ของหมอหญิงที่โดยสารรวมกับนางกำนัลอีกสองคัน ช่างฝีมือและหมอหลวงโดยสารรวมกันคันหนึ่ง  สัมภาระต่างๆ สองคันและรถเสบียงอีกสามคัน นอกนั้นล้วนเป็นองครักษ์ที่ขี่ม้าขนาบหน้าหลังหัวท้าย

เฮ่ออาตันเดินสำรวจขบวนรถม้าไปเรื่อยๆ จนถึงรถม้าคันที่สาม เห็นมีองครักษ์ขี่ม้าล้อมอยู่สี่ด้านจึงหันไปถาม องครักษ์นายหนึ่ง “รถม้าคันนี้บรรทุกสิ่งใด”

“หมอเทวดาที่ท่านอ๋องต้องการตัวอย่างไรเล่า” องครักษ์ตอบ เนื่องจากตำแหน่งขององครักษ์ประจำกายของเจิ้งหลู่นั้นมียศสูงกว่าแต่เพราะเฮ่ออาตันเป็นผู้รับราชโองการจากฝ่าบาทให้เดินทางมาคุ้มกันท่านอ๋อง แม้ไม่เคารพแต่ก็ต้องยังไว้หน้าอยู่บ้าง

ขณะนั้นมีสตรีนางหนึ่งเดินออกมาพอดี นางแต่งชุดไม่เหมือนนางกำนัลในขบวน หญิงนางนั้นแต่งชุดคล้ายชาว แต่เนื้อตัวสะอาดท่วงท่าดูทรงภูมิไม่คล้ายกับหญิงสาวชาวบ้านทั่วไป เฮ่ออาตันจึงพยักเพยิดไปที่รถม้าคันหลังแล้วถาม “แล้วนางเล่า”

“หมอหญิง ท่านอ๋องซื้อตัวนางมารักษาอาการบาดเจ็บของหมอเทวดา”

“เป็นหมอแล้วไยต้องมีหมอมารักษา” เฮ่ออาตันหันกลับไปมองประตูรถม้าคันเดิมอีกครั้ง

“หมอเทวดาบาดเจ็บที่หัวไหล่เพราะถูกลูกหลงจากการต่อสู้ สลบไปหลายวัน อีกทั้งแผลอยู่ที่หัวไหล่นางทำเองคงไม่สะดวก”

“อาการนางเป็นอย่างไรบ้าง เป็นตัวถ่วงต่อการเดินทางหรือไม่”

องครักษ์ได้ยินก็หัวเราะ “ถ่วงแล้วอย่างไรเล่า ถ่วงแล้วจะทิ้งนางไว้กลางทางหรือ กว่าจะได้ตัวนางมาพวกข้าเหน็ดเหนื่อยไม่น้อย อีกอย่างยามนี้นางก็ไม่ได้ย่ำแย่ วันนี้ได้กินอาหารแล้วอาการคงดีขึ้นตามลำดับ ไม่ทำให้เสียเวลาเดินทางแน่”

“อีกกี่วันอาการของนางจะหายดี และเดินทางได้สะดวก”

“หมอหญิงบอกว่าอีกสิบวันแผลที่สมานก็เริ่มตกสะเก็ด แต่แผลด้านในยังสมานไม่ดี หากไม่ถูกกระแทกก็จะไม่มีผลต่อการเดินทาง”

เฮ่ออาตันได้ยินเช่นนั้นก็ตอบอืมคำหนึ่งก่อนจะถามต่อ “ผู้ใดเป็นคนทำให้นางบาดเจ็บ”

“คนที่พลั้งมือทำร้ายนางถูกท่านอ๋องสังหารไปแล้ว” องครักษ์ผู้นั้นเอ่ยไม่ดังนัก

“สมควรแล้ว” เมื่อเอ่ยจบเฮ่ออาตันก็หมุนตัวกลับไป ไม่สนใจตรวจรถม้าคันอื่นต่อ องครักษ์ผู้นั้นได้แต่มองแผ่นหลังสูงใหญ่ที่เดินออกไปด้วยแววตาไม่ชอบใจนัก อย่างไรคนที่ถูกเจิ้งหลู่สังหารก็เป็นพี่น้องร่วมหน่วยกันมา

 

หลังจากที่เฟิงชิงถิงเอ่ยกับเจิ้งหลู่ว่านางจะรักษาอาการบาดเจ็บให้ สถานะของนางก็แปรเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือ

ตื่นเช้าขึ้นมาก็มีคนนำน้ำมาให้ล้างหน้าบ้วนปาก อาหารเช้าก็ถูกนำมาประเคนให้ถึงรถม้า ระหว่างเดินทางก็มีทั้งขนมกินเล่นผลไม้แห้งเอาไว้ให้นางแก้วิงเวียน ซึ่งต่างกับช่วงสามวันที่ผ่านมาลิบลับ เฟิงชิงถิงจึงคิดว่าช่วงนี้มีโอกาสก็รีบกินให้มากๆ เพื่อที่จะเก็บแรงเอาไว้ตอนหลบหนี แต่นางร่าเริงได้แค่เพียงช่วงเช้าเท่านั้น เมื่อตกบ่ายนางก็เห็นว่ามีทหารจำนวนไม่น้อยมารอขบวนรถม้าเพื่ออารักขาเจิ้งหลู่เดินทางกลับเมืองหลวง

เฟิงชิงถิงแอบมองทหารจำนวนมากด้วยความทดท้อใจ แค่ตอนแรกที่มีองครักษ์อยู่ยี่สิบกว่าคน นางก็คิดว่ายากจะหลบหนีแล้ว ตัวนางเองก็บาดเจ็บยังไม่หาย ยามนี้ยังมีทหารมาเพิ่มอีก แล้วนางจะหนีอย่างไรเล่า

นางปิดหน้าต่างรถม้าที่เปิดแง้มเอาไว้ ถอนใจยืดยาว  ได้ยินเสียงสนทนาอยู่ไม่ไกลจากรถม้าของนางก็อดไม่ได้ที่จะแอบฟัง จับความได้ว่ามีคนมาถามว่ารถม้าของนางบรรทุกสิ่งใด ถามว่านางเป็นตัวถ่วงในการเดินทางหรือไม่ เฟิงชิงถิงคิดในใจว่าหากคิดว่านางเป็นตัวถ่วงก็ทิ้งนางไว้ที่นี่เลยสิ ได้ยินเสียงคำถามอีกเล็กน้อยก่อนจะเห็นเงาร่างใหญ่ของคนถามหมุนตัวเดินจากไป เสียงการสนทนาเงียบไปแล้ว แต่นางกลับรู้สึกคุ้นหูกับเสียงนั้นแปลกๆ อย่างบอกไม่ถูก แต่พยายามเท่าใดก็นึกไม่ออกเสียทีว่าเสียงที่มีสำเนียงของคนเผ่าอื่นนั้นมันคุ้นเคยตรงที่ใดกัน

หลังจากมีทหารคุ้มกันมาเพิ่ม เวลาต่อมาไม่นานการเดินทางเริ่มขึ้นอีกครั้ง เฟิงชิงถิงก็ยังคงนั่งอยู่ในรถม้าโดยมีทหารองครักษ์ล้อมรอบรถม้าของนางทั้งสีด้าน แต่วันนี้นางไม่ได้โดยสารรถม้าเพียงลำพังเช่นทุกวัน

ผ่านไปแค่เพียงข้ามคืน แมวป่าตัวใหญ่ที่เป็นผู้โดยสารอีกหนึ่งชีวิตในรถม้าคันนี้ก็รู้ว่าเฟิงชิงถิงเป็นมิตรต่อมัน หลังจากที่นางแบ่งปลาย่างซึ่งเป็นอาหารเช้าของนางให้มันกิน มันก็ดูวางใจนางไม่น้อย ถึงขั้นเลื่อนจากการนอนข้างกายนางมาเป็นนอนบนตักนางอย่างกล้าหาญ อีกที่ยังใช้หัวที่ใหญ่กว่าแมวป่าปกติมาถูไถที่ตักนางอย่างออดอ้อน จากที่แค่คิดว่าต้องการช่วยชีวิต ยามนี้กลับหลงรักเจ้าแมวป่าตัวนี้เข้าให้แล้ว

อย่างน้อยคงต้องรอให้แมวป่าตัวนี้หายบาดเจ็บเสียก่อน เพราะหากนางทิ้งมันไปตอนนี้มันก็คงทำได้เพียงแค่รอความตาย

จะว่าไป นางเองก็มักจะเก็บของข้างทางมาตลอด  ยามนี้ช่วยแมวป่า ก่อนหน้านี้ช่วยสือซานเหลียง...

 เพียงแค่ชื่อนี้ผุดขึ้นมาในหัว ความเศร้าที่ไร้ที่มาก็ปกคลุมอารมณ์เบิกบานของนางไปจนสิ้น นางถอนหายใจออกมาพลางลูบหัวทุยที่เต็มไปด้วยขนนุ่มนิ่มของแมวป่าพลางคิดถึงร่างสูงใหญ่ของใครบางคน

แต่ขณะที่นางตกอยู่ในภวังค์นั้น เจ้าแมวป่าก็พยายามตะเกียกตะกายลุกจากตักของนาง มาใช้ขาสามข้างที่ไม่บาดเจ็บเดินไปที่มุมรถม้า ดมๆ อยู่ไม่นานก็หย่อนก้นแล้วเริ่มปล่อยของเหลวอุ่นๆ ออกมา เฟิงชิงถิงเห็นว่ามันทำสิ่งใดก็อ้าปากค้าง ปล่อยของเหลวเสร็จคล้ายมันยังไม่พอใจ เขี่ยๆ ไปบนฟูกที่มันเพิ่งจะปล่อยของเหลวออกมา ดมๆ หาจุดใหม่ก่อนจะเริ่มทำภาระกิจอีกครั้ง

“ไม่ได้นะ” เฟิงชิงถิงเอ่ยอย่างร้อนใจ ไม่สนใจสิ่งใดเปิดหน้าต่างรถม้าตะโกนบอกองครักษ์ที่ขี่ม้าขนาบข้างรถม้าอย่างร้อนรน “หยุดรถม้า หยุดรถม้าเดี๋ยวนี้”

“เกิดสิ่งใดขึ้น” ตั้งแต่จับตัวหมอเทวดามา ไม่มีคราใดที่นางจะร้องโหวกเหวกโวยวาย ทุกครานางมักจะเยือกเย็นเสมอ แต่ครานี้เกิดสิ่งใดขึ้น

“ต้องทำธุระ แมวของข้าจะปลดทุกข์ จอดรถม้าเดี๋ยวนี้”

เฮ่ออาตันที่ขี่ม้าอยู่หน้าขบวนเดินทางได้ยินเสียงจึงชักม้ากลับมาถาม “เกิดสิ่งใดขึ้น”

“แมวของข้าต้องการปลดทุกข์” นางหันไปตอบเขาอย่างร้อนใจ

คิ้วหนาของเฮ่ออาตันขมวดเล็กน้อย เขาโบกมือเป็นสัญญาณให้หยุดเคลื่อนขบวน

“มีสิ่งใด” เจิ้งหลู่ที่อยู่ในรถม้าคันแรกเปิดหน้าต่างออกมาถาม

ซ่วนจื่อที่ขี่ม้าอยู่ข้างรถม้าของเจิ้งหลู่รีบตอบ “สัตว์ตัวนั้นที่ท่านอ๋องทรงประทานให้แม่นางเฟิงต้องการปลดทุกข์พ่ะย่ะค่ะ”

“คิดว่าเรื่องใด บอกนางให้รีบๆ หน่อย” เจิ้งหลู่ไม่พอใจปิดหน้าต่างรถม้าดังปัง

ซ่วนจื่อรีบลงจากม้าไปดูเฟิงชิงถิง เห็นนางกำลังอุ้มเจ้าแมวตัวใหญ่ออกมาจากรถม้าด้วยท่าทางทุลักทุเลเพราะยังบาดเจ็บอยู่ก็คิดจะไปช่วย ไม่คิดว่ากลับถูกเจ้าสัตว์หน้าขนตัวนั้นแยกเขี้ยวขู่อย่างดุร้าย

“ท่านช่วยข้าหน่อย มันปล่อยเบาที่มุมรถม้า” เฟิงชิงถิงขอความช่วยเหลือจากซ่วนจื่อ ก่อนจะอุ้มเจ้าแมวลงจากรถม้าไปที่ข้างทางเพื่อให้มันทำธุระของมันต่อ ส่วนซ่วนจื่อก็สั่งให้บ่าวรีบเข้าไปทำความสะอาดรถม้าเปลี่ยนเบาะรองนั่งและฟูกด้านในใหม่หมด

เฮ่ออาตันกระตุ้นม้าให้เดินไปทางเฟิงชิงถิงมองดูสัตว์เลี้ยงที่กำลังทำธุระด้วยคิ้วที่เริ่มขมวดมุ่นก่อนจะอ้าปากถาม

“ได้มันมาจากที่ใด”

เฟิงชิงถิงที่กำลังมองสัตว์เลี้ยงชั่วคราวของนางทำธุระ ได้ยินเสียงทุ้มเอ่ยถามห้วนๆ คล้ายไม่พอใจจึงหันไปมอง เห็นเขามองมาก็แปลว่าเขาคุยกับนาง นางจึงตอบไปอย่างไม่ใส่ใจ

“ท่านอ๋องประทานให้ข้า”

“ทิ้งมันไปเสีย”

แม้ก่อนหน้านี้เฟิงชิงถิงจะไม่เคยเห็นหน้าเขา แต่สำเนียงต่างเผ่าและเสียงที่คลับคล้ายคลับคลาว่าเคยได้ยินมาก่อนทำให้นางจำได้ว่าเป็นเสียงเดียวกันกับคนที่ถามองครักษ์ว่า อาการบาดเจ็บของนางจะเป็นตัวถ่วงในการเดินทางหรือไม่ ยามนี้ทหารนายนี้ก็คงคิดว่าเจ้าแมวตัวนี้เป็นตัวถ่วงทำให้การเดินทางล่าช้า เขาจึงต้องการให้นางทิ้งมันไป

นางหันกลับไปมองเขาเต็มตาด้วยสีหน้าเยือกเย็น “ไม่เห็นหรือว่ามันบาดเจ็บ หากให้ทิ้งไปตอนนี้มันก็ได้ถูกสัตว์ใหญ่จับกินพอดี”

“ก็เป็นเรื่องปกติ”

เรื่องปกติ!

ถูกต้องแล้ว คนพวกนี้คงผ่านสนามรบ เห็นเลือดและการฆ่าฟันกันจนเป็นเรื่องปกติ ดังนั้นชีวิตน้อยๆ นี้จึงไร้ค่าสำหรับพวกเขา แต่กับนางไม่ใช่

เฟิงชิงถิงลุกขึ้นยืนแหงนหน้ามองนายทหารร่างใหญ่บนหลังม้าด้วยแววตาไม่พอใจ แต่ก็เพียงครู่เดียวเท่านั้น แววตานั้นกลับแปรเปลี่ยนเป็นราบเรียบสุขุม

“ขอบอกกับท่าน ข้าเป็นหมอ ทุกชีวิตล้วนมีค่า ท่านดิ้นรนการมีชีวิตอยู่เท่าใด สัตว์พวกนี้ก็ดิ้นรนที่จะมีชีวิตอยู่ไม่ต่างกัน ท่านมองว่าเป็นเรื่องปกติ สำหรับข้ากลับไม่ และข้าคงไม่ต้องลำบากเลยหากอ๋องผู้นั้นไม่จับมันมาทรมาน ทุกอย่างผิดที่อ๋องแคว้นท่าน ดังนั้นอย่ามาโทษว่าเป็นเพราะมันทำให้การเดินทางล่าช้า หากจะโทษก็ต้องโทษที่ท่านอ๋องของท่านที่ไร้ความเมตตา”

แมวของนางทำธุระเสร็จพอดี มันเขี่ยๆ พื้นเล็กน้อยก่อนจะร้องเสียงแหง่วแหบๆ คล้ายต้องการบอกนางว่ามันทำธุระเสร็จแล้ว เฟิงชิงถิงจึงหันไปอุ้มมันขึ้นมา แต่เพราะไหล่ข้างหนึ่งของนางยังบาดเจ็บอยู่ ทำให้ลำบากอยู่ไม่น้อย

“ข้าอุ้มให้” เฮ่ออาตันลงจากม้า เดินเข้ามาหานาง

เฟิงชิงถิงกัดฟันอุ้มแมวตัวใหญ่ของนางแน่น รีบถอยห่างร่างใหญ่ที่กำลังเดินเข้ามา “ข้าอุ้มเองได้” นางกลัวเขาจะฆ่าแมวที่นางสู้อุตส่าห์ใช้ข้อตกลงแลกมา

เฮ่ออาตันไม่เอ่ยสิ่งใด เขามองนางด้วยสายตาดุดัน แต่นางกลัวเขาที่ใด หมุนตัวเดินกลับไปที่รถม้า ซ่วนจื่อก็บอกว่าทำความสะอาดรถม้าเสร็จแล้ว เฟิงชิงถิงขอบคุณเขาคำหนึ่งก่อนจะกลับขึ้นรถม้าอีกครั้ง

เฮ่ออาตันเดินกลับไปที่ม้าของตน เขาพลิกร่างขึ้นม้าอย่างรวดเร็ว ชักม้าไปทางซ่วนจื่อก่อนจะถาม “นางได้อภิสิทธิ์เช่นนี้ตลอดเลยหรือ”

ซ่วนจื่อเห็นสีหน้าของเฮ๋ออาตันไม่ค่อยจะดีนัก ก็คิดว่าเขาคงถูกวาจาของเฟิงชิงถิงเมื่อครู่ทำให้ไม่พอใจแล้วจึงรีบแก้ต่างให้ “นายกองเฮ่อ อันที่จริงแม่นางเฟิงนั้นอ่อนหวานมาก อีกทั้งนางไม่ได้มีอภิสิทธ์ใดแม้แต่น้อย สัตว์ตัวนี้ก็เป็นท่านอ๋องอนุญาตให้นางเลี้ยงเอง ดังนั้นท่านโปรดอย่าถือสานาง”

“เจิ้งหลู่อนุญาต? แล้วไม่กลัวว่าสัตว์ตัวนั้นจะทำนางบาดเจ็บหรือไร”

“มันยังเล็กอยู่และบาดเจ็บสาหัส คงไม่มีอันตรายใด อีกทั้งแม่นางเฟิงก็เป็นคนขอท่านอ๋องเลี้ยงสัตว์ตัวนี้เอง” ซ่วนจื่อเน้นคำว่าท่านอ๋องอย่างชัดเจน เผื่อคนสมองหนาผู้นี้จะจดจำไว้บ้างว่าควรจะเรียกท่านอ๋องว่าอย่างไร

“เช่นนั้นก็เดินทางต่อ” เฮ่ออาตันไม่นำพาคำเน้นเสียงของซ่วนจื่อเขาชักม้าไปด้านหน้าขบวนอีกครั้ง ทิ้งให้ซ่วนจื่อถอนหายใจก่อนจะรีบขึ้นมาขี่ตามขบวนไป

--------------------------------------------




--------------------


โปรดติดตามตอนต่อไป...

ขอต้อนรับเข้าสู่โลกแห่งความเวิ่นเว้อของเราค่ะ 

....Welcome to my WorlD...


https://web.facebook.com/Writer.SummerNight/


กดแฟนเพจตรงนี้จ้า



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.69K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,452 ความคิดเห็น

  1. #2406 puk3005 (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2562 / 11:52
    น้องแมวน่ารักทาสแมวค่า
    #2,406
    0
  2. #2147 Jellydolphin (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 25 กรกฎาคม 2562 / 09:56
    ซ่วนจื่อเหมือนจะดีอยู่นะ
    #2,147
    1
  3. #2092 F-R-E-E_Demo (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 22 กรกฎาคม 2562 / 22:47
    ฮือ ขอบคุณค่ะ เราจะรอ e-book นะ
    #2,092
    1
    • #2092-1 (จากตอนที่ 27)
      24 กรกฎาคม 2562 / 18:50
      ขอบคุณเช่นกันจ้า
      #2092-1
  4. #2089 ~นู๋เปรม>.< (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 22 กรกฎาคม 2562 / 12:46
    ขอบคุณค่ะ
    #2,089
    1
    • #2089-1 (จากตอนที่ 27)
      24 กรกฎาคม 2562 / 18:49
      จ้าาาา
      #2089-1
  5. #2086 Beaw12 (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 21 กรกฎาคม 2562 / 22:49
    แอบเสียใจ แต่ก็ขอบคุณมากที่มาอัพให้อ่าน
    #2,086
    1
    • #2086-1 (จากตอนที่ 27)
      24 กรกฎาคม 2562 / 18:49
      ยินดีจ้า ขอบคุณนะคะ
      #2086-1
  6. #2082 Waressara Sangkakun (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 21 กรกฎาคม 2562 / 20:34
    รอเป็นรูปเล่ม จะได้เก็บสะสมที่ชั้นหนังสือแสนสุข มุมผ่อนคลายของเรา ขอบคุณไรท์ที่มีนิยายดีๆมาให้อ่านนะคะ^^
    #2,082
    1
    • #2082-1 (จากตอนที่ 27)
      24 กรกฎาคม 2562 / 18:48
      ขอบคุณเช่นกันจ้า
      #2082-1
  7. #2066 Sand Soracha (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 21 กรกฎาคม 2562 / 12:06
    มี e-book ไหมคะ
    #2,066
    3
    • #2066-1 เวิ่นเว้อ(จากตอนที่ 27)
      21 กรกฎาคม 2562 / 12:12
      มีค่ะ.
      #2066-1
    • #2066-3 เวิ่นเว้อ(จากตอนที่ 27)
      21 กรกฎาคม 2562 / 12:16
      จ้า


      #2066-3
  8. #2064 Airika_Catcha (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 21 กรกฎาคม 2562 / 10:24
    ขอบคุณไรท์ค่ะ แอบหดหู่ที่จะต้องหยุดอ่านนานเลย
    #2,064
    1
    • #2064-1 เวิ่นเว้อ(จากตอนที่ 27)
      21 กรกฎาคม 2562 / 16:34
      ขอบคุณที่ตามกันมาจนตอนสุดท้ายจ้า
      #2064-1
  9. #2063 151119 (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 21 กรกฎาคม 2562 / 09:39
    หนังสือเสร็จนี่จะทันงานหนังสือที่อิมแพคในเดือนตุลาคมนี้ไหมคะ....เวลาประมานสามเดือนนี่..น่าจะทัน
    #2,063
    1
    • #2063-1 เวิ่นเว้อ(จากตอนที่ 27)
      21 กรกฎาคม 2562 / 16:35
      คิดว่าน่าจะนะคะ
      #2063-1
  10. #2062 ^ จู ^ (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 21 กรกฎาคม 2562 / 09:04

    ขอบคุณสำหรับนิยายสนุกๆค่ะ

    #2,062
    1
    • #2062-1 เวิ่นเว้อ(จากตอนที่ 27)
      21 กรกฎาคม 2562 / 16:35
      ขอบคุณเช่นกันค่ะ
      #2062-1
  11. #2061 pui_songsri (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 21 กรกฎาคม 2562 / 08:57
    รอ Ebook ค่ะ
    #2,061
    1
    • #2061-1 เวิ่นเว้อ(จากตอนที่ 27)
      21 กรกฎาคม 2562 / 16:35
      แล้วจะแจ้งให้ทราบนะคะ
      #2061-1
  12. #2060 252145 (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 21 กรกฎาคม 2562 / 08:16
    แอะ...แง่งงงงง ค้างเลยย
    #2,060
    1
    • #2060-1 เวิ่นเว้อ(จากตอนที่ 27)
      21 กรกฎาคม 2562 / 16:36
      มาลุ้นเรื่องหน้ากันนะคะ
      #2060-1
  13. #2059 Pang_happy (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 21 กรกฎาคม 2562 / 07:59
    รออีบุ๊คแล้วกันค่ะ เสียใจไปไม่สุด
    #2,059
    1
    • #2059-1 เวิ่นเว้อ(จากตอนที่ 27)
      21 กรกฎาคม 2562 / 16:36
      จ้า. แล้วจะแจ้งนะคะ
      #2059-1
  14. #2058 Nut42 (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 21 กรกฎาคม 2562 / 07:14

    รอหนังสืออย่างจดจ่อ55
    #2,058
    1
    • #2058-1 เวิ่นเว้อ(จากตอนที่ 27)
      21 กรกฎาคม 2562 / 16:36
      ขอบคุณจ้า
      #2058-1
  15. #2057 wanwansweety (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 21 กรกฎาคม 2562 / 07:04

    พอบอกว่าอิอ๋องให้มารีบบอกให้น้องทิ้งเลยนะพี่สือรอหนังสือนะจ้ะออกตอนนัยบอกด้วยนะจ้ะไรท์
    #2,057
    1
    • #2057-1 เวิ่นเว้อ(จากตอนที่ 27)
      21 กรกฎาคม 2562 / 16:36
      ได้จ้า. แต้งให้ทราบแน่นอนค่ะ
      #2057-1
  16. #2056 Nannygt (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 21 กรกฎาคม 2562 / 06:58
    ค้างมากกกกกก
    #2,056
    1
    • #2056-1 เวิ่นเว้อ(จากตอนที่ 27)
      21 กรกฎาคม 2562 / 16:37
      ขอบคุณนะคะ
      #2056-1
  17. #2055 nunuvsop (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 21 กรกฎาคม 2562 / 06:24

    รออีบุ้คจ้า ค้างนานเลยทีนี้

    #2,055
    1
    • #2055-1 เวิ่นเว้อ(จากตอนที่ 27)
      21 กรกฎาคม 2562 / 16:37
      แล้วจะรีบปั่นให้จบนะคะ
      #2055-1
  18. #2054 Noonji (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 21 กรกฎาคม 2562 / 03:53
    รอ e-book น๊าาา เราไม่ได้อยู่ที่ไทย T^T
    #2,054
    1
    • #2054-1 เวิ่นเว้อ(จากตอนที่ 27)
      21 กรกฎาคม 2562 / 16:37
      ได้จ้า. แล้วจะแจ้งให้ทราบนะคะ
      #2054-1
  19. #2053 นู๋ฝ้าย จร๊าาาาา (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 21 กรกฎาคม 2562 / 03:19

    ท่านประมุขแน่ๆ มารับน้องแล้วหรอคับพี่ 555555
    #2,053
    1
    • #2053-1 เวิ่นเว้อ(จากตอนที่ 27)
      21 กรกฎาคม 2562 / 16:38
      นั่นนะจิ
      . ขอบคุณนะคะ
      #2053-1
  20. #2052 pukpui55 (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 21 กรกฎาคม 2562 / 02:50

    ขอบคุณมากนะคะ รอเล่มอย่างใจจดใจจ่อเลย สู้ ๆ นะคะ
    #2,052
    1
    • #2052-1 เวิ่นเว้อ(จากตอนที่ 27)
      21 กรกฎาคม 2562 / 16:38
      ขอบคุณเช่นกันค่ะ
      #2052-1
  21. วันที่ 21 กรกฎาคม 2562 / 02:00
    เค้ารออีบุ้กนะ อยู่เมกาเป็นลูกเมียน้อยตลอดต้องรอเล่มออกก่อน เศร้าแต่ก้อยังดีดีกว่าไม่ทำอีบุ้กเลย
    #2,051
    1
    • #2051-1 เวิ่นเว้อ(จากตอนที่ 27)
      21 กรกฎาคม 2562 / 16:38
      มาแล้วจะรีบบอกทันทีเลยจ้า.
      #2051-1
  22. #2049 usaonly (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 21 กรกฎาคม 2562 / 01:07
    ขอบคุณมากค่ะไรท์นิยายสนุกมากมีให้ลุ้นได้ทุกตอน รออ่านเรื่องใหม่ค่ะ เป็นกำลังใจให้เสมอค่ะ *_*
    #2,049
    1
    • #2049-1 เวิ่นเว้อ(จากตอนที่ 27)
      21 กรกฎาคม 2562 / 16:39
      ขอบคุณมากเช่นกันค่ะ. ไปเจอกันเรื่องใหม่นะคะ
      #2049-1
  23. #2048 usaonly (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 21 กรกฎาคม 2562 / 01:06

    ขอบคุณมากค่ะไรท์นิยายสนุกมากมีให้ลุ้นได้ทุกตอน รออ่านเรื่องใหม่ค่ะ เป็นกำลังใจให้เสมอค่ะ *_*

    #2,048
    0
  24. #2047 Foke_kung (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 21 กรกฎาคม 2562 / 01:06

    รอเยยแต่นี่อดไปงานหนังสือก็เอาลงซีเอ็ดไวๆน้าาาาจะไปซื้อ~~~~~
    #2,047
    1
    • #2047-1 เวิ่นเว้อ(จากตอนที่ 27)
      21 กรกฎาคม 2562 / 16:40
      จ้า. สั่งทางสำนักพิมพ์ก็น่าจะได้เหมือนกันค่ะ. ถ้ามีคืบหน้าจะแจ้งให้ทราบค่ะ
      #2047-1
  25. #2046 Rainiterr (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 21 กรกฎาคม 2562 / 01:02
    รออีบุ้คนะคะ ฮืออ
    #2,046
    1
    • #2046-1 เวิ่นเว้อ(จากตอนที่ 27)
      21 กรกฎาคม 2562 / 16:40
      รอหน่อยนะคะ
      #2046-1